รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

โสภณ ซารัมย์ หารือเรื่องความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการเจรจาและขอความเห็นชอบจากสภา และเสนอแนวคิดเร่งสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อประโยชน์ต่อประเทศ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องกราบขอบคุณท่านประธานรัฐสภาที่กรุณาได้เลื่อนการชี้แจงมาเปึนวันนี้ เพราะตลอด ระยะเวลาที่รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณากรอบการเจรจาความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ๙ ชั่วโมงที่ผ่านมานั้น กระผมขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาว่า ประเด็นที่ตลอดระยะเวลา ๙ ชั่วโมงที่กระผมนั่งฟังท่านสมาชิกได้อภิปรายนั้นมีประโยชน์ ต่อรัฐบาลที่จะไปดําเนินการเปึนอย่างยิ่ง ประเด็นที่รวบรวมประเด็นใหญ่ ๆ มีอยู่ ๓ เรื่อง ที่กระผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้

ประเด็นแรกนะครับ ก็คือประเด็นเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ ผมก็กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม มีอยู่ ๒ นัย

นัยที่ ๑ เขียนไว้ว่าการดําเนินการที่จะไปดําเนินการทําหนังสือสัญญา กับนานาประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและรับฟัง ความคิดเห็นและต้องชี้แจงต่อรัฐสภา ในหนังสือสัญญานั้น อันนี้คือนัยที่ ๑

นัยที่ ๒ ในการที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอกรอบเจรจาต้องขอความเห็นชอบ ฉะนั้นในวรรคสามทําอยู่ ๒ เรื่องที่ต้องเสนอประธาน

