สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเปิดการประชุมครับ เชิญท่านสัมพันธ์ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ขอหารือท่านประธาน ถึงกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ท่านรัฐมนตรีพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ฝากถึงเรื่องความเดือดร้อนในโรงเรียนครับ เพราะว่าในจังหวัดสุโขทัย ยังมีโรงเรียนอีกหลายโรงซึ่งมีเด็กนักเรียนนั้นเกินกว่าร้อยคนทั้งนั้นนะครับ แต่ว่ายังมีปัญหา ในเรื่องของอาคารที่ชํารุดทรุดโทรม ไม่เคยได้รับงบประมาณ แม้กระทั่งงบซ่อมแซมนะครับ โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านเนินยาง ตําบลบ้านป้อม อําเภอคีรีมาศ ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยม ในโรงเรียนแห่งนี้ คณะกรรมการการศึกษาก็ได้มาดูแลด้วย ซึ่งอาคารนั้นก็ชํารุดทรุดโทรมมาก แล้วก็มีปลวกขึ้น แล้วก็เวลาลมพัดมาก็เรียกว่าโงนเงน หรือว่าเคลื่อนได้นะครับ ก็ฝากต่อ ท่านประธานไปถึงทางกระทรวงศึกษาธิการช่วยดูแลในอาคารให้สักหลังหนึ่งในโรงเรียน แห่งนี้ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอีกหลายโรงเรียนซึ่งขาดแคลนครูเป็นจํานวนมาก บางโรงเรียนมีเด็กนักเรียนเป็น ๑๐ ห้อง แต่ครูมี ๕คน ๖ คน ไม่เพียงพอ แล้วอย่างนี้จะไป สัมฤทธิ์ผลทางด้านการศึกษาได้อย่างไร ก็ฝากท่านประธานถึงกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีพงศ์เทพ เทพกาญจนา ให้ช่วยเข้าไปสนใจในเรื่องของการศึกษากับโรงเรียนที่ขาดแคลนในเรื่องอาคารเรียน แล้วก็ เรื่องส้วมก็เป็นสิ่งที่สําคัญครับท่านประธาน ก็ฝากท่านประธานว่าให้มีการตรวจสอบ ในเรื่องของส้วมมีไม่เพียงพอ เด็กที่จะใช้ก็ไม่เพียงพอ ก็ขอให้จัดงบประมาณลงไปในเรื่องของ ก่อสร้างในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชมภูเชิญครับ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นํามาหารือ ท่านประธาน เพื่อกลับไปสู่พื้นที่เพื่อจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ

เรื่องแรกที่ดิฉันจะนําเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็คือพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๗ ตําบลสังคม อําเภอสังคม จังหวัด หนองคาย เขามีน้ําประปาธรรมดา ปกติก็ใช้น้ําประปา แต่ประปานี้เป็นประปาที่ใช้มานาน แล้วค่ะ ขาดคุณภาพ เขาก็เลยอยากได้ประปาหมู่บ้าน เนื่องจากเขาก็ประสบปัญหา ขาดแคลนน้ํา น้ําอุปโภคบริโภคไม่สะอาด พี่น้องประชาชนก็อยากเพิ่มศักยภาพของสุขภาพ ของเขาให้ดีขึ้นนะคะ ก็ฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูแลประปาหมู่บ้าน ไปแก้ไขให้พี่น้องประชาชน โดยด่วนด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธาน หารือเกี่ยวกับเรื่องตลิ่งพังค่ะ ท่านประธาน ดิฉันได้นําเรียนในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครั้งหนึ่งแล้ว ที่หมู่ที่ ๑๕ บ้านเมืองคลัง ตําบลจุมพล อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เป็นตลิ่งริมห้วยหลวงค่ะท่านประธาน ยาวประมาณสัก ๕๐๐ เมตร ตรงนี้อยู่หน้าวัดของบ้านเมืองคลังพอดีค่ะ น้ํากัดเซาะ เนื่องจากลําห้วยหลวงตรงนี้จะเป็นลําห้วยหลวงที่จะออกสู่แม่น้ําโขง ซึ่งมีประตูเปิดปิดน้ํา ทําให้กัดเซาะริมตลิ่งของวัดบ้านเมืองคลังเสียหายมาก เขาจะมีเมรุเผาศพอยู่ตรงนั้น ทรุดโทรมลงน้ําครั้งหนึ่งแล้วค่ะท่านประธาน ทีนี้เขาย้ายเข้ามาข้างในก็กัดเซาะจนถึงเมรุ อีกแล้วค่ะ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมโยธาธิการ และผังเมือง ช่วยให้เจ้าหน้าที่นั้นไปดูแลแล้วก็จัดสรรงบประมาณแก้ไขปัญหาให้วัดเมืองคลัง ตําบลจุมพลด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเรวัตครับ ผมประสานเจ้าหน้าที่ให้ท่านแล้วนะครับ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่อง

ประการแรก คือเรื่องของประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจ ที่ชาวภูเก็ตเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่มาอยู่ในจังหวัดภูเก็ตหลายร้อยปีที่แล้ว ก็สร้าง ความศรัทธาให้กับพี่น้องประชาชนจนกลายมาเป็นประเพณีของการท่องเที่ยวไป แต่บัดนี้ ขณะนี้ผมดูแล้วทั้งภาครัฐทั้งภาคเอกชนยังไม่ได้มีการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ให้คนไทย ทั่วทั้งประเทศให้ได้มาในฤดูท่องเที่ยวของประเพณีถือศีลกินผักในวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๓ ตุลาคมนี้ผมกราบเรียนท่านประธานขณะนี้ว่าขอให้ทีวี (TV) รัฐสภา หรือทีวีช่อง ๑๑ ได้มี การถ่ายทอดหรือมีการทําสกู๊ป (Scoop) ข่าวตรงนี้เพื่อจะได้ให้คนไทยและคนต่างประเทศ ได้เข้ามาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตในช่วงกรีนซีซั่น (Green Season)

เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ในสังกัดประถมศึกษา และสังกัดมัธยมศึกษาก็ดี มีหลายโรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต ผมใคร่ขอความอนุเคราะห์จาก ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ได้จัดลําดับ ดูมีโรงเรียนไหนที่มีความต้องการในเรื่องของปรับปรุงตัวอาคารหรือสร้างอาคารใหม่ ก็ขอให้ ท่านประธานกําชับไปที่กระทรวงศึกษาธิการด้วยครับ ท่านครับ

เรื่องต่อมาเรื่องของข้าวของ ขณะนี้ที่บางท่านบอกว่าแพง บางท่านบอกว่า ยังไม่แพง ผมเลยขออนุญาตให้ท่านประธานประสานไปทางปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ออกมาชี้แจงทางหน้าหนังสือพิมพ์ก็ดีในข่าวทางทีวีก็ดี ผมใคร่ขอให้ปลัดกระทรวง พาณิชย์ท่านนี้ได้ลงพื้นที่ไปทุกภาคของประเทศครับ แล้วก็ไปจับจ่ายใช้สอยและไม่ต้องไป บอกข้าราชการให้มาต้อนรับและไปดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เรื่องสุดท้ายท่านครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ และทีมงาน ที่ได้จัดการเรื่องหารือทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ตอนนี้ผมคิดว่าดีกว่ายุคที่ผมมาปีแรก ๆ ตอนนี้ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด กาฬสินธุ์ค่ะ ดิฉันมีเรื่องจะหารือท่านประธาน ตรงที่ดิฉันก็เคยหารือมาแล้วก็ยื่นเรื่องเข้าไป ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน รวมทั้งพยายามที่จะ ประสานไปทางรัฐมนตรีแล้วละค่ะ เรื่องของลูกจ้างประจําส่วนราชการ ซึ่งเมื่อสัก ๔-๕ ปีที่แล้ว สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ปรับแก้ให้เขาได้รับบําเหน็จรายเดือน แต่ว่าบําเหน็จรายเดือนนั้นเมื่อเกษียณแล้วจะได้บําเหน็จรายเดือนก็ต้องอายุงานครบ ๒๕ ปี และเขาก็เรียกร้องว่าเดิมเขาจะเป็นลูกจ้างประจํามาก่อน กว่าจะได้บรรจุรายเดือน พอครบ เกษียณแล้วเขาไม่ถึง ๒๕ ปี ก็เลยทําเรื่องไปว่าขอให้เขาได้บําเหน็จรายเดือนตอนเกษียณ ด้วยเหตุสูงอายุก็คืออายุครบ ๖๐ ปี ดิฉันว่ารัฐมนตรีอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ค่ะว่าก็ครบ ๖๐ ปี นั่นละ ก็ถือว่าสูงอายุ แล้วให้เขามีอายุงานไม่ต้องถึง ๒๕ ปี อย่างข้าราชการมีอายุงาน ๑๐ ปี ได้แล้วบํานาญนะคะ ไม่ต้องบําเหน็จ อันนี้เขาก็อยากจะได้บําเหน็จรายเดือน ให้เกษียณ เพราะเหตุสูงอายุแล้วก็ให้ปรับให้เขาว่าอายุงานเขาไม่ต้องถึง ๒๕ ปี ราชการ ๑๐ ปี ของเขา เขาบอกเขาเอาแค่สัก ๑๕ ปีก็ได้ เพื่อให้เขามีหลักประกัน แล้วก็มีหลายคน ลูกจ้างในสภานี้ ก็มีเยอะนะคะท่านประธานที่เขาเดือดร้อนตรงที่อายุงานเขาไม่ถึง ๒๕ ปี ถ้าเกษียณปีนี้ปีหน้า บางคนอายุงาน ๒๓ ปีอย่างนี้ เขาควรจะได้บําเหน็จรายเดือน แทนที่จะได้เป็นบําเหน็จ เป็นก้อนนะคะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีนะคะ ดิฉันว่า ท่านคงไม่เข้าใจท่านถึงไม่พิจารณาสักที แล้วท่านก็พิจารณาแต่เฉพาะให้เขาสามารถ ที่จะเอาบําเหน็จตกทอดไปค้ําประกันเงินกู้เท่านั้น ซึ่งตรงนั้นเขาไม่ได้เรียกร้องเลยค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ขอหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนซึ่งมีทุกวันนะครับ ซึ่งเป็นโอกาสดีวันนี้ที่ท่านประธานได้เปิดโอกาสได้หารือ เรื่องขณะนี้นะครับในอําเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี เรื่องถนนที่ผมได้นําเรียนกับท่านประธาน ซึ่งขณะนี้เป็นฤดูฝน ถ้าฤดูแล้งถนนตรงนี้ก็จะมีฝุ่น ฤดูฝนก็จะมีน้ํา ถนนตรงนี้เป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้ ไปตรวจราชการหลายครั้งนะครับ ก็สั่งการไป แต่ก็ยังไม่มีงบประมาณที่จะไป คือถนน สายหนองเม็กผ่านไปยังอําเภอไชยวาน ทะลุไปยังตําบลคําเลาะ แล้วก็ผ่านไปยังอําเภอส่องดาว ถนนเสียหายมากนะครับตรงนี้ มีระยะทางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร แต่เป็นลาดยางแล้ว นะครับท่านประธาน แต่ลาดยางก็ไม่ได้มาตรฐาน เพราะว่าไปซ่อมได้ ๓ เดือนก็ชํารุดนะครับ ท่านประธาน ขณะนี้พี่น้องที่จะขนอ้อย ขนมันสําปะหลัง ขนยางพารานะครับ ซึ่งจะนํามา ขายที่ในเมืองบ้าง ขายที่จังหวัดหนองคายบ้างอย่างนี้ก็ลําบากมาก ถนนตรงนี้ฝากด้วย นะครับ แล้วก็อีกเส้นหนึ่งนะครับ ตรงตําบลค้อใหญ่ไปยังตําบลบ้านจีต อําเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี ตรงนี้ก็ลําบากมากนะครับ เป็นถนนยังไม่มีลูกรัง ท่านประธานครับ ยังเป็นดินเหนียวอยู่นะครับท่านประธาน ก็ฝากท่านประธานได้นําเรื่องนี้ไปยังกระทรวง ที่รับผิดชอบด้วย ขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์สุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก เนื่องด้วยสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๓ จังหวัดตรัง ยังไม่มีอาคารสํานักงานเป็นของตัวเอง ได้ขอใช้พื้นที่อาคารขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดตรังอยู่นะครับ ตอนแรกเขาก็ให้ใช้ฟรีครับ แต่ต่อมาได้ให้เช่า เปลี่ยนเป็นให้เช่า เดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งถ้ารวมค่าน้ํา ค่าไฟฟ้าเข้าไปด้วยแล้วก็จะเป็นจํานวนเงินที่สูงเกิน ที่จะรับไหวนะครับ ทาง สพม. ๑๓ ก็ได้ของบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการไปแล้ว นะครับ แต่ก็ยังไม่ได้รับการจัดสรร จึงขอความกรุณาจากกระทรวงศึกษาธิการได้โปรด จัดสรรงบประมาณให้กับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๓ ด้วย เพื่อจะได้ สร้างอาคารต่อไปนะครับ

เรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องของพืชเศรษฐกิจอีกตัวคือปาล์มน้ํามัน ตอนนี้รู้สึกว่า จะเป็นพืชเกษตรที่ไม่ได้รับความสนใจครับ เป็นพืชที่เขาทําท่าจะลืมแล้วนะครับ แม้จะมีการ เรียกร้องก็ยังไม่ได้ทําให้ราคาปาล์มขึ้นเท่าไร วันนี้ตามลานปาล์มทั่วไปซื้ออยู่ที่ราคา ๓.๘๐ บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งผมว่าปาล์มนี้ควรจะได้อย่างน้อยสัก ๔.๕๐ บาทนะครับ วิธีแก้ไข ผมคิดว่ารัฐบาลไม่จําเป็นต้องเอาเงินมาอุดหนุนอะไรเลยครับ เพียงแต่ ๑. ก็คือท่านต้อง ป้องกันการลักลอบนําเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ แล้วประการที่ ๒ ก็คือต้องนําปาล์ม มาใช้เป็นพลังงานทดแทน เป็นไบโอดีเซล (Biodiesel) ให้เพิ่มขึ้นมากกว่านี้นะครับ แล้วก็ ผมเชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างถาวรครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสหรัฐ กุลศรี

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่อง ที่จะนําความเดือดร้อนมาปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ สัก ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชน หมู่ที่ ๓ วัดโพธิ์ ตําบลหัวนา อําเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่า ในขณะนี้ประปาหมู่บ้านทั้ง ๒ บ่อใช้ไม่ได้เลย เนื่องจากว่าน้ําตื้นเขินแล้วก็ประชาชน มีความต้องการน้ําเป็นจํานวนมาก จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ช่วยดําเนินการแก้ไขบ่อบาดาลทั้ง ๒ บ่อให้เสร็จสิ้นด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพกษัตรี จะปิดตัวลงที่อําเภอเดิมบางนางบวช ผมได้รับการร้องเรียนจากนักศึกษาจํานวนมากบอกว่า ในขณะนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏดังกล่าวจะปิดตัวลงและจะให้ไปเรียนที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งไม่เคย มีข้อตกลงอย่างนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้ประชาชนแล้วก็นักศึกษานั้นได้รับความเดือดร้อน จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยแก้ไข เนื่องจากนักศึกษานั้น ยังไม่พร้อมที่จะเดินทางไปเรียนที่จังหวัดลพบุรีครับ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องเกี่ยวกับประชาชนได้รับความ เดือดร้อนเนื่องจากมิจฉาชีพและโจรชุกชุม เรื่องนี้เกิดที่อําเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีประชาชนได้ถูกโจรกรรมโดยการวิ่งราวกระเป๋า และบุคคลที่ได้รับ ความเดือดร้อนก็คือแม่ชี จึงฝากท่านประธานด้วยครับว่าให้ สภ.อ. ด่านช้าง อําเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ดําเนินตามเรื่องราวดังกล่าวให้เสร็จสิ้นและจับตัวคนร้ายมาด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุฤทธิ์ ครับ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรกคือปัญหาอาชญากรรมครับซึ่งเมื่อสักครู่มีผู้ได้หารือไปแล้ว ตอนนี้ ปัญหาอาชญากรรมเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย เข้าใจว่าด้วยภาวะเศรษฐกิจที่กําลัง ย่ําแย่อยู่ ณ วันนี้ ทําให้ปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้นเยอะมาก ไม่ว่าการปล้นเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งมีเกือบทุกวัน หรือการปล้นร้านค้ามีขึ้นเกือบทุกวัน เหตุเพราะปัญหาเศรษฐกิจครับ

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องสินค้าราคาแพง เมื่อสินค้ามีราคาแพงทําให้ผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่สามารถที่จะดูแลครอบครัวตัวเองได้ เมื่อดูแลครอบครัวตัวเองไม่ได้ นําไปสู่ปัญหา อาชญากรรมต่าง ๆ ตามมา สิ่งหนึ่งที่ผมใคร่อยากหารือมากที่สุดก็คือว่า รัฐบาล ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยก็ไม่ลงมาทําอะไรเลย สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ไม่ลงมาทําอะไรเลย และไม่มีคําตอบให้ประชาชนด้วยว่า จะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร ท่านประธานครับ สิ่งที่ควรขึ้นก็ไม่ขึ้น สิ่งที่ไม่ควรขึ้นกลับขึ้น เช่น ค่าแก๊ส (Gas) ราคาแพงขึ้น ค่าไฟฟ้าราคาแพงขึ้น ค่าทางด่วนราคาแพงขึ้น อันนี้เป็น การซ้ําเติมปัญหาของประชาชน สําคัญที่สุดสิ่งบริโภคขั้นพื้นฐานของประชาชนคือเรื่องไข่ ในอดีตนี้มี ๑๐ บาทซื้อไข่ได้ ๔ ฟอง แพงสุดก็ซื้อได้ ๓ ฟอง มาวันนี้มี ๑๐ บาทซื้อไข่ได้แค่ ๒ ฟองครับ แล้วตอนนี้ไข่แพงสุดในห้างสรรพสินค้าตอนนี้ราคาฟองละ ๗.๕๐ บาท ซึ่งถือว่า แพงมากถ้าเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา จึงขอให้รัฐบาลจัดการปรับปรุง ตรงนี้อย่างเร่งด่วน เพราะเป็นปัญหากับประชาชน

