สุวิทย คุณกิตติ ชี้แจงกรอบการเจรจาพิธีสารนาโงยาเกี่ยวกับการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรมและการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม ภายใต้อนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ ๑๐ ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๙ ตุลาคมนี้
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในนามของรัฐบาลผมขอชี้แจงกรอบการเจรจา สําหรับคณะผู้แทนไทยในการรับรองพิธีสารนาโงยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรม และการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียม และยุติธรรมครับ ซึ่งจะมีการเจรจากัน แล้วก็ทําการรับรองในสมัยประชุมสมัชชาภาคี อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ ๑๐ ในระหว่างวันที่ ๑๘-๒๙ ตุลาคมนี้ ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ์น
เนื่องจากประเทศไทยนั้นมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงแห่งหนึ่งของ โลก แล้วก็มีปริมาณร้อยละ ๗-๑๐ ของความหลากหลายทางชีวภาพในโลก ทรัพยากร พันธุกรรมเหล่านี้เปึนที่น่าสนใจของภาคอุตสาหกรรมในประเทศพัฒนาแล้ว แล้วก็อาทิ เช่น อุตสาหกรรมยา เครื่องสําอาง อาหาร การนําทรัพยากรพันธุกรรมไปใช้ส่วนใหญ่ ก็อยู่ในลักษณะการซื้อขายแลกเปลี่ยนครับ โดยผู้ให้หรือผู้แลกเปลี่ยนไม่ได้คํานึงถึง ผลประโยชน์ที่เกิดจากทรัพยากรนั้น ๆ ในระยะยาว หรือเปึนความร่วมมือด้านการวิจัย กับสถาบันในขั้นต้น ๆ โดยไม่มีการพิจารณาให้ค่าตอบแทนหรือการแบ่งปันผลประโยชน์ ที่ต่อเนื่องจากการพัฒนา ยกตัวอย่างเช่น เราเคยมีปัญหาเรื่องเปล้าน้อยที่มีการขอใช้ อย่างถูกต้องแต่ไม่มีการเจรจาเรื่องแบ่งปันผลประโยชน์ ในที่สุดแล้วอุตสาหกรรมยา ก็ไปผลิตยาโดยที่ไม่ได้แบ่งปันผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยเลย เราไม่ได้ผลประโยชน์ ในส่วนนี้เลย กรณีกวาวเครือขาวก็เปึนอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้ทําการศึกษา วิจัย และมอบสิทธิบัตรให้กับประเทศอื่นครับ ซึ่งทําให้ผลประโยชน์ จากการศึกษาวิจัยในครั้งนั้นไม่ได้ถูกแบ่งปันให้กับประเทศไทย กรณีการให้และใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรพันธุกรรม โดยไม่คํานึงผลประโยชน์ในระยะยาว และผลประโยชน์ต่อประเทศ เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ แล้วก็ที่สําคัญคือไม่มีกลไกใด ๆ ที่เปึนที่ยอมรับในนานาชาติ เมื่อไม่มีกลไกที่ยอมรับในนานาชาติก็จําเปึนที่ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพ จึงได้ผลักดันให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อที่จะมายกร่างพิธีสารนาโงยา เพื่อที่จะทําให้เรามีกลไกกติกาในการที่จะกําหนดให้การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรทางพันธุกรรม และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนนั้นนี่ได้มีการแบ่งปันในระหว่าง ผู้เปึนเจ้าของแล้วก็ผู้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงและอย่างเปึนธรรม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่รัฐบาล ผู้เกี่ยวข้องลงไปถึงพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นก็ได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ด้วย เพราะฉะนั้น ทําให้คณะทํางานเฉพาะกิจว่าด้วยการเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์ได้ยกร่าง พิธีสารนาโงยาขึ้นมา ซึ่งเสนอต่อที่ประชุมในขณะนี้ที่นาโงยา แล้วก็จะได้มีการลงมติรับรอง ในเรื่องนี้
ทั้งนี้ ทางประเทศไทยเองโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการจัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาหลายครั้ง จนกระทั่งได้ข้อยุติที่จะมีการจัดทํากรอบเจรจาที่ชัดเจนสําหรับคณะผู้แทนไทยในการให้ การรับรองพิธีสารนาโงยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรม ซึ่งในเรื่องนี้ผมอยากจะ กราบเรียนรายละเอียดให้ท่านผู้ทรงเกียรติได้รับทราบว่าในส่วนของท่าทีและกรอบการเจรจา ของไทยนั้น เราได้พิจารณาจากประเด็นที่เปึนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนแล้วก็ ประเทศชาติ โดยเราให้ความสําคัญในการกําหนดหลักการในการเจรจาของคณะผู้แทนไทย ในการประชุม สมัยที่ ๑๐ ดังนี้ครับ
