รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ โดยข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้สมาชิกได้ปรึกษา หารือตามข้อบังคับ วันนี้มีผู้เสนอชื่อขอหารือทั้งหมด ๓๐ ท่าน ผมขออ่านรายชื่อเพื่อที่จะได้ เตรียมตัวนะครับ ผู้ที่แสดงความจำนงแล้วกรุณาเตรียมตัวเพื่อมาเสนอข้อปรึกษานะครับ
พรรคร่วมฝ่ายค้าน นายธนกร ไชยกุล นายอภิชาติ ศิริสุนทร นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายมานพ คีรีภูวดล นายไพจิต ศรีวรขาน นายวุฒินันท์ บุญชู นายดะนัย มะหิพันธ์ นายไกลก้อง ไวทยการ นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล นายนิคม บุญวิเศษ นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ นางสาวธนพร โสมทองแดง นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ
พรรคร่วมรัฐบาล นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ นายสุรทิน พิจารณ์ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ นายสฤษดิ์ บุตรเนียร นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ นายสุรชาติ ศรีบุศกร นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นายวุฒิพงษ์ นามบุตร นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ เชิญท่านแรก นายธนกร ไชยกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีข้อหารือท่านประธานสภา ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องที่หน้าภาคภูมิใจและชื่นชมที่พี่น้องประชาชนบ้านสวาสดิ์ ตำบลกุดเชียงหมี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ที่พวกเขาพยายามที่จะเรียนรู้และพึ่งพา ตนเองในการประกอบอาชีพ ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะขยายความรู้เหล่านี้ให้กับประชาชน ในหมู่บ้านอื่น ๆ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในการสร้างรายได้มาจุนเจือครอบครัวครับ ท่านประธานครับ บ้านสวาสดิ์ ตำบลกุดเชียงหมี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร เป็นหมู่บ้าน เล็ก ๆ แต่ชาวบ้านจำนวน ๓๐ ครัวเรือนมีที่ดินของญาติพี่น้องประมาณ ๔๐ ไร่ได้รวมกลุ่มกัน เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์เลิงนกทายั่งยืนตามศาสตร์พระราชา โดยทำกิจกรรม ในการพึ่งพาตนเองที่กระผมพอสรุปได้ ๗ ประการ
๑. การปลูกพืชไร้สารพิษไว้ทานในชุมชน เช่น ผักบุ้ง กะหล่ำปลี หอมแดง ถั่วฝักยาว ผักชีไทย ผักชีลาว มะเขือเปราะ มะเขือยาว แตงโม มะละกอ แค กล้วย กะเพรา โหระพา ผักฟักแม้ว
๒. การทำนาข้าว เป็นข้าวเกษตรอินทรีย์โดยข้าวที่ผลิตเป็นข้าวนาปีปลูกได้ ปีละ ๑ ครั้ง หลังเก็บเกี่ยวข้าวในนาก็จะปลูกพืชไร้สารพิษลงแปลงนา
๓. การปลูกพืชในโรงเรือน เช่น ผักคะน้า ผักสลัด มะเขือเทศ
๔. การทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพด้วยตนเอง
๕. การแปรรูปผลผลิตการเกษตร เช่น ทำสลัดโรล (Salad roll) น้ำบีทรูท (Beetroot) เห็ด ๓ รส
๖. ทำการท่องเที่ยวในเชิงเกษตร
๗. การอบรมเผยแพร่
สิ่งที่ผมอยากฝากกราบเรียนก็คือในกิจกรรมบางส่วนที่เกินกำลังของชาวบ้าน อย่างเช่น การหาแหล่งน้ำ แล้วก็ทำโรงเรือน ผมอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานว่า อยากจะขอความอนุเคราะห์ ฝากกราบเรียนไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการดูแลงบประมาณในเรื่องของการสร้างโรงเรือนแล้วก็ ขุดแหล่งน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารน้ำใต้ดินอยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นทั้งหมดทั้งมวล ผมอยากจะฝากกราบเรียนว่าเป็นความตั้งใจและความร่วมไม้ร่วมมือของพี่น้องประชาชน ที่มีความตั้งใจเผยแพร่ไปถึงหมู่บ้านอื่น ๆ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านธนกรส่งเอกสารให้ผม ก็ได้นะครับ เกินไปเกือบนาที ขอพวกเราได้ช่วยรักษาเวลานะครับ ต่อไปนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ขออภัยที่ตอนแรกอ่านเป็น คำ นะครับ ซำศิริพงษ์ ขอเชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรกเป็นเรื่องของความปลอดภัยของผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม และอพาร์ตเมนต์ (Apartment) โดยจะเห็นได้ว่าปัจจุบันคอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนต์ (Apartment) มีการปล่อยให้เช่าจำนวนมาก และสิ่งที่เห็นกันบ่อย ๆ ตามมาก็คือเหตุร้าย ที่เกิดขึ้นบริเวณคอนโดและอพาร์ตเมนต์ (Apartment) โดยที่คนร้ายนั้นเป็นคนต่างถิ่น หรือชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัย จึงทำให้การติดตามตัวผู้ก่อเหตุเป็นไปได้ยาก ดิฉันอยาก เสนอแนวทางเชิงป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายดังกล่าว ซึ่งนอกเหนือไปจากแนวทางการ ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง การติดตั้งกล้องซีซีทีวี (CCTV) หรือการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ คือการจัดทำทะเบียนประวัติผู้พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์ (Apartment) และคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้พักอาศัยที่เป็นชาวต่างชาติ เพื่อให้มีการเก็บบันทึกข้อมูลอย่างชัดเจน แล้วก็เป็นระบบ ซึ่งจริง ๆ เราก็มีกฎหมายอยู่แล้ว ดังนั้นดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มงวดกวดขันในการลงทะเบียนดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องปราม ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายต่อพี่น้องประชาชนค่ะ
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนค่ะ อยากหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหลายจุดที่เป็นทางม้าลายที่เลอะเลือน อย่างในเขตของดิฉัน มีบริเวณใต้ทางด่วนสีลม สาทรเหนือ จากถนนศรีเวียง เขตบางรัก และถนนจันทน์ ๓๒ ช่วง ตลาดสะพาน ๒ เขตสาทร อยากขอให้ทาสีให้ชัดเจน แล้วก็ขอเรื่องคันชะลอความเร็ว เขตสาทรแยก ๑๑ เพราะมีคนจำนวนมากและขับรถเร็ว ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ บริเวณนั้น ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ๒ ประเด็นครับ
ประเด็นแรก กรณีข้อพิพาทระหว่างประชาชนชาวบ้านน้ำพุกับที่ป่าสงวนแห่งชาติ ภูเปือย ภูขี้เบ้า ภูเรือ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านน้ำพุ ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ว่า พ.ศ. ๒๕๕๘ ชุดตรวจยึดของกรมป่าไม้ ทหารฝ่ายปกครองได้เข้าตรวจยึด พื้นที่และได้ทำลายพืชผลทางการเกษตรของพี่น้องเกษตร ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนไม่มีที่ดินทำกิน ดังนั้นจึงขอเรียนให้มีการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิ การครอบครอง การถือครองสิทธิใหม่ และในระหว่างการตรวจสอบสิทธิและการพิสูจน์สิทธิใหม่ ขอให้หยุดการแผ้วถางทำลายพืชอาสินของชาวบ้านไว้ก่อน และให้ชาวบ้านสามารถเข้าไป เก็บเกี่ยวผลผลิตได้
ประเด็นที่ ๒ เรื่องขอให้ชะลอการยึดพื้นที่และตัดยางพาราชาวบ้าน ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากนายสุเมธ แก้วดวงดี ผู้ใหญ่บ้านบ้านม่วง หมู่ที่ ๒ ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี ว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาแจ้งด้วยวาจาครับว่าจะเข้ายึดพื้นที่และตัดยางพารา และสวนเงาะของชาวบ้าน และได้ดำเนินการตัดไปแล้วบางส่วน เพราะฉะนั้นการดำเนินการ ในครั้งนี้จะเกิดผลกระทบต่อพี่น้อง ๓๐๐ ครัวเรือน และพื้นที่เกษตรไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ไร่ จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกคำสั่งชะลอการตัดฟันพืชผล ทางการเกษตรออกไปก่อน และให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิสูจน์การถือครองสิทธิ ของพี่น้องประชาชนระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับพี่น้องประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อโปรดพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปนายสุรทิน พิจารณ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ วันนี้ขอปรึกษาหารือ ๓ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องที่ ๑ น้ำแล้งครับ พี่น้องไม่มีน้ำทำพืชผลทางด้านการเกษตร คือบ้านโซง หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๘ ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ น้ำแล้ง น้ำท่วมก็ที่จังหวัดยโสธร แต่ ๓,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลอนุมัติ จังหวัดยโสธรไม่มี น้ำบาดาลสักบ่อครับท่านประธาน อาจเป็นเพราะว่าเส้นยังน้อยอยู่ครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ขอให้ตัด ๔ แยกไฟแดงบริเวณถนนรังสิต-ลำลูกกา บริเวณเทศบาลตำบลคูคต ซอยพหลโยธิน ๖๐ เพราะบริเวณนี้รถเฉี่ยวชนบ่อยมาก ก็ขอตัด ๔ แยกไฟแดงฝากไปที่กระทรวงคมนาคมนะครับ
เรื่องที่ ๓ ที่กราบเรียนท่านประธานคือการขุดลอกบึงละหานของอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากบริเวณนี้ปกติจะเป็นพื้นที่น้ำชุ่ม แต่ปัจจุบันได้ตื้นเขิน เนื้อที่ประมาณ ๒๓,๐๐๐ ไร่ ชาวบ้านไม่สามารถจะใช้ประโยชน์จากบึงละหานได้ จึงขอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์เข้าไปขุดลอกท่านประธานครับ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ทั้งเป็นแก้มลิง เพราะว่า อย่างน้อยแม่น้ำชีที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขงต้องผ่านที่บึงละหานอยู่แล้วจะได้เก็บน้ำไว้ใช้ยามแล้ง ขอท่านประธานฝากไปที่หน่วยงานราชการ ๓ เรื่องด้วยกันครับ กราบขอบคุณครับ
ต่อไปท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอหารือเรื่องปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของคนยากคนจน ชาวไร่ชาวนา พ่อค้าแม่ค้า ผู้หาเช้ากินค่ำ ผู้ใช้แรงงาน และคนตกงาน ว่าขณะนี้มีความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสครับ เนื่องจากรายจ่ายสูงแต่รายได้ไม่เพียงพอ หรือบางคนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีรายได้ ขณะนี้ พอมีปัญหาจะไปกู้เงินจากสถาบันการเงินจากธนาคารก็มีปัญหาเรื่องหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ หรือไม่มี พอออกไปกู้เงินนอกระบบปัญหาก็ยิ่งหนักเพราะว่าดอกเบี้ยแพง เงื่อนไขต่าง ๆ ก็รุนแรงมาก สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่กระผมขอฝากถึงรัฐบาล ฝากถึงกระทรวงคมนาคม ในเรื่องของการนำโครงการรถไฟฟรีหรือรถเมล์ฟรี ซึ่งเป็นภาษีของพี่น้องประชาชนกลับมา ช่วยคนยากคนจนให้ผ่านพ้นวิกฤติในช่วงรัฐบาลนี้บริหารอยู่ให้ได้ เพราะเรื่องรถเมล์ รถไฟนั้น เป็นประโยชน์กับคนยากคนจน อยู่ต่างจังหวัดจะมาเยี่ยมลูกเยี่ยมหลาน จะเอาอาหารมาส่ง ต่าง ๆ เหล่านี้จะได้อาศัยรถไฟฟรี คนยากคนจนในเมืองจะนั่งรถเมล์ฟรีไปโรงพยาบาลก็ถือว่าช่วยได้มาก ไปถึงโรงพยาบาลก็ยังดี มีโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค หรือบัตรทองไว้อยู่
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกโครงการหนึ่งก็คือโครงการที่พักหนี้ ธ.ก.ส. ให้กับ พี่น้องคนยากคนจนได้เคยเห็นมาแล้วในสมัยของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เรื่องไฟฟ้า ประปาก็เช่นเดียวกัน ฝากทางกระทรวงมหาดไทยได้กรุณาผ่อนปรนเงื่อนไขการตัดน้ำตัดไฟ คนยากคนจนที่จ่ายไม่ทันเวลาเพราะปัญหาเดือดร้อนมาก บางทีบ้านโดนตัดไฟ มีคนแก่ มีคนไข้ คนเจ็บป่วยอยู่ ก็ฝากทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง ได้ช่วยผ่อนปรนได้ดูแลพี่น้องประชาชนคนยากคนจนด้วย ขอบคุณครับ
คุณหมอส่งเอกสารมาได้
ครับ
ต่อไปนางสาวฐิติภัสร์ ครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องที่ ๑ ดิฉันต้องขอขอบพระคุณท่านพลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ได้ปรับปรุงสวนนวมินทร์ภิรมย์ สวนรถไฟ และสวนลุมพินี ให้สวยงาม แต่ยังมีสวนพฤกษชาติในเขตบางกะปิยังไม่ได้รับการปรับปรุง ซึ่งสวนพฤกษชาติ แห่งนี้ปัจจุบันมีอายุหลายสิบปี มีพี่น้องประชาชนใช้บริการวันละหลายพันคน สภาพโดยรวม ของสวนต้องได้รับการปรับปรุงหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นพื้นทางเดิน พื้นลานแอโรบิก (Aerobic) ม้านั่ง ไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง ระบบบำบัดน้ำในบ่อ โดยทางสำนักงาน เขตบางกะปิก็ได้พยายามปรับปรุงตามสภาพ แต่เนื่องจากมีงบประมาณไม่มากพอ ดังนั้น ดิฉันจึงนำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ได้พิจารณา ปรับปรุงสวนพฤกษชาติให้สวยงามเหมือนสวนอื่น ๆ ที่ท่านได้ทำไว้ค่ะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมที่ท่านได้กำกับดูแล ขสมก. อยากให้ท่านได้เร่งรัดพิจารณาในการจัดเช่าซื้อรถใหม่ แทนรถเมล์เก่า เพราะในปัจจุบันรถเมล์ส่วนใหญ่จะมีสภาพเก่าและบางคันไม่อยู่ในสภาพ ที่พร้อมใช้งานแล้ว นอกจากการจัดเช่าซื้อรถเมล์ใหม่แล้วยังต้องยกระดับในเรื่องของการ บริการให้กับพี่น้องประชาชนด้วย เพราะรถเมล์บางคันมักขับรถเร็วปาดแซง จอดรถค้างไว้ ตามริมถนน โดยเฉพาะถนนแฮปปี้แลนด์สาย ๑ และสาย ๒ ในพื้นที่เขตบางกะปิ รถเมล์ จอดแช่ไว้ทำให้เป็นเหตุให้มีรถติดสะสมในช่วงเวลาเร่งด่วน ดังนั้นดิฉันจึงได้นำเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ได้พิจารณาแก้ไขให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปคุณมานพ คีรีภูวดล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนชาติพันธุ์ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้วก็รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคมที่ผ่านมา ท่านรองนายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะเร่งผลักดัน การประกาศมรดกโลกในกลุ่มผืนป่าแก่งกระจาน ประเด็นคือประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ ๔๓ ที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ คณะกรรมการไอยูซีเอ็น (IUCN) ได้มีข้อท้วงติงแล้วก็เสนอมาที่ประเทศไทย ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ขอให้ตกไปก่อน มีข้อเสนอให้ประเทศไทยกลับไปดำเนินการ อยู่ ๒ ประเด็นหลัก
ประเด็นที่ ๑ เรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับเมียนมาร์ขอให้มีความชัดเจน
ประเด็นที่ ๒ เรื่องสิทธิชุมชนและสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองและเรื่องการมีส่วนร่วมได้ แก้ไขอย่างไร ข้อหารืออย่างนี้ครับ ก็คือว่าเรายังมีเวลาถึงปี ๒๕๖๕ ประเด็นที่ทางไอยูซีเอ็น (IUCN) ได้ฝากให้เป็นการบ้านของประเทศไทยนี้ ประเทศไทยดำเนินการเสร็จหรือยังครับ ผมเป็นห่วงอย่างนี้ครับ ถ้าหากว่าเราเร่งส่งไปดำเนินการที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะให้ แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ มกราคมนี้ ผมกลัวว่ากรรมการระดับสากลก็จะตีกลับในโจทย์เดิม ผมเชื่อว่าถ้าหากไม่มีการแก้ไขในข้อท้วงติงเดิม องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรภาคประชาสังคม ที่ทำงานระหว่างประเทศก็จะไปยื่นหนังสือคัดค้านทั้งในประเทศไทยและระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นจะหารือท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปนางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พระนครป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต ดิฉันขอหารือท่านประธานในเรื่องของคนจีน ที่มาแย่งอาชีพคนไทย ซึ่งเรื่องนี้จริง ๆ ดิฉันได้หารือท่านประธานไปแล้วรอบหนึ่งแต่ยังไม่ได้รับ การแก้ไขใด ๆ ดิฉันได้รับร้องเรียนมาจากพี่น้องชาวสำเพ็งว่ามีคนจีนจำนวนมากเข้ามาเป็น เจ้าของกิจการแย่งธุรกิจคนไทยเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของตลาดสำเพ็ง ซึ่งคนจีนเหล่านี้เข้ามา ถูกกฎหมาย ส่วนใหญ่จะถือวีซ่า (Visa) นักท่องเที่ยวแล้วก็เอาของมาขายจากประเทศจีน โดยที่ไม่ต้องเสียภาษี นอกจากนั้นแล้วพวกเขายังรู้ช่องทางว่าจะขนสินค้ามาจากท่าเรือ อย่างไร เส้นทางไหน เวลาใดให้ปลอดภัยไม่โดนจับ ดังนั้นสินค้าของเขาย่อมถูกกว่าคนไทย ขายแน่นอน นอกจากนั้นเขายังจ้างคนไทยหรือบางทีก็เป็นคนต่างด้าวที่พูดไทยได้มาแสดงตน เป็นเจ้าของร้านเวลามีหน่วยราชการมาตรวจ คนจีนเหล่านี้เขาไม่ได้มีความรู้สึกรักพื้นที่ เหมือนกับคนที่เกิดเติบโตมาจากตรงจุดนี้ ตั้งแต่สมัยอากงอาม่า คนสำเพ็งเขารวมตัวกันค่ะ เขารวมตัวกันอย่างเข้มแข็งเพื่อจะมุ่งให้สำเพ็งกลับมาเฟื่องฟูเหมือนเดิม แต่กลับต้องเจอ อุปสรรคคือคนจีนเหล่านี้ในการพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง ด้วยเศรษฐกิจที่แย่ลงแถมยังโดน แย่งอาชีพอีก ดิฉันขอฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหานี้ให้ดิฉันด้วย ขอบพระคุณมากค่ะ
ต่อไปครับ คุณไพจิต ศรีวรขาน ยังไม่พร้อมนะครับ ต่อไปครับ คุณวุฒินันท์ บุญชู
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ สืบเนื่องมาจาก อปท. คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งปกติเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุดและมีบทบาทกับการปกครอง ในระดับท้องถิ่นเปรียบเสมือนเป็นผืนนาที่เพาะต้นกล้าประชาธิปไตยให้กับชุมชน แต่ขณะนี้ อปท. ทั่วประเทศอยู่ในลักษณะของการรักษาการ เนื่องมาจากคำสั่ง คสช. ห้ามมีการเลือกตั้ง ทั่วประเทศซึ่งเป็นเวลาประมาณ ๔-๕ ปี ทำให้การปกครองท้องถิ่นที่หมดวาระลงก็ต้อง ดำรงตำแหน่งลักษณะเหมือนรักษาการ ผลสืบเนื่องมาจากการรักษาการทำให้หน่วยงาน ปกครองท้องถิ่นไม่สามารถที่จะพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของชุมชน หรือประชาชนในพื้นที่ขาดการมีส่วนร่วม เนื่องจากไม่มีการเลือกตั้งทำให้นโยบายหรือว่า บทบาทต่าง ๆ ของชุมชน ของประชาชนขาดการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ผมอยากจะ ฝากบอกไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการประกาศให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น ทั่วประเทศ พร้อมทั้งยกฐานะ อปท. ท้องถิ่น ก็คือ อบต. ให้เป็นเทศบาลพร้อมกันทั้งประเทศ เพื่อให้หน่วยงานปกครองท้องถิ่นนี้ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในท้องถิ่นได้ อย่างแท้จริง ขอบคุณครับ
ต่อไปท่านดะนัย มะหิพันธ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธานครับ ผมได้รับหนังสือ จากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในอำเภอพนา มีความเดือดร้อน เรื่องเกี่ยวกับมีลิงแสมจำนวนมากที่วนอุทยานดอนเจ้าปู่ ซึ่งมีมากกว่า ๒,๐๐๐ ตัวไม่มีอาหาร ได้ออกไปหาอาหารตามสถานที่ราชการไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน โรงพยาบาลแล้วก็หมู่บ้านของประชาชนได้รับความเดือดร้อนโดยทั่วกัน พืช ผัก ผลไม้ที่ปลูกไว้ก็โดนลิงแสมทำลายไปทั้งหมด ก็อยากจะเรียนฝากท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าในเรื่องอย่างนี้อยากจะให้หน่วยงานลงไปดูแลเพื่อกำจัดกำหนด เป็นบริเวณเป็นอาณาเขตซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑๗๐ ไร่ อันนี้เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ อำเภอพนาเป็นอำเภอโบราณมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คือพระเหลาเทพนิมิต มีแพทย์แผนไทยที่เป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศไทย ขณะนี้ช่องทางจราจร ที่เข้าสู่อำเภอพนาเป็นเพียง ๒ ช่องทาง อยากให้กระทรวงคมนาคมได้ขยายช่องทางจราจร เพื่อให้เมืองพนาเป็นเมืองที่ได้รับการดูแลและมีความเจริญ เพราะว่ามีสถานที่สำคัญหลายที่ จึงอยากฝากเรื่องนี้ถึงกระทรวงคมนาคมได้ดูแลเรื่องการขยายช่องทางเป็น ๔ ช่องทางจราจร ในถนนหมายเลข ๒๑๓๔ จากพนา-ลืออำนาจ และหมายเลข ๒๔๕๔ จากพนา-ตระการพืชผล หมายเลข ๒๐๔๙ จากพนา-ม่วงสามสิบ ท่านประธานขอบคุณครับ
ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องจะปรึกษาหารือในเรื่องของการติดตั้งแสงสว่าง ตามรายทางแนวถนน ๓๐๔ ด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลบุพราหมณ์ นำโดยท่านนายก องค์การบริหารส่วนตำบล นายธัญญา แสงสวรรค์ ปรึกษามาในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากว่าตำบลบุพราหมณ์นั้นอยู่ตามแนวถนน ๓๐๔ ซึ่งมักจะเกิดอุบัติเหตุตามแนวถนน อันเนื่องมาจากสาเหตุไม่มีไฟส่องแสงสว่างตามรายทาง มีปริมาณรถยนต์ที่สัญจรไปมา ในยามวิกาลเป็นจำนวนมากทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนบ่อยครั้ง ประกอบกับประชาชนในเขตตำบลบุพราหมณ์ประกอบอาชีพเป็นพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม ต้องกลับบ้านในเวลาค่ำคืน ดังนั้นจึงใคร่ขอดำเนินการจัดสรรงบประมาณในการที่จะตั้ง แสงไฟส่องสว่างตามแนวทางถนน ๓๐๔ ดังต่อไปนี้ จุดที่ ๑ บริเวณหน้าหมู่บ้านทับลาน หมู่ที่ ๑ และฝั่งตรงกันข้ามหมู่บ้านทับลานหมู่ที่ ๑๐ จุดที่ ๒ หมู่บ้านขุนศรี หมู่ที่ ๒ ทั้ง ๒ ฝั่ง จุดที่ ๓ บริเวณเข้าหมู่บ้านบุพราหมณ์ หมู่ที่ ๓ และฝั่งตรงกันข้ามทางเข้าน้ำตกบ่อทอง หมู่ที่ ๗ จุดที่ ๔ บริเวณหน้าหมู่บ้านวังมืด หมู่ที่ ๕ และฝั่งตรงกันข้ามบ้านวังใหม่ หมู่ที่ ๘ การเดินทางในความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรไปมา จึงขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความเมตตากับประชาชนที่ต้องสัญจรไปมาและชาวบ้าน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านไพจิตมาแล้วนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาเรื่องที่เป็น ชีวิตจิตใจของพี่น้องประชาชนของอำเภอธาตุพนมและอำเภอเมืองมุกดาหาร ท่านประธาน จะมีเส้นทางรอบเรียบลุ่มแม่น้ำโขงเชื่อมระหว่าง ๒ อำเภอนี้ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของกระผม ขณะนี้พี่น้องประชาชนได้รับความลำบาก กรณีเดียวสะพานที่ทำไว้เมื่อประมาณ ๓๐ ปีก่อน ได้ชำรุดลงเป็นสะพานที่ข้ามลำน้ำกร่ำซึ่งเป็นลำน้ำที่สำคัญที่เป็นจิตใจของพี่น้อง เสร็จแล้วเส้นทางนี้รถก็จะไม่สามารถสัญจรไปมาได้เลยนะครับ แล้วถ้าหากในช่วงนมัสการ พระธาตุพนมซึ่งจะเป็นช่องทางอีกช่องทางหนึ่งที่รถจะเดินทางมานมัสการพระธาตุพนม ก็จะไปแออัดอยู่อีกเส้นทางหลักเส้นทางหนึ่งของถนนชยางกูร ผมได้เห็นว่าข้อเดือดร้อนอันนี้ ทางหลวงชนบทซึ่งเป็นแม่งานในการซ่อมบำรุงก็จะต้องรีบดำเนินการหาช่องทางเลี่ยงให้ได้ ให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาได้ เพราะถ้าเข้าทางตรงตรงนี้ไม่ได้ต้องโค้งไปกลับรถ ประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตรกว่าจะถึงพระธาตุพนม ฉะนั้นปัญหานี้ผมเข้าใจว่าถ้ามันทรุด ก็ต้องซ่อมแล้วก็รีบดำเนินการโดยเร็วหากิจพิธีการทั้งหมดในการเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน เพราะเป็นเส้นทางเกี่ยวข้องที่สำคัญนะครับ ขอถือโอกาสนี้ได้กราบเรียน ท่านประธานเพื่อได้ช่วยแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปครับ คุณสนอง เทพอักษรณรงค์
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจาก คุณสนิท บุญทวี และผู้ปกครองของลูกหลาน ของเราที่กู้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาบอกว่าขณะนี้กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส สืบเนื่องจากว่าต้องตกเป็นจำเลยลูกหลานพร้อมด้วยผู้ปกครองในฐานะผู้ค้ำประกันต้องถูก ฟ้องร้องให้ชำระเงินกองทุนกู้ยืมพร้อมกับเบี้ยปรับ ในขณะที่ผู้ปกครองเองเศรษฐกิจก็ตกต่ำ ลูกหลานที่เรียนจบมาก็ยังไม่มีงานทำ ถ้าเป็นไปได้อยากจะขอความกรุณาให้ทางกองทุน ได้ยืดระยะเวลาของการชำระหนี้ ซึ่งในโครงการนี้นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเรามีนโยบาย ที่จะปลดดอกเบี้ยให้กับเงินกองทุน อยากจะฝากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการและกองทุนนั้น ได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย
ประเด็นที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริหารและคณะครูบุคลากรทางการศึกษา วันนี้ทุกคนไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำการสอนให้ความรู้กับลูกหลานเพราะอะไรครับ โรงเรียน ขนาดกลาง ขนาดเล็กไม่มีอะไรชัดเจน ทุกวันนี้เช้าขึ้นมาก็ไปปรึกษากันว่ายังจะได้อยู่ต่อ หรือเปล่า โรงเรียนจะถูกยุบไหม ประการสำคัญครับ ตำแหน่งของครูหลังจากเกษียณมาแล้ว ทางกระทรวงไม่ได้คืนให้ มี ๖ ห้องเรียนมีครู ๒ คน นักการภารโรงไม่มี ผู้อำนวยการต้องไป ตัดหญ้าแล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาสอนเด็ก อยากฝากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการขอได้โปรด แก้ไขปัญหานี้ให้กับครูโดยเร่งด่วน ผู้ปกครองเองก็เป็นทุกข์ว่าลูกหลานจะต้องออกเดินทาง ไปเรียนไกลนอกบ้านนอกพื้นที่หรือเปล่าเกรงจะได้รับอุบัติเหตุ เกรงว่าจะมีภัยต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญของสังคม ก็อยากฝากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความชัดเจนด้วย ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปครับ คุณไกลก้อง ไวทยการ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ไกลก้อง ไวทยการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ปัญหาที่ผมอยากจะหารือกับท่านประธานในวันนี้คือปัญหาแนวทาง การป้องกันการเสียบบัตรแทนกันที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของสภาในขณะนี้แล้วก็มีผลกระทบ ต่อกระบวนการนิติบัญญัติด้วย ผมในฐานะที่ทำงานเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ การศึกษาเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารภายใต้คณะกรรมาธิการกิจการสภา ผมมีแนวทางที่จะมาเสนอท่านประธานทั้งเรื่องของเฉพาะหน้า ระยะกลาง และระยะยาว ดังนี้ครับ ระยะเฉพาะหน้า จากภาพที่เห็นบนหน้าจออันนี้ก็คือโปรแกรมแสดงผลเรื่องระบบ ลงคะแนน เมื่อเราเสียบบัตรลงคะแนนเข้าไปก็ปรากฏชื่อและตำแหน่งของการเสียบบัตรไว้ ว่าอยู่ที่นั่งไหน พฤติกรรมการเสียบบัตรแทนกันนั่นก็คือเสียบบัตรใบหนึ่งไปแล้วกดลงคะแนน และนำบัตรอีกใบหนึ่งมาเสียบต่อแล้วกดลงคะแนน ดังนั้นก็จะเห็นว่าสามารถระบุได้ว่าบัตรนั้น ถูกลงคะแนนที่ช่องตำแหน่งไหน ข้อเสียของระบบนี้ก็คือไม่ได้บันทึกกิจกรรมหน้าจอนี้ไว้บันทึก เข้าสู่ระบบไม่ได้ ก็จะเห็นภายใต้แบบเรียลไทม์ (Real time) ก็คือระยะเวลานั้น ดังนั้นข้อเสนอ ของผมก็คือลงโปรแกรมบันทึกหน้าจอนี้ไว้แล้วเมื่อเกิดปัญหาก็เหมือนเราถ่ายคลิป (Clip) กิจกรรมหน้าจอ เมื่อเกิดปัญหาก็เอาภาพที่บันทึกหน้าจอวีดิโอ (Video) ไปเทียบกับภาพจากกล้องของทีวี (TV) รัฐสภาหรือกล้องข่าวของช่องข่าวต่าง ๆ ก็จะเห็นว่าใครกดบัตรของคนที่ไม่ได้อยู่ใน ห้องประชุม ระยะกลางก็คือเมื่อเราย้ายไปห้องสุริยันแล้วเราก็ติดกล้องวงจรปิดไว้เพื่อที่จะ ทำให้เห็นภาพนี้ได้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ ระยะยาวก็คือเมื่อกดบัตรลงคะแนนในปี ๒๕๖๔ เราก็ควรจะมีระบบยืนยันตัวตนร่วมก็คือเรื่องของลายนิ้วมือ ท่านประธานต้องไม่ปล่อยให้ ปัญหาการกดบัตรลงคะแนนเป็นวงจรแห่งความด่างพร้อยของรัฐสภานะครับ คนเรามีดีมีชั่ว การออกแบบระบบที่ดีก็จะทำให้ลดการทุจริตได้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ที่เสนอ ความเห็น จะหาโอกาสหารือท่าน ต่อไปนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่อง ขออนุญาตภาพหน้าจอด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
มีหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนพื้นที่หมู่ ๑ หมู่ ๒ และหมู่ ๓ ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ผู้ที่มีที่ดินติดกับแม่น้ำปัตตานีที่ดินถูกน้ำกัดเซาะ เนื่องจากสายน้ำที่เป็นทางโค้ง ที่ดินเสียหายจากกระแสน้ำกัดเซาะตลอดเวลา สำนักงานชลประทานจังหวัดยะลาเองได้เคย เข้าไปสำรวจปัญหาและได้ทำโครงการเสนอของบประมาณในการจัดทำกำแพงกั้นตลิ่ง ถูกกัดเซาะแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้ จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ รีบพิจารณาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย
เรื่องต่อมาให้มีหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกร ทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ว่ากลุ่มได้รับการ สนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างโรงเรือนอาคารเครื่องจักร โรงอบยางแผ่นรวมมูลค่าประมาณ ๓๑ ล้านบาทแล้ว หลังจากดำเนินการและรับมอบงานแล้วกลุ่มสามารถใช้งานได้บางส่วนเท่านั้น แต่ในส่วนของโรงอบยางซึ่งมีกำลังผลิตถึง ๑๕,๐๐๐ กิโลกรัมต่อครั้ง ใช้เวลาอบครั้งละ ประมาณ ๑๒ ชั่วโมง ต้องใช้ไฟฟ้า ๓ เฟส (Phase) แต่จนถึงวันนี้ประมาณ ๒ ปีเศษแล้ว ยังไม่สามารถที่จะเดินเครื่องโรงอบยางได้เนื่องจากว่าต้องใช้ไฟฟ้าและยังไม่มีไฟฟ้า จึงขอให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดำเนินการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนให้มีไฟฟ้า ๓ เฟส (Phase) เข้าไปที่โรงอบยางด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปครับ คุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ขอนำเรียนท่านประธานสภาไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒ เรื่อง ด้วยกันค่ะ
เรื่องที่ ๑ จากการที่ดิฉันได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้เรื่องฝายยางเกาะวงษ์เกียรติ์ ชำรุด ขณะนี้ชลประทานจังหวัดสุโขทัยได้จัดทำแผนซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยใช้ วงเงินงบประมาณ ๕๘ ล้านบาท จึงขอเร่งรัดไปยังกรมชลประทานเพื่อจะได้เร่งดำเนินการ โดยเร็วค่ะ
เรื่องที่ ๒ ขอเสนอโครงการป่าพระโมเดล (Model) เพื่อนำร่องให้กับพื้นที่ ที่มีปัญหาน้ำท่วม น้ำแช่ขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ของตำบลปากพระ ได้มีท่านนายกองค์การ บริหารส่วนตำบลปากพระ โดยนายวรรณา ป้อมแก้ว แล้วก็พี่น้องประชาชนได้นำเสนอ ปัญหาไปยังชลประทานจังหวัดสุโขทัย เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของน้ำท่วมแช่ขังในช่วงฤดู น้ำหลากแล้วก็รองรับน้ำในพื้นที่ของแม่น้ำยม รวมทั้งความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในระยะเวลา อันยาวนาน ปากพระโมเดล (Model) จะมีลักษณะของการพัฒนาแหล่งน้ำคูคลอง รวมทั้งในเรื่องของการสร้างฝายประตูน้ำ ๓ แห่งด้วยกันซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ให้กับพี่น้อง ประชาชน ๑,๓๕๐ ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมจำนวน ๒๐,๐๐๐ ไร่ สามารถทำนา แล้วก็เลี้ยงปลาได้ ในการนี้จึงขอเสนอโครงการดังกล่าวเพื่อเป็นพื้นที่นำร่องให้กับตำบล ใกล้เคียงและก็พื้นที่ที่มีสภาพปัญหาใกล้เคียงกัน และขอเร่งรัดไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวนี้โดยเร็ว ขอบพระคุณมากค่ะ
ต่อไปเชิญคุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๙ กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ สืบเนื่องจากการหารือเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา เรื่อง ปัญหาสิ่งกีดขวางในลำคลองบางน้อย ดิฉันต้องขอขอบพระคุณทางการไฟฟ้านครหลวง สาขาธนบุรี และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ได้เข้าดำเนินการสำรวจเพื่อที่จะปรับปรุง แก้ไขย้ายถอนเสาไฟฟ้าที่กีดขวางการจราจรในลำคลองบางน้อยในขณะนี้ให้เรียบร้อยแล้ว ยังคงเหลือแต่เขื่อนและตลิ่งที่พังลงคลอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรุงเทพมหานครยังเงียบอยู่ และยังไม่ได้ดำเนินการให้นะคะ
เรื่องถัดมา เรื่องร้องเรียนจาก นายจรินทร์ หงษ์ทอง และประชาชนที่อาศัย อยู่ในซอยบางแวก ๒๓ และหมู่บ้านอิ่มอัมพร ๒ แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน ที่ได้ร้องขอ ให้ดำเนินการขุดลอกลำประโดง ที่ขณะนี้มีการทิ้งขยะสิ่งปฏิกูลและทำให้ลำคลองนั้นตื้นเขิน เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและแพร่กระจายของโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออกที่ผ่านมา ที่ระบาดหนักในเขตตลิ่งชัน ดิฉันจึงขอนำเรียนปัญหานี้ผ่านท่านประธานให้ช่วยดำเนินการ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรุงเทพมหานครให้ช่วยดำเนินการเป็นการเร่งด่วน กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ส่งผล กระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ผมสรุปครับว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่กับวิกฤติ ที่ผมเรียกว่า วิกฤติไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) มี ๔ อย่างอะไรบ้าง ๑. ฝุ่น ฝน จน เค็ม
เรื่องแรก เรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) สภาแห่งนี้ก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เมื่อวานนี้ไปเรียบร้อยแล้วครับ เรื่องฝนนั่นก็คือฝนแล้ง ระดับน้ำในเขื่อนของประเทศไทย ในตอนนี้ต่ำที่สุดในรอบ ๕๐ ปี ตัวอย่างเขื่อนอุบลรัตน์มีระดับน้ำต่ำถึงร้อยละ ๑๙ ของความจุ ทั้งหมด เรื่องที่ ๓ จน คงไม่ต้องพูดมาก เรื่องนี้เศรษฐกิจฝืดเคืองประสบปัญหากันถ้วนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก สาเหตุหลักสำคัญ เนื่องจากเงินบาทแข็งตัวเกินไปและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคแรงงาน และสุดท้าย เค็ม นั่นก็คือน้ำประปามีค่าโซเดียมสูงเกินกว่ามาตรฐานทำให้มีรสชาติเค็มผิดปกติ ปัญหาวิกฤติ ฝุ่น ฝน จน เค็ม นี้เป็นฝันร้ายที่พี่น้องประชาชนตื่นมาทุกวันแล้วก็ยังเจออยู่ ผมทราบดีครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอื่น ๆ กำลังพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้อยู่ แต่ผมในฐานะ ผู้แทนราษฎรก็จำเป็นที่จะต้องเร่งรัดให้เกิดการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างบูรณาการ และที่สำคัญ นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอยากจะขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาการแก้ไขปัญหา ระยะยาว ซึ่งแน่นอนอาจจะไม่ส่งผลให้เกิดผลที่เกิดขึ้นพรุ่งนี้ มะรืนนี้ หรือไม่สามารถที่จะ เปลี่ยนเป็นคะแนนเลือกตั้งครั้งหน้าได้ แต่หากรัฐบาลได้กระทำการแก้ไขปัญหาระยะยาว ก็คงจะเป็นคุณูปการที่สภาแห่งนี้จะไม่ต้องมานั่งพูดเรื่องนี้กันอีกใน ๑๐ ปีข้างหน้า ๒๐ ปี ข้างหน้า เรื่องนี้คงจะถูกจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นเลยผมต้องขอปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหา ของพี่น้องพื้นที่ผมในเขตบางกอกใหญ่บริเวณชุมชนหลังโรงกรองน้ำ ที่แต่ก่อนก็เสียสละพื้นที่ เพื่อความเจริญของประเทศชาติโดยการให้พื้นที่ในการสร้างรถไฟฟ้า แต่ปัจจุบันทางรถไฟฟ้า ใต้รถไฟฟ้า ทางรถไฟฟ้าและการประปาได้สร้างรั้วปิดกั้นทำให้เขาไม่สามารถออกมาได้ ก็เป็น ที่กังวลถึงเวลาคนป่วยที่จะไปโรงพยาบาลหรือเวลาเกิดเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องไฟไหม้ก็ฝากให้ เปิดประตูนี้เพื่อให้ประชาชนสัญจรด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ สำคัญมาก ๆ ก็คือตอนนี้ทั่วโลกก็มีการระบาดของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ซึ่งใช้ระยะฟักตัวถึง ๑๔ วันเกิดจากเมืองจีนครับ เกิดจากเมืองอู่ฮั่น ตอนนี้ ไม่แน่ใจว่าผมอาจจะเป็นหรือเปล่า หรือใครในสภานี้อาจจะเป็นแล้วก็ได้แต่ใช้เวลาถึง ๑๔ วัน ก็อยากให้รัฐบาลใส่ใจเรื่องนี้ด้วยเห็นข่าวเงียบ ๆ เห็นไม่ทำอะไร เห็นพูดแต่เรื่องฝุ่นแปลก ๆ แล้วผมดูจากการที่จัดการปัญหาฝุ่นแล้วผมก็กังวลเกี่ยวกับปัญหาไวรัสนี้ผมไม่แน่ใจว่า ในศักยภาพของรัฐบาลนี้ในการที่จะดูแลรักษาเรื่องนี้เท่าไร ผมก็อยากทราบเหมือนกันว่า สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ารักชาติ สุดท้ายชาติมันคือขอบเขตบริเวณหรือประชาชนกันแน่ ถ้ายังไม่มีการจัดการที่ดีผมแนะนำให้ตั้งชื่อไวรัสนี้ไปเลยว่าไวรัสจันทร์โอชา ขอบคุณมากครับ
ต่อไปคุณสุรชาติ ศรีบุศกร
เรียนท่านประธานสภา กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมขอหารือ ท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย เนื่องด้วยอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อปพร. เป็นอาสาสมัครที่เกิดขึ้นถูกต้องตามกฎหมายพระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖ ซึ่งกำหนดให้จัดตั้ง อปพร. ขึ้นทุก ๆ อำเภอและเขต กทม. จนถึง พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกาศใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกิจการอาสาสมัครป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน มีหน้าที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๑ ในปัจจุบันต้องยอมรับครับว่าอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อปพร. นั้น ต้องเข้าไปร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล ในการป้องกันและบรรเทาอันตราย เนื่องจากเหตุอัคคีภัย วาตภัยและอุทกภัย ตลอดจนภัยสาธารณะที่เกิดจากธรรมชาติ อันก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตร่างกายทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นแล้ว ยังช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการรักษาความสงบเรียบร้อย จัดการจราจรในชุมชนในงาน ประเพณีที่สำคัญต่าง ๆ และยังร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้านในการสอดส่องดูแลป้องกันไม่ให้เกิด อาชญากรรมใด ๆ ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ จะเห็นได้ว่ามีภารกิจจำนวนมากและมีเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่นำเสนอสู่สภาแห่งนี้หลายท่าน จึงใคร่ขอความเห็นใจไปยังกระทรวงมหาดไทย ที่เป็นหน่วยกำกับดูแล อยากให้ อปพร. นั้นมีค่าตอบแทนเป็นรายเดือนและมีสวัสดิการ เฉกเช่นเดียวกับพี่น้อง อสม. สุดท้ายนี้พี่น้อง อปพร. ทั่วประเทศไทยขอฝากความหวัง และความเห็นใจ เข้าใจ และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไปครับ
ต่อไปคุณสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมเองนั้นขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ขององค์การบริหาร ส่วนตำบลบ่อเงิน อบต. ลาดหลุมแก้ว อบต. ระแหง อบต. คูบางหลวง เทศบาลคูขวาง และเทศบาลคลองพระอุดมบางส่วนอยู่ในพื้นที่ของอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีนั้นถือว่าอยู่ในเขตปริมณฑลอยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร เพียง ๓๐ กิโลเมตรเท่านั้น ไม่มีน้ำประปาในการอุปโภคบริโภคอยู่ทุกวันนี้ พี่น้องประชาชนนั้น จะต้องใช้น้ำบาดาลหรือน้ำประปาใต้ดินในการใช้อุปโภคบริโภคอยู่ทุกวันนี้ พี่น้องประชาชนเปิดน้ำประปาออกมาจะเห็นเลยว่าสิ่งเจือปนอยู่ในสายน้ำนั้นคือสนิมแดง ตะกรัน พี่น้องประชาชนจะต้องเอาภาชนะมารองรับก่อนเพื่อให้ตกตะกอนแล้วจึงสามารถ เอาไปอุปโภคบริโภคได้ สิ่งนี้สร้างปัญหาต่อพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดนับหลายสิบปีแล้ว ท่านประธานครับ น้ำนั้นถือว่าเป็นปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของพี่น้อง ประชาชนมาโดยตลอด และรัฐเราจะต้องมีการบริการน้ำที่มีคุณภาพให้กับพี่น้องประชาชน ให้มีคุณภาพอยู่ดีกินดีทุกวันนี้ ประกอบกับองค์การบริหารส่วนตำบลตามที่ผมได้กล่าว เบื้องต้นมานี้ในเขตอำเภอลาดหลุมแก้วนั้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดเล็กมีการ จัดเก็บภาษีได้น้อย จึงไม่สามารถขยายเขตการประปาส่วนภูมิภาคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ได้ กระผมจึงขอกราบเรียนปัญหาต่อท่านประธานสภาผ่านไปยังผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโปรดจัดส่งงบประมาณลงไปขยายเขตการประปา ส่วนภูมิภาค เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้ใช้น้ำประปาที่มีคุณภาพเพื่อชีวิต พี่น้องในพื้นที่ให้อยู่ดีกินดีต่อไปด้วยครับ
ต่อไปคุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี วันนี้ผมมีเรื่องที่สำคัญในระดับประเทศ แล้วก็เกี่ยวข้องกับเรื่องญัตติเมื่อวานที่เราได้นำเสนอกันไปก็คือในเรื่องของอ้อย วันนี้เป็นฤดู ของการเปิดหีบซึ่งพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไร่อ้อยนั้นได้ดำเนินการในการตัดอ้อยเข้าสู่โรงงาน ตัวผมเองตั้งแต่เลือกตั้งผ่านมาจนกระทั่งวันนี้ยังได้รับการร้องเรียนที่พ่อแม่พี่น้องชาวไร่อ้อย ต้องการทราบความชัดเจนในเรื่องที่รัฐบาลจะช่วยอย่างไรให้ราคาอ้อยได้ดีขึ้น โดยเฉพาะปีนี้ ที่ผ่านมาพี่น้องชาวไร่อ้อยนั้นได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง จึงทำให้การผลิตไม่เป็นดังเป้า แต่ขณะเดียวกันมีต้นทุนที่มีเท่าเดิม แต่เมื่อผลผลิตไม่ได้เป็นดังเป้าจึงทำให้พ่อแม่พี่น้องนั้น ประสบภาวะขาดทุน แต่ขณะเดียวกันก็ได้มีความตั้งใจของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง ชาวไร่อ้อย โดยมีโครงการที่จะสนับสนุนงบประมาณจำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น วันนี้ผมได้รับการประสานงานจากสหพันธ์สมาคมต่าง ๆ ของกลุ่มชาวไร่อ้อยว่าใน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทตรงนั้นอยากที่จะให้รับฟังปัญหาและแก้ไขให้ถูกต้อง โดยนำเสนอ ๒ ทางด้วยกัน ก็คือในวงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นให้แบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกจำนวน ๖,๕๐๐ ล้านบาท อยากจะให้จัดสรรให้กับพี่น้องชาวไร่อ้อยในทุกครัวเรือนทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน โดยที่ไม่จำกัดว่าครัวเรือนละกี่ตัน ก็คือทุก ๆ ตัน และอีกส่วนหนึ่งจะส่งผลกับสถานการณ์ ปัจจุบันก็คือ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาทเอามาส่งเสริมให้กับราคาอ้อยที่ตัดโดยที่ไม่จุดไฟเผา ตรงนี้จะช่วยทั้งชาวไร่อ้อยและช่วยทั้งสิ่งแวดล้อมในเรื่องของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปคุณนิคม บุญวิเศษ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมี ๑ เรื่องครับ เนื่องด้วยราษฎรชุมชนหมู่บ้านสหกรณ์ปากเกร็ด ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้มาร้องเรียนที่กระผมต่อกรณีปัญหา ความเดือดร้อนของราษฎรที่ใช้เส้นทางเข้าออกถนนแจ้งวัฒนะตรงกันข้ามห้างเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ขณะนี้ได้มีกรรมการบางท่านนำแท่งปูนซีเมนต์มาปิดกั้นเส้นทางทำให้ชุมชนเหล่านี้ ไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้ ต้องไปใช้เส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งก็คือถนนเลี่ยงเมืองนนท์ แล้วก็ไปที่ถนนติวานนท์ ห้าแยกปากเกร็ดถึงเข้าเส้นแจ้งวัฒนะได้ จึงทำให้นักเรียน นักศึกษา คนทำงานเกิดความเดือดร้อนไม่สามารถใช้ เส้นทางไปแจ้งวัฒนะเส้นเดิมได้ จึงให้ผมมา ร้องเรียนที่ท่านประธานช่วยสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือหมู่บ้านสหกรณ์โดยด่วน ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปคุณวิวรรธน์ นิลวัชรมณี