เรื่องที่ ๒ ปัญหาสุดท้ายครับ คือเรื่องอีซี่พาส (Easy pass) น้ํามันแพงขึ้น รถติดมากขึ้น แต่อีซี่พาสกลับสร้างปัญหาให้รถติดเพิ่มขึ้นไปอีก ขอให้การทางพิเศษ แห่งประเทศไทยและกระทรวงมหาดไทยจงแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนครับ เพราะมี ผู้ร้องเรียนเข้ามากับผมเป็นจํานวนมากในเรื่องนี้ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนทรีครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ เรื่องที่จะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ ก็จะเป็นเรื่องที่ฝากท่านประธานหารือไปยังหน่วยงาน ก็คือกระทรวงคมนาคมค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่ใช้สัญจรเส้นทางไปมา ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๗๐ ระหว่างอําเภอจัตุรัสถึงอําเภอหนองบัวละเหวค่ะ โดยเฉพาะช่วงบ้านสําโรงทุ่งถึงบ้านมะเกลือ ตําบลบ้านกอก อําเภอจัตุรัส เขาบอกกับดิฉัน มาว่าเส้นทางสายนี้ค่ะท่านประธาน ในยามค่ําคืนก็เป็นเส้นทางระหว่างอําเภอ รถสัญจร ไปมาค่อนข้างเยอะ แต่ปัญหาที่ตามมาคือไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างค่ะ และยิ่งโดยเฉพาะช่วง บ้านมะเกลือนะคะท่านประธาน เป็นทางโค้งลงเนินทําให้เกิดอันตรายได้รับอุบัติเหตุ กันค่อนข้างเยอะ เนื่องจากว่ามองไม่เห็นทางแล้วก็ลงทางโค้ง รถบางครั้งมาเมื่อลงโค้งก็จะมี ความเร็วมาด้วยทําให้เกิดอุบัติเหตุ ประชาชนได้รับอันตรายแล้วก็ได้รับบาดเจ็บกัน เป็นจํานวนมาก แล้วก็เมื่อตอนที่ท่านรองประธานคือท่านเจริญได้มีการไปดูงานที่จังหวัด ชัยภูมิ แล้วก็ท่านอธิบดีกรมทางหลวงได้ตามท่านประธานไปด้วย ทางพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะท่านนายก อบต. ก็ได้มีการยื่นหนังสือแล้วก็หน่วยงานก็มีการตอบไปนะคะ ดิฉันหารือก็มีการตอบว่าเรื่องนี้จะนําเข้าสู่แผนปี ๒๕๕๖ ให้ได้รับงบประมาณปี ๒๕๕๖ ผ่านมาจนจะหมดปี ๒๕๕๖ แล้วค่ะ เขายังไม่เห็นงบประมาณในการก่อสร้างไฟฟ้าส่องสว่าง เลยค่ะ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ก็คือทางหลวงชนบทสาย ๓๐๐๒ ซึ่งเป็นทางหลวงระหว่าง บ้านโนนจานถึงอําเภอบ้านเขว้านะคะ เส้นทางนี้ก็เช่นกันค่ะอยู่ในความดูแลของ ทางหลวงชนบทค่ะ ไฟฟ้าส่องสว่างไม่มี แล้วก็ประกอบกับถนนไม่ค่อยมีไหล่ทาง ทําให้บางครั้งพี่น้องขับรถมากลางค่ํากลางคืนไม่เห็นถนนหนทางรถตกลงไปในที่นา ตกลงไปเมตร ๒ เมตร เกิดอันตรายค่อนข้างมากค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวงชนบทให้ช่วยดูแลแล้วก็จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างไฟฟ้าส่องสว่าง ให้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธวัชชัย อนามพงษ์

นายธวัชชัย อนามพงษ์ จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอบคุณท่านประธาน ที่ให้ผมหารือเกี่ยวกับเกษตรกรชาวไร่มันสําปะหลังร้องเรียนผมให้รัฐบาลช่วย ขอท่านประธานช่วยประสานกับรัฐบาลด้วยนะครับ คือเวลานี้มันสําปะหลังตกต่ํา เหลือบาทเศษ ๆ เอง ชาวไร่มันสําปะหลังเขาขอให้รัฐบาลช่วยกิโลกรัมละ ๓ บาท แล้วก็ เชื้อแป้ง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้ารัฐบาลไม่ช่วยเขาคงจะมีปัญหาเหมือนม็อบ (Mob ) ยางพารา ขอท่านประธานช่วยด้วยนะครับ แล้วก็ชาวไร่ข้าวโพดเขาก็ร้องมาอีกนะครับ ข้าวโพดฝัก ความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์เขาขอกิโลกรัมละ ๖.๕๐ บาท แล้วก็ข้าวโพดเมล็ด ความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์เขาขอ ๘.๕๐ บาท ผมดูแล้วอยากให้รัฐบาลชุดนี้สนใจพี่น้องเกษตรกร มากหน่อยนะครับ แล้วก็ปัญหาปากท้องที่เขาพูดไว้หลายคนก็เหมือนกันนะครับ ถ้ารัฐบาล ช่วยได้ผมว่ารัฐบาลนี้ก็อยู่ครบ ๔ ปี ถ้ารัฐบาลช่วยไม่ได้ผมว่าอยู่ยากนะครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเปล่งมณีครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในบ้านไฮตาก ตําบลลาดค่าง อําเภอภูเรือ จังหวัดเลย และหลาย ๆ อําเภอในจังหวัดเลย ว่าตอนนี้ผลผลิต ทางการเกษตรคือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กําลังออก และในเดือนต่อไปคือเดือนตุลาคมนี้จะมี การเร่งรัดจากธนาคาร ไม่ว่าจะธนาคารออมสินหรือธนาคาร ธ.ก.ส. เร่งรัดการชําระหนี้ ของเกษตรกร ชาวบ้านจึงต้องขายผลผลิตคือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับโรงสีหรือพ่อค้าคนกลาง ซึ่งตัวดิฉันก็ได้ถามว่าตอนนี้ทางรัฐบาลมีนโยบายแทรกแซงราคาผลผลิตทางการเกษตร ที่ความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ราคา ๗ บาท และไม่เกิน ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ราคา ๙ บาท และครอบครัวละไม่เกิน ๒๕ ตัน พี่น้องเกษตรกรทราบหรือไม่ ทําไมไม่ไปลงทะเบียน และเข้าร่วมโครงการ เกษตรกรบอกไม่ทราบ ดังนั้นดิฉันจึงหารือท่านประธานผ่านไปยัง ทางกระทรวงพาณิชย์ และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยชี้แจง แล้วก็ช่วยพี่น้องเกษตรกร ให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องนโยบายรัฐบาลด้วย

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้หนังสือร้องเรียนจากนายหนูทราย จันทะคีรี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านน้ําหมัน หมู่ที่ ๑ ตําบลกกสะทอน อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ว่าในหมู่บ้านมีพี่น้อง ประชาชน ๒๗๖ ครัวเรือน ๘๗๙ คน เป็นหมู่บ้านใหญ่ มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ําที่จะใช้ ในการอุปโภคบริโภคและทางการเกษตร ซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่ต้องใช้น้ําเยอะ ในหมู่บ้าน ขาดแคลนน้ํา จึงอยากให้ท่านประธานประสานไปยังกรมทรัพยากรน้ําบาดาลช่วยให้ เจ้าหน้าที่ลงไปสํารวจตรวจสอบหาแหล่งน้ําและขุดเจาะบ่อบาดาลให้ด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อมาขอให้ หน่วยงานซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องไปแก้ไข

ประเด็นที่ ๑ คือประเด็นปัญหาราคายางพาราครับท่านประธาน ในขณะนี้ ม็อบที่มีการชุมนุมอยู่เพื่อเรียกร้องค่าครองชีพคือราคายางพาราให้สูงขึ้น ท่านประธานครับ ที่สําคัญเวลาไปดูรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา ส่วนใหญ่จะไม่พยายามที่จะไปพูดคุยกับ เกษตรกร ซึ่งเขามีความเดือดร้อนเรื่องปัญหาราคายางพาราอย่างจริงจัง ท่านประธานครับ เรียนไปถึงรัฐบาลว่า รัฐบาลอย่าตัดเยื่อใยในการไปพูดคุยกับม็อบสวนยางพารา ถือเป็น หน้าที่ของรัฐบาลต้องไปแก้ไข อย่าปล่อยให้เหมือนที่เป็นสถานการณ์อยู่วันนี้ครับ ที่ผมเป็นห่วงที่สําคัญที่สุดก็คือว่ารัฐบาลและหลายท่านซึ่งเป็น ส.ส. อยู่ในส่วนของรัฐบาล ได้พูดถึงว่า ปัญหาม็อบเป็นปัญหาม็อบยางพาราเป็นม็อบทางการเมือง ที่จริงไม่ใช่ ม็อบการเมืองครับ ม็อบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ

ประเด็นต่อมาคือประเด็นปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธาน จากสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ยังเกิดขึ้นกันอย่างต่อเนื่อง ความสูญเสียของพี่น้องประชาชน ความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ยังเกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง แต่ความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลกับแนวทางในการแก้ไขปัญหา กับแนวทางที่รักษาชีวิตผู้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เคยได้ยินคําพูดจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมีช่องทางในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไรเลย ท่านประธานครับ วันที่ ๑ กันยายน ผมถือว่าเป็นวัน กระชากค่าครองชีพแห่งชาติให้สูงขึ้นภายใต้รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ ค่าไฟฟ้าสูง ค่าแก๊สสูง ค่าทางด่วนสูง ทุกอย่างสูงหมดเลยครับท่านประธานครับ เครื่องอุปโภคบริโภคสูงหมด ปัญหาของแพงทั้งแผ่นดิน อยากจะให้รัฐบาลได้ให้กรอบและแนวความคิดในการแก้ไขปัญหา เรื่องเหล่านี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุรชาติ เชิญครับ

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้ผมหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมในนามพี่น้องชาวอําเภอกันทรารมย์ หมู่ที่ ๘ ตําบลดูน วันนี้ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลและกรมทางหลวงที่ได้อนุมัติงบประมาณติดตั้งไฟฟ้า แสงสว่างถนนอุบลฯ-ศรีสะเกษ ถนน ๒๒๖ ช่วงสี่แยกบายพาส (Bypass) อําเภอกันทรารมย์ บัดนี้ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประชาชนฝากขอบคุณรัฐบาลและกรมทางหลวงมา ณ โอกาสนี้

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวบ้านละทาย หมู่ที่ ๙ ตําบลละทาย อําเภอกันทรารมย์ ว่าถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๘๖ สายยางชุมน้อย-กันทรารมย์ ช่วงบ้านละทาย หมู่ที่ ๙ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะช่วงนั้น เป็นย่านชุมชน กลางคืนไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง ช่วยไปติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างให้ด้วย จักขอบคุณครับ ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธีรภัทรครับ

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของราษฎรผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขอให้ช่วยเข้าไปดําเนินงานขยายเขตไฟฟ้า ในบริเวณพื้นที่ตําบลปากฉลุย อําเภอท่าฉาง ตําบลปากหมาก อําเภอไชยา ตําบลคลองพา และตําบลประสงค์ ของอําเภอท่าชนะ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ ที่ขณะนี้ ราษฎรกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตําบลของทั้งสาม พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อดําเนินการเข้าไปติดตั้งไฟฟ้าให้กับ ราษฎรในพื้นที่ดังกล่าว

ส่วนเรื่องที่ ๒ ขอกรมทางหลวงได้เข้ามาดําเนินการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร บริเวณสี่แยกท่าโพธิ์ ซึ่งอยู่บนถนนสายล่างของอําเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานีเช่นกันครับ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นทางแคบ ซึ่งการเวนคืนนั้นยังไม่แล้วเสร็จทําให้รถยนต์ซึ่งสัญจร ไปมาเกิดอุบัติเหตุ และล่าสุดก็ยังมีรถมอเตอร์ไซค์ประสานงากับรถยนต์ ซึ่งบริเวณดังกล่าว ถ้าได้มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรก็สามารถสร้างความเชื่อมั่นและสร้างปลอดภัยให้กับ ราษฎรที่เดินทางผ่านไปมา จึงเรียนผ่านหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงานช่วยเข้าไปดําเนินงาน ติดตั้งให้เรียบร้อยด้วย ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชวลิตครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ขออนุญาตหารือท่านประธานเพื่อแจ้งไปยังคณะกรรมการ กบว. หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง ในเรื่องการควบคุมเผยแพร่ภาพและเสียงอันไม่สมควรทางทีวี เมื่อไม่นานมานี้มีการเผยแพร่ภาพความรุนแรงโหดร้ายทารุณทางทีวีใน ๒ เรื่องสําคัญ ดังนี้

เรื่องแรก มีการเผยแพร่ภาพชายคนหนึ่งซึ่งเป็นว่าที่เจ้าบ่าวใช้อาวุธปืนยิง แฟนสาวและว่าที่แม่ยาย เห็นภาพจะ ๆ ยกปืนขึ้นยิงไฟ แลบออกจากปากกระบอกปืน เล็งไปยังแฟนสาวและว่าที่แม่ยาย แฟนสาวตายคาที่ เสร็จแล้วเดินส่ายก้นลอยนวลออกไป จากสถานที่เกิดเหตุ กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ ต่อมามีการเผยแพร่ภาพทางทีวีให้เห็นกันจะ ๆ

เรื่องที่ ๒ เมื่อไม่นานมาอีกเช่นกัน มีภาพชายคนหนึ่งใช้อาวุธปืนยิงพี่เขย และพี่สาวของตนเอง เห็นภาพน้องชายยกปืนขึ้นยิง ไฟแลบออกจากปากกระบอกปืน เล็งไปยังพี่เขยของตนเอง กระสุนเจาะร่างตายคาที่อย่างโหดร้ายทารุณ และยังยกปืน เล็งไปยังพี่สาวของตนเองอีก แต่กระสุนขัดลํากล้อง เป็นการฆ่าคนตายอย่างทารุณโหดร้าย เห็นกันจะ ๆ ทางทีวี ยิ่งกว่าดูหนัง จึงอยากให้ กบว. ควบคุมการเผยแพร่ภาพโหดร้ายทารุณ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชน หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ที่อาจชินชากับความโหดร้ายรุนแรง แล้วมองเป็นเรื่องปกติ นั่นเป็นความรุนแรงจากการกระทําของบุคคล ยังมีความรุนแรงจาก วาจาซึ่งมีการเผยแพร่ทางทีวีดาวเทียม เดี๋ยวนี้ซึ่งมีการติดตั้งกันแทบทุกบ้าน ผมเปิดดูทีวี แล้วตกใจเมื่อลูกถามว่า พ่อทําไมผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเดี๋ยวนี้พูดจาหยาบคายออกทีวีให้ดูกัน ทั่วประเทศ ผมได้ตอบไปว่าขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะของผู้พูด คงไปห้ามไม่ได้ แต่อยากให้ กบว. ได้ควบคุมการเผยแพร่วาจาที่ไม่สมควร โดยเฉพาะเรื่องการหยาบคายที่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แก่เยาวชน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์รัชฎาครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานค่ะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าพื้นที่ ใต้สะพานพระราม ๗ และใต้ทางลอดสะพานพระราม ๖ ซึ่งเป็นสะพานข้ามทางรถไฟระหว่าง ถนนจรัญสนิทวงศ์กับอําเภอบางกรวยนั้นเป็นจุดที่มีความมืดมาก มีไฟฟ้าหลายจุดที่ชํารุดอยู่ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ แล้วก็เป็นแหล่งซ่องสุมของมิจฉาชีพ รวมถึงมีอาชญากรรมเกิดขึ้น ซึ่งในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ทางสํานักงานเขตบางพลัดได้ดําเนินการในส่วนที่รับผิดชอบไปได้ ก็คือการตัดแต่งกิ่งไม้ให้เกิดความโปร่งใส แต่อย่างไรก็ตามในการแก้ไขปัญหานี้ต้องได้รับ ความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นด้วย เพราะว่าพื้นที่ตรงนั้นเกี่ยวข้องกับอําเภอบางกรวย แล้วก็ อยู่ภายใต้การดูแลของกรมทางหลวงและการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งทางสํานักงานเขต บางพลัดได้ทําหนังสือไปยังกรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย และอําเภอบางกรวย แล้วว่าให้ช่วยมาดําเนินการแก้ไขในเรื่องของไฟฟ้าที่ชํารุดและการปรับปรุงสถานที่ให้มี ความปลอดภัย แต่ว่าเรื่องนี้ก็ยังเงียบอยู่นะคะ จดหมายที่สํานักงานเขตบางพลัดประสาน ไปยัง ๓ หน่วยงานนั้นทําไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน ก็จะต้องขอกราบเรียนท่านประธานให้ช่วย ประสานงานกับหน่วยงานดังกล่าวให้ดําเนินการแก้ไข เพราะว่าความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เฉพาะพี่น้องกรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นเกี่ยวกับพี่น้องประชาชนทุกคนที่เดินทางผ่าน แล้วก็อาศัยอยู่ในบริเวณตรงนั้น ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม วรปัญญา ครับ

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมากครับ

๑. ภัยแล้งปีนี้สร้างความเสียหายให้กับประชาชนมากครับ และปีนี้ก็ยังไม่ได้มี การแก้ไข ซึ่งเป็นต้นน้ํา อ่างเก็บน้ํา ฝายต่าง ๆ ตื้นเขินจํานวน ๗๐ แห่ง กระผมมีรายละเอียด ตามหนังสือที่จะได้เรียนท่านประธาน ส่งเป็นหนังสือนะครับ

๒. เวลานี้ราคาข้าวโพดตกต่ํามากครับ เหลือกิโลกรัมละ ๔ บาทกว่า ปีกลายนี้ ๗ บาท เทียบกันแล้วต่างกัน ๓ บาทต่อกิโลกรัมครับ ขอให้รัฐบาลช่วยแก้ไข

๓. ขอให้สร้างสะพานข้ามคลองลําสนธิซึ่งจะเป็นทางลัดตัดตรง ๒ แห่ง แล้วก็ คลองลําพาก ๒ แห่ง แม่น้ําป่าสัก ๒ แห่ง

