รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงษ์

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงษ์ หารือเรื่องสารพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นความสำคัญเนื่องจากประเทศอยู่ในเขตที่มีความหลากหลายสูง และระบุปัญหาความร่วมมือส่วนบุคคลในอดีตที่นำไปสู่การสูญเสียทรัพยากรชีวภาพโดยไม่เกิดประโยชน์ต่อไทย

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา สงขลา

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมในการเจรจา แล้วก็ อาจจะถึงขั้นต้องให้สัตยาบันลงนามรับรองนั้น กรณีเรื่องสารพันธุกรรมและความหลากหลาย ทางชีวภาพของประเทศไทยนั้นเราถือว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่า ประเทศไทยนั้นเปึนประเทศที่อยู่ในบริเวณที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เพราะว่า อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร และขณะเดียวกันประเทศไทยเองก็อาจจะมีความพร้อมและความไม่พร้อม อยู่มากมายในการที่จะเข้าไปร่วมในการเจรจาข้อตกลงนี้ ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งความไม่พร้อม หรือความพร้อมในระดับหนึ่งนั้น ผมอยากจะขออนุญาตที่จะแจกแจงเปึนประเด็นคร่าว ๆ สัก ๔-๕ ประการนะครับ

ประการแรก ในความร่วมมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การอนุรักษ์ และความร่วมมือในการที่จะค้นคว้าวิจัยนั้น ประเทศไทยอาจจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะอยู่ โดยเฉพาะอันดับแรกก็คือมีความร่วมมือส่วนบุคคล ซึ่งความร่วมมือส่วนบุคคลนี้ในอดีต ที่ผ่านมาทําให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายอยู่มากพอสมควร ความร่วมมือส่วนบุคคล ที่กล่าวถึงนั้นก็คือว่าเนื่องจากคนไทยนี่ ถ้าเราได้มีโอกาสรู้จักมักคุ้นกับชาวต่างชาติแล้ว อะไรแล้ว เรื่องสําคัญที่เราจะเกิดขึ้นก็คือเรามักเปึนคนใจดี ใครขออะไรเราก็จะให้หมด แล้วก็หลายครั้งหลายโอกาสที่ชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยอาจจะเข้ามาโดยการเปึน นักวิชาการ เข้ามาโดยการที่มาทําประโยชน์อื่น ๆ เมื่อรู้จักมักคุ้นกันแล้วมักจะฉกฉวย เอาทรัพยากรชีวภาพออกไปด้วย ซึ่งเปึนการนําเอาสารทางพันธุกรรมที่ประเทศไทยเรา มีอยู่อย่างมากมายไปใช้ประโยชน์อย่างที่ไม่ได้เกิดมรรคผลกับประเทศไทยเอง ลักษณะที่ ๒ ก็คือคนไทยเอง ซึ่งเปึนการนําเอาสารทางพันธุกรรมที่ประเทศไทยเรามีอยู่อย่างมากมายไปใช้ประโยชน์ อย่างที่ไม่ได้เกิดมรรคผลกับประเทศไทยเอง

ประการที่สอง ก็คือคนไทยเองมักมีความเกรงใจ เมื่อคนที่สนิทสนม คุ้นเคยกันร้องขอหรือขอร้องให้เก็บสิ่งนั้นสิ่งนี้ เก็บพืชพันธุ์ เก็บสัตว์บางชนิด เราก็พร้อม ที่จะหาให้ แล้วในที่สุดสิ่งเหล่านั้นก็จะติดมือชาวต่างชาติไป แล้วเขานําไปใช้ประโยชน์ โดยที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งประเด็นรู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้เองเราก็ทราบกันอยู่แล้วว่า ประเทศไทยได้เกิดความเสียหายในเรื่องพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่ากวาวเครือจของเรา ถูกชาวต่างชาติฉกฉวยเอาไปแล้วก็เอาไปศึกษาค้นคว้าวิจัย แล้วในที่สุดก็สามารถ ทําเปึนสารที่มีมูลค่าสูง แล้วออกมาเปึนผลิตภัณฑ์ที่จําหน่ายอยู่อย่างแพร่หลายในขณะนี้ โดยที่ประเทศไทยเรามีแต่ฝ์ายเสียเปรียบนะครับ