๑. สิทธิอธิปไตยของประเทศเหนือทรัพยากรธรรมชาติภายในขอบเขต อํานาจของตน
ประเทศภาคีมีสิทธิและความเปึนเจ้าของในทรัพยากรธรรมชาติ ในขอบเขตอํานาจของประเทศนั้น ๆ มีสิทธิและอํานาจในการกําหนดกระบวนการ เงื่อนไข ในการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ตามกรอบของกฎหมายในประเทศนั้น ๆ ด้วย
๒. ความโปร่งใสของกระบวนการและกฎระเบียบที่เกี่ยวกับการเข้าถึง และแบ่งปันผลประโยชน์ และความเสมอภาคในการเจรจาต่อรอง
การกําหนดกระบวนการ กฎระเบียบที่เกี่ยวกับการเข้าถึงและแบ่งปัน ผลประโยชน์จะต้องมีความชัดเจน และมีการเผยแพร่และเอื้ออํานวย การเข้าถึงข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสของกระบวนการ และส่งเสริมให้มีการเสริมสร้าง สมรรถนะของประเทศ โดยเฉพาะประเทศกําลังพัฒนา ในการที่จะทําให้เกิดความเสมอภาค ในการเจรจาต่อรองข้อตกลงและเงื่อนไขการแบ่งปันผลประโยชน์
๓. การจัดทําเงื่อนไขร่วมกันในการแบ่งปันผลประโยชน์ เมื่อมีการเข้าถึง ทรัพยากรพันธุกรรม
ประเทศภาคีจะต้องจัดให้มีการทําเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกัน หรือเรียกว่า มิวชวลลี อกรีด เทอม (Mutually Agreed Terms) การแบ่งปันผลประโยชน์เมื่อมีการเข้าถึง ทรัพยากรพันธุกรรม เพื่อให้เปึนไปตามข้อกําหนดของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพ
ข้อ ๔ การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
ควรดําเนินการให้มีการแบ่งปันผลประโยชน์ในรูปแบบของการเข้าถึง และถ่ายทอดเทคโนโลยี และการแบ่งปันผลประโยชน์ที่สนับสนุนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ ความหลากหลายทางชีวภาพและฐานทรัพยากรของประเทศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแบ่งปันผลประโยชน์ที่คํานึงถึงการบริการทางนิเวศ รวมทั้งความร่วมมือในการเพิ่มพูน ศักยภาพของประเทศผู้ให้ทรัพยากรในการทําวิจัยต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพยากร พันธุกรรมที่เปึนเจ้าของ
ข้อ ๕ การปัองกันการลักลอบใช้ทรัพยากรพันธุกรรม
ในส่วนของพิธีสารนั้นก็จะต้องมีการส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ภายในประเทศเกี่ยวกับการเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์ และมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ในเรื่องของปัองกันการลักลอบการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรพันธุกรรม
ข้อ ๖ การมีส่วนร่วมของชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
ควรสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในกระบวนการเข้าถึงและ แบ่งปันผลประโยชน์เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา ๖๖ และ มาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ให้ชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม มีสิทธิในการอนุรักษ์หรือฟุ๋นฟูจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดี ของท้องถิ่นและของชาติ และการมีส่วนร่วมในการจัดการ การบํารุงรักษา และการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล และยั่งยืน รวมถึงสิทธิของชุมชนที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บํารุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ
ในจํานวนทั้ง ๖ ข้อนี้ก็เปึนกรอบหลักการในการที่จะใช้กรอบการเจรจา แล้วถ้ามีเรื่องของการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของร่างดังกล่าวในส่วนที่จะเปึนประโยชน์กับ ประเทศไทยนั้น ก็ขออนุญาตรัฐสภาในการที่จะพิจารณาเพื่อที่จะให้การรับรอง เมื่อรับรอง แล้วเรื่องของพิธีสารนั้นจะต้องเสนอรัฐสภาเพื่อขออนุมัติต่อไปครับ
กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้โปรดพิจารณาแล้วก็ให้ การสนับสนุนรับรองกรอบการเจรจาในครั้งนี้ครับ กราบขอบคุณครับ