๔. ขอให้ขุดลอกแม่น้ําป่าสักที่ตื้นเขิน ตําบลท่าดินดํา ตําบลท่ามะนาว ตําบล ลํานารายณ์ แล้วก็ตําบลมะกอกหวาน ซึ่งมีโครงการของชลประทานได้ทําการวางท่อแล้วก็ สร้างสถานีสูบน้ําไว้ แต่ว่าน้ําไม่พอให้สูบ ลงทุนไปตั้ง ๑,๗๐๐ ล้านบาท แต่ไม่ได้น้ํา ใช้ประโยชน์เท่าที่ควรครับ

๕. ขอให้ขุดลอกคลองลําพราก คลองลําสนธิ คลองห้วยไทร

๖. ขอให้ปรับปรุงถนนจากลํานารายณ์ไปหนองน้ําใสแล้วก็ไปเชื่อมกับวังม่วง ผ่านอําเภอท่าหลวงครับ

๗. ขอให้ลาดยางถนนเป็น ๔ ช่องจราจรจากลํานารายณ์ไปสระโบสถ์ หนองม่วง ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน

ขอให้ท่านประธานได้รับเรื่องและส่งเรื่องไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้กระทรวงช่วยส่งคนไปสํารวจและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ราษฎรด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนอันเป็นผลมาจากปัญหาการชุมนุมและการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ต่อการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่สี่แยกควนหนองหงษ์ อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เวลานี้ปัญหานี้ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายนเป็นต้นมา ได้กลายเป็นความขัดแย้งที่ร้าวลึกของพี่น้องในชุมชน ในพื้นที่ ความขัดแย้งระหว่างตํารวจ กับชาวบ้านที่อยู่ในภาวะที่หวาดระแวงต่อกัน ไม่ไว้วางใจต่อกัน ซึ่งภาวะเช่นนี้เป็นหน้าที่ ของรัฐบาลที่จะต้องรีบเข้าไปสร้างความสงบสุขในพื้นที่ตรงนั้นโดยใช้การเจรจา การพูดคุย หาทางออกอย่างเหมาะสม ประการสําคัญ ขอให้รัฐบาลหยุดการใส่ร้ายป้ายสีต่อฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกกล่าวหาอยู่เสมอว่าอยู่เบื้องหลังการชุมนุมในครั้งนี้ ถ้ารัฐบาลมีหลักฐานและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและสามารถที่จะเอาผิด ทางกฎหมายก็ขอให้ดําเนินคดีได้นะครับ

ท่านประธานครับ พลตํารวจตรี ปิยะ อุทาโย โฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้ไปให้ข่าวบอกว่าผู้ชุมนุมจะจับตัวบุคคลสําคัญในจังหวัด เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอและบุคคลสําคัญ การออกข่าวเช่นนี้ไม่เกิดประโยชน์อะไรหรอกครับ นอกจาก เป็นการโหมประโคม แล้วก็ก่อให้เกิดความหวาดระแวงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างผู้ชุมนุม กับตํารวจ แล้วก็พี่น้องประชาชนทั่วไป ขอให้ยุติในเรื่องนี้ ผมคิดว่าการปราบปรามต่อผู้ชุมนุม การใช้ทัศนคติที่เป็นลบกับผู้ชุมนุมแต่เพียงด้านเดียวนั้นไม่ก่อให้เกิดปัญหาใด ๆ นะครับ

ขอเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีใน ๓ เรื่องนะครับ ๑. ขอให้รีบดําเนินการ เจรจาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยด่วน เพื่อหาทางยุติปัญหาการชุมนุมและปัญหาการกระทํา ที่อาจจะล่วงเกินกฎหมายให้ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ๒. รัฐบาลต้องเอาเวลา ไปดําเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องยางพาราราคาตกต่ําโดยเร็วนะครับ เวลานี้ถ้ารัฐบาลยังคง ยืนกรานในแนวความคิดเดิม ปัญหาก็ไม่จบ รัฐบาลจะต้องเข้าไปสํารวจตรวจสอบ ความต้องการของพี่น้องเกษตรกรในแต่ละกลุ่ม เพื่อให้คนเหล่านั้นได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง ในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล

เรื่องที่ ๓ ขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้สื่อสารมวลชนได้มีโอกาสเข้าไปทํางาน ปฏิบัติหน้าที่ในการรายงานข่าวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่ควนหนองหงษ์อย่างมีเสรีภาพ เพื่อที่จะให้ สื่อมวลชนได้ทําหน้าที่ในการรายงานข่าวอย่างรอบคอบ รอบด้าน และโดยเฉพาะเอาข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นมานําเสนอกับสังคมอย่างครบถ้วนตามหลักจรรยาวิชาชีพ เพราะเรื่องนี้ พี่น้องที่อยู่ในพื้นที่กําลังได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เมื่อได้รับฟังข่าวสารทางด้านเดียว ที่มีแต่มาจากฝ่ายรัฐบาล ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ขอให้ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากนายไวยนนท์ สารีคํา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลตาลโกน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงเรื่องราษฎรบ้านตาลโกน หมู่ที่ ๑ ตําบลตาลโกน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ๑๘ ครัวเรือน ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แล้วก็ในรายละเอียดนั้น เขาเขียนมา หมดแล้วค่ะ มันจะไปตามไร่นา และสวนยางพาราค่ะ ท่านประธานคะ เป็นที่น่าลําบากใจ ทุกครั้งที่ดิฉันลุกขึ้นมาร้องขอต่อท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของ ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร เพราะว่าบ่อยเหลือเกิน แต่นั่นคือความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร จริง ๆ แล้วมีการถ่ายเอกสารเป็นปึก ๆ เลยทีเดียวค่ะท่านประธานคะ ที่ ๑๘ ครัวเรือน ที่ต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรนี้ยังไม่ถึงค่ะ แล้วเราจะเข้าสู่เออีซี (AEC) กันแล้ว สิ่งที่ราษฎร เดือดร้อนอยู่คือไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ไฟฟ้าไปถึงไหน ถนนไปถึงไหน ความเจริญไปถึงนั่น แล้วในเรื่องการร้องของที่เป็นหนังสือร้องเรียนที่ทั้ง ๑๘ ครัวเรือน ๑๘ ครอบครัว แล้วมี บัตรประชาชนพร้อมทะเบียนบ้าน ดิฉันจะยื่นต่อท่านประธานต่อไป เพื่อเป็นการบริสุทธิ์ใจ ที่ต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรจริง ๆ นะคะ เพื่อที่จะยกฐานะระดับมูลค่าของเกษตรกร ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ให้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นดิฉันจึงร้องขอท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อเกษตรกรในเรื่องของไฟฟ้าสู่ไร่สู่นา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่เกษตรกร ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านโสภา กาญจนะ ครับ

นางโสภา กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน โสภา กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับหนังสือ ร้องเรียนจากโรงเรียนบ้านควนเจริญ อําเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โรงเรียนสร้างมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ตอนนี้เป็นเวลา ๓๓ ปีแล้ว ทางโรงเรียนที่ได้ร้องเรียนมา โรงเรียนหลังคารั่ว ไม่สามารถจะใช้การได้ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วย ดําเนินการด่วน

เรื่องที่ ๒ นะคะ เป็นเรื่องของราคายาง ปาล์มน้ํามัน ตอนนี้ราคาปาล์ม และยางพารา ราคาตกต่ํา และก็ข้อที่ ๒ คือรัฐบาลได้ไปรับปากว่าจะจ่ายเงินชดเชย เรื่องราคาที่จัดให้เป็นค่าตอบแทนเป็นสวน ในจํานวน ๒๕ ไร่ แต่รัฐบาลไม่ได้จัดการ ทางชาวสวนกําลังจะรวมตัวไปประท้วงเพื่อให้รัฐบาลช่วยดําเนินการด่วน ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จตุพร เจริญเชื้อ

นายจตุพร เจริญเชื้อ ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่นครับ ผมเคยหารือต่อสภาแห่งนี้หลายรอบเรื่องถนนเส้นจากอําเภอน้ําพองไปอําเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๓๙ ครับท่านประธาน และผมเองก็ได้รับ หนังสือตอบจากทางกระทรวงคมนาคม โดยเลขานุการรัฐมนตรี แล้วก็ตอบจากแขวงการทาง จังหวัดขอนแก่นบอกว่า จะดําเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ แต่ปรากฏว่าขณะนี้ งบปี ๒๕๕๗ แผนการต่าง ๆ ก็ออกมาหมดทุกอย่างแล้วนะครับ ปรากฏว่าถนน ๒๐๓๙ ที่ขอขยายจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร เส้นจากอําเภอน้ําพองไปถึงอําเภอกระนวน ไม่มีอยู่ในแผนเลยนะครับ ผมก็แปลกใจว่า ตอนที่ทําหนังสือชี้แจงแล้วก็ตอบมาที่ผมนั้น บอกว่าจะดําเนินการแล้วก็บรรจุในปี ๒๕๕๗ แต่พอในปี ๒๕๕๗ แล้วก็ไม่ปรากฏออกมา ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ทําหนังสือหารือไปที่กรมทางหลวงอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็สอบถามว่าตกลงแล้วจะดําเนินการให้ในปีไหน เพื่อจะได้ไปแจ้งต่อพี่น้องประชาชนต่อไป เพราะว่าหนังสือที่แจ้งมาทุกรอบนั้นผมก็ไปแจ้งต่อกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วปรากฏว่าก็ไม่ได้รับ งบประมาณในปี ๒๕๕๗ ก็รู้สึกผิดหวังนิดหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ขออนุญาต ท่านประธานนะครับ วันนี้มีเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัด สุโขทัยอยู่ ๒ เรื่อง เป็นเรื่องเร่งด่วนด้วยครับท่านประธาน เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา น้ําฝนไหลหลากฝนตกชุกที่คลองแม่รําพัน ผมได้หารือต่อท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งกรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ําให้มีการสํารวจในการปรับปรุงซ่อมแซมหรือได้มี การขุดลอกคลองแม่รําพันตั้งแต่ช่วงท้ายที่ลงสู่แม่น้ํายมตั้งแต่ตําบลธานี ตําบลบ้านกล้วย ย้อนไปตําบลเมืองเก่า ไปถึงอําเภอบ้านด่านลานหอย ตื้นเขินมาก โดยเฉพาะมีผักตบชวา วัชพืชน้ําไหลหลากในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ทําให้วัชพืชนั้นได้ไหลมาแล้วไปทําให้สะพาน เสียหายหลายสะพาน ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ไข ปัญหาเรื่องนี้โดยด่วนด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องการก่อสร้างถนน ขยายถนน ๘ เลน ผมได้หารือต่อท่านประธาน มารอบหนึ่งแล้วนะครับ ขอให้ท่านประธานทําหนังสือด่วนเลยไปถึงกรมทางหลวง โดยเฉพาะ แขวงการทางจังหวัดสุโขทัยที่ได้มีการก่อสร้างถนนหมายเลข ๑๒ ตั้งแต่ตอนสุโขทัยไป ถึงวังวน ระยะทาง ๑ กิโลเมตรแต่ว่าสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับผู้สัญจร เพราะว่า ในขณะก่อสร้างนี้ทําให้น้ําประปาและถนนหนทางนั้นเป็นโคลน แล้วก็พี่น้องประชาชน ในละแวกนั้นเสียหาย โดยเฉพาะน้ําประปานั้นขาดแคลนมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานในปัญหาเรื่องน้ําประปานี้ ซึ่งตําบลเมืองเก่าจะต้องใช้น้ําประปา จากการประปาส่วนภูมิภาคของจังหวัดสุโขทัยไปหล่อเลี้ยงหรือไปเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว ที่อําเภอเมืองเก่ามีปัญหามากนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านแทนคุณครับ

นายแทนคุณ จิตต์อิสระ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม แทนคุณ จิตต์อิสระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เขตดอนเมือง ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสนะครับ ผมมีเรื่อง ขอกราบหารือดังนี้นะครับ

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของการมีมาตรการในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาและก็ เรื่องของการที่จะให้มีการนําหลักธรรมในพระพุทธศาสนานั้นมาส่งเสริมเรื่องคุณธรรม จริยธรรมให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็ขอให้เป็นพระพุทธศาสนาที่มีเนื้อหาสาระที่ถูกต้อง เพราะว่าในปัจจุบันนี้พุทธศาสนานั้น ถือว่าเป็นความมั่นคง เป็น ๑ ใน ๓ สถาบันหลักของชาติของเรา คือ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์นะครับ แต่ว่าในปัจจุบันก็มีการพบว่ามีข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ในทางที่ไม่ชอบ ทั้งเป็นข้อเท็จจริงแล้วก็เป็นสิ่งที่ถูกนําไปตีความผ่านสื่อมวลชนในด้านต่าง ๆ จึงอยากกราบขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีมาตรการอย่างไรในการคุ้มครอง และพิทักษ์พระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการปกป้องและการพัฒนา ด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ คือปัญหาการจราจร ในปัจจุบันนี้นะครับ ผมเห็นมีถนนหลายเส้น ในกรุงเทพมหานครที่มีการเปิดช่องทางพิเศษ อาจจะเป็นการเปิดช่องทางในการย้อนศร ไปอีกฝั่งหนึ่งในช่วงเวลาที่เร่งด่วนที่รถไม่ติด เพื่อให้สามารถระบายรถได้เร็วขึ้น ก็อยากให้มี มาตรการในการดูแลแล้วก็แก้ปัญหาการจราจรในช่วงเร่งด่วนได้ เพราะว่าทุกวันนี้ สืบเนื่องจากนโยบายรถคันแรกก็ดี นโยบายอื่น ๆ ก็ดีที่ทําให้คนนั้นหันมาซื้อรถกันมากขึ้น และมีผลกระทบต่อการจราจรมากยิ่งขึ้น

เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของการแก้ปัญหาการระบายน้ําและคนที่รุกล้ําไป ในคลองเปรมประชากรในพื้นที่เขตดอนเมือง ซึ่งก็อยากให้มีมาตรการในการดูแล หาที่อยู่ที่ทํากิน ให้ดียิ่งขึ้น หรือว่าจะช่วยป้องกันการแก้ปัญหาปัญหาน้ําท่วมใหญ่ด้วย

เรื่องสุดท้ายอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของโรงพยาบาลราชวิถี ๒ ที่เคยกราบเรียน ถามไป แต่ก็มีหนังสือตอบกลับมาว่ายังอยู่ในระหว่างการดําเนินการ ผ่านมาเดือนเศษแล้ว ก็อยากจะให้ท่านประธานได้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นําคําตอบนี้ไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตดอนเมืองที่รัฐบาลเคยหาเสียงไว้เมื่อเดือนมิถุนายน กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุพัชรีครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่องด้วยกันค่ะ ท่านประธาน

เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านผู้อํานวยการโรงเรียนวัดชุมประดิษฐ์ ว่าวันนี้อาคารเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดชุมประดิษฐ์มีไม่เพียงพอ เพราะว่ามีนักเรียนเพิ่มขึ้นมา เป็นจํานวนมาก วันนี้เด็กนักเรียนต้องเรียนอยู่ใต้ถุนอาคารเรียนอยู่ค่ะ ก็เลยอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะคะว่า ช่วยดูในเรื่องของอาคาร เรียนให้กับโรงเรียนวัดชุมประดิษฐ์ของอําเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุงให้ด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ วันนี้เรื่องน้ําประปาโรงเรียน น้ําประปาดื่มได้ วันนี้โรงเรียนวัดทุ่งยาว อยู่ที่อําเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง เด็กนักเรียนมีจํานวนปริมาณเกือบ ๑,๐๐๐ คน แต่ว่า โรงเรียนยังต้องไปซื้อน้ํากระป๋อง กระป๋องละ ๑๐ บาท เพื่อที่จะบริการให้กับเด็กนักเรียนอยู่ ดิฉันก็อยากจะฝากท่านประธานประสานงานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยดูในเรื่องของน้ําประปาดื่มได้ให้กับโรงเรียนวัดทุ่งยาว แล้วก็อยู่ติดกับวัดทุ่งยาว แล้วก็ย่านชุมชน บริเวณย่านนั้นสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากน้ําประปาดื่มได้ของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ด้วยค่ะ

สุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวอําเภอ เขาชัยสนว่าวันนี้ถนนทางเข้าอําเภอเขาชัยสนยังมีบางช่วงที่ยังมีแสงสว่างไม่เพียงพอ แล้วก็ถนนทางเข้านี้ก็ยังผ่านไปยังตําบลต่าง ๆ อยากจะประสานงานไปยังกระทรวงคมนา ผ่านกรมทางหลวงชนบทให้ช่วยดูในส่วนถนนทางเข้าอําเภอเขาชัยสนให้มีไฟฟ้าแสงสว่าง ให้เพียงพอแล้วก็ตลอดช่วงของถนนนั้นด้วยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์ธีรรัตน์ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนนะคะ

เรื่องแรกค่ะท่านประธาน ต้องประสานไปทางกรมทางหลวง กระทรวง คมนาคม ต้องขอขอบคุณที่ได้ไปสร้างสะพานลอยให้กับพี่น้องที่อาศัยอยู่บนถนนรุ่งกิจ ๕๙๗ ประมาณบนถนนร่มเกล้า แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือบนสะพานลอยที่สร้างเสร็จแล้ว แต่ยังมี สายไฟฟ้ากับสายโทรศัพท์พันระโยงระยางอยู่นะคะ ก็อยากที่จะให้ทางกรมทางหลวง ร่วมกับการไฟฟ้ากับทางองค์การโทรศัพท์ได้ร่วมกันจัดเก็บสายไฟฟ้าเพื่อที่จะให้ให้พี่น้อง มีความปลอดภัยในการข้ามถนนมากขึ้น