เรื่องแรกเขาเขียนย้อนไปว่าก่อนที่จะไปเจรจาต้องเอากรอบมาขอความเห็นชอบ ต่อรัฐสภาแห่งนี้ วันนี้กระผมเองก็ได้นําเรื่องเข้าต่อ ครม. ครม. ก็อนุมัติให้นํากรอบนี้มาเสนอ ต่อรัฐสภา ประเด็นที่จะต้องเจรจาก็คือมาบอกหัวข้อว่าจะต้องไปเจรจากับใคร เจรจา เรื่องอะไร หัวข้ออะไร ฉะนั้นก็กราบเรียนว่าวันนี้การเจรจาขั้นแรกจะไม่มีผลผูกมัดต่อรัฐสภา หรือต่อประเทศแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าเอาไปเจรจาในหัวข้อกับใครอย่างไร ในหัวข้ออะไร ฉะนั้นวันนี้ทั้งหมดถ้ารัฐสภาแห่งนี้ได้อนุมัติให้กระทรวงคมนาคมไปเจรจา ก็จะได้เจรจาตามรายละเอียดที่กระทรวงถือไว้ ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่า การเจรจาจะต้องมีรายละเอียดซึ่งเปึนความลับบางเรื่องจะต้องไปพูดกันในโต๊ะเจรจา ฉะนั้นผมก็กราบเรียนรัฐสภาแห่งนี้ว่าประเด็นที่มีการบอกว่าเราเอาเอกสารแผ่นเดียว มาของบประมาณครับ มาผูกพันกับงบประมาณของรัฐสภา ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมกราบเรียนนะครับว่าการเจรจาครั้งนี้จะไม่มีตัวเลขงบประมาณแต่อย่างใด การเจรจา ก็อย่างที่กระทรวงได้เสนอไปก็คือวัตถุประสงค์ของการเจรจา เปัาหมายของการเจรจา สาระเส้นทาง ก็อย่างที่ระบุในที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาแล้ว ฉะนั้นที่มีการพูดว่า งบประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง เพียงแต่ข้อมูลประกอบที่ผมให้ต่อรัฐสภา ที่ให้ สนข. ยื่นมา เปึนข้อมูลที่เอาหน่วยกิโลเมตรไปคูณกับจํานวนเส้นทาง ก็เหมือนว่า วันนี้เราจะไปเจรจาใช้งบประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เข้าใจความกังวลของ ท่านสมาชิกรัฐสภาว่าถ้าเอาเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปเอาเงินที่ไหน จะกู้กับใคร อะไร เหมือนว่าเราจะไปเจรจาผูกพันการกู้เงิน จริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เพราะว่าการเจรจาครั้งนี้จะไม่มีรูปแบบการไปใช้งบประมาณ แต่จะไปเอารายละเอียดว่า เส้นทางไหนเราจะรวมทุนร่วมกัน เกิดประโยชน์สูงสุดหรือไม่ จะรวมทุนกันอย่างไร ฉะนั้น การเจรจาร่วมทุนก็เหมือนจีทูจี (G to G) ทีนี้ในรายละเอียดที่จะไปเจรจาว่าเส้นทางไหน เกิดจะใช้ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศครับ หรือจะไม่ใช้ หรือจะใช้แนวใหม่ ฉะนั้น จึงไม่เกี่ยวกับเรื่อง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่า ไม่เกี่ยวกับงบประมาณ หลังจากเจรจาเสร็จแล้วประเด็นนี้ละครับที่จะต้องมานํากราบเรียน ต่อท่านในรายละเอียดต่อรัฐสภาทั้งหมดว่าผู้แทนการไปเจรจาครั้งนี้เปึนประโยชน์ ต่อประเทศไทยหรือไม่ ฉะนั้นขั้นตอนที่ ๒ ที่จะนํากลับมาเข้าสู่รัฐสภาจะต้องนํารายละเอียด ทั้งหมดที่ไปเจรจาได้รายละเอียดอะไรมาเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบในการ ที่จะไปเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ต่อกัน ฉะนั้นถ้ารัฐสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบไปเจรจา แล้วก็จะเอาความทั้งหมดที่เจรจาได้มากราบเรียนต่อท่านประธาน ต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่า สมควรที่จะต้องไปเซ็นเอ็มโอยูในการดําเนินการต่อกันหรือไม่ ถ้ารัฐสภานี้เห็นชอบเราก็ได้ ไปเซ็นเอ็มโอยู ถ้ารัฐสภานี้ไม่เห็นชอบ หลังจากเจรจามาแล้วบอกว่าคนไปเจรจาเสียเปรียบ รัฐสภาแห่งนี้ก็ไม่จําเปึนจะต้องอนุญาต ก็ไม่มีผลผูกพันกับรัฐบาลแต่อย่างใด ฉะนั้น ผมขอกราบเรียนนะครับ หลังจากที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วก่อนที่จะมีผลผูกพันต้อง ไปแสดงรายละเอียดให้ประชาชนรู้ในหนังสือสัญญานั้น ฉะนั้นผมขอกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาว่าประเด็นทั้งหลายทั้งปวงเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ เราได้ดําเนินการถูกต้อง ในอดีตซึ่งเปึนปัญหาว่าเราไปเจรจาก่อนแล้วก็ไม่มาแจ้งรัฐสภา ก็จะเปึนปัญหาอย่างที่ผ่าน ๆ มา ฉะนั้นเพื่อให้ครบถ้วนกระบวนความ รัฐบาลชุดนี้ก็ได้เอากรอบการเจรจาเข้าสู่รัฐสภา เมื่อเข้าสู่รัฐสภาไปเจรจาแล้วรายละเอียดอย่างไรแล้วจึงมาเรียนต่อสภาอีกครั้งหนึ่ง ผมขอกราบเรียนย้ํานะครับ

