รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

ไพบูลย์ นิติตะวัน หารือเรื่องข้อตกลงระหว่างไทยกัมพูชา และขอให้รับรองโดยมีเงื่อนไข เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ตอนแรกเหมือนกับจะติดขัดอะไรกันเล็กน้อยนะครับ แต่หลังจากนั้นการประชุมวันนี้ ก็ไปได้ด้วยความราบรื่น การประชุมแบบเป่ดเผยก็ดีไปอย่างครับ มีปัญหาอะไรเราก็คุยกัน เพื่อที่จะให้ประชาชนที่รับฟังก็เข้าใจแล้วก็จะได้หายขัดข้องหายสงสัย ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมอยากจะหารือผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือผมใคร่ครวญอยู่ตลอดว่า หากเราจะรับรองบันทึก ๓ ฉบับนั้น จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารับรองไปในประการที่สอง ก็คิดว่า หากไม่รับรองก็จะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทั้ง ๒ อย่างเมื่อทบทวนกันแล้วก็ยังพยายามมองไปว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะมีแค่ ๒ ประการ ไม่น่าจะมีเพียงแค่หากรับรองหรือไม่รับรอง ถ้ามีทางออก ทางอื่นให้ ผมคิดว่าน่าจะหาคําตอบได้ ก็คือการที่มีการให้มีการปรับปรุงหรือรับรองโดยมีเงื่อนไข เพื่อที่จะเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยส่วนรวมนั้น ผมคิดว่าน่าจะนํามาพิจารณา ฉะนั้น ผมขอเรียนท่านประธานว่าหากรับรองแล้วเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานครับ ในการประชุมทั้ง ๓ ครั้งนั้น ล้วนมีแต่เรื่องของการที่จะทําร่างข้อตกลงชั่วคราว ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา กับรัฐบาลไทยว่าด้วยเขตชายแดนพื้นที่ประสาทพระวิหาร ซึ่งเฉพาะเจาะจงนะครับ ร่างข้อตกลง อันนี้ทั้ง ๓ ฉบับมุ่งไปที่พื้นที่เดียว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นเปึนพื้นที่ที่ทราบกันอยู่แล้วว่ามีปัญหา ความขัดแย้งซึ่งไม่น่าจะได้ข้อยุติและตกลงกันได้เลย จะเห็นได้ว่าจากเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ซึ่งภาคประชาชนเรียกร้องให้ยกเลิกนั้น แต่ในส่วนตัวผม ผมเข้าใจครับผมไม่ได้เห็นว่าจะต้อง ยกเลิกเสียทีเดียวก็เข้าใจเจตนาดีของรัฐบาลในสมัยนั้นที่ทําเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ก็เห็นร่องรอย ที่ปรากฏอยู่ เช่นว่ามีเจตนาที่จะให้หลักเขตแดน ๗๓ หลักมีการปักปันที่ถูกต้องแล้วก็ มีการแก้ไขเขตแดนในส่วนนั้น เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เขียนมุ่งไปในเรื่องนี้ จึงระบุว่าให้ใช้แผนที่ ซึ่งเปึนผลงานการปักปันเขตแดนของ ๒ ฝ์าย ซึ่งในที่นี้คือแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งถ้าไปใช้ ตามเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ อย่างเคร่งครัดปัญหาไม่เกิดขึ้นหรอกครับ ก็คือทําเฉพาะ ๗๓ หลัก โดยใช้เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เรื่องราวก็คงจะไม่เกิดปัญหาอะไรในวันนี้ แต่ไม่ใช่อย่างนั้นครับ พอเกิดปัญหาขึ้นที่กรณีการที่รัฐบาลกัมพูชานําเอาปราสาทพระวิหารไปจดทะเบียนมรดกโลก จึงมีความพยายามที่จะขยายเขตของเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ออกมายังเขตปราสาทพระวิหาร