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน ถนนตัดใหม่ระหว่างเส้นเจ้าคุณทหาร ถึงกรุงเทพกรีฑาซึ่งบางช่วงได้ทําเสร็จแล้ว แล้วก็พังแล้วด้วย โดยที่ยังไม่ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการ ในส่วนนี้อยู่ในความดูแลของทางสํานักการโยธา กรุงเทพมหานคร ก็อยากที่จะให้ทาง กรุงเทพมหานครนั้นเข้าไปปรับปรุงแล้วก็ซ่อมแซมถนนที่พังด้วย เพราะว่าถึงแม้ว่าจะเปิดยังไม่สามารถใช้ได้ทั้งเส้น แต่ก็จะเป็นเส้นทางการจราจรที่จะ ช่วยระบายการจราจรบนถนนร่มเกล้าให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะใช้เป็นทางลัดเข้าสู่ ทางเคหะร่มเกล้าได้นะคะ ก็ขอให้ไปปรับปรุงแล้วก็ไปซ่อมแซม รวมถึงคอสะพานที่หักนะคะ ให้ได้ปรับปรุง เพื่อที่จะให้พี่น้องมีความปลอดภัยในการเดินทางให้มากขึ้นด้วยค่ะ

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนะคะคือปัญหาสะพานลอยบนถนนฉลองกรุง หน้าหมู่บ้าน วนารมย์ ซึ่งดิฉันเองก็เคยหารือกับทางสภาแห่งนี้มาหลายครั้งแล้วนะคะ แต่ว่ายังไม่ได้รับ การตอบกลับจากกรุงเทพมหานครแต่อย่างใด ก็จึงขอประสานไปด้วย เพราะว่าเส้นนี้ ทางหมู่บ้านวนารมย์ หมู่บ้านแฮปปี้เพลส บนถนนฉลองกรุงมีนักเรียน แล้วก็มีพี่น้อง ประชาชนใช้สัญจร แล้วก็ข้ามถนนกันอย่างมากมายนะคะ

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งด้วยนะคะท่านประธาน นั่นก็คือการที่ทาง กทม. ตอนนี้ จะเห็นว่าพอมีฝนตกหนักก็มีน้ําท่วมทันทีเลย ดิฉันเองก็เคยหารือกับสภาไปแล้ว ก็ไม่ทราบว่า ทาง กทม. นั้นมีแนวทางในการป้องกันปัญหาน้ําท่วมอย่างฉุกเฉินแล้วก็กะทันหันเฉพาะหน้า กับพี่น้องประชาชนอย่างไรบ้างนะคะ ตอนนี้หลาย ๆ เขตได้รับความเดือดร้อนมาก ฝนตกไม่ถึง ๕ นาทีน้ําก็ท่วมแล้วนะคะ ดิฉันเองเคยประสานทางกรมราชทัณฑ์ให้มาลอกท่อ แต่ก็ได้เป็นแค่ช่วงระยะหนึ่ง แล้วก็ได้แค่เป็นบางบริเวณเท่านั้น ไม่ทั่วทั้งหมดนะคะ ก็อยากที่จะให้ทาง กทม. ได้ชี้แจงถึงผลการทํางาน แล้วก็ความคืบหน้าในการป้องกันปัญหา น้ําท่วมให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชินวรณ์ ท่านสุดท้ายนะครับ เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมมีเรื่อง เร่งด่วนที่จะต้องหารือกับท่านประธานสภา เพราะผมคิดว่าถ้าปล่อยให้เวลาผ่านเลย วันนี้ก็จะมีปัญหากระทบหลายเรื่องนะครับ และนี่คือการหารือครั้งแรกของผมครับ ท่านประธานครับ เนื่องจาก พลตํารวจตรี ปิยะ อุทาโย โฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวระบุข้อมูลว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเกษตรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ํามัน ที่อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช พยายามจะยกระดับสถานการณ์ให้รุนแรงมากขึ้น โดยใช้วิธีเผาสถานที่ราชการ ทั้งสถานีตํารวจและที่ว่าการอําเภอ รวมทั้งจับตัวบุคคลสําคัญ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ตํารวจและสื่อมวลชนเป็นตัวประกัน ประกอบกับเรื่องนี้ นะครับท่านประธาน พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติได้กําชับ ให้เจ้าหน้าที่ตํารวจคุมเข้มสถานที่ราชการ และบุคคลที่อยู่ในข่ายตามการข่าว ผมคิดว่าการที่ หน่วยงานสําคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความมั่นคง ดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ บ้านเมืองออกมาแถลงข่าวอย่างนี้เกี่ยวกับการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง มีผลเสียทันทีในวันนี้ ก็คือว่ากระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และแน่นอนที่สุดขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชก็มีการเตรียมการที่จะจัดงานทําบุญสารท เดือนสิบ ซึ่งเป็นงานทําบุญที่ยิ่งใหญ่มากครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วการชุมนุมนั้นมีวงจํากัดอยู่ที่ตําบลควนหนองหงษ์ อําเภอชะอวด จังหวัด นครศรีธรรมราชนะครับ แต่ว่าเป็นความจงใจที่ต้องการที่จะใส่ร้ายผู้ชุมนุม เพื่อให้เห็นว่า เป็นการยกระดับความรุนแรง สร้างความตระหนกตื่นกลัวให้กับคนที่จะมาท่องเที่ยว และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่ากําลังคนชุมนุประท้วงเรื่องยางพาราจะมีกําลังจนถึงขั้นที่ จะก่อสถานการณ์ร้ายแรงอย่างนี้หรือครับ ผมคิดว่าถ้ามองอย่างนี้เป็นการมองในแง่ที่ ผมอยากให้ท่านประธานได้ทําหนังสือเร่งด่วนเลยครับ ไปยังผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีขอให้กําชับในการดําเนินการในการให้ข่าวแบบนี้ ซึ่งสร้างผลลบ ให้กับทางจังหวัดนครศรีธรรมราช และเป็นการกล่าวใส่ร้ายผู้ชุมนุม ซึ่งแน่นอนผู้ชุมนุม ก็อาจจะมีเหตุการณ์รุนแรงเวลามีการเข้าไปกระทบกระทั่งกันท่านประธานครับ แต่ว่าวิธีการในทางปกครอง ท่านประธานก็เป็นนักการเมืองมานานเหมือนผมนะครับ ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลครับท่านประธาน ที่จะต้องเข้าไปดูแลผู้ชุมนุม สมัยหนึ่ง ท่านประธานคงจําได้นะครับ มีการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกร เพียงแต่สุนัขตํารวจไล่กัด พี่น้องเกษตรกร พวกท่านก็ไปพูดกันอยู่ตลอดเวลารัฐบาลให้สุนัขกัดพี่น้องกลุ่มเกษตรกร แต่วันนี้ไม่ได้ให้สุนัขกัดแล้วครับ ใช้ตํารวจ ใช้แก๊สน้ําตา มีการยิงเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว แล้วยังมากล่าวหาว่าจะยกสถานการณ์รุนแรงจนไปถึงขั้นจับตัวบุคคลสําคัญของสถานที่ สําคัญของข้าราชการ ผมเชื่อว่าถ้าไม่ใช่เป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องผู้ชุมนุมเขาไม่ได้หวังผลในเรื่อง การก่อการร้ายแบบนั้นละครับ เขาหวังผลในเรื่องของการยกระดับราคายางพารา เพียงแต่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับ ว่าถ้ารัฐบาลจริงใจ เอาคนที่รู้ปัญหาเข้าไปแก้ไขปัญหาวันนี้ว่าการที่ให้ เงื่อนไขปัจจัยการผลิตปี ๒๕๒๐ นั้น จะทําให้เกิดความชัดเจนอย่างไร สนองตอบต่อทุกกลุ่ม อย่างไร และจะแก้ไขปัญหาราคายางพาราให้สูงขึ้นอย่างไร ท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาล สามารถแก้ไขปัญหาราคายางพาราให้สูงขึ้น ไปแก้ที่ปัญหาจริง ๆ ให้ดีขึ้น ให้เห็นกลไกในการ แก้ไขปัญหาขึ้น ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าม็อบก็จะหยุดไปเอง แล้วท่านก็ไม่ต้องไป กล่าวหาว่าจะเกิดสถานการณ์ร้ายแรง และท่านก็ไม่ต้องไปกล่าวหาว่ามีกลุ่มการเมือง หนุนหลัง พวกผมไม่ได้กลัวหรอกครับ เพราะพวกผมไม่ได้ไปหนุนหลังให้เกิดความรุนแรง เช่นนั้น แต่ผมยังสนับสนุนข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรว่า รัฐบาลแก้ไขปัญหาโดยการให้ ปัจจัยการผลิตนั้นเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดตามที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามต่อท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่วันนี้เรื่องเร่งด่วนครับ ขอให้ ท่านประธานได้สั่งการไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะตัวท่านนายกรัฐมนตรีครับ ให้แก้ข่าวในเรื่องนี้ แล้วสร้างระบบความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวโดยภาพรวมของจังหวัด นครศรีธรรมราช และอย่าใส่ร้ายผู้ชุมนุมที่บริสุทธิ์ต่อไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ทางกระทรวงสาธารณสุขมาบริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ชั้นล่างนะครับ ฉะนั้นท่านใดสนใจให้ไปฉีดได้ฟรีชั้นล่างในขณะนี้นะครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อ ๓๒๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอดําเนินการต่อ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ)

เชิญท่านรัฐมนตรีเสนอหลักการและเหตุผลครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ตราพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ คือ

เนื่องจากวิธีการจัดเก็บภาษีสุราไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน สมควรแก้ไขวิธีการจัดเก็บภาษีสุราให้เหมาะสม และโดยที่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับ ภาษีอากร ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน จึงจําเป็นต้องตราพระราชกําหนดนี้

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกที่เคารพครับ ในการนี้กระผม ขอเรียนชี้แจงพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยสรุปดังนี้ครับ

๑. เดิมการเสียภาษีสุรา ปฏิบัติตามบทบัญญัติพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ ที่กําหนดให้คํานวณภาษีจากอัตราตามมูลค่าหรือตามปริมาณต่อลิตร แห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ โดยนําภาษีที่คํานวณได้มาเปรียบเทียบกัน ซึ่งการคํานวณตามแบบใด ได้ภาษีมากกว่า ก็จะจัดเก็บภาษีตามจํานวนที่มากกว่า ซึ่งวิธี ๒ เลือก ๑ นี้ ยังไม่เป็นไปตาม หลักสากลที่ประเทศต่าง ๆ นํามาใช้ ทั้งนี้สําหรับการคิดอัตราภาษีตามมูลค่านั้น ฐานภาษี ของผู้ประกอบสุราในประเทศใช้ราคาขายหน้าโรงงาน และผู้นําเข้าให้ใช้ราคาซีไอเอฟ (CIF) บวกอากรขาเข้า ทําให้เกิดความแตกต่างระหว่างราคาประเมินภาษีของสินค้าผลิตในประเทศ และสินค้านําเข้า โดยเฉพาะจากการแจ้งราคานําเข้าที่ต่ํากว่าควรที่จะเป็น จากการถ่ายโอน ราคาหรือทรานเฟอร์ ไพรซิ่ง (Transfer Pricing)

ข้อ ๒ วิธีการคํานวณภาษีสรรพสามิตในปัจจุบันเป็นแบบรวมในหรือว่า อินคลูซีพ แทกซ์ (Inclusive tax) ซึ่งค่อนข้างซับซ้อนเข้าใจยากและไม่สะท้อนภาระภาษี ที่ชัดเจน ทําให้เกิดความยุ่งยากกับภาคธุรกิจในปัจจุบัน นอกจากนี้วิธีการคํานวณภาษี ดังกล่าวแตกต่างจากประเทศในอาเซียน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการค้าเสรีในอาเซียน และการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอีกด้วย

ข้อ ๓ การกําหนดชนิดที่หลากหลายของสุรากลั่น ทําให้เกิดการแข่งขัน ที่ไม่เป็นธรรมของสุราที่ผลิตในประเทศและสุรานําเข้า ซึ่งสหภาพยุโรปได้เรียกร้อง ให้ประเทศไทยปรับโครงสร้างภาษีสุรากลั่นมาต่อเนื่อง ทั้งนี้ โครงสร้างภาษีสุรากลั่น ในปัจจุบันได้แยกออกเป็น ๕ ชนิด โดยมีอัตราภาษีที่แตกต่างกันไปตามชนิดของสุรา จึงจําเป็นต้องลดการจัดชั้นสุราให้เหลือเพียง ๒ ชนิด เพื่อขจัดปัญหาความไม่เป็นธรรม ในการแข่งขัน

ข้อ ๔ ตลาดสุราทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะผลิตสุราชนิดใหม่ ๆ ขึ้นมา และมี แนวโน้มจะมีแรงแอลกอฮอล์ที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเป็นปัญหา ของสังคมติดตามมา

ข้อ ๕ ปัญหาการจัดชั้นเบียร์ที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล เพราะไม่สะท้อน ต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าเบียร์ ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ต่อผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมเบียร์อย่างเท่าเทียมกัน

จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับ การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การแข่งขันเสรีทางการค้าและเพื่อการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ กรมสรรพสามิตจึงมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังนี้ครับ

ข้อ ๑ ปรับวิธีการจัดเก็บภาษีสุราจากระบบสองเลือกหนึ่ง มาเป็นระบบจัดเก็บ ภาษีแบบผสม เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามหลักสุขภาพ และความฟุ่มเฟือยไปพร้อม ๆ กัน กล่าวคือจะจัดเก็บภาษีสุราทั้งตามมูลค่าและตามปริมาณ ซึ่งโดยวิธีดังกล่าวได้รับรองและได้รับการแนะนําจากองค์การอนามัยโลก

ข้อ ๒ เปลี่ยนฐานราคาในการคํานวณภาษีจากมูลค่าเดิมที่ใช้ราคาขาย หน้าโรงงานสําหรับสุราที่ผลิตในประเทศและราคาซีไอเอฟบวกอากรขาเข้าสําหรับสุรา ที่นําเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นราคาขายส่งชุดสุดท้ายไม่รวมวีเอที (VAT) เป็นฐานในการ คํานวณภาษีตามมูลค่าสุราที่ผลิตในประเทศและนําเข้า ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความแตกต่าง ของราคาประเมินของสินค้าที่ผลิตในประเทศและสินค้านําเข้า รวมถึงแก้ไขปัญหา การถ่ายโอนราคา สะท้อนถึงความฟุ่มเฟือยได้อย่างมีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาการจัด ชั้นเบียร์ได้

ข้อ ๓ ปรับปรุงวิธีการคํานวณภาษีให้มีความโปร่งใสมากขึ้น จากวิธีรวม ในเป็นแบบแยกนอก ซึ่งจะเกิดความง่ายในการคํานวณภาษีและสะท้อนภาระภาษีได้ดียิ่งขึ้น

ข้อ ๔ กําหนดชั้นของสุรากลั่นให้เหลือเพียง ๒ ชนิด ได้แก่ สุราขาวและสุรา กลั่นอื่น ๆ โดยสุรากลั่นอื่น ๆ ได้รวมสุราผสม สุราปรุงพิเศษ สุราพิเศษด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น เนื่องจากอัตราภาษีสุรากลั่นอื่น ๆ มีเพียงตัวเดียว ไม่หลากหลาย เหมือนโครงสร้างภาษีเดิม

ข้อ ๕ กําหนดให้สุราแช่และสุรากลั่นที่มีดีกรี (Degree) เกินกว่าที่กําหนด ต้องชําระภาษีเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ เนื่องจากกรมสรรพสามิตได้คํานึงถึงสุขภาพ ของประชาชนและไม่ต้องการสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคสุราที่มีดีกรีสูงเกินไป

ข้อ ๖ การปรับปรุงเพดานอัตราภาษี อัตราภาษีเพื่อให้เหมาะสมกับ สภาวการณ์ในปัจจุบัน

โดยสรุปการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสุราดังกล่าว จะเป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและเพื่อเป็น การเตรียมความพร้อมการเปิดเสรีทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

จากเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้นรัฐบาลจึงขอเสนอมาเพื่อให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้โปรดพิจารณาอนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามที่ได้กราบเรียนมา ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวราภรณ์ จังหวัดนครสวรรค์

