รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

เจริญ ภักดีวานิช หารือเรื่องกรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการลดอุปสรรคในการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศต่าง ๆ การให้ผู้บริโภคมีเสรีภาพในการเลือกใช้บริการ และการสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนของแรงงาน และเรียกร้องการสนับสนุนรัฐบาลในการที่จะขออนุมัติกรอบความตกลงนี้

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ ผมก็ขอสนับสนุนรัฐบาลในการที่ขออนุมัติกรอบความตกลง ว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน แต่ก็มีข้อสังเกตท่านรัฐมนตรีเพื่อจะได้วางแผน ในการที่จะให้ประเทศของเราขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ กระผมขอสรุปสั้น ๆ เพื่อให้เปึนข้อมูลกับท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ดังต่อไปนี้นะครับ

ข้อที่ ๑ กรอบนี้จะช่วยให้ประเทศในอาเซียนลดอุปสรรคในการเข้ามา ประกอบธุรกิจในประเทศต่าง ๆ

ข้อที่ ๒ ผู้บริโภคมีเสรีภาพที่จะเลือกใช้บริการต่าง ๆ เพราะว่ามีต่างประเทศ เข้ามาลงทุนหรือเราไปลงทุนที่ประเทศไหนก็ตาม การแข่งขันตรงนั้นจะช่วยให้ผู้บริโภค สามารถเลือกซื้อเลือกใช้บริการที่มีคุณภาพและตามความพึงพอใจ อันนี้ถือว่าทําให้ ประเทศของเราแล้วก็ประชาชนในอาเซียนมีโอกาสมากขึ้นครับ

ข้อที่ ๓ ผมเข้าใจว่าแต่ละประเทศท่านรัฐมนตรีคงจะได้เริ่มร่วมกัน วางมาตรฐานที่ชัดเจนของแรงงาน เท่าที่ผ่านมาผมเห็นว่าประเทศในอาเซียนนอกจาก ประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย ประเทศไทย ประเทศพม่าก็ดี แล้วก็ประเทศเวียดนาม การสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนของแรงงาน ผมคิดว่าจําเปึนรัฐบาลไทยต้องทบทวนเพื่อให้มี มาตรฐานที่กําหนด สามารถเคลื่อนย้ายไปทําในประเทศที่เขาเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ มากกว่าเรา ผมคิดว่ายังไม่เข้มแข็งพอ ท่านประธานครับ โอกาสหลังจากที่เราเป่ด การค้าเสรีในอาเซียนเกิดโอกาสขึ้น ๓-๔ เรื่องต่อไปนี้

