จิรวัฒน์ เวียงด้าน หารือเรื่องการตลาดภาคเกษตร โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่ยังคงติดขัดในการขายสินค้าจากภาคเกษตรให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเข้าถึงกลไกการตลาด และการถูกแปรรูปโดยพ่อค้าคนกลาง และเสนอแนวทางในการสนับสนุนผู้ประกอบการและบูรณาการกับมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมการผลิตและบริการ
นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรวัฒน์ เวียงด้าน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดนครพนม อันดับที่ ๔๒ หลายป้ที่ผ่านมา ประเทศไทยเราก็ส่งเสริมให้เปึนผู้รับจ้างผลิตอย่างเดียว คือค้าแรงงาน วันนี้ก็รู้สึกว่า พอมองเห็นโอกาสที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการ หรือเรารู้จักกันในนามเศรษฐกิจ ๒ ถ้าพูดถึงว่าด้วยเรื่องการผลิตและ
ผู้ประกอบการ คนไทยเราเองก็คงจะไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร แต่ปัญหาที่หนักที่สุดก็จะเปึน เรื่องของการตลาด คือกลไกการตลาด การส่งเสริมการตลาด โดยเฉพาะภาคเกษตรผมถือว่า ณ วันนี้การผลิตของภาคเกษตรไม่ด้อยเลย แล้วก็การรวมกลุ่มของภาคการเกษตร ก็มีการส่งเสริมกันมาตลอด แต่เราไปดูที่กลไกการตลาด ผมมาพูดในเรื่องของการเกษตร เราจะเห็นว่าเรามีสหกรณ์วิสาหกิจ มีชุมชน หรือที่รวมกลุ่มกั นแล้วที่จะทําการผลิต แล้วก็ประกอบการ แต่ปัญหาที่มันติดขัดที่สุดคือในเรื่องของกลไกการตลาด เราจะดูว่า ณ วันนี้ผู้ผลิตเปึนผู้ประกอบการแล้วไม่สามารถที่จะขายสินค้าให้กับผู้บริโภคได้โดยตรง แต่วันนี้เราไปมองดูว่าผู้ประกอบการหรือว่าที่ไม่ใช่ผู้ผลิตกลายเปึนผู้ขายที่ สามารถเข้าถึง ผู้ซื้อได้โดยตรง ผมดูในเรื่องของการค้าข้าว ถามว่าถ้าสหกรณ์เขาเองรวมกลุ่มกันแล้ว แล้วก็ ผลิตข้าวมาจะเปึนถุง เปึนกระสอบ เปึนอะไรก็ตาม ถามว่าจะไปขายให้กับโรงพยาบาล เรือนจํา หรือแม้แต่โรงเรียนที่เปึนโครงการอาหารกลางวัน ถามว่าเข้าถึงได้ไหม มันก็เข้าไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นมันก็เกิดมีพ่อค้าคนกลางที่เข้ามาตัดตอนอยู่ตลอดเวลา ผมไม่เชื่อว่าผู้ที่ผลิตเอง ถ้าแปรรูปสินค้าแล้วเอาไปขายจะราคาแพงกว่าพ่อค้าคนกลางที่มาซื้อกับผู้ผลิต ฉะนั้นเราก็ต้องมาดูผมคิดว่าอาจจะเปึนปัจจัยที่ในภาคของอย่างวิสาหกิจชุมชนเอง หรือแม้แต่สหกรณ์เอง เราดูว่าถ้าอยู่กับกรมส่งเสริมสหกรณ์เรามองในเรื่องการตลาด แต่กรมส่งเสริมสหกรณ์นั้นเปึนผู้ส่งเสริมการผลิตและรวมกลุ่ม ก็เลยมีการคุยกันว่า มันผิดฝาผิดตัวหรือเปล่า
