สุกิจ อัถโถปกรณ์ ชี้แจงการแก้ไขร่างข้อบังคับจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดวางมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้ในบัญชีท้ายร่าง เพื่อคลี่คลายความเห็นต่างในกรรมาธิการและไม่ให้เกิดความรู้สึกถูกมัดมือชก โดยยืนยันการแยกบทลงโทษให้ชัดเจนระหว่างข้อบังคับของรัฐสภากับมาตรฐานขององค์กรอิสระ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ กรรมาธิการครับ ใคร่จะขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับการสงวนความเห็น ของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งจำเป็นต้องชี้แจงตรงนี้อาจจะให้รายละเอียดสักเล็กน้อย เพราะว่าถ้าผ่านข้อนี้ไปได้จะส่งผลไปถึงข้ออื่น ๆ ที่จะตามมาทีหลังอีกหลาย ๆ ข้ออาจจะ ไม่ต้องลุกขึ้นชี้แจงครับ อย่างน้อยจะเป็นหมวด ๑ เดิมที่อยู่ในร่างไปจนถึงข้อ ๒๗ ความจริง คุณหมอชลน่านถือเป็นกรรมาธิการที่ทรงคุณค่าของคณะเรา สามารถแก้ปัญหายาก ๆ ให้เรา ได้เยอะทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามเรื่องของความเห็นต่างก็เป็นเรื่องธรรมดา ผมขอเรียนชี้แจง อย่างนี้ครับ การสงวนความเห็นของท่านก็คือให้คงข้อความในข้อ ๔ ตามร่างเดิมที่ผ่านมติ ของที่ประชุมในวาระ ๑ ไปนะครับ ในขณะที่กรรมาธิการได้แก้ไขในข้อนี้คือเติมคำว่า บัญชี ท้ายร่างข้อบังคับ ตามบัญชีท้ายร่างข้อบังคับ ซึ่งความจริงท่านก็ไม่ได้ติดใจข้อความหรอกครับ แต่การแก้ การเติมถ้อยคำของกรรมาธิการมันส่งความหมายมากทีเดียวก็คือทำให้มีการย้ายที่ บางส่วนของเนื้อหาของร่างออกไป ผมขอชี้แจงว่าจริง ๆ แล้วกรรมาธิการเกือบทุกคนไม่ได้ มีความยินยอมพร้อมใจที่จะรับสิ่งที่เรียกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ว่าให้นำมาบังคับใช้กับพวกเราที่จะเอามาใส่ไว้ ในข้อบังคับนี้ เราไม่ได้ยินยอมพร้อมใจและหลายท่านก็ปฏิเสธแบบหัวชนฝาทีเดียวครับ แต่ปฏิเสธไม่ได้ครับ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ได้ระบุไว้ว่าให้กำหนดให้ประเทศนี้ มีสิ่งใหม่ ซึ่งไม่เคยมีในรัฐธรรมนูญฉบับเก่า ๆ ให้มีสิ่งที่เรียกว่ามาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งคนร่างก็จะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระต่าง ๆ และเขียนไว้ในนั้นว่าให้ใส่ใจต่อ ความเห็นของ ส.ส. ส.ว. เพราะฉะนั้น ส.ส. พวกเราในกลุ่ม ส.ส. ชุดนี้ เรียนได้ว่าไม่มีส่วน ในเรื่องนี้เลยนะครับ ทำให้หลายท่านเห็นว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องของการมัดมือชก แต่อย่างไรก็ตามในร่างแรกของเราที่ผ่านมติของสภาไปในวาระ ๑ กรรมาธิการของเราได้เอา มาตรฐานทางจริยธรรมอันนี้มาวางไว้ในส่วนแรกแล้วก็ตามด้วยร่างที่เราร่างขึ้นมาซึ่งก็ไม่ได้ ผิดอะไร ไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับแต่อย่างใดครับ แล้วเราก็ได้เขียนกำกับไว้ในข้อ ๔ ที่เป็นปัญหานี้เพื่อความชัดเจนว่าเราจะเอาร่างมาตรฐาน เราจะเอามาตรฐานทางจริยธรรม ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตสั้น ๆ อย่างนี้นะครับ มาใส่ไว้ในส่วนแรก เหตุผล ก็คือไม่มีอะไรมากครับ ในเมื่อเราต้องถูกบังคับแล้วเอามาใส่เพื่อที่จะได้เห็นกันชัด ๆ อ่านกัน ง่าย ๆ ไม่ต้องไปหาที่ไหน แต่เมื่อผ่านวาระแรกไปแล้วแม้ว่าเกือบทุกคนจะเห็นด้วย แต่สิ่งที่ เราได้รับมาก็คือความเห็นของ ส.