รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ในขณะนี้ข้าวนาโดยเฉพาะข้าวหอมมะลินี่ ถูกน้ําท่วมขังทําให้ข้าวเสียหาย ข้าวกําลังออกรวงครับท่านประธาน ออกรวงแล้ว เสียหายหมดเลย คาดว่าเดือนพฤศจิกายนจะได้เกี่ยว แต่ในขณะนี้น้ําท่วมเสียหายหมดครับ ดังนั้นก็อยากจะให้ทางภาครัฐได้เร่งดําเนินการจัดค่าชดเชยให้กับพี่น้องประชาชน และเรื่องของนาข้าวเสียหายทั่วประเทศในขณะนี้นะครับ จากการที่รัฐบาลเคยชดเชยใน ๖๐๐ กว่าบาท ราคาจริง ๆ แล้วมันเปึนไปไม่ได้ครับท่านประธาน ก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบเร่งดําเนินการช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศเรื่องนาข้าวเสียหายในขณะนี้เปึนเรื่องใหญ่มาก แล้วเรื่องมันสําปะหลังก็เช่นกันครับ ท่านประธาน มันสําปะหลังในขณะนี้ฝนแช่หัวมันเน่าเสียหายหมด ทําให้พี่น้องเกษตรกร ทํามันสําปะหลังได้รับผลกระทบทั่วประเทศในขณะนี้

และเรื่องสุดท้าย เรื่องอ้อย ในขณะนี้มาตรการเรื่องราคาอ้อยนั้นยังไม่มี การกําหนดราคา ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการจัด เรื่องราคา กําหนดราคาให้ชัดเจนระหว่างผู้ค้ากับผู้ผลิตให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งในขณะที่ ภาคเกษตรโดยเฉพาะผู้ทําอ้อยเกิดความวิตกกังวลใจในเรื่องของราคาอ้อย ก็อยากจะฝาก ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งประชุมปรึกษาหารือกันที่จะกําหนดราคาอ้อย ให้คุ้มทุนกับพี่น้องเกษตรกรทําไร่อ้อยด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอหารือต่อท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องปัญหาที่เกิดน้ําท่วมในพื้นที่หลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถึงแม้ว่าตอนนี้ ในภาคกลางและภาคอีสานน้ําจะท่วมหนักมาก แต่ที่ผ่านมานั้นในภาคเหนือตอนล่างโดยเฉพาะ ที่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร น้ําได้ท่วมมาเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทําให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวได้รับความเสียหายในเรื่องของพืชผล ทางด้านการเกษตรเปึนจํานวนมากนั้นครับ แล้วรัฐบาลก็ได้มีนโยบายที่จะชดเชยในเรื่องของ พืชผลทางการเกษตรที่เสียหายจากภัยพิบัติน้ําท่วมในครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็จะชดเชย ๖๐๖ บาท แต่ได้มาติดข้อปัญหาของทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือกรมส่งเสริมการเกษตร ไม่ได้มีการสั่งการไปถึงเกษตรจังหวัด เกษตรอําเภอ เกษตรตําบลในการที่จะให้รับขึ้นทะเบียน ในเรื่องของความเสียหายครั้งนี้ ซึ่งเกษตรตําบล เกษตรอําเภอนั้น เขาอ้างว่ารัฐบาลไม่ได้สั่งว่า ให้ขึ้นทะเบียนไว้ ฉะนั้นถ้าหากถึงแม้ว่าอนุมัติเงินไปเกษตรกรที่เสียหายก็ไม่มีสิทธิที่จะรับเงินครับ ท่านประธาน เพียงแต่ว่าจังหวัดนั้นได้ทําเพียงสรุปความเสียหายเปึนอําเภอ เปึนตําบลไป เท่านั้นเอง อันนี้ก็ฝากต่อทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องครับ โดยเฉพาะทางกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้เกษตรตําบล เกษตรอําเภอนั้น ในการที่ขึ้นทะเบียน ประชากรจํานวนเกษตรกรที่ทํานานั้นในแต่ละไร่ว่าใครเสียหายเท่าไร ในการชดเชยในครั้งนี้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่ขึ้นทะเบียนไว้ แต่ยังไม่ได้ทําประชาคม อันนี้ก็มีปัญหาครับ ท่านประธาน เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรนั้นทํานาแล้วรอที่จะแจ้งในการขึ้นทะเบียนแล้ว แล้วก็ รอในการที่จะทําประชาคม แต่ได้เกิดภัยพิบัติทางน้ํามาก่อนสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร ในเรื่องนี้นะครับ และทําให้ไปติดในข้อของระเบียบในการทําประชาคม ในเรื่องของการที่ประกัน รายได้เกษตรกรด้วย ฉะนั้นก็อยากให้ทางรัฐบาลได้แก้ไขในเรื่องนี้ด้วยครับ ๒ เรื่องด้วยกัน ในเรื่องของการทําประชาคม แล้วก็เรื่องของการที่สั่งการให้เปึนทางการให้เกษตรตําบล เกษตรอําเภอนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนให้กับเกษตรกรที่ปลูกข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ภาคเหนือตอนล่างจังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก เพราะน้ําท่วมที่ผ่านมาปลายเดือนสิงหาคม ต้นเดือนกันยายนครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านเจตน์ ศิรธรานนท์ ครับ

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ปัญหาใหญ่ของบ้านเมืองในขณะนี้ก็คือเงินท่วมและน้ําท่วม เงินท่วม เปึนปัญหาในปัจจุบันก็เกิดจากสภาพคล่องท่วมระบบหรือเงินท่วมประเทศจากทุนสํารอง เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้มีอยู่ประมาณมากกว่า ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ย้อนหลังไปเมื่อ ๔ ป้ที่แล้วในช่วงเดือนกันยายน ๒๕๔๙ ทุนสํารองสุทธิอยู่ที่ประมาณ ๖๖,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้นเองนะครับ ช่วงเวลา ๔ ป้ ในขณะนี้เพิ่มมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ เพราะฉะนั้นทุนสํารองขณะนี้มีมากกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้ค่าเงินบาทแข็งมากเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐและเงินยูโรมีผลกระทบต่อการส่งออก ซึ่งเปึนฟันเฟ๋องที่สําคัญต่อการคิดจีดีพี (GDP) ของประเทศ แล้วก็การที่สหรัฐอเมริกา ต้องการให้เงินดอลลาร์อ่อนทําให้เงินสกุลอื่นแข็งค่าขึ้นทั่วโลกเงินไหลเข้าท่วมประเทศไทย อย่างผิดปกติทั้งเพื่อเก็งกําไรค่าเงิน ซื้อพันธบัตรและตราสารหนี้ รวมทั้งเก็งกําไรในตลาดหุ้น ทําให้ธนาคารชาติและรัฐบาลประสบปัญหาอย่างมากมาย ทําไมรัฐบาลจึงไม่จับเข่าคุยกับ ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ส่งออก ซึ่งกําลังได้รับความเดือดร้อนค่อนข้างมาก หอการค้าสภาอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง และธนาคารชาติ เพื่อแก้ปัญหาอย่างเปึนระบบ แล้วก็แก้ปัญหาให้เปึนไป ในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะในขณะนี้ยังมีปัญหาซ้ําเติมขึ้นก็คือปัญหาความเสียหาย จากน้ําท่วมหรืออุทกภัย ทําให้อาหารการกินแพงขึ้นก็จะมีผลทําให้เกิดเงินเฟัอมากขึ้นไปอีก ก็จะทําให้การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลหรือธนาคารชาติยิ่งยุ่งยากหนักขึ้นไปอีก

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ก็คือปัญหาเรื่องน้ําท่วม เปึนปัญหาเรื้อรัง ของทุกป้แล้วก็สร้างความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในป้นี้ก็เปึนที่ทราบกันดีโดยทั่วไป รัฐบาลก็ทําได้แต่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แล้วพอป้หน้าเกิดปัญหาอย่างนี้อีก ซึ่งก็คงจะ หนักขึ้นอีก ก็คงจะแก้ปัญหาแบบเดียวกัน ตั้งงบประมาณชดเชยผู้เสียหายหรือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบ สิ่งที่ผมเห็นว่าเปึนประโยชน์ก็คือว่าการแสดงออกของน้ําใจคนไทย ในการสมัครสมานสามัคคี ระดมการบริจาคเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้ส่งไปช่วยเหลือผู้ที่ ได้รับผลกระทบนับว่าเปึนสิ่งที่ดี แต่ว่าการออกข่าวว่าน้ําไม่ได้มีมากเกินในหลาย ๆ เขื่อน แต่กลับมีน้ําท่วมมาก ๆ ในหลายพื้นที่ หมายถึงมีการรุกล้ําลําน้ํา มีการสร้างสิ่งก่อสร้าง กีดขวางทางน้ํา และขาดพื้นที่แก้มลิงสําหรับกักเก็บน้ํา ทําไมรัฐบาลจึงไม่มียุทธศาสตร์ ระยะยาวในการแก้ไขและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ทําไมไม่มีวาระแห่งชาติ ในเวลาปกติเพื่อวางยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาที่ถาวรเพื่อลดผลกระทบในป้หน้า และป้ต่อ ๆ ไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณสุนทรี

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรื่องที่อยากจะหารือกับท่านประธาน

เรื่องแรก ก็คือเรื่องที่ตอนนี้ที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉันคงจะไม่เฉพาะที่ จังหวัดชัยภูมิ แต่ต้องรวมไปถึงอีก ๓๐ กว่าจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ําท่วม ดิฉันได้มีโอกาส ออกไปเยี่ยมเยียนพี่น้องในพื้นที่ก็พบว่าตอนนี้ผู้ที่ประสบกับภัยน้ําท่วมเปึนโรคเกี่ยวกับ น้ํากัดเท้าแล้วก็โรคอื่น ๆ อีกมากมาย อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขให้ช่วยดูแลจัดสรรเรื่องยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้อง ที่ประสบในเรื่องน้ําท่วมด้วย ดิฉันเองมีโอกาสไปลุยน้ําแค่ ๓-๔ วัน ก็ยังปรากฏว่ามีผดผื่นขึ้น แต่ชาวบ้านน้ําท่วมมาแล้ว ๑๐ กว่าวัน ประมาณ ๑๐ วันไม่น้อยแล้วยังมีน้ําท่วมขัง และน้ําสูง ประมาณ ๒ เมตร ต้องรบกวนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ช่วยจัดสรรยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ําท่วมเปึนการด่วนด้วย

เรื่องที่สอง ในหลายหมู่บ้านที่มีน้ําท่วมขังประมาณ ๒ เมตร เขาประสบปัญหา เรื่องขาดแคลนห้องน้ํา แล้วก็ขาดแคลนเรือที่จะใช้ในการโดยสารเข้าไปยังหมู่บ้าน ต้องเรียนว่าประชาชน คนธรรมดามีบ้านอยู่ มีสมบัติอยู่ในบ้าน เมื่อน้ําท่วมก็กลัวว่าจะมีผู้ไม่หวังดี ผู้คิดไม่ดี เข้าไปขโมยของอย่างที่เปึนข่าวกันก็ทําให้ไม่กล้าที่จะออกมาอยู่ที่ที่ทางหน่วยงานราชการ จัดให้มาพักพิงได้ เรือจึงเปึนสิ่งที่จําเปึนในการที่จะเข้าไปดูแลทรัพย์สินค่ะ ก็คงต้องฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลจัดสรรในเรื่องห้องน้ําแล้วก็เรื่อง เรือท้องแบน น่าจะจัดหาได้ประจําในทุก อบต. เพราะว่าอย่างที่เห็นประสบกับน้ําท่วมกัน ทุก อบต. เลยค่ะ

เรื่องที่ ๓ ค่ะท่านประธาน ก็คงต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เราเองประเทศไทย ๓๐ กว่าจังหวัดแล้วค่ะ ดิฉันอยากจะขอความกรุณาท่านประธาน ให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยจัดทําเปึนวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําที่ท่วม อย่างปัจจุบันที่เกิดขึ้น ตอนนี้ข่าวว่ามาแถวกรุงเทพฯ แถวจังหวัดปทุมธานีท่วมกัน ๒ เมตรแล้ว แต่ว่างบกลางที่ท่านนายกรัฐมนตรีมีอยู่ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทค่ะท่านประธาน ยังไม่ออกมาเลย ว่าจะไปทําอะไร งบที่อยู่กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดบางครั้งก็ได้ยินมาบอกว่าดึงกลับมา ต้องขออนุมัติที่กระทรวงบ้าง ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าอันไหนเปึนเรื่องที่แน่จริงหรือเปล่า ก็ต้อง ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่ดูแลเกี่ยวกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นให้ช่วยดูแลจัดสรรงบประมาณในการไปแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเปึนเรื่องถนน เรื่องสะพานที่ประสบปัญหาในปัจจุบันด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณภูมิพัฒน์

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยพี่น้องราษฎรทั้ง ๘ หมู่บ้าน ตําบลท่าเรือ อําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ได้ร้องเรียน ถึงการพัฒนาปัญหาความเดือดร้อนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย และเปึนการส่งเสริมอาชีพพัฒนาเปึนแหล่งท่องเที่ยว ทําให้ชุมชนเข้มแข็งตามนโยบาย ของรัฐบาล และแก้ไขปัญหาความยากจน ราษฎรได้ร้องเรียนมาขอให้ก่อสร้างศูนย์โอทอป (OTOP) และสํานักงาน อบต. ท่าเรือ อําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เพื่อจัดแสดงสินค้า ขายผ้าไหมทอมือที่มีความสวยงามอันดับ ๑ ของภาคอีสาน เพราะได้รับพระราชทาน รางวัลชนะเลิศถึง ๒๐ กว่ารางวัล และขอจัดแสดงสินค้าเครื่องดนตรีพื้นเมือง เช่น พิณ แคน โหวด เพราะว่ามีเสียงไพเราะ นักท่องเที่ยวนิยมซื้อเปึนของฝากของที่ระลึก โดยขอให้ ก่อสร้างศูนย์โอทอปและก่อสร้างสํานักงาน อบต. ท่าเรือ อําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม อยู่ที่เดียวกัน และขอให้พัฒนาในหมู่บ้านของตําบลท่าเรือทั้ง ๘ หมู่บ้าน และได้ช่วยแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนดังนี้

๑. ขอก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายบ้านสามแยก ถนนอําเภอนาหว้า ไปบ้านบะหว้า หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ และบ้านท่าเรือหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๘

๒. ขอให้ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กจากบ้านนาซ่อม หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ ไปบ้านสามแยก หมู่ที่ ๖

๓. ขอก่อสร้างประปาหมู่บ้านพร้อมโรงผลิตน้ําดื่มสะอาดดื่มได้ที่บ้านสามแยก หมู่ที่ ๖

๔. ขอขุดลอกหนองเรือ บ้านท่าเรือ หมู่ที่ ๒ ใช้เปึนน้ําเพื่อการเกษตร ได้หลายหมู่บ้าน

๕. ขอก่อสร้างสนามกีฬาประจําหมู่บ้านที่บ้านบะหว้า หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ เพราะต้องใช้ร่วมกัน ๒ หมู่บ้าน เพื่อให้ลูกหลานของเรามีสุขภาพแข็งแรงและห่างไกล ยาเสพติด

๖. เรื่องต่อมาเปึนเรื่องของพี่น้องหมู่ที่ ๕ บ้านนาคํา ตําบลนาคํา อําเภอ ศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ขอโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาส่งน้ําระบบทางท่อ แล้วก็ขอ ขุดลอกหนองสาธารณะชื่อหนองแตน เนื้อที่ ๕ ไร่ ขอขุดลอกหนองบัวใหญ่เนื้อที่ ๘ ไร่

๗. เปึนของกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท พี่น้องหมู่ที่ ๖ ตําบล ดอนเตย อําเภอนาทม จังหวัดนครพนม ขอให้มีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามลําน้ําเมา เพื่อเชื่อมต่อระหว่างตําบลดอนเตยและตําบลหนองซนของอําเภอนาทม จังหวัดนครพนม กราบขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณสุมล สุตะวิริยะวัฒน์

นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ดิฉันขอปรึกษาหารือเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ําซึ่งกําลังเปึนเรื่อง ท็อปฮิต (Top/hit) มาก ๆ ของเมืองไทยในตอนนี้ ปัญหาน้ําท่วม น้ําแล้งของประเทศไทยนั้น ดิฉันว่าเปึนอย่างนี้มาทุกป้เลย เดี๋ยวท่วม เดี๋ยวแล้ง เรียกว่าเปึนปัญหาซ้ําซาก แล้วก็ เปึนเรื่องที่แปลกแต่จริง ไม่ว่ารัฐบาลยุคใดสมัยใดก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นดิฉันว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นเปึนการแก้ทุกสมัยเลย เปึนการแก้เฉพาะหน้า เหมือนกับขายผ้าเอาหน้ารอดไปครั้ง ๆ หนึ่งแล้วพอเลยไปก็ลืม ไม่เกิดเหตุการณ์นั้น ก็ลืมเสียแล้ว แล้วก็เริ่มใหม่เปึนอย่างนี้ซ้ําซาก เพราะฉะนั้นภาวะน้ําท่วมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดิฉันคิดว่ามันเหนือบ่ากว่าแรงที่กรมชลประทานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกรมทรัพยากรน้ําในสังกัดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แม้กระทั่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสังกัดของกระทรวงมหาดไทยที่จะเยียวยาหรือบริหารจัดการ โดยลําพัง เพราะต่างคนต่างทํา ไม่ได้บูรณาการกันเลยมันจึงแก้ปัญหานั้นไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงคิดว่าปัญหาเรื่องน้ําท่วมควรจะกําหนดเปึนวาระแห่งชาติเหมือนที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวกันไปแล้ว โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน และสิ่งที่ดิฉันสงสัยเปึนอย่างยิ่ง ก็คือว่าประเทศไทยเรานี่มีองค์กรระดับชาติสูงสุดในการบริหารจัดการน้ําที่เรียกว่า คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ ซึ่งมีท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เปึนประธาน ท่านทําอะไรบ้างทั้ง ๆ ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาตินั้นมีเรื่องหรือมีภาระหน้าที่ ที่จะต้องกระทํามากมาย เช่น กําหนดนโยบายน้ําแห่งชาติ จัดหา พัฒนา อนุรักษ์ ฟุ๋นฟู ควบคุม กํากับ ประสาน ประเมินผล และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับน้ํา แต่ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อว่านับตั้งแต่ประเทศเราประสบปัญหาน้ําท่วมก็ครึ่งเดือนกว่าแล้วดิฉันว่าอย่างนั้น คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติไม่เห็นทําอะไรเลย ไม่เคยเรียกประชุมเลย ฉะนั้นดิฉัน ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าควรที่จะเริ่มดําเนินการจัดการกับปัญหานี้ อย่างจริงจัง ไม่ใช่พอผ่านไปแล้ว ๑ ป้ก็ลืมแล้วก็เหมือนเดิมอีก ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในวันนี้ใคร่ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนที่ทราบกันดีว่าฤดูนี้เปึนฤดูที่ฝนจะสั่งฟัา ทําให้ถนนหนทาง แถวหมู่บ้านต่าง ๆ ตามชนบท ผมได้เคยกราบเรียนท่านประธานไปหลายครั้งว่าถนน ไม่ว่าจะเปึนตรงอําเภอกู่แก้วไปยังอําเภอไชยวาน อําเภอวังสามหมอ เปึนถนนที่สัญจร ไปมาของพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก ยิ่งหน้าออกพรรษามีงานทอดกฐิน ฉะนั้นพี่น้องสัญจรไปมาได้รับความลําบาก ผมยกตัวอย่างเมื่อวานนี้ผมไปร่วมทําบุญทอดกฐินที่บ้านป์าหวาย ตําบลตาดทอง อําเภอศรีธาตุ พี่น้องประชาชนก็มาบอกว่า ท่าน ส.ส. ดูถนนแล้วช่วยบอกรัฐบาลมาทําให้หน่อย อย่าไปทํา ตรงที่มันดีแล้ว เขาบอกนะครับ ก็เลยจะฝากท่านประธานไป เพราะว่าท่านประธาน เปึนผู้เดียวจริง ๆ ที่สามารถที่จะไปบอกให้รัฐมนตรีหรือรัฐบาลได้ไปแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน

แล้วก็หลายครั้งที่ผมได้นําเรียนเรื่องลุ่มหนองหาน อําเภอกุมภวาป้ ก็ใกล้ วันที่จะแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะนี้ผักตบชวาก็ยังแน่นอยู่ข้างล่างนะครับท่านประธาน

ประเด็นสุดท้ายพี่น้องชาวอําเภอหนองหาน ปู์แก้วได้นําภาพถ่ายอันนี้ มาให้ผมครับเดี๋ยวจะให้ท่านประธานดู บอกว่าศาลาตรงนี้ฝากไปถึงกรมทางหลวงแผ่นดินด้วย ท่านอธิบดีเขาให้ผมมาถามท่านประธานว่ามีปัายพรรคภูมิใจไทยรวมพลังปกปัองสถาบัน ต่อต้านรัฐไทยใหม่ครับ เขาถามว่าถ้าหากพรรคภูมิใจไทยติดได้ พรรคอื่นจะติดได้ไหม ท่านประธาน ศาลานี้เปึนเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ถ้าติดได้เขาก็จะไปติดด้วยนะครับ ฝากท่านด้วย ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณขยัน วิพรหมชัย

นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตนําเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวลําพูน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่อยู่ในเขตลุ่มลําน้ําลี้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เมื่อวันที่ ๒๐-๒๑-๒๒-๒๓ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ ในวิกฤติน้ําท่วม พื้นที่จังหวัดลําพูนครั้งนี้ถือว่าเปึนครั้งที่ ๒ ผมได้รับทราบจากพี่น้องชาวลําพูนบอกว่า ในรอบ ๕๐ ป้ ป้นี้ถือว่าน้ําท่วมหนักและเสียหายค่อนข้างมาก จึงอยากถือโอกาสนําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องว่าควรได้รีบดําเนินการ ช่วยเหลือ สํารวจความเสียหายที่เกิดขึ้น และขอให้ช่วยเหลือตามข้อเท็จจริง โดยเฉพาะ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วม

ซึ่งผมถือโอกาสแยกเปึนประเด็นที่ ๑ ความเสียหายพืชผลการเกษตร นาข้าว สัตว์เลี้ยง บ่อเลี้ยงปลา ซึ่งได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก

ในส่วนที่ ๒ ที่ดินที่ติดลําน้ําลี้ของชาวบ้านซึ่งมีโฉนดเปึนกรรมสิทธิ์ ที่ดิน เหล่านั้นถูกน้ํากัดเซาะแล้วก็เสียหายไป ขณะนี้เหลือแต่โฉนด ที่ดินเหล่านั้นพังทลายไปกับ ลําน้ําลี้

ส่วนที่ ๓ ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งเสียหายจากน้ําท่วม และไม่สามารถ ขนย้ายได้ทัน เพราะน้ํามาในช่วงเวลาค่ําคืน

ในส่วนที่ ๔ ส่วนนี้สําคัญ ขณะนี้ถนน สะพาน ตลิ่ง ในเขต ๔ อําเภอ อันได้แก่ อําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอเวียงหนองล่อง แล้วก็อําเภอป์าซาง ขณะนี้ถนน สะพาน ตลิ่งเสียหายค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตลิ่งกัดเซาะในเขตลุ่มน้ําแม่ลี้ซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ ที่จะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก จึงอยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าขอให้ บูรณาการ ประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ์ายได้ช่วยสํารวจ ประมาณการ แล้วก็ เร่งดําเนินการในการก่อสร้างและช่วยเหลือพี่น้องชาวบ้านโดยด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการเยียวยาพี่น้องชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ อยากฝากรัฐบาลให้ช่วยเหลือ เปึนตัวเงินในรูปของความเสียหายเปึนครัวเรือนหรือว่าเปึนรายบุคคลเหมือนกรณี เกิดเหตุการณ์วิกฤติเผาบ้านเผาเมืองที่กรุงเทพมหานครที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ช่วยเหลือ เปึนครัวเรือนและช่วยเหลือโดยด่วน ฉะนั้นวิกฤติน้ําท่วมครั้งนี้อยากฝากท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่าขอให้สํารวจประเมินความเสียหายและช่วยเหลือเปึนครัวเรือน และช่วยเหลือ ภายใน ๑ เดือนหลังจากนี้ไปครับ เพื่อจะสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องชาวบ้านที่ได้รับ ความเสียหายจากวิกฤติน้ําท่วมครั้งนี้ ถือว่าเปึนครั้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยของเราครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา เชิญ

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ขอประทานกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

ในประการที่ ๑ จากการที่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงเมื่อวานนี้ ท่านประธานครับ กระผมและคณะอนุกรรมาธิการที่รับผิดชอบได้เดินทางไปเกี่ยวกับ น้ําท่วมที่ตําบลบางหัก อําเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกตรวจร่วมกับ ท่านนายอําเภอบางบาล กระผมขอกราบเรียนว่าโคราช โมเดล น่าจะเปึนต้นแบบที่ดี เหมือนกับสวนผึ้ง โมเดล ดังนั้นข้าราชการทุกหมู่เหล่าที่มีหน้าที่ในการปัองกันปราบปราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรป์าไม้ขอได้อย่าไปรับเลยครับผลประโยชน์ ให้จับอย่างเดียว

ในประการที่ ๒ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากผมเปึนนักเรียนจ่าทหารเรือ รุ่น ๐๗ ได้อ่านข่าวแล้วสุดปราบปลื้มครับ ยินดีอย่างยิ่ง กองทัพเรือไทยจับโจรสลัดโซมาเลีย ที่มหาสมุทรอินเดียครับ ได้มีชายฉกรรจ์ผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมเยี่ยงโจรสลัด จึงได้จับกุม ส่งรัฐบาลท้องถิ่นที่โซมาเลีย ก็ขออนุญาตชื่นชมยินดีกับท่าน ผบ.ทร. ซึ่งท่านบริหาร งบประมาณภายใต้จํากัดไม่ได้บ่นเหมือนกับเหล่ากองทัพอื่นเลย ดังนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ต้องให้การสนับสนุน โดยเฉพาะเครื่องบิน ซีแอล ๔๑๕ (CL415) ซึ่งมาเลเซียมีใช้แล้ว ๒ ลํา แต่ของเรานี่โบราณใช้มา ๓๐ กว่าป้ ดังนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขอได้ให้การสนับสนุนด้วย

ในประการต่อมา ท่านประธาน ผมเองเปึนสมาชิกรัฐสภาคนเดียวคนแรก ภายใน ๓ ป้ที่เดินทางไปที่อําเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ท่านประธานครับ ท่านนายอําเภอ เกาะกูดได้บอกกับผมจากการบรรยายสรุปบอกว่าท่านได้มีการจับกุมร่วมกับฝ์ายตํารวจ และผู้ที่เกี่ยวข้องในการปัองกัน ถูกข่มขู่ครับท่านประธาน ผมเลยบอกข่มขู่ไม่เปึนอะไร ให้ใส่ชื่อ พันตํารวจเอก สนธยาไปด้วย

ในประการสุดท้ายครับ ผมจะไปที่จังหวัดอุบลราชธานีไปที่ถิ่นเก่าที่อําเภอ โพธิ์ไทรและอําเภอนาตาลได้มีการจับกุมยาบ้าซึ่งมาจากเขมราฐได้ ๒,๐๐๐ กว่าเม็ด นี่ล่อซื้อนะครับทุนน้อย โดยการขยายผลจากอําเภอตระการพืชผลจับได้ ๖๐ กว่าเม็ด ดังนั้นก็ขออนุญาตชื่นชมทางผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค ๓ และตํารวจของภูธรจังหวัด อุบลราชธานี หน่วยสืบสวนท่านได้ทําหน้าที่เพื่อให้หน้าที่สมบูรณ์ นี่เปึนกรณีการจับยาบ้า เพียงนิดเดียวนะครับ ขอชื่นชม กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณสถาพร มณีรัตน์

นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สืบเนื่องมาจากวิกฤตการณ์น้ําทั่วประเทศรวมทั้งพี่น้องประชาชน ในเขตภาคเหนือโดยเฉพาะที่จังหวัดลําพูนในวันที่ ๒๑-๒๓ ตุลาคมนั้น ผมขออนุญาต นําเรียนท่านประธานรัฐสภาได้โปรดนําข้อมูลของกระผมไปเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และช่วยตรวจสอบให้ด้วยว่าในการวิกฤติน้ําครั้งนี้ในส่วนของจังหวัดลําพูนนั้น น่าจะมี สาเหตุมาจากกรณีที่ระบายน้ําไม่ทัน เนื่องจากว่าขณะนี้มีงบประมาณในการขุดลอกลําน้ําลี้ ซึ่งเปึนจัดสรรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อขุดลอกลําน้ําลี้นั้นลําพังขุดลอกไม่เปึนอะไร แต่การขุดลอกท่านไม่ได้ไปทําประชาคม ประชามติของพี่น้องประชาชนใน ๒ ฝัืงลําน้ําลี้ ทําให้การขุดลอกนั้นได้ลอกเอาต้นตะขบ ต้นไผ่ ต้นอ้อ ซึ่งเปึนรากหญ้าในการเกาะเกี่ยว ไม่ให้ตลิ่งพังไปด้วย นี่ก็เปึนสาเหตุประการหนึ่ง จึงอยากนําเรียนท่านประธานรัฐสภา ได้แจ้งไปทาง สตง. และองค์การ อปท. ในการที่จะให้ระงับการขุดลอกลําน้ําลี้

ส่วนที่ ๒ เรื่องของการที่ให้มีการช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยน้ําท่วม อย่างเร่งด่วน น้ําท่วมในรอบนี้นั้นท่วมทั้งหมด ๓-๔ อําเภอครับท่านประธาน ประกอบไปด้วย อําเภอทุ่งหัวช้าง อําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอเวียงหนองล่อง และอําเภอป์าซางบางส่วน เพราะวันนี้น้ําท่วม ๑ สัปดาห์แล้วนั้นปรากฏว่ายังไม่มีหน่วยงานที่ไปบูรณาการร่วมกัน ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดลําพูน

ส่วนที่ ๓ ครับท่านประธานที่เคารพ กระผมอยากจะให้กระทรวงคมนาคม ช่วยตรวจสอบแบบคอสะพาน ซึ่งวันนี้ทางภาษาเทคนิคเรียกว่าหูช้าง ปรากฏว่าคอสะพาน ที่น้ําพัดพังหูช้างนั้นสั้นมากครับท่านประธาน บางคอสะพานหูช้างยาวแค่ ๑ เมตร ยื่นออกมา บางคอสะพานไม่ถึง ๑ เมตรครับ เมื่อน้ําเซาะกัดกร่อนก็พัดเอาดินที่คอสะพานไปไม่ถึง ก็ทําให้คอสะพานขาด ไม่ใช่ตัวสะพานขาดนะครับ คอสะพานขาด ผมไปตรวจสอบร่วมกับ พี่น้องประชาชนซึ่งเปึนภูมิปัญญาชาวบ้านบอกว่ามันออกแบบผิดประเภท ก็หมายความว่า หูช้างของสะพานนั้นออกแบบสั้นกระจิดริดนิดเดียว ทนแรงดันน้ําไม่ไหวทําให้คอสะพานขาด ไม่ใช่ตัวสะพานขาด ก็อยากนําเรียนท่านประธานรัฐสภาได้โปรดส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการออกแบบและเร่งรัดช่วยพี่น้องประชาชนด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณสุกิจ อัถโถปกรณ์

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ออกจากเรื่องน้ําท่วมบ้างนะครับ เพื่อความหลากหลาย ผมขอเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกระทรวงมหาดไทยนะครับ เนื่องจากว่าคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง มีความประสงค์ขอใช้พื้นที่ สาธารณประโยชน์บริเวณบ้านคลองสน ตําบลบ่อหิน อําเภอสิเกา จังหวัดตรัง ซึ่งมีเนื้อที่ ประมาณ ๓๐๐ ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์คือเพื่อรองรับการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรทางทะเล นอกจากนั้นยังจะเปึนศูนย์กลางการนําภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยปราชญ์ชาวบ้านและผู้สูงอายุในชุมชนไปสู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเพื่อ การปลูกจิตสํานึกด้านการอนุรักษ์แก่เด็กและเยาวชน ผมเชื่อว่าถ้าทางกระทรวงมหาดไทย ได้อนุญาตให้ทางมหาวิทยาลัยได้เข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าวนี้ นอกจากจะเกิดประโยชน์สูงสุด ในด้านการศึกษาแล้วก็ยังจะเปึนการปกปัองพื้นที่บริเวณนั้นซึ่งตอนนี้ก็ยังเปึนธรรมชาติ ที่สมบูรณ์แล้วก็เปึนการปัองกันการบุกรุกของเอกชนด้วย จึงขอเรียนหารือมายังท่านประธาน เพื่อเร่งให้โครงการนี้สําเร็จลุล่วงไปโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมานี้การประสานงานตามขั้นตอน ต่าง ๆ นี้เปึนไปโดยช้ามากนะครับ ก็จบเรื่องหารือแค่นี้ แต่สงสัยนิดหนึ่งว่าทําไมวันนี้ ท่านประธานใจดีให้ตั้ง ๓ นาที ทําให้คนได้พูดน้อยลงนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณหมอว่าอย่างไรนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผมสงสัยว่า ทําไมวันนี้ท่านประธานให้ตั้ง ๓ นาทีครับ ในเมื่อมีผู้ประสงค์จะหารือตั้งมากมาย ทําให้คน ได้พูดน้อยลงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านต้องเข้าใจว่าวันนี้เรามีเรื่องสําคัญ ๗ เรื่องด้วยกันครับ แล้วนี่กระผมก็พยายาม ความจริงไม่ถึงท่านเสียด้วยซ้ํา แต่ท่านขยัน พูดบ่อยผมก็เลยต้องให้พูด เชิญท่านประวัติ ทองสมบูรณ์ ครับ

นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา มหาสารคาม

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมใคร่ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็คงจะเกี่ยวกับ เรื่องปัญหาอุทกภัยน้ําท่วม ถึงแม้ว่าจังหวัดมหาสารคามของกระผมจะไม่หนักเหมือน ทางภาคกลาง หรือทางจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิก็ตามนะครับ แต่ขณะนี้ น้ําในแม่น้ําชีกําลังไหลลงมาซึ่งก็ปริ่ม ๆ ริมฝัืงแม่น้ําชี กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลนะครับ คือการที่จะหามาตรการ ในการปัองกันและแก้ไข เพราะว่าผมเห็นปัญหาอย่างนี้มาหลายสิบป้แล้ว จากที่ผ่านมา ผมก็ได้ลงไปพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชนนะครับ พื้นที่ที่ได้สร้างพนังกั้นลําน้ําชีตรงที่ เปึนถนนเลียบริมฝัืง ตรงนั้นก็จะไม่เกิดอุทกภัยแต่ในหลายช่วงที่เปึนที่ลุ่มแล้วไม่ได้มี การสร้างพนังน้ําจะท่วมอยู่ตลอด ประชาชนตรงนั้นก็ได้ร้องเรียนผ่านไปยังรัฐบาล ผ่านไปยัง หน่วยงาน ข้าราชการต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ด้วยข้อจํากัดในเรื่องของการจัดงบประมาณ ส่วนใหญ่ก็จะเอาไปทําอย่างอื่น ตรงนี้เปึนเรื่องที่น่าเสียดายนะครับ กระผมในฐานะที่เปึน คณะกรรมาธิการวิสามัญหามาตรการปัองกันและแก้ไขปัญหาพื้นที่เกษตรและชุมชนประสบ ภัยธรรมชาติ เราได้เสนอให้กับทางท่านนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ช่วงต้นป้ที่ผ่านมา ประมาณ ช่วงเดือนมีนาคมได้ ที่สภาโดยคณะเราได้ไปพบท่านแล้วได้มอบหนังสือที่เราได้ศึกษา ณ วันนี้เราต้องยอมรับแล้วว่าปัญหาอุทกภัยที่มันเกิดอย่างรุนแรงเพราะว่าด้วยปัญหาต่าง ๆ มากมายก็คงจะเปึนที่ทราบกัน จากที่มนุษย์เราไปตัดไม้ทําลายป์า ไปสร้างถนนหนทาง ไปกีดขวางเส้นทางน้ํา ตรงนี้ผมก็อยากจะกราบเรียนรัฐบาลว่าให้หามาตรการที่จะแก้ไข ปัญหาอย่างจริงจังเสียที ถ้าหากว่าท่านแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปแต่ละป้ ๆ ป้หน้าก็ต้อง มาพูดเรื่องแก้ปัญหาน้ําท่วมอีก ผมว่า ณ วันนี้มันเปึนบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่อุทกภัยสร้าง ความสูญเสีย เสียหาย ไม่ว่าพื้นที่ในชุมชนและพื้นที่การเกษตร และนับวันจะหนักหนาสากรรจ์ ขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ให้สร้างพนังกั้นน้ํา ริมน้ําชีตั้งแต่อําเภอเชียงยืน อําเภอโกสุมพิสัย อําเภอเมือง อําเภอกันทรวิชัยลงไปทาง จังหวัดร้อยเอ็ด ตรงไหนที่จะเกิดปัญหาน้ําท่วมที่เปึนที่ลุ่มก็ทําพนัง ทําประตูระบายน้ํา ทําแก้มลิง ซึ่งมันมีการสํารวจในพื้นที่โดยกรมชลประทานก็ดี หรือกรมทรัพยากรน้ํานี่ เขาก็พร้อมที่จะดําเนินการ ถ้าหากว่ารัฐบาลได้ให้ความสําคัญที่จะจัดสรรเงินงบประมาณ ต่าง ๆ เหล่านี้ลงไปแก้ปัญหาให้ตรงจุด ตรงปัญหา ที่มันเกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมขออีก ๓ ท่านเท่านั้นนะครับ เพราะว่าเสียเวลามามาก คือท่านนิยม ท่านสุธรรม ท่านสุพจน์ เชิญท่านนิยม เร็วหน่อย ก็แล้วกันครับ

นายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎร

(นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีอะไรคุณวรศุลี เขากําลัง

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน วรศุลี ดิฉันได้ยื่นขอหารือตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วจนถึงอาทิตย์นี้ ทีนี้ท่าน บอกว่าเมื่อสักครู่ท่านอ่านแค่ ๓ คนเท่านั้นเองนะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็หารืออย่างเดียว กฎหมายไม่ต้องออก

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

ขอหารือค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ค่อยหารือผมโดยเฉพาะก็แล้วกันครับ ไม่เปึนไร

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

ท่านประธานคะ มันเปึนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวดิฉันเองนะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พอก่อน ๆ ให้เขาพูดก่อน เสียเวลา เชิญนั่งลงครับ นั่งลงครับ เชิญคุณนิยม

นายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียงหลายจังหวัด ที่ประสบ ภัยพิบัติน้ําท่วม ผมก็ได้ไปเยี่ยมตามที่ราษฎรร้องเรียน แล้วปรากฏว่าท่วมเสียหายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอําเภอลําสนธิมีคนตาย ๒ คน แล้วก็มีสุนัขคู่ใจเขาก็ตายไปด้วย รถก็ตกลงไปในน้ําแล้วก็ชํารุดเสียหายมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ป้นี้ผมก็อายุ ๘๐ ป้แล้ว ไม่เคยเห็นน้ําท่วมมากเท่าป้นี้เลยครับ เพราะป้นี้ท่วมทั่วไปหมดเพราะฉะนั้นก็จะต้อง ขอความกรุณากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นถนนได้ชํารุด เสียหายมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนของ อบต. และทางหลวงชนบท แล้วก็มีหลายส่วน ที่ยังลาดยางไม่เชื่อมถึง คราวนี้ถ้าไปซ่อมก็ขอให้ลาดยางให้เชื่อมกันด้วยครับ

แล้วข้อที่ ๒ ก็คือแม่น้ําป์าสักเมื่อก่อนนี้ลําแม่น้ํามันกว้างครับ เดี๋ยวนี้ เขาทําการถมดินเข้าไปก่อสร้างอาคารบ้าง แล้วก็ทําทางเชื่อมบ้างอะไรบ้างก็แคบลง ที่เคยบรรจุน้ําก็หายไปจํานวนมาก เพราะฉะนั้นทําให้น้ํามากขึ้นกว่าปกติทั้ง ๆ ที่ปริมาณฝน ก็มากอยู่แล้ว

แล้วเรื่องราคาอ้อยป้นี้อ้อยก็ได้ราคายังไม่สมดุลกับราคาต่างประเทศ ต่างประเทศนี่ผมไปบางประเทศน้ําตาลกิโลกรัมละตั้ง ๗๐-๘๐ บาท บ้านเราคือกิโลกรัมละ ๑๐ กว่าบาท แต่ว่าขายปลีกจริง ๆ ก็ไม่ใช่อยู่ในราคานั้นก็ขายกันตั้ง ๒๘-๒๙ บาท บางแห่งก็ถึง ๓๐ บาท เพราะฉะนั้นขอให้ป้นี้ได้ตันละ ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็บวกความหวาน ให้ด้วยนะครับ

ข้อ ๔ ก็เรื่องข้าวเปลือกครับ ป้นี้ข้าวเปลือกราคาจะตกต่ํามาก เพราะว่า ข้าวเสียหายจากการที่น้ําท่วม

ส่วนถนนหนทางที่ชํารุดนั้นของ อบต. ก็อยากจะให้กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นได้เร่งรัดเพื่อช่วยเหลือในปัจจุบันนี้ เพราะว่าหลังจากที่มีน้ําท่วมน้ําลด แล้วก็จะเกิด ภัยพิบัติตามมาก็คือเจ็บปวดป์วยไข้กัน มีโรคติดตามมาจากภัยพิบัติทางน้ํานําพามา เปึนพาหนะ ท่านประธานครับ

ข้อ ๕ ก็ขอให้ช่วยพัฒนาโรงพยาบาลชัยบาดาลจากโรงพยาบาลปัจจุบันนี้ ก็มีอยู่ ๙–๑๐ เตียงขอเปึน ๓๒๐ เตียง

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

หมดเวลาแล้วครับ

นายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

เพราะฉะนั้น ผมขอความกรุณาส่งเปึนหนังสือเลยครับเพราะยังมีหลายเรื่อง กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไป นาวาตรี สุธรรม ระหงส์ครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ในนามของสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องปัญหาอุทกภัยนี่แหละครับ ท่านประธานครับ เปึน ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องการเยียวยาผู้ประสบภัยดังกล่าว ทราบว่าวันนี้ ครม. จะมีมติในการพิจารณาหลักเกณฑ์การเยียวยาการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ โดยกรมบัญชีกลางได้กําหนดพื้นที่ที่จะให้การชดเชยนั้นเปึน ๒ ส่วน คือพื้นที่น้ําท่วมฉับพลัน กับพื้นที่น้ําท่วมขัง ซึ่งจะชดเชยแตกต่างกันไป ผมขออนุญาตเสนอความคิดเห็นว่า ครม. น่าจะใช้ปัจจัยความเสียหายข้อเท็จจริงที่พี่น้องประชาชนประสบว่าพี่น้องประชาชนนั้น ประสบความเสียหายมากน้อยเพียงใดมาเปึนปัจจัยในการพิจารณาเปึนแกนหลัก ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือในการพิจารณาให้การชดเชยเยียวยากับพี่น้องประชาชนด้วย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสมุทรสาครท่านประธานครับ เหมือนกับว่าของจังหวัดเรา ก็ถูกทอดทิ้งเหมือนกัน เพราะว่าจังหวัดสมุทรสาครนั้นท่วมในครั้งแรก ๆ ครับ พร้อมกับ จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรีนั่นแหละ คราวนั้นท่วมใน ๓ อําเภอของจังหวัดสมุทรสาคร เนื่องจากฝนตกหนัก แล้วก็น้ําในคลองภาษีเจริญระบายไม่ทันเปึนแอ่งกระทะ โดยเฉพาะ อยู่ในเขตอําเภอกระทุ่มแบน ทุกตําบลตั้งแต่ตําบลอ้อมน้อย ตําบลสวนหลวง ตําบลท่าไม้ ตําบลคลองมะเดื่อ ตําบลแคราย ตําบลดอนเจดีย์ ตําบลท่าเสา อันนี้ของอําเภอกระทุ่มแบน อําเภอเมืองก็มี ตําบลนาดี ตําบลวังน้ําจืด ตําบลท่าทราย ตําบลคอกกระบือ และในส่วน ของอําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาครบางส่วนก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก อันนี้ก็ฝาก ผู้เกี่ยวข้องในเรื่องการเยียวยาให้ตรงกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ

ในประเด็นต่อมาก็คือ การปัองกันนะครับ ผมทราบจากสื่อมวลชนว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ใช้ชื่อย่อว่า ศชอ. แล้วเมื่อวานมีการประชุมกัน ศชอ. ก็ตั้งกรรมการมาดูแลพื้นที่ในพื้นที่เสี่ยงที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะในลุ่มน้ําชี ลุ่มน้ํามูล แล้วก็แม่น้ําเจ้าพระยา ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่ว่า ขออนุญาตเพิ่มเติมว่าในลุ่มน้ําท่าจีนครับ โดยเฉพาะแม่น้ําท่าจีนตอนล่างผ่านจังหวัด สมุทรสาคร แล้วก็จังหวัดนครปฐมบางส่วน อันนี้ก็ประสบปัญหาน้ําท่วมทุกป้ ป้นี้จะยิ่งมาก เพราะว่าผันน้ําจากแม่น้ําเจ้าพระยาออกมาและ กทม. ก็ผันน้ําไปทางกรุงเทพฯ ฝัืงตะวันตก ทําให้จังหวัดสมุทรสาครและแม่น้ําท่าจีนรับน้ําในส่วนนี้อย่างมากพี่น้องประชาชนก็ประสบ ปัญหาเกินความสามารถของพื้นที่ ทั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ทุกส่วนลงไปช่วยกัน แต่ผม คิดว่าถ้าส่วนกลางได้ลงไปช่วยตั้งกรรมการไปกํากับดูแลอย่างใกล้ชิดจะช่วยคลี่คลายปัญหา ให้ดีขึ้น ผมฝากประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุพจน์ โพธิ์ทองคํา ครับ

นายสุพจน์ โพธิ์ทองคํา สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุพจน์ โพธิ์ทองคํา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อวานนี้ ผมได้ร่วมกับคณะของวุฒิสภาโดยการนําของท่านดอกเตอร์ทัศนา บุญทอง ได้นําขบวน ของการนําสิ่งของไปช่วยผู้ประสบภัยที่อําเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ก็คิดว่าชาวบ้าน ในแถบนั้นได้รับการช่วยเหลือจากบางส่วนพอสมควรแล้ว แต่ความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชน เขาได้ปรารภให้ท่านรองแล้วก็คณะไปนั้นบอกว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการที่รัฐบาลไม่ตัดสินใจ สักครั้งหนึ่ง หลายรัฐบาลมาแล้ว โครงการเขื่อนโป์งขุนเพชร ที่อําเภอหนองบัวระเหวนั้น ได้เริ่มมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ ปัจจุบันนั้นก็เปึนเวลาหลาย ๆ ป้มาแล้ว เมื่อครั้งผมเปึนผู้ว่าราชการ จังหวัดที่ชัยภูมิเมื่อป้ ๒๕๔๒ นะครับ ก็ได้เริ่มผลักดันโครงการนี้อยู่ แต่ว่าเนื่องจากมีกลุ่ม ของเอ็นจีโอ (NGO) บางส่วนที่ต่อต้านการสร้างเขื่อนนั้นมาทําให้โครงการไม่สามารถ จะเกิดได้ รัฐบาลก็แก้ปัญหาไปโดยไม่อยากทะเลาะกับเอ็นจีโอ ขณะนี้ชาวจังหวัดชัยภูมินั้น เขาบ่นมากนะครับว่าเอ็นจีโอที่มาต่อต้านการสร้างเขื่อนโป์งขุนเพชรนั้นส่วนใหญ่มาจาก จังหวัดอื่นครับ แต่ว่าพอความเดือดร้อนที่เกิดนั้น มันเกิดแก่ชาวจังหวัดชัยภูมิ ผมคิดว่า รัฐบาลปัจจุบันโดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นั้น ท่านควรจะต้องตัดสินใจที่ให้มันแน่นอนนะครับว่าคนส่วนใหญ่ของพื้นที่ ผมเชื่อว่าทุกจังหวัดในใกล้เคียงนั้นจะได้รับผลกระทบ ถ้าหากเรามีเขื่อนโป์งขุนเพชร นอกจากจังหวัดชัยภูมิจะเดือดร้อนน้อยแล้วมันก็จะรวมลงไป ใต้ลงไป จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม ก็จะช่วยเปึนอย่างยิ่งนะครับ ก็คิดว่าโครงการนี้เปึนโครงการ ที่มีความสําคัญ ได้มีการศึกษาออกแบบมาพอสมควรแล้ว ก็ขอความกรุณารัฐบาล ได้ช่วยผลักดันการที่กลุ่มคนบางกลุ่มที่มาจากที่อื่นแล้วมาต่อต้านการสร้างเขื่อนนั้น เปึนผลร้ายต่อชาวจังหวัดชัยภูมินะครับ ก็ขอความกรุณารัฐบาลได้พิจารณาเรื่องนี้ เปึนการด่วน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมต้องขออภัยอีก ๒๕ ท่านนะครับ ที่ไม่ได้ปรึกษาหารือ เพราะว่าเรากินเวลามาเกือบร่วมชั่วโมงนะครับ ก็ขอความกรุณานะครับ ๒๕ ท่าน มีรายชื่อดังต่อไปนี้นะครับ ต้องประทานอภัยด้วย คือท่านพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ท่านวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านสามารถ พิริยะปัญญาพร ท่านบรรพต ต้นธีรวงศ์ ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ท่านประสาร มฤคพิทักษ์ ท่านประสงค์ นุรักษ์ พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ พลตํารวจตรี เกริก กัลยาณมิตร ท่านพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ ท่านชลิต แก้วจินดา แล้วก็ท่านเอี่ยม ทองใจสด ท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ท่านมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านอนุศักดิ์ คงมาลัย ท่านนฤมล ศิริวัฒน์ ต้องประทานอภัย เนื่องจากเวลาจํากัด

ผมขอเข้าสู่ระเบียบวาระครับ ขณะนี้ผู้เข้าเซ็นชื่อทั้งหมด ๓๘๔ ท่าน ครบองค์ประชุม กระผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนี้นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมมธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

ต่อไปเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ร่างกรอบ การเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ สาธารณรัฐประชาชนจีน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) โดยเปึนการพิจารณาต่อจาก การประชุมคราวที่แล้ว

จากการประชุมเมื่อคราวที่แล้ว การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้พิจารณา กรอบการเจรจาฉบับนี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้แถลงเหตุผลเมื่อสมาชิก ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นจนได้เวลาพอสมควรแล้ว ประธานที่ประชุมคือผมเองนะครับ ได้ขอป่ดการอภิปรายและเลื่อนการตอบชี้แจงและลงลงมติมาดําเนินการต่อในวันนี้ ดังนั้น ผมขอดําเนินการต่อ เชิญรัฐมนตรีชี้แจง

(นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ไม่แล้ว เข้าระเบียบวาระแล้วครับ ผมทราบ คราวหน้าผมจะจัดการ เชิญรัฐมนตรีชี้แจงครับ พอหรือยัง ได้ระบายพอแล้ว เข้าใจแล้ว นั่งลงเถอะ บอกว่านั่งลง ประธานบอกให้นั่งลง ถ้าท่านไม่นั่งลงผมจะใช้ข้อบังคับ ฉะนั้นเชิญนั่งลง นั่งลง บอกว่าให้นั่งลง ดื้อ คนดื้อที่สุดคือคุณวรศุลี ไม่นั่งลง ผมจะปฏิบัติตาม ข้อบังคับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ให้นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ นั่งลง แต่นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ไม่ปฏิบัติตาม นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา จึงได้ยืนขึ้น)

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องกราบขอบคุณท่านประธานรัฐสภาที่กรุณาได้เลื่อนการชี้แจงมาเปึนวันนี้ เพราะตลอด ระยะเวลาที่รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณากรอบการเจรจาความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ๙ ชั่วโมงที่ผ่านมานั้น กระผมขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาว่า ประเด็นที่ตลอดระยะเวลา ๙ ชั่วโมงที่กระผมนั่งฟังท่านสมาชิกได้อภิปรายนั้นมีประโยชน์ ต่อรัฐบาลที่จะไปดําเนินการเปึนอย่างยิ่ง ประเด็นที่รวบรวมประเด็นใหญ่ ๆ มีอยู่ ๓ เรื่อง ที่กระผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้

ประเด็นแรกนะครับ ก็คือประเด็นเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ ผมก็กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม มีอยู่ ๒ นัย

นัยที่ ๑ เขียนไว้ว่าการดําเนินการที่จะไปดําเนินการทําหนังสือสัญญา กับนานาประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและรับฟัง ความคิดเห็นและต้องชี้แจงต่อรัฐสภา ในหนังสือสัญญานั้น อันนี้คือนัยที่ ๑

นัยที่ ๒ ในการที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอกรอบเจรจาต้องขอความเห็นชอบ ฉะนั้นในวรรคสามทําอยู่ ๒ เรื่องที่ต้องเสนอประธาน

เรื่องแรกเขาเขียนย้อนไปว่าก่อนที่จะไปเจรจาต้องเอากรอบมาขอความเห็นชอบ ต่อรัฐสภาแห่งนี้ วันนี้กระผมเองก็ได้นําเรื่องเข้าต่อ ครม. ครม. ก็อนุมัติให้นํากรอบนี้มาเสนอ ต่อรัฐสภา ประเด็นที่จะต้องเจรจาก็คือมาบอกหัวข้อว่าจะต้องไปเจรจากับใคร เจรจา เรื่องอะไร หัวข้ออะไร ฉะนั้นก็กราบเรียนว่าวันนี้การเจรจาขั้นแรกจะไม่มีผลผูกมัดต่อรัฐสภา หรือต่อประเทศแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าเอาไปเจรจาในหัวข้อกับใครอย่างไร ในหัวข้ออะไร ฉะนั้นวันนี้ทั้งหมดถ้ารัฐสภาแห่งนี้ได้อนุมัติให้กระทรวงคมนาคมไปเจรจา ก็จะได้เจรจาตามรายละเอียดที่กระทรวงถือไว้ ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่า การเจรจาจะต้องมีรายละเอียดซึ่งเปึนความลับบางเรื่องจะต้องไปพูดกันในโต๊ะเจรจา ฉะนั้นผมก็กราบเรียนรัฐสภาแห่งนี้ว่าประเด็นที่มีการบอกว่าเราเอาเอกสารแผ่นเดียว มาของบประมาณครับ มาผูกพันกับงบประมาณของรัฐสภา ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมกราบเรียนนะครับว่าการเจรจาครั้งนี้จะไม่มีตัวเลขงบประมาณแต่อย่างใด การเจรจา ก็อย่างที่กระทรวงได้เสนอไปก็คือวัตถุประสงค์ของการเจรจา เปัาหมายของการเจรจา สาระเส้นทาง ก็อย่างที่ระบุในที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาแล้ว ฉะนั้นที่มีการพูดว่า งบประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง เพียงแต่ข้อมูลประกอบที่ผมให้ต่อรัฐสภา ที่ให้ สนข. ยื่นมา เปึนข้อมูลที่เอาหน่วยกิโลเมตรไปคูณกับจํานวนเส้นทาง ก็เหมือนว่า วันนี้เราจะไปเจรจาใช้งบประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เข้าใจความกังวลของ ท่านสมาชิกรัฐสภาว่าถ้าเอาเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปเอาเงินที่ไหน จะกู้กับใคร อะไร เหมือนว่าเราจะไปเจรจาผูกพันการกู้เงิน จริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เพราะว่าการเจรจาครั้งนี้จะไม่มีรูปแบบการไปใช้งบประมาณ แต่จะไปเอารายละเอียดว่า เส้นทางไหนเราจะรวมทุนร่วมกัน เกิดประโยชน์สูงสุดหรือไม่ จะรวมทุนกันอย่างไร ฉะนั้น การเจรจาร่วมทุนก็เหมือนจีทูจี (G to G) ทีนี้ในรายละเอียดที่จะไปเจรจาว่าเส้นทางไหน เกิดจะใช้ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศครับ หรือจะไม่ใช้ หรือจะใช้แนวใหม่ ฉะนั้น จึงไม่เกี่ยวกับเรื่อง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่า ไม่เกี่ยวกับงบประมาณ หลังจากเจรจาเสร็จแล้วประเด็นนี้ละครับที่จะต้องมานํากราบเรียน ต่อท่านในรายละเอียดต่อรัฐสภาทั้งหมดว่าผู้แทนการไปเจรจาครั้งนี้เปึนประโยชน์ ต่อประเทศไทยหรือไม่ ฉะนั้นขั้นตอนที่ ๒ ที่จะนํากลับมาเข้าสู่รัฐสภาจะต้องนํารายละเอียด ทั้งหมดที่ไปเจรจาได้รายละเอียดอะไรมาเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบในการ ที่จะไปเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ต่อกัน ฉะนั้นถ้ารัฐสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบไปเจรจา แล้วก็จะเอาความทั้งหมดที่เจรจาได้มากราบเรียนต่อท่านประธาน ต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่า สมควรที่จะต้องไปเซ็นเอ็มโอยูในการดําเนินการต่อกันหรือไม่ ถ้ารัฐสภานี้เห็นชอบเราก็ได้ ไปเซ็นเอ็มโอยู ถ้ารัฐสภานี้ไม่เห็นชอบ หลังจากเจรจามาแล้วบอกว่าคนไปเจรจาเสียเปรียบ รัฐสภาแห่งนี้ก็ไม่จําเปึนจะต้องอนุญาต ก็ไม่มีผลผูกพันกับรัฐบาลแต่อย่างใด ฉะนั้น ผมขอกราบเรียนนะครับ หลังจากที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วก่อนที่จะมีผลผูกพันต้อง ไปแสดงรายละเอียดให้ประชาชนรู้ในหนังสือสัญญานั้น ฉะนั้นผมขอกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาว่าประเด็นทั้งหลายทั้งปวงเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ เราได้ดําเนินการถูกต้อง ในอดีตซึ่งเปึนปัญหาว่าเราไปเจรจาก่อนแล้วก็ไม่มาแจ้งรัฐสภา ก็จะเปึนปัญหาอย่างที่ผ่าน ๆ มา ฉะนั้นเพื่อให้ครบถ้วนกระบวนความ รัฐบาลชุดนี้ก็ได้เอากรอบการเจรจาเข้าสู่รัฐสภา เมื่อเข้าสู่รัฐสภาไปเจรจาแล้วรายละเอียดอย่างไรแล้วจึงมาเรียนต่อสภาอีกครั้งหนึ่ง ผมขอกราบเรียนย้ํานะครับ

ส่วนประเด็นที่บอกว่าทําไมถึงเปึนเกณฑ์ ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน และท่านสมาชิกรัฐสภาว่าในที่ผ่านมาไม่มีนายกรัฐมนตรีหรือไม่มีใครได้ไปเจรจาเรื่องนี้ ถ้าไปเจรจาแสดงว่าท่านทําผิดรัฐธรรมนูญ แต่ว่าการเยือนของผู้นําระหว่างประเทศ ไม่ว่า จะเปึนนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเปึนรองนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเปึนรัฐมนตรีก็มีการหารือ การพัฒนาร่วมกัน ฉะนั้นประเทศจีนเขาลงทุน เขาเซ็นเอ็มโอยูกับประเทศลาวแล้วที่จะทํา รถไฟความเร็วสูงมายังประเทศลาวนะครับ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือนเมื่อ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพไปเยือน เมื่อผมไปเยือนประเทศจีน ก็มีการเชิญชวน การลงทุนร่วมกัน จึงนํามาสู่กรอบการเจรจาคราวนี้ ฉะนั้นประเด็นที่ท่านติดใจว่าทําไมไม่เอาประเทศอื่น ผมขอกราบเรียนว่าถ้าเอาประเทศอื่นมีข้อเสนอแนะดี ๆ ที่จะลงทุนร่วมกับประเทศไทย เราก็จะเอากรอบเจรจาเหล่านี้มาขอเจรจาเหมือนกับประเทศจีน ฉะนั้นจึงไม่ได้ผูกมัดว่า เราจะเอาเฉพาะจีนอย่างเดียว ผมขอกราบเรียนว่าประเด็นที่ต้องเปึนจีนเพราะว่า การเยือนแต่ละครั้งที่ได้ปรึกษาหารือกัน และเราก็เชื่อว่าสิ่งที่จีนทํายังประเทศลาวแล้ว เมื่อทํามาสู่ประเทศไทย ประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์สูงสุดเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ผมขอกราบเรียนว่าจึงไม่ได้ผูกมัด

ส่วนที่ท่านเปึนห่วงอีกเรื่องหนึ่งว่าเจรจากับจีนแล้ว ไม่ว่าเงินลงทุน ผมแยก อย่างนี้ สมมุติว่าเจรจาร่วมกันได้แล้วว่าเราจะพัฒนารถไฟร่วมกันระหว่าง ๒ ประเทศนี่ การจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้าง การลงทุนงบประมาณต่าง ๆ ไม่ได้ผูกพัน ต้องมีการแข่งขัน อย่างสมบูรณ์เหมือนท่านสมาชิกที่ถามผมว่าจะมีการแข่งขันกันไหม หรือไปเอาจีน มาทํางาน หรือจะเอาเงินจากจีน ซึ่งเราก็บอกว่างบประมาณจากจีนดอกเบี้ยมันสูง เหมือนที่รัฐบาลชุดนี้ยกเลิกเงินช่วยเหลือ ๔๐๐ ล้านเหรียญที่จีนให้มา บอกว่าต้องซื้อ สินค้าจีน ต้องให้จีนเปึนลีด (Lead) ในการก่อสร้าง เราก็ไม่เอาเงิน เงินส่วนนี้รัฐบาล ก็ปฏิเสธไปแล้วใน ๔๐๐ ล้านเหรียญที่มีการเจรจามาก่อนหน้านี้ ฉะนั้นผมขอกราบเรียนว่า ประเด็นที่เปึนจีนก็เปึนเพียงการหารือระหว่าง ๒ ประเทศ ส่วนว่าจะเกิดได้หรือไม่ได้ ก็ต้องดูอนาคตว่าการเจรจาจะเปึนประโยชน์หรือไม่เปึนประโยชน์ รูปแบบของการลงทุน ที่ไปเจรจากัน ก็คือการร่วมทุนกันจีทูจีระหว่างรัฐต่อรัฐที่จะลงทุนร่วมกัน

ส่วนประเด็นที่ท่านสมาชิกสงสัยว่า อันนี้ขอเรียนตามตรงว่าใครเปึนเจ้าภาพ ผมก็ขอเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาว่า รัฐบาลเปึนเจ้าภาพ การพัฒนารถไฟครั้งนี้ผมได้เรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้วครับ ผมบอกว่าถ้าจะให้ เปึนความสําเร็จได้ต้องเปึนวาระแห่งชาติถึงจะสําเร็จได้ กระทรวงคมนาคมทําอย่างเดียว ก็ไม่สําเร็จ รัฐบาลทําอย่างเดียวก็ไม่สําเร็จถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐสภาแห่งนี้