ประการแรก สามารถขยายการค้าและการลงทุน ผมเข้าใจว่าพอเรา เป่ดเสรีขึ้นมา ถ้าท่านประธานจะสังเกต ผมกราบเรียนท่านประธานครับ มี ๓-๔ สาขา ในป้นี้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์สามารถลงทุนได้ ไม่ว่าโทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ สุขภาพ การท่องเที่ยวการขนส่งทางอากาศ โลจิสติกส์ (Logistics) และบริการอื่น ๆ กราบเรียน ท่านประธานครับเมื่อเราเป่ดเสรีมีการลงทุนมากขึ้นสิ่งที่รัฐมนตรีต้องระวังก็คือบริษัท ที่มาใช้ฐาน อย่างตอนนี้ประเทศสิงคโปร์ ต่างประเทศจากทวีปยุโรปหรือจากทวีปอเมริกา มาลงทุนไว้เยอะและจะใช้สิทธิตรงนี้ ซึ่งใช้นอมินี (Nominee) แทน ฉะนั้นเราจะเสียเปรียบ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ารัฐบาลต้องศึกษาล่วงหน้าไว้สําหรับที่จะต้องมีมาตรการในการปัองกันบริษัท ที่สวมรอยโดยการยืมมือคนบางคน แล้วในประเทศเราเองก็ตามหรือต่างประเทศ เพราะอะไร เพราะประเทศสิงคโปร์นั้นเป่ดเสรีการลงทุนค่อนข้างมากกว่าเรา ความได้เปรียบ ตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาลต้องเตรียมไว้ ท่านประธานครับ กระผมจะเจาะสัก ๒ เรื่อง ก่อนที่จะนําข้อสังเกตให้กับทางรัฐบาล ตอนแรกจะอภิปรายเรื่องการเตรียมทางด้าน การศึกษา ซึ่งท่านประเสริฐก็ได้กรุณานําเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทราบ เปึนบางส่วนแล้วนั้น ผมคิดว่าถึงเวลาที่กระทรวงศึกษาธิการก็ดี ในเรื่องของการศึกษาต้องรีบวางแผนในเรื่องนี้ ค่อนข้างมากเพราะว่าเราสามารถเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีคุณภาพสูงไปสู่ประเทศอื่นได้ จะได้มีค่าจ้างแพง และขณะเดียวกันเราก็ต้องระวัง ซึ่งจะมีข้อสังเกตจากกระผมก็คือว่า เมื่อแรงงานเหล่านี้เคลื่อนย้ายไปต่างประเทศที่มีค่าจ้างสูง ๆ จะทําให้ประเทศของเรา ประชาชนของเราจะเดือดร้อน ที่เดือดร้อนเพราะว่าอย่างสาขาแพทย์ก็ดี พยาบาลเรา ขาดแคลนอยู่แล้ว ถ้าเป่ดการเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีขึ้นก็นําไปสู่พี่น้องประชาชนชาวชนบท จะขาดแคลนทั้งแพทย์ ทั้งพยาบาล หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ ผมเจาะ ให้เพื่อเปึนข้อสังเกตเผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้นําไป เพราะว่าตอนที่ท่านมานั่งฟังอยู่ท่านอยู่ คนเดียวนะครับ จะเกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็กระทรวงคมนาคม เฉพาะการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม ประเทศ มาเลเซีย ประเทศลาว การค้าป้นี้เราคิดว่าประมาณเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าการขนส่งสะดวกขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเขาได้ทําการวิจัยว่า การค้าชายแดนเฉพาะการขนส่งทางบกนั้นประมาณเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นตรงนี้จากโปรเจกทีฟ (Projective) คืออะไรท่านประธานครับ บริษัทโต ๆ ที่เขามีเทคโนโลยีสูง บริษัทโต ๆ ที่เขามีทุนมาก ๆ ระยะแรกครับ ผู้ประกอบการ ขนาดเล็กไม่เปึนไร เข้าใจว่าพอครบ ๓ ป้หรือ ๕ ป้ ถ้ารัฐบาลของเราไม่วางแผนให้ดี จะกระทบมากแล้วก็จะเดือดร้อนเพราะว่าผู้ประกอบการของเรานั้นคือทําแบบดั้งเดิม การพัฒนาบุคลากรในองค์กรก็ค่อนข้างต่ํา เรื่องนี้ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีได้รีบประสาน กระทรวงคมนาคมวางแผน มิฉะนั้น ๓ ป้ให้หลังจะกระทบค่อนข้างมาก

ประการที่สอง กระผมคิดว่าถ้าเผื่อเราเองในการเตรียม ซึ่งจะต้องสัมพันธ์ กับการศึกษา ผมเข้าใจว่าขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็รีบดําเนินการ และรีบวางแผนอยูค่อนข้างก้าวหน้าไปมาก แต่ดูประเทศสิงคโปร์ ดูประเทศมาเลเซียแล้ว คิดว่าเรายังตามหลังเขาค่อนข้างมากในการเตรียมคนสู่การรองรับ

เพื่อประหยัดเวลากระผมขอตั้งข้อสังเกตกับท่านรัฐมนตรี ๓-๔ เรื่อง ต่อไปนี้ เผื่อท่านจะได้กลับไปกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีในการเตรียมการ

เรื่องแรกก็คือ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ซึ่งโดยเฉพาะทางด้าน การศึกษาทุกสาขาที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ หรือธุรกิจ ทางคมนาคมหรือทางการแพทย์ หรือทุกสาขา ผมคิดว่าต้องทําเปึนมาสเตอร์แพลน (Master plan) ขึ้นมา ถ้าเผื่อท่านไม่ทํา ให้ครบทุกสาขา หรือการท่องเที่ยวก็ตาม ณ วันนี้ประเทศไทยมีศักยภาพในเรื่องของ การท่องเที่ยวค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นเราอาจจะเปึนผู้นําในการที่จะถ่ายทอดให้กับ ประเทศอื่นได้ แต่ระยะยาวเนื่องจากเรามีทุนค่อนข้างจํากัด อันที่สองก็คือเรามีความเคยชิน กับการประกอบธุรกิจแบบดั้งเดิม เพราะฉะนั้นตรงนี้การเตรียมบุคลากรผมคิดว่ามีความจําเปึน