ส. และกรรมาธิการบางท่านซึ่งขอเรียนว่าเราละเลยไม่ได้ เพราะร่างข้อบังคับจริยธรรมนี้ ที่เราทำขึ้นมาก็เพื่อจะมาใช้บังคับกับ ส.ส. และกรรมาธิการไม่ได้ไปใช้กับคนนอกเลย เราถึงให้ความสนใจต่อความรู้สึกของสมาชิกเป็นพิเศษ สิ่งที่ท่านได้ให้ความเห็นกับเรามา สมาชิกบางท่านก็รู้สึกเหมือนที่ผมได้กราบเรียนไปเบื้องต้นว่าเหมือนถูกมัดมือชก เพราะว่า ไม่มีส่วนในการร่างแต่อย่างใดต้องจำใจรับ เมื่อเราเอามาใส่ไว้เบื้องแรกในส่วนแรกหลายท่าน ก็บอกว่ามันบาดตาบาดใจไม่อยากเห็น สมาชิกบางท่านถือโอกาสมาแก้ไขถ้อยคำบางคำ ของส่วนที่เรียกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมที่เราเอามาใส่ เพราะว่าบางถ้อยคำอย่างที่ผมได้ กราบเรียนตอนวาระ ๑ ว่าบางถ้อยคำที่ปรากฏอยู่มันไม่ได้เหมาะกับที่จะเอามาใช้กับ ส.ส. หรือกรรมาธิการเลยท่านก็ขอให้ตัดออก ซึ่งก็ต้องขอกราบเรียนว่าสิ่งนี้มาตรฐานทางจริยธรรม มันเป็นของสำเร็จรูปเราไม่สามารถจะไปตัดไปแต่งของเขาได้ สมาชิกบางท่านก็บอกว่าให้ เอาออกไปเลย ซึ่งถามว่าทำได้ไหม ก็ทำได้ครับ แต่ในเมื่อกรรมาธิการได้ลงความเห็นไปแล้ว ว่าเราเอามาใส่เพื่อให้เห็นชัด ๆ ได้ค้นคว้ากัน ได้อ่านกันง่าย ๆ ในที่สุดก็เป็นอย่างที่ปรากฏ อย่างที่ท่านประธานได้กราบเรียนในเบื้องต้นว่ากรรมาธิการเราตัดสินใจที่จะเดินสายกลาง คือไม่เอาออก แต่เราเลื่อนไปไว้ส่วนท้ายวางไว้ส่วนที่เรียกว่าบัญชีท้ายล่างเพื่อให้มีการแยกแยะ ที่ชัดเจนให้อยู่เป็นสัดเป็นส่วน แล้วเราก็ได้เขียนเพิ่มในข้อ ๔ เพื่อให้เห็นว่าเราได้เอาไปไว้ ที่บัญชีท้ายล่าง อันนี้คือสิ่งที่ผมจะเรียนชี้แจงเบื้องต้น ส่วนการสงวนความเห็นของคุณหมอ รู้สึกว่าท่านจะเป็นห่วงมากก็คือเรื่องของบทลงโทษ อันนี้ต้องกราบเรียนว่าความจริงแล้ว เรื่องของการวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ เรายกให้เป็นอำนาจเบื้องต้นของคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้น ตามข้อบังคับอันนี้ แล้วส่วนบทลงโทษของมาตรฐานทางจริยธรรมเราก็ยังคงไว้ในส่วนของ เขาอยู่ที่บัญชีท้ายล่าง แต่บทบัญญัติลงโทษของข้อบังคับที่เราร่างขึ้นเฉพาะเจาะจงสำหรับ สภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการเราก็เอามาแยกอีก เพราะอะไรครับ เพราะเราต้องการให้ ร่างข้อบังคับจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้มาตรฐานอย่างที่สุดสามารถที่จะ นำมาใช้ได้อีก เราไม่จำเป็นจะต้องมาร่างกันทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เลือกตั้งกันใหม่ก็มา เลือกตั้งกันทุกครั้ง อยากจะให้ข้อบังคับอันนี้ซึ่งเราได้พิจารณากันมาอย่างดีได้ใช้ตลอดไป นี่คือเจตจำนงของเราในการทำในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นคุณหมอชลน่านขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม คงไม่ต้องห่วงเมื่อมีคณะกรรมการขึ้นมา การพิจารณาสามารถที่จะพิจารณาให้สอดคล้องกันได้ ไม่ว่าบทลงโทษอันนั้นจะอยู่ในส่วนไหน จะอยู่ในส่วนของมาตรฐานทางจริยธรรมที่กำหนด โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ทำได้ หรือจะมาลงโทษตามร่างข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เราร่างให้เป็นเอกเทศอันนี้ก็ทำได้เช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องของ การผิดต่อหลักการหรือไม่ มีหลายท่านได้พูดรวมถึงคุณหมอชลน่านก็ได้พูดมาเล็กน้อย ผมก็ต้องขอกราบเรียนสักนิดหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วหลักการสำคัญที่เราได้รับมาก็คือการให้ มีข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ ตามมาตรา ๑๒๘ และข้อบังคับ ข้อ ๑๙๐ และเราก็ไม่ได้ขัด สิ่งที่เราดำเนินการมาทั้งหมดก็ไม่ได้ขัดต่อ ทั้งรัฐธรรมนูญและข้อบังคับนะครับ รวมทั้งที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๑๙ เราจะต้องเจอกับ ข้อบังคับอีกนิดหนึ่งที่บอกว่า เราสามารถที่จะร่างข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมที่เฉพาะเจาะจง สำหรับหน่วยงานของเราก็ได้แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่เขาร่างเอาไว้ ก็คือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครับ เพราะฉะนั้นหลักการที่เป็นหลักการใหญ่ผมเชื่อแน่ว่า เราไม่ได้ขัด ถ้าจะนับว่าเป็นหลักการที่รองลงมาที่เราได้นำเสนอในวาระ ๑ ก็คือเอามาตรฐาน ทางจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญมาใส่ไว้ในร่างนะครับ ซึ่งหลายท่านที่ผมกราบเรียนแล้ว ก็คือไม่อยากให้เอามาใส่ด้วยซ้ำนะครับ แต่เนื่องจากเราเอามาใส่แล้ว แล้วก็ผ่านการลงมติ ของท่านไปแล้ว ฉะนั้นในวาระนี้เราก็ไม่ได้ทำผิดหลักการ เราก็นำมาใส่อีก เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ ใส่ที่เดิม เราย้ายมาใส่ตรงบัญชีท้ายร่างข้อบังคับ อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วนะครับ เหตุผล ก็คืออย่างที่เราได้รับคำอภิปรายของท่านในวาระ ๑ ว่าอย่าให้มันบาดตาบาดใจมากนักครับ ผมคิดว่าเรารักษาหลักการเอาไว้ครบถ้วน ไม่ได้ขัดต่อหลักการแต่ประการใด ที่กราบเรียน อันนี้ก็เพราะว่าการอธิบายข้อนี้จะทำให้ข้อต่อ ๆ ไปที่เป็นการตัดออกทั้งหมดตั้งแต่ข้อ ๖ จนถึงข้อ ๒๗ แทบจะไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมแต่ประการใดเพราะว่าอันนั้นก็คือที่เราฆ่าทิ้งไป ที่เราตัดออก นั่นคือมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เราตัดออกตรงนี้ แต่เราเอาไปไว้ตรงบัญชีท้ายร่างข้อบังคับ จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจครับ ขอบคุณมากครับ