ประการที่สาม ที่เราต้องระวังมากก็คือการวิจัยร่วม ในอดีตที่ผ่านมา และจนถึงปัจจุบันเรามีการวิจัยร่วมต่าง ๆ มากมายนะครับ ซึ่งประเทศที่มีศักยภาพสูง เช่นประเทศจี ๘ (G8) ทั้งหลายนะครับ ก็จะมีแหล่งเงินทุน มีนักวิชาการที่มีความพร้อม แล้วเขาก็พร้อมที่จะสร้างโครงการวิจัยร่วมขึ้นมา แล้วในที่สุดโครงการวิจัยร่วมเหล่านี้ ก็จะได้ผลประโยชน์ทางวิชาการ ได้ข้อมูลทางวิชาการ แล้วข้อมูลทางวิชาการเหล่านั้น ก็จะถูกนําไปใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ทาง โดยเฉพาะการไปจดสิทธิบัตรต่าง ๆ ซึ่งทําให้ เมื่อมีการจดสิทธิบัตรแล้วผลประโยชน์ก็จะเกิดกับประเทศที่ไปจดในสิทธิบัตรนั้น ซึ่งจะเกิดความเสียหายอย่างต่อเนื่องต่อประเทศไทย การวิจัยร่วมต่าง ๆ เหล่านี้ในอดีต เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย แล้วในปัจจุบันก็ยังเปึนอยู่ และในอนาคตถ้าเราไม่ระวัง และไม่เจรจาตกลงกันให้เรียบร้อยในเรื่องเช่นนี้ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยได้

ประการที่สี่ ที่เปึนปัญหาอยู่ก็คือการวิจัยเพื่อเปึนส่วนหนึ่งของการศึกษา ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก หรือการวิจัยเปึนวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาไทย ที่อาจจะเรียนอยู่ในประเทศไทย แล้วไปทําการค้นคว้าวิจัยร่วมกับนักวิจัยชาวต่างประเทศ ในต่างประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง หรืออาจจะเรียนอยู่ในต่างประเทศทั้งหมดทั้งโปรแกรม แล้วก็เอาทรัพยากรจากประเทศไทยไปเปึนวัตถุดิบในการทําการค้นคว้าวิจัยเพื่อจะสําเร็จ การศึกษา ซึ่งลักษณะเช่นนี้ก็เกิดขึ้นอยู่มากมายและเปึนลักษณะที่เอาสารพันธุกรรม จากบ้านเราไปโดยที่หลายครั้งหลายโอกาสไม่ได้มีการขออนุญาตหรือไม่ได้มีการผ่าน การตรวจสอบให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ ซึ่งอันนี้เองก็จะทําให้เกิดการที่สารพันธุกรรม จากบ้านเราตกไปสู่ในมือชาวต่างชาติโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่เปึนประเทศสมาชิก จี ๘ ทั้งหลาย ซึ่งการที่เราไปเจรจาตกลงตรงนี้ต้องมีความระมัดระวัง

เรื่องสําคัญที่ทําให้เกิดความเสียเปรียบของเรานั้น ซึ่งประเทศไทยเรา มีความเสียเปรียบก็คือเรื่องทุนวิจัย เราให้การสนับสนุนเรื่องทุนวิจัยในเรื่องของความหลากหลาย ทางชีวภาพค่อนข้างจะต่ํา ค่อนข้างจะน้อย ซึ่งหากว่าเราเสียเปรียบอยู่ในลักษณะเช่นนี้แล้ว ทุนวิจัยเราน้อยแล้ว เราก็ต้องไปรับทุนวิจัยจากต่างประเทศมา แล้วในที่สุดเราก็จะเสียเปรียบ อย่างต่อเนื่อง

ประการที่ ๒ ก็คือความไม่พร้อมในเรื่องเครื่องมือทั้งหลายครับ เครื่องมือ เพื่อการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ต้องยอมรับว่าเครื่องมือในบ้านเรานั้นส่วนใหญ่ เราต้องสั่งจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพง เครื่องมือที่จะวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ มีราคา เปึนจํานวน ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท เปึน ๑๐๐ ล้านบาทก็ยังมี เครื่องมือในบางชนิด ซึ่งจะเปึนปัญหามากในการที่เราจะสามารถทําการศึกษาวิเคราะห์ในบ้านเราเองได้ ซึ่งเมื่อเปึนเช่นนี้เราก็ต้องทําโครงการวิจัยร่วมกับต่างประเทศเพื่อจะรับเครื่องไม้เครื่องมือมา แล้วในที่สุดเราก็จะตกเปึนเบี้ยล่าง

