อลงกรณ์ พลบุตร เสนอแนะให้รัฐบาลอนุมัติลงนามในพิธีสารเพื่อผูกพันความก้าวหน้าในความตกลงการค้าบริการ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาในระดับสากล และพร้อมที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้แสดงความเห็น และตั้งข้อสังเกต ตลอดจนคําแนะนําที่จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดําเนินการ ขั้นต่อไปสําหรับการเป่ดตลาดการค้าบริการ ชุดที่ ๘ ซึ่งในวันนี้ทางคณะรัฐมนตรี ได้ขอความเห็นชอบเพื่อที่จะสามารถลงนามในพิธีสารหรือว่า โพรโตคอน เพื่ออนุวัติ ข้อผูกพัน ชุดที่ ๘ ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ ซึ่งเปึน ๑ ใน ๓ ความตกลงหลัก ของอาเซียน ก็คือความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ความตกลง หรือที่เรียกว่า อาติก้า ความตกลงว่าด้วยการลงทุน หรือ อาเกีย แล้วก็ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ หรือว่า เอฟาส ซึ่งการขออนุมัติเพื่อสามารถไปลงนามได้ในระหว่างการประชุมอาเซียน ที่จะถึงนี้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีจะเปึนหัวหน้าคณะในฐานะของผู้นํา ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี จะไปในฐานะของหัวหน้าคณะของคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของไทย ผมเอง จะไปในฐานะของผู้แทนประเทศไทยในนามของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนหรือว่า เออีเอ็ม (AEM) ซึ่งจะเปึนผู้ไปลงนามถ้าหากว่าท่านได้ให้ความเห็นชอบ ในภาคบริการนั้น ต้องเรียนว่าอาเซียน ๑๐ ประเทศได้ค่อย ๆ ลดข้อจํากัดและเป่ดตลาดการค้าบริการ เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ เปึนต้นมา เปึนเวลาที่ยาวนานพอสมควรและมีความก้าวหน้า ที่ขณะนี้เราได้สามารถที่จะนําตารางข้อผูกพันว่าจะเป่ดอะไรบ้างมาถึงชุดที่ ๗ แล้ว และภายใต้ความตกลงดังกล่าวนั้นเรามีข้อผูกพันในการที่จะให้มีธุรกิจในสาขาภาคบริการ สามารถเข้ามาลงทุนโดยถือหุ้นได้ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือข้อผูกพันที่เปึนข้อผูกพันที่เราเอง ก็สามารถใช้ประโยชน์ในการที่จะไปตั้งกิจการหรือการที่จะไปขยายการบริการ ในประเทศอาเซียนที่เหลือได้เช่นเดียวกัน จากการประเมินเมื่อได้มีการทําประชาพิจารณ์ มีการประชุมไปไม่น้อยกว่า ๒๔ ครั้ง แล้วก็ยังไม่รวมถึงการที่ได้มีการทําโฟกัส กรุ๊ป (Focus group) และมีการจัดประชุมอย่างต่อเนื่องเพื่อรับฟังความคิดเห็นและประชาสัมพันธ์ ไปในขณะเดียวกัน เราได้ข้อสรุปว่าประเทศไทยอยู่ในระดับต้น ๆ ลําดับที่ ๑ ลําดับที่ ๒ หรือลําดับที่ ๓ ในสาขาภาคบริการเปึนการทั่วไปหรือเฉพาะด้านจากทั้งหมด ๑๐ ประเทศด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็มีความรอบคอบและห่วงกังวลต่อบางสาขาที่จําเปึนจะต้อง ได้รับการเร่งรัดพัฒนาและดูแล ไม่ว่าจะเปึนในสายของวิชาชีพก็ดี หรือสายทั่วไปก็ดี แต่ทั้งนี้ก็มีหลักเกณฑ์ในหลักที่เรายึดและเปึนข้อผูกพันที่ผู้นําอาเซียนได้ตกลงกันไว้ ในการที่จะเป่ดแบบค่อยเปึนค่อยไปที่เรียกว่า โปรเกรสซีฟ ลิเบอร์ไลเซชั่น (Progressive liberalization) และดําเนินการอย่างเปึนขั้นเปึนตอน จนกระทั่งมีภาคผนวกที่เปึนตารางข้อผูกพัน ในการเป่ดตลาดบริการถึงชุดที่ ๗ ประเด็นสําคัญที่ขออนุมัติในวันนี้ก็คือว่าการไปลงนาม ในพิธีสารเพื่อที่จะผูกพันสําหรับความก้าวหน้าในความตกลงการค้าบริการ ขณะเดียวกัน ตารางข้อผูกพัน ๘๐ สาขาบริการที่จะผูกพันนั้นอยู่ระหว่างการดําเนินการยังไม่ได้มี การกําหนดว่าเปึนอะไรบ้าง โดยให้ดําเนินการในชุดบริการที่ ๗ ซึ่งขณะนี้ประเทศอาเซียน ทั้งหมดส่วนใหญ่ก็ดําเนินการในลักษณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าการก้าวไปสู่โค้งสุดท้าย ของการเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก ๔ ป้ ๓ เดือนข้างหน้านั้น เราจะเป่ด ตลาดภาคบริการทั้งหมดเหมือนอย่างที่อาเซียนทุกประเทศจะต้องดําเนินการ ฉะนั้น ต้องถือว่าเปึนความก้าวหน้าอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศอาเซียนที่สามารถเป่ดตลาด ภาคบริการมาได้ผ่านชุดที่ ๗ แล้วกําลังจัดทําชุดที่ ๘ อย่างไรก็ดีแต่ละประเทศก็มีสิทธิ ที่จะมีบัญชีสงวน ส่วนกรณีอาชีพสงวนนั้นยังคงเปึนอาชีพสงวน ภายใต้กฎหมายไทย อย่างที่ท่านสมาชิกได้มีข้อกังวลนั้น เพราะฉะนั้นก็ยังคงสงวนไว้ต่อไป ยกเว้นการเป่ดเสรี เฉพาะอาชีพที่ไม่ได้สงวน ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงในเรื่องของแพทย์ วิศวกร แต่อย่างไรก็ตามคุณสมบัติก็ยังจะต้องกําหนดภายใต้กฎหมายเฉพาะภายในของเรา หรือว่าองค์การวิชาชีพเฉพาะ อันนี้เปึนความตกลงที่เรามีความตกลงร่วมกันอยู่แล้ว ท่านสมาชิกได้พูดถึงภาคการศึกษาสาขาการศึกษาที่เรามีจุดแข็งมาก เพราะเราได้ดําเนิน กลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ที่เรียกว่าเอดดูเคชั่น ฮับ (Education Hub) หรือว่าศูนย์การการศึกษา พร้อมกับการเปึนเมดิคอล ฮับ (Medical Hub) ก็คือศูนย์การทางการแพทย์ ประเด็น ดังกล่าวนั้นถูกต้องแล้วว่าเปึนภาคบริการที่เราเป่ดแล้วอยู่ในชุดที่ ๗ เป่ดไปเรียบร้อย แล้วก็มีทั้งส่วนที่เราพยายามที่จะจูงใจให้นักศึกษานานาชาตินั้นมาศึกษาในประเทศไทย หรือการขยายสาขาของเรา ไม่ว่าจะเปึนสถาบันการศึกษาในระดับใหญ่หรือสถาบันการศึกษา เฉพาะทางในรูปแบบของแฟรนไชส์ (Franchise) ซึ่งเย็นนี้จะได้มีการให้รางวัลแฟรนไชส์ ควอลิตี้ อวอร์ด (Franchise Quality Award) ซึ่งตรงนี้ก็โยงไปถึงประเด็นที่ท่านให้ความห่วงใยว่า เราจะต้องส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของภาคบริการของเรา อันนี้ตรงครับ เนื่องจากว่า กระทรวงพาณิชย์โดยผมได้กํากับดูแลกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่นําเสนอ ในเรื่องของพิธีสารฉบับนี้ กับ ๒. ก็คือการดูแลธุรกิจทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วนจํากัดไว้ ๕๐๐,๐๐๐ กว่ารายในประเทศไทย และวิสาหกิจ ๒.๙ ล้านราย ในประเทศไทย ๙๙.๗ เปอร์เซ็นต์เปึนเอสเอ็มอีซึ่งแยกย่อยไปตามสาขาต่าง ๆ แต่สรุป ก็คือว่าโครงสร้างประเทศในเรื่องภาคบริการของเราไซส์ (Size) เล็กหมด เล็กและย่อม แทบจะไม่มีไซส์ใหญ่ ขณะเดียวกันเราได้จัดตั้งที่เรียกว่าบีบี อะคาเดมี (BB Academy) อย่างเปึนระบบ เพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนาองค์ความรู้ แล้วก็เชื่อมโยง ระหว่างภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาครัฐเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเราจะสามารถ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน แก้จุดอ่อนเปึนจุดแข็ง ซึ่งได้ร่วมมือกับภาควิชาการ ภาคเอกชน โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดตั้งไปแล้ว ๓ สถาบันครับ ๑. ก็คืออี-คอมเมิร์ซ อะคาเดมี (e-Commerce academy) ๒. ก็คือแฟรนไชส์ อะคาเดมี (Franchise academy) ๓. ก็คือโลจิสติกส์ อะคาเดมี (Logistics academy) และที่กําลังจะดําเนินการอีก ๔ ก็คือในเรื่องของการค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจสุขภาพ เปึนต้น นั่นคือเปัาหมายที่เราเชื่อว่าจะเสริมสร้าง ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในการที่จะได้ประโยชน์สูงสุดสําหรับการเป่ดตลาด การค้าบริการ ๒. ก็คือการพัฒนามาตรฐานของธุรกิจครับ นี่เปึนครั้งแรกที่เรามีการพัฒนา มาตรฐานธุรกิจยกตัวอย่างธุรกิจแฟรนไชส์ ที่ผมได้เรียนว่าไม่ว่าจะเปึนสาขาทางการแพทย์ สาขาท่องเที่ยว สาขาธุรกิจอาหาร สาขาด้านเฮลธิเนส บิซิเนส (Healthiness business) หรือว่าด้านสุขภาพและการศึกษานั้นเราอยู่ในระดับทอป (Top) อาเซียน แต่เท่านั้นยังไม่พอ เราจะต้องก้าวล้ําหน้าคนอื่น ๑ ก้าวเสมอ ไม่ใช่เดินตามหลังต้อย ๆ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา วันนี้ประเทศไทยมีความพร้อมที่เราจะก้าวสู่การเปึนผู้นําในอาเซียน ผู้นําในเอเชีย ภายใน ๕ ป้ ๑๐ ป้ ด้วยการดําเนินอย่างมีเปัาหมาย อย่างมียุทธศาสตร์ กลยุทธ์ เพราะฉะนั้นเพียงแค่ในตลาด อาเซียนนั้นผมคิดว่ายังเล็กเกินไปสําหรับประเทศไทยขณะนี้ แต่ว่าการที่เราจะสามารถ สร้างความมั่นใจคือการสร้างมาตรฐานธุรกิจ ตัวอย่างชัดเจนคือเรื่องธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งมีมูลค่าตลาด ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๓๐ กิจการ ๔๐,๐๐๐ สาขาที่เกิดขึ้นในป้นี้ บัดนี้ เราส่งออกไปแล้วไม่ต่ํากว่า ๑๕ กิจการ หลายสาขาในหลายประเทศ เปึนธุรกิจที่เรียกว่า เปึนครีเอทีฟ บิซิเนส (Creative business) ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่จะเพิ่มมูลค่า ต่อยอดและสร้างความสามารถที่เหนือกว่าในการเจาะตลาดสินค้าภาคบริการ แฟรนไชส์ ได้เติบโตอย่างรวดเร็วเปึนหนึ่งที่เราได้ทําอย่างครบวงจร ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา มีทั้งแฟรนไชส์ อะคาเดมี มีทั้งมาตรฐานที่เรียกว่าเอฟคิวเอ (FQA) โดยใช้มาตรฐานสากล คือมัลคอล์ม บัลดริจ เนชันนัล ควอลิตี้ อวอร์ด (Malcolm Baldrige National Quality Award) การสร้างมาตรฐานธุรกิจบริการ การสร้างมาตรฐานธุรกิจการสร้างมาตรฐาน สินค้าจะสร้างความมั่นใจว่าเราจะก้าวสู่การเปึนผู้นําของเอเชียได้หรือของอาเซียนได้ พร้อมกันนั้นก็ต่อยอดด้วยนโยบายเชิงรุก ในการทําตลาดสมัยใหม่ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ เวอร์ชวล เวิร์ล มาร์เกตติ้ง (Virtual World Marketing) ออนไลน์ มาร์เกตติ้ง (Online marketing) โซเชียล คอมเมิร์ซ (Social commerce) หรือแม้แต่ที่เปึนตลาดในเชิงรุก ของการเข้าสู่โมเดิร์น เทรด (Modern trade) ในการพัฒนากลุ่มโชห่วยร้านค้าส่งของเรา ย้อนศรแบบเดียวกับเทสโก้โลตัส หรือโมเดิร์น เทรดของประเทศตะวันตกต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ คือการพัฒนาธุรกิจภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ท่านอาจจะไม่เห็นว่าในอดีตได้มีการก้าวสร้างกลไกและเครื่องมือ ทั้งในองค์ความรู้ ทั้งความรู้และวิชาชีพ โนเลดจ (Knowledge) โนฮาว (Know-how) แล้วก็สามารถที่จะ สร้างฐานการส่งออกไป เพราะฉะนั้นการก้าวสู่ชุดบริการที่ ๘ อยู่ระหว่างการจัดทํา และการจัดทํานี้เปึนไปตามหลักที่ท่านสมาชิกรัฐสภาได้ให้ไว้ก็คือเป่ดให้ทุกภาคี ภาคส่วนสามารถที่จะมีโอกาสในการเสนอปัญหา เสนอความคิดเห็น และจะต้องนํากลับ เข้ามาขออนุมัติจากสมาชิกรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง
ท่านสมาชิกได้ตั้งประเด็นคําถามเกี่ยวกับเรื่องของสาขาบางสาขา เช่นในเรื่อง ของสาขาสุขภาพ ผมก็ต้องเรียนว่าเรื่องเมดิคอล ฮับ เราค่อนข้างที่จะเปึน ๑ ใน ๒ ของโลก ที่เปึนประเทศเปัาหมายที่คนทั่วโลกต้องการจะเข้ามาใช้บริการ ผมไปลาตินอเมริกา ผมไปตะวันออกกลาง ผมไปประเทศในเอเชีย ไปประเทศจีน หรืออินโดจีน ท่านสมาชิก ทราบไหมครับเพราะท่านอาจจะไม่ได้เดินทางแบบผมไปทั่วโลก เราได้เห็นโลกครับ แล้วผมก็อยากให้สมาชิกรัฐสภาซึ่งถ้าจะอนุมัติต่อไปได้เกิดความเข้าใจ แล้วท่านก็จะเกิด ความภาคภูมิใจในประเทศ เพราะถ้าท่านไม่รู้ท่านก็ไม่เกิดความภาคภูมิใจ เราเปึน ๑ ใน ๒ ของประเทศในโลกที่เขาต้องการมาแล้วนี่ก็คือภาคบริการที่เราจะเป่ดซึ่งอยู่ในชุดของ สาขาเร่งรัดก็คือไพรออริตี อินทิเกรชัน เซ็กเตอร์ (Priority Integration Sector) หรือว่า พีไอเอส (PIS) ซึ่งป้นี้เราจะเป่ด และอาเซียนเป่ดคือถือหุ้นกันได้ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ก็อยู่ว่ารายสาขาอะไรบ้างที่เปึนจุดเด่นจุดแข็งนะครับ ทั้งหมดนี้ก็คงจะเปึนส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เรียนกับท่านสมาชิกว่าวันนี้เรามีความพร้อม แล้วก็การประชุมอาเซียนในวันที่ ๒๘-๓๐ ซึ่งผมและท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจจะต้องไปประชุมและลงนาม ในหลายความตกลง พิธีสารฉบับนี้จะทําให้เราเปึนส่วนหนึ่งของอาเซียนที่จะขับเคลื่อน อาเซียนไปสู่การเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเสริมสร้างความเข้มแข็งอํานาจต่อรอง ของอาเซียนร่วมกัน และเปึนการเป่ดโอกาสให้นักธุรกิจของเรา และเป่ดโอกาสให้คนไทย ได้มีงานทํามากขึ้น และมีเทคโนโลยีโนฮาวภายในกลุ่มของเราที่จะมีการถ่ายทอดธุรกิจ ระหว่างกันนั่นคือสิ่งที่รัฐบาลได้มาขอความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ จึงขอ ท่านประธานได้กรุณาช่วยสนับสนุนพิธีสารดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