รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

สุรเดช จิรัฐิติเจริญ หารือเรื่องความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน พิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน ชุดที่ 8 และเรียกร้องให้ประเทศไทยส่งเสริมการท่องเที่ยวและความตกลงอื่น ๆ นอกเหนือจากพันธกรณีในความตกลงนี้

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปราจีนบุรีวันนี้ เรามาพูดถึงเรื่องพิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้า บริการของอาเซียนนะครับ เมื่อสักครู่ท่าน ส.ว. ชรินทร์ หาญสืบสาย ท่าน ส.ว.จังหวัดตราด ซึ่งอดีตเปึนรองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านก็พูด รายละเอียดไปครบถ้วนแล้วนะครับ ผมเองก็ขอเสริมอะไรเสียเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่อง กรอบความร่วมมือความตกลงภาคบริการฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ ในกรอบ ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ ชุดที่ ๘ เราได้ทําความตกลงถึง ๗ ฉบับมาแล้ว ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ เปึนเวลา ๑๐ กว่าป้ ฉบับนี้เปึนฉบับที่ ๘ เปึนการต่อเนื่อง ซึ่งผมเอง ก็เห็นใจและเข้าใจรัฐบาลนะครับ เนื่องจากว่าวันนี้ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา เนื่องจากว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องไปลงนามในผู้นําอาเซียน หรืออาเซียน ซัมมิท (ASEAN Summit) ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในวันที่ ๒๘ ตุลาคมนี้ คือมะรืนนี้ ดังนั้นกรอบอันนี้จึงจําเปึนซึ่งจะได้ความเห็นชอบจากสภาเพื่อจะไปเซ็นหรือลงนาม ถือว่าเปึนหน้าตาของประเทศไทย เนื่องจากว่าประเทศไทยเองก็เปึนประเทศที่ก่อตั้ง อาเซียนของเรา และเราเองก็มีความตกลงหลายเรื่อง และเราเองบอกว่าจะเปึนประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนในป้ ๒๕๕๘ ซึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นมี ๕ สาขา คือ เรื่องสินค้า หรืออาฟต้า (AFTA) ที่เราพูดมาแล้วคือมีผลบังคับใช้เมื่อต้นป้นี้คือ ป้ ๒๕๕๓ แล้วมีทั้งภาคบริการ ซึ่งภาคบริการในความตกลงนั้นก็ต้องมีความร่วมมือข้อตกลงต่าง ๆ ซึ่งเอื้อประโยชน์ทําให้พันธกรณีจะไม่เปึนอุปสรรคเดียวกัน จะทําให้ในอาเซียน เปึนตลาดเดียวกัน เปึนฐานผลิตเดียวกัน ตลาดเดียวกัน ดังนั้นเองความร่วมมือ ความตกลงต้องมี และสาขาบริการนั้นก็เปึนสาขาที่ไม่ใช่สินค้า นอกเหนือจากนั้น เปึนบริการเกือบทั้งหมด ซึ่งเปึนหมวดที่มีความสัมพันธ์อย่างมากอย่างยิ่ง ซึ่งเราจะต้อง ให้ความสําคัญในครั้งนี้ แต่ก็เห็นใจทางรัฐบาลเพราะว่าต้องไปเซ็นความตกลง ในวันมะรืนนี้คือวันที่ ๒๘ ตุลาคม ก็เห็นใจนะครับ แล้วก็มีกรอบที่จะรอพิจารณา อีกหลายเรื่อง แล้วเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็ได้กล่าวอยู่หลายเรื่อง