ฉะนั้นผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและรัฐสภาแห่งนี้ว่า วันนี้ ถ้าเราอยากลงทุนในการที่จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงแล้ว แม้แต่การพัฒนารถไฟครั้งใหญ่ ของประเทศที่ใช้เงิน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องเปึนวาระแห่งชาติ ถ้าจะสําเร็จได้ต้อง เปึนความร่วมมือ ถ้าจะสําเร็จได้ คนที่จะกล่าวอ้างว่าสําเร็จเพราะอะไร ก็คือรัฐสภาแห่งนี้ เพราะท่านได้อนุมัติให้ไปเจรจา ฉะนั้นไม่มีใครได้หน้า ได้หน้าทั่วกัน ฉะนั้นประเด็นว่า ใครเปึนเจ้าภาพก็คือรัฐบาล ส่วนกฎหมาย ระเบียบ อํานาจหน้าที่ ใครจะไปทําตาม ระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ตามอํานาจหน้าที่ที่มีอยู่ก็ว่ากันไปตามระเบียบกฎหมาย

ประเด็นต่อมาที่ท่านกังวลถึงสถานะรถไฟในปัจจุบัน ผมกราบเรียนว่า ก่อนหน้านี้การรถไฟ ๓ วันดี ๔ วันไข้ หลังจากที่ผมมารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมแล้ว ผมก็พยายามทํานั่นทํานี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะนี้ที่ผมต้อง กราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและรัฐสภาแห่งนี้ได้มั่นใจว่า การรถไฟเดินถูกทางก็คือ ท่านจะได้เห็นการพัฒนารถไฟอย่างเปึนไปตามลําดับ ก็คือจะไม่มีการหยุดงานที่ไม่มีเหตุผล แสดงว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของการรถไฟเขารู้แล้ว ผมก็ได้เรียนต่อทางการรถไฟว่าวันนี้ ท่านป์วย ถ้าท่านไม่รักษาท่านตายแน่ ฉะนั้นท่านจะรักษาหรือไม่รักษา เขาก็ให้ความร่วมมือกัน ฉะนั้นหลังจากที่ผมได้ทําแผนฟุ๋นฟู หลายท่านเปึนห่วง ผมก็พูดเหมือนท่านพูด ที่ดิน ของการรถไฟเปึนจุดแข็งของการรถไฟ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ร. ๕ ท่านมีพระปรีชา สามารถสูง ท่านได้จับที่ดินไว้เพื่อการพัฒนารถไฟ แต่การรถไฟในอดีตไม่สามารถเอาจุดแข็ง ของการรถไฟ คือเอาที่ดินมาสนับสนุนกิจการของตัวเอง กลับไปเปึนจุดอ่อน ฉะนั้นผมจึงตั้งคณะกรรมการ พัฒนาที่ดิน ซึ่งเราอยากเห็นในอนาคตผมอยากเห็นหน่วยบริหารซึ่งเปึนอิสระด้วยซ้ํา วันนี้ เราก็พัฒนาปฏิรูปรถไฟอยู่ เรามีบริษัทที่ทําเปึนบียู (BU) บิวซิเนส ยูนิต (Business Unit) อยู่ ๓ บียู แล้วบริษัทลูกเส้นแอร์พอร์ตลิงค์ (Airport link) เปึน ๑ บริษัทลูก จริง ๆ แล้ว เราอยากพัฒนาไปจนถึงบริษัทลูก แต่ก็ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกรัฐสภาว่า เราจะลําดับการพัฒนาให้เปึนไปตามลําดับว่าไม่ให้ก้าวกระโดด ฉะนั้นในบริษัทลูกเข้าใจว่า ประมาณก่อนสิ้นป้นี้เราจะได้ผู้บริหาร บริษัทลูกเส้นแอร์พอร์ตลิงค์ เราสรรหาผู้บริหาร ส่วนบียูก็จะมีผู้บริหารที่เปึนคนข้างนอกเข้ามาบริหารจัดการ คือบียูบริหารทรัพย์สิน บียูเดินรถ บียูซ่อมบํารุง ๓ บียู ฉะนั้นท่านจะเห็นว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเราเดินมาถูกทาง ก็คือ ๑. พนักงานมีความเปึนเอกภาพ เคารพประชาชน เคารพกฎ กติกา ระเบียบของ หน่วยงานของตัวเอง แล้วก็สิ่งที่ท่านหยิบยกขึ้นมาก็คือของเก่า รถไฟเราตกรางบ้าง อะไรบ้าง ผมขอกราบเรียนโดยสภาพจริง ๆ แล้วเราก็เก่าจริง ๆ แต่วันนี้เราไม่มีรถไฟที่มีเห็บ มีเหา เปึนรถไฟยุคใหม่จริง ๆ ถึงแม้จะเก่า ตัวผมเองผมเปึนคนในชนบทพ่อแม่สอนไว้ว่า เสื้อผ้าขาดต้องสะอาด เพราะฉะนั้นผมก็เอาชีวิตของผมมาบริหารราชการที่นี่ ฉะนั้นผมขอ กราบเรียนว่าเรื่องการพัฒนาองค์กรรถไฟในปัจจุบันนี้ได้ดําเนินการ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง ทําไมเราจึงคง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไว้ เพราะรถไฟความเร็วสูง มันจะไม่ได้จอดทุกสถานี รถไฟความเร็วสูงก็เปึนรถไฟที่จะต้องขนผู้โดยสารหรือขนสินค้า อีกระดับหนึ่งก็ว่ากันไป ส่วนที่จะพัฒนาของเดิมที่เรามีอยู่แล้ว ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้เราก็ได้งบส่วนหนึ่งมาประมาณ ๒,๙๐๐ กว่าล้านบาท และเหลืออยู่อีกส่วนหนึ่ง จริง ๆ แผนพัฒนารถไฟป้ ๒๕๕๔ ต้องใช้งบประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ฉะนั้น ก็เปึนหน้าที่ที่รัฐบาลถ้าจะเดินตามแผนพัฒนารถไฟเดิมที่ใช้เงิน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องหาเงินมาพัฒนารถไฟใน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําควบคู่กันไปทุกเส้นทาง เราหวังว่า ในป้ ๒๕๕๗ เมื่อใช้เงิน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วรถไฟไม่ว่าจะไปจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดเชียงใหม่ หรือไปปาดังเบซาร์ไปใต้ครับ ต้องเดินด้วยความเร็ว ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงเปึนอย่างน้อย แล้วเปึนรถไฟที่มีความปลอดภัย อันนี้คือ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทในการที่ผมเสนอ ครม. และ ครม. อนุมัติเบื้องต้น การเสนอ ครม. ครั้งนั้น ก็บวกรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย รถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย แม้แต่พระพุทธเจ้าหลวง ร. ๕ ท่านได้บันทึกไว้ในสมุดหมายเหตุของท่านว่าควรสร้างรถไฟไปที่เชียงราย ขณะนี้เราก็ได้ งบออกแบบศึกษาเบื้องต้นไปแล้ว

ฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่าของเดิมที่จําเปึนต้องมีอยู่ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทมีไว้เพื่อพี่น้องประชาชนในทั่วทุกภูมิภาคที่จะต้องใช้รถไฟครับ แต่รถไฟความเร็วสูงมันเปึนไปไม่ได้หรอกครับ เอาแค่สร้างได้สายหนึ่งใน ๔-๕ ป้ที่จะถึงนี้ ก็เก่งแล้วรัฐบาลไทย ฉะนั้นมันอยู่ที่การเจรจาว่าจะสร้างจุดไหน และจะสร้างไปเส้นทางไหน แล้วมันลงทุนคุ้มต้องไปศึกษาอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นไม่ได้สร้างพร้อมกัน ไม่มีทางเปึนไปได้หรอก ศักยภาพของประเทศมันไปไม่ได้หรอกครับ

ฉะนั้นผมขอกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายตลอดระยะเวลา ๙ ชั่วโมง สิ่งไหนที่เปึนประโยชน์ต่อการเจรจา คณะเจรจาต้องประมวลข้อคิดเห็นของ สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ไปเจรจา เมื่อเจรจาแล้วได้รายละเอียดได้ข้อมูลอย่างไรต้องนํามาเสนอ ต่อท่านประธาน และขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาแห่งนี้ไปเซ็นเพื่อเปึนการปฏิบัติที่จะเปึนรูปธรรมในอนาคต ต่อไปนะครับ ฉะนั้นผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภากรุณา ให้ความเห็นชอบครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือเราได้ป่ดอภิปรายไปแล้วนะครับ ตอนนี้ก็มีอย่างเดียวว่าลงมติ ใครเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น เพราะเราได้ป่ดอภิปราย ไปแล้ว เราป่ดไปแล้วครับ คุณมีอะไร

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

มีข้อสอบถามนิดเดียว ท่านประธานครับ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ใช่ คุณประท้วงหรืออะไร

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

คําถามที่พวกเราอภิปราย ท่านรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคําถามครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมว่ามันจบแล้วการอภิปราย

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

นิดเดียวครับ ท่านประธาน ว่าทําไมที่ต้องไปทํากรอบการเจรจา ต้องไปทําสัญญากับ ทางประเทศจีนประเทศเดียว ประเทศอื่น ๆ ทําไมไม่ไปทํา นี่เปึนคําถามที่ยังต้องตอบอยู่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เขาตอบไปแล้วครับ พอแล้วกระมัง เพราะว่าป่ดการอภิปรายแล้วครับ ผมจะไม่ฝ๋นข้อบังคับ ป่ดอภิปรายแล้ว ต่อไปผมก็จะ ขอมติรับหรือไม่รับเท่านั้นแหละครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เข้ามาลงมติว่าจะรับหรือไม่รับ ไม่ละครับป่ดอภิปรายแล้วครับ ท่านสมาชิกรัฐสภา ที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติว่า รับหรือไม่รับ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ได้ยืน และยกมือขึ้น)

มีอะไรคุณชลน่าน ป่ดอภิปราย ไปแล้วครับ เชิญครับท่านสมาชิก เชิญ คุณประท้วงผมผิดอะไร ผิดข้อบังคับข้อไหน

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ในการดําเนินการของท่านประธาน ผมเข้าใจว่า ท่านประธานน่าจะใช้ข้อบังคับคลาดเคลื่อน ผมเองจะลุกขึ้นหารือเกี่ยวกับการลงมติ ถ้าไม่ได้มีการอภิปราย ท่านประธานก็ไม่อนุญาต ผมเลยจําเปึนจะต้องประท้วงท่านประธาน ท่านประธานครับ ในการที่จะลงมตินี่สมาชิกมีสิทธิที่จะหารือประธานถึงวิธีการ หรือกระบวนการ หรือแม้กระทั่งการที่จะลงมติหรือไม่ลงมติ หรือจะตั้งกรรมาธิการก็เปึนสิทธิของสมาชิก ที่จะหารือท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัย ผมป่ดการอภิปรายแล้วครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ผมไม่ได้อภิปราย ในเนื้อหาสาระ ท่านประธานครับ เพียงแต่หารือท่านประธานว่าในการลงมติเราควรจะ ลงอย่างไร จะมีการตั้งกรรมาธิการหรือไม่ อันนี้คือขั้นตอนต่อมาครับ ไม่ใช่การอภิปราย เนื้อหาสาระ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านจะรับหรือไม่รับเท่านั้นเองครับ ที่เขาเสนอมาขอเปึนมติว่าจะรับหรือไม่รับในความเห็นชอบเท่านั้นเองในเรื่องนี้ ส่วนจะตั้ง กรรมาธิการ ตั้งอะไรก็ไม่ได้พูดกันตั้งแต่ต้นครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ท่านดูข้อบังคับด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านที่อยู่ นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนที่จะลงมติเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่าง ราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานจําเปึนต้อง ประท้วง เพราะท่านเองไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ขั้นตอนต่อไปจริงอยู่เปึนการลงมติ แต่ว่า การลงมตินั้นสมาชิกย่อมมีสิทธิที่จะหารือว่าจะใช้ข้อบังคับอย่างไรได้ด้วย ท่านประธานครับ ดูข้อบังคับรัฐสภาสิครับ หมวด ๖ การรับฟัง ชี้แจง และการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ในวรรคสอง ท่านประธานดูสิครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมอ่านแล้วครับ ผมก็ทําตาม ข้อบังคับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานครับ ความหมายก็คือว่าการลงมติจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เมื่อมันป่ดการอภิปรายแล้ว รัฐบาล ชี้แจงแล้ว ก็มีแต่การลงมติเท่านั้นว่าจะรับหรือไม่รับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนี้ผมต้องประท้วงท่านประธานนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ถ้าผมผิดข้อบังคับก็ดําเนินการผมได้ พอแล้วครับ คุณประท้วงนานแล้วพอแล้วครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ผมประท้วง ท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๘๕ ครับ ท่านโปรดวินิจฉัยด้วยว่าท่านทําผิดหรือไม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วก็ถือว่า เปึนที่สิ้นสุดครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมหรืออยู่ที่ ห้องคณะกรรมาธิการโปรดงดการประชุมคณะกรรมาธิการชั่วคราว เข้าห้องประชุมด่วน ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนหรือยังครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อย แล้วนะครับ ท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีแล้วก็ไม่ต้อง แสดงตนอีกแล้วครับ งดการแสดงตน ยังเหลืออีกหลายท่านใช่ไหมครับ เห็นลุกลี้ลุกลน อยู่ทางโน้น เสียบบัตรไม่ติดหรืออย่างไร เรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้อง ประชุม ๓๑๖ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างกรอบ การเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ สาธารณรัฐประชาชนจีน ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิท่าน

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่มีท่านใดไม่ได้ใช้สิทธินะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๘๗ ท่าน เห็นชอบ คือเห็นด้วย ๒๙๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐ ท่าน งดออกเสียง ๖๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบ

ต่อไปเรื่องที่ ๒ กรอบการเจรจาสําหรับคณะผู้แทนไทยในการรับรอง พิธีสารนาโงยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรมและการแบ่งปันผลประโยชน์ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ในการประชุม สมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ ๑๐ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ์น

เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงครับ

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในนามของรัฐบาลผมขอชี้แจงกรอบการเจรจา สําหรับคณะผู้แทนไทยในการรับรองพิธีสารนาโงยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรม และการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียม และยุติธรรมครับ ซึ่งจะมีการเจรจากัน แล้วก็ทําการรับรองในสมัยประชุมสมัชชาภาคี อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ ๑๐ ในระหว่างวันที่ ๑๘-๒๙ ตุลาคมนี้ ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ์น

เนื่องจากประเทศไทยนั้นมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงแห่งหนึ่งของ โลก แล้วก็มีปริมาณร้อยละ ๗-๑๐ ของความหลากหลายทางชีวภาพในโลก ทรัพยากร พันธุกรรมเหล่านี้เปึนที่น่าสนใจของภาคอุตสาหกรรมในประเทศพัฒนาแล้ว แล้วก็อาทิ เช่น อุตสาหกรรมยา เครื่องสําอาง อาหาร การนําทรัพยากรพันธุกรรมไปใช้ส่วนใหญ่ ก็อยู่ในลักษณะการซื้อขายแลกเปลี่ยนครับ โดยผู้ให้หรือผู้แลกเปลี่ยนไม่ได้คํานึงถึง ผลประโยชน์ที่เกิดจากทรัพยากรนั้น ๆ ในระยะยาว หรือเปึนความร่วมมือด้านการวิจัย กับสถาบันในขั้นต้น ๆ โดยไม่มีการพิจารณาให้ค่าตอบแทนหรือการแบ่งปันผลประโยชน์ ที่ต่อเนื่องจากการพัฒนา ยกตัวอย่างเช่น เราเคยมีปัญหาเรื่องเปล้าน้อยที่มีการขอใช้ อย่างถูกต้องแต่ไม่มีการเจรจาเรื่องแบ่งปันผลประโยชน์ ในที่สุดแล้วอุตสาหกรรมยา ก็ไปผลิตยาโดยที่ไม่ได้แบ่งปันผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยเลย เราไม่ได้ผลประโยชน์ ในส่วนนี้เลย กรณีกวาวเครือขาวก็เปึนอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้ทําการศึกษา วิจัย และมอบสิทธิบัตรให้กับประเทศอื่นครับ ซึ่งทําให้ผลประโยชน์ จากการศึกษาวิจัยในครั้งนั้นไม่ได้ถูกแบ่งปันให้กับประเทศไทย กรณีการให้และใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรพันธุกรรม โดยไม่คํานึงผลประโยชน์ในระยะยาว และผลประโยชน์ต่อประเทศ เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ แล้วก็ที่สําคัญคือไม่มีกลไกใด ๆ ที่เปึนที่ยอมรับในนานาชาติ เมื่อไม่มีกลไกที่ยอมรับในนานาชาติก็จําเปึนที่ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพ จึงได้ผลักดันให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อที่จะมายกร่างพิธีสารนาโงยา เพื่อที่จะทําให้เรามีกลไกกติกาในการที่จะกําหนดให้การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรทางพันธุกรรม และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนนั้นนี่ได้มีการแบ่งปันในระหว่าง ผู้เปึนเจ้าของแล้วก็ผู้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงและอย่างเปึนธรรม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่รัฐบาล ผู้เกี่ยวข้องลงไปถึงพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นก็ได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ด้วย เพราะฉะนั้น ทําให้คณะทํางานเฉพาะกิจว่าด้วยการเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์ได้ยกร่าง พิธีสารนาโงยาขึ้นมา ซึ่งเสนอต่อที่ประชุมในขณะนี้ที่นาโงยา แล้วก็จะได้มีการลงมติรับรอง ในเรื่องนี้

ทั้งนี้ ทางประเทศไทยเองโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการจัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาหลายครั้ง จนกระทั่งได้ข้อยุติที่จะมีการจัดทํากรอบเจรจาที่ชัดเจนสําหรับคณะผู้แทนไทยในการให้ การรับรองพิธีสารนาโงยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรม ซึ่งในเรื่องนี้ผมอยากจะ กราบเรียนรายละเอียดให้ท่านผู้ทรงเกียรติได้รับทราบว่าในส่วนของท่าทีและกรอบการเจรจา ของไทยนั้น เราได้พิจารณาจากประเด็นที่เปึนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนแล้วก็ ประเทศชาติ โดยเราให้ความสําคัญในการกําหนดหลักการในการเจรจาของคณะผู้แทนไทย ในการประชุม สมัยที่ ๑๐ ดังนี้ครับ

๑. สิทธิอธิปไตยของประเทศเหนือทรัพยากรธรรมชาติภายในขอบเขต อํานาจของตน

ประเทศภาคีมีสิทธิและความเปึนเจ้าของในทรัพยากรธรรมชาติ ในขอบเขตอํานาจของประเทศนั้น ๆ มีสิทธิและอํานาจในการกําหนดกระบวนการ เงื่อนไข ในการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ตามกรอบของกฎหมายในประเทศนั้น ๆ ด้วย

๒. ความโปร่งใสของกระบวนการและกฎระเบียบที่เกี่ยวกับการเข้าถึง และแบ่งปันผลประโยชน์ และความเสมอภาคในการเจรจาต่อรอง

การกําหนดกระบวนการ กฎระเบียบที่เกี่ยวกับการเข้าถึงและแบ่งปัน ผลประโยชน์จะต้องมีความชัดเจน และมีการเผยแพร่และเอื้ออํานวย การเข้าถึงข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสของกระบวนการ และส่งเสริมให้มีการเสริมสร้าง สมรรถนะของประเทศ โดยเฉพาะประเทศกําลังพัฒนา ในการที่จะทําให้เกิดความเสมอภาค ในการเจรจาต่อรองข้อตกลงและเงื่อนไขการแบ่งปันผลประโยชน์

๓. การจัดทําเงื่อนไขร่วมกันในการแบ่งปันผลประโยชน์ เมื่อมีการเข้าถึง ทรัพยากรพันธุกรรม

ประเทศภาคีจะต้องจัดให้มีการทําเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกัน หรือเรียกว่า มิวชวลลี อกรีด เทอม (Mutually Agreed Terms) การแบ่งปันผลประโยชน์เมื่อมีการเข้าถึง ทรัพยากรพันธุกรรม เพื่อให้เปึนไปตามข้อกําหนดของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพ

ข้อ ๔ การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

ควรดําเนินการให้มีการแบ่งปันผลประโยชน์ในรูปแบบของการเข้าถึง และถ่ายทอดเทคโนโลยี และการแบ่งปันผลประโยชน์ที่สนับสนุนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ ความหลากหลายทางชีวภาพและฐานทรัพยากรของประเทศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแบ่งปันผลประโยชน์ที่คํานึงถึงการบริการทางนิเวศ รวมทั้งความร่วมมือในการเพิ่มพูน ศักยภาพของประเทศผู้ให้ทรัพยากรในการทําวิจัยต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพยากร พันธุกรรมที่เปึนเจ้าของ

ข้อ ๕ การปัองกันการลักลอบใช้ทรัพยากรพันธุกรรม

ในส่วนของพิธีสารนั้นก็จะต้องมีการส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ภายในประเทศเกี่ยวกับการเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์ และมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ในเรื่องของปัองกันการลักลอบการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรพันธุกรรม

ข้อ ๖ การมีส่วนร่วมของชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐

ควรสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในกระบวนการเข้าถึงและ แบ่งปันผลประโยชน์เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา ๖๖ และ มาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ให้ชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม มีสิทธิในการอนุรักษ์หรือฟุ๋นฟูจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดี ของท้องถิ่นและของชาติ และการมีส่วนร่วมในการจัดการ การบํารุงรักษา และการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล และยั่งยืน รวมถึงสิทธิของชุมชนที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บํารุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ

ในจํานวนทั้ง ๖ ข้อนี้ก็เปึนกรอบหลักการในการที่จะใช้กรอบการเจรจา แล้วถ้ามีเรื่องของการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของร่างดังกล่าวในส่วนที่จะเปึนประโยชน์กับ ประเทศไทยนั้น ก็ขออนุญาตรัฐสภาในการที่จะพิจารณาเพื่อที่จะให้การรับรอง เมื่อรับรอง แล้วเรื่องของพิธีสารนั้นจะต้องเสนอรัฐสภาเพื่อขออนุมัติต่อไปครับ

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้โปรดพิจารณาแล้วก็ให้ การสนับสนุนรับรองกรอบการเจรจาในครั้งนี้ครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปสมาชิกรัฐสภาจะเปึน คนซักถามนะครับ ท่านแรก ท่านประเสริฐ ชิตพงศ์ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา สงขลา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมในการเจรจา แล้วก็ อาจจะถึงขั้นต้องให้สัตยาบันลงนามรับรองนั้น กรณีเรื่องสารพันธุกรรมและความหลากหลาย ทางชีวภาพของประเทศไทยนั้นเราถือว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่า ประเทศไทยนั้นเปึนประเทศที่อยู่ในบริเวณที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เพราะว่า อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร และขณะเดียวกันประเทศไทยเองก็อาจจะมีความพร้อมและความไม่พร้อม อยู่มากมายในการที่จะเข้าไปร่วมในการเจรจาข้อตกลงนี้ ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งความไม่พร้อม หรือความพร้อมในระดับหนึ่งนั้น ผมอยากจะขออนุญาตที่จะแจกแจงเปึนประเด็นคร่าว ๆ สัก ๔-๕ ประการนะครับ

ประการแรก ในความร่วมมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การอนุรักษ์ และความร่วมมือในการที่จะค้นคว้าวิจัยนั้น ประเทศไทยอาจจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะอยู่ โดยเฉพาะอันดับแรกก็คือมีความร่วมมือส่วนบุคคล ซึ่งความร่วมมือส่วนบุคคลนี้ในอดีต ที่ผ่านมาทําให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายอยู่มากพอสมควร ความร่วมมือส่วนบุคคล ที่กล่าวถึงนั้นก็คือว่าเนื่องจากคนไทยนี่ ถ้าเราได้มีโอกาสรู้จักมักคุ้นกับชาวต่างชาติแล้ว อะไรแล้ว เรื่องสําคัญที่เราจะเกิดขึ้นก็คือเรามักเปึนคนใจดี ใครขออะไรเราก็จะให้หมด แล้วก็หลายครั้งหลายโอกาสที่ชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยอาจจะเข้ามาโดยการเปึน นักวิชาการ เข้ามาโดยการที่มาทําประโยชน์อื่น ๆ เมื่อรู้จักมักคุ้นกันแล้วมักจะฉกฉวย เอาทรัพยากรชีวภาพออกไปด้วย ซึ่งเปึนการนําเอาสารทางพันธุกรรมที่ประเทศไทยเรา มีอยู่อย่างมากมายไปใช้ประโยชน์อย่างที่ไม่ได้เกิดมรรคผลกับประเทศไทยเอง ลักษณะที่ ๒ ก็คือคนไทยเอง ซึ่งเปึนการนําเอาสารทางพันธุกรรมที่ประเทศไทยเรามีอยู่อย่างมากมายไปใช้ประโยชน์ อย่างที่ไม่ได้เกิดมรรคผลกับประเทศไทยเอง

ประการที่สอง ก็คือคนไทยเองมักมีความเกรงใจ เมื่อคนที่สนิทสนม คุ้นเคยกันร้องขอหรือขอร้องให้เก็บสิ่งนั้นสิ่งนี้ เก็บพืชพันธุ์ เก็บสัตว์บางชนิด เราก็พร้อม ที่จะหาให้ แล้วในที่สุดสิ่งเหล่านั้นก็จะติดมือชาวต่างชาติไป แล้วเขานําไปใช้ประโยชน์ โดยที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งประเด็นรู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้เองเราก็ทราบกันอยู่แล้วว่า ประเทศไทยได้เกิดความเสียหายในเรื่องพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่ากวาวเครือจของเรา ถูกชาวต่างชาติฉกฉวยเอาไปแล้วก็เอาไปศึกษาค้นคว้าวิจัย แล้วในที่สุดก็สามารถ ทําเปึนสารที่มีมูลค่าสูง แล้วออกมาเปึนผลิตภัณฑ์ที่จําหน่ายอยู่อย่างแพร่หลายในขณะนี้ โดยที่ประเทศไทยเรามีแต่ฝ์ายเสียเปรียบนะครับ

ประการที่สาม ที่เราต้องระวังมากก็คือการวิจัยร่วม ในอดีตที่ผ่านมา และจนถึงปัจจุบันเรามีการวิจัยร่วมต่าง ๆ มากมายนะครับ ซึ่งประเทศที่มีศักยภาพสูง เช่นประเทศจี ๘ (G8) ทั้งหลายนะครับ ก็จะมีแหล่งเงินทุน มีนักวิชาการที่มีความพร้อม แล้วเขาก็พร้อมที่จะสร้างโครงการวิจัยร่วมขึ้นมา แล้วในที่สุดโครงการวิจัยร่วมเหล่านี้ ก็จะได้ผลประโยชน์ทางวิชาการ ได้ข้อมูลทางวิชาการ แล้วข้อมูลทางวิชาการเหล่านั้น ก็จะถูกนําไปใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ทาง โดยเฉพาะการไปจดสิทธิบัตรต่าง ๆ ซึ่งทําให้ เมื่อมีการจดสิทธิบัตรแล้วผลประโยชน์ก็จะเกิดกับประเทศที่ไปจดในสิทธิบัตรนั้น ซึ่งจะเกิดความเสียหายอย่างต่อเนื่องต่อประเทศไทย การวิจัยร่วมต่าง ๆ เหล่านี้ในอดีต เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย แล้วในปัจจุบันก็ยังเปึนอยู่ และในอนาคตถ้าเราไม่ระวัง และไม่เจรจาตกลงกันให้เรียบร้อยในเรื่องเช่นนี้ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยได้

ประการที่สี่ ที่เปึนปัญหาอยู่ก็คือการวิจัยเพื่อเปึนส่วนหนึ่งของการศึกษา ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก หรือการวิจัยเปึนวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาไทย ที่อาจจะเรียนอยู่ในประเทศไทย แล้วไปทําการค้นคว้าวิจัยร่วมกับนักวิจัยชาวต่างประเทศ ในต่างประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง หรืออาจจะเรียนอยู่ในต่างประเทศทั้งหมดทั้งโปรแกรม แล้วก็เอาทรัพยากรจากประเทศไทยไปเปึนวัตถุดิบในการทําการค้นคว้าวิจัยเพื่อจะสําเร็จ การศึกษา ซึ่งลักษณะเช่นนี้ก็เกิดขึ้นอยู่มากมายและเปึนลักษณะที่เอาสารพันธุกรรม จากบ้านเราไปโดยที่หลายครั้งหลายโอกาสไม่ได้มีการขออนุญาตหรือไม่ได้มีการผ่าน การตรวจสอบให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ ซึ่งอันนี้เองก็จะทําให้เกิดการที่สารพันธุกรรม จากบ้านเราตกไปสู่ในมือชาวต่างชาติโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่เปึนประเทศสมาชิก จี ๘ ทั้งหลาย ซึ่งการที่เราไปเจรจาตกลงตรงนี้ต้องมีความระมัดระวัง

เรื่องสําคัญที่ทําให้เกิดความเสียเปรียบของเรานั้น ซึ่งประเทศไทยเรา มีความเสียเปรียบก็คือเรื่องทุนวิจัย เราให้การสนับสนุนเรื่องทุนวิจัยในเรื่องของความหลากหลาย ทางชีวภาพค่อนข้างจะต่ํา ค่อนข้างจะน้อย ซึ่งหากว่าเราเสียเปรียบอยู่ในลักษณะเช่นนี้แล้ว ทุนวิจัยเราน้อยแล้ว เราก็ต้องไปรับทุนวิจัยจากต่างประเทศมา แล้วในที่สุดเราก็จะเสียเปรียบ อย่างต่อเนื่อง

ประการที่ ๒ ก็คือความไม่พร้อมในเรื่องเครื่องมือทั้งหลายครับ เครื่องมือ เพื่อการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ต้องยอมรับว่าเครื่องมือในบ้านเรานั้นส่วนใหญ่ เราต้องสั่งจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพง เครื่องมือที่จะวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ มีราคา เปึนจํานวน ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท เปึน ๑๐๐ ล้านบาทก็ยังมี เครื่องมือในบางชนิด ซึ่งจะเปึนปัญหามากในการที่เราจะสามารถทําการศึกษาวิเคราะห์ในบ้านเราเองได้ ซึ่งเมื่อเปึนเช่นนี้เราก็ต้องทําโครงการวิจัยร่วมกับต่างประเทศเพื่อจะรับเครื่องไม้เครื่องมือมา แล้วในที่สุดเราก็จะตกเปึนเบี้ยล่าง

ประการที่ ๓ ความไม่พร้อมก็คือ ความสามารถในการแปลผลในการวิเคราะห์ วิจารณ์และการสังเคราะห์จากผลนั้น ต้องยอมรับว่าความสามารถทางวิทยาศาสตร์เรา อาจจะด้อยกว่าหรืออาจจะไม่พร้อมในหลาย ๆ ประการ เมื่อเราได้ผลมาบางครั้งเรา อาจจะแปลผลออกไปในลักษณะที่ยังไม่ลุ่มลึกพอ เราก็จําเปึนต้องมีความร่วมมือกับ ต่างประเทศ ความร่วมมือนี้ถ้าเราไม่ระมัดระวังในข้อตกลงที่จะมีขึ้น เราก็จะเปึนฝ์าย เสียเปรียบในส่วนนี้ได้

ความไม่พร้อมประการต่อไปก็คือความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทําการตลาดของผลิตภัณฑ์นั้น ก็เปึนความไม่พร้อมที่ต้องยอมรับว่าเรายังต้อง พัฒนาอีกมาก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในบ้านเรานั้น จริงอยู่ครับเราจะรู้สึกว่าบ้านเรา ชาวบ้านเองก็ทําเรื่องผลิตภัณฑ์ได้ อะไรได้มากมาย แต่จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์ที่เราทํา ในบ้านเรานั้นก็เปึนผลิตภัณฑ์แบบตื้น ๆ ถ้าเราจะวิเคราะห์กันลุ่มลึกจริง ๆ ลงไปในระดับ ที่เปึนลักษณะถึงขั้นซีรัม (Serum) ถึงขั้นอะไรที่มันลงลึกมากกว่านี้เรายังทําตรงนั้นยังไม่ได้ ซึ่งเมื่อเราทําไม่ได้เราก็จะมีความเสียเปรียบถ้าเราจะต้องไปทําร่วมกับเขาและความเสียเปรียบนี้ ถ้าเราไม่มีอํานาจต่อรองเสียให้ดีพอจะเกิดปัญหามาก

ประการต่อไป การให้ความรู้กับชุมชนและท้องถิ่น เรายังมีอยู่น้อยครับ หรืออาจจะเพราะว่าความพร้อมในการรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ของชุมชนและท้องถิ่นยังไม่ถึง หรือความพร้อมของนักวิทยาศาสตร์ไทยที่จะถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนและท้องถิ่น ยังไม่พร้อม

ประการต่อไปก็คือประเทศที่กําลังพัฒนาทั้งหลาย รวมทั้งประเทศไทยด้วย ต้องรวมกลุ่มกันนะครับ ถ้าเราไม่รวมกลุ่มกันให้ดี การเจรจาต่อรองนั้นเราจะเสียเปรียบ กับกลุ่มประเทศจี ๘ ได้

ประเด็นสุดท้ายก็คือว่าประเทศที่พัฒนาแล้วคือประเทศจี ๘ ทั้งหลาย ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี และให้ความสําคัญในการจดสิทธิบัตรจากประเทศพัฒนา ทั้งหลายรวมทั้งประเทศไทยด้วย ถ้าหากว่าการเจรจาเรื่องการถ่ายทอดเรื่องเทคโนโลยี เรายังไปไม่ถึงขั้นพอที่เขาพร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เราแล้ว เราคิดว่าประเทศไทย ก็มีโอกาสที่จะเสียเปรียบมากอยู่

เพราะฉะนั้นการเจรจาในครั้งนี้ต้องเจรจากันให้ชัดเจนว่าประเทศจี ๘ ทั้งหลายที่จะร่วมมือกับเรานี่ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีนะครับ และให้ความสําคัญกับ การจดสิทธิบัตรแล้วก็ให้ความสําคัญกับชุมชนท้องถิ่นในการที่จะได้รับประโยชน์จาก การไปจดสิทธิบัตรนั้น ๆ ด้วย ก็ขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตแล้วก็อาจจะเปึนคําถาม ไปพร้อม ๆ กันด้วยว่าประเทศไทยเรามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนในการที่จะดําเนินการ อย่างน้อยดังที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ เนื่องจากมีท่านสมาชิกรัฐสภา หลายท่านต้องการที่จะอภิปราย ผมขอความกรุณาขอคนละ ๑๐ นาทีก่อนได้ไหมครับ ต่อไปคุณสถาพร มณีรัตน์ ๑๐ นาทีก่อน

นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ต่อการที่รัฐบาลจะนําเอา กรอบใหญ่ทั้ง ๖ ข้อไปเจรจาในเรื่องของพิธีสารนาโงยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรม และการแบ่งผลประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียม และยุติธรรม ในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ ๑๐ ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ์น ท่านประธานครับ ประเทศไทยเรานั้นถือว่า โชคดีที่อยู่ในภูมิประเทศที่มีป์าร้อนชื้น ความหลากหลายทางชีวภาพนั้น นับว่าเปึนประโยชน์ กับสังคมไทย กับประเทศไทย และคนไทยเปึนอย่างยิ่ง สิ่งที่ผมต้องฝากทางรัฐบาลและ ต้องได้รับคําตอบจากรัฐสภาแห่งนี้อยู่ ๒-๓ ประเด็น เช่นกรณีของพืช ประเทศไทยเรา มีบทเรียนที่เราถูกต่างชาติโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ์นได้ฉกฉวยเอาพันธุกรรมที่เปึนประโยชน์ ต่อการรักษาโรค หรือทําให้ร่างกายของเรานั้นมีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์โดยใช้พันธุ์พืช จากประเทศไทย ไม่ว่าเรื่องของพืชเปล้าน้อย กวาวเครือ ลําไย ว่าน คาวพลู ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้นผมนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่ากุศโลบายของต่างชาติที่เข้ามา ศึกษาวิจัยในประเทศไทยนั้นเขามีการลงทุนอย่างเปึนระบบ บางครอบครัวถึงขั้นลงทุน แต่งงานกับคนไทย โดยเฉพาะครอบครัวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลําพูน เขาเหล่านั้น เปึนนักวิจัยครับ แล้วเขาก็ใช้ศักยภาพตรงนี้ในการที่ตั้งบริษัทเล็ก ๆ ขึ้นมา และทําการวิจัย โดยใช้บ้านของตัวเองนั้นเปึนสถานีวิจัยเลย แล้วพี่น้องประชาชนที่จะเข้าไปสังเกตการณ์ จะเข้าไปดําเนินการนั้นยากมาก เพราะเปึนเขตหวงห้ามของเขา พอเขาได้ผลการวิจัยเสร็จ เขาก็ไปจดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ ผมถามว่าระหว่างศักดิ์และสิทธิของการที่มีกรอบ ๖ ข้อ ในเรื่องที่ท่านจะไปเจรจากับสิทธิบัตรที่เขาไปจด ศักดิ์และสิทธิตรงนี้อันไหนเหนือกว่ากัน กรณีเปล้าน้อยก็ดี กรณีกวาวเครือก็ดีที่กําลังเปึนที่นิยมของต่างประเทศนั่น ตอนนี้กวาวเครือ ก็เปึนสมุนไพรตัวหนึ่งที่ทําให้สุภาพสตรีชอบ เพราะเปึนยาสมุนไพรแล้วเขาทําสําเร็จแล้ว รับประทานแล้วอึ๋ม ทําให้ร่างกายเต่งตึง เขาทําสําเร็จแล้วครับ อย่างกรณีลําไยเขาเอาสาร อนุมูลเหล่านี้ไปสกัดเอาเมล็ดลําไยเปลือกลําไยเอาไปสกัดและทําเครื่องสําอางระดับสูง บางครั้งเราเข้าไม่ถึง มีเฉพาะกลุ่มของเขาที่เขาขายตรง เขาส่งไปขายตรงครับ แล้วอย่างนี้ เราจะควบคุมเขาได้อย่างไร

กรณีสัตว์ครับท่านประธานที่เคารพ เราจะเห็นว่างู ตุ๊กแก วันนี้ปรากฏว่า มีปัายประกาศขายตุ๊กแกตัวละ ๑,๐๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๓๐๐ บาท แล้วแต่ขนาด แล้วส่งไปต่างประเทศโดยไม่บอกว่าประเทศไหน แล้วก็ขายได้จริง ๆ เราจะทําอย่างไรครับ กรณีตัวนิ่ม ตุ๊กแก งู สัตว์เหล่านี้ปรากฏว่ามีการทําธุรกิจ แม้แต่สุนัขครับ วันนี้สุนัขตัวละ ๑๕๐ บาทครับท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีแล้วส่งออกต่างประเทศ พอไปถึงประเทศ เวียดนามตีเปึนเงินไทยตัวละ ๖,๕๐๐ บาท ผมไปดูมาแล้วครับ นี่เราจะทํากันอย่างไร แล้วสุนัขปรากฏว่าเขามีความเชื่อว่าสุนัขดําจากประเทศไทย โดยเฉพาะสุนัขผิวดําที่มีเนื้อดํา เปึนยาโป็มีความต้องการสูงเปึนอย่างยิ่งตัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาทก็ซื้อครับ สุนัขดําที่ไปจากประเทศไทยด้วย กําหนดเลยว่ามาจากประเทศไทย เราจะทํากันอย่างไร แล้วที่ท่านไปตกลงเหล่านี้เราจะทําอย่างไรในการที่จะปัองกันไม่ให้สัตว์ป์าของประเทศไทย เหล่านี้ สูญพันธุ์จริง ๆ นะครับท่านประธาน งูยิ่งน้ําท่วมซื้อไม่อั้น ยิ่งน้ําท่วมงูเยอะ เขาจับงู แล้วก็ไปกอง ๆ กันไว้แล้วก็ขายเปึนโกดัง ๆ เลยครับ ตุ๊กแกก็เหมือนกันมีการรับซื้อ ตอนนี้ มีการเล่าลือกันถึงตัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็มีแล้วหาไม่ทันครับ หาไม่เจออีก เพราะฉะนั้น การที่เราจะไปตกลงเรื่องพันธุกรรมระหว่างประเทศเหล่านี้ กรอบใหญ่ ๖ ข้อไม่ว่าเรื่อง สิทธิอธิปไตยของประเทศ ความโปร่งใสในกฎระเบียบต่าง ๆ การจัดทําเงื่อนไขร่วมกัน การแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันจะทําอย่างไร

กรณีวาซาบิครับ ซึ่งเปึนน้ําจิ้มของญี่ปุ์น ปรากฏว่าวาซาบิไปปลูก ในภาคเหนือครับ แล้วก็ไปทําในภาคเหนือ แล้วก็ส่งไปประเทศญี่ปุ์น มันเหมือนขิง ท่านประธาน ต้นวาซาบิเหมือนต้นขิงเรา แต่ปรากฏว่าญี่ปุ์นมาซื้อที่ที่แถวภาคเหนือ ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ไร่ไม่ให้เราเข้าไปเลย แล้วปลูกต้นวาซาบิมีโรงงานแปรรูปพร้อม แล้วพอแปรรูปเสร็จส่งไปประเทศญี่ปุ์น พอส่งไปประเทศญี่ปุ์น ประเทศญี่ปุ์นตีตรากลับมา ขายให้กับคนไทยแพงกว่า ๕ เท่า แล้วส่งไปที่อื่นอีก ปรากฏว่าระบบภาษีเราเข้าไม่ถึงกลุ่มนี้ เราจะทําอย่างไรที่จะมีผลประโยชน์ เราเหมือนเปึนอาณานิคมของเขาเลยวาซาบิซึ่งเปึน น้ําจิ้มแจ่วของเรานี่แหละครับ ถ้าเปึนภาษาบ้านเราน้ําจิ้มเรานี่ เขากันที่ไม่ให้เข้าครับ แล้วเขาก็จัดการแปรรูปเรียบร้อยส่งไปประเทศญี่ปุ์น เราก็ไม่รู้ว่าเขาเสียภาษีหรือเปล่า หรือเราเก็บภาษีเขาหรือเปล่า พอเสร็จแล้วเขาก็ส่งกลับเข้ามาขายในเมืองไทยบ้าง ขายในต่างประเทศบ้าง แต่เราจะขอพันธุ์เขามาปลูกไม่ได้ครับ เขาหวงห้าม แจ้งความจับ บุกรุกเลยครับ ตรงนี้แหละครับ เปึนเรื่องที่การทําอนุสัญญาเหล่านี้มันสามารถปัองกัน และครอบคลุมเกี่ยวกับอาชีพสงวนหวงห้าม ผลไม้ พืช สงวนหวงห้าม

ผักหวานป์าครับท่านประธาน วันนี้กล้าผักหวานป์าต้นละ ๒๐๐ บาทครับ ผมก็ถามว่าพี่น้องเพาะพันธุ์ผักหวานป์านี่เอาไปขายที่ไหน ปรากฏว่าประเทศจีนมาขน เอาพันธุ์ผักหวานป์าไปปลูกเปึนพัน ๆ ไร่ครับในประเทศจีน โดยเขาบอกว่าผักหวานป์า เปึนผักที่ปลอดสารพิษที่สะอาดที่สุดในโลก ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงเลย แล้วสามารถบริโภค ได้อย่างเต็มปากเต็มคําด้วย ไม่มีสารพิษไม่มีอะไร เปึนผักที่บริสุทธิ์มากดีกว่าพืชที่ปลูก ไม่มีดินอีก เพราะฉะนั้นการลักลอบเอาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ออกจากนอกประเทศ ประเทศเรา มีความพร้อมอย่างไร นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมเองเกรงว่าการที่เราศึกษาวิจัย อย่างกรณีมหาวิทยาลัยชั้นนําของประเทศศึกษาวิจัยเสร็จไม่มีการต่อยอด เพราะเรา ขาดงบประมาณ มีหลายตัวครับที่เราศึกษาและเปึนผลประโยชน์อย่างยิ่ง ปรากฏว่า มีการแอบนําไปจําหน่ายจ่ายแจกหรือแลกเปลี่ยนทางวิชาการก็สุดแล้วแต่ที่จะเรียกกัน เขาเอาไปครับ เขาก็เอาไปเล่นแร่แปรธาตุและกลับมาเปึนผลงานวิจัยที่ยิ่งใหญ่ และกลายเปึนธุรกิจที่สุดยอดเลยครับ เพราะฉะนั้นกล่าวโดยสรุปนะครับท่านประธาน ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ อยู่ในเส้นศูนย์สูตร อยู่ในป์าร้อนชื้นมีพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์นานาชนิดที่เทคโนโลยีเรา คนของเราเข้าไปไม่ถึง แต่ปรากฏว่ามีต่างชาติเข้ามา ดําเนินกิจกรรมเหล่านี้ที่ทําให้เราเสียประโยชน์ การไปบรรลุข้อตกลงสิ่งเหล่านี้นั้น ก็ขอฝากทางรัฐบาลผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามันจะมีผลกระทบหรืออาจจะเปึน เพียงฉากหนึ่งที่เสมือนหนึ่งตกลงเสร็จแล้วประเทศชาติ ประชาชนของเราก็เสียเปรียบ อยู่ร่ําไป ผมเองปรารถนาที่อยากจะให้ความโชคดีของประเทศไทยที่มีทรัพยากรธรรมชาติ ที่สวยสดงดงาม มีประโยชน์ เปึนประโยชน์ต่อคนไทย ต่อประเทศไทย แล้วหวังไว้ว่า การอภิปรายของผมเปึนข้อสังเกตที่ให้ทางรัฐบาลเข้าไปเจรจาในกรอบข้อตกลงใหญ่นี้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านนฤมล ศิริวัฒน์ เชิญครับ

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ค่ะ ดิฉันคิดว่าวันนี้นะคะ ก็เปึนวันดีอีกวันหนึ่งที่เราจะได้มีการพิจารณาร่างกรอบที่เกี่ยวกับการที่จะคุ้มครอง ความหลากหลายทางชีวภาพของเรานะคะ ดิฉันคิดว่าประเทศไทยเปึนประเทศที่มี ความสมบูรณ์แล้วก็มีข้อมูลมากมายว่าเรามีพืชพันธุ์ เรามีสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งมีคุณภาพแล้วก็ หายากในโลกมากมายทีเดียวค่ะ แต่สิ่งที่น่าห่วงใยก็คือว่าความหลากหลายเหล่านั้น ได้ถูกทําการละเมิดแล้วได้มีการใช้ประโยชน์ทางธุรกิจโดยที่ไม่มีการคุ้มครอง การที่ทาง คณะรัฐบาลได้เสนอให้กรอบนี้เข้ามาเพื่อให้สภาได้พิจารณาตั้งคณะผู้แทนไปเจรจานั้น

ข้อแรกเลยต้องบอกว่ารู้สึกมาช้าไปหน่อยนะคะ ขณะนี้ถ้าตามตัวอักษร ที่ได้แจ้งกันมาก็ได้เจรจากันไปแล้ว วันนี้มาถึงที่นี่เราก็ถือว่าค่อนข้างจะมาช้าทีเดียว แล้วก็ มีเพื่อนสมาชิกหลายคนที่อาจจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความห่วงใย ดิฉันเช่นเดียวกันค่ะ ประเด็นที่ดิฉันห่วงใยมากที่สุดก็คือกฎหมายภายในประเทศของเรา ว่าขณะนี้เราได้มี ความพร้อมในเรื่องของการเตรียมกฎหมายภายในประเทศของเราในการที่จะให้สอดรับ หรือบังคับใช้กับเรื่องของที่เราจะไปเจรจามา แน่นอนค่ะ การอนุรักษ์เพื่อที่จะให้ สิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเปึนเรื่องของพืชของสัตว์ให้คงอยู่ตามธรรมชาตินั้นเปึนเรื่องที่เรา ต้องทําอยู่แล้ว แต่วันที่ความพร้อมของประเทศของเราอาจจะไม่เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ ที่จะเปึนคู่สัญญาของเรา เราพร้อมที่จะไปอยู่บนเส้นแข่งขันเดียวกันหรือคะ ถ้าเรามีความพร้อมทางด้านกฎหมายภายใน ยกตัวอย่างว่าเราจะบังคับกฎหมายใด ใช้กับประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับคนต่างชาติซึ่งเข้ามาทําการศึกษาพันธุกรรมของเรา อย่างเงียบ ๆ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาพูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี่ค่ะ ทํากันแบบเงียบ ๆ กฎหมายของเราจะบังคับใช้กับประชาชนคนไทยของเราอย่างไรที่จะไม่ให้ความร่วมมือ อันนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมากทีเดียวค่ะก็อยากจะเรียนว่าการไปเจรจานี่นะคะ ถ้าเจรจาอยู่บนเส้นเดียวกัน การแข่งขันก็ย่อมมีความยุติธรรม ความเท่าเทียมมันต้อง อยู่บนเส้นเดียวกันนะคะ ดิฉันคิดว่าถ้ามันไม่ได้อยู่บนเส้นเดียวกันนี่เราจะเสียเปรียบ ได้โดยง่ายที่สุดค่ะ ความสามารถของประเทศอื่น ๆ ที่เขามีทรัพยากรที่เปึนเงิน และเทคโนโลยีมากกว่าเรา เขาได้ประโยชน์ เขาเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรมของเราได้ มากกว่าเราแน่นอนค่ะ การต่อยอดเราจะได้มากได้น้อยขนาดไหนมันก็เปึนเรื่องที่ คงจะต้องให้ความระมัดระวังเปึนอย่างยิ่งค่ะ ดิฉันคิดว่ากฎหมายภายในประเทศ จําเปึนต้องมีการอนุวัตให้สอดคล้องและรับกันอย่างรวดเร็วถ้าท่านไปเจรจา ท่านกลับมา ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องพยายามที่จะเสนอกฎหมายที่จะมารองรับ มาบังคับใช้ เมื่อเราไปเคลม (Claim) สิทธิกับนานาชาติ โดยใช้เครื่องมือที่ท่านว่านี้พิธีสารอันนี้นะคะ ความรับผิดชอบก็จะต้องเกิดมา ภาระผูกพันก็จะต้องเกิดมา แต่เราจะทําอย่างไร ที่จะให้เรามีภาระผูกพันแล้วก็รับได้ทันทีทันการค่ะ อันนี้ก็ต้องกราบนะคะฝากท่านประธาน ถึงคณะรัฐบาลด้วยว่าเปึนความห่วงใย เปึนความคิดที่ดีค่ะ เรามีพืชผัก เรามีสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งต้องได้รับการดูแลอีกเยอะมากทีเดียวค่ะ ถ้าพูดกันง่าย ๆ วันนี้นก ๒๐๐ กว่าชนิด ที่กําลังจะสูญพันธุ์ สัตว์น้ํา ไม่ว่าเปึนจระเข้น้ําจืด ไม่ว่าจะเปึนเต่ามะเฟ๋องหรืออะไร ก็แล้วแต่เราเสียหายไปมากมาย สิ่งเหล่านี้ท่านต้องคํานึงถึงแล้วก็หาทางที่จะฟุ๋นฟู ให้คงอยู่กับแผ่นดินของไทยต่อไป พืชที่เปึนสมุนไพรต่าง ๆ นั้นแน่นอนเขาอยากได้ของเรา แต่ว่าถ้าเอาตรง ๆ นี่นะคะ ก็อาจจะได้ไม่เท่าไร วิธีทางอ้อมที่เขาใช้เราจะหามาตรการอะไร ที่จะมาปัองกันได้ ต้องเปึนกฎหมายและต้องให้ความรู้องค์ความรู้ของประชาชนให้เห็น แก่ประโยชน์ของสังคมมากกว่าประโยชน์ที่เขาให้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วไปหามาให้เขา ให้เขาไปศึกษาแล้วเอาไป นั่นคือสิ่งที่ดิฉันห่วงใยค่ะกฎหมายต้องเร่งทําให้สอดรับกัน แล้วการไปเจรจาต้องให้รอบคอบค่ะ ดิฉันก็คงฝากท่านประธานถึงคณะรัฐบาล ถึงท่านรัฐมนตรีที่จะไปดําเนินการนะคะ คงอภิปรายสั้น ๆ เพื่อจะให้หลาย ๆ ท่าน ได้มีโอกาสอภิปรายมาก ๆ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญนายเรวัต สิรินุกุล

นายเรวัต สิรินุกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กรอบการเจรจาสําหรับคณะผู้แทนไทยในการรับรองพิธีสารนาโงยาว่าด้วย การเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรมและการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ ๑๐ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ์น

ท่านประธานครับ ขณะนี้กําลังประชุมอยู่นะครับ ก็เลยมีความจําเปึนที่รัฐบาล ต้องนําเรื่องนี้เข้ามาให้สภาได้เห็นชอบเพื่อที่จะได้นําไปเจรจา ได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านได้บอกว่าการเจรจาในครั้งนี้มีอยู่ ๖ กรอบด้วยกัน ผมก็มาดู ผมก็สนใจก็จะฝากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ถ้ามีการเจรจาก็นําเรื่องนี้เจรจาด้วย อย่างเมื่อสักครู่ท่านสถาพรได้พูดไปแล้ว ผมเห็นด้วย แล้วก็ท่าน ส.ว. นั่นเปึนเรื่องที่สําคัญที่จะต้องเอาไปเจรจาครับท่านประธาน

ในกรอบการเจรจาเรื่องแรกนี่ครับ สิทธิเหนือทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ นี่ครับในหนังสือเล่มนี้จากสภาเขียนไว้สิทธิอธิปไตยของประเทศเหนือทรัพยากรธรรมชาติ ภายในขอบเขตอํานาจของตน ตรงนี้สําคัญครับท่านประธาน เพราะว่าประเทศสมาชิก ที่เปึนเจ้าของนี่มีสิทธินะครับ มีสิทธิ มีอํานาจ ในการกําหนดกระบวนการและกําหนด เงื่อนไขในการศึกษาวิจัยและแบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้จากการศึกษา ตรงนี้เปึนเรื่อง สําคัญครับเอาไปเจรจาครับอย่าไปเสียเปรียบเขา เพราะว่าเราเปึนเจ้าของทั้งพืช ทั้งสัตว์ แต่เราไม่มีทุน ไม่มีความรู้ ไม่มีเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นต้องอาศัยเขามาศึกษาแล้วให้เขา มาแบ่งผลประโยชน์ไป มาถึงตรงนี้ท่านประธานครับ ผมก็เลยสงสัยว่าจริง ๆ แล้วที่เขา บอกว่าความรู้อาจเรียนทันกันหมดนะครับท่านประธาน เรียนทันกันหมด แต่ทําไมเรา ไม่สามารถไปเรียนทันความรู้เขาได้ ต้องไปตามเขา ไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวอะไรเลยที่เขาเรียนมานี่ ทําไมเขาเรียนรู้ได้ ท่านประธาน แต่เราเรียนรู้ไม่ได้ ก็ต้องอาศัยเขาครับ เมื่ออาศัยเขานี่ เขาก็มาแบ่งปันผลประโยชน์เอาไป แล้วเราก็เลยอยากจะถามว่าท่านประธานครับ อยากจะถามว่าถ้าอย่างนี้เราสามารถจะเรียนรู้ทันเขาไหม เพื่อที่เราจะสามารถนําเอา สิ่งของหรือทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีอยู่ วัตถุดิบทั้งหลายทั้งปวง สามารถเอามาผลิต ให้เกิดประโยชน์แก่ของเราเอง เราก็จะได้สมบูรณ์ ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยนะครับ ไม่ต้องไปแบ่งปันผลประโยชน์ให้ใคร ความรู้อาจเรียนทันกันหมดจึงไม่ใช่เรื่องจริงนะครับ มันเรียนไม่ทันเขา ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นทําอย่างไรครับ นี่คือสิ่งที่กระผม อยากจะฝากเอาไว้ว่าเราจะทําอย่างไรให้เรียนทันเขาได้ แล้วเราก็รักษาผลประโยชน์ ของเราเอาไว้ นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะฝากเอาไว้

ทีนี้มาเรื่องที่ ๒ ในข้อ ๒ ได้บอกเอาไว้ มีทั้งหมด ๖ ข้อที่รัฐมนตรี ได้พูดไปแล้ว ผมก็สนใจบางข้อเท่านั้นเองนะครับ ในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ความโปร่งใสของกระบวนการและกฎระเบียบเกี่ยวกับการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ และความเสมอภาคในการเจรจาต่อรอง ท่านประธานครับ อาจจะมีการปกป่ดข้อมูล ไหมครับ เวลาเขามาสํารวจแล้วมาทําอะไรแล้วปกป่ดข้อมูลไม่ให้เรารู้นี่มีไหมครับ ท่านประธาน มีไหมครับ ผมว่ามันจะมีนะ ถ้ามีแล้วนี่จะทําอย่างไร ในสุดท้ายพอเรา เกิดความเสียหายแล้วเราได้ปกป่ดนี่เอาไปไว้เขาไม่ปกป่ดนะ อันนี้เขาเอาไปไว้นานเลย ๑๐ ป้บ้าง ๒๐ ป้บ้าง เอาความรู้มาตรวจสอบอันนี้ แต่ว่าเขาอีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ เขาถึง จะเอาไปใช้ อย่างนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเก็บเกี่ยวความรู้ตรงนี้ไปแล้ว เราไม่สามารถ ที่จะรู้ได้ อย่างนี้สิ่งตรงนี้ก็ต้องฝากเอาไว้ครับ นี่คือเรื่องที่สําคัญในรายการปกป่ดข้อมูล

ทีนี้มาข้อ ๓ ไม่เอาข้อ ๔ ไม่พูด มาข้อ ๕ ข้อ ๕ นี่ครับท่านประธาน ในข้อ ๕ นี่ น่าสนใจครับท่านประธาน การปัองกันการลักลอบใช้ทรัพยากรพันธุกรรม ท่านประธานครับ ประเทศเราก็เปึนประเทศกสิกรรม ประเทศกสิกร พี่น้องเราทําไร่ทํานา เพราะฉะนั้น เมื่อเปึนอย่างนี้จะเปึนไปได้ไหมครับในด้านเกษตรนี่ เกษตรของเรามีเมล็ดพันธุ์ดี ๆ ท่านประธานครับ เมล็ดพันธุ์ดี ๆ ของเราสามารถที่จะเก็บเอาไว้ได้ เอาไว้ใช้แล้วก็ ทําให้เกิดประโยชน์ต่อต้นทุน ทีนี้เมื่อเปึนอย่างนี้มันเปึนเรื่องที่สําคัญ คือในด้านการเกษตร จะกระทบไหมครับ ถ้าสมมุติว่าพืชอื่นเราไม่มีเราต้องไปซื้อเขามา ซื้อเขามา เขาส่งเข้ามาขายอย่างนี้ เมื่อเขาส่งมาขายก็ทําให้ราคาสูง มันจะโยงถึงการทําให้ ต้นทุนการเกษตรของเราสูงไหมครับในเมื่อเรายังไม่มีในพืชต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่กระผม อยากจะฝากไว้ว่าพันธุกรรมตรงนี้เขาจะตามมาเก็บเกี่ยวในสิ่งที่เขาเกิดประโยชน์ของเขา เรื่องอย่างนี้เปึนต้น ทีนี้มาถึงข้อ ๖ ท่านประธานครับ ข้อ ๖ การมีส่วนร่วมของชุมชน นี่ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยว่า สิทธิต้องมีการอนุรักษ์ ฟุ๋นฟูประเพณีต่าง ๆ ท้องถิ่นต้องรับทราบรับรู้ อันหนึ่งที่ท้องถิ่นรับรู้รับทราบที่สําคัญก็คือว่าการแพทย์แผนไทย ท่านประธานครับ การแพทย์แผนไทยเรากําลังก้าวหน้า ท้องถิ่นรับรู้เปึนของโอทอป เพราะฉะนั้นเกิดระโยชน์ จากพืชก็ดี จากสัตว์ก็ดี แล้วก็เปึนยารักษาได้ในขณะนี้เกี่ยวกับเอามาจากที่ได้พูดกันว่า รากไม้ต่าง ๆ อะไรก็แล้วแต่เยอะแยะเลยครับ ตอนนี้ของเรานี่เปึนประโยชน์หลายอย่าง มันจะไปถึงไหมครับ เวลาเขามาตรวจสอบเสร็จแล้วพืชชนิดนี้อะไรดี อันนี้ดีแล้วเขาร่วม ด้วย เขาก็มีส่วนร่วมด้วย แต่ว่าพืชตรงนี้อย่างยาบอระเพ็ดอะไรหลาย ๆ อย่างที่เปึน ประโยชน์ต่อร่างกาย บางทีพูดไปแล้วก็ฟังไม่ค่อยดีก็เขาเอามาร่วมด้วย เราจะเสียหาย ไหม ในขณะที่เปึนประโยชน์สําหรับยาของเรา คือเปึนยาที่ใช้ปัองกันหลายอย่าง มะเร็ง บ้างอะไรบ้างหลายอย่างเลยครับ แต่เขามาดูเสร็จแล้ว เขาบอกว่าอันนี้ต้องให้มี ส่วนแบ่งของเขาด้วย แต่ว่าการแพทย์แผนโบราณ การแพทย์แผนไทยของเรากําลังก้าวหน้า อย่างนี้เปึนต้น อย่างนี้เวลาเจรจาส่วนตรงนี้ยกเว้นไหม เพราะฉะนั้นใน ๖ ข้อ หัวข้อที่เจรจา เลยต้องฝากเอาไว้ เพื่อจะให้ทางผู้ไปเจรจา ซึ่งวันนี้กําลังเจรจาอยู่ว่าสิ่งเหล่านี้ยกเว้นไหม ในฐานะที่มีสิทธิอันชอบธรรม เพราะว่าความรู้เราไม่สามารถเรียนทันเขา ต้องให้เขามาดูแล พวกนี้มันฉลาดนะครับท่านประธาน พวกญี่ปุ์นฉลาด ประเทศในโลกนี้มันฉลาด อะไรที่เขา ไม่มีพยายามหามา ขวนขวายหามา อย่างมันสําปะหลังนี่ถ้าปลูกในประเทศเขา ดินมันจะเสีย ปลูกพืชอื่นไม่ค่อยจะได้และปลูกไม่ค่อยจะดีก็เสีย เขาอยากได้ เมื่ออยากได้ เขาก็เอาละประเทศนั้นปลูกไปสิ นายมีที่ดินเยอะปลูกไป ๆ แต่ฉันซื้อ ประโยชน์อย่างนี้ เราไม่สามารถเอามาทําด้วยตนเอง แต่ในขณะนี้เราก็จะเอามาทําด้วยตนเองอย่างมันสําปะหลัง หรือยางพาราก็แล้วแต่ นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะฝากไว้ครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไป ท่านสุมล สุตวิริยะวัฒน์ เชิญครับ

นางสาวสุมล สุตวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธาน ดิฉัน นางสาวสุมล สุตวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา วันนี้ดิฉันขอที่จะพูดเรื่องกรอบการเจรจาสําหรับคณะผู้แทนไทย ในการรับรองพิธีสารนาโงยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรมและการแบ่งปัน ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ ๑๐ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ์นนั้น ดิฉันเห็นด้วย เปึนอย่างยิ่งแล้วควรมีพิธีสารนี้มานานแล้วด้วย เพราะประเทศไทยของเรานั้นถูกเอารัดเอาเปรียบ มานานแล้ว ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยนั้นเข้าเปึนภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพมาตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๗ เปึนลําดับที่ ๑๘๘ เพราะฉะนั้นในวันนี้ คณะผู้แทนของไทยเรา ซึ่งก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยความเคารพ ดิฉันอยากเรียกร้องให้คณะผู้แทน ซึ่งก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านรัฐมนตรีมานั่งฟังอยู่ตรงนี้ว่าให้ท่านโปรดคํานึงถึงในอนุสัญญาว่าด้วย ความหลากหลายทางชีวภาพ ในมาตรา ๑๕ ถึงมาตรา ๒๑ ซึ่งสาระสําคัญของมาตรา ๑๕ นั้นว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากร พันธุกรรม ซึ่งดิฉันจะพูดถึงในหัวข้อกว้าง ๆ เท่านั้น เพราะท่านทราบอยู่แล้ว ซึ่งรายละเอียด ทางคณะรัฐมนตรีได้ทําให้บรรดาสมาชิกรัฐสภาได้ทราบอยู่แล้ว แต่มาตรา ๑๖ การเข้าถึง และการถ่ายทอดทางเทคโนโลยี มาตรา ๑๗ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร มาตรา ๑๘ ความร่วมมือทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ มาตรา ๑๙ การควบคุม ดูแลเทคโนโลยีชีวภาพ และการจัดสรรผลประโยชน์ มาตรา ๒๐ ทรัพยากรการเงิน และมาตรา ๒๑ กลไกการเงิน เหล่านี้ล้วนเปึนเรื่องที่เราต้องพึงตระหนัก เพราะถ้าไปเจรจาไม่ดีเราจะเสียเปรียบ เพราะการที่ผู้แทนไทยโดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งเปึน ตัวแทนของเรานั้นเราจะไปลงนาม การลงนามนี้มีผลใช้บังคับต่อประเทศเรา เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เราเปึนประเทศที่กําลังพัฒนา มีความสมบูรณ์ทางพันธุกรรมอย่างมากเลย ประเทศที่พัฒนาแล้วสู้เราไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเอาความได้เปรียบตรงนี้ในการเจรจา ให้เราได้เปรียบ เพราะเราเหนือกว่า เรามีทรัพยากรพันธุกรรมที่สมบูรณ์มากเลยที่ต่างชาติ หรือประเทศที่เปึนมหาอํานาจทางเศรษฐกิจสู้เราไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นต้องเอา ความได้เปรียบตรงนี้ ดิฉันฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วย นอกจากนั้นดิฉันยังต้องการให้คณะผู้แทนไทยซึ่งก็คือกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งเปึนเจ้าของเรื่องนี้ยึดหลักการเพื่อใช้เปึนกรอบ ในการเจรจา ดังที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวแถลงไปเมื่อสักครู่นี้ ๖ ประการ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยว่ากรอบทั้ง ๖ ประการนี้ สําคัญ แต่ดิฉันกังวลอยู่ ๒ กรอบ หรือ ๒ ข้อ ก็คือข้อ ๕ ข้อ ๕ นี้เปึนเรื่องใหญ่มากเลย คือการปัองกันการลักลอบใช้ทรัพยากรพันธุกรรม เปึนเรื่องที่ดิฉันว่าน่ากลัวมาก เพราะเนื่องจากว่ากลไกของบ้านเราหรือของรัฐบาลไม่เข้มแข็ง เมื่อไม่เข้มแข็งแน่นอน การลักลอบมีเยอะ เพราะฉะนั้นต่อสู้ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตลอด เมื่อ ๒ วันนี้แม้กระทั่งการยิงช้างอย่างโหดร้ายทารุณเพื่อเอางายังทําได้ ยิงช้างที่หัวอายุแค่ ๕-๖ ป้ แล้วก็ช้างยังไม่ตายดีก็ฟันงวง ฟันงวงเพื่อจะขุดเอางาออกมา ซึ่งเปึนสิ่งที่ดิฉันว่าโหดร้าย นี่ภายในของประเทศเราเองแท้ ๆ เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่า ท่านต้องทําอย่างจริงจัง เพราะว่ากลไกของรัฐตรงนี้สําคัญมากเลย ฝากเรื่องนี้อย่างมาก กับข้อที่ ๖ ก็คือการมีส่วนร่วมของชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งดิฉันก็ไม่อยากให้มันประวัติศาสตร์ซ้ํารอยที่มาบตาพุด ในกรณีมาตรา ๖๗ วรรคสอง ซึ่งตรงนี้เราต้องทําให้ในบ้านเราเข้มแข้งจากนั้นเราจึงจะไปทําพิธีสาร ไปลงนามข้อตกลง ระหว่างประเทศ ถ้าเรายังไม่เข้มแข็งแล้วล่ะก็มันยากที่เราจะไปทํากับต่างชาติแล้วเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันกังวลมาก ๆ ใน ๒ ข้อของกรอบการเจรจาคือข้อ ๕ กับข้อ ๖ แล้วก็ เรื่องของอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพที่ดิฉันกล่าวไปแล้วตั้งแต่มาตรา ๑๖ ถึงมาตรา ๒๑ อะไรทํานองนั้น แล้วก็สิ่งที่ดิฉันอยากให้ท่านรัฐมนตรีคํานึงถึงอย่างมาก ๆ ก็คือว่าให้ท่านนึกถึงประโยชน์ของประเทศชาติเปึนสําคัญ อย่าให้คิดว่ามันเปึนประโยชน์ ของใครหรือของส่วนตัว เพราะว่าจะทําให้ประเทศชาตินั้นเสียหาย เพราะฉะนั้นดิฉันฝาก ท่านรัฐมนตรีด้วยด้วยความเคารพ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านรสนา โตสิตระกูล

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันเองใคร่ขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการประชุมสมัชชาภาคี อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ ๑๐ ผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะคะ สิ่งที่ต้องตั้งข้อสังเกตก็คือว่าการประชุมครั้งนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๘-๒๙ ตุลาคม แต่ปรากฏว่าเรื่องที่ท่านขออนุมัติกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาในวันนี้คือวันที่ ๒๖ ซึ่งอันนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเองไม่ได้ให้ความสนใจกับรัฐสภาเท่าที่ควร คืออาศัยรัฐสภา เปึนเพียงตราประทับเท่านั้นเองนะคะ ซึ่งสิ่งนี้ดิฉันหวังว่าครั้งต่อไปจะไม่เกิดเหตุการณ์ เช่นนี้อีก เพราะสิ่งนี้ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญที่ควรจะต้องมีการปรึกษาหารือกับส่วน ของรัฐสภาก่อนเวลาที่จะเกิดการประชุมขึ้นนะคะ

ประเด็นถัดมาดิฉันคิดว่าการเจรจาเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สืบเนื่องจากการที่เรา ได้รับรองอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพเมื่อป้ ๒๕๔๗ โดยประมาณ ซึ่งท่านสุมลก็ได้มีการกล่าวถึงไปแล้ว

ประเด็นในเรื่องของการประชุมครั้งนี้ก็คือการกําหนดพิธีสารว่าด้วย การเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์ ซึ่งอันนี้เปึนการประชุมในลักษณะที่เปึนพหุภาคี ไม่ใช่ทวิภาคีนะคะ แต่ปรากฏว่าในกระบวนการที่ทางรัฐบาลเองได้จัดการประชุมเพื่อที่จะ เตรียมการในการไปประชุมในครั้งนี้เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายนนั้น ปรากฏว่าไม่ได้มีการเชิญ กลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่มีการทํางานเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มของทาง สกว. ซึ่งเปึนกลุ่มที่ศึกษาเรื่องนี้มาโดยตรง คือโครงการพัฒนาความรู้และยุทธศาสตร์ว่าด้วย ความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่ง สกว. เปึนผู้ที่ทํางานศึกษาในเรื่องนี้มาโดยตรง แต่ปรากฏว่าไม่มีการเชิญกลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาร่วมเลย หรือแม้แต่ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเปึน ผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากการประชุมในเรื่องนี้ ก็ไม่ได้มีการดึงให้เข้ามามีส่วนร่วม สิ่งที่เราจะเห็นก็คือว่าเอกสารที่ทางรัฐบาลเสนอต่อสภานั้นเปึนเพียงกรอบการเจรจา กว้าง ๆ ระบุถึงว่าการเจรจาจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ เรื่องสิทธิชุมชน แล้วก็ จะต้องสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ป้ ๒๕๔๒ แต่ปรากฏว่าไม่มีการทํา รายละเอียดว่าในแง่ของการเจรจาในครั้งนี้รัฐบาลมียุทธศาสตร์ในการเจรจาว่าด้วย เรื่องอะไรบ้าง สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ดิฉันคิดว่าเปึนการทํางานค่อนข้างจะลวก ๆ โดยที่ไม่ได้ให้ ความสนใจกับประเด็นรายละเอียดเท่าที่ควร ดิฉันคิดว่าก่อนที่จะมีการไปเจรจานั้น รัฐบาลควรที่จะมีการเชิญกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งชุมชุนต่าง ๆ ซึ่งเปึนเจ้าของ พันธุกรรมทั้งหลายเข้ามาปรึกษาหารือเพื่อที่จะกําหนดกรอบการเจรจาที่มีความชัดเจน มากกว่านี้ ไม่ใช่พูดแต่เพียงแค่หลักการ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่บอกว่า ต้องรับรองพิธีสารเพื่อจะได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนสิ่งแวดล้อมอะไรนี้ ดิฉันคิดว่า เปึนสิ่งที่ดูแล้วไม่ค่อยจะเปึนสาระสําคัญเท่าไร เปึนเรื่องที่ดิฉันคิดว่าไม่สมควรจะเอา เรื่องกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกมาเปึนข้ออ้างสําหรับที่เราจะไปตกลงเรื่องรับรองพิธีสารอันนี้ ดิฉันคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลเองควรจะต้องพิจารณาก็คือว่ากฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งออกมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ โดยเฉพาะในหมวด ๔ และหมวด ๕ ที่ว่าด้วยการคุ้มครอง พันธุ์พืชท้องถิ่นกับพันธุ์พืชป์านะคะ หมวด ๔ ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมือง เฉพาะถิ่น แล้วก็หมวด ๕ ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปและพันธุ์พืชป์านั้น บัดนี้ผ่านมาแล้ว ๑๑ ป้ ปรากฏว่ายังไม่มีกฎกระทรวงระบุการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ลงรายละเอียดเลย ซึ่งดิฉันคิดว่าเมื่อเราจะไปเจรจาลงนามในพิธีสารร่วมกันเราควรจะมีกฎหมาย ภายในประเทศของเราในการที่จะระบุรายละเอียดว่าการเข้าถึงพันธุกรรมในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลเองก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าประเทศไทยนั้นเปึนประเทศที่มีพันธุกรรมมาก มีถึงร้อยละ ๗-๑๐ ของโลก แล้วที่ผ่านมาก็ปรากฏว่าการเข้ามาแย่งชิงฉกฉวยเอา ประโยชน์จากพันธุกรรมนั้นเกิดขึ้นอย่างมากมายในอดีตที่ผ่านมา เมื่อเราได้ลงนาม ในอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพนั้นในด้านหนึ่งก็เปึนเกราะปัองกัน แต่ว่าเราจําเปึนจะต้องมีกฎหมายภายในประเทศของเราที่ลงรายละเอียดถึงเรื่องของ การที่ปัองกันการเข้าถึงโดยที่เปึนการใช้ประโยชน์และไม่แบ่งปันผลประโยชน์ให้กับ ประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ปรากฏว่ากฎหมายพันธุ์พืชออกมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ แต่ยังไม่เคย ออกกฎกระทรวงในเรื่องนี้เลย ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า ถึงแม้วันนี้ท่านรัฐมนตรีที่มานั่งประชุมจะเปึนรัฐมนตรีของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่กฎหมายพันธุ์พืชนั้นขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะทําให้ เกิดการผลักดันให้มีการออกกฎกระทรวงเรื่องนี้ได้อย่างไร

อีกประการหนึ่ง ในกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชนั้นก็ระบุเฉพาะเรื่อง ของพืชเท่านั้น ในขณะที่ดิฉันคิดว่าความหลากหลายทางชีวภาพนั้นถ้า เราตีความ ตามความหมายของคําว่าสมุนไพรนั้น ไม่ได้รวมเฉพาะแค่เรื่องพืชอย่างเดียว แต่รวม ไปถึงสัตว์ รวมไปถึงแร่ธาตุต่าง ๆ ด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่ากฎหมายเท่าที่มีอยู่ในเวลานี้ ไม่ครอบคลุมความหลากหลายทางชีวภาพที่ประเทศไทยเปึนเจ้าของอยู่ ซึ่งสิ่งนี้ ดิฉันคิดว่าทางรัฐมนตรีควรจะต้องไปพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบว่าจะมีการผลักดัน กฎหมายที่จะให้มีการครอบคลุมความหมายเหล่านี้ได้อย่างไรและควรจะรีบเร่งไปออก กฎกระทรวงให้มีการลงรายละเอียดว่าการแบ่งปันเรื่องผลประโยชน์นั้นจะเปึนรูปธรรม ขึ้นมาได้อย่างไร

อีกประการหนึ่ง เนื่องจากว่าการเจรจาพิธีสารในคราวนี้ไม่ใช่เรื่องทวิภาคี เปึนเรื่องของพหุภาคี ซึ่งในกลุ่มพหุภาคีนั้นในระดับโลกเขารวมกัน ๑๐ ประเทศที่ใช้ชื่อว่า เมกะ ไบโอไดเวอร์ซิตี้ คันทรี (Mega biodiversity country) แล้วก็ปรากฏว่าประเทศ ในอาเซียนมีอยู่ถึง ๓ ประเทศที่เข้าไปร่วมอยู่ด้วย คือประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ และประเทศมาเลเซีย ซึ่งประเทศมาเลเซียและประเทศฟ่ลิปป่นส์นั้นมีความหลากหลาย ทางพันธุกรรมน้อยกว่าประเทศไทยอีก แต่เขาก็ไปเข้าร่วมกับกลุ่มประเทศเหล่านี้เพื่อว่า จะทําให้ตัวเองมีเสียงดังขึ้นในการต่อรองเรื่องของผลประโยชน์เพราะว่าประเทศอุตสาหกรรม ที่ใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมนั้นเขาก็จะเล่นแง่ในการที่จะทําให้เราไม่สามารถที่จะได้รับ ผลประโยชน์อย่างเต็มที่จากการแบ่งปัน เพราะฉะนั้นการที่ประเทศไทยดําเนินการไป โดยลําพังนั้น เสียงของเรา ๑ เสียงในท่ามกลาง ๑๐๐ กว่าประเทศนั้นแทบจะไม่มี ความหมายนะคะ สิ่งที่เราควรทําคือเราควรจะไปร่วมกับกลุ่มประเทศซึ่งเปึนกลุ่มประเทศ ที่กําลังพัฒนาและมีความหลายหลายทางพันธุกรรมอย่างมหาศาลนั้นเพื่อทําให้เสียง ของเรามีความหมายมากขึ้น

อีกประการหนึ่ง ดิฉันคิดว่าในฐานะที่เปึนประเทศอาเซียน รัฐบาลไม่เคยทําให้ เกิดการประชุมในกลุ่มอาเซียนว่าในฐานะกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งมีความหลากหลาย ทางพันธุกรรมนั้นเราจะมียุทธศาสตร์อย่างไรในการที่จะกําหนดพื้นที่ กําหนดทิศทาง ในการเจรจาเหล่านี้ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนทําให้เห็นว่า รัฐบาลเพียงแต่ไปเจรจาโดยที่ไม่ได้มีการวางแผนอย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งนี้ดิฉันคิดว่า ท่านอาจจะมองเห็นว่าการเจรจาในครั้งนี้ก็อาจจะยังไม่ได้รับผลทีเดียว เพราะเนื่องจากว่า ประเทศทั้งหลายที่อยู่ในกลุ่มของประเทศที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมนั้น เขาต่อรองผลประโยชน์เต็มที่ ซึ่งถ้าหากเขาไม่ได้รับสิ่งที่เขาคิดว่าเปึนประโยชน์กับ ประเทศเขาเขาก็จะไม่รับรองพิธีสารนี้อย่างแน่นอน ซึ่งดิฉันคิดว่าอย่างไรก็ดีถึงแม้ว่า ทางรัฐบาลอาจจะทําเช่นนี้อยู่ตลอด ก็คือว่าส่งสิ่งที่มาให้สภารับรองในเวลาอันกระชั้นชิด และไม่มีรายละเอียด ทางรัฐบาลนั้นได้พิจารณา แต่ดิฉันหวังว่าอันนี้จะเปึนครั้งสุดท้ายที่ท่านจะทําเช่นนี้ ขอให้ครั้งต่อไปนั้นท่านทํา รายละเอียดให้มากขึ้นกว่านี้ อย่างไรก็ตามเมื่อหลังจากการลงนามในพิธีสารนี้ไม่ว่าจะได้ ลงนามหรือไม่ลงนามก็ตาม แต่อยากขอให้ทางรัฐบาลนั้นได้พิจารณาในเรื่องของ การทํากฎหมายภายในของเราที่จะสอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพที่ได้เราได้รับรองไปแล้ว แล้วก็ออกกฎหมายภายในต่าง ๆ ให้ครอบคลุม เรื่องของพันธุกรรมของเรา เพื่อที่จะไม่ให้ประเทศของเรานั้นถูกเอาเปรียบและถูก เอาประโยชน์โดยที่เกิดช่องว่างของกฎหมายภายในประเทศของเราเอง ดิฉันก็ขอฝาก ข้อสังเกตแล้วก็ข้อเสนอแนะแต่เพียงเท่านี้ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอขอบคุณครับ ต่อไปท่านเจตน์ครับ อยู่ไหมครับ ท่านเจตน์ไม่อยู่นะครับ ก็ไม่มีท่านผู้ใดอภิปรายต่อ ผมก็จะขอป่ดการอภิปรายนะครับ ขอให้รัฐมนตรีตอบครับ เพื่อจะได้ลงมติ

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ก่อนอื่นจะต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่ได้กรุณา ให้ข้อสังเกต แนวคิด แล้วก็จากประสบการณ์ที่ท่านได้พบได้เข้ามีส่วนร่วมในการปฏิบัติ ตลอดมา ผมอยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วกระบวนการขั้นตอนในการดําเนินการ ในเรื่องของการกําหนดกรอบเจรจานั้นได้มีการประชุมกันหลายครั้งกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะกําหนดกรอบเจรจาร่วมกัน แล้วก็ดําเนินการในการที่จะเอา กรอบที่ได้มีการตกลงกันเรียบร้อยแล้วไปหารือ แล้วก็มีการดําเนินการในส่วนของ คณะกรรมาธิการซึ่งเปึนผู้ร่างยกร่างนี้แล้วก็จนกระทั่งร่างได้มีการดําเนินการเสนอ ผ่านคณะรัฐมนตรีมา กระบวนการขั้นตอนอาจจะช้านิดหนึ่งที่จะเข้ามาสู่รัฐสภาของเรา ทําให้รัฐสภานั้นมีเวลาน้อยในการที่จะได้พิจารณาในส่วนของรายละเอียด แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดนั้น ผมคิดว่าก็เปึนประเด็นที่เปึนสาระสําคัญเช่นเดียวกันนะครับ ก็จะรับข้อสังเกตของท่านกรรมาธิการไปประกอบการพิจารณาต่อไป

ในส่วนของที่ท่านสอบถาม แล้วก็ได้ตั้งประเด็นข้อสังเกตไว้นั้นผมจะขอรับไป ผมอยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าจริง ๆ แล้วก่อนที่ประเทศไทย จะเข้าร่วมอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพนั้นก็ใช้ระยะเวลาอันยาวนาน เราเปึนประเทศที่ ๑๘๐ กว่า ในการที่จะเข้าร่วมกว่าจะตัดสินใจ เพราะว่าเรานั้นก็มี ประเด็นถกเถียงกันว่าเข้าแล้วจะได้ประโยชน์หรือไม่อย่างไร ได้รับการคุ้มครองหรือไม่ อย่างไร จนในที่สุดแล้วเห็นว่าอนุสัญญาดังกล่าวนั้นมีประโยชน์จึงได้เข้าร่วม และปัจจุบันนี้ ก็มีการใช้อนุสัญญาดังกล่าวเปึนข้ออ้างในการปกปัองสิทธิประโยชน์ของเราค่อนข้างมาก แต่ประเด็นที่สําคัญก็คือว่ากฎกติกามารยาทในระดับสากลนั้นไม่มี ในเรื่องของการเข้าถึง เรื่องการคุ้มครอง แล้วก็การแบ่งปันผลประโยชน์ ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติถามว่าในส่วนของทรัพยากรที่เราถูกเอาไปนั้น เมื่อก่อนนี้เราไม่มีกฎกติกาตรงนี้ ประเทศที่ไปขอจดสิทธิบัตรหรือขึ้นทะเบียนไม่จําเปึนจะต้องบอกว่าระบุที่มาที่ไปว่ามาจากไหน อย่างไร ได้รับอนุญาตหรือไม่ แต่ว่าภายใต้พิธีสารฉบับนี้ก็ได้มีความพยายามที่จะให้มี กลไกที่จะออกเอกสารรับรองว่าทรัพยากรชีวภาพนั้น ๆ มาจากประเทศใด และต้องมี เอกสารฉบับนี้มาขอรับสิทธิบัตรในสารที่ได้มาจากทรัพยากรพันธุกรรมนั้นได้ อันนี้ก็จะ เปึนประโยชน์อย่างหนึ่งเหมือนกันในการปัองกันและปกปัองในเรื่องของทรัพยากร พันธุกรรมของเราที่เราโดนขโมยไปเปึนจํานวนมาก และเรื่องของการขโมย หรือพาราซี่ (Piracy) นั้น เปึนเรื่องใหญ่ที่ประเทศกําลังพัฒนาได้มีการตกลงกัน ซึ่งเราก็อยู่ในกลุ่มประเทศ ที่กําลังพัฒนา อาจจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มเมกะ ไบโอไดเวอร์ซิตี้ คันทรี แต่ว่าในกลุ่มประเทศ กําลังพัฒนานั้นเราอยู่กับกลุ่มนั้น แล้วก็มีการพยายามเจรจาต่อรองและหามาตรการ ในการปัองกันในเรื่องของการลักลอบการขโมยพันธุกรรมต่าง ๆ ไปเพื่อไปแสวงหา ผลประโยชน์โดยไม่ชอบ แล้วกลับมาทําให้เราต้องสูญเสียสิทธิอันชอบ แล้วก็ผลประโยชน์ ที่เราควรจะได้รับไป ตรงนี้ก็เปึนส่วนสําคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าประโยชน์ของพิธีสาร ฉบับนี้ก็มีอยู่ค่อนข้างมาก

มาตรการในเรื่องของการเตรียมการรองรับที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ถามว่าความพร้อมเปึนอย่างไรบ้าง ก็เรียนอีกทีว่าความพร้อมนั้นก็ได้มีการเตรียมการไว้ พอสมควร แต่ว่าเราก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าความรู้ ความเข้าใจ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ในขณะนี้อาจจะมีความจํากัดอยู่บ้างพอสมควร แต่เรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถ หรือเพิ่มศักยภาพผ่านกระบวนการในการที่จะเผยแพร่ความรู้ แล้วก็ผ่านกระบวนการในการฝ๊กอบรมในการที่จะสร้างความเข้าใจลงไปถึงระดับรากหญ้า หรือระดับท้องถิ่นชุมชนเปึนเรื่องที่มีความสําคัญ และทางกระทรวงก็ให้ความสําคัญ ในเรื่องนี้

มาตรการกระบวนการในการดําเนินการนี่นะครับ เราก็ได้มีแผนอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๕ แล้วก็มี แผนปฏิบัติการในเรื่องการเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์ในแผนการอนุรักษ์ดังกล่าว แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้ตั้งงบประมาณไว้ส่วนหนึ่งแล้วทั้งหมด ๒๐ หน่วยงาน ตั้งงบประมาณไว้ประมาณ ๑๑๘ ล้านบาทในการดําเนินการในการเตรียมความพร้อม ดังกล่าว

ส่วนเรื่องของกฎระเบียบนั้น ผมเรียนว่าจริง ๆ แล้วก็มีกฎหมายอยู่ ค่อนข้างมาก แต่ว่าเรื่องของการแบ่งปันผลประโยชน์นี่จริง ๆ แล้วอย่างที่ท่าน ส.ว. รสนา ได้พูดถึงนะครับ สมาชิกวุฒิสภาได้กรุณาพูดถึงนั้นก็คือ พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ป้ ๒๕๔๒ ก็มีเรื่องการเข้าถึงการแบ่งปันผลประโยชน์ อันนี้ค่อนข้างชัดเจนในอันนี้

ส่วนเรื่องกฎกระทรวงนั้น คงต้องไปดูอีกทีหนึ่งนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ในส่วนนี้ผมก็อยากจะกราบเรียนว่ากฎหมายบางฉบับถ้ามันครอบคลุมไปแล้วบางที กฎกระทรวงก็อาจจะไม่มีความจําเปึน แต่ว่าระเบียบต่าง ๆ ที่จะออกมารองรับภายใต้ กฎหมายดังกล่าวก็มีความจําเปึน แต่เรื่องของกฎกระทรวงนั้นถ้ามีความจําเปึนก็จะเอา เรื่องนี้ส่งผ่านไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อที่จะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาดําเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ

ในส่วนของกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในขณะนี้จริง ๆ แล้วก็มีค่อนข้างมาก แต่ว่ากฎหมายเหล่านี้จริง ๆ สามารถใช้บังคับได้ในระดับหนึ่ง ในขณะนี้ถามว่า ความพร้อมที่เราได้เตรียมความพร้อมไว้ในเรื่องกฎหมาย ก็จะใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมีอยู่หลายฉบับด้วยกันไม่ว่าจะเปึน พ.ร.บ. พันธุ์พืช พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ร.บ. ป์าไม้ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป์า พ.ร.บ. คุ้มครอง และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย แล้วก็ระเบียบต่าง ๆ ที่ออกตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วนะครับ แล้วก็ยังมีกระบวนการในเรื่องของการแบ่งปันผลประโยชน์ ในส่วนของสถาบันวิจัยแห่งชาติว่าด้วยการอนุญาตให้นักวิจัยต่างชาติเข้ามาทําการวิจัย ในประเทศไทย ในส่วนนี้ก็มีมาตรการในการปัองกันไว้แล้ว และที่ผ่านมาจริง ๆ แล้ว ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าผมเองมีโอกาสเข้ามาดูแลแล้วก็สนับสนุนในเรื่องของเปึน ประธานสภาวิจัย เปึนผู้กํากับดูแลในเรื่องของ สกว. เมื่อก่อนนี้เราไม่มีเรื่องของมาตรการ ในการแบ่งปันผลประโยชน์กับนักวิจัยอย่างชัดเจน บางทีนักวิจัยวิจัยแล้วจะไป จดสิทธิบัตรก็ต้องใช้เงินเปึนจํานวนมาก สุดท้ายบางทีก็เอาไปทํากับต่างชาติ เพราะว่า เขาจะได้ผลประโยชน์ส่วนนั้นกลับคืนมา แต่ตอนหลังได้มีการวางกฎกติกาในส่วนนี้ อีกเหมือนกัน แบ่งปันผลประโยชน์กับนักวิจัย ทําให้เราสามารถที่จะดูแลเรื่องผลประโยชน์ ของประเทศได้เปึนอย่างดีขึ้นนะครับ ถ้านักวิจัยท่านที่มีความรับผิดชอบปัญหานี้ก็คงจะ ไม่เกิดขึ้น ถ้าเผื่อว่ามีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องเปึนจํานวนมาก นักวิจัยไม่มีความรับผิดชอบ ก็จะเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน กฎกติกาตรงนี้ก็ได้กําหนดขึ้นมาทําให้มาตรการในการปัองกัน ดูแลในส่วนนี้ดีขึ้นนะครับ แล้วก็สนับสนุนให้เกิดการวิจัย เกิดการจดทะเบียนสิทธิบัตร มากขึ้นในส่วนของผลงานการวิจัยที่สามารถจะนําไปต่อยอดในกระบวนการดังกล่าวได้

การดําเนินการในส่วนของการเตรียมความพร้อมในเรื่องกฎหมายนั้น ขณะนี้เราก็ได้มีการยกร่างระเบียบเพื่อกําหนดเงื่อนไข ร่างระเบียบคณะกรรมการอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการเข้าถึงได้รับประโยชน์ตอบแทนจากทรัพยากรชีวภาพ ซึ่ง ครม. ได้ให้ ความเห็นชอบในหลักการแล้ว กฤษฎีกากําลังดูในรายละเอียดให้เราอยู่ในส่วนนี้ เพื่อที่จะ ไปกําหนดกฎกติกาในเรื่องของการใช้กฎหมายและการเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพซึ่งเรามีอยู่ ในปัจจุบันแล้ว ให้คํานึงถึงเรื่องของการคุ้มครองดูแลแล้วก็เรื่องของการแบ่งปัน ผลประโยชน์ที่เปึนธรรม แล้วก็ในส่วนนี้เองสุดท้ายถ้ามีความจําเปึนต้องมีการยกร่าง กฎหมายใหม่ก็คงจะนําเสนอต่อรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็สมาชิกวุฒิสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปในส่วนนี้นะครับ

ในส่วนของประเด็นอื่น ๆ ที่ท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ก็จะมีการดําเนินการ ในเรื่องของการปัองกันการลักลอบการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมนั้น ก็ได้มีการดําเนินการกัน อย่างเต็มที่ แล้วก็อย่างกรณีที่มีการลักลอบกรณีไม้กฤษณา ซึ่งเปึนตัวอย่างนะครับ ในขณะนี้ก็ได้มีการลงไปตรวจสอบโรงกลั่นไม้กฤษณาในเขตพื้นที่บริเวณรอบ ๆ พื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และพื้นที่ที่มีไม้กฤษณาอยู่ว่าได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ แล้วก็วัตถุดิบนั้นนํามาจากไหนอย่างไร ที่อ้างว่านํามาจากต่างประเทศนั้นก็คงต้องไปดูว่า นําเข้ามาจริงหรือไม่ แล้วก็ผลผลิตที่ออกมา รายได้ต่าง ๆ กระบวนการขั้นตอนนั้น เปึนอย่างไรบ้าง อันนี้ก็เปึนตัวอย่างที่เราใช้มาตรการปัองกัน แล้วก็กฎหมายในเรื่อง การปัองกันการลักลอบการค้าสัตว์ป์า ก็มีการดําเนินการอย่างจริงจังแล้วก็ได้มีการสร้างเครือข่ายเช่นอาเซียน-เวน (ASEAN-WEN) หรือว่าอาเซียน ไวด์ไลฟี เอนฟอร์ซเมนท์ เนทเวิร์ค (ASEAN Wildlife Enforcement Network) หรือว่าเครือข่ายในการปัองกันการลักลอบการค้าสัตว์ป์าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งก็ได้ทํางาน อย่างดีแล้วก็มีประสิทธิภาพในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยเปึนประเทศที่ผลักดัน ในเรื่องนี้แล้วก็ได้มีการดําเนินการแล้วจะขยายออกไปเปึนระดับภูมิภาคคือระดับ ทวีปเอเชีย ก็เปึนกระบวนการขั้นตอนต่อไปนะครับ แล้วก็หลายกลุ่มประเทศนั้นก็หันมา สนใจการสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันกับทางตํารวจสากลในเรื่องการปัองกันการค้าสัตว์ป์า และพืชป์าที่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ได้มีการดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วก็ พยายามใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในขณะนี้ ผมคิดว่าในส่วนของ การดําเนินการทั้งหมดที่เราได้ดําเนินการมานั้นก็มีหลายส่วนที่เปึนไปตามข้อสังเกต ที่ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลแล้วก็ให้ข้อสังเกต ให้คําแนะนําไว้ แล้วยังมีบางเรื่องที่คิดว่า ถ้ามีเรื่องใดยังจําเปึนต้องมีการดําเนินการเพื่อที่จะเสริมสร้างศักยภาพและประสิทธิภาพ ให้มากขึ้น ก็ขอรับไปดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ แล้วก็เรียนว่าการเจรจา แล้วก็การดําเนินการในครั้งนี้ก็จะคํานึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในส่วนรวม เปึนหลัก เพราะว่าจริง ๆ แล้วเราก็ไม่อยากจะสูญเสียผลประโยชน์ที่เราต้องสูญเสียไป อย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเปล้าน้อย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกวาวเครือ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของทรัพยากรพันธุกรรมต่าง ๆ ที่เราเองอาจจะไม่มีโอกาสได้รู้ได้เห็น เพราะว่านําไปแล้วเขาสามารถที่จะไปปรับปรุง ไปพัฒนา ไปแปรสายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งเขาสามารถทําได้ตามกระบวนการทางด้านวิทยาศาสตร์ แล้วเราไม่สามารถจะ เทสท์แบก (Test back) ได้ หรือติดตามกลับไปได้ก็ทําให้เกิดปัญหาเหมือนกันในส่วนนี้ แต่ผมเชื่อว่าภายใต้พิธีสารนาโงยา มาตรการในการปัองกัน ในการคุ้มครอง ในส่วนนี้ ก็จะมี แล้วก็ในพิธีสารเองก็ยังมีมาตรการในการที่จะให้ประเทศที่เปึนภาคีสมาชิก ประเทศที่ให้การรับรองพิธีสาร ได้ให้ความสําคัญเรื่องการกระจายความรู้ การพัฒนา ศักยภาพ ขีดความสามารถให้กับองค์กรต่าง ๆ รวมทั้งพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในท้องถิ่น ชุมชนต่าง ๆ ด้วยนะครับ ผมคิดว่าข้อสังเกตของท่านทั้งหลายจะเปึนประโยชน์และการประชุม จะเริ่มพรุ่งนี้ ซึ่งผมเองก็จะเดินทางคืนนี้เรียนว่าก็รอที่จะเข้ามาชี้แจงต่อท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติอยู่พอสมควร ไม่ได้นิ่งนอนใจแล้วก็ไม่ได้พยายามเร่งรัดสมาชิกรัฐสภา แต่อย่างใด ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่กรุณาให้ความสนใจ แล้วก็ให้ข้อมูลที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งในการที่จะไปเจรจาต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

จบและป่ดการอภิปราย ต่อไป ผมจะถามมติที่ประชุมว่าจะรับหรือไม่รับ จะให้ไปหรือไม่ให้ไป เชิญท่านสมาชิกรัฐสภา ที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ลงมติเรื่องพิธีสารนาโงยานะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม ที่อยู่ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการก็ตาม โปรดเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมด้วยครับ ก่อนที่จะลงมติเรื่องจะรับรอง เรื่องกรอบนาโงยาหรือไม่ ท่านสมาชิกครับโปรดเข้าห้องประชุมด้วยครับ เมื่อท่านนั่งลง ประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกท่านกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนที่จะลงมติเรื่องกรอบเจรจานาโงยาด้วยนะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่อยู่ข้างนอก แล้วก็อยู่ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการก็ตามนะครับ ช่วยกรุณางดการประชุมข้างนอก เข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมในการที่จะลงมติเรื่องกรอบเจรจานาโงยา ด้วยนะครับ เชิญครับ มีอะไรท่านสนธยา

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ท่านประธานครับ มาอีก ๕-๖ ท่านครับ ผมรีบวิ่งมาก่อนเพื่อมารับบัญชาจากท่านประธานเพื่อให้คอยสักครู่ครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมรออยู่แล้วครับท่านสมาชิกรัฐสภา ที่อยู่นอกห้องประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนเพื่อจะได้ตรวจสอบองค์ประชุม เมื่อท่านเข้านั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วย

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน กันเรียบร้อยแล้ว มีท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนไหมครับ ไม่มี ถือว่าทุกท่าน ได้เสียบบัตรแสดงตนแล้ว ขอส่งผล ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๒๕ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นชอบกรอบการเจรจาสําหรับ คณะผู้แทนไทยในการรับรองพิธีสารนาโงยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรม และการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียม และยุติธรรมในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ ๑๐ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ์น ถ้าท่านเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิทุกท่านนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ใช้สิทธิกันหมดแล้ว ส่งผลการใช้สิทธิมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๔๐๐ ท่าน เห็นชอบคือเห็นด้วย ๓๒๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๔๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๘ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบนะครับ

ต่อไปเปึนเรื่องที่ ๓ พิธีสารอนุวัติข้อผูกพันชุดที่ ๘ ภายใต้กรอบการตกลง ว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน

เชิญรัฐมนตรีแถลงครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลนําเสนอพิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียนต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภา ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งกระผมขอนําเสนอหลักการและเหตุผลความจําเปึน ในการจัดทําพิธีสารและสาระสําคัญของพิธีสารดังกล่าว

ด้วยกรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียนหรือที่เรียกชื่อย่อว่า เอฟาส (AFAS) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๓๘ กําหนดให้สมาชิกทยอย เป่ดตลาดบริการให้แก่กันเปึนระยะ ๆ และเป่ดตลาดในระดับที่สูงขึ้น โดยจัดทําข้อผูกพัน เป่ดตลาดเปึนชุด ๆ ต่อมาอาเซียนได้จัดทําแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี (AEC) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยมีการกําหนด เปัาหมายการเป่ดตลาดบริการอย่างค่อยเปึนค่อยไป ซึ่งจะเป่ดโอกาสให้ได้นักลงทุนของสมาชิกอาเซียนลงทุนในธุรกิจภาคบริการที่เสนอผูกพัน โดยมีสัดส่วนการลงทุนร้อยละ ๕๑ ในป้ ๒๕๕๓ และร้อยละ ๗๐ ในป้ ๒๕๕๘ โดยที่ผ่านมา อาเซียนได้ลงนามในพิธีสารและยื่นข้อผูกพันเป่ดตลาดไปแล้ว ๗ ชุด โดยชุดที่ ๗ ได้ผ่าน ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา และมีผลใช้บังคับตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ในการ ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ ๔๒ ที่ดานัง ประเทศเวียดนาม เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้รับรองพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันเป่ดตลาดการค้าบริการชุดที่ ๘ โปรโตคอล (Protocol) และมีมติให้มีการลงนามพิธีสารดังกล่าวในการประชุมผู้นํา อาเซียน ครั้งที่ ๑๗ ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๓ ที่จะถึงในอีกไม่กี่วันนี้ โดยสาระสําคัญ ของพิธีสารระบุให้สมาชิกอาเซียนสามารถทยอยยื่นข้อผูกพันหรือยื่นข้อผูกพันเดิม ที่มีผลใช้บังคับในปัจจุบันเปึนภาคผนวกแนบท้ายพิธีสารที่จะลงนามได้ สําหรับประเทศไทย จะร่วมลงนามในพิธีสารในช่วงการประชุมผู้นําอาเซียนในเดือนตุลาคมนี้ แต่จะยังไม่แนบ ตารางข้อผูกพันเป่ดตลาดชุดที่ ๘ โดยจะใช้ตารางข้อผูกพันเป่ดตลาดชุดที่ ๗ ที่มีผล ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้แทน ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะนําข้อเสนอผูกพันเป่ดตลาดชุดที่ ๘ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาก่อนที่จะยื่นต่อฝ์ายเลขาธิการอาเซียนอย่างเปึนทางการ ต่อไป ท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ การลงนามในพิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ มีความสําคัญต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะการเป่ดเสรีภาคบริการจะดึงดูด การลงทุนในธุรกิจภาคบริการจากต่างชาติเข้ามาสู่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิด การจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ในด้านการจัดการตลอดจนการพัฒนา เชิงธุรกิจและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งเปึนการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการของไทย ได้เร่งปรับตัวและพัฒนาประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจของตนเพื่อแข่งขันกับต่างชาติ ทําให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคและผู้ใช้บริการโดยตรง ในขณะที่คนไทยมีโอกาสเข้าไป ประกอบธุรกิจหรืออาชีพต่าง ๆ เกี่ยวกับการให้บริการในประเทศอื่น ๆ ที่ต้องเป่ดตลาด ตามข้อผูกพันของตนให้กับประเทศไทยเช่นเดียวกัน นอกจากนี้การเป่ดตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น ก่อให้เกิดการเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งถือเปึน กระบวนการสําคัญที่สมาชิกทุกประเทศจะต้องดําเนินการเพื่อนําไปสู่เปัาหมายของ การเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเอไอซี (AIC) ภายในป้ ๒๕๕๘ และจะเปึน การเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสร้างความเชื่อมั่นของอาเซียนต่อประชาคมโลกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง กระผมจึงขอให้ รัฐสภาได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันชุดที่ ๘ ภายใต้กรอบ ความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียนดังกล่าว ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาได้ลงจาก บัลลังก์ โดยมอบให้ นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ขอเชิญท่านสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็น เชิญท่านประเสริฐ ชิตพงศ์ ครับ

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา สงขลา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในการที่จะเจรจากรอบการบริการของอาเซียน ในครั้งนี้ ผมอยากจะขอให้ความคิดเห็นเพื่อที่จะให้มีการพิจารณาหรือหากเปึนไปได้ ก็อยากให้มีการเพิ่มเติม ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับด้านการศึกษานะครับ คือผมดูจากกรอบ ที่ได้กําหนดไว้แล้วนี่นะครับก็ดูเหมือนว่าได้ครอบคลุมในหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ ประการไว้ ครบถ้วนพอสมควรแล้ว สําหรับในห้วงเวลาในปัจจุบัน แต่ว่าด้านหนึ่งที่อาจจะเปึน โอกาสสําหรับประเทศไทยด้วย เปึนโอกาสสําหรับการที่ประเทศไทยอาจจะเปึนที่รองรับ หรือประเทศไทยอาจจะเปึนการไปลงทุนในต่างประเทศด้วย ก็คือทางด้านการศึกษา ซึ่งในด้านการศึกษานั้นผมอยากเรียนว่าไม่ว่าเราจะรองรับหรือเราจะรุกเข้าไปในประเทศ ในอาเซียนเรามีความพร้อมอยู่ในหลาย ๆ ด้าน และโดยเฉพาะสิ่งที่น่าจะพึงกระทํา สําหรับด้านการศึกษาก็คือการที่สถาบันการศึกษาของไทยเองเป่ดหลักสูตรหรือว่าจัดทํา กิจกรรมที่อาจจะเปึนที่รองรับนักศึกษาจากประเทศในกลุ่ม และโดยเฉพาะสิ่งที่อันจะพึงกระทําสําหรับด้านการศึกษาก็คือการที่สถาบันการศึกษา ของไทยเอง เป่ดหลักสูตรหรือว่จัดทํากิจกรรมที่อาจจะเปึนที่รองรับนักศึกษาจากประเทศ ในกลุ่มอาเซียน หรือการที่สถาบันการศึกษาของไทยที่มีความพร้อม อาจจะไปเป่ด ให้บริการการศึกษาในประเทศอาเซียนด้วยกัน ซึ่งการศึกษาของประเทศไทยนั้น ในขณะนี้ มหาวิทยาลัยไทยหลายแห่ง ไม่ว่าของรัฐหรือของเอกชนได้ถูกจัดอยู่ในอันดับที่อยู่ใน ระดับสูงของเอเชียซึ่งนั่นหมายรวมถึงในอาเซียนก็จะอยู่ในระดับสูงด้วย หลายมหาวิทยาลัย ก็ติดอยู่ในอันดับโลก เมื่อมีโอกาสที่จะทําให้สถาบันการศึกษาเหล่านี้สามารถรองรับ นักศึกษาในกรณีที่เราตั้งรับ หรืออาจจะไปเป่ดหลักสูตรในเชิงรุกสําหรับประเทศ ในอาเซียนก็มีความเปึนไปได้สูง มหาวิทยาลัยเอกชนนั้นมีความสันทัดในการที่จะเป่ด หลักสูตรทางด้านที่เกี่ยวข้องกับด้านสังคมศาสตร์ อาจจะเปึนด้านบริหารธุรกิจ หรืออาจจะเปึน ศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านที่สามารถรองรับนักศึกษาต่างชาติให้เข้ามาเรียน หรืออาจจะไปเป่ดในต่างประเทศเพื่อให้นักศึกษาในประเทศนั้นได้เรียนได้ มหาวิทยาลัย ของรัฐเองหลายแห่งมีความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์ สามารถเป่ดหลักสูตรได้ถึง ปริญญาโทและปริญญาเอก มีนักศึกษาจากหลาย ๆ ชาติเข้ามาเรียนอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันเราก็อาจที่จะไปเป่ดหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยในอาเซียนด้วยกัน เพื่อเป่ดโอกาสให้คนเหล่านั้นได้มาเรียนในหลักสูตรร่วมนั้นหรือมาเรียนในประเทศไทย ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยก็น่าที่จะเป่ดโอกาสให้มีการจัดสรรทุนการศึกษาให้กับ ประเทศในอาเซียนโดยเฉพาะในประเทศที่เขาอาจจะมีระดับการศึกษาที่ตามหลัง ประเทศเราอยู่ การจัดสรรทุนให้นั้น ในระดับหนึ่งก็ดูเหมือนว่าทําไมเราต้องไปลงทุนให้ เปลืองเงิน แต่ถ้าเรามองถึงยุทธศาสตร์ของประเทศในตะวันตกในอดีตที่เขาจัดสรรทุน ให้กับคนไทยได้ไปร่ําเรียนในต่างประเทศในขณะนั้น ผมเองก็เปึนคนหนึ่งที่ได้รับอานิสงส์ จากการที่ได้รับทุนจากต่างประเทศไปเรียนด้วย เราก็รู้ว่าเมื่อเราไปเรียนแล้วมันมีอะไร หลายอย่างที่เราเกิดความสัมพันธ์เชื่อมโยง ความรู้สึกผูกพัน และเมื่อมีกิจกรรมอะไร ที่เราจะร่วมกันได้เราก็รู้สึกว่าเราอยากจะร่วม อยากจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อย่างนี้ เปึนต้น เช่นเดียวกันเมื่อเปึนเช่นนี้หากเราสามารถจัดสรรทุนให้กับนักศึกษาในอาเซียน ให้เข้ามาเรียนในประเทศไทยได้มากขึ้น คนเหล่านี้ในอนาคตจะเปึนตัวเชื่อมโยงสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศนั้น ๆ และจะเปึนการเป่ดโอกาสให้เกิดความร่วมมือ เกิดความรู้สึกที่เปึนมิตรกัน ผูกพันกัน การที่จะไปทําประโยชน์อะไรอื่นใดในอนาคต ในเรื่องของการลงทุนทําธุรกิจ หรืออาจจะมีกรณีที่เรามีความจําเปึนต้องติดต่อกัน ในเรื่องทางสังคมก็ตาม การเมืองก็ตาม หรือมีปัญหาความขัดแย้งก็ตาม คนเหล่านี้ จะเปึนตัวช่วยเชื่อมโยงสัมพันธ์ที่ดี ในการที่จะไปช่วยลดหรือไปช่วยแก้ปัญหาในเรื่อง ของกรณีเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะฉะนั้นการที่ประเทศไทยพร้อมที่จะจัดสรรทุน ส่วนหนึ่งให้กับนักเรียนในอาเซียนได้เข้ามาเรียนในประเทศไทยนี่นะครับ มันอาจจะเปึน การลงทุนอีกทางหนึ่ง แต่ว่ามันเปึนโอกาสสําหรับการที่ในอนาคตแล้วนี่จะเกิดความ สัมพันธ์ที่ดีไว้อะไรไว้ก็จะเกิดประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย การที่เรามีโอกาสรับนักเรียน ต่างชาติเข้ามาเรียนในประเทศไทยนั้น ผมอยากเรียนว่าประเทศไทยมีความพร้อม หลาย ๆ ด้านครับ จริงอยู่เราอาจจะใช้ภาษาไทยในการเรียนในระดับปริญญาตรี แต่ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวมทั้งปริญญาตรีหลายสาขาในขณะนี้ โดยเฉพาะ ในมหาวิทยาลัยเอกชนนะครับ ผมอยากย้ําตรงนี้ได้เป่ดหลักสูตรที่เปึนอังกฤษอีก มากมายแล้ว มีนักเรียนต่างชาติมาเรียนอยู่พอสมควร ถ้าเราขยายศักยภาพตรงนี้ ให้นักเรียนต่างชาติเข้ามาเรียนให้มากขึ้น ก็จะเปึนประโยชน์มากมาย เพราะประเทศไทยนั้น มีโอกาส มีความได้เปรียบอยู่มากมายในเรื่องการที่น่าจะมาเรียนของชาวต่างชาติ ของนักเรียนโดยเฉพาะในอาเซียนนี่นะครับ เช่นค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงจนเกินไป ค่าใช้จ่าย ของประเทศไทยนั้นถือว่าอยู่ในระดับกลาง ไม่ถูกแล้วก็คงไม่แพงนัก แล้วขณะเดียวกัน ค่าเล่าเรียนเองก็ไม่ถือว่าสูงนักนะครับ ไม่ว่าจะเปึนมหาวิทยาลัยเอกชนก็ตาม โดยเฉพาะ ในมหาวิทยาลัยของรัฐเองก็ตามนี่นะครับ อีกอย่างหนึ่ง ประเทศไทยมีความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม ความสนใจของนักเรียนต่างชาติที่จะมาเรียนในเมืองไทยนั้นก็มีอยู่สูง อาจจะมาเรียนทั้งระบบทั้งหลักสูตรเลย หรืออาจจะมาเรียนบางส่วนก็ตามเราก็ได้ ประโยชน์ทั้งนั้นนะครับ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในบ้านเรานั้นถือว่าเปึนที่ยอมรับสูงนะครับ ประเทศเล็ก ๆ อย่างประเทศสิงคโปร์ถ้าเราจะไปเรียนหรือเราจะไปดูงานที่นั่นเราใช้เวลาเพียงอาทิตย์เดียว เราไปจบแล้วไม่ต้องใช้เวลามากกว่านั้นหรอกครับ แต่สําหรับบ้านเรานั้นถ้าคนต่างชาติจะมา ไม่ว่ามาเรียนระยะสั้น ระยะยาว ใช้เวลากันนานนะครับกว่าจะเรียนรู้ประเทศไทยใช้เวลา กันเปึนป้หรืออาจจะมากกว่านั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเปึนสิ่งที่เชื้อเชิญให้นักเรียนต่างชาติ สนใจจะเข้ามาเรียนในประเทศไทย หรือเราจะไปเป่ดหลักสูตรที่โน่นแล้วเกิดการแลกเปลี่ยน นักศึกษาไป ๆ มา ๆ มันก็ได้ประโยชน์ อีกอย่างหนึ่งประเทศไทยมีสิ่งอํานวยความสะดวก ต่าง ๆ มากมาย ในกรุงเทพฯ หรือในจังหวัดใหญ่ ๆ ที่สถาบันการศึกษาตั้งอยู่เรามี ความพร้อมที่จะรองรับนักศึกษาต่างชาติมีความสะดวก อย่างเช่นในกรุงเทพฯ เอง แหล่งบันเทิงต่าง ๆ สําหรับนักเรียนนักศึกษา ที่เขามาเรียนแล้วเขาคงไม่ใช่มุ่งแต่จะมา เรียนอย่างเดียว มาใช้ชีวิต มาเรียนรู้มาอะไรต่ออะไร ประเทศไทยมีแหล่งต่าง ๆ เหล่านี้ ครบถ้วนพอสมควร ในเรื่องสถานพักผ่อนหย่อนใจอะไรทั้งหลายประเทศไทยก็มีมากกว่า หลาย ๆ ประเทศในอาเซียนด้วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งเชื้อเชิญ และที่สําคัญอีกอันหนึ่งซึ่งบ้านเรามีฐานะที่ดีกว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนด้วยกันก็คือ การดูแลเรื่องสุขภาพ ระบบโรงพยาบาล ระบบการดูแลเรื่องบริการสุขภาพทั้งหลายบ้าน เราถือว่าเยี่ยมในอาเซียน เราอาจจะตามหลังประเทศสิงคโปร์อยู่หน่อยหนึ่ง แต่ว่า ความกว้างขวางความพร้อมเราสูงกว่าที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์นั้นอาจจะมี ความสามารถในเชิงลึก แต่ในความกว้าง ในการให้บริการด้วยจิตใจด้วยอะไรต่ออะไร สู้ประเทศไทยไม่ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเปึนการเป่ดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติสนใจ ที่จะเข้ามาเรียนในประเทศไทย อันนี้เปึนสิ่งซึ่งเราได้ตรวจสอบสอบถามนักเรียนต่างชาติ ที่มาเรียนอยู่ในประเทศไทยบ้างแล้ว สิ่งที่ผมยกมานี่ไม่ได้ยกมาลอย ๆ นะครับ เราได้ พูดคุยกับนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนอยู่บ้างแล้วก็พบว่านี่คือสิ่งที่เขาสนใจที่จะมาเรียน ในประเทศไทย ถ้าหากเราไปเป่ดหลักสูตรในบ้านเขาแล้วเกิดการแลกเปลี่ยนเดินทาง ไปมาของนักศึกษา สิ่งเหล่านี้มันจะทําให้เกิดความเคลื่อนไหวของนักศึกษามากขึ้น แล้วก็จะเปึนประโยชน์กับประเทศไทย

ประการที่สอง บริการของอาเซียนที่ผมคิดว่าประเทศไทยเราจะต้อง เตรียมพร้อมมากขึ้น ไปสอดคล้องกับด้านการศึกษาด้วยก็คือการเพิ่มความสามารถ ทางภาษาครับ ตรงนี้เองประเทศไทยมีความจําเปึนเปึนอย่างมาก ภาษาอังกฤษของเรานั้น ในระดับคนชั้นกลาง ในระดับคนที่มีโอกาสทางการศึกษา อาจจะไม่เปึนไร ความสามารถ ทางภาษาเราอาจจะโอเคอยู่ แต่ในระดับกว้างในระดับนี้จะเปึนประโยชน์มากมาย ในการสื่อสารในการประกอบอาชีพ ต้องยอมรับว่าความสามารถทางภาษาเรายังด้อยอยู่ เพราะฉะนั้นการที่เราจะเป่ดบริการของอาเซียนเพื่อให้เกิดเปึนโอกาสทําอย่างไรถึงจะให้ ความสามารถทางด้านภาษาของเราได้ถูกยกระดับขึ้นมาด้วย ตรงนี้ก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่ามกลางการเป่ดบริการตรงนี้เราต้องสร้างสมรรถนะ ของผู้คน สร้างศักยภาพของผู้คนทางด้านการสื่อสาร ทางด้านภาษา แน่นอนครับ ภาษาอังกฤษเปึนภาษาหลักที่เราคงจะต้องมีความสามารถสูงขึ้น แต่ขณะเดียวกัน อีก ๒ ภาษาที่ผมคิดว่าคงมีความจําเปึน ภาษาหนึ่งก็คือภาษาจีน แน่นอนครับประเทศจีน อาจจะไม่ได้อยู่ในอาเซียน แต่ว่าประเทศจีนนั้นจะเปึนประเทศคู่ค้าใหญ่ของอาเซียน ประเทศไทยควรจะได้มีโอกาสช่วงชิงตรงนี้ ทําอย่างไรถึงจะให้การบริการของเราที่จะเปึน ความสามารถในประเทศอาเซียน เรามีความสามารถที่จะร่วมมือกับทางประเทศจีน ได้มากขึ้นด้วยเพราะว่าเปึนประเทศคู่ค้าที่สําคัญของอาเซียน อีกภาษาหนึ่งซึ่งเปึน ภาษาหลักของประเทศที่อยู่ในอาเซียน มีประชากรประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากร อาเซียนสามารถสื่อสารกันได้ด้วยภาษานี้ เรียกภาษาบาฮาซา (Bahasa) ซึ่งจะใช้กันอยู่ ในประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศบรูไนซึ่งขณะนี้ ๓ ประเทศกําลังรวมกัน ในการที่จะกําหนดภาษาใหม่ขึ้นมาอีกภาษาหนึ่ง ซึ่งเปึนภาษาที่มีรากเดียวกันก็คือ เขาใช้ว่าภาษาแมบบิม (MABBIM) มาจากภาษาที่ใช้กันอยู่ใน ๓ ประเทศเปึนด้านหลัก แล้วก็จะใช้เปึนภาษาร่วมกันได้ อาจจะไม่ใช่เปึนภาษาของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เปึนภาษากลางของทั้ง ๓ ประเทศ ซึ่งประเทศไทยเรามีพื้นฐานของคนที่สามารถ จะศึกษาภาษามาบิม (MABIM) ได้ก็คือประชากรที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ประเทศไทย ซึ่งตรงนี้เองผมอยากจะต่อเนื่องไปถึงข้อสุดท้าย อาจจะเปึนข้อเกือบสุดท้ายเลยว่า ประเทศไทยจะเป่ดบริการอาเซียนนี่เราลองใช้วิกฤติของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เปึนโอกาสได้ไหม อาจจะมีส่วนหนึ่งที่เราเห็นว่าเปึนวิกฤติอยู่ การเกิดรายวันเกิดอะไรต่ออะไร นั่นก็เปึนส่วนหนึ่งแต่ในท่ามกลางปัญหาที่มีอยู่นั้น มันมีอะไรหลายอย่างที่เปึนศักยภาพอยู่ ก็คือความสามารถในการเชื่อมโยงกับประชากรส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งเปึนประชากรส่วนใหญ่ของอาเซียน ๖๕ เปอร์เซ็นต์อย่างที่ผมเรียนแล้ว เขาเปึน ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ใช้ภาษาร่วมกันคือภาษาบาฮาซา อาจจะไม่เหมือนกันหมด เหมือนภาษาไทยกับภาษาลาว เข้าใจกันได้สื่อสารกันได้ แต่อาจจะไม่ใช่เหมือนกัน ทั้งหมด ๓ ประเทศนั้นเขาก็แบบเดียวกันรวมทั้งพี่น้องชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของไทยก็ใช้ภาษาร่วมกันอยู่ในระดับหนึ่งไม่ใช่เหมือนกันหมด ซึ่งตรงนี้เราควรจะใช้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนประตูหรือที่เรียกว่าเกทเวย์ (Gateway) สู่อาเซียน มันมีคนอีกจํานวนมากที่เขาไม่ได้เปึนปลื้มหรือไปร่วมในขบวนการก่อเหตุใน ๓ จังหวัด เขาพร้อมที่จะเข้าไปร่วมมือกับประเทศ แล้วก็ร่วมมือกับประชาคมอาเซียน มีความสามารถ มีความเข้าใจที่จะร่วมมือกับประเทศเหล่านั้นอยู่ใช้ตรงนี้เปึนศักยภาพนําสําหรับเป่ดประตู สู่อาเซียน ก็อยากจะฝากไว้