ทั้งที่จริงแล้วไม่ควรเลย เพราะไม่ว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ดูในแบบใดก็ตาม การเขียนข้อกําหนด ต่าง ๆ นั้นก็เพื่อที่จะไปปักปันแก้ไขปัญหาตรง ๗๓ หลักซึ่งไม่ได้อยู่ในเขตปราสาทพระวิหารเลย แต่กลับกลายเปึนจัดอันดับใหม่ กลายเปึนทางฝ์ายประเทศกัมพูชาพยายามที่จะเรียกร้อง ให้มีการไปปักปันเฉพาะเขตปราสาทพระวิหาร โดยละเว้นหรือเลิกในการที่จะไปสนใจ ในการปักปันเขต ๗๓ หลักท่านประธาน นี่คือที่มาของปัญหา จะเห็นได้ว่าถ้าเมื่อสักครู่ ผมได้เรียนไปแล้วว่าหากรับรองจะเกิดอะไรขึ้น เพื่อที่จะนําไปสู่การที่ต้องทราบด้วยว่า หากไม่รับรองเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นผมพยายามจะหาทางออกฉะนั้นก็ขอลําดับไปรบกวนเวลา ท่านประธานสักเล็กน้อย ท่านประธานครับ ในร่างข้อตกลงชั่วคราวนั้น ไม่ว่าในการประชุมกี่ครั้ง ในวรรคสามก็จะเขียนว่ายืนยันอีกครั้งถึงสิทธิพันธกรณีภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนทางบกซึ่งหมายถึงเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ มีการยืนยันอีกครั้ง แล้วก็ ยืนยันถึงเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๖เห็นผลที่ใส่ไว้ ก็คือทางฝ์ายกัมพูชานั้นต้องการที่จะยึดโยง เรื่องของปราสาทพระวิหารขยายออกไปจากเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ตามเจตนารมณ์ จึงมีกําหนดไว้ในวรรคสาม ซึ่งผมอ่านแล้วในร่างข้อตกลงชั่วคราวนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้มองแล้วล้วนแล้วแต่เปึนการที่น่าจะยกร่าง โดยฝ์ายกัมพูชา ไม่ได้กล่าวหาทางฝ์ายกระทรวงการต่างประเทศประเทศไทยนะครับ เพราะว่าแต่ละเรื่องเห็นแล้วมีแต่เปึนประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากประเทศกัมพูชาทั้งนั้น นอกจาก วรรคสามแล้วยังในข้อ ๑ คู่ภาคีจะไม่คงกําลังทหารแต่ละฝ์ายในวัดแก้วสิขาคีรีสะวารา อันนี้เปึนผลประโยชน์ของใครครับ ก็เปึนผลประโยชน์ของฝ์ายกัมพูชา เพราะว่าการที่ คงกําลังทหารไว้นั้นก็จะทําให้สภาพของพื้นที่ดังกล่าวนั้นขัดกับหลักการของมรดกโลก แต่ก็ไม่เปึนไรครับ ทางฝ์ายเราก็ไม่ได้อยากจะคงไว้เช่นเดียวกันเพราะเกิดการตึงเครียด แต่วัตถุประสงค์หลักแล้วถ้าจะพบกันในทางที่จะเปึนไปได้ก็คือ ในข้อ ๑ ก็น่าจะต้องปรับปรุงว่า นอกจากไม่คงกําลังทหารแต่ละฝ์ายไปแล้ว ก็ควรจะระบุไปว่าให้ประชาชนที่บุกรุกเข้าไป ในเขตดังกล่าวให้ออกไปพร้อมกับรื้อสิ่งก่อสร้างทั้งหมดออกจากพื้นที่ ซึ่งเราแก้ไขเพิ่มเติม ในข้อ ๑ ได้ครับ เปึนสิ่งที่ผมเข้าใจว่าประชาชนไทยได้เห็นอย่างนี้ก็คงจะรับได้ แต่อย่างไร ก็ได้รับคําชี้แจงมาตลอดจากกระทรวงการต่างประเทศว่าเขาออกไปอยู่แล้วละครับ เพราะว่ามีข้อที่เขียนไว้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ตกลงกันนั้น ก็คือจะต้องมีการปรับสภาพให้เข้า ไปอยู่ในข้อ ๒ หรือข้อ ๓ นี่ละครับ ซึ่งจะยึดโยงไปยังเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ข้อ ๕ ท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่าถ้าท่านอ่านจริง ๆ แล้ว เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ในข้อ ๕ นั้น