ชลน่าน ตั้งข้อสังเกตมาตรฐานจริยธรรมสภา ชี้บกพร่อง-ขัดรัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๓ มกราคม ๒๕๖๓

ชลน่าน ศรีแก้ว ท้วงติงการเสนอร่างกฎหมายที่ขาดร่างเดิมของสภา ขอให้มีการแนบร่างฉบับแรกพร้อมร่างแก้ไขเพื่อให้สมาชิกพิจารณาได้อย่างถูกต้องและสะดวก พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชัดเจนในการบังคับใช้มาตรฐานจริยธรรมของสภา รวมถึงความกังวลว่าการแก้ไขอาจขัดรัฐธรรมนูญและไม่ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านความมั่นคง เอกราช และผลประโยชน์ของชาติอย่างเพียงพอ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการได้สงวนความเห็น ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน รบกวนสภาอีกครั้งเดียวครับมันเป็นมาตราต่อเนื่อง จริง ๆ ผมควรจะไป อภิปรายในมาตรา ๕ แต่ว่าในการแก้ไขของกรรมาธิการเป็นการแก้ไขในหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน ผมขออนุญาตใช้เวลาสภานิดเดียว ท่านประธานครับ เหตุที่ผมได้สงวนความเห็นเอาไว้บางส่วน ผมกราบเรียนในข้อ ๔ ไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ ผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมครับ ในการเสนอร่างข้อบังคับก็ดีหรือร่างกฎหมายก็ดี ในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการเสร็จแล้วและนำมาเสนอต่อสภาให้สภาพิจารณาเป็น รายมาตรา ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเองก็ไม่ได้ต้องการที่จะคัดง้างหรือไม่เห็นด้วย แต่ใด ๆ เพียงแต่ว่าสิ่งที่จำเป็นผมได้กราบเรียนไปคือร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎรเราที่ส่งไป ให้กรรมาธิการ กรรมาธิการก็ควรจะแนบมาให้ด้วย ผมฝากท่านประธานไปยัง ผบ. กลุ่มงาน ต่าง ๆ ก็แล้วกันครับ ผมไม่ได้กราบเรียนไปโทษท่านประธานกรรมาธิการหรือกรรมาธิการ อันนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายเลขานุการที่จะต้องแนบร่างร่างเดิมที่รับไป พร้อมกับร่างที่แก้ไขครับ ซึ่งมันเป็นไปตามข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเรา ข้อ ๑๒๗ ในการเสนอ ร่างในการพิจารณาในวาระ ๒ รายมาตราต้องแสดงร่างเดิมครับ ข้อบังคับเขียนไว้อย่างนั้น ต้องแสดงร่างเดิมและร่างแก้ไขเพิ่มเติม สิ่งที่ท่านประธานเห็นกรรมาธิการเสนอเข้ามาตรงนี้ คือร่างแก้ไขเพิ่มเติมครับ ที่มีการขีดฆ่าตัวร่างเดิมทั้งหมดและมีรายชื่อผู้สงวนความเห็นไว้ มีการแก้ไขในตัวร่างคือร่างแก้ไขเพิ่มเติม ไม่มีร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎรเราไป อ่านได้ครับ จากการที่เขาขีด ๆ แต่มันก็ลำบาก ครั้งต่อไปผมฝากท่านประธานได้กรุณาแจ้งท่าน ผอ. แล้วก็ ผบ.กลุ่มงาน ให้ยึดถือข้อบังคับอย่างเคร่งครัดด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ เพื่อนสมาชิกครับ จะได้พิจารณาควบคู่กันไป จริง ๆ ทำตารางเปรียบเทียบมาดี แต่เผอิญว่า ตารางเปรียบเทียบที่เสนอมาตรงนี้แทนที่จะเป็นร่างเดิมกลับเป็นประมวลจริยธรรม ปี ๒๕๕๓ เสมือนการยกร่างเลยครับ ถ้านำเสนอชั้นการยกร่างมานี่ผมจะไม่ว่าอะไร มันเป็นสิ่งที่เอามา เป็นส่วนที่อ้างอิงได้ อันนั้นฝากนะครับ ไม่ได้ตำหนิใด ๆ เพียงแต่ขอความสะดวกเท่านั้นเอง