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมจะขออนุญาตหารือท่านประธานสภาในประเด็นเกี่ยวกับ การสร้างสะพานข้ามทะเลจากฝั่งอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นข่าวกันอย่างกว้างขวางเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมในฐานะเป็น ส.ส. ในเขตพื้นที่เกาะสมุยและเป็นโฆษกกรรมาธิการการท่องเที่ยวอยู่ด้วย จึงได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวเพื่อจะไปศึกษาหารือกับประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรท้องถิ่น โดยกำหนดมีขึ้นในวันที่ ๑๕-๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่อำเภอเกาะสมุย ทั้งนี้รวมไปถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งบนเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่าเพื่อเชื่อมการคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ และรวมถึงการศึกษา ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีทั้งขยะมูลฝอยที่หมักหมมอยู่บนเกาะสมุยมานาน พร้อมทั้ง การศึกษาการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการศึกษา การเพิ่มถนนและการจัดการจราจรเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตและกระผม ยังมีแนวความคิดที่จะสร้างสะพานเชื่อมต่อจากเกาะสมุยไปยังเกาะพะงัน ซึ่งนอกจากจะช่วย การท่องเที่ยวบนเกาะพะงันได้แล้วยังจะช่วยในเรื่องของการระบายการจราจรที่หนาแน่น บนเกาะสมุยได้อีกทางหนึ่งด้วย กระผมจึงขอความกรุณาท่านประธานแจ้งไปยังกระทรวง คมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมสังเกตการประชุมในครั้งนี้ด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปคุณวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ข้อหารือวันนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อปลายปี ๒๕๖๒ เกี่ยวกับเรื่องหนอนกระทู้ได้ทำลายข้าวโพด และพืชผลการเกษตรประกอบกับภัยแล้ง ซึ่งสภาแห่งนี้ได้มีการพูดคุยและหารือกัน ทางรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็รับทราบปัญหาและรับว่าจะดำเนินการช่วยเหลือครับ แต่ท่านประธานครับวันเวลาล่วงมาตอนนี้ ๖ เดือน ทราบว่าที่รัฐบาลได้รับปากกับสภาแห่งนี้ ยังไม่ถึงมือชาวบ้าน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายในเขตเลือกตั้งที่ ๒ ของกระผมประกอบไปด้วย ๓ อำเภอ อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอแม่สรวย และอำเภอแม่ลาวยังไม่ได้รับการดูแล ทั้ง ๆ ที่พี่น้องประชาชนก็ได้ไปลงชื่อและมีการสำรวจไว้ ก็ฝากท่านประธานว่าได้ติดตามทวงถาม ในประเด็นนี้ด้วย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเลือกตั้ง ๓ อำเภอนี้มีพื้นที่ทางการเกษตร ที่ไม่มีเอกสารสิทธิด้วย ซึ่งก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาที่ทางรัฐบาลได้รับปากก็อาจจะมีปัญหา ยุ่งยากมากขึ้น ประกอบไปด้วยตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย ทั้งตำบลเลยเป็นตำบลที่ไม่มี เอกสารสิทธิ นายอำเภอเวียงป่าเป้าก็หลายสิบหมู่บ้าน อำเภอแม่ลาวก็อีกหลายสิบหมู่บ้าน ถ้ารวมประชากรแล้วที่ทำการเกษตรนับ ๕๐,๐๐๐ คนเป็นหลายพันครัวเรือน เพราะฉะนั้น วันนี้ก็ฝากรัฐบาลที่เคยรับปากแล้วเคยรับในสภาแห่งนี้ว่าจะเข้าไปดูแลช่วยเหลือ ตอนนี้ ขอทวงถามครับ พี่น้องประชาชนฝากมาให้ทวงถามว่าเมื่อไรจะได้รับ แล้วปีนี้น้ำน้อยปัญหา เรื่องภัยแล้งก็จะซ้ำเติม ขอท่านประธานช่วยทำหนังสือเร่งรัดหน่วยงานเกี่ยวข้องต่อไปครับ
ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคม ๑ เรื่อง ท่านประธานคงทราบดีครับว่าประเทศไทยเราได้มีการก่อสร้าง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองมอเตอร์เวย์ (Motorway) สาย ๖ ที่ใช้เงินงบประมาณไปถึง ๘๔,๖๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะเป็นส่วนสำคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องการจราจรของพี่น้อง ประชาชนในเขตอีสาน แต่ในขณะนี้ทางกรมทางหลวงได้มีการประกาศออกมาว่าถนนเส้นนี้จะใช้ได้ในปี ๒๕๖๕ ก็อยู่ในระยะเวลาประมาณเกือบ ๒ ปี ท่านประธานทราบไหมครับ ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ แม้กระทั่งในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันหยุดปริมาณรถจำนวนมหาศาลที่ใช้เส้นทางนี้ มีการจราจรที่ติดขัดมาก ช่วงปีใหม่ติดประมาณ ๕-๖ ชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่ใช้เวลาเดินทางจริง ๆ ปกติเพียง ๓ ชั่วโมง ผมมี ๓ เรื่องที่อยากจะขอไปยังกระทรวงคมนาคม
อย่างที่ ๑ การก่อสร้างขณะนี้ล่วงเลยไปเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ มีถนนบางช่วง สามารถที่จะเปิดใช้งานได้ ยกตัวอย่างเช่นจากหนองสาหร่ายไปสีคิ้วเป็นทางยกระดับ ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสีคิ้วที่ไปสู่ตัวเมืองโคราชเป็นไปได้ไหม กระทรวงคมนาคมจะมอบของขวัญให้กับพี่น้องชาวภาคอีสานเปิดทยอยใช้บางช่วงซึ่งตอนนี้ สามารถใช้ได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย
อย่างที่ ๒ อยากจะให้เร่งรัดในการดำเนินการก่อสร้างจุดพักรถและด่านเก็บเงิน ขณะนี้ยังไม่มีผู้รับผิดชอบครับ ถ้าเราเร่งรัดตรงนี้ได้ก็หมายความว่าในปี ๒๕๖๔ หรือปี ๒๕๖๕ ที่จะมีการเปิดใช้ก็จะทันการณ์พอดี
อย่างที่ ๓ คือจุดเชื่อมทางลอด ทางตัด วันนี้มีการก่อสร้างสะพานแต่ไม่มีทาง ขึ้นลง ทำไมกระทรวงคมนาคมอยากจะให้เร่งรัด เพราะพี่น้องประชาชนต้องใช้ทางเลี่ยง ๒ ข้าง ปัญหาก็คือเป็นถนนหินคลุก เป็นฝุ่น ๓-๔ ปีที่เขาทนทุกข์ทรมาน อยากกราบขอความกรุณา จากท่านครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปครับ นางสาวธนพร โสมทองแดง
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธนพร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันได้รับร้องเรียน จากครูสมพล อดีตครูโรงเรียนท่าอุแทพิทยา ผ่านนายศุภชัย นาคสุวรรณ์ หัวหน้าสาขาภาคใต้ พรรคเสรีรวมไทย ประมาณ ๓ ปีกว่าที่ผ่านมามีคุณครูวีระ คงศรี ย้ายมาจากโรงเรียนกรีฑา จังหวัดนครศรีธรรมราชมาบรรจุเป็นครูพละที่โรงเรียนท่าอุแทพิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน หลายรายนะคะ ซึ่งดิฉันมีคลิป (Clip) เสียงและหลักฐานในการพูดคุยกัน
คุณธนพรต้องระวัง บุคคลภายนอกนะครับ ต้องระวังครับ
ขออภัยค่ะ ซึ่งผู้ปกครอง ได้ร้องเรียนทางคณะครู แล้วคุณครูดังกล่าวนี้ก็ได้ใช้เงินชดเชยค่าเสียหาย คณะกรรมการ สถานศึกษาได้ร้องเรียนไปที่ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขตพื้นที่การศึกษาที่ ๑๑ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย ให้ตรวจสอบพฤติกรรมครูดังกล่าวและให้มีบทลงโทษอย่างรุนแรงปรากฏว่าเรื่องก็ยังเงียบอยู่ เช่นเดียวกันค่ะ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิด ของดิฉันก็มีคุณครูตีเด็กปางตายด้วยสาเหตุที่ไม่ทำเวรทำความสะอาด เมื่อวานนี้อีกแล้วค่ะ คุณครูอีกเช่นกันค่ะ ที่ว่าปล้นร้านทองจังหวัดลพบุรีก็เป็นครูอีกเช่นกันนะคะ ซึ่งทำพฤติกรรม ที่ไม่เหมาะสม ท่านประธานคะ คุณครูเป็นต้นแบบอบรมสั่งสอนเยาวชนของชาติ ครูเป็น ผู้สร้างสรรค์บรรดาอนาคตของชาติบ้านเมือง ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ครับ ต้องระวังเอ่ยชื่อ บุคคลภายนอกนะครับ ถ้าเป็นคดีอาญานั้นก็ว่ากันไปตามกฎหมายบ้านเมือง ส่วนเรื่องอาชีพ เราอย่าไปเหมานะครับ ต้องเป็นเรื่องของพฤติกรรมส่วนตัวบุคคล ต่อไปครับ คุณวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอมาหารือเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนร้องขอจากท่านดอกเตอร์ นายแพทย์สาโรช สมชอบ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเขื่องใน ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณมาดูแล โรงพยาบาลเขื่องใน โรงพยาบาลเขื่องในได้ก่อสร้างขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๒๕ ก็เกือบ ๔๐ ปีแล้ว ตอนนั้นขนาด ๑๐ เตียง ตอนนี้มีจำนวนเตียงอยู่ที่ ๖๐ เตียง ได้รับงบประมาณไทยเข้มแข็ง ในช่วงที่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อประมาณปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ตอนนี้ อยากจะขยายจำนวนเตียงจาก ๖๐ เตียง เป็น ๙๐ เตียง และจัดสรรอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยรักษาพี่น้องประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะว่ายังไม่มีอุปกรณ์ ทางการแพทย์ เมื่อปลายปีที่แล้วก็ได้ทำผ้าป่าก็ได้เงินมาเกือบ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ก็ยัง ไม่เพียงพอ จึงอยากฝากทางกระทรวงสาธารณสุขได้เร่งรัดขยายจำนวนเตียง แล้วก็จัดสรร อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อโรงพยาบาลเขื่องใน เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่บริเวณนั้น
เรื่องที่ ๒ โครงการก่อสร้างอาคารห้องพักครูโรงเรียนเขื่องใน (เจริญราษฎร์) ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ และผมเองก็เป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษาในโรงเรียน แห่งนี้ นักเรียนเกือบ ๒,๐๐๐ คน แต่ว่าครูมีจำนวนมากแล้วก็ไม่มีบ้านพักครู จึงอยากเร่งรัด การก่อสร้างโรงเรียนเขื่องใน (เจริญราษฎร์) ตรงนี้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการก่อสร้างโครงการห้องพักครูเช่นเดียวกันครับ แต่เป็นโรงเรียนมัธยม โรงเรียนสหธาตุศึกษา โดยท่าน ผอ.ฐิรศาสตร์ กูลรัมย์ ได้ร้องขอเข้ามา เพราะว่าเหตุการณ์ที่จำเป็น เมื่อประมาณ ๓ เดือนที่ผ่านมาท่านไปนอนพักที่โรงเรียนแห่งนี้ มีโจรมาปล้นไม้พะยูง ท่านออกไปต่อสู้กับโจรแล้วก็โดนโจรจี้ด้วยปืน ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ไม้พะยูง ๓๐ กว่าต้น ตอนนี้เหลือ ๑๐ กว่าต้น ฝากกระทรวงศึกษาธิการช่วยจัดสรรงบ ในส่วนนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปครับ คุณเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๔ อำเภอเดชอุดม พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาหารือท่านประธานสภาเกี่ยวกับการบูรณปฏิสังขรณ์ ปราสาททองหลาง ปราสาทโบราณเก่าแก่กว่าพันปีที่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอเดชอุดม ตั้งใจจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ปราสาททองหลางตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโพธิ์ศรี อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอำเภอเดชอุดมเราพึ่งจัดสมโภชอำเภอเดชอุดม ครบ ๑๗๕ ปี พวกเราได้รวมใจกันหล่อพระรูปอนุสาวรีย์เจ้าเมืองผู้ก่อตั้งอำเภอเดชอุดม และเห็นว่าโบราณสถานเก่าแก่ปราสาททองหลางเหมาะสมที่จะนำมาจำลองเป็นฉากหลัง เพราะเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอำเภอและจังหวัดอุบลราชธานี ปราสาททองหลางเป็น โบราณสถานเก่าแก่ตามรูปแบบสถาปัตยกรรม สันนิษฐานไว้ว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษ ที่ ๑๖-๑๗ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติตั้งแต่วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๗๙ และโบราณสถานดังกล่าวก่อสร้างมาเป็นเวลานานนับพันปี ที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับ การบูรณะทำให้สภาพไม่สมบูรณ์ ไม่มั่นคง หากไม่ได้รับการบูรณะอาจทำให้เกิดความเสียหาย ต่อตัวปราสาทในอนาคต สูญเสียแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในอำเภอทุกภาคส่วนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ ปรับปรุงบูรณะปราสาทแห่งนี้ให้สมบูรณ์ ให้เป็นจุดเรียนรู้ เป็นแหล่งท่องเที่ยว ผมอยากฝาก ท่านประธานถึงกระทรวงวัฒนธรรมให้เข้ามาสำรวจปรับปรุงซ่อมแซมส่วนที่ทรุดโทรม ผุกร่อนให้มีความสมบูรณ์สวยงามครับ ฝากถึงกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยบูรณาการไม่ว่าจะ เป็นถนนโดยรอบปราสาท ถนนทางเข้าออกปราสาท ไฟฟ้าแสงสว่างยามค่ำคืน ปรับปรุงพัฒนา พื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และฝากถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดทำ ข้อมูลเผยแพร่ให้แก่นักท่องเที่ยว ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวด้วย ขอบคุณครับ
ต่อไปครับ นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันเองมีข้อหารือผ่านไปยังท่านประธานด้วยกันทั้งหมด ๑ เรื่อง เกี่ยวกับโรงพยาบาลประจำอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ดิฉันเองได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จาก ประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ในเรื่องเกี่ยวกับความแออัดของโรงพยาบาล เนื่องจากอำเภอพระสมุทรเจดีย์มีประชากร ๑๓๐,๐๐๐ คน แต่โรงพยาบาลประจำอำเภอ มีแค่ ๑ โรงพยาบาล ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้เพียง ๓๐ เตียง ดิฉันได้สอบถามและพูดคุย เพื่อหาแนวทางออกกับ ผอ. โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ สวาทยานนท์ โดยนายแพทย์จอมเทพ แล้วก็ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางจาก อำเภอใกล้เคียงได้เห็นถึงปัญหาแล้วก็ได้หารือว่า เราจะมีทางออกอย่างไรที่จะสามารถขยายโรงพยาบาลประจำอำเภอของเราได้ ในวันที่ ๒๐ มกราคมที่ผ่านมาดิฉันเองได้ลงพื้นที่และได้เห็นถึงปัญหาและแนวทางออก พื้นที่ดังกล่าวมีขนาด ๖ ไร่ แต่พื้นที่ด้านหลังโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ของเทศบาลพระสมุทรเจดีย์ ดิฉันเองได้สอบถามไปยังผู้อำนวยการแล้วได้ข้อมูลว่าทางโรงพยาบาลได้ปรึกษาหารือไปยัง เทศบาลแล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้มีการตอบรับในเรื่องการขอใช้พื้นที่ ดิฉันเองจะขอนำเรียน เรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงสาธารณสุขและกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นโดยผ่านไปยังเทศบาลพระสมุทรเจดีย์โดยหารือในการพิจารณา ขอใช้พื้นที่เพื่อให้โรงพยาบาลได้ขยายขนาดของโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับประชาชน แล้วก็บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ โรงพยาบาลต่อไปนะคะ ดิฉันเองก็ขอฝากเรื่องนี้ผ่านไปยังท่านประธานสภาด้วยค่ะ
สมาชิกที่เคารพครับ สมาชิกได้ปรึกษาครบทั้ง ๓๐ ท่าน มีข้อสังเกตก็คือเที่ยวนี้มีเกินเวลาไปหลายท่าน ทุกเรื่อง ที่เสนอนั้นสำคัญ แต่กรณีที่เป็นข้อเสนอที่เกินเวลาสมาชิกสามารถทำได้โดยทำเป็นหนังสือ ถึงผมนะครับ ผมส่งไปทุกเรื่องและติดตามให้เพราะเข้าใจดีว่าปัญหาชาวบ้านนั้นเราต้อง ยอมรับก็อนุโลมให้ แต่ว่าอยากให้เรารักษาเวลาเพราะเป็นมาตรฐานที่คนข้างนอกเขาดูครับ ชาวบ้านไม่น่าเชื่อบางทีเขาก็ท้วงเรื่องนี้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่นไปวิจารณ์ ส.ส. ของบ้านตัวเองว่า พูดเกินเวลาไม่ดี อันนี้เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่าเป็นไปได้ แต่ว่าอันนี้คือสิ่งที่ชาวบ้านเขาตามอยู่ ขณะนี้ เพราะฉะนั้นพวกเราต้องพยายามรักษากติกาให้แม่นยำไว้เพื่อภาพพจน์ของตัวท่านเอง แล้วก็ของสภาครับ ผมเรียนเพื่อพวกเราได้เข้าใจร่วมกันนะครับ แต่ว่าทุกเรื่องให้ความสำคัญ เพราะว่าปัญหาชาวบ้านล้วนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญทั้งสิ้น
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๒ คน
ผมขออนุญาตที่ประชุมครับ ขอเรียนว่าขณะนี้มีสมาชิกมาเข้าชื่อ ๒๕๖ ท่านแล้ว ครบองค์ประชุม ขออนุญาตเปิดประชุม
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
เมื่อวานเราก็อยู่ตรงนี้เราแจ้งที่ประชุมไปเรื่องของสมาชิกใหม่เสร็จแล้ว ก็มีการเสนอญัตติด่วนก็จบญัตติด่วนไปแล้วเมื่อคืน วันนี้เราก็มาต่อเรื่องที่ประธานจะแจ้ง ต่อที่ประชุมนะครับ
เรื่องแรก ก็คือประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นชอบแล้ว เพื่อเสนอต่อวุฒิสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๓ นั้น ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ เมื่อวันอังคารที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมของวุฒิสภาได้พิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว จึงขอแจ้งที่ประชุมได้รับทราบครับ
ก่อนที่จะแจ้งเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระ ซึ่งสมาชิกจะมีสิทธิซักถามต่อไปนั้น ผมขอแจ้งเรื่องได้หารือผู้ควบคุมเสียงไว้ ๒ ฝ่ายนะครับ ขออนุญาตว่าวันที่ ๓๑ มกราคม วันศุกร์ขอประชุมพิเศษเพื่อพิจารณาญัตติของสมาชิกที่ค้างอยู่ร้อยกว่าญัตติ วันที่ ๓๑ นะครับ สมาชิกกรุณาบันทึกนัดประชุมไว้หน่อยนะครับ
วาระรับทราบในเรื่องที่เกี่ยวกับรับทราบรายงานผลการดำเนินการตาม มาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒
โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทรวงการคลังได้เสนอรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๒ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ รับทราบรายงาน ผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ จึงเสนอ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๑๗ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งมีสมาชิกเข้าชื่อขอซักถามอภิปรายเรื่องนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ให้ผู้ที่เตรียมตัวมาชี้แจงได้มีโอกาสเข้ามา ขอเชิญนะครับ มีนายธีรัชย์ อัตนวานิช ที่ปรึกษา ด้านตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ร้อยตำรวจตรีหญิง จารุณี เล็กดำรงศักดิ์ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผน นางสุเนตรา เล็กอุทัย ผู้อำนวยการส่วนวิจัยนโยบาย หนี้สาธารณะ ซึ่งขออนุญาตให้เข้ามา แล้วก็ขออนุญาตท่านชี้แจงในกรณีที่สมาชิกมีประเด็น ที่จะสอบถามผู้เสนอชื่อขออภิปราย ๒ ท่าน คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ คุณผ่องศรี แซ่จึง ขอท่านละ ๑๐ นาที ขอเชิญนะครับ คุณจุลพันธ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตเวลาท่านประธานอภิปรายในเรื่องของการรายงานต่อรัฐสภาของสำนักงาน บริหารหนี้สาธารณะตามพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะ ปี ๒๕๔๘ และแก้ไขเพิ่มเติม ปี ๒๕๖๒ ต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมจะแยกเป็นประเด็น ๔ ประเด็นเท่านั้นครับ การรายงานฉบับนี้เป็นรายงานประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ซึ่งกำหนดอยู่ในมาตราว่า ให้รายงานการกู้ การค้ำ ในแต่ละปีต่อรัฐสภา และระบุรายละเอียดและผลสัมฤทธิ์ในเรื่อง ของการกู้และการค้ำต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบและอภิปราย ผมเอง ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าการรายงานข้อมูลต่อสภาผู้แทนราษฎรต้องแม่นยำครับ ต้องแม่นยำ ตัวเลขต้องตรวจแล้วตรวจอีก ต้องทานแล้วทานอีก ขอประทานอภัย
ประเด็นแรก ผมเปิดหน้า ๕ มานี้ยังดูไม่ละเอียดนะครับ เพราะผมใช้เวลาดู เมื่อช่วงเช้านี้เอง หน้า ๕ บรรทัดที่ ๕ ใน ๒.๑.๑.๑ รัฐบาลกู้มาใช้โดยตรงวงเงินรวม ๓๔๙,๙๙๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๙.๔๘ กดเครื่องคิดเลขอย่างไรก็ไม่ใช่ครับ สัดส่วน ถ้าแจ้งให้ทางผู้มาชี้แจงแก้นะครับ ร้อยละนี้จะต้องเป็น ๔๙ ครับ ๔๙.๔๘ ครับ ท่านผิดไป ๒๐ จุด ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยนะครับถ้าคูณตัวเลขออกมา เพราะฉะนั้นเรื่องของตัวเลข ที่จะรายงานสภามีความสำคัญ เพราะว่ามันจะบันทึกอยู่ในการบันทึกรายงานการประชุม ของสภา มันจะอยู่ไปตราบชั่วกาลนานนะครับ ตัวเลขเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องแม่นยำ ก็ฝากทางหน่วยงานไปแก้ไขให้ถูกต้อง ผมว่ามีอีก แต่ผมไม่ได้ตามลึกนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ต้องเรียนว่ากรอบการกู้เงินครั้งนี้สำนักบริหารหนี้ประจำปี ๒๕๖๒ ได้ขอกรอบวงเงินไว้ทั้งสิ้นประมาณ ๑.๖ ล้านล้านบาท เป็นกรอบวงเงินการกู้เงินซึ่งมหาศาล กว้างมาก แต่ผมเข้าใจครับ มิใช่เป็นการกู้เงินเพื่อขาดดุลหรือว่าเป็นการกู้เงินมาเพียงอย่างเดียว มันมีเรื่องของการโรลล์โอเวอร์ (Rollover) มันมีเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ อันนี้เข้าใจดีมันเป็นเรื่องซึ่งมีความจำเป็นในหลาย ๆ ครั้ง เพื่อเสถียรภาพทางการเงิน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการกู้เงินของประเทศมิได้มีปัญหา แต่กรอบท่านแต่ละปีท่านขอมาล้านกว่าล้านบาท ถามว่าท่านใช้ในแต่ละปีเท่าไร อย่างปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๒ กรอบการกู้เงินใช้จริงไปแค่ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้น เหลือกรอบวงเงิน ที่ไม่ได้ใช้ในการที่จะปรับโครงสร้างหนี้หรือใด ๆ อีก ๑ ล้านล้านบาท ในขณะที่การกู้เงิน กรอบตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเพื่อกู้ขาดดุลมันก็มีกรอบกำหนดชัดเจนอยู่แล้ว มันก็ไม่กี่แสนล้านบาท ถามว่าท่านขอไปทำไมตั้ง ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าขอแบบนี้ผมเรียนเลย มันเป็นการขอเหมือนกับขอเผื่อ ขอเพื่อจะไม่ต้องเข้า ครม. อีกแล้วว่าการพิจารณาเรื่องนี้ มันจะไม่ต้องลงรายละเอียดกันใหม่ มันจะได้ไม่ต้องมาคุยกันใหม่ อย่างไรท่านก็มีกรอบเหลือ ท่านก็มีห้องเหลือสำหรับที่จะบริหารการกู้เงินอย่างไรก็ได้ที่ท่านต้องการ ถ้าขอแบบนี้ผมมอง ว่ามันเป็นการขอและการอนุมัติโดย ครม. ซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับการพิจารณาในการอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้กู้หรือปรับโครงสร้างหนี้เหมือนกับ ครม. ไม่ได้รับทราบอะไรเลย เพราะว่า ให้เช็คท่านไป ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าใช้จริงก็ไม่กี่แสน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะให้ไปทำไม แสดงว่าการพิจารณาในชั้น ครม. ไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ใด ๆ เลย อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ วันนี้เราก็รู้กันอยู่ว่าค่าเงินบาทมันแข็ง ตอนนี้ ๓๐ เมื่อปลายปี ๒๕๖๒ แตะ ๒๙ ไปทีหนึ่งแล้ว ตอนนี้ ๓๐ บาทต้น ๆ แนวโน้มเขาว่า จะไปถึง ๒๘ ต่อดอลลาร์สหรัฐ มันเป็นภาระกับพี่น้องประชาชน เป็นภาระกับภาคเอกชน ที่เขาทำมาค้าขาย วันนี้ต้นปีทำสัญญาขายสินค้าส่งออกไปต่างประเทศ ไปสหรัฐอเมริกา นึกว่าจะกำไร พอถึงเวลาผลิตสินค้าได้ขายไปขาดทุน ขาดทุนทุกบริษัทด้วย ไม่ใช่ขาดทุน เฉพาะบางบริษัท เพราะมันเป็นปัญหาจากเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน วันนี้องคาพยพของภาครัฐ ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตัวรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึง สบน. สำนักงาน บริหารหนี้สาธารณะเองก็ควรจะต้องปรับวิธีการคิด สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะผมเข้าใจ ว่าท่านทำงานในลักษณะของภาษาอังกฤษ ขอประทานอภัยท่านประธาน ก็คือใช้คำว่า คอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) คือเป็นแบบอนุรักษ์ คือเน้นความมั่นคง เน้นเสถียรภาพ เน้นความปลอดภัย แต่จริง ๆ แล้ววันนี้ต้องทำงานเชิงรุกมากกว่าเดิม วันนี้ผมไปเปิดดู ในรายงานเอกสารของท่าน ๒๐ กว่าหน้า ผมเจออยู่ตัวเดียวที่เป็นการปรับหนี้โครงสร้างรัฐบาล เป็นหนี้ต่างประเทศ คือในส่วนของหน้า ๑๒ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทของปรับเงินกู้ไจก้า (JICA) หรือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นที่ทำ รฟม. เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ เปลี่ยนจากหนี้นอกมาเป็นหนี้ใน แล้วก็เป็นการปิดวงเงินกู้ของไจก้า (JICA) อันนี้ดีครับ เพราะอะไรครับ การใช้เงินกู้ต่างประเทศก็เท่ากับมีกระแสเงินสดจากในประเทศไหลออก ผ่อนเบาภาวะความตึงเครียดของค่าเงิน ซึ่งวันนี้ค่าเงินบาทไหลแข็งเข้า ๆ พี่น้องประชาชน เดือดร้อน รัฐบาลไม่ทำอะไร สบน. ช่วยหน่อยเถอะหนี้ท่านที่เป็นหนี้นอกมีอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีนี้ถ้าเป็นไปได้ท่านปรับโครงสร้างเอาเป็นหนี้ในออกเป็นพันธบัตร ออกเป็น เงินกู้ของธนาคารออมสินให้หมดเป็นพันธบัตรของรัฐให้หมด หนี้นอกใช้ออกให้หมดเพราะว่า ตอนนี้มันถูกที่สุดแล้ว ท่านจะมาสเปกคูเลต (Speculate) แบบภาคเอกชนกะว่าจะไปถึง ๒๘ แล้วได้คืนหรือครับ มันไม่เกิดประโยชน์กับภาวะเศรษฐกิจไทย ถ้าวันนี้ท่านสามารถผ่องถ่าย เงินกู้ก้อนนี้ออกได้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างน้อยมันเป็นสัญญาณให้กับประชาชน รับทราบว่าวันนี้ภาครัฐเราพยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้กับท่านแม้แต่ในเรื่องค่าเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องเอา เพราะฉะนั้นฝากท่านพิจารณาในประเด็นนี้ด้วย
ประเด็นสุดท้าย เป็นประเด็นที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า รายงานฉบับนี้มีทั้งสิ้นจำนวน ๓๒ หน้า ผมอ่านดูแล้วครับ การจะรายงานเรื่องของการกู้เงิน การคืนเงินกู้ การปรับโครงสร้างหนี้ การโรลล์โอเวอร์ (Rollover) เรื่องของภาระต่าง ๆ ผมเรียนท่านประธานครับ ตัวเลขหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือตัวเลขอัตราดอกเบี้ยของแต่ละรายการ แต่รายงานฉบับนี้แทบจะไม่เหมือนรายงาน ทางการเงินเลยครับ รายงานทางการเงินต้องเป็นตาราง เป็นเอ็กซ์เซล (Excel) เป็นรายละเอียด ปลีกย่อยให้เห็นตัวเลขต่าง ๆ มีการรวม มีการบวก มีการลบให้เห็นว่าโครงสร้างปัจจุบัน เป็นอย่างไร ตารางจริง ๆ มีนิดเดียวอยู่หน้าท้าย ๆ ในขณะที่อื่น ๆ เป็นเรื่องของการบรรยาย ว่าโครงสร้างเงินกู้แต่ละอันได้ทำอะไรกับมันเป็นการบรรยายมีตัวเลขเยอะพอสมควร ผมว่าดี แต่ว่าใช้ในการวิเคราะห์ยากเพราะว่าต้องมานั่งไล่อ่าน และที่สำคัญที่สุดไม่มีบอกเลยว่า ปรับโครงสร้างหนี้จากหนี้อันนี้ จากหนี้ ก ไปเป็นหนี้ ข ดอกเบี้ยเก่าเท่าไร ดอกเบี้ยใหม่เท่าไร กู้ใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยเท่าไร วันนี้ภาระหนี้คงค้างของประเทศที่มาจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เราต้องเสียดอกเขากี่เปอร์เซ็นต์ อัตราดอกเบี้ยสำคัญที่สุด ถามว่าเราจะมาคุยกันเรื่องเงินกู้ ถามว่าเราจะคุยกันเรื่องภาระหนี้สาธารณะของประเทศไทย แล้วเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดอกเบี้ย เท่าไร มีประโยชน์อะไรในการพิจารณา ผมเรียนต่อท่านประธาน ถ้าเป็นเอกสารฉบับนี้มาหาผม แล้วบอกว่ารายงานต่อรัฐสภา ผมไม่รับนะครับ แต่นี่ไม่มีวาระให้เราลงมติว่าจะรับหรือไม่ เป็นรายงานที่ไม่สมบูรณ์สำหรับการพิจารณา ผมต้องเรียนต่อ สบน. หรือสำนักงานบริหาร หนี้สาธารณะจริง ๆ ถ้าเกิดว่าท่านจะสามารถปรับปรุงรายงานลักษณะนี้แล้วนำเข้ามาสภา ในสมัยหน้าจะเป็นประโยชน์มากขึ้นกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะให้ข้อคิดเห็น กับท่าน เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย วันนี้เราอยากจะเห็นความพัฒนาในเรื่องของ การรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรมากขึ้น ขอบคุณครับ
ขอบคุณคุณจุลพันธ์ รักษาเวลา ต่อไปคุณผ่องศรี แซ่จึง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ขอความกรุณา เพราะว่าดิฉันลงชื่ออภิปรายภาษีที่ดิน เมื่อสักครู่นี้ติดประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอผ่านตรงนี้ไปก่อนจะเป็นภาษีที่ดิน ท่านประธานคะ ขอประทานอภัยค่ะ
มีอีก ๒ ท่าน คุณวรภพ วิริยะโรจน์ ขอไว้ ๗ นาที หลังจากนั้นท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ขอไว้ ๒๐ นาที ผมขอต่อรอง ท่านพิสิฐ ขอไม่เกิน ๑๕ นาที เชิญคุณวรภพครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมอยาก จะขออภิปรายเกี่ยวกับหนี้สาธารณะใน ๒ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ขอให้กระทรวงการคลังรวบรวมและเปิดเผยภาระหนี้ผูกพัน ในอนาคตหรือที่เรียกกันว่าคอนทินเจนต์ ไลอะบิลิตี (Contingent liability)ให้ครอบคลุม และครบถ้วนมากขึ้น คือถึงแม้ว่าปัจจุบันภาระหนี้ผูกพันในอนาคตนี้อาจจะยังไม่ถูกนับรวม ในนิยามของหนี้สาธารณะตาม พ.ร.บ. ก็ตาม แต่ผมยังคิดว่ากระทรวงการคลังก็สมควรที่จะ รวบรวมและเปิดเผยตัวเลขเหล่านี้ เพราะว่าภาระหนี้ผูกพันในอนาคต ข้อมูลหนี้สาธารณะ เป็นข้อมูลที่สำคัญในการบริหารประเทศ สำคัญต่อการวางแผน การตัดสินใจ และการจัดสรร งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผมอยากจะขอยกตัวอย่างภาระหนี้ผูกพันที่อาจจะ เกิดขึ้น ๒ ตัวอย่าง แต่ก็คิดว่าคงจะไม่ครอบคลุมทั้งหมด เช่น ภาระหนี้ผูกพันที่กำลังจะ เกิดขึ้นจากกองทุนประกันสังคม ที่ปัจจุบันมีการคำนวณแล้วก็ศึกษาทางคณิตศาสตร์ ประกันภัยไว้แล้วว่ากองทุนประกันสังคมจะเริ่มติดลบจากสภาวะสังคมสูงอายุภายใน ๓๐ ปี ซึ่งนั่นจะทำให้ภาระจากกองทุนสังคมกลายเป็นภาระทางการคลังได้ แล้วก็มีการศึกษาไว้แล้ว ว่าตัวเลขที่จะมากระทบภาระทางงบประมาณภาระทางการคลังอาจจะถึงหลักแสนล้านบาท ต่อปีได้ ดังนั้นถ้ามีการเปิดเผยข้อมูลภาระหนี้ผูกพันเหล่านี้ต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส ผมคิดว่า จะทำให้ทางภาครัฐและสังคมจะทำความเข้าใจ แล้วก็มาร่วมกันตัดสินด้วยว่าจะต้องมีการ เปลี่ยนแปลงอย่างไร หรือจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ไม่ควรจะปล่อยให้เป็นปัญหาทางการคลังเรื้อรังต่อไป หรือภาระหนี้ผูกพันที่อาจจะเกิดขึ้น จากกองทุนนอกงบประมาณต่าง ๆ หรือแม้แต่กองทุนไทยแลนด์ ฟิวเชอร์ ฟันด์ (Thailand Future Fund) ที่วันนี้เอง ผมอยากจะขอความชัดเจนจากกระทรวงการคลังเหมือนกันว่ากระทรวงจะมีนโยบายสานต่อ การใช้กองทุนไทยแลนด์ ฟิวเชอร์ ฟันด์ (Thailand Future Fund) ให้เป็นเครื่องมือในการ ลงทุนภาครัฐและบริหารหนี้สาธารณะตามวัตถุประสงค์ที่ก่อตั้งต่อหรือไม่นะครับ ปัจจุบัน ถึงแม้ว่าไทยแลนด์ ฟิวเชอร์ ฟันด์ (Thailand Future Fund) ยังมีขนาดเล็กก็คือ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถ้ากระทรวงการคลังเลือกที่จะใช้กลไกไทยแลนด์ ฟิวเชอร์ ฟันด์ (Thailand Future Fund) เป็นเครื่องมือช่วยลงทุนภาครัฐแล้วก็เลี่ยงไม่ให้นับเป็นหนี้สาธารณะมากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วมันก็คือการโยกเป็นภาระหนี้ผูกพันทางการคลังในอนาคตตามที่รัฐบาลกำหนด ไว้กับกองทุนเหล่านี้ ดังนั้นผมก็อยากขอให้กระทรวงการคลังที่จะเปิดเผยตัวเลขนี้ออกมาด้วย และนับรวมเป็นคอนทินเจนต์ ไลอะบิลิตี (Contingent Liability) ต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ขอให้กระทรวงการคลังจริงจังมากขึ้นกับการประเมินผลสัมฤทธิ์ การกู้เงินและการค้ำประกันตามมาตรา ๑๗ พ.ร.บ. บริหารหนี้สาธารณะ เพราะในรายงาน ประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรา ๑๗ ของกระทรวงการคลังทั้งในปีนี้และปีที่ผ่านมาผมยังมองว่า ยังมีปัญหาอยู่มาก ตั้งแต่การประเมินผลที่ไม่ครบถ้วน รายงานการประเมินมีเพียง ๘ โครงการ วงเงินกู้เพียง ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท หรือเพียง ๒ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินกู้รัฐวิสาหกิจที่ได้เกิดขึ้น ในงบประมาณ แต่จริง ๆ แล้วกระทรวงการคลังควรจะเป็นหน่วยงานหลักที่ประเมินผลการ ก่อหนี้สาธารณะจากการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่และการลงทุนเหล่านี้การก่อหนี้เหล่านี้ ส่วนใหญ่จะผูกพันกันหลายปี ดังนั้นอยากให้กระทรวงการคลังรวบรวม ประเมิน และเปิดเผย ผลของการก่อหนี้สาธารณะจนกว่าจะสิ้นสุดและหมดภาระการก่อหนี้สาธารณะที่โครงการ เหล่านี้ได้ก่อไว้นะครับ และวิธีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกระทรวงการคลังที่ผมยังมองว่า ยังคงไม่มีมาตรฐานขาดความรับผิดและรับชอบในการประเมินผลและการก่อหนี้สาธารณะ ตัวอย่างเช่นในรายงานการประเมินผลโครงการปรับปรุงทางรถไฟระยะที่ ๕ ช่วงชุมทางแก่งคอย แก่งเสือเต้น วงเงินกู้ ๘,๕๐๐ ล้านบาท ผลลัพธ์เชิงประสิทธิภาพ คือมีการก่อสร้างล่าช้า กว่าแผน ๓๓๐ วัน กระทรวงการคลังก็ประเมินพึงพอใจมาก หรือผลลัพธ์เชิงประสิทธิผล ที่ความเร็วในการเดินรถเฉลี่ย ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง น้อยกว่าเป้าหมาย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ที่วางแผนไว้ ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วก็มีจำนวนผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าที่ลดลง แต่การประเมินผลก็เป็นที่น่าพึงพอใจมาก ผมคิดว่าการประเมินผลสัมฤทธิ์ควรจะมีการกำหนด เกณฑ์ประเมินเทียบกับการวางแผนก่อนการลงทุนอย่างเคร่งครัดเพื่อให้การก่อหนี้สาธารณะ มีความรับผิดและรับชอบมากขึ้นต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดควรจะเปิดเผยรายชื่อผู้อนุมัติ รายชื่อที่ปรึกษา ตัวเลขสมมุติฐานในการประเมินความคุ้มค่าทางการเงินเทียบกับตัวเลข ที่เกิดขึ้นจริงภายหลังการลงทุนเสร็จสิ้น ทบทวนความคุ้มค่าทางการเงินเป็นประจำทุกปี จนกว่าจะหมดภาระหนี้สาธารณะที่โครงการได้ก่อไว้ เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วหน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจมักจะมีแนวโน้มที่ต้องการลงทุนโดยไม่ให้ความสำคัญต่อความคุ้มค่า การใช้งบประมาณการก่อหนี้สาธารณะครับ ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงควรที่จะรับผิดชอบ โดยตรงต่อการบริหารหนี้สาธารณะ ควรจะยกระดับกลไกการตรวจสอบการประเมินเหล่านี้ เพื่อไม่ให้การก่อหนี้สาธารณะเต็มไปด้วยการลงทุนและก่อหนี้อย่างไม่คุ้มค่ากลายเป็นภาระ ต่อประชาชนผู้เสียภาษีต่อไป ผมจึงอยากขอความชัดเจนครับว่าในปีถัด ๆ ไปกระทรวง การคลังมีแนวทางในการยกระดับมาตรฐานการทำหน้าที่ในการรายงานการประเมินผล สัมฤทธิ์ผลของการบริหารหนี้สาธารณะอย่างไร หรือถ้าจะต้องการให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. เหล่านี้เพื่อให้มันสอดคล้องต่อการบริหารหนี้สาธารณะ ผมคิดว่าทางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็ยินดีให้ความร่วมมือครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่ท่านรักษาเวลา ต่อไปท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขออนุญาตที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการรายงานว่าตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ ปี ๒๕๔๘ ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗ ว่าให้รัฐบาลรายงานผลการดำเนินการหนี้สาธารณะ ต่อรัฐสภาภายใน ๖๐ วัน แต่เอกสารที่ทาง ครม. ได้ส่งมายังรัฐสภาถึงท่านเลขาธิการ ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม นั่นก็หมายถึงว่าล่าช้าเกือบ ๑ เดือน ผมอยากจะขอให้ทางสภาได้มีการดูแล เรื่องนี้ว่าให้รัฐบาลมีความเคร่งครัดในเรื่องของเวลา เพราะระบบราชการของเราก็ดี คณะทำงานของเราทุกวันนี้ยังมีปัญหามากในเรื่องของเวลา เรื่องของการทำงาน เพราะฉะนั้นการที่ท่านล่าช้าตามมาตรา ๑๗ ถ้าเอาตามนักกฎหมาย ก็คือผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่จะให้เราได้ดูแลเรื่องนี้ต่อไปครับ สำหรับในเรื่อง ของเนื้อหาของการรายงานฉบับนี้ผมก็มีความเห็นสอดคล้องกับท่านสมาชิกที่ได้อภิปราย ไปก่อนหน้านั้นหลายประการด้วยกัน ซึ่งผมก็จะไม่พูดซ้ำ แต่ประเด็นหลักที่อยากจะขอย้ำ อีกทีนะครับ ก็คือเรื่องของการบริหารหนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ เราได้เห็นตัวอย่างของหลาย ๆ ประเทศในโลกที่มีปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง ของการที่มีหนี้ต่างประเทศ แล้วหนี้ต่างประเทศมักจะมีการพอกขึ้นมาโดยอัตโนมัติจากการ ที่มีการลดค่าเงินเวลาที่มีการเกิดวิกฤติ ทุกประเทศที่มีการเกิดวิกฤติเมื่อมีการลดค่าเงิน หนี้ต่างประเทศก็จะมีการเพิ่มโดยปริยาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตให้ทาง กระทรวงการคลังได้โปรดพิจารณาครับ ก็คือว่า ณ เวลานี้ประเทศไทยเรามีฐานะทางการเงิน ที่ค่อนข้างจะดี คือสามารถที่จะกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำด้วยเหตุที่สภาพคล่องในประเทศนี้ มีสูง จริง ๆ รัฐบาลไทยทุกวันนี้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๕ ปี ๑๐ ปี มีดอกเบี้ยต่ำกว่า รัฐบาลอเมริกันเสียอีก แม้ว่ารัฐบาลอเมริกันจะมีเรตทิง (Rating) สูงกว่าก็ตาม เพราะฉะนั้น เราน่าจะถือโอกาสนี้ในการปลดหนี้ต่างประเทศที่มีอยู่กว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเป็นไปได้ ก็คือว่าขอเจรจากับเจ้าหนี้ในการไถ่ถอนก่อนกำหนดเพื่อจะให้ประเทศไทยมีฐานะที่ประกาศ ได้ว่ามีหนี้เป็นศูนย์ กับต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อจะเป็นการจำกัดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ในอนาคต เพราะเราไม่ทราบว่าอนาคตอาจจะเกิดวิกฤติการเงินที่ไหนในโลกแล้วก็ลามมา ถึงเมืองไทย หรือเมืองไทยจะเกิดเองอย่างเช่นปี ๑๙๙๗ ก็ตาม แล้วก็ทำให้อัตราแลกเปลี่ยน เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเชื่อว่าหนี้สาธารณะที่เรามีอยู่กับต่างประเทศ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนี้กับประเทศใหญ่ในเอเชียประเทศหนึ่งก็คือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทุกวันนี้ จริง ๆ แล้วหนี้ของประเทศญี่ปุ่นยังมีอัตราดอกเบี้ยที่แพงเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ เวลานี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราน่าจะให้กระทรวงการคลังได้ดูแลในส่วนนี้ เพราะว่า อีกด้านหนึ่งเราก็มีปัญหาเรื่องของทุนสำรองที่มีมากจนเป็นที่จับตาของประเทศใหญ่ของโลก ว่าเราอาจจะมีการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนที่เอาเปรียบเขาหรือเปล่า เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเรา มีการลดหนี้ต่างประเทศโดยเอาเงินสำรองระหว่างประเทศส่วนหนึ่งไปใช้คืนเขา เพราะว่า เงินสำรองระหว่างประเทศที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ที่ไปลงทุนจะได้ดอกผลที่ต่ำ เนื่องจากภาวะของโลก มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถทำได้เราก็จะช่วยอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้แข็ง เกินไป เพราะเรามีการลดทุนสำรองลงไปส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเราก็เป็นการลดหนี้ ลดภาระ ของรัฐในอนาคต หรือความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ อันนี้เป็นเรื่องของการบริหาร หนี้ต่างประเทศ