แต่ผมขอพูด ในส่วนของภาคบริการของประชาคมกลุ่มอาเซียน ซึ่งในฉบับที่ ๘ นั้นมันมีอยู่ เรื่องสาขาที่เร่งรัดที่จะต้องไปลงนาม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้คือสาขาเรื่องการขนส่ง ทางอากาศก็ดี การท่องเที่ยว สุขภาพ คอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม ๔ สาขานี้ เปึนสาขาเร่งด่วน ซึ่งจะต้องมีลงนามแล้วในความตกลงในประเทศอาเซียนนั้น ซึ่งทางท่านนายกรัฐมนตรีจะไปเซ็นวันที่ ๒๘ หรือมะรืนนี้ จะมีผลภายในสิ้นป้นี้ คือปลายป้ ๒๕๕๓ ๔ สาขานี้เปึนสาขาเร่งรัด ซึ่งต่างชาติหรือใครก็ตามสามารถ ถือหุ้นได้ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เดิมทีประเทศต่างด้าวจะถือหุ้นไม่เกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์นั้น แต่ว่าความตกลงนี้คือเปึนสาขาเร่งรัด ที่ผมกล่าวไปแล้วคือ ๔ สาขานั้น จะทําให้ถือหุ้นได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือสาขาทางด้านโลจิสติกส์จะมีถือหุ้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ภายในป้ ๒๕๕๖ อีก ๒ ป้ข้างหน้า แล้วที่เหลือทั้งหมดคือภาคบริการ จะสามารถถือหุ้นได้ภายในป้ ๒๕๕๘ คือตรงกับป้ที่เราเปึนประชาคมอาเซียนด้วยกัน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ทางวุฒิสภาเองก็เคยได้ประชุมหรือสัมมนาร่วมกับกรมเจรจา การค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๗ กันยายนที่ผ่านมา ก็ได้ข้อสรุปหลายเรื่อง หลายประเด็น ผมเองก็ขอฝากเพราะว่าผมเองก็มีส่วนร่วม ในการจัดงานครั้งนี้ด้วย ที่ขอฝากและเปึนห่วงนะครับว่าในความตกลงนั้นมันต้องมี ความจริงใจในความร่วมมือกัน สาขาที่เราตกลงนั้นเรามีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง ทางด้าน จุดแข็งของเรา ถ้ามองทางด้าน ๔ สาขาซึ่งจะมีผลภายในปลายป้นี้ ๔ สาขา ที่เรา มีจุดแข็งคือทางด้านการท่องเที่ยวหรือด้านสาธารณสุข ผมมองว่าเปึนจุดแข็งของเรา หรือจุดอ่อนของเราคือเรื่องขนส่งทางอากาศ เรื่องโทรคมนาคมหรือคอมพิวเตอร์ ถ้ามองถึงจุดแข็งของเราก่อนนะครับ ทางด้านท่องเที่ยวเราเปึนจุดแข็ง แต่ว่าความตกลง ที่จะถือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเรามีทั้งได้ทั้งเสีย เขาสามารถถือหุ้นในประเทศไทย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ เราก็สามารถถือหุ้นในประเทศเพื่อนสมาชิก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ เช่นเดียวกัน ดังนั้นเองนอกเหนือจากหุ้นส่วนแล้วอยากจะฝากเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีหรือฝ์าย ครม. นะครับว่าน่าจะส่งเสริมถ้าเราสามารถถือหุ้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ในประเทศเพื่อนบ้านแล้วเราควรจะส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย ประเทศไทยเรา มีสนามบินเปึนฮับ (Hub) ในด้านอาเซียนสามารถไปประเทศพม่า