เขียนว่าหน่วยงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเหล่านั้นจะงดเว้นการดําเนินการใด ๆ ที่มีผลเปึนการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน ไม่ได้บอกตรงไหนว่า ประชาชนกัมพูชา ผมก็ว่าพอถึงเวลานั้นเขาก็เลี่ยงบาลีอีกแล้ว เขาก็บอกว่าก็ประชาชนเขาไป เขาไม่มีสิทธิที่จะไปห้ามปรามประชาชนเขา ดังนั้นก็เลยมีเหตุผลที่ไม่ใส่ลงไปในนี้หรืออะไร ก็สุดแล้วแต่ แต่สิ่งนี้เปึนสิ่งซึ่งทิ่มแทงจิตใจของคนไทย ถ้าเรามีกรณีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน ซึ่งก็มีกันทั้งโลกทุกประเทศ ถ้าพิพาทกันแล้วคู่กรณีก็ตกลงกันไม่ให้ใครไปอยู่ตรงที่พิพาทนั้น แล้วก็ค่อย ๆ พูดกันไป ผมคิดว่าเปึนหลักสากล แต่ถ้าพิพาทกันแล้วคู่กรณีฝ์ายหนึ่งเอาประชาชน เป่ดให้ประชาชนเข้าไปอยู่ แล้วก็ในขณะที่ประชาชนอีกฝ์ายหนึ่งเราเข้าไปไม่ได้เพราะกฎหมายเรา ไม่เป่ดให้ จะให้ประชาชนอีกฝ์ายหนึ่งเขาจะรู้สึกดีกับเรื่องนี้เปึนไปไม่ได้หรอกครับ ก็เลยฝากว่า ถ้าจะหาทางออกก็ควรจะหาในส่วนนี้ว่าทําอย่างไรจะปรับปรุงบันทึกข้อตกลงชั่วคราว ให้เปึนไปอย่างที่เรียนไว้ก็คือให้ประชาชนที่บุกรุกเข้าไปนั้นแล้วก็รวมทั้งมีสิ่งก่อสร้างต้องรื้อถอน ออกไป ซึ่งก็จะแลกเปลี่ยนกับการที่ไม่คงกําลังทหารไว้ก็เปึนประโยชน์ แล้วต่อมานะครับ ท่านประธาน ผมมีความรู้สึกว่าการขยายผลให้ข้อตกลงชั่วคราวดังกล่าวครอบคลุมไป โดยอ้างเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้นไม่เปึนธรรมครับ ไม่เปึนธรรมกับผู้ที่ทําเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ เพราะว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอาแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เอาไปใช้กับพื้นที่ดังกล่าว เพราะทางประเทศไทยเราต่อสู้มาตลอดเวลาแล้วว่าในเขตพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารนั้น แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เปึนแผนที่ของประเทศฝรั่งเศสฝ์ายเดียวเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ตกทอด เปึนแผนที่ฝ์ายกัมพูชาฝ์ายเดียวเท่านั้น ดังนั้นการที่จะนําแผนที่ดังกล่าวมาใช้เพื่อที่จะปักปัน เขตแดนตรงบริเวณปราสาทพระวิหารนั้นเอามาอ้างอิงเปึนไปไม่ได้ครับ สิ่งที่จะเปึนไปได้ เหลืออยู่อย่างเดียวคือสนธิสัญญา แต่ถ้าเมื่อประเทศกัมพูชาอ้างแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งเปึนแผนที่ประเทศกัมพูชาเข้ามา เราก็มีศักดิ์และมีสิทธิที่จะอ้างแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ หรือที่เรียกว่าแอล ๗๐๑๗ (L ๗๐๑๗) เข้าเปึนหลักฐานที่ประกอบด้วย อันนี้เปึนหลักทั่วไป ในเมื่อเรามีปัญหาเรื่องเขตแดนหรือพื้นที่ ถ้าเปึนประชาชนธรรมดากับเพื่อนบ้านมีปัญหากัน ก็จะเอาโฉนดมาเพื่อที่จะนําเสนอให้อีกฝ์ายเห็นว่าที่ตัวเองถือครองอยู่นั้นเปึนเพราะโฉนด มันเขียนไว้อย่างนี้ แล้วฝ์ายโน้นก็เอาโฉนดมาดูกันแล้วให้คนกลางมาดูร่วมกันหรืออะไร ก็สุดแล้วแต่ แต่ ณ ข้อตกลงตอนนี้ฝ์ายไทยเราเสียเปรียบอย่างยิ่ง เพราะเราใช้แต่แผนที่ ประเทศกัมพูชาอยู่อย่างเดียว แล้วก็ไม่เข้าใจนะครับว่าแผนที่ของประเทศไทย ๑ : ๕๐,๐๐๐ ซึ่งใช้ติดต่อกันมาหลายสิบป้เปึนแผนที่แห่งชาติ ไม่ทราบศักดิ์หรือสิทธิหรือศักดิ์ศรีไม่มีเลย ไม่สามารถเปึนหลักฐานใด ๆ ที่เอาไปใช้ แต่ผู้ชี้แจงบอกว่ามีอยู่ครับ มีข้อความหนึ่งในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ คือบอกว่าเอกสารอื่น ๆ แผนที่ของประเทศไทยเปึนเอกสารอื่น ๆ ผมก็รู้สึกว่าไม่เปึนธรรมอย่างยิ่ง เพราะว่าประเทศไทยเรา ใช้แผนที่ของเราพิทักษ์ดินแดนของเราโดยเขตแดนมาตลอด แต่กลับกลายเปึนเอกสารอื่น ๆ ในเอ็มโอยูที่เราลงนามกับต่างชาติ แต่ถ้าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ จํากัดเฉพาะเขตหลัก ๗๓ หลักนั้นผมไม่ว่า แต่ถ้าท่านขยายออกมา มาคลุมปราสาทพระวิหารนั้น ผมคิดว่าสิ่งนี้ เปึนปัญหา ฉะนั้นผมได้นําเสนอ ท่านประธานครับ หากรับรองแล้วจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ก็คือกลายเปึนแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ขยายผลออกมานอกพื้นที่ เปึนเจตนารมณ์ของเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ จะทําให้เท่ากับเรารับรองแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งเปึนของฝ์ายกัมพูชาฝ์ายเดียว โดยเราต่อสู้มาตลอดตั้งแต่ก่อนป้ ๒๕๐๕ กลายเปึนเรา มายอมรับกันในสภาแห่งนี้ในป้ ๒๕๕๓ ท่านประธานเรื่องนี้เรื่องใหญ่ ผมคงต้องคัดค้าน เรื่องนี้อย่างเต็มที่ แล้วผมไม่เห็นมีปัญหาอะไรถ้าเกิดเรารับรองในหลาย ๆ เรื่องเกี่ยวกับ การประชุมของเจบีซีนั้น ส่วนใหญ่ผมเห็นด้วยหมด เพราะว่าประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องมี การปักปันเขตแดน มีการเจรจากันเห็นด้วยทุกประการ แต่เปึนเพียงแค่ทําอย่างไรเราจะเจรจา ในส่วนที่คิดว่าได้ความถูกต้องหรือได้ข้อยุติที่ไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกขึ้นในประเทศไทย เสียเอง ปัจจุบันนี้ถ้าเราไปเอาใจทางฝ์ายกัมพูชา เราจะแลกกับการแตกแยกภายในชาติ ผมคิดว่าเอาคนในชาติไว้ก่อนน่าจะดีกว่า แล้วก็ถ้าอย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วยก็ฝากเรียนว่า ผมไม่คัดค้านอย่างหัวชนฝาในเรื่องความเห็นในวันนี้ ผมไม่คัดค้านอย่างหัวชนฝา แต่ผมขอท่านช่วยคิดหาทางออกในการปรับปรุงอีกสักหน่อยหนึ่ง แล้วมันจะเกิดประโยชน์ทั้งต่อระยะสั้นและระยะยาว ถ้าเกิดมีการปรับปรุงขึ้นได้ ผมเชื่อว่า การพิจารณาของรัฐสภาแห่งนี้ก็จะถือว่าเปึนการทําหน้าที่ที่ถูกต้อง คือไม่ใช่ไม่เอาอยู่ท่าเดียว ไม่ใช่ แต่ไม่ใช่อนุมัติลูกเดียวเปึนตรายาง ก็ไม่ใช่เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมเชื่อ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนที่เข้าใจเรื่องอะไรต่าง ๆ แล้วก็รักชาติ อย่างยิ่งนะครับ อย่างไรขอท่านนายกรัฐมนตรีอยู่อย่างหนึ่งว่าศักดิ์ศรีเราก็ต้องมี การที่มี น้ําใจกับประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องมี ผมก็หวังในการพิจารณาที่จะหาแนวทางออกร่วมกัน โดยการที่ไม่ใช่เลือกแนวทางที่ ๑ ก็คือคัดค้านหรือแนวทางที่ ๒ ก็ให้ความเห็นชอบไป โดยไม่สนใจอะไร ผมขอแนวทางที่ ๓ ช่วยปรับปรุงเพื่อเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ ขอฝากท่าน ขอพระคุณอย่างยิ่ง