ส่วนของหนี้ในประเทศ ผมได้เห็นรายงานที่ทางกระทรวงการคลังได้เขียนมา ท่านไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการก่อหนี้ที่ใช้ในงบประมาณเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของอัตราดอกเบี้ยเรื่องของเงื่อนไขอะไรต่าง ๆ เรื่องอายุ มีแต่เรื่องของตัวเลขว่ามีการกู้เงินมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอเสนอครับว่า ในการรายงานปีหน้าภายในเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๓ ท่านจะต้องทำรายงานภายใน ๖๐ วัน นับแต่สิ้นปีงบประมาณ ซึ่งเราคงจะได้เห็นรายงานของท่านที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับอายุ เกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ ของการออกพันธบัตรรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ผมสนใจมาก ก็คือว่าท่านกู้เงินจากแหล่งใด อย่างที่ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้มาแล้วว่าที่ผ่านมานั้น กระทรวงการคลังมักจะไปกู้จากแหล่งที่เป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ถึงขนาดมีการออก บอนด์ สวิตชิง (Bond switching) คือคนที่ถือพันธบัตรอยู่แล้วก็มาแลกพันธบัตรใหม่ จริง ๆ แล้ว ที่เราน่าจะต้องดูแลกันก็คือประชาชนทั่วไปที่เขามีเงินเก็บอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินเพื่อใช้ ในยามชรา ที่เขาต้องการเก็บกินดอกเบี้ยเขาก็อยากที่จะลงทุนเพราะไปฝากแบงก์ทุกวันนี้ดอกเบี้ยต่ำมาก อย่างน้อยถ้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรออมทรัพย์ก็ยังได้ดอกผลที่ดีกว่าหน่อยหนึ่ง ถึงจะไม่มากก็ตาม เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะให้กระทรวงการคลังได้โชว์ตัวเลขว่าท่านได้ ออกพันธบัตรออมทรัพย์ให้กับประชาชนมากขึ้นกว่าเดิมสักแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาออกน้อยมาก ในส่วนนี้ แล้วก็ในการกู้เงินที่ท่านทำอยู่ทุกวันนี้ก็มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการกู้ให้กับ รัฐวิสาหกิจ เท่าที่ผมดูจากที่ท่านรายงานรัฐวิสาหกิจของประเทศไทยทุกวันนี้มีปัญหามาก ในเรื่องของหนี้สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในภาคของการขนส่ง ภาคของการขนส่งนี้ รัฐวิสากิจ ๔ แห่งนี้มีหนี้มากอันดับ ๑ อันดับ ๒ อันดับ ๓ อันดับ ๔ในบรรดารัฐวิสาหกิจทั้งหมด แล้วหลายแห่งก็มีปัญหาขาดทุนแล้วก็เป็นการขาดทุนที่เรื้อรัง เป็นการขาดทุนที่ไม่เห็นฝั่ง ก็คือไม่เห็นเลยว่าจะมีโอกาสที่จะใช้คืนได้แค่ไหน อย่างไร ตัวอย่างเช่น ขสมก. ซึ่งขาดทุน ตั้งแต่วันแรกที่เปิดจนถึงวันนี้ก็ขาดทุนเรื้อรังมาโดยตลอด และท่านทำการกู้โดยใช้คำว่า กู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง จริง ๆ ก็คือหน่วยงานนี้ขาดทุนแล้วก็ขาดเงินบริหาร ผมอยากเห็น รัฐบาลได้ดูแลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะว่าสิ่งที่ท่านทำทุกวันนี้มันเป็นการประทังชีวิต เขาไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่เห็นโอกาสในการแก้ไขฟื้นฟูแต่อย่างใด เป็นการผลักภาระให้กับ รัฐบาลต่อ ๆ ไปในอนาคตที่ต้องเจอปัญหานี้ที่ใหญ่ขึ้นทุกที ๆ ณ เวลานี้ ขสมก. เป็นตัวอย่าง ของหน่วยงานที่มีหนี้เกือบแสนล้านบาท ๙๑,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อตอนปี ๒๕๕๙ เพราะฉะนั้น ตอนนี้ผมเชื่อว่าคงจะเกินแสนหรือเกือบแสนบาทแล้ว เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นนะครับว่า ในรายงานหนี้สาธารณะที่แท้จริงของท่าน ท่านควรจะต้องรายงานถึงสถานะของหน่วยงาน เหล่านี้ที่มีปัญหาหนี้สินว่าอาจจะไม่สามารถที่จะแก้ไขได้โดยตัวเขาเอง จำเป็นที่รัฐต้องแก้ไข โดยด่วน โดยที่จะต้องยอมรับสภาพบางอย่าง ต้องมีการตัดสินใจทางการเมืองเพื่อจะไม่ให้ มีปัญหาในอนาคตต่อไปนะครับ อย่างที่ผมเรียนว่าภาคการขนส่งไม่ว่าจะเป็นการบินไทย มีหนี้อยู่ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ดีหรือการรถไฟแห่งประเทศไทย ๑๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของปัญหาที่ยังซุกซ่อนอยู่ ผมเชื่อว่าการรายงานหนี้ของท่านมันน่าจะเป็น ประโยชน์ที่จะทำให้ระบบเราได้รับรู้ปัญหา เราก็จะได้ส่งต่อไปถึงการเกิดการแก้ไขปัญหา มิฉะนั้นแล้วปัญหาเหล่านี้มันก็จะทำให้เกิดเป็นระเบิดเวลาในอนาคตที่ทำให้เกิดความยุ่งยาก ในการแก้ต่อไป ฉะนั้นอยากจะสนับสนุนให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเวลาที่ท่านก่อหนี้ หรือเวลาที่ท่านค้ำประกันให้เขาหรือไปกู้เงินแล้วมาให้เขากู้ต่ออย่างที่ท่านรายงานในที่นี้ ได้โปรดแสดงฐานะที่แท้จริงของเขาให้ประชาชนได้รับทราบ ได้รู้เห็น ไม่ใช่หมกเอาไว้แล้วก็ รายงานแต่เฉพาะบางส่วน ในส่วนที่ท่านรายงานเองผมก็มีความรู้สึกว่ายังน่าจะต้องมีการ ปรับปรุง จริง ๆ แล้วท่านสมาชิกก็ได้กล่าวไปบ้างแล้วแต่ว่าผมอยากจะขอเน้นอีกทีหนึ่งว่า ในบรรดารัฐวิสาหกิจทั้ง ๘ โครงการที่ท่านรายงานในที่นี้ซึ่งเป็นเพียงบางส่วนเกือบทุกรายการ มีปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการบางแห่งเขียนว่าก่อสร้างล่าช้ากว่าแผน ๓๓๐ วัน อีกที่หนึ่งก็บอกว่าดำเนินการล่าช้ากว่าแผน ๓,๐๓๘ วัน อีกที่หนึ่งก็บอกว่าล่าช้า ๑,๔๖๐ วัน หรือ ๓๓๑ วัน แทบจะบอกได้เลยครับว่าทุกโครงการที่ท่านให้กู้กับเขา หรือคณะกรรมการ ของเขามีความล่าช้าหมดแล้วล่าช้าแบบยาวนานด้วย แต่ที่ผมเป็นห่วงมากคือท่านไปประเมิน เขาว่ามีประสิทธิภาพพึงพอใจมาก เป็นไปได้อย่างไรครับ เขาล่าช้ามาตั้ง ๓,๐๐๐ กว่าวัน แล้วท่านไปเขียนว่าพึงพอใจมาก เกือบทุกรายการเลยครับท่านเขียนว่าพึงพอใจมากหมด ผมอยากให้ท่านได้ใส่ใจกับเรื่องของประสิทธิภาพว่าเวลาที่เอาเงินกู้ไปแล้วได้มีการดำเนินการ ตามแผนอย่างแท้จริงเพื่อจะได้มีความระมัดระวังต่อไปในอนาคต
อีกประการหนึ่งครับ ในเรื่องของการบริหารหนี้อย่างที่ผมได้เคยอภิปรายไป ตอนงบประมาณแล้วครับ มันควรจะสอดคล้องกับเรื่องของการบริหารเงินคงคลังเพราะว่า ท่านมีการกู้เงินระยะสั้นที่เรียกว่าอาร์บิลล์ (R-bill) หรือทีบิลล์ (T-bill) ก็แล้วแต่ในอดีต ยอดคงค้างก็ประมาณถ้าดูไม่ผิดก็คือ ๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วยังมีเงินกู้ระยะสั้นที่อาจจะถึง กำหนดภายใน ๑ ปีอีกจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันอีกข้างหนึ่งรัฐบาลก็อวดอ้างว่ามีเงินคงคลัง เป็นแสน ๆ ล้านบาท ครั้งที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็มาอ่านคำแถลงว่ามีเงินคงคลังถึง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านคงจะเข้าใจดีครับผมกำลังจะบอกว่าทำไมต้องมีเงินคงคลัง เยอะแยะ ขณะนี้ท่านมีหนี้ระยะสั้นอยู่หรือหนี้ระยะยาวก็ตาม จริง ๆ แล้วเราต้องลดภาระ ดอกเบี้ยของประชาชนลง ภาระดอกเบี้ยที่เกิดจากการสะสมเงินคงคลังมันควรจะต้องลดลง เพื่อไม่ให้เป็นผลต่อรายจ่ายของรัฐในเรื่องของภาระดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ขออนุญาต ท้วงติงอีกครั้งหนึ่ง
แล้วก็ประการสุดท้ายที่อยากจะขออนุญาตยกขึ้นมาก็คือเรื่องของภาระหนี้ ในอนาคต จริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่านรายงานมาท่านปะปนระหว่างหนี้ที่เป็นเงินต้นกับหนี้ที่เป็น ดอกเบี้ย หนี้ที่เป็นเงินต้นยังมีโอกาสในการขอปรับโครงสร้างหนี้อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะทำกัน แต่หนี้ที่เป็นดอกเบี้ยอันนี้ปรับไม่ได้ต้องจ่าย ผมอยากเห็นกระทรวงการคลัง ได้โชว์ตัวเลขอันนี้ครับว่าภาระหนี้ที่เป็นดอกเบี้ยของเรามันมีการขยายตัวมากขึ้นเพียงใด เพราะมันจะมากินงบประมาณประจำปีของเรา แต่ละปีเราก็ทราบดีว่างบประมาณก็มีจำกัด รัฐก็ไม่กล้าที่จะขึ้นภาษีเป็นที่เดือดร้อนของประชาชน เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการหนี้ ให้มีดอกเบี้ยต่ำจึงเป็นเรื่องที่เราควรต้องมีการดูแลกันแล้วก็จะได้ผลก็คือท่านจะต้องมีการ แสดงตัวเลขว่าหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงตอนนี้มีอยู่ตรงไหนบ้างจะได้ช่วยกันดูแลแล้วก็ช่วยกัน เป็นเป้าหมายว่าเราจะต้องพยายามลดดอกเบี้ยส่วนนี้ลงไปอย่างไร เพราะสถานการณ์ตอนนี้ เป็นสถานการณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการที่จะมีการลดดอกเบี้ย หลายที่ในโลกดอกเบี้ยติดลบ เสียด้วยซ้ำ อันนี้ก็เป็นประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของภาระหนี้ที่จะมีขึ้นในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ตามที่รายงานไว้ในเอกสารงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ มันจะมีการชำระหนี้มาก เป็นเท่าตัวจาก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่งถ้าเราไม่ดูแลให้ดีมันอาจจะเกิดปัญหาการบริหารสภาพคล่องได้ว่าตลาดอาจจะไม่รองรับ เพราะทันทีที่ท่านไปกู้เงินจากตลาดแล้วตลาดเกิดเป็นช่วงจังหวะที่มีปัญหาก็อาจจะเกิด ความติดขัดได้ ที่ผมพูดในอดีตก็เคยเกิดมาแล้วที่อยู่กระทรวงการคลังเข้าไปในตลาดแล้วก็ เกิดการกระตุกขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านได้มีการวางแผนจัดการแล้วก็โชว์ตัวเลข ให้เห็นว่าท่านจะดูแลทำเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้เหล่านี้อย่างไรเพื่อจะให้เราอุ่นใจได้ว่า ท่านมีระบบของการดูแลบริหารหนี้ที่เป็นที่ยอมรับได้ครับ ขอขอบพระคุณมากครับ
เจ้าหน้าที่เชิญชี้แจงครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกนะครับ ผมจะขออนุญาตตอบรวมไป เพื่อประหยัดเวลาของทางสภา ทั้งข้อสังเกตของทางท่านจุลพันธ์ ท่านวรภพ แล้วก็ท่านพิสิฐ ขออนุญาตในประเด็นที่คาบเกี่ยวกันทั้ง ๓ ท่านก็คือเรื่องฟอร์แมต (Format) ในการรายงาน ว่าในเรื่องของข้อมูลทางการเงิน เรื่องของอัตราดอกเบี้ย อายุของเงินกู้ที่ไม่ได้อยู่ในรายงาน ฉบับนี้ก็จะขอรับข้อสังเกตของทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปปรับปรุงในการรายงาน ครั้งหน้า แต่ก็อยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในส่วนของปีที่ผ่านมา ในส่วนของรัฐบาลที่เป็นเรื่องของต้นทุนการกู้เงินโดยการออกพันธบัตรและตราสารหนี้ ในประเทศ ก็มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๒.๔๕ ซึ่งก็อินไลน์ (Inline) กับภาวะตลาด ในปี ๒๕๖๒ ที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ๒ ครั้ง ก็ทำให้ต้นทุนในการกู้เงินของรัฐบาลปรับลดลง ในขณะที่อายุเฉลี่ยของการออกพันธบัตร และการกู้เงินของรัฐบาลที่เป็นการกู้เงินในประเทศ ซึ่งปีที่ผ่านมาการกู้เงินของรัฐบาล เกือบทั้งหมดจะเป็นเรื่องของการกู้เงินในประเทศอยู่ที่ ๑๓.๒๒ ปี ประมาณ ๑๓ ปี อันนี้ ก็เป็นข้อมูลเพื่อให้ท่านสมาชิกพิจารณา
ในส่วนที่ ๒ ที่เป็นเรื่องของหนี้ต่างประเทศก็อยากจะชี้แจงว่าที่ผ่านมา ทางกระทรวงการคลังก็ได้มีการดำเนินการในเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง มีการปิดความเสี่ยง มีการทำสวอป (Swap) เพื่อปิดความเสี่ยงในเรื่องของ อัตราแลกเปลี่ยน ทีนี้ตัวเลขหนี้ต่างประเทศที่แสดงไว้ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านเหรียญ ส่วนหนึ่ง เป็นหนี้ที่เราได้ดำเนินการปิดความเสี่ยงโดยทำสัญญาสวอป (Swap) ไปแล้ว หมายความว่า ส่วนหนึ่งที่แสดงว่าเป็นหนี้ต่างประเทศได้มีการปรับแล้วก็ปิดความเสี่ยงในเรื่องของอัตรา แลกเปลี่ยนไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ดีทางกระทรวงการคลังดำเนินการตามแนวทางที่ท่านสมาชิก ได้ตั้งข้อสังเกตว่าโลน (Loan) ตัวไหน หรือเงินกู้ตัวไหนที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเราก็พยายาม เจรจากับเจ้าหนี้เพื่อที่จะขอพรีเพย์ (Prepay) หรือขอรีไฟแนนซ์ (Refinance) ตัวนี้ก็เป็น เรื่องที่ดำเนินการอยู่ ก็จะขอรับข้อสังเกตของทางท่านสมาชิกไปดำเนินการนะครับ
ในส่วนที่ ๓ จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องของการประเมินผลโครงการ อันนี้ ที่ท่านสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตในทุกประเด็นในเรื่องของหลักเกณฑ์ ในเรื่องของวิธีการประเมิน แล้วก็ในเรื่องของการให้สกอร์ (Score) ว่าอาจจะยังไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของความล่าช้า ของโครงการเท่าที่ควร อันนี้จะขอรับไปปรับปรุงในการประเมินผลโครงการในปีหน้า แล้วก็ อยากจะให้ความมั่นใจว่ากระทรวงการคลังก็มีแผนที่จะประเมินผลโครงการที่ใช้เงินกู้ ทุกโครงการในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ก็มีการประเมิน ๑๕ โครงการ แล้วก็จะเพิ่มเติมขึ้น ในปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ โดยมีเป้าหมายว่าเราจะต้องประเมินโครงการที่ใช้จ่ายเงินกู้ ให้แล้วเสร็จ
ในส่วนประเด็นย่อยอื่น ๆ ที่เป็นประเด็นข้อสังเกตก็จะขอรับความเห็นของ ท่านสมาชิกไปดำเนินการก็ขอใช้เวลาทางสภาแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ สมาชิก มีอะไรข้องใจหรือไม่ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องเพื่อทราบเท่านั้นเอง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๑๗ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๒ ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบตามที่ท่านสมาชิกได้ซักถามและเจ้าหน้าที่ได้ ตอบแล้วนะครับ ถือว่าได้รับทราบตามกฎหมายแล้ว ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
ในครั้งนี้มีรายงานการประชุมที่ต้องรับรอง ๓ ครั้ง
ครั้งที่ ๑๗ วันพุธที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๒
ครั้งที่ ๑๘ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒
ครั้งที่ ๑๙ วันพุธที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๒
ซึ่งได้จัดวางไว้ให้สมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่เสนอให้สภารับรอง ถ้าท่านสมาชิก ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ครั้ง ดังกล่าว
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
เรามีเรื่องอยู่ในระเบียบวาระที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วอยู่ ๒ เรื่อง เรื่อง ๔.๑ กับ ๔.๒ อย่างไรเราก็ต้องใช้เวลาในวันนี้ทั้ง ๒ เรื่องให้เสร็จนะครับ
๔.๑ ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ส่วน ๔.๒ นั้นเป็นรายงาน การพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งกรรมาธิการก็ได้พิจารณาเสร็จแล้วเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ผมขอเริ่มจาก ๔.๑ ขอเชิญกรรมาธิการประจำที่ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานนิดหนึ่งครับ ผม ชำนาญ จันทร์เรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมอยากจะหารือท่านประธานในเรื่องประเด็นสำคัญ เพื่อไม่ให้การลงมติที่จะมีต่อไปนี้ เช่น ข้อบังคับจริยธรรมหรือญัตติที่สำคัญ ๆ ไม่ให้เสียไป ผมอยากจะหารือท่านประธานครับว่าสถานะของ ส.ส. ๔ คนที่เคยสังกัดพรรคอนาคตใหม่ ที่จะต้องสังกัดพรรคการเมืองภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่มีการลงมติก็คือวันที่ ๑๗ ธันวาคม และครบกำหนดเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคมที่ผ่าน ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ตรวจสอบว่า ได้มีการสมัครสมาชิกเข้าไปจริงหรือไม่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว แล้วก็มีการชำระค่าสมาชิก หรือออกใบเสร็จรับเงินจริงหรือไม่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวก่อนนะครับ เพราะไม่เช่นนั้น แล้วมีการลงมติไปแล้วเกิดการเสียไปครับ เพราะฉะนั้นอาจจะชะลอการงดใช้สิทธิในการลง มติของ ๔ ท่านไว้ก่อน ขอบคุณครับ
สมาชิกต้องรู้จักสิทธิ ผมเองไม่ทราบว่าพรรคการเมืองทั้งหลายเขาดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นปัญหาภายใน แต่ละพรรคของท่านก็ไม่ก้าวล่วงไป แต่ในการดูแลการประชุมแน่นอนว่าสมาชิกที่จะลงมติ ในแต่ละเรื่องนั้นจะต้องเป็นผู้มีสิทธิ อันนี้ทางฝ่ายเลขาธิการมีรับทราบไหมครับ กกต. แจ้งอะไรมาให้ทราบบ้าง สมาชิกรับรู้ตัวเองก็แล้วกันว่าท่านมีสิทธิหรือไม่เพียงไร เลขาธิการ มีข้อมูลไหมครับ มี กกต. แจ้งอะไรมาไหมครับ ไม่มีนะครับ อันนี้ต้องเรียนท่านสมาชิก ด้วยความเคารพว่าไม่ไปก้าวล่วงภายในพรรคของแต่ละท่านว่าดำเนินการอย่างไร จนกว่า ทาง กกต. จะแจ้งเรามา แล้วดำเนินการว่าสถานภาพแต่ละท่านยังอยู่หรือไม่ แต่ผมเห็นด้วย ว่าต้องระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นนะครับ ขออนุญาตดำเนินการไปตามวาระนะครับ เชิญกรรมาธิการ ท่านประธานกรรมาธิการจะแถลงเลยครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... กระผมขอเรียนรายงานต่อท่านประธาน และท่านสมาชิกดังต่อไปนี้ครับ
ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง เมื่อวันพุธที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแล้ว สภาได้ลงมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา โดยกำหนดการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน และกำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน ซึ่งต่อมาคณะกรรมาธิการก็ได้ขอขยายเวลา ๓๐ วัน บัดนี้คณะกรรมาธิการได้นำร่างที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วนำมาเพื่อสภาได้พิจารณา ลงมติในวาระ ๒ และ ๓ ต่อไป ในเบื้องต้นผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานและท่านสมาชิก ว่าคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการตามที่สภามอบหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพิจารณา ร่างที่ยกร่างขึ้นมาที่ท่านทั้งหลายได้ลงมติไปแล้วนั้น คณะกรรมาธิการได้ปรับปรุงแก้ไข เพื่อเป็นไปตามคำอภิปรายของสมาชิกในวันนั้นว่าท่านต้องการจะเห็นร่างประมวลจริยธรรม ของเราไปในลักษณะอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายท่านในวันนั้นบอกว่าประมวลจริยธรรม ของสภาผู้แทนราษฎรนั้นควรจะเป็นประมวลจริยธรรมของเราเอง ไม่ควรที่จะไปเอาจากที่ เขากำหนดมาตัดแปะอย่างร่างเดิมที่เราได้ยกร่างมาเสนอท่าน ทั้งนี้คณะกรรมการได้พิจารณา ถึงแม้ว่าจะเป็นร่างของเราซึ่งเราก็ได้ยึดเอาร่างประมวลจริยธรรมเมื่อปี ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นร่าง ของสภาผู้แทนราษฎรและได้ใช้ในครั้งสุดท้ายมาเป็นร่างประกอบด้วย ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการ ก็ได้คำนึงถึงความชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา ๒๑๙ ที่บอกว่าประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ของคณะรัฐมนตรีหรือของหน่วยงานอื่น ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องไม่ไปขัดแย้งต่อประมวลจริยธรรมซึ่งได้กำหนดโดยตุลาการ ศาลสูงสุด ซึ่งในรายละเอียดได้ทราบอยู่แล้วก็ดำเนินการไปตามนั้น รวมทั้งคณะกรรมาธิการ ก็ได้ฟังข้อคิดเห็นที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้ส่งคำแปรญัตติไปให้คณะกรรมาธิการ ตลอดจน คณะกรรมาธิการก็ได้มีการถกเถียงในปัญหาต่าง ๆ ทั้งในเรื่องของรัฐธรรมนูญข้อบังคับ ของสภาผู้แทนราษฎรและความต้องการของบรรดาสมาชิกทั้งหลายจึงกำหนดได้เป็น มาตรฐานประมวลจริยธรรมที่เรานำมาเสนอในวันนี้ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ท่านอาจจะ เห็นว่าฉบับที่เสนอมานี้ได้มีการตัดในร่างเดิมหลายประการด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับ ความต้องการของท่าน แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราได้ตัดต่อนั้นเราได้มาใส่ในประมวลจริยธรรม เพื่อให้ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับไว้แล้ว แต่ดูว่ามันเป็นการกลมกลืนเพื่อใช้กับ สมาชิกของเราโดยเฉพาะท่านผู้แปรญัตติหลายท่านก็ได้ไปเสนอคำแปรญัตติ แต่เมื่อได้รับ การชี้แจงจากคณะกรรมาธิการแล้วเกือบทุกท่านหรือเกือบทั้งหมดก็ไม่ติดใจ ก็มีบางท่าน ยังติดใจในบางประเด็นซึ่งก็คงจะได้ชี้แจงในการประชุมในวันนี้
ผมขอเรียนเป็นประการสุดท้ายต่อท่านประธานว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการ ได้คำนึงมากที่สุดก็คือว่าเป็นประมวลจริยธรรมของเราและต้องคำนึงถึงเกียรติและศักดิ์ศรี ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าท่านมาจากประชาชน เพราะฉะนั้นท่านต้องมีเกียรติ จริยธรรมนี้ก็เพื่อรักษาเกียรติที่ประชาชนมอบให้พวกเราไปด้วยครับ และขอขอบพระคุณ คณะกรรมาธิการและผู้แปรญัตติที่ได้เสนอคำแปรญัตติที่มาดำเนินการในวันนี้ ในเบื้องต้น ผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานและสภาเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านประธาน กรรมาธิการนะครับ เรียนท่านสมาชิกว่าในการพิจารณาวาระ ๒ นี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วก็เรียงตามลำดับข้อ แล้วให้ท่านสมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือที่มี การสงวนคำแปรญัตติ หรือที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้แล้วแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น ผมเรียนว่าโดยที่มีการสงวนคำแปรญัตติ ดังนั้นอาจจะต้องมีการลงมติในบางข้อก็ขอร้อง สมาชิกให้อยู่นะครับ เพราะว่ามีอยู่ ๔๐ กว่าข้อ ซึ่งก็มีบางข้อที่สมาชิกสงวนคำแปรญัตติ ดังนั้นจะต้องขอพวกเราอย่าไปไกลนะครับ เมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องเรียกมาลงมติ ต่อไปนี้ ก็เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการไปตามลำดับครับ
ชื่อร่างข้อบังคับ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓ มีการแก้ไข
มีการแก้ไขนะครับ กรรมาธิการมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ มีการแก้ไข สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้ากรรมาธิการมีการแก้ไข สมาชิกไม่มีความเห็นนะครับ ถ้าไม่มีก็ผ่านนะครับ เชิญประธานครับ ต้องลงมติไหมครับ เชิญท่านประธานเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการได้มีการปรับปรุงแก้ไขตามที่มีผู้แปรญัตติเข้ามาแล้ว คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ได้มีความเห็นว่าควรจะปรับปรุงแก้ไข ความจริงได้มาคุยกัน ในเรื่องมาตรานี้หลายครั้งด้วยกัน ถึงกับว่าต้องโหวตที่ประชุมของคณะกรรมาธิการด้วยครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นิกร จำนง ในประเด็นข้อ ๓ ที่มีการแก้ไข เดี๋ยวข้อ ๔ ท่านประธานจะชี้แจง ข้อ ๓ ในการแก้ไข คือเดิมในร่างกรรมาธิการหมายถึงกรรมาธิการสามัญและกรรมาธิการวิสามัญ เราคิดว่าคำว่า กรรมาธิการ ก็พอแล้ว ก็เลยตัดตรงนั้นออกไปทั้งหมดครับ ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ ใด ๆ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ
สมาชิกครับ เนื่องจากว่า การพิจารณาข้อบังคับก็เป็นการพิจารณาแบบเดียวกับพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นเมื่อมี การแก้ไขจะใช้ข้อ ๘๘ ไม่ได้ ก็ต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ หรือไม่ ต้องถามพวกเราแล้วนะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอรบกวนท่านสมาชิก เข้ามาในห้องนะครับ ประมวลจริยธรรมเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ทุกคนไม่มีแบ่งพรรค แบ่งกลุ่ม ขออนุญาตรอนะครับ ส่วนหนึ่งก็อยู่ในห้องอาหาร ส่วนหนึ่งก็อยู่ห้องกรรมาธิการ สมาชิกพร้อมที่จะแสดงตนได้หรือยังครับ รอนิดนะครับกำลังทยอยมา
ท่านประธานครับ ผม ประทวน สุทธิอำนวยเดช ๒๐๖ ขออนุญาตรายงานตัวครับ
เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งครับ ยังไม่ได้แสดงตน พวกเรากำลังทยอยเข้ามาครับ ก็พร้อมพอสมควรแล้วนะครับ ขอเชิญ สมาชิกแสดงตนเพื่อนับองค์ประชุมครับ ที่เดินเข้ามาใหม่เชิญแสดงตนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง แสดงตนครับ หมายเลข ๒๑๓
เจ้าหน้าที่ลงชื่อไว้ด้วยครับ มีท่านพิษณุ พลธี ท่านลืมบัตรทิ้งเอาไว้ ขอลงคะแนนด้วยวิธีขานชื่อ ถ้าท่านไม่มีบัตรขานชื่อ ก็ได้ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม พิษณุ พลธี ๒๔๙ ขอแสดงตนครับ
ครับ
ภาดาท์ วรกานนท์ ๒๖๗ ขอแสดงตนค่ะ
ถ้าบัตรไม่มีหรือบัตรใช้ไม่ได้ แสดงตนด้วยการประกาศชื่อ
เมื่อวานลืมบัตรไว้ค่ะ เดี๋ยวกำลังจะไปเอาจากเจ้าหน้าที่ค่ะ
ได้ครับ ข้างหลังยังเข้ามา อีกเยอะครับ ขอเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นายสิระ เจนจาคะ พรรคพลังประชารัฐ ขอแสดงตนครับ
คุณสิระครับ
ท่านประธานครับ ผม ธรรมนัส พรหมเผ่า ๑๕๗ ขอแสดงตนครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ๑๖๖ ขอแสดงตนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ๑๙๘ แสดงตนครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุรทิน พิจารณ์ พรรคประชาธิปไตยใหม่ ๔๓๘ ขอแสดงตนครับ
ท่านประธานครับ ผม กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หมายเลข ๒๓ ขอแสดงตนครับ
ท่านประธานครับ ผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ๔๗๗ ขอแสดงตนครับ
ถ้ากดบัตรแล้วอย่าไป ประกาศแสดงตนอีกทีนะครับ อย่าซ้ำครับ เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอแสดงตนครับ
อยู่ในระหว่างแสดงตนครับ
ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ๒๑๐ ขอแสดงตนครับ
สมาชิกพร้อมนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๔๙๓ แสดงตนครับ
ครับ สมาชิกที่เพิ่งวิ่งเข้ามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ๒๙๙ รังสิกร แสดงตนครับ
ครับ ข้างหลังที่เพิ่งเข้ามา เชิญนะครับ แสดงตนครับ
ท่านประธานคะ นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๓๐๑ ค่ะ
ไม่มีบัตร ถ้าแสดงตนด้วย ประกาศแล้วอย่าไปเสียบบัตรซ้ำนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ๑๗๒ แสดงตนค่ะ
พร้อมแล้วขอปิดการแสดงตน ๓๒๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ก็ขอถามมติที่ประชุม เนื่องจากว่าข้อนี้ ข้อ ๔ กรรมาธิการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น แต่ว่าท่านไม่ติดใจ ขอประทานโทษครับ ข้อ ๓ มีการแก้ไข ไม่มีผู้สงวนคำแปรญัตติ เพราะฉะนั้นขอถาม ความเห็นว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง ขออภัย ข้อ ๓ ครับ กรุณาลงมติ ลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
อยู่ในช่วงกำลังลงคะแนน สมาชิกที่เข้ามาใหม่ก็ลงคะแนนได้ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่ง ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อย่างนี้ครับ ท่านประธาน ผมก็อยากบอกเพื่อนสมาชิกด้วยว่ากรณีที่คนอื่นเสียบบัตรไว้ แล้วเราจะเสียบ เราไปดึงบัตรคนอื่นออกแล้วเราเสียบจะมีปัญหาไหม ถ้าเกิดกล้องจับไปบอกว่าเสียบบัตรแทน อันนี้ก็บอกท่านสมาชิก อย่างผมนี่ครับ ตอนนี้ผมยังเสียบไม่ได้ เพราะบัตรคาไว้ ผมก็ไม่กล้า ดึงออกเสียบของผมไป เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมเสียบบัตร ๒ ใบ กราบเรียนท่านประธานครับ กรณีอย่างนี้จะแก้ไขอย่างไรครับ เสียบแล้วไปเลย
อยู่ที่เจตนา อยู่ในระหว่าง ลงคะแนนนะครับ ถ้าพร้อมเดี๋ยวผมปิดการลงคะแนน ใครที่ยังไม่ได้ลงคะแนนกรุณาลงคะแนน ถ้าบัตรท่านใช้ไม่ได้
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคาระคะ ดิฉันกดไม่เห็นด้วย แต่จริง ๆ ดิฉันจะกดเห็นด้วยค่ะ ขอเปลี่ยนมติคำว่า เห็นด้วย ค่ะ
ยังไม่ประกาศผลแก้ไขครับ เจ้าหน้าที่ช่วยแก้ไขครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ พลธี ๒๔๙ เห็นด้วยครับ
เจ้าหน้าที่จะบันทึกไว้ครับ เดี๋ยวจะรวมคะแนนให้ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ขอถามท่านประธานถ้าสมมุติว่าผมนั่งกัน ๓ คน อีกคนหนึ่งเขาอยู่ในที่ประชุม แต่ว่า เขาเอื้อมไม่ถึงให้ผมกดแทนถือว่ามีความผิดไหมครับ แต่ก็อยู่ในที่ประชุม
ผิดแน่ ๆ ครับ ท่านสมาชิก พร้อมนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๔๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุมก็เห็นด้วยกับ การแก้ไขของกรรมาธิการนะครับ
ท่านสมาชิกอยู่ในห้อง สักพักนะครับ ผมคิดว่าไม่ช้าไม่นานมันมีข้ออื่นที่อาจจะต้องลงมติ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
ข้อ ๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น
ข้อ ๔ ใช่ไหมครับ
ขออนุญาตค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตท่านประธานสภาเรียนแจ้งที่ประชุมขอส่งเอกสารใบแทรก แก้ไขเพิ่มเติมในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... จำนวน ๑ แผ่นที่อยู่ในมือ ของท่านนะคะ ขออนุญาตท่านประธานสภาค่ะ
ขอแก้
ใบแทรก ขออนุญาต นำส่งเอกสารใบแทรกเพิ่มเติมค่ะ แก้ไขเพิ่มเติมรายงานของคณะค่ะ
ขอแจกใบแทรกแก้ไขนะครับ
ขออนุญาตท่านประธาน ขอบคุณค่ะ
ข้อ ๔ กรรมาธิการสงวนความเห็น คุณหมอชลน่านเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนความเห็น ในข้อบังคับ ข้อ ๔ ท่านประธานครับ ในข้อ ๔ กรรมาธิการเสียงข้างมากมีการแก้ไขจากร่าง ที่รับไปจากสภาผู้แทนราษฎร เติมคำว่า ตามบัญชีท้ายข้อบังคับนี้ กระผมเองมีความเห็นต่าง จากกรรมาธิการเสียงข้างมากให้คงร่างเดิมไว้ เหตุผลขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการที่เคารพทุกท่าน ผมเองสงวนสิทธิไว้อภิปราย มิได้หมายความว่าผมไม่ยอมรับเสียงข้างมาก แต่สิ่งที่ผมจำเป็นต้องมากราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังสมาชิกสภาแห่งนี้ เนื่องจากว่าร่างที่สภาผู้แทนราษฎรรับร่างที่กรรมาธิการยกร่าง ร่างขึ้นมา เมื่อรับในวาระรับหลักการแล้วก็ถือเป็นร่างของสภาผู้แทนราษฎร ถ้ามีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงก็ต้องกลับมารายงานสภาผู้แทนราษฎรว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น หรือไม่ ผมเองไม่เห็นด้วยเนื่องจากว่าการแก้ไขในข้อบังคับ ข้อ ๔ กรรมาธิการได้ใช้คำว่า ตามบัญชีท้ายข้อบังคับนี้ และในตัวร่างก็ใช้คำว่า แนบร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... เป็นการแนบมาตรฐานจริยธรรม ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ และที่นำมาบังคับใช้กับ ส.ส. และ ส.ว. เปลี่ยนมาเป็นการแนบท้ายข้อบังคับเพื่อใช้บังคับ จากร่างเดิมที่สภาผู้แทนราษฎร รับไป มาตรฐานจริยธรรมนี้ถูกนำมาเขียนไว้เป็นข้อบังคับในประมวลจริยธรรมของกรรมาธิการ และ ส.ส. เขียนในข้อบังคับ ข้อ ๔ ไว้ว่าให้นำมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการ ของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาใช้บังคับแก่สมาชิกและกรรมาธิการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อันนี้คือร่างเดิม แล้วก็นำบทบัญญัตินี้ไปเขียนในหมวด ๑ หมวด ๒ และหมวด ๓ กรรมาธิการ รับฟังเสียงจากสมาชิกเสียงข้างมากเห็นว่าควรตัดหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ ออก แล้วนำไปใช้ แนบท้ายเพื่อใช้บังคับ กระผมเองในฐานะเสียงข้างน้อยผมไม่เห็นด้วยเนื่องจากว่าการบังคับใช้ ประมวลจริยธรรมกับสมาชิกของเราใน ส.ส. และกรรมาธิการ รวมทั้งบุคคลอื่นที่กรรมาธิการ แต่งตั้งมาด้วย สิ่งที่จะต้องคำนึงคือสภาพบังคับ การบังคับใช้ โดยเฉพาะบทกำหนดโทษ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ในมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ใช้บังคับกับเรา เขาเขียนในข้อ ๒๘ ผมขออนุญาตอ่านในหมวด ๔ การฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานจริยธรรม เขียนในข้อ ๒๘ ไว้อย่างนี้ครับ การดำเนินการแก่บุคคลตามข้อ ๓ หมายถึงคนที่ถูกบังคับ ไม่ว่าจะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน หัวหน้า หน่วยงานองค์กรอิสระ แล้วก็ ส.ว. ส.ส. ตามข้อ ๓ ของมาตรฐานจริยธรรมของเขาว่ากระทำ การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ หมายความว่าที่เขาเขียนมาทั้ง ๔ หมวด ให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกฎหมาย ระเบียบ หรือขีดเส้นใต้เลยครับ ข้อบังคับ ว่าด้วยการนั้น ก็หมายความว่าให้เราไปกำหนดข้อบังคับมาว่าจะไปบังคับใช้ว่ามีการฝ่าฝืน ตามมาตรฐานจริยธรรมนี้อย่างไร อันนี้คือเหตุผลสำคัญที่ผมได้นำเรียนไว้ตั้งแต่แรก กรรมาธิการเสียงข้างมากลงคะแนนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของผม ผมก็เลยมากราบเรียนกับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ สิ่งที่จำเป็นต้องกราบเรียนเพิ่มเติม การบังคับใช้ถ้ามาอ่าน สภาพบังคับในข้อ ๔๗ ข้อ ๔๗ ของร่างประมวลจริยธรรมของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่มี การแก้ไขด้วย ในข้อ ๔๗ เขียนตีความไว้ค่อนข้างที่จะลำบาก ข้อ ๔๗ เขียนให้มีสภาพบังคับ ว่าให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ในการที่จะกล่าวหาสมาชิกว่าฝ่าฝืนหรือไม่กระทำตามบทบัญญัติ ตามข้อบังคับนี้หรือไม่ว่าจะร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ เพราะฉะนั้น คำถามของกระผมก็คือว่าถ้าเราใช้บัญชีแนบท้าย แล้วไปกล่าวหาว่าสมาชิกเองไปฝ่าฝืน มาตรฐานจริยธรรม ตามมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเราต้องใช้บังคับ ด้วย มันจะชอบด้วยข้อบังคับนี้หรือไม่ การแนบท้ายถือว่าเป็นข้อบังคับหรือไม่ ตรงนี้จำเป็น ต้องกราบเรียนท่านประธานไปด้วยความเคารพ ผมเพียงสงวนสิทธิกราบเรียนท่านประธาน เพราะว่าในสิ่งที่เรารับไปจากสภาผู้แทนราษฎร จริงอยู่กรรมาธิการสามารถไปตัดทอน ไปแก้ไข ในมาตราได้ แต่ต้องไม่ไปแก้ไขหลักการ ในหลักการจริงอยู่ให้มีประมวลจริยธรรมของสมาชิก และกรรมาธิการ นั่นคือหลักการใหญ่ แต่ว่าเนื้อในอย่างเช่น ข้อ ๔ ก็เสมือนเป็นหลักการ ที่เราเขียนเอาไว้จากการยกร่างมาเดิม โดยกรรมาธิการยกร่างพอมาให้สภาผู้แทนราษฎรเรา พิจารณาว่าจะรับร่างหรือไม่ เมื่อรับไปแล้วเมื่อมีการตัดออกทั้งหมด ผมเองก็มีความปรารถนา ความประสงค์ที่กราบเรียนท่านประธานว่าการตัดออกทั้งหมดแม้ไม่ได้เขียนหลักการก็เสมือน ยกหลักการออกทั้งหมด เพราะว่าความจำเป็นในการเขียนให้มีสภาพบังคับมีความจำเป็น มากกว่า ก็เลยจำเป็นต้องกราบเรียนท่านประธานไปด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเองมิได้หมายความว่าจะมาเอาชนะคะคานกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมเคารพ โดยเฉพาะตัวท่านประธานเอง ผมเคารพนับถือมากเพียงแต่มากราบเรียนให้ทางสภารับรู้ รับทราบเท่านั้นเอง ผมไม่ติดใจที่จะให้โหวตตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ข้อนี้มีการแก้ไข แตกต่างไปจากร่างของสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรสมาชิกก็ต้องโหวต แต่โหวตว่าจะเห็นชอบกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีการแก้ไขหรือไม่เท่านั้น หรือจะกลับไปใช้ร่างของสภาผู้แทนราษฎร ก็คือร่างของผมเอง อันนั้นมีความจำเป็นต้องโหวตอยู่แล้ว ด้วยความเคารพท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้กราบเรียนไปในส่วนของผม ผมไม่ติดใจที่จะให้โหวต แต่ต้องโหวตไปตามข้อบังคับ กราบขอบพระคุณครับ
ไม่เป็นไรครับคุณหมอ เชิญประธานคณะกรรมาธิการครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการ คุณหมอชลน่านที่ได้แสดงความคิดเห็นกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยที่ต้องการให้คงร่างเดิม และประเด็นสำคัญที่ท่านอภิปรายให้ที่ประชุมทราบว่า ที่ท่านต้องการคงร่างเดิม เพราะเห็นว่าการตัดข้อความในหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ นั้น เป็นการขัดกับหลักการที่เคยเสนอไว้แต่เดิม ผมอยากเรียนต่อท่านประธานและท่านสมาชิก ทุกท่านว่าในมาตรา ๔ นี้ เราได้ถกเถียงกันในคณะกรรมาธิการประมวลจริยธรรมด้วยกัน หลายรอบตั้งแต่การยกร่างมาจนกระทั่งถึงร่างที่นำมาเสนอในวันนี้ คือในร่างเดิมนั้นเราไม่ได้ ตัดเอาประมวลจริยธรรมที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ร่างไว้และบังคับให้เราใช้เราใส่ไว้ในเดิม ที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายในห้องประชุมนี้หลายท่านว่าทำไมต้องไปตัดแปะมา ทั้ง ๆ ที่เป็นประมวลจริยธรรมของเราเอง เราควรจะมีของสถาบันเราเอง วันนั้นก็ได้มีการ ชี้แจงไปว่าที่ใส่ไปอย่างนี้ก็เพราะว่าเราต้องการที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ แต่เมื่อเราได้ไปพิจารณาด้วยความรอบคอบของกรรมาธิการตลอดจนผู้แปรญัตติแล้ว เราก็มีความเห็นว่าเราไม่ได้ตัดประมวลจริยธรรมที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกไปครับ เราเพียงแต่ว่ามาใส่ทุกประเด็น แต่มาใส่เป็นของเราเอง และในสิ่งที่ไม่ได้ตัดของเขาออกไป ถ้าท่านดูในร่างของกรรมาธิการที่นำเสนอในวันนี้ ท่านก็จะเห็นว่าเรามีหมวด ๑/๑ ซึ่งพอไป ร่างจริงแล้วก็จะไม่มีหมวด ๑/๑ ก็เป็นหมวด ๑ ก็เหมือนกับที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดให้มีหมวด ๑ แต่เขามีด้วยกันของเขาทั้งหมดมีอยู่ ๖ ข้อ แต่เราเห็นว่าบางข้อ เราควรจะมาประมวลไว้ได้เพียง ๓ ข้อได้ เพื่อให้สอดคล้องว่าเป็นข้อบังคับของเราเองนะครับ เราก็มีตั้งแต่ข้อ ๒๗/๑ ๒๗/๒ ๒๗/๓ ซึ่งถ้าใช้ภาษาอังกฤษก็คือว่าคัฟเวอร์ (Cover) ได้ประมวลทั้งหมดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใส่ไว้ในนี้แล้ว และบางประเด็นเราก็ไปใส่ไว้ ในข้ออื่น แต่อย่างไรก็ตามขอยืนยันต่อท่านสมาชิกว่าเราได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายของสภา และกรรมาธิการเสียงข้างมากของเราหลายท่านก็เป็นนักกฎหมายว่าการเขียนอย่างนี้ไม่ผิด กับหลักการเพราะเราไม่ได้ตัดหลักการออกไป จริง ๆ แล้วหลักการของประมวลจริยธรรมนี้ ก็มีหลักเดียวคือให้มีประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ ส่วนรายละเอียดนั้นเป็นเรื่องที่เราร่างขึ้นมา เมื่อเป็นร่างแล้วให้มีและไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ แล้วกรรมาธิการคิดและลงความเห็นกันว่าเราไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ และประการสุดท้ายเรา ก็กันไว้อีกเผื่อว่าทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าเราตัดทิ้งเขาไป เราก็ไปใส่ในข้อ ๔ ของเรา ที่เราได้แก้ไขไว้ตามที่ท่านสมาชิกได้เห็นว่าในข้อ ๔ ให้นำมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ทิ้งครับ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ พ.ศ. ๒๕๖๑ ตามบัญชี ท้ายข้อบังคับนี้ คือเราได้แนบท้ายไว้มาใช้บังคับแก่สมาชิกและกรรมาธิการตามมาตรา ๒๑๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เราก็ใส่มาด้วย และประมวล จริยธรรมนี้ถ้าเราไม่ใส่ลงไปเราเกรงว่าสมาชิกจะไม่ทราบ แต่สภาพบังคับตามรัฐธรรมนูญ มันบังคับอยู่แล้วเพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ บอกว่าประมวลจริยธรรมของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญที่ประกาศนี้ให้คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภามาใช้บังคับด้วย เพราะฉะนั้นต้องบังคับอยู่แล้ว แต่เราก็มาใส่ในประมวลจริยธรรมของเราแต่ปรับปรุง ในถ้อยคำเท่านั้น แต่สาระยังมีคงเดิม ในขณะเดียวกันเพื่อให้เห็นว่าเราเคารพต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ เราก็ใส่ในบัญชีแนบท้ายเพื่อท่านสมาชิกจะไม่ต้องไปอ่านประมวลจริยธรรม มาตรฐานของตุลาการหรือรัฐธรรมนูญ ท่านก็เห็นแล้วในข้อ ๔ เราบอกชัดเจนว่าให้นำ มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่กำหนดในรัฐธรรมนูญมาใช้บังคับ แต่เราไม่ใส่ว่าตัดแปะมาตรงนี้ เพราะเป็นประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรควรจะ เป็นของสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้อยคำครบถ้วนไม่มีการตัด ถ้าปฏิบัติผิดจริยธรรมของเรา มันก็ผิดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว และเรามีมากกว่านั้นอีกในบางข้อบางประเด็น อันนี้ก็ขอเรียนให้ทราบนะครับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากประชุมกันหลายครั้ง แขวนเอาไว้และสุดท้ายต้องมีการโหวตกัน เสียงข้างมากก็ให้แก้ไขตามที่กระผมได้นำมาเสนอ ต่อสภาในวันนี้ก็หวังว่าท่านสมาชิกคงจะเข้าใจครับ มีกรรมาธิการบางท่านขอชี้แจงเพิ่มเติม ท่านประธานครับ