ข้อสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คือ เราจะเข้าไปร่วมในการให้บริการร่วมกับ อาเซียน เราจะเจรจาในหลาย ๆ ประเด็นกัน สิ่งหนึ่งที่เราคงจะต้องดูแลและระมัดระวัง ร่วมกัน อาจจะไม่ใช่เปึนเรื่องของการเจรจาแต่เปึนสิ่งที่ประเทศไทยควรจะต้องพึงคํานึงถึง ในอนาคต ก็คือทําอย่างไรถึงจะลดข้อจํากัดทางประวัติศาสตร์ของประเทศในกลุ่มอาเซียน ด้วยกัน ซึ่งเปึนประวัติศาสตร์ที่เราเรียกว่าประวัติศาสตร์บาดหมาง ประเทศไทยเรานั้น มีประวัติศาสตร์บาดหมางกับประเทศเพื่อนบ้านที่ชายแดนติดต่อกันหลายประเทศ ถึงชายแดนไม่ติดต่อกันอาจจะเชื่อมโยงไปถึงประเทศที่ห่างออกไปบ้างในอาเซียนด้วยกัน ถ้าเราพยายามลดข้อจํากัดเรื่องประวัติศาสตร์บาดหมางลงเสียได้ ผมคิดว่าน่าจะเปึน ประโยชน์ในการที่จะร่วมมือกับอาเซียน และจะเปึนประโยชน์ในการร่วมมือเจรจากัน ในครั้งนี้ ซึ่งทางด้านการศึกษาจะเปึนเครื่องมือสําคัญในการที่จะทําความรู้ ความเข้าใจ ของผู้คนในอาเซียนด้วยกัน เพราะฉะนั้นการให้บริการทางด้านการศึกษาไม่ใช่เพียงแต่ มุ่งประโยชน์เปึนผลทางด้านการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่การที่จะทําความเข้าใจ ในการอยู่ร่วมกัน โดยการลดประวัติศาสตร์บาดหมางลง ผมคิดว่าตัวนี้จะเปึนตัวช่วยทําให้ ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางของอาเซียนได้เปึนอย่างดี และจะร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนได้ดียิ่งขึ้นมากกว่านี้ก็ขออนุญาตที่จะให้ความเห็น อาจจะเปึนคําถามไปด้วย ในบางประการ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ลําดับ อภิปรายจะเปึนอย่างนี้ ต่อไปก็เปึนท่านสถาพร แล้วก็ท่านสุมล เชิญท่านสถาพรครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ต่อการเป่ดกรอบเสรีทางด้านบริการของสมาคมอาเซียนที่ท่านรัฐมนตรี ได้ขอกรอบอนุมัติในหลักการต่อรัฐสภาแห่งนี้ สิ่งที่ผมมีข้อห่วงใยผ่านไปยังตัวแทน ของรัฐบาลก็คือว่าประเด็นเรื่องของอาชีพสงวนหวงห้ามสําหรับคนไทยที่ต่างประเทศ ไม่สามารถเข้ามาทํามาหากินในประเทศไทยได้ ไม่ว่าเรื่องของอาชีพซึ่งจะเกี่ยวโยง กับอาชีพบริการหลายประเภท ซึ่งจะนําเรียนทางรัฐบาลว่ากฎหมายฉบับนี้มันจะขัด หรือแย้งกับข้อตกลงของเราที่จะไปร่วมกันเป่ดเสรีกับอาเซียนในด้านบริการจะเปึนอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมก็เห็นด้วยว่าประเทศไทยจะได้มีโอกาสในการที่จะส่งเสริมอาชีพบริการ ที่ขยายมุมกว้างเพื่อที่จะให้คนไทยเรานั้นได้มีโอกาสไปดําเนินการสัมมาอาชีพในกลุ่ม อาเซียนด้วยกัน ไม่ว่าเรื่องของการที่เราจะผลักดันในเรื่องของสปาซึ่งถือว่าเปึนธุรกิจที่มี อนาคตในประเทศและมีอนาคตในโลกก็ว่า และโดยบุคลิกโดยลักษณะ โดยความชํานาญการ โดยสกิล (Skill) ของแต่ละคนในประเทศไทยนี้ ผมว่าอาชีพสปา อาชีพนวดต่าง ๆ นั้น ประเทศไทยเราสามารถไปได้ เพียงแต่ว่าเราจะยกระดับอาชีพนี้ให้อยู่ในหลักสูตร อยู่ใน การที่จะส่งเสริมกันได้อย่างไร ผมได้พบกับเจ้าของธุรกิจประเภทนี้หลายคน เขาก็อยากจะ ให้ทางรัฐบาลส่งเสริมอย่างจริงจัง ซึ่งภายใต้วิกฤติค่าเงินบาทแข็งเขาเองก็อยากจะขยายอาชีพบริการประเภทนี้ของเขา ไปยังในประเทศต่าง ๆ ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ฝากทางท่านรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนประเทศไทย ว่ากรอบการเจรจาในเรื่องของอาชีพบริการนั้นขอบเขตจํากัดอยู่ที่ไหนอย่างไร มีผลกระทบ กับเรื่องของอาชีพที่สงวนหวงห้ามไว้สําหรับคนไทยหรือเปล่า นอกจากนั้นสิ่งที่น่าวิตกกังวล ส่วนหนึ่งก็คือว่าทางต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศอินโดนีเซีย เข้ามาแย่งอาชีพบริการของประเทศ และขณะนี้มีคู่แข่งที่สําคัญก็คือประเทศเวียดนาม วันนี้ นักดนตรีในกรุงเทพฯ นักดนตรีในต่างจังหวัด หัวเมืองใหญ่ ๆ ส่วนใหญ่จะเปึนพวกฟ่ลิปป่นส์ เข้ามาทํามาหากินกัน แล้วก็ทําให้อาชีพนักดนตรี นักร้อง นักแสดงของประเทศไทยก็มี คู่แข่งแล้วก็ทําให้ทํามาหากินยากขึ้น ตรงนี้ก็ฝากทางรัฐบาลว่ามันอยู่ในกรอบการเจรจา ในเรื่องของการเป่ดอาชีพบริการหรือเปล่า ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าทําให้พี่น้องประชาชนที่มีอาชีพ เกี่ยวกับด้านบันเทิงทําให้มีคู่แข่งมากขึ้น แล้วก็อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยตรวจสอบ สิ่งหนึ่ง ที่อยากจะฝากไปทางรัฐบาลไม่ทราบว่าจะเกี่ยวโยงกับเรื่องของการไปเป่ดกรอบเสรีตรงนี้ หรือเปล่า เรื่องของเอเชียบอนด์ (Asia Bond) ซึ่งเราต้องยอมรับว่าวันนี้พี่น้องของพวกเรา ที่ส่งออก โดยเฉพาะพวกเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ส่งสินค้าไป ๒ ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ๓ ตู้คอนเทนเนอร์มีผลกระทบกับสภาพเงินบาทแข็งเปึนจํานวนมาก ขายสินค้าได้มาก แต่ได้เงินกลับมาน้อย ซึ่งโดยเฉพาะในเรื่องของเงินบาทแข็ง ก็อยากนําเรียนว่าการเป่ดอาชีพ เหล่านี้มันเกี่ยวโยงกับเรื่องของอัตราค่าเงินด้วยหรือไม่ อย่างไร ผมเองก็ยังอยากนําเรียนฝาก ไปทางรัฐบาลว่าถ้าไม่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องก็อยากจะให้ทางกลุ่มอาเซียนด้วยกัน มียุทธศาสตร์ มีเปัาหมายเรื่องของค่าเงินในสกุลของอาเซียนอย่างไร วันนี้เราต้องยอมรับว่า พี่น้องเกษตรกรที่เปึนพวกเอสเอ็มอี กลุ่มลําไยอบแห้ง กลุ่มขายผ้าบูติกที่อยู่ในเขตภาคเหนือ กลุ่มแกะสลักที่อยู่ในเขตภาคเหนือมีผลกระทบมากเรื่องของค่าเงินบาท เพราะว่าเราไป ตกลงกันไม่ได้ขายเปึนยูเอสดอลลาร์ขายเปึนเงินบาท พอทอนกลับมาลําบากมากครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่าการตกลงกรอบอาเซียนเหล่านี้มีผลกระทบอย่างไร แล้วก็ ทางรัฐบาลมีมาตรการอย่างไรถ้ากลุ่มอาเซียนของเรานั้นถูกโจมตีค่าเงิน แล้วก็ทําให้ การเชื่อมโยงในส่วนต่าง ๆ นั้นเกิดความเสียหาย นําเรียนทางตัวแทนรัฐบาลให้ดําเนินการ รับข้อสังเกตของกระผมได้ไปช่วยในการดูแลส่วนนี้ด้วย กราบขอบคุณครับท่านประธาน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อจากท่านสุมลก็จะเปึน ท่านเจริญนะครับ เชิญท่านสุมลครับ

นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ดิฉันขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องของพิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน กราบเรียนท่านประธาน ดิฉันมีความกังวลเล็กน้อยกับเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์โดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ ซึ่งท่านมานั่งรับฟังการอภิปรายของเราในวันนี้ว่าข้อผูกพันนี้ทุก ๆ รอบ ๒ ป้ จะมีการลงนาม แล้วก็ในครั้งนี้ก็จะมีการลงนามภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งก็เรียกว่าเร่งรีบ เพราะมันเลท (Late) เลื่อนกันมาเรื่อย ซึ่งดิฉันไม่ขัดข้อง แต่ต้องการจะทราบว่าในสาระสําคัญ ของพิธีสารและข้อผูกพันที่อยู่ในภาคผนวกท้ายพิธีสารนั้น ประเทศไทยเราภายใต้ความรับผิดชอบ ของกระทรวงพาณิชย์นั้นได้ดําเนินการภายในของประเทศเราดีแล้วหรือยัง เพราะหลังจาก ไปเซ็นในพิธีสารนี้แล้วมันจะมีผลการบังคับใช้ภายใน ๙๐ วันนับจากวันที่ลงนามแล้ว ซึ่งดิฉันเปึนกังวลว่าประเทศไทยเรายื่นข้อผูกพันเป่ดตลาดสาขาบริการถึง ๘๐ สาขา ดิฉันเชื่อว่าคนไทยเกือบทั้งประเทศคงไม่ทราบว่า ๘๐ สาขานั้นมีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้น ดิฉันอยากให้กระทรวงพาณิชย์ในฐานะที่รับผิดชอบได้โปรดทําประชาสัมพันธ์ได้บอกให้ เราซึ่งเปึนเจ้าของประเทศนั้นได้รับรู้บ้างว่าท่านจะไปเป่ดสาขาบริการถึง ๘๐ สาขา ในอาเซียนนั้นมีสาขาอะไร เพราะฉะนั้นดิฉันจึงกังวลในเรื่องนี้พอสมควร แล้วก็แม้ว่า การที่เราจะทยอยการยื่นสาขาเพิ่มเติมได้ในภายหลังจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ก็ตาม แต่ในฐานะที่ดิฉันเปึนตัวแทนของชาวบ้านของประชาชน ก็ต้องการให้รัฐบาลชี้แจงว่า ณ วันนี้กระทรวงพาณิชย์ได้พร้อมหรือยังในการดําเนินการตามกระบวนการภายใน ของเราเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศนั้นไม่ต้องเปึนห่วงว่าไทยเราจะเสียเปรียบ ในการไปลงนาม แล้วก็ทําให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ลงมติเห็นชอบอย่างสบายใจหายห่วง เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้โปรดชี้แจงด้วย ขอบคุณค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านเจริญครับ

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ ผมก็ขอสนับสนุนรัฐบาลในการที่ขออนุมัติกรอบความตกลง ว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน แต่ก็มีข้อสังเกตท่านรัฐมนตรีเพื่อจะได้วางแผน ในการที่จะให้ประเทศของเราขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ กระผมขอสรุปสั้น ๆ เพื่อให้เปึนข้อมูลกับท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ดังต่อไปนี้นะครับ

ข้อที่ ๑ กรอบนี้จะช่วยให้ประเทศในอาเซียนลดอุปสรรคในการเข้ามา ประกอบธุรกิจในประเทศต่าง ๆ

ข้อที่ ๒ ผู้บริโภคมีเสรีภาพที่จะเลือกใช้บริการต่าง ๆ เพราะว่ามีต่างประเทศ เข้ามาลงทุนหรือเราไปลงทุนที่ประเทศไหนก็ตาม การแข่งขันตรงนั้นจะช่วยให้ผู้บริโภค สามารถเลือกซื้อเลือกใช้บริการที่มีคุณภาพและตามความพึงพอใจ อันนี้ถือว่าทําให้ ประเทศของเราแล้วก็ประชาชนในอาเซียนมีโอกาสมากขึ้นครับ

ข้อที่ ๓ ผมเข้าใจว่าแต่ละประเทศท่านรัฐมนตรีคงจะได้เริ่มร่วมกัน วางมาตรฐานที่ชัดเจนของแรงงาน เท่าที่ผ่านมาผมเห็นว่าประเทศในอาเซียนนอกจาก ประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย ประเทศไทย ประเทศพม่าก็ดี แล้วก็ประเทศเวียดนาม การสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนของแรงงาน ผมคิดว่าจําเปึนรัฐบาลไทยต้องทบทวนเพื่อให้มี มาตรฐานที่กําหนด สามารถเคลื่อนย้ายไปทําในประเทศที่เขาเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ มากกว่าเรา ผมคิดว่ายังไม่เข้มแข็งพอ ท่านประธานครับ โอกาสหลังจากที่เราเป่ด การค้าเสรีในอาเซียนเกิดโอกาสขึ้น ๓-๔ เรื่องต่อไปนี้

ประการแรก สามารถขยายการค้าและการลงทุน ผมเข้าใจว่าพอเรา เป่ดเสรีขึ้นมา ถ้าท่านประธานจะสังเกต ผมกราบเรียนท่านประธานครับ มี ๓-๔ สาขา ในป้นี้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์สามารถลงทุนได้ ไม่ว่าโทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ สุขภาพ การท่องเที่ยวการขนส่งทางอากาศ โลจิสติกส์ (Logistics) และบริการอื่น ๆ กราบเรียน ท่านประธานครับเมื่อเราเป่ดเสรีมีการลงทุนมากขึ้นสิ่งที่รัฐมนตรีต้องระวังก็คือบริษัท ที่มาใช้ฐาน อย่างตอนนี้ประเทศสิงคโปร์ ต่างประเทศจากทวีปยุโรปหรือจากทวีปอเมริกา มาลงทุนไว้เยอะและจะใช้สิทธิตรงนี้ ซึ่งใช้นอมินี (Nominee) แทน ฉะนั้นเราจะเสียเปรียบ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ารัฐบาลต้องศึกษาล่วงหน้าไว้สําหรับที่จะต้องมีมาตรการในการปัองกันบริษัท ที่สวมรอยโดยการยืมมือคนบางคน แล้วในประเทศเราเองก็ตามหรือต่างประเทศ เพราะอะไร เพราะประเทศสิงคโปร์นั้นเป่ดเสรีการลงทุนค่อนข้างมากกว่าเรา ความได้เปรียบ ตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาลต้องเตรียมไว้ ท่านประธานครับ กระผมจะเจาะสัก ๒ เรื่อง ก่อนที่จะนําข้อสังเกตให้กับทางรัฐบาล ตอนแรกจะอภิปรายเรื่องการเตรียมทางด้าน การศึกษา ซึ่งท่านประเสริฐก็ได้กรุณานําเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทราบ เปึนบางส่วนแล้วนั้น ผมคิดว่าถึงเวลาที่กระทรวงศึกษาธิการก็ดี ในเรื่องของการศึกษาต้องรีบวางแผนในเรื่องนี้ ค่อนข้างมากเพราะว่าเราสามารถเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีคุณภาพสูงไปสู่ประเทศอื่นได้ จะได้มีค่าจ้างแพง และขณะเดียวกันเราก็ต้องระวัง ซึ่งจะมีข้อสังเกตจากกระผมก็คือว่า เมื่อแรงงานเหล่านี้เคลื่อนย้ายไปต่างประเทศที่มีค่าจ้างสูง ๆ จะทําให้ประเทศของเรา ประชาชนของเราจะเดือดร้อน ที่เดือดร้อนเพราะว่าอย่างสาขาแพทย์ก็ดี พยาบาลเรา ขาดแคลนอยู่แล้ว ถ้าเป่ดการเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีขึ้นก็นําไปสู่พี่น้องประชาชนชาวชนบท จะขาดแคลนทั้งแพทย์ ทั้งพยาบาล หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ ผมเจาะ ให้เพื่อเปึนข้อสังเกตเผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้นําไป เพราะว่าตอนที่ท่านมานั่งฟังอยู่ท่านอยู่ คนเดียวนะครับ จะเกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็กระทรวงคมนาคม เฉพาะการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม ประเทศ มาเลเซีย ประเทศลาว การค้าป้นี้เราคิดว่าประมาณเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าการขนส่งสะดวกขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเขาได้ทําการวิจัยว่า การค้าชายแดนเฉพาะการขนส่งทางบกนั้นประมาณเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นตรงนี้จากโปรเจกทีฟ (Projective) คืออะไรท่านประธานครับ บริษัทโต ๆ ที่เขามีเทคโนโลยีสูง บริษัทโต ๆ ที่เขามีทุนมาก ๆ ระยะแรกครับ ผู้ประกอบการ ขนาดเล็กไม่เปึนไร เข้าใจว่าพอครบ ๓ ป้หรือ ๕ ป้ ถ้ารัฐบาลของเราไม่วางแผนให้ดี จะกระทบมากแล้วก็จะเดือดร้อนเพราะว่าผู้ประกอบการของเรานั้นคือทําแบบดั้งเดิม การพัฒนาบุคลากรในองค์กรก็ค่อนข้างต่ํา เรื่องนี้ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีได้รีบประสาน กระทรวงคมนาคมวางแผน มิฉะนั้น ๓ ป้ให้หลังจะกระทบค่อนข้างมาก

ประการที่สอง กระผมคิดว่าถ้าเผื่อเราเองในการเตรียม ซึ่งจะต้องสัมพันธ์ กับการศึกษา ผมเข้าใจว่าขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็รีบดําเนินการ และรีบวางแผนอยูค่อนข้างก้าวหน้าไปมาก แต่ดูประเทศสิงคโปร์ ดูประเทศมาเลเซียแล้ว คิดว่าเรายังตามหลังเขาค่อนข้างมากในการเตรียมคนสู่การรองรับ

เพื่อประหยัดเวลากระผมขอตั้งข้อสังเกตกับท่านรัฐมนตรี ๓-๔ เรื่อง ต่อไปนี้ เผื่อท่านจะได้กลับไปกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีในการเตรียมการ

เรื่องแรกก็คือ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ซึ่งโดยเฉพาะทางด้าน การศึกษาทุกสาขาที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ หรือธุรกิจ ทางคมนาคมหรือทางการแพทย์ หรือทุกสาขา ผมคิดว่าต้องทําเปึนมาสเตอร์แพลน (Master plan) ขึ้นมา ถ้าเผื่อท่านไม่ทํา ให้ครบทุกสาขา หรือการท่องเที่ยวก็ตาม ณ วันนี้ประเทศไทยมีศักยภาพในเรื่องของ การท่องเที่ยวค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นเราอาจจะเปึนผู้นําในการที่จะถ่ายทอดให้กับ ประเทศอื่นได้ แต่ระยะยาวเนื่องจากเรามีทุนค่อนข้างจํากัด อันที่สองก็คือเรามีความเคยชิน กับการประกอบธุรกิจแบบดั้งเดิม เพราะฉะนั้นตรงนี้การเตรียมบุคลากรผมคิดว่ามีความจําเปึน

เรื่องที่สอง คิดว่าเรายังไม่ค่อยพูดถึงมากนักท่านประธานครับ คือการช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ร่วมมือกันดีแต่กลัวเขาจะแก่งแย่งกัน แข่งขันกันสูง แล้วก็จะนําไปสู่การกีดกัน เปึนการภายใน เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องต่อไปนี้ ประการแรกก็คือ การจัดทํามาตรฐานเดียวกันในทั้ง ๑๒ สาขาที่จะร่วมกัน แล้วก็ประกาศให้พี่น้องประชาชน และประกาศให้ทางการศึกษาทราบ ให้ทุกคนทราบว่าแรงงานที่จะขับเคลื่อนกันนั้น มีมาตรฐานอย่างไร ประกาศให้ชัด ประการที่สองก็คือเรายังค่อนข้างด้อยอยู่ในการยกระดับ คุณภาพการบริการ ณ วันนี้เราปล่อยให้ภาคเอกชนเขาเดินหน้าผจญภัยเอาเอง เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อทางรัฐบาลได้มีแผนปรับคุณภาพการบริการหรือยกคุณภาพการบริการขึ้นมา เปึนวาระหนึ่งในการที่จะขับเคลื่อนก็จะเกิดประโยชน์

เรื่องที่สาม เรื่องที่เราลืมกันแล้วไม่ค่อยพูดถึงก็คือ หลังจากที่เป่ดเสรีสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็ให้ข้อสังเกต กับท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีก็คือการให้ความรู้ประชาชน เพราะว่าเขาสามารถที่จะ ได้รับการคุ้มครองการบริโภค เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องของรัฐบาลที่ต้องจัดทํา ถ้าเผื่อท่านรัฐมนตรี กลับไปนําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีได้รีบทําแผนการคุ้มครองผู้บริโภค ข้อกังวลของเพื่อน สมาชิกรัฐสภาก็จะหายไป

เรื่องที่สี่ก็คือ เรื่องเหล่านี้น่าจะต้องทําร่วมกัน ก็คือการบริการทดสอบ หรือออกใบรับรองถ้าเขาออกเปึนของอาเซียนได้ ไม่ว่าผู้ประกอบการโรงแรมที่มีมาตรฐาน ภัตตาคาร หรือการเช่ารถ กระผมยกตัวอย่าง ๓ ตัวอย่าง ถ้าเผื่อมีใบรับรองขึ้นมาของอาเซียนเอง ผู้ประกอบเหล่านี้สามารถไปแข่งขันหรือไปลงทุนที่อียู (EU) ได้ หรือที่ประเทศญี่ปุ์น หรือที่อื่นได้ที่เขาเป่ดช่องให้ เพราะขณะนี้พอเราลงนามไปแล้วและถ้าต่างคนต่างทํา ผมเข้าใจว่าโอกาสที่จะเกิดคุณภาพและมาตรฐานค่อนข้างยาก

ประการที่สาม ที่กระผมกราบเรียนก็คือเมื่อสักครู่นี้ก็เรียนท่านประธาน ไปบางส่วนนั่นก็คือการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก อันนี้เขาจะ เดือดร้อนแน่นอนถ้าเผื่อรัฐบาลยังไม่มีแผน

ประการที่สี่ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี การวางแผนเรื่องอาชีพที่อาจจะกระทบจากการเป่ดเสรี แม้กระทั้งแพทย์ ทั้งพยาบาล และวิศวกร กระผมได้เกริ่นนําตั้งแต่ตอนแรก รัฐบาลต้องตอบได้ถ้าเผื่อมีการเคลื่อนไปจริง ๆ พี่น้องประชาชนจะเสียโอกาสไป เรามีแผนชดเชยหรือยัง เพราะขณะนี้พยาบาลก็ขาดอยู่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน แพทย์ก็ขาดอยู่เยอะ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเกิดการเคลื่อนย้ายจริง ๆ รัฐบาลมีแผนหรือยัง เพราะเราจะห้ามเขาไม่ได้

ประเด็นสุดท้ายที่กระผมกราบเรียนค่อนข้างกังวลแล้วก็เปึนห่วงมาก ๆ ก็คือการเตรียมการทางการศึกษาที่จะรองรับ กระผมคิดว่าถ้าเผื่อรัฐบาลได้มีแผนที่ชัดเจน ในการที่จะรองรับเรื่องเหล่านี้ก็นําไปสู่ความมั่นใจของพี่น้องประชาชน และสมาชิกรัฐสภา กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ มีสมาชิก ประสงค์จะอภิปรายอีก ๒ ท่านเท่านั้นนะครับ คือท่านเจตน์ แล้วก็ท่านพรพันธุ์ เชิญท่านเจตน์ครับ

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับพิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ ของอาเซียน วัตถุประสงค์เพื่อเป่ดตลาดการค้าบริการระหว่างกันภายในกลุ่มอาเซียน ให้มากกว่าความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการหรือแกต (GAT) ของดับบลิวทีโอ (WTO) เพิ่มประเภทบริการ และลดข้อจํากัดการให้บริการ มันก็เปึนไปตามที่สมาชิก รัฐสภาหลายท่านก็ได้อภิปรายไว้แล้ว ผมคงไม่ต้องไปพูดซ้ําให้เสียเวลา แต่ว่าขอย้อนกลับ ไปนิดหนึ่งว่าโดยหลัก ๆ แล้วมันเพิ่มโอกาสให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาลการรวมตัว เปึนประชาคมอาเซียนจะช่วยดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพราะว่าตรงนั้น พลเมืองเราจะเพิ่มขึ้นมาเปึน ๖๐๐ ล้านคน ทัดเทียมกับอียู ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน ประเทศอินเดีย แล้วตลาดมันจะมีขนาดใหญ่และกว้างขึ้น ทั้งอาเซียนและคู่ค้า เกิดโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ แล้วก็โอกาสการทํางานของคนในประเทศ ทั้งหมดนี้ คือประโยชน์ ในเรื่องของการค้าบริการในการที่จะเพิ่มขึ้น ในกรอบการเป่ดเสรีการลงทุน ภาคบริการของอาเซียนในคราวนี้เพิ่มเปึน ๑๒ สาขา จาก ๑๐ สาขา แล้วก็ใน ๔ สาขา ที่เรามีความจําเปึนจะต้องอนุญาตสัดส่วนการถือหุ้นให้เพิ่มเปึน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ในป้ ๒๕๕๓ ในสาขาโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ สุขภาพ ท่องเที่ยว ส่วนขนส่งทางอากาศ ในสาขาที่ ๔ นี้จะขยายไปเปึนป้ ๒๕๕๖ ส่วนโลจิสติกส์ และบริการอื่น ๆ จะเพิ่ม ในป้ ๒๕๕๘ ผมจะขออภิปรายในที่นี้ในสาขาเดียวคือสาขาสุขภาพ ท่านประธานครับ เอ็มอาร์เอ (MRA) หรือข้อตกลงร่วมของบริการทางการแพทย์เปึนเรื่องที่เราเพิ่งจะเซ็นไป หลังจากที่ผ่านรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ตรงนี้ก็เปึนกรอบกว้าง ๆ ซึ่งเอ็มอาร์เอมีผลทําให้ แพทย์ที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดสามารถจดทะเบียนหรือขอรับใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพแพทย์ในประเทศอาเซียนอื่น ๆ ได้ โดยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในของ ประเทศนั้น ๆ ท่านประธานตรงนี้มันมีความหมายมากว่าเมื่อเราเซ็นกรอบข้อตกลง เอ็มอาร์เอไปแล้ว ต่อไปก็ขึ้นกับแพทยสภาของแต่ละประเทศจะไปกําหนดคุณสมบัติ ที่จะยอมรับคนที่เข้ามาสู่ระบบทางการแพทย์ของประเทศนั้น ๆ เพียงแต่ถ้าหากว่า ถึงที่สุดแล้ว เมื่อเราเป่ดเสรีเต็มที่แล้วตรงนี้จะต้องไม่มีข้อจํากัดนะครับ ปัญหาก็คือว่าแพทย์ที่มีใบอนุญาต และมีประสบการณ์สามารถขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในประเทศอื่น ๆ ได้สะดวกขึ้น แล้วก็ขั้นตอนการตรวจสอบรับรองวุฒิการศึกษาหรือความรู้ทางวิชาชีพในประเทศไทย ก็ต้องผ่านการสอบเพื่อได้ใบอนุญาตจากแพทยสภา ทีนี้ผมจะลงมาที่ประเทศไทย ประเทศไทยนี่หน่วยงานที่คุมเข้มเรื่องของการจดทะเบียนผู้มีสิทธิหรืออนุญาตแพทย์ ที่มีสิทธิมาทําการรักษาในประเทศจะมีความเข้มงวดค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นโอกาส ที่เราจะเปึนห่วงว่าเราจะมีแพทย์ที่คุณสมบัติด้อย ๆ จากประเทศบางประเทศที่เปึน กลุ่มประเทศที่มีความเจริญน้อยกว่าประเทศที่อยู่แถวหน้า ๆ นะครับในประเทศที่อยู่ แถวหน้า ๆ อาจจะมีประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซียแล้วก็ประเทศไทย พวกนี้หากเป่ด เสรีทางการค้าและบริการเมื่อใดก็ตาม สาขาใดก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วประเทศที่อยู่แถวหน้า จะค่อนข้างได้เปรียบ ซึ่งตรงนี้อาจจะรวมถึงประเทศเวียดนามซึ่งกําลังตามมาติด ๆ แต่ว่า ประเทศเล็ก ประเทศที่เศรษฐกิจยังไม่เจริญมากไม่ว่าจะเปึนประเทศลาวหรือประเทศกัมพูชา ตรงนี้เขาอาจจะมีความเจริญในบางด้าน แต่ว่าอาจจะไม่ได้เปึนผู้นําทางด้านเศรษฐกิจ แต่ว่าทางการแพทย์แล้วมันจะมีความแตกต่างกันระหว่างประเทศที่มีเศรษฐกิจดีกับ ประเทศที่มีเศรษฐกิจไม่ดีเท่า อันนี้เรามีตัวอย่างศึกษาจากทั่วโลกนะครับ ยกตัวอย่าง เช่นในประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีการเคลื่อนย้ายแพทย์จากประเทศแคนาดาไปประเทศ สหรัฐอเมริกาที่มีเศรษฐกิจดีกว่า ในยุโรปก็เช่นเดียวกันแม้จะเข้ารวมอยู่ในอียูแต่ก็ยังมี ความแตกต่างทางเศรษฐกิจก็ยังมีสมองไหล ก็คือสมองไหลจากประเทศที่เศรษฐกิจน้อย ไปหาเงินในประเทศที่เศรษฐกิจดีกว่า ซึ่งจะได้เงินและค่าตอบแทนมากกว่า ตรงนี้ ก็เช่นเดียวกันในประเทศไทยถ้าหากคิดว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยดี แน่นอนครับ มันก็จะดึงดูดแพทย์จากประเทศที่เศรษฐกิจไม่ดีเข้ามาหาเรา การแข่งขันเราก็ไม่เปึนรองใคร แต่ผมหมายถึงในภาคเอกชนเท่านั้น ในภาคเอกชนเรามีโรงพยาบาลที่อยู่ในระดับ แนวหน้าผมยกตัวอย่าง เช่น โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาล กรุงเทพแล้วก็หลาย ๆ โรงพยาบาลที่ไม่ได้เอ่ยชื่อในที่นี้ แต่ว่าโรงพยาบาลเหล่านี้ มีศักยภาพในการแข่งขันแล้วก็ไม่แพ้ใครในอาเซียน โรงพยาบาล เหล่านี้เมื่อเราเป่ดเสรี แน่นอนครับ เขาก็จะหาโอกาสที่จะไปลงทุนในประเทศที่เศรษฐกิจไม่ดี การลงทุนไปเป่ด โรงพยาบาลในประเทศเหล่านั้น แน่นอนครับ ป้ ๒๕๕๓ เป่ดโอกาสให้ลงทุนได้ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็เปึนสิ่งที่จูงใจแล้วก็ท้าทาย เพราะว่าในกลุ่มประเทศเหล่านั้น ประเทศกัมพูชาหรือประเทศลาวก็ตามก็ยังมีกลุ่มที่สามารถที่จะจ่ายเงินซื้อบริการ ทางการแพทย์ได้จํานวนหนึ่ง ซึ่งมากพอสมควรที่จะสามารถไปเป่ดโรงพยาบาลรักษา แบบเอกชนขึ้นในประเทศเหล่านั้นได้ปัญหาก็คือว่าการเป่ดสถานพยาบาลหรือ โรงพยาบาลขึ้นในประเทศเหล่านั้น เราก็ไม่ทราบว่าจะมีโรงพยาบาลที่ไปลงทุนมากน้อย แค่ไหน แต่ว่าแน่นอนครับต้องนําแพทย์ไปด้วยผมเองเคยพบกับแพทย์ที่ทํางานพาร์ท ไทม์ (Part time) อยู่โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ไปออกโอพีดี (OPD) ที่จังหวัดเสียมราฐหรือเสียมเรียบทุกสัปดาห์ ตรงนี้มันก็เปึนส่วนหนึ่งที่คล้าย ๆ สมองไหล แต่ว่าแน่นอนครับเขายังทํางานปกติอยู่ในเมืองไทย แต่ว่าปกติแล้วเขาน่าจะทํางานสนองนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปัจจุบัน ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือว่าเรามีความขาดแคลนแพทย์จํานวนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในโรงพยาบาลชุมชน ในโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก ๆ ๕๙๐ แห่ง มีแพทย์ เพียง ๓,๐๖๕ คน เมื่อประมาณ ๒ ป้ที่แล้ว ส่วนใหญ่เปึนแพทย์ใช้ทุนป้ ๒ และป้ ๓ รวมประมาณ ๒,๕๐๐ คน บางแห่งไม่มีผู้อํานวยการต้องใช้โรงพยาบาลข้างเคียงมาช่วย มีแพทย์แห่งละ ๑-๕ คน ดูแลประชาชน ๒๗ ล้านคน ตรวจโอพีดีวันละ ๘๐-๒๐๐ คน คิดเปึน ๙๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เกินมาตรฐานที่ ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นี่พูดถึงในสถานะ ปกตินะครับ แล้วก็ต่อไปการผลิตแพทย์ของเราถึงแม้ว่าจะผลิตได้มากขึ้นแต่ครึ่งหนึ่ง จะหายไป กลับไปเรียนเฉพาะทางเพื่อกลับมาเปึนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ปัญหาของ เมืองไทยก็คือว่าขณะที่เราขาดแคลนแพทย์ เราเน้นแพทย์ที่ทํางานเชิงปริมาณแต่ว่า ในเชิงคุณภาพเราก็ต้องการด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อแพทย์ที่ทํางานทางด้านบริการ ที่ทํางาน ในเชิงปริมาณ กลับไปเปึนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในสาขาต่าง ๆ แล้ว การที่จะให้แพทย์ รองรับการทํางานในเชิงปริมาณก็ย่อมหายไป เพราะฉะนั้นปัญหาโรงพยาบาลแออัดคับคั่ง ในโรงพยาบาลศูนย์หลาย ๆ แห่งมีคําพูดว่าเหมือนนรก เวลาที่ผู้ป์วยไปรอตรวจ มีความคับคั่งและแออัดเหมือนนรก ตรงนี้ผมไม่ได้โทษกระทรวงสาธารณสุข แต่ปัญหา ก็คือว่าในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของเราก็คือรักษาฟรี รักษาฟรีทุกคนนะครับ เมื่อเราขาดแคลนแพทย์ ขาดแคลนบุคลากรอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้พูดในที่นี้ ปัญหาที่ กําลังจะเกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือเราขาดงบประมาณ เมื่อเดือนที่แล้วผมตั้งกระทู้ถาม ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้แค่ไตรมาส ๓ โรงพยาบาล ที่สถานะทางการเงินมีปัญหามีจํานวนถึง ๒๕๔ โรงพยาบาล ใน ๒๕๔ โรงพยาบาล เปึนโรงพยาบาลศูนย์ ๕ โรงพยาบาล เปึนโรงพยาบาลทั่วไป ๑๕ โรงพยาบาล สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือว่าโรงพยาบาลไม่มีเงิน ค้างค่ายา ไม่มีเงินไปซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ครุภัณฑ์ ทางการแพทย์เปึนสิ่งจําเปึน ในขณะที่การฟัองร้องแพทย์มีจํานวนและปริมาณที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นแพทย์ต้องทํางานในลักษณะที่เขาเรียกว่าดีเฟนซีฟ เมดิซิน (Defensive medicine) การตรวจแลบ (Lab) การเอกซเรย์ การตรวจคอมพิวเตอร์ อาจจะต้องสั่งทําเลยโดยไม่ต้องรอ ตามทฤษฎีเหมือนสมัยก่อน เพราะว่าถ้าไม่ทําเกิดมีปัญหาก็จะถูกฟัอง เพราะฉะนั้นการ ขาดแคลนเครื่องมือแบบนี้มันกําลังจะเกิดขึ้นแม้กระทั่งยา ยาที่มีความสําคัญ ยาที่มี คุณภาพหลาย ๆ อย่าง ถ้าหากว่ามีลิขสิทธิ์ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากว่าลิขสิทธิ์หมดก็ต้อง สั่งเฉพาะยาที่ผลิตในประเทศ แน่นอนครับโรงงานที่ผลิตต้องได้จีเอ็มอี (GME) แต่ว่า ความเชื่อใจ ความเชื่อมั่นของผู้ป์วยบางครั้งยังยึดติดอยู่กับยาที่นําเข้าจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ายาที่จําเปึน ยาที่มีตัวทดแทนก็จะไม่ได้ ฉะนั้นผู้ป์วยก็จะหนีไปหา โรงพยาบาลเอกชนหรือโรงพยาบาลของกองทัพในขณะนี้ ซึ่งต่อไปงบสวัสดิการรักษาพยาบาล ข้าราชการซึ่งจะต้องมากกว่า ๖๒,๐๐๐ ล้านบาทในป้ ๒๕๕๓ ก็จะสร้างปัญหาให้กับ กรมบัญชีกลางซึ่งจะต้องลงมาควบคุมค่ารักษาพยาบาล จะยิ่งทําให้ผู้ป์วยไม่มีทางเลือก นอกจากไปสู่โรงพยาบาลเอกชน เมื่อผู้ป์วยไปสู่โรงพยาบาลเอกชนมากขึ้นก็จะเหลือ ผู้ป์วยที่ไม่มีทางเลือกเพราะว่าโรงพยาบาลเอกชนก็จะดึงแพทย์ที่มีฝ้มือไปมากขึ้น แล้วถ้าเกิดไปตั้งสาขาในต่างประเทศแล้วนําแพทย์ที่มีคุณภาพตามไป ที่เหลือก็จะดึงมา จากแพทย์ของโรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวงสาธารณสุข แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ ของกระทรวงสาธารณสุขขาดแคลนก็จะดึงไปจากโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลทั่วไป ก็จะดึงมาจากโรงพยาบาลชุมชนเพราะการผลิตผู้เชี่ยวชาญผลิตไม่ทันกับความต้องการ ถ้าหากว่ายังเปึนอยู่อย่างนี้ งบประมาณยังเปึนอยู่อย่างนี้ แพทย์จะทํางานอยู่ภายใต้ ความเครียดแล้วก็ความวิตกกังวล แล้วถ้าหากว่ามีช่องทางที่เขาเลือกไปได้เขาก็จะไป ทําไมเขาจะต้องอยู่ ในกฎหมายที่เกี่ยวกับแพทย์ ในพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ หรือพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค มีเรื่องเกี่ยวกับการฟัองร้องแพทย์ ทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้นแพทย์จะทํางานอยู่ภายใต้ความกดดัน ขณะนี้มันมีความรู้สึก เหมือนกับว่าแพทย์เราทําผิดไม่ได้ คนไข้จะเสียชีวิตไม่ได้ คนไข้รักษาต้องหาย ไม่หาย ก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราขาดแคลนเครื่องมือ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ แล้วหนําซ้ําถ้าหากว่าโชคดีเกิดพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้รับบริการสาธารณสุข ออกมาจะยิ่งทําให้การฟัองร้องมากขึ้น ความกังวลของแพทย์ ความเครียดของแพทย์ ก็จะมากขึ้นตาม สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดี ผมก็ขอเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องนะครับ ซึ่งก็ไม่ทราบว่านั่งฟังอยู่หรือเปล่าว่าในกรณีอย่างนี้ท่านนึกถึง แต่ประชาชน ประชาชนได้รับบริการที่ดีต้องมีคุณภาพรักษาต้องหายต้องไม่ตาย แต่ท่านจะต้องนึกถึงผู้ให้บริการด้วย เขามีชีวิต เขามีจิตใจ เขามีความรู้สึกนึกคิด เขามีความเครียด ท่านต้องดูแลเขา คนเราทํางานมันต้องมีเวลาที่เหมาะสม มันต้องมี เวลาพักผ่อน มันต้องมีเวลาที่จะอยู่กับครอบครัว ถ้าหากว่าทํางานแล้วไม่มีเวลาว่าง เหลืออยู่ผมคิดว่าเขาก็ต้องหาทางเลือกวิธีอื่น มีแพทย์มากมายหนีไปทําอาชีพอื่น ไปขายแอมเวย์ก็มี ไปขายประกันก็มี มันไม่ใช่สิ่งที่รัฐลงทุนแล้วจะให้มันเปึนอย่างนั้น รัฐลงทุนมากมายนะครับ ลงทุนต่อแพทย์ป้หนึ่งมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อป้ แล้วก็สถาบันที่ผลิตแพทย์มี ๑๖-๑๗ สถาบันในขณะนี้ไม่พอหรอกครับ เพราะว่า แพทย์ที่เหลือจะวิ่งไปเปึนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแล้วก็เลือกสาขาที่ไม่ต้องอยู่เวร เพราะฉะนั้นคนที่อยู่เวรที่ต้องทํางานหนัก ๆ แพทย์ศัลยกรรม แพทย์อายุรกรรม แพทย์สูติกรรม ไม่มีคนเรียน เพราะฉะนั้นคนที่ยังอยู่ในระบบก็จะทํางาน เขาเรียกว่า รับเละ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมฝากท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีนะครับว่าถ้าหาก จําเปึนจะต้องเป่ดเสรีทางการบริการทางการแพทย์ ซึ่งขณะนี้ก็เปึนเรื่องที่จะต้องทํา ผมเห็นด้วยในหลักการกว้าง ๆ แต่ท่านจะต้องพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องพูดคุยกับ แพทยสภา แพทยสมาคม แล้วก็กระทรวงสาธารณสุข คํานึงถึงผลได้ผลเสีย ผลดี ที่จะเกิดขึ้น แล้วก็ปัญหาที่จะตามมา แล้วก็ยึดหลักการว่าเราจะต้องมีแพทย์ที่เพียงพอ ให้บริการแก่ผู้ป์วยในประเทศก่อนที่จะนึกถึงผู้ป์วยที่มาจากต่างประเทศ การที่แพทย์ คนหนึ่งรักษาผู้ป์วยที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งจะทะลักมาหลังจากเราเป่ดเสรีแล้วก็จะทําให้ แพทย์ส่วนที่รักษาผู้ป์วยในประเทศเสียเวลาไปกับผู้ป์วยที่อยู่ต่างประเทศ ได้เงินครับ แต่ว่าเวลาที่จะให้กับประชาชนของเราเองก็ลดลง ผมคิดว่าตรงนี้ท่านต้องชั่งน้ําหนักให้ดี ผมฝากไว้ ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ว่าการตกลงปรึกษาหารือมันจะต้องได้ข้อยุติที่ เปึนประโยชน์ต่อทุกฝ์าย แล้วที่สําคัญที่สุดเปึนประโยชน์ต่อประชาชนคนไทย ๖๓ ล้านคนเศษ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ต่อไป ก็เปึนท่านพรพันธุ์ ท่านชรินทร์ แล้วก็ท่านสุรเดชนะครับ เชิญท่านพรพันธุ์ครับ

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธาน ดิฉัน แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับการเป่ดตลาดเสรีการค้าบริการของอาเซียน โดยภาพรวมก็จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทย เพราะว่าเรามีศักยภาพหลายด้านที่เหนือกว่า ประเทศอาเซียนอื่น ๆ ในเรื่องของการบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาพการท่องเที่ยว แต่ก็มีข้อเสนอแนะบางประการที่ควรจะเตรียมไว้เพื่อรองรับข้อตกลงเหล่านี้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของด้านสุขภาพเนื่องจากประเทศของเรามีบริการ สุขภาพที่จัดว่ามีคุณภาพ เช่น โรงพยาบาล บริการสุขภาพอื่น ๆ เช่น นวดแผนไทย สปา ศูนย์ดูแลเด็กอ่อนและคนชราที่มีคุณภาพ แต่ควรจะต้องระวังไว้ก็คือผลพวงจากข้อตกลง อันนี้ชาวต่างชาติอาจจะมาใช้บริการเรามากขึ้นเกิดความหนาแน่นจนเปึนปัญหาการเข้าถึง บริการสุขภาพสําหรับคนไทยด้วยกันเอง แล้วนอกจากนี้อย่างที่ท่านผู้อภิปรายท่านก่อน ได้กล่าวไปแล้วก็คือแพทย์ไทยอาจจะถูกดึงออกไปนอกประเทศ โดยประเทศที่มีสถานพยาบาล ที่ทันสมัย แต่บุคลากรไม่เพียงพอได้ เช่น ประเทศสิงคโปร์ หรือประเทศมาเลเซีย สําหรับ เรื่องการท่องเที่ยว ประเทศไทยมีศักยภาพที่สูงมากในเรื่องนี้ แต่เราจะทําได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้นจากข้อตกลงนี้ อย่างไรก็ตามการเป่ดรับนักท่องเที่ยว เปึนจํานวนมาก ๆ อาจทําให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมได้นะคะ ดังนั้นควรจะต้องพัฒนา และดูแลในด้านต่อไปนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะเตรียมรับไว้ก็คือ

เรื่องแรก คุณภาพของไกด์ (Guide) ในด้านภาษา ความรู้เรื่องสถานที่ ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง

เรื่องที่สอง การปรับปรุงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยว ให้มีความปลอดภัย มีความพึงพอใจและกลับมาอีกเปึนประจํา เช่น ในด้านของ ความสะอาดต่าง ๆ น้ําสะอาด อาหารสะอาด ที่พักอาศัย ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน รวมทั้งการคมนาคม

เรื่องต่อไป สําหรับการท่องเที่ยวก็คือการรักษาและฟุ๋นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม ในสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ถ้าเราทําได้เช่นนี้ประเทศไทยจะเปึนแหล่งท่องเที่ยว ที่มีคุณภาพของโลกอย่างยั่งยืน แล้วเราก็จะมีรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล โดยไม่จําเปึน ที่จะต้องหารายได้จากอุตสาหกรรมหนักต่าง ๆ ที่จะเปึนแหล่งมลภาวะสิ่งแวดล้อม ในประเทศ แล้วเกิดปัญหาเช่นมาบตาพุด ขอบคุณค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านชรินทร์ครับ

นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา ตาก 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดตาก ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ในการให้ความเห็นว่าสภาของเราควรจะ ให้ความเห็นชอบในพิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วย การค้าบริการของอาเซียนดังกล่าวนั้นนะครับ ผมว่าสิ่งสําคัญที่สุดเราควรจะต้องรู้ก่อนว่า กรอบใหญ่คือกรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียนมันหมายความว่า อย่างไร จริง ๆ เรื่องนี้กรอบได้มีการตกลงลงนามกันไปแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ ค.ศ. ๑๙๙๕ ซึ่งเปึนป้ที่ดับบลิวทีโอได้กําเนิดเกิดขึ้นมา ความสําคัญที่จะต้องมีข้อตกลงอันนี้ขึ้นมา มันก็เช่นเดียวกับเรื่องการตกลงในด้านการค้าว่าเมื่อดับบลิวทีโอมีผลใช้บังคับแล้ว ประเทศอาเซียนก็จําเปึนจะต้องมีความร่วมมือที่ก้าวรุดหน้าลึกไปยิ่งกว่าความตกลงของ ดับบลิวทีโออันนี้เปึนความจําเปึนอย่างยิ่ง มิฉะนั้นแล้วอาเซียนของเราก็จะไม่ได้รับ ความนับถือจากประชาคมโลกนะครับ อย่างไรก็ตามในการเจรจาเพื่อที่จะร่างกรอบ ความตกลงในเรื่องธุรกิจบริการเปึนเรื่องที่ยากยิ่งกว่าข้อตกลงที่เกี่ยวกับการค้า หลายเท่านักนะครับ ผมเองก็เคยทํางานที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศในตําแหน่งรองอธิบดี ก็ได้พบเห็น เลยนะครับว่าทุกประเทศเวลาไปเจรจากันทุกคนทุกประเทศเขาก็พยายามที่จะรักษา ผลประโยชน์ของเขาอย่างสุดความสามารถ แม้แต่ผู้แทนของรัฐบาลไทยเราก็ตาม เพราะฉะนั้นกว่าจะตกลงกันได้แต่ละสาขา แต่ละบริการใช้เวลานานมาก ๆ เลยนะครับ จนกระทั่งกล่าวได้ว่าความตกลงเรื่องธุรกิจบริการนั้นค่อนข้างจะล่าช้ามากเมื่อเทียบกับ ทางด้านการค้า ซึ่งภาษีได้ลดเหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์เปึนส่วนใหญ่แล้ว เหลือเพียงข้าว น้ําตาล ๒-๓ รายการเท่านั้นที่ภาษียังสูงกว่า ๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในบรรดาธุรกิจบริการทั้งหมด ๑๔๓ สาขานะครับ เปึนข้อตกลงเกี่ยวกับสาขาการเงิน ๑๕ สาขา ที่เหลืออีกประมาณ ๑๒๘ สาขานั้นเปึนเรื่องธุรกิจบริการอื่น ๆ เช่น เกี่ยวกับธุรกิจโทรคมนาคม เรื่องการศึกษา การรักษาพยาบาล เรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้างสถาปัตยกรรมต่าง ๆ หรือว่าธุรกิจบริการ เกี่ยวกับเรื่องสปา นวดแผนโบราณ มากมายไปหมดนะครับ แม้แต่การขนส่ง เช่น ไปรษณีย์ด่วน ทั้งหลายของบริษัทที่เรารู้จักกันหลายบริษัทที่มีการขนส่งแบบว่าด่วนมาก โดยที่เอกชน ต่างชาติได้เข้ามาทําการธุรกิจของเราหลายป้แล้ว เราก็เกรงว่าถ้าเป่ดมากขึ้นนั้นเราจะ เสียเปรียบนะครับ ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียดว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างไรนะครับ ก็อยากจะ ให้ข้อมูลกับท่านสมาชิกรัฐสภาได้ทราบก่อนนะครับว่าความร่วมมือการเป่ดเสรีธุรกิจ บริการนั้นมันแบ่งออกเปึน ๔ หมวด หรือ ๔ รูปแบบใหญ่ ๆ นะครับ

อันแรก ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า ครอส บอร์เดอร์ ซัพพลาย (Cross border supply) คือการที่ธุรกิจบริการทั้งหลายมีการอนุญาต ให้มาเป่ดบริการได้โดยไม่จําเปึน จะต้องเข้ามาทําธุรกิจด้วยนะครับ อย่างเช่น อนุญาตให้โอนเงินทางอินเทอร์เน็ต หรือว่า ให้มีการทําธุรกิจทางอินเทอร์เน็ตได้โดยเสรี เปึนต้น

อันที่สอง ก็คือการบริโภคในต่างประเทศ หมายความว่าจะต้องเดินทาง ไปต่างประเทศ อย่างเช่น นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา ที่จะเข้าไปเรียน ในต่างประเทศนั้นที่จะเข้าไปทําธุรกิจบริการต่าง ๆ ไปรับบริการในต่างประเทศ ก็มีการอนุญาตให้เดินทางไปได้คือจะต้องมีการข้ามแดนจริง ๆ ไม่เหมือนกับทางอินเทอร์เน็ต อย่างกรณีการรักษาพยาบาลที่จะเดินทางเข้ามารักษาพยาบาล หรือการมาเรียนหนังสือ หรือมาท่องเที่ยว เหล่านี้นะครับ แต่ว่าทั้ง ๒ อันความสําคัญไม่ค่อยมากมายสักเท่าไร แล้วทุกวันนี้ก็มีการเป่ดโดยเสรีโดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เปึนประเด็นมากที่สุดก็คือ การเป่ดธุรกิจบริการประเภทที่ ๓ ประเภทที่ ๔ คือ ประเภทที่ ๓ ที่เป่ดให้ต่างประเทศ เข้ามาลงทุน โดยการเป่ดบริษัท เป่ดกิจการต่าง ๆ จดทะเบียนเปึนนิติบุคคล ตรงนี้ เปึนเรื่องที่หลายประเทศให้ความห่วงใย รวมทั้งประเทศเราด้วย เพราะว่าเขาจะเข้ามา ตั้งบริษัทต่าง ๆไม่ว่าจะเปึนเรื่องตั้งธนาคาร ตั้งบริษัทประกันภัย หรือว่าตั้งบริษัท การท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องถือหุ้น ทุกวันนี้ก็ดําเนินการได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถือหุ้นได้ ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดหรือไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ ที่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเปึนที่รู้กันคือว่ามีการตั้งตัวแทนหรือว่านอร์มินีขึ้นมานะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการเป่ดบริการส่วนที่ ๓ เปึนเรื่องที่ไม่ว่าจะตั้งสํานักงานบัญชี มาตั้ง สถานการศึกษา หรือว่ามาตั้งบริษัทก่อสร้างต่าง ๆ ถ้าถือหุ้นในอัตราส่วนที่สูงมาก ก็จะทําให้กระทบต่อนักลงทุนในประเทศของเราหรือผู้ประกอบการของเราและเปึน เรื่องที่หลายประเทศก็มีความห่วงใย

อันสุดท้าย ก็คือเขาเรียกว่าการเคลื่อนไหว มูฟเมนท์ ออฟ เนชันนัล เพอซัน (Movement of national person) หมายความว่ายอมให้ต่างชาติเข้ามาทํางาน ประกอบอาชีพได้ หรือเข้าไปทํางานเดินทางไปโดยเสรีนะครับ เหมือนอย่างในยุโรป ในอียูนั้น คนฝรั่งเศสจะเดินทางไปที่อีกประเทศหนึ่งนั้น ก็สามารถทําได้ง่ายดายแล้วไป ทํางานได้ด้วย เพราะฉะนั้นการเป่ดเสรีทํานองนี้ก็เน้นในเรื่องอาชีพที่ผู้บริหารระดับสูง เช่น เปึนนักบริหาร เปึนผู้บริหารในระดับที่จัดการได้นะครับ ไม่ใช่แบบมาใช้แรงงาน ตรงนี้เองก็เปึนอีกอันหนึ่งที่มีการพิจารณากันอย่างกว้างขวางในอาเซียนของเรานะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องกรอบความตกลงพิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ นะครับ ที่จริงแล้วก็ ไม่ได้ใช้ชุดที่ ๘ ไม่ได้ชุดใหม่นะครับ ประเทศไทยเราค่อนข้างจะช้ามากเมื่อเทียบกับ ประเทศอื่นในอาเซียน เพราะประเทศอื่นหลายประเทศเขาตกลงเรียบร้อย เขายื่นชุดที่ ๘ ไปแล้ว แต่ของเราที่จะยื่นชุดนี้นะครับ ต้องเรียนให้ท่านสมาชิกครับเปึนชุดที่ ๗ ครับ ชุดเก่าที่ทางไทยเราเคยยื่นไปแล้ว รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว แต่ว่าเรายังไม่ตกผลึก เพราะฉะนั้นเราก็จะขอยื่นชุดที่ ๗ ไปก่อน ซึ่งอันนี้ก็เปึนไปตามข้อตกลงที่อาเซียนรู้อยู่แล้วว่า ประเทศไหนก็ตามที่ไม่พร้อมก็ขอให้ยื่นชุดเดิมไป ฉะนั้นประเทศไทยเรายังไม่พร้อม ก็ยื่นชุดเดิมไปก่อน ส่วนชุดที่ ๘ จนกว่าเราจะยื่นชุดใหม่ไป และจะมีผลใช้บังคับสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อผ่านกระบวนการพิจารณาภายในประเทศของตัวเองไปแล้ว ซึ่งในประเทศของเรา ก็คือจะได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เพราะฉะนั้น โดยรวมแล้วกระผมคิดว่าในวันนี้เองโดยเนื้อหาสาระเปึนเรื่องที่รัฐสภาเรายังไม่ต้องทํา อะไรมาก ก็เพียงแต่ว่าเขาเอาของเก่ามาขออนุมัตินั่นเอง อันนี้ก็เปึนการฟัองอยู่กลาย ๆ ว่า ประเทศเราค่อนข้างจะล่าช้า ถ้ามองในแง่ดีที่ล่าช้าก็เพราะว่าทางกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม เรามีความรอบคอบ เจ้าหน้าที่จําเปึนต้องกลั่นกรองรายละเอียดรอบคอบว่าเราไม่ได้ เสียเปรียบกัน อย่างไรก็ตามพูดถึงความเสียเปรียบได้เปรียบขอพูดนิดเดียวนะครับว่า อาเซียนเรากําลังจะเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนโดยสมบูรณ์อีกไม่กี่ป้ข้างหน้านี้ ป้ ๒๕๕๘ อีก ๕ ป้ข้างหน้า อาเซียนจะต้องเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน จะต้องเปึนป๊กแผ่น เพราะฉะนั้นถ้ามาคํานึงถึงได้เปรียบเสียเปรียบมากก็จะทําให้อาเซียนก้าวไปไม่ถึงไหน เพราะฉะนั้นบางครั้งเราก็ต้องยอมเสียสละบ้าง โดยคิดว่าประเทศอื่นเขาเสียสละ เช่นเดียวกัน เพราะว่าทุกวันนี้อาเซียนเราเริ่มมีชื่อเสียงมีบทบาทในสังคมโลกมากขึ้น เปึนที่ยอมรับกัน แต่ถ้าหากว่าการเป่ดเสรีทางธุรกิจบริการ แม้แต่ในอาเซียนด้วยกันเอง ก็ยังเป่ดไม่ได้แล้ว ต่างชาติเขาก็คงจะหมดความนับหน้าถือตาหรือหมดความเชื่อถือ อาเซียนนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีประโยชน์ต่อประเทศ ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ได้พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะช่วยส่งเสริมการลงทุนทําให้อาเซียนเรา มีบทบาทในเวทีการค้าการลงทุนโลกมากขึ้นเพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่รัฐสภา จะไม่ให้ความเห็นชอบ เพราะมีความมั่นใจในศักยภาพของกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวง ที่เกี่ยวข้องว่าได้ทําหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้วขอบคุณมากครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านสุรเดชครับ เชิญครับ