ส่วนประเด็นที่บอกว่าทําไมถึงเปึนเกณฑ์ ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน และท่านสมาชิกรัฐสภาว่าในที่ผ่านมาไม่มีนายกรัฐมนตรีหรือไม่มีใครได้ไปเจรจาเรื่องนี้ ถ้าไปเจรจาแสดงว่าท่านทําผิดรัฐธรรมนูญ แต่ว่าการเยือนของผู้นําระหว่างประเทศ ไม่ว่า จะเปึนนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเปึนรองนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเปึนรัฐมนตรีก็มีการหารือ การพัฒนาร่วมกัน ฉะนั้นประเทศจีนเขาลงทุน เขาเซ็นเอ็มโอยูกับประเทศลาวแล้วที่จะทํา รถไฟความเร็วสูงมายังประเทศลาวนะครับ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือนเมื่อ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพไปเยือน เมื่อผมไปเยือนประเทศจีน ก็มีการเชิญชวน การลงทุนร่วมกัน จึงนํามาสู่กรอบการเจรจาคราวนี้ ฉะนั้นประเด็นที่ท่านติดใจว่าทําไมไม่เอาประเทศอื่น ผมขอกราบเรียนว่าถ้าเอาประเทศอื่นมีข้อเสนอแนะดี ๆ ที่จะลงทุนร่วมกับประเทศไทย เราก็จะเอากรอบเจรจาเหล่านี้มาขอเจรจาเหมือนกับประเทศจีน ฉะนั้นจึงไม่ได้ผูกมัดว่า เราจะเอาเฉพาะจีนอย่างเดียว ผมขอกราบเรียนว่าประเด็นที่ต้องเปึนจีนเพราะว่า การเยือนแต่ละครั้งที่ได้ปรึกษาหารือกัน และเราก็เชื่อว่าสิ่งที่จีนทํายังประเทศลาวแล้ว เมื่อทํามาสู่ประเทศไทย ประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์สูงสุดเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ผมขอกราบเรียนว่าจึงไม่ได้ผูกมัด

ส่วนที่ท่านเปึนห่วงอีกเรื่องหนึ่งว่าเจรจากับจีนแล้ว ไม่ว่าเงินลงทุน ผมแยก อย่างนี้ สมมุติว่าเจรจาร่วมกันได้แล้วว่าเราจะพัฒนารถไฟร่วมกันระหว่าง ๒ ประเทศนี่ การจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้าง การลงทุนงบประมาณต่าง ๆ ไม่ได้ผูกพัน ต้องมีการแข่งขัน อย่างสมบูรณ์เหมือนท่านสมาชิกที่ถามผมว่าจะมีการแข่งขันกันไหม หรือไปเอาจีน มาทํางาน หรือจะเอาเงินจากจีน ซึ่งเราก็บอกว่างบประมาณจากจีนดอกเบี้ยมันสูง เหมือนที่รัฐบาลชุดนี้ยกเลิกเงินช่วยเหลือ ๔๐๐ ล้านเหรียญที่จีนให้มา บอกว่าต้องซื้อ สินค้าจีน ต้องให้จีนเปึนลีด (Lead) ในการก่อสร้าง เราก็ไม่เอาเงิน เงินส่วนนี้รัฐบาล ก็ปฏิเสธไปแล้วใน ๔๐๐ ล้านเหรียญที่มีการเจรจามาก่อนหน้านี้ ฉะนั้นผมขอกราบเรียนว่า ประเด็นที่เปึนจีนก็เปึนเพียงการหารือระหว่าง ๒ ประเทศ ส่วนว่าจะเกิดได้หรือไม่ได้ ก็ต้องดูอนาคตว่าการเจรจาจะเปึนประโยชน์หรือไม่เปึนประโยชน์ รูปแบบของการลงทุน ที่ไปเจรจากัน ก็คือการร่วมทุนกันจีทูจีระหว่างรัฐต่อรัฐที่จะลงทุนร่วมกัน

ส่วนประเด็นที่ท่านสมาชิกสงสัยว่า อันนี้ขอเรียนตามตรงว่าใครเปึนเจ้าภาพ ผมก็ขอเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาว่า รัฐบาลเปึนเจ้าภาพ การพัฒนารถไฟครั้งนี้ผมได้เรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้วครับ ผมบอกว่าถ้าจะให้ เปึนความสําเร็จได้ต้องเปึนวาระแห่งชาติถึงจะสําเร็จได้ กระทรวงคมนาคมทําอย่างเดียว ก็ไม่สําเร็จ รัฐบาลทําอย่างเดียวก็ไม่สําเร็จถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐสภาแห่งนี้