เรื่องที่สอง คิดว่าเรายังไม่ค่อยพูดถึงมากนักท่านประธานครับ คือการช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ร่วมมือกันดีแต่กลัวเขาจะแก่งแย่งกัน แข่งขันกันสูง แล้วก็จะนําไปสู่การกีดกัน เปึนการภายใน เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องต่อไปนี้ ประการแรกก็คือ การจัดทํามาตรฐานเดียวกันในทั้ง ๑๒ สาขาที่จะร่วมกัน แล้วก็ประกาศให้พี่น้องประชาชน และประกาศให้ทางการศึกษาทราบ ให้ทุกคนทราบว่าแรงงานที่จะขับเคลื่อนกันนั้น มีมาตรฐานอย่างไร ประกาศให้ชัด ประการที่สองก็คือเรายังค่อนข้างด้อยอยู่ในการยกระดับ คุณภาพการบริการ ณ วันนี้เราปล่อยให้ภาคเอกชนเขาเดินหน้าผจญภัยเอาเอง เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อทางรัฐบาลได้มีแผนปรับคุณภาพการบริการหรือยกคุณภาพการบริการขึ้นมา เปึนวาระหนึ่งในการที่จะขับเคลื่อนก็จะเกิดประโยชน์

เรื่องที่สาม เรื่องที่เราลืมกันแล้วไม่ค่อยพูดถึงก็คือ หลังจากที่เป่ดเสรีสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็ให้ข้อสังเกต กับท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีก็คือการให้ความรู้ประชาชน เพราะว่าเขาสามารถที่จะ ได้รับการคุ้มครองการบริโภค เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องของรัฐบาลที่ต้องจัดทํา ถ้าเผื่อท่านรัฐมนตรี กลับไปนําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีได้รีบทําแผนการคุ้มครองผู้บริโภค ข้อกังวลของเพื่อน สมาชิกรัฐสภาก็จะหายไป

เรื่องที่สี่ก็คือ เรื่องเหล่านี้น่าจะต้องทําร่วมกัน ก็คือการบริการทดสอบ หรือออกใบรับรองถ้าเขาออกเปึนของอาเซียนได้ ไม่ว่าผู้ประกอบการโรงแรมที่มีมาตรฐาน ภัตตาคาร หรือการเช่ารถ กระผมยกตัวอย่าง ๓ ตัวอย่าง ถ้าเผื่อมีใบรับรองขึ้นมาของอาเซียนเอง ผู้ประกอบเหล่านี้สามารถไปแข่งขันหรือไปลงทุนที่อียู (EU) ได้ หรือที่ประเทศญี่ปุ์น หรือที่อื่นได้ที่เขาเป่ดช่องให้ เพราะขณะนี้พอเราลงนามไปแล้วและถ้าต่างคนต่างทํา ผมเข้าใจว่าโอกาสที่จะเกิดคุณภาพและมาตรฐานค่อนข้างยาก

ประการที่สาม ที่กระผมกราบเรียนก็คือเมื่อสักครู่นี้ก็เรียนท่านประธาน ไปบางส่วนนั่นก็คือการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก อันนี้เขาจะ เดือดร้อนแน่นอนถ้าเผื่อรัฐบาลยังไม่มีแผน

ประการที่สี่ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี การวางแผนเรื่องอาชีพที่อาจจะกระทบจากการเป่ดเสรี แม้กระทั้งแพทย์ ทั้งพยาบาล และวิศวกร กระผมได้เกริ่นนําตั้งแต่ตอนแรก รัฐบาลต้องตอบได้ถ้าเผื่อมีการเคลื่อนไปจริง ๆ พี่น้องประชาชนจะเสียโอกาสไป เรามีแผนชดเชยหรือยัง เพราะขณะนี้พยาบาลก็ขาดอยู่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน แพทย์ก็ขาดอยู่เยอะ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเกิดการเคลื่อนย้ายจริง ๆ รัฐบาลมีแผนหรือยัง เพราะเราจะห้ามเขาไม่ได้

ประเด็นสุดท้ายที่กระผมกราบเรียนค่อนข้างกังวลแล้วก็เปึนห่วงมาก ๆ ก็คือการเตรียมการทางการศึกษาที่จะรองรับ กระผมคิดว่าถ้าเผื่อรัฐบาลได้มีแผนที่ชัดเจน ในการที่จะรองรับเรื่องเหล่านี้ก็นําไปสู่ความมั่นใจของพี่น้องประชาชน และสมาชิกรัฐสภา กราบขอบคุณท่านประธานครับ