ประเสริฐ ชิตพงศ์ เสนอแนะการเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยรองรับนักศึกษาจากประเทศอาเซียนในการศึกษาในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีความสามารถภาษาอังกฤษและภาษาจีน นอกจากนี้ยังเสนอให้ใช้ภาษาบาฮาซาเป็นภาษากลางของอาเซียน และใช้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยเป็นประตูสู่อาเซียน และร่วมมือกับอาเซียนเพื่อลดข้อจำกัดทางประวัติศาสตร์และให้บริการทางด้านการศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในการที่จะเจรจากรอบการบริการของอาเซียน ในครั้งนี้ ผมอยากจะขอให้ความคิดเห็นเพื่อที่จะให้มีการพิจารณาหรือหากเปึนไปได้ ก็อยากให้มีการเพิ่มเติม ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับด้านการศึกษานะครับ คือผมดูจากกรอบ ที่ได้กําหนดไว้แล้วนี่นะครับก็ดูเหมือนว่าได้ครอบคลุมในหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ ประการไว้ ครบถ้วนพอสมควรแล้ว สําหรับในห้วงเวลาในปัจจุบัน แต่ว่าด้านหนึ่งที่อาจจะเปึน โอกาสสําหรับประเทศไทยด้วย เปึนโอกาสสําหรับการที่ประเทศไทยอาจจะเปึนที่รองรับ หรือประเทศไทยอาจจะเปึนการไปลงทุนในต่างประเทศด้วย ก็คือทางด้านการศึกษา ซึ่งในด้านการศึกษานั้นผมอยากเรียนว่าไม่ว่าเราจะรองรับหรือเราจะรุกเข้าไปในประเทศ ในอาเซียนเรามีความพร้อมอยู่ในหลาย ๆ ด้าน และโดยเฉพาะสิ่งที่น่าจะพึงกระทํา สําหรับด้านการศึกษาก็คือการที่สถาบันการศึกษาของไทยเองเป่ดหลักสูตรหรือว่าจัดทํา กิจกรรมที่อาจจะเปึนที่รองรับนักศึกษาจากประเทศในกลุ่ม และโดยเฉพาะสิ่งที่อันจะพึงกระทําสําหรับด้านการศึกษาก็คือการที่สถาบันการศึกษา ของไทยเอง เป่ดหลักสูตรหรือว่จัดทํากิจกรรมที่อาจจะเปึนที่รองรับนักศึกษาจากประเทศ ในกลุ่มอาเซียน หรือการที่สถาบันการศึกษาของไทยที่มีความพร้อม อาจจะไปเป่ด ให้บริการการศึกษาในประเทศอาเซียนด้วยกัน ซึ่งการศึกษาของประเทศไทยนั้น ในขณะนี้ มหาวิทยาลัยไทยหลายแห่ง ไม่ว่าของรัฐหรือของเอกชนได้ถูกจัดอยู่ในอันดับที่อยู่ใน ระดับสูงของเอเชียซึ่งนั่นหมายรวมถึงในอาเซียนก็จะอยู่ในระดับสูงด้วย หลายมหาวิทยาลัย ก็ติดอยู่ในอันดับโลก เมื่อมีโอกาสที่จะทําให้สถาบันการศึกษาเหล่านี้สามารถรองรับ นักศึกษาในกรณีที่เราตั้งรับ หรืออาจจะไปเป่ดหลักสูตรในเชิงรุกสําหรับประเทศ ในอาเซียนก็มีความเปึนไปได้สูง มหาวิทยาลัยเอกชนนั้นมีความสันทัดในการที่จะเป่ด หลักสูตรทางด้านที่เกี่ยวข้องกับด้านสังคมศาสตร์ อาจจะเปึนด้านบริหารธุรกิจ หรืออาจจะเปึน ศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านที่สามารถรองรับนักศึกษาต่างชาติให้เข้ามาเรียน หรืออาจจะไปเป่ดในต่างประเทศเพื่อให้นักศึกษาในประเทศนั้นได้เรียนได้ มหาวิทยาลัย ของรัฐเองหลายแห่งมีความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์ สามารถเป่ดหลักสูตรได้ถึง