กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หารือประเด็นกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่ส่งผลให้รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดลง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการตัดงบอุดหนุนที่ดำเนินการก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างไม่รอบคอบ จึงเรียกร้องให้ทบทวนและปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมต่อทั้งท้องถิ่นและผู้ประกอบการ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ขอขอบคุณทั้งกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่ได้ยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะว่ากระทบกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ๗,๘๕๓ แห่งทั่วประเทศ ทำไมถึงว่าอย่างนั้นครับ คือวัตถุประสงค์ของภาษีที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง โอเค (OK) ครับเป็นสิ่งที่นักคิดทางทฤษฎีอยากให้ใช้ประโยชน์ที่ดินที่ว่างเปล่า แล้วก็ทำให้ รายได้ท้องถิ่นมากขึ้น หลังจากที่ทำมาแล้วไม่รอบคอบ ไม่เคยศึกษาให้ถ่องแท้ ปรากฏว่า ท้องถิ่นรายได้ลดลงที่ท่านอาจารย์ปิยบุตรบอกว่าพันแห่งจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ที่เหลือรายได้ ลดลง ในความคิดผมไม่ถึง ๑๐ แห่งที่รายได้เพิ่มขึ้น ผมถามเทศบาลนครรังสิต ซึ่งถือว่าเป็น เทศบาลขนาดใหญ่ยังรายได้ลดลงเลย ผมคิดว่าท้องถิ่นที่รายได้เพิ่มขึ้นอาจจะมีแค่ กทม. เมืองพัทยา เกาะสมุย หรือภูเก็ต แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศเชื่อมั่นว่ารายได้ ลดลง สำคัญกว่านั้นก็คือเมื่อรัฐบาลออกกฎหมายนี้ ตอนแรกต้องออกตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ แล้ว ก็ไปลดงบอุดหนุนของท้องถิ่นลงตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เพราะมโนเข้าใจว่าเงินท้องถิ่นจะมีรายได้ เพิ่มขึ้น รายได้ท้องถิ่นถ้าเป็นรายได้จากท้องถิ่นเก็บเองประมาณ ๙-๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่กฎหมายฉบับนี้มโนว่าจะเพิ่มให้ท้องถิ่นเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ ๑๕-๑๖ เปอร์เซ็นต์ และตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ขออนุญาตเอาสไลด์ (Slide) ที่ได้เตรียมให้นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ตัวเล็กไปนิดหนึ่งครับ ก็คือการคะเน ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในปี ๒๕๕๘ รายได้ที่ประมาณการไว้ ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๙ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มากระโดดปี ๒๕๖๐ เป็น ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท พอคิดสัดส่วน รายได้ของท้องถิ่นเป็นตัวรายได้จัดเก็บเองเพิ่มขึ้นก็ไปลดเงินอุดหนุนลง เพราะฉะนั้นตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ ขึ้นมา ผมในฐานะที่เคยเป็นนายกเทศมนตรี เคยเป็นกรรมการสมาคมสันนิบาต เทศบาล เราร่วมกับสมาคม อบต. สมาคม อบจ. คัดค้านเรื่องนี้ว่าจริง ๆ ท่านลดรายได้เราลง คือลดเงินอุดหนุนเราลง เพราะท่านคะเนว่าเราจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๒ คือคณะกรรมการแผนและกระจายอำนาจเขาจะมีการคะเนสัดส่วนของท้องถิ่นในปี ๒๕๕๙ ๒๙.๔๔ เปอร์เซ็นต์ และพยายามจะทำให้เกือบถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปี ๒๕๖๐ ก็ได้ ๒๘.๖๖ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๑ ก็ ๒๘.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๒ ก็ ๒๙.๔๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วปี ๒๕๖๓ ก็ ๒๙.๔๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เรียกว่าเป็นตัวเลขปลอมเป็นตัวเลข ที่ทำให้ท้องถิ่นดีใจ แต่ทำให้เรามีรายได้ลดลง ลดลงจากอะไรครับ สังเกตนะครับ ปี ๒๕๖๑ คะเนรายได้ ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท้องถิ่นจัดเก็บได้เองประมาณ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่างกันเกือบครึ่ง ซึ่งนี่ล่ะครับคือว่าเงินเราหายไปประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จากที่รัฐบาลคะเนรายได้ของเราผิดไป โดยการไปเพิ่มรายได้ที่ท้องถิ่นจัดเก็บเองจากภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่ได้คิดกันขึ้นมา ก็นำเรียนว่าท้องถิ่นเป็นองค์กรปกครองที่ใกล้ชิดประชาชน ถนนหนทางที่ชาวบ้านเดือดร้อน ท้องถิ่นมีถนนหนทาง ถนน ๕๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ที่เหลือของทางหลวงชนบท ทางหลวงแค่แสนกว่ากิโลเมตร แต่เงินที่ท้องถิ่นมีไม่เพียงพอ เรียกว่าเงินที่เหลือไปพัฒนา งบพัฒนาถ้า อบต. อาจจะเหลือแค่ ๒ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ไม่มี เพียงพอกับทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ถ้าท้องถิ่นเข้มแข็งพี่น้องประชาชนมีความสุข เพราะฉะนั้นแล้วในเรื่องผลกระทบของท้องถิ่นตอนนี้ถือว่ามีผลกระทบมาก เพราะว่า นอกจากที่แต่ก่อนเราได้ภาษีโรงเรือน เราได้เยอะกว่านี้นะครับ เช่น หอพัก เราได้ ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าตีว่า ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือนเราจะได้ห้องละ ๔,๕๐๐ บาท แต่ถ้าคำนวณจากภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทรัพย์สิน เช่น ตีว่าห้องหนึ่ง ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็ได้แค่ประมาณ ๖๐๐ บาท ห่างกันเยอะ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เรื่องรายได้ของท้องถิ่น เพราะฉะนั้นแล้วความเหลื่อมล้ำตอนนี้ท้องถิ่นขนาดใหญ่ได้เพิ่ม ท้องถิ่นขนาดเล็กยิ่งเล็กยิ่งลดลงเยอะ ความเหลื่อมล้ำของคนในชนบทจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนกระทบนอกจากท้องถิ่นแล้วยังกระทบกับผู้ประกอบการ แต่ก่อนภาษีที่ดิน โอเค (OK) ผมไม่ว่าเพราะว่าถ้าที่ดินที่เป็นที่ว่างเปล่า เราจะออกกฎหมายเพื่อจะทำให้เขาได้เสียภาษี เพิ่มขึ้น อันนี้เป็นหลักการที่ดี แต่สิ่งก่อสร้างไม่สัมพันธ์กับรายได้ สิ่งก่อสร้างไปสัมพันธ์กับ จำนวนทรัพย์สินมากกว่า เช่น โรงแรมเปิดที่สมุยกับเปิดที่จังหวัดมหาสารคาม เสียภาษีเท่ากัน ค่าก่อสร้างเท่ากัน ทั้งที่รายได้จากค่าห้องที่สมุยอาจจะเป็นห้องละหมื่นบาท ที่บ้านผมอาจจะ ๗๕๐ บาท นี่คือความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นการคิดภาษีและสิ่งก่อสร้าง จะต้องเป็นธรรมกับคนทั้งประเทศ ช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดี บางคนเจ๊ง โรงงานเจ๊งต้องเสียภาษี เพราะว่าต้องเสียภาษีตามทรัพย์สิน แต่ว่าโรงงานที่เขาเปิดได้กำไรเยอะ เขากลับเสียภาษี เท่ากับคนที่เจ๊ง นี่คือความไม่เป็นธรรม สรุปแล้วก็นำเรียนว่าเรื่องของ พ.ร.บ. นี้จะต้อง ทบทวนถ้าเป็นไปได้คือรื้อทั้งระบบเอาไปทำใหม่ เพื่อจะทำให้ท้องถิ่นมีงบประมาณที่เพิ่มขึ้น แล้วตอนนี้ท้องถิ่นเจอ ๒ เด้ง เด้งแรกคือเงินอุดหนุนลดลงจากการคะเนว่าเราจะมีรายได้ เพิ่มขึ้น เด้งที่ ๒ เราไปเก็บเองลดลงไปอีก เพราะฉะนั้นแล้วเงินอุดหนุนก็ลดลง รายได้เรา ก็ลดลง ปีนี้ท้องถิ่นตายแน่ กราบเรียนท่านประธานก็นำเรียนไปทางรัฐบาลว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องสำคัญแล้วรัฐบาลจะต้องแก้ไขให้รวดเร็ว ตอนนี้เลื่อนไป ๖ เดือน ผมคิดว่ายังไม่เพียงพอ อาจจะต้องคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อจะทำให้เกิดความรอบคอบ แล้วก็มีการศึกษาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของท้องถิ่น ก็นำเรียนว่าท้องถิ่นแย่แน่ถ้ากฎหมายนี้ออกไป ขอบคุณมากครับ