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปราจีนบุรีวันนี้ เรามาพูดถึงเรื่องพิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้า บริการของอาเซียนนะครับ เมื่อสักครู่ท่าน ส.ว. ชรินทร์ หาญสืบสาย ท่าน ส.ว.จังหวัดตราด ซึ่งอดีตเปึนรองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านก็พูด รายละเอียดไปครบถ้วนแล้วนะครับ ผมเองก็ขอเสริมอะไรเสียเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่อง กรอบความร่วมมือความตกลงภาคบริการฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ ในกรอบ ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ ชุดที่ ๘ เราได้ทําความตกลงถึง ๗ ฉบับมาแล้ว ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ เปึนเวลา ๑๐ กว่าป้ ฉบับนี้เปึนฉบับที่ ๘ เปึนการต่อเนื่อง ซึ่งผมเอง ก็เห็นใจและเข้าใจรัฐบาลนะครับ เนื่องจากว่าวันนี้ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา เนื่องจากว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องไปลงนามในผู้นําอาเซียน หรืออาเซียน ซัมมิท (ASEAN Summit) ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในวันที่ ๒๘ ตุลาคมนี้ คือมะรืนนี้ ดังนั้นกรอบอันนี้จึงจําเปึนซึ่งจะได้ความเห็นชอบจากสภาเพื่อจะไปเซ็นหรือลงนาม ถือว่าเปึนหน้าตาของประเทศไทย เนื่องจากว่าประเทศไทยเองก็เปึนประเทศที่ก่อตั้ง อาเซียนของเรา และเราเองก็มีความตกลงหลายเรื่อง และเราเองบอกว่าจะเปึนประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนในป้ ๒๕๕๘ ซึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นมี ๕ สาขา คือ เรื่องสินค้า หรืออาฟต้า (AFTA) ที่เราพูดมาแล้วคือมีผลบังคับใช้เมื่อต้นป้นี้คือ ป้ ๒๕๕๓ แล้วมีทั้งภาคบริการ ซึ่งภาคบริการในความตกลงนั้นก็ต้องมีความร่วมมือข้อตกลงต่าง ๆ ซึ่งเอื้อประโยชน์ทําให้พันธกรณีจะไม่เปึนอุปสรรคเดียวกัน จะทําให้ในอาเซียน เปึนตลาดเดียวกัน เปึนฐานผลิตเดียวกัน ตลาดเดียวกัน ดังนั้นเองความร่วมมือ ความตกลงต้องมี และสาขาบริการนั้นก็เปึนสาขาที่ไม่ใช่สินค้า นอกเหนือจากนั้น เปึนบริการเกือบทั้งหมด ซึ่งเปึนหมวดที่มีความสัมพันธ์อย่างมากอย่างยิ่ง ซึ่งเราจะต้อง ให้ความสําคัญในครั้งนี้ แต่ก็เห็นใจทางรัฐบาลเพราะว่าต้องไปเซ็นความตกลง ในวันมะรืนนี้คือวันที่ ๒๘ ตุลาคม ก็เห็นใจนะครับ แล้วก็มีกรอบที่จะรอพิจารณา อีกหลายเรื่อง แล้วเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็ได้กล่าวอยู่หลายเรื่อง แต่ผมขอพูด ในส่วนของภาคบริการของประชาคมกลุ่มอาเซียน ซึ่งในฉบับที่ ๘ นั้นมันมีอยู่ เรื่องสาขาที่เร่งรัดที่จะต้องไปลงนาม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้คือสาขาเรื่องการขนส่ง ทางอากาศก็ดี การท่องเที่ยว สุขภาพ คอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม ๔ สาขานี้ เปึนสาขาเร่งด่วน ซึ่งจะต้องมีลงนามแล้วในความตกลงในประเทศอาเซียนนั้น ซึ่งทางท่านนายกรัฐมนตรีจะไปเซ็นวันที่ ๒๘ หรือมะรืนนี้ จะมีผลภายในสิ้นป้นี้ คือปลายป้ ๒๕๕๓ ๔ สาขานี้เปึนสาขาเร่งรัด ซึ่งต่างชาติหรือใครก็ตามสามารถ ถือหุ้นได้ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เดิมทีประเทศต่างด้าวจะถือหุ้นไม่เกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์นั้น แต่ว่าความตกลงนี้คือเปึนสาขาเร่งรัด ที่ผมกล่าวไปแล้วคือ ๔ สาขานั้น จะทําให้ถือหุ้นได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือสาขาทางด้านโลจิสติกส์จะมีถือหุ้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ภายในป้ ๒๕๕๖ อีก ๒ ป้ข้างหน้า แล้วที่เหลือทั้งหมดคือภาคบริการ จะสามารถถือหุ้นได้ภายในป้ ๒๕๕๘ คือตรงกับป้ที่เราเปึนประชาคมอาเซียนด้วยกัน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ทางวุฒิสภาเองก็เคยได้ประชุมหรือสัมมนาร่วมกับกรมเจรจา การค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๗ กันยายนที่ผ่านมา ก็ได้ข้อสรุปหลายเรื่อง หลายประเด็น ผมเองก็ขอฝากเพราะว่าผมเองก็มีส่วนร่วม ในการจัดงานครั้งนี้ด้วย ที่ขอฝากและเปึนห่วงนะครับว่าในความตกลงนั้นมันต้องมี ความจริงใจในความร่วมมือกัน สาขาที่เราตกลงนั้นเรามีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง ทางด้าน จุดแข็งของเรา ถ้ามองทางด้าน ๔ สาขาซึ่งจะมีผลภายในปลายป้นี้ ๔ สาขา ที่เรา มีจุดแข็งคือทางด้านการท่องเที่ยวหรือด้านสาธารณสุข ผมมองว่าเปึนจุดแข็งของเรา หรือจุดอ่อนของเราคือเรื่องขนส่งทางอากาศ เรื่องโทรคมนาคมหรือคอมพิวเตอร์ ถ้ามองถึงจุดแข็งของเราก่อนนะครับ ทางด้านท่องเที่ยวเราเปึนจุดแข็ง แต่ว่าความตกลง ที่จะถือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเรามีทั้งได้ทั้งเสีย เขาสามารถถือหุ้นในประเทศไทย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ เราก็สามารถถือหุ้นในประเทศเพื่อนสมาชิก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ เช่นเดียวกัน ดังนั้นเองนอกเหนือจากหุ้นส่วนแล้วอยากจะฝากเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีหรือฝ์าย ครม. นะครับว่าน่าจะส่งเสริมถ้าเราสามารถถือหุ้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ในประเทศเพื่อนบ้านแล้วเราควรจะส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย ประเทศไทยเรา มีสนามบินเปึนฮับ (Hub) ในด้านอาเซียนสามารถไปประเทศพม่า ไปประเทศลาว ไปประเทศเวียดนาม ไปประเทศกัมพูชาได้ ดังนั้นเองการท่องเที่ยวนั้นเราควรจะมี ความตกลงนอกเหนือจากพันธกรณีฉบับที่ ๘ นี้ เนื่องจากว่าอาจจะลดอุปสรรคต่าง ๆ ในการท่องเที่ยวหรือในธุรกิจท่องเที่ยว ถ้าเกิดต่างชาติมาเที่ยวในประเทศไทยก็สามารถ ไปเที่ยวประเทศพม่า เที่ยวประเทศลาว เที่ยวประเทศกัมพูชาได้ แต่ว่าข้อจํากัดต่าง ๆ ที่เรามีระเบียบอีกมากมายนั้นยังมีอุปสรรคอยู่ เช่น วีซ่า (Visa) ในระบบอาเซียน ประเทศในยุโรปจะไปไหนเปึนวีซ่า เชงเกน (Visa schengen) ไปไหนก็ได้ แต่เราเอง ในประเทศอาเซียนแท้ ๆ ไปไหนมาไหนกลับต้องมีวีซ่า หรือแม้กระทั่งรถยนต์ที่จะไป ประเทศเพื่อนบ้าน เราพวงมาลัยขวาจะไปประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ ดังนั้นเองในหลักการ ผมเห็นด้วยในการที่จะเป่ดความตกลงภาคบริการ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เพราะว่าเรามีจุดแข็ง เราเองมีความสะดวกสบาย แต่ว่านักท่องเที่ยวนั้นนอกเหนือจากเที่ยวประเทศไทยแล้ว เขาอาจจะไปเที่ยวมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นคือประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นเอง ความตกลงนี้อยากจะให้ทางรัฐบาลลดอุปสรรคต่าง ๆ หรือส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ดี มากยิ่งขึ้นไป หรือแม้กระทั่งเรื่องธุรกิจด้านสุขภาพ ท่านประธานครับ สุขภาพเราเอง ก็มีจุดแข็งว่าเรามีเซอร์วิส มายด์ (Service mind) เรามีบุคลากรแพทย์และพยาบาล เปึนจํานวนมากอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวมาแล้ว ผมไม่อยากกล่าวซ้ํานะครับ ซึ่งธุรกิจทางด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยวนั้นอยากฝากว่าประเทศไทย ผมว่าประเทศต่าง ๆ การที่เราเองบอกว่าอาเซียนเปึนตลาดเดียว เปึนฐานการผลิตเดียว แต่ท่านประธานครับ นักธุรกิจไทยนั้น จะทําธุรกิจต่างประเทศนั้นไปด้วยตัวเอง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ รัฐเองไม่เคยช่วยอะไรเลย ต่างประเทศเขาจะทําธุรกิจอะไร แค่ว่ารัฐบาลของเรามีมาตรการ อะไรสักอย่างหนึ่ง ท่านทูตประเทศนั้น ๆ เข้าพบรัฐมนตรี ท่านพบนายกรัฐมนตรีแล้ว ของเราเองอย่าว่าแต่ท่านทูตเลยครับ ข้อตกลงก็ไม่มี มีธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ส่งเสริม การท่องเที่ยวก็ไม่ช่วยเหลือ แม้กระทั่งกรณีพิพาทเอง คู่กรณีผู้ประกอบการก็ไปว่าคดีเอง รัฐบาลเองไม่เคยช่วยเหลือ ดังนั้นรัฐควรจะเข้าไปช่วยเหลือในด้านนี้ แนวหน้า ผู้ประกอบการของเมืองไทยเก่งทุกคน แต่อยากให้รัฐเองพยายามช่วยเหลือหรือสนับสนุน ผู้ประกอบการไทยให้มากกว่านี้ ไม่ควรเปึนข้อตกลง ต่างชาติสามารถเข้ามาถือหุ้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ แต่เราเองบอกว่าจะไปต่างประเทศ แต่เราไม่มีความช่วยเหลือ หรือรัฐเองไม่เคยให้ความช่วยเหลือ เปึนการเหมือนกับปล่อยเกาะตัวใครตัวมัน ดังนั้น จึงอยากฝากรัฐบาลว่าหามาตรการนอกเหนือจากความตกลงนี้ ความตกลงนี้ผมเห็นด้วย และมีความจําเปึนต้องไปเซ็นในวันมะรืนนี้ แต่ความตกลงหรือว่ารายละเอียดปลีกย่อย ที่รัฐบาลที่จะเข้าไปช่วยเหลือนั้นควรจะมีมากกว่านี้ นี่คือจุดแข็งที่มีอยู่ เราควรจะใช้ จุดแข็งที่มีอยู่ให้เต็มที่ แต่มามองจุดอ่อน จุดอ่อนเราบอกว่าขนส่งทางอากาศก็ดี หรือทางด้านโทรคมนาคม หรือด้านคอมพิวเตอร์ ผมว่าไทยเองถ้าในอาเซียน เราเองจะสู้ พวกสิงคโปร์ มาเลเซียไม่ได้ในด้านนี้ อันนี้ยอมรับ ฉะนั้นเราเองจะมีการปรับตัวอย่างไร อย่างเรื่องโลจิสติกส์ก็ดี หรือเรื่องขนส่งทางอากาศ เรื่องดีเอสแอล (DSL) ซึ่งเขาจะเปึนสัญชาติ สิงคโปร์ไปหมดแล้ว หรือธุรกิจต่าง ๆ หรือสายการเดินเรือจะเปึนของเมิกซ์ก็ดี หรือของ อะไรต่าง ๆ ก็ดี เขาจดเปึนสัญชาติสิงคโปร์ไปแล้ว ดังนั้นความตกลงทางด้านบริการนี้ เมื่อเราเป่ดหรือทําความตกลงแล้ว เขาก็สามารถถือหุ้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ ท่านประธานครับ แล้วผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมขนาดไหนที่จะมารองรับในการต่อสู้นี้ เราคงจะฝ๋น กระแสหรือจะต่อต้านไม่ได้ว่าความตกลงนี้ไม่มี เราคงต้องมี แต่เราจะเตรียมตัว และปรับตัวอย่างไร ว่าจะให้ต่อสู้หรือจะยืนหยัดในสาขาภาคบริการที่เรามีจุดอ่อนได้ เพราะเรามีจุดแข็งแต่เราไม่ใช้โอกาสที่เรามีจุดแข็ง จุดอ่อนเราไม่ต้องหาทางมาตรการ ปัองกันช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยว่าจะช่วยเหลือหรือส่งเสริมอย่างไร ดังนั้นผมว่า คนไทยมีความสามารถเก่งทุกคน แต่ขอให้รัฐบาลนั้นซึ่งเปึนผู้นําในฝ์ายบริหารขอให้ ช่วยดูให้ผู้ประกอบการนั้น หมายถึงว่าต่อสู้กับประเทศเพื่อนบ้านได้ เพราะเราเอง ต่อไปเราคงจะฝ๋นกระแสโลกไม่ได้ เพราะว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต้องมีในป้ ๒๕๕๘ หรือ ค.ศ. ๒๐๑๕ ดังนั้นเองฉบับนี้ว่าด้วยเรื่องบริการนั้น นี่คือหนังตัวอย่างหรือ เปึนส่วนเดียวเท่านั้นในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่ผ่านมาเรามีการค้าเสรีหรืออาฟต้า เรื่องสินค้าไปแล้ว อันนี้พูดถึงภาคบริการ ต่อไปเราจะมีการลงทุนก็ดี เรื่องการเงินก็ดี และเรื่องแรงงานที่มีฝ้มืออีก ๓ สาขานะครับ ทั้งหมด ๕ สาขา ซึ่งจะต้องมีการพิจารณา อีกหลายเรื่อง แล้วเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้คงจะได้พิจารณาในประเด็นปลีกย่อย อีกหลายเรื่อง ก็เห็นใจรัฐบาลเองต้องเข้าสู่สภา ซึ่งท่านสมาชิกเองก็มีภารกิจมาก แต่ว่าไหน ๆ มาแล้วก็อยากจะฝากข้อเสนอแนะข้ออภิปราย ที่เปึนห่วงที่สุดคือว่า อะไรที่เปึนจุดแข็ง ภาคบริการขอให้รัฐควรจะส่งเสริม อะไรที่เปึนจุดอ่อนควรจะปัองกัน ให้ดี เมื่อเรารู้ว่าเรามีจุดอ่อนอย่างไร จะปัองกันอย่างไร และจุดแข็งเราจะส่งเสริม โอกาสที่จะประสบความสําเร็จนั้นเปึนไปได้อย่างไร ขอบคุณ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ไม่มีสมาชิกท่านใด ขออภิปรายแล้ว การอภิปรายเปึนอันยุติ เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้แสดงความเห็น และตั้งข้อสังเกต ตลอดจนคําแนะนําที่จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดําเนินการ ขั้นต่อไปสําหรับการเป่ดตลาดการค้าบริการ ชุดที่ ๘ ซึ่งในวันนี้ทางคณะรัฐมนตรี ได้ขอความเห็นชอบเพื่อที่จะสามารถลงนามในพิธีสารหรือว่า โพรโตคอน เพื่ออนุวัติ ข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ ซึ่งเปึน ๑ ใน ๓ ความตกลงหลัก ของอาเซียน ก็คือความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ความตกลง หรือที่เรียกว่า อาติก้า ความตกลงว่าด้วยการลงทุน หรือ อาเกีย แล้วก็ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ หรือว่า เอฟาส ซึ่งการขออนุมัติเพื่อสามารถไปลงนามได้ในระหว่างการประชุมอาเซียน ที่จะถึงนี้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีจะเปึนหัวหน้าคณะในฐานะของผู้นํา ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี จะไปในฐานะของหัวหน้าคณะของคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของไทย ผมเอง จะไปในฐานะของผู้แทนประเทศไทยในนามของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนหรือว่า เออีเอ็ม (AEM) ซึ่งจะเปึนผู้ไปลงนามถ้าหากว่าท่านได้ให้ความเห็นชอบ ในภาคบริการนั้น ต้องเรียนว่าอาเซียน ๑๐ ประเทศได้ค่อย ๆ ลดข้อจํากัดและเป่ดตลาดการค้าบริการ เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ เปึนต้นมา เปึนเวลาที่ยาวนานพอสมควรและมีความก้าวหน้า ที่ขณะนี้เราได้สามารถที่จะนําตารางข้อผูกพันว่าจะเป่ดอะไรบ้างมาถึงชุดที่ ๗ แล้ว และภายใต้ความตกลงดังกล่าวนั้นเรามีข้อผูกพันในการที่จะให้มีธุรกิจในสาขาภาคบริการ สามารถเข้ามาลงทุนโดยถือหุ้นได้ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือข้อผูกพันที่เปึนข้อผูกพันที่เราเอง ก็สามารถใช้ประโยชน์ในการที่จะไปตั้งกิจการหรือการที่จะไปขยายการบริการ ในประเทศอาเซียนที่เหลือได้เช่นเดียวกัน จากการประเมินเมื่อได้มีการทําประชาพิจารณ์ มีการประชุมไปไม่น้อยกว่า ๒๔ ครั้ง แล้วก็ยังไม่รวมถึงการที่ได้มีการทําโฟกัส กรุ๊ป (Focus group) และมีการจัดประชุมอย่างต่อเนื่องเพื่อรับฟังความคิดเห็นและประชาสัมพันธ์ ไปในขณะเดียวกัน เราได้ข้อสรุปว่าประเทศไทยอยู่ในระดับต้น ๆ ลําดับที่ ๑ ลําดับที่ ๒ หรือลําดับที่ ๓ ในสาขาภาคบริการเปึนการทั่วไปหรือเฉพาะด้านจากทั้งหมด ๑๐ ประเทศด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็มีความรอบคอบและห่วงกังวลต่อบางสาขาที่จําเปึนจะต้อง ได้รับการเร่งรัดพัฒนาและดูแล ไม่ว่าจะเปึนในสายของวิชาชีพก็ดี หรือสายทั่วไปก็ดี แต่ทั้งนี้ก็มีหลักเกณฑ์ในหลักที่เรายึดและเปึนข้อผูกพันที่ผู้นําอาเซียนได้ตกลงกันไว้ ในการที่จะเป่ดแบบค่อยเปึนค่อยไปที่เรียกว่า โปรเกรสซีฟ ลิเบอร์ไลเซชั่น (Progressive liberalization) และดําเนินการอย่างเปึนขั้นเปึนตอน จนกระทั่งมีภาคผนวกที่เปึนตารางข้อผูกพัน ในการเป่ดตลาดบริการถึงชุดที่ ๗ ประเด็นสําคัญที่ขออนุมัติในวันนี้ก็คือว่าการไปลงนาม ในพิธีสารเพื่อที่จะผูกพันสําหรับความก้าวหน้าในความตกลงการค้าบริการ ขณะเดียวกัน ตารางข้อผูกพัน ๘๐ สาขาบริการที่จะผูกพันนั้นอยู่ระหว่างการดําเนินการยังไม่ได้มี การกําหนดว่าเปึนอะไรบ้าง โดยให้ดําเนินการในชุดบริการที่ ๗ ซึ่งขณะนี้ประเทศอาเซียน ทั้งหมดส่วนใหญ่ก็ดําเนินการในลักษณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าการก้าวไปสู่โค้งสุดท้าย ของการเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก ๔ ป้ ๓ เดือนข้างหน้านั้น เราจะเป่ด ตลาดภาคบริการทั้งหมดเหมือนอย่างที่อาเซียนทุกประเทศจะต้องดําเนินการ ฉะนั้น ต้องถือว่าเปึนความก้าวหน้าอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศอาเซียนที่สามารถเป่ดตลาด ภาคบริการมาได้ผ่านชุดที่ ๗ แล้วกําลังจัดทําชุดที่ ๘ อย่างไรก็ดีแต่ละประเทศก็มีสิทธิ ที่จะมีบัญชีสงวน ส่วนกรณีอาชีพสงวนนั้นยังคงเปึนอาชีพสงวน ภายใต้กฎหมายไทย อย่างที่ท่านสมาชิกได้มีข้อกังวลนั้น เพราะฉะนั้นก็ยังคงสงวนไว้ต่อไป ยกเว้นการเป่ดเสรี เฉพาะอาชีพที่ไม่ได้สงวน ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงในเรื่องของแพทย์ วิศวกร แต่อย่างไรก็ตามคุณสมบัติก็ยังจะต้องกําหนดภายใต้กฎหมายเฉพาะภายในของเรา หรือว่าองค์การวิชาชีพเฉพาะ อันนี้เปึนความตกลงที่เรามีความตกลงร่วมกันอยู่แล้ว ท่านสมาชิกได้พูดถึงภาคการศึกษาสาขาการศึกษาที่เรามีจุดแข็งมาก เพราะเราได้ดําเนิน กลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ที่เรียกว่าเอดดูเคชั่น ฮับ (Education Hub) หรือว่าศูนย์การการศึกษา พร้อมกับการเปึนเมดิคอล ฮับ (Medical Hub) ก็คือศูนย์การทางการแพทย์ ประเด็น ดังกล่าวนั้นถูกต้องแล้วว่าเปึนภาคบริการที่เราเป่ดแล้วอยู่ในชุดที่ ๗ เป่ดไปเรียบร้อย แล้วก็มีทั้งส่วนที่เราพยายามที่จะจูงใจให้นักศึกษานานาชาตินั้นมาศึกษาในประเทศไทย หรือการขยายสาขาของเรา ไม่ว่าจะเปึนสถาบันการศึกษาในระดับใหญ่หรือสถาบันการศึกษา เฉพาะทางในรูปแบบของแฟรนไชส์ (Franchise) ซึ่งเย็นนี้จะได้มีการให้รางวัลแฟรนไชส์ ควอลิตี้ อวอร์ด (Franchise Quality Award) ซึ่งตรงนี้ก็โยงไปถึงประเด็นที่ท่านให้ความห่วงใยว่า เราจะต้องส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของภาคบริการของเรา อันนี้ตรงครับ เนื่องจากว่า กระทรวงพาณิชย์โดยผมได้กํากับดูแลกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่นําเสนอ ในเรื่องของพิธีสารฉบับนี้ กับ ๒. ก็คือการดูแลธุรกิจทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วนจํากัดไว้ ๕๐๐,๐๐๐ กว่ารายในประเทศไทย และวิสาหกิจ ๒.๙ ล้านราย ในประเทศไทย ๙๙.๗ เปอร์เซ็นต์เปึนเอสเอ็มอีซึ่งแยกย่อยไปตามสาขาต่าง ๆ แต่สรุป ก็คือว่าโครงสร้างประเทศในเรื่องภาคบริการของเราไซส์ (Size) เล็กหมด เล็กและย่อม แทบจะไม่มีไซส์ใหญ่ ขณะเดียวกันเราได้จัดตั้งที่เรียกว่าบีบี อะคาเดมี (BB Academy) อย่างเปึนระบบ เพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนาองค์ความรู้ แล้วก็เชื่อมโยง ระหว่างภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาครัฐเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเราจะสามารถ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน แก้จุดอ่อนเปึนจุดแข็ง ซึ่งได้ร่วมมือกับภาควิชาการ ภาคเอกชน โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดตั้งไปแล้ว ๓ สถาบันครับ ๑. ก็คืออี-คอมเมิร์ซ อะคาเดมี (e-Commerce academy) ๒. ก็คือแฟรนไชส์ อะคาเดมี (Franchise academy) ๓. ก็คือโลจิสติกส์ อะคาเดมี (Logistics academy) และที่กําลังจะดําเนินการอีก ๔ ก็คือในเรื่องของการค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจสุขภาพ เปึนต้น นั่นคือเปัาหมายที่เราเชื่อว่าจะเสริมสร้าง ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในการที่จะได้ประโยชน์สูงสุดสําหรับการเป่ดตลาด การค้าบริการ ๒. ก็คือการพัฒนามาตรฐานของธุรกิจครับ นี่เปึนครั้งแรกที่เรามีการพัฒนา มาตรฐานธุรกิจยกตัวอย่างธุรกิจแฟรนไชส์ ที่ผมได้เรียนว่าไม่ว่าจะเปึนสาขาทางการแพทย์ สาขาท่องเที่ยว สาขาธุรกิจอาหาร สาขาด้านเฮลธิเนส บิซิเนส (Healthiness business) หรือว่าด้านสุขภาพและการศึกษานั้นเราอยู่ในระดับทอป (Top) อาเซียน แต่เท่านั้นยังไม่พอ เราจะต้องก้าวล้ําหน้าคนอื่น ๑ ก้าวเสมอ ไม่ใช่เดินตามหลังต้อย ๆ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา วันนี้ประเทศไทยมีความพร้อมที่เราจะก้าวสู่การเปึนผู้นําในอาเซียน ผู้นําในเอเชีย ภายใน ๕ ป้ ๑๐ ป้ ด้วยการดําเนินอย่างมีเปัาหมาย อย่างมียุทธศาสตร์ กลยุทธ์ เพราะฉะนั้นเพียงแค่ในตลาด อาเซียนนั้นผมคิดว่ายังเล็กเกินไปสําหรับประเทศไทยขณะนี้ แต่ว่าการที่เราจะสามารถ สร้างความมั่นใจคือการสร้างมาตรฐานธุรกิจ ตัวอย่างชัดเจนคือเรื่องธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งมีมูลค่าตลาด ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๓๐ กิจการ ๔๐,๐๐๐ สาขาที่เกิดขึ้นในป้นี้ บัดนี้ เราส่งออกไปแล้วไม่ต่ํากว่า ๑๕ กิจการ หลายสาขาในหลายประเทศ เปึนธุรกิจที่เรียกว่า เปึนครีเอทีฟ บิซิเนส (Creative business) ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่จะเพิ่มมูลค่า ต่อยอดและสร้างความสามารถที่เหนือกว่าในการเจาะตลาดสินค้าภาคบริการ แฟรนไชส์ ได้เติบโตอย่างรวดเร็วเปึนหนึ่งที่เราได้ทําอย่างครบวงจร ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา มีทั้งแฟรนไชส์ อะคาเดมี มีทั้งมาตรฐานที่เรียกว่าเอฟคิวเอ (FQA) โดยใช้มาตรฐานสากล คือมัลคอล์ม บัลดริจ เนชันนัล ควอลิตี้ อวอร์ด (Malcolm Baldrige National Quality Award) การสร้างมาตรฐานธุรกิจบริการ การสร้างมาตรฐานธุรกิจการสร้างมาตรฐาน สินค้าจะสร้างความมั่นใจว่าเราจะก้าวสู่การเปึนผู้นําของเอเชียได้หรือของอาเซียนได้ พร้อมกันนั้นก็ต่อยอดด้วยนโยบายเชิงรุก ในการทําตลาดสมัยใหม่ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ เวอร์ชวล เวิร์ล มาร์เกตติ้ง (Virtual World Marketing) ออนไลน์ มาร์เกตติ้ง (Online marketing) โซเชียล คอมเมิร์ซ (Social commerce) หรือแม้แต่ที่เปึนตลาดในเชิงรุก ของการเข้าสู่โมเดิร์น เทรด (Modern trade) ในการพัฒนากลุ่มโชห่วยร้านค้าส่งของเรา ย้อนศรแบบเดียวกับเทสโก้โลตัส หรือโมเดิร์น เทรดของประเทศตะวันตกต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ คือการพัฒนาธุรกิจภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ท่านอาจจะไม่เห็นว่าในอดีตได้มีการก้าวสร้างกลไกและเครื่องมือ ทั้งในองค์ความรู้ ทั้งความรู้และวิชาชีพ โนเลดจ (Knowledge) โนฮาว (Know-how) แล้วก็สามารถที่จะ สร้างฐานการส่งออกไป เพราะฉะนั้นการก้าวสู่ชุดบริการที่ ๘ อยู่ระหว่างการจัดทํา และการจัดทํานี้เปึนไปตามหลักที่ท่านสมาชิกรัฐสภาได้ให้ไว้ก็คือเป่ดให้ทุกภาคี ภาคส่วนสามารถที่จะมีโอกาสในการเสนอปัญหา เสนอความคิดเห็น และจะต้องนํากลับ เข้ามาขออนุมัติจากสมาชิกรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง

ท่านสมาชิกได้ตั้งประเด็นคําถามเกี่ยวกับเรื่องของสาขาบางสาขา เช่นในเรื่อง ของสาขาสุขภาพ ผมก็ต้องเรียนว่าเรื่องเมดิคอล ฮับ เราค่อนข้างที่จะเปึน ๑ ใน ๒ ของโลก ที่เปึนประเทศเปัาหมายที่คนทั่วโลกต้องการจะเข้ามาใช้บริการ ผมไปลาตินอเมริกา ผมไปตะวันออกกลาง ผมไปประเทศในเอเชีย ไปประเทศจีน หรืออินโดจีน ท่านสมาชิก ทราบไหมครับเพราะท่านอาจจะไม่ได้เดินทางแบบผมไปทั่วโลก เราได้เห็นโลกครับ แล้วผมก็อยากให้สมาชิกรัฐสภาซึ่งถ้าจะอนุมัติต่อไปได้เกิดความเข้าใจ แล้วท่านก็จะเกิด ความภาคภูมิใจในประเทศ เพราะถ้าท่านไม่รู้ท่านก็ไม่เกิดความภาคภูมิใจ เราเปึน ๑ ใน ๒ ของประเทศในโลกที่เขาต้องการมาแล้วนี่ก็คือภาคบริการที่เราจะเป่ดซึ่งอยู่ในชุดของ สาขาเร่งรัดก็คือไพรออริตี อินทิเกรชัน เซ็กเตอร์ (Priority Integration Sector) หรือว่า พีไอเอส (PIS) ซึ่งป้นี้เราจะเป่ด และอาเซียนเป่ดคือถือหุ้นกันได้ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ก็อยู่ว่ารายสาขาอะไรบ้างที่เปึนจุดเด่นจุดแข็งนะครับ ทั้งหมดนี้ก็คงจะเปึนส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เรียนกับท่านสมาชิกว่าวันนี้เรามีความพร้อม แล้วก็การประชุมอาเซียนในวันที่ ๒๘-๓๐ ซึ่งผมและท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจจะต้องไปประชุมและลงนาม ในหลายความตกลง พิธีสารฉบับนี้จะทําให้เราเปึนส่วนหนึ่งของอาเซียนที่จะขับเคลื่อน อาเซียนไปสู่การเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเสริมสร้างความเข้มแข็งอํานาจต่อรอง ของอาเซียนร่วมกัน และเปึนการเป่ดโอกาสให้นักธุรกิจของเรา และเป่ดโอกาสให้คนไทย ได้มีงานทํามากขึ้น และมีเทคโนโลยีโนฮาวภายในกลุ่มของเราที่จะมีการถ่ายทอดธุรกิจ ระหว่างกันนั่นคือสิ่งที่รัฐบาลได้มาขอความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ จึงขอ ท่านประธานได้กรุณาช่วยสนับสนุนพิธีสารดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไปผมจะขอมติ จากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับพิธีสารอนุมัติข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ ภายใต้กรอบ ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียนหรือไม่ ก่อนออกเสียงลงคะแนนเพื่อให้ ความเห็นชอบ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาในห้องประชุมด้วยเพื่อจะลงคะแนนครับ ท่านเข้าห้องประชุม แล้วกรุณาเสียบบัตรแล้วก็กดที่ปุ์มแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญสมาชิกที่ประชุม คณะกรรมาธิการอยู่งดการประชุมก่อนนะครับ เข้ามาในห้องประชุมแล้วก็เสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแล้วก็กดที่ปุ์มแสดงตนด้วยครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณารีบเข้าในห้องประชุม จะลงคะแนนแล้วครับ เชิญเข้ามา เสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ท่านสนธยาเชิญครับ ท่านสนธยาเสียบบัตรแล้วนะครับ

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานกรุณาทราบว่าขณะนี้มีคณะกรรมาธิการ ประชุมอยู่ที่อาคาร ๒ กําลังรีบเดินมา ไม่น้อยกว่า ๑๕ คนครับ ผมวิ่งมาก่อนครับ เพื่อโปรดทราบครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวจะรอนะครับ ท่านสุพจน์เสียบบัตรหรือยังครับ ใครยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ แสดงตนครบหมด ทุกท่านแล้วนะครับ แจ้งผลมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๒๖ ท่าน ครบองค์ประชุม

ผมจะถามมติว่าจะให้ ความเห็นชอบกับพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันชุดที่ ๘ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้า บริการของอาเซียนหรือไม่ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ใช้สิทธิ ลงคะแนนได้ครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างหรือไม่ครับ ลงคะแนนครบหมดทุกท่านแล้ว ป่ดการลงคะแนน แจ้งผลมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๗๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ที่ประชุมก็มีมติเห็นชอบด้วยนะครับ

ต่อไประเบียบวาระที่ ๔ บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) คุณหมอวรงค์มีอะไรครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีเรื่องที่จะเรียนกับท่านประธานว่า ในระเบียบวาระที่ ๔ และระเบียบวาระที่ ๕ ซึ่งระเบียบวาระที่ ๔ นี้เปึนเรื่องของ บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และระเบียบวาระที่ ๕ นั้น เปึนรายงานผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป จีบีซี (GBC) ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๖ ซึ่งทั้ง ๒ ระเบียบวาระนี้มีเนื้อหาที่สอดคล้องกันแล้วสามารถที่จะอภิปราย ไปร่วมกันได้ ดังนั้น จึงขออนุญาตเสนอต่อท่านประธานว่าขอให้รวมระเบียบวาระคือ ระเบียบวาระที่ ๔ และระเบียบวาระที่ ๕ แล้วก็แยกการลงมติครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็ประชุมไปพร้อมกันทั้ง ๒ ระเบียบวาระ ระเบียบวาระที่ ๔ กับระเบียบวาระที่ ๕ และแยก การลงมตินะครับ ระเบียบวาระที่ ๕ ก็คือรายงานผลการประชุมคณะกรรมการชายแดน ทั่วไปจีบีซี (GBC) ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๖ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) เหมือนกันนะครับ

เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

จีบีซีก่อนหรือครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ไม่ใช่ครับ เรื่องบันทึก การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ๓ ฉบับก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านคํานูณ มีอะไรครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ ท่านรัฐมนตรีจะแถลงเรื่องนี้นะครับ โดยเฉพาะในระเบียบวาระที่ ๔ ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญ กระผมจะขออนุญาตหารือเปึนพื้นฐานไว้เบื้องต้นก่อนเพื่อความเข้าใจร่วมกันนะครับว่า

ประการแรก ในเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ถกเถียงกันมาเปึนระยะเวลามากกว่า ๑ ป้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะเริ่มเสนอในวันนี้ก็ขอให้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ถ้าลงมติ ในวันนี้ไม่ได้ก็ไม่จําเปึนที่จะต้องลงมติในวันนี้นะครับ ขออย่าได้จํากัดเวลาหรือเร่งรัด จนเกินเหตุ อันนี้เปึนข้อแรก ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยรับปากด้วย

ประการที่สอง ก็คือกระผมเห็นว่าในเรื่องนี้ตลอดระยะเวลา ๑ ป้ที่ผ่านมา ได้มีการพูดในเวทีเป่ดเผยกันอย่างกว้างขวาง เพราะฉะนั้นในวันนี้กระผมขอความกรุณาว่า ทางคณะรัฐมนตรีโปรดอย่าใช้เอกสิทธิ์ขอประชุมลับครับ ท่านกรุณาที่จะให้มี การอภิปรายโดยเป่ดเผยไป ถ้าเผื่อว่าการอภิปรายของสมาชิกกระทบกระเทือนไปจนถึง ท่านเห็นว่าจําเปึนจะต้องประชุมลับก็ค่อยใช้สิทธิตอนนั้นขอประชุมลับ เพราะกระผม ไม่อยากเห็นว่าถ้าเริ่มประชุมลับกันตั้งแต่แรกเหมือนวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ แล้วนี่ ในที่สุดสังคมก็จะไม่เข้าใจ ในส่วนตัวกระผมถ้าจะอภิปรายนี่นะครับ ผมก็จะอภิปราย ในสิ่งที่กระผมพูดโดยเป่ดเผยมาก่อนหน้านี้ เขียนโดยเป่ดเผยมาก่อนหน้านี้แล้วทั้งสิ้น และจะพยายามระมัดระวังอย่างที่สุด อันนี้เปึนประการที่สองที่กระผมจะต้องขอหารือ แล้วก็ขอสัญญากับทางคณะรัฐมนตรีไว้ก่อนเปึนปฐม

และประการสุดท้ายนะครับ ในระเบียบวาระที่ ๔ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศกําลังจะเสนอต่อไปนี้ เรื่องรับรองบันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ๓ ครั้งนั้น ระเบียบวาระเขียนว่าเปึนการรับรอง บันทึกการประชุมก็จริงอยู่ แต่ว่าในบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ครั้งนั้นได้แนบร่างข้อตกลง ชั่วคราวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชากับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยปัญหาชายแดนในพื้นที่ปราสาทพระวิหารเข้ามาด้วย เปึนแนบร่างข้อตกลง ๓ ฉบับนะครับ กระผมเข้าใจเอาว่าระเบียบวาระในวันนี้ก็คือการรับรองบันทึกการประชุม ซึ่งที่จริงก็มีข้อถกเถียงกันอยู่ว่ามันเข้ามาตรา ๑๙๐ วรรคไหน เพราะฉะนั้นถ้ายังยืนยัน ที่จะให้รับรองในเรื่องบันทึกการประชุมนั้น ทางคณะรัฐมนตรีก็จะต้องพูดเปึนสัญญา ประชาคมให้ชัดเจนว่าเมื่อท่านไปเจรจาต่อไปแล้วนี่ได้ข้อตกลงที่ชัดเจนว่าจะเปึนร่าง ข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา เรื่องเขตแดนปราสาทพระวิหารนั้น ท่านจะต้องนําเข้ามาให้ที่ประชุมรัฐสภาขอความเห็นชอบ ขออนุมัติอีกครั้งหนึ่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง วรรคสาม สมมุติว่ารัฐสภาผ่านหรือรับรอง บันทึกการประชุม ๓ ครั้งนี้ไปแล้วท่านไปตกลงกับประเทศกัมพูชาแล้วท่านก็จะเอา ร่างบันทึกข้อตกลงที่แนบท้ายบันทึกการประชุมไปเซ็นสัญญาหรือมีผลใช้บังคับเลย อันนี้ไม่ได้ เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันมาในวงนอก ในชั้นกรรมาธิการหลายคณะโดยตลอด ทางรัฐบาลก็รับปากหรือเปึนที่เข้าใจกันว่าถ้าเผื่อไปเจรจาแล้วมีความยินยอมพร้อมกัน ระหว่างไทย-กัมพูชา หรือตกลงกันได้ว่าจะเรียกอะไรกันแน่ระหว่างปราสาทพระวิหาร หรือเปรียะวิเฮียร์ หรือจะเรียกกลาง ๆ อะไรตามคําที่มีข้อเสนอตกลงกันนี่นะครับ ก็จะต้องนําร่างข้อตกลงนั้นเข้ามาผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง ขอให้ ท่านยืนยันอย่างชัดเจนต่อที่ประชุมรัฐสภาในประการที่ ๓ นี้ครับ โดยสรุปผมขอท่าน ๓ ข้อก่อนที่จะอภิปรายต่อไป

๑. ขอให้เป่ดให้มีการอภิปรายกันอย่างเต็มที่ไม่ใช่รวบรัดลงมติกันในวันนี้ เพื่อที่จะไปใช้ในการประชุมอาเซียน

๒. ขอความกรุณาครับ อย่าประชุมลับตั้งแต่ต้นครับ ขอให้ประชุม โดยเป่ดเผยไปก่อน โดยขอให้สมาชิกตระหนักว่าเรากําลังอภิปรายกันในปัญหา ระหว่างประเทศ ถ้าท่านเห็นว่าการใดหรือช่วงใดจําเปึนจะต้องประชุมลับก็ค่อยพิจารณา ในชั้นนั้น เพราะว่าเรื่องนี้เราก็ได้มีการพูดจาเป่ดเผยถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์กันมา เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ ไปแล้ว การพูดในวันนี้ก็คงจะไม่เกินเลยเหนือไปกว่านั้นหรอกครับ นี่เปึนประการที่ ๒ เรื่องการประชุมลับ

๓. ขอให้ทางคณะรัฐมนตรีช่วยให้คํามั่นกับรัฐสภาว่านี่คือการรับรอง บันทึกการประชุมที่ผ่านไปแล้ว ส่วนเอกสารแนบหรือเอกสารประกอบที่เปึนร่างข้อตกลง ชั่วคราวระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยปัญหาชายแดนพื้นที่ปราสาทพระวิหารนั้น ถ้าท่านไปตกลงกันได้เรียบร้อยอย่างไรจะต้องนําเข้ามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา อีกครั้งหนึ่ง ขอให้ท่านยืนยันต่อที่ประชุมรัฐสภาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธาน วิปรัฐบาล เรื่องทั้ง ๒ เรื่องที่เราจะเข้าสู่การพิจารณานี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ทุกฝ์าย ก็ให้ความสนใจและติดตามมาอย่างต่อเนื่องและเปึนข้อที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก พอสมควรทั้งในบรรดาสมาชิกรัฐสภาและบุคคลภายนอก วิปก็ได้ประสานงาน ได้พูดคุย กันแล้ว รวมทั้งแจ้งไปทางเพื่อนสมาชิกวุฒิสภานะครับว่าสภาคงไม่ขัดข้องในการที่จะเป่ด อภิปรายกันอย่างกว้างขวางนะครับ แล้วก็คงไม่จํากัดเวลาเพื่อเปึนประโยชน์ในการที่ คณะรัฐบาลจะได้นําไปปฏิบัติและเปึนข้อสังเกตเข้าไปนะครับ ส่วนเรื่องเอกสิทธิ์ตามที่ ท่านรัฐมนตรีจะใช้ในการประชุมในการอภิปรายลับนั้นผมคิดว่าอยู่ที่วินิจฉัยของ ฯพณฯ รัฐมนตรีนะครับ ว่าเรื่องราวต่าง ๆ จะมีโอกาสกระทบกระเทือนหรือไม่ เพราะว่า เท่าที่ติดตามข่าวมาผมเข้าใจว่าท่านคงมีข้อมูลกันพอนะครับว่าการพูดจากันจะออก โทรทัศน์ในสถานีช่องใดก็ตาม ผลที่จะเกิดขึ้นมันอาจจะไม่เหมือนกับในสภา ที่มีการพูดคุยกันไปนะครับ ทั้ง ๒ เรื่อง ประการสุดท้ายกระผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรี คงตัดสินใจเองครับ ส่วนเรื่องการประชุมผมเข้าใจว่าสภาไม่ขัดข้องที่จะให้อภิปราย กันอย่างกว้างขวาง ไม่ต้องเร่งรัดเพราะลงมติพรุ่งนี้ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ทั้ง ๒ กรอบนะครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ขอตอบคําถามของท่านวุฒิสมาชิก

ประเด็นแรก ก็ขอยืนยันครับว่ายินดีที่จะให้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง เต็มที่นะครับ แล้วข้อที่สอง ก็ขอยืนยันครับว่าร่างข้อตกลงชั่วคราวที่เรียกว่าโปรวิชันนัล อเรนจ์เมนท์ (Provisional Arrangement) นั้น เมื่อไปเจรจาแล้วเสร็จกับจากทาง ฝ์ายกัมพูชาก็จะนํากลับมาที่รัฐสภาเพื่อให้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางแล้วก็ให้ ความเห็นชอบ

ประเด็นที่สอง เกี่ยวกับความลับหรือไม่ของการอภิปรายนี้ ก็ยังขอยืนยัน อยู่นะครับ ผมก็ได้ปรึกษาหารือกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้วว่าขอให้เปึน การอภิปรายที่ยังเปึนความลับอยู่ครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ก็ทางท่านรัฐมนตรี ขอประชุมลับก็ต้องประชุมลับตามที่เอกสิทธิ์ที่มีอยู่ มีผู้ชี้แจงด้วยใช่ไหมครับ ก็อนุญาตให้ พลโท วิศณุ ศรียะพันธ์ พันเอก ศิริศักดิ์ สิริบรรสพ แล้วก็ พันเอก เชษฐ์ไชย วงษ์ถนอม แล้วก็คุณชาลี กาญจนกุญชร เข้ามาชี้แจงด้วยนะครับ ท่านคํานูญมีอะไรครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียน ท่านประธาน ผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผม ทราบครับว่าเปึนเอกสิทธิ์ของคณะรัฐมนตรีที่จะขอประชุมลับ แต่กระผมขอความกรุณาว่า ท่านไม่จําเปึนต้องประชุมลับตลอดระยะเวลาครับท่านประธาน เพราะท่านจะกรุณา มันจะเปึนประโยชน์ต่อตัวรัฐบาลเอง สิ่งที่กระผมจะอภิปรายไม่ใช่ว่าจะมาคัดค้าน หรือตั้งธงไว้คัดค้านอย่างเดียว กระผมก็ได้เรียบเรียงให้เห็นว่ารัฐบาลมีความจําเปึน อย่างไรด้วย แต่คราวนี้เมื่อสักครู่นี้กระผมไม่ได้คัดค้าน คือเมื่อท่านรวมกรอบที่ ๔ กับกรอบที่ ๕ เข้ามาด้วยกันมันมีเรื่องทางทหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย กระผมก็เข้าใจ คือเอาเจบีซีมารวมกับจีบีซี (GBC) ในที่สุดมันก็มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตที่เอ่ยตําแหน่งท่าน นั่งอยู่ด้วย ท่านก็ต้องเห็นว่าเรื่องการทหารเปึนเรื่องลับ แต่ว่าเจบีซีนี่ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ถกเถียงกันมาอย่างเป่ดเผยตลอดระยะเวลา ๑ ป้ หนักหนาสาหัสกว่าในที่ประชุมรัฐสภาอีกเยอะทีเดียวเลยครับ ก็ยังเป่ดเผยได้ แต่ในที่นี้ ท่านจะประชุมลับกันโดยตลอดผมว่ามันจะเปึนผลเสียต่อรัฐบาลมากกว่า เพราะฉะนั้น กระผมขอยืนยันความตั้งใจด้วยเจตนาดีอีกครั้งหนึ่งครับว่าท่านสามารถที่จะแบ่งแยกได้ว่า ช่วงไหนเปึนการประชุมเป่ดเผย ช่วงไหนเปึนการประชุมลับ ท่านสามารถจะบริหารจัดการ ได้นี่ครับ ถ้าท่านเห็นว่าท่านจะลุกขึ้นแถลงอะไรที่มันเปึนการประชุมลับแล้วมันจะ เปึนประโยชน์กว่าท่านก็เลือกเอาช่วงเวลานั้น แต่ถ้าท่านจะให้อภิปรายตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ ท่านชี้แจงตั้งแต่ต้นจนจบก่อนลงมติเปึนการประชุมลับเลยกระผมเห็นว่าไม่สมควรครับ กระผมประสบปัญหามากในการประชุมอนุมัติกรอบ ๒ กรอบไป ซึ่งกระผมเปึนเสียงข้างน้อย ที่แพ้ไปเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ก็มีการกล่าวอ้างกันไปต่าง ๆ นา นาว่าท่านนายกรัฐมนตรี พูดว่าอย่างนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีพูดว่าอย่างนี้ ในขณะนั้นเปึนผู้นําฝ์ายค้านนะครับ ทีนี้พอประชุมลับแล้วกระผมจะไปหาบันทึกการประชุมลับก็ไม่สามารถจะหาได้ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีอีกสักครั้งหนึ่งนะครับว่า เพื่อประโยชน์ของรัฐบาลเอง แล้วที่สําคัญก็คือว่าทางรัฐบาลสามารถที่จะลุกขึ้นใช้สิทธิ ได้ตลอดเวลาว่าที่สมาชิกพูดมานี้มันเกินกรอบที่ประชุมเป่ดเผยแล้วท่านขอประชุมลับ หรือว่าสิ่งที่ท่านจะชี้แจงต่อไปนี้มันมีความจําเปึนที่จะต้องประชุมลับก็ขอประชุมลับ กระผมก็จะได้สะดวกใจในการที่จะเสียบบัตรแล้วกดแสดงตนทุกครั้งไป ไม่เช่นนั้น ถ้าเปึนการประชุมลับกระผมพูดเสร็จกระผมก็ไม่กดบัตรแสดงตนบ้าง ถ้าอย่างนั้น การประชุมมันก็จะไปไม่ได้นะครับ กระผมขอความกรุณาผ่านท่านประธานไปยัง คณะรัฐมนตรีอีกสักครั้งหนึ่งครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านสมาชิกวุฒิสภาเปึนอย่างยิ่ง ผมมีความเชื่อถือ เชื่อมั่น แล้วก็เคารพ ในความเปึนสุภาพบุรุษแล้วก็การเล่นกันตามกติกาว่าท่านจะพูด อะไรที่ถูกที่ควรนั้นผมไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับตัวของท่านเลย แต่นี่เรากําลังพูดถึง ผลประโยชน์ของประเทศชาติครับ แล้วมันก็เปึนเรื่องที่มีประเทศที่สามหรือว่าประเทศ กัมพูชาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มันควบคุมกันไม่ได้หรอกครับในการอภิปรายกัน ๒ วัน หรือว่า ๓ วัน ต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเผื่อเป่ดอย่างเต็มที่แล้วมันจะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพูดกันอยู่ที่นี่เมื่อออกไปแล้วทุกคนฟังอยู่ทุกวินาที แล้วก็ไม่อยากจะให้ ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เปึนการเมืองภายในแล้วก็เปึนเรื่องที่จะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ผมอยากจะขอให้เอาประโยชน์ของประเทศชาติเปึนตัวตั้งมากกว่า การบอกว่าจะให้มีการอภิปรายกันอย่างเป่ดเผยแล้วทุกคนจะได้ฟังกันได้ อันไหนมาก่อน ผมคิดว่าความมั่นคงแล้วก็ผลประโยชน์ของชาติน่าจะเปึนตัวตั้งมากกว่า และเราก็พูด กันได้ให้เต็มที่ในการประชุมลับ แต่เราก็สามารถที่จะนําความทั้งหมดไปชี้แจงต่อประชาชนได้โดยตลอดไม่ได้มีประเด็น ปัญหาอะไร เพราะว่ารัฐบาลนี้ก็เคารพในเรื่องของความโปร่งใส ในเรื่องของการที่จะเข้า มามีส่วนร่วมการรับรู้ของประชาชน แต่อะไรที่มันยังอยู่ในช่วงของหัวเลี้ยวหัวต่อ แล้วมันก็จะมีผลกระทบแน่นอนต่อท่าทีการเจรจาที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติ แล้วก็ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาซึ่งตอนนี้ก็ปรับตัวดีขึ้น เปึนลําดับ ก็ขอความกรุณาครับว่าให้ว่ากันภายในลับเสียก่อน แล้วก็มีอะไรเราก็ไปชี้แจง ต่อประชาชนร่วมกันได้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสุดท้าย ท่านไพบูลย์ นะครับ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา นครสวรรค์

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับเรื่องการประชุมเรื่องนี้เปึนผลประโยชน์ของชาติครับ แล้วพร้อมกันนั้น ก็เปึนการจะเสียผลประโยชน์ของชาติครั้งที่ยิ่งใหญ่ เปึนการเสียศักดิ์ศรีของประเทศชาติด้วย ดังนั้นถ้าท่านรัฐมนตรีท่านกล่าวมาเมื่อสักครู่ในเหตุผลเพื่อที่จะเปึนการประชุมลับนั้น ท่านมีเอกสิทธิ์ ท่านทําได้ แต่ผมเรียนว่าเรื่องนี้การพูดจานอกจากเปึนในที่เป่ดเผย ตามที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปแล้วนั้น ทางอีกฝ์ายหนึ่ง อีกประเทศหนึ่งเอ่ยนามในนี้ ก็คือประเทศกัมพูชา ผู้นําเขาไม่เคยประชุมลับหรอกครับ พูดในทุกแห่ง พูดในทุกที่ แล้วกระทบกระเทือนความรู้สึกจิตใจของประชาชนไทยมากขนาดไหน ท่านไปขอ เขาประชุมลับหน่อยได้ไหมครับ นั่นข้อที่ผมอยากจะเรียกร้องนะครับ ดังนั้นในกรณี ที่เรื่องนี้เปึนเรื่องของประเทศชาติ ผมคิดว่าหลาย ๆ เรื่องอย่างที่ท่านคํานูญได้เอ่ยมานั้น มีเหตุมีผล หลาย ๆ เรื่องถ้าเราพูดกันอยู่ในกรอบยังไม่ต้องประชุมลับทําได้ก็ดี แต่ถ้าท่านเห็นว่าไม่เอาละเริ่มต้นก็อยากจะประชุมลับ ผมขอเรียนเลยครับว่าผมก็ ไม่เคยใช้วิธีอย่างนี้ไม่เคยใช้เลยนะครับ แต่ก็จําเปึนต้องใช้ ถ้าท่านประชุมลับประชุม ไปสักระยะหนึ่งหรือเริ่มประชุม ผมก็ขอนับองค์ประชุมครับ เพราะผมต้องการให้ สมาชิกรัฐสภามาร่วมรับฟังเรื่องที่อภิปรายในสภาแห่งนี้ทุกเวลาเพราะเปึนเรื่องสําคัญ ของประเทศชาติครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเพียงเท่านี้ครับ

นายประสพสุข บุญเดช สมาชิกรัฐสภา

ก็คงไม่มีปัญหาแล้วนะครับ ก็ประชุมลับก็เปึนเอกสิทธิ์

ต่อไปก็จะเปึนการประชุมลับก็ขอให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกนอก ห้องประชุมห้ามการถ่ายทอดทุกอย่างนะครับ แล้วก็ห้ามมีการบันทึกเทปเครื่องมือ สื่อสารใด ๆ เอาออกนอกห้องด้วยครับ เปึนการประชุมลับนะครับ ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) นิษา ๕๙/๑ (ลับ) ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) นิษา ๕๙/๒ (ลับ) ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) นิษา ๕๙/๓ (ลับ) ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) นิษา ๕๙/๔ (ลับ) ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) นิษา ๕๙/๕ (ลับ) ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) นิษา ๕๙/๖ (ลับ) ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ณปภัช ๖๐/๑ (ลับ) ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ณปภัช ๖๐/๒ (ลับ) ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ณปภัช ๖๐/๓ (ลับ) ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ณปภัช ๖๐/๔ (ลับ) ร ๕/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ณปภัช ๖๐/๕ (ลับ)

(ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมและผู้เข้าฟังการประชุม ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการประชุม ได้ออกไปจากที่ประชุม)
(ประชุมลับ)
(ประชุมลับ)
(ประชุมลับ)
(ประชุมลับ)
(ประชุมลับ)
(ประชุมลับ)
(ประชุมลับ)
(ประชุมลับ)
(ประชุมลับ)
(ประชุมลับ)
(ประชุมลับ)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้กลับมา ขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมขอเป่ดเผยการประชุม แล้วก็ ลงมติทั้ง ๒ เรื่องนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ กรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านที่ประชุมคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ก็งดก่อนนะครับ เข้ามาตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อจะลงมติ ๒ กรอบ ประทานโทษครับ คือนับองค์ประชุมก่อนว่าครบหรือไม่ครบ เพื่อจะได้อภิปราย มีการทักท้วงว่าไม่ครบองค์ประชุม ก็นับดูก่อนครับ เพราะยังมีการประชุมลับอยู่ แต่ยังไม่ได้อภิปราย ท่านนั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิก ที่ประชุมกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ขอความกรุณาพักการประชุมเข้ามาห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้ยินเสียงออดนี้ช่วยกรุณา เข้าประชุมด้วยเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เมื่อท่านนั่งแล้วโปรดกรุณาเสียบบัตร แสดงตนด้วยนะครับ ท่านไพจิตมีอะไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่า ท่านประธานต้องดําเนินการประชุมโดยเคร่งครัด ท่านใช้เวลาพอควรแล้ว ไม่ครบก็แปลว่า องค์ประชุมมันไม่สามารถเดินต่อไปได้ ก็ต้องเลิกการประชุมครับท่านประธาน แล้วก็บอก ทางฝ์ายรัฐบาลด้วยว่าก่อนที่จะกําหนดวาระอะไรขอให้คุยกันให้เรียบร้อย ผมต้องการ จะใช้เวลาให้เปึนประโยชน์ เพราะวันนี้จะต้องประชุมพรรคก็ไม่ได้ไปประชุมนะครับ ต้องมาประชุมกับท่านประธานในวันอังคาร เพราะฉะนั้นขณะนี้เกือบบ่ายสามโมง ถ้าไม่ครบก็จําเปึนครับ ภาระก็ไปทําอย่างอื่น ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ก็ทยอยมาเรื่อย ๆ ครับ ทีละ ๑ ทีละ ๒ ทีละ ๓ ผมก็ต้องรอสักนิดหน่อยครับ ขอความกรุณาด้วยครับ เพราะว่า ท่าน ส.ว. ท่านอยู่ตึกโน้น ท่านประชุมท่านก็ทยอยมาตลอด ก็ขอความกรุณารอสักนิดหนึ่ง เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญครับ เนื่องจากว่าการประชุมอาเซียนที่ประเทศเวียดนาม ทางฝ์ายอาเซียนเราก็จําเปึนต้องไปชี้แจง ไปพบปะกับผู้นําเพื่อนประเทศ ก็อยากจะ ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกอดใจรอสักนิดหนึ่งเพื่อประเทศชาติ ทาง ส.ว. เกือบหมดหรือยัง ที่อยู่ตึกโน้น ท่านสนธยาไปไหนไม่รู้

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วกระผมก็รอบัญชาท่านประธานอยู่ เพราะเกรงว่าทางวิป วุฒิสภาจะมองว่าผมโอเวอร์ รีแอคท์ (Over react) ครับท่านประธาน ดังนั้นถ้าท่านประธาน เชิญผมไปที่ห้องแล้วก็สั่งเปึนการภายในในโอกาสต่อไปกระผมก็ยินดีครับท่านประธาน ขณะนี้ก็ยังมีอยู่อีกท่านสองท่านครับท่านประธาน คิดว่าใช้เวลาอีกเล็กน้อยครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็เอากลางที่ประชุมนี่เป่ดเผยดีครับ กรุณาด่วนด้วยครับ เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ถ้าทางพรรคเพื่อไทยจะเมตตา ช่วยเสียบบัตรก็จะได้ไปเร็วขึ้นครับ จะได้อภิปรายกันครับ ผมดูแล้วไม่ได้เสียบบัตรเยอะ จังหวัดลพบุรีน้ําท่วม เชิญครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภา เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานบอกว่าถ้าพรรคเพื่อไทยอนุเคราะห์นี่นะครับ ผมก็ อนุเคราะห์นั่งอยู่ตั้งนานแล้วท่านประธาน ก็ฟังท่านประธานกดออดอยู่จนหูอื้อไป หมดแล้วครับ ผมว่าวันนี้ท่านประธานต้องเสนองบใหม่ครับ เสนอติดชิป (Chip) ผู้แทนราษฎรกับ ส.ว. ครับ พอกดปุ็บแล้วให้มาปัูบเลยอย่างนี้ดีครับท่านประธาน เพราะเหตุผลที่ผมบอกว่าตอนฝัืงผมเปึนรัฐบาล ท่านประธานก็นั่งดูอยู่ครับ กดอย่างกับ นักมวยถูกชกนะครับ นับ ๑ ถึง ๑๐ ท่านเอาคะแนนขึ้นบนสกอร์บอร์ด (Scoreboard) เลย ทุกครั้ง วันนี้ผมนั่งฟังอยู่เห็นท่านประธานกดแต่ละทีนะครับ อย่างน้อย ๓๐ นาทีครับ ถึงจะลงมติ ให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณมาก

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณรังสิมา อย่าสร้างบรรยากาศไม่ดี นะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

จะพูด ก็เลยไม่กล้าพูดเลย กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องของ รัฐบาลอย่างเดียว เปึนการประชุมร่วมกันทั้งวุฒิสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้น การที่จะครบองค์ประชุมมันตั้ง ๓๑๗ คน ถ้ารัฐบาลอย่างเดียวมันไม่ครบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เปึนหน้าที่ของรัฐบาลอย่างเดียว เปึนหน้าที่ของวุฒิสภาด้วย และดิฉันก็อยากจะเสนอท่านประธานว่าถ้าเกิดสมมุติสภาล่มนี่ ท่านช่วยขึ้นตัววิ่ง ที่ช่อง ๑๑ วิ่งไปเลยทั้งวันทั้งคืน ใครที่ทําสภาล่ม บางทีมาแล้วไม่กด และมันทําให้ คนที่มาทุกวัน ๆ มันเสียเวลา เสียค่าแอร์ เจ้าหน้าที่ต้องมานั่งคอย เรื่องของประเทศชาติ มันสําคัญกว่านะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

นั่งลงได้แล้วครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณหมอประสิทธิ์

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ในช่วงที่ไม่ครบองค์ประชุมผมอยากเรียน ท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทําไมถึงเปึนอย่างนี้ ก็เพราะท่านชอบอะไรก็ลับหมด ชอบประชุมลับ อะไรก็ประชุมลับ ท่าน ส.ว. ท่านจะไม่สบายใจ ผมก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย หรือท่านจะพูดอะไรให้รัฐบาลเขมรเขาเสียหายหรือ ท่านรัฐมนตรีจะพูดให้รัฐบาลกัมพูชาเขาเสียหายหรืออย่างไร พวกผมไม่มีครับ อะไรก็ประชุมลับ ประชุมลับ จนมีคนพูดเล่นกันรัฐมนตรีชอบของลับหรืออย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมว่าคุณหมอครับมากไปหน่อยครับ คุณหมอ มีอะไรท่านคํานูณครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียน ท่านประธาน ผม นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ระหว่าง ที่เป่ดโอกาสให้ท่านประธานรออีกสัก ๑ ชั่วโมงนี่นะครับ จะขอชี้แจงพาดพิงหน่อยว่า ที่มีท่านสมาชิกบางท่านบอกว่าถ้าสภาล่ม วุฒิสมาชิกจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย กระผมขอรับผิดชอบเต็มที่ครับ จะเอาชื่อกระผมไปออกโทรทัศน์ช่องไหน ทีวีพูล (TV Pool) ได้กระผมยิ่งยินดีครับ เพราะกระผมเชื่อว่าการกระทําของผมนั้นมีจุดยืน กระผมไม่ได้ขอ อะไรรัฐบาลนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็เข้าใจนะครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ผมขอความกรุณา รัฐบาลว่าอย่าประชุมลับตลอดเวลา ขอให้ประชุมลับเปึนช่วง ๆ จะได้ไหม ในเมื่อรัฐบาล ไม่กรุณานี่กระผมก็ไม่ได้เสนอนับองค์ประชุมทันที กระผมให้ท่านรัฐมนตรีได้เสนอ รายงานไปก่อน ซึ่งท่านก็สามารถเอาไปอ้างกับสมเด็จฮุนเซนได้ว่าได้เสนอรายงานไปแล้ว แต่ยังพิจารณาไม่เสร็จ ท่านก็สามารถอ้างอิงได้ แต่กระผมเห็นว่าเรื่องนี้จะต้องประชุม เป่ดเผยครับ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตชี้แจงครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ขอบคุณครับ ทยอยมาเรื่อย ๆ แล้ว มีอะไรท่าน

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่นะครับ ท่านประธาน ผมอยากให้ท่านประสิทธิ์ได้ถอนคําพูดที่เสียดสีว่าท่านรัฐมนตรีชอบของลับนะครับ ผมคิดว่าเปึนคําเสียดสีที่ไม่ควรใช้ในสภาแห่งนี้ครับ ขอให้ถอนคําพูดครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีอะไรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านไม่ถือสาหรอกครับ ท่านยิ้มอยู่ครับ คุณประสงค์ เชิญครับ

นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยครับ ผมเองมีความกระทบกระเทือนในความรู้สึก กรณีนี้เปึนอย่างมากครับ ผมเองมีความตั้งใจว่าผมจะไม่ร่วมขบวนการใด ๆ เปึนลักษณะ ของการป่ดหูป่ดตาประชาชน ระบอบประชาธิปไตยเปึนระบอบซึ่งประชาชนต้องรับรู้ การทํางานของตัวแทนของเขาไม่ว่าจะเปึน ส.ว. หรือ ส.ส. ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง หรือการสรรหา ผมเองมาจากกระบวนการสรรหาครับ แต่ผู้สรรหาได้สรรหากระผมมา เพื่อทํางานให้กับประชาชนและประเทศชาติ ผมมีความพร้อมและผมมีความยินดี ที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ การที่ผมมีจุดยืนในการที่จะไม่ยอมรับการป่ดหูป่ดตาประชาชนนั้น ผมถือว่าประชาชนควรที่จะได้รับสิทธิรับรู้ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้แทนราษฎรและ ของสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด วันนี้ผมจะไม่ขอร่วมลงมติ ขอประกาศให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบอย่างชัดเจนว่าผมไม่สนับสนุนการประชุมลับที่ ส.ส. และ ส.ว. ทํางานครับ ขอขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณครับ คุณชลน่านมีอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ท่านประธานกดออดไปทั้งหมด ๔๗ ครั้ง เวลาก็เข้าใจว่าน่าจะเกือบ ครึ่งชั่วโมง เผอิญข้อบังคับเราไม่ละเอียดถึงขนาดนั้นที่จะไปเขียนว่าต้องกดออดกี่ครั้ง มันไม่มีในข้อบังคับ แต่ผมคิดว่าท่านประธานน่าจะใช้ดุลยพินิจตามข้อบังคับการประชุม ที่จะขานมติหรือให้สมาชิกแสดงตนเพื่อที่จะเปึนองค์ประชุม ผมอยากให้ท่านประธาน ทําหน้าที่ตรงนี้เถอะครับ ถ้าท่านรอไปอีก ๑ ชั่วโมงเมื่อสมาชิกเขาไม่พร้อมที่จะสนับสนุน มันก็เปึนอย่างนี้ละครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมว่า ท่านประธานตรวจสอบองค์ประชุม ถ้าครบก็ประชุมกันต่อ ลงมติกันไป ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมอยากจะปรึกษาอย่างนี้ได้ไหม ให้เจ้าหน้าที่นับองค์ประชุมได้ไหมครับ ผมปรึกษานะครับ เชิญท่านสิงห์ชัย ทุ่งทอง

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง สมาชิกวุฒิสภา อุทัยธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว. จากจังหวัดอุทัยธานี ท่านประธานครับ ท่านประธาน โปรดอย่าได้ฝ๋นเลยครับ แล้วผมอยากจะเรียนท่านสมาชิกรัฐสภาที่อยู่ ณ แห่งนี้ด้วยว่า ที่ท่านจะเป่ดเผยชื่อบุคคลที่มาและไม่ได้กดนั้นไม่มีปัญหาครับ ผมเชื่อว่าประชาชน และสื่อมวลชนทราบดีว่าในรัฐสภาแห่งนี้ใครหรือบุคคลใดเปึนอย่างไร ในกรณีเช่นนี้ ผมเชื่อว่าคงจะมีการติดขัดบางอย่าง ผมเสนอให้ท่านประธานยุติสัก ๕ นาทีหรือ ๑๐ นาที แล้วขอให้ผู้หลักผู้ใหญ่ได้คุยกันครับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเกิดปัญหาอะไรขึ้นอย่าได้ดันทุรัง เลยครับ ผมเชื่อว่าท่านผู้อาวุโส ส.ว. หลาย ๆ ท่านที่ออกมาแสดงความคิดเห็นนั้นชัดเจน ตรงประเด็นที่สุด ผมในฐานะสมาชิกวุฒิสภาที่อาวุโสน้อยก็ไม่อยากให้เกิดปัญหา ต่อชาติบ้านเมือง ไม่อยากให้บุคคลภายนอกมองรัฐสภาแห่งนี้เปึนเหมือนเกมการเมือง ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอพักการประชุมสัก ๓ นาทีครับ

พักการประชุมเวลา ๑๕.๐๓ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๕.๑๐ นาฬิกา

ท่านสมาชิกครับกรุณานั่งประจําที่ เพื่อความรวดเร็ว ก็ถือว่าองค์ประชุมเราครบแล้ว ตอนนี้ ผมก็จะขอโอกาสให้ท่านอภิปราย เป่ดเผยผลการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาก่อน อันนี้เป่ดเผยเต็มที่ ท่านมีอะไรก็เชิญ

ส่วนอีกเรื่องนั้นก็บันทึกการประชุมเขตร่วมไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๔ ณ กรุงเทพมหานครนั้นก็อาจจะเปึนเรื่องลับนะครับ ท่านรัฐมนตรีเปึนคนเสนอได้ไหมครับ เชิญครับ

(นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีประท้วงอะไรครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท

ท่านประธานครับ ข้อบังคับมีผู้เสนอญัตติแล้วมีผู้รับรองแล้วถือว่าเปึนกระบวนการ โดยวิธีการทางรัฐสภาแล้ว ท่านประธานจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้นอกจากผู้เสนอญัตตินั้น เปึนผู้ดําเนินการถอนญัตติ ไม่ได้โดยเด็ดขาดท่านประธานครับ มิฉะนั้นท่านประธาน ทําผิดข้อบังคับครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมเข้าใจข้อบังคับดีแต่ว่าที่ผมเรียน หมายความว่าเพื่อทําให้ถูกต้อง แล้วให้ทุกฝ์ายเข้าใจ เชิญคุณคํานูณครับ

นายคํานูญ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

กราบเรียน ท่านประธาน ผม นายคํานูญ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยความกรุณาของท่านประธานนะครับ แต่ว่าท่านประธานอาจจะไปเร็วกว่าสักนิดหนึ่ง เท่าที่ได้มีการปรึกษาหารือกันนั้น กระผมขอฟังคําแถลงของท่านรัฐมนตรีก่อนว่าท่านจะ ตกลงให้มีการประชุมเป่ดเผยเฉพาะกรอบเจบีซีก่อนได้หรือไม่ ส่วนในกรอบจีบีซีซึ่งเปึน เรื่องความร่วมมือทางทหารนั้นกระผมเข้าใจว่าจําเปึนจะต้องประชุมลับ กระผมไม่ติดขัด ถ้าท่านรัฐมนตรีแถลงว่ายินยอมให้มีการประชุมเป่ดเผยในกรอบที่ ๔ ก็คือเจบีซี บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา รวม ๓ ครั้ง ๑. ท่านยืนยัน ให้เป่ดเผย ๒. ท่านยืนยันว่าจะเป่ดให้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ไม่จําเปึนที่จะต้อง ลงมติในวันนี้ ถ้ากระผมฟังแล้วได้คิดขึ้นมาใหม่กระผมจะลุกขึ้นขอถอนญัตตินับองค์ประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานครับก็ด้วยความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาความเปึนประชาธิปไตย แล้วก็ การเข้าถึงซึ่งข้อมูลข่าวสารก็ด้วยความยินดีครับที่สามารถที่จะตกลงกันหลังห้องประชุมได้ ผมขอยืนยันว่าจะให้เปึนการอภิปรายที่เป่ดต่อสาธารณชนในเรื่องที่เกี่ยวกับบันทึก การประชุมทั้ง ๓ ฉบับ อะกรีด มินิท (Agreed minutes) ในกรอบของเจบีซี ส่วนที่เกี่ยวกับ ชายแดนที่เกี่ยวกับกิจการทางทหารอันนั้นก็ขอให้เปึนการประชุมลับครับ เพราะอันนี้ มันเกี่ยวกับความมั่นคงแท้ ๆ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็เอาตามที่ทางรัฐมนตรีได้เสนอ ต่อไปก็เปึนการอภิปราย เชิญ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