ปริญญาโทและปริญญาเอก มีนักศึกษาจากหลาย ๆ ชาติเข้ามาเรียนอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันเราก็อาจที่จะไปเป่ดหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยในอาเซียนด้วยกัน เพื่อเป่ดโอกาสให้คนเหล่านั้นได้มาเรียนในหลักสูตรร่วมนั้นหรือมาเรียนในประเทศไทย ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยก็น่าที่จะเป่ดโอกาสให้มีการจัดสรรทุนการศึกษาให้กับ ประเทศในอาเซียนโดยเฉพาะในประเทศที่เขาอาจจะมีระดับการศึกษาที่ตามหลัง ประเทศเราอยู่ การจัดสรรทุนให้นั้น ในระดับหนึ่งก็ดูเหมือนว่าทําไมเราต้องไปลงทุนให้ เปลืองเงิน แต่ถ้าเรามองถึงยุทธศาสตร์ของประเทศในตะวันตกในอดีตที่เขาจัดสรรทุน ให้กับคนไทยได้ไปร่ําเรียนในต่างประเทศในขณะนั้น ผมเองก็เปึนคนหนึ่งที่ได้รับอานิสงส์ จากการที่ได้รับทุนจากต่างประเทศไปเรียนด้วย เราก็รู้ว่าเมื่อเราไปเรียนแล้วมันมีอะไร หลายอย่างที่เราเกิดความสัมพันธ์เชื่อมโยง ความรู้สึกผูกพัน และเมื่อมีกิจกรรมอะไร ที่เราจะร่วมกันได้เราก็รู้สึกว่าเราอยากจะร่วม อยากจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อย่างนี้ เปึนต้น เช่นเดียวกันเมื่อเปึนเช่นนี้หากเราสามารถจัดสรรทุนให้กับนักศึกษาในอาเซียน ให้เข้ามาเรียนในประเทศไทยได้มากขึ้น คนเหล่านี้ในอนาคตจะเปึนตัวเชื่อมโยงสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศนั้น ๆ และจะเปึนการเป่ดโอกาสให้เกิดความร่วมมือ เกิดความรู้สึกที่เปึนมิตรกัน ผูกพันกัน การที่จะไปทําประโยชน์อะไรอื่นใดในอนาคต ในเรื่องของการลงทุนทําธุรกิจ หรืออาจจะมีกรณีที่เรามีความจําเปึนต้องติดต่อกัน ในเรื่องทางสังคมก็ตาม การเมืองก็ตาม หรือมีปัญหาความขัดแย้งก็ตาม คนเหล่านี้ จะเปึนตัวช่วยเชื่อมโยงสัมพันธ์ที่ดี ในการที่จะไปช่วยลดหรือไปช่วยแก้ปัญหาในเรื่อง ของกรณีเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะฉะนั้นการที่ประเทศไทยพร้อมที่จะจัดสรรทุน ส่วนหนึ่งให้กับนักเรียนในอาเซียนได้เข้ามาเรียนในประเทศไทยนี่นะครับ มันอาจจะเปึน การลงทุนอีกทางหนึ่ง แต่ว่ามันเปึนโอกาสสําหรับการที่ในอนาคตแล้วนี่จะเกิดความ สัมพันธ์ที่ดีไว้อะไรไว้ก็จะเกิดประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย การที่เรามีโอกาสรับนักเรียน ต่างชาติเข้ามาเรียนในประเทศไทยนั้น ผมอยากเรียนว่าประเทศไทยมีความพร้อม หลาย ๆ ด้านครับ จริงอยู่เราอาจจะใช้ภาษาไทยในการเรียนในระดับปริญญาตรี แต่ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวมทั้งปริญญาตรีหลายสาขาในขณะนี้ โดยเฉพาะ ในมหาวิทยาลัยเอกชนนะครับ ผมอยากย้ําตรงนี้ได้เป่ดหลักสูตรที่เปึนอังกฤษอีก มากมายแล้ว มีนักเรียนต่างชาติมาเรียนอยู่พอสมควร ถ้าเราขยายศักยภาพตรงนี้ ให้นักเรียนต่างชาติเข้ามาเรียนให้มากขึ้น ก็จะเปึนประโยชน์มากมาย เพราะประเทศไทยนั้น มีโอกาส