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัด นครสวรรค์ สําหรับพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พุทธศักราช ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พุทธศักราช ๒๕๕๖ ที่เข้าสภาในวันนี้ ถึงแม้จะออกเป็นพระราชกําหนดไปแล้ว แต่ก็เข้าใจค่ะว่ามีเหตุผลและความจําเป็น เพราะดิฉันดูแล้วว่าจากการที่กรมสรรพสามิต ต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างภาษีทั้งระบบเพื่อให้มีความชัดเจน มีความถูกต้อง ให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ปัจจุบัน และดิฉันไปดูเหตุผลแล้วว่าทางกรมสรรพสามิตมองว่าที่ผ่านมา การจัดเก็บภาษีสุรานั้นไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประเสริฐประท้วงอะไรครับ เอาให้จบตรงก่อนแล้วให้ท่านหารือนะครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายด้วย ท่านประธานขออนุญาตนิดหนึ่งครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอโทษผู้อภิปรายนะครับ เพราะว่าไม่ได้มีเจตนาจะขัดขวางอะไร แต่ประเด็น ที่จะสอบถามท่านประธาน เพราะว่า พ.ร.ก. เป็นกฎหมายสําคัญจึงต้องการจะสอบถาม ท่านประธานว่า พ.ร.ก. นี้มีการถ่ายทอดสดหรือไม่ เพราะว่าการออกเป็น พ.ร.ก. รัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ชัดเจนมาก ตามที่นําเสนอมานี้นะครับ ซึ่งรัฐบาลจะต้องอ้างถึงอํานาจความ ในมาตรา ๑๘๖ ของรัฐธรรมนูญ ผมถือว่ากฎหมายที่ออกโดย พ.ร.ก. มันเป็นกฎหมายเฉพาะ และมีความจําเป็นเร่งด่วน ผมคิดว่ากฎหมายอย่างนี้ประชาชนต้องรับทราบ ประชาชนต้องรู้ ว่ามันเป็นอย่างไร มาอย่างไร แล้วเนื้อหาใน พ.ร.ก. นี้เป็นอย่างไร แท้ที่จริงที่รัฐบาลมาออก พ.ร.ก. นี้ แท้ที่จริงคําพูดของรัฐบาลที่มาให้ข่าวกับความเป็นจริงนี้มันเป็นไปได้เหมือนกัน หรือไม่ ผมคิดว่า พ.ร.ก. จึงมีความจําเป็นที่ต้องมีการถ่ายทอดสด ผมจึงสอบถาม ท่านประธานว่ามีการถ่ายทอดสดหรือไม่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญทางวิปรัฐบาล เชิญครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น กราบเรียนท่านประธานครับ ตอบข้อหารือของเพื่อนสมาชิกนะครับ ในเรื่องของการถ่ายทอดสด พ.ร.ก. ซึ่งพวกกระผมเอง ก็ไม่ปฏิเสธครับว่าเป็นสิ่งที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ในการประชุมสภาของพวกเรานั้นทางท่านประธานเองก็ให้ความอนุเคราะห์ในเรื่องของ การเผยแพร่การทํางานของสภาแห่งนี้ โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางทีวี (TV) รัฐสภา ประกอบกับทางวิทยุกระจายเสียงซึ่งมีการถ่ายทอดสดโดยปกติอยู่แล้ว ฉะนั้นกระผม มีความเห็นว่าการทํางานของพวกเรานั้นก็คงจะไม่ได้มีข้อติดขัดใด ๆ นะครับ ถ้าหากว่า จะดําเนินการไปโดยที่เป็นการถ่ายทอดสดทางทีวีรัฐสภาและก็ทางวิทยุกระจายเสียง ก็ขออนุญาตให้ท่านประธานได้ดําเนินการต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประเสริฐว่าอย่างไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ คือผมมองต่างมุมกัน เพราะว่า กฎหมาย พ.ร.ก. ฉบับนี้ทางรัฐบาลอ้างว่าการเพิ่มภาษีเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่ํา ๆ และมีปริมาณมาก จะจูงใจนักดื่มที่เป็นเยาวชนจากการบริโภคให้ลดลง อ้างในเหตุ เพราะว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะท่านพูดจริง ท่านบอกว่าท่านพูดในข่าวว่าท่านต้องการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ เพราะว่าเห็นว่าเยาวชน หน้าใหม่เข้าไปบริโภคสุรามากแล้วท่านก็ต้องการขึ้นภาษี แล้วท่านก็มองว่ารัฐบาลไม่ต้องการ ภาษีเพิ่ม ถ้าต้องการให้เยาวชนไม่เข้าไปบริโภคสุรา กฎหมายอย่างนี้นะครับ ควรถ่ายทอด หรือว่ากฎหมาย พ.ร.ก. ฉบับนี้ กราบเรียนท่านประธานก่อนเลยครับ กราบเรียนรัฐบาลเลย ว่าพวกเราซีกประชาธิปัตย์ไม่ได้ต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ และยินดีให้ความร่วมมือ แต่เพียงว่าเรามีมุมมองที่คิดว่าถ้าเมื่อเป็นคําพูดของรัฐบาลที่บอกว่า เพื่อไม่ให้เยาวชน ไปบริโภคสุราเพิ่มขึ้น อย่างนี้ต้องถ่ายทอด เพราะเป็นประโยชน์กับประเทศ เป็นประโยชน์กับเยาวชน ทําไมกฎหมายสําคัญอย่างนี้ ถึงไม่ถ่ายทอด เพราะอะไรครับ หรือแม้แต่พูดต่อไปถึงวันพรุ่งนี้เลยครับ กฎหมายเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นกฎหมายสําคัญครับ ก็ต้องถ่ายทอดครับ เพื่อให้ประชาชน ทั้งประเทศที่เขามีชีวิต ลูกหลานเขาต้องผูกมัดกับเงินกู้ไปอีกตั้ง ๕๐ ปี อย่างนี้เขาต้อง รับทราบว่าคืออะไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวราภรณ์สักครู่ ท่านนั่งลงก่อน เดี๋ยวจะให้เขาสอบถาม ท่านจิรายุ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ผมในฐานะวิปรัฐบาล แล้วก็ในฐานะคณะกรรมการหรือว่าบอร์ด (Board) ของ สถานีโทรทัศน์วิทยุของรัฐสภาครับ ขออนุญาตชี้แจงท่านประธานอย่างนี้ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ เขียนชัดเจนท่านประธานครับว่า จะต้องให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับฟังได้อย่างทั่วถึง ท่านประธานครับ เราทําไมไปที่ช่อง ๑๑ อย่างเดียว ถ้าอย่างนั้นวันไหนที่มีการประชุม แล้วไม่ได้มีการถ่ายทอด ช่อง ๑๑ ก็ขัดข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ถูกต้องไหมครับ อันนี้เป็นคําถาม ก่อนครับ สาระสําคัญต่อมาก็คือ การถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์วิทยุของรัฐสภาวันนี้ ท่านประธานครับ ท่านนั่งอยู่ชิคาโกก็ดูได้นะครับ ท่านนั่งอยู่ที่ฮอลแลนด์ก็ชมได้เช่นเดียวกัน และที่สําคัญวันนี้ครัวเรือนกว่าร้อยละ ๙๙ ดูโดยกล่องหรือว่าบ็อกซ์ (Box) ดาวเทียม เพราะฉะนั้นวันนี้ถือว่าชอบแล้วด้วยข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ที่มีการถ่ายทอดสดทางรัฐสภา บอร์ด ก็มีความเห็นตรงกันโดยเฉพาะวิปนี้ว่าถ้าช่อง ๑๑ อยากจะเกี่ยวสัญญาณไทยพีบีเอส (Thai PBS) ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๙ หรือฟรีทีวี (Free TV) หรือเคเบิลดาวเทียมต่าง ๆ แม้กระทั่งสถานีวิทยุทั่วประเทศจะเกี่ยวสัญญาณสามารถทําได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านประธานครับ ไม่ต้องพูดถึงการถ่ายทอดสดหรอกครับ วันนี้รัฐสภาถ่ายทอดสดไปทั่วโลก สามารถลิงค์ (Link) สัญญาณได้ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านประธานถือเป็นบรรทัดฐาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ครับ ขอบพระคุณรับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด กาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ สําหรับกรณีนี้ที่จริงดิฉันอยากจะหาโอกาสพูดมานานแล้ว ดิฉันอาจจะมองต่างมุมนะคะ กับท่าน ส.ส. ที่เพิ่งนั่งลงไป อาจจะเป็นเพราะท่านเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานครก็ได้ ถ้าเราจะยึดข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ก็คือการถ่ายทอดเป็นการทั่วไป การไม่ถ่ายทอดเป็นข้อยกเว้น แล้วดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ร่างข้อบังคับอันนี้ด้วย เราคุยกัน มากเลยว่าปกติแล้วต้องเปิดเผย ถ้าประชุมเปิดเผยแล้วจะต้องถ่ายทอดสด แล้วก็ทางสถานี วิทยุโทรทัศน์ ทั้งวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ข้อสําคัญบอกสามารถรับได้อย่างทั่วถึง เว้นแต่มีเหตุขัดข้องก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ที่ผ่านมาเวลาเรามีเหตุขัดข้องไม่ได้ถ่ายทอดสด เราไม่ค่อยได้แจ้ง ถามว่าทําไมต้องช่อง ๑๑ เพราะมันเป็นฟรีทีวีอย่างไรคะ วิทยุโทรทัศน์ ของสภา โทรทัศน์ของสภาก็ยังต้องใช้ดาวเทียม ต่างประเทศชิคาโกอยู่ที่ไหนถ้ามีอินเทอร์เน็ต (Internet) ดูได้ทั้งสิ้น แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ตามต่างจังหวัด ดิฉันเป็นคนต่างจังหวัดก็ยัง ไม่มีดูค่ะ ดิฉันไม่ทราบค่ะ สถิติบอกว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์พี่น้องมีจานแล้วทั้งนั้น แต่มีทีวีนั้น มีแล้วก็ดูช่อง ๑๑ ได้ทุกคน แต่ที่บอกว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีจานดาวเทียม ดิฉันว่า ไม่จริง ต้องเอาสถิติมาดู ดิฉันยืนยันไม่จริง มีคนจะมาขอจานดาวเทียมดิฉันอีกเยอะแยะเลย ซึ่งดิฉันบอกว่าดิฉันไม่ได้มีหน้าที่แจกดาวเทียม เพราะฉะนั้นถ้าจะดูตรงนี้ แล้วถ้ายิ่งเจตนา อย่างที่รัฐบาลบอกว่าอยากจะให้เยาวชน พวกผู้หญิง พวกลูกค้ารายใหม่ไม่เข้ามา เสพแอลกอฮอล์ทั้งหลายยิ่งต้องถ่ายทอดให้เขารู้ เรื่องนี้ปกติแล้วเราก็ไม่ได้บอกว่าเราคัดค้าน แต่เราก็มีข้อสังเกต ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมา พระราชกําหนดนี้เก็บภาษี คนกินเหล้า มีทุกชนชั้นเลย เมื่อมีทุกชนชั้นแล้วต้องให้เขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา เขาจะได้เตรียมตัว อย่างไรคะ แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจง ข้าราชการมาชี้แจงยังบอกเลยว่าเขาก็จะไม่กินมันก็จะ ลดลงไปสัก ๒-๓ เดือนหลังจากที่ขึ้นภาษี แล้วหลังจากนั้นมันก็จะเพิ่มกลับมาเหมือนเดิม ท่านทําไมไม่ถ่ายทอดให้เขาฟังละคะว่า ส.ส. ที่เป็นตัวแทนของเขาทั้งหลายทุกคนอ้าง เป็นตัวแทนประชาชนทั้งนั้น ทําไมไม่ถ่ายทอดให้เขาทราบล่ะคะว่าคิดอย่างไรถึงได้ขึ้นภาษีเขา แล้วก็แน่นอนดิฉันยืนยันว่า ถ้าจะให้ทั่วถึง รับได้อย่างทั่วถึงต้องเป็นฟรีทีวี ไม่เป็นช่อง ๑๑ ก็ได้ แล้วท่านมีช่องอื่น ไหมล่ะคะ อย่าอ้างช่องวิทยุโทรทัศน์ของรัฐสภามันยังไม่ทั่วถึงเลย แล้วก็คนก็ยังดูไม่มากด้วย ดิฉันถามหน่อยว่าในสภาดิฉันเคยตั้งข้อสังเกต แม้กระทั่งเดินไปทุกแห่งในสภาที่มีจอทีวีที่ใช้ งบประมาณของสภาติด ดิฉันเคยไปถามแม้กระทั่งในโรงอาหาร ทําไมไม่เปิดการถ่ายทอด ทําไมไม่เปิดการประชุมสภา ไปเปิดดูหนังดูละครอยู่ทําไม มันต้องมีกติกาห้ามดูเลยถ้าอยู่ ในสภา ต้องดูการถ่ายทอดการประชุมสภาเท่านั้นเสียด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นถ้าเราจะบอกว่า ทั่วถึงตามข้อบังคับนี้นะคะ ดิฉันยืนยันต้องเป็นฟรีทีวี แล้วฟรีทีวีที่เราเคยทํามาตลอด คือช่อง ๑๑ ไม่ช่อง ๑๑ ก็ได้ แต่ต้องเป็นฟรีทีวีที่จะทั่วถึงค่ะท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีคนแสดงความคิดเห็นเยอะ ผมว่าพอสมควรนะครับก็เป็นที่รู้กัน การที่จะขอใช้เปิดฟรีทีวี ถ่ายทอดต้องเป็นวิปรัฐบาลทําเรื่องมาถึงประธาน ประธานขอไปยังช่อง ๑๑ ถึงมีการ ถ่ายทอดก็เป็นที่ทราบของทุกท่านอยู่แล้วว่าต้องทําอย่างไรนะครับ ทีนี้ในเมื่อวิปไม่ได้ขอ ต่อไปในอนาคตผมว่ามันจะไม่มีปัญหาอย่างนี้อีกแล้ว เพราะว่าสภาเราก็ได้ช่องที่ ๑๐ ของฟรีทีวี เรื่องนี้ก็จะได้มีการออกอากาศต่อไปเขาจะได้ไม่พูดถึงอีกก็คงใช้เวลาอีกไม่กี่เดือน ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการเตรียมพร้อมที่จะมีการออกอากาศทางฟรีทีวีในอนาคต ปัญหานี้ จะหมดไปแล้ว จะได้ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ในสภาเพราะว่าหลายครั้งแล้วนะครับ ผมว่า พอสมควรแล้วครับ เพราะทางฝ่ายรัฐบาลก็ได้ชี้แจงแล้วนะครับ ท่านสมบูรณ์ผมว่าพอแล้ว ครับ เชิญท่านวราภรณ์ต่อดีกว่าครับ

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานคะสําหรับตัวดิฉันเอง ดิฉันไม่ติดใจเรื่องว่า จะออกทีวีหรือไม่ เพราะดิฉันให้ความสําคัญกับเนื้อหาของพระราชกําหนดฉบับนี้ว่า ทําอย่างไรเมื่อปรับอัตราภาษีขึ้นแล้ว ภาษีนั้นจะช่วยนําไปให้เกิดประโยชน์กับคนที่ได้รับ ผลกระทบจากการดื่มสุรา ต้องขออนุญาตท่านประธานนะคะว่าจากการปรับอัตราภาษีสุรา ตัวเลขใหม่นี้ ดิฉันดูแล้วสัดส่วนตัวเลขก็คงไม่ได้มากนัก เพราะในข้อเท็จจริงแล้วเป็นการปรับ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ปรับให้มีความเหมาะสมแล้วก็ให้เกิดความ ยุติธรรมอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้มีการอภิปรายชี้แจงในเบื้องต้นไปแล้วนะคะ แล้วดิฉันก็ได้ มาดูตัวเลขในการจัดเก็บภาษีในครั้งนี้ สัดส่วนที่จะเพิ่มขึ้นเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นมีบางท่านก็ไปพูดถึงกรณีว่ารัฐบาลถังแตกหรือเปล่า จึงต้องมี การรีดภาษีบาปจากการจัดเก็บอัตราภาษีในครั้งนี้ ดิฉันก็เลยลองไปเทียบสัดส่วนว่า ในปีงบประมาณแต่ละปีที่ผ่านมา ดิฉันขออนุญาต จากปีงบประมาณที่เพิ่งประชุมเสร็จไป ในฐานะที่ดิฉันเป็นกรรมาธิการ ตัวเลขการจัดเก็บรายได้ต่อปีมีอยู่ ๒.๒๗๕ ล้านล้านบาท ดิฉันไปดูเทียบสัดส่วนแล้ว ภาษีที่เก็บจากภาษีบาปครั้งนี้น้อยมากเทียบแล้วยังไม่ถึง ๐.๐๐๐ ไปไม่ถูกเลยค่ะ คือน้อยมาก เพราะฉะนั้นคงไม่ใช่เป็นประเด็นว่าไปช่วยในฐานะที่มีคน กล่าวว่ารัฐบาลถังแตก แต่ดิฉันมีประเด็นที่อยากนําเสนอผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ในส่วนที่เกี่ยวข้องนะคะว่า ไหน ๆ ท่านก็ได้มีการจัดเก็บภาษีอันนี้แล้วท่านควรมีการดูแล ประชาชน แล้วก็ควรมีมาตรฐานในการที่กรมสรรพสามิตจะต้องไปดําเนินการให้เกิดความ ถูกต้องชัดเจนแล้วก็เที่ยงธรรม เหมือนกับที่ท่านจัดเก็บภาษีไปนะคะ

ในประเด็นที่ ๑ ดิฉันอยากให้ท่านดูว่าในเรื่องมาตรฐานในการผลิต มาตรฐาน ในการผลิตนั้นเราคงมองเป็น ๒ ส่วน

ส่วนแรก โรงงานที่มีมาตรฐานดิฉันคงไม่ติดใจ เพราะการที่โรงงาน มีมาตรฐานแล้วก็ต้องมีหน่วยงานที่ตรวจสอบ ระบบในการผลิตก็ย่อมมีมาตรฐาน เพราะฉะนั้นผู้บริโภคก็เกิดความมั่นใจ แต่โรงงานที่ไม่มีมาตรฐานละคะ ดิฉันอยากให้เม็ดเงิน ที่เก็บเพิ่มขึ้นนี้ไปสร้างคุณภาพมาตรฐานให้กับโรงงานหรือผู้ประกอบการรายย่อย ๆ ให้มีมาตรฐานในการผลิตสุราออกมาแล้ว มีสัดส่วนหรือส่วนผสม ไม่ใช่อย่างที่เราเคยได้ยินว่า มีสารเคมีผสมเข้าไป มีแผ่นตะกั่วเข้าไป เพื่อให้กลั่นออกมาเป็นสุรา แล้วก็เกิดผลเสีย กับผู้ที่บริโภคสุรา แล้วเกิดอะไรขึ้นคะ รัฐบาลต้องรับภาระในการรักษาคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย จากการดื่มสุราที่ไม่ได้มีมาตรฐานในระยะเวลาอันสั้น เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ

ในส่วนที่ ๒ มาตรฐานอะไรคะ มาตรฐานในการจัดเก็บ ถ้าท่านบอกว่า ท่านจัดเก็บ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีกรีของแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปริมาณที่จะต้องมี ความเหมาะสมเท่าเทียมไม่ว่าเป็นสุราที่นําเข้าจากต่างประเทศและชอบแสดงต้นทุนต่ํา หรือสุราที่อยู่ในประเทศให้มีมาตรฐานที่ถูกต้องเหมาะสม ดิฉันฝากนะคะว่าในการจัดเก็บ อันนั้น ขอให้มีมาตรฐานว่าการจัดเก็บสุรานั้นจะต้องถูกต้อง ไม่มีการแสดงตัวเลขที่ไม่ตรงกับ การผลิตที่แท้จริง ดิฉันไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ถูกครหาว่ามีการเรียกรับเงินใต้โต๊ะ เพราะ เราจะเห็นว่าแอลกอฮอล์ หรือบริษัท หรือโรงงานที่ผลิตออกมานั้น เราเคยได้ยินข่าวว่า ผลประกอบการมีตัวเลขที่ร่ํารวย แล้วตัวเลขที่ร่ํารวยนั้นกระทบไปถึงเวลามีการชุมนุม เรียกร้องทางการเมือง จะเห็นว่ามีบางบริษัทให้การสนับสนุนตามที่เป็นข่าว ดิฉันไม่อยากได้ยิน กรณีเช่นนั้น เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่หรือกรมสรรพสามิตอยากให้มีการจัดเก็บภาษี ที่ออกมาเป็นตัวเลขที่ถูกต้อง ไม่มีการบอกตัวเลขที่ไม่ใช่ปริมาณการผลิตที่แท้จริงนะคะ

ในประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากเพิ่มเติมผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะคะ เราจะเห็นว่าทุกวันนี้ถ้าหลังสี่ทุ่มเราจะเห็นโฆษณาทีวี ดิฉันยกตัวอย่างนะคะ จะมีโฆษณาทีวี ว่าหลังสี่ทุ่มถึงจะโฆษณาเกี่ยวกับสุราได้ สังเกตไหมคะ จะมีภาพผู้หญิงสวย ๆ ออกมา ที่โฆษณา หรือแม้กระทั่งเราจํากัดว่าหลังสี่ทุ่มโฆษณาได้ แต่อย่าลืมว่าป้ายประชาสัมพันธ์ ที่บนถนนสายต่าง ๆ เราจะเห็นโฆษณากันได้ ๒๔ ชั่วโมง ถ้าท่านจะควบคุมเช่นนั้นจริง ท่านก็ควรจะควบคุมให้เป็นมาตรฐานเดียวกันว่าควรจะโฆษณาได้ไม่เกินกี่ชั่วโมง และไม่ควร โฆษณาตลอด ๒๔ ชั่วโมง ที่สําคัญนะคะ ดิฉันเห็นตัวอย่างอยากนําเสนอผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่า เราเห็นตัวอย่างบนซองบุหรี่มีคําเตือนบนซองบุหรี่ว่า ท่านใดที่สูบบุหรี่ แล้วในระยะยาวท่านอาจจะเป็นโรคถุงลมโป่งพอง เป็นโรคปอด หรือสุขภาพท่านจะ แย่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่มีภูมิต้านทานโรค แต่ท่านดูสิคะกรณีสุรา ฉลากที่อยู่บนขวดสุรา หรือการโฆษณา ฉลากหรือแม้กระทั่งตัวบรรจุภัณฑ์ของสุราก็จะมีความสวยหลากหลาย กันไป แล้วเหมือนเป็นการเรียกร้องเชิญชวนให้คนเข้ามาดื่มสุรา แต่ละฉลากก็จะมีสีสัน สวยงาม มีคําที่สวยงาม แต่ไม่มีคําเตือนหรือสื่อไปในทางเดียวกับบุหรี่ ดิฉันเลยอยากฝากว่า ท่านลองเปลี่ยนฉลากบนสุรา เป็นการเตือนให้ผู้ดื่มสุราก่อนที่ท่านจะดื่มท่านกําลังจะตาย ในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่นะคะ

ในประเด็นที่ ๓ ประเด็นสุดท้ายค่ะท่านประธาน ประเด็นสุดท้าย ดิฉันอยากให้ ผู้ที่ได้รับผลกําไรจากการขายสุรา ไม่ว่าจะนําเข้าจากต่างประเทศหรือในประเทศมีส่วน รับผิดชอบในสังคม เราจะเห็นว่าคดีอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ทําให้คนอื่นเสียชีวิต หรือพิกลพิการ เราจะเห็นว่าส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากผู้ที่ดื่มสุราหรือเมาแล้วขับ น่าจะมี การจัดตั้งกองทุน โดยนําเม็ดเงินจากผลกําไรของผู้ประกอบการเหล่านี้มาช่วยเหลือ เพราะอย่างน้อยถ้าเขาเสียชีวิตไปเลย ครอบครัวก็ไม่ต้องดูแล ดิฉันเห็นส่วนใหญ่ก็จะดูแลกัน ในระยะสั้น ในระยะยาวมันจะเป็นภาระของครอบครัวที่ต้องดูแล บางครั้งคนที่เสียชีวิต หรือที่พิการจะเป็นผู้นําของครอบครัว ดิฉันอยากให้บุคคลเหล่านั้นได้รับการดูแลในระยะยาว เพราะเขาไม่ได้เป็นผู้ดื่มสุรา แต่เขาเป็นผู้ที่รับผลกระทบจากการที่คนอื่นดื่มสุรา และดิฉัน ฝากบอกเป็นประเด็นสุดท้ายนะคะ นักดื่มสุราหลาย ๆ ท่านเขาก็บอกว่า ถ้าปรับอัตราภาษี ขึ้นใหม่ เขาอาจจะดื่มสุราลดลง ในฐานะครอบครัวคนไหนที่ดื่มสุรา ภรรยาและลูกอาจจะ ดีใจที่สามีจะดื่มสุราหรือออกไปเที่ยวนอกบ้านน้อยลง แต่มีอีกคนกลุ่มหนึ่งบอกว่าถึงแม้ จะปรับเพิ่มขึ้นเท่าใดก็ตาม เขาก็ถูกชาร์จ (Charge) ตามร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยว อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันจึงสนับสนุนในการปรับอัตราภาษีสุราครั้งใหม่นี้ให้มีความยุติธรรม และเท่าเทียมกัน ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านจุฤทธิ์หรือท่านอภิชาตก่อนครับ ท่านอภิชาตก่อนใช่ไหม เชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจากจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นในพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๔๙๓ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลได้นําเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ว่าด้วยการกําหนดอัตราภาษี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ซึ่งก็คือการเปิดโอกาสให้ขึ้นราคาภาษีเหล้า เบียร์นั่นเอง นี่พูดกันง่าย ๆ ซึ่งก็ได้มีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายนที่ผ่านมา วันนี้ก็เป็น กระบวนการตามกฎหมายที่จะต้องนําเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีผล บังคับใช้ให้เป็นพระราชบัญญัติต่อไป จริง ๆ แล้วก็คือมีผลบังคับใช้แล้ว สาระสําคัญก็คือ รัฐบาลต้องการปรับปรุงการขึ้นภาษีบาปรอบใหม่ เพราะว่าที่ผ่านมาการจัดเก็บภาษีเหล้า ตามกรอบกฎหมายและกฎกระทรวงเดิมมันชนเพดานไปแล้ว รัฐบาลขึ้นมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว วันนี้ก็ต้องแก้กฎหมายเพื่อที่จะให้รัฐบาลสามารถที่จะเก็บภาษีเหล้า เบียร์ ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งฟัง จากคําแถลงของรัฐบาลแล้วก็คือ การมุ่งเน้นเครื่องดื่มที่มีราคาสูงและก็เครื่องดื่มที่ใช้ปริมาณ แอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมสูง ซึ่งแน่นอนครับ ทั้ง ๒ ประเภทนี้ล้วนแล้วแต่กระทบกับนักดื่ม ทั้งนั้น การขึ้นภาษีรอบใหม่นี้รัฐบาลบอกว่าไม่ได้มุ่งหวังที่จะต้องการเม็ดเงินมาเป็นรายได้ เพิ่มเติม แต่ว่าเป้าหมายหลักจริง ๆ ก็คือต้องการที่จะตั้งเป้าเพื่อที่จะสกัดกั้นนักดื่มรายใหม่ ที่จะเข้ามาสู่วงจรการดื่มสุรา ดื่มเบียร์ก็โดยเฉพาะเยาวชน เท่าที่ฟังจากคําชี้แจงของรัฐบาล มีอยู่ ๒-๓ ประเด็น ดังนี้นะครับ ซึ่งผมก็คงไม่ไปพูดถึงในรายละเอียดของตัวกฎหมาย และกฎกระทรวงที่แนบมาพร้อมกับการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้นะครับ เพราะว่าเป็นการออก ล้อกัน แล้วก็ผมก็ได้เห็นด้วยในหลักการในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้และสนับสนุน กับแนวทางของรัฐบาลในเรื่องนี้ แต่ว่าผมมีข้อสังเกตในการจัดทําพระราชกําหนดฉบับนี้ สัก ๒ ประการเพื่อประกอบในการดําเนินการตามเป้าหมายของรัฐบาลที่บอกว่าต้องการ จะสกัดนักดื่มสกัดอบายมุขในเรื่องนี้ให้ลดลง

เรื่องแรก เราต้องยอมรับครับท่านประธานว่าเหล้า เบียร์ ไวน์ หรือเครื่องดื่ม ทั้งหลาย รวมทั้งบุหรี่ด้วยซ้ํา เป็นบันไดขั้นแรกของการก้าวไปสู่วงจรของการเสพยาเสพติด เยาวชนลูกหลานของเราที่เข้าไปสู่วงจรยาเสพติดก็มักจะเริ่มต้นด้วยการเริ่มกินเหล้า เริ่มกินเบียร์ เริ่มสูบบุหรี่ นี่เป็นบันไดขั้นแรกของการไปสู่ยาเสพติด เด็กเยาวชนก็เริ่มจากการเป็นนักดื่ม หน้าใหม่ เป็นนักสูบหน้าใหม่ ลองผิดลองถูกไป แล้วสุดท้ายก็เข้าไปเสพยาเสพติด แล้วเพิ่มระดับความรุนแรงของยาเสพติดมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายชีวิตก็ฝังอยู่ในวงจรยาเสพติด รัฐบาลจะต้องยอมรับในสิ่งนี้ว่า เหล้า เบียร์ บุหรี่ ไวน์ (Wine) ทั้งหลายหรือเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ทั้งหลาย นี่คือบันไดขั้นแรกของการที่นําพาเยาวชนลูกหลานของเราในทุกวันนี้ เข้าสู่วงจรยาเสพติด เพราะฉะนั้นมาตรการที่จะสกัดกั้นไม่ให้เยาวชนหรือคนในประเทศนี้ เข้าสู่วงจรยาเสพติดด้วยมาตรการทางภาษีเพียงอย่างเดียวมันจึงไม่เพียงพอ เราขึ้นภาษีเหล้า บุหรี่ เต็มเพดานมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ มารัฐบาลนี้เปิดเพดาน เพิ่มขึ้นไปอีก เรายังไม่รู้ว่าเพดานของภาษีเหล้า บุหรี่ ยังต้องขึ้นไปอีกมากสักเท่าไร และมันจะมีผลต่อการที่จะไปบรรลุเป้าหมายในการสกัดกั้นนักดื่มได้มากน้อยแค่ไหน สําหรับผู้ที่เสพเหล้า บุหรี่แล้ว ต้องเรียนกับท่านประธานว่าจะเสียเงินเท่าไร จะราคาแพง แค่ไหนก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคหรอกครับ และสําหรับคนบางกลุ่มที่มีเงิน มีฐานะทางเศรษฐกิจ ฐานะทางสังคม ยิ่งเสพของแพงยิ่งได้ของนอกมาเสพมาอวด ก็เป็นการเบ่ง สะท้อนถึงความ มีฐานะทางเศรษฐกิจและฐานะทางสังคมด้วยซ้ํา นี่เป็นค่านิยม แล้วก็ลุกลามไปถึง เด็กเยาวชน ลูกหลานของผู้มีอันจะกินจํานวนมาก เอาไวน์ของพ่อราคาแพง ๆ ไปฝากเพื่อน งานวันเกิดเพื่อน เอาไวน์ราคาแพง ๆ เอาเหล้าราคาแพง ๆ ไปให้ครู เพื่อขอบคุณที่ครูช่วย ทําให้การเรียนการสอนผ่านไปได้ด้วยดี และยอมรับกัน ค่านิยมแบบนี้ยังคงดํารงอยู่ และนับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่สังคมไม่ได้มีส่วนในการช่วยสกัดกั้น คําถามก็คือว่า แล้วมาตรการทางภาษีจะมีผลอย่างไร จะมีผลจริงอย่างนั้นหรือไม่ วันนี้เราให้ความสําคัญ กับการรณรงค์ถึงเรื่องพิษภัยของเหล้า ของเบียร์ ของบุหรี่ ของไวน์ก็จริงนะครับ แต่ว่าสังคม เรากลับรอมชอมอยู่กับการยอมรับค่านิยม ความเป็นนักดื่ม นักสูบ ห้องประชุม ข้างห้อง ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเราก็รอมชอมกับการสูบบุหรี่ มีห้องจัดไว้ให้เรียบร้อย นี่เป็นค่านิยม ที่ถูกต้อง นี่เป็นทิศทางที่ถูกต้องหรือเปล่า งานเลี้ยงที่เราไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับการที่จัด มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายประเภท ยิ่งมีหลากหลายประเภทมากเท่าไรก็ยิ่งสะท้อน ถึงความมีฐานะ ความพอได้ของเจ้าภาพ เราอยู่กันแบบนี้หรือครับ เรามีการณรงค์ในเรื่อง ของการเมาไม่ขับ ผมก็คิดว่าจะเป็นการรณรงค์ว่าจะไม่ให้ดื่มสุรากัน เพราะการเมาไม่ขับ มันส่งผลเป็นอันตราย แต่ในโฆษณาเดียวกันก็บอกว่าเมาไม่เป็นไรหรอก เมาแล้วให้เมียมารับ ให้เพื่อนมารับ แต่ไม่ต้องขับเท่านั้นพอ มันไม่ได้ครับ นี่เป็นการส่งสัญญาณของการที่ไม่สร้าง ค่านิยมที่ถูกต้องให้กับสังคม ครอบครัวไปพักผ่อน ไปปิกนิก (Picnic) ตั้งวงดื่มเหล้ากัน เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ ร้านขายเหล้าขายเบียร์ที่ตั้งอยู่ริมถนน อยู่ริมฟุตบาท (Footpath) ณ วันนี้ก็ไม่มีใครเข้าไปดูแล กลายเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น กลาดเกลื่อนในสังคมบ้านเรา ที่สําคัญก็คือว่าในระดับสังคมการโฆษณาผ่านทางสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หรือวิทยุ มีโฆษณาแฝงเรื่องของเหล้า เบียร์ ไวน์ เต็มไปหมด อ้างว่าเป็นการโฆษณาในเชิงภาพลักษณ์ ไม่เป็นไร แบบนี้จะไปบรรลุการสกัดกั้น นักดื่มได้อย่างไร ผมคิดว่ารัฐบาลเองก็ทราบว่าประเทศเราสูญเสียเงินจํานวนมากมาย มหาศาลไปจากผลพวงของการเสพแอลกอฮอล์ ประสิทธิภาพในการทํางานลดต่ําลง เกิดปัญหาอุบัติเหตุ เป็นอันตรายในชีวิตทรัพย์สิน สําคัญที่สุดก็คือเป็นอันตรายต่อร่างกาย ของผู้เสพเอง ซึ่งบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวก็ไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วภาระรับผิดชอบ ก็คือรัฐบาลที่ต้องจัดหาหมอ หายา หาบุคลากรทางการแพทย์ไปดูแลรักษาคนเหล่านั้น จํานวนมากมายมหาศาลเหลือเกินนะครับ แล้วมันส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทางสังคมในระดับครอบครัวอีกมากมาย เพราะฉะนั้น ในชั้นนี้ผมคิดว่ารัฐบาลต้องทํามากกว่าการขึ้นภาษีนะครับ ถ้าหากว่าต้องการเห็นว่าประเทศเรา ต้องปลอดพ้นจากการเป็นเมืองที่จมอยู่ภายใต้เหล้า เบียร์ ไวน์ ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ต้องตั้งคําถามกับรัฐบาลว่า จริงหรือเปล่าครับที่รัฐบาลบอกว่า ไม่ได้ต้องการเม็ดเงินภาษีจากการขึ้นภาษีรอบนี้ หมายความว่าไม่ได้มีจุดเน้นอยู่ตรงนั้น ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ก่อนที่พระราชกําหนดนี้จะมีผลบังคับใช้ ๑ วันบอกว่า การปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในครั้งนี้ไม่ได้ต้องการภาษีเพิ่มขึ้น และไหน ๆ ก็อยู่ในช่วงเข้าพรรษา ก็หวังให้มี การบริโภคสุราน้อยลง และจะรู้สึกดีหากรัฐบาลเก็บภาษีในส่วนนี้ไม่ได้หรือเก็บได้น้อยลง ไม่จริงหรอกครับ ผมไม่เชื่อหรอก ตัวเลขการขึ้นภาษีสุราในครั้งนี้ ผมคิดว่าเป็นเป้าหมายหลัก ด้วยซ้ํา เพราะว่าดูตัวเลขแล้วภาษีเหล้า เบียร์ที่ขึ้นในครั้งนี้ขึ้นเฉลี่ยประมาณ ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ และบางรายการอาจจะปรับไปถึง ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ํา มีการคาดการณ์ว่ากรมสรรพสามิต จะได้เงินจากการขึ้นภาษีเหล้า เบียร์ในครั้งนี้ไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเฉลี่ย เป็นรายเดือน เดือนหนึ่งประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ๑,๓๐๐ ล้านบาท ๑,๔๐๐ ล้านบาท แล้วแต่อัตราการบริโภคมากน้อยแค่ไหน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทจากการแก้กฎหมายเพื่อ ขึ้นภาษีในครั้งนี้ ไปดูเถอะครับว่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ที่ผ่านความเห็นชอบไปแล้ว รัฐบาลได้ประมาณการรายรับจากภาษีเหล้า ภาษีเบียร์เอาไว้น่าสนใจนะครับ ภาษีสุรา และภาษีแสตมป์ สุราประมาณการว่า ๕๔,๕๐๐ ล้านบาท ภาษีเบียร์หนักหน่อยจะได้ ประมาณ ๗๑,๘๐๐ ล้านบาท รวม ๒ รายการซึ่งเป็นรายได้หลักของกรมสรรพสามิตและของ รัฐบาลด้วยซ้ํา จะประมาณ ๑๒๖,๓๐๐ ล้านบาท และขึ้นภาษีเที่ยวนี้อีกทั้งปี ประเมินว่า จะ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วก็เกือบ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่านี่ไม่ใช่รายได้หลัก หรือครับ ในประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลายภาษีบาป ภาษีเหล้า ภาษีเบียร์นี่ มันมากถึง ๖ ถึง ๑๐ ถึง ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของรัฐบาล ของเราก็อยู่ในระดับนี้ อาจจะมากกว่า นั้นด้วยซ้ํา ทีนี้ถ้าท่านประธานลองเอาไปรวมกับภาษีบุหรี่ที่เป็นภาษีบาปอีกประเภทหนึ่ง คือภาษีที่ได้จากแสตมป์บุหรี่นะครับ ประมาณการว่าปีหน้าจะจัดเก็บภาษีบาปประเภทบุหรี่ ได้อีกประมาณ ๕๓,๑๔๐ ล้านบาท ๒ รายการรวมแล้วประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ได้จากภาษีบาปเอามาบริหารประเทศ ให้รัฐบาลใช้เงินกันสนุกมือนี่ครับ มีความสุขกันไหมครับ ที่สําคัญก็คือว่าเราก็รู้ว่าภาษีบาปมันมีจํานวนมาก แล้วก็ส่งผลกระทบกับคนที่บริโภค เราก็แบ่งภาษีบาปในส่วนหนึ่งให้กับหน่วยงานที่จะเข้ามารณรงค์ มาเพื่อจะสร้างค่านิยมที่ดี ที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน เพื่อลดการเสพสุราและบุหรี่ ที่รับเงินอยู่ส่วนนี้อยู่แล้ว เช่นสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสนี่ก็ใช้เงินภาษีบาป สํานักงานกองทุนสนับสนุนและสร้างเสริม สุขภาพ หรือ สสส. และที่กําลังจะขอใช้เงินก้อนนี้อีกก็มีอีกหลายหน่วยงานนะครับ กองทุน ทั้งหลายที่กําลังจะออกมาเป็นกฎหมาย เช่น กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ นี่ก็หวังเงินภาษีบาปที่เข้ามา กองทุนการกีฬา แห่งชาติก็หวังจะมีเอี่ยวจากเงินภาษีบาปเหล่านี้ หน่วยงานเหล่านี้ ในวันข้างหน้าจะอยู่ได้ ก็ด้วยเงินภาษีบาป มีกิจกรรมเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ มีอิทธิพลต่อวงการต่าง ๆ ที่ตัวเอง ทํากิจกรรมอยู่มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องไปห่วงหน้าพะวงหลังว่าจะไม่มีเงินมาขับเคลื่อน เพราะถึงอย่างไร ตราบใดที่คนไทยยังเป็นทาสสุรา เป็นทาสบุหรี่เป็นทาสเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์อยู่แบบนี้นะครับ ตราบนั้นภาษีบาปก็ไม่มีวันจะลดลงเฟื่องฟูขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้ ก็ต้องย้อนกลับมาตั้งคําถามนะครับท่านประธาน ว่าเงินภาษีบาปปีละหลายพันล้านบาท ที่ถูกแบ่งไปให้กับหน่วยงานเหล่านี้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และจะแบ่งไปอีกในวันข้างหน้า ในอนาคตนี้มันใช้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน ประสิทธิภาพที่ผมพูดถึงนี้ไม่ใช่เป็น ประสิทธิภาพของการบริหารองค์กรนะครับ แต่ประสิทธิภาพที่จะเกิดขึ้นจากการที่เราจะได้ ลดหรือสร้างค่านิยมที่ถูกต้อง และนําไปสู่การลดการบริโภคเหล้า บุหรี่ลงได้ในความเป็นจริง ถ้าท่านประธานจะดูก็จะพบว่าตัวเลขภาษีบาปมันเพิ่มขึ้นทุกปี ปี ๒๕๕๕ ตัวเลขภาษีสุรา และแสตมป์สุรานี้เก็บได้ ๔๖,๘๘๕ ล้านกว่าบาท ภาษีเบียร์เก็บได้ ๖๔,๖๕๕ ล้านกว่าบาท ภาษียาสูบเก็บได้ ๔๓,๕๓๘ ล้านกว่าบาท ปี ๒๕๕๖ ตัวเลขยังไม่ออกมาครบถ้วน เพราะ ยังไม่สิ้นปีงบประมาณ แต่ตัวเลขที่เขาประมาณการจากปี ๒๕๕๕ ขึ้นมาปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๕๕ แสตมป์สุรา ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ๕๑,๘๐๐ ล้านบาท เบียร์จาก ๖๔,๖๕๕ ล้านบาท ขึ้นเป็น ๖๕,๘๕๐ ล้านบาท ยาสูบจาก ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท และในปี ๒๕๕๗ ภาษีเบียร์จะขึ้นเป็น ๗๑,๘๐๐ ล้านบาท อย่างที่ผมนําเรียนกับ ท่านประธาน และภาษีสุราและแสตมป์สุราก็จะขึ้นเป็น ๕๔,๕๐๐ ล้านบาท นี่ไม่รวมกับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะตามมา ตัวเลขที่มันเพิ่มสูงเหล่านี้มันมีผลต่อการได้นําเงินเหล่านี้ ไปจัดสรรให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งรัฐบาลก็เอาไปใช้ตามแต่ท่าน ตามแต่รัฐบาลจะประสงค์ คําถามก็คือว่าถ้าเราให้เงินกับหน่วยงานที่ไปรณรงค์แล้วมัน ไม่ได้ผล ตัวเลขมันยังมากขึ้นดูจากตัวเลขการภาษีที่เราได้ขึ้นมามันมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่น มันสะท้อนว่าการบริโภคสุรา ยาสูบ ในประเทศนี้ไม่ได้ลดลง แล้วรัฐบาลจะทําอย่างไร เรายัง จะคงแบ่งภาษีบาปให้ไปกับหน่วยงานเหล่านั้นโดยที่ไม่ประเมินผลก็ดีหรืออย่างไร หรือรัฐบาลจะมีมาตรการอย่างอื่น ท่านประธานที่เคารพครับ ตัวเลขภาษีบาปที่เพิ่มขึ้น ในแต่ละปี รัฐบาลอาจจะบอกว่าไม่ได้สะท้อนว่าคนเสพนี้จะมากตามภาษี เพราะว่าตัวภาษี มันขึ้น ผู้บริโภคอาจจะเท่าเดิม แต่มันก็ไม่ได้มีเครื่องสะท้อนให้เห็นว่าผู้เสพนี้มันน้อยลง เพราะภาษีเหล่านี้มันเป็นภาษีที่อยู่ในระบบ แล้วพวกนอกระบบทั้งหลายละครับ พวกสุราเถื่อนทั้งหลาย ทั้งในระดับพื้นบ้าน ทั้งระดับไฮโซนําเข้า ผลิตเถื่อน นําเข้าเถื่อน ไม่ติดอากรแสตมป์ ขายกันในตลาดชายแดน หรือแม้กระทั่งขายกันตามร้านอาหารเหล่านี้ เป็นตัวเลขที่เรายังไม่รู้ จะทําอย่างไรครับท่านประธาน วันนี้เป้าหมายที่จะหวังว่าเราจะเห็นคนดื่มสุราน้อยลงตามที่รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ได้พูดไว้ในตอนต้น ผมคิดว่าคงยากที่จะเป็นจริง ผมมีข้อเสนอแนะกับรัฐบาลก็คือว่า ความจริงที่เราต้องยอมรับกันก็คือว่า เมื่อรายได้หลักของรัฐบาลคือเงินภาษีบาป คือเงินภาษี บาป ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รายได้หลักอยู่ที่โรงเหล้า รายได้หลักอยู่ที่โรงงานยาสูบ รัฐบาลกล้าที่จะให้ลดการผลิตเหล้าลงไหม ของรัฐบาล รัฐบาลต้องการจะให้คนเลิกสูบบุหรี่ ลดกําลังการผลิตของโรงงานยาสูบลงเรื่อย ๆ แล้วก็ยุบทิ้งในที่สุดทําได้ไหมครับ เหล่านี้ มันต้องใช้ความกล้าหาญ และต้องเป็นนโยบายสาธารณะที่รัฐบาลจะต้องกล้าตัดสินใจ ผมยังไม่เคยเห็นว่าประเทศนี้จะมีแนวทางในเรื่องนี้ สิ่งที่ผมเรียกร้องกับท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลก็คือว่า รัฐบาลจะต้องมีแผนแม่บทในเรื่องของการลดการบริโภคสุรา และบุหรี่ ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกของยาเสพติด ต้องมีแผนแม่บทและต้องเป็นวาระแห่งชาติ เหมือนกับวาระในการปราบปรามยาเสพติดนั่นละครับ ถ้ารัฐบาลไม่ทําตั้งแต่ตอนนี้ปัญหา ที่จะตามมาในวันข้างหน้าจะหนักหนาสาหัส และประเทศเราทั้งประเทศก็ตกอยู่ภายใต้ อาณาจักรบาป อยู่ภายใต้วงจรของอบายมุขไม่สิ้นสุดหรอกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์เชิดชัยครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมขออภิปรายเสนอความคิดเห็นในการพิจารณาพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ๓ ประเด็นนะครับ