วันนี้แม้แต่การไปส่งเสริมในการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ก็กลายเปึนกรมพัฒนาชุมชน ลงไปส่งเสริม ถ้าอย่างนั้นถ้าเราไม่เอาวิสาหกิจชุมชนไปอยู่ในกระทรวงพาณิชย์ เราก็อาจ จะต้องเปลี่ยนว่ากรมพัฒนาชุมชนนี่ หรืออาจจะแผนกหนึ่งก็ต้องรับฝ์ายการตลาด ฝ์ายเศรษฐศาสตร์ ฝ์ายบริหารเข้ามาอยู่ เราจึงบอกถ้าอย่างนั้นเราอาจจะ ผิดฝาผิดตัว แม้แต่เรื่องของการที่จะส่งเสริมให้ชาวบ้านเองนี่เปึนผู้ประกอบการ เรามามองดูว่าไม่จําเปึน ต้องเปึนการแปรรูปในด้านอื่น ๆ ผมมองในเรื่องข้าว ถ้าสมมุติว่าส่งเสริมให้ชาวนาเขาปลูกข้าว เพื่อที่จะขายเมล็ดพันธุ์ อันนี้เขาจะเปึนเอสเอ็มอีเล็ก ๆ แต่ทีนี้การส่งเสริมขั้นตอนในเรื่องของ เปึนผู้ประกอบการนี่ที่ผ่านมาเท่าที่พอมีข้อมูลก็เห็นในเรื่องของ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมาผมไม่แน่ใจว่า มีกองทุนตั้งตัวที่จะให้นักศึกษารุ่นใหม่ที่เรียนจบแล้วก็สามารถที่จะมาเปึนผู้ประกอบการได้ แต่เราก็ยังไม่ไปไหนมาไหน เห็นตั้งไว้ตั้ง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายก็ไม่ได้ไปทําประโยชน์อะไร เราก็อยากจะเห็นกองทุนอย่างเปึนลักษณะข อง กองทุนตั้งตัวนี่ทําบูรณาการกับมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชน กรณีที่เด็กเข้าเรียนบริหาร หรือเขาทําแผนธุรกิจที่ประกวดกัน ถ้าสมมุติว่าแผนนั้นได้รับการโหวต และได้รับการประกวด และชนะเลิศ กองทุนตั้งตัวก็ควรจะให้โอกาสเด็กกลุ่มเหล่านั้นในการที่จะออกมาเปึน ผู้ประกอบการ ก็อาจจะเปึนแพกเกจที่ไม่ต้องสูงมากนัก อาจประมาณสัก ๒,๐๐๐,๐๐๐ หรือ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าป้หนึ่งเราตั้งไว้สัก ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท เราก็จะมี ผู้ประกอบการถึง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คนที่เปึนนักศึกษาที่ผลิต เปึนผู้ประกอบการออกมาอย่างนี้ ในส่วนของการบูรณาการผมดู ณ วันนี้ดูเขตเศรษฐกิจพิเศษ เราจะมีศูนย์โอเอสเอส (OSS) ที่เปึนวัน สตอป เซอร์วิส ตอนนี้ทั้งเฟส ๑ และเฟส ๒ ประมาณ ๑๐ จังหวัด ผมอยากเห็น การบูรณาการที่มันเกิดขึ้นในตรงนั้น เนื่องจากว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษก็จะมีผู้ประกอบการ รายใหญ่ที่จะมา ถ้าเกิดเขาต้องการเอาต์ซอร์ส (Outsource) ในการที่จะเปึนเอสเอ็มอี ในการผลิตอะไรต่าง ๆ ส่งตรงนั้น ผมว่าศูนย์โอเอสเอสหรือส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษตรงนั้น น่าจะเปึนจุดที่จะเชื่อมโยงกันในการที่จะเปึนศูนย์ฝ๊กอบรมส่งเสริมผู้ประกอบการ แล้วก็จะมี ข้อมูลระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขายอยู่ในศูนย์เดียว กัน ผมคิดว่าน่าจะเปึนการบูรณาการ ที่ ค่อนข้างดี อันนี้ก็อยากจะฝากท่านคณะกรรมาธิการเอาไว้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