ไปประเทศลาว ไปประเทศเวียดนาม ไปประเทศกัมพูชาได้ ดังนั้นเองการท่องเที่ยวนั้นเราควรจะมี ความตกลงนอกเหนือจากพันธกรณีฉบับที่ ๘ นี้ เนื่องจากว่าอาจจะลดอุปสรรคต่าง ๆ ในการท่องเที่ยวหรือในธุรกิจท่องเที่ยว ถ้าเกิดต่างชาติมาเที่ยวในประเทศไทยก็สามารถ ไปเที่ยวประเทศพม่า เที่ยวประเทศลาว เที่ยวประเทศกัมพูชาได้ แต่ว่าข้อจํากัดต่าง ๆ ที่เรามีระเบียบอีกมากมายนั้นยังมีอุปสรรคอยู่ เช่น วีซ่า (Visa) ในระบบอาเซียน ประเทศในยุโรปจะไปไหนเปึนวีซ่า เชงเกน (Visa schengen) ไปไหนก็ได้ แต่เราเอง ในประเทศอาเซียนแท้ ๆ ไปไหนมาไหนกลับต้องมีวีซ่า หรือแม้กระทั่งรถยนต์ที่จะไป ประเทศเพื่อนบ้าน เราพวงมาลัยขวาจะไปประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ ดังนั้นเองในหลักการ ผมเห็นด้วยในการที่จะเป่ดความตกลงภาคบริการ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เพราะว่าเรามีจุดแข็ง เราเองมีความสะดวกสบาย แต่ว่านักท่องเที่ยวนั้นนอกเหนือจากเที่ยวประเทศไทยแล้ว เขาอาจจะไปเที่ยวมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นคือประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นเอง ความตกลงนี้อยากจะให้ทางรัฐบาลลดอุปสรรคต่าง ๆ หรือส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ดี มากยิ่งขึ้นไป หรือแม้กระทั่งเรื่องธุรกิจด้านสุขภาพ ท่านประธานครับ สุขภาพเราเอง ก็มีจุดแข็งว่าเรามีเซอร์วิส มายด์ (Service mind) เรามีบุคลากรแพทย์และพยาบาล เปึนจํานวนมากอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวมาแล้ว ผมไม่อยากกล่าวซ้ํานะครับ ซึ่งธุรกิจทางด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยวนั้นอยากฝากว่าประเทศไทย ผมว่าประเทศต่าง ๆ การที่เราเองบอกว่าอาเซียนเปึนตลาดเดียว เปึนฐานการผลิตเดียว แต่ท่านประธานครับ นักธุรกิจไทยนั้น จะทําธุรกิจต่างประเทศนั้นไปด้วยตัวเอง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ รัฐเองไม่เคยช่วยอะไรเลย ต่างประเทศเขาจะทําธุรกิจอะไร แค่ว่ารัฐบาลของเรามีมาตรการ อะไรสักอย่างหนึ่ง ท่านทูตประเทศนั้น ๆ เข้าพบรัฐมนตรี ท่านพบนายกรัฐมนตรีแล้ว ของเราเองอย่าว่าแต่ท่านทูตเลยครับ ข้อตกลงก็ไม่มี มีธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ส่งเสริม การท่องเที่ยวก็ไม่ช่วยเหลือ แม้กระทั่งกรณีพิพาทเอง คู่กรณีผู้ประกอบการก็ไปว่าคดีเอง รัฐบาลเองไม่เคยช่วยเหลือ ดังนั้นรัฐควรจะเข้าไปช่วยเหลือในด้านนี้ แนวหน้า ผู้ประกอบการของเมืองไทยเก่งทุกคน แต่อยากให้รัฐเองพยายามช่วยเหลือหรือสนับสนุน ผู้ประกอบการไทยให้มากกว่านี้ ไม่ควรเปึนข้อตกลง ต่างชาติสามารถเข้ามาถือหุ้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ แต่เราเองบอกว่าจะไปต่างประเทศ แต่เราไม่มีความช่วยเหลือ หรือรัฐเองไม่เคยให้ความช่วยเหลือ เปึนการเหมือนกับปล่อยเกาะตัวใครตัวมัน