ประการที่ ๓ ความไม่พร้อมก็คือ ความสามารถในการแปลผลในการวิเคราะห์ วิจารณ์และการสังเคราะห์จากผลนั้น ต้องยอมรับว่าความสามารถทางวิทยาศาสตร์เรา อาจจะด้อยกว่าหรืออาจจะไม่พร้อมในหลาย ๆ ประการ เมื่อเราได้ผลมาบางครั้งเรา อาจจะแปลผลออกไปในลักษณะที่ยังไม่ลุ่มลึกพอ เราก็จําเปึนต้องมีความร่วมมือกับ ต่างประเทศ ความร่วมมือนี้ถ้าเราไม่ระมัดระวังในข้อตกลงที่จะมีขึ้น เราก็จะเปึนฝ์าย เสียเปรียบในส่วนนี้ได้

ความไม่พร้อมประการต่อไปก็คือความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทําการตลาดของผลิตภัณฑ์นั้น ก็เปึนความไม่พร้อมที่ต้องยอมรับว่าเรายังต้อง พัฒนาอีกมาก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในบ้านเรานั้น จริงอยู่ครับเราจะรู้สึกว่าบ้านเรา ชาวบ้านเองก็ทําเรื่องผลิตภัณฑ์ได้ อะไรได้มากมาย แต่จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์ที่เราทํา ในบ้านเรานั้นก็เปึนผลิตภัณฑ์แบบตื้น ๆ ถ้าเราจะวิเคราะห์กันลุ่มลึกจริง ๆ ลงไปในระดับ ที่เปึนลักษณะถึงขั้นซีรัม (Serum) ถึงขั้นอะไรที่มันลงลึกมากกว่านี้เรายังทําตรงนั้นยังไม่ได้ ซึ่งเมื่อเราทําไม่ได้เราก็จะมีความเสียเปรียบถ้าเราจะต้องไปทําร่วมกับเขาและความเสียเปรียบนี้ ถ้าเราไม่มีอํานาจต่อรองเสียให้ดีพอจะเกิดปัญหามาก

ประการต่อไป การให้ความรู้กับชุมชนและท้องถิ่น เรายังมีอยู่น้อยครับ หรืออาจจะเพราะว่าความพร้อมในการรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ของชุมชนและท้องถิ่นยังไม่ถึง หรือความพร้อมของนักวิทยาศาสตร์ไทยที่จะถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนและท้องถิ่น ยังไม่พร้อม

ประการต่อไปก็คือประเทศที่กําลังพัฒนาทั้งหลาย รวมทั้งประเทศไทยด้วย ต้องรวมกลุ่มกันนะครับ ถ้าเราไม่รวมกลุ่มกันให้ดี การเจรจาต่อรองนั้นเราจะเสียเปรียบ กับกลุ่มประเทศจี ๘ ได้

ประเด็นสุดท้ายก็คือว่าประเทศที่พัฒนาแล้วคือประเทศจี ๘ ทั้งหลาย ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี และให้ความสําคัญในการจดสิทธิบัตรจากประเทศพัฒนา ทั้งหลายรวมทั้งประเทศไทยด้วย ถ้าหากว่าการเจรจาเรื่องการถ่ายทอดเรื่องเทคโนโลยี เรายังไปไม่ถึงขั้นพอที่เขาพร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เราแล้ว เราคิดว่าประเทศไทย ก็มีโอกาสที่จะเสียเปรียบมากอยู่

เพราะฉะนั้นการเจรจาในครั้งนี้ต้องเจรจากันให้ชัดเจนว่าประเทศจี ๘ ทั้งหลายที่จะร่วมมือกับเรานี่ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีนะครับ และให้ความสําคัญกับ การจดสิทธิบัตรแล้วก็ให้ความสําคัญกับชุมชนท้องถิ่นในการที่จะได้รับประโยชน์จาก การไปจดสิทธิบัตรนั้น ๆ ด้วย ก็ขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตแล้วก็อาจจะเปึนคําถาม ไปพร้อม ๆ กันด้วยว่าประเทศไทยเรามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนในการที่จะดําเนินการ อย่างน้อยดังที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วครับ