กรรมาธิการคุณหมอสุกิจ ยกมือ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการครับ ใคร่จะขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับการสงวนความเห็น ของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งจำเป็นต้องชี้แจงตรงนี้อาจจะให้รายละเอียดสักเล็กน้อย เพราะว่าถ้าผ่านข้อนี้ไปได้จะส่งผลไปถึงข้ออื่น ๆ ที่จะตามมาทีหลังอีกหลาย ๆ ข้ออาจจะ ไม่ต้องลุกขึ้นชี้แจงครับ อย่างน้อยจะเป็นหมวด ๑ เดิมที่อยู่ในร่างไปจนถึงข้อ ๒๗ ความจริง คุณหมอชลน่านถือเป็นกรรมาธิการที่ทรงคุณค่าของคณะเรา สามารถแก้ปัญหายาก ๆ ให้เรา ได้เยอะทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามเรื่องของความเห็นต่างก็เป็นเรื่องธรรมดา ผมขอเรียนชี้แจง อย่างนี้ครับ การสงวนความเห็นของท่านก็คือให้คงข้อความในข้อ ๔ ตามร่างเดิมที่ผ่านมติ ของที่ประชุมในวาระ ๑ ไปนะครับ ในขณะที่กรรมาธิการได้แก้ไขในข้อนี้คือเติมคำว่า บัญชี ท้ายร่างข้อบังคับ ตามบัญชีท้ายร่างข้อบังคับ ซึ่งความจริงท่านก็ไม่ได้ติดใจข้อความหรอกครับ แต่การแก้ การเติมถ้อยคำของกรรมาธิการมันส่งความหมายมากทีเดียวก็คือทำให้มีการย้ายที่ บางส่วนของเนื้อหาของร่างออกไป ผมขอชี้แจงว่าจริง ๆ แล้วกรรมาธิการเกือบทุกคนไม่ได้ มีความยินยอมพร้อมใจที่จะรับสิ่งที่เรียกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ว่าให้นำมาบังคับใช้กับพวกเราที่จะเอามาใส่ไว้ ในข้อบังคับนี้ เราไม่ได้ยินยอมพร้อมใจและหลายท่านก็ปฏิเสธแบบหัวชนฝาทีเดียวครับ แต่ปฏิเสธไม่ได้ครับ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ได้ระบุไว้ว่าให้กำหนดให้ประเทศนี้ มีสิ่งใหม่ ซึ่งไม่เคยมีในรัฐธรรมนูญฉบับเก่า ๆ ให้มีสิ่งที่เรียกว่ามาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งคนร่างก็จะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระต่าง ๆ และเขียนไว้ในนั้นว่าให้ใส่ใจต่อ ความเห็นของ ส.ส. ส.ว. เพราะฉะนั้น ส.ส. พวกเราในกลุ่ม ส.ส. ชุดนี้ เรียนได้ว่าไม่มีส่วน ในเรื่องนี้เลยนะครับ ทำให้หลายท่านเห็นว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องของการมัดมือชก แต่อย่างไรก็ตามในร่างแรกของเราที่ผ่านมติของสภาไปในวาระ ๑ กรรมาธิการของเราได้เอา มาตรฐานทางจริยธรรมอันนี้มาวางไว้ในส่วนแรกแล้วก็ตามด้วยร่างที่เราร่างขึ้นมาซึ่งก็ไม่ได้ ผิดอะไร ไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับแต่อย่างใดครับ แล้วเราก็ได้เขียนกำกับไว้ในข้อ ๔ ที่เป็นปัญหานี้เพื่อความชัดเจนว่าเราจะเอาร่างมาตรฐาน เราจะเอามาตรฐานทางจริยธรรม ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตสั้น ๆ อย่างนี้นะครับ มาใส่ไว้ในส่วนแรก เหตุผล ก็คือไม่มีอะไรมากครับ ในเมื่อเราต้องถูกบังคับแล้วเอามาใส่เพื่อที่จะได้เห็นกันชัด ๆ อ่านกัน ง่าย ๆ ไม่ต้องไปหาที่ไหน แต่เมื่อผ่านวาระแรกไปแล้วแม้ว่าเกือบทุกคนจะเห็นด้วย แต่สิ่งที่ เราได้รับมาก็คือความเห็นของ ส.ส. และกรรมาธิการบางท่านซึ่งขอเรียนว่าเราละเลยไม่ได้ เพราะร่างข้อบังคับจริยธรรมนี้ ที่เราทำขึ้นมาก็เพื่อจะมาใช้บังคับกับ ส.ส. และกรรมาธิการไม่ได้ไปใช้กับคนนอกเลย เราถึงให้ความสนใจต่อความรู้สึกของสมาชิกเป็นพิเศษ สิ่งที่ท่านได้ให้ความเห็นกับเรามา สมาชิกบางท่านก็รู้สึกเหมือนที่ผมได้กราบเรียนไปเบื้องต้นว่าเหมือนถูกมัดมือชก เพราะว่า ไม่มีส่วนในการร่างแต่อย่างใดต้องจำใจรับ เมื่อเราเอามาใส่ไว้เบื้องแรกในส่วนแรกหลายท่าน ก็บอกว่ามันบาดตาบาดใจไม่อยากเห็น สมาชิกบางท่านถือโอกาสมาแก้ไขถ้อยคำบางคำ ของส่วนที่เรียกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมที่เราเอามาใส่ เพราะว่าบางถ้อยคำอย่างที่ผมได้ กราบเรียนตอนวาระ ๑ ว่าบางถ้อยคำที่ปรากฏอยู่มันไม่ได้เหมาะกับที่จะเอามาใช้กับ ส.ส. หรือกรรมาธิการเลยท่านก็ขอให้ตัดออก ซึ่งก็ต้องขอกราบเรียนว่าสิ่งนี้มาตรฐานทางจริยธรรม มันเป็นของสำเร็จรูปเราไม่สามารถจะไปตัดไปแต่งของเขาได้ สมาชิกบางท่านก็บอกว่าให้ เอาออกไปเลย ซึ่งถามว่าทำได้ไหม ก็ทำได้ครับ แต่ในเมื่อกรรมาธิการได้ลงความเห็นไปแล้ว ว่าเราเอามาใส่เพื่อให้เห็นชัด ๆ ได้ค้นคว้ากัน ได้อ่านกันง่าย ๆ ในที่สุดก็เป็นอย่างที่ปรากฏ อย่างที่ท่านประธานได้กราบเรียนในเบื้องต้นว่ากรรมาธิการเราตัดสินใจที่จะเดินสายกลาง คือไม่เอาออก แต่เราเลื่อนไปไว้ส่วนท้ายวางไว้ส่วนที่เรียกว่าบัญชีท้ายล่างเพื่อให้มีการแยกแยะ ที่ชัดเจนให้อยู่เป็นสัดเป็นส่วน แล้วเราก็ได้เขียนเพิ่มในข้อ ๔ เพื่อให้เห็นว่าเราได้เอาไปไว้ ที่บัญชีท้ายล่าง อันนี้คือสิ่งที่ผมจะเรียนชี้แจงเบื้องต้น ส่วนการสงวนความเห็นของคุณหมอ รู้สึกว่าท่านจะเป็นห่วงมากก็คือเรื่องของบทลงโทษ อันนี้ต้องกราบเรียนว่าความจริงแล้ว เรื่องของการวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ เรายกให้เป็นอำนาจเบื้องต้นของคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้น ตามข้อบังคับอันนี้ แล้วส่วนบทลงโทษของมาตรฐานทางจริยธรรมเราก็ยังคงไว้ในส่วนของ เขาอยู่ที่บัญชีท้ายล่าง แต่บทบัญญัติลงโทษของข้อบังคับที่เราร่างขึ้นเฉพาะเจาะจงสำหรับ สภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการเราก็เอามาแยกอีก เพราะอะไรครับ เพราะเราต้องการให้ ร่างข้อบังคับจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้มาตรฐานอย่างที่สุดสามารถที่จะ นำมาใช้ได้อีก เราไม่จำเป็นจะต้องมาร่างกันทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เลือกตั้งกันใหม่ก็มา เลือกตั้งกันทุกครั้ง อยากจะให้ข้อบังคับอันนี้ซึ่งเราได้พิจารณากันมาอย่างดีได้ใช้ตลอดไป นี่คือเจตจำนงของเราในการทำในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นคุณหมอชลน่านขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม คงไม่ต้องห่วงเมื่อมีคณะกรรมการขึ้นมา การพิจารณาสามารถที่จะพิจารณาให้สอดคล้องกันได้ ไม่ว่าบทลงโทษอันนั้นจะอยู่ในส่วนไหน จะอยู่ในส่วนของมาตรฐานทางจริยธรรมที่กำหนด โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ทำได้ หรือจะมาลงโทษตามร่างข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เราร่างให้เป็นเอกเทศอันนี้ก็ทำได้เช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องของ การผิดต่อหลักการหรือไม่ มีหลายท่านได้พูดรวมถึงคุณหมอชลน่านก็ได้พูดมาเล็กน้อย ผมก็ต้องขอกราบเรียนสักนิดหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วหลักการสำคัญที่เราได้รับมาก็คือการให้ มีข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ ตามมาตรา ๑๒๘ และข้อบังคับ ข้อ ๑๙๐ และเราก็ไม่ได้ขัด สิ่งที่เราดำเนินการมาทั้งหมดก็ไม่ได้ขัดต่อ ทั้งรัฐธรรมนูญและข้อบังคับนะครับ รวมทั้งที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๑๙ เราจะต้องเจอกับ ข้อบังคับอีกนิดหนึ่งที่บอกว่า เราสามารถที่จะร่างข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมที่เฉพาะเจาะจง สำหรับหน่วยงานของเราก็ได้แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่เขาร่างเอาไว้ ก็คือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครับ เพราะฉะนั้นหลักการที่เป็นหลักการใหญ่ผมเชื่อแน่ว่า เราไม่ได้ขัด ถ้าจะนับว่าเป็นหลักการที่รองลงมาที่เราได้นำเสนอในวาระ ๑ ก็คือเอามาตรฐาน ทางจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญมาใส่ไว้ในร่างนะครับ ซึ่งหลายท่านที่ผมกราบเรียนแล้ว ก็คือไม่อยากให้เอามาใส่ด้วยซ้ำนะครับ แต่เนื่องจากเราเอามาใส่แล้ว แล้วก็ผ่านการลงมติ ของท่านไปแล้ว ฉะนั้นในวาระนี้เราก็ไม่ได้ทำผิดหลักการ เราก็นำมาใส่อีก เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ ใส่ที่เดิม เราย้ายมาใส่ตรงบัญชีท้ายร่างข้อบังคับ อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วนะครับ เหตุผล ก็คืออย่างที่เราได้รับคำอภิปรายของท่านในวาระ ๑ ว่าอย่าให้มันบาดตาบาดใจมากนักครับ ผมคิดว่าเรารักษาหลักการเอาไว้ครบถ้วน ไม่ได้ขัดต่อหลักการแต่ประการใด ที่กราบเรียน อันนี้ก็เพราะว่าการอธิบายข้อนี้จะทำให้ข้อต่อ ๆ ไปที่เป็นการตัดออกทั้งหมดตั้งแต่ข้อ ๖ จนถึงข้อ ๒๗ แทบจะไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมแต่ประการใดเพราะว่าอันนั้นก็คือที่เราฆ่าทิ้งไป ที่เราตัดออก นั่นคือมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เราตัดออกตรงนี้ แต่เราเอาไปไว้ตรงบัญชีท้ายร่างข้อบังคับ จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านวีระกร เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ทางเหล่าวิป (Whip) รัฐบาล ก็นั่งคุยกันนะครับ แล้วก็อยากจะหารือท่านประธานว่าจะพักสัก ๑๕ นาที ให้กรรมาธิการ ไปคุยกันได้ไหมครับ เพราะท่านประธานก็คงทราบเหมือนผมนั่นละว่าการยกร่างนี้ขึ้นมา ก็ยกร่างโดยคณะนี้ การพิจารณาร่างนี้ก็โดยคณะนี้ แล้วเมื่อท่านพิจารณาเสียงส่วนใหญ่ ของท่านขอให้แก้ไขโดยการยกเรื่องเอาไปอยู่ด้านท้าย มันก็เป็นเสียงส่วนใหญ่ของท่าน แต่มันไม่น่าที่จะต้องมาทำให้สภาเราเสียเวลาขณะนี้ ผมอยากจะเรียนท่านว่ามีกรรมาธิการ ผมว่าอย่างน้อย ๓๐ คณะ ทั้งสามัญและวิสามัญที่พักการประชุมอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะ คณะผมด้วย คณะผันน้ำซึ่งเราต้องรีบวิ่งลงมาตั้งแต่เวลา ๑๑ โมง เพื่อที่จะมาโหวตแล้วก็ พักการประชุม มีผู้ที่เป็นบุคคลภายนอกนั่งรอเราอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของคณะกรรมาธิการ ก็ต้องนั่งรอเราอยู่ และอีก ๓๐ คณะ ไม่ใช่คณะผมคณะเดียวที่ต้องนั่งรออยู่ เนื่องจากว่า ห้องประชุมไม่พอ บ่ายโมงก็มีคณะต่อไปที่รอคิวที่จะต้องเข้าไปต่อด้วย ขอให้ทางกรรมาธิการ คณะนี้ได้หยุด เราขอหยุดสัก ๒๐ นาที หรือครึ่งชั่วโมงแล้วท่านไปคุยกันให้จบได้ไหมครับ แล้วก็กลับมาใหม่อีกรอบหนึ่ง ไม่อย่างนั้นผมว่า ๔๙ มาตรานี้คงค่ำ ๆ ละครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านวีระกรครับ ความปรารถนาดี เชิญครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ด้วยความเคารพต่อท่านวีระกรครับ ประเด็นที่มีข้อถกเถียงมากก็คิดว่ามีมาตรานี้ แล้วก็มาตราอื่น ๆ อีกเล็กน้อย ความจริงถ้าจะหยุดพักเพื่อให้กรรมาธิการคุยกันว่าจะไปร่างเดิมหรือร่างอันนี้คุยกันมา หลายรอบจนกระทั่งต้องโหวตคะแนนเสียงในคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นถ้าพักไปเพื่อจะ ดูว่าจะเอาร่างเดิมหรือจะเป็นไปตามเสียงกรรมาธิการข้างมากมันก็คงเป็นอย่างนี้นะครับ ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ผมขอแขวนเอาไว้ก่อนแล้วไปคุยกันนอกรอบเสร็จแล้ว ก็มาคุยกัน ทุกคนก็มีความเห็นที่แตกต่างกันครับ ในที่สุดก็ต้องโหวตตามข้อบังคับของเรา โหวตกันเสียงส่วนใหญ่อย่างที่ผมได้กล่าวว่าก็เห็นอย่างนี้แล้วก็ไม่ได้ขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่ถ้า ผ่านข้อนี้ไปแล้วสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้เขียนบอกว่าแก้ไขแล้วขอสงวน ทุกคนถอนหมดแล้ว แล้วคุณหมอชลน่านก็คิดว่าเมื่อข้อ ๔ นี้ผ่านไปบอกว่าเอาตามกรรมาธิการเสียงข้างมากแล้ว ข้ออื่น ๆ ตั้งแต่ข้อ ๕ ถึงข้อ ๒๗ นี้ก็ต้องเป็นไปตามเสียงกรรมาธิการข้างมาก เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านห่วงว่าจะต้องเสียเวลาก็ไม่ต้องเสีย แต่เราพักจะเสียเวลาไปมากกว่าด้วยซ้ำไปครับ กราบเรียนท่านประธานครับ
ท่านวีระกรขอขอบคุณ ความหวังดีนะครับ แต่ว่าเดินต่อไปนะครับ ผมเข้าใจว่าเดินมาถึงขั้นนี้แล้วก็เดินต่อไปครับ ท่านวีระกรพอแล้วใช่หรือไม่ ในที่สุดก็ต้องลงมติอยู่ดีครับ เพราะว่ากรรมาธิการแก้ไข
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิอภิปรายเนื่องจากข้อนี้มีการแก้ไขในฐานะสมาชิก
เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ข้อ ๔ เพื่อเป็นการประนีประนอม เพื่อความครอบคลุมระหว่างคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อย การแก้ไขนั้นผมเห็นด้วย แต่ถ้าจะให้มันครอบคลุมจริง ๆ ขอกรรมาธิการ พิจารณาเติมคำว่า มาใช้บังคับโดยอนุโลม จบเลยนะครับ เพราะบางอย่างมันก็บังคับทั้งหมด ไม่ได้อยู่ดี อย่างใช้คำว่า คู่กรณี พวกนี้ก็ใช้ไม่ได้อยู่แล้ว เขาใช้คำว่า โดยอนุโลม หมายความว่า โดยที่ปฏิบัติได้ บางอย่างมันปฏิบัติไม่ได้นะครับ ถ้าให้ใช้ทั้งหมดถ้าแก้ตามนี้ผมก็คิดว่าโหวต อย่างไรก็ต้องผ่านอยู่ดี ขอบคุณครับ
ไปเติมอะไรตอนนี้ไม่ได้ ต้องเอาตามที่มีการเสนอมาครับ ขอมติที่ประชุมนะครับ ขออนุญาตรบกวนพวกเรายอมรับ สภาพสักนิดหนึ่งนะครับ มันผ่านมาได้แล้วก็จะได้จบกัน
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญสมาชิกครับ ขอเชิญพวกเราอีกครั้งหนึ่งเข้ามาแสดงตน เพราะว่าจะต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับ ร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไข หรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นก็คือร่างเดิมครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ๒๔๙ ขอแสดงตนครับ
เดี๋ยวนะครับ ขอให้พวกเรา ได้เข้ามาพร้อมกันแล้วเดี๋ยวผมจะเรียนให้ที่ประชุมทราบครับ
ท่านประธานครับ ผม สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๓๙๕ ขอแสดงตนครับ
เดี๋ยวนะครับ ยังไม่ได้บอก ให้แสดงตน เรียกพวกเราให้มาพร้อมก่อนครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ที่จริงก็เป็นหน้าที่ แต่ว่า ต้องขออภัยที่ทำให้พวกเราเข้า ๆ ออก ๆ เพราะเนื่องจากมันมีอยู่หลายข้อแล้วก็จำเป็น ต้องลงมติ เข้าใจว่าจะลงมติทำนองนี้ถึงได้เรียนว่าขอให้สมาชิกพยายามอยู่ใกล้ ๆ หน่อยครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม ทศพร ทองศิริ ๑๓๙ แสดงตนครับ
เดี๋ยวครับ ๆ ท่านสมาชิก เชิญเข้ามาครับ ถ้าสมาชิกพร้อมพอสมควรก็ขอให้แสดงตนครับ ที่ทยอยเข้ามา มาถึงตอนไหน ก็แสดงตนครับ ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับผมจะขอหารือท่านประธานว่าเรื่องจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราก็มอบหมายให้ท่าน ส.ส. ของเราเป็นตัวแทนเข้าไปพิจารณา แต่ผมดูแล้วการพิจารณา มีการแก้ไขมากมายเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องประชุมหลายคณะ จะต้องวิ่งจะต้องมาเฝ้าพวกท่านให้เราโหวตทุกมาตราอย่างนี้ ผมเรียนปรึกษาท่านประธาน ว่ามีทางออกทางอื่นไหมที่เราไม่ต้องวิ่งมาตลอด เพราะว่าจะต้องประชุมวิสามัญสำคัญ ๆ มีทางใดไหมที่กรรมาธิการจะคุยกัน แล้วเราเห็นด้วยกันทั้งหมดพวกเราคิดว่าไว้วางใจท่าน ท่านก็ไปทำหน้าที่ของท่าน มีทางใดไหมที่ไม่ต้องโหวตตลอด เห็นด้วยก็ว่ากันไปไม่ต้องวิ่ง มาตลอด ปรึกษาท่านประธานครับ
วันนี้เราประชุมตามปกติ ไม่ได้เป็นการประชุมพิเศษอะไร เราประชุมตามปกติของวันพุธ วันพฤหัสบดี เพราะฉะนั้น ภารกิจของเราในสภานี้เป็นปกติ เพียงแต่ว่าพวกเราอยู่ในกรรมาธิการอื่นก็นัดประชุมซ้ำ กับการประชุมในสภาของเรา อันนี้ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่เป็นความผิดของสภา แต่ก็ต้องขอร้อง พวกเราว่าต้องอดทนสักนิดครับ เพราะว่าอันนี้ก็เป็นธรรมดาของการเสนอก็เป็นสิทธิสมาชิก ที่เขาจะสงวนความเห็น แล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องลงมติ ผมเข้าใจดีว่าเรามีภารกิจมาก แต่นี่คือ ภาระส่วนหนึ่งของเราที่เป็นหลัก แล้วก็ประมวลจริยธรรมก็เป็นเรื่องของเราทุกคนใช้บังคับ กับเราทุกคนครับ เพราะฉะนั้นอดทนสักนิดนะครับ มติเรื่องนี้จบไปแล้วอย่างที่กรรมาธิการ ได้กล่าวอาจจะทำให้เร็วขึ้นในข้อหลัง ขอเราอยู่อย่าเพิ่งไปไหนครับ ขอช่วยแสดงตนนะครับ
ท่านประธานครับ นายสมพงษ์ โสภณ ๓๘๖ แสดงตนครับ
ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ๒๔๙ พิษณุ พลธี ขอแสดงตนครับ
ครับ สมาชิกที่เข้ามาแสดงตน เพื่อนับองค์ประชุมครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ
ขออนุญาตท่านประธาน เดี๋ยวนะครับ ผมขออนุญาตให้สมาชิกได้แสดงตนนิดหนึ่งครับ
ได้ครับ
สมาชิกที่เพิ่งเข้ามาแสดงตน เพื่อนับองค์ประชุมแล้วจะได้ขอมติต่อไปครับ ขอปิดการแสดงตนนะครับ จำนวนผู้เข้าร่วม ประชุม ๓๔๑ ท่าน
สมาชิกครับ ผมขออนุญาต ลงมติเรื่องนี้ก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะเรียนหารือท่านครับ มติในข้อ ๔ ก็ต้องขอเรียนถามว่า ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง กรุณาลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
คุณหมอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กรรมาธิการเสียงน้อย ผมไม่ได้ติดใจครับท่านประธาน ในคำสงวนความเห็นของผม การถามมติด้วยความเคารพท่านประธานต้องถามว่าจะเห็นด้วย กับเสียงข้างมากในการแก้ไข หรือเห็นกับร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎรครับ
คุณหมอไม่ติดใจแล้วนะครับ
ไม่เกี่ยวกับผมครับ ขอบพระคุณครับ
ถ้าท่านผู้ใดเห็นด้วยกับ ร่างกรรมาธิการแก้ไขกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง สมาชิกลงคะแนนนะครับ
ท่านประธานครับ หมายเลข ๒๔๙ เห็นด้วยครับ
ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม หมายเลข ๑๓๙ เห็นด้วยครับ
ครับ
ท่านประธานครับ หมายเลข ๓๘๖ เห็นด้วยครับ
ก็ลงคะแนนจบแล้วนะครับ จะได้ปิดการลงคะแนน ผมขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๕๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี มติที่ประชุมเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการแก้ไขครับ
ข้อต่อไปผมเรียนอย่างนี้ โดยที่สมาชิกก็มีภารกิจมากโดยที่ข้อขัดแย้งความจริงก็มีไม่มากกรณีนี้ พอผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว ถ้าสมมุติว่าเราลงมติไปทีละข้อก็ไม่ใช้เวลามาก แต่ถ้าสมาชิกอยากจะลัดคิวก็ต้องใช้วิธี งดเว้นข้อบังคับในข้อ ๘๘ ซึ่งข้อ ๘๘ นั้นถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับข้อบังคับ ในวรรคสองนะครับ ความวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ญัตติที่ร่างพระราชบัญญัติ หรือเรื่องอื่นใดที่รัฐธรรมนูญหรือว่า ข้อบังคับนี้กำหนดให้ที่ประชุมวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน กรณีข้อบังคับนี้เราถือเป็น เหมือนพระราชบัญญัติ เราจึงใช้ข้อ ๘๘ ไม่ได้ แต่ว่าถ้าสมมุติเราอยากใช้ข้อ ๘๘ เราก็มีทางออกนะครับ เจ้าหน้าที่ ผู้มีประสบการณ์ก็บอกผมว่าเราอาจจะขอยกเว้นข้อบังคับข้อนี้โดยต้องอาศัยเสียงยกเว้น ๒ ใน ๓ ยกเว้นวรรคสองนะครับ หมายความว่าเรายกเว้นวรรคสอง เราก็สามารถใช้ข้อ ๘๘ ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องนับองค์ประชุมแล้วลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยตามที่ผมเรียนท่าน ๒ ใน ๓ ถ้าเสียง ๒ ใน ๓ เห็นด้วยเราก็ยกเว้น นั่นก็หมายความว่าเราก็สามารถใช้ข้อ ๘๘ คือประเด็นใดที่ไม่มีผู้คัดค้านเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าเห็นชอบโดยไม่ต้องลงมติ เอาไหมครับ คุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กระผมเองเห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านประธานครับ ถ้ามีเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติเข้าไปแล้วพวกเรารับรองก็ลงคะแนนครับ ในการเว้นข้อบังคับ ข้อ ๘๘ วรรคสอง กรณีเป็นร่างข้อบังคับเสมือนร่างพระราชบัญญัติก็ไปนับคะแนน ๒ ใน ๓ ตามข้อบังคับด้านท้าย ๆ ว่าจะต้องใช้เสียง ๒ ใน ๓ ก็เท่านั้นเอง ผมไม่ติดใจครับท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ
เชิญท่านวิรัชครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครราชสีมา สิ่งที่ท่านประธานได้ดำริมาในซีกทางรัฐบาลก็ไม่ขัดข้องครับท่านประธาน แต่ในเสียงส่วนหนึ่ง ที่ได้ถามบรรดาสมาชิกก็คือคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นคนยกร่างเอง และในขณะเดียวกัน พอยกร่างเสร็จก็เสนอมาที่สภา สภาก็มอบให้คณะกรรมาธิการส่วนใหญ่เลยก็ไปทำการ ดำเนินการ แต่ก็แก้กันในลักษณะอย่างนี้ก็เลยมีความรู้สึกว่าความรู้สึกช้า หรือแก้ไขอะไร ทำไมไม่ยกร่างให้มันเสร็จเรียบร้อยจนต้องมาให้สภามาดำเนินการแบบนี้ ฝากท่านประธาน แค่นี้ครับ นิดเดียวครับ
ท่านวิรัชเขาทำหน้าที่แทน พวกเรา เขาก็ทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้ก็ธรรมดาความเห็นต่างกัน ที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้เป็นไปตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๘๔ ท่านสมาชิกอ่านดูนะครับ ถ้าประธานขอปรึกษาหรือสมาชิกเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน กรณีเมื่อสักครู่นี้ผมก็ขอปรึกษา ถ้าที่ประชุมเห็นด้วย ก็จะได้ขอมติ ๒ ใน ๓ จากจำนวนที่ประชุมครับ เพราะฉะนั้นต้องรู้ว่าห้องประชุมนี้เรามีเท่าไร ๒ ใน ๓ เป็นเท่าไรนะครับ ท่านประธานเชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพต่อท่านประธานและสมาชิกทุกท่าน ผมก็เห็นด้วยกับที่ประธานหารือครับว่า ยกเว้นข้อบังคับเพื่อเราไม่ต้องโหวตทุกมาตรา แต่ว่าในฐานะที่เป็นประธานกรรมาธิการ ขอชี้แจงแทนกรรมาธิการเสียงข้างมากต่อท่านวิรัชด้วยว่า ความจริงถึงกรรมาธิการไม่ได้แก้ไข อันนี้ก็มีสมาชิกได้แปรญัตติเกือบทุกมาตราในสิ่งที่เราแก้ไข ถ้าเราไม่แก้ไข สมาชิกก็คงจะต้อง มาโหวตอันนี้อยู่เหมือนกัน เมื่อเราได้มีการแก้ไขแล้วในทุกมาตรา สิ่งที่ท่านสมาชิกในสภาเรา ประมาณ ๓ ท่านที่ขอแก้ไขทุกมาตรา เมื่อเราได้แก้ไขแล้วสมาชิกก็พอใจ เมื่อสมาชิกพอใจ ก็ไม่ต้องมาอภิปรายกันในสภา ผมคิดว่าขั้นตอนก็ไปตามอันหนึ่งอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น อยากจะชี้แจงต่อท่านกรรมาธิการ ณ ที่นี้ว่าไม่ได้เป็นความจงใจที่กรรมาธิการต้องการทำให้ สภาเสียเวลาด้วยการแก้ไข ก็อยากจะเรียนว่าถ้าไม่แก้ไขสมาชิกก็ขอแก้ไขอยู่แล้วครับ ในช่วง มาตราที่เราแก้ไข เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จำเป็นอย่างที่ท่านประธานว่าก็คือของดใช้ข้อบังคับแล้ว ก็ขอร้องท่านสมาชิกว่าใช้เวลาไม่มากเพราะว่าความขัดแย้งมันไม่มี เพียงแต่ว่าเทคนิคเท่านั้น ที่เราต้องเดินไปตามข้อบังคับครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ผมอธิบาย ท่านวิรัชแล้วนะครับ เพราฉะนั้นขอดำเนินการต่อไป ขอนับองค์ประชุม
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
สมาชิกกรุณาแสดงตน เพื่อรู้องค์ประชุมและเดี๋ยวก็จะถามมติว่าจะเห็นด้วยกับการขอยกเว้นข้อบังคับหรือไม่ครับ ซึ่งต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ขอเชิญสมาชิกแสดงตนนะครับ เพื่อให้เป็นองค์ประชุม ตัวเลขต้องชัดเจนนะครับ เพราะเราจะได้นับ ๒ ใน ๓ ได้ สมาชิกแสดงตนนะครับ
ท่านประธานครับ ๒๔๙ ขอแสดงตนครับ
ครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนหรือบัตรมีปัญหากรุณาแจ้งเลข ชื่อ ที่เพิ่งเข้ามาแสดงตนนะครับ ปิดการแสดงตนนะครับ จำนวนตัวเลขผู้อยู่ในที่ประชุม ๓๑๖ ท่าน เดี๋ยวเจ้าหน้าที่คำนวณ ๒ ใน ๓ ด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ หมายเลข ๔๙๐ ขอแสดงตนครับ
ปิดการแสดงตนไปแล้วครับ ผมขอถามที่ประชุมนะครับ หลังจากนั้นท่านมีสิทธิลงมติได้ว่าเห็นด้วยกับการยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๘๘ วรรคสองหรือไม่ ท่านที่เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่งดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงคะแนน
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
อยู่ระหว่างลงคะแนนครับ
ท่านประธานขออนุญาตครับ ๒๔๙ พิษณุ พลธี เห็นด้วยครับ
ครับ สมาชิกที่วิ่งมา ลงคะแนนพร้อมนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๑๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๗ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียงมี ๑ ท่าน
เดิมที่เรานับองค์ประชุมนั้น ๓๑๗ ท่าน ๒ ใน ๓ คือ ๒๑๒ ท่าน ๓๑๗ ท่านก็เกิน ๒ ใน ๓ เพราะฉะนั้นมติที่ประชุมเห็นด้วย ในการยกเว้นข้อบังคับข้อ ๘๘ วรรคสอง เพราะฉะนั้นประเด็นใดที่ไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น เราก็ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบ เชิญต่อไปครับ
ข้อ ๕ ไม่มีการแก้ไข ชื่อหมวด ๑ มาตรฐานทางจริยธรรม คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญครับคุณหมอ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการได้สงวนความเห็น ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน รบกวนสภาอีกครั้งเดียวครับมันเป็นมาตราต่อเนื่อง จริง ๆ ผมควรจะไป อภิปรายในมาตรา ๕ แต่ว่าในการแก้ไขของกรรมาธิการเป็นการแก้ไขในหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน ผมขออนุญาตใช้เวลาสภานิดเดียว ท่านประธานครับ เหตุที่ผมได้สงวนความเห็นเอาไว้บางส่วน ผมกราบเรียนในข้อ ๔ ไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ ผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมครับ ในการเสนอร่างข้อบังคับก็ดีหรือร่างกฎหมายก็ดี ในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการเสร็จแล้วและนำมาเสนอต่อสภาให้สภาพิจารณาเป็น รายมาตรา ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเองก็ไม่ได้ต้องการที่จะคัดง้างหรือไม่เห็นด้วย แต่ใด ๆ เพียงแต่ว่าสิ่งที่จำเป็นผมได้กราบเรียนไปคือร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎรเราที่ส่งไป ให้กรรมาธิการ กรรมาธิการก็ควรจะแนบมาให้ด้วย ผมฝากท่านประธานไปยัง ผบ. กลุ่มงาน ต่าง ๆ ก็แล้วกันครับ ผมไม่ได้กราบเรียนไปโทษท่านประธานกรรมาธิการหรือกรรมาธิการ อันนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายเลขานุการที่จะต้องแนบร่างร่างเดิมที่รับไป พร้อมกับร่างที่แก้ไขครับ ซึ่งมันเป็นไปตามข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเรา ข้อ ๑๒๗ ในการเสนอ ร่างในการพิจารณาในวาระ ๒ รายมาตราต้องแสดงร่างเดิมครับ ข้อบังคับเขียนไว้อย่างนั้น ต้องแสดงร่างเดิมและร่างแก้ไขเพิ่มเติม สิ่งที่ท่านประธานเห็นกรรมาธิการเสนอเข้ามาตรงนี้ คือร่างแก้ไขเพิ่มเติมครับ ที่มีการขีดฆ่าตัวร่างเดิมทั้งหมดและมีรายชื่อผู้สงวนความเห็นไว้ มีการแก้ไขในตัวร่างคือร่างแก้ไขเพิ่มเติม ไม่มีร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎรเราไป อ่านได้ครับ จากการที่เขาขีด ๆ แต่มันก็ลำบาก ครั้งต่อไปผมฝากท่านประธานได้กรุณาแจ้งท่าน ผอ. แล้วก็ ผบ.กลุ่มงาน ให้ยึดถือข้อบังคับอย่างเคร่งครัดด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ เพื่อนสมาชิกครับ จะได้พิจารณาควบคู่กันไป จริง ๆ ทำตารางเปรียบเทียบมาดี แต่เผอิญว่า ตารางเปรียบเทียบที่เสนอมาตรงนี้แทนที่จะเป็นร่างเดิมกลับเป็นประมวลจริยธรรม ปี ๒๕๕๓ เสมือนการยกร่างเลยครับ ถ้านำเสนอชั้นการยกร่างมานี่ผมจะไม่ว่าอะไร มันเป็นสิ่งที่เอามา เป็นส่วนที่อ้างอิงได้ อันนั้นฝากนะครับ ไม่ได้ตำหนิใด ๆ เพียงแต่ขอความสะดวกเท่านั้นเอง
เรื่องที่ ๒ ผมเองมีข้อห่วงใยในคำแปรญัตติผมได้นำเรียนไปแล้ว กรรมาธิการ ได้ชี้แจงแล้ว ผมเองถามว่าพอใจไหม ก็ฝากเป็นข้อสังเกตว่าตัวมาตรฐานจริยธรรมที่เราไปใช้ เป็นบัญชีแนบท้ายตีเป็นข้อบังคับได้หรือไม่ ถ้าท่านบอกว่าเป็นข้อบังคับผมก็ไม่ติดใจครับ เพราะเสียงข้างมากเป็นอย่างนั้น ถ้าสภาแห่งนี้รับว่าเป็นข้อบังคับด้วย ในข้อบังคับนี้นะครับ ไม่ใช่ข้อบังคับของศาล ของตุลาการ ต้องตีว่าเป็นข้อบังคับนี้ด้วย เพราะอะไรครับ นำเรียน ไปรอบแรกแล้วว่าการบังคับใช้ในมาตรา ๔๗ เราใช้คำว่า ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ก็หมายถึงข้อบังคับของเรา แล้วก็สอดรับกับมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เขาเขียนไปในข้อ ๒๗ ที่ผมอ่านไปแล้วว่าการบังคับใช้มาตรฐานจริยธรรมนี้ให้เป็นไปตาม ข้อบังคับของประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นมันต้อง อ้างไปตรงนั้น ถ้าจะกล่าวโทษแล้วการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมต้องกล่าวโทษต่อกรรมการ ของเราให้เป็นผู้พิจารณา ไม่ได้ไปกล่าวโทษต่อศาลต่ออะไร นั่นเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง
เรื่องที่ ๓ ผมมีความเป็นห่วงในการตัดออกและเพิ่มเติมเข้าไปมันมีผล ต่อการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงครับ ประเด็นอื่นผมไม่ติดใจครับ แต่การฝ่าฝืน มาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ถ้าท่านไปอ่านข้อบังคับ ข้อ ๔๗ มันจะต้องส่ง ป.ป.ช. จากสภาแห่งนี้และไปดำเนินการตามกฎหมาย สิ่งที่เติมเข้ามา ๑. มันสะท้อนให้เห็นว่า เพิ่มจำนวนข้อของความร้ายแรงในการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมขึ้นมา ผมยกตัวอย่างครับ ผมขออนุญาตต่อเนื่องนะท่านประธานครับ อภิปรายครั้งเดียวครับ เพราะมันเป็นเนื้อหา ต่อเนื่อง ข้อ ๒๗/๒ สมาชิกและกรรมาธิการต้องรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยโดยเคร่งครัด เหตุการณ์ที่มีการเสียบบัตรแทนกันโดนเลยนะครับข้อนี้ โดนเลยนะครับ ถ้ามีการร้องต่อกรรมาธิการ ร้องต่อกรรมการ แต่ในมาตรฐานจริยธรรม ท่านไปดูข้อ ๑ หรือข้อ ๑๐ ไม่ได้เขียนอย่างนี้ ไม่ได้เขียนอย่างนี้ครับ ท่านไปอ่านดูเลยครับ ในแต่ละข้อแจง ๆ มาไม่ได้เขียนอย่างนี้ ธำรงรักษาไว้ไล่ตั้งแต่ข้อ ๕ ไปถึงข้อ ๑๐ นี้ละครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน อย่างนี้นะครับท่านสมาชิกเราจะเดือดร้อนเพราะการฝ่าฝืน เรื่องบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมันร้องกันได้ง่ายมาก มันร้องกันได้ง่ายมาก อันนี้ผมตั้งข้อสังเกต ผมอาจจะผิดก็ได้ เรื่องต่อไปการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมใน ๖ ข้อของเขา ข้อ ๕ ถึงข้อ ๑๐ ถ้ามาดูในมาตรฐานจริยธรรมในประมวลจริยธรรมของเราที่กำหนดมา ๓ ข้อ ถามว่า ครอบคลุมมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นมาตรฐานจริยธรรมที่ร้ายแรงหรือไม่ เพราะหลักการใหญ่ ในรัฐธรรมนูญเขียนว่าต้องมีบทกำหนดว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วยนะครับ ผมไปดู ๓ ข้อนี้ แน่นอนครับ ข้อ ๒๗/๑ ครอบคลุมข้อ ๕ บางส่วน ข้อ ๖ บางส่วน บางส่วน ไม่ครอบคลุมนะครับ ไม่ครอบคลุมโดยเฉพาะเรื่องของการรักษาอธิปไตย รักษาเรื่องของ เอกราชอะไรต่าง ๆ เขียนไว้ในมาตรฐานจริยธรรม ข้อ ๖ จริยธรรมของตุลาการ ผมขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมยกตัวอย่างให้เลยครับ ข้อ ๖ ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบัน พระมหากษัตริย์ อันนี้เขียนครับมีบางส่วนอยู่ เอกราชอธิปไตยบูรณภาพแห่งอาณาเขต และเขตประเทศที่มีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ อันนี้เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญครับ ต้องสะท้อนเรื่องนี้ เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของประเทศชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผมถามว่าในประมวลจริยธรรม เราเอาข้อความเหล่านี้ไปเขียนไว้หรือไม่ แล้วกำหนดว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานอย่างรุนแรง หรือไม่ ร้ายแรงหรือไม่ ถ้าไม่กำหนดอย่างนั้นมันส่อว่าจะไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ผมไม่กล้าว่าจะขัดครับ ผมใช้ว่าเขียนไม่ครบมันไม่สอดคล้อง เวลากล่าวโทษมา ถ้าสมมุติบอกว่า ส.ส. ท่านนี้ไปประพฤติขัดความสงบเรียบร้อยของประชาชนมากล่าวโทษ ต่อกรรมการ กรรมการจะเอาข้อไหนไปใช้ครับ อันนี้ผมฝากไว้เป็นประเด็นทั้งบางส่วนเกิน บางส่วนขาดเพราะฉะนั้นผมเองด้วยความเคารพ ผมยกตัวอย่างครับ เรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้ เขียนไว้ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ของมาตรฐานจริยธรรมของเขา เขาเน้นเรื่องไม่ขอและไม่รับ ซึ่งผลประโยชน์ ถามว่าในของเราเขียนไว้ไหม อาจจะเขียนไว้บทท้าย ๆ ผมอ่านไม่หมดนะครับ แต่ว่าในของเขา เขาบอกว่าถ้าฝ่าฝืนถือว่ารุนแรงเลย ของเราต้องไปบอกว่าต้องดูพฤติการณ์ พฤติกรรมนั้นด้วยมันสอดคล้องกันหรือไม่ อันนี้เป็นข้อห่วงใย ผมขอจบคำอภิปรายของผม ผมก็จะกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ได้ติดใจครับ กรรมาธิการไม่ต้องลุกขึ้นมาชี้แจงใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะว่าเราใช้ข้อ ๘๘ แล้วมีการแก้ไข ไม่มีใครเห็นเป็นอื่นก็ถือว่าสภานี้เห็นชอบ ตั้งแต่ข้อ ๕ ไปถึงข้อ ๒๗ โน่นละครับ แม้กระทั่งใช้หมดทุกข้อในการพิจารณาครั้งนี้ก็ยังได้ เพราะว่าสภามีมติแล้วว่างดเว้น ข้อ ๘๘ ได้ ท่านประธานก็ดูว่าเขามีความเห็นเป็นอย่างอื่น ปุ๊บก็ถือว่าสภานี้เห็นชอบ เว้นแต่ว่าในวาระ ๓ เท่านั้นเองครับอาจจะต้องมาลงคะแนน ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
กรรมาธิการ นายแพทย์สุกิจ สั้น ๆ นะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม หมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการ สั้น ๆ ท่านประธานครับ คือถึงแม้ว่าคุณหมอชลน่านจะไม่ติดใจ แต่จะปล่อยผ่านให้มันคลุมเครือไปไม่ได้นะครับ ผมขอเรียนชี้แจงข้อ ๑ ของท่านคงเป็นเรื่อง ของฝ่ายเลขานุการที่จะปรับปรุงเรื่องของการนำเสนอต่อไปในโอกาสข้างหน้า ส่วนข้อ ๒ ผมได้ปรึกษาเรื่องนี้กับนักกฎหมายหลายท่านนะครับ แล้วในกรรมาธิการก็พูดเรื่องนี้กัน ยาวนานมากเกี่ยวกับเรื่องของบัญชีท้ายข้อบังคับว่าอันนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับหรือไม่ ทุกท่านยืนยันว่าบัญชีท้ายร่างข้อบังคับเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับ เพราะฉะนั้นสามารถนำมา บังคับใช้ได้คุณหมอครับ
ข้อ ๓ เรื่องบทลงโทษ มาตรา ๒๑๙ ได้บอกไว้แล้วว่าเราสามารถที่จะเพิ่มเติม อะไรก็ตามจากมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะฉะนั้นบางส่วน ที่เราเขียนเพิ่มเติมมาเกี่ยวกับบทลงโทษก็อาจจะมากกว่าของมาตรฐานทางจริยธรรม เพราะฉะนั้นเราเขียนไปก็ไม่ผิดครับ แต่ทีนี้ในเมื่อบัญชีท้ายร่างก็เป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับ เพราะฉะนั้นบทลงโทษเราก็แบ่งเป็น ๒ ส่วนอยู่แล้ว คือส่วนของมาตรฐานทางจริยธรรม ก็ว่ากันไปครับ อีกส่วนหนึ่งที่เราร่างขึ้นมาใหม่ที่เป็นของ ส.ส. โดยเฉพาะเราก็ว่ากันไปครับ ใครเป็นคนตัดสินเรื่องนี้ ผมเรียนตั้งแต่เบื้องต้นแล้วครับว่าเราให้อำนาจกับคณะกรรมการ จริยธรรมซึ่งจะตั้งขึ้นหลังจากข้อบังคับข้อนี้ผ่าน ส่วนข้อ ๔ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ข้อ ๒๗/๑ ข้อ ๒๗/๒ ข้อ ๒๗/๓ อันนี้เราถือว่าถ้าผิด ๓ ข้อนี้เป็นการผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามหน่วยงานของเราที่เราคิดว่าเป็นสถาบันที่มีเกียรติ มีศักดิ์ มีศรี เราก็เห็นว่าถ้าทำผิด ๓ ข้อนี้จะเป็นการผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ส่วนที่ท่านบอกว่าไม่ได้ครอบคลุมก็ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าตอนนี้การผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงในส่วนที่เป็นของมาตรฐานทางจริยธรรม ก็ยังใช้บังคับอยู่เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าครอบคลุมหมดทุกอย่างครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณทุกฝ่ายนะครับ ผมขออนุญาตครับว่าโดยที่ในข้อนี้หมวด ๑ มาตรฐานทางจริยธรรม กรรมาธิการตัดออก กรรมาธิการไม่สงวนความเห็น แต่เนื่องจากกรรมาธิการตัดออกก็ต้องถามที่ประชุมว่ามีใคร เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าเห็นชอบกับกรรมาธิการนะครับ ข้อนี้จะได้ผ่านไปครับ เลขาธิการต่อไปครับ
ชื่อ ส่วนที่ ๑ จริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
คุณหมอยังสงวนความเห็น หรือไม่ครับ ไม่สงวนความเห็นแล้วนะครับ มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามที่กรรมาธิการที่ตัดออกนะครับ ข้อต่อไปครับ
ข้อ ๖ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการตัดออก กรรมาธิการที่สงวนความเห็น ไม่สงวนความเห็นแล้วนะครับ ก็ต้องถามที่ประชุมว่ามีสมาชิก เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่น ก็ถือว่าเห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออกนะครับ เชิญครับ
ข้อ ๗ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้วครับ เพราะฉะนั้นสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีก็ถือว่าสมาชิก เห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออก เชิญต่อครับ
ข้อ ๘ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการที่สงวน ความเห็นไม่สงวนความเห็นแล้วครับ แต่เมื่อกรรมาธิการตัดออก สมาชิกจะมีความเห็น เป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๙ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้วครับ แต่โดยที่กรรมาธิการตัดออก ถือว่ามีการแก้ไข เพราะฉะนั้นก็ต้องขอถาม ที่ประชุมว่าสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าเห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๑๐ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
โดยที่กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้วครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องถามที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยตามที่กรรมาธิการ ตัดออกหรือไม่ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าสมาชิกเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๑๑ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๑๑ กรรมาธิการ ไม่สงวนความเห็นครับ แต่โดยที่กรรมาธิการตัดออก จึงต้องถามที่ประชุมว่าที่ประชุม จะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออก
ชื่อ ส่วนที่ ๒ จริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
โดยที่กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว ดังนั้นเมื่อกรรมาธิการแก้ไขคือตัดออก จึงต้องถามที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออกหรือไม่ ท่านมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๑๒ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๑๒ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการตัดออกคือแก้ไข จึงต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วย กับกรรมาธิการหรือไม่ ที่ประชุมนี้จะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับกรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๑๓ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๑๓ นี้กรรมาธิการ ไม่สงวนความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไข จึงต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ คือการตัดออก มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมมีความเห็นชอบกับกรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๑๔ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๑๔ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไขตัดออก จึงต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะมีความเห็น เป็นอย่างอื่นจากที่กรรมาธิการตัดออกหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออก
ข้อ ๑๕ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๑๕ กรรมาธิการ ขอแก้ไขคือตัดออก มีกรรมาธิการไม่สงวนความเห็นแล้ว ต้องขอมติว่าที่ประชุมจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออกหรือไม่ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๑๖ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๑๖ กรรมาธิการ ตัดออกคือแก้ไข กรรมาธิการไม่สงวนความเห็นแล้ว ดังนั้นก็ต้องขอมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออกหรือไม่ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๑๗ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๑๗ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการตัดออกคือแก้ไข จึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออกหรือไม่ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๑๘ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๑๘ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการตัดออกคือแก้ไข จึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออกหรือไม่ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๑๙ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๑๙ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้วครับ แต่โดยที่มีการตัดออกแก้ไขจึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบตามที่ กรรมาธิการตัดออกแก้ไขหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าที่ประชุมไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่นถือว่าเห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออก
ข้อ ๒๐ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๒๐ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออก จึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออกหรือไม่ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออก
ข้อ ๒๑ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๒๑ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออก จึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออกหรือไม่ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ชื่อส่วนที่ ๓ จริยธรรมทั่วไป คณะกรรมาธิการ ตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ส่วนที่ ๓ จริยธรรมทั่วไปนี้ กรรมาธิการไม่สงวนความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการตัดออกคือแก้ไข จึงต้องขอมติที่ประชุม จะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๒๒ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๒๒ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออก จึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการแก้ไขตัดออกหรือไม่ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออก
ข้อ ๒๓ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๒๓ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไขตัดออก จึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออกหรือไม่ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการตัดออก
ข้อ ๒๔ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๒๔ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออก จึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออกหรือไม่ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออกครับ
ข้อ ๒๕ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๒๕ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออก จึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออกหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
สมาชิกไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออกครับ
ข้อ ๒๖ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๒๖ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออก จึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการแก้ไขตัดออกหรือไม่ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไขตัดออกครับ
ข้อ ๒๗ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๒๗ กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นแล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออก จึงต้องถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่กรรมาธิการแก้ไขตัดออกหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไขครับ
ชื่อ หมวด ๑/๑ อุดมคติของการเป็นสมาชิก และกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
อันนี้เป็นเรื่องที่กรรมาธิการ เพิ่มขึ้นมาใหม่ก็ต้องขอถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม่ หรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น เชิญท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้เสนอแปรญัตติของตัดหมวด ๑ ออกทั้งหมด ตั้งแต่ข้อ ๖ ถึงข้อ ๒๗ ซึ่งกรรมาธิการเห็นชอบก็ตัดออกตามที่ผมเสนอ ทีนี้เมื่อ กรรมาธิการเพิ่มเข้ามาใหม่เป็นหมวด ๑/๑ กระผมคิดว่าน่าจะเป็นหมวด ๑ อย่างเดียว ไม่ต้องมี /๑ ปรึกษาท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่า ตัด ๑/๑ เป็นหมวด ๑ อย่างเดียว น่าจะถูกต้องกว่า
เจ้าหน้าที่จะไปดำเนินการ ปรับให้ ท่านสุทัศน์พอใจไหมครับ
พอใจครับผม
เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อนุรักษ์ จุรีมาศ ชาติไทยพัฒนา จากร้อยเอ็ด ผมขอสอบถามเฉย ๆ นะครับ ผมไม่ได้ติดใจ ผมขอสอบถามว่าที่ท่านเพิ่มเข้ามาตรงนี้ท่านใช้คำว่า อุดมคติ ซึ่งไม่มีคำว่า จริยธรรมเลย แล้วก็มีอยู่ ๓ ข้อ ในขณะที่บัญชีแนบท้ายของท่านที่ทางศาลเขาออกมา ตามรัฐธรรมนูญ ๒๑๙ วรรคแรกเป็นบัญชีแนบท้าย ใช้คำว่า อุดมการณ์ อันเป็นจริยธรรมหลัก ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะเป็นการผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ประเด็นผมสงสัยกรณีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ เป็นทั้ง ส.ส. เป็นทั้งรัฐมนตรี ถ้าเขาทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจะเข้า ตรงไหน จะเข้าบัญชีแนบท้ายหรือจะเข้าตามที่ท่านบอกอุดมคติ หรืออะไรของกรรมาธิการ เพราะอย่างนี้มันผิดร้ายแรง ปัญหาจะเกิดขึ้นหรือไม่ แล้วอย่างที่กรณีที่ถ้ากรณีผิดจริยธรรม อย่างร้ายแรงเสนอเรื่องไปหา ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนได้เลยโดยอาจจะไม่ผ่านคณะกรรมการก็ได้ เพราะฉะนั้นคำว่า อุดมคติ แต่ท่านไม่มีคำว่า จริยธรรม แต่ข้อสุดท้ายท่านบอกว่า ๓ ข้อนี้ ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพราะฉะนั้นปัญหาก็คือว่าอันหนึ่งก็อุดมการณ์ อันหนึ่งก็อุดมคติ ซึ่งไม่มีคำจำกัดความ มีอย่างเดียวคือบทลงโทษว่าผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงแต่ทางปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๖๐ ยกตัวอย่างง่าย ๆ รัฐมนตรีตามอนุ (๕) จะต้องไม่ผิดจริยธรรม อย่างร้ายแรง ผิดตรงไหนผิดตามอุดมคติหรือผิดตามอุดมการณ์ ผมขอสอบถามแค่นี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านประธานกรรมาธิการ เชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ถาม ความจริงประมวลจริยธรรม ที่ว่าด้วยอุดมคติหรืออุดมการณ์ก็อันเดียวกัน ถ้าผิดตามอุดมคติกับอุดมการณ์ก็ผิดด้วยกัน เพราะว่าอันเดียวกัน เพียงแต่ว่าถ้อยคำที่เขียนให้มันเหมาะสมกับของสภาผู้แทนราษฎร แต่จะไปใช้อันใดอันหนึ่งเหมือนกันครับ