เรื่องที่ ๒ ผมเองมีข้อห่วงใยในคำแปรญัตติผมได้นำเรียนไปแล้ว กรรมาธิการ ได้ชี้แจงแล้ว ผมเองถามว่าพอใจไหม ก็ฝากเป็นข้อสังเกตว่าตัวมาตรฐานจริยธรรมที่เราไปใช้ เป็นบัญชีแนบท้ายตีเป็นข้อบังคับได้หรือไม่ ถ้าท่านบอกว่าเป็นข้อบังคับผมก็ไม่ติดใจครับ เพราะเสียงข้างมากเป็นอย่างนั้น ถ้าสภาแห่งนี้รับว่าเป็นข้อบังคับด้วย ในข้อบังคับนี้นะครับ ไม่ใช่ข้อบังคับของศาล ของตุลาการ ต้องตีว่าเป็นข้อบังคับนี้ด้วย เพราะอะไรครับ นำเรียน ไปรอบแรกแล้วว่าการบังคับใช้ในมาตรา ๔๗ เราใช้คำว่า ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ก็หมายถึงข้อบังคับของเรา แล้วก็สอดรับกับมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เขาเขียนไปในข้อ ๒๗ ที่ผมอ่านไปแล้วว่าการบังคับใช้มาตรฐานจริยธรรมนี้ให้เป็นไปตาม ข้อบังคับของประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นมันต้อง อ้างไปตรงนั้น ถ้าจะกล่าวโทษแล้วการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมต้องกล่าวโทษต่อกรรมการ ของเราให้เป็นผู้พิจารณา ไม่ได้ไปกล่าวโทษต่อศาลต่ออะไร นั่นเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง

เรื่องที่ ๓ ผมมีความเป็นห่วงในการตัดออกและเพิ่มเติมเข้าไปมันมีผล ต่อการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงครับ ประเด็นอื่นผมไม่ติดใจครับ แต่การฝ่าฝืน มาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ถ้าท่านไปอ่านข้อบังคับ ข้อ ๔๗ มันจะต้องส่ง ป.ป.ช. จากสภาแห่งนี้และไปดำเนินการตามกฎหมาย สิ่งที่เติมเข้ามา ๑. มันสะท้อนให้เห็นว่า เพิ่มจำนวนข้อของความร้ายแรงในการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมขึ้นมา ผมยกตัวอย่างครับ ผมขออนุญาตต่อเนื่องนะท่านประธานครับ อภิปรายครั้งเดียวครับ เพราะมันเป็นเนื้อหา ต่อเนื่อง ข้อ ๒๗/๒ สมาชิกและกรรมาธิการต้องรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยโดยเคร่งครัด เหตุการณ์ที่มีการเสียบบัตรแทนกันโดนเลยนะครับข้อนี้ โดนเลยนะครับ ถ้ามีการร้องต่อกรรมาธิการ ร้องต่อกรรมการ แต่ในมาตรฐานจริยธรรม ท่านไปดูข้อ ๑ หรือข้อ ๑๐ ไม่ได้เขียนอย่างนี้ ไม่ได้เขียนอย่างนี้ครับ ท่านไปอ่านดูเลยครับ ในแต่ละข้อแจง ๆ มาไม่ได้เขียนอย่างนี้ ธำรงรักษาไว้ไล่ตั้งแต่ข้อ ๕ ไปถึงข้อ ๑๐ นี้ละครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน อย่างนี้นะครับท่านสมาชิกเราจะเดือดร้อนเพราะการฝ่าฝืน เรื่องบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมันร้องกันได้ง่ายมาก มันร้องกันได้ง่ายมาก อันนี้ผมตั้งข้อสังเกต ผมอาจจะผิดก็ได้ เรื่องต่อไปการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมใน ๖ ข้อของเขา ข้อ ๕ ถึงข้อ ๑๐ ถ้ามาดูในมาตรฐานจริยธรรมในประมวลจริยธรรมของเราที่กำหนดมา ๓ ข้อ ถามว่า ครอบคลุมมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นมาตรฐานจริยธรรมที่ร้ายแรงหรือไม่ เพราะหลักการใหญ่ ในรัฐธรรมนูญเขียนว่าต้องมีบทกำหนดว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วยนะครับ ผมไปดู ๓ ข้อนี้ แน่นอนครับ ข้อ ๒๗/๑ ครอบคลุมข้อ ๕ บางส่วน ข้อ ๖ บางส่วน บางส่วน ไม่ครอบคลุมนะครับ ไม่ครอบคลุมโดยเฉพาะเรื่องของการรักษาอธิปไตย รักษาเรื่องของ เอกราชอะไรต่าง ๆ เขียนไว้ในมาตรฐานจริยธรรม ข้อ ๖ จริยธรรมของตุลาการ ผมขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมยกตัวอย่างให้เลยครับ ข้อ ๖ ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบัน พระมหากษัตริย์ อันนี้เขียนครับมีบางส่วนอยู่ เอกราชอธิปไตยบูรณภาพแห่งอาณาเขต และเขตประเทศที่มีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ อันนี้เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญครับ ต้องสะท้อนเรื่องนี้ เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของประเทศชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผมถามว่าในประมวลจริยธรรม เราเอาข้อความเหล่านี้ไปเขียนไว้หรือไม่ แล้วกำหนดว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานอย่างรุนแรง หรือไม่ ร้ายแรงหรือไม่ ถ้าไม่กำหนดอย่างนั้นมันส่อว่าจะไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ผมไม่กล้าว่าจะขัดครับ ผมใช้ว่าเขียนไม่ครบมันไม่สอดคล้อง เวลากล่าวโทษมา ถ้าสมมุติบอกว่า ส.ส. ท่านนี้ไปประพฤติขัดความสงบเรียบร้อยของประชาชนมากล่าวโทษ ต่อกรรมการ กรรมการจะเอาข้อไหนไปใช้ครับ อันนี้ผมฝากไว้เป็นประเด็นทั้งบางส่วนเกิน บางส่วนขาดเพราะฉะนั้นผมเองด้วยความเคารพ ผมยกตัวอย่างครับ เรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้ เขียนไว้ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ของมาตรฐานจริยธรรมของเขา เขาเน้นเรื่องไม่ขอและไม่รับ ซึ่งผลประโยชน์ ถามว่าในของเราเขียนไว้ไหม อาจจะเขียนไว้บทท้าย ๆ ผมอ่านไม่หมดนะครับ แต่ว่าในของเขา เขาบอกว่าถ้าฝ่าฝืนถือว่ารุนแรงเลย ของเราต้องไปบอกว่าต้องดูพฤติการณ์ พฤติกรรมนั้นด้วยมันสอดคล้องกันหรือไม่ อันนี้เป็นข้อห่วงใย ผมขอจบคำอภิปรายของผม ผมก็จะกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ได้ติดใจครับ กรรมาธิการไม่ต้องลุกขึ้นมาชี้แจงใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะว่าเราใช้ข้อ ๘๘ แล้วมีการแก้ไข ไม่มีใครเห็นเป็นอื่นก็ถือว่าสภานี้เห็นชอบ ตั้งแต่ข้อ ๕ ไปถึงข้อ ๒๗ โน่นละครับ แม้กระทั่งใช้หมดทุกข้อในการพิจารณาครั้งนี้ก็ยังได้ เพราะว่าสภามีมติแล้วว่างดเว้น ข้อ ๘๘ ได้ ท่านประธานก็ดูว่าเขามีความเห็นเป็นอย่างอื่น ปุ๊บก็ถือว่าสภานี้เห็นชอบ เว้นแต่ว่าในวาระ ๓ เท่านั้นเองครับอาจจะต้องมาลงคะแนน ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