ดังนั้น จึงอยากฝากรัฐบาลว่าหามาตรการนอกเหนือจากความตกลงนี้ ความตกลงนี้ผมเห็นด้วย และมีความจําเปึนต้องไปเซ็นในวันมะรืนนี้ แต่ความตกลงหรือว่ารายละเอียดปลีกย่อย ที่รัฐบาลที่จะเข้าไปช่วยเหลือนั้นควรจะมีมากกว่านี้ นี่คือจุดแข็งที่มีอยู่ เราควรจะใช้ จุดแข็งที่มีอยู่ให้เต็มที่ แต่มามองจุดอ่อน จุดอ่อนเราบอกว่าขนส่งทางอากาศก็ดี หรือทางด้านโทรคมนาคม หรือด้านคอมพิวเตอร์ ผมว่าไทยเองถ้าในอาเซียน เราเองจะสู้ พวกสิงคโปร์ มาเลเซียไม่ได้ในด้านนี้ อันนี้ยอมรับ ฉะนั้นเราเองจะมีการปรับตัวอย่างไร อย่างเรื่องโลจิสติกส์ก็ดี หรือเรื่องขนส่งทางอากาศ เรื่องดีเอสแอล (DSL) ซึ่งเขาจะเปึนสัญชาติ สิงคโปร์ไปหมดแล้ว หรือธุรกิจต่าง ๆ หรือสายการเดินเรือจะเปึนของเมิกซ์ก็ดี หรือของ อะไรต่าง ๆ ก็ดี เขาจดเปึนสัญชาติสิงคโปร์ไปแล้ว ดังนั้นความตกลงทางด้านบริการนี้ เมื่อเราเป่ดหรือทําความตกลงแล้ว เขาก็สามารถถือหุ้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ ท่านประธานครับ แล้วผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมขนาดไหนที่จะมารองรับในการต่อสู้นี้ เราคงจะฝ๋น กระแสหรือจะต่อต้านไม่ได้ว่าความตกลงนี้ไม่มี เราคงต้องมี แต่เราจะเตรียมตัว และปรับตัวอย่างไร ว่าจะให้ต่อสู้หรือจะยืนหยัดในสาขาภาคบริการที่เรามีจุดอ่อนได้ เพราะเรามีจุดแข็งแต่เราไม่ใช้โอกาสที่เรามีจุดแข็ง จุดอ่อนเราไม่ต้องหาทางมาตรการ ปัองกันช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยว่าจะช่วยเหลือหรือส่งเสริมอย่างไร ดังนั้นผมว่า คนไทยมีความสามารถเก่งทุกคน แต่ขอให้รัฐบาลนั้นซึ่งเปึนผู้นําในฝ์ายบริหารขอให้ ช่วยดูให้ผู้ประกอบการนั้น หมายถึงว่าต่อสู้กับประเทศเพื่อนบ้านได้ เพราะเราเอง ต่อไปเราคงจะฝ๋นกระแสโลกไม่ได้ เพราะว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต้องมีในป้ ๒๕๕๘ หรือ ค.ศ. ๒๐๑๕ ดังนั้นเองฉบับนี้ว่าด้วยเรื่องบริการนั้น นี่คือหนังตัวอย่างหรือ เปึนส่วนเดียวเท่านั้นในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่ผ่านมาเรามีการค้าเสรีหรืออาฟต้า เรื่องสินค้าไปแล้ว อันนี้พูดถึงภาคบริการ ต่อไปเราจะมีการลงทุนก็ดี เรื่องการเงินก็ดี และเรื่องแรงงานที่มีฝ้มืออีก ๓ สาขานะครับ ทั้งหมด ๕ สาขา ซึ่งจะต้องมีการพิจารณา อีกหลายเรื่อง แล้วเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้คงจะได้พิจารณาในประเด็นปลีกย่อย อีกหลายเรื่อง ก็เห็นใจรัฐบาลเองต้องเข้าสู่สภา ซึ่งท่านสมาชิกเองก็มีภารกิจมาก แต่ว่าไหน ๆ มาแล้วก็อยากจะฝากข้อเสนอแนะข้ออภิปราย ที่เปึนห่วงที่สุดคือว่า อะไรที่เปึนจุดแข็ง ภาคบริการขอให้รัฐควรจะส่งเสริม อะไรที่เปึนจุดอ่อนควรจะปัองกัน ให้ดี เมื่อเรารู้ว่าเรามีจุดอ่อนอย่างไร จะปัองกันอย่างไร และจุดแข็งเราจะส่งเสริม โอกาสที่จะประสบความสําเร็จนั้นเปึนไปได้อย่างไร ขอบคุณ