ไม่ติดใจแล้วนะครับ ผมได้เรียนไปแล้วเมื่อสักครู่นี้โดยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ก็ได้ถามที่ประชุมแล้วนะครับว่า เมื่อไม่มีสมาชิกติดใจก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่กรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นใหม่ครับ ต่อไปครับ
ข้อ ๒๗/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการไม่สงวน ความเห็นในข้อ ๒๗/๑ แล้ว แต่โดยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่จึงต้องขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่หรือไม่ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบตามที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ครับ
ข้อ ๒๗/๒ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
สมาชิกมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าสมาชิกให้ความเห็นชอบตามที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ครับ
ข้อ ๒๗/๓ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
ข้อ ๒๗/๓ กรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าให้ความเห็นชอบตามที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ครับ
ชื่อหมวด ๒ จริยธรรมอันเกี่ยวกับ การปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
เชิญท่านสุทัศน์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อทาง ฝ่ายเลขานุการรับที่จะไปปรับปรุงหมวด ๑/๑ เป็นหมวด ๑ เดิมกระผมได้ขอแก้ไขหมวด ๒ เป็นหมวด ๑ จึงไม่มีความจำเป็น ไม่ติดใจครับ
ขอบคุณครับ ท่านสุทัศน์ ไม่ติดใจ ดังนั้นจึงไม่มีผู้สงวนคำแปรญัตติและไม่มีการแก้ไข เชิญครับ
ข้อ ๒๘ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น
ข้อ ๒๘ กรรมาธิการ ไม่สงวนความเห็นแล้ว แต่มีการแก้ไขจึงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการ แก้ไขหรือไม่ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุม ให้ความเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไข
ข้อ ๒๙ ไม่มีการแก้ไข
ผ่านนะครับ
ข้อ ๒๙/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
ข้อ ๒๙/๑ กรรมาธิการ เพิ่มขึ้นมาใหม่ก็ต้องขอถามมติที่ประชุมว่าจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม่ครับ
ข้อ ๓๐ คณะกรรมาธิการตัดออก
ข้อ ๓๐ คณะกรรมาธิการ ตัดออกก็คือแก้ไข ดังนั้นต้องขอถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไข ตัดออกหรือไม่ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่กรรมาธิการตัดออก
ข้อ ๓๑ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการ สงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ผ่านครับ
ข้อ ๓๒ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ผ่านครับ
ข้อ ๓๓ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ผ่านครับ
ข้อ ๓๔ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ผ่านครับ
ข้อ ๓๕ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ผ่านครับ
ข้อ ๓๖ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ผ่านครับ
ข้อ ๓๗ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ
ท่านสุทัศน์ยังติดใจไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุทัศน์ เงินหมื่น ข้อความที่กระผมขอแปรญัตตินั้นเป็นแต่เพียงการปรับปรุงข้อความ ให้ถูกต้องตามการจัดลำดับ กระผมไม่ติดใจครับ
ท่านสุทัศน์ไม่ติดใจ ไม่มีการแก้ไขครับ
ข้อ ๓๘ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ผู้แปรญัตติพอใจ
ข้อ ๓๙ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ
ผ่านครับ
ข้อ ๔๐ มีการแก้ไข
ข้อ ๔๐ มีการแก้ไข จึงต้องขอถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบตามที่มีการแก้ไขหรือไม่ สมาชิกมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่มีการแก้ไขครับ
ข้อ ๔๑ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ผ่านครับ
ชื่อหมวด ๓ การส่งเสริมและควบคุม ให้เป็นไปตามจริยธรรม ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ
ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อทางกรรมาธิการฝ่ายเลขา ได้ไปปรับหมวด ๑/๑ เป็นหมวด ๑ แล้วกระผมจึงไม่ติดใจที่จะแก้ไขหมวด ๓ เป็นหมวด ๒ คงไว้ ข้อความเดิม
ผู้แปรญัตติไม่ติดใจครับ ผ่านครับ
ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ (รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) ข้อ ๔๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ข้อที่ ๔๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น กรรมาธิการ เชิญนะครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ในฐานะกรรมาธิการ เนื่องจากข้อ ๔๒ เป็นข้อของที่มา ของบุคคลที่จะเป็นคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นหมวดที่สำคัญ ดังนั้น เนื่องจากสังคมไทยเป็นบริบทที่เราเริ่มเปิดกว้างแล้วก็มีเรื่องของความเสมอภาคทางเพศ ด้วยที่เรามีรัฐธรรมนูญได้รับรองในมาตรา ๒๗ วรรคสองและวรรคสาม เรื่องความเสมอภาค และการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมแล้ว ดังนั้นข้อนี้ใน (๗) และ (๘) สมาชิกจากพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและมิได้มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะมีโควตาจำนวน อย่างละ ๔ คน โดยกรรมาธิการเสียงข้างมากของเราได้มีการลงมติไว้ว่าจะต้องมีอย่างน้อย เป็นผู้หญิงจำนวน ๑ คนในตรงนี้ก็ผ่านมติแล้ว กรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นด้วยก็เป็น นิมิตหมายที่ดีของการที่เป็นเครื่องการันตีว่าจะมีผู้หญิงเข้ามาในสภาแล้วก็เป็นเรื่องของ ความเสมอภาคมากขึ้น ทีนี้ในส่วนของที่ดิฉันเองได้สงวนความคิดเห็นไว้ จะเป็นการเพิ่มเติม ว่าในส่วนของทั้งนี้การเลือกกรรมการตาม (๗) และ (๘) ต้องคำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศ ประกอบด้วยค่ะ ในส่วนของที่ดิฉันได้เสนอและสงวนความคิดเห็นไว้เพื่อเป็นการเปิดกว้างไว้ สำหรับเราไม่รู้ว่าอีกหน่อยในอนาคตก็จะได้เป็นโอกาสสำหรับเพศทางเลือก แล้วก็เป็นผู้หญิง มากขึ้นจึงขอสงวนเอาไว้ แต่ว่าไม่ได้ติดใจในกรรมาธิการที่ได้ลงมตินะคะ อันนี้เป็นเพียง กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่อยากจะเป็นประเด็นให้สังคมได้รับทราบว่านี่เป็นการจุดประกาย ในสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้หญิงของเราที่ได้ผลักดันเต็มที่ โดยที่ท่านเพชรดาว และท่านผ่องศรี ขออภัยที่ได้เอ่ยนามนะคะ ก็ได้มีการนำเสนอว่าอย่างน้อยต้องเป็นผู้หญิง จำนวน ๑ คนไว้ในข้อ (๗) และ (๘) แล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ไม่ติดใจสงวนคำแปรญัตติ ใช่ไหมครับ ไม่ติดใจใช่ไหมครับ
ไม่ติดใจค่ะ
ครับ เมื่อกรรมาธิการ ไม่ติดใจและไม่มีการแก้ไข เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพนะคะ ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดิฉันในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะคะ และขอเล่านิดหนึ่ง วันที่ลงคะแนนมีมติกันดิฉันได้เสนอว่าให้ตัดตรงส่วนข้อ ๗ ข้อ ๘ นี้ที่บอกว่าให้มีกรรมการ เป็นผู้หญิงอย่างน้อย ๑ คน ดิฉันขอเสนอให้ตัดออกค่ะ แล้วดิฉันคิดว่าน่าจะให้มีคำว่า ต้องคำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศประกอบด้วย หมายความว่าดิฉันรู้สึกว่าถ้าเรากำหนด ให้มีผู้หญิงอย่างน้อย ๑ คน ดิฉันคิดว่าเป็นการที่จะตีตราบทบาททางเพศหญิงเกินไปนะคะ เพศหญิงไม่ใช่มีดีเอ็นเอ (DNA) แค่เพศแม่และเพศเมียอย่างที่กล่าวกันนะคะ แล้วที่สำคัญ ผู้หญิงเป็นได้ทุกอย่างที่อยากเป็นนะคะ ดิฉันคิดว่าการที่กำหนดให้มีผู้หญิงอย่างน้อย ๑ คน เป็นการตีตราทางเพศเกินไปว่าผู้หญิงเข้ามาเพื่อจะมาดูส่วนที่ละเอียดอ่อนของทางด้าน คณะกรรมการซึ่งดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะ เพราะว่าผู้ชายก็สามารถดูแลส่วนที่ละเอียดอ่อน ผู้หญิงก็เช่นกัน ดิฉันคิดว่าปัจจุบันนี้ความเท่าเทียมทางเพศเป็นสิ่งสำคัญ และดิฉันคิดว่า ยิ่งตอนนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราก็มีดิฉันเป็นผู้แทนราษฎรผู้มีความหลากหลายทางเพศ ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย เพราะฉะนั้นการที่มีกำหนดไว้ว่าเป็นผู้หญิงอย่างน้อย ๑ คน มันเป็นการตีตรา เกินไปนะคะ ดิฉันคิดว่าเราสามารถเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งเพศชาย เพศหญิงแล้วก็มีผู้ความหลากหลายทางเพศ ไม่ใช่ว่าดิฉันจะไม่อยากเห็นผู้หญิง เข้ามาเป็นคณะกรรมการ ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันอยากเห็นทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และผู้มีความหลากหลาย ทางเพศเข้ามาเป็นคณะกรรมการจริยธรรมอยู่แล้วนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันคิดว่าในการที่จะ เลือกคณะกรรมการก็ต้องคำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศเป็นหลัก แล้วยิ่งตอนนี้เราจะมา กำหนดทุกคนด้วยบทบาททางเพศอย่างเดียวคงไม่ได้
๔๘/๑ เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้หรือทุกคนที่ถูกเลือกมาเป็นกรรมการรสนิยม ทางเพศเป็นเรื่องส่วนบุคคลแต่ความรู้ความสามารถของทุกคนต่างหากที่เป็นตัวตัดสินว่า ทุกคนสามารถที่จะเท่าเทียมกันและสามารถดำรงตำแหน่งคณะกรรมการจริยธรรมได้ ดิฉันคิดว่าทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร ดิฉันติดใจและอยากโหวตว่า ดิฉันจะขอตัดคำว่าเพศหญิงอย่างน้อย ๑ คนออก และใช้คำว่า ต้องคำนึงถึงความเท่าเทียม ทางเพศประกอบด้วย แทนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านธัญญ์วาริน ติดใจ ใช่หรือไม่ครับ
ใช่ค่ะ
เชิญท่านประธานครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ เพื่อเป็นการประหยัดเวลากรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ผมว่ามาตรานี้ เราแขวนไว้ก่อนได้หรือไม่ครับ เอาไว้โหวตตอนสุดท้าย แต่พอโหวตตอนนี้ก็จะจบเลยเผื่อว่า ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกจะได้เข้ามาเสียทีเดียว เป็นไปได้หรือไม่ครับท่านประธานครับ แขวนไว้ก่อนแล้วก็ค่อยโหวตตอนมาตราสุดท้ายครับ
ท่านประธานครับ บังเอิญ ในข้อบังคับการพิจารณาต้องเรียงไปตามลำดับมาตราเป็นข้อบังคับ ไปทำความเข้าใจ กับน้องธัญญ์วารินสักหน่อย เชิญท่านนิกรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นนี้ ในความเห็นของกรรมาธิการเราคุยกันเยอะแล้วก็เห็นด้วยอยู่ ผมเองที่จริงแล้วขอแปรญัตติ ไว้เสียด้วยซ้ำว่าจะขอเพิ่มคำว่า โดยพิจารณาเรื่องความหลากหลายทางเพศ เข้าไปด้วย แต่ว่าจริง ๆ แล้วอยากจะเรียนว่าการที่เอาผู้หญิงเข้ามาผมเป็นคนอภิปรายไว้เองว่าผมเอง เคยศึกษาเรื่องผู้หญิงตอนที่ศึกษาอยู่เกี่ยวกับเสรีภาพของผู้หญิงแล้วเราพบว่าในยุคหนึ่ง ผู้หญิงเองในสมัยสงครามโลกของประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ชายไปรบผู้หญิงก็ออกมาทำงาน ทุกอย่างแล้วก็พิสูจน์ว่าเขาทำได้ครับ พอผู้ชายกลับมาจากการรบตอนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ตรงนี้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเสรีภาพของผู้หญิง มีการรบกันอีกทหารผู้ชายไปรบ ผู้หญิงออกมาทำงาน ทีนี้ผู้หญิงไม่ยอมกลับคือมาทำหน้าที่ขับรถไฟเป็นตำรวจได้หมด ปัญหาในสังคมอเมริกันตอนนั้นมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างหนึ่ง คือผู้หญิงเขาเป็นการ์เดียนส์ ออฟ มอราลิตี (Guardians of morality) ก็คือเป็นคนดูแลเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมของสังคม พอผู้หญิงออกไปทำงานกันเสียหมดก็ไม่มีใครคอยดูแล ดังนั้นที่เราสงวนความเห็นไว้ตรงนี้ ก็คือที่โหวตกันอย่างอาจารย์ผ่องศรี ผู้หญิงในนัยนี้ที่ให้มีไม่ใช่เป็นการนับเพศ แต่เอามาดูในกรณี สมมุติว่ามีสมาชิกผู้ชายไปลวนลามผู้หญิง ต้องให้ผู้หญิงเป็นคนชี้ ดังนั้นผู้หญิงที่เอามาตรงนี้ เพื่อเอามาดูงานที่เป็นพิเศษของผู้หญิงเท่านั้น ไม่ได้เป็นการนับว่าต้องมีผู้หญิงคนหนึ่ง ดังนั้น ที่จะเขียนไว้เพื่อให้มีการพิจารณาโดยความหลากหลายทางเพศซึ่งตรงนี้แม้ว่าเราไม่มีอยู่ในนี้ ถ้าหากว่าท่านประธานเองในอนาคตไปตั้งแล้วไม่พิจารณาตรงนี้เป็นหลัก รัฐธรรมนูญก็กำหนด อยู่แล้ว คือรัฐธรรมนูญกำหนดว่าให้พิจารณาตรงส่วนนี้ด้วยอยู่แล้ว ดังนั้นในส่วนนี้แม้ว่าจะไม่มี ก็อยากจะฝากไว้ตรงนี้ว่าก็สามารถจะเป็นดุลยพินิจของประธานเท่านั้น คือเป็นการบอกว่า ให้พิจารณาตรงนี้ด้วยเท่านั้น ดังนั้นผมเห็นว่าถ้าเรารับทราบด้วยกันตรงนี้แล้วผู้หญิงที่มีตรงนี้ ไม่ใช่เป็นการล็อกผู้หญิงเอาไว้แต่ว่าเราต้องการจะใช้ความละเอียดอ่อนของผู้หญิงมาช่วย ดูแลเด็ก ดูแลอะไรพวกนี้ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษเท่านั้นเองไม่ใช่เป็นการนับนะครับ ก็เลยคิดว่า ถ้าหากผู้สงวนคำแปรญัตติจะยอมก็ฝากท่านประธานในกรณีที่จะมีการตั้ง ขอให้พิจารณา ตรงส่วนนี้ด้วยโดยการที่ว่าบังคับโดยรัฐธรรมนูญอยู่แล้วในส่วนนี้ก็นำเรียนว่าที่จริงแล้วแม้ว่า ไม่ยืนยันเข้าไป ผมเองจริง ๆ ขอแปรญัตติแต่ว่าในเมื่อห้องประชุมแห่งนี้เขาคิดไว้อย่างนี้ เราก็รับทราบด้วยกัน ผมก็เลยไม่อภิปรายเสีย ก็นำเรียนด้วยความเคารพและไม่ทราบว่าจะ ขอร้องผู้แปรญัตติได้หรือไม่ ขอบพระคุณครับ
ธัญญ์วารินยืนยันไหมครับ ถ้ายืนยันก็ต้องลงมติ
ขออนุญาตค่ะ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ในฐานะ กรรมาธิการ ก็จะขออนุญาตที่จะสงวนความเห็นในข้อ ๔๒ ตามที่ได้มีการพิจารณา อยู่ในขณะนี้ โดยดิฉันมีความเห็นว่าบรรทัดสุดท้ายก่อนถึงวรรคสุดท้ายเสนอให้มีการ เปลี่ยนแปลงคือต้องคำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งในความเห็นของดิฉันขออนุญาต กล่าวว่า เมื่อเราใช้ในลักษณะของประโยคนี้แล้วในข้อการระบุจำนวนไม่ว่าจะเป็นข้อ ๗ หรือข้อ ๘ ว่าอย่างน้อยต้องมีขั้นต่ำกี่คนนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป และที่สำคัญดิฉันเห็นว่า ผู้ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการโดยเฉพาะประธานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งหมายถึง ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั้นท่านย่อมมี วิจารณญาณที่จะพิจารณาอยู่แล้วในเรื่องนี้ เพราะเรื่องเพศเป็นเรื่องสากลเป็นเรื่องที่เรา ควรที่จะมองให้ไปไกลมากกว่าที่เราจะมาระบุแค่จำนวน หรือแค่มาบอกว่าต้องเป็นเพศนั้น เพศนี้เท่านั้น ดิฉันจึงมีความเห็นว่าในข้อนี้ก็ขออนุญาตที่จะสงวนความเห็นและมีการโหวต เพื่อที่จะขอมติจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ขอบคุณค่ะ
มีกรรมาธิการ ๒ ท่าน ที่สงวนคำแปรญัตติแล้วก็ยืนยัน เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียกพวกเรามาประชุม ตามพวกเรา มาหน่อยนะครับ คือมาตรา ๔๒ มีการแก้ไข แล้วก็มีกรรมาธิการสงวนความเห็นและ กรรมาธิการก็ยืนยัน ผมว่าถ้ากรรมาธิการยืนยันก็ต้องยอมเสียเวลาเพื่อลงมตินะครับ ไม่ใช่ไปแก้ปัญหาลวก ๆ ให้พ้น ๆ ไป
ขอหารือครับ คือถ้าหากว่าอย่างนี้ ท่านประธาน จริง ๆ แล้วตอนแก้ผมเรียนว่าเราเอาผู้หญิงเพิ่มเข้ามา ๑ คน แต่เราตัดคำว่า ความหลากหลายทางเพศ ออกไป ทีนี้ถ้าหากว่าจะคุยกับผู้สงวนความเห็นก็คือกรรมาธิการ มีอำนาจที่จะแก้ได้ เราก็เพิ่มไปตามที่ขอแปรญัตติคือเติมคำที่ขาดไป ก็คือความหลากหลาย ทางเพศเข้าไปและผู้หญิง ๑ คนก็ยืนไว้ ไม่ทราบว่าทางนี้จะยอมได้ไหม คือข้างล่างแก้ไม่ได้ ต้องโหวตอย่างเดียว แต่ตรงนี้ถ้ากรรมาธิการเราตกลงกันหมดแล้วก็เติม ไม่อย่างนั้นก็โหวต
ท่านประธานไม่เห็นด้วย ขอรบกวนพวกเรานะครับ เชิญคุณชำนาญครับ
ขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายสนับสนุนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานอนุญาตแล้วนะครับ ผม ชำนาญ จันทร์เรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมขออนุญาต อภิปรายเนื่องจากมีการแก้ไขครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในเรื่องที่จะให้ตัดใน (๗) กับ (๘) เพราะว่าในปัจจุบันนี้ตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล เขามองข้ามเพศกันไปแล้ว อีกอย่างหนึ่งเพศไม่ได้มีเฉพาะหญิงหรือชาย มีความหลากหลาย มากมายไปหมดนะครับ และที่สำคัญประเด็นที่ผมจะฝากให้พิจารณากรณีที่บอกว่าอย่างน้อย ต้องเป็นหญิงจำนวน ๑ คนนั้นก็อาจจะเป็นไปได้ ถ้าไม่มีละครับ ไม่มีใครประสงค์ที่จะมาเป็น หรือไม่เป็น ไม่อยากเป็น จะทำอย่างไรในประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนว่าขอให้ ตัดประโยคนี้ออกไปเลยนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญ ท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ ขอแก้ไขและเพิ่มเติมข้อความในข้อ ๔๒ ขอกราบเรียนว่าไม่ติดใจครับ
ท่านสุทัศน์ไม่ติดใจ เชิญสมาชิกเข้ามานะครับ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร เชิญคุณผ่องศรีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ผ่องศรี แซ่จึง ในฐานะกรรมาธิการ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เสนอญัตติให้มีจำนวนผู้หญิงใน (๗) และ (๘) อย่างน้อยวงเล็บละ ๑ คน เหตุผลที่ดิฉันมีความเห็นเช่นนั้นจากทุกท่านที่อภิปรายไป เมื่อสักครู่นี้ ท่านนิกร จำนง ขออภัยที่เอ่ยนามนะคะ แล้วก็ธณิกานต์ด้วยค่ะ เพราะดิฉันเชื่อ ในดุลยพินิจของท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็ยังคิดว่าการที่เราจะกำหนดสัดส่วน ผู้หญิงไว้ในตรงนี้น่าจะชัดเจน เพราะว่าในสภาผู้แทนราษฎรของเรานี้มีผู้หญิงถึงจะไม่มาก แต่ก็มีจำนวนหนึ่ง และเราก็ไม่รู้ว่าในอนาคตเราจะมีมากขึ้นหรือน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม เราก็มีตัวตนอยู่ตรงนี้ และดูจากทุกวงเล็บแล้วมันไม่มีช่องทางใดเลยที่จะมีผู้หญิง เช่น (๑) ประธานสภาผู้แทนราษฎร เราเคยมีผู้หญิงเพียงท่านเดียวที่เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร (๒) ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (๓) ผู้เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (๔) ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร อันนี้ยังพอมีความหวังแต่มืดมนเหมือนกัน (๕) ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล (๖) ประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรหรือว่าสมาชิกในคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมือง ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (๗) (๘) นี่มีจำนวน ๔ คน วงเล็บละ ๔ คน ๔ ท่าน มาจาก สมาชิกพรรคการเมืองที่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๔ คน โดยอย่างน้อยต้องเป็นหญิงจำนวนหนึ่งคน (๘) สมาชิกพรรคการเมืองที่มิได้มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวนสี่คนโดยอย่างน้อยต้องเป็นหญิงจำนวนหนึ่งคน จาก (๑)-(๘) นี้ มันพอจะมีความหวังว่าให้ผู้หญิงได้ปรากฏเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนอยู่ใน (๗) กับ (๘) ในข้อบังคับของปี ๒๕๕๓ ปรากฏผู้หญิงจำนวน ๒ คนชัดเจนมาก เพราะฉะนั้นตัวดิฉัน และคณะก็เลยหวังว่าอยากให้มีผู้หญิงที่เป็นจำนวนที่ชัดเจนเด่นชัดให้เห็นเป็นรูปธรรม อย่างน้อยก็จะมี (๗) ๑ คน (๘) ๑ คน เพราะเชื่อมั่นว่าในการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ เผื่อมีเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้น เราไม่ได้คิดว่าผู้ชายจะละเลยเรื่องของผู้หญิง เรื่องของเด็ก เรื่องสตรี เรื่องอะไรนี่เราเคารพในความคิดของท่าน เราเชื่อมั่นมาถึงวันนี้ทุกคนให้โอกาสผู้หญิง แต่อย่างไรก็ตามเราอยากเห็นตัวเลขที่เป็นตัวเลขชัดเจนที่เป็นรูปธรรมก็เลยเสนอญัตติตรงนี้ไว้ ขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาพิจารณาด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ ผมเรียนเหตุการณ์ตอนที่ท่านไปทานอาหารหรือว่าไม่อยู่ เราก็ไล่ไปทีละข้อ ๆ จนบัดนี้ถึงข้อ ๔๒ ครับ เหลืออีก ๗ ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่มีการแก้ไขมันคงจะจบได้ในเวลา ไม่นานนัก ข้ออื่น ๆ นั้นผู้แปรญัตติถอนคำแปรญัตติหมด แต่ว่าข้อ ๔๒ นายธัญญ์วารินกับ นางสาวเยาวลักษณ์ กรรมาธิการ ๒ ท่าน สงวนคำแปรญัตติและต้องการให้ลงมติ ดังนั้น ก็ต้องขอรบกวนพวกเรานะครับ แล้วหลังจากลงมติแล้วกรุณาอยู่สักพักหนึ่งเพราะว่าเมื่อถึง วาระ ๓ เราไม่อาจจะมีข้อยกเว้นได้ เราไม่อาจจะใช้การยกเว้นโดยไม่ลงมติได้ เพราะว่าวาระ ๓ ต้องลงมติครับ เพราะฉะนั้นอยู่สักพักหนึ่งแล้วก็ถึงวาระ ๓ ครับ ข้อ ๔๒ มีการแก้ไขและมีกรรมาธิการสงวน คำแปรญัตติ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าเราจะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไขหรือเห็นชอบตามที่ มีผู้สงวนความเห็น ผู้แปรญัตติท่านสุทัศน์ถอนไปแล้วนะครับ จะเห็นชอบตามที่มีกรรมาธิการ สงวนความเห็นหรือจะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการมีการแก้ไข ผมจะถามที่ประชุม แต่ว่า ขอนับองค์ประชุมก่อนนะครับ ที่ประชุมกรุณาแสดงตนนะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ตามพวกเรามาหน่อย ใครที่เข้ามาแล้วก็กรุณาแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ก็พร้อม ขอปิดการแสดงตน กรุณารายงานจำนวนองค์ประชุม จำนวนผู้เข้าประชุมขณะนี้ ๒๙๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ท่านสมาชิกกรุณา อีกครั้งหนึ่งนะครับ มติก็คือ ข้อ ๔๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น จึงต้องถามว่า จะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไขหรือจะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการสงวนความเห็นนะครับ ถ้าเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไขกรุณากด เห็นชอบ ถ้าเห็นชอบกับกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นก็กรุณากด ไม่เห็นชอบ นะครับ ถ้างดออกเสียงก็กด งดออกเสียง กรุณา ลงคะแนนครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม ทศพร หมายเลข ๑๓๙ ไม่เห็นด้วยครับ
๑๓๙ ไม่เห็นด้วยนะครับ อยู่ระหว่างลงคะแนน สมาชิกที่เพิ่งเข้ามาใหม่เชิญนะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ๒๔๕ ไม่เห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ
ครับ ขอปิดการลงคะแนน จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๑๔ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ๒๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕๗ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุมก็เห็นด้วยกับที่กรรมาธิการแก้ไข
ก็ผ่านข้อ ๔๒ ท่านสมาชิก อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ คิดว่าเดี๋ยวจะได้เข้าไปในวาระสุดท้าย เชิญต่อครับ
ข้อ ๔๓ ไม่มีการแก้ไข
ผ่านครับ
ไม่มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ไม่มี ผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ ข้อ ๔๔ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ ข้อ ๔๕ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ ข้อ ๔๖ มีการแก้ไข
ข้อ ๔๖ มีการแก้ไข ต้องถามความเห็นที่ประชุมว่าจะเห็นชอบตามที่มีการแก้ไขหรือไม่ สมาชิกมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าสมาชิกเห็นชอบตามที่มีการแก้ไขครับ
ข้อ ๔๗ มีการแก้ไข
ข้อ ๔๗ มีการแก้ไข ก็ต้อง ขอมติที่ประชุมเช่นเดียวกันว่าสมาชิกจะเห็นชอบตามที่มีการแก้ไขหรือไม่ สมาชิกมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามที่มีการแก้ไขครับ
ข้อ ๔๘ มีการแก้ไข ไม่มีผู้สงวนความเห็น ไม่มีกรรมาธิการขอสงวนคำแปรญัตติ
มีการแก้ไข แต่ไม่มีผู้สงวน ความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตตินะครับ เมื่อมีการแก้ไขก็ต้องถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบตามที่ มีการแก้ไขหรือไม่ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามที่มีการแก้ไขครับ
ข้อ ๔๙ มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
เมื่อมีการแก้ไขก็ต้องขอมติ ที่ประชุมครับว่าจะเห็นชอบตามที่มีการแก้ไขหรือไม่ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าเห็นชอบ ตามที่มีการแก้ไขครับ
บัญชีท้ายข้อบังคับ คณะกรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่
เมื่อคณะกรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่ก็ต้องขอความเห็นที่ประชุมว่าจะเห็นชอบบัญชีท้ายข้อบังคับตามที่กรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่หรือไม่ ท่านสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าสมาชิก เห็นชอบตามที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ครับ จบการพิจารณาข้อบังคับประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ นี่เป็นวาระ ๒ นะครับ วาระ ๓ ตอนนี้ไม่อาจจะ ใช้ข้อ ๘๘ ได้แล้วครับ ตอนนี้ก็ต้องขอมติที่ประชุมเป็นวาระ ๓ แต่ว่าก่อนที่จะถึงวาระ ๓ เราก็มีช่วงที่ปรับถ้อยคำได้ ถ้าสมาชิกเห็นว่าถ้อยคำใดหรือข้อความใดที่บกพร่องผิดพลาด ต้องการแก้ไขอย่างไรก็ใช้ช่วงโอกาสนี้ครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าสมาชิกไม่มีการแก้ไข ถ้อยคำหรือเปลี่ยนแปลงอะไร ถือว่าเราสามารถเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๓ พิจารณาในวาระ ๓ ได้ครับ วาระ ๓ ต้องขอที่ประชุมลงมติว่าจะเห็นชอบกับข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการหรือไม่ ผมขออนุญาตตรวจองค์ประชุมต่อ อีกครั้งนะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
สมาชิกแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมขณะนี้ ๓๐๐ ท่านครับ
ต่อไปนี้ผมขอถามมติ ท่านผู้ใดเห็นชอบข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ พ.ศ. .... กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
อยู่ในช่วงลงคะแนนครับ
เรียนท่านประธานครับ กระผม นายทศพร ๑๓๙ เห็นด้วยครับ
ครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ทุกท่านพร้อมขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๑๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วยกับ ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ....
ขอบพระคุณสมาชิก ทุกท่านครับ ขอบพระคุณกรรมาธิการทุกท่านเลยนะครับ อย่าเพิ่งกลับบ้านนะครับเรามีวาระต่อ ต่อไปเป็นวาระ
๔.๒ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและผลกระทบจากการบังคับใช้ พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนพิจารณาเสร็จแล้ว พ.ศ. ๒๕๖๒ และทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการได้พิจารณา แล้วเสร็จเห็นชอบให้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิกครับ พระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตราขึ้นมาเพื่อทดแทนการเก็บภาษีโรงเรือน และที่ดินและภาษี บำรุงท้องที่ โดยมีความมุ่งหวังให้มีการปรับปรุงฐานภาษีให้มีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงอัตราภาษีให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น กระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากที่ดิน มิใช่ปล่อยให้ที่ดินนั้นรกร้างว่างเปล่า หรือครอบครองเพื่อเก็งกำไร บีบให้นายทุนที่ถือครองที่ดิน จำนวนมากได้ปล่อยที่ดินออกมาและให้เป็นแหล่งรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สนับสนุนการเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง พระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการที่ดี มีวัตถุประสงค์ที่ดี ด้วยความหวังว่า จะมีการจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรม กระตุ้นให้เกิดการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ กลับมีผลกระทบในทางปฏิบัติตามมาจำนวนมาก จากรายงานการศึกษาขอคณะกรรมาธิการ พบว่า
ประการที่ ๑ บทบัญญัติในหลายเรื่องมีความไม่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น นิยาม ของคำว่า สิ่งปลูกสร้างในมาตรา ๕ หรือเรื่องของการกำหนดฐานภาษีที่ไม่ชัดเจน
ประการที่ ๒ การคำนวณภาษีอย่างไม่เป็นธรรม ยกตัวอย่างเช่น กรณีเหตุ ยกเว้นให้กับบ้านหลังแรกที่มีราคาไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท นั่นหมายความว่าบ้านหลังแรก ที่ราคา ๓-๔ ล้านบาท และบ้านหลังแรกที่ราคา ๔๙ ล้านบาท เกือบ ๕๐ ล้านบาท ก็ได้รับ การยกเว้นภาษีเช่นเดียวกัน
ประการที่ ๓ ผลกระทบต่อรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นตอนแรกมีความตั้งใจว่าจะมุ่งหวังให้ท้องถิ่นได้รายได้เพิ่มขึ้น ช่วงเริ่มต้นครับมีการประเมินกันว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน่าจะได้รายได้เพิ่มขึ้นปีละ ประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อประกาศใช้ไปมีการประเมินกันใหม่ครับ น่าจะเหลือ รายได้เพียง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งยอดรายได้นี้ใกล้เคียงกับสมัยที่เราเก็บเป็นภาษี โรงเรือนและที่ดิน นอกจากนั้นครับจากการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการได้เชิญผู้แทน จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการกระจายอำนาจ เกี่ยวกับเรื่องการปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ได้มาชี้แจง ทางกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นชี้แจงไว้ดังนี้ครับ เขาชี้แจงว่ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ ๑,๔๐๐ แห่งที่ได้รายได้เพิ่มขึ้นจากการเก็บภาษีตัวนี้ คิดเป็นเงินประมาณ ๑๑,๔๙๐ ล้านบาท ในขณะเดียวกันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓,๓๓๗ แห่งได้รายได้ลดลง คิดเป็นเงิน ประมาณ ๑๓,๒๑๘ ล้านบาท และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รายได้เท่าเดิมประมาณ ๒๙๔ แห่ง นั่นเท่ากับแสดงให้เห็นว่าหากใช้ภาษีตัวนี้ต่อไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะมีรายได้ลดลงอย่างชัดเจนครับ ในขณะเดียวกันเงินอุดหนุนที่ทางรัฐบาลได้ตระเตรียมไว้ หรือการจัดสรรปันส่วนเงินเพิ่มเติมโดยคณะกรรมการกระจายอำนาจ จากการสอบถาม ข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าไม่สามารถจัดได้ทันในปีนี้ ดังนั้นจึงส่งผลกระทบ ร้ายแรงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าปีนี้จะมีท้องถิ่นขนาดใหญ่หลายที่ขาดรายได้ตรงนี้ไป ในขณะเดียวกันเงินอุดหนุนก็เข้าไปสนับสนุนไม่เพียงพอ
จากเหตุผลทั้งหมดทำให้คณะอนุกรรมาธิการได้จัดทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมา และนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ โดยมีความเห็นครับว่าเสนอให้คณะรัฐมนตรีในฐานะ ฝ่ายบริหารจำเป็นที่จะต้องตราพระราชกำหนดขึ้นมาเพื่อชะลอการบังคับใช้พระราชบัญญัติ เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมให้มากกว่านี้ ผมขออนุญาต ยืนยันกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่นี่อีกครั้งหนึ่งว่าคณะกรรมาธิการไม่ได้มีจุดยืนที่จะ ไม่สนับสนุนการเก็บภาษีตัวนี้ เรายืนยันว่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นมีวัตถุประสงค์ที่ดี มีหลักการที่ถูกต้อง ต้องการเก็บฐานภาษีตัวใหม่ อัตราภาษีตัวใหม่ ต้องการลดการครอบครอง ที่ดินโดยไม่ใช้ประโยชน์ ต้องการเพิ่มรายได้ให้กับท้องถิ่นและจะได้การเก็บภาษีที่เป็นธรรม มากขึ้น ก้าวหน้ามากขึ้น ในทางปฏิบัติจากการศึกษาแล้วพบว่ามีปัญหา เราจึงทำข้อเสนอนี้ เข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตท่านประธานสภาครับ ขออนุญาตเรียน ให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้ชี้แจงเพิ่มเติมในฐานะเป็นคนรับผิดชอบศึกษาเรื่องนี้ครับ
เชิญประธาน อนุกรรมาธิการครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ทำหน้าที่ประธาน คณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปทบทวนและแก้ไขกฎหมายสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเพิ่มเติมจากสิ่งที่ท่านประธานปิยบุตรได้ให้ข้อมูลกับสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปแล้ว ถึงปัญหาผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่านประธานที่เคารพ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีแนวคิด มีหลักการที่ดีในการขยาย ฐานภาษีให้ครอบคลุมทั่วถึงและต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ให้นำมาใช้ประโยชน์ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เมื่อจะนำมาปฏิบัติกลับพบประเด็นปัญหา ในการบังคับใช้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ ถ้าไม่ชะลอการบังคับใช้และไม่ปรับปรุงให้เกิดความเป็นธรรมก็จะเกิดความสับสนและแตกตื่น ในหมู่ประชาชน เพราะเป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นมาใหม่โดยยกเลิกกฎหมายเดิม ก็คือภาษี บำรุงท้องที่ โรงเรือนและที่ดิน ท่านประธานที่เคารพครับ อนุกรรมาธิการได้รับเรื่องร้องเรียน จากประชาชน รวมทั้งปรากฏข่าวในสื่อสารมวลชนจำนวนมากว่าประชาชนและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากหากกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ อนุกรรมาธิการ จึงรับเรื่องร้องเรียนไว้พิจารณาศึกษา ซึ่งจากผลการศึกษาพบประเด็นปัญหาในการบังคับใช้ ซึ่งขออนุญาตที่จะสรุปเพิ่มเติมจากสิ่งที่ท่านประธานปิยบุตรได้ให้ข้อมูลกับท่านผู้ทรงเกียรติไป เมื่อสักครู่ก็คือ
๑. ความไม่พร้อมในการออกกฎหมายลำดับรองให้ทันกับการบังคับใช้ กฎหมายในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ จะเห็นได้จากเมื่อถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ซึ่งเป็น เวลาที่มีผลบังคับใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถออกกฎหมายลำดับรองมาใช้ได้ กระทรวงมหาดไทยจึงอาศัยอำนาจตามบทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ประกาศขยายเวลา การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามกำหนดเวลา ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๐๘.๓/ว ๗๔๗๕ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ขออนุญาตยกตัวอย่าง การเลื่อนการแจ้งประเมินภาษีจากเดือนกุมภาพันธ์เป็นภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ และเลื่อนการชำระภาษีจากเดือนเมษายนเป็นเดือนสิงหาคม ๒๕๖๓ เป็นต้น
๒. จากการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลกับอนุกรรมาธิการพบว่า มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกกว่า ๒,๐๐๐ แห่งยังไม่ส่งข้อมูลมายังส่วนกลาง ซึ่งแสดงถึง ความไม่พร้อมของหน่วยจัดเก็บภาษี ถ้าจะพร้อมก็อาจจะพร้อมแบบลวก ๆ ซึ่งจะเป็นโทษ แก่ประชาชนผู้เสียภาษีมากกว่า
๓. ผลกระทบต่อประชาชน เทศบาลนครแหลมฉบังได้จัดทำข้อมูลประมาณการ เปรียบเทียบภาระภาษีประชาชนที่มีที่ดินอยู่ในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ขอยกตัวอย่าง จำนวน ๒ ราย ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อครับ ประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า ภาระภาษีบำรุงท้องที่ ในปี ๒๕๖๒ จำนวน ๑,๐๔๑ บาท แต่ภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี ๒๕๖๓ จำนวน ๑๓,๔๖๒ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า ๑๐ เท่า ยกตัวอย่างรายที่ ๒ ประเภทที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมที่ว่างเปล่าที่จอดรถ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑,๑๗๑ บาท เมื่อปรับมาเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ภาระเพิ่มขึ้นเป็น ๑๖,๑๙๙ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า ๑๐ เท่า ผลกระทบในประการต่อมาก็คือกระทบต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การประเมินภาษี ตามหลักการ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดน้อยลงอย่างมาก ขอยกตัวอย่างถ้าท่านผู้ทรงเกียรติได้เปิด รายงานในภาคผนวกจะพบว่ากรุงเทพฯ เขต ๕๐ เขต รายได้ลดลงกว่า ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท เทศบาลนครแหลมฉบังลดลงกว่า ๒๐๐ ล้านบาท รายได้จัดเก็บที่ลดลงดังกล่าวกระทบกับ แผนพัฒนาท้องถิ่นอย่างยิ่ง ผู้แทนกระทรวงการคลังที่มาชี้แจงแจ้งว่าสามารถนำเงินภาษี ที่เก็บจากทั่วประเทศมาทดแทนได้ เมื่อได้ซักถามถึงกระบวนการจะต้องไปผ่านคณะกรรมการ กระจายอำนาจ วงรอบการจัดสรรงบประมาณจะช้าลงไปอีก ๑ ปี ทำให้สร้างความตระหนก ความหวั่นไหวอย่างรุนแรงกับท้องถิ่นที่เขาเคยจัดเก็บภาษีได้ในพื้นที่ของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างผลกระทบอีกมากมาย ซึ่งกรรมาธิการได้นำมาบันทึกไว้ในรายงานผลการศึกษา ของคณะกรรมาธิการได้ศึกษาไว้แล้ว กระผมจึงขออนุญาตไม่นำมากล่าวทั้งหมดเพื่อเป็น การประหยัดเวลา ท่านประธานที่เคารพ ในประการที่ ๕ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา คือเมื่อ ๒ วันที่แล้วนี้เอง ได้มีพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งกรรมาธิการได้เห็นพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ต่อเมื่อรายงานได้เสนอต่อสภาแล้วมีสาระดังนี้ ลดภาษีในอัตราร้อยละ ๕๐ สำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุด ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของ โรงผลิตไฟฟ้าและโรงผลิตไฟฟ้าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นเขื่อนและเกี่ยวเนื่องกับเขื่อน ลดภาษีในอัตราร้อยละ ๙๐ ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่รอการขายของสถาบันการเงิน โครงการ จัดสรรที่ดิน อาคารชุด ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม มีข้อสังเกตว่าการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง ๕๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๙๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ในขณะที่กฎหมายฉบับนี้ยังไม่ประกาศบังคับใช้เพราะมีการขยายเวลาออกไป ซึ่งแสดงถึง ความไม่พร้อม ไม่สมบูรณ์ของกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ
ประการที่ ๖ เป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาของประเทศในปัจจุบันนี้คือปัญหา เศรษฐกิจปากท้อง มีการสำรวจโดยโพลล์ (Poll) ไม่ว่าจะสำนักใดครั้งใดปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องจะเป็นปัญหาลำดับหนึ่งทุกครั้ง ยิ่งในปีนี้กำลังมีปัญหาภัยแล้งมากระหน่ำซ้ำเติมอีก นอกเหนือจากปัญหาสินค้าเกษตรซึ่งพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่กำลังประสบอยู่ว่าไม่เป็นราคา หรือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำที่ชาวบ้านกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ชาวบ้านไม่มีแม้กระทั่ง ค่าเทอมลูก ปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นมากมาย ดังนั้นกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ฉบับนี้จึงน่าจะออกมาไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา ไม่ถูกกับสถานการณ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความไม่พร้อมของการออกกฎหมายลำดับรอง ด้วยผลกระทบที่มีต่อประชาชนและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการจึงเสนอข้อสังเกตสรุปได้ดังนี้ เห็นสมควรที่จะ มีการให้ฝ่ายบริหารชะลอการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ออกไป โดยการตราพระราชกำหนดตามมาตรา ๑๗๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในขณะเดียวกันก็ให้นำกฎหมายภาษีบำรุงท้องที่กฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดินมาบังคับใช้ ไปพลางก่อน ขออนุญาตสรุปรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ เรียนท่านผู้ทรงเกียรติ ได้รับทราบในชั้นแรกเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน
ต่อไป เชิญท่านสมาชิกที่สนใจจะแสดงความคิดเห็นได้อภิปรายนะครับ ท่านแรกท่านผ่องศรี แซ่จึง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันเอง ได้ศึกษาพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี ๒๕๖๒ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคมซึ่งจะมีผลบังคับใช้แล้วก็มีปัญหา ท่านกรรมาธิการได้สรุปให้ฟังเมื่อสักครู่ ดิฉันรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน มันมีข่าวออกมา ตั้งนานแล้วพี่น้องประชาชนสับสน แล้วก็วิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะต้องเสียภาษีบ้าน ภาษีที่ดิน ซึ่งเขาก็ไม่ได้รู้รายละเอียดว่ามันจะเป็นอย่างไร ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน เพราะฉะนั้น ความวิตกกังวลนี้มันส่งผลไปเยอะแยะเลยค่ะท่านประธาน
อันที่ ๑ ที่ดิฉันได้สังเกตก็คือมีการออกกฎหมายฉบับนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แก้ไขเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรง เป็น พ.ร.บ. ส่งเสริมสัมพันธ์ภาพ ในครอบครัวอะไรประมาณนั้นนะคะ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายฉบับนั้นพอจะประกาศ ใช้แล้วก็ประกาศใช้ไม่ได้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งพอประกาศใช้แล้วก็ประกาศใช้ไม่ได้ต้องเป็นพระราชกำหนดมาขยายเวลา ออกไป อันนี้ก็เป็นฉบับที่ ๒ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสังเกตว่าในการออกพระราชบัญญัติทางรัฐบาล ไม่ได้ดูแล ไม่ได้มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่คะว่าเมื่อออกมาแล้วมันจะมีผลอย่างไร และจุดประสงค์ในการออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คืออยากจะใช้ประโยชน์จากที่ดินว่างเปล่า อะไรพวกนี้เหมือนพี่น้องดิฉันเข้าใจว่ารัฐบาลต้องหาเงิน รัฐบาลไม่มีเงินแล้วก็จะต้องมา เก็บภาษีจากบ้านเรือนของชาวบ้าน จากที่เขาซึ่งก็ไม่รู้หรอกว่าที่ดินขนาดไหน บ้านขนาดไหน ที่จะต้องเสียภาษี อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่อยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันกังวลมากก็คือ พี่น้องประชาชนเขารู้สึกว่าตอนนี้เขาแย่มากค่ะ เขาแย่จริง ๆ เหมือนซ้ำเติมพี่น้องประชาชน ทั้งท่วมบางส่วน ทั้งแล้ง เศรษฐกิจตกต่ำมาก หาเงินฝืดเคืองมากเลยค่ะ ผลผลิตทางการเกษตร ได้น้อยแล้วก็ยังไม่มีราคาอีก ฝุ่นพิษอีก ไม่รู้อนาคตชีวิตมันจะเป็นอย่างไร หนี้สินไม่ต้องพูดถึง หนี้ภาคครัวเรือน แล้ววันนี้ก็บอกว่าจะเก็บภาษีบ้าน ภาษีที่ดินเพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ซ้ำเติม พี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องขยายเวลา ออกไปเพื่อเตรียมความพร้อม ซึ่งผลกระทบที่มีส่วนของพี่น้องประชาชน ส่วนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ตอนนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ พูดไปเมื่อสักครู่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าแห่งยังไม่เตรียมความพร้อมเลย ตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญ เป็นอย่างยิ่ง ผลกระทบตรงนี้ก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เคยเก็บภาษีได้ก็จะลดลง จำนวนมาก แต่ทีนี้มันจะไปกระทบกับแผนที่เขาจะพัฒนาท้องถิ่นของเขาที่เขาวางแผนไว้ว่า เขาจะทำโน่นนี่นั่น เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจริง ๆ แล้วก็คือต้องให้เงินเขาหลายอย่าง ที่เขาดำเนินการอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนภาระงาน เรื่องถนนหนทางเอย เรื่องแหล่งน้ำ เรื่องอะไรเขาไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะถ่ายโอนภาระงานแล้วก็ไม่ถ่ายโอนเงินให้เขา ให้แต่งาน ไม่ให้เงิน เขาเป็นคนที่จะดูแลพี่น้องใกล้ชิดที่สุดนะคะ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลถ้าใช้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นไม้เป็นมือ เสริมสิ่งที่เขาขาด เขาขาดเงินให้เงินเขาไป เขาขาดองค์ความรู้ให้เขาไป เขาจะได้ดูแลพี่น้องประชาชน เพราะว่า ความเป็นจริงก็คือรัฐบาลทุกชุดต้องการที่จะให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีมีสุขค่ะ ทุกรัฐบาลเลย ถ้าพี่น้องอยู่ดีมีสุขหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสไม่มีหนี้ไม่มีสินรัฐบาลก็ได้หน้าได้ตาและถือว่า ประสบความสำเร็จในการบริหารราชการ เพราะฉะนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงเป็นองค์กร ที่สำคัญมาก ถ้าจะเปรียบของสังคมดิฉันเปรียบเหมือนว่าสถาบันครอบครัวที่เป็นหน่วยที่เล็ก ที่สุดในสังคมแต่สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นในการบริหารจัดการดูแลพี่น้องประชาชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไม้เป็นมือของรัฐบาล แต่เมื่อมีการถ่ายโอนงานไปแล้วไม่ให้เงินเขา แล้วตรงนี้ภาษีที่เขาจะเก็บได้ก็ลดลง ลดลงอย่างมากเลย และอีกอย่างหนึ่งในการประกาศ ใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังไม่พร้อม เพราะมันมีรายละเอียดที่จะต้องเตรียมการเยอะค่ะ พี่น้องที่จะต้องเสียภาษีเขาก็จะต้องสำรวจว่ามีอะไรบ้าง รายละเอียดต่าง ๆ จะต้องทำบัญชี จะต้องแจ้งผู้ที่เสียภาษี แจ้งไปแล้วถ้าเขาสับสน เขาไม่เข้าใจ มันไม่ใช่ หรือเกิดความไม่แน่ใจ มันก็จะมีการตีกลับไปกลับมา มันจึงจะดำเนินการต่อได้ แล้วการตีความในกฎหมายก็ตลก ดิฉันอ่านฉบับรายงานของกรรมาธิการ อันนี้ดิฉันคิดว่ามันตลกมากเลย สวนสนุก ของเล่นอะไร ในสวนสนุกกับบ้านผีสิง มันมีคำว่า บ้านผีสิง แต่บ้านผีสิงมันก็เป็นของเล่นในสวนสนุกนะคะ แต่ว่าตีความคนละอย่าง อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เป็นเรื่องเงินที่จะต้องเก็บภาษีจากชาวบ้าน อะไรที่ไม่ชัดเจนไม่ควรดำเนินการ มันต้องชัดเจน และให้เขารู้สึกว่าเป็นธรรม เขาจึงจะมีความสุขในการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่เสนอไปว่าให้มีการชะลอไว้ โดยวิธีการอาจจะเหมือนกับ พระราชบัญญัติฉบับที่ดิฉันกล่าวไป กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงการคลังซึ่งมีกฎหมาย ลำดับรองหลายฉบับก็จะต้องรีบเร่ง อย่างไรก็ตามดิฉันเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องใช้แน่นอน แต่ก่อนที่จะใช้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมการให้ดี กระทรวง ๒ กระทรวงนี้ต้องรีบเร่งเลยค่ะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้ชัดเจนในตัวเนื้อหาสาระกับ กฎหมายฉบับนี้ เพราะเขาจะเป็นผู้ที่จะได้รับผลกระทบ เขาจะเป็นผู้ที่เสียภาษี สิ่งที่ดิฉัน กังวลอีกข้อหนึ่งก็คือในการศึกษานี้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล พี่น้องเราก็เข้าใจว่ารัฐบาลชุดนี้ส่งเสริมนายทุน ให้โอกาสผู้ประกอบการ ให้คนรวยรวยแล้วรวยอีก คนจนจนลง ๆ จนกระจาย จนจนหนี้สินภาคครัวเรือนเต็มไปหมด จะดำรงชีวิตกันอย่างไรก็ยังไม่รู้เลย เพราะว่าสถานะตอนนี้ย่ำแย่จริง ๆ พี่น้องดิฉันขายไก่ย่าง อยู่ในกรุงเทพฯ ต้องหยุดขายเพราะทำให้เกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กลับไปบ้าน ท่านประธานคะ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งเลย เพราะฉะนั้นดิฉันก็หวังว่ากฎหมาย ฉบับนี้จะต้องได้รับการเตรียมการที่ดี กับผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ หรือ ๒ กระทรวง ที่กล่าวไป องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องได้รับการการันตี (Guarantee) จะต้องได้รับ ความมั่นใจว่าเขาจะดูแลพี่น้องเขาได้เมื่อการเก็บภาษีลดลง เขาจะต้องได้ภาษีหรือได้เงิน จากส่วนไหนที่จะไปเติมเต็มในการที่จะบริหารจัดการความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชน เขาจะต้องได้รับความเชื่อมั่นและประชาชนทั่วไปจะต้องเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขาได้รับนั้นจะต้อง เป็นธรรม คงไม่ใช่ละค่ะที่จะให้เสียภาษีเท่า ๆ กัน คนรวย คนจน ที่ดินรกร้าง และตอนนี้ ก็มีการบอกกันต่อ ๆ เลยค่ะว่าไม่เป็นอะไรหรอกไปปลูกต้นมะม่วง ต้นอะไรไว้สักแปลงหนึ่ง ๕ ต้น ๖ ต้น ๑๐ ต้น ปลูกต้นมะนาวอะไรก็ได้ให้มันไม่รกร้างว่างเปล่า เห็นไหมคะท่านประธาน มันเป็นอะไรที่มันปลูกฝังสิ่งที่ไม่ดีไม่งามเพื่อที่จะให้หลีกพ้นจากสิ่งเหล่านี้ ดิฉันไม่สบายใจ ในฐานะว่าการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยเป็นเรื่องที่มันยากมากจริง ดิฉันอ่านกฎหมาย ฉบับนี้เมื่อคืน อ่านมาตรานี้เขาก็บอกว่าต้องไปดูมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ เราก็ต้องพลิกกลับไปดูในมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ ว่าอย่างไร แล้วมาตรา ๕ ว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นพวกเราเป็น ส.ส. แต่พี่น้องประชาชนดิฉันเข้าใจอย่างไร เพราะฉะนั้นการให้ พี่น้องประชาชนได้รับรู้อย่างชัดเจนโดยไม่มีข้อสงสัยเป็นเรื่องที่ต้องทำ ไม่อย่างนั้นมันจะเป็น ภาระมันจะเป็นความคับข้องใจ ดิฉันเกรงว่าจะมีคนฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น มีคนที่หนีปัญหาหนี้สิน หนีปัญหาพะรุงพะรังที่เกิดในภาวะเช่นนี้เพิ่มขึ้น ดิฉันเสียดายคนที่ฆ่าตัวตายทั้งครอบครัว บางคนเอาค้อน เอาไม้หน้าสามตีลูก ๒ คน ตีเมียแล้วก็ฆ่าตัวเองน่าเสียดายไหมกว่าเขาจะ เติบโตมาจนถึงวันนี้ เขามาตัดสินชีวิตเพราะหนี้สิน เพราะความไม่มั่นคงในการดำรงชีวิตอยู่ ขออย่าให้กฎหมายฉบับนี้เป็นอีกหนึ่งปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเลย ขออะไรที่จะทำได้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานเป็นไปด้วย ความเรียบร้อยให้ทุกคนมีความสุขตามสมควร ท่านประธานฝากท่านด้วยขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปผมขออนุญาตแจ้งล่วงหน้าท่านสมาชิกสัก ๓-๔ ท่าน เพื่อที่ท่านสมาชิกจะได้เตรียมตัว ต่อไปเป็นท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ท่านจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านชำนาญ จันทร์เรือง แล้วท่านวีระกร คำประกอบ ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย อันดับแรกเลยต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านได้กรุณาศึกษาเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าเรื่องของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มันเป็นเรื่องที่ประชาชนพูดถึงแล้วก็มีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากตลอดระยะเวลา ๔-๕ ปี ที่ผ่านมา แล้วก็มีความไม่มั่นใจในหลักเกณฑ์และมีความคลางแคลงสงสัยมาโดยตลอด ในส่วนตัวผมเองนั้นติดตามกฎหมายตัวนี้มาระยะหนึ่งแล้วก็มีความกังวลใจมาโดยตลอดว่า จริง ๆ แล้วกฎหมายตัวนี้ออกมามันจะถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของภาครัฐจริงหรือ ในโลกนี้ ระบบการหารายได้ของรัฐเป็นที่ทราบกันดีว่ารายได้ที่เข้ารัฐมากที่สุดมาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม รองลงมาในบางประเทศที่มีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีในหมวดนี้จะเป็นรายได้ ลำดับที่ ๒ ของเขา ในประเทศไทยยังไม่เคยมีการจัดเก็บภาษีลักษณะนี้พอเรามีการจัดเก็บ ภาษีลักษณะนี้คำถามที่ต้องถามก็คือรัฐอยากจะจัดเก็บภาษีเพื่อต้องการที่จะหารายได้ หรือต้องการที่จะเอาที่รกร้างว่างเปล่ากลับมาใช้ประโยชน์ เรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน เพราะถ้าท่าน บอกว่าท่านจะหารายได้ผมคิดว่ากฎเกณฑ์มันต้องเป็นธรรมแล้วก็ชัดเจนกว่านี้ แต่ท่านบอกว่า ท่านจะเอาที่ดินรกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ คำถามก็คือวันนี้ที่เราเห็นตามสื่อที่กลางเมือง ๑๐ ไร่ ปลูกมะนาวเต็มที่ ๑๐ ไร่ นี่คือการใช้ประโยชน์ที่รัฐอยากเห็นหรือ ถ้าเกิดคำตอบของท่าน คือใช่ ผมคิดว่าล้มเหลว ภาษีฉบับนี้ยังไม่มีความพร้อมในหลายประเด็น ท่านกรรมาธิการก็ได้ กรุณาให้ข้อสังเกตมาตรงมาก คือความไม่ชัดเจนของเรื่องกฎหมาย การบังคับใช้ การตีความ ซึ่งการตีความกฎหมายเราใช้ฉบับเดียวกันใช้ทั้งประเทศ แต่การตีความย่อมต่างกันสังคมเมือง ตีความอย่างหนึ่ง สังคมชนบทตีความอย่างหนึ่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีความแปลกแตกต่าง หลากหลายกันมาก หน่วยงานเก็บภาษีเป็นหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงานกำหนดราคาเป็น อีกหน่วยงานหนึ่ง ท่านให้ท้องถิ่นเก็บ ท่านให้กรมธนารักษ์เป็นคนประเมิน กรมธนารักษ์ ประเมินไม่แปลกถ้าวันนี้กรมธนารักษ์ไม่หารายได้ กรมธนารักษ์เขาประเมินที่ทรัพย์สิน ของหลวง เขาต้องประเมินสูง เพราะเวลาที่เขาจัดเก็บรายได้เขาจะได้จัดเก็บได้ในอัตราสูง แต่เกณฑ์นี้กลับเป็นเกณฑ์เดียวกันที่ใช้ทั้งภาครัฐและเอกชน ผมยกตัวอย่างครับ กรมธนารักษ์เขาจะจัดประเมินราคาที่ดินเขาจะประเมินจากราคาสุดท้ายที่มีคนซื้อ ผมได้คุย กับท่าน ส.ส. ราชบุรี ท่าน ส.ส. ราชบุรี บอกว่าแถวบ้านท่านคนกรุงเทพฯ มาซื้อที่ดินบอกว่า ไร่ละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท คนกรุงเทพฯ บอกถูกมาก แต่คนแถวราชบุรีบริเวณนั้นบอกว่าทำไม ซื้อแพงจัง แล้วราคาประเมินมันไปไกลแล้วนะครับ ในเมื่อสังคมเขายังเป็นสังคมชนบทอยู่ แล้วกฎหมายนี้จะเอามาบังคับใช้ทั่วประเทศ ผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรม กฎหมายฉบับนี้ทันที ที่ประกาศออกมาผู้คนตื่นตระหนกกันหมด นั่นแสดงให้เห็นว่าภาครัฐทำความเข้าใจ ทำการรับทราบกับประชาชนน้อยเกินไป มีความจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ของเรามากกว่านี้ เหตุเพราะอะไร เหตุเพราะประชาชนเขาจะไม่ทราบหรอกว่ากฎหมายใด จะมีผลกระทบกับชีวิตเขาบ้างจนกระทั่งเขาได้รับผลกระทบแล้ว ยกตัวอย่างกฎหมาย ลักษณะเดียวกันอย่างเช่นกฎหมายผังเมือง คนไปซื้อที่เขาบอกว่าเขาซื้อมาโดยชอบแต่เขา ไม่รู้หรอกว่าที่แปลงนั้นมันเป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง เขาจะรู้ก็ต่อเมื่อวันหนึ่งเขาจะเอาไป ใช้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชน และใช้เวลาสักพักหนึ่งจนเขาพ้นจากความตระหนกตกใจ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นอุปสรรค เป็นอุปสรรคต่อความเท่าเทียม ท่านประธานเคยสังเกตไหมว่ากฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ออกมา ไม่เคยมีรายใหญ่ออกมาโวยวาย ไม่เคยมีคนรวยออกมาบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่เป็นธรรมเลย ผมเคยไปฟังการบรรยายในหลักสูตรหนึ่ง ผู้ประกอบการรายใหญ่บอกว่ากฎหมายที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างออกมาไม่ต้องกลัว เรารอซื้อที่ถูกก็พอ นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นเลยว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ช่วยคนจน แต่คนที่สามารถประกอบธุรกิจจากที่ดินได้ต่างหากที่เขาจะ สามารถอยู่รอดได้ รายใหญ่อยู่ได้ แต่รายกลางและรายย่อยอยู่ไม่ได้ พรรคพวกกันเป็นข้าราชการ ชั้นผู้น้อยเขาเคยมาบอกผมว่า ท่าน ส.ส. ผมมีความรู้สึกว่ากฎหมายที่ออกมาช่วงหลัง ๆ เหมือนกับออกมารังแกคนชั้นกลาง และคนชั้นล่างเลย ผมก็ถามว่าทำไม เขายกตัวอย่าง เขาให้ฟัง เขาบอกว่าในอดีตพ่อแม่เขาเป็นข้าราชการ มีเงินเดือน มีเงินเหลือเริ่มเก็บหอมรอมริบ ไปฝากเงินดอกเบี้ยธนาคาร ๑ เปอร์เซ็นต์ ไปฝากเงินในธนาคารปรากฏว่าธนาคารรับประกัน เงินฝากไม่เกิน ๑ ล้านบาท เขาจำเป็นที่จะต้องไปลงทุน เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตเอาไปซื้อที่ วันหนึ่งพ่อแม่เกษียณได้เงินบำนาญ ลูกเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย สินทรัพย์ที่พ่อแม่เก็บ หอมรอมริบมากลายมาเป็นภาระของเขาที่เขาจะต้องมาจ่ายภาษี เช่นนี้มันเป็นธรรมหรือครับ กฎเกณฑ์นี้เป็นอุปสรรคต่อการค้าในโลกที่กำลังจะมาถึง วันนี้ท่านเห็นใช่ไหมครับ ธุรกิจที่เราเห็น หรือแม้กระทั่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยเราก็ยังพูดถึงเรื่องการให้ประชาชนเอาสินทรัพย์ ที่ตนเองมีมาหารายได้ เช่นธุรกิจแบบโฮมสเตย์ (Homestay) กฎหมายตัวนี้เป็นอุปสรรค ชัดเจน เพราะทันทีที่เขาครอบครองบ้านหลังที่ ๒ เขาจำเป็นจะต้องโดนภาระภาษี และภาระภาษี ที่เขาเสียนั้นไม่ได้เกิดจากค่าใช้จ่ายจริงด้วยซ้ำ เกิดจากการประเมิน ผมยกอีกตัวอย่างหนึ่ง ๒๐-๓๐ ปีที่แล้วสังคมเมืองในต่างจังหวัดกระจายออกตามริมทางรถไฟ ผู้คนพอมีเงินหน่อยก็ไป ซื้อตึกแถว ไปสร้างตึกแถวอยู่ในเมืองประกอบธุรกิจ วันนี้โลกมันเปลี่ยน ท่านไปดูครับ ตึกแถว ในเมืองกำลังจะตายหมดแล้วเพราะโลกเปลี่ยน ทุกวันนี้คนมีรถยนต์ใช้ เขาไม่จอดรถข้างทาง ลงไปซื้อของแล้วครับ แต่ราคาประเมินสูงขึ้นทุกวัน นั่นหมายความว่าธุรกิจของเขาขาลง แต่ภาระของเขาสูงขึ้น สูงขึ้นทุกวัน นั่นหมายความว่าธุรกิจของเขาขาลงครับ แต่ภาระของเขาสูงขึ้น ข้อสังเกตของกรรมาธิการ ยังมีอีกหลายข้อ แต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา ฉะนั้นท้ายที่สุดผมจึงต้องขอฝากความเห็นของ ท่านกรรมาธิการ ประเด็นสุดท้ายผมคิดว่าน่าจะเป็นทางออกของประเทศไทยท่านยกตัวอย่าง วิธีเก็บภาษีลักษณะนี้ในประเทศฝรั่งเศสที่บอกว่าเก็บภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในประเทศฝรั่งเศสนั้นเขาไม่ได้ประเมินเฉพาะจากราคาประเมิน แต่เขาประเมินจากรายได้ ของผู้ถือครองด้วย ผมคิดว่าการใช้กฎหมายลักษณะนี้ที่มีผลกระทบกับคนจำนวนมากไม่ควร เป็นการบังคับใช้กฎหมายเชิงเดี่ยว ควรจะเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่มีมิติแตกต่างหลากหลาย ออกไปโดยดูหลักของนิติรัฐและดูหลักการของวิถีชีวิตของประชาชนด้วย ฉะนั้นผมจึงขอฝาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่ารายงานการศึกษาพิจารณาปัญหาที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่มีประโยชน์ และจะสามารถช่วยบรรเทาความทุกข์ยากแล้วจะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศไทยได้อย่างแน่นอน จึงขอให้ทุกท่านช่วยกันรับไว้นะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย จะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายในเรื่องของรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหา และผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนกรรมาธิการจากทางคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ผมเองต้องเรียนว่าผมก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ผมไม่ได้อยู่ในอนุกรรมาธิการ ชุดนี้ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการหยิบประเด็นซึ่งโดนใจผมมากแล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนขึ้นมาศึกษาแล้ววันนี้เอามารายงานต่อสภา ต้องเรียนอย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้ว เป็นช่องทางปกติของสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าเป็นที่น่าแปลกที่สภาผู้แทนราษฎรเราไม่ค่อย ใช้ช่องทางนี้ในการที่จะนำเรื่องสู่สภา นั่นคือกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องต่าง ๆ แล้ว เมื่อศึกษาแล้วไม่ค่อยเอากลับมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ท่านได้เปิดมิติใหม่แล้ว ทางกรรมาธิการทุกท่าน ทุกฝ่าย ผมต้องกราบชื่นชมท่าน เปิดมิติใหม่ต่อสภาแห่งนี้ว่า เมื่อมีเรื่องที่เป็นประโยชน์ต้องนำเข้าสู่สภา เพื่อที่สภาจะได้นำไปใช้แล้วก็ส่งข้อสังเกต ของกรรมาธิการและสิ่งที่พวกเราอภิปรายกันไปให้ทางรัฐบาลได้นำไปใช้นะครับ
ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัตินี้ ต้องเรียนด้วยความเคารพว่ามันเป็นอีกหนึ่ง ในร่างพระราชบัญญัติหรือกฎหมายซึ่งเป็นความล้มเหลวของสภา ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อันนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพเลยว่า สนช. ในช่วงของการปฏิวัติรัฐประหารออกกฎหมายมา หลายฉบับและมีปัญหา อันนี้เป็นอีกหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้น ผมอาจจะต่างกับท่านประธาน กรรมาธิการที่บอกว่าท่านเห็นชอบกับเรื่องกฎหมายฉบับนี้ ผมเองเรียนเลยว่ากฎหมายฉบับนี้ ควรจะต้องยกเลิกทั้งฉบับและยกเว้น ผมเรียนอย่างนี้ครับ ในเรื่องของการจัดเก็บเงินภาษี รายได้ อันนี้ประเด็นแรกเอาคร่าว ๆ ก่อน เพราะเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้ว มันไปลด ในสิ่งซึ่งท้องถิ่นเขาควรจะได้ จากที่เขาเคยจะต้องได้รับภาษีบางแห่งเป็นพันล้านบาท บางแห่งหลายร้อยล้านบาท อบต. เทศบาลเล็ก ๆ ก็เป็นร้อยล้านบาทได้ เมื่อออก พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา เมื่อมีการคิดคำนวณใหม่สัดส่วนตามกฎหมายที่เขาจะได้โดยธรรม โดยสิทธิของเขา ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเป็นร้อยล้านบาท เมื่อเกิดขึ้นสิ่งที่จะเกิดก็คือทางรัฐบาลก็จะอุดหนุนเงิน ผ่านทางงบประมาณ ใช้ช่องทางที่เรียกว่าเงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อให้ยอดสัดส่วนการกระจาย รายได้ไปสู่ท้องถิ่นคงเดิม แต่เมื่ออุดหนุนทั่วไปกระบวนการพิจารณางบประมาณจะต่างกัน จากที่ท้องถิ่นสามารถมีอำนาจในการตัดสินใจแล้วก็จัดสรรงบประมาณตนเองก็จะกลับมา สู่สภา สภาก็จะเป็นคนคอยบอกว่าอะไรมีความเหมาะสม ไม่เหมาะสม รัฐบาลก็สามารถ ฝากนโยบายได้เป็นต้นว่างบประมาณส่วนนี้ขอฝากถนนท้องถิ่นละ ๒ เส้น เราก็เห็นมาแล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันทำให้กระบวนการในการกระจายอำนาจถดถอยอันนี้เป็นประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ กระบวนการในการทำกฎหมายฉบับนี้ผมต้องเรียนด้วยความเคารพ ขัดหลักการแล้วก็ขัดในสิ่งซึ่งควรจะเป็นในเรื่องของกระบวนการภาษีหลายข้อ ผมขออนุญาต ใช้ตัวอย่างประกอบแล้วก็นำเสนอต่อที่ประชุมว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร ประเด็นตัวอย่างแรก นโยบายนี้มีเรื่องของบ้านหลังหลักไม่เกิน ๕๐ ล้านไม่ต้องเสียภาษี อันนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ ชัดที่สุด เป็นต้นว่ามีคนรวยอยู่ ๑ คน มีบ้านอยู่ราคาประเมินออกมา ๔๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท ๑ หลังเขาไม่ต้องเสียภาษีตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ผมเป็นคนชั้นกลางทำงาน อยู่กลางกรุงเทพ ฯ ผมมีบ้านอยู่ชานเมือง บ้านผมราคา ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท บ้านหลังไม่เล็ก ไม่ใหญ่อยู่ไกลถึงบางนาโน่น ผมต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตัวเมืองทุกวันสุดท้ายตัดสินใจ กับครอบครัวว่าเราคงจะต้องซื้อคอนโดอยู่กลางเมืองแล้วล่ะเพื่อที่จะเดินทางไปทำงานง่าย ซื้อคอนโดสัก ๑ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ คนชั้นกลางคนนี้เสียภาษีบ้านหลังที่ ๒ ที่คอนโดครับ อันนี้คือการเลือกปฏิบัติทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เรื่องที่ ๒ ต้องเรียนอย่างนี้ มันเป็นภาษีที่แปลกมากเพราะว่าไม่ได้เก็บจากฐานรายได้ เก็บจากการประเมิน ประเมินว่า มูลค่าสินทรัพย์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้างที่ท่านมีอยู่ราคาเท่าไร ภาษีประเภทอื่นท่านต้องก่อเกิด รายได้ก่อนท่านถึงเสียภาษี เป็นต้นว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้นว่าภาษีรายได้ส่วนบุคคลเหล่านี้ คือเกิดรายได้ครับ ท่านสร้างมูลค่าขึ้นมาแล้วท่านถึงเสียภาษีตามมูลค่าที่เกิดขึ้นนั้น ในกรณีนี้ ยกตัวอย่างง่ายที่สุดครับ ผมกับเพื่อนผมมีพื้นที่ติดกัน ผมสร้างห้องแถว ๑๐ ห้อง เพื่อนผม ก็สร้างห้องแถว ๑๐ ห้องหน้าตาเหมือนกัน คิดราคาเช่าเหมือนกัน ห้องแถวของเพื่อนผม มีคนเช่าอยู่เต็มเลย ๑๐ ห้อง กับผมมีห้องแถว ๑๐ ห้องเช่นเดียวกันแต่โชคร้ายไม่มีคนมาเช่า มูลค่าทางภาษีที่ต้องเสียเท่ากัน นี่คือความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นจากภาษี ต่อมามีเพื่อนสมาชิก ได้กล่าวแล้ววันนี้มีพื้นที่ใจกลางเมือง ๑๐ กว่าไร่ ๒๐ ไร่ พื้นที่ไม่มากมูลค่า ๖,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปปลูกมะนาว ในขณะที่ผมเป็นคนจนเป็นคนมีเงินไม่มาก แต่ได้มรดกที่ดินอยู่ใจกลางเมือง จากพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ผมไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะไปนั่งปลูกมะนาวอย่างเขา ไม่มีเงินจะลงทุน เพราะผมหาเช้ากินค่ำ แต่ผมมีที่อยู่ใจกลางเมือง ที่ดินผมอาจจะ ๓๐-๔๐ ล้านบาท ที่ไร่เดียว สุดท้ายเมื่อไม่สามารถลงทุนทางการเกษตรอย่างเขาได้อย่างพวกคนรวยได้ สิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็ต้องแบ่งที่ขาย หรือไม่เช่นนั้นก็โดนบีบขายในราคาถูกให้กับนายทุน นี่คือตัวอย่าง ที่เกิดขึ้นได้ชัดเจน นี่คือความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นอกจากนั้น ฐานภาษีที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมอยู่ต่างจังหวัดผมมีที่ดินอยู่สัก ๑๐ ไร่ เมื่อก่อน ฐานภาษีผมอยู่ ๑,๐๐๐ บาท ด้วยร่างพระราชบัญญัตินี้โครงสร้างใหม่ผมเสียเท่าไรท่านรู้ไหม มีตัวอย่างอยู่ในที่กรรมาธิการท่านแสดงมานี่เห็นชัดเจนครับ จาก ๑,๐๐๐ กว่าบาท ผมเสีย ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาท นี่คือโครงสร้างภาษีที่เป็นภาระต่อที่พี่น้องประชาชน นอกจากนั้นยังมีการงดเว้นบางกรณี เป็นต้นว่ามาตรา ๘ ให้ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี ดูตัวอย่างที่ ๔ ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย ในอดีตร่างพระราชบัญญัติฉบับเก่าที่เราใช้กันมาตลอดนั้นในกรณีที่สภากาชาดเราไม่เก็บภาษี ถูกต้องครับ แต่ในกรณีที่สภากาชาดมีการให้เช่าต่อไปยังเอกชนเอกชนจะต้องเสียภาษี ในที่ดินและทรัพย์สินนั้น ๆ แต่ร่างพระราชบัญญัติใหม่นี้ยกเลิกทั้งหมด ถามว่าใครมีกำลัง ทุนทรัพย์ไปเช่าที่ของสภากาชาดไทย กทม. ไปถามสิครับ บริษัทใหญ่มูลค่าของตัวเงิน ที่ กทม. จะต้องเสียไปจากการนี้ไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการลดภาษีให้กับรายใหญ่ นี่คือการเอื้อทุนใหญ่ ท่านครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ความไม่พร้อมของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สุดท้ายเห็นได้ชัด ๑. ก็คือมีการเลื่อนการบังคับใช้โดยกระทรวงมหาดไทย ๒. เมื่อไม่ถึง หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการออกร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพวกเรา เห็นกันแล้ว ร่างพระราชบัญญัตินี้ก็คือออกมาแก้กฎหมายที่ออกมาเมื่อปี ๒๕๖๒ นี่ล่ะครับ แก้อย่างไรหลังจากเลื่อนการบังคับใช้มาแล้ว ลดราคาภาษีที่จะเก็บ บางกรณีลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ บางกรณีลด ๙๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนครับ ตัวเงินที่เป็นเป้าหมายการจัดเก็บของ ทางรัฐจะจัดเก็บภาษีในประเภทนี้ ๆ หายไปทันที แต่ในขณะเดียวกันความเหลื่อมล้ำปัญหา ที่ผมได้เล่ามาทั้งหมดก่อนหน้านี้ยังอยู่เพราะว่ากฎหมายยังบังคับใช้อยู่ กฎหมายบังคับใช้ แต่เงินไม่ได้ตามเป้า สรุปว่าเป้าหมายของการออกกฎหมายฉบับนี้คืออะไร คือจะต้องการ รายได้มากขึ้นเหรอ หรือต้องการให้พื้นที่ทั่วทุกตารางนิ้วทั่วประเทศไทยได้ทำการใช้ประโยชน์ ไปปลูกมะนาว ไปปลูกกล้วยหรือ ผมไม่เข้าใจ นี่คือปัญหาของการออกร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งไม่รัดกุม ไม่รอบคอบ วันนี้ถึงแม้จะมีร่างกฤษฎีกาในการลดอัตราภาษีเข้ามาแล้ว ผมต้อง กราบเรียนเลยว่าไม่เพียงพอ ผมยังยืนยันตามที่ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษามาว่าวันนี้ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องงดเว้นการบังคับใช้ ไปก่อนจนกว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้มีเวลาที่จะมาศึกษาในเรื่องของการออกกฎหมาย ใช้กระบวนการนิติบัญญัติของเราแก้ไขกฎหมายที่มีความรอบคอบรัดกุมและมีความเป็นธรรม กับพี่น้องประชาชนมากกว่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายเรื่องพระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ทางกรรมาธิการได้พิจารณาซึ่งเป็นกรรมาธิการสามัญที่พิจารณา เรื่องของกฎหมาย ผมได้อ่านรายงานปัญหาและผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งความเห็น ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของกรรมาธิการ ก็เน้นเรื่องของความเหลื่อมล้ำในการจัดเก็บภาษี ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญในการจัดเก็บภาษี ของทุกประเทศ เป็นหลักสากลครับท่านประธาน ผู้มีรายได้มากหรือผู้ที่มีฐานะต้องเสียภาษี มากกว่าผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ด้อยโอกาส อันนี้เป็นหลักการสากลอยู่แล้ว ซึ่งในรายงานของ กรรมาธิการก็ชี้ให้เห็นว่าคนรวยและคนจนนั้นต้องเสียภาษีทรัพย์สินเท่ากัน ในร่างกฎหมาย ที่เราได้ประกาศใช้แล้วก็ชะลอการบังคับใช้ไป ซึ่งผมก็ได้มาดูรายละเอียดของกฎหมายตรงนี้ ก็มีข้อดีครับท่านประธาน ข้อเสียก็มี ผมขออภิปรายสั้น ๆ ว่าข้อดี เดิมภาษีบำรุงท้องที่แล้วก็ ภาษีโรงเรือนและที่ดินนั้นต้องยอมรับว่าใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงานในการประเมินค่อนข้างสูง ความชัดเจนในการจัดเก็บภาษีนั้นก็มีความชัดเจนน้อย หลักเกณฑ์เพราะว่ากฎหมายที่ใช้อยู่ ในปัจจุบันนั้นล้าสมัย อันนี้ต้องยอมรับครับท่านประธานว่าการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน มีผลอย่างมาก เพราะอะไรครับ บางจุดตึกอาคารหลังเดียวกันเจ้าหน้าที่จัดเก็บต่างกัน ๓๐๐-๔๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นไปได้อย่างไรครับ การใช้โรงเรือนเหมือนกัน วัตถุประสงค์การใช้ โรงเรือนเหมือนกันแต่ดุลพินิจของเจ้าพนักงานจัดเก็บไม่เหมือนกัน ใครต่อรองภาษีกับ เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มากก็ได้การจัดเก็บภาษีนี่ได้ลดอัตราภาษีมาก ใครต่อรองน้อยก็เสียมาก อันนี้ถือว่าเป็นความล้าสมัยของกฎหมายภาษีบำรุงท้องที่แล้วก็ภาษีโรงเรือน และที่ดินที่เรา ใช้อยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้นการที่มี พ.ร.บ. ตัวนี้ก็จะสร้างความชัดเจนในการจัดเก็บภาษีให้กับทางผู้ที่ปฏิบัติ และผู้ที่จะเสียภาษี แต่สิ่งที่ผมเป็นกังวลครับท่านประธานก็คือฐานภาษี มูลค่าของภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างโดยคำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด ตามราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์ที่คณะกรรมการประจำจังหวัดกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ซึ่งกรมธนารักษ์และ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่จะส่งบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษี ตรงนี้มันอย่างไรครับท่านประธาน ตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ท่านประธาน เพราะว่าในอนาคตราคาประเมินมันเพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ไม่มีลดครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ราคาประเมินเพิ่มทุกปี ๆ แล้วถามว่าผู้ที่อยู่อาศัย และผู้ที่ทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ท่านประธานครับมันไม่เหมือน กับราคาประเมิน ราคาประเมินเพิ่มทุกปี แต่รายได้ของผู้เสียภาษีบางปีก็ขาดทุน บางปีก็ลดลง บางปีก็เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นไม่มีปัญหาครับ เพิ่มขึ้นผมคิดว่าพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้เสียภาษี พร้อมที่จะจ่ายอยู่แล้ว ถ้ารายได้เพิ่มขึ้นภาษีเพิ่มขึ้นก็จ่ายแต่ถ้าวันดีคืนดี ท่านประธานครับ ทำธุรกิจกำไรน้อยลงหรือขาดทุนแล้วเสียภาษีเพิ่มขึ้นจากราคาประเมินที่เพิ่มขึ้นตามกฎหมาย พ.ร.บ. สิ่งปลูกสร้างตัวนี้ครับ จะเป็นภาระให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ผมก็มาดูครับ ท่านประธานว่าแล้วการลด ยกเว้นและบรรเทาภาระภาษีนั้นมีไหม มีครับ ตามมาตรา ๕๕ กำหนดว่าการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภทเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความจำเป็น ทางเศรษฐกิจ สังคม เหตุการณ์ กิจการหรือสภาพแห่งท้องที่ไม่เกินร้อยละ ๙๐ ของภาษี ที่ต้องเสีย มีครับ กฎหมายเปิดช่องไว้ให้เจ้าพนักงานนั้นสามารถที่จะใช้ดุลพินิจได้ แต่ว่า ตรงนี้ก็ต้องผ่านคณะกรรมการที่เราได้จัดตั้งขึ้นซึ่งเป็นองค์ประกอบในแต่ละพื้นที่นะครับ ในกรุงเทพฯ ก็มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ในส่วนของ ต่างจังหวัดก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงธนารักษ์จังหวัด คลังจังหวัดก็ว่ากันไปในแต่ละพื้นที่ ถามว่าเวลามีปัญหาพี่น้องประชาชนไม่มีเงินหรือมีรายได้พอในการเสียภาษีที่เพิ่มขึ้นจาก การประเมินสิ่งปลูกสร้างโรงเรือนและที่ดินทุกปีที่เพิ่มขึ้น ถามว่าช่องทางตรงนี้จะมีความชัดเจน ให้กับพี่น้องอย่างไร แน่นอนครับ ผู้ด้อยโอกาสหรือผู้ที่มีรายได้น้อยช่องทางความเหลื่อมล้ำ ทางสังคมไม่มีทางที่เขาจะไปถึงไปยื่นข้อร้องเรียน เหมือนกับเวลาไปติดต่อสถานที่ราชการ ผู้ด้อยโอกาสหรือผู้มีรายได้น้อยก็จะถูกปิดกั้นโอกาสในการที่จะเข้าถึงความเป็นธรรมตรงนี้ ฉะนั้นกฎหมายตรงนี้ถึงแม้จะเปิดช่องไว้แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน ข้อดีของกฎหมายก็มีอย่างที่ ผมได้เรียนให้ท่านประธานทราบไปแล้วครับ แต่ข้อเสียก็ยังมี ผมเห็นด้วยที่จะมีการชะลอ การบังคับใช้กฎหมายตรงนี้ พ.ร.บ. สิ่งปลูกสร้าง แล้วก็ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตรงนี้ ออกไปก่อนเพื่อให้มีการพิจารณาแก้ไขจุดบกพร่องให้ดีขึ้นแล้วค่อยมาบังคับใช้กับพี่น้อง ประชาชนต่อไป จึงกราบเรียนท่านประธานสภาแห่งนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชำนาญ จันทร์เรือง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชำนาญ จันทร์เรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ แน่นอน พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี ๒๕๖๒ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เมื่อเป็นรายงาน การพิจารณาการศึกษาปัญหาและผลกระทบจากการบังคับใช้ ผมก็จะพูดเฉพาะปัญหา และผลกระทบนะครับ โดยแยกเป็นประเด็น ๆ ไปเพื่อความเข้าใจที่ง่ายนะครับ
ประเด็นแรกคือเรื่องของคำนิยาม คำนิยามใน พ.ร.บ. นี้ คำว่า ที่ดิน ความหมายกว้างมากนะครับ ที่ดิน หมายความว่า พื้นดินและให้หมายความรวมถึงพื้นที่ ที่เป็นภูเขาหรือที่มีแม่น้ำด้วย แต่ในแง่การปฏิบัติยาก จะต้องไปใช้คำนิยามตามพ.ร.บ. กฎหมายแพ่งบ้าง พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายที่ดินบ้าง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติจะต้องทำตามนั้น ในคำแนะนำคำบรรยายก็เช่นเดียวกันใช้อย่างนั้น คำว่า สิ่งปลูกสร้าง หมายความว่า โรงเรือน อาคาร ตึก หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ที่บุคคลอาจเข้า อยู่อาศัยหรือใช้สอยได้ หรือใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรม และให้หมายความรวมถึงห้องชุดหรือแพที่บุคคลอาจใช้อยู่อาศัยได้หรือที่มีไว้หาผลประโยชน์ด้วย แต่เวลาใช้จริงคำนิยามตามประเภทที่ธนารักษ์กำหนดไว้ทำให้ผู้ปฏิบัติสับสน คำนิยามที่ธนารักษ์ กำหนดไว้ไม่ครอบคลุมประเภทที่เคยเก็บภาษีทำให้เกิดช่องโหว่ของทรัพย์สินที่ภาษีเดิม เคยเสียภาษีตามภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง บางอย่างผู้รับผิดชอบออกกฎหมายกลับมาบอกว่า ไม่ต้องเสียภาษีอย่างเช่น เสารับส่งสัญญาณโทรศัพท์ โซล่าเซลล์ (Solar cell) ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า กังหันลมที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า เป็นต้น แต่มุมมองตีความคำนิยามของเจ้าหน้าที่จัดเก็บภาษี ไม่ตรงกันมีทั้งสิ่งปลูกสร้างที่มีทั้งถาวรและชั่วคราว แต่ใน พ.ร.บ. นี้ไม่มีคำว่า ชั่วคราว ที่สำคัญ อีกอันหนึ่งก็คือว่าคำนิยามเรื่องผู้เสียภาษี ในคำนิยามมาตรา ๕ ขัดกันกับมาตรา ๙ ของ พ.ร.บ. เดียวกัน เพราะในมาตรา ๙ กำหนดว่าผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษี เขียนต่างกันแล้วนะครับ ขึ้นมาอีกคำหนึ่งแต่หมายความถึงเจ้าของกับผู้ครอบครอง แต่ไม่กล่าวถึงผู้ครอบครองที่ดิน แถมยังออกกฎหมายรองยกเว้นภาษีตามข้อ ๑๐ ที่ดินที่มีกฎหมายกำหนดห้ามไม่ให้ทำประโยชน์ ซึ่งคำนี้ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่ดินเขตอุทยานแห่งชาติ ที่ดินเขตป่าชายเลน เขตปลอดภัยในราชการทหาร ที่ห้ามใช้ประโยชน์ตามคำพิพากษาได้รับ การยกเว้นการเก็บภาษีซึ่งขัดกับมาตรา ๕ อย่างชัดเจน
ประเด็นที่ ๒ คือทรัพย์สินที่ได้จากการยกเว้นภาษี ทรัพย์สินนี้มีการให้อภิสิทธิ์ แก่บางทรัพย์มากเกินไปเมื่อนำมาใช้เก็บภาษีจริง ๆ ยากต่อการปฏิบัติ เช่นทรัพย์สินของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐหรือในกิจการสาธารณะทั้งนี้โดยมิได้ใช้หาผลประโยชน์มีความคลุมเครือ คำว่า หน่วยงานของรัฐ เป็นคำที่เพิ่มมากจากภาษีเดิม ซึ่งทำให้ทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้รับการยกเว้นจากภาษีเดิมยกเว้นแต่ตอนนี้กลับออกมาเก็บ คำว่า โดยมิได้หาผลประโยชน์ เป็นคำนิยามที่ดีแต่ยากในการปฏิบัติ ในมาตรา ๘ ที่ได้รับ การยกเว้นไว้นอกจาก (๔) ที่ท่านจุลพันธ์พูดไว้แล้วของสภากาชาดที่สภากาชาดให้คนอื่นเช่า อะไรเยอะแยะไปหมดเลย ถ้าในความหมายนี้ก็ไม่ต้องเก็บ แล้วอีกอย่างหนึ่งทรัพย์สินตาม (๓) ทรัพย์สินที่เป็นของสถานทูตหรือสถานกงสุลของต่างประเทศ เดี๋ยวนี้สถานกงสุล สถานทูต ต่าง ๆ นิยมเช่าตึกเอกชนและเช่าราคาแพง ๆ ด้วยอันนี้ก็ไม่ต้องเสียภาษี การยกเว้นภาษี ประกอบการเกษตรตามมาตรา ๔๐ ณ เวลานี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องคำนิยามประกอบการ เกษตรหมายถึงอะไร การยกเว้นภาษีบ้านที่อยู่อาศัยตามมาตรา ๔๑ ณ เวลานี้ในเรื่องคำนิยาม คำว่า บ้าน คอนโด สิ่งปลูกสร้าง ที่เช่าอยู่อาศัยเสียภาษีเป็นที่อยู่อาศัยหรือเป็นประเภทอื่น ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงตามแรงกดดันของสังคมเดิมให้เก็บเป็นประเภทอื่นคือภาษีเริ่มต้น ร้อยละ ๐.๓ แต่เวลานี้ผมดูข่าวตามหนังสือพิมพ์เห็นว่าจะให้เป็นที่อยู่อาศัยอีกเริ่มต้นศูนย์ และ ๐.๒ ห่างกัน ๑๐ เท่านะครับ
ประเด็นที่ ๓ เรื่องการเก็บภาษีทั่ว ๆ ไป การกำหนดเจ้าหน้าที่เป็นผู้หาข้อมูล ทรัพย์สินเพื่อเก็บภาษีนี้เป็นอุปสรรคใหญ่ เพราะว่าแต่เดิมรอให้การจดแจ้งมาเฉย ๆ แต่นี่ต้องให้การสำรวจและเก็บภาษีที่ดิน อันเดิมมันง่ายเอกสารสิทธิที่มีโฉนดอะไรพวกนี้ มันหาง่ายมันมีอยู่ในสารบบอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันต้องเก็บภาษีที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิด้วย ยากต่อการปฏิบัติ หน่วยงานเล็ก ๆ อาจจะมีแค่เจ้าหน้าที่การเงินอยู่คนเดียว ช่างโยธา อยู่คนเดียว ซึ่งทำได้ยากและทำไม่ได้พูดกันตรง ๆ นะครับ ในหมวดของการประเมินภาษี ในการประเมินภาษี ภาษีนี้ พ.ร.บ. นี้ตัดอำนาจการประเมินย้อนหลังของเจ้าหน้าที่ออกไป จึงเป็นเหตุทำให้หากเจ้าหน้าที่ประเมินไม่ครบทุกรายหรือตีความกฎหมายผิดพลาดแล้ว จะทำให้ไม่สามารถประเมินภาษีย้อนหลังได้เลย เช่น ตีความว่าได้รับการยกเว้นตาม มาตรา ๔๐ เป็นที่ดินทางการเกษตรและจึงไม่แจ้งประเมิน หรือด้วยความเข้าใจผิดก็แล้วแต่ เราก็จะไม่สามารถแจ้งประเมินย้อนหลังได้เลยทำให้ผู้เสียภาษีไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งหาก ดูเจตนาในการออกกฎหมายการประเมินนี้ผู้ออกมีอคติครับ ในการจ้องเล่นงานเจ้าหน้าที่ มากเกินไป ผมไม่ได้อภิปรายเพื่อเอาใจเจ้าหน้าที่นะครับ แต่รู้สึกไม่มีความไว้วางใจเจ้าหน้าที่ ก็เลยทำให้กลายเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ไป ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วในทางปฏิบัติมันเป็น เรื่องยากที่จะประเมินให้ครบถ้วน ไม่ผิดพลาดเลยแม้แต่นิดเดียว มันเป็นไปไม่ได้นะครับ
ประเด็นที่ ๕ คือการกำหนดประเภททรัพย์สินที่เสียภาษี อันนี้ฟังช้า ๆ การกำหนดประเภทที่ดินสิ่งปลูกสร้างน้อยเกินไปนะครับ และมีการเขียนคำนิยามให้ปฏิบัติยาก และอาจเอื้อประโยชน์แก่คนบางกลุ่ม เช่น ตีความว่าบ้านอยู่อาศัยไม่ว่าจะสร้างด้วยวัสดุอะไร ก็ต้องเสียภาษีเท่ากัน ขอให้เป็นบ้านเสียทั้งนั้น ตีความว่าเช่าบ้านหรือคอนโดอยู่อาศัยเป็น ประเภทอยู่อาศัยอัตราภาษีเริ่มต้นที่ร้อยละ ๐.๐๒ แต่ธุรกิจโฮมสเตย์ (Homestay) ซึ่งเป็น รายได้ของประชาชนในชนบทกลับตีความเป็นประเภทอื่น ๆ อัตราภาษีเท่าไร รู้ไหมครับ ๐.๓ ห่างกัน ๑๐ เท่า คนจนกับคนรวยเสียภาษีเท่ากันไม่จริงแล้วนะครับ โรงงานไก่ขนาดใหญ่ของ ซีพี (CP) ขออนุญาตพาดพิงบุคคลภายนอกแต่ไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ กลับถูกตีความว่า เป็นโรงเรือนทางการเกษตร จริง ๆ ควรเสียภาษีเป็นประเภทอื่น เสียภาษีเริ่มต้นร้อยละ ๐.๓ แต่กลายเป็นเสียภาษีประเภทประกอบเกษตรกรรม อัตราภาษี ๐.๐๑ ห่างกัน ๓๐ เท่า ทั้ง ๆ ที่เป็นอุตสาหกรรมระดับหลายพันล้าน เอาล่ะปัญหาใหญ่ของคนมีสตางค์ทั้งหลาย ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ทำประโยชน์ เช่น บ้านปิดไว้เพื่อปล่อยขาย หากเป็นประชาชนทั่วไปก็ให้ เสียภาษีเต็มจำนวนเป็นประเภทไม่ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ อัตราภาษีเริ่มต้นร้อยละ ๐.๓ แต่ถ้าเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงินกลับได้ลดภาษีร้อยละ ๙๐ จากอัตราภาษี ที่ต้องเสีย อันนี้มาจากกฎกระทรวงนะครับ การลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๓ ยังไม่มีอยู่ในเล่มนี้ อันนี้เอื้อใครหรือเปล่าครับ
ประเด็นที่ ๖ อันยากอีกอันหนึ่งคือการหาราคาประเมินทรัพย์สินมีความยุ่งยาก และซับซ้อนในการประเมินทรัพย์สินเป็นอย่างมาก ต้องแยกให้ออกว่าเป็นที่ดินประเภทใด ตามกฎหมายที่ดินหรือกฎหมาย ส.ป.ก. หรือกฎหมายป่าไม้ แค่นี้ก็ยุ่งแล้วครับ ประเด็นที่ ๒ การหาราคาประเมินคือต้องแยกสิ่งปลูกสร้างประเภทใดตามบัญชีกรมธนารักษ์ซึ่งมีคำนิยาม ที่คลุมเครือ มีประเภททรัพย์สินไม่ครบถ้วนตามประเภทที่ต้องเก็บภาษี เจ้าหน้าที่จึงต้องมา ตีความว่าทรัพย์สินนี้เป็นห้างสรรพสินค้า ทรัพย์สินนี้เป็นโรงแรม ทรัพย์สินนี้เป็นโรงเลี้ยงสัตว์ หรือทรัพย์สินนี้เป็นโรงจอดรถ อันนี้คือคำนิยามอันที่ ๒ นะครับ อันที่ ๓ ก็คือว่าต้องดูพื้นที่ บางประเภท เช่น ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ที่ดินเป็นบ่อ ที่ดินตาบอด ที่ดินที่เสาไฟฟ้าแรงสูง ผ่านแปลงที่ดินนั้นต้องมีการไปดูรูปแปลงว่าเป็นรูปสี่เหลี่ยม เป็นสามเหลี่ยม เป็นวงกลม ต้องไปดูความลึกของที่ดิน ลึกมากเสียภาษีถูก ต้องวัดความลึกของบ่อ ต้องวัดรัศมีพื้นที่ เสาไฟฟ้าแรงสูง ลดภาษีตามขนาดของสายส่งไฟฟ้า ไม่ง่ายนะครับ ไม่ง่าย
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นของการหาราคาประเมินทรัพย์สิน ก็คือต้องหาอายุ สิ่งปลูกสร้างเพื่อมาหักค่าเสื่อมราคาสิ่งปลูกสร้างเพื่อกำหนดราคาประเมิน ซึ่งข้อเท็จจริง ยังไม่มีวิธีหาอายุสิ่งปลูกสร้างได้อย่างถูกต้องเลยนะครับ มีแต่ประมาณการหรือเชื่อจาก คำบอกเล่าของเจ้าของสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น ประเด็นสำคัญในปัญหาอันนี้ก็คือสิ่งปลูกสร้าง ในประเทศไทยของเราแทบจะไม่เคยมีหน่วยงานไหนเก็บข้อมูลไว้เลย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องออกสำรวจเอง ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินการสำรวจตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้คือ วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๒ นี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสำรวจได้สำเร็จในเวลาอันสั้น เพราะ อปท. ไม่มีบุคลากรมากพอและไม่มีความเชี่ยวชาญในการรังวัดที่ดิน เป็นเจ้าหน้าที่การเงินอย่างนี้ ไม่มีทางเลย แล้วสิ่งปลูกสร้างในประเทศไทยไม่เคยมีการกำหนดให้มีทะเบียนแห่งทรัพย์สิน เหมือนทะเบียนที่ดิน ทะเบียนรถ ทะเบียนปืน ทะเบียนวัว ควาย โคกระบือยังมี แต่ทะเบียน แห่งทรัพย์สินนั้นไม่มี เพราะฉะนั้นการที่จะได้ข้อมูลมาว่าใครเป็นเจ้าของนั้นไม่ง่ายนะครับ เช่นเป็นเจ้าบ้านก็คาดว่าเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างด้วย ซึ่งเจ้าของที่ดินก็คาดเป็นเจ้าของ สิ่งปลูกสร้างด้วย ซึ่งในทางกฎหมายไม่สามารถคาดเดาได้อย่างนั้นครับ เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง กับเจ้าของที่ดินอาจจะคนละเจ้าของกันก็ได้ครับ ประเภทสิ่งปลูกสร้างก็ไม่มีความชัดเจนว่า จะยึดหลักตามกฎหมายไหน จะเอาตามกฎหมาย พ.ร.บ. นี้ หรือจะเอากฎหมายของกรมธนารักษ์ หรือตามประมวลกฎหมายของการควบคุมอาคาร การเข้าสำรวจของเจ้าหน้าที่ แน่นอนครับ ไม่ว่าที่ไหนในโลกนี้ก็คือต้องมีปัญหากับผู้เสียภาษี และยิ่งไม่เข้าใจ คนไปประเมินก็ไม่เข้าใจ คนจะถูกประเมินก็ไม่เข้าใจก็กลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน
ประเด็นสุดท้ายครับ อัตราภาษี อันนี้หลายท่านพูดไปแล้ว ผมขอย้ำอีกที เพื่อความเข้าใจนะครับ ไหน ๆ พูดแล้วก็คือกฎหมายนี้อัตราภาษีถูก น่าจะเป็นข้อดี แต่ว่า มันถูกแล้วมันไม่ดีอย่างไร ไม่ดี อย่างเช่น ภาษีโรงเรือนคิดอัตราภาษีอยู่ที่ร้อยละ ๑๒.๕ ของราคาประเมินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือราคาค่าเช่า แต่ภาษีนี้คิดอัตราภาษี สูงสุดอยู่ที่ร้อยละ ๐.๐๑-๑.๒ คือลดอัตราภาษีตั้งแต่ ๑๐ เท่าจนถึง ๑๒๐ เท่า จึงทำให้เกิด การได้ประโยชน์เสียประโยชน์ขึ้นในทรัพย์สินที่จะต้องเสียภาษีในบางประเภท เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง เดิมการเก็บภาษีจากราคาประเมินขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. ค่าเช่าร้อยละ ๑๒.๕ แต่ภาษีใหม่เก็บราคาประเมินกรมธนารักษ์ เริ่มต้นที่ร้อยละ ๐.๓ ๐.๗ ทำให้กลุ่มผู้เสียภาษีนี้เสียภาษีถูกลงกว่าครึ่งหนึ่ง เอื้อคนรวย หรือเปล่าผมไม่ทราบนะครับ ทรัพย์สินประเภทบ้านที่อยู่อาศัยซึ่งเดิมถ้าหากพิสูจน์ได้ว่า เจ้าของอาศัยอยู่จริงไม่ไปเอาของที่ผู้อื่นมาอาศัยแทนไม่ว่าจะกี่หลังก็ตามก็จะได้รับ การยกเว้นภาษีทั้งสิ้น นิดเดียวครับไม่เกิน ๑ นาที หรือ ๒ นาที แต่ภาษีนี้ยกเว้นให้เฉพาะ บ้านหลังหลัก
ท่านสรุปด้วย ท่านใช้เวลา ๑๕ นาทีมากกว่าเพื่อน ท่านใช้เวลาเยอะแล้วนะครับ ท่านสรุปได้เลยครับ
ได้ครับ อีกนาทีเดียวครับ จึงทำให้กลุ่มนี้ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นจากไม่เคยเสียเลย เป็นต้องเสียในอัตราร้อยละ ๐.๒ หรือ ๐.๑ พูดง่าย ๆ ก็คือถ้ามีบ้านหลายหลังเสียเปรียบอย่างนั้นแล้วกันครับ โดยที่กล่าวมา ทั้งหมดนี้จึงเป็นอันว่าภาษีนี้มีปัญหา ถึงแม้ว่าโดยภาพรวมจะวิเคราะห์วิจัยกันว่าจะดีก็ตาม แต่ต้องแก้และต้องเลื่อนการบังคับใช้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีระกร คำประกอบ เชิญครับ ท่านวีระกร ยังเข้ามาไม่ทัน เชิญท่านซูการ์โน มะทา ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายรายงานพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและผลกระทบการบังคับใช้พระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนได้พิจารณาเสร็จแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ในฐานะที่ผมได้รับการแต่งตั้ง เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหาร ราชการรูปแบบพิเศษ ซึ่งเป็นกรรมาธิการสามัญประจำสภา แต่งตั้งเมื่อเดือนกันยายน สิ่งที่คณะกรรมาธิการได้รับการร้องเรียนมากที่สุดก็คือเรื่องร้องเรียนมาจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย หรือ อปท. หรือ อบจ. ท่านประธานครับ จากที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเหตุผลต่าง ๆ แล้วนั้น ในฐานะ ที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งก็อยากอภิปรายเพื่อชี้มุมมองที่อาจจะเป็น ประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้ ผมเลยไม่แน่ใจว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีความเร่งรีบในการออกกฎหมาย พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ด้วยเหตุผลประการใดหรือว่าอาจจะ เป็นด้วยที่ผ่านมาเราได้ใช้จ่ายเงินงบประมาณจำนวนมหาศาล จึงจำเป็นที่จะต้องออก กฎหมายพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อเก็บเป็นรายได้ให้กับรัฐบาล อันนี้ ก็อยากอภิปรายในส่วนของผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษก็คือว่าถ้าเราดู ซึ่งผมเชื่อว่า สภาแห่งนี้เพิ่งพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ หลาย ๆ อย่างที่เราเห็นชัดว่าจากแผนขั้นตอนของคณะกรรมการกระจายอำนาจกำหนดให้ ทางสำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ดูเสมือนว่าอัตราสัดส่วนร้อยละก็จะใกล้เคียงกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กำหนด โดยข้อเท็จจริง เนื่องจากว่าการกำหนดเป้าหมายในการจัดเก็บรายได้ตนเองของสำนักงบประมาณในแต่ละปี ที่กำหนดสูงมาก อย่างเช่น ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ก็กำหนดอยู่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งจากข้อเท็จจริงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วในจำนวน ๘,๐๐๐ กว่าองค์กรในทั่วประเทศก็จัดเก็บรายได้เงินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ไม่เกินร้อยละ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้สัดส่วนเงินรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นลดลง แล้วสำคัญที่สุดก็คือภารกิจ พันธกิจ หน้าที่ที่ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องมีความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่นั้นมีภารกิจเพิ่มขึ้น แต่ว่า เงินที่ได้รับการอุดหนุนหรือจัดสรรจากรัฐบาลก็มีจำนวนน้อย ดังนั้นทางคณะกรรมาธิการเรา ก็ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง โดยเฉพาะเรื่องการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เราก็ได้เรียนเชิญทางสำนักงบประมาณ ทางคณะกรรมการกระจายอำนาจ และตัวแทนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาให้ความรู้ความเข้าใจกับเรา ซึ่งสิ่งที่เรา ได้รับทราบจากที่เราได้เรียกตัวแทนของหน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการนั้น ก็ได้ข้อสรุปว่าการตั้งเป้าหมายในการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทาง สำนักงบประมาณได้ตั้งไว้สูงนั้นเกินขีดความสามารถที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะ เป็น อบจ. เทศบาล หรือ อบต. จะจัดเก็บได้ ส่วนที่เขามีความต่างอยู่เกือบปีละ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้เป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบมีความเดือดร้อนมาก ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ ของเราคือคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหาร ราชการรูปแบบพิเศษก็ได้สอบถามทางสำนักงบประมาณ เราก็ได้รับการยืนยันจากสำนักงบประมาณว่าในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บ รายได้เงินภาษีเองได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด ทางสำนักงบประมาณก็ได้ทำความเห็นถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าให้ทางรัฐบาลชดเชยในส่วนต่าง ที่เขาไม่ได้เก็บได้ตามเป้า แต่ว่าก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล อันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหาแล้วก็มีการร้องเรียนมาทางคณะกรรมาธิการ การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ท่านประธาน วันนี้ผมเชื่อว่าปัญหาการจัดเก็บรายได้หรือพระราชบัญญัติที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นพระราชบัญญัติที่ร่างขึ้นมาด้วยความอาจจะเร่งรีบ อาจจะไม่ได้ครอบคลุมเนื้อหา แล้วก็ ไม่ได้มองส่วนที่มีความเหลื่อมล้ำอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย หลายท่านให้เราได้ทราบว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าวันนี้สภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนกำลังประสบปัญหา เรื่องเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชนไม่ค่อยมีรายได้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ทั้งประเทศ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนซึ่งได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการที่จะให้ทางสภา แห่งนี้ได้ออกความเห็นนำเสนอต่อท่านประธานแล้วผ่านถึงรัฐบาลให้ชะลอพระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้วก็นำมาพิจารณาใหม่เพื่อให้มีความรอบคอบและเกิดประโยชน์ แล้วมีความยุติธรรม อย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนเพราะวันนี้ประเทศไทย มีความเหลื่อมล้ำสูงติดอันดับโลกอยู่แล้ว ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบพระคุณ ท่านซูการ์โนที่ช่วยประหยัดเวลา
มาแล้วครับ
ต่อไป เชิญท่านวีระกร คำประกอบ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ต้องขอบคุณทางท่านกรรมาธิการการกฎหมาย ซึ่งผมเรียกสั้น ๆ อย่างนั้น จริง ๆ ชื่อเต็มคือคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎรที่ได้พิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็รีบนำเข้ามาสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะข้อสังเกตของท่านที่ขอให้ชะลอไปก่อนนั้น ผมเห็นว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องอย่างที่สุด แต่ต้องบอกกับท่านประธานคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธาน ไปด้วยว่ายังน้อยเกินไป น่าจะร่างใหม่ทั้งฉบับเลย เอาอันนี้ไปแก้ไขใหม่แล้วส่งเข้ามาใหม่เลย เหตุเพราะว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๑. ไม่ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร การพิจารณานี้ไม่ได้ มีความรอบคอบ ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ และโดยเฉพาะ ไม่คำนึงถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจัดเก็บยังไม่ชัดเจน นอกจากไม่ชัดเจนกฎหมายรอง ไม่ออก อะไรต่อมิอะไรแล้ว ยังปรากฏว่าถ้าเก็บตามนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลาย จะมีรายได้ลดลง ยกตัวอย่างเช่น นั่งข้าง ๆ ผมเมื่อสักครู่ ท่านก็เล่าให้ฟังว่าของท่านมาบตาพุด ปัจจุบันเก็บได้ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ภาษีโรงเรือนแล้วภาษีที่ดินตามกฎหมายเดิม เขาจะเก็บได้ประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่จากการที่จะใช้พระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้ ลานจอด ตัวอะไรต่าง ๆ นี้ไม่ได้เก็บเลย เก็บแต่อาคารสำนักงาน ตัวอาคารโรงงาน ที่เป็นลานจอด ลานกอง ลานคัดแยก ลานอะไรต่อมิอะไรไม่ไปเก็บเขาเลย มาบตาพุดจะเหลือเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท จะลงไปเหลือเกินครึ่งอย่างนี้เป็นต้น แล้วมันแปลว่าอะไรครับ ก็แปลว่ากฎหมายฉบับนี้ออกโดยบุคลากรที่มีโรงงานหรืออย่างไร ออกเพื่อเอื้อประโยชน์กับพวกโรงงานหรืออย่างไร นี่เอาง่าย ๆ ท่านประธาน ขาดความรอบคอบ แต่ไปดูสิครับ ไม่อนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างเช่น อบต. จะพิจารณาจัดเก็บ ลดต่ำกว่าเกณฑ์หรือการประเมินของธนารักษ์ได้ทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ก็แปลว่าปีนี้แล้ง พื้นที่รกร้างว่างเปล่าเยอะมาก ปีหน้าไม่รู้ว่าจะแล้งอย่างนี้หรือเปล่า ทำการเกษตรก็ไม่ได้ เจออะไรครับท่านประธาน เจอภาษีอานสิครับ ประชาชนจะเอาสตางค์ที่ไหนมาเสียภาษี นี่ยกตัวอย่างให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าความไม่รอบคอบของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านได้กล่าวเรื่องอื่น ๆ ไปหมดแล้ว แน่นอนครับได้แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล ของพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ถือได้ว่า เป็นอะไรที่มันขาดความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ สมควรอย่างยิ่ง ที่จะต้องพิจารณากันใหม่ อะไรก็ตามที่ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบล ส่วนจังหวัด หรือ อปท. ทั้งหลายทั่วประเทศเขาไม่สามารถจัดเก็บรายได้อย่างที่เขาจัดเก็บได้อะไรจะเกิดขึ้นครับ ปัจจุบันการจัดเก็บรายได้ของเขาก็น้อยลงอยู่แล้ว ไปให้เขาน้อยลงไปอีก แล้วมันเกิดอะไรขึ้น คือมันก็อยู่กันไม่ได้ครับ อปท. ทั่วประเทศอยู่ไม่ได้ ขาดความรอบคอบเหลือเกินต้องบอกได้เลย ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ว่าสิ่งที่ท่านพูดถึงความไม่ชัดเจน ความไม่เป็นธรรม การจัดเก็บบ้านคนละ ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษี บ้านหลังที่ ๒ ต้องเสีย มาซื้อคอนโดอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งหลาย ๆ คนบ้านหลักมีอยู่ ไม่ต้องอะไร เจ้าหน้าที่สภาผมว่าเกินครึ่งที่มีบ้านหลักอยู่ข้างนอก แต่ต้องมาเช่าบ้านหรือมาซื้อคอนโด มาผ่อนคอนโดกันอยู่ในเมือง ผมว่าโดนกันหมดเลย เจ้าหน้าที่นั่งกันอยู่ในสภามีคอนโดหลังที่ ๒ เพราะมันไม่สามารถที่จะแหวกการจราจรยามเช้า มาทำงานได้ หรือกลางคืนกว่าจะกลับ บางทีท่านเล่นประชุมกันถึง ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่ม เที่ยงคืน ตี ๑ เขาก็ต้องมีคอนโดบ้านหลังที่ ๒ เขาอยู่ในกรุงเทพฯ ท่านประธานครับ แล้วจะมาเก็บ อะไรกับคนพวกนี้ครับ คือกลายเป็นว่าคนที่มีบ้านหลังใหญ่ ๆ ไม่ต้องเสีย ๕๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๕๐ ล้านบาท ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท ไม่ต้องเสีย แต่ท่านเหล่านี้ที่นั่งเงินเดือนไม่กี่หมื่นบาท ต้องมาเสียภาษี คือดูแล้วผมไม่เห็นข้อดีเลย บางท่านบอกข้อดีก็มี ข้อเสียก็มี ยกให้ดูสิข้อดีอะไร ลองยกสักข้อสิที่บอกว่ามีทั้งข้อดี ข้อเสียมันมีแต่ความไม่รอบคอบ มองประเด็นไหนก็มีแต่ ความไม่รอบคอบ มองประเด็นไหนก็คือความอยุติธรรม ความไม่เป็นธรรมให้เกิดกับสังคม ไม่ต้องไปพูดเรื่องบ้านผีสิง บ้านอะไรหรอกครับ ไม่รู้จะจัดเก็บกันอย่างไรเพราะว่ากฎหมายรอง ไม่ออกอีกตั้ง ๘ ฉบับ ไม่รู้จะจัดเก็บอย่างไร บ้านผีสิงไปเก็บกับผีหรืออย่างไรก็ไม่รู้นะครับ อันนี้ยกตัวอย่าง ก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรกันก็ไม่รู้ออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยความไม่รอบคอบ ก็เพราะว่าไม่ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผมยังอยากจะให้ท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณา ยกร่างใหม่โดยแก้ไขจากฉบับนี้เอาไปดูจุดบกพร่อง ซึ่งท่านพิจารณากันมาเป็นเดือนแล้ว ท่านย่อมรู้ดี โดยเฉพาะท่านนายอำเภอชวลิตท่านมีความรอบคอบเป็นนักกฎหมาย นักปกครอง ย่อมรู้ดีว่าบ้านนอกเราจะเกิดภาวะอะไรเกิดขึ้นหากใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ ไปแก้ไขจุดอ่อน จุดบกพร่องเสีย ไม่ใช่เพียงว่าขอให้ทางรัฐบาลชะลอการใช้ แต่เอามาเสนอสภาใหม่เลยครับ ยกร่างใหม่เลย โดยยกเลิกพระราชบัญญัติฉบับเก่า ปี ๒๕๖๒ ที่กำลังจะออกใช้กันยกเลิก ไปเลยนะครับ แล้วก็ใช้พระราชบัญญัติฉบับใหม่ ปี ๒๕๖๓ เป็นพระราชบัญญัติที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างใหม่ ปี ๒๕๖๓ มาเสนอต่อสภา โดยแก้ไขจุดอ่อน จุดบกพร่องทั้งหลายทั้งปวง ที่เกิดจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ เอามาเสนอพวกเรานี้ละครับ ผมเชื่อว่าพวกเรายินดี ที่อยากจะเห็นการแก้ไขที่ดี ไม่ใช่ว่าไปสร้างภาระให้เกิดกับ อปท. เขาทั่วประเทศเคยเก็บได้ ๓,๐๐๐ ล้านบาท มาบตาพุด แล้วท่านให้เขาเหลือ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเขาจะไปทำอะไรล่ะครับ เดี๋ยวก็ต้องหาแหล่งน้ำมาให้กับอุตสาหกรรมใช้ จะต้องไปขุดสระขุดอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้ แหล่งน้ำอุตสาหกรรมมีเพียงพอต่ออุตสาหกรรมมาบตาพุดแล้วเขาจะไปเอาเงินที่ไหน ครับท่านประธาน ก็นี่ละครับจึงเป็นที่มาของความตั้งใจที่ผมอยากจะบอกกับกรรมาธิการ คณะนี้ว่าท่านทำผลงานได้เป็นอย่างดีเยี่ยมนะครับ ถ้าท่านไม่นำมาเสนอให้พวกเราได้นั่งอ่าน และได้เอาข้อเท็จจริง ข้อบกพร่อง อุปสรรคของพระราชบัญญัติฉบับนี้มาเสนอต่อสภา พวกเราคงไม่ได้มีโอกาสมานั่งพิจารณาอย่างนี้เพราะพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านโดย สนช. ไม่ได้ผ่านโดยสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ผ่านมาจากความคิดเห็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง จึงขอความกรุณาท่านประธานครับ เรียนท่านกรรมาธิการด้วยนะครับ ท่านประธานผมยัง ไม่หมดเวลาเลยท่านประธานรีบตัดบทผมเลยครับ
ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะผมเห็นท่านพูดซ้ำคำเดิมมานานก็น่าจะสรุปได้แล้ว เชิญนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดิฉันจะขอ อภิปรายเพื่อสนับสนุนข้อสังเกตของรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาและผลกระทบ จากการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ดิฉันเองเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งกับหลักการของพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งอาจจะตรงกันข้าม กับท่านผู้ที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้า ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับหลักการที่เราจะต้องขยายฐานภาษี จากเดิมที่จัดเก็บเฉพาะจากรายได้จากการค้า เราควรจะต้องเก็บภาษีจากทรัพย์สินซึ่งเป็นตัว สะท้อนความมั่งคั่งของประชาชนในประเทศ ถ้าท่านสามารถสะสมความมั่งคั่งได้ท่านก็ย่อมจะ มีความสามารถที่จะจ่ายภาษีในส่วนนี้ได้ แต่ดิฉันก็กังวลเหลือเกินว่าพระราชบัญญัติภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง พุทธศักราช ๒๕๖๒ ฉบับนี้ จะเป็นตัวที่จะมาทำลายความฝันของดิฉัน ที่เราจะสามารถเก็บภาษีบนฐานทรัพย์สินได้เพิ่มขึ้น ขยายฐานภาษีให้กว้างขึ้น เพราะว่ากฎหมาย ที่ออกมานั้นยังไม่รัดกุมรอบคอบอย่างที่หลาย ๆ ท่านได้กล่าวมาแล้ว อีกปัญหาที่สำคัญก็คือ การนำกฎหมายนำไปสู่การปฏิบัติจริงก็มีปัญหาอีกเยอะ ถ้าไม่พูดกันวันนี้ถึงมี พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ออกมาก็อาจจะวนกลับเข้าสู่ปัญหาแบบเดิมก็ได้ ท่านประธานคะ ภาษีที่ดินในวัตถุประสงค์ ของตัวมันเองก็มีการพูดถึงว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะสามารถช่วยปรับปรุงภาษีโรงเรือนและที่ดินกับภาษีบำรุงท้องที่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการถือครองที่ดินทรัพย์สิน เพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ที่ดิน ไม่ให้ถูกปล่อยรกร้างว่างเปล่าแล้วไม่เกิดประโยชน์ แต่ภาษีที่ดินไม่ใช่ยาสารพัดโรคที่จะ สามารถมาตอบทุก ๆ วัตถุประสงค์นี้ได้ และความพยายามที่จะตอบทุกวัตถุประสงค์นั้น ก็จะนำไปสู่ความล้มเหลว ก่อนที่จะไปถึงปัญหาของการใช้ภาษีที่ดินในการตอบหลายโจทย์ ดิฉันขอเริ่มจากปัญหาของการนำกฎหมายไปสู่การปฏิบัติจริงก่อน ขอพุ่งตรงประเด็นไป ที่หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพทั้งเจ้าภาพในการยกร่างแล้วก็ดูแลภาษีตัวนี้ นั่นก็คือสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นหน่วยงานที่มีความรู้ ความสามารถมาก ถือว่าเป็นคลังสมองเป็นแหล่งวิชาการของกระทรวงการคลังเลยทีเดียว แต่เมื่อต้องมารับภาระในการเป็นเจ้าภาพของการเก็บภาษีที่ดิน ปรากฏว่าสำนักงานเศรษฐกิจ การคลังหรือดิฉันขอเรียกย่อ ๆ ว่า สศค. ก็ไม่ได้มีประสบการณ์โดยตรงกับการจัดเก็บภาษี ไม่เคยสัมผัสโดยตรงกับผู้เสียภาษี ไม่มีสำนักงานในส่วนภูมิภาค แถมทีมงานก็เต็มไปด้วย นักเศรษฐศาสตร์ ไม่ใช่นักกฎหมายหรือว่านิติกร ข้อเสนอของดิฉันก็คือว่าก่อนที่เราจะต้อง มีการยกร่างใหม่ก็ดีหรือว่าชะลอเพื่อปรับปรุงก่อนก็ดี ต้องมีการตั้งหน่วยทำงานเฉพาะกิจ ที่เป็นส่วนผสมของบุคลากรทั้งจากสรรพากรที่เคยเก็บภาษีรายได้มาก่อน กรมธนารักษ์ซึ่งเป็น ผู้ประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและกรมที่ดิน ซึ่งมีข้อมูลการถือครองที่ดินของประชาชนทั้งประเทศ เพื่อทำให้หน่วยงานนี้จะได้ทำหน้าที่ เป็นเจ้าภาพได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามตามหลักการของการเก็บภาษี กฎเกณฑ์ของการจัดเก็บภาษีต่าง ๆ ต้องง่ายที่สุด การบริหารจัดการต้องง่ายที่สุด ไม่เกิดเป็น ภาระต้นทุนกับทั้งหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบและกับประชาชนผู้เสียภาษี เรื่องกฎหมายลูก กฎหมายรอง หลาย ๆ ท่านพูดไปแล้ว แต่ที่สำคัญไปกว่าการออกล่าช้าก็คือการออกประกาศ ที่ขัดกับประกาศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประกาศใช้ไปแล้ว ซึ่งสร้างแต่ความสับสน ให้กับประชาชนผู้ต้องเป็นผู้เสียภาษีด้วย จากข่าวอยู่ดี ๆ ปลัดกระทรวงการคลังก็มาประกาศ ให้บัญชีรายชื่อห้องชุดที่กรุงเทพมหานครได้จัดส่งให้กับเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ละรายการนั้น บอกว่าเป็นโมฆะ กรุงเทพมหานครก็จะต้องออกมาแก้ข่าวเป็นการใหญ่ว่าบัญชีรายชื่อ ที่กรุงเทพมหานครประกาศไปแล้วเกี่ยวกับห้องชุดและคอนโดมิเนียมนั้นไม่เป็นโมฆะ แบบนี้ มันไม่ช่วยให้การเก็บภาษีเป็นไปได้ราบรื่นมากขึ้น เรื่องของการเปลี่ยนฐานภาษีมันเป็นเรื่องที่ ต้องทำความเข้าใจกันอีกเยอะ หลาย ๆ ท่านยังคงเข้าใจว่าเราควรจะจัดเก็บภาษีจากฐาน รายได้ เมื่อมีการจัดเก็บฐานภาษีใหม่ ๆ เกิดขึ้น มันต้องการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับประชาชนอีกเยอะมาก
เรื่องของข้อมูลก็เช่นกัน ข้อมูลของกรมที่ดินที่ส่งไปให้กับหน่วยงานองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ นั้นก็พบว่าไม่อัปเดต (Update) ขาดรายละเอียดจนทำให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นประสบปัญหาอย่างมากที่จะหาข้อมูลที่เป็นข้อมูลชุดล่าสุดจริง ๆ แล้วก็ทำให้การสำรวจ แล้วก็ประเมินมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นไปได้อย่างยากลำบาก อปท. เองบุคลากรไม่มีทางเพียงพอที่จะทำหน้าที่ในการสำรวจ ทั้งที่ดิน ทั้งสิ่งปลูกสร้าง ที่จะต้องลงไปรังวัดใหม่ทั้งหมด เนื่องจากกฎเกณฑ์ หลักเกณฑ์ ทั้งหมดเป็นหลักเกณฑ์ใหม่ การลงมือสำรวจต่าง ๆ ถ้าจะเพิ่มบุคลากรก็ต้องไปดูว่าท่านไปจำกัดงบบุคลากรขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ การเพิ่มบุคลากรขึ้นมาอีกเพื่อทำการสำรวจนั้น เป็นไปไม่ได้เลย ข้อเสนอก็คือว่าเราต้องนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้มากขึ้น ให้ประชาชน สามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้ประโยชน์ของที่ดินว่าตรงกับวัตถุประสงค์ที่ตัวเองได้แจ้งไว้ หรือไม่นั้นโดยตรงทางออนไลน์ รวมทั้งการจ่ายภาษีก็ควรต้องจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วย
กลับมาที่ปัญหาที่เกิดผลกระทบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามการประเมิน ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเขาบอกว่าจัดเก็บภาษีได้ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เก็บได้จากภาษีโรงเรือนและที่ดินกับภาษีบำรุงท้องที่เพียงแค่ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง การประเมินนี้มีปัญหาแน่นอน ดิฉันจะขอยังไม่ลงรายละเอียด แต่ที่ขาดหายไปแน่ ๆ ก็คือการประเมินผลกระทบของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งสมควรกระทำ ทุกครั้งเมื่อท่านจะออกกฎหมายอะไรใหม่เกิดขึ้น ผลกระทบที่สำคัญหลายท่านพูดไปแล้วก็ คือส่วนของรายได้ อปท. จากการสอบถามที่ดิฉันสอบถามไปที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ก็พบว่าสำนักงานเศรษฐกิจการคลังไม่ทราบเลยว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งนั้น จะมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง เท่ากับ ๔ ปีที่พวกท่านใช้ไปในการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๒ ไม่ได้มีการพิจารณาถึงผลกระทบ ละเลยการพิจารณาถึงมาตรการ เยียวยาแล้วก็แก้ปัญหาผลกระทบในเรื่องนี้ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วคณะกรรมการการกระจาย อำนาจจะสามารถจัดสรรงบประมาณชดเชยให้กับ อปท. ให้ทันกับปีงบประมาณนี้หรือไม่ แต่ปัญหาก็คือว่าเราจะต้องชดเชยแบบนี้ไปถึงเมื่อไร รัฐบาลจะมีเงินเพียงพอหรือไม่ จากเดิม ที่เงินรายได้จากภาษีโรงเรือนและที่ดินกับภาษีบำรุงท้องที่เคยเป็นภาษีที่เป็นรายได้หลัก ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจ มีอิสระเต็มที่ที่จะ นำไปใช้อะไรก็ได้ มาถึงวันนี้ถ้าจะต้องกลับไปแบมือขอเงินจากรัฐบาลนั้นเรายังส่งเสริม การกระจายอำนาจอยู่หรือไม่ ข้อเสนอสำหรับเรื่องนี้ก็คือว่าเมื่อไรก็ตามที่กฎหมายจะไป กระทบต่อรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะต้องมีบทหรือกฎหมายตัวอื่น ๆ เพื่ออนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดเก็บภาษีตัวใหม่ ๆ เพื่อมาทดแทน รายได้ที่จะหายไป เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นทราบดีอยู่แล้วว่าบริษัทเอกชน ที่มีภาระภาษีน้อยลงจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตัวใหม่นี้บริษัทไหนบ้างมีความสามารถ ที่จะจ่าย จ่ายอยู่ทุกปีอยู่แล้ว จ่ายในอัตราที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อยู่แล้ว เขารู้ เพราะฉะนั้นจำเป็น จะต้องมีการพูดถึงการอนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดหารายได้จากภาษี ตัวใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน ส่วนวัตถุประสงค์อื่น ๆ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการกระตุ้นการใช้งาน ที่ดินหลายท่านพูดไปแล้วคือเรื่องเคส (Case) ของการปลูกมะนาวและการปลูกกล้วยในที่ดิน ใจกลางกรุงเทพมหานคร ข้อเสนอของดิฉันก็คือที่ดินรกร้างที่ต้องการการลดหย่อนจากภาษี ที่ดินก็ควรที่จะเปิดใช้ให้กับสาธารณะ ให้สาธารณะได้เข้าไปใช้ประโยชน์ ได้ทำให้เป็นพื้นที่ สีเขียว เป็นพื้นที่ที่เป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์ได้ แบบนี้ถึงจะ สมควรให้ได้รับการลดหย่อน ไม่ใช่การบิดเบือนวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ภาษี
ข้อสุดท้ายในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำของประเทศนี้ ถ้าจะลดได้จริงการจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินต้องจัดเก็บบนพื้นฐานของมูลค่ารวมของที่ดิน ทุกแปลงที่บุคคลนั้นถือครอง ไม่ใช่จัดเก็บเป็นรายแปลง แล้วต้องจัดเก็บเป็นอัตราก้าวหน้า แล้วที่สำคัญจะลดความเหลื่อมล้ำได้ต้องดูฝั่งกระจายรายได้ด้วยว่าจัดเก็บเสร็จแล้วนั้น ถูกนำไปใช้ในโครงการที่จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยหรือไม่ หรือเป็น เพียงแค่ทำโครงการเพื่อให้กับเอกชนรายใหญ่อย่างเช่นที่ผ่านมา
ข้อเสนอสุดท้ายก็คือเราจำเป็นจะต้องมีการวางระบบรายงานผลการจัดเก็บ ภาษีตัวนี้ด้วยเพื่อที่จะทำให้ไม่เกิดภาระกับทั้งผู้เสียภาษี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็ ตัวรัฐบาลเอง เพราะเราจะต้องรู้ข้อมูลว่าภาษีที่ควรจัดเก็บได้นั้นเป็นเท่าไร จัดเก็บได้จริงนั้น เป็นเท่าไร แต่ว่าทุกวันนี้ข้อมูลนี้ยังไม่มี ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอ และการอภิปรายสนับสนุน ให้มีการชะลอการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามข้อสังเกตและ ข้อเสนอแนะของอนุกรรมาธิการค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญ ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ก่อนที่ท่านกนกจะอภิปราย ท่านกนกอยู่ไหมครับ ผมขออนุญาต ทำความเข้าใจกับท่านสมาชิกนิดหนึ่ง เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกเรายื่นความจำนงขออภิปราย เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นถ้าประเด็นใดที่เพื่อนสมาชิกเราที่อภิปรายมาก่อนแล้วได้พูดถึงบ่อย ๆ เราก็ไม่ควรจะลงไปพูดถึงตรงนั้นอีก แต่ถ้ามีประเด็นใหม่ ๆ ที่ควรจะนำเสนอก็ไม่เป็นไรครับ ท่านกนกยังไม่พร้อม เชิญท่านพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เชิญครับ ท่านกนกมาแล้ว อย่างนั้น เชิญท่านกนกนะครับ ขออภัยท่านพรเทพครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสกับผมที่จะพูดในผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาของกฎหมายฉบับนี้เป็นปัญหาที่สะท้อนปัญหา พื้นฐานของระบบกฎหมายของประเทศ เพราะว่ากฎหมายที่ออกมานั้นยังคิดถึงวิธีการปฏิบัติ น้อยมาก ผมคิดว่าจำเป็นที่เราจะต้องกลับไปทบทวนเรื่องเบื้องต้นว่ากฎหมายที่ออกมานั้น เพื่อที่จะเป็นกรอบ เป็นแนวทางที่จะสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม แล้วผู้ใช้กฎหมาย คือผู้ที่จะอำนวยการให้เกิดความยุติธรรมขึ้นจริง นั่นก็คือการปฏิบัติตามกฎหมาย นั่นคือ หลักการพื้นฐาน ทีนี้เมื่อมาดู พ.ร.บ. ที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเจตนารมณ์และเป้าหมายของ พ.ร.บ. คืออะไร ความชัดเจน ของเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้น เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายถึงเรื่องรายได้หรือเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก็ตาม ก็ยังไม่ชัดเจน แต่เรื่องที่สำคัญมากกว่าแต่ยังไม่ได้พูดถึงก็คือเรื่องของความเป็นธรรม ในสังคม ผมคิดว่าเรื่องของเจตนารมณ์และเป้าหมายของ พ.ร.บ. ต้องชัดเจนเสียก่อนครับ ถ้าไม่ชัดเจนแล้วเมื่อนำกฎหมายไปใช้ก็จะเกิดปัญหา
ประเด็นที่ ๒ เมื่อเจตนารมณ์และเป้าหมายเป็นอย่างนี้ มาตราหรือข้อบัญญัติ ต่าง ๆ ใน พ.ร.บ. นั้น คำถามคือมีความหมายอย่างไร เพราะว่าเมื่อไปสู่การปฏิบัติแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเกิดการตีความข้อบัญญัติเหล่านั้น วันนี้เราเห็นแล้วว่าใน พ.ร.บ. นี้ เกิดปัญหามากมายที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะไม่ขออนุญาตพูดประเด็นเหล่านั้น มันเกิดปัญหาในเรื่องของการตีความว่าข้อกฎหมายแบบนี้หมายความว่าอย่างไร จะปฏิบัติ อย่างไรและที่สำคัญที่ผมอยากให้คณะกรรมาธิการคิดต่อไปด้วยซ้ำว่าการปฏิบัติเหล่านั้น ตอบเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. นี้หรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง การตีความของ ผู้ปฏิบัติแต่ละคนในหน่วยงานเดียวกันตรงกันหรือไม่ นี่ก็เป็นปัญหาอีกส่วนหนึ่งและบ่อยครั้ง ในกรณีของกฎหมายฉบับนี้เราพบว่าขัดแย้งกันไม่สอดคล้องกัน เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะทำอย่างไร ปัญหามันอยู่ที่การปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมของเรา สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ตรงนี้ท่านประธานครับ เป็นปัญหาที่สำคัญมาก ของ พ.ร.บ. นี้ และ พ.ร.บ. อีกหลายฉบับในประเทศของเรา
ประการที่ ๓ ที่ผมคิดว่าสำคัญก็คือว่าเมื่อเรานำกฎหมายไปบังคับใช้ในบริบท พื้นที่ในเวลาและในเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกันอีก คำถามก็คือว่าเราจะบังคับใช้กฎหมาย และปฏิบัติตามกฎหมายนั้นอย่างไร แน่นอนที่สุดวันนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นตัวอย่างที่ดี เหลือเกินที่บอกกับเราว่าไม่มีหลักเกณฑ์และไม่มีกรอบในเรื่องเหล่านี้มาให้ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการอาจารย์ปิยบุตรก็จะทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี อันนี้คือผิดหลักทฤษฎี ทางกฎหมายเบื้องต้น ตัวอย่างที่ชัดเจนที่พูดแล้วผมขอไม่พูดซ้ำก็คือกรณีของที่ดิน ในกรุงเทพมหานครกับที่ดินในชนบทเป็นอย่างไร และผมถามว่ากับครอบครัวที่ยากจน กับครอบครัวที่ร่ำรวยเป็นอย่างไร กับคนที่มีกำลังเงินสดกับไม่มีกำลังเงินสดเป็นอย่างไร คนที่ทำธุรกิจกับไม่ทำธุรกิจเป็นอย่างไร นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่เพื่อนสมาชิกได้ยกตัวอย่าง มากมายที่จะบอกกับเราว่าบริบทมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ นั่นหมายความว่าการตีความตามมาตราหรือข้อบัญญัติต่าง ๆ นั้น หลักของมันก็คือจะต้อง คำนึงถึงบริบทความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละกรณี ไม่เช่นนั้นความยุติธรรมจะไม่เกิดขึ้น แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายตามนั้นจริง กฎหมายที่มีเจตนารมณ์ที่จะอำนวยความยุติธรรม ความเป็นธรรมในสังคมให้เกิดขึ้นมันไม่เกิดครับท่านประธานครับ ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นปัญหา ระบบคิดของกฎหมายในประเทศไทย เป็นปัญหาระบบคิดของผู้ใช้กฎหมายในประเทศไทย และที่สำคัญที่เราพบก็คือการตีความตามข้อบัญญัติของ พ.ร.บ. นั้น เราถูกสอนให้ตีความ ตามลายลักษณ์อักษรเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นจึงหยิบตัวอักษรแล้วมาบอกหมายความว่า อย่างไร ผมคิดว่าการตีความในลักษณะนี้เป็นการตีความที่คับแคบมาก การตีความจะต้อง ไม่ลืมว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายคืออะไร เพราะฉะนั้นเมื่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้เจตนารมณ์ไม่ชัด การตีความก็บิดเบี้ยวได้ตลอดเวลา ที่สำคัญก็คือการตีความในมุมแคบที่ยึดลายลักษณ์อักษร ซึ่งเรามักจะคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้เป็นการตีความที่เป็นอนุรักษ์นิยมและมักจะสร้างความ ไม่เป็นธรรมในสังคมให้เกิดขึ้นทั้งสิ้นครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมคิดว่า กฎหมายฉบับนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกลับไปทบทวนใหม่และตรงนี้มันมีระบบกฎหมาย ในหลายประเทศที่พวกเราได้เห็นมาแล้ว อย่างเช่นที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นต้น กฎหมาย ในลักษณะที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างและมีผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้องมากมายโดยเฉพาะ หน่วยงานในท้องถิ่นเป็นต้น ก่อนที่จะออกกฎหมายนี้เขาจะให้เอาร่างกฎหมายนี้ไปทดลอง ให้หน่วยบริหารส่วนท้องถิ่นทดลองปฏิบัติก่อน ผมคิดว่าถ้าก่อนกฎหมายนี้จะออกเราลอง ไปให้เทศบาล ให้ อบต. ให้อำเภอทดลองปฏิบัติจริงก่อน เราจะรู้เลยว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างมากมาย นั่นคือปัญหาที่เกิดขึ้นครับ เมื่อเราทราบว่า มีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น เราแก้กฎหมายใหม่ได้ครับ เมื่อเราแก้ร่างกฎหมายนั้นแล้วก็ตอบโจทย์ในทางปฏิบัติได้จริง ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วกฎหมายที่ออกมาก็จะเป็นกฎหมายที่ทุกคนให้ความสำคัญและให้ความเคารพ ผมคิดว่าหลักคิดตรงนี้เป็นหัวใจครับ ผมอยากเห็นสภาแห่งนี้ได้ออกหลักเกณฑ์นี้ก่อนที่ กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ต่อประชาชนในวงกว้าง ให้ผู้ร่างกฎหมายร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนำไปทดลองปฏิบัติกับพี่น้องประชาชนก่อนในวงจำกัด เพื่อจะได้ทราบว่าปัญหา อยู่ที่ไหน วิธีการปฏิบัติอยู่ที่ไหนเป็นอย่างไร เป็นต้น
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ถ้าเราทำอย่างนั้นได้แล้วปัญหาสุดท้าย ที่จะเกิดขึ้นก็คือการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เองครับ เมื่อสักครู่นี้ก็มีเพื่อน ส.ส. ของเราได้พูด แล้วว่าคนก็ไม่พอ เครื่องมืออุปกรณ์ก็ไม่พอ แล้วคนที่มีอยู่นั้นความเข้าใจก็ไม่ตรงกันอีกครับ ท่านประธาน เมื่อเป็นอย่างนี้นี่คือปัญหาของระบบการออกกฎหมายและการปฏิบัติกฎหมาย ของประเทศไทยของเรานะครับท่านประธาน เมื่อเป็นเช่นนี้ผมจึงอยากจะขออนุญาตวิงวอน ผ่านคณะกรรมาธิการท่านได้เริ่มประเด็นนี้ไว้ดี แต่ผมอยากจะเรียกร้องมากกว่า พ.ร.บ. ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ผมอยากจะเรียกร้องให้นำไปสู่การพิจารณาเรื่องระบบกฎหมายและการปฏิบัติ กฎหมายของประเทศของเราครับท่านประธาน ถ้าเราทำอย่างนี้ได้การปฏิบัติกฎหมายของเรา ก็ตอบโจทย์เจตนารมณ์ของกฎหมายจริง ข้อบัญญัติกฎหมายของเราก็จะมีความศักดิ์สิทธิ์จริง ถ้าเป็นเช่นนั้นเราพูดได้เต็มที่ว่ากฎหมายไทยทำให้เกิดความยุติธรรมกับประชาชนจริง วันนี้ เรามีปัญหาเยอะมากครับท่านประธานที่กฎหมายให้ประโยชน์กับคนบางคน และคนบางคน ก็เสียประโยชน์ ตรงนี้ไม่ใช่เจตนารมณ์ของกฎหมายครับ มันเป็นเจตนารมณ์ของบางคน ที่ออกกฎหมายต่างหาก ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน และถ้าจะยกตัวอย่างอื่น ๆ อีก เช่นปัญหาฝุ่นควันวันนี้ถ้าออกกฎหมายก็จะเจอปัญหาแบบนี้ เหมือนกันครับ ปฏิบัติไม่ได้ ปฏิบัติแล้วคนบางกลุ่มได้คนบางกลุ่มเสีย นั่นก็คือความเป็นธรรม ในสังคมไม่เกิดขึ้นครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอกับท่านประธานว่าการออกกฎหมาย ต้องแม่นยำ ชัดเจน และทำให้เกิดความเป็นธรรมของสังคม คนจะทำอย่างนั้นต้องทำเป็น และรู้จริงครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตฝากกับท่านกรรมาธิการว่าผมเห็นด้วย ที่จะต้องทบทวนเรื่องนี้เพราะมันเป็นกฎหมายที่ไม่มีความแม่นยำ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตอำเภอหัวหิน อำเภอปรานบุรี เขต ๒ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายเกี่ยวกับรายงาน พิจารณาเรื่องปัญหาและผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งผมไม่เห็นด้วยอยากให้ชะลอไว้ก่อนด้วยเหตุผลดังนี้ ทราบดีครับว่าวัตถุประสงค์จากผู้ออก คือต้องการเพื่อจัดการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ ให้เป็นธรรม แต่สิ่งที่ทำออกมาไม่ได้เป็นแบบนั้นดังเพื่อนสมาชิกได้นำเรียนแล้ว กฎหมายที่รองรับ ก็ยังไม่เสร็จยังไม่ชัดเจน หน่วยงานก็ยังไม่พร้อม หลักการคำนวณก็ยังขาดความไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดความสับสน วันนี้ท้องถิ่นยังไม่สามารถเก็บภาษีได้เลยเพราะเขาไม่ทราบว่าจะเก็บ ภาษีเก่าหรือใหม่ มีคนเอาเงินมาให้ก็ยังเก็บไม่ได้ก็เลยต้องนำเรียนนะครับ จะสังเกตเห็นว่า กฎหมายที่ออกมาโดยรัฐบาลที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยจะเป็นแบบนี้ละครับ ดังที่สภาเรา ก็เคยมีปัญหาว่าจะขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่ไม่เป็นไรครับเรื่องมันเลยไปแล้วเรามา พูดกันเรื่องปัญหาตรงนี้ เพราะอะไรครับ เพราะเวลาพิจารณาแล้วผมไม่ทราบว่าโครงสร้าง คนที่เข้าไปพิจารณาคือใคร ผมมีความรู้สึกว่าเราทำให้ท้องถิ่น แต่เราไม่เคยถามท้องถิ่นเลย ว่าเขาต้องการอะไร เห็นด้วยไหม วันนี้ผมได้พยายามโทรศัพท์สุ่ม ๆ ดู ๓ อบต. แต่ถาม ในส่วนของข้าราชการ นี่ดีนะครับประชาชนยังไม่ทราบ เพราะตอนนี้ข้อมูลยังไม่ถึงเขา เขายังไม่ทราบ ข้าราชการเพียงแต่ปั่น เช่นทำความชัดเจนเรื่องแผนที่ภาษีให้เสร็จก็เพื่อจะได้ ตอบโจทย์ แต่ว่าเท่าที่ทราบแล้วปัญหาก็คือว่าหน่วยงานเช่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งประสานงานกับกรมที่ดิน กรมธนารักษ์เขายังประสานงานกันยังไม่ดี ท้องถิ่นแผนที่ภาษี ยังไม่เสร็จอีกเยอะ กรมที่ดินให้ข้อมูลไปถูกต้องหรือเปล่า มีการซื้อขายกัน ปรับเปลี่ยนชื่อเขาจะแก้กันอย่างไร ระบบพร้อมไหม วันนี้พูดเลยไปถึงเรื่องของพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิเป็นผู้ใช้ประโยชน์ก็ต้อง เป็นผู้เสียภาษีตรงนี้ด้วย ซึ่งกรมธนารักษ์ก็ต้องให้ข้อมูล หน่วยงานดังกล่าวถึงยังไม่พร้อม แต่ผมก็มองว่าเรื่องนี้พยายามที่จะให้เกิดความเป็นธรรม เพราะเมื่อก่อนนั้นองค์กรท้องถิ่นใด ก็ออกระเบียบเอง ตั้งกรรมการชุดหนึ่งวันนี้ประเมินเอาไป ตารางเมตรละ ๒๕-๓๐ แล้วก็รอ ชาวบ้านก็ไปคุยกัน บางที่ก็แพง บางที่ก็ถูก ไม่น่าเชื่อครับ ท้องถิ่นติดกันแต่จ่ายภาษีไม่เท่ากัน ก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นหลัก แต่วันนี้ก็ดีอย่างในแง่ที่ว่าจะเป็นพื้นฐานที่ถูกต้อง แต่ว่าด้วยหลักคิด ต่าง ๆ ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ
เรื่องที่ ๒ เราไม่เคยเสียภาษีสิ่งปลูกสร้าง เมื่อก่อนเราใช้คำว่า ภาษีโรงเรือน ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้ายใน อปท. เพราะฉะนั้นวันนี้จะให้เขาได้เสียภาษีสิ่งปลูกสร้างก็ต้อง คำนึงให้รอบคอบไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร แต่ว่าดูข้อมูลแล้วปรากฏว่าวันนี้ภาระมันไปตกกับ พี่น้องประชาชนดังตัวอย่างที่ทางท่านกรรมาธิการได้นำเสนอก็ค่อนข้างเป็นห่วง
ข้อต่อไปครับ ในเมื่อมีการให้ผู้ที่ไม่มีที่เอกสารสิทธิต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีด้วย คือพวก ภบท. ๕ เมื่อก่อนเขาไม่ต้องทำอะไร รัฐบาลก็บอกห้ามทำอะไรทั้งนั้นเดี๋ยวจะเป็น การไปรบกวนสิทธิ วันนี้เขามีหน้าที่จะต้องเสียภาษีตรงนี้แล้วคือภาษีที่ดิน คือผู้ใช้ประโยชน์ เขามีหน้าที่ล่ะครับ สิทธิเขาจะได้อะไรบ้างก็ฝากทางรัฐบาลดู เขามีหน้าที่และต้องเสียภาษี เกี่ยวกับเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างควรจะให้สิทธิอะไรเขาบ้าง ออกเอกสารสิทธิให้เขาได้ไหม ในบางที่ที่มีปัญหาอะไรนะครับ
ข้อต่อไปครับ ท้องถิ่นเมื่อสักครู่นี้นำเรียนแล้วว่าทำงานไม่ทัน แน่นอนตอนนี้ หลายที่ก็ยังทำแผนที่ภาษี ไม่น่าเชื่อแผนที่ภาษีก็ไปอยู่กองคลัง กองคลังก็ไม่มีช่างหรอกครับ เอาเด็กคนหนึ่งก็เอาไปเขียน ๆ แผนที่มาประกบ ๆ กันก็นำส่งท้องถิ่นนั้น ๆ แน่นอนครับ ความไม่ชำนาญต่าง ๆ ก็ช้า แต่ทุกอย่างมันก็ต้องนิ่ง ไม่นิ่งแล้วจะไปจัดเก็บไม่ได้ สิ่งต่าง ๆ ที่ผมเป็นห่วงนั่นก็คือการปรับฐานคิด ผมมองว่าบางสิ่งบางอย่างเป็นแบบก้าวกระโดด ต้องระวัง แบบกระโดดนี่ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาก็รอรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญที่ต้องให้เขา ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของการจัดเก็บรายได้ แต่ผมไม่ได้คิดว่ารัฐบาลจะเอาตรงนี้มาเป็นเรื่องการเพิ่ม เป็นฐานภาษีด้วย เพราะว่ามันเป็นฐานภาษีจากการจัดเก็บเองโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ก็ต้องทักไว้ก่อนว่าฐานตัวนี้คงไม่เกี่ยวกับเงินที่รัฐจะต้องให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในรัฐธรรมนูญ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นก็เลยให้ท่านระวังในการคิดฐานแบบที่ว่าเก็บเงิน จากพี่น้องประชาชนก้าวกระโดดอย่างนี้ อีกอย่างหนึ่งที่ผมเป็นห่วงคือมีการออกพระราชกฤษฎีกา ที่ลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ มันเป็นไปได้อย่างไรครับ ถ้าหลักคิดมันถูกก็เลยทำให้ มองว่าที่ผ่านมารัฐบาลที่ไม่ได้จากการเลือกตั้งใช้เหตุผลอะไรในการที่พิจารณาในครั้งก่อน วันนี้ปรับลดที ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ถ้าเป็นหน่วยงานอื่นละครับ ถูกตั้งกรรมการ สอบเลยนะครับ ท่านคิดอย่างไร ท่านไปเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือเปล่า ทำไมตรงนั้นอยู่ ๆ ท่านลดเขาเลย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ บางหน่วยก็ยังลดไม่มาก เพราะฉะนั้น ต้องระวังเกี่ยวกับเรื่องเงินเรื่องทองโดยเฉพาะส่วนราชการ วันนี้ผมไม่อยากให้พี่น้องประชาชน คิดผิด บริหารไม่ถูก ตกใจเกี่ยวกับเรื่องภาระภาษี อยู่ไม่ไหวแล้ว ทำอะไรไม่ได้ ต้องปลูกพืช อย่างเดียวเพื่อที่ให้ภาษีมันไม่เกิดขึ้น ปลูกพืชออกมาแล้วอย่างไรต่อครับ รัฐบาลเตรียมตัว หรือยังครับที่จะปลูกมะนาวหรือปลูกอะไรต่าง ๆ ตลาดจะไปไหน เพียงแค่การบริหารพื้นที่ รกร้างหรือเก็บภาษีมันอาจจะทำให้รัฐบาลได้มีปัญหาในเรื่องนี้อีก ก็ไม่อยากให้พี่น้อง ประชาชนซึ่งมีที่ไม่มากตกใจคิดไม่ออกขายที่กันหมด มันก็ไปเข้าทางผู้ที่ได้ประโยชน์ ช่วงนี้ เศรษฐกิจมันไม่ดีเป็นอย่างมาก พี่น้องประชาชนไม่ว่าชาวไร่ชาวนาเขาก็ช่วยตัวเองตลอด รัฐบาลเองการหยิบยื่นก็ไม่ได้มาก เพราะเนื่องจากว่าทุกคนก็ต้องช่วยตัวเอง ก็ไม่อยากจะให้รัฐบาลเอาภาระตรงนี้ไปใส่ทั้งที่ ตัวเองยังไม่พร้อม เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เป็นของขวัญในวันปีใหม่นี้ ให้เขาลืมตาอ้าปากได้ แล้วค่อยหาความเป็นธรรมในเรื่องการจัดเก็บภาษีใหม่นะครับ
สรุปผมอยากให้ทางท่านประธานและกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบข้อมูลนี้นำเสนอรัฐบาลถึงปัญหา ซึ่งวันนี้ ผมเหมือนกับเป็นการซ้อมใหญ่เลยครับ ซ้อมใหญ่คือเหมือนกับว่ามาหารือกับประธานสภา เรื่องเดียวกันหมด ช่วยนำเรื่องนี้ฝากรัฐบาลช่วยรอบคอบ ชะลอการบังคับใช้ พ.ร.บ. ภาษี ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อทบทวนการใช้ประโยชน์ เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชน เดือดร้อนต่อไปนะครับ จนกว่าท่านจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ไม่ต้องรีบร้อนวันนี้ขอใช้เป็นเรื่อง พ.ร.บ. เก่าก่อนจะเป็นประโยชน์ ขอบคุณท่านประธานมากครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขออนุญาตพูดถึงกรณีการพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาและผลกระทบ จากการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พุทธศักราช ๒๕๖๒ ดิฉันเห็นด้วย กับการที่จะชะลอในส่วนของการจัดเก็บภาษีที่ยกเลิกในส่วนของภาษีโรงเรือนเปลี่ยนเป็น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแทนนะคะ จริง ๆ วัตถุประสงค์ของการจัดเก็บภาษีแบบใหม่ ก็เพื่อที่จะปฏิรูปในส่วนของโครงสร้างระบบภาษีทรัพย์สินให้มีความทันสมัยและเป็นสากล เช่นเดียวกับนานาประเทศ แล้วก็เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของโครงสร้างภาษีที่ดิน ภาษีเดิม แล้วก็เป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างคุ้มค่า แล้วก็เป็นการเพิ่มในส่วน ของประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ แล้วยัง สร้างความเข้มแข็งและความโปร่งใสให้กับการบริหารการคลังของ อปท. และรวมไปถึงช่วย ให้ท้องถิ่นมีงบประมาณเพียงพอในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความเจริญในระยะยาวต่อไป ตามวัตถุประสงค์ก็เป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่ต้องมาดูว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ปัญหาอุปสรรค ในการที่จะดำเนินการในกฎหมายฉบับนี้ทำได้หรือไม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ต้องยอมรับว่าทั้งประเทศยังไม่มีความพร้อมในการที่จะดำเนินการ กฎหมายลำดับรอง ออกมาก็ยังขาดอีก ๒ ฉบับซึ่งก็ยังไม่ครอบคลุม ยังไม่ชัดเจน เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ จากประชาชนที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เนื่องจากขาดการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ ประชาชนยังสับสนและยังไม่มีความชัดเจน ในหลายประเด็นด้วยกัน ดิฉันขออนุญาตพูดถึงในส่วนของกรุงเทพมหานครที่ส่งผลกระทบ ในเรื่องของกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี้ที่ออกมาบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ กรุงเทพมหานครก็ถือว่าเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ เป็นเมืองหลวงของ ประเทศไทยเรา ที่สำคัญกฎหมายฉบับนี้ที่ออกมาบังคับใช้ส่งผลกระทบในเรื่องของปัญหา ในทางปฏิบัติเป็นอย่างมากเพราะข้อมูลไม่มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันแล้วก็มีการเปลี่ยนชื่อ ของเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ทำให้อัปเดต (Update) ที่เพื่อนสมาชิกได้เอ่ยไป เนื่องจาก ประชาชนบางท่านได้มาขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับทางกรมที่ดินแล้วข้อมูลก็ไม่ปรากฏในส่วน ของเลขประจำตัวประชาชนหลายรายด้วยกัน เพราะฉะนั้นข้อมูลก็คลาดเคลื่อนและไม่ตรง กับทะเบียนราษฎรที่ทางกรุงเทพมหานครในส่วนของสำนักงานเขตมีนะคะ ส่วนท้องถิ่น ก็จำเป็นที่จะต้องไปสืบค้นในส่วนของทะเบียนราษฎรกลางของกระทรวงมหาดไทยนะคะ เช่น กรุงเทพมหานครปัญหาที่เกิดจากการสืบค้นส่วนใหญ่ก็มีความยากลำบากเป็นอย่างมาก ท้องถิ่นต้องการที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน แล้วก็ขอข้อมูลรายการที่ดิน และอาคารชุดนำส่งรูปแบบโฉนดที่ดินและรูปแบบของการแสดงรายการที่เป็นของอาคารชุด ประกอบข้อมูลที่กรมที่ดินส่งให้ ซึ่งเราต้องการความชัดเจนและถูกต้อง แต่เนื่องจากระยะเวลาอันจำกัดนะคะ ทางกรุงเทพมหานครได้ได้รับข้อมูลจากกรมที่ดิน ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ แต่ต้องดำเนินการแจ้งบัญชีในรายการทรัพย์สินให้ประชาชน ทราบภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒ ดังนั้นในการสำรวจในการใช้ประโยชน์จึงไม่สามารถ ดำเนินการให้ทันในเวลาที่กฎหมายกำหนดได้ กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ที่จะให้ประโยชน์ ที่หลากหลายแล้วก็มีขนาดใหญ่มีโฉนดที่ดินจำนวนถึง ๒,๗๒๒,๐๐๐ แปลง ข้อมูลห้องชุด จำนวน ๘๙๐,๐๐๐ ห้อง แล้วก็มีเลขหมายทะเบียนประจำบ้านจำนวน ๒,๘๑๙,๘๖๘ เลขหมาย ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลขนาดใหญ่มาก ปัญหาในการดำเนินการก็คือการสำรวจข้อมูลประชาชน ก็ไม่รับการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องในการที่จะมาบังคับจากหน่วยงานที่ออกกฎหมายนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันเองก็อยากจะให้ทบทวนในเรื่องของนโยบายที่ออกมาในการที่จะบังคับใช้ กฎหมาย ในการที่จะจัดเก็บฐานภาษีที่ถูกต้องในอัตราภาษีที่เปลี่ยนแปลงไปในเจตนารมณ์ ที่แท้จริง เพื่อที่จะต้องการจัดเก็บภาษีจากผู้ถือครองให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างถูกต้อง แสดงให้เห็นถึงความพร้อมแล้วก็ไม่ชัดเจนในการที่จะบังคับใช้กฎหมายที่ออกมาจริง ๆ ค่ะ ท่านประธานคะ คือกฎหมายที่ออกมาดิฉันเห็นว่าควรจะมีการทบทวนใหม่เพื่อให้เกิดความถูกต้อง แล้วก็ขยายระยะเวลาในการดำเนินการออกไปจนกว่ามีความพร้อม ดิฉันเห็นควรที่อยากจะ ขอขยายออกไปอีกสัก ๒ ปี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้มีความพร้อมในเรื่องของ ข้อมูลต่าง ๆ ให้เกิดความชัดเจนถูกต้องแล้วก็ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความเข้าใจ กับภาษีในส่วนของฐานภาษีที่ประชาชนจะต้องเสีย อันนี้ดิฉันก็เห็นด้วยที่อยากจะขอให้ ทางส่วนสภาของเราช่วยกันอนุมัติให้มีการขยายในส่วนของการจัดเก็บภาษีนี้ออกไปก่อน กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับเท่าที่ผมฟังท่านสมาชิกอภิปรายมาก็เห็นด้วยกับกรรมาธิการทั้งหมดเลย ฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกที่เหลืออยู่ถ้าส่วนใดที่เพื่อนเรายังไม่ได้นำเสนอก็เอาเฉพาะประเด็น ที่ยังไม่ได้นำเสนอเพื่อเป็นการประหยัดเวลา ต่อไปเชิญท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ครับ
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายวรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมขออภิปรายสั้น ๆ ว่าอยากสนับสนุนให้มีการทบทวน พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี ๒๕๖๒ เพราะผมมองว่ากฎหมายฉบับนี้มีหลายประเด็นที่มีลักษณะเอื้อผู้มีรายได้สูง กลุ่มทุน เจ้าสัวต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง เช่น ห้างเอ็มบีเค (MBK) ที่เดียวจะได้ประโยชน์จากภาษีที่ลดลง ๑๒๑ ล้านบาทต่อปี หรือลดลง ถึง ๘๕ เปอร์เซ็นต์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะว่า พ.ร.บ. ไปยกเลิกภาษีโรงเรือนแล้วก็มีการ จัดเก็บภาษีที่ดินที่ชดเชยน้อยกว่ามาก รวมถึงที่ว่ายกเว้นภาษีสำหรับบ้านหลังแรกมูลค่า ๕๐ ล้านบาท แต่ถ้าเกิดเป็นคนธรรมดาซื้อบ้านเล็ก ๆ ให้พ่อให้แม่อยู่ ให้ลูกอยู่อาศัยก็จะ กลายเป็นผู้แบกรับภาษีแทน รวมถึงที่ดินรกร้างที่มีคนพูดถึงไปแล้ว แต่ผมยังขอยืนยันว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย เพราะเป็นภาษีทรัพย์สินที่จะมา ช่วยลดความเหลื่อมล่ำและเป็นรายได้ให้กับรัฐบาลพัฒนาประเทศแล้วก็สร้างสวัสดิการ ที่เป็นธรรมต่อไปได้ แต่ภาษีที่ดินที่เป็นธรรมควรจะไม่เป็นภาระมากต่อคนชั้นกลางครับ ดังนั้นภาษีที่ดินที่เป็นธรรมผมขอเสนอว่าควรจะแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือภาษีรายแปลง และภาษีรวมแปลง คือภาษีประเภทที่ ๑ เก็บภาษีก้าวหน้าตามประเภทการใช้งานและ ประเภทที่ ๒ คือการเก็บตามผลรวมของราคาประเมินที่ดินของที่บุคคลคนนั้นถือครองเอาไว้ และถ้าเป็นนิติบุคคลก็จะให้จัดเก็บที่อัตราสูงสุด หลักการการแบ่งเก็บภาษีรายแปลงและ รวมแปลงนั้นจะทำให้ผู้มีรายได้ปานกลางที่ถึงแม้จะซื้อบ้านให้พ่อให้แม่อยู่หรือซื้อให้ลูก อยู่อาศัย แต่ถ้าเป็นบ้านขนาดเล็กราคาไม่เกิน ๕ ล้านบาท ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียภาษีที่ดิน ตรงนี้ แต่ถ้าเกิดว่ามีหลายแปลงมีบ้านหลายหลังจนกระทั่งรวมแปลงถึงเกณฑ์อย่างเช่น ๓๐ ล้านบาท ก็จะต้องมีการเสียภาษีประเภทที่ ๒ เป็นต้น ซึ่งหลักการนี้จะทำให้ไม่มีช่องว่างทางกฎหมายที่จะเอื้อทำให้กลุ่มทุนหรือเจ้าสัวต่าง ๆ นั้น ใช้ในการหลบเลี่ยงภาษีที่ดินได้เลย เพราะว่าถ้ามูลค่าสินทรัพย์รวมแปลงถึงเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเพื่อการเกษตร ที่อยู่อาศัยหรือการพาณิชย์ หรือจะแม้แต่จะแตกออกมา เป็นนิติบุคคลให้ถือกรรมสิทธิ์ก็ยังต้องเสียภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า ต่อให้เป็นที่ดินการเกษตร ถ้ามูลค่ารวมแปลงทั่วประเทศถึงหมื่นล้านบาทก็ควรจะต้องเสียภาษีในอัตราขั้นสูงสุดอยู่ดีครับ ซึ่งนั่นจะทำให้ภาษีที่ดินก็จะกลับมาตรงตามเจตนารมณ์ของตัวบทกฎหมายที่ต้องการเป็น ภาษีทรัพย์สิน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสวัสดิการที่เป็นธรรมให้กับประเทศได้ต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ได้เนื้อหาสาระที่ดีมากครับ ต่อไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานว่าจากรายงานของคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรได้ทำเรื่องที่สำคัญมาให้ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา แล้วจากเอกสารต้องขอชมเชยว่ากระทำได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็ขอชมเชยไว้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกตที่นอกเหนือจากสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ในหลายประเด็นมีทั้งในเรื่องของพูดถึงปัญหาผลกระทบของการบังคับใช้พระราชบัญญัตินี้ นั่นก็คือเรื่องของความไม่พร้อม เรื่องของการสร้างความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชน และเรื่อง ของท้องถิ่นเองที่ยังมีปัญหาอยู่ ประเด็นนี้ละครับเป็นประเด็นที่ผมคิดว่าอยากจะเพิ่มเติม ผ่านท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ด้วย ประเด็นก็คือว่าเดิมทีเข้าใจว่าท้องถิ่นจะมีรายได้มากขึ้นจากการใช้กฎหมายฉบับนี้ คำนวณกันว่าจะมีรายได้ถึง ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วมีเงื่อนไขอื่น ๆ อีกมาก ในเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการเปลี่ยนวิธีการการยกเว้นภาษี ๓ ปี ให้ภาคเกษตรมันมีผลกระทบ ผมดูรายงานจากที่ท่านประธานกรรมาธิการได้กล่าวก็น่าสนใจ โดยเฉพาะข้อมูลที่พูดถึงว่าท้องถิ่นที่ได้ประโยชน์มีน้อย ซึ่งก็คาดหวังว่าจะเกิดประโยชน์ ท้องถิ่นมีประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ได้ประโยชน์จริง ๆ พันกว่าแห่ง แต่ไม่ได้ประโยชน์ อีกประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าแห่ง จากรายงานที่กระผมได้รับทราบ อันนี้ก็แปลความว่าประโยชน์ ที่คาดกันว่าท้องถิ่นจะมีรายได้มากกลับนิ่งเหมือนเดิม เดิมทีท้องถิ่นมีรายได้ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่งคาดหวังจากการคำนวณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มันอาจจะเป็นไป ไม่ได้จากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่มันจะกระทบต่อท้องถิ่น คืออะไรครับ แต่เดิมนี่ผมเข้าใจว่าแผนพัฒนาท้องถิ่นทำขึ้นมาโดยอาศัยรายได้ท้องถิ่น ที่คำนวณคิดว่าจะได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นถ้าท้องถิ่นมีรายได้จากการคำนวณแล้วไม่เป็นไปตาม เป้าที่กฎหมายคาดหวัง สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือการพัฒนาท้องถิ่นในบางเรื่อง บางประเด็นจะ กระทบต่อประชาชน ที่สำคัญมาก ๆ ก็คือเราคาดหวังว่ายุทธศาสตร์ชาติที่จะให้ท้องถิ่นไปเป็น ผู้เป็นฐานในการพัฒนาประเทศนั้นก็ไม่สามารถจะเดินได้ นี่คือสิ่งที่กระทบต่อตัวท้องถิ่นเอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนที่จะต้องได้รับการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในท้องถิ่น ผมเข้าใจว่าการผลักภาระ บางประเด็นที่จะเกิดขึ้นผมยกตัวอย่างเช่นเงินอุดหนุนที่มีต่อท้องถิ่น ถ้ากฎหมายฉบับนี้ ออกมาคิดว่าจะลดเงินอุดหนุน สิ่งเหล่านี้ถามว่าลดเงินอุดหนุนให้ท้องถิ่นแล้วเงินจากการมีรายได้ของประเทศไปโปะที่ใคร ไปโปะที่ส่วนราชการส่วนกลางและภูมิภาคมันก็จะยิ่งไปกันใหญ่ ว่ารวมศูนย์อำนาจแบบเดิม แทนที่จะคิดว่ากระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นที่จะเก็บรายได้มากขึ้นนั้น แต่เอาเข้าจริงก็เป็นไป ไม่ได้ตามเป้าหมายที่ผมได้เรียนแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องใหญ่ที่เราควรจะคิดกันก็คือผมคิดว่า แม้ว่ากฎหมายฉบับนี้เพื่อนสมาชิกได้พูดอภิปรายทั้งส่วนดีและส่วนเสีย แต่ผมอยากจะเป็น ปากเสียงให้กับคนท้องถิ่นว่าความไม่พร้อม เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พูดแล้วว่า หลายเรื่องที่ท้องถิ่นเองไม่พร้อมและที่จะต้องเตรียมการในการจัดเก็บก็ดี ที่จะต้องเตรียมการ ในการประเมินคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็ดี มันก็ยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นแล้ว อยากกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่เกิดผลกระทบอย่างยิ่งต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กและอยู่ในเขตเกษตรกรรม เขตพื้นที่ชนบท นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยกับรายงานที่ได้ศึกษาแล้วก็ส่งไป ให้ยังรัฐบาลว่าจะต้องชะลอการบังคับใช้ไปก่อน นั่นก็คือแนวทางที่ถูกต้องแล้วก็สนับสนุน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าความจริงมีหลายเรื่องที่ควรจะไปพูดเรื่องภาษีบางตัว ในการพูดถึงภาษีท้องถิ่น เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อมที่กระทบต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นต้น และภาษีที่ดินและการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บ เพราะฉะนั้นบางทีก็อยากจะถาม คณะกรรมาธิการสักข้อหนึ่งว่าในที่ท่านได้ชี้แจงเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รายได้ ลดลงนั้นมีอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าที่ได้ประโยชน์นั้น มันเกิดเหตุอย่างไรบ้าง อันนี้ก็อยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการด้วยว่าขอให้ชี้แจงสักนิดหนึ่ง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันว่าท้องถิ่นอีกจำนวนหนึ่งที่ทำให้ผลกระทบจากการใช้ กฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้วมันทำให้รายได้ของเขาไม่เกิดประโยชน์หรือว่าเพิ่มขึ้นอย่างที่ท่าน ได้นำเรียนไว้ นี่คือประเด็น แต่ผมอยากจะย้ำว่าเราคาดหวังทิศทางในการพัฒนาประเทศ ที่ยึดมั่นให้ท้องถิ่นเป็นฐานนั้นผมว่าต้องมุ่งมั่นกันต่อไป แล้วการใช้ประโยชน์จากภาษีตัวนี้ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์กับท้องถิ่นนั้นก็เห็นด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่เมื่อคำนวณภาษีแล้วผลกระทบ ที่เกิดขึ้นไม่ได้ตามเป้าหมายอย่างที่ผมกล่าวแล้ว สิ่งสำคัญที่มันกระทบมากก็คือการใช้แผน เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและการใช้แผนเพื่อตอบโจทย์ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อันนี้เป็น ผลร้ายต่อพี่น้องประชาชนและเป็นผลเสียที่ท้องถิ่นมีแผนแล้วก็ไม่สามารถพัฒนาได้ตามแผน เพราะเป้าหมายของการจัดเก็บภาษีตามที่คาดหวังนั้นไม่ได้ตามเป้า กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการแล้วก็เห็นด้วยกับการส่งให้กับรัฐบาลเพื่อพิจารณาต่อไป ขอขอบคุณ ท่านประธานครับที่ให้โอกาส
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ขอขอบคุณทั้งกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่ได้ยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะว่ากระทบกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ๗,๘๕๓ แห่งทั่วประเทศ ทำไมถึงว่าอย่างนั้นครับ คือวัตถุประสงค์ของภาษีที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง โอเค (OK) ครับเป็นสิ่งที่นักคิดทางทฤษฎีอยากให้ใช้ประโยชน์ที่ดินที่ว่างเปล่า แล้วก็ทำให้ รายได้ท้องถิ่นมากขึ้น หลังจากที่ทำมาแล้วไม่รอบคอบ ไม่เคยศึกษาให้ถ่องแท้ ปรากฏว่า ท้องถิ่นรายได้ลดลงที่ท่านอาจารย์ปิยบุตรบอกว่าพันแห่งจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ที่เหลือรายได้ ลดลง ในความคิดผมไม่ถึง ๑๐ แห่งที่รายได้เพิ่มขึ้น ผมถามเทศบาลนครรังสิต ซึ่งถือว่าเป็น เทศบาลขนาดใหญ่ยังรายได้ลดลงเลย ผมคิดว่าท้องถิ่นที่รายได้เพิ่มขึ้นอาจจะมีแค่ กทม. เมืองพัทยา เกาะสมุย หรือภูเก็ต แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศเชื่อมั่นว่ารายได้ ลดลง สำคัญกว่านั้นก็คือเมื่อรัฐบาลออกกฎหมายนี้ ตอนแรกต้องออกตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ แล้ว ก็ไปลดงบอุดหนุนของท้องถิ่นลงตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เพราะมโนเข้าใจว่าเงินท้องถิ่นจะมีรายได้ เพิ่มขึ้น รายได้ท้องถิ่นถ้าเป็นรายได้จากท้องถิ่นเก็บเองประมาณ ๙-๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่กฎหมายฉบับนี้มโนว่าจะเพิ่มให้ท้องถิ่นเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ ๑๕-๑๖ เปอร์เซ็นต์ และตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ขออนุญาตเอาสไลด์ (Slide) ที่ได้เตรียมให้นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ตัวเล็กไปนิดหนึ่งครับ ก็คือการคะเน ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในปี ๒๕๕๘ รายได้ที่ประมาณการไว้ ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๙ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มากระโดดปี ๒๕๖๐ เป็น ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท พอคิดสัดส่วน รายได้ของท้องถิ่นเป็นตัวรายได้จัดเก็บเองเพิ่มขึ้นก็ไปลดเงินอุดหนุนลง เพราะฉะนั้นตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ ขึ้นมา ผมในฐานะที่เคยเป็นนายกเทศมนตรี เคยเป็นกรรมการสมาคมสันนิบาต เทศบาล เราร่วมกับสมาคม อบต. สมาคม อบจ. คัดค้านเรื่องนี้ว่าจริง ๆ ท่านลดรายได้เราลง คือลดเงินอุดหนุนเราลง เพราะท่านคะเนว่าเราจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๒ คือคณะกรรมการแผนและกระจายอำนาจเขาจะมีการคะเนสัดส่วนของท้องถิ่นในปี ๒๕๕๙ ๒๙.๔๔ เปอร์เซ็นต์ และพยายามจะทำให้เกือบถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปี ๒๕๖๐ ก็ได้ ๒๘.๖๖ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๑ ก็ ๒๘.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๒ ก็ ๒๙.๔๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วปี ๒๕๖๓ ก็ ๒๙.๔๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เรียกว่าเป็นตัวเลขปลอมเป็นตัวเลข ที่ทำให้ท้องถิ่นดีใจ แต่ทำให้เรามีรายได้ลดลง ลดลงจากอะไรครับ สังเกตนะครับ ปี ๒๕๖๑ คะเนรายได้ ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท้องถิ่นจัดเก็บได้เองประมาณ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่างกันเกือบครึ่ง ซึ่งนี่ล่ะครับคือว่าเงินเราหายไปประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จากที่รัฐบาลคะเนรายได้ของเราผิดไป โดยการไปเพิ่มรายได้ที่ท้องถิ่นจัดเก็บเองจากภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่ได้คิดกันขึ้นมา ก็นำเรียนว่าท้องถิ่นเป็นองค์กรปกครองที่ใกล้ชิดประชาชน ถนนหนทางที่ชาวบ้านเดือดร้อน ท้องถิ่นมีถนนหนทาง ถนน ๕๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ที่เหลือของทางหลวงชนบท ทางหลวงแค่แสนกว่ากิโลเมตร แต่เงินที่ท้องถิ่นมีไม่เพียงพอ เรียกว่าเงินที่เหลือไปพัฒนา งบพัฒนาถ้า อบต. อาจจะเหลือแค่ ๒ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ไม่มี เพียงพอกับทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ถ้าท้องถิ่นเข้มแข็งพี่น้องประชาชนมีความสุข เพราะฉะนั้นแล้วในเรื่องผลกระทบของท้องถิ่นตอนนี้ถือว่ามีผลกระทบมาก เพราะว่า นอกจากที่แต่ก่อนเราได้ภาษีโรงเรือน เราได้เยอะกว่านี้นะครับ เช่น หอพัก เราได้ ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าตีว่า ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือนเราจะได้ห้องละ ๔,๕๐๐ บาท แต่ถ้าคำนวณจากภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทรัพย์สิน เช่น ตีว่าห้องหนึ่ง ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็ได้แค่ประมาณ ๖๐๐ บาท ห่างกันเยอะ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เรื่องรายได้ของท้องถิ่น เพราะฉะนั้นแล้วความเหลื่อมล้ำตอนนี้ท้องถิ่นขนาดใหญ่ได้เพิ่ม ท้องถิ่นขนาดเล็กยิ่งเล็กยิ่งลดลงเยอะ ความเหลื่อมล้ำของคนในชนบทจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนกระทบนอกจากท้องถิ่นแล้วยังกระทบกับผู้ประกอบการ แต่ก่อนภาษีที่ดิน โอเค (OK) ผมไม่ว่าเพราะว่าถ้าที่ดินที่เป็นที่ว่างเปล่า เราจะออกกฎหมายเพื่อจะทำให้เขาได้เสียภาษี เพิ่มขึ้น อันนี้เป็นหลักการที่ดี แต่สิ่งก่อสร้างไม่สัมพันธ์กับรายได้ สิ่งก่อสร้างไปสัมพันธ์กับ จำนวนทรัพย์สินมากกว่า เช่น โรงแรมเปิดที่สมุยกับเปิดที่จังหวัดมหาสารคาม เสียภาษีเท่ากัน ค่าก่อสร้างเท่ากัน ทั้งที่รายได้จากค่าห้องที่สมุยอาจจะเป็นห้องละหมื่นบาท ที่บ้านผมอาจจะ ๗๕๐ บาท นี่คือความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นการคิดภาษีและสิ่งก่อสร้าง จะต้องเป็นธรรมกับคนทั้งประเทศ ช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดี บางคนเจ๊ง โรงงานเจ๊งต้องเสียภาษี เพราะว่าต้องเสียภาษีตามทรัพย์สิน แต่ว่าโรงงานที่เขาเปิดได้กำไรเยอะ เขากลับเสียภาษี เท่ากับคนที่เจ๊ง นี่คือความไม่เป็นธรรม สรุปแล้วก็นำเรียนว่าเรื่องของ พ.ร.บ. นี้จะต้อง ทบทวนถ้าเป็นไปได้คือรื้อทั้งระบบเอาไปทำใหม่ เพื่อจะทำให้ท้องถิ่นมีงบประมาณที่เพิ่มขึ้น แล้วตอนนี้ท้องถิ่นเจอ ๒ เด้ง เด้งแรกคือเงินอุดหนุนลดลงจากการคะเนว่าเราจะมีรายได้ เพิ่มขึ้น เด้งที่ ๒ เราไปเก็บเองลดลงไปอีก เพราะฉะนั้นแล้วเงินอุดหนุนก็ลดลง รายได้เรา ก็ลดลง ปีนี้ท้องถิ่นตายแน่ กราบเรียนท่านประธานก็นำเรียนไปทางรัฐบาลว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องสำคัญแล้วรัฐบาลจะต้องแก้ไขให้รวดเร็ว ตอนนี้เลื่อนไป ๖ เดือน ผมคิดว่ายังไม่เพียงพอ อาจจะต้องคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อจะทำให้เกิดความรอบคอบ แล้วก็มีการศึกษาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของท้องถิ่น ก็นำเรียนว่าท้องถิ่นแย่แน่ถ้ากฎหมายนี้ออกไป ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณมานพ คีรีภูวดล
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธาน ผมอยากจะชี้ให้เห็นชัด ๆ เลยว่าในพื้นที่จะเกิดความวุ่นวาย อย่างไรถ้ามีการประกาศกฎหมายนี้ และมีความขัดแย้งกับหลักการกระจายอำนาจและไม่มี แรงจูงใจให้ท้องถิ่นทำ ท่านประธานในพื้นที่ท้องถิ่น อบต. อปท. ทั่วประเทศ อบต. อยู่ในเขตป่า ทั้งหมดเลย ทั้งโรงเรียน ทั้งอนามัย สถานที่ราชการ ที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของประชาชน ไม่มีเอกสารใด ๆ ที่จะระบุว่าเป็นที่ทำกิน เอกสารที่หมายถึงทางราชการออกให้ เพราะฉะนั้น คือความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น แรงกดดันที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ของเทศบาลว่าจะเก็บอย่างไร จะทำอย่างไร ที่ดินอยู่ตรงไหน แล้วจะมีมาตรการอย่างไร จะมีเครื่องไม้เครื่องมืออย่างไร อันนี้เกิดขึ้นแน่นอน ถ้าหากว่ามีการประกาศใช้ อบต. เหล่านี้มีไม่ใช่น้อย ๆ ทั้งภาคเหนือ ผมว่าเยอะมาก พื้นที่เหล่านี้เราจะทำอย่างไร
ในประเด็นที่ ๒ ที่บอกว่ามันขัดแย้งกับเรื่องหลักการกระจายอำนาจแล้วก็ ไม่มีแรงจูงใจ ท่านประธานครับ คือ อปท. จะทำเรื่องนี้และรายได้ทั้งหมดเท่าที่ผมดูนั้น ต้องส่งมาที่ส่วนกลาง แล้วส่วนกลางค่อยแบ่ง คือแบบนี้ผมถามว่ามี อปท. ที่ไหนอยากจะทำ และขัดแย้งกับเรื่องหลักการกระจายอำนาจ ถ้าหากว่ากฎหมายฉบับนี้หรือว่าที่จะปรับปรุงนี้ บอกว่าถ้า อบต. เทศบาล ดำเนินการเรื่องนี้ลงทุนในแง่ของเนื้อหาข้อมูลแล้วรายได้ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ที่พื้นที่ อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ถูกเข้าส่วนกลาง ผมคิดว่าอย่างนี้มันจะเกิดผลความเป็นจริง และรายได้ ที่เกิดขึ้นก็จะนำไปบริหารกับคนในพื้นที่ ข้อเสนอของผมเพื่อที่ให้กรรมาธิการได้ไปเสนอ กับฝ่ายบริหาร ทั้งที่จะชะลอหรือว่าจะปรับปรุงทั้งหมด
ประเด็นที่ ๑ ช่วงที่มีการชะลอรัฐบาลจะต้องมีข้อสั่งการให้กับ อปท. เร่งรัด สำรวจข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยใช้งบประมาณของ อปท. เองก็ได้ เงินสะสมที่มีอยู่ก็ใช้ไม่ได้ก็ควรจะออกมาใช้เพื่อที่จะตอบสนองโจทย์นี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ในเชิงเนื้อหาหลักการเมื่อสักครู่สมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้วว่า เราควรจะหยิบยกประเด็นเรื่องเนื้อหาที่มีคนเสนอมาแล้ว องค์การภาคประชาชนก็เสนอมาแล้ว เรื่องภาษีอัตราก้าวหน้า เรื่องภาษีมรดก ๒ เรื่องนี้มันจะนำไปสู่เรื่องของความเป็นธรรม ความเท่าเทียมในสังคม ผมขออนุญาตใช้เวลาท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมาก ที่ช่วยประหยัดเวลา เชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ครับ เพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธาน ต่อรายงานของคณะกรรมาธิการที่เสนอเข้ามาให้สภาพิจารณา ผมต้องขอบคุณท่านประธาน กรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ ประธานอนุกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ ที่อาศัยช่องทาง ของสภาเราเพื่อส่งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี ถ้าท่านไม่เสนอ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะจะไม่ถึงรัฐบาล เป็นความชาญฉลาดยิ่งถ้าทำให้สภาเรามีคุณค่า ท่านประธานครับผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการผมจะไม่ลงรายละเอียด ผลการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นความเป็นมา สภาพปัญหา เรื่องของประเด็นพิจารณาไม่ว่าจะเป็นความชัดเจน เรื่องของบทบัญญัติ เรื่องของความไม่พร้อมของกฎหมายระดับรอง เรื่องการคำนวณฐานภาษี ที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ต่อผู้ประกอบการ ต่อท้องถิ่น แล้วก็เรื่องของผลกระทบ ต่อการคำนวณที่จะเป็นหลักให้บ้านหลังหลัก อันนี้ผมจะไม่พูดถึงประเด็นที่ขออนุญาต ท่านประธานที่จะลงรายละเอียดนิดเดียวครับ เพราะรายงานนี้มีข้อสังเกตข้อเสนอแนะ ตรงนี้คือหัวใจ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของท่านกรรมาธิการผมจำเป็นต้องเอามาพูดในช่วง การรับทราบพิจารณารายงาน เพราะผมไปพูดตอนพิจารณาข้อสังเกตให้ความเห็นชอบ ข้อสังเกตไม่ได้ เพราะข้อบังคับเขียนไว้ให้ความเห็นชอบโดยไม่มีการอภิปราย ผมเชื่อมั่นว่า สภาแห่งนี้ไม่มีใครคัดค้านที่จะส่งข้อสังเกตนี้ไปให้คณะรัฐมนตรี แต่สิ่งที่ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานครับ ข้อสังเกตนี้เท่าที่ผมอ่านผลการศึกษามาทั้งหมดมีหลายเรื่องหลายประเด็น แต่ท่านประธานเองทำข้อสังเกตเพียงแต่บอกว่าให้ตราพระราชกำหนดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๔ เลื่อนวันบังคับใช้กฎหมายนี้ออกไป แล้วถามว่าได้ประโยชน์อะไรหรือไม่ครับ ได้ประโยชน์ครับมีการเลื่อนบังคับใช้แล้วเอากฎหมายเดิมมาใช้ ผมก็เลยมีคำถามกลับว่า ๑. บทเฉพาะกาลที่มีตั้งแต่มาตรา ๙๑ ถึงมาตรา ๙๗ ที่เขียนรองรับไว้เพื่อขยายระยะเวลา ต่าง ๆ ในการดำเนินการตามกฎหมาย ท่านกรรมาธิการได้เข้าไปดูแล้วมีผลต่อระยะเวลา หรือไม่ เทียบกับการเลื่อนวันบังคับใช้ตามพระราชกำหนด
เรื่องที่ ๒ เรื่องการตราพระราชกฤษฎีกา มีผลบังคับใช้วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่งออกมาใหม่ เรื่องลดการจัดเก็บ ร้อยละ ๕๐ ร้อยละ ๙๐ มีผลหรือไม่อย่างไร และที่สำคัญมีการขยายเวลาดำเนินการ ตามกฎหมายฉบับนี้ออกไปตามมาตรา ๑๔ ที่เป็นอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีการขยาย ขยายได้ครับ ถามว่าถ้าเฉพาะระยะเวลาจำเป็นไหมต้องตราพระราชกำหนด ใช้มาตราเหล่านี้ขยายได้หรือไม่ ท่านประธานฝากไปยังท่านประธานกรรมาธิการ ท่านประธาน อนุกรรมาธิการช่วยตอบผมครับจะได้คลายข้อกังวลว่าจำเป็นจริงหรือถ้าจะตราพระราชกำหนด เพื่อแค่กำหนดการเลื่อนบังคับใช้ ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยเท่าไร ถ้าเนื้อในของกฎหมายตัวสารบัญญัติ บทเฉพาะกาลรองรับไว้อยู่แล้ว ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ๑ นาที สิ่งที่ผมอยากเห็นครับ ผมอยากเห็นคณะกรรมาธิการได้เสนอ ข้อสังเกตแม้นไม่มีแล้วนะครับ อยากจะเห็นข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายวันนี้ครับ แล้วของผมเองผนวกไปในข้อสังเกตของกรรมาธิการส่งไปให้ ครม. ครับ ข้อสังเกตผมครับ ผมอยากเห็นพระราชกำหนดที่ออกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๔ ครับ ว่าด้วยการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี ๒๕๖๒ พ.ศ. .... ละครับ และนำสารบัญญัติตัวที่กรรมาธิการเห็นว่ามีปัญหาทั้งหมดไปแก้ไขครับ ถ้ากรรมาธิการ จะกรุณายกร่างให้ยิ่งดีเลยนะครับ ส่งไปให้รัฐบาลเลย และให้รัฐบาลตราพระราชกำหนด โดยอาศัยมาตรา ๑๗๔ ได้ มาตรา ๑๗๔ ความหมายผมมั่นใจว่าเป็นกฎหมายใหม่นะครับ กฎหมายใหม่เกี่ยวกับภาษี จริงอยู่ครับ อาจจะอนุโลมมาตีว่าใช้บังคับการแก้ไขปัญหา กฎหมายเก่านี้ก็คงได้เพราะมันเป็นเรื่องเงินตราภาษี ไม่ว่ากัน แต่จะเกิดประโยชน์สูงสุดครับ ฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาดูไหมครับว่าถ้าเราสามารถ ให้รัฐบาลออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี ๒๕๖๒ เขามีสารบัญญัติไล่ไปตามที่ท่านเสนอว่ามันมีปัญหาไม่ว่าตัวบทบัญญัติที่ไม่ชัดเจน ความไม่พร้อมของกฎหมายระดับรอง ฐานภาษีที่ไม่เป็นธรรมต่าง ๆ เขียนเข้าไป ผมว่าอันนี้ เกิดประโยชน์สูงสุดครับ ฝากท่านประธานนำข้อสังเกตผมเป็นข้อสังเกตในกรรมาธิการส่งไป ให้รัฐบาลด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณ คุณหมอชลน่านนะครับ แล้วก็ขอบคุณท่านเท่าพิภพด้วยนะครับที่สละสิทธิ์การอภิปราย ท่านประธานกรรมาธิการมีอะไรจะเพิ่มเติมไหมครับ สรุปเลยนะครับท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทุกท่านที่ได้อภิปรายแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง แล้วหลายท่าน ก็มีความเห็นสอดคล้องกับรายงานที่คณะกรรมาธิการจัดทำขึ้นมา ต้องขอบคุณท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ รองประธานกรรมาธิการในฐานะประธานอนุกรรมาธิการที่ได้ริเริ่มผลักดันให้ มีการศึกษาปัญหาของพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขอบคุณอนุกรรมาธิการ ทุกท่านที่เข้ามาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน ผมขออนุญาต สรุปสั้น ๆ ตรงนี้ครับท่านประธาน รายได้ของรัฐ รัฐแต่ละรัฐจะมีรายได้จากไหนแหล่งที่มา ที่มากที่สุดปฏิเสธไม่ได้นั่นก็คือภาษี ภาษีที่เก็บกันส่วนใหญ่จะเก็บกัน ๓ ฐานใหญ่ ๆ นั่นก็คือ ภาษีจากฐานบริโภค ภาษีจากฐานรายได้ และภาษีจากฐานทรัพย์สิน ประเทศไทยของเรานั้น เก็บภาษีจากฐานบริโภคถึงร้อยละ ๕๗ เก็บภาษีจากฐานรายได้ร้อยละ ๔๒ และเก็บภาษี จากฐานทรัพย์สินร้อยละ ๑ เท่านั้นเอง ภาษีจากฐานบริโภคเก็บได้มากครับ แต่จะสร้างความ เหลื่อมล้ำสูง ในขณะที่ภาษีจากฐานทรัพย์สินเราได้มาน้อย แต่มันเป็นเครื่องมือในการช่วยลด ความเหลื่อมล้ำได้ ประเทศไทยของเรานั้นมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เราเริ่มพูดถึงกันบ่อยครั้งว่าภาษีอาจจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำได้ แล้วเริ่มคิดกันว่าถึงเวลาสมควรที่จะต้องขยายฐานภาษีทรัพย์สินออกไปให้มากขึ้น ภาษีที่เกิดจาก การสะสมทรัพย์สิน ภาษีที่เกิดจากความมั่งคั่ง เมื่อบุคคลใดก็ตามมีความร่ำรวยมากขึ้น สะสมทรัพย์สินมากขึ้น สะสมความมั่งคั่งมากขึ้นก็จำเป็นจะต้องจ่ายภาษีให้มากขึ้นนะครับ แต่พระราชบัญญัติฉบับนี้เรื่องการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นความคิดริเริ่ม จากการต้องการเก็บภาษีจากฐานทรัพย์สินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่การออกกฎหมายฉบับนี้ ขาดความรอบคอบ ขาดความพร้อมของหน่วยงานต่าง ๆ การประเมินอย่างรอบด้านต่าง ๆ ที่ไม่เพียงพอทำให้ส่งผลเสียตามมาครับ จากเจ้าของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ต้องจ่าย ภาษีมากกลับกลายเป็นจ่ายภาษีน้อยลง จากคนตัวเล็ก ตัวน้อย คนชั้นกลางที่ควรจะต้องจ่าย ภาษีน้อยกลับกลายมาเป็นจ่ายภาษีมากนะครับ จากความตั้งใจที่จะลดความเหลื่อมล้ำ กลับกลายเป็นความล้มเหลว จากความก้าวหน้าในทางภาษีกลับกลายเป็นความผิดพลาด ทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นมาจากการขาดความรอบคอบในการประเมินต่าง ๆ ผมขออนุญาต ตอบคำถามเพื่อนสมาชิกสั้น ๆ นะครับ ก็คือที่ท่านอาจารย์โกวิทย์ พวงงาม เพื่อนสมาชิก จากพรรคพลังท้องถิ่นไทยได้ถามขึ้นมาครับ เดิมที่ท้องถิ่นเก็บกันอยู่คือภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน และที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ เราจัดเก็บได้น้อยอยู่แล้ว ท้องถิ่นมีรายได้จากส่วนนี้ไม่มากเท่าไร เมื่อยกเลิกภาษีบำรุงท้องที่ ไปก็ไม่ได้กระทบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากนัก แต่ภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ท้องถิ่น เก็บได้เยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท้องถิ่นที่มีที่ดินทางเศรษฐกิจ ที่ดินที่มีการประกอบธุรกิจ ที่ดินที่ปล่อยให้นายทุนต่าง ๆ มาเช่าเพื่อทำธุรกิจ ในส่วนนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำพื้นที่เศรษฐกิจจะเก็บตัวนี้ได้มาก เมื่อยกเลิกไปก็จะเกิดผลกระทบตามมา เมื่อสักครู่ ที่ท่านอาจารย์โกวิทย์ได้ถามก็คือ สาเหตุที่มันแตกต่างกันที่ทำให้ท้องถิ่นและรายได้ลดลง เนื่องมาจากว่าภาษีโรงเรือนและที่ดินนั้นจัดเก็บกันอยู่ที่ร้อยละ ๑๒.๕ ต่อปี ร้อยละ ๑๒.๕ นั้น คิดจากค่ารายปีหรือค่าเช่ารายปีนั่นเอง เหมือนเป็นฐานจากเรนจ์ แทคซ์ (Range tax) ก็คือ คิดจากค่าเช่า ในขณะที่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งกำลังจะใช้กันอยู่ตอนนี้เก็บกันอยู่ที่ ร้อยละ ๐.๓-๐.๗ ของมูลค่าที่ดิน เมื่อตัวเลขที่ต่างกันอย่างนี้คิดคำนวณจากฐานค่าเช่า เปลี่ยนมาเป็นฐานจากมูลค่าที่ดินแบบนี้ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมาก ได้รายได้ในส่วนนี้ลดลง แล้วขออนุญาตตอบต่อเนื่องไปยังคำถามของคุณหมอกิตติศักดิ์ เพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทย ก็คือว่าพอเป็นแบบนี้มันทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขนาดใหญ่มีรายได้ลดลง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ไม่ใช่ได้ประโยชน์จาก กฎหมายฉบับนี้ กลับเสียประโยชน์มากกว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเพื่อนสมาชิกสามารถดูได้ จากภาคผนวก ค ในรายงานฉบับนี้ ก็คือกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจชัดเจน เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จำนวนมาก เสียภาษีลดลง ประมาณการณ์ของ กทม. ทั้งหมดน่าจะลดลงไป รายได้ขาดหายไปประมาณ ๕๘ เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับที่แหลมฉบัง
ขออนุญาตตอบเพื่อนสมาชิกนะครับ คุณหมอชลน่านจากพรรคเพื่อไทย กรณีที่เกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกาล่าสุดที่เพิ่งออกมา ส่วนนี้มีประโยชน์ช่วยแบ่งเบาภาระของ พี่น้องประชาชนในระยะเฉพาะหน้านี้ได้ แต่ปัญหาหนึ่งที่ไม่ได้ถูกแก้ไขนั่นก็คือเรื่องปัญหา การจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนนี้พระราชกฤษฎีกาไม่ได้เข้ามาช่วย แก้ไข ดังนั้นท้ายที่สุดถ้าหากจะต้องคิดคำนวณเรื่องเกี่ยวกับการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะต้องหาทางแก้ไขต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้ อปท. ที่เขาควรจะต้องมีรายได้มากในแต่ละปี ๆ แล้วปีนี้ลดลง แล้วปีหน้าก็อาจจะลดลงอีกถ้ายังใช้ต่อไปจะหาทางแก้ไขให้เขาได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะเฉพาะหน้าซึ่งเงินอุดหนุนมาไม่ทันแน่นอน รัฐบาลไม่ได้จัดสรร เงินอุดหนุนในส่วนนี้มาแน่นอน จากการสอบถามในทางคณะอนุกรรมาธิการที่ได้เชิญตัวแทน จาก กทม. แล้วก็จากแหลมฉบังมาชี้แจงเห็นชัดเจนเลยว่าเขาเองก็ตั้งรับสถานการณ์ไม่ทัน ยังคิดคำนวณไม่ออกว่าปีนี้จะอยู่อย่างไร ถ้ารายได้มันหายไป ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ผมขออนุญาต ทิ้งท้ายแบบนี้ครับ ทางคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะมีมติร่วมกันในการสนับสนุนให้รายงานฉบับนี้ ได้นำไปเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะรัฐมนตรีจะนำรายงานของ คณะกรรมาธิการและความเห็นของเพื่อนสมาชิกทั้งหลายไปพิจารณาดำเนินการต่อไป ด้วยการชะลอใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพลางก่อนเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับ สภาพการณ์ และได้ประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ตามที่ท่านกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภา พิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมก็จะส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องควรทราบหรือควรปฏิบัติเพื่อดำเนินการต่อไป แล้วเมื่อสักครู่คุณหมอชลน่านก็ได้เสนอข้อคิดเห็นที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการที่จะบังคับใช้ กฎหมายที่เสนอว่า คำอภิปรายหรือข้อเสนอดี ๆ ของท่านสมาชิกที่อภิปรายในวันนี้ก็อยาก ให้ทางคณะกรรมาธิการได้รวบรวมแล้วก็ส่งเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมกับของคณะกรรมาธิการ ไปถึงคณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ หรือหน่วยงานอื่นด้วย ผมว่าน่าจะสรุป ได้อย่างนี้นะครับคุณหมอ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ประเด็นข้อเสนอแนะของสมาชิกที่มีต่อรายงานถือว่าเป็นข้อสังเกต เพิ่มเติม กรรมาธิการไม่จำเป็นต้องกลับไปทำใหม่ เพียงแต่ฝ่ายสภาของเราบันทึกข้อสังเกต เหล่านั้นแนบไปพร้อมกับข้อสังเกตของกรรมาธิการ กระบวนการทั้งหมดก็จะจบ กรรมาธิการ ไม่จำเป็นต้องกลับเข้าไปประชุมใหม่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ คุณหมอครับ ก็เท่าที่ฟังท่านสมาชิกเราอภิปรายมาทั้งหมดไม่มีใครเห็นเป็นอื่นเลยนะครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการทั้งหมด ผมขอสอบถามที่ประชุมว่ามีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ ที่ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมถือว่า ที่ประชุมแห่งนี้ให้ความเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ข้อเสนอของคุณหมอชลน่าน ที่ให้ทางสภาเราสรุปคำอภิปรายส่งไปพร้อมกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตามนี้นะครับ ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ท่านสมาชิกที่เคารพ วันนี้เราก็ได้ ประชุมกันมาพอสมควร ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน และขอปิดการประชุมนะครับ