ซูการ์โน ชี้ปัญหาภาษีที่ดินกระทบ อปท. เหตุจัดเก็บต่ำกว่าเป้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๓ มกราคม ๒๕๖๓

ซูการ์โน มะทา อภิปรายปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากเป้าหมายการจัดเก็บรายได้สูงเกินขีดความสามารถ ทำให้ขาดแคลนงบประมาณในการดำเนินภารกิจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยส่วนต่างแต่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายรายงานพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและผลกระทบการบังคับใช้พระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนได้พิจารณาเสร็จแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ในฐานะที่ผมได้รับการแต่งตั้ง เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหาร ราชการรูปแบบพิเศษ ซึ่งเป็นกรรมาธิการสามัญประจำสภา แต่งตั้งเมื่อเดือนกันยายน สิ่งที่คณะกรรมาธิการได้รับการร้องเรียนมากที่สุดก็คือเรื่องร้องเรียนมาจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย หรือ อปท. หรือ อบจ. ท่านประธานครับ จากที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเหตุผลต่าง ๆ แล้วนั้น ในฐานะ ที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งก็อยากอภิปรายเพื่อชี้มุมมองที่อาจจะเป็น ประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้ ผมเลยไม่แน่ใจว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีความเร่งรีบในการออกกฎหมาย พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ด้วยเหตุผลประการใดหรือว่าอาจจะ เป็นด้วยที่ผ่านมาเราได้ใช้จ่ายเงินงบประมาณจำนวนมหาศาล จึงจำเป็นที่จะต้องออก กฎหมายพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อเก็บเป็นรายได้ให้กับรัฐบาล อันนี้ ก็อยากอภิปรายในส่วนของผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษก็คือว่าถ้าเราดู ซึ่งผมเชื่อว่า สภาแห่งนี้เพิ่งพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ หลาย ๆ อย่างที่เราเห็นชัดว่าจากแผนขั้นตอนของคณะกรรมการกระจายอำนาจกำหนดให้ ทางสำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ดูเสมือนว่าอัตราสัดส่วนร้อยละก็จะใกล้เคียงกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กำหนด โดยข้อเท็จจริง เนื่องจากว่าการกำหนดเป้าหมายในการจัดเก็บรายได้ตนเองของสำนักงบประมาณในแต่ละปี ที่กำหนดสูงมาก อย่างเช่น ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ก็กำหนดอยู่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งจากข้อเท็จจริงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วในจำนวน ๘,๐๐๐ กว่าองค์กรในทั่วประเทศก็จัดเก็บรายได้เงินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ไม่เกินร้อยละ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้สัดส่วนเงินรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นลดลง แล้วสำคัญที่สุดก็คือภารกิจ พันธกิจ หน้าที่ที่ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องมีความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่นั้นมีภารกิจเพิ่มขึ้น แต่ว่า เงินที่ได้รับการอุดหนุนหรือจัดสรรจากรัฐบาลก็มีจำนวนน้อย ดังนั้นทางคณะกรรมาธิการเรา ก็ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง โดยเฉพาะเรื่องการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เราก็ได้เรียนเชิญทางสำนักงบประมาณ ทางคณะกรรมการกระจายอำนาจ และตัวแทนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาให้ความรู้ความเข้าใจกับเรา ซึ่งสิ่งที่เรา ได้รับทราบจากที่เราได้เรียกตัวแทนของหน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการนั้น ก็ได้ข้อสรุปว่าการตั้งเป้าหมายในการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทาง สำนักงบประมาณได้ตั้งไว้สูงนั้นเกินขีดความสามารถที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะ เป็น อบจ. เทศบาล หรือ อบต. จะจัดเก็บได้ ส่วนที่เขามีความต่างอยู่เกือบปีละ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้เป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบมีความเดือดร้อนมาก ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ ของเราคือคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหาร ราชการรูปแบบพิเศษก็ได้สอบถามทางสำนักงบประมาณ เราก็ได้รับการยืนยันจากสำนักงบประมาณว่าในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บ รายได้เงินภาษีเองได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด ทางสำนักงบประมาณก็ได้ทำความเห็นถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าให้ทางรัฐบาลชดเชยในส่วนต่าง ที่เขาไม่ได้เก็บได้ตามเป้า แต่ว่าก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล อันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหาแล้วก็มีการร้องเรียนมาทางคณะกรรมาธิการ การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ท่านประธาน วันนี้ผมเชื่อว่าปัญหาการจัดเก็บรายได้หรือพระราชบัญญัติที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นพระราชบัญญัติที่ร่างขึ้นมาด้วยความอาจจะเร่งรีบ อาจจะไม่ได้ครอบคลุมเนื้อหา แล้วก็ ไม่ได้มองส่วนที่มีความเหลื่อมล้ำอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย หลายท่านให้เราได้ทราบว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าวันนี้สภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนกำลังประสบปัญหา เรื่องเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชนไม่ค่อยมีรายได้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ทั้งประเทศ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนซึ่งได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการที่จะให้ทางสภา แห่งนี้ได้ออกความเห็นนำเสนอต่อท่านประธานแล้วผ่านถึงรัฐบาลให้ชะลอพระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้วก็นำมาพิจารณาใหม่เพื่อให้มีความรอบคอบและเกิดประโยชน์ แล้วมีความยุติธรรม อย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนเพราะวันนี้ประเทศไทย มีความเหลื่อมล้ำสูงติดอันดับโลกอยู่แล้ว ขอบคุณมากครับท่านประธาน