ประเด็นที่ ๑ เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีสุรามีประโยชน์ต่อประเทศ และประชาชนหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ ความจําเป็นที่ต้องตราพระราชกําหนดนี้

ประเด็นที่ ๓ เนื้อหาที่เปลี่ยนแปลง และผลที่คิดว่าจะได้รับประโยชน์ และข้อเสนอแนะ

ท่านประธานครับ สุราเป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง เป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะถ้าดื่มสุราอย่างเรื้อรังต่อเนื่อง อายุจะสั้นลง ๑๐-๑๔ ปี เกิดเป็นโรคหัวใจ สมองประสาทเสื่อม เป็นโรคตับแข็งและเป็น มะเร็งในที่สุด เป็นตับอ่อนอักเสบ ความรู้สึกทางเพศลดลง เป็นต้นนะครับ ยังเสียเงินเสียทอง แล้วมีโอกาสทําผิดกฎหมายอื่น ซึ่งก็มีเพื่อนสมาชิกได้พูดไป และยังมีผลกระทบต่อบุคคลอื่น และสังคมอย่างกว้างขวาง รวมถึงพวกยาเสพติด ท่านประธานครับ คนไทยดื่มสุรา ติดอันดับโลกมีคนเคยคํานวณไว้ประมาณ ๑.๘ ล้านคน ในประเทศนี้ และสุรายังเป็นสาเหตุ ทําให้เกิดอุบัติเหตุกรณีเมาแล้วขับ จากสถิติที่อุบัติเหตุปี ๒๕๔๙ ถึงปี ๒๕๕๑ ที่เขารายงาน เมาแล้วขับเป็นอันดับ ๑ คือเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ชายอายุ ๒๕ ปีถึงอายุ ๕๙ ปีมากที่สุด ผู้หญิงก็มีนะครับ แล้วที่สําคัญท่านประธานครับ ค่าเสียหายทางเศรษฐกิจ คนตายปีละ ๑๐,๐๐๐ คน บาดเจ็บปีละ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน มูลค่าเสียหาย ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ดับบลิวเอชโอ (WHO) องค์การอนามัยโลกยังบอกว่า เราเสียชีวิตบนท้องถนนเป็นอันดับ ๓ ของโลกนะครับ เพราะฉะนั้นการรณรงค์ป้องกันให้เลิกละบุหรี่เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นมาตรการภาษีนี่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่เขาใช้กัน ท่านประธานครับ สุราก็ยังมีข้อดี นะครับ เอาไปทํายาก็ได้ เอาไปทําในโรงงานอุตสาหกรรมอื่นก็มี อย่าเพิ่งมองแต่ข้อเสีย แต่ที่สําคัญต้องยอมรับความเป็นจริงก็คือเป็นแหล่งที่มาของรายได้ของประเทศ ไม่ว่าประเทศไหนก็ตาม เพราะอะไรครับ เพราะมนุษย์ก็คือมีกิเลศ ก็ยังต้องการเสพพวกนี้อยู่ ภาษีสุราถูกนํามาใช้เป็นเครื่องมือทางการคลังของทุกประเทศที่มาหารายได้เข้ารัฐ และขณะเดียวกันก็เพื่อจํากัดการบริโภคสุราไม่ให้มากขึ้นด้วย ทั้งคู่ครับ ขึ้นอยู่กับว่า จะเอาอันไหนมาก หรืออันไหนน้อย ท่านประธานครับ รายได้จากการเก็บภาษีสุรา ของกรมสรรพสามิตจากปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๖ นี้เพิ่มขึ้นทุกปีนะครับ หลัก ๆ ก็เป็นสุรา และเบียร์ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๐ เราเก็บได้ทั้งหมด ๘๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาถึง ปี ๒๕๕๕ เป็น ๑๑๘,๓๐๖ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ๑๐ เดือนได้ประมาณ ๑๐๓,๘๑๔ ล้านบาท เห็นไหมครับ ปีที่แล้วเพิ่มขึ้นถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วปี ๒๕๕๗ นี้ก็ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มอีก ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนของคนกินเบียร์มากกว่านะครับ ท่านประธานครับ มาตรการ ภาษีสุราเขาใช้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลจริง ๆ เป็นการเพิ่มรายได้ที่เก็บได้ ชัดเจนนะครับ แล้วก็ที่สําคัญก็คือก็มีความเสียหายเช่นเดียวกัน ถ้าบริโภคมาก

ท่านประธานครับ ผมมาดูอีกหัวข้อหนึ่งนะครับ คือความจําเป็นที่รัฐบาล ต้องตราพระราชกําหนดนี้ว่าจําเป็นจริงหรือไม่ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติสุรานี้ ตราขึ้นเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๔๙๓ รวมแล้วตอนนี้ ๖๓ ปีนะครับ ถ้าเป็นคนก็เป็นคนเฒ่า คนแก่ชราแล้วนะครับ ก็ควรจะมีการแก้ไขเพิ่มเติม แต่โครงสร้างภาษีสุรายังเหมือนเดิม ไม่ได้ เปลี่ยนเลย ท่านประธานครับ ประเทศไทยได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. สุราในรูปแบบ กฎหมายหลายอย่าง ๓ อย่างนะครับ ก็คือกล่าวคือเป็นในรูปพระราชบัญญัติ ๗ ฉบับล่าสุด คือปี ๒๕๓๔ เป็นพระราชกําหนด ๖ ฉบับ ล่าสุดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ และเป็นของคณะปฏิวัติ ในปี ๒๕๑๕ ๕ ฉบับ เห็นไหมครับ มีการแก้ไขกันมาเยอะแยะ เพราะว่าสุราก็คู่กับกิเลสมนุษย์ ท่านประธานครับ สาระที่สําคัญของการแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านมา ก็สรุปได้ว่าเพื่อปรับอัตรา ภาษีสุราแช่บ้าง สุรากลั่นบ้าง หรือทั้งคู่บ้าง ปรับค่าธรรมเนียมบ้าง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ ทําสุราเพื่อส่งออกนอก ไปขายแข่งกับต่างชาติบ้าง เพื่อความเป็นธรรมที่จะทําให้สุรา ในประเทศและสุรานําเข้าอยู่ในอัตราเดียวกันบ้าง เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ เท่าที่ผม อ่านหรือสอบหาในข้อมูลนี้ครับ สาเหตุที่แก้ไขคราวนี้เพื่อปรับปรุงภาษีอัตราภาษีสุรา ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและค่าเงินบาทของประเทศ และเพื่อประโยชน์ ในด้านหารายได้ให้รัฐ และที่สําคัญนะครับ พระราชกําหนดนี้ก็ต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็ได้ชี้แจงอยู่แล้ว ซึ่งอันนี้ก็เป็นไปตาม มาตรา ๑๘๖ ของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ว่าถ้ามีความจําเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับภาษี อากรหรือเงินตรา ซึ่งต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน แล้วก็ให้ตราได้ แต่เมื่อทําเสร็จต้องเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในสามวันนับแต่วัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ได้อนุมัติเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม แล้วก็มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓ กันยายน นําเสนอต่อสภาเมื่อวันที่ ๔ กันยายน อันนี้ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนะครับ ถือว่าเป็นกรณีเร่งด่วน ไม่เร่งด่วน ได้อย่างไรครับ เพราะว่าสุราเป็นสินค้าที่มันอ่อนไหวท่านประธานครับ ขนาดน้ํามันปาล์ม ยังมีการกักตุน ถ้าไม่ทําโดยรีบและลับ ก็จะทําให้มีการกักตุนสินค้าเกิดขึ้นได้เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่หากําไรที่มิชอบ ก็เป็นการจําเป็นต้องออก พ.ร.ก. อย่างนี้ละครับ ท่านประธานครับ ความจําเป็นต้องตรา พ.ร.ก. นี้ยังมีเรื่องอื่นที่ควรจะมาพิจารณานะครับ ก็คือตอนนี้อัตราการเก็บภาษีสุรามันได้เต็มเพดานกําหนดเรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถขยาย การเก็บภาษีได้เพิ่มอีก เห็นไหมครับ คนมันกินมาก แล้วก็เพื่อให้เขาลดลงก็ต้องเพิ่มภาษีครับ