มีความได้เปรียบอยู่มากมายในเรื่องการที่น่าจะมาเรียนของชาวต่างชาติ ของนักเรียนโดยเฉพาะในอาเซียนนี่นะครับ เช่นค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงจนเกินไป ค่าใช้จ่าย ของประเทศไทยนั้นถือว่าอยู่ในระดับกลาง ไม่ถูกแล้วก็คงไม่แพงนัก แล้วขณะเดียวกัน ค่าเล่าเรียนเองก็ไม่ถือว่าสูงนักนะครับ ไม่ว่าจะเปึนมหาวิทยาลัยเอกชนก็ตาม โดยเฉพาะ ในมหาวิทยาลัยของรัฐเองก็ตามนี่นะครับ อีกอย่างหนึ่ง ประเทศไทยมีความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม ความสนใจของนักเรียนต่างชาติที่จะมาเรียนในเมืองไทยนั้นก็มีอยู่สูง อาจจะมาเรียนทั้งระบบทั้งหลักสูตรเลย หรืออาจจะมาเรียนบางส่วนก็ตามเราก็ได้ ประโยชน์ทั้งนั้นนะครับ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในบ้านเรานั้นถือว่าเปึนที่ยอมรับสูงนะครับ ประเทศเล็ก ๆ อย่างประเทศสิงคโปร์ถ้าเราจะไปเรียนหรือเราจะไปดูงานที่นั่นเราใช้เวลาเพียงอาทิตย์เดียว เราไปจบแล้วไม่ต้องใช้เวลามากกว่านั้นหรอกครับ แต่สําหรับบ้านเรานั้นถ้าคนต่างชาติจะมา ไม่ว่ามาเรียนระยะสั้น ระยะยาว ใช้เวลากันนานนะครับกว่าจะเรียนรู้ประเทศไทยใช้เวลา กันเปึนป้หรืออาจจะมากกว่านั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเปึนสิ่งที่เชื้อเชิญให้นักเรียนต่างชาติ สนใจจะเข้ามาเรียนในประเทศไทย หรือเราจะไปเป่ดหลักสูตรที่โน่นแล้วเกิดการแลกเปลี่ยน นักศึกษาไป ๆ มา ๆ มันก็ได้ประโยชน์ อีกอย่างหนึ่งประเทศไทยมีสิ่งอํานวยความสะดวก ต่าง ๆ มากมาย ในกรุงเทพฯ หรือในจังหวัดใหญ่ ๆ ที่สถาบันการศึกษาตั้งอยู่เรามี ความพร้อมที่จะรองรับนักศึกษาต่างชาติมีความสะดวก อย่างเช่นในกรุงเทพฯ เอง แหล่งบันเทิงต่าง ๆ สําหรับนักเรียนนักศึกษา ที่เขามาเรียนแล้วเขาคงไม่ใช่มุ่งแต่จะมา เรียนอย่างเดียว มาใช้ชีวิต มาเรียนรู้มาอะไรต่ออะไร ประเทศไทยมีแหล่งต่าง ๆ เหล่านี้ ครบถ้วนพอสมควร ในเรื่องสถานพักผ่อนหย่อนใจอะไรทั้งหลายประเทศไทยก็มีมากกว่า หลาย ๆ ประเทศในอาเซียนด้วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งเชื้อเชิญ และที่สําคัญอีกอันหนึ่งซึ่งบ้านเรามีฐานะที่ดีกว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนด้วยกันก็คือ การดูแลเรื่องสุขภาพ ระบบโรงพยาบาล ระบบการดูแลเรื่องบริการสุขภาพทั้งหลายบ้าน เราถือว่าเยี่ยมในอาเซียน เราอาจจะตามหลังประเทศสิงคโปร์อยู่หน่อยหนึ่ง แต่ว่า ความกว้างขวางความพร้อมเราสูงกว่าที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์นั้นอาจจะมี ความสามารถในเชิงลึก แต่ในความกว้าง ในการให้บริการด้วยจิตใจด้วยอะไรต่ออะไร สู้ประเทศไทยไม่ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเปึนการเป่ดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติสนใจ ที่จะเข้ามาเรียนในประเทศไทย อันนี้เปึนสิ่งซึ่งเราได้ตรวจสอบสอบถามนักเรียนต่างชาติ ที่มาเรียนอยู่ในประเทศไทยบ้างแล้ว สิ่งที่ผมยกมานี่ไม่ได้ยกมาลอย ๆ นะครับ เราได้ พูดคุยกับนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนอยู่บ้างแล้วก็พบว่านี่คือสิ่งที่เขาสนใจที่จะมาเรียน ในประเทศไทย ถ้าหากเราไปเป่ดหลักสูตรในบ้านเขาแล้วเกิดการแลกเปลี่ยนเดินทาง ไปมาของนักศึกษา สิ่งเหล่านี้มันจะทําให้เกิดความเคลื่อนไหวของนักศึกษามากขึ้น แล้วก็จะเปึนประโยชน์กับประเทศไทย
