ชวน ชี้ปัญหาภาษีที่ดิน แจงกระทบรายได้ท้องถิ่น-เสนอปรับก่อนบังคับใช้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๓ มกราคม ๒๕๖๓

ชวน หลีกภัย แถลงผลการลงคะแนนเสียงเห็นชอบร่างประมวลจริยธรรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนหารือปัญหาผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 โดยเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ดีของกฎหมาย แต่ชี้ให้เห็นปัญหาในการปฏิบัติจริงจากความไม่ชัดเจนของบทบัญญัติหลายประการ ทั้งในเรื่องความไม่เป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี การยกเว้นที่ไม่เหมาะสม และผลกระทบต่อรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ลดลงอย่างมาก พร้อมระบุว่าเงินอุดหนุนจากรัฐไม่สามารถจัดสรรได้ทันเวลา ส่งผลให้เกิดปัญหาการเงินอย่างรุนแรง จึงเสนอให้ชะลอการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปรับปรุงข้อบกพร่อง ไม่ใช่เพื่อคัดค้าน แต่เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ทุกท่านพร้อมขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๑๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วยกับ ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ....

ขอบพระคุณสมาชิก ทุกท่านครับ ขอบพระคุณกรรมาธิการทุกท่านเลยนะครับ อย่าเพิ่งกลับบ้านนะครับเรามีวาระต่อ ต่อไปเป็นวาระ

๔.๒ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและผลกระทบจากการบังคับใช้ พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนพิจารณาเสร็จแล้ว พ.ศ. ๒๕๖๒ และทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการได้พิจารณา แล้วเสร็จเห็นชอบให้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิกครับ พระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตราขึ้นมาเพื่อทดแทนการเก็บภาษีโรงเรือน และที่ดินและภาษี บำรุงท้องที่ โดยมีความมุ่งหวังให้มีการปรับปรุงฐานภาษีให้มีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงอัตราภาษีให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น กระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากที่ดิน มิใช่ปล่อยให้ที่ดินนั้นรกร้างว่างเปล่า หรือครอบครองเพื่อเก็งกำไร บีบให้นายทุนที่ถือครองที่ดิน จำนวนมากได้ปล่อยที่ดินออกมาและให้เป็นแหล่งรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สนับสนุนการเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง พระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการที่ดี มีวัตถุประสงค์ที่ดี ด้วยความหวังว่า จะมีการจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรม กระตุ้นให้เกิดการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ กลับมีผลกระทบในทางปฏิบัติตามมาจำนวนมาก จากรายงานการศึกษาขอคณะกรรมาธิการ พบว่า

ประการที่ ๑ บทบัญญัติในหลายเรื่องมีความไม่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น นิยาม ของคำว่า สิ่งปลูกสร้างในมาตรา ๕ หรือเรื่องของการกำหนดฐานภาษีที่ไม่ชัดเจน

ประการที่ ๒ การคำนวณภาษีอย่างไม่เป็นธรรม ยกตัวอย่างเช่น กรณีเหตุ ยกเว้นให้กับบ้านหลังแรกที่มีราคาไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท นั่นหมายความว่าบ้านหลังแรก ที่ราคา ๓-๔ ล้านบาท และบ้านหลังแรกที่ราคา ๔๙ ล้านบาท เกือบ ๕๐ ล้านบาท ก็ได้รับ การยกเว้นภาษีเช่นเดียวกัน

ประการที่ ๓ ผลกระทบต่อรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นตอนแรกมีความตั้งใจว่าจะมุ่งหวังให้ท้องถิ่นได้รายได้เพิ่มขึ้น ช่วงเริ่มต้นครับมีการประเมินกันว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน่าจะได้รายได้เพิ่มขึ้นปีละ ประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อประกาศใช้ไปมีการประเมินกันใหม่ครับ น่าจะเหลือ รายได้เพียง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งยอดรายได้นี้ใกล้เคียงกับสมัยที่เราเก็บเป็นภาษี โรงเรือนและที่ดิน นอกจากนั้นครับจากการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการได้เชิญผู้แทน จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการกระจายอำนาจ เกี่ยวกับเรื่องการปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ได้มาชี้แจง ทางกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นชี้แจงไว้ดังนี้ครับ เขาชี้แจงว่ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ ๑,๔๐๐ แห่งที่ได้รายได้เพิ่มขึ้นจากการเก็บภาษีตัวนี้ คิดเป็นเงินประมาณ ๑๑,๔๙๐ ล้านบาท ในขณะเดียวกันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓,๓๓๗ แห่งได้รายได้ลดลง คิดเป็นเงิน ประมาณ ๑๓,๒๑๘ ล้านบาท และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รายได้เท่าเดิมประมาณ ๒๙๔ แห่ง นั่นเท่ากับแสดงให้เห็นว่าหากใช้ภาษีตัวนี้ต่อไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะมีรายได้ลดลงอย่างชัดเจนครับ ในขณะเดียวกันเงินอุดหนุนที่ทางรัฐบาลได้ตระเตรียมไว้ หรือการจัดสรรปันส่วนเงินเพิ่มเติมโดยคณะกรรมการกระจายอำนาจ จากการสอบถาม ข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าไม่สามารถจัดได้ทันในปีนี้ ดังนั้นจึงส่งผลกระทบ ร้ายแรงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าปีนี้จะมีท้องถิ่นขนาดใหญ่หลายที่ขาดรายได้ตรงนี้ไป ในขณะเดียวกันเงินอุดหนุนก็เข้าไปสนับสนุนไม่เพียงพอ

จากเหตุผลทั้งหมดทำให้คณะอนุกรรมาธิการได้จัดทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมา และนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ โดยมีความเห็นครับว่าเสนอให้คณะรัฐมนตรีในฐานะ ฝ่ายบริหารจำเป็นที่จะต้องตราพระราชกำหนดขึ้นมาเพื่อชะลอการบังคับใช้พระราชบัญญัติ เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมให้มากกว่านี้ ผมขออนุญาต ยืนยันกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่นี่อีกครั้งหนึ่งว่าคณะกรรมาธิการไม่ได้มีจุดยืนที่จะ ไม่สนับสนุนการเก็บภาษีตัวนี้ เรายืนยันว่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นมีวัตถุประสงค์ที่ดี มีหลักการที่ถูกต้อง ต้องการเก็บฐานภาษีตัวใหม่ อัตราภาษีตัวใหม่ ต้องการลดการครอบครอง ที่ดินโดยไม่ใช้ประโยชน์ ต้องการเพิ่มรายได้ให้กับท้องถิ่นและจะได้การเก็บภาษีที่เป็นธรรม มากขึ้น ก้าวหน้ามากขึ้น ในทางปฏิบัติจากการศึกษาแล้วพบว่ามีปัญหา เราจึงทำข้อเสนอนี้ เข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตท่านประธานสภาครับ ขออนุญาตเรียน ให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้ชี้แจงเพิ่มเติมในฐานะเป็นคนรับผิดชอบศึกษาเรื่องนี้ครับ