อันที่ ๒ หากไปดูในเนื้อหา พ.ร.ก. แล้วได้มีการเปลี่ยนแปลง เช่น ก่อให้เกิด ความชัดเจนในเรื่องของสุรา โครงสร้างการเก็บภาษีที่หลากหลายที่ท่านรัฐมนตรี ได้บอกว่าเป็นแบบระบบผสม และเรื่องที่สําคัญก็คือมีการจัดเก็บแบบก้าวหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ ก็คือความแรงของแอลกอฮอล์หรือดีกรี ทั้งนี้เพื่อคํานึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคเป็นหลัก ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในเรื่องรายละเอียดบ้างเล็กน้อยนะครับ นี่ประเด็นที่ ๓ การแก้ไขคราวนี้เป็นประโยชน์จริง ๆ เพราะมันเป็นมาตรฐานสากลที่นานาประเทศเขาทํากัน โดยเฉพาะอีก ๓ ปี เราจะก้าวเข้าสู่เออีซี (AEC) ก็จําเป็นต้องให้มันเหมือนชาวบ้านเขาบ้าง ท่านประธานครับ ความชัดเจนที่ว่าคืออะไรครับ แต่ก่อนกําหนดแค่สุราแช่กับสุรากลั่น คราวนี้ก็ได้บอกตัวอย่างมากขึ้น เช่น สุราแช่ ก็บอกว่าเป็นไวน์ เบียร์ สปาร์ไวน์ (Spar Wine) แล้วก็สุราแช่พื้นบ้านเป็นต้น สุรากลั่น ซึ่งเกิน ๑๕ ดีกรีนี้นะครับก็ได้กําหนดเป็น สุราสามทับ สุราขาว สุราผสม สุราปรุงพิเศษ สุราพิเศษ ซึ่งในบัญชีที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องจําเป็นมันชัดเจน ขึ้นครับ เพราะจะได้เก็บภาษีได้ถูกต้องเป็นธรรมมากขึ้น แล้วในมาตรา ๔ ได้นิยามคําว่า ราคาขายส่งช่วงสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าผู้ที่ได้รับอนุญาตทําสุรา ผู้ที่นําเข้า ผู้ที่ได้รับ อนุญาตขายสุราประเภท ๑ และประเภท ๒ นี้เป็นราคาที่ขายสุราให้แก่ผู้ขายปลีก อันนี้ รวมถึงค่าขนส่งและค่าบริการอื่นด้วย ซึ่งทั้งนี้ต้องเป็นราคาปกติในธุรกิจโดยสุจริตและ เปิดเผย โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ท่านประธานครับ ที่ผ่านมานี้เรามีปัญหาก็คือการคํานวณ ภาษี ถ้าภายในประเทศราคา ณ โรงงานหรือที่หน้าโรงงานมันต่ํานะครับ แล้วพวกนี้ก็ไปขาย ผ่านยี่ปั๊ว ซึ่งเป็นพวกตัวเอง เป็นการหลีกเลี่ยงภาษีเพื่อไปหาผลประโยชน์ขายกําไรมากขึ้น มันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แล้วก็เลี่ยงภาษีด้วย ในขณะเดียวกันอีกกลุ่มหนึ่งที่นําเข้าก็ สําแดงภาษีราคาต้นทุนที่ต่ําเกินจริงกว่าที่ควรจะเป็น โดยไปอ้างกรอบข้อตกลงเรื่องการค้า เรื่องภาษีศุลกากรบ้างเป็นต้น ที่เราเรียกว่าราคาซีไอเอฟพวกนี้นะครับ เพราะฉะนั้นมาตรการนี้ เป็นการป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีดังกล่าว ท่านประธานครับ ที่สําคัญที่ท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แจงก็คือในมาตรา ๘ ตรี นี้ครับ การเสียภาษีสุรานั้นให้เสียทั้งมูลค่าและปริมาณ ใน พ.ร.บ. เดิมให้เลือกอันใดอันหนึ่ง แล้วเลือกที่ราคาสูง แต่ปัจจุบันนี้เขาจะตัดคํานั้นออกไป คือคิดมันทั้งคู่เลย ๒ อย่างเข้าด้วยกันท่านประธานครับ หากไปดูการแก้ไขการคิดภาษีครั้งนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เคยมีแอลกอฮอล์ต่ําในอดีต จะต้องเสียภาษีสูงกว่าเหล้า ซึ่งมีดีกรี แอลกอฮอล์มากกว่า อันนี้ไม่เป็นธรรม แล้วก็ไม่ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ยุติธรรม เพราะฉะนั้น จึงได้มีการแก้ไข โดยคิดภาษีในพวกที่มีแอลกอฮอล์ต่ํา โดยการเพิ่มปริมาณด้วย ท่านประธานครับ การกําหนดนี้ก็คือใช้ ๗ ดีกรีเป็นหลัก ถ้าเพิ่มไป ๑ ดีกรีให้คิดดีกรีละ ๓ บาท เพราะฉะนั้น โดยสรุปการเก็บภาษีสุราครั้งนี้เก็บทั้ง ๓ รูปแบบ คือทั้งมูลค่า ทั้งปริมาณ และความแรงของ แอลกอฮอล์ ซึ่งครอบคลุมทุกอย่าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ทั้งประเทศและผู้บริโภคด้วย ท่านประธานครับ เท่าที่ผมดูกรมสรรพสามิตที่เขารายงานว่าเมื่อปรับโครงสร้างภาษีแล้วรัฐ จะมีรายได้เพิ่ม ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ละครับ เงินน้อยก็จริง แต่เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สามารถนําไปใช้อย่างอื่นได้ รวมทั้งดูแลด้านสุภาพ และที่สําคัญมีการคํานวณกันว่า จะมีคนไทยลดการบริโภคลงถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ท่านประธานครับ มีการสํารวจแล้วคนไทยก็ไม่ชอบดื่มสุราเท่าไรนะครับ แต่คนที่ดื่มมันก็ ดื่มเป็นประจํา ส่วนใหญ่ก็ดื่มเป็นครั้งคราว ดื่มเฉพาะบางเวลา แล้วก็ไม่ดื่มเลยก็มี รวมแล้ว เกือบ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ โดยบทสรุปนะครับ ผมขอเสนอผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีนะครับ ใน พ.ร.บ. สุรานี้น่าจะเพิ่มโทษมากขึ้น เพราะว่าโทษ มันต่ําเหลือเกินนะครับ เท่าที่ไปดูนะครับ

อันที่ ๒ ในการปรับภาษีสุรา เนื่องจากเงินเฟ้อมันบ่อย น่าจะมีเขียนว่า ถ้าปรับนี่เพิ่มได้ตามอัตราเงินเฟ้อด้วยมันก็จะดี ไม่ต้องนําเข้าสภาบ่อย ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมขอสรุปด้วยนะครับว่า ผมเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.ก. อันนี้นะครับ ที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ครั้งนี้ เพราะจะทําให้การเก็บภาษีสุรา เกิดความเป็นธรรม ได้มาตรฐานสากล นํารายได้เข้ารัฐ และเป็นการป้องปราม ลดจํานวน ผู้ดื่มแอลกอฮอล์ลงไปด้วย ซึ่งเป็นการชอบด้วยเหตุผลและกฎหมาย ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุน และให้กําลังใจรัฐบาลทํางานต่อไปครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้มาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปจะเป็นท่านหม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล นะครับ แล้วมาที่ท่านอนุรักษ์ บุญศล ผมขอกระชับหน่อยนะครับ ผมจะขอท่านละ ๗ นาทีก่อนนะครับ ขอกระชับหน่อย เชิญครับ

หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสกับผมได้ใช้สิทธิในการ อภิปรายเรื่องพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พุทธศักราช ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) ผมเรียนว่าโดยส่วนตัวแล้ว ผมเองและจากที่ได้ปรึกษากันในพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีความเห็นด้วย กับการขึ้นภาษีสุราในครั้งนี้ เนื่องจากการขึ้นภาษีนั้นก็มีความจําเป็นในการหารายได้ให้กับรัฐ ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องอุบัติเหตุทางถนน เรื่องของปัญหาอาชญากรรม ที่สืบเนื่องมาจากการดื่มสุรานั้นก็มีความแพร่ระบาดกันอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันผมก็ต้อง สอบถามไปยังรัฐบาลถึงความจําเป็น เหตุผล และความเหมาะสมในการขึ้นภาษีในครั้งนี้ ก็ต้องยอมรับครับว่าภาษีสุรานั้นมีผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะกับพี่น้องประชาชนคนที่ มีรายได้ต่ําที่มีการบริโภคสุราอยู่ในปัจจุบัน ผมต้องเรียนว่าในยุคปัจจุบันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ ก็คือเรื่องของปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นทุกวัน ท่านประธาน ท่านอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิก็คงจะเห็นนะครับ ผมอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ว่าค่าครองชีพนั้น ปัจจุบันนี้อาหารจานเดียวขึ้นร้อยละ ๕ ค่าประปาขึ้นร้อยละ ๑๐ ค่าเชื้อเพลิงขึ้นร้อยละ ๑๕ ค่าไฟฟ้าขึ้นร้อยละ ๒๐ ซ้ํากระนั้นครับไปเดินตลาด ซึ่งผมเพิ่งไปมาเมื่อ ๒ วันนี้ พบว่าราคา ผัก ผลไม้ ขึ้นร้อยละ ๒๕ แล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับว่าสุรานั้นก็เป็นสินค้าบริโภคชนิดหนึ่ง ซึ่งพี่น้องประชาชนก็มีความนิยมในการบริโภคอยู่ในปัจจุบัน กระผมจึงมีความจําเป็น ที่จะต้องมาเรียนถามเหตุผลกับท่านประธาน ว่าการขึ้นภาษีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เป็นอย่างใด ถ้าท่านบอกว่าท่านพยายามขึ้นภาษีเพื่อให้เกิดการลดการบริโภคสุรา โดยเฉพาะจากกลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี กระผมก็คิดว่าก็มีความเหมาะสม แต่ก็ต้องเรียนถามว่าการขึ้นภาษีในครั้งนี้จะมีผล ตามที่ท่านหวังหรือไม่ ผมเรียนว่าถ้าท่านบอกว่าท่านขึ้นภาษีเพื่อลดจํานวนนักดื่มในอนาคต ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริง ๒-๓ ประการ

ประการแรก ก็คือว่าสุรานั้นเป็นของที่เข้าข่าย ที่เรียกทางเศรษฐศาสตร์ ภาษาอังกฤษว่า ไพรซ์ อินอิแลสทิค (Price Inelastic) นั่นหมายความว่าการขึ้นราคา แต่ละครั้งนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคมากนัก กล่าวก็คือว่าการขึ้นภาษีหรือการขึ้น ราคานี้จะไม่ส่งผลให้การบริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องบอกว่าการขึ้นภาษีก็ไม่ใช่มาตรการระยะยาวที่จะลดการดื่มลง อย่างต่อเนื่อง ท่านจะเห็นนะครับ ถ้าดูไปในประวัติศาสตร์การขึ้นภาษีทุกครั้งมีผลในการลด การดื่มลงไม่ถึง ๒-๓ เดือน แล้วหลังจากนั้นการดื่มก็ขึ้นไปตามปกติ ผมเรียนว่าถ้ารัฐบาล อ้างว่าไม่ต้องการภาษีอากรจริง เพียงแต่ต้องการลดการดื่มนั้น ทําไมรัฐบาลจึงไม่ใช้มาตรการ อื่น ๆ เช่น การบังคับใช้กฎหมาย ผมเรียนว่าวันนี้นะครับ การจับกุมผู้เมาแล้วขับก็ดี การรณรงค์ต่าง ๆ ก็ดี ยังไม่มีผลเท่าที่ควร ท่านประธานเองก็คงเห็นนะครับว่าปัจจุบันมีผับ มีที่ดื่มมากมาย แต่ตํารวจนครบาลขณะนี้ในกรุงเทพมหานครก็บอกว่าตํารวจนครบาล จะไม่ตั้งด่านจับจนกว่าจะ ๕ ทุ่ม โดยอ้างปัญหาจราจร โดยข้อเท็จจริงถ้าดูในต่างประเทศ มีการจับกุม มีการเคร่งครัดในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับการรณรงค์ครับ ขณะนี้ สสส. ก็ถูกจํากัดงบประมาณเป็นอย่างมาก ผมอยากจะเรียนว่าในต่างประเทศ ถ้าท่านประธาน ไปดูนะครับ จะมีการเก็บภาษีสุราก็จริง แต่การเก็บภาษีนั้น ถ้ารัฐบาลบอกว่ารัฐบาล ไม่ได้ถังแตก จะไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย รัฐบาลกล้าทําเหมือนในต่างประเทศไหมครับ คือการทํา สิ่งที่เรียกว่า เอียร์มาร์ค แทกซ์ (Earmark tax) คําว่า เอียร์มาร์ค แทกซ์ นั้น หมายถึงว่า การออกพระราชกําหนดก็ดี พระราชบัญญัติก็ดี บอกว่าเงินก้อนนี้ที่ได้มาจากภาษีอากร ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาทที่จะได้มาจะนําไปทดแทนโครงการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ผมยกตัวอย่างครับ การดื่มสุรานั้นก็ก่อปัญหา อย่างเช่นว่ามะเร็งตับ การสูบบุหรี่ก่อปัญหา มะเร็งปอด ในต่างประเทศมีการคํานวณมูลค่าของของเหล่านี้ว่ามีภาระต่อระบบประกัน ของประเทศ หรือเนชันแนล เฮลธ์ ซิสเตม (National health system) มากน้อยแค่ไหน เมื่อวัดมูลค่าเหล่านั้นได้ เขาก็บอกว่าภาษีอากรที่ได้มาจากนักดื่มและนักสูบบุหรี่นี่ เอียร์มาร์คไว้หรือว่าตั้งเอาไว้สําหรับเพื่อใช้การนี้โดยเฉพาะ แต่ขณะนี้รัฐบาลได้ภาษีไป ผมก็ไม่มั่นใจครับว่าจะไปเพิ่มรถคันที่ ๒ หรือจะไปทําอะไร เพราะฉะนั้นภาระที่เพิ่มขึ้น สําหรับผู้ดื่มขณะนี้ที่เรียกว่าภาษีบาปนี่ ผมมั่นใจไม่ได้ครับว่าจะนําไปสู่การชดเชยภาระ ที่เขาได้ก่อขึ้นเองจริงหรือไม่ ผมเรียนว่าถ้ารัฐบาลกล้าประกาศในพระราชกําหนด หรือพระราชบัญญัติว่าภาษีที่เพิ่มขึ้นจะนําไปชดเชยให้กับ สสส. ในการรณรงค์ลดการดื่ม หรือนําไปชดเชยให้กับระบบการประกันสุขภาพเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ล้มป่วยลง ได้มีสุขภาพดีขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้ผมคิดว่าการขึ้นภาษีก็มีความชอบธรรม ขณะเดียวกันครับ การขึ้นภาษีโดยไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีหลักการเช่นที่ทําอยู่ในขณะนี้ มีปัญหาตามมาแน่นอนครับ การขึ้นภาษีในลักษณะนี้ก็จะส่งผลกระทบ อย่างเช่น ในเรื่องของปัญหาการลักลอบ เหล้าเถื่อนและโดยเฉพาะปัญหาการที่มีการต้มเหล้าเองในชุมชน ซึ่งปัญหานี้ถ้าท่านประธาน จําได้นะครับ เมื่อ ๑๐-๒๐ ปีที่แล้ว เป็นปัญหาที่แพร่ระบาดมาก แล้วเป็นปัญหาว่า เมื่อคุณภาพของสุราไม่ได้เป็นไปตามคุณภาพมาตรฐานที่ควรจะเป็น พี่น้องประชาชน ที่เสพเข้าไปบางทีมีเมทานอล (Methanol) มากเกินไป มากกว่าเอทานอล (Ethanol) ถึงขั้นตาบอด ถึงขั้นล้มตาย เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาสุขภาพที่รัฐบาลจะต้องตอบให้ได้ ท่านประธาน ผมขออนุญาตอีกไม่กี่นาทีนะครับ ผมมีข้อมูลที่จะนําเสนอท่านก็อีกไม่นาน ผมก็เรียนว่าการขึ้นภาษีนั้นมันจะต้องมีหลักเกณฑ์หลักการที่ชัดเจน ให้รับทราบว่าภาษี ก้อนนี้นําไปทําอะไร รวมทั้งจะต้องมีการใช้มาตรการทางกฎหมายที่ชัดเจนในการจับกุม ในการดําเนินการต่าง ๆ ถ้าท่านอยากลดการดื่มลงจริง ๆ

ประการสุดท้ายที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับ ก็คือว่าต้องยอมรับ อย่างหนึ่งนะครับ ว่าการเก็บภาษีจากผู้ดื่มของประเทศไทยหรือภาษีบาป ตั้งแต่ภาษี ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการพนัน ซึ่งประเทศไทยอาจจะยังไม่มี อย่างถูกกฎหมายนะครับ ในประเทศไทยนั้นมีสัดส่วนที่ค่อนข้างจะสูงมาก ผมเรียนว่ารายได้ ภาษีสรรพสามิตสุราอย่างเดียวนะครับ ต่อรายได้ภาษีของรัฐบาลนั้นประเทศไทยปัจจุบันนี้ อยู่ที่ร้อยละ ๕.๗ นะครับ ร้อยละ ๕ ถือว่าเป็นอัตราที่สูงมาก ที่กระผมเรียนกับท่านประธาน เช่นนี้ก็เพราะว่า ดูประเทศเพื่อนบ้านนะครับ เขาหาวิธีจัดเก็บรายได้วิธีอื่น ฟิลิปปินส์อยู่ที่ร้อยละ ๒.๐๘ สิงคโปร์ ร้อยละ ๑.๒ มาเลเซีย ร้อยละ ๒.๕๗ เป็นต้นนะครับ ออสเตรเลีย ร้อยละ ๒.๔๕ ที่กระผมเรียนกับท่านประธานก็เพื่อจะบอกว่า วันนี้ค่าครองชีพ ของพี่น้องประชาชนสูงมาก สุราแม้เป็นสินค้าที่เราไม่พึงประสงค์จะให้คนบริโภค แต่ก็ อดไม่ได้ครับที่ต้องยอมรับว่ามันเป็นสินค้าบริโภคที่ได้รับความนิยม ผมคิดว่าถ้ารัฐบาล ต้องการให้ลดการดื่มลงท่านก็มีมาตรการอีกหลากหลาย ส่วนถ้าท่านต้องการบอกว่าท่านจะ เก็บภาษี ผมก็อยากให้ภาษีนี้มีที่มาที่ไปที่ชัดเจนมีหลักเกณฑ์ในการคํานวณเพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน บัดนี้ที่รัฐบาลบอกว่ายิ่งเก็บได้น้อยยิ่งดี ผมเรียนว่าผมไม่เชื่อครับ เพราะรัฐบาลขณะนี้การเก็บภาษีไม่เข้าเป้า ผมก็จึงอยากจะเรียนไว้กับท่านประธาน โดยสรุปว่าถ้าการเก็บภาษีครั้งนี้จะนําไปสู่การลดการดื่มของสังคมไทย ก็เป็นที่ยินดีอย่างยิ่ง แต่ว่าก็อยากจะให้รัฐบาลเข้มงวดในการที่จะดําเนินมาตรการอื่น ๆ ทั้งทางกฎหมายและ การรณรงค์โดยเงินภาษีที่ท่านได้มาครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ แล้วก็มาที่ท่านนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม นะครับ เชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พุทธศักราช ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พุทธศักราช ๒๕๕๖ สําหรับอัตราภาษีสุราใหม่มีผลมาตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๖ เป็นต้นไปแล้ว หลังจากคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบซึ่งจะทําให้สุราหรือเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ผสมต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นทุกยี่ห้อ โดยเฉพาะเบียร์คาดว่าจะปรับราคา ขายปลีกขึ้นอีกตั้งแต่ ๓ บาท ไปจนถึง ๗ บาทต่อขวด แต่หากคิดเป็นอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นแล้ว เบียร์บางยี่ห้อที่มีดีกรีสูง ๆ จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๓๒-๓๔ เปอร์เซ็นต์ต่อขวด ท่านประธานคะ ซึ่งเป็นอัตราภาษีใหม่ดังกล่าวสามารถอุดช่องโหว่ของภาษีสุราเดิม ที่สุราดีกรีแรง ๆ แต่เสียภาษีในอัตราