จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตถึงความคลาดเคลื่อนในการรายงานข้อมูลการกู้ยืมของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ โดยเฉพาะตัวเลขสัดส่วนหนี้ที่ไม่ถูกต้อง พร้อมตั้งคำถามถึงการขอวงเงินกู้ล่วงหน้ากว่า 1.6 ล้านล้านบาทที่สูงเกินความจำเป็น ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการพิจารณาของ ครม. และเรียกร้องให้มีการชี้แจงเหตุผลอย่างโปร่งใส นอกจากนี้ยังห่วงใยปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นกระทบเศรษฐกิจและประชาชน จึงเสนอให้ปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศให้เป็นหนี้ในประเทศ พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลอัตราดอกเบี้ยและปรับปรุงรายงานให้มีความโปร่งใส เหมาะสมต่อการพิจารณาของรัฐสภา.
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตเวลาท่านประธานอภิปรายในเรื่องของการรายงานต่อรัฐสภาของสำนักงาน บริหารหนี้สาธารณะตามพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะ ปี ๒๕๔๘ และแก้ไขเพิ่มเติม ปี ๒๕๖๒ ต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมจะแยกเป็นประเด็น ๔ ประเด็นเท่านั้นครับ การรายงานฉบับนี้เป็นรายงานประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ซึ่งกำหนดอยู่ในมาตราว่า ให้รายงานการกู้ การค้ำ ในแต่ละปีต่อรัฐสภา และระบุรายละเอียดและผลสัมฤทธิ์ในเรื่อง ของการกู้และการค้ำต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบและอภิปราย ผมเอง ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าการรายงานข้อมูลต่อสภาผู้แทนราษฎรต้องแม่นยำครับ ต้องแม่นยำ ตัวเลขต้องตรวจแล้วตรวจอีก ต้องทานแล้วทานอีก ขอประทานอภัย
ประเด็นแรก ผมเปิดหน้า ๕ มานี้ยังดูไม่ละเอียดนะครับ เพราะผมใช้เวลาดู เมื่อช่วงเช้านี้เอง หน้า ๕ บรรทัดที่ ๕ ใน ๒.๑.๑.๑ รัฐบาลกู้มาใช้โดยตรงวงเงินรวม ๓๔๙,๙๙๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๙.๔๘ กดเครื่องคิดเลขอย่างไรก็ไม่ใช่ครับ สัดส่วน ถ้าแจ้งให้ทางผู้มาชี้แจงแก้นะครับ ร้อยละนี้จะต้องเป็น ๔๙ ครับ ๔๙.๔๘ ครับ ท่านผิดไป ๒๐ จุด ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยนะครับถ้าคูณตัวเลขออกมา เพราะฉะนั้นเรื่องของตัวเลข ที่จะรายงานสภามีความสำคัญ เพราะว่ามันจะบันทึกอยู่ในการบันทึกรายงานการประชุม ของสภา มันจะอยู่ไปตราบชั่วกาลนานนะครับ ตัวเลขเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องแม่นยำ ก็ฝากทางหน่วยงานไปแก้ไขให้ถูกต้อง ผมว่ามีอีก แต่ผมไม่ได้ตามลึกนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ต้องเรียนว่ากรอบการกู้เงินครั้งนี้สำนักบริหารหนี้ประจำปี ๒๕๖๒ ได้ขอกรอบวงเงินไว้ทั้งสิ้นประมาณ ๑.๖ ล้านล้านบาท เป็นกรอบวงเงินการกู้เงินซึ่งมหาศาล กว้างมาก แต่ผมเข้าใจครับ มิใช่เป็นการกู้เงินเพื่อขาดดุลหรือว่าเป็นการกู้เงินมาเพียงอย่างเดียว มันมีเรื่องของการโรลล์โอเวอร์ (Rollover) มันมีเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ อันนี้เข้าใจดีมันเป็นเรื่องซึ่งมีความจำเป็นในหลาย ๆ ครั้ง เพื่อเสถียรภาพทางการเงิน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการกู้เงินของประเทศมิได้มีปัญหา แต่กรอบท่านแต่ละปีท่านขอมาล้านกว่าล้านบาท ถามว่าท่านใช้ในแต่ละปีเท่าไร อย่างปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๒ กรอบการกู้เงินใช้จริงไปแค่ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้น เหลือกรอบวงเงิน ที่ไม่ได้ใช้ในการที่จะปรับโครงสร้างหนี้หรือใด ๆ อีก ๑ ล้านล้านบาท ในขณะที่การกู้เงิน กรอบตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเพื่อกู้ขาดดุลมันก็มีกรอบกำหนดชัดเจนอยู่แล้ว มันก็ไม่กี่แสนล้านบาท ถามว่าท่านขอไปทำไมตั้ง ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าขอแบบนี้ผมเรียนเลย มันเป็นการขอเหมือนกับขอเผื่อ ขอเพื่อจะไม่ต้องเข้า ครม. อีกแล้วว่าการพิจารณาเรื่องนี้ มันจะไม่ต้องลงรายละเอียดกันใหม่ มันจะได้ไม่ต้องมาคุยกันใหม่ อย่างไรท่านก็มีกรอบเหลือ ท่านก็มีห้องเหลือสำหรับที่จะบริหารการกู้เงินอย่างไรก็ได้ที่ท่านต้องการ ถ้าขอแบบนี้ผมมอง ว่ามันเป็นการขอและการอนุมัติโดย ครม. ซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับการพิจารณาในการอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้กู้หรือปรับโครงสร้างหนี้เหมือนกับ ครม. ไม่ได้รับทราบอะไรเลย เพราะว่า ให้เช็คท่านไป ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าใช้จริงก็ไม่กี่แสน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะให้ไปทำไม แสดงว่าการพิจารณาในชั้น ครม. ไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ใด ๆ เลย อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ วันนี้เราก็รู้กันอยู่ว่าค่าเงินบาทมันแข็ง ตอนนี้ ๓๐ เมื่อปลายปี ๒๕๖๒ แตะ ๒๙ ไปทีหนึ่งแล้ว ตอนนี้ ๓๐ บาทต้น ๆ แนวโน้มเขาว่า จะไปถึง ๒๘ ต่อดอลลาร์สหรัฐ มันเป็นภาระกับพี่น้องประชาชน เป็นภาระกับภาคเอกชน ที่เขาทำมาค้าขาย วันนี้ต้นปีทำสัญญาขายสินค้าส่งออกไปต่างประเทศ ไปสหรัฐอเมริกา นึกว่าจะกำไร พอถึงเวลาผลิตสินค้าได้ขายไปขาดทุน ขาดทุนทุกบริษัทด้วย ไม่ใช่ขาดทุน เฉพาะบางบริษัท เพราะมันเป็นปัญหาจากเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน วันนี้องคาพยพของภาครัฐ ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตัวรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึง สบน. สำนักงาน บริหารหนี้สาธารณะเองก็ควรจะต้องปรับวิธีการคิด สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะผมเข้าใจ ว่าท่านทำงานในลักษณะของภาษาอังกฤษ ขอประทานอภัยท่านประธาน ก็คือใช้คำว่า คอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) คือเป็นแบบอนุรักษ์ คือเน้นความมั่นคง เน้นเสถียรภาพ เน้นความปลอดภัย แต่จริง ๆ แล้ววันนี้ต้องทำงานเชิงรุกมากกว่าเดิม วันนี้ผมไปเปิดดู ในรายงานเอกสารของท่าน ๒๐ กว่าหน้า ผมเจออยู่ตัวเดียวที่เป็นการปรับหนี้โครงสร้างรัฐบาล เป็นหนี้ต่างประเทศ คือในส่วนของหน้า ๑๒ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทของปรับเงินกู้ไจก้า (JICA) หรือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นที่ทำ รฟม. เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ เปลี่ยนจากหนี้นอกมาเป็นหนี้ใน แล้วก็เป็นการปิดวงเงินกู้ของไจก้า (JICA) อันนี้ดีครับ เพราะอะไรครับ การใช้เงินกู้ต่างประเทศก็เท่ากับมีกระแสเงินสดจากในประเทศไหลออก ผ่อนเบาภาวะความตึงเครียดของค่าเงิน ซึ่งวันนี้ค่าเงินบาทไหลแข็งเข้า ๆ พี่น้องประชาชน เดือดร้อน รัฐบาลไม่ทำอะไร สบน. ช่วยหน่อยเถอะหนี้ท่านที่เป็นหนี้นอกมีอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีนี้ถ้าเป็นไปได้ท่านปรับโครงสร้างเอาเป็นหนี้ในออกเป็นพันธบัตร ออกเป็น เงินกู้ของธนาคารออมสินให้หมดเป็นพันธบัตรของรัฐให้หมด หนี้นอกใช้ออกให้หมดเพราะว่า ตอนนี้มันถูกที่สุดแล้ว ท่านจะมาสเปกคูเลต (Speculate) แบบภาคเอกชนกะว่าจะไปถึง ๒๘ แล้วได้คืนหรือครับ มันไม่เกิดประโยชน์กับภาวะเศรษฐกิจไทย ถ้าวันนี้ท่านสามารถผ่องถ่าย เงินกู้ก้อนนี้ออกได้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างน้อยมันเป็นสัญญาณให้กับประชาชน รับทราบว่าวันนี้ภาครัฐเราพยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้กับท่านแม้แต่ในเรื่องค่าเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องเอา เพราะฉะนั้นฝากท่านพิจารณาในประเด็นนี้ด้วย
ประเด็นสุดท้าย เป็นประเด็นที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า รายงานฉบับนี้มีทั้งสิ้นจำนวน ๓๒ หน้า ผมอ่านดูแล้วครับ การจะรายงานเรื่องของการกู้เงิน การคืนเงินกู้ การปรับโครงสร้างหนี้ การโรลล์โอเวอร์ (Rollover) เรื่องของภาระต่าง ๆ ผมเรียนท่านประธานครับ ตัวเลขหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือตัวเลขอัตราดอกเบี้ยของแต่ละรายการ แต่รายงานฉบับนี้แทบจะไม่เหมือนรายงาน ทางการเงินเลยครับ รายงานทางการเงินต้องเป็นตาราง เป็นเอ็กซ์เซล (Excel) เป็นรายละเอียด ปลีกย่อยให้เห็นตัวเลขต่าง ๆ มีการรวม มีการบวก มีการลบให้เห็นว่าโครงสร้างปัจจุบัน เป็นอย่างไร ตารางจริง ๆ มีนิดเดียวอยู่หน้าท้าย ๆ ในขณะที่อื่น ๆ เป็นเรื่องของการบรรยาย ว่าโครงสร้างเงินกู้แต่ละอันได้ทำอะไรกับมันเป็นการบรรยายมีตัวเลขเยอะพอสมควร ผมว่าดี แต่ว่าใช้ในการวิเคราะห์ยากเพราะว่าต้องมานั่งไล่อ่าน และที่สำคัญที่สุดไม่มีบอกเลยว่า ปรับโครงสร้างหนี้จากหนี้อันนี้ จากหนี้ ก ไปเป็นหนี้ ข ดอกเบี้ยเก่าเท่าไร ดอกเบี้ยใหม่เท่าไร กู้ใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยเท่าไร วันนี้ภาระหนี้คงค้างของประเทศที่มาจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เราต้องเสียดอกเขากี่เปอร์เซ็นต์ อัตราดอกเบี้ยสำคัญที่สุด ถามว่าเราจะมาคุยกันเรื่องเงินกู้ ถามว่าเราจะคุยกันเรื่องภาระหนี้สาธารณะของประเทศไทย แล้วเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดอกเบี้ย เท่าไร มีประโยชน์อะไรในการพิจารณา ผมเรียนต่อท่านประธาน ถ้าเป็นเอกสารฉบับนี้มาหาผม แล้วบอกว่ารายงานต่อรัฐสภา ผมไม่รับนะครับ แต่นี่ไม่มีวาระให้เราลงมติว่าจะรับหรือไม่ เป็นรายงานที่ไม่สมบูรณ์สำหรับการพิจารณา ผมต้องเรียนต่อ สบน. หรือสำนักงานบริหาร หนี้สาธารณะจริง ๆ ถ้าเกิดว่าท่านจะสามารถปรับปรุงรายงานลักษณะนี้แล้วนำเข้ามาสภา ในสมัยหน้าจะเป็นประโยชน์มากขึ้นกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะให้ข้อคิดเห็น กับท่าน เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย วันนี้เราอยากจะเห็นความพัฒนาในเรื่องของ การรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรมากขึ้น ขอบคุณครับ