ฉะนั้นผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและรัฐสภาแห่งนี้ว่า วันนี้ ถ้าเราอยากลงทุนในการที่จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงแล้ว แม้แต่การพัฒนารถไฟครั้งใหญ่ ของประเทศที่ใช้เงิน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องเปึนวาระแห่งชาติ ถ้าจะสําเร็จได้ต้อง เปึนความร่วมมือ ถ้าจะสําเร็จได้ คนที่จะกล่าวอ้างว่าสําเร็จเพราะอะไร ก็คือรัฐสภาแห่งนี้ เพราะท่านได้อนุมัติให้ไปเจรจา ฉะนั้นไม่มีใครได้หน้า ได้หน้าทั่วกัน ฉะนั้นประเด็นว่า ใครเปึนเจ้าภาพก็คือรัฐบาล ส่วนกฎหมาย ระเบียบ อํานาจหน้าที่ ใครจะไปทําตาม ระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ตามอํานาจหน้าที่ที่มีอยู่ก็ว่ากันไปตามระเบียบกฎหมาย

ประเด็นต่อมาที่ท่านกังวลถึงสถานะรถไฟในปัจจุบัน ผมกราบเรียนว่า ก่อนหน้านี้การรถไฟ ๓ วันดี ๔ วันไข้ หลังจากที่ผมมารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมแล้ว ผมก็พยายามทํานั่นทํานี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะนี้ที่ผมต้อง กราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและรัฐสภาแห่งนี้ได้มั่นใจว่า การรถไฟเดินถูกทางก็คือ ท่านจะได้เห็นการพัฒนารถไฟอย่างเปึนไปตามลําดับ ก็คือจะไม่มีการหยุดงานที่ไม่มีเหตุผล แสดงว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของการรถไฟเขารู้แล้ว ผมก็ได้เรียนต่อทางการรถไฟว่าวันนี้ ท่านป์วย ถ้าท่านไม่รักษาท่านตายแน่ ฉะนั้นท่านจะรักษาหรือไม่รักษา เขาก็ให้ความร่วมมือกัน ฉะนั้นหลังจากที่ผมได้ทําแผนฟุ๋นฟู หลายท่านเปึนห่วง ผมก็พูดเหมือนท่านพูด ที่ดิน ของการรถไฟเปึนจุดแข็งของการรถไฟ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ร. ๕ ท่านมีพระปรีชา สามารถสูง ท่านได้จับที่ดินไว้เพื่อการพัฒนารถไฟ แต่การรถไฟในอดีตไม่สามารถเอาจุดแข็ง ของการรถไฟ คือเอาที่ดินมาสนับสนุนกิจการของตัวเอง กลับไปเปึนจุดอ่อน ฉะนั้นผมจึงตั้งคณะกรรมการ พัฒนาที่ดิน ซึ่งเราอยากเห็นในอนาคตผมอยากเห็นหน่วยบริหารซึ่งเปึนอิสระด้วยซ้ํา วันนี้ เราก็พัฒนาปฏิรูปรถไฟอยู่ เรามีบริษัทที่ทําเปึนบียู (BU) บิวซิเนส ยูนิต (Business Unit) อยู่ ๓ บียู แล้วบริษัทลูกเส้นแอร์พอร์ตลิงค์ (Airport link) เปึน ๑ บริษัทลูก จริง ๆ แล้ว เราอยากพัฒนาไปจนถึงบริษัทลูก แต่ก็ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกรัฐสภาว่า เราจะลําดับการพัฒนาให้เปึนไปตามลําดับว่าไม่ให้ก้าวกระโดด ฉะนั้นในบริษัทลูกเข้าใจว่า ประมาณก่อนสิ้นป้นี้เราจะได้ผู้บริหาร บริษัทลูกเส้นแอร์พอร์ตลิงค์ เราสรรหาผู้บริหาร ส่วนบียูก็จะมีผู้บริหารที่เปึนคนข้างนอกเข้ามาบริหารจัดการ คือบียูบริหารทรัพย์สิน บียูเดินรถ บียูซ่อมบํารุง ๓ บียู ฉะนั้นท่านจะเห็นว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเราเดินมาถูกทาง ก็คือ ๑. พนักงานมีความเปึนเอกภาพ เคารพประชาชน เคารพกฎ กติกา ระเบียบของ หน่วยงานของตัวเอง แล้วก็สิ่งที่ท่านหยิบยกขึ้นมาก็คือของเก่า รถไฟเราตกรางบ้าง อะไรบ้าง ผมขอกราบเรียนโดยสภาพจริง ๆ แล้วเราก็เก่าจริง ๆ แต่วันนี้เราไม่มีรถไฟที่มีเห็บ มีเหา เปึนรถไฟยุคใหม่จริง ๆ ถึงแม้จะเก่า ตัวผมเองผมเปึนคนในชนบทพ่อแม่สอนไว้ว่า เสื้อผ้าขาดต้องสะอาด เพราะฉะนั้นผมก็เอาชีวิตของผมมาบริหารราชการที่นี่ ฉะนั้นผมขอ กราบเรียนว่าเรื่องการพัฒนาองค์กรรถไฟในปัจจุบันนี้ได้ดําเนินการ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง ทําไมเราจึงคง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไว้ เพราะรถไฟความเร็วสูง มันจะไม่ได้จอดทุกสถานี รถไฟความเร็วสูงก็เปึนรถไฟที่จะต้องขนผู้โดยสารหรือขนสินค้า อีกระดับหนึ่งก็ว่ากันไป ส่วนที่จะพัฒนาของเดิมที่เรามีอยู่แล้ว ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้เราก็ได้งบส่วนหนึ่งมาประมาณ ๒,๙๐๐ กว่าล้านบาท และเหลืออยู่อีกส่วนหนึ่ง จริง ๆ แผนพัฒนารถไฟป้ ๒๕๕๔ ต้องใช้งบประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ฉะนั้น ก็เปึนหน้าที่ที่รัฐบาลถ้าจะเดินตามแผนพัฒนารถไฟเดิมที่ใช้เงิน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องหาเงินมาพัฒนารถไฟใน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําควบคู่กันไปทุกเส้นทาง เราหวังว่า ในป้ ๒๕๕๗ เมื่อใช้เงิน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วรถไฟไม่ว่าจะไปจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดเชียงใหม่ หรือไปปาดังเบซาร์ไปใต้ครับ ต้องเดินด้วยความเร็ว ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงเปึนอย่างน้อย แล้วเปึนรถไฟที่มีความปลอดภัย อันนี้คือ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทในการที่ผมเสนอ ครม. และ ครม. อนุมัติเบื้องต้น การเสนอ ครม. ครั้งนั้น ก็บวกรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย รถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย แม้แต่พระพุทธเจ้าหลวง ร. ๕ ท่านได้บันทึกไว้ในสมุดหมายเหตุของท่านว่าควรสร้างรถไฟไปที่เชียงราย ขณะนี้เราก็ได้ งบออกแบบศึกษาเบื้องต้นไปแล้ว

ฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่าของเดิมที่จําเปึนต้องมีอยู่ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทมีไว้เพื่อพี่น้องประชาชนในทั่วทุกภูมิภาคที่จะต้องใช้รถไฟครับ แต่รถไฟความเร็วสูงมันเปึนไปไม่ได้หรอกครับ เอาแค่สร้างได้สายหนึ่งใน ๔-๕ ป้ที่จะถึงนี้ ก็เก่งแล้วรัฐบาลไทย ฉะนั้นมันอยู่ที่การเจรจาว่าจะสร้างจุดไหน และจะสร้างไปเส้นทางไหน แล้วมันลงทุนคุ้มต้องไปศึกษาอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นไม่ได้สร้างพร้อมกัน ไม่มีทางเปึนไปได้หรอก ศักยภาพของประเทศมันไปไม่ได้หรอกครับ

ฉะนั้นผมขอกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายตลอดระยะเวลา ๙ ชั่วโมง สิ่งไหนที่เปึนประโยชน์ต่อการเจรจา คณะเจรจาต้องประมวลข้อคิดเห็นของ สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ไปเจรจา เมื่อเจรจาแล้วได้รายละเอียดได้ข้อมูลอย่างไรต้องนํามาเสนอ ต่อท่านประธาน และขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาแห่งนี้ไปเซ็นเพื่อเปึนการปฏิบัติที่จะเปึนรูปธรรมในอนาคต ต่อไปนะครับ ฉะนั้นผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภากรุณา ให้ความเห็นชอบครับ