สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชา และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีวุฒิภาวะในการเจรจาโดยไม่มีอคติ และให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของประชาชนในด้านการค้า การใช้กำลังทหาร และการใช้อาวุธ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ต่อกรอบ บันทึกการประชุมร่วมของเจบีซีระหว่างไทยกับกัมพูชาทั้ง ๓ กรอบ ทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งทาง คณะรัฐบาลได้นําเสนอต่อรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ แล้วเพื่อที่จะดําเนินกิจกรรม ในระดับนโยบายต่อไป ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมเองในฐานะสมาชิกรัฐสภา มีความไม่สบายใจอย่างยิ่งยวดกรณีทั้ง ๒ ฝ์าย โดยเฉพาะระดับผู้บริหารของประเทศ บางครั้งท่าทีหรือบทบาทของท่านลืมไปว่าท่านคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บางครั้งท่าทีของท่านต่อการเจรจาความเมือง ลึก ๆ ท่านยังมีอคติ หรือลึก ๆ ท่านยังมีอะไรอยู่ในจิตใจค้างคาระหว่างผู้นําของคู่เจรจา ถ้าท่านมีนัยอย่างนี้ ผมเชื่อว่าชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ สิ่งที่ผมอยากจะเรียกร้อง ไม่ใช่กรอบการประชุมที่มาเสนอรัฐสภา อยากจะเรียกร้องวุฒิภาวะของการเจรจานั้น มันจะต้องไม่มีอคติ แน่นอนที่สุดการเจรจาความเมืองนั้นต้องมีผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเปึนที่ตั้ง ไม่มีใครปฏิเสธได้ ไม่มีใครที่จะต้องไปสูญเสียดินแดน หรือไม่มีใคร ที่จะยกดินแดนของประเทศของตัวเองไปให้ฝ์ายตรงกันข้ามครอบครองหรอกครับ เราเชื่อ ด้วยความบริสุทธิ์ใจของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลไหนก็แล้วแต่ แต่บางครั้ง ผลประโยชน์ของประเทศต้องมาก่อน ท่านจะไม่รักใคร ท่านจะไม่ชอบใจใคร ท่านจะมี อคติกับใคร ท่านไม่ต้องไปให้สัมภาษณ์ทําให้บรรยากาศมันเสียหาย วันนี้โจทย์ใหญ่ของ ประเทศในเวลานี้ก็คือ จะบริหารชายแดนทั้ง ๒ ประเทศ จะบริหารความขัดแย้งในเรื่อง ของการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร จะบริหารการที่เราเองเอาสันปันน้ํา แต่เขาเองก็บอกว่า เปึนพื้นที่ที่เขาต้องมีสิทธิในการครอบครอง มีสิทธิในการแสดงกรรมสิทธิ์ นี่คือเรื่องที่เปึน ภารกิจของผู้นําที่จะต้องส่งสัญญาณอย่างมิตรภาพที่ดีต่อกัน ท่านครับเอาใจเขามาใส่ใจ เรา ถ้าท่านยังคิดว่าทางฟากโน้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ พันตํารวจโทดอกเตอร์ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ แล้วท่านก็ใช้ตรงนั้นมาเปึนตัวหลักในการเจรจาไม่บรรลุหรอกครับ เราเอง พยายามที่จะติดตามความเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ติดตามดูนโยบายของท่านมาโดยตลอด อย่านึกว่าท่านได้เปึนเสนาบดีแล้วจะไม่มีคน ท้วงติงท่าน แล้วท่านก็สามารถที่จะพูดจาอะไรก็ได้ในกรอบการเจรจา เพราะดูกรอบ การเจรจาแล้ว ระดับที่ไปเจรจาก็เปึนระดับที่ปรึกษา แต่ในส่วนของเขาเปึนระดับรัฐบาล รัฐมนตรี ผมว่าตรงนี้แล้วในกรอบครั้งต่อไปครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ ท่านต้องนําทัพเอง ท่านในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะต้องนําภารกิจไปประชุมเอง ไม่ต้องมอบแล้วครับ เพราะนี่คือพันธกิจที่สําคัญที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงใยแล้วก็ ฝากไว้ว่าทําอย่างไรถึงจะให้พี่น้องเราทั้ง ๒ ฝ์ายมีความเข้าใจกัน ทําอย่างไรถึงไม่เอา ลัทธิคลั่งชาติ ปลุกระดม มองเห็นว่าเรื่องของเขาพระวิหารนั้นเปึนเรื่องใหญ่เรื่องโต ที่จะทําให้บ้านนี้เมืองนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้ ก่อนเจรจาท่านเปึนไปได้ไหมมีการเจรจานอกรอบ มีการเจรจาก่อนเข้าห้องประชุม เพื่อให้บรรยากาศสมานฉันท์บ้าง ท่านก็ยื่นข้อเสนอของเรา ในความต้องการของเราได้แค่ไหน อย่างไร ท่านก็ต้องดําเนินการไปตามนั้น สะสางอคติ ต่อผู้นําของเขาว่ามีสัมพันธ์ที่เอนเอียงไปกับอดีตผู้นํา อย่างนี้ละครับท่านถึงจะไปได้ แต่ถ้าตราบใดท่านยังมากระแนะกระแหน ยังมาใช้วาจาพยายามเสียดสี หรือยังคิดว่า ตัวเองยังเปึนผู้นําม็อบ (Mob) ยึดสนามบินอยู่ก็ไม่บรรลุ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเองไม่ขัดข้องในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่จะได้ช่วยสนับสนุนเห็นชอบกรอบตรงนี้ แต่ผมเองก็อยากจะส่งสัญญาณผ่านประธานรัฐสภาไปยังผู้ที่จะนําความปรารถนาดี ในการประชุมนั้น ให้รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองเปึนหลัก ผมได้นําเอาวลีที่ผมยังติดใจของ ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ให้เปลี่ยนสนามรบเปึนสนามการค้า ให้ผู้คนที่อยู่ชายแดนติดกันมีสมานฉันท์ร่วมกัน เพื่อวิถีชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้อง ทั้ง ๒ ประเทศดีขึ้น ถ้าเราคิดได้อย่างนี้ ถ้ายึดแบบอย่างการดําเนินทางการทูตของท่าน นายกรัฐมนตรีชาติชายเอามาใช้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็จะเปึน การดีครับ มันหมดยุคที่จะต้องเอาทหาร เอาอาวุธ วันนี้ก็มีปัญหาอีกที่ชายแดนฝัืงโน้น ซึ่งจะต้องคุยกันต่อไปเรื่องของการไปยิงชาวบ้านแล้วก็ศพหาย ชาวบ้านเขาก็ต้องมาทวงครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของชายแดนเปึนเรื่องละเอียดอ่อน เปึนเรื่องของท่าทีโดยแท้ เปึนเรื่อง ของการมีมิตรจิตมิตรใจโดยแท้ เรื่องของการใช้กําลังทหาร เรื่องของการใช้อาวุธเปึนทางเลือก สุดท้ายจริง ๆ วันนี้การเจรจาเปึนเรื่องสําคัญที่สุด ผมขอฝากประเด็นการเจรจาและฝาก ท่าทีของท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพว่าถ้าจะบรรลุภารกิจที่ประเทศชาติบ้านเมือง มอบหมายให้ท่านละก็ ขอให้ท่านเปลี่ยนท่าทีใหม่และนําไปสู่ความสมานฉันท์ร่วมกัน เพื่อบรรลุข้อตกลงกรอบที่ ๔ กรอบที่ ๕ ในอนาคตต่อไป ขอบคุณครับ