ประการที่สอง บริการของอาเซียนที่ผมคิดว่าประเทศไทยเราจะต้อง เตรียมพร้อมมากขึ้น ไปสอดคล้องกับด้านการศึกษาด้วยก็คือการเพิ่มความสามารถ ทางภาษาครับ ตรงนี้เองประเทศไทยมีความจําเปึนเปึนอย่างมาก ภาษาอังกฤษของเรานั้น ในระดับคนชั้นกลาง ในระดับคนที่มีโอกาสทางการศึกษา อาจจะไม่เปึนไร ความสามารถ ทางภาษาเราอาจจะโอเคอยู่ แต่ในระดับกว้างในระดับนี้จะเปึนประโยชน์มากมาย ในการสื่อสารในการประกอบอาชีพ ต้องยอมรับว่าความสามารถทางภาษาเรายังด้อยอยู่ เพราะฉะนั้นการที่เราจะเป่ดบริการของอาเซียนเพื่อให้เกิดเปึนโอกาสทําอย่างไรถึงจะให้ ความสามารถทางด้านภาษาของเราได้ถูกยกระดับขึ้นมาด้วย ตรงนี้ก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่ามกลางการเป่ดบริการตรงนี้เราต้องสร้างสมรรถนะ ของผู้คน สร้างศักยภาพของผู้คนทางด้านการสื่อสาร ทางด้านภาษา แน่นอนครับ ภาษาอังกฤษเปึนภาษาหลักที่เราคงจะต้องมีความสามารถสูงขึ้น แต่ขณะเดียวกัน อีก ๒ ภาษาที่ผมคิดว่าคงมีความจําเปึน ภาษาหนึ่งก็คือภาษาจีน แน่นอนครับประเทศจีน อาจจะไม่ได้อยู่ในอาเซียน แต่ว่าประเทศจีนนั้นจะเปึนประเทศคู่ค้าใหญ่ของอาเซียน ประเทศไทยควรจะได้มีโอกาสช่วงชิงตรงนี้ ทําอย่างไรถึงจะให้การบริการของเราที่จะเปึน ความสามารถในประเทศอาเซียน เรามีความสามารถที่จะร่วมมือกับทางประเทศจีน ได้มากขึ้นด้วยเพราะว่าเปึนประเทศคู่ค้าที่สําคัญของอาเซียน อีกภาษาหนึ่งซึ่งเปึน ภาษาหลักของประเทศที่อยู่ในอาเซียน มีประชากรประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากร อาเซียนสามารถสื่อสารกันได้ด้วยภาษานี้ เรียกภาษาบาฮาซา (Bahasa) ซึ่งจะใช้กันอยู่ ในประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศบรูไนซึ่งขณะนี้ ๓ ประเทศกําลังรวมกัน ในการที่จะกําหนดภาษาใหม่ขึ้นมาอีกภาษาหนึ่ง ซึ่งเปึนภาษาที่มีรากเดียวกันก็คือ เขาใช้ว่าภาษาแมบบิม (MABBIM) มาจากภาษาที่ใช้กันอยู่ใน ๓ ประเทศเปึนด้านหลัก แล้วก็จะใช้เปึนภาษาร่วมกันได้ อาจจะไม่ใช่เปึนภาษาของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เปึนภาษากลางของทั้ง ๓ ประเทศ ซึ่งประเทศไทยเรามีพื้นฐานของคนที่สามารถ จะศึกษาภาษามาบิม (MABIM) ได้ก็คือประชากรที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ประเทศไทย ซึ่งตรงนี้เองผมอยากจะต่อเนื่องไปถึงข้อสุดท้าย อาจจะเปึนข้อเกือบสุดท้ายเลยว่า ประเทศไทยจะเป่ดบริการอาเซียนนี่เราลองใช้วิกฤติของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เปึนโอกาสได้ไหม อาจจะมีส่วนหนึ่งที่เราเห็นว่าเปึนวิกฤติอยู่ การเกิดรายวันเกิดอะไรต่ออะไร นั่นก็เปึนส่วนหนึ่งแต่ในท่ามกลางปัญหาที่มีอยู่นั้น มันมีอะไรหลายอย่างที่เปึนศักยภาพอยู่ ก็คือความสามารถในการเชื่อมโยงกับประชากรส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งเปึนประชากรส่วนใหญ่ของอาเซียน ๖๕ เปอร์เซ็นต์อย่างที่ผมเรียนแล้ว เขาเปึน ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ใช้ภาษาร่วมกันคือภาษาบาฮาซา อาจจะไม่เหมือนกันหมด เหมือนภาษาไทยกับภาษาลาว เข้าใจกันได้สื่อสารกันได้ แต่อาจจะไม่ใช่เหมือนกัน ทั้งหมด ๓ ประเทศนั้นเขาก็แบบเดียวกันรวมทั้งพี่น้องชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของไทยก็ใช้ภาษาร่วมกันอยู่ในระดับหนึ่งไม่ใช่เหมือนกันหมด ซึ่งตรงนี้เราควรจะใช้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนประตูหรือที่เรียกว่าเกทเวย์ (Gateway) สู่อาเซียน มันมีคนอีกจํานวนมากที่เขาไม่ได้เปึนปลื้มหรือไปร่วมในขบวนการก่อเหตุใน ๓ จังหวัด เขาพร้อมที่จะเข้าไปร่วมมือกับประเทศ แล้วก็ร่วมมือกับประชาคมอาเซียน มีความสามารถ มีความเข้าใจที่จะร่วมมือกับประเทศเหล่านั้นอยู่ใช้ตรงนี้เปึนศักยภาพนําสําหรับเป่ดประตู สู่อาเซียน ก็อยากจะฝากไว้
ข้อสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คือ เราจะเข้าไปร่วมในการให้บริการร่วมกับ อาเซียน เราจะเจรจาในหลาย ๆ ประเด็นกัน สิ่งหนึ่งที่เราคงจะต้องดูแลและระมัดระวัง ร่วมกัน อาจจะไม่ใช่เปึนเรื่องของการเจรจาแต่เปึนสิ่งที่ประเทศไทยควรจะต้องพึงคํานึงถึง ในอนาคต ก็คือทําอย่างไรถึงจะลดข้อจํากัดทางประวัติศาสตร์ของประเทศในกลุ่มอาเซียน ด้วยกัน ซึ่งเปึนประวัติศาสตร์ที่เราเรียกว่าประวัติศาสตร์บาดหมาง ประเทศไทยเรานั้น มีประวัติศาสตร์บาดหมางกับประเทศเพื่อนบ้านที่ชายแดนติดต่อกันหลายประเทศ ถึงชายแดนไม่ติดต่อกันอาจจะเชื่อมโยงไปถึงประเทศที่ห่างออกไปบ้างในอาเซียนด้วยกัน ถ้าเราพยายามลดข้อจํากัดเรื่องประวัติศาสตร์บาดหมางลงเสียได้ ผมคิดว่าน่าจะเปึน ประโยชน์ในการที่จะร่วมมือกับอาเซียน และจะเปึนประโยชน์ในการร่วมมือเจรจากัน ในครั้งนี้ ซึ่งทางด้านการศึกษาจะเปึนเครื่องมือสําคัญในการที่จะทําความรู้ ความเข้าใจ ของผู้คนในอาเซียนด้วยกัน เพราะฉะนั้นการให้บริการทางด้านการศึกษาไม่ใช่เพียงแต่ มุ่งประโยชน์เปึนผลทางด้านการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่การที่จะทําความเข้าใจ ในการอยู่ร่วมกัน โดยการลดประวัติศาสตร์บาดหมางลง ผมคิดว่าตัวนี้จะเปึนตัวช่วยทําให้ ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางของอาเซียนได้เปึนอย่างดี และจะร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนได้ดียิ่งขึ้นมากกว่านี้ก็ขออนุญาตที่จะให้ความเห็น อาจจะเปึนคําถามไปด้วย ในบางประการ