ท่านประธานครับ ผม คํานูณ สิทธิสมาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เมื่อสักครู่ไม่ใช่ถอนญัตติแล้ว หรือครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

ยังครับ คือก็ต้องฟัง ท่านรัฐมนตรีก่อนครับเปึนขั้นตอน เมื่อท่านรัฐมนตรียืนยันอย่างนี้กระผมก็จะทําตาม ที่ได้พบกันครึ่งทางไว้ว่า กระผมขอถอนญัตติตรวจสอบองค์ประชุม ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็เดินหน้าต่อไปนะครับ

ต่อไปก็เปึนการพิจารณาบันทึกการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ณ เมืองเสียมราฐ วันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ผู้อภิปรายท่านแรก คือศาสตราจารย์เกียรติคุณดอกเตอร์ตรึงใจ บูรณสมภพ เชิญครับ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณดอกเตอร์ตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดอกเตอร์ตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในกรอบสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ในกรอบที่ท่านได้เสนอมาดิฉันขออภิปรายทั้ง ๓ กรอบนะคะ ดิฉันได้อ่านรายการเอกสารเรื่องผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา มีข้อสังเกต มีคําถาม และข้อเสนอแนะต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ตอนนี้ ก็ขอผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก่อนนะคะ

ในคําปราศรัยของท่านรัฐมนตรีอาวุโสผู้รับผิดชอบกิจการชายแดนของ กัมพูชาเมื่อวันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา มีข้อความตอนหนึ่งว่า ในช่วงที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้รวมถึงปัจจุบันเพื่อนชาวไทยได้ส่ง กําลังทหารเข้ามาในพื้นที่ชายแดน และในบางโอกาสกําลังทหารเหล่านี้ได้รุกล้ําเข้ามา ในดินแดนกัมพูชา อย่างไรก็ตามกัมพูชายึดมั่นที่จะใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและฉันท์มิตร และในวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ คําปราศรัยของท่านรัฐมนตรีท่านเดิม ในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา (สมัยสามัญ) ครั้งที่ ๔ ที่กรุงเทพฯ ก็มีถ้อยคําความว่า ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ การละเมิดมาตรา ๕ ของบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา เอ็มโอยู พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยทหารไทยในพื้นที่ดงรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปราสาทพระวิหาร ปราสาทตาเมือน ปราสาทตากราเบ็ย ได้ก่อให้เกิดสถานการณ์ใหม่ที่ประเด็นยังคงค้างอยู่ อย่างไรก็ตามรัฐบาลกัมพูชา ยังยึดมั่นที่จะอดกลั้นที่สุดเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีและฉันท์มิตร ท่านประธาน ท่านจะเห็นว่าท่านรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบด้านกิจการชายแดนฝ์ายกัมพูชาได้ประกาศว่า ไม่เฉพาะปราสาทพระวิหาร แต่ยังมีปราสาทตาเมือนก็เปึนของประเทศกัมพูชาด้วย ทั้ง ๆ ที่หลักเขตแดนเดิมที่ถูกเอาออกไป คือปัจจุบันไม่มีหลักเขตแดนตรงปราสาทตาเมือนแล้ว ตามหลักเขตแดนเดิมนี่นะคะ มีนักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ที่เคยไปสํารวจยืนยันว่า มีเขตแดนอยู่ทางปราสาทตาเมือนนั้นอยู่ทางประเทศไทย แล้วก็ยังมีปราสาทตาควาย ภูปราสาท โคกปราสาท สิ่งนี้ดิฉันคิดว่าท่านรัฐมนตรีดิฉันขอเสนอให้ท่านกรุณาพิจารณา คําปราศรัยของท่านรัฐมนตรีกัมพูชาเพื่อที่จะได้ดําเนินการด้วยความรอบคอบในเรื่อง ที่ยังไม่ได้ปักปันเขตแดน แต่เนื่องจากดิฉันได้อ่านพบในการประชุมครั้งที่ อันนี้เปึนบันทึก การประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (สมัยวิสามัญ) วันที่ ๖-๗ เมษายน ที่กรุงพนมเปญ ดิฉันอ่านแล้วก็รู้สึกดีใจที่ว่าในข้อ ๘ การหารือเรื่องการผลิตแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของ เขตแดน ทั้ง ๒ ฝ์ายยืนยันความเห็นร่วมกันว่าจะดําเนินการตามขั้นตอนที่ ๒ ของทีโออาร์ (TOR) ได้แก่ การผลิตแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศมาตราส่วน ๑ : ๒๕,๐๐๐ ตลอดแนวชายแดน ในโอกาสแรก ดิฉันคิดว่าอันนี้เปึนโอกาสอันดีที่ถ้ามีการผลิตแผนที่ทางอากาศมาตราส่วน ๑ : ๒๕,๐๐๐ แล้ว ก็จะมีการสํารวจแล้วก็ปักปันเขตแดนอย่างถูกต้อง ดิฉันก็อยากจะ ขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้ช่วยดูในเรื่องนี้ด้วยนะคะ สําหรับ ตอนนี้คงจะขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีเท่านี้ก่อน ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

สภายินดีต้อนรับครู นักเรียน จากจังหวัดราชบุรีนะครับ โดยการนําของท่าน ส.ส. มานิตย์ นพอมรบดี ด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สตูล 🔗

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามของสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ก็ถือเปึนอีกวาระหนึ่งที่ทางคณะรัฐมนตรีโดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้นําเสนอบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศ กัมพูชา ซึ่งได้ผ่านองค์กรที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น นั่นก็คือองค์กรเจบีซีหรือว่าคณะกรรมาธิการ ร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเปึนองค์กรหลักที่มีความสําคัญ ที่เปึนตัวหลักในการเจรจา ในเรื่องของหลักเขต ในเรื่องของข้อพิพาทชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ซึ่งความเปึนจริงแล้วข้อพิพาทนั้นได้มีมาเนิ่นนานนะครับ เราได้มีข้อพิพาทกับทางเขมร มาตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมก็ได้ฟังท่านรัฐมนตรี ได้ยืนยัน ถึงแม้ว่าข้อตกลงจะเปึนอย่างไรก็ตามแต่ เราก็ยืนอยู่บนหลักการเดิมก็คือว่า ยึดในอนุสัญญาข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศฝรั่งเศสในป้ ๑๙๐๖ ป้ ๑๙๐๗ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น ก็ยืนอยู่บนที่ว่าเรายึดถือเอาสันปันน้ําเปึนตัวหลัก สันปันน้ําคือ หลักในการแบ่งเขตแดนประเทศ จะเบี่ยงเบนไปจากหลักการสําคัญตรงนี้ไม่ได้นะครับ แล้วก็ได้เห็นถึงความคืบหน้าที่จะได้มีการทําแผนที่ ซึ่งเปึนแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ภาษาอังกฤษเรียกว่า ออร์ธะโฟโต แมพส์ (Orthophoto Maps) นั่นคือสิ่งที่เปึนผลิตผล ที่สําคัญที่ออกมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองในฐานะซึ่งเปึนสมาชิกรัฐสภา ก็ต้องขอเรียนกับทางรัฐบาลผ่านไปยังผู้นําประเทศของเรา ก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านจะต้องมีบทบาทที่สําคัญในการที่จะเข้าไปเจรจาในเรื่องของข้อพิพาทระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาบนโต๊ะเจรจาของอาเซียน ตรงนี้คือเรื่องที่มีความสําคัญ มากที่สุด เราเองอยากจะให้ปัญหาตรงนี้จบลงด้วยทวิภาคีทั้ง ๒ ฝ์าย ไม่อยากที่จะเห็น สหประชาชาติ หรือว่าไม่อยากจะเห็นหน่วยงานอื่นของสหประชาชาติเข้ามาดูแล เข้ามา แทรกแซงในข้อพิพาทระหว่างเราทั้งสอง เพราะฉะนั้นกลไกที่มันเดินไปตามที่เรามี คณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา ก็คือเจบีซี ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็มาจาก ข้อตกลงเอ็มโอยู ซึ่งได้เคยทํากันในสมัย ป้ ๒๕๔๓ ซึ่งเปึนข้อตกลงหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน ข้อ ๕ ที่เขียนยืนยันไว้ชัดเจนว่า ทั้ง ๒ ฝ์ายไม่สามารถจะทําให้สภาพแวดล้อมระหว่าง ชายแดนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป ยกเว้นเปึนการตกลงระหว่างคณะอนุกรรมการทางด้านเทคนิค แล้วเมื่อคณะอนุกรรมการ ทางด้านเทคนิคได้จัดทําได้สํารวจแล้วก็จะต้องนํามาสรุปร่วมกันแล้วก็เปึนข้อตกลงร่วมกัน แล้วก็นํามาเสนอต่อรัฐสภา ตรงนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะขอเรียนยืนยันว่าทางรัฐบาลจะต้อง ยืนอยู่บนหลักตรงนี้ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะกรณีของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารจะมี ความคืบหน้า ทางฝ์ายเขมรได้ส่งเรื่องนี้เข้าไปสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก แล้วเขาระบุให้เข้ามาดูแลในพื้นที่บริเวณเขตรอบปราสาทพระวิหาร เราก็คงจะต้องยืนหยัด อยู่ในหลักการของเจบีซี แล้วก็ยืนหยัดอยู่ในหลักการของเอ็มโอยูซึ่งเราได้เคยทําเอาไว้ ในป้ ๒๕๑๓ เพราะความเปึนจริงแล้วในเรื่องของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารนั้น ไม่ใช่เพิ่งเริ่มมาทําอยู่ในช่วงป้สองป้ได้มีความพยายามกันมาตลอด ทางฝ์ายประเทศ คู่พิพาทของเราได้พยายามที่จะเสนอฝ์ายเดียวอยู่ตลอดเวลา แต่ทางฝ์ายประเทศไทยเรา ตั้งแต่สมัยยุครัฐบาลในอดีตก็ได้พยายามที่จะขอขึ้นร่วมกันในการที่จะทําเปึนมรดก ร่วมกัน แต่ทางฝ์ายเขาขอขึ้นฝ์ายเดียว ทางฝ์ายเราขอขึ้นร่วมกัน เพราะว่าเขตพื้นที่ตรงนั้น อยู่ในพื้นที่ของเราแล้วก็มีหลักสันปันน้ําชัดเจน แต่ในเมื่อมันไม่เปึนไปตามที่เราต้องการ ก็ไม่สามารถจะเดินหน้าไปได้ ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าการประชุมของคณะกรรมการ มรดกโลกไม่มีความคืบหน้าไม่สามารถจะส่งพื้นที่ไปได้ เพราะว่ารัฐบาลไทยในยุค ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ยืนยันอยู่บนหลักการที่ถูกต้องตรงนี้แล้วก็เปึนสิ่งที่อยู่ ในความชื่นชม แล้วก็เปึนสิ่งที่ประชาชนพี่น้องชาวไทยทั่วทั้งประเทศก็ให้กําลังใจ ในจุดยืนตรงนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมเองก็ถือว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน แต่เราก็คงที่จะไม่รีบในการที่จะทําให้ทุกอย่างมีความคืบหน้า เปึนไปตามที่ทางฝ์ายเขาต้องการ หลายครั้งทีเดียวที่ผมเองก็ไปในฐานะกรรมาธิการ เคยไปที่ประเทศคู่พิพาทของเราไปในเรื่องของวัฒนธรรมในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปและวัฒนธรรม สิ่งหนึ่งซึ่งทางฝ์ายระดับสูงของทางประเทศคู่พิพาทของเราได้พูด ผ่านเรามาตลอดก็คือว่าเขายังคงยืนยันว่าพื้นที่ที่บริเวณรอบปราสาทพระวิหารนั้น ยังเปึนของเขาอยู่ แล้วเขาก็มีความพยายามในการอดกลั้นในการที่จะไม่ให้เราเข้าไป รุกล้ําตรงนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อหลักคิดทั้ง ๒ ฝ์ายคนละอย่างนั้นก็จะต้องมีกลไก ผมเองอยากจะให้ กลไกของเจบีซีได้มีความละเอียด มีความรอบคอบ แล้วท่านเข้าไปทํางานนั้นจะต้องตระหนัก ถึงหลักการที่สําคัญแล้วก็ยืนยันตั้งแต่อนุสัญญาที่เราเคยมีมาตั้งแต่ป้ ๑๙๐๖ ป้ ๑๙๐๗ แล้วก็ยืนยันในหลักเอ็มโอยูที่เราได้ตกลงเอาไว้ในป้ ๒๕๔๓ แล้วก็ยืนยันในทุกข้อที่เรา ได้ตกลงเอาไว้ แล้วก็ปัญหาในเรื่องของความคืบหน้าของข้อพิพาทจะเปึนอย่างไร ผมมั่นใจว่าทุกรัฐบาลก็คงจะต้องมีหลักในการที่จะไม่ให้เราเสียดินแดน ไม่ให้เราเสีย พื้นที่ไปให้กับข้อพิพาท ผมเองก็เห็นชอบ แล้วก็เห็นด้วยกับบันทึกการเจรจาทั้ง ๓ ฉบับ ตรงนี้แล้วก็คงจะให้ทางคณะเจบีซีได้เข้าไปทําหน้าที่ตรงนี้ต่อไป แล้วทางผู้นําของรัฐบาล ก็จะได้ไปเจรจากับผู้นําของเขมรต่อไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณสถาพร มณีรัตน์

นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ต่อกรอบ บันทึกการประชุมร่วมของเจบีซีระหว่างไทยกับกัมพูชาทั้ง ๓ กรอบ ทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งทาง คณะรัฐบาลได้นําเสนอต่อรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ แล้วเพื่อที่จะดําเนินกิจกรรม ในระดับนโยบายต่อไป ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมเองในฐานะสมาชิกรัฐสภา มีความไม่สบายใจอย่างยิ่งยวดกรณีทั้ง ๒ ฝ์าย โดยเฉพาะระดับผู้บริหารของประเทศ บางครั้งท่าทีหรือบทบาทของท่านลืมไปว่าท่านคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บางครั้งท่าทีของท่านต่อการเจรจาความเมือง ลึก ๆ ท่านยังมีอคติ หรือลึก ๆ ท่านยังมีอะไรอยู่ในจิตใจค้างคาระหว่างผู้นําของคู่เจรจา ถ้าท่านมีนัยอย่างนี้ ผมเชื่อว่าชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ สิ่งที่ผมอยากจะเรียกร้อง ไม่ใช่กรอบการประชุมที่มาเสนอรัฐสภา อยากจะเรียกร้องวุฒิภาวะของการเจรจานั้น มันจะต้องไม่มีอคติ แน่นอนที่สุดการเจรจาความเมืองนั้นต้องมีผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเปึนที่ตั้ง ไม่มีใครปฏิเสธได้ ไม่มีใครที่จะต้องไปสูญเสียดินแดน หรือไม่มีใคร ที่จะยกดินแดนของประเทศของตัวเองไปให้ฝ์ายตรงกันข้ามครอบครองหรอกครับ เราเชื่อ ด้วยความบริสุทธิ์ใจของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลไหนก็แล้วแต่ แต่บางครั้ง ผลประโยชน์ของประเทศต้องมาก่อน ท่านจะไม่รักใคร ท่านจะไม่ชอบใจใคร ท่านจะมี อคติกับใคร ท่านไม่ต้องไปให้สัมภาษณ์ทําให้บรรยากาศมันเสียหาย วันนี้โจทย์ใหญ่ของ ประเทศในเวลานี้ก็คือ จะบริหารชายแดนทั้ง ๒ ประเทศ จะบริหารความขัดแย้งในเรื่อง ของการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร จะบริหารการที่เราเองเอาสันปันน้ํา แต่เขาเองก็บอกว่า เปึนพื้นที่ที่เขาต้องมีสิทธิในการครอบครอง มีสิทธิในการแสดงกรรมสิทธิ์ นี่คือเรื่องที่เปึน ภารกิจของผู้นําที่จะต้องส่งสัญญาณอย่างมิตรภาพที่ดีต่อกัน ท่านครับเอาใจเขามาใส่ใจ เรา ถ้าท่านยังคิดว่าทางฟากโน้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ พันตํารวจโทดอกเตอร์ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ แล้วท่านก็ใช้ตรงนั้นมาเปึนตัวหลักในการเจรจาไม่บรรลุหรอกครับ เราเอง พยายามที่จะติดตามความเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ติดตามดูนโยบายของท่านมาโดยตลอด อย่านึกว่าท่านได้เปึนเสนาบดีแล้วจะไม่มีคน ท้วงติงท่าน แล้วท่านก็สามารถที่จะพูดจาอะไรก็ได้ในกรอบการเจรจา เพราะดูกรอบ การเจรจาแล้ว ระดับที่ไปเจรจาก็เปึนระดับที่ปรึกษา แต่ในส่วนของเขาเปึนระดับรัฐบาล รัฐมนตรี ผมว่าตรงนี้แล้วในกรอบครั้งต่อไปครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ ท่านต้องนําทัพเอง ท่านในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะต้องนําภารกิจไปประชุมเอง ไม่ต้องมอบแล้วครับ เพราะนี่คือพันธกิจที่สําคัญที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงใยแล้วก็ ฝากไว้ว่าทําอย่างไรถึงจะให้พี่น้องเราทั้ง ๒ ฝ์ายมีความเข้าใจกัน ทําอย่างไรถึงไม่เอา ลัทธิคลั่งชาติ ปลุกระดม มองเห็นว่าเรื่องของเขาพระวิหารนั้นเปึนเรื่องใหญ่เรื่องโต ที่จะทําให้บ้านนี้เมืองนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้ ก่อนเจรจาท่านเปึนไปได้ไหมมีการเจรจานอกรอบ มีการเจรจาก่อนเข้าห้องประชุม เพื่อให้บรรยากาศสมานฉันท์บ้าง ท่านก็ยื่นข้อเสนอของเรา ในความต้องการของเราได้แค่ไหน อย่างไร ท่านก็ต้องดําเนินการไปตามนั้น สะสางอคติ ต่อผู้นําของเขาว่ามีสัมพันธ์ที่เอนเอียงไปกับอดีตผู้นํา อย่างนี้ละครับท่านถึงจะไปได้ แต่ถ้าตราบใดท่านยังมากระแนะกระแหน ยังมาใช้วาจาพยายามเสียดสี หรือยังคิดว่า ตัวเองยังเปึนผู้นําม็อบ (Mob) ยึดสนามบินอยู่ก็ไม่บรรลุ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเองไม่ขัดข้องในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่จะได้ช่วยสนับสนุนเห็นชอบกรอบตรงนี้ แต่ผมเองก็อยากจะส่งสัญญาณผ่านประธานรัฐสภาไปยังผู้ที่จะนําความปรารถนาดี ในการประชุมนั้น ให้รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองเปึนหลัก ผมได้นําเอาวลีที่ผมยังติดใจของ ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ให้เปลี่ยนสนามรบเปึนสนามการค้า ให้ผู้คนที่อยู่ชายแดนติดกันมีสมานฉันท์ร่วมกัน เพื่อวิถีชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้อง ทั้ง ๒ ประเทศดีขึ้น ถ้าเราคิดได้อย่างนี้ ถ้ายึดแบบอย่างการดําเนินทางการทูตของท่าน นายกรัฐมนตรีชาติชายเอามาใช้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็จะเปึน การดีครับ มันหมดยุคที่จะต้องเอาทหาร เอาอาวุธ วันนี้ก็มีปัญหาอีกที่ชายแดนฝัืงโน้น ซึ่งจะต้องคุยกันต่อไปเรื่องของการไปยิงชาวบ้านแล้วก็ศพหาย ชาวบ้านเขาก็ต้องมาทวงครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของชายแดนเปึนเรื่องละเอียดอ่อน เปึนเรื่องของท่าทีโดยแท้ เปึนเรื่อง ของการมีมิตรจิตมิตรใจโดยแท้ เรื่องของการใช้กําลังทหาร เรื่องของการใช้อาวุธเปึนทางเลือก สุดท้ายจริง ๆ วันนี้การเจรจาเปึนเรื่องสําคัญที่สุด ผมขอฝากประเด็นการเจรจาและฝาก ท่าทีของท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพว่าถ้าจะบรรลุภารกิจที่ประเทศชาติบ้านเมือง มอบหมายให้ท่านละก็ ขอให้ท่านเปลี่ยนท่าทีใหม่และนําไปสู่ความสมานฉันท์ร่วมกัน เพื่อบรรลุข้อตกลงกรอบที่ ๔ กรอบที่ ๕ ในอนาคตต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านคํานูณ สิทธิสมาน ครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้โดยระเบียบวาระก็คือให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือที่เรียกว่าเจบีซี แต่ว่า โดยเนื้อแท้แล้วความสําคัญของการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในกรอบบันทึกการประชุม ครั้งนี้มีประเด็นที่จะต้องอภิปรายกันค่อนข้างมาก เพราะมีความเกี่ยวพันหลายเรื่อง ประสานกันไป ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะได้กรุณาดูเอกสารที่ทางรัฐสภาจัดทํา ขึ้นมาเล่มสีน้ําตาลท่านก็จะพบว่าบันทึกการประชุมเจบีซีทั้ง ๓ ครั้ง ก็คือครั้งที่ ๑ ที่เสียมราฐ วันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ครั้งที่ ๒ ที่กรุงเทพมหานคร วันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ และครั้งที่ ๓ ที่กรุงพนมเปญ วันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๓ นั้น นอกจากจะมีคําแถลงของ แต่ละฝ์ายก็คือประธานเจบีซีของแต่ละฝ์ายแล้วจะมีบันทึกการประชุมแล้ว ที่ตอนท้าย ก็จะมีเอกสารแนบชื่อว่า ร่างข้อตกลงชั่วคราวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยปัญหาชายแดนในพื้นที่ปราสาทพระวิหารหรือว่า เปรียะวิเฮียร์ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่สามารถตกลงกันได้ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ว่าจะใช้ชื่อเรียกว่าอะไร ก็ถือว่าโชคดีที่ยังตกลงกันไม่ได้ เพราะว่าถ้าตกลงกันได้เผลอ ๆ การตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชานั้นก็อาจจะผ่านพ้นไปแล้วเร็วกว่านี้ แล้วก็อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายตามมา ท่านประธานครับ ผมขอคัดค้านบันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ทั้ง ๓ ครั้ง โดยสาระสําคัญที่ผมคัดค้านก็คือ คัดค้านร่างข้อตกลงชั่วคราวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชากับรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยปัญหาชายแดนในพื้นที่ประสาทพระวิหารที่แนบท้ายอยู่ทั้ง ๓ ร่าง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าจะขอยกตัวอย่างร่างสุดท้ายคือร่าง ณ วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ที่กรุงพนมเปญ ในเอกสารเล่มสีน้ําตาลที่หน้า ๑๐๓ กับหน้า ๑๐๔ กระผมเห็นว่ามันมีประเด็นสําคัญที่อยากจะขออนุญาตตั้งประเด็นไว้ให้เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายกัน แล้วก็เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะต้องตอบคําถามพอสมควรก็คือ สาเหตุ ที่ผมคัดค้าน คัดค้านกันอยู่ใน ๒ ประเด็นสําคัญครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๑ ก็คือในร่างข้อตกลงฉบับวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ที่กระผม ยกเปึนตัวอย่าง อันที่จริงมีอยู่ในทุกร่างทั้ง ๓ ร่างที่แนบบันทึกท้ายการประชุมมานี้นะครับ ในข้อ ๑ หน้า ๑๐๔ ถ้าท่านประธานจะกรุณาตามผมไป ระบุว่า คู่ภาคีจะไม่คงกําลังทหาร ของแต่ละฝ์ายในวัด “แก้วสิขาคีรีสะวารา” (ต่อไปนี้จะเรียกว่าวัด “วัด”) พื้นที่รอบวัด และพื้นที่ปราสาทพระวิหาร อันนี้ยังไม่จบนะครับ แต่ว่าสาระสําคัญอยู่ตรงนี้ สรุปว่าก็คือ ตกลงถอนทหารกันทั้ง ๒ ฝ์าย ฟังดูเหมือนดีนะครับ แต่มันไม่ดีอย่างไรเดี๋ยวกระผมจะ ชี้แจงให้ทราบต่อไป นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่กระผมคัดค้าน

ประเด็นที่ ๒ ซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญมากแล้วก็เปึนข้อที่ถกเถียงกันตลอด ระยะเวลา ๑ ป้ที่ผ่านมา ก็คือในร่างข้อตกลงชั่วคราวฉบับสุดท้ายวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ ในหน้าแรกหรือในเอกสารเล่มสีน้ําตาล หน้า ๑๐๓ ในย่อหน้าที่ ๓ ที่เขียนว่า ยืนยันอีกครั้ง ถึงสิทธิและพันธกรณีภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบก ลงนาม ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓ (ค.ศ. ๒๐๐๐) (ต่อไปนี้เรียกว่า “บันทึก ความเข้าใจฯ ค.ศ. ๒๐๐๐”) รวมถึงแผนแม่บทและข้อกําหนดอํานาจหน้าที่ในการสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนทางบกร่วม ป้ ๒๕๔๖ (ค.ศ. ๒๐๐๓) ซึ่งกล่าวถึงในนั้น ความหมาย ในประเด็นที่ ๒ ซึ่งอยู่ในร่างข้อตกลงหน้าแรกหรือที่อยู่ในหน้า ๑๐๓ ของเอกสารเล่มสีน้ําตาลนี้ ก็คือว่าเปึนการสืบทอดมรดกแห่งข้อตกลงที่อาจจะพิจารณาได้ว่าเปึนความผิดพลาด ที่ประเทศไทยไปยอมรับแผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรักที่ฝรั่งเศสจัดทําขึ้น ฝ์ายเดียว หรืออีกทีหนึ่งเขาก็เรียกว่าแอนเนคซ วัน (ANNEX 1) หรือภาคผนวก ๑ คําว่า แอนเนคซ วัน หรือภาคผนวก ๑ ในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงภาคผนวกท้ายสนธิสัญญาใด ๆ แต่เปึนภาคผนวกท้ายฟัองของกัมพูชาที่ฟัองประเทศไทยต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๐๒ แล้วก็เปึนเหตุให้ประเทศไทยเสียปราสาทพระวิหาร คนไทยน้ําตาตก มาแล้วทั้งประเทศเมื่อป้ ๒๕๐๕ ท่านประธานครับ ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าจุดประสงค์ที่กระผม จําเปึนต้องคัดค้านทุกวิถีทางก็คือ ๒ ประเด็นนี้

ประเด็นที่ ๑ ก็คือการถอนทหารออกจากวัดแก้วสิขาคีรีสะวารา

ประเด็นที่ ๒ ก็คือการให้รัฐสภาเสมือนรับรองแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรัก หรือแอนเนคซ วัน นะครับ

ถามว่า ๒ ประการนี้มีความสําคัญแค่ไหน ก็อยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ว่ามีความสําคัญขนาดที่ว่าในขณะนี้ชาวกัมพูชาก็ได้รับฟังข่าวสารจากรัฐบาล แล้วก็มี ความเชื่อมั่นว่ารัฐสภาไทยจะผ่านหรือให้ความเห็นชอบบันทึกการประชุมทั้ง ๒ ครั้ง ซึ่งนั่น ก็หมายถึงว่าการที่เราผ่านบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ครั้ง ซึ่งมี ๒ ประเด็นสําคัญนี้พ่วงอยู่ด้วยนั้น ทางประเทศกัมพูชาเชื่อว่าเปึนประโยชน์ต่อฝ์ายประเทศกัมพูชา ในขณะที่ทางฝ์ายไทย รัฐบาลพยายามจะชี้แจงว่าเปึนประโยชน์ต่อฝ์ายไทยด้วยเช่นกัน แต่กระผมด้วยความรู้ที่น้อยแต่ก็ได้ศึกษาเรื่องนี้มาตลอดระยะเวลา ๑ ป้ เห็นว่าน่าจะเปึน ปัญหาที่ทําให้ฝ์ายไทยเสียประโยชน์ในหลายประการด้วยกัน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมไม่ใช่เพิ่งคัดค้านในวันนี้ แต่กระผม คัดค้านในการอภิปราย ณ ที่นี้เมื่อ ๒ ป้ที่แล้ว น่าสังเกตนะครับ เกือบ ๒ ป้เต็มพอดี เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ นั้น รัฐสภาแห่งนี้ได้อนุมัติกรอบการเจรจาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ไป ๒ กรอบ กรอบแรกก็คือกรอบข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับ สถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร ซึ่งก็คือเรื่องการถอนทหารออกจากพื้นที่ ที่เรียกว่า ๔.๖ ตารางกิโลเมตร พื้นที่ที่มักจะเรียกกันว่าพื้นที่ทับซ้อน แต่สําหรับกระผมแล้ว ขอเรียกว่าเปึนพื้นที่ของราชอาณาจักรไทย กรอบที่ ๒ ก็คือกรอบการเจรจาด้านการสํารวจ และการจัดทําหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาตลอดแนว ในกรอบของคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้ อันนี้รัฐสภาอนุมัติไปเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ กระผมได้ลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านประมาณ ๔๐ นาที ก็มีความสามารถมาก ได้เสียงคัดค้านมา ๗ เสียงกับ ๘ เสียงทั้ง ๒ กรอบนะครับ ก็ไม่เปึนไร แต่วันนี้กระผมเชื่อว่า สมาชิกรัฐสภาไทยที่ลงมติสนับสนุนในวันนั้น หลายท่านหลังจากผ่านการศึกษาไป ๒ ป้ ก็ได้ลุกขึ้นยืนคัดค้านอย่างเต็มที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านหนึ่งก็คือท่าน ส.ว. ไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งเดี๋ยวท่านจะได้อภิปรายต่อไป ท่านประธานครับ ออดเมื่อสักครู่คงกดเพื่อผ่อนคลาย บรรยากาศกระมังครับ เพราะว่าเราได้ตกลงกันแล้วว่าไม่มีการจํากัดเวลาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมก็จะอนุญาตต่อ เพราะว่าเราวาง กฎเกณฑ์แต่เช้าว่า ๑๐ นาทีครับ ถ้าท่านยังมีภารกิจติดพันก็เชิญตามอัธยาศัย

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ท่านประธาน คงติดพันเยอะละครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ติดพันเปึนชั่วโมงก็คงไม่ได้ครับ รอคนอื่นบ้างครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

คงจะต้องได้ครับ ท่านประธาน เพราะว่าก็เปึนข้อตกลงร่วมกันที่กระผมก็เคารพแล้วก็ไม่อยากที่จะให้ บรรยากาศการประชุมต้องเสียไปเพราะการนับองค์ประชุม แต่ว่าถ้าจะจํากัดกันอย่างนี้ เดี๋ยวก็ต้องพิจารณาใหม่นะครับ ท่านประธานครับ ย้ําอีกครั้งหนึ่งมันมีความสําคัญมาก เพราะ ๒ ประเด็น ทําไมกระผมไม่เห็นด้วยกับการถอนทหาร ทําไมไม่เห็นด้วยกับ การไปยอมรับแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งเดี๋ยวเราจะต้องพูดถึงเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นะครับ ท่านประธานครับ ขออภิปรายไปทีละประเด็นโดยสรุปก็แล้วกันเพราะว่าเรื่องนี้ก็พูดกัน มามากตลอดระยะเวลาป้เศษ ๆ ที่ผ่านมาจนเกือบ ๒ ป้

ในประเด็นที่ ๑ นั้น กระผมไม่ใช่เปึนคนที่อยากเห็นความรุนแรง กระผม ไม่ใช่เปึนคนที่อยากเห็นความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา กระผมเปึนคนที่ อยากเห็นความร่วมมือระหว่าง ๒ ประเทศ แต่ต้องเปึนความร่วมมือของ ๒ ประเทศ ที่ต่างฝ์ายต่างไม่เสียสิทธิซึ่งกันและกัน ท่านประธานครับ กระผมคัดค้านการถอนทหาร ออกจากวัดแก้วสิขาคีรีสะวาราซึ่งเปึนดินแดนของประเทศไทยเต็มร้อย ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน เปึนดินแดนของประเทศไทยเต็มร้อยตามอนุสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ ข้อ ๑ ประเทศกัมพูชานั้น ทําผิดบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักร กัมพูชาว่าด้วยการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบก พุทธศักราช ๒๕๔๓ หรือเอ็มโอยู ๒๕๔๓ ในข้อ ๕ ว่าด้วยการดําเนินการใด ๆ ที่มีผลเปึนการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ของพื้นที่ชายแดน และประเทศไทยได้มีการประท้วงเปึนทางการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทางประเทศกัมพูชาก็ยังมิได้ดําเนินการ ท่านประธานครับ เปึนที่น่าเสียดายว่าเอกสาร ที่ทางรัฐบาลจัดมาหรือทางสภาผู้แทนราษฎรจัดมาในเล่มสีน้ําตาลนั้นขาดความครบถ้วน ในสาระสําคัญไป เพราะว่าเราจะเข้าใจปัญหานี้ได้ดี เราก็ต้องมีตัวบทของบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสํารวจและจัดทํา หลักเขตแดนทางบก ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เอาภาษาไทยก็พอนะครับ กระผม ก็ไม่สันทัดในภาษาอังกฤษเต็มร้อยนักนะครับ แต่อยากจะบอกว่าแม้จะยึดเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้น กัมพูชาเองก็ทําการขัดกับเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ในข้อ ๓ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าจะหาเอกสารใด ให้เพื่อนสมาชิกได้อ่าน ข้อ ๕ มีเขียนไว้ว่า เพื่ออํานวยความสะดวกให้การสํารวจตลอดแนว เขตแดนทางบกร่วมกันเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยงานของรัฐบาลกับเจ้าหน้าที่ของ หน่วยงานเหล่านั้นจะงดเว้นการดําเนินการใด ๆ ที่มีผลเปึนการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ของพื้นที่ชายแดน เว้นแต่จะเปึนการดําเนินการของคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม เพื่อประโยชน์ในการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ท่านประธานครับ เปึนที่ปรากฏ ความเปึนจริงว่าในขณะนี้ในพื้นที่ดังกล่าว ตัววัดแก้วสิขาคีรีสะวารานั้นก็เปึนพื้นที่ของไทย ในพื้นที่ของไทยนอกจากวัดแก้วสิขาคีรีสะวาราแล้วก็มีชุมชนกัมพูชา มีหมู่บ้านกัมพูชา มีถนนที่กัมพูชาสร้างขึ้นมาเพื่อเปึนทางขึ้นปราสาทพระวิหาร การถอนทหารทั้ง ๒ ฝ์าย ออกโดยตัวอักษรแล้วดูเหมือนดีครับท่านประธาน แต่ในความเปึนจริงถ้าถอนทหารของ ทั้ง ๒ ฝ์ายออก แล้วไม่ได้พูดถึงการถอนชุมชน ถอนถนน หรือถอนวัดของทั้ง ๒ ฝ์ายออกด้วย มันก็จะไม่มีประโยชน์ เพราะว่าในพื้นที่นั้นมีแต่ทหารไทยครับ แต่ไม่มีชุมชนไทย ไม่มีถนนไทย ไม่มีวัดไทย เปึนพื้นที่ไทยแต่มีทุกสิ่งทุกอย่างของกัมพูชาแต่เพียงฝ์ายเดียว แค่คิดด้วยตรรก ท่านประธานครับ ก็ไม่ชอบแล้ว ท่านประธานครับ ถ้าเผื่อเปึนข้อตกลงที่จะเปึนการถอน ทหารของทั้ง ๒ ฝ์าย ถอนชุมชนของทั้ง ๒ ฝ์าย ถอนถนนหรือรื้อถนนของทั้ง ๒ ฝ์าย ถอนวัดหรือรื้อวัดของทั้ง ๒ ฝ์าย หรือสิ่งอื่นใดของทั้ง ๒ ฝ์ายที่จะเปึนการเปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อมตามเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ข้อ ๕ แล้ว กระผมยังอาจจะทําใจว่าข้อตกลงนี้ มีประโยชน์ การถอนทหารไทยแต่ฝ์ายเดียวโดยไม่พูดถึงชุมชน ถนน วัด และสิ่งก่อสร้าง อื่นของทางกัมพูชา ทั้ง ๆ ที่เปึนผืนแผ่นดินภายใต้อธิปไตยของไทยนั้น คําถามที่รัฐบาล จะต้องตอบก็คือว่ากระทรวงการต่างประเทศแค่ประท้วงอย่างเปึนทางการไปเพียง ๕ ครั้ง หรือ ๑๐ ครั้ง หรือ ๒๐ ครั้ง หรือต่อให้ ๑๐๐ ครั้งเพียงพอเท่านั้นหรือ สถานการณ์พัฒนา ไปจนถึงขนาด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นก็ได้รับปากว่าจะต้องดําเนินการเรื่องนี้ อันนี้ ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่ทางรัฐบาลจะต้องตอบคําถามนะครับ

ท่านประธานครับ ในเรื่องการถอนทหารออกจากบริเวณพื้นที่รายรอบ ปราสาทพระวิหารนั้น ถ้าจะอภิปรายกันอย่างกว้างขวางจริง ๆ แล้ว มันก็จะต้องอภิปราย ประกอบกันไปกับเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกของกัมพูชา ซึ่งใกล้ จะมีผลสมบูรณ์ ทางไทยจะต่อสู้อย่างไรในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกคราวหน้า ซึ่งเหลือระยะเวลาอีกเพียงผมเข้าใจว่าประมาณ ๘ เดือนถึง ๑๐ เดือน ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่กัมพูชาต้องการให้พื้นที่บริเวณนี้มีความสงบก็เพื่อให้เงื่อนไขของการเปึนมรดกโลกนั้น สมบูรณ์ ถามว่าเงื่อนไขของการเปึนมรดกโลกของกัมพูชาสมบูรณ์นั้นเปึนผลเสียอะไร ต่อฝ์ายไทย ผลเสียก็คือว่าโดยปกติแล้วการที่คณะกรรมการมรดกโลกจะอนุมัติให้พื้นที่ใด เปึนมรดกโลกนั้น มันจะต้องมีพื้นที่ที่เปึนองค์ประธานเปึนตัวอาคาร แล้วก็มีพื้นที่อาณาบริเวณโดยรายรอบ ปัญหาอย่างหนึ่งที่เปึนหนามทิ่มแทงใจรัฐบาล อยู่ในขณะนี้ว่าจะต่อสู้อย่างไรในระยะเวลาอีก ๘ เดือนหรือ ๑๐ เดือนที่เหลือก่อน การประชุมมรดกโลกครั้งต่อไป ก็คือจะทําอย่างไรกับมติของคณะกรรมการมรดกโลก ที่ให้การบริหารจัดการพื้นที่โดยรายรอบปราสาทพระวิหารนั้นอยู่ภายใต้คณะกรรมการ นานาชาติที่เรียกว่าไอซีซี (ICC) ซึ่งประกอบด้วย ๗ ชาติ โดยไทยและกัมพูชา เปึน ๒ ใน ๗ ชาตินั้น คงไม่ต้องพูดถึงครับท่านประธานว่าชาติที่เหลือนั้นยืนข้างไทย หรือยืนข้างกัมพูชา แต่ว่ากระผมจะขออนุญาตเปรียบเทียบอย่างนี้ก็แล้วกันครับ ในเมื่อพื้นที่เปึนของไทย ขอทําความเข้าใจก่อนนะครับท่านประธานว่ากระผมไม่ได้ มีความปรารถนาที่จะไปเรียกร้องปราสาทพระวิหารคืนจากกัมพูชา อันนี้ก็เปึนไปตาม คําพิพากษาของศาลโลกเมื่อป้ ๒๕๐๕ แต่ว่าเฉพาะปราสาทพระวิหารเท่านั้นที่ คณะรัฐมนตรีเมื่อป้ ๒๕๐๕ นั้น ได้ล้อมรั้วลวดหนามกั้นไว้ชิดแนว แต่จากนั้นมันเปึน พื้นที่ของฝ์ายไทย ศาลโลกไม่ได้พิพากษาว่าเปึนพื้นที่ของกัมพูชาแต่ประการใด ตลอดระยะเวลา ๓๐-๔๐ ป้ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นทําให้เกิด ความเข้าใจผิดในพื้นที่ เกิดการถอยร่นรั้วเข้ามาเปึนชั้น ๆ แล้วก็เกิดความเข้าใจ ไปเรียกว่าเปึนพื้นที่ทับซ้อน ท่านประธานครับ จากพื้นที่ที่เปึนของประเทศไทย ราชอาณาจักรไทย เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเราพูดเสียว่าเปึนพื้นที่ทับซ้อนเสียแล้วก็จะกลายเปึนว่า ความเปึนเจ้าของของเราลดลงเหลือเพียง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ถ้าเราจําเปึนจะต้องยอมรับ ด้วยการใด ๆ ก็ตามแต่ที่จะให้การบริหารจัดการพื้นที่ในบริเวณที่เคยเปึนอาณาเขต ของเรา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นอยู่ภายใต้กรรมการ ๗ ชาติ เราเปึน ๑ ใน ๗ ชาตินั้น กระผมก็ขออนุญาตเปรียบเทียบว่าเราจะเหลืออํานาจอธิปไตยของเราเพียง ๑ ใน ๗ เท่านั้น อันนี้กระผมเปรียบเทียบอย่างนี้มาตั้งแต่การอภิปรายเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ และกระผมได้ยกตัวอย่างว่าในโลกยุคสมัยปัจจุบันนั้นการเปึนอาณานิคมอาจจะ เคลื่อนย้ายจากอาณานิคมโดยเรือป๋นเมื่อสมัยรัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ อาจจะเคลื่อนย้าย จากอาณานิคมทางเศรษฐกิจในยุคสมัยของพวกเรา ไปเปึนสิ่งที่เรียกว่า อาณานิคมทาง วัฒนธรรมในยุคสมัยใหม่ ท่านประธานครับรัฐบาลชุดนี้คัดค้านการขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น เปึนเรื่องที่ดีครับ แต่ว่าการจะทําให้พื้นที่ในบริเวณนี้ถอนทหารของเราออกมา แล้วก็ คงวัด คงชุมชน คงถนนของเขาไว้ เราจะทําไปทําไมครับ ในเมื่อไม่ได้เปึนประโยชน์ ต่อประเทศไทยเลย เพราะว่าถ้าทําเช่นนั้นก็คือการไปสนองเปัาหมายของทางกัมพูชา ทําให้พื้นที่บริเวณรายรอบปราสาทพระวิหารนั้นเปึนพื้นที่ที่มีความสงบ ไม่มีความขัดแย้ง ถามว่ากัมพูชาได้อะไร ได้แน่นอนครับ เพราะว่าการเปึนมรดกโลกนั้นหมายถึง เงินช่วยเหลือจากนานาชาติ จากคณะกรรมการมรดกโลกจํานวนมหาศาลจะไหลลงไป ในพื้นที่ แล้วถามว่าประเทศไทยได้อะไร ท่านประธานครับ แม้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะยังไม่มีมติ คณะรัฐมนตรีเปึนทางการเข้าร่วมกับไอซีซี ๗ ชาติ แล้วก็ยังมีท่าทีที่ชัดเจนว่าจะพยายาม คัดค้านอย่างถึงที่สุดในการประชุมครั้งต่อไป แต่ว่าในอนาคตเราจะต้องตกกระไดพลอยโจร หรือไม่ ผมเห็นว่าร่างข้อตกลงในข้อ ๑ เรื่องการถอนทหารออกจากวัดแก้วสิขาคีรีสะวารานั้น ก็คือการสนองเจตนารมณ์ในการทําให้ปราสาทพระวิหารและอาณาบริเวณนั้นเปึน มรดกโลกอย่างสมบูรณ์ อย่างกระตือรือร้น ซึ่งจะมีผลทําให้ไทยเรามีโอกาสที่จะเสียอธิปไตย ในทางปฏิบัติ ผมไม่ได้หมายถึงอธิปไตยในทางกฎหมายนะครับ อันนี้เปึนประเด็นที่ ๑ ที่กระผมอภิปรายอย่างรวบรัด กระผมขอความกรุณาท่านประธานว่าเมื่อครบอีก ๑๐ นาที ไม่ต้องกดออดจะดีไหมครับ กระผมขวัญอ่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านจะครบ ๓๐ นาทีแล้วครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กระผม ขออนุญาตอภิปรายไปเรื่อย ๆ ก็แล้วกันนะครับ แต่กระผมยืนยันได้ว่าท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านไม่เมตตาคนตามหลัง ๕-๖ ท่าน หรือครับที่นั่งรอท่านอยู่

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ท่านประธาน สามารถจะทักท้วงผมได้ถ้าเผื่อการอภิปรายของผมนั้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือมันก็เรื่องเดิม ๆ นะครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ท่านประธาน จะพูดว่าเรื่องเดิม ๆ นี่ก็ไม่ถูกนะครับท่านประธาน ท่านประธานก็ต้องชี้ว่าผมพูดเรื่องเดิม ๆ ตรงไหน เรื่องตรงไหนที่ผมพูดไม่ถูกต้องหรือซ้ําซ้อนกับที่เคยพูดไปบ้าง กระผมก็ได้ขอ เวลาแล้ว และกระผมก็ได้ทําตัวเรียบร้อยเท่าที่ควรจะได้ทําได้ด้วยการถอนญัตติ นับองค์ประชุมให้เรียบร้อยแล้ว ทางรัฐบาลเองก็ยืนยันว่าไม่จําเปึนที่จะต้องมีการลงมติ ในวันนี้ ท่านจะรีบร้อนไปไหนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือผมสงสารท่านอื่นต้องการที่จะ อภิปรายด้วย เพราะว่าแต่ละท่านก็มีแนวความคิด

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กระผมถือว่า ท่านประธานอนุญาตผมก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาที่จะอภิปราย เปึนท่านต่อ ๆ ไป เขาก็พร้อมที่จะยืนขึ้นมาที่จะยินดีให้กระผมอภิปรายต่อไป เอาเปึน อย่างนั้นก็แล้วกันนะครับท่านประธาน กระผมกราบขอบพระคุณในความเมตตาของ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้น ๓-๔ ท่านไม่อภิปราย ให้ท่านคนเดียวผมก็อนุญาต บวกไปเลยครับ คุณไพบูลย์มีอะไร

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ท่านประธาน เอากฎเกณฑ์อะไรมาว่าจะต้องอภิปราย ๑๐ นาทีครับ เพราะว่าในการอภิปราย ๑๐ นาทีนั้น ก็คือหมายถึงในกรอบที่ผ่าน ๆ มา แต่นี่มันเปึนเหตุการณ์พิเศษที่ทางรัฐบาลเองก็ยืนยันว่า จะเป่ดโอกาสให้มีการพูดอย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าท่านประธานปล่อยให้ผมอภิปรายไปไม่กดออด บ่อย ๆ ผมก็เชื่อว่าผมใช้เวลาไม่เกิน ๑ ชั่วโมงหรอกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

๒ ชั่วโมงก็ได้ครับ ผมไม่ได้ขัดข้อง ถ้าท่านมีโอกาสที่จะพูด แต่อย่าซ้ําซากเรื่องเขาพระวิหาร กลับไปกลับมาตรงนี้ วัดเอย อะไรเอย อยู่ตรงนี้ครับ ผมเห็นหลายครั้งครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ผมเคารพ ท่านประธานนะครับ แต่ว่าถ้าท่านประธานจะกรุณาวินิจฉัยว่าผมพูดกลับไปกลับมา ซ้ําซาก ท่านก็ต้องชี้ให้เห็นว่าซ้ําซากตรงไหน กลับไปกลับมาเรื่องอะไร แต่จะไม่ให้ผมพูด คําว่าเขาพระวิหารซ้ําซากนั้นมันไม่ได้ เพราะว่าเรากําลังพูดกันถึงข้อตกลงที่เกี่ยวกับ พื้นที่อธิปไตยของประเทศไทยบริเวณรายรอบปราสาทพระวิหารครับท่านประธาน กระผมขอความกรุณาท่านประธานได้พิจารณาไปครับ กระผมก็เปึนเด็กดีของท่านประธาน มาโดยตลอดนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมก็เป่ดโอกาสให้ท่านเต็มที่แล้ว นะครับท่านคํานูญ ผมยังไม่ได้ทักท้วงอะไร แต่ว่าอย่ากลับไปเรื่องเดิม เอาไปข้างหน้า

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

กระผมก็จะ พยายามให้ถึงที่สุดนะครับ กระผมเพียงแต่ขอว่า ๑๐ นาทีไม่ต้องกดออดจะได้ไหม แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เปึนไรนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่ ๒ เปึนประเด็นสําคัญ เพราะว่า ในประเด็นที่ ๒ นี้ก็คือในย่อหน้าที่ ๓ ของร่างบันทึกข้อตกลงที่เขียนว่ายืนยันอีกครั้งหนึ่ง ก็คือการไปยืนยันไปเอ็มโอยู ๒๕๔๓ ข้อ ๑ (ค) เอ็มโอยู ๒๕๔๓ ข้อ ๑ (ค) นั้นระบุว่า ข้อ ๑ (ก) ก็คือว่าการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบกระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ ราชอาณาจักรกัมพูชานั้นให้เปึนไปตามเอกสารต่อไปนี้ ข้อ (ก) ไม่มีปัญหาครับ ก็คืออนุสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ค.ศ. ๑๙๐๔ (ข) ก็คือสนธิสัญญาระหว่าง สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ค.ศ. ๑๙๐๗ แต่ที่ เปึนปัญหาก็คือข้อ ๑ (ค) ครับ ก็คือระบุว่าแผนที่ที่จัดทําขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดน ของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนซึ่งจัดทําขึ้นตามอนุสัญญา ฉบับ ค.ศ. ๑๙๐๔ และสนธิสัญญาฉบับค.ศ. ๑๙๐๗ กับเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับ การบังคับใช้อนุสัญญาฉบับ ค.ศ. ๑๙๐๔ และสนธิสัญญาฉบับ ค.ศ. ๑๙๐๗ ระหว่าง สยามกับฝรั่งเศส ซึ่งกระผมได้กล่าวมาแล้วก็คือหมายถึงแผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ประเทศฝรั่งเศสจัดทําขึ้นฝ์ายเดียวโดยไม่ผ่านการรับรอง ไม่มีลายเซ็นของคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส ในกรณีนี้ที่เปึนปัญหาสําคัญ ก็คือระวางดงรัก แผนที่นี้มีทั้งหมด ๑๑ ระวาง ใช้บังคับอยู่ ๗ ระวาง ท่านประธานครับ ในมุมมองของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านสนทนากับกระผมเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ และท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้กรุณามาตอบกระทู้ถามของกระผมเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ในที่ประชุมวุฒิสภา ท่านเห็นพ้องว่าในข้อ ๑ ค นั้นไม่ได้หมายความถึงแผนที่ ระวางดงรักหรือแผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรักที่เรียกว่าแอนเนคซ วัน นั้น ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศไทยเราไม่อาจไปยอมรับแอนเนคซ วัน ได้ในทั้ง ๒ ประเด็น ก็คือ ๑. ความไม่ถูกต้องตรงตามสันปันน้ําที่ระบุไว้ในข้อ ๑ แห่งอนุสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ๒. ความไม่เปึนผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส ที่ตั้งขึ้นตาม อนุสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ เพราะทั้ง ๒ ประเด็นนี้เปึนข้อต่อสู้ที่เราใช้ในศาลโลกระหว่าง ป้ ๒๕๐๒-๒๕๐๕ อันนี้เปึนความเห็นของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ข้อ ๑ (ค) ไม่ได้หมายถึงแผนที่ระวางดงรักหรือแอนเนคซ วัน นะครับ ต่อมา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงผ่านโทรทัศน์ว่ามันเกิดความบกพร่องในการแปลคําพิพากษา ศาลโลกป้ ๒๕๐๕ จากภาษาอังกฤษเปึนภาษาไทย ในเรื่องมีตัวเอส (s) ท้ายคําว่าแมพ (Map) ที่แปลว่าแผนที่หรือไม่มีนะครับ โดยสรุปก็คือว่าท่านเริ่มเห็นว่าแผนที่ทั้ง ๑๑ ระวาง หรือบังคับใช้อยู่ ๗ ระวางนั้นผ่านคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศสทุกระวาง ยกเว้นระวางดงรัก เพราะฉะนั้นในข้อ ๑ (ค) จึงไม่ได้หมายถึงแผนที่ระวางดงรัก อันนี้เปึน ความเห็นของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งถ้าความเห็นของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเปึนความเห็นของ กระทรวงการต่างประเทศทั้งหมดโดยรวม และเปึนความเห็นร่วมกันของทางประเทศกัมพูชา โดยรวมเช่นกัน กระผมก็คงไม่มีปัญหาที่จะต้องมายืนอภิปรายในวันนี้ให้ท่านประธาน ทักท้วงหลาย ๆ หนนะครับ แต่ว่าในทางความเปึนจริงแล้วกระผมจะได้ชี้แจงต่อไปว่า ขั้นตอนการทําเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ที่เริ่มต้นโดยกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลสมัยนั้น แล้วก็ในความเข้าใจของกระทรวงการต่างประเทศในสมัยนั้นมาจนสมัยนี้ไม่ได้มีความเข้าใจ เหมือนท่านนายกรัฐมนตรีเต็มร้อย ท่านประธานครับ มติคณะรัฐมนตรีป้ ๒๕๐๕ นั้น ไม่ยอมรับแผนที่แอนเนคซ วัน แม้ว่าจะตัดสินให้ประเทศไทยแพ้คดีต้องเสียปราสาทพระ วิหารให้ประเทศกัมพูชา แต่ว่าศาลโลกเห็นว่าประเทศไทยเราไม่ได้ใช้สิทธิคัดค้านแผนที่ แอนเนคซ วัน ในทุกครั้งที่ศาลโลกท่านเห็นว่าประเทศไทยน่าจะคัดค้านให้เปึนที่ประจักษ์ได้ ท่านก็เลยใช้หลักกฎหมายป่ดปากมาพิพากษาให้ปราสาทพระวิหารนั้นเปึนของประเทศกัมพูชา แต่จากนั้นประเทศไทยเราก็ได้ล้อมรั้วคืนบริเวณเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารให้กับ ประเทศกัมพูชา ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาก็มีสภาพสงครามตามชายแดนไม่สงบ เรื่อยมา จนกระทั่งถึงในป้ ๒๕๔๒ ยุครัฐบาล ป้ ๒๕๔๒ ก็เริ่มมีการพูดคุยกันขึ้นมาว่า จะต้องมีการจัดทําเขตแดนกันใหม่ให้มีความชัดเจน เพราะว่าหลักเขตแดนทั้ง ๗๓ หลักนั้น บางหลักก็ห่างกันเกินไป บางหลักก็เลือนหายไปตามกาลเวลา ในที่สุดนั้นก็ก่อให้เกิดเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓ เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ก็ได้ให้กําเนิดคณะกรรมาธิการจัดทําหลักเขตแดนทางบกร่วมไทย-กัมพูชาหรือเจบีซี ขึ้นมา ในป้ ๒๕๔๖ ซึ่งก็ได้มีการเซ็นเขาเรียกว่าทีโออาร์ (TOR) ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในอีกยุครัฐบาลหนึ่ง ทั้งหมดนี้ก็เปึนกรอบที่มาของกรอบเจรจา ๒ กรอบที่เสนอต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ แล้วก็เปึนที่มาที่เรามาอภิปรายกันในวันนี้ครับ ท่านประธานครับกระทรวงการต่างประเทศนั้น บอกว่าตอนริเริ่มจัดทําเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้น วัตถุประสงค์คืออยากจัดทําหลักเขตแดนทางบก ไทย-กัมพูชาให้เหมือนกับที่ประเทศไทยทํากับประเทศมาเลเซีย ประเทศลาว และประเทศพม่า และถึงจะไม่เขียนระบุไว้ว่าให้เปึนไปตามแผนที่ โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศก็ต้อง หมายรวมถึงแผนที่อยู่แล้ว เพราะถือว่าแผนที่เปึนส่วนหนึ่งของสนธิสัญญา ในกรณีนี้ก็คือ อนุสัญญา ป้ ๑๙๐๓ และสนธิสัญญา ป้ ๑๙๐๗ แต่สําคัญก็คือเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ในระดับที่มีความรู้เรื่องไทย-กัมพูชามากที่สุดได้ชี้แจงกับกระผมผ่านเวทีคณะกรรมาธิการ หลายชุด แล้วก็เวทีคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภาว่าในชั้นต้นนั้น ฝ์ายไทยก็ไม่ประสงค์ที่จะให้มี ข้อ ๑ (ค) อยู่ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เพราะอะไรครับ เพราะว่า กระทรวงการต่างประเทศก็ทราบดีว่าถ้าไปเขียน ข้อ ๑ (ค) ไว้ มันก็จะหมายถึงแผนที่ อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ทําให้ไทยเสียปราสาทพระวิหารบนศาลโลกนะครับ แต่ว่า สถานการณ์ในขณะนั้นก็คือทางประเทศกัมพูชามีความกระตือรือร้นมีการผลักดันอย่างเต็มที่ ที่จะต้องให้มีการเขียนระบุถึงแผนที่ไว้ในบันทึกความเข้าใจเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นี้ด้วย โดยทางเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศนั้นก็ได้เล่าให้ฟังว่าทางกัมพูชาบอกว่าถ้าเราไม่เขียนไว้ ในเอ็มโอยูนั้นกัมพูชาก็เห็นทีที่จะต้องนําเรื่องพื้นที่บริเวณชายแดนด้านปราสาทพระวิหาร กลับขึ้นสู่ศาลโลกอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าศาลโลกเคยพิพากษาให้ไทยคืนปราสาทพระวิหาร แต่ศาลโลกไม่ได้ชี้เขตแดนว่าจะต้องเปึนไปตามแผนที่แอนเนคซ วัน ซึ่งประเทศกัมพูชา แนบไว้ท้ายฟลอร์ (Floor) อันนี้คือสิ่งที่ประเทศกัมพูชาพูดกับทางกระทรวงการต่างประเทศ ในยุคนั้น

สุดท้ายด้วยความเข้าใจของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ มีความเห็นในขณะนั้นว่าไม่ประสงค์ที่จะให้เรื่องนี้เปึนเรื่องพหุภาคีไม่ประสงค์ที่จะให้เรื่องนี้ กลับคืนขึ้นสู่ศาลโลกอีกครั้งหนึ่ง จึงเปึนที่มาของการยอมเขียน ข้อ ๑ (ค) ไว้ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ปัญหาที่ผมรับไม่ได้ก็คือว่าเราไปยอมตามเขาได้อย่างไร แต่ก็ไม่เปึนไรครับ มันก็เปึนเรื่องที่ผ่านมาแล้ว แต่นี่ก็คือคําชี้แจงของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศที่มี การชี้แจงในคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาและคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภา กระผมมีบันทึกชวเลขพร้อมที่จะอ้างอิงได้

สุดท้ายก็คือในป้ ๒๕๔๓ วันที่ ๑๔ มิถุนายนนั้นรัฐบาลไทยในขณะนั้น ได้ดําเนินการกลับหลักการที่ประเทศไทยเคยยึดถือเมื่อป้ ๒๕๐๕ หลังจากคําพิพากษา ศาลโลกให้ประเทศไทยคืนปราสาทพระวิหารให้ประเทศกัมพูชา การจะกลับหลักการนั้น ก็ต้องมีมติคณะรัฐมนตรีด้วยครับ วันที่ ๑๒ มิถุนายน ก่อนวันลงนามในเอ็มโอยูไทย-กัมพูชา ป้ ๒๕๔๓ ๒ วันนั้นผมเชื่อว่ารัฐบาลในขณะนั้นรู้อยู่ว่าประเทศไทยกําลังจะลงนามในเอ็มโอยู ที่จะมีผลให้ยอมรับแผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ อย่างน้อยก็ทางเอกสาร เพราะว่า ในบันทึกความเข้าใจจากสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สํานักการเมืองต่างประเทศ ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ ลงนามโดย นายวรากรณ์ สามโกเศศ รองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีฝ์ายการเมือง ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้รายงาน และขออนุมัตินายกรัฐมนตรีลงนามในบันทึกความเข้าใจ มีความตอนหนึ่งในข้อ ๒.๑ ระบุชัดเจนว่า การสํารวจและปักหลักเขตแดนทางบกจะดําเนินการโดยใช้เอกสารหลักฐานที่ผูกพันไทย และกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขีดเส้นใต้ตรงนี้นะครับว่า ผูกพันไทยและกัมพูชา ตามกฎหมายระหว่างประเทศ คืออนุสัญญา ๑๙๐๔ สนธิสัญญา ๑๙๐๗ และพิธีสารแนบท้าย อันนี้ไม่มีปัญหาครับ แต่ที่มีปัญหาคืออะไรทราบไหมครับ คือและแผนที่แสดงเส้นเขตแดน ระหว่างไทยกับกัมพูชา มาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งจัดทําขึ้นตามผลงานของคณะกรรมการ ปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน ท่านประธานครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ลงนามเห็นชอบนะครับ นี่ก็คือการกลับหลัก ของคณะรัฐมนตรีเมื่อป้ ๒๕๐๕ แล้วก็ยังมีการยกระดับขึ้นไปอีก คือยกระดับขึ้นไปอีกว่า แผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ นั้น เปึนผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนยกระดับที่ ๑

ยกระดับที่ ๒ ก็คือว่าไปเขียนว่า เปึนเอกสารหลักฐานที่ผูกพันไทยและกัมพูชา ตามกฎหมายระหว่างประเทศ อันนี้ครับ ก็คือข้อเสียหายของ ข้อ ๑ (ค) แต่แน่นอนครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ณ ป้ ๒๕๕๓ ในวันนี้ ท่านไม่ได้ยอมรับข้อ ๑ (ค) อย่างนี้นะครับ แต่ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศที่มีขึ้นไป ถึงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเขียนไว้อย่างนี้ นี่เปึนประการที่ ๑

อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน มีเอกสารที่แสดงให้เห็นว่าข้อความในข้อ ๑ (ค) เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ แล้วก็ข้อความในบันทึกจากนายวรากรณ์ สามโกเศศ ถึงนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น หมายรวมถึงแผนที่แอนเนคซ วัน ก็คือเอกสารของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศฉบับหนึ่ง ซึ่งเปึนเรื่องเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ท่านเขียนไว้ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๗ ท่านบรรยายถึงแผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ นี้มีการบรรยาย ในแทบทุกจุดที่กล่าวถึงว่าแผนที่ของคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส มาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ อันนี้ท่านเขียนบรรยายไว้อย่างนี้ ซึ่งเปึนเรื่องตรงกันข้ามกับข้อต่อสู้ที่ไทย ใช้ต่อสู้ในศาลโลก ตรงกันข้ามกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อป้ ๒๕๐๕ นอกจากนั้นในเอกสารของ กระทรวงการต่างประเทศชุดนี้ยังระบุไว้ในหลายตอนว่าคําพิพากษาของศาลโลกนั้นยึดถือแผนที่ มากกว่าสนธิสัญญา นอกจากนั้นครับท่านประธาน ในเอกสารชุดนี้กระทรวงการต่างประเทศ ยังไปรับรองอํานาจหน้าที่ของนายพันโทแบล็คนาว่าสามารถแก้ไขเส้นเขตแดนในแผนที่ได้ แม้จะผิดไปจากสนธิสัญญาก็ตาม เพราะเปึนผู้ที่รู้ภูมิประเทศดีและเปึนผู้แทนฝ์ายฝรั่งเศสผู้มี อํานาจเต็ม คนที่ ๒ ท่านประธานครับ ทางกระทรวงการต่างประเทศอาจจะแก้ว่าเปึนเฉพาะบางระวาง แต่การเขียนโดยรวมไว้อย่างนั้นมันสะท้อนให้เราเห็นว่าทัศนคติของกระทรวงการต่างประเทศนั้น มองคําพิพากษาศาลโลกอย่างไร มองแผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ว่าผูกพันไทยอย่างไร ในข้อความในเอกสารที่เปึนเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศเล่มนี้ท้ายหน้า ๑๕ ต่อไปหน้า ๑๖ เขาบรรยายคําว่า แผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ไว้ว่าดังนี้ครับท่านประธาน สําหรับเส้นเขตแดนที่ปรากฏในแผนที่ชุดนี้ มีข้อสังเกตดังนี้

(๑) เนื่องจากแผนที่ชุดนี้เปึนผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน ชุดที่ ๑ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ ดังนั้นส่วนใหญ่ของแผนที่ชุดนี้ (จํานวน ๙ ระวาง) จึงแสดงเส้นเขตแดนตามสนธิสัญญาและความตกลง ฉบับ ค.ศ. ๑๙๐๔ ซึ่งยังมีผลใช้บังคับ อยู่จนถึงปัจจุบันเพียง ๖ ระวาง แล้วก็มีวงเล็บเอาไว้ ในวงเล็บเขาจะระบุ ๖ ระวาง อันนี้ สําคัญมากครับ ๖ ระวางก็คือ (ระวางเมืองครอบและเชียงล้อม) (ระวางลําน้ําต่าง ๆ ทางภาคเหนือ) (ระวางเมืองน่าน) (ระวางจําปาศักดิ์) (ระวางโขง) สุดท้ายคืออะไรครับ และ (ระวางดงรัก) จากเอกสารชุดนี้ซึ่งก็คือจัดทําขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๗ นั้น ก็แสดงให้เห็นว่าในมุมมอง ของกระทรวงการต่างประเทศนั้น เมื่อพูดถึงแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่มีผูกพันทางกฎหมาย กับประเทศไทยและกัมพูชา แล้วก็ถือว่าเปึนผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนนั้น รวมแผนที่ระวางดงรักหรือแอนเนคซ วัน นี้ไว้ด้วย ซึ่งก็ทําให้เข้าใจได้ว่ากระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเปึนข้าราชการประจําที่ทําหน้าที่เสนอเรื่องราวในการทําเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ มีความเข้าใจ และในการเจรจากับทางประเทศกัมพูชานั้น ก็มีความเข้าใจตรงกันว่า ข้อ ๑ (ค) นั้น หมายถึงแผนที่ระวางดงรักหรือแอนเนคซ วัน ด้วย กระผมอภิปรายมาก็เพื่อชี้ให้เห็นว่า ในมุมมองของกระทรวงการต่างประเทศนั้น ไม่เหมือนกับมุมมองของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้นดี และข้อ ๑ (ค) ไม่ได้ หมายถึงแผนที่ระวางดงรักหรือแอนเนคซ วัน กระผมพูดมาเสมอตลอดว่า กระผมเชื่อ ท่านนายกรัฐมนตรี กระผมเชื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ว่าในเมื่อ ทางฝ์ายข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศนั้นมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไปเช่นนี้ กระผม จะมั่นใจได้อย่างไรว่าในเมื่อฝ์ายการเมืองมาแล้วก็ไป รัฐมนตรีมาแล้วก็ปรับหรือเปลี่ยน ถ้าเราไม่จัดทําให้เรียบร้อย ไม่ตกลงกันให้ชัดเจนเสีย แต่วันนี้จะมีความมั่นใจได้อย่างไรว่า ฝ์ายการเมืองในชุดต่อ ๆ ไปนั้นจะตีความข้อ ๑ (ค) เหมือนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ท่านมองเห็นว่าไม่เกี่ยวกับแผนที่ระวางดงรักหรือแอนเนคซ วัน อันนี้เปึนประเด็นสําคัญที่สุดครับ ท่านประธานครับ ล่าสุดเมื่อวันพุธนี้เอง ทางกระทรวงการต่างประเทศแล้วก็ทางฝ์ายการเมือง คือท่านเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มาชี้แจงต่อที่ประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาหรือวิปวุฒิ เมื่อวันพุธที่แล้ว เราประชุมกันทุกวันพุธ ตอนบ่ายนะครับ ในครั้งนั้นท่านประธานเจบีซีไทย คือ ท่านวศิน ธีรเวชญาณ นั้นท่านก็มา ชี้แจงด้วย กระผมก็ได้ซักถามท่านไปอย่างนี้ครับว่าตกลงประเด็นสําคัญของการรับรอง บันทึกการประชุมครั้งนี้ ปมประเด็นสําคัญที่จะต้องอภิปรายกันหนักหนาสาหัสมากที่สุด ก็คือว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ข้อ ๑ (ค) ซึ่งในขณะทําเอ็มโอยูนั้นไม่ได้ผ่านการรับรองจาก รัฐสภา แต่ว่าในบันทึกการประชุมในครั้งนี้จะต้องรับรองแล้วก็มีร่างบันทึกข้อตกลงที่จะ เดินตามเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ซึ่งรัฐสภาจะต้องรับรองต่อไปหรือไม่รับรองก็สุดแท้แต่นี่ข้อ ๑ (ค) มีความหมายถึงแผนที่แอนเนคซ วัน หรือระวางดงรักหรือไม่ และท่านนายกรัฐมนตรีท่านชี้แจง อย่างนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศมองอย่างไร ด้วยความเคารพนะครับ กระผมไม่ได้ประสงค์ ที่จะเอาเรื่องของคนอื่นมาพูดให้คนที่ถือว่าเปึนผู้บังคับบัญชาฟัง แต่กระผมฟังแล้วก็ไม่สบายใจ ที่ท่านประธานเจบีซีฝ์ายไทยท่านบอกว่าอันนั้นก็เปึนเพียงท่าที ไม่ใช่ข้อกฎหมาย กระผม ในที่นี้ก็คือท่านวศิน ธีรเวชญาณ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านลับหลังนะครับ ท่านวศินท่านก็บอกว่า ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านรู้ดีว่าอะไรเปึนอะไร แต่นั่นคือท่าทีของท่าน ในที่ประชุมวิปวุฒิ วันนั้นคําพูดนี้ก็ทําให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างมากว่า ท่านหมายความว่าอย่างไร คําว่า ท่าทีกับข้อกฎหมายท่านกําลังจะบอกว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่เห็นด้วยกับ ท่านนายกรัฐมนตรีใช่ไหม หรือท่านกําลังจะบอกว่าจริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีก็รู้ว่าข้อกฎหมาย เปึนอย่างไร แต่ท่านจําเปึนต้องพูดอย่างนี้ใช่ไหม ท่านก็ไม่ได้ตอบให้ชัดเจนนะครับ กระผม ไม่สามารถที่จะนําบันทึกชวเลข คํากล่าวของท่านวศิน ธีรเวชญาณ มาแสดง ณ ที่นี้ได้ เพราะได้ติดต่อไปแล้วทางฝ์ายชวเลขของวุฒิสภายังถอดไม่ทัน แต่ประชุมครั้งต่อไปกระผม ยืนยันว่าจะนํามาทั้งหมดครับ อันนี้ชี้ให้เห็นว่าเอาละกระผมเชื่อท่านนายกรัฐมนตรี ถือเสียว่า กระผมเชื่อท่านนายกรัฐมนตรี เชื่อท่านรัฐมนตรีกษิต ขออนุญาตเอ่ยนามท่านก็แล้วกัน แต่ผมพูดมาเสมอว่า ถ้าทางฝ์ายการเมืองยังมีมุมมองในการอธิบายเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ที่แตกต่างจากทางฝ์ายกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแตกต่างกับท่านประธานเจบีซีไทย-กัมพูชา ฝ์ายไทยคือท่านวศิน ธีรเวชญาณ มันจะเปึนปัญหาในการเจรจาต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นกว่า ๑ ป้ที่ผ่านมา ที่มีการโต้แย้งในเรื่องนี้ รัฐบาลได้นําบันทึกการประชุมเจบีซีไทย-กัมพูชา ๓ ครั้งนี้เข้ามาแล้ว ตั้งแต่ป้ที่แล้วแล้วก็มีการต่อสู้กันจนกระทั่งถอนออกไป วันนี้ท่านเอาเข้ามาอีกครั้ง กระผม เสียใจว่ามันไม่ได้มีพัฒนาการอะไรเลย เหมือนเดิมทุกอย่าง จริงอยู่ครับท่านประธาน ท่านจะบอกว่าการประชุมมันผ่านไปแล้วอย่างไรมันก็ต้องเหมือนเดิม ใช่ครับ แต่สิ่งที่ กระผมคาดหวังก็คือว่ารัฐบาลจะมีท่าทีใหม่อย่างไรเมื่อได้ฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ภาควิชาการ และคําโต้แย้งต่าง ๆ ซึ่งตลอดระยะเวลา ๑ ป้ที่ผ่านมา มีพัฒนาการ มีความคืบหน้า เปึนอย่างมาก รัฐบาลไม่ได้บอกเลยว่าถ้ารัฐสภาจะรับรองบันทึกการประชุม ๓ ครั้งนี้แล้ว ท่านไปประชุมครั้งต่อไปท่านจะใช้แนวทางอย่างไรในการประชุม ท่านจะแก้ไขไหม ในข้อ ๑ เรื่องการถอนทหาร แทนที่จะถอนทหารของทั้ง ๒ ฝ์าย เปึนถอนชุมชน ถอนวัด ถอนถนนให้คงสภาพเดิมไว้เมื่อป้ ๒๕๐๕ ที่ประเทศไทยล้อมรั้วลวดหนามคืนให้ประเทศกัมพูชา ท่านจะมีอะไรยืนยันต่อรัฐสภาไหมว่าในการเจรจาครั้งต่อไปท่านจะต้องตกลงกับทางฝ์าย กัมพูชาว่าเอ็มโอยูป้ ๒๕๔๓ ข้อ ๑ (ค) นั้นไม่มีทางที่จะหมายถึงแผนที่ระวางดงรัก หรือแอนเนค วัน ได้ ท่านจะเสนอเปึนกรอบการเจรจาเพิ่มเติมเข้ามาได้ไหม เปล่าครับ ท่านประธาน รัฐบาลไม่ได้เสนออะไรใหม่เข้ามาเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมขอความกรุณาสรุปเถอะครับ ชั่วโมงกว่าแล้วครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ท่านประธานครับ สรุปจริง ๆ ครับท่านประธาน กระผมมีความเห็นว่าแทนที่รัฐบาลจะเร่งนําบันทึกการประชุม เจบีซีไทย-กัมพูชาและร่างข้อตกลงตามกรอบที่รัฐสภาอนุมัติไปเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ตามเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เข้าขออนุมัติรัฐสภาโดยเร็ว สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องกระทําก็คือ

ข้อ ๑ ขออนุมัติรัฐสภาเลิกเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓

ข้อ ๒ ดําเนินการขอคืนพื้นที่โดยวิธีการต่าง ๆ ที่เปึนดินแดนของประเทศไทย แล้วก็มีชาติอื่นที่ไม่ใช่ชาติไทยนั้นเข้ามาสร้างถาวรวัตถุ เข้ามาตั้งชุมชน

ข้อ ๓ ชักชวนประเทศกัมพูชาให้มาทําเอ็มโอยูใหม่โดยยึดหลักอนุสัญญา ป้ ๑๙๐๔ และสนธิสัญญา ป้ ๑๙๐๗ คือยึดหลักสันปันน้ําเท่านั้น แล้วเดินสํารวจและใช้ เทคโนโลยียุคใหม่ที่ตกลงกัน ณ พื้นที่จริงเพื่อจัดทําหลักเขตแดน

ท่านประธานครับ จริงอยู่ก็มีหลายท่านที่เปึนฝ์ายรัฐบาลเดินหน้าพาเหรด Parade

ออกมาชี้แจงว่าหากประเทศอยู่ชิดติดกัน มีปัญหาเขตแดนกัน ก็จะทําเอ็มโอยู กันทั้งนั้นเพื่อปักปันเขตแดนหรือค้นหาหลักเขตแดนที่สูญหายผุกร่อนไปตามกาลเวลา โดยยึดหลักสนธิสัญญาและแผนที่ที่เคยมีมาในอดีตทั้งหมด และประเทศไทยเราก็เคยทํา กับประเทศมาเลเซียและประเทศลาวมาก่อนที่จะทํากับประเทศกัมพูชา ท่านประธานครับ แต่ควรเข้าใจด้วยว่านี่คือลักษณะทั่วไป ในกรณีไทย-กัมพูชานั้นเปึนลักษณะเฉพาะครับ คนไทยเจ็บปวดเพราะแผนที่ฝรั่งเศสอัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรักหรือแอนเน็ควันมาแล้ว เมื่อป้ ๒๕๐๕ เพราะว่าประเทศไทยเรามีโอกาสจะคัดค้านในหลายกรณี แต่ประเทศไทย ก็ไม่คัดค้าน จนศาลโลกต้องพิพากษาใช้หลักกฎหมายป่ดปากมาแล้ว ประเทศไทยเรา เสียดินแดนไปแล้วครับ เราไม่อยากได้คืนครับ เรายอมเสีย แต่ว่าเราไม่ต้องการให้เกิด หลักกฎหมายป่ดปากภาค ๒ ครับ เพราะฉะนั้นข้อความในข้อ ๑ (ค) ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้นไม่ควรจะมี ควรจะยกเลิก ถ้าท่านไม่ยกเลิกท่านก็ต้องเสนอเปึนกรอบการเจรจาแก้ไข เพิ่มเติมเอ็มโอยูเข้ามา ทางกระทรวงการต่างประเทศก็คงจะต้องบอกว่าไม่รู้ว่าหลักกฎหมาย จะทําได้หรือไม่ ก็ต้องทําได้ครับเพื่อยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศสูงสุด ท่านประธานครับ นี่ก็คือทั้งหมดที่กระผมมีความเห็นว่าไม่อาจที่จะรับบันทึกการประชุมเจบีซีไทย-กัมพูชา ๓ ครั้งนี้ได้ หากว่าทางรัฐบาลยังไม่มีข้อเสนอใหม่ ๆ เข้ามา ที่จะเปึนสัญญากับรัฐสภาแห่งนี้ว่าจะดําเนินการแก้ไขสิ่งที่ผิดหรือสิ่งที่เสี่ยงที่จะทําให้ไทย มีโอกาสที่จะสูญเสียดินแดน ไม่ว่าในทางทฤษฎีหรือในทางปฏิบัติอย่างไรเข้ามา กระผม ไม่อาจจะรับได้ แต่ถ้ารัฐบาลเสนอว่าจะดําเนินการแก้ไขอย่างไร หลังจากที่สภาผ่านหรือไม่ผ่าน บันทึกการประชุมทั้ง ๓ ครั้งนี้ไปแล้ว ค่อยมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง กระผมขอสงวนสิทธิ ที่จะใช้สิทธิพาดพิงหากท่านรัฐมนตรีได้ตอบคําถามในการประชุมครั้งต่อไปในประเด็นต่าง ๆ นี้ ขอบพระคุณครับ

นายชัด ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็คงจะสมใจอยากแล้วชั่วโมงกว่า เชิญคุณสมคิดครับ

นายสมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดหนองคาย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมจะไม่อภิปรายยืดยาว จะพูดสั้น ๆ ตรงประเด็น ผมก็แปลกใจอยู่ว่าวันนี้เอาบันทึกร่างข้อตกลงชั่วคราวเข้ามาในสภาผมก็งง ๆ อยู่ว่า ตอนที่เรามีปัญหากับเขมร ไหนเราบอกว่าเราจะยกเลิกเอ็มโอยูกับเขาพอมาเห็นตรงนี้ เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เราก็เอาเข้ามาพูดเอามาอภิปรายกัน ผมก็งง ๆ อยู่เหมือนกัน อันนี้ ตั้งข้อสังเกตไว้ ที่เราพูดกันมานั้นเปึนการพูดเล่นเท่านั้นใช่ไหมครับเรื่องเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เพราะช่วงมีปัญหากับเขมร ช่วงที่เขมรตั้งนายกทักษิณเปึนที่ปรึกษา ทางรัฐบาลบอกว่า จะยกเลิกเอ็มโอยูทุกอย่าง พออยู่ ๆ ก็ออกมาพูดเรื่องเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ผมก็งงนะครับ สรุปแล้วโกหกประชาชนทั้งประเทศใช่ไหมครับที่ว่าจะยกเลิก

ข้อที่ ๒ เรื่องข้อตกลงต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลจัดทํามา ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่า เราทําไมมาเน้นแต่ที่เขาพระวิหารหรือเปรียะวีเฮียร์ ทําไมไม่คิดถึงส่วนอื่น ซึ่งพื้นที่ประเทศไทย เราเสียไปแบบนี้มากกว่าเขาพระวิหารตั้งหลายเท่า ไม่เห็นเอามาให้ความสําคัญเลย ทั้ง ๆ ที่มีหลักเขตแดนของเรา ผมไม่เห็นว่ากระทรวงการต่างประเทศไปหยิบยกเอา เช่น ชุมชนหนองจานอย่างนี้ ที่มีปัญหาที่คนไทยเราเมื่อเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา ๒ เดือนที่ผ่าน มาที่มีคนไทยถูกจับ ก็จับอยู่ในเขตแดนนี้ที่ชุมชนหนองจานนั่นแหละ โดยการนําของ คุณวีระ สมความคิด ที่พาคณะเข้าไป เพื่อจะไปตรวจดูเขตแดนนี่แหละ อยู่ชุมชนบ้านหนองจาน บริเวณนี้พื้นที่ ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งเปึนที่นาของชาวบ้าน เขาก็มาร้องเรียนสภาหลายครั้ง แต่ไม่เห็นแก้ปัญหาตรงนี้ให้ชาวบ้านได้เลย มีทั้งใบ น.ส. ๓ มีทั้ง ส.ค. ๑ มีทั้งใบเสียภาษี ภบท. ๕ ภบท. ๖ อะไรพวกนี้ ผมไม่เห็นว่าเอามาเปึนข้อตกลงกันเลย ทั้ง ๆ ที่เปึนของเราจริง ๆ ไม่ได้มีปัญหาทางกฎหมายเหมือนเขาพระวิหารอย่างที่เราคุยกันอยู่นี้ เขาพระวิหาร เรารู้อยู่แล้ว ศาลตัดสินว่าอย่างนั้น เราพูดไปปากฉีกผมว่าเขาก็ไม่ยอม เรามาพูดตรงที่ เปึนของเราจริง ๆ ตรงหลักเขตแดนอยู่ชุมชนบ้านหนองจาน อยากให้เอาตรงนี้มาพูดเปึนที่ราบ ไม่ใช่ภูเขาไม่มีป์ารกเลย มีหมู่บ้านมีชุมชนอยู่เปึนพันหลังครับเดี๋ยวนี้ ตรงนี้เปึนบริเวณ ที่ไล่ปราบปรามเขมรแดงกัน ช่วงเขมร ๓ ฝ์าย บริเวณนี้สําคัญที่สุดเราน่าจะเอาบริเวณนี้ มาพูดกันมากกว่าเรื่องปราสาทร้าง ๆ นั้น ซึ่งเขาตัดสินให้เขมรแล้ว ผมว่าเสียเวลา ถ้าตกลงกันได้ ตามข้อ ๑ ที่ว่า ผมก็เห็นด้วยตามร่างข้อตกลง ข้อ ๑ ว่าไม่ควรจะคงกําลังทหาร อันนี้เปึนสากล สากลเขา ไม่ใช้กําลังทหารอยู่ชายแดนถ้าไม่รบกัน อันนี้ผมต้องขออภัยที่ผมอภิปรายตรงกันข้าม กับท่านผู้มีเกียรติที่ได้พูดไปแล้ว เพราะว่าสากลเขาใช้กําลังตํารวจตระเวนชายแดนเท่านั้น ในการแก้ไขปัญหาชายแดน ถ้าไม่เกิดศึกสงคราม อันนี้ผมก็เห็นด้วยสนับสนุนนะครับ ไม่มีชาติไหนหรอกถ้ามีการรบกันแล้วมันจะมีความสามัคคีกัน อย่าว่าแต่ชาติเลย ผู้คน ในประเทศเองมันยังไม่สามัคคีกัน เพราะฉะนั้นก็ฝากผู้เกี่ยวข้องที่ได้ทําข้อตกลงต่าง ๆ มานี้ ขอให้ทําตามนี้เถอะ ขอให้เปึนตามนี้ประเทศชาติของเราไม่ว่าไทย-เขมร หรือว่าไทย-มาเลเซีย ไทย-ลาว ไทย-พม่า มีความเปึนสุขได้เลยถ้าทําอย่างข้อตกลงที่ทํามานี้ แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่า ทําไมไม่เอาตรงที่เราเสียมาก ๆ มาพูดกัน ที่มีหลักแดนอยู่แล้วแต่เขามีชุมชนอยู่คือชุมชน บ้านหนองจานนี่ละครับ ไปดูเลยครับ หลังจากที่คนไทยถูกจับพวกผมเปึนคณะกรรมาธิการ กิจการชายแดนไทยต้องลงพื้นที่ไปดู ดินแดนของเราหายไปตั้งเยอะแยะมองไปเปึนกิโลเมตร ยาวไปหลายกิโลเมตรตามถนนเลียบไปอันนี้ผมอยากให้รัฐบาลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มาสนใจตรงนี้มากกว่าเขาพระวิหาร ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณบรรพต ต้นธีรวงศ์

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรทําหน้าที่ประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระผมขอใช้โอกาสนี้ในการที่จะอภิปรายเรื่องบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้นําเสนอ เพื่อนําไปเปึนกรอบในการเจรจาในโอกาสอันใกล้นี้นะครับ กระผมยินดีที่จะ สนับสนุนในการที่จะให้รับการอนุมัติจากสภานี้เพื่อที่จะนําไปใช้ในการเจรจาด้วยเหตุผล หลายประการ อย่างไรก็ตามก็มีทั้งข้อชื่นชม ข้อท้วงติง แล้วก็ข้อเสนอแนะที่อยากจะฝาก ท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กระผมคิดว่าประเด็นในการที่จะไปเจรจาในครั้งนี้ผมเชื่อว่าประชาชนชาวไทยก็มีความรู้สึก เชื่อมั่นและสบายใจในระดับหนึ่งในเรื่องของความรอบคอบ ความรอบรู้ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็รวมทั้งความพร้อมของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านกษิต ภิรมย์ ในเรื่องของความรักชาติรักแผ่นดิน ความที่มีประสบการณ์สูง ความซื่อสัตย์ สุจริต แล้วก็ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเกี่ยวกับเรื่องนี้ อันนี้ชัดเจนนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าการไปเจรจาระหว่าง ๒ ประเทศที่อาจจะเรียกว่าเปึนกรณีพิพาทหรือเปึนคู่กรณีกัน เปึนสิ่งที่ดี ในสังคมโลก ในสังคมของการใช้สันติวิธีในการเจรจาถือว่าเปึนเรื่องที่เปึนความคิดริเริ่ม ของประเทศคู่กรณีที่พยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหาด้วยกันเอง ไม่จําเปึนจะต้องมี ประเทศที่สาม หรือว่าฝ์ายที่สาม เข้ามาช่วยเหลือแต่ประการใด อันนี้ผมคิดว่าเปึนหลัก ของการที่จะส่งเสริมอธิปไตยของทั้ง ๒ ประเทศโดยแท้จริง อย่างไรก็ตามการที่เราจะต้อง ไปเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเราก็คือกัมพูชานั้น กระผมคิดว่าเมื่อเปึนการเจรจากันเองหรือว่าการเจรจาที่ไม่มีฝ์ายที่สามเข้ามาช่วยเหลือ หรือแนะนํานั้นจําเปึนจะต้องมีความชัดเจนในเรื่องที่จะทําให้การเจรจานั้นประสบความสําเร็จ นํามาซึ่งความสงบสุขแล้วก็สันติสุขของประชาชนทั้ง ๒ ประเทศ กระผมอยากจะกล่าว อย่างนี้นะครับว่าในการไปเจรจา ผมอยากจะให้ตกผลึกเรื่องประเด็นของปัญหาให้ชัดเจน แน่นอนเสียก่อน ในการที่คณะกรรมาธิการได้มีการเจรจากัน ๓ ครั้ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๑ เดือนกุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๒ แล้วก็เดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๓ นั้น ผมคิดว่าก็ได้ ประเด็นที่ชัดเจนว่าเปึนปัญหาร่วมกันอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีประเด็น ปัญหาที่ยังมีความคลุมเครือซึ่งสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้บางท่านก็ได้หยิบยกขึ้นมา ประเด็น อย่างนี้มันมีทั้งประเด็นที่ชัดเจนและประเด็นที่คลุมเครือ ผมก็คิดว่าคณะผู้ไปเจรจา ซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนชาวไทยทั้งหมด เปึนตัวแทนของประเทศไทย จําเปึนจะต้องวิเคราะห์ และทําความเข้าใจเรื่องนี้ให้ถ่องแท้ก่อนว่าอะไรที่เปึนประเด็นเจรจาที่ชัดเจนและอะไร ที่เปึนประเด็นเจรจาที่ยังไม่ชัดเจนที่ยังคลุมเครืออยู่ แน่นอนครับเราจําเปึนจะต้องหยิบยก เอาประเด็นที่จะเจรจาที่มันมีความชัดเจนและเห็นด้วยกันทั้ง ๒ ฝ์ายของทั้ง ๒ ประเทศขึ้นมา เจรจาก่อน ส่วนประเด็นที่คลุมเครือยังไม่ชัดเจนนั้นมันเปึนประเด็นที่น่าจะอยู่ในความสําคัญ ระดับรองลงไป เพราะว่าอย่างไรก็ตามหลักของการเจรจานั้นไม่จําเปึนต้องเจรจาให้สําเร็จ ภายในครั้งเดียว และธรรมชาติของการเจรจาจําเปึนต้องมีการเจรจาหลายครั้ง ยกเว้นเสียว่า จะมีการเตรียมการมาเปึนอย่างดี มีข้อตกลงล่วงหน้ากันเรียบร้อยแล้ว อย่างนั้นการเจรจา อาจจะกระทําเพียงครั้งเดียวก็ประสบความสําเร็จ เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าตรงนี้เปึนประเด็น ที่จะต้องแยกแยะให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่คลุมเครือส่วนใหญ่ก็จะเปึนประเด็น ที่อ่อนไหวที่ต่างฝ์ายต่างอ้างว่าได้ประโยชน์เสียประโยชน์ ประเด็นนี้ผมคิดว่าน่าจะต้อง พิจารณาให้ถ่องแท้ก่อนที่จะไปเจรจานะครับ เพราะสภาแห่งนี้ก็จะอนุมัติเพียงกรอบ ให้ท่านไปเจรจาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งที่ท่านจะต้องตัดสินใจว่าประเด็นที่คลุมเครือ และอาจจะนํามาซึ่งการได้เปรียบ เสียเปรียบ อันนั้นเปึนประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่า จะเจรจาหรือไม่ให้ถ่องแท้เพื่อความรอบคอบและเพื่อประโยชน์ของประเทศนะครับ

ประเด็นที่สอง ประเด็นเรื่องคนและความสัมพันธ์ การเจรจาจะสําเร็จหรือไม่นั้น สําคัญอย่างยิ่งก็คือเรื่องคณะที่ไปเจรจา และการรักษาความสัมพันธ์บรรยากาศที่ดี ของการเจรจา อันนี้ก็ไม่ใช่ละลาบละล้วงที่จะไปสอนคณะผู้ไปเจรจานะครับ แต่อยากจะสะท้อน ให้เห็นว่าบางครั้งเราอาจจะลืมไป เพราะว่าเราจะต้องทําความเข้าใจในประเทศคู่เจรจาว่า เขาเปึนเช่นไรและเราเปึนเช่นไร เพราะว่าแต่ก่อนนี้ ทั้ง ๒ ประเทศก็มีก็การกระทบกระทั่ง มีความร้าวฉานกันเปึนระยะ ๆ เสร็จแล้วหลังจากนั้นรัฐบาลก็พยายามแก้ไขปัญหา มีการเจรจา ผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ๓ ครั้งบรรยากาศก็ค่อย ๆ ดีขึ้น อันนี้ผมคิดว่า มันก็เปึนผลประโยชน์ที่ดีในการที่จะทําให้การเจรจานั้นมีบรรยากาศและน่าที่จะประสบ ความสําเร็จนะครับ เพราะฉะนั้นหลักของการที่จะเตรียมความพร้อมในเรื่องของการที่จะ รักษาความสัมพันธ์ตลอดการเจรจาซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญ

เรื่องที่อยากจะกล่าวถึงอีกประการหนึ่งก็คือว่า สมรรถนะของคณะผู้ที่ไป เจรจา จริง ๆ แล้วเราก็เชื่อมั่น เราก็ไว้วางใจครับว่าสมรรถนะของผู้ไปเจรจาประเทศเรานั้น มีคนเก่ง ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่นในโลกนี้เลยนะครับ แต่เรื่องของการที่จะเตรียมความพร้อม เปึนเรื่องที่สําคัญ ทําอย่างไรที่จะให้คณะผู้ไปเจรจาสามารถที่จะเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะ เรื่องของการเตรียมข้อมูล เรื่องของสุขภาพอนามัย และเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ ของคนรอบข้างของคนทั่วประเทศที่จะนําไปสู่เรื่องของการที่จะไปเจรจา ทําอย่างไร ถึงจะให้การเจรจานั้นเหนือคู่เจรจา เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นในการเจรจาที่ทําให้เหนือคู่เจรจานั้นก็จําเปึนจะต้องมีการเตรียมความพร้อม ของคณะผู้เจรจานั้นเพื่อจะให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกําลังความสามารถ หรือว่าสมรรถนะ นั่นก็คือว่าจะต้องมีความพร้อมทั้งทางด้านข้อมูล ร่างกายและจิตใจ อันนี้ก็สิ่งที่อยากจะกราบเรียนนะครับ

ประเด็นที่สาม คือประเด็นของการรักษากระบวนการ การรักษากระบวนการ เจรจาให้ถูกต้องนั้นเปึนสิ่งที่สําคัญ ก็ถูกต้องแล้วครับที่มีการหารือเปึนระยะ ๆ ประเทศเรา ถึงแม้ว่าจะมีรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ในมาตรา ๑๙๐ อันนี้ก็ถือว่าเปึนสิ่งที่ดีครับ เพราะมันจะทําให้ มีกระบวนการที่รอบคอบขึ้น มีการฟังความคิดเห็นจากฝ์ายทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจะได้ ข้อมูลที่หลากหลายขึ้น เพราะฉะนั้นในการที่เราต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภาก่อนที่จะ ไปเจรจา และเมื่อไปเจรจาแล้วจะบรรลุข้อตกลงอะไรก็ยังต้องนํามาสู่เรื่องของการที่จะให้ รัฐสภานั้นได้รับทราบและเห็นชอบก่อน อันนี้เปึนสิ่งที่ดี เปึนเรื่องที่ว่ารักษากระบวนการ เจรจาให้มีความรอบคอบถี่ถ้วน และรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามครับ ทั้ง ๓ สิ่งนี้ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของประเด็นปัญหาที่จะต้อง มีความชัดเจน เรื่องของคนและความสัมพันธ์ซึ่งจะต้องมีความพร้อมทางด้านสมรรถนะ ทั้งร่างกาย จิตใจ สุขภาพ และข้อมูล ที่ต้องเตรียมพร้อม หรือว่าจะต้องรักษากระบวนการ ต่าง ๆ นั้นให้มีความรอบคอบ มีการปรึกษาหารือเปึนระยะ ๆ เปึนสิ่งสําคัญที่จะนําความสําเร็จ ไปสู่เรื่องการเจรจา อันนี้จะกล่าวได้ว่าเปึนเรื่องของ ๓ มุมสามเหลี่ยมของการที่จะทําให้ การเจรจานั้นประสบความสําเร็จ ซึ่งอยากจะเสนอแนะผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วยนะครับ

สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเสนอแนะเพิ่มเติมอย่างนี้

ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าการไปเจรจานั้นแน่นอนครับ ประเด็นปัญหาเปึนเรื่อง ที่สําคัญ ประเด็นความคิดเห็นที่แตกต่างเปึนเรื่องที่สําคัญ ผมอยากจะให้ท่านได้วิเคราะห์ สังเคราะห์ประเด็นเหล่านี้ บางคนอาจจะเห็นด้วยในการที่จะให้มีจอยนท์ เบาดารี คอมมิชชัน (Joint Boundary Commission) หรือเจบีซี บางคนอาจจะไม่เห็นด้วย อาจจะเห็นด้วยว่า มันไม่จําเปึนจะต้องมีเพราะว่ามันมีเทคโนโลยีอยู่แล้ว แล้วมันก็มีข้อตกลงในอดีตที่เปึนประโยชน์ ทั้ง ๒ ฝ์ายอยู่แล้วกับเรื่องของใช้สันปันน้ํา ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีในการที่จะแบ่งเขตแดนนี้ อย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ในสภาพความเปึนจริงเจบีซีก็ยังเปึนจุดที่สามารถจะปฏิบัติได้ อย่างชัดเจนมากกว่าในสิ่งอื่น เพราะว่ามันเปึนวิธีการที่สามารถที่จะเห็นร่วมกันได้ระหว่าง ๒ ประเทศ ส่วนวิธีการอื่นนั้นก็คงจะต้องอาศัยการที่จะต้องพูดคุยกันว่าจะเอาอย่างนั้นหรือไม่ แต่รู้สึกว่าในเรื่องของการใช้สันปันน้ํานั้นยังไม่ค่อยบรรลุในเรื่องของวิธีการเห็นชอบร่วมกัน ตรงนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการทําหน้าที่เปึนอย่างดี

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมว่าสรุปสักหน่อยได้ไหมครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กําลัง จะสรุปครับท่านประธาน ทีม ที่ไปเจรจานั้นแน่นอนนะครับที่ได้อภิปรายไปแล้วก็เรื่องของ สมรรถนะ ความพร้อม ท่านจะต้องมีการเตรียมการเปึนอย่างดี จะต้องทําความพร้อม ทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ เพื่อจะรักษาเรื่องกระบวนการเรื่องของความสัมพันธ์ให้ดี อยากจะให้เกิดความเชื่ออย่างหนึ่งนะครับว่าการเจรจานั้นถึงแม้ว่าจะไม่สําเร็จตกลงกันไม่ได้ ประเด็นสําคัญที่สุดก็คือว่าให้รักษาความสัมพันธ์ให้เหมือนเดิมหรือให้ดีกว่าเดิม ผมคิดว่า เปัาหมายตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมากกว่า

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน เราอาจจะต้องมีแนวคิดในการเจรจา แนวใหม่หรือไม่ การเจรจาในเรื่องเขตแดน แน่นอนนะครับมันก็มี ๒ สิ่งเท่านั้นก็คือได้ กับไม่ได้ แต่อีกวิธีการหนึ่งมันจะได้ทั้ง ๒ ฝ์ายนี่นะครับ อยากจะพูดอย่างนี้นะครับว่า ถ้าเปึนจุดที่ไม่สามารถจะตกลงกันได้รือว่าจุดที่มันมีความคลุมเครืออย่างไรก็จะทําให้ ตกลงกันไม่ได้ และอาจจะทําให้เกิดความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานเกิดขึ้นได้ ในโลกนี้ก็มีตัวอย่าง แล้วครับว่าก็ไม่จําเปึนจะต้องมีการไปปักปันหรือไปวินิจฉัยว่าเปึนของประเทศใดประเทศหนึ่ง ในโลกนี้ก็มีตัวอย่างแล้วครับว่าถ้าเปึนเช่นนั้นพื้นที่ที่เปึนปัญหาตรงนั้นก็สามารถที่จะมา เปึนเจ้าของร่วมกันได้ แล้วเราก็ร่วมกันพัฒนา อาจจะมีประเทศอื่นที่เขาอยากให้เห็นสันติภาพ เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้เขาอาจจะมาร่วมช่วยเหลือในการพัฒนาโครงสร้างต่าง ๆ อาจจะ เปึนจุดท่องเที่ยวที่ดี แล้วก็เก็บผลประโยชน์ แชร์ผลประโยชน์ร่วมกัน เฉลี่ยผลประโยชน์ร่วมกัน ก็อยากจะฝากประเด็นนี้ไปด้วย ผมก็ไม่ทราบว่าในเรื่องนี้มันเปึนอํานาจหน้าที่ที่ทางคณะผู้เจรจา สามารถจะทําได้ไหม แต่อย่างไรก็ตามก็ฝากแนวคิดนี้เอาไว้ เผื่อว่าท่านจะมาขออนุมัติสภา ในวาระต่อไป ถ้าเกิดว่าการเจรจานั้นมันมีข้อจํากัดและมีความเสี่ยงต่อการทําให้เกิด ความสัมพันธ์ร้าวฉาน เพราะว่าอย่างไรทั้ง ๒ ประเทศก็เปึนเพื่อนบ้านกัน ก็ขอสนับสนุน ในการที่ท่านจะไปเจรจาในกรอบนี้ เห็นชอบด้วยในกรอบนี้นะครับ และเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต ความรอบรู้ความรอบคอบของทั้ง ฯพณฯ รัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านกษิต ภิรมย์ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ เชิญครับ

นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัด เพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นด้วยความเคารพท่านประธาน พวกดิฉันไม่ใช่มีความอยากที่จะพูด แต่มันเปึนเรื่องของความสําคัญยิ่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญตามอัธยาศัยครับ

นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี

ต่อดินแดน ของชาติของประเทศ เพราะฉะนั้นในวันนี้ดิฉันจะใช้เวลาไม่มาก โดยจะพูดเพียงประเด็นเดียว คือในเรื่องบันทึกความเข้าใจหรือที่เรียกว่าเอ็มโอยูในป้ ๒๕๔๓ ดิฉันอยากจะบอกว่ารัฐบาล ไม่ต้องกังวลว่าการอภิปรายครั้งนี้เปึนการเป่ดเผยและท่านจะเสียหาย ดิฉันกลับคิดว่า การที่รัฐบาลจะเป่ดเผยข้อมูลหรือข้อเท็จจริงนั้น ตอบประเด็นข้อสงสัยทุก ๆ ด้าน เปึนเรื่องที่จะทําให้การทําสนธิสัญญากับต่างประเทศนั้นช่วยให้ปัญหาความไม่เข้าใจ ซึ่งมาจากความคลุมเครือมันหมดสิ้นไป เพราะฉะนั้นต้องเป่ดเผย นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ จนมาบัดนี้ ๑๐ ป้ผ่านมาแล้ว แม้แต่ตัวแทนของรัฐบาลเราของรัฐบาลไทยไปลงนามกับตัวแทน ของประเทศกัมพูชาก็ไม่เคยมีการอธิบายชี้แจงให้ประชาชนทราบเลยว่าเอ็มโอยูฉบับป้ ๒๕๔๓ นั้นมีอะไร เพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้แน่นอนต้องเผชิญกับปัญหาคําถามที่คนทั้งประเทศนี้ ต้องถามว่าเมื่อป้ ๒๕๔๓ ไปทําอะไร กว่า ๒ ป้มาแล้วที่ปัญหาพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ที่เราเรียกว่าพื้นที่ทับซ้อนได้กลายเปึนประเด็นร้อนที่สังคมไทยเราจับตาดูแล้วก็เปึนห่วงเปึนใย เนื่องจากว่าการลงนามในแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เปึนมรดกโลกในป้ ๒๕๕๑ โดยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนก่อน ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ไปลงนามโดยพลการ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แล้วว่าไม่ถูกต้องเปึนสนธิสัญญา เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ นั้น ดิฉันจึงคิดว่าเปึนสิ่งที่ทําให้สังคมไทยได้ทราบว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่รัฐบาล ไปทํากับต่างชาตินั้นมีอะไร โดยเฉพาะทําให้เกิดมีที่เราเรียกว่า คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา หรือเจบีซีขึ้น ซึ่งทําให้เครือข่ายภาคประชาชนที่ติดตามกรณีปัญหาของ ปราสาทพระวิหารตั้งคําถาม เพราะว่าเปึนเรื่องที่คนไทยทั้งประเทศสนใจ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าการเป่ดเผยข้อมูลซึ่งรัฐบาลได้ทําสนธิสัญญาใด ๆ ก็ตามกับ ต่างประเทศ มิได้เปึนปัญหาตามที่นักการเมืองหลายท่านกังวลว่ารัฐบาลทํางานไม่ได้ เพราะเนื่องจากมีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งความเปึนจริงแล้วไม่ได้เปึนปัญหาเลยถ้าทําตาม ที่รัฐธรรมนูญกําหนด อย่างไรก็ตามเอ็มโอยูที่ดิฉันกําลังกล่าวถึงนี้สามารถแก้ไขได้โดยที่ ข้อ ๑ ในเอ็มโอยูระบุว่า ระหว่างที่ยังปักปันเขตแดนตามแนวสันปันน้ําไม่แล้วเสร็จ จะเปลี่ยนแปลงสถานที่หรือส่งคนเข้าไปรุกล้ําเขตแดนต่อกันมิได้ เพราะฉะนั้นการที่ ประเทศกัมพูชานําคนอพยพเข้ามา มีการสร้างวัด ตัดถนนรุกเข้ามาในดินแดนประเทศไทย เปึนการผิดเงื่อนไขของเอ็มโอยู เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรให้ประเทศกัมพูชาซึ่งถือว่าทําผิดเงื่อนไข ของเอ็มโอยูนั้นถอยร่นเอาคนของประเทศกัมพูชาออกไปจากเขตแดนไทย ไม่เช่นนั้นแล้ว เราควรจะยกเลิกเอ็มโอยูนั้น เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะทําให้บรรดาปราสาทในเขตแดนไทยนั้น ถูกผลกระทบไปด้วยตามแผนที่ที่ประเทศฝรั่งเศสจัดทํา ด้วยความเปึนห่วงอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงกราบเรียนรัฐบาลอย่าคิดว่าเราเสียหน้าในการที่จะยกเลิกเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ดิฉันคิดว่าเสียหน้าดีกว่าเสียดินแดน ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณพีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่รัฐบาลได้เสนอบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา มาทั้ง ๓ ฉบับ ให้สภาพิจารณาให้ความเห็นชอบนะครับ ถ้าดูจากเอกสาร ที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมสนธิสัญญาและกฎหมายได้สรุปให้รัฐสภาได้ทราบว่า มีความคืบหน้ากันไปอย่างไร ตั้งแต่มีการประชุมเมื่อป้ ๒๕๕๑ ที่เสียมราฐ ต่อมาที่กรุงเทพฯ แล้วก็ที่กรุงพนมเปญนะครับ ผมได้อ่านดูรายงานทั้งหมดรวมทั้งได้ไปดูร่างข้อตกลงชั่วคราว ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชากับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยปัญหา ชายแดนในพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร โดยสรุปก็ดูมีความคืบหน้ากันมาอยู่ตลอด แต่พอบอกว่าที่ยังตกลงกันไม่ได้ก็คือเรื่องเรียกชื่อ ทางฝ์ายกัมพูชายังจะขอใช้ชื่อ เปรียะวีเฮียร์ อยู่ และทางฝ์ายเราก็บอกว่าขอใช้ชื่อ พระวิหาร ท่านประธานอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ก็คงจะทราบดีว่า ไม่ว่าจะเรียกว่าอย่างไรนะครับมันก็เปึนเรื่องความแตกต่างในเรื่องของภาษา แต่ในความหมาย ของมันนั้นไม่น่าจะต่างกันก็คือตัวปราสาทพระวิหารนั่นแหละ แต่ถามว่าทําไมยังตกลงกัน ไม่ได้อยู่แค่นี้ฝ์ายหนึ่งก็ยืนยันจะเรียกว่า เปรียะวีเฮียร์ ซึ่งเปึนภาษาเขมร ฝ์ายเราก็บอกว่า ขอให้ชื่อพระวิหาร เพราะเปึนภาษาไทย ตกลงก็ดูเหมือนว่าแทนที่จะตกลงกันว่าถ้าอย่างนั้น ก็เรียกทั้งคู่ เขียนไว้ในข้อตกลงว่าเขมรเรียกว่าอย่างนี้ ฝ์ายไทยเรียกว่าอย่างนี้ มันก็น่าจะจบ ยังไม่จบครับท่านประธาน การที่ไม่จบไปอย่างนี้ ก็ทําให้ผมนึกย้อนกลับไปดูก็แสดงว่า แค่ชื่อก็ยังตกลงกันไม่ได้ แต่พอมาดูความตกลง ที่มีการเจรจากันจนกระทั่งเปึนร่างขึ้นมานะครับ ถ้าอ่านดูในภาษาของความตกลงแล้ว ล้วนแต่เปึนภาษาทางการทูตที่ไพเราะ เห็นไหมครับท่านประธาน เริ่มต้นขึ้นมาก็ปรารถนา ที่จะกระชับความผูกพันแห่งมิตรภาพที่มีอยู่และความเปึนเพื่อนบ้านที่ดี ยืนยันถึงสิทธิ พันธกรณีตามความตกลงว่าด้วยการจัดทําและสํารวจหลักเขตแดนทางบก ป้ ๒๕๔๓ ซึ่งก็มีสมาชิกบางท่านได้อภิปรายบอกว่าตรงนี้น่าจะมีปัญหา เพราะจะผูกโยงมาถึงว่า เราไปรับรองแผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐๐ เมื่อ ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ค.ศ. ๑๙๐๗ ตามความตกลงที่ทําไว้สมัยที่ประเทศฝรั่งเศสปกครองประเทศกัมพูชาอยู่ ข้อความอื่น ๆ ครับท่านประธานล้วนแต่เปึนเรื่องภาษาดอกไม้ทั้งนั้นเลย ความตั้งใจของคู่ภาคีที่จะใช้ ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุดและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ในเรื่องของความสัมพันธ์ชายแดนนะครับ ที่จะดูมีดีขึ้นก็คือจะมีคู่ภาคีตกลงกันบอกว่า จะไม่ใช้กําลังทหารในวัดแก้วสิขาคีรีสะวารา ตรงนี้นะครับซึ่งเรียกว่าวัด ตกลงจะตั้ง ชุดประสานงานชั่วคราวขึ้น ซึ่งจะต้องมีการสํารวจจัดทําหลักเขตแดนรวมถึงวัด แล้วก็จะมี การประชุมกันโดยไม่ชักช้าเมื่อได้รับการร้องขออยู่ฝ์ายหนึ่ง ข้อที่สําคัญต่อไปเขาบอกว่า เจบีซีจะกําหนดพื้นที่ที่จะอยู่ในสภาพพร้อมสําหรับการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนภายใต้ แผนแม่บทตามความตกลงเมื่อป้ ๒๕๔๖ พื้นที่ดังกล่าวนั้นจะถูกทําให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะ สํารวจก่อนเริ่มงานนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อดูการเจรจากันแต่ละครั้ง ๆ ล้วนแต่ เต็มไปด้วยภาษาการทูต ภาษาของดอกไม้ พูดกันง่าย ๆ ก็เปึนอย่างนี้ แต่ผมคิดว่าเบื้องหลัง ของการเจรจาซึ่งดูเหมือนมันสลับซับซ้อนมันมีปัญหาเกิดจากอะไร แน่นอนว่าในข้อสรุป เราจะเห็นความคืบหน้าของฝ์ายเทคนิคที่ตกลงกันบอกว่าจะผลิตแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศขึ้นมา มีความก้าวหน้า บอกว่าฝ์ายเทคนิคได้ไปดูเขตแดนเก่าแล้วพบหลักเขตแดนทั้งหมดแล้ว ๕๐ หลัก ก็เก่งนะครับท่านประธานสามารถหาหลักเขตแดนได้ในสภาพป์าอย่างนั้น ปรากฏว่า ใน ๕๐ หลักเห็นพ้องตรงกันว่ามันควรจะอยู่ใน ๓๗ หลัก ยังตกลงกันไม่ได้อีก ๑๗ หลัก นี่คือความยุ่งยากของการไปปักปันเขตแดนซึ่งต้องใช้เวลานานมากในการที่จะค้นหา หลักเขตเดิมที่มันมีอยู่แล้วก็สํารวจตรวจสอบว่าความถูกต้องนั้นมันอยู่ที่ไหน แต่ผมก็ยัง ดีใจที่ว่าอย่างน้อยเราก็ตกลงกันได้หลายเรื่องที่เปึนเรื่องทางการเมือง แม้จะบอกว่า เปึนความตกลงเรื่องการปักปันเขตแดนก็ตามเช่น บอกว่าจะอดกลั้นกันนะ เราจะมีการตั้ง คณะกรรมการประสานงานนะ ตั้งฝ์ายเทคนิคขึ้นมานะ และฝ์ายเทคนิคก็ไปทํางานต่อไปเรื่อย ๆ เปึนอย่างนี้ครับข้อตกลง แล้วก็บอกว่าเจบีซีจะยึดหลักแผนแม่บทตามข้อกําหนดเมื่อป้ ๒๕๔๓ เปึนหลักของการทํางานด้วย เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าเรื่องการปักปันเขตแดนถ้าดูจาก ประวัติศาสตร์ของหลาย ๆ ประเทศที่มีปัญหาเขาใช้เวลานานมากในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ถ้าจะดูความสําเร็จของเรื่องนี่นะครับ ในเรื่องของการปักปันเขตแดน ถ้าผมคิดว่าประเทศเหล่านี้ทั้ง ๓ ประเทศ คือประเทศเวียดนาม ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา เคยเปึนอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ประเทศพม่าเคยเปึนอาณานิคมของประเทศอังกฤษ แต่ว่าความตกลงเรื่องเขตแดนผมก็เข้าใจว่าเราทําขึ้นสมัยที่ประเทศเจ้าอาณานิคมเหล่านี้ ทําขึ้นกับประเทศไทยในช่วงที่ประเทศเหล่านั้นอยู่ภายใต้อาณานิคม เพราะฉะนั้นก็เชื่อได้ว่า สัญญาที่ทําขึ้นระหว่างนั้นเราตกอยู่ในฝ์ายเสียเปรียบหลายเรื่องเพราะถูกบังคับอยู่ ด้วยอํานาจของมหาอํานาจในขณะนั้น อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีข้อเสียเปรียบอย่างนั้น เท่าที่ผมดูเส้นเขตแดนไทย-ลาว ไทย-พม่า ดูเหมือนจะมีปัญหาน้อย ถึงแม้การปักปัน การปักหมุดปักหลักยังไม่เสร็จ แต่เราก็ทํากันไปเรื่อย ๆ อยู่ครับ แต่ที่จะมีปัญหามากก็คือ ประเทศกัมพูชานี่ละ ถามว่ากับประเทศกัมพูชาทําไมเราค่อนข้างจะมีปัญหา ท่านประธานครับ ถ้าเราย้อนกลับไปดูจะเห็นว่าประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาก็เคยมี ความสัมพันธ์ที่ดีมาเมื่อศาลโลกได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเปึนของประเทศกัมพูชาไปแล้ว เมื่อป้ ๒๕๐๕ ดูเหมือนความสัมพันธ์กับเราก็จะเสื่อมลงไป แต่บางช่วงเราก็ฟุ๋นกันดีขึ้นมามาก โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดสงครามในเขมร มีเขมร ๓ ฝ์าย แล้วฝ์ายรัฐบาลไทยนี่ละครับ ก็เข้าไปเปึนตัวกลางสามารถทําให้เขมร ๓ ฝ์ายเจรจากันได้แล้วก็ตกลงกับรัฐบาลก็ตั้ง รัฐบาลของเขาได้ แล้วก็ปกครองประเทศกัมพูชาอย่างราบรื่นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ผมก็เชื่อว่า ความสัมพันธ์อย่างนี้คงจะทําให้เรากับประเทศกัมพูชามีความใกล้ชิดกันมากขึ้น ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่ว่าล่าสุดก็กลับดูเหมือนว่าความสัมพันธ์เรากับประเทศกัมพูชาย้อนกลับไปดู เหมือนว่ามันจะเสื่อมลงไปอีก เดี๋ยวก็เสื่อม เดี๋ยวก็ดีขึ้นบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ว่าโดยรวม แล้วก็ยังไม่ดีเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ผมคิดว่าถ้าย้อนกลับไปดูปัญหามันเกิด จากอะไร ดูเหมือนปัญหาที่มันเกิดขึ้นมาก ๆ ก็คือในช่วงที่ฝ์ายกัมพูชาพยายามที่จะขอ ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกแต่ฝ์ายเดียว แล้วก็เกิดข้อถกเถียงกันมาก กับฝ์ายไทยเกิดขึ้น มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลสมัยท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ฝ์ายค้านในขณะนั้นก็คือรัฐบาลในขณะนี้ลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องนี้ แล้วก็ย้อนไปถึง คําพิพากษาของศาลโลกซึ่งได้ตัดสินมาร่วม ๕๐ ป้กว่าแล้วท่านประธานครับ ในช่วงนั้น ผมก็คิดว่าคําอภิปรายที่เกิดขึ้นมันทําให้เกิดข้อเข้าใจผิดอยู่หลายเรื่องโดยเฉพาะในเรื่อง คําพิพากษาของศาลโลก ผมจําได้นะครับท่านประธาน ถ้าลองไปดูคําพิพากษาของศาลโลก ดู ๓ บรรทัดสุดท้ายท่านประธานครับ ศาลโลกได้ตัดสินไว้ ไปดูภาษาอังกฤษนะครับ พูดไว้ชัดเจนว่าเดอะ เทมเพิล (The temple) คือตัวปราสาทพระวิหาร อีส ซิทูเอเทด (is situated) ตั้งอยู่บนดินแดนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศกัมพูชา ตัดสินอย่างนั้นครับ ผมก็จําได้ ตอนนั้นฝ์ายค้านในขณะนั้นบอกว่าศาลโลกตัดสินว่าให้ปราสาทพระวิหารนี้เปึนของ ประเทศกัมพูชาแต่ดินแดนใต้ปราสาทพระวิหารเปึนของเรา ไม่ใช่ ผมบอกว่าพูดอย่างนี้แหละ เดี๋ยวจะนําไปสู่ให้เกิด ๒ ประเทศนี้เข้าใจกันผิดว่าเรากําลังจะไปแย่งปราสาทพระวิหาร ซึ่งเปึนของเขากลับมาเปึนของเรา และดูเหมือนว่าจะเปึนต้นเหตุของความเข้าใจผิดตั้งแต่นั้น เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ศาลโลกได้ตัดสินไว้ชัดเจนว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนดินแดน ที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศกัมพูชา แต่ไม่ได้บอกว่ามันกว้างยาวแค่ไหน ทําไมไม่บอก ก็เพราะในคําฟัองไม่ได้บอก ฟัองศาลโลกเพียงว่าปราสาทพระวิหารนี้เปึนของใคร ศาลก็ตัดสิน แค่นั้น ตัดสินเกินคําขอไม่ได้ ก็เปึนหน้าที่ของ ๒ ประเทศที่จะมาเจรจาปักเขตแดนกันต่อไป ตามสนธิสัญญาที่มีอยู่ในขณะนั้น นี่คือปัญหาครับ พอย้อนกลับไปย้อนกลับมามันก็ทําให้ เกิดความเข้าใจผิดกันมาจนถึงทุกวันนี้ นี่คือท่าทีที่ดูเหมือนว่าเกิดความสับสนเองในซีกของ รัฐบาลไทย ตั้งแต่ท่านเปึนฝ์ายค้านมาจนถึงปัจจุบันนี้ ดูเหมือนความตกลงเมื่อป้ ๒๕๔๓ เดี๋ยวก็บอกว่าดีบ้าง เสียเปรียบบ้าง ถูกต้องบ้าง ไม่ถูกต้องบ้าง ผู้ฟังที่เปึนประชาชนก็เกิด ความสับสนเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่มันน่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง ผมคิดว่าเรื่องจุดนี้ถ้าจะทําให้การปักปัน เขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชามันราบรื่นไป ท่านประธานครับ เราก็รู้ว่า ข้อกฎหมาย สนธิสัญญา ที่เราทําขึ้นสมัยที่ประเทศฝรั่งเศสปกครองประเทศอินโดจีนอยู่นั้น เขาทําในฐานะที่เขาได้เปรียบเราแล้วเราก็เปึนฝ์ายที่เสียเปรียบ เพราะฉะนั้นถ้ายึดหลัก ในข้อกฎหมายเหล่านั้นมาเปึนหลักในการเจรจาเราก็จะเสียเปรียบด้วยข้อกฎหมาย แต่ว่า ถ้ายึดหลักของการเจรจากัน ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ด้วยความตั้งใจดีต่อกัน ผมเชื่อว่า สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ แล้วก็จะดีกว่าที่จะมายึดหลักข้อกฎหมายอย่างเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับท่าทีของฝ์ายรัฐบาลเอง ท่านประธานครับ เมื่อไม่นานมานี้ หลายท่านคงได้เห็นบทบาทของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านนี้ เมื่อประมาณสัก ๒-๓ สัปดาห์ก่อนผมก็ดูรายงานข่าวบอกคณะรัฐมนตรีชื่นชม ชื่นชอบ ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ที่สามารถไปกระชับพื้นที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ซึ่งเปึนผลจาก การที่ท่านเดินทางไปประเทศมอนเตเนโกรมา ดูข่าวทีไรก็เห็นบทบาทของท่านรัฐมนตรีอยู่แค่นี้ วนอยู่แค่นี้ส่วนเรื่องอื่นไม่ค่อยจะเห็น ผมก็ยังไม่เห็นว่า ครม. ชื่นชมท่านเลยไปถึงในเรื่อง อื่น ๆ เลย ไม่มีนะครับ นี่คือปัญหาส่วนหนึ่งเหมือนกันที่มันน่าจะเกิดขึ้น บังเอิญผมไปเห็น เอกสารรายงานอยู่ฉบับหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ได้บอกเจ้าหน้าที่ชั้นสูง ของประเทศสหรัฐอเมริกาเปึนผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศที่แวะมาประเทศไทย แล้วเขาก็ไปที่ประเทศพม่า ไปพบผู้นําของรัฐบาลประเทศพม่า แล้วก็ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย รัฐมนตรีท่านนี้ ก็เรียกผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกามาพบ แล้วเขาก็บอกไปตรง ๆ กับผู้แทนฝ์ายรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาบอกว่าตราบใดที่การแก้ไข ปัญหาเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกไม่สําเร็จคือถ้าประเทศเขมร ยังยืนยันจะขึ้นทะเบียนมรดกโลกอยู่ฝ์ายเดียว จะไม่มีการเจรจาเรื่องการปักปันเขตแดน ท่านประธานครับ ท่าทีอย่างนี้แหละมันจะทําให้การปักปันหมุดแต่ละหมุด ๆ จะต้องใช้เวลา อีกกี่ป้เปึนร้อย ๆ ป้ก็คงยังไม่เสร็จ ถ้าตราบใดที่ท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านนี้ต่อประเทศเพื่อนบ้านยังไม่เปลี่ยนไปในท่าทีที่จะเปึนมิตรกับเขามากขึ้น แต่ถ้า ยังเอาท่าทีลักษณะอย่างนี้เอาเรื่องปราสาทพระวิหารจะขึ้นทะเบียนเปึนมรดกโลกมาโยง กับเรื่องการปักปันเขตแดนครับ ผมว่าจะเปึนปัญหาและอุปสรรคอย่างมาก ก็อยากจะ เรียนท่านประธานว่าในข้อตกลงที่พูดถึงเหล่านี้มีความก้าวหน้าบ้าง แต่ว่ามันจะสําเร็จไหม ฝ์ายเทคนิคก็ต้องทํางานกันต่อไปจะใช้เวลาค่อนข้างนานตามหลักหลาย ๆ ประเทศ แต่ไม่มีวิธีไหนที่จะแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ได้เท่ากับการเจรจาจะเปึนวิธีที่ดีที่สุดนะครับ และเมื่อจะเจรจากันจําเปึนที่รัฐบาลเอง ผู้นํารัฐบาลเองจะต้องมีท่าทีที่เปึนมิตรต่อกัน แต่โดยเฉพาะที่ผมได้เรียนท่านประธานไปแล้วท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ จะมีส่วนสําคัญอย่างยิ่งที่จะทําให้ฝ์ายเทคนิคเขาสามารถที่จะทํางานต่อไปได้ อยากเรียน ท่านประธานว่าจําเปึนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านนี้จะต้องปรับทัศนะ ที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเรากับประเทศกัมพูชาครับ จึงจะสามารถทําให้ข้อตกลงนี้เดินหน้าต่อไปได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่า การอภิปรายบันทึกข้อตกลงของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ในวันนี้ มีความหมายและมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนที่ต้องการเห็น ๒ ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ต้องการเห็นอาณาเขต ชายแดนที่มีความชัดเจน ปรารถนาที่จะให้การเจรจาระหว่าง ๒ ประเทศเดินหน้าต่อไป แล้วก็มีความใฝ์ฝันที่จะเห็นว่าถ้าอาณาเขตของประเทศไทยและประเทศกัมพูชามีความชัดเจน ปัญหาต่าง ๆ ที่เคยเปึนมาในอดีตก็จะยุติลง จะคลี่คลายทุกสิ่งทุกอย่างไปในทางที่ดีขึ้น อย่างน้อยที่สุดประชาชนทั้ง ๒ ประเทศจะได้รับประโยชน์ ๓-๔ ประการ

ประการที่ ๑ ก็คือปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนที่เคยมีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเปึนความขัดแย้งระหว่างรัฐต่อรัฐ หรือความขัดแย้งระหว่างพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ตามแนวพรมแดนของทั้ง ๒ ประเทศก็น่าจะยุติลงและคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ความตึงเครียดที่เคยเปึนปัญหามาก็จะมลายหายไป การทํามาหากินในบริเวณชายแดน ก็จะสามารถดําเนินต่อไปได้โดยที่ไม่ต้องมาหวาดวิตกว่าจะเกิดความรุนแรงจะเกิด ความขัดแย้งขึ้นในอนาคต

ประการที่ ๒ การบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้ในบริเวณพรมแดนก็จะมี ความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น เวลานี้ความไม่ชัดเจนของพรมแดนทําให้มาตรการการควบคุมปัญหา ต่าง ๆ เปึนไปด้วยความยากลําบาก ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการก่อการร้ายข้ามชาติ หรือปัญหายาเสพติดที่บริเวณตามแนวชายแดนกําลังเปึนปัญหาที่กระทบกับความมั่นคง ของประเทศอย่างมาก ถ้าหากเขตแดนที่มีความชัดเจนขึ้นมาผมก็เชื่อมั่นว่าจะทําให้ การบังคับใช้กฎหมายของ ๒ ประเทศเปึนไปด้วยความราบรื่น

ประการที่ ๓ ในการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ดําเนินภารกิจ อยู่บริเวณชายแดนก็จะมีความชัดเจนด้วย ฝ์ายทหารเองก็จะสามารถรู้ว่าอาณาเขตของเรา ที่แน่นอนที่เปึนของเราอยู่ตรงไหน จะมีท่าทีในการปฏิบัติการต่อสถานการณ์แต่ละสถานการณ์ อย่างไร แต่ถ้าปล่อยให้สภาพยังคงเปึนเช่นนี้อยู่ ผมก็เชื่อว่าการปฏิบัติงานของหน่วยราชการ ต่าง ๆ ที่อยู่ชายแดนก็จะเปึนปัญหา

สุดท้ายครับ ความร่วมมือระหว่างพี่น้อง ๒ ประเทศในการพัฒนาความร่วมมือ ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของความสัมพันธ์ในเชิงวัฒนธรรม รวมทั้งความสัมพันธ์ด้านอื่น ๆ ก็จะดีตามมานะครับ นี่คือประโยชน์ที่ผมคาดว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับจากการที่เรา จะมีอาณาเขตที่มีความชัดเจนขึ้นระหว่าง ๒ ประเทศคือประเทศไทยและประเทศกัมพูชา แต่ถามว่าปัญหาเหล่านี้ทําไมมันถึงยังไม่มีความชัดเจน เราก็ต้องยอมรับว่าคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ที่ได้มีการจัดตั้งขึ้นแล้วก็มีการดําเนินการทํางานร่วมกันของ ๒ ประเทศมาโดยตลอดต้องหยุดชะงักลงหลังจากเดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ บัดนี้บันทึกการประชุม ซึ่งได้มีการประชุมและมีข้อตกลงที่เปึนไปในทางสร้างสรรค์ของทั้ง ๒ ฝ์ายก็ถูกเก็บอยู่ในลิ้นชัก รัฐสภาไม่สามารถที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาแล้วก็ให้ความเห็นชอบเพื่อให้คณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาหรือเจบีซีได้เดินหน้าต่อไป วันนี้ผมถึงบอกว่าเปึนโอกาสดีนะครับ ที่รัฐบาลได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วก็จะทําให้ความสัมพันธ์ของเราที่หยุดชะงักลง จะสามารถเดินหน้าไปได้ ผมคิดว่าบรรยากาศของ ๒ ฝ์ายซึ่งอยู่ในวงเจรจาด้วยดีกันมาตลอด บรรยากาศเช่นนี้ผมคิดว่าเปึนบรรยากาศที่จะต้องได้รับการสานต่อและต้องสนับสนุนให้ เกิดขึ้นต่อไป การนําเรื่องนี้มาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ผมในฐานะเปึนสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง ก็ขอให้การสนับสนุน เพราะถ้าหากว่าเจบีซีไม่สามารถดําเนินงานได้ต่อเนื่องนะครับ นั่นก็แปลความอีกอย่างหนึ่งได้ว่ากระบวนการทวิภาคีซึ่งเปึนกระบวนการที่ทั้ง ๒ ประเทศ ปรารถนาให้ดํารงอยู่ก็ไม่สามารถจะเดินหน้าไปได้ ข้อเสนอของหลาย ๆ ฝ์ายที่พยายามบอกว่า ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่เลวร้าย ไม่สามารถที่จะคืนดีมาได้ไม่สามารถที่จะ เดินหน้าเจรจาหรือตกลงกันเองได้ ก็จะกลายเปึนว่าต่อไปจะต้องมีประเทศที่สาม จะต้องมี สหประชาชาติเข้ามา หรือจะใช้กระบวนการอื่นในการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งที่ไม่ได้ อยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจกันระหว่าง ๒ ประเทศ จุดนี้มีความสําคัญการที่รัฐสภา จะอนุมัติบันทึกข้อตกลงในวันนี้ ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่มีความสําคัญและต้องให้การสนับสนุน เชื่อครับว่าสันติภาพไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นเองได้จากการที่คนอื่นมาหยิบยื่นหรอกครับ สันติภาพระหว่าง ๒ ประเทศนี้เกิดขึ้นมาได้ก็เพราะความร่วมมือร่วมใจ เพราะความเข้าใจกัน ของทั้ง ๒ ประเทศ

สุดท้ายครับท่านประธาน แม้ว่าจะมีความวิตกกังวลในเรื่องของร่างข้อตกลง ชั่วคราวเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ เรื่องของการที่จะไม่ให้ประเทศคู่ภาคีทั้งสองคือประเทศไทย และประเทศกัมพูชา คงกําลังทหารแต่ละฝ์ายไว้ในวัดแก้วสิขาคีรีสะวราก็ตาม แต่ผมเชื่อมั่นว่า นี่เปึนเพียงกระบวนการหนึ่งเท่านั้นของการที่จะให้การเจรจาของคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา เปึนไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย ก็แน่นอนละการที่เรามีข้อตกลง เช่นนั้น เราก็ยังมีข้อตกลงว่ายังจะมีการจัดตั้งชุดประสานงานชั่วคราวขึ้นมาเพื่อที่จะเจรจา เมื่อเกิดปัญหาในการทํางานต่อไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่น่ามีความวิตกกังวลกับเรื่องนี้ แล้วก็เชื่อมั่นว่าภายใต้ความร่วมมือ ภายใต้จุดยืนที่ต้องการจะเห็นสันติภาพเกิดขึ้น ระหว่าง ๒ ประเทศ ปรารถนาที่จะเห็นทั้ง ๒ ประเทศมีเขตแดนที่ชัดเจนร่วมกันในอนาคต ปัญหาเหล่านี้เปึนปัญหาเล็กน้อย เปึนเพียงระยะผ่านของการไปสู่ความสําเร็จเหล่านั้น ต้องกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณไพบูลย์ นิติตะวัน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ตอนแรกเหมือนกับจะติดขัดอะไรกันเล็กน้อยนะครับ แต่หลังจากนั้นการประชุมวันนี้ ก็ไปได้ด้วยความราบรื่น การประชุมแบบเป่ดเผยก็ดีไปอย่างครับ มีปัญหาอะไรเราก็คุยกัน เพื่อที่จะให้ประชาชนที่รับฟังก็เข้าใจแล้วก็จะได้หายขัดข้องหายสงสัย ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมอยากจะหารือผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือผมใคร่ครวญอยู่ตลอดว่า หากเราจะรับรองบันทึก ๓ ฉบับนั้น จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารับรองไปในประการที่สอง ก็คิดว่า หากไม่รับรองก็จะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทั้ง ๒ อย่างเมื่อทบทวนกันแล้วก็ยังพยายามมองไปว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะมีแค่ ๒ ประการ ไม่น่าจะมีเพียงแค่หากรับรองหรือไม่รับรอง ถ้ามีทางออก ทางอื่นให้ ผมคิดว่าน่าจะหาคําตอบได้ ก็คือการที่มีการให้มีการปรับปรุงหรือรับรองโดยมีเงื่อนไข เพื่อที่จะเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยส่วนรวมนั้น ผมคิดว่าน่าจะนํามาพิจารณา ฉะนั้น ผมขอเรียนท่านประธานว่าหากรับรองแล้วเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานครับ ในการประชุมทั้ง ๓ ครั้งนั้น ล้วนมีแต่เรื่องของการที่จะทําร่างข้อตกลงชั่วคราว ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา กับรัฐบาลไทยว่าด้วยเขตชายแดนพื้นที่ประสาทพระวิหาร ซึ่งเฉพาะเจาะจงนะครับ ร่างข้อตกลง อันนี้ทั้ง ๓ ฉบับมุ่งไปที่พื้นที่เดียว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นเปึนพื้นที่ที่ทราบกันอยู่แล้วว่ามีปัญหา ความขัดแย้งซึ่งไม่น่าจะได้ข้อยุติและตกลงกันได้เลย จะเห็นได้ว่าจากเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ซึ่งภาคประชาชนเรียกร้องให้ยกเลิกนั้น แต่ในส่วนตัวผม ผมเข้าใจครับผมไม่ได้เห็นว่าจะต้อง ยกเลิกเสียทีเดียวก็เข้าใจเจตนาดีของรัฐบาลในสมัยนั้นที่ทําเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ก็เห็นร่องรอย ที่ปรากฏอยู่ เช่นว่ามีเจตนาที่จะให้หลักเขตแดน ๗๓ หลักมีการปักปันที่ถูกต้องแล้วก็ มีการแก้ไขเขตแดนในส่วนนั้น เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เขียนมุ่งไปในเรื่องนี้ จึงระบุว่าให้ใช้แผนที่ ซึ่งเปึนผลงานการปักปันเขตแดนของ ๒ ฝ์าย ซึ่งในที่นี้คือแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งถ้าไปใช้ ตามเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ อย่างเคร่งครัดปัญหาไม่เกิดขึ้นหรอกครับ ก็คือทําเฉพาะ ๗๓ หลัก โดยใช้เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เรื่องราวก็คงจะไม่เกิดปัญหาอะไรในวันนี้ แต่ไม่ใช่อย่างนั้นครับ พอเกิดปัญหาขึ้นที่กรณีการที่รัฐบาลกัมพูชานําเอาปราสาทพระวิหารไปจดทะเบียนมรดกโลก จึงมีความพยายามที่จะขยายเขตของเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ออกมายังเขตปราสาทพระวิหาร ทั้งที่จริงแล้วไม่ควรเลย เพราะไม่ว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ดูในแบบใดก็ตาม การเขียนข้อกําหนด ต่าง ๆ นั้นก็เพื่อที่จะไปปักปันแก้ไขปัญหาตรง ๗๓ หลักซึ่งไม่ได้อยู่ในเขตปราสาทพระวิหารเลย แต่กลับกลายเปึนจัดอันดับใหม่ กลายเปึนทางฝ์ายประเทศกัมพูชาพยายามที่จะเรียกร้อง ให้มีการไปปักปันเฉพาะเขตปราสาทพระวิหาร โดยละเว้นหรือเลิกในการที่จะไปสนใจ ในการปักปันเขต ๗๓ หลักท่านประธาน นี่คือที่มาของปัญหา จะเห็นได้ว่าถ้าเมื่อสักครู่ ผมได้เรียนไปแล้วว่าหากรับรองจะเกิดอะไรขึ้น เพื่อที่จะนําไปสู่การที่ต้องทราบด้วยว่า หากไม่รับรองเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นผมพยายามจะหาทางออกฉะนั้นก็ขอลําดับไปรบกวนเวลา ท่านประธานสักเล็กน้อย ท่านประธานครับ ในร่างข้อตกลงชั่วคราวนั้น ไม่ว่าในการประชุมกี่ครั้ง ในวรรคสามก็จะเขียนว่ายืนยันอีกครั้งถึงสิทธิพันธกรณีภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนทางบกซึ่งหมายถึงเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ มีการยืนยันอีกครั้ง แล้วก็ ยืนยันถึงเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๖เห็นผลที่ใส่ไว้ ก็คือทางฝ์ายกัมพูชานั้นต้องการที่จะยึดโยง เรื่องของปราสาทพระวิหารขยายออกไปจากเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ตามเจตนารมณ์ จึงมีกําหนดไว้ในวรรคสาม ซึ่งผมอ่านแล้วในร่างข้อตกลงชั่วคราวนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้มองแล้วล้วนแล้วแต่เปึนการที่น่าจะยกร่าง โดยฝ์ายกัมพูชา ไม่ได้กล่าวหาทางฝ์ายกระทรวงการต่างประเทศประเทศไทยนะครับ เพราะว่าแต่ละเรื่องเห็นแล้วมีแต่เปึนประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากประเทศกัมพูชาทั้งนั้น นอกจาก วรรคสามแล้วยังในข้อ ๑ คู่ภาคีจะไม่คงกําลังทหารแต่ละฝ์ายในวัดแก้วสิขาคีรีสะวารา อันนี้เปึนผลประโยชน์ของใครครับ ก็เปึนผลประโยชน์ของฝ์ายกัมพูชา เพราะว่าการที่ คงกําลังทหารไว้นั้นก็จะทําให้สภาพของพื้นที่ดังกล่าวนั้นขัดกับหลักการของมรดกโลก แต่ก็ไม่เปึนไรครับ ทางฝ์ายเราก็ไม่ได้อยากจะคงไว้เช่นเดียวกันเพราะเกิดการตึงเครียด แต่วัตถุประสงค์หลักแล้วถ้าจะพบกันในทางที่จะเปึนไปได้ก็คือ ในข้อ ๑ ก็น่าจะต้องปรับปรุงว่า นอกจากไม่คงกําลังทหารแต่ละฝ์ายไปแล้ว ก็ควรจะระบุไปว่าให้ประชาชนที่บุกรุกเข้าไป ในเขตดังกล่าวให้ออกไปพร้อมกับรื้อสิ่งก่อสร้างทั้งหมดออกจากพื้นที่ ซึ่งเราแก้ไขเพิ่มเติม ในข้อ ๑ ได้ครับ เปึนสิ่งที่ผมเข้าใจว่าประชาชนไทยได้เห็นอย่างนี้ก็คงจะรับได้ แต่อย่างไร ก็ได้รับคําชี้แจงมาตลอดจากกระทรวงการต่างประเทศว่าเขาออกไปอยู่แล้วละครับ เพราะว่ามีข้อที่เขียนไว้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ตกลงกันนั้น ก็คือจะต้องมีการปรับสภาพให้เข้า ไปอยู่ในข้อ ๒ หรือข้อ ๓ นี่ละครับ ซึ่งจะยึดโยงไปยังเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ข้อ ๕ ท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่าถ้าท่านอ่านจริง ๆ แล้ว เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ในข้อ ๕ นั้น เขียนว่าหน่วยงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเหล่านั้นจะงดเว้นการดําเนินการใด ๆ ที่มีผลเปึนการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน ไม่ได้บอกตรงไหนว่า ประชาชนกัมพูชา ผมก็ว่าพอถึงเวลานั้นเขาก็เลี่ยงบาลีอีกแล้ว เขาก็บอกว่าก็ประชาชนเขาไป เขาไม่มีสิทธิที่จะไปห้ามปรามประชาชนเขา ดังนั้นก็เลยมีเหตุผลที่ไม่ใส่ลงไปในนี้หรืออะไร ก็สุดแล้วแต่ แต่สิ่งนี้เปึนสิ่งซึ่งทิ่มแทงจิตใจของคนไทย ถ้าเรามีกรณีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน ซึ่งก็มีกันทั้งโลกทุกประเทศ ถ้าพิพาทกันแล้วคู่กรณีก็ตกลงกันไม่ให้ใครไปอยู่ตรงที่พิพาทนั้น แล้วก็ค่อย ๆ พูดกันไป ผมคิดว่าเปึนหลักสากล แต่ถ้าพิพาทกันแล้วคู่กรณีฝ์ายหนึ่งเอาประชาชน เป่ดให้ประชาชนเข้าไปอยู่ แล้วก็ในขณะที่ประชาชนอีกฝ์ายหนึ่งเราเข้าไปไม่ได้เพราะกฎหมายเรา ไม่เป่ดให้ จะให้ประชาชนอีกฝ์ายหนึ่งเขาจะรู้สึกดีกับเรื่องนี้เปึนไปไม่ได้หรอกครับ ก็เลยฝากว่า ถ้าจะหาทางออกก็ควรจะหาในส่วนนี้ว่าทําอย่างไรจะปรับปรุงบันทึกข้อตกลงชั่วคราว ให้เปึนไปอย่างที่เรียนไว้ก็คือให้ประชาชนที่บุกรุกเข้าไปนั้นแล้วก็รวมทั้งมีสิ่งก่อสร้างต้องรื้อถอน ออกไป ซึ่งก็จะแลกเปลี่ยนกับการที่ไม่คงกําลังทหารไว้ก็เปึนประโยชน์ แล้วต่อมานะครับ ท่านประธาน ผมมีความรู้สึกว่าการขยายผลให้ข้อตกลงชั่วคราวดังกล่าวครอบคลุมไป โดยอ้างเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้นไม่เปึนธรรมครับ ไม่เปึนธรรมกับผู้ที่ทําเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เพราะว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอาแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เอาไปใช้กับพื้นที่ดังกล่าว เพราะทางประเทศไทยเราต่อสู้มาตลอดเวลาแล้วว่าในเขตพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารนั้น แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เปึนแผนที่ของประเทศฝรั่งเศสฝ์ายเดียวเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ตกทอด เปึนแผนที่ฝ์ายกัมพูชาฝ์ายเดียวเท่านั้น ดังนั้นการที่จะนําแผนที่ดังกล่าวมาใช้เพื่อที่จะปักปัน เขตแดนตรงบริเวณปราสาทพระวิหารนั้นเอามาอ้างอิงเปึนไปไม่ได้ครับ สิ่งที่จะเปึนไปได้ เหลืออยู่อย่างเดียวคือสนธิสัญญา แต่ถ้าเมื่อประเทศกัมพูชาอ้างแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งเปึนแผนที่ประเทศกัมพูชาเข้ามา เราก็มีศักดิ์และมีสิทธิที่จะอ้างแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ หรือที่เรียกว่าแอล ๗๐๑๗ (L ๗๐๑๗) เข้าเปึนหลักฐานที่ประกอบด้วย อันนี้เปึนหลักทั่วไป ในเมื่อเรามีปัญหาเรื่องเขตแดนหรือพื้นที่ ถ้าเปึนประชาชนธรรมดากับเพื่อนบ้านมีปัญหากัน ก็จะเอาโฉนดมาเพื่อที่จะนําเสนอให้อีกฝ์ายเห็นว่าที่ตัวเองถือครองอยู่นั้นเปึนเพราะโฉนด มันเขียนไว้อย่างนี้ แล้วฝ์ายโน้นก็เอาโฉนดมาดูกันแล้วให้คนกลางมาดูร่วมกันหรืออะไร ก็สุดแล้วแต่ แต่ ณ ข้อตกลงตอนนี้ฝ์ายไทยเราเสียเปรียบอย่างยิ่ง เพราะเราใช้แต่แผนที่ ประเทศกัมพูชาอยู่อย่างเดียว แล้วก็ไม่เข้าใจนะครับว่าแผนที่ของประเทศไทย ๑ : ๕๐,๐๐๐ ซึ่งใช้ติดต่อกันมาหลายสิบป้เปึนแผนที่แห่งชาติ ไม่ทราบศักดิ์หรือสิทธิหรือศักดิ์ศรีไม่มีเลย ไม่สามารถเปึนหลักฐานใด ๆ ที่เอาไปใช้ แต่ผู้ชี้แจงบอกว่ามีอยู่ครับ มีข้อความหนึ่งในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ คือบอกว่าเอกสารอื่น ๆ แผนที่ของประเทศไทยเปึนเอกสารอื่น ๆ ผมก็รู้สึกว่าไม่เปึนธรรมอย่างยิ่ง เพราะว่าประเทศไทยเรา ใช้แผนที่ของเราพิทักษ์ดินแดนของเราโดยเขตแดนมาตลอด แต่กลับกลายเปึนเอกสารอื่น ๆ ในเอ็มโอยูที่เราลงนามกับต่างชาติ แต่ถ้าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ จํากัดเฉพาะเขตหลัก ๗๓ หลักนั้นผมไม่ว่า แต่ถ้าท่านขยายออกมา มาคลุมปราสาทพระวิหารนั้น ผมคิดว่าสิ่งนี้ เปึนปัญหา ฉะนั้นผมได้นําเสนอ ท่านประธานครับ หากรับรองแล้วจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ก็คือกลายเปึนแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ขยายผลออกมานอกพื้นที่ เปึนเจตนารมณ์ของเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ จะทําให้เท่ากับเรารับรองแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งเปึนของฝ์ายกัมพูชาฝ์ายเดียว โดยเราต่อสู้มาตลอดตั้งแต่ก่อนป้ ๒๕๐๕ กลายเปึนเรา มายอมรับกันในสภาแห่งนี้ในป้ ๒๕๕๓ ท่านประธานเรื่องนี้เรื่องใหญ่ ผมคงต้องคัดค้าน เรื่องนี้อย่างเต็มที่ แล้วผมไม่เห็นมีปัญหาอะไรถ้าเกิดเรารับรองในหลาย ๆ เรื่องเกี่ยวกับ การประชุมของเจบีซีนั้น ส่วนใหญ่ผมเห็นด้วยหมด เพราะว่าประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องมี การปักปันเขตแดน มีการเจรจากันเห็นด้วยทุกประการ แต่เปึนเพียงแค่ทําอย่างไรเราจะเจรจา ในส่วนที่คิดว่าได้ความถูกต้องหรือได้ข้อยุติที่ไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกขึ้นในประเทศไทย เสียเอง ปัจจุบันนี้ถ้าเราไปเอาใจทางฝ์ายกัมพูชา เราจะแลกกับการแตกแยกภายในชาติ ผมคิดว่าเอาคนในชาติไว้ก่อนน่าจะดีกว่า แล้วก็ถ้าอย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วยก็ฝากเรียนว่า ผมไม่คัดค้านอย่างหัวชนฝาในเรื่องความเห็นในวันนี้ ผมไม่คัดค้านอย่างหัวชนฝา แต่ผมขอท่านช่วยคิดหาทางออกในการปรับปรุงอีกสักหน่อยหนึ่ง แล้วมันจะเกิดประโยชน์ทั้งต่อระยะสั้นและระยะยาว ถ้าเกิดมีการปรับปรุงขึ้นได้ ผมเชื่อว่า การพิจารณาของรัฐสภาแห่งนี้ก็จะถือว่าเปึนการทําหน้าที่ที่ถูกต้อง คือไม่ใช่ไม่เอาอยู่ท่าเดียว ไม่ใช่ แต่ไม่ใช่อนุมัติลูกเดียวเปึนตรายาง ก็ไม่ใช่เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมเชื่อ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนที่เข้าใจเรื่องอะไรต่าง ๆ แล้วก็รักชาติ อย่างยิ่งนะครับ อย่างไรขอท่านนายกรัฐมนตรีอยู่อย่างหนึ่งว่าศักดิ์ศรีเราก็ต้องมี การที่มี น้ําใจกับประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องมี ผมก็หวังในการพิจารณาที่จะหาแนวทางออกร่วมกัน โดยการที่ไม่ใช่เลือกแนวทางที่ ๑ ก็คือคัดค้านหรือแนวทางที่ ๒ ก็ให้ความเห็นชอบไป โดยไม่สนใจอะไร ผมขอแนวทางที่ ๓ ช่วยปรับปรุงเพื่อเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ ขอฝากท่าน ขอพระคุณอย่างยิ่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ มีท่านรสนา ท่านเลิศรัตน์ ท่านอสิ ท่านจิตต์ ตามลําดับ ถ้ารวบรัดหน่อยก็จะเปึนพระคุณ เชิญท่านรสนาครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันเองก็มีความเห็นร่วมกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้พูด ไปก่อนหน้านี้แล้ว ดิฉันคิดว่าดิฉันก็ไม่อยากจะขยายเนื้อหามากจนเกินไป ดิฉันคิดว่า สิ่งที่อยากจะให้ท่านประธานฝากกราบเรียนไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี รวมทั้งท่านรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศว่าในเรื่องของบันทึกข้อตกลงชั่วคราวนี้ ถ้าจะให้สภารับรอง ดิฉันอยากจะให้ท่านทําความชัดเจนต่อรัฐสภา อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดถึง เรื่องกรณีนี้ในรายการทีวี เกี่ยวกับเรื่องของเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับกรณี ที่มีปัญหาในเรื่องของเขตแดนนั้น ท่านนายกรัฐมนตรียืนยันว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ใน ๑ ค นั้น ไม่ได้รวมแผนที่ระวางดงรัก แอนเนคซ วัน แต่ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศนั้น อาจจะเข้าใจแตกต่างกัน ดิฉันเองอยากขอให้ท่านทําความชัดเจนต่อรัฐสภาว่าในกรณีเรื่องเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้น ไม่ได้รวมระวางดงรักหรือแผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งถ้าหากว่าทําให้เกิดความเข้าใจ อย่างชัดเจนตรงนี้ได้ แล้วก็ปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ว่าท่านรัฐมนตรีเข้าใจอย่างหนึ่ง เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศแล้วก็รวมทั้งประธานเจบีซีเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่ง ดิฉันคิดว่าเกิดปัญหาแล้วก็การเมืองเราเปลี่ยนแปลง แต่ว่าข้าราชการประจํานั้นยังคงอยู่ ถ้าหากไม่ได้ทําให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในอนาคตก็จะเกิดปัญหาขึ้นมาอีก ซึ่งดิฉันเอง อยากจะขอให้ท่านทําความเข้าใจในเรื่องนี้ แล้วก็ในกรณีที่มีการพูดถึงในข้อที่ ๑ ในเรื่อง ของการถอนทหารนั้น ดิฉันคิดว่าในหลายส่วนมันพัวพันไปกับกรณีเรื่องของแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ อย่างแน่นอน เพราะว่าเอกสารที่ดิฉันได้รับระเบียบวาระการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาพูดไว้ชัดเจนว่าที่จําเปึนจะต้องให้มีการรับรองโดยรัฐสภาเกี่ยวกับบันทึกที่ได้ ตกลงกันไว้นี้ เพราะว่าจะส่งผลกระทบต่อกรอบของคณะกรรมการมรดกโลกด้วย เพราะว่า ประเทศไทยได้คัดค้านแผนบริหารจัดการของประเทศกัมพูชาในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เปึนมรดกโลก โดยประเทศไทยต้องการรอให้มีการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชาในกรอบเจบีซีให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เพราะฉะนั้นข้อตกลงชั่วคราวที่จะผ่านการรับรอง ตรงนี้ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญแล้วก็พัวพันไปถึงประเด็นในเรื่องของพื้นที่และเขตแดน เพราะว่าในกรณีที่ทางกัมพูชาได้นําเอาปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเปึนมรดกโลกนั้น ดิฉันคิดว่าโดยปกติแล้วการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจะต้องมีส่วนที่เรียกว่าไข่แดงหรือตัวองค์ประธาน แล้วก็มีส่วนที่เปึนไข่ขาวหรือตัวพื้นที่โดยรอบ ทีนี้ในพื้นที่โดยรอบนั้นต้องบอกว่า ในส่วนที่เปึนไข่ขาวหรือในพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรนั้นเปึนพื้นที่ของประเทศไทย แล้วก็ ประเทศกัมพูชาเองไม่เคยพูดว่าตรงจุดนี้เปึนพื้นที่ทับซ้อนมีแต่เพียงฝ์ายไทยเท่านั้นเอง ที่เราเรียกพื้นที่ตรงนี้ซึ่งเปึนพื้นที่ของเราเปึนพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งอันนี้ทําให้เกิดความสับสน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศจะต้องทําเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่าในกรณีการที่จะตกลงในเรื่อง ข้อตกลงชั่วคราวนั้นจะรับรองตามเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้นจะต้องไม่รวมถึงแผนที่ ๑ : ๒๐๐๐๐๐ เพราะถ้าหากเราใช้แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ นั้น พื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรนั้นจะกลายเปึน พื้นที่ของประเทศกัมพูชา เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ดิฉันคิดว่าการที่ทางคณะกรรมการมรดกโลกนั้น จะให้ประเทศ ๗ ประเทศมาร่วมกันจัดการพื้นที่ตรงนี้เปึนสิ่งที่ไม่สมควรอยู่แล้ว เพราะว่า มันเปึนพื้นที่ของประเทศไทย แต่เราจะยอมให้ประเทศอื่นนั้นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ ของเรานั้นดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าหากว่าเราไม่ทําความชัดเจนตรงจุดนี้ให้ดี ก็จะกลายเปึนว่าการไปรับรองในเรื่องของบันทึกข้อตกลงที่ผ่านมาและรวมทั้งข้อตกลงชั่วคราว ที่ได้ร่างขึ้นมานั้นเพื่อจะทําให้มีการปฏิบัติต่อไปนั้น ก็จะทําให้เกิดปัญหากับเราในระยะยาว ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งนี้ดิฉันเองก็เห็นด้วยอย่างที่ท่าน ส.ว. ไพบูลย์ได้พูดถึงนะคะว่าดิฉันเอง ที่จริงเมื่อการประชุมครั้งแรกเมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ทั้ง ๒ กรอบนี้ดิฉันลงมติไม่เห็นด้วย แต่ดิฉันเองก็หวังว่าดิฉันไม่ต้องการที่จะยืนยันสิ่งนี้จนตลอดไปว่าเราจะคัดค้านหัวชนฝา แต่ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ทางรัฐบาลจะทําได้ก็คือทําความชัดเจนในเรื่องนี้ แล้วก็ในข้อที่ ๑ ในข้อตกลงชั่วคราวนั้นที่บอกว่า ให้มีการถอนทหารทั้ง ๒ ฝ์ายออกไป ดิฉันคิดว่าควรจะ รวมไปถึงในเรื่องของการถอนพื้นที่ที่ประชาชนชาวกัมพูชาเข้ามาอยู่ด้วย ซึ่งถ้าหากว่า เราถอนทั้งหมดออกไปให้เหมือนกับพื้นที่ตรงนั้นเปึนส่วนที่เราเรียกว่า โนแมนสแลนด์ (No mans land) คือเปึนพื้นที่ที่ไม่มีใครเข้ามาอยู่ตรงจุดนี้ แล้วก็ตกลงกับทางกัมพูชา ให้เรียบร้อยว่าในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้นไม่ได้รวมแผนที่ระวางดงรักหรือแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ทางประเทศกัมพูชาอ้างอยู่เสมอนั้น ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ก็จะทําให้เกิดความง่ายขึ้น ถ้าหากว่ารัฐบาลสามารถที่จะชี้แจงเรื่องนี้ อย่างชัดเจนให้กับรัฐสภาได้ทราบว่าความเข้าใจที่ท่านพูดในทีวีนั้นเปึนสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง โดยท่านรับรองในรัฐสภา ดิฉันคิดว่าดิฉันก็จะพิจารณาในการที่จะลงความเห็นรับรองในเรื่องนี้ แต่ถ้าหากว่าไม่มีการทําให้เกิดความชัดเจนว่าระวางดงรักนั้นไม่ได้รวมอยู่ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ และเปึนความเข้าใจร่วมกันระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้จะเกิด ปัญหากับประเทศไทยที่เราจะเสี่ยงต่อการที่เราจะสูญเสียดินแดนของเรา และดิฉันคิดว่า ถ้าหากเราใช้แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ นั้นจะไม่ได้เสียเฉพาะพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหารเท่านั้น แต่มันจะรวมไปถึงพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ซึ่งประเทศกัมพูชาเอง ก็ได้มีการเรียกร้องว่าแม้แต่ตาเมือนธมในแถบพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์นั้นก็เปึนพื้นที่ ของเขาด้วยนะคะ แล้วก็อาจจะรวมไปถึงพื้นที่ชายฝัืงทะเล รวมไปถึงพื้นที่ทะเล ซึ่งยังเปึน ประเด็นที่ต้องทําความเข้าใจว่าพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลนั้นอยู่ในส่วนไหน เขตไหน เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าการที่เราเริ่มต้นติดกระดุมเม็ดที่ถูกต้องจะทําให้เราสามารถใส่เสื้อที่ติดกระดุม อย่างเรียบร้อย แต่ถ้าหากว่าเรารีบเร่งโดยทําให้เกิดความคลุมเครือติดกระดุมผิดเม็ดแล้ว ดิฉันคิดว่ามันก็จะเสียหายไปตลอดสายด้วยนะคะ ด้วยเหตุนี้ดิฉันคิดว่าดิฉันก็อยากจะขอ ฟังคําชี้แจงที่ชัดเจนของท่านนายกรัฐมนตรี รวมทั้งท่านรัฐมนตรีกษิต ภิรมย์ ด้วยว่า ท่านได้ทําความเข้าใจทั้งกับข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งกับเพื่อนของเรา ที่เปึนชาวกัมพูชา เราเองยินดีอยู่แล้วที่เราจะต้องติดต่อกับเพื่อนบ้านด้วยสันติวิธี เอื้อเฟุ๋อ เผื่อแผ่กัน แต่ดิฉันคิดว่าในเรื่องของดินแดนนั้นก็เปึนประเด็นที่มีความอ่อนไหว แล้วก็ เปึนประเด็นที่จะสร้างความขัดแย้งภายในประเทศไทยเราด้วย ถ้าหากท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดนี้จะทําให้เกิดความชัดเจนตรงนี้ขึ้นมาได้ ดิฉันคิดว่าก็จะเปึนผลดีกับประชาชน ของประเทศไทย แล้วก็รวมทั้งความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านของเราคือประเทศกัมพูชา ไม่ใช่เพียงแต่ว่าเราต้องการที่จะพูดถึงภาษาทางการทูตเพียงอย่างเดียว แล้วก็ทําให้เรื่องนั้น เกิดความคลุมเครือ แล้วก็มาเกิดปัญหากันอีกในภายหลัง เพราะฉะนั้นคิดว่า ณ วันนี้ เปึนโอกาสอันดี เนื่องจากว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้นก็ทําในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เช่นเดียวกัน ปัจจุบันนี้เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มาเปึนรัฐบาลดิฉันคิดว่าท่านควรจะทํา ความชัดเจนของเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ซึ่งท่านก็ได้ทําเมื่ออดีตที่ผ่านมาให้เกิดความชัดเจน มากขึ้น ซึ่งถ้าหากเกิดความชัดเจนในเรื่องนี้แล้วดิฉันเชื่อว่ารัฐสภาก็คงยินดีที่จะเห็นร่วมด้วย ในส่วนนี้ แต่ถ้าหากว่าไม่มีความชัดเจนและทําให้เกิดความเสี่ยงกับการที่ประเทศไทย จะเสียในเรื่องของดินแดนและผลประโยชน์อื่น ๆ ดิฉันเองก็คงจะต้องไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ต่อไป ดิฉันก็คงขอฝากความห่วงใยแล้วก็ข้อเสนอแนะมาถึงท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีกษิต ภิรมย์ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเลิศรัตน์ รัตนวานิช ครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาสกระผมอภิปรายในเรื่อง ที่มีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนและต่อชาติบ้านเมือง คือเรื่องของบันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี แล้วต้องขอบพระคุณผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านได้ให้ความสําคัญกรุณามารับฟังด้วยตัวเองนะครับ ก็พยายาม จะหลีกจากประเด็นที่เพื่อนสมาชิกทั้งสองสภาได้อภิปรายไปกันพอสมควร และจะใช้เวลา ให้น้อยที่สุดครับท่านประธาน

ประเด็นแรก ผมดีใจ ผมเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะแก้ไขปัญหาเขาพระวิหาร ได้อย่างไร ผมบอกว่าสิ่งแรกจะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้นําทั้ง ๒ ฝ์ายก่อน ซึ่งวันนี้ทิศทางนั้นก็เกิดขึ้น มีการพบปะกันของท่านนายกรัฐมนตรีทั้ง ๒ ฝ์าย ๒-๓ ครั้งแล้ว มีการส่งทูตกลับไปทําหน้าที่ที่สมควรจะทํา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้การแก้ปัญหาชายแดน ที่ผ่านมายาวนานของประเทศไทย ไม่ว่าจะกับประเทศกัมพูชาหรือกับประเทศอื่น ๆ สิ่งที่สําคัญคือการที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะว่าปัญหาชายแดนนั้นเปึนปัญหา ที่ยากมากนะครับไม่ใช่ว่าเฉพาะของเราเท่านั้น แต่ทุก ๆ ประเทศการแก้ปัญหาชายแดน จึงนับว่าเปึนเรื่องที่สําคัญ

ประเด็นถัดไปที่อยากจะเรียนคือประเด็นในเรื่องของผลการประชุมเจบีซี ทั้ง ๓ ครั้งที่มีการกล่าวถึงการยอมรับการใช้เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้เปึนห่วงว่าเท่ากับเปึนการยอมรับแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรักไปด้วย ประเด็นนี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าทางผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านวศิน ธีรเวชญาณ ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ซึ่งเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและเปึนประธาน คณะเจรจาเจบีซี และคณะของท่าน ท่านอธิบดี ตลอดจนท่านเลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ แล้วทางฝ์ายเทคนิคคือฝ์ายทหารได้ไปชี้แจงต่อวิปของวุฒิสภา เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เราใช้เวลากว่า ๒ ชั่วโมงผมก็อยากจะถ่ายทอดบางสิ่งบางอย่าง ให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่าผมเชื่อในความรักชาติ รักผืนแผ่นดินไทยของทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ทุกคนในกระทรวงการต่างประเทศ หรือท่านวศินเอง วันนั้นท่านถึงกลับบอกว่าท่านเอาชีวิตเปึนเดิมพันว่าท่านมีความบริสุทธิ์ใจ ในการทํางานและรวมถึงเจ้าหน้าที่ทั้งฝ์ายทหารและฝ์ายกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทํางานอยู่ ประเด็นก็คือว่าทําไมการเจรจาทั้ง ๓ ครั้งฝ์ายไทยจึงยอมให้มีคําพูดในการยอมรับ เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เพราะประเด็นนี้เปึนประเด็นที่สําคัญที่ต้องชี้แจงทําความเข้าใจ กับเพื่อนสมาชิก ผมเสียดายมากและเสียใจมากที่วันนี้มีคนที่จะรับฟังการชี้แจงของฝ์ายรัฐบาล อยู่เพียงไม่กี่สิบคน แล้วถ้าเกิดเราจะใช้วิธีเสียงข้างมากลากไป วันหนึ่งที่ถ้าเป่ดประชุม ในครั้งต่อไปท่านก็จะทําให้มีการโหวตแบบที่ท่านใช้มาทุกครั้ง พอองค์ประชุมครบแล้วก็ จะโหวตชนะ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่อยากให้เปึนเช่นนั้น อยากให้ทุกคนโหวตด้วยความเข้าใจว่า ทําไมรัฐบาลจึงเห็นควรที่จะให้การยอมรับบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ครั้ง ในขณะที่มีสมาชิก กลุ่มหนึ่งตั้งปัอมค้าน เขาบอกว่าไม่ใช่หัวชนฝา ผมว่ายิ่งกว่านั้น เพราะฉะนั้นจึงต้องอธิบาย ทําความเข้าใจกันอย่างชัดเจนกับเพื่อนสมาชิกทั้งหมดก่อนที่เขาจะลงคะแนน ไม่ใช่ว่า มาฟังกันแค่ ๑๐ กว่าคน และท่านประธานก็เรียกประชุมครั้งต่อไปแล้วก็โหวต ทุกคน ก็โหวตตามสัญญาณที่ประธานวิปส่งมา อันนี้จะเกิดความเสียหายมาก ผมคิดว่าเราพอจะพูด ชี้แจงกันได้ ๒ ชั่วโมงกว่าที่ทางท่านวศินเอง ท่านเลขานุการรัฐมนตรี ผู้แทนฝ์ายทหาร คือท่านรองเจ้ากรมแผนที่ทหารได้มาชี้แจงกับพวกเรามีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ผมไม่คิดว่า คนเหล่านี้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกของผมพูดว่าทําไมเขาต้องอินคลูด (Include) ทําไมเขาต้องเอาเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ยอมให้ทางฝ์ายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศกัมพูชากล่าวอ้างอิงว่าเปึนส่วนหนึ่งของบันทึกการประชุมหรือของข้อตกลง ที่เรียกว่าโปรเฟสชันนัล อะกรีเมนท์ (Professional agreement) ข้อตกลงชั่วคราวอันนี้ ท่านเหล่านี้ต้องมีเหตุและผล อย่างน้อยที่สุดอาจจะเปึนที่ว่าถ้ามันไม่ใส่ไปแล้วมันเดินหน้าไม่ได้ แล้วใครได้อะไร แล้วประเทศเราได้อะไร เพราะฉะนั้นท่านต้องชี้แจง ผมคงไม่ทําหน้าที่ ชี้แจงแทนท่านวศิน แทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงการพิจารณา ของฝ์ายเทคนิคคือฝ์ายทหารก็ได้ยืนยันอย่างชัดเจนนะครับว่าเมื่อดําเนินการถึงขั้นปักปัน เขตแดนแล้ว มิใช่ว่าเราจะยอมรับเอา ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ มาจับแล้วก็ว่าไปตามนั้น จริง ๆ แล้ว ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ก็ไม่สามารถนําไปใช้อ้างอิงในการปักปันเขตแดนได้เพราะมันมองไม่เห็นอะไร มันต้องมีการดําเนินการในขั้นต่อไป ถ้าเราอ่านในโปรเฟสชันนัล อะกรีเมนท์ หรือข้อตกลงชั่วคราว ในข้อ ๕ ก็เขียนไว้ที่เปึนประโยชน์แก่ฝ์ายเราคือว่า กว่าวไว้ว่าข้อตกลงนี้จะไม่กระทบต่อสิทธิ ของทั้ง ๒ ฝ์ายเกี่ยวกับการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนในกรอบของเจบีซี และท่าทีทางกฎหมายของแต่ละฝ์าย วันนั้นเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงได้พยายามพูดให้พวกเรา เข้าใจว่าไม่ว่าทางกัมพูชาจะเข้าใจต่อเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ อย่างไรต่อกรณีของแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรัก แต่สิ่งที่เปึนท่าทีของคณะปักปันฝ์ายไทยก็คือว่าเราไม่ยอมรับการดําเนินการ ตามแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ไทยกับอินโดจีนทําไว้ แต่เรายังยืนยันในเรื่องของสันปันน้ํา เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อาจจะเปึนแนวทางที่ทางฝ์ายเจบีซีได้ดําเนินการไป เพราะว่าอย่างไร เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ มันก็เปึนเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ จะเปึนป้หน้าหรืออีกสองป้จากวันนี้มันก็ยัง เปึนเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ อยู่ จะไปบอกว่าห้ามเอามาเขียนไว้มันก็คงไม่ได้ คนที่ไปเซ็นวันนั้น ก็เปึนคนที่มีตําแหน่งแห่งที่ ส่วนจะตีความกันอย่างไรก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ จึงอยากจะเดินหน้าเพื่อให้การสํารวจและการจัดทําหลักเขตแดนมันเดินไปได้ ส่วนมันจะ เดินไปจนถึงมีหลักหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือแนวทางที่คณะกรรมการได้ชี้แจงต่อเรา แต่เขายืนยัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าเขารักชาติและรักผืนแผ่นดินไม่น้อยกว่าสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วเขาก็มีแนวทางในการที่จะทํางานอยู่ ผมก็อยากจะเสนอแนะ ทางรัฐบาลว่าขอให้ชี้แจงให้ชัดเจน จะเปึนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่าทางเจ้าหน้าที่ ทางกรมแผนที่ทหาร ทางท่านวศินซึ่งเปึนประธานเจบีซี ชี้แจงกับสมาชิกทั้ง ๒ สภาให้มากกว่านี้หน่อย แล้วก็ให้พวกเราตัดสินใจว่าเราเห็นสมควร ไหมที่จะรองรับหรือรับรองผลการประชุมทั้ง ๓ ฉบับนี้

อีกประเด็นหนึ่ง การประชุมจีบีซีที่เรายังไม่พูดถึงนี่เราจะเก็บไว้เปึนการประชุมลับ ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนเมษายน ๒๕๕๒ หลังจากการประชุมครั้งที่ ๓ ของจีบีซี เจบีซี คือ เจเนรัล บอเดอร์ คอมมิที (General Border Committee) คณะกรรมการชายแดนไทย ทั่วไปซึ่งมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านนี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านคือ ท่านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปึนประธานนี่ได้ไปประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมของประเทศกัมพูชา แล้วก็ได้รับรองบันทึกการประชุมที่ดําเนินการ ขึ้นโดยเจบีซีว่าเห็นชอบตามนั้น เพราะฉะนั้นมันก็ลิ้งค์ (Link) มันก็เกี่ยวโยงกันอยู่ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเราผมก็เชื่อว่าท่านก็มีทีมงานที่เฉลียวฉลาด แล้วท่านก็คงรักผืนแผ่นดินไทยมากที่สุดคนหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า เพื่อให้ทุกอย่างเดินไปได้ ผมเองรู้ว่าพูดยากมาก เพราะคนที่เขาต่อต้าน ๓ จังหวัดนี้ อาจจะมองว่าผมไม่ค่อยรักชาติไม่เคยรักผืนแผ่นดิน แต่ผมคิดว่าบ้านเมืองจะต้องเดินไป ยิ่งกับเพื่อนบ้านแล้วนี่ ถ้าไม่พูดกันแล้วจะเอาอะไร มันก็ต้องพูดกัน เมื่อจะพูดกันมันก็ต้อง มีวิธีการมีกระบวนการ มีการที่จะเดินไปข้างหน้าได้ นี่อาจจะเปึนแนวทางที่คณะกรรมการ เจบีซียอมให้ทางฝ์ายประเทศกัมพูชาเขียนเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ไว้ในโปรวิชันนอล อะกรีเม้นท์ (Provisional Agreement) คือข้อตกลงชั่วคราว แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะยอมรับทุกสิ่งที่เราเปึนห่วง หรือที่บางท่านเปึนห่วง ผมเชื่อว่าทุกคนก็มีแนวความคิดที่จะไปทํางานต่อ อย่างที่เรา ได้ฟังมาประมาณ ๒ ชั่วโมง ก็คงจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าอยากให้ ทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่ก่อนที่จะมีการลงคะแนน อย่าใช้สัญญาณจาก ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลเพื่อให้ลงมติผ่านทั้ง ๓ หลักการนี้ไป ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไป ท่านอสิ มะหะมัดยังกี เชิญครับ รวบรัดหน่อยครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สตูล 🔗

เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมเองก็เปึนหนึ่งในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ก็ได้รับทราบในเรื่องเกี่ยวกับไทย-เขมรหลายครั้งในที่ประชุมของ คณะกรรมาธิการ และเมื่อได้อ่านบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ทั้ง ๓ ฉบับ ผมก็มีความเห็นว่าทั้ง ๒ ฝ์ายมีความเห็นที่จะแก้ปัญหาโดยสันติวิธี หลีกเลี่ยง สงคราม แล้วก็มีความอดทนอดกลั้น แต่ทั้งนี้การตัดสินเขตแดนทั้งหลาย ๆ เรื่องที่เกิดขึ้น มันก็ต้องอยู่ที่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายครับ ในเรื่องของเขาพระวิหารในข้อกฎหมายนี้ได้ตัดสินไปแล้วว่าเปึนของเขมร แต่รอบ ๆ เปึนของไทย แต่ในข้อเท็จจริงไทยอาจจะไม่ยอมรับว่าเปึนของไทยมาเปึนเวลาช้านาน เปึนสิบป้เปึนร้อยป้แล้ว แต่ในเรื่องเขตแดนอื่น ๆ ข้อกฎหมายก็คือตรงไหนเปึนเขตแดน ก็เปึนส่วนหนึ่งของการกําหนดเขตแดนไทย-กัมพูชา แต่ข้อเท็จจริงก็คืออาจจะมีหลายคน ไม่ทราบว่ามีการย้ายเขตแดนไปมาระหว่างคนไทยกับกัมพูชา เวลาเราเผลอเขาก็ยก เขตแดนเข้ามา เวลากัมพูชาเผลอเราก็ยกเข้าไปเหมือนกัน อันนี้มันไม่ใช่กีฬานะครับ แต่ว่ามันเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นจริงซึ่งเขตแดนความจริงก็ไม่เบา หนักนะครับ แต่ก็มีการย้าย ไปมาอยู่ตลอด นี่เปึนเรื่องจริงนะครับ ทีนี้เราก็ต้องตระหนักว่าการรักษาความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้านเปึนสิ่งสําคัญครับ ผมอยู่ชายแดนถึงแม้ว่าจะเปึนชายแดนมาเลเซีย แต่ก็ตระหนักดีกว่าถ้าเกิดสงครามแล้วจะเกิดความลําบากยากแค้นกับประชาชน เปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่หาเช้ากินค่ําจะไม่มีกินครับ ทหารบาดเจ็บล้มตาย สงครามโลก ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ ก็เปึนตัวอย่างที่ชัดเจนว่ามันไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก อาจจะมีบางคนว่าเปึนการลดประชากรของโลกโดยอัตโนมัติ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการลด ประชากรโลกโดยวิธีนี้ครับ หรือถ้ามีผู้นําประเทศเพื่อนบ้านประเทศใดก็ตามอาจจะขาด วุฒิภาวะ อาจจะขาดวัฒนธรรม ขาดมารยาทไปบ้าง เราก็จําเปึนที่จะต้องไม่ตามเขา ในการขาดวุฒิภาวะ เราตอบโต้อย่างมีวุฒิภาวะ ไม่อย่างนั้นจะมีการบันทึกไว้ใน ประวัติศาสตร์ครับว่าเมื่อเขาขาดวุฒิภาวะมา เราขาดวุฒิภาวะไป มันเสียหาย แก่ประเทศชาติเปึนอย่างยิ่ง และเสียหายอย่างมากต่อตัวผู้นําเอง ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทําไปมาตลอดถูกต้องแล้วเปึนการทําอย่างที่ มีวุฒิภาวะครับ เรื่องการรักษาความลับของประเทศชาติ แน่นอนครับทุกประเทศในโลกนี้ จะต้องมีความลับ ไม่มีประเทศใดหรอกครับที่เป่ดเผยไปหมด อันนี้ก็ไม่ลับ อันนี้ก็เป่ดเผย หมด มีการออกทีวีเพื่อปลุกระดมความรักชาติ นี่เปึนการรักชาติที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น การรักชาติมันต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีนี้ ทั้ง ๒ ประเทศเปึนหลักไม่ใช่ว่าประเทศใดประเทศหนึ่ง ความสามัคคีของคนในประเทศ ของประชาชนและพรรคการเมืองมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่งครับ ถ้าคนในชาติ พรรคการเมืองรักชาติอย่างแท้จริง ไม่ได้ทําเพื่อพรรคพวกหรือคนใดคนหนึ่งประเทศชาติ ไปรอดปลอดภัย แต่ถ้าไม่เช่นนั้นประเทศชาติก็จะลําบาก ในขณะเดียวกันวัฒนธรรม ของคนในแต่ละชาติก็ไม่เหมือนกันครับ ท่านประธานอาจจะเกิดทันสมัยราวี เดชาชัย จรวดทัพฟัา เวลาเชียร์ (Cheer) นี่เชียร์ ราวี ราวี ราวีตลอดเลยครับ แต่เดี๋ยวนี้คนไทย ไม่ราวีแล้วครับ แต่ผมคิดว่าบางประเทศอาจจะราวีอยู่ มันก็ช้าล้าหลังเราไป ๒๐-๓๐ ป้ เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจครับว่าอีก ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ข้างหน้าเขาคงไม่ราวีเหมือนกับเรา เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องที่เราจะต้องมีสติ เพราะว่าวัฒนธรรมของแต่ละชาติไม่เหมือนกัน วุฒิภาวะ ความรู้ การรักชาติอย่างมีสติมันไม่เหมือนกัน และที่ผมคิดว่าเราจะต้องตระหนักถึง การวางแผนล่วงหน้าของนักล่าอาณานิคมในสมัยก่อนครับ นักล่าอาณานิคมในสมัยก่อน ต้องการให้เกิดปัญหาหลาย ๆ อย่างในหลายประเทศ ผมยกตัวอย่างแมคมาฮอน ไลน์ (McMahon Line) ซึ่งทําให้เกิดปัญหาระหว่างจีนกับอินเดีย เพราะว่าหาแมคมาฮอน ไลน์ ไม่เจอว่ามันอยู่ตรงไหน จีนรุกล้ําเข้าไปในอินเดีย อินเดียรุกเข้าไปในจีนเกิดสงคราม บาดเจ็บล้มตายกันเปึนจํานวนมาก ในที่สุดต้องมีการเจรจาสงบศึกครับ เพราะว่าอันนี้ เปึนการวางยาไว้ครับ ผมยืนยันนะครับว่าทุกอย่างมันไม่ชัดเจนและทําให้เกิดปัญหา ในภายภาคหน้าเหมือนกับเขาพระวิหารก็เหมือนกันครับ แคชเมียร์คน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนชาวมุสลิม แต่ว่าไปตั้งกษัตริย์เปึนชาวฮินดูเกิดปัญหาจนถึงวันนี้ครับ เกิดปัญหา ระหว่างปากีสถานกับอินเดีย ก็เนื่องจากว่าการตั้งผู้ปกครองประเทศซึ่งไม่ใช่ตัวแทนของ คนส่วนใหญ่ของประเทศ นี่คือการวางแผนของนักล่าอาณานิคมทั้งสิ้นครับ เขาพระวิหาร มีอย่างที่ไหนครับ เขาพระวิหารนี่เปึนของเขมร ของกัมพูชา แต่รอบ ๆ เปึนของไทย บางคนคิดว่านี่คือการตัดสินที่โง่เง่า แต่แกล้งโง่ครับ จริง ๆ ไม่ได้โง่การตัดสินอย่างชาญฉลาด ในระยะต่อมาในอีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ข้างหน้าจะเกิดปัญหาขึ้นมา คือการวางแผนของ นักล่าอาณานิคมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ ประเทศจะต้องมีสติที่จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน ต้องเข้าใจครับว่านี่คือการวางแผนล่วงหน้า ถ้าไทยรบกับกัมพูชาเมื่อไรมันก็เข้าทาง ของผู้วางแผน เพราะฉะนั้นการเจรจาอย่างมีสติเพื่อให้ได้ประโยชน์ร่วมกันเปึนเรื่องสําคัญ เปึนอย่างยิ่ง อย่าให้ตกไปเปึนเหยื่อของนักล่าอาณานิคมในอดีตครับ ผมก็คงมีเรื่องที่จะอภิปรายเพียงเท่านี้นะครับว่าการเกิดสงครามไม่เกิดผลดีกับใครเลย เพราะฉะนั้นขอให้เจรจาด้วยสันติวิธีและจะมีประโยชน์ต่อทั้ง ๒ ประเทศครับ อย่าให้เปึน ตาอินกับตานารบกันแล้วตาอยู่มาเอาประโยชน์ไปครับ ขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างสูงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านจิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา มุกดาหาร 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเข้าใจความรู้สึกนึกคิด ของพี่น้องประชาชน ผมเข้าใจแนวความคิดหรือว่านโยบายรัฐบาลที่จะทําให้ประเทศไทย เข้าสู่ภาวะปกติทางด้านชายแดน เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งบัญญัติว่า การกระทําใด ๆ ของรัฐบาลที่จะกระทํากับนานาประเทศจะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน เพราะฉะนั้นในเรื่องดังกล่าวนี้ศาลรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ก็ได้เคยวินิจฉัยว่า พึงเล็งเห็นได้ว่าหากการลงนามคําแถลงการณ์ร่วมไปก็อาจก่อให้เกิด การแตกแยกกันทางด้านความคิดเห็นของคนในสังคมของทั้ง ๒ ประเทศ อีกทั้งอาจก่อให้เกิด วิกฤติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาอันมีผลกระทบต่อสังคม อย่างกว้างขวาง อันนี้ก็คือคําแถลงการณ์ร่วมของรัฐบาลชุดก่อนนะครับ เปึนเหตุให้จะต้อง ปฏิบัติตามนี้ เพราะฉะนั้นในวันนี้การที่รัฐบาลได้เสนอกรอบบันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ ก็คือ ฉบับที่ ๑ บันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ณ เมืองเสียมราฐ วันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ จากการที่ผมได้ศึกษาบันทึกการประชุมดังกล่าวมีข้อความปรากฏว่า ข้อ ๑ เปึนการค้นหาความถูกต้องของหลักเขตแดน ๗๓ หลัก ข้อ ๒ ก็คือระบุหลักเขตแดน ที่คงค้างจากการสํารวจ ข้อ ๓ กําหนดวันในการออกสํารวจร่วมกัน ก็มีเท่านี้ครับ การประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งที่ ๒ เปึนการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๔ ณ กรุงเทพมหานคร วันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ จากการประชุม ดังกล่าวก็มี ๑. การรับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว ๒. การจัดตั้งชุดสํารวจร่วมเพิ่มเติม ๓. การเดินสํารวจจากหลักเขตที่ ๑ ไปถึงหลักเขตที่ ๒๓ ๔. การหารือเกี่ยวกับการจัดทํา แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศร่วมกัน อันนี้คือการประชุมครั้งที่ ๔ นะครับ บันทึกการประชุม ครั้งที่ ๒ บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ณ กรุงพนมเปญ วันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒ อันนี้ก็เปึนการหารือเรื่องราวเกี่ยวกับร่าง ข้อตกลงชั่วคราวระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ๒. การหารือเรื่องการผลิต แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของเขตแดนระหว่าง ๒ ประเทศ ๓. หารือเกี่ยวกับคําแนะนํา สําหรับการสํารวจร่วมในพื้นที่ตอนที่ ๖ ก็คือเริ่มจากหลักเขตที่ ๑ ทางด้านทิศตะวันออก ไปหลักเขตที่ ๒๓ ทางด้านทิศตะวันตก ก็มีแค่นี้ละครับที่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา ไปประชุมมา ๓ ครั้ง ประชุมเสร็จก็บันทึกมารายงานให้รัฐสภาทราบเพื่อให้ ความเห็นชอบ ส่วนเรื่องที่ ๒ รายงานผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๖ เมื่อวันที่ ๒๘-๒๙ เมษายน ๒๕๕๒ ที่ประเทศกัมพูชา สรุปผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปจีบีซีไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๖ ก็มีอยู่ ๓ ด้าน ก็คือ ๑. ด้านเขตแดน สํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบก ๒. การอ้างสิทธิในพื้นที่ทับซ้อน ทางทะเล ๓. จุดผ่านแดนและการสัญจรข้ามแดนระหว่างประชาชน ๒ ประเทศ

ด้านที่ ๒ ก็คือด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ชายแดน ก็เกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านแรงงาน การปัองกันและปราบปรามการค้า ยาเสพติด การปัองกันและปราบปรามการก่ออาชญากรรมอื่น ๆ ในพื้นที่ชายแดน ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด การส่งเสริมความปลอดภัยทางทะเล การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ด้านความมั่นคงของประเทศไทยกับหน่วยทหารและตํารวจของประเทศกัมพูชาในพื้นที่ ชายแดน

ด้านที่ ๓ ก็คือความร่วมมือด้านอื่น ๆ ก็ประกอบด้วยความร่วมมือด้านการค้า บริเวณชายแดน ความร่วมมือด้านการเกษตร ความร่วมมือด้านสาธารณสุข ความร่วมมือ ด้านการท่องเที่ยว ความร่วมมือด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือด้านการพัฒนา คุณภาพชีวิต การศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ความร่วมมือด้านการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งจะเห็นได้ว่าในกรอบที่ ๒ เปึนรายงานผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๖ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลได้เสนอเข้ามาก็ถือว่าเปึนเรื่องที่รัฐสภา แห่งนี้เคยอนุมัติเห็นชอบในกรอบการเดินทางไปเจรจาครั้งที่ผ่านมานะครับ

ส่วนเรื่องที่ ๓ ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา สําหรับการอนุวัติการตรวจลงตราเดียวในกรอบยุทธศาสตร์ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี เจ้าพระยา และแม่โขง ซึ่งเรียกว่าแอคเมคส์ ซิงเกิล วีซ่า (ACMECS Single Visa) จากการที่ผมได้ศึกษาดูในเอกสารที่ทางรัฐบาลได้เสนอมา ก็ปรากฏว่าเปึนความร่วมมือในหลาย ๆ ด้านนะครับ เกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวด้วย โดยเฉพาะในระหว่างคนไทยและคนกัมพูชาที่จะต้องข้ามไปมาหาสู่ทําธุรกิจซึ่งกันและกัน ทางด้านการค้านั้น ก็ปรากฏว่าในปัจจุบันนี้มีการทําได้อยู่ ๒ ทาง ก็คือทางที่ ๑ การจัดทํา บัตรผ่านแดน ช่องทางที่ ๒ คือการเดินทางเข้าประเทศโดยใช้พาสปอร์ต (Passport) แล้วก็ใช้วีซ่าซึ่งก็ทราบจากทางประเทศกัมพูชาว่าทางประเทศกัมพูชาไม่อยากให้คนไทย ทําวีซ่าเข้าประเทศกัมพูชา แต่ปรากฏว่าทางประเทศไทยของเรายังไม่ยอมเขาว่าอย่างนั้น สาเหตุที่ผมทราบอย่างนี้ก็เนื่องจากว่าผมนี่ในปัจจุบันได้เปึนกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภา ไทย-กัมพูชาอยู่ เพราะฉะนั้นก็เปึนเรื่องดีที่รัฐบาลได้เล็งเห็นความสําคัญของความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศกัมพูชากับประเทศไทย ก็มีการเป่ดสัมพันธ์ทางการทูต และสิ่งที่สําคัญ ยิ่งกว่านั้นนะครับ ประเทศไทยไม่สามารถที่จะย้ายออกจากชายแดนประเทศกัมพูชาไปได้ อย่างไร ๆ ตลอดชีวิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเลยไปถึงอนาคตก็จะต้องอยู่กันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลได้เสนอกรอบบันทึกความเห็นชอบการประชุมต่าง ๆ เข้ามา เพื่อให้ทางรัฐสภาทราบและให้ความเห็นชอบในกรอบต่าง ๆ นั้นเปึนการสมควรอย่างยิ่ง และเปึนการถูกต้องแล้ว แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องความเข้าใจผิดหรือว่าเข้าใจถูกต้องในเรื่อง ปราสาทพระวิหารก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะต้องมีการตกลงกันโดยสันติวิธี ตกลงโดยการเจรจา ไม่ใช่ตกลงกันด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ เพราะฉะนั้นผมก็เคยเปึนตํารวจตระเวนชายแดน เคยไปอยู่ชายแดนประเทศกัมพูชา ที่อําเภอบ้านกรวด อําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์นะครับ ผมรู้ดีว่าทางพี่น้องประชาชน ๒ ประเทศก็ไปมาหาสู่กันตามปกติ ทางด้านทหาร ทางด้านตํารวจ เขาก็ไม่อยากยิงกันหรอกครับ เพราะฉะนั้นการเจรจาดีที่สุด และการที่รัฐบาลได้เสนอ เรื่องทั้ง ๓ เรื่องเข้ามา ก็คือ ๑. บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ๓ ฉบับ เข้ามาให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ ๒. รายงานผลการประชุมคณะกรรมการ ชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๖ ๓. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา สําหรับการอนุมัติการตรวจลงตราเดียวในกรอบยุทธศาสตร์ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี เจ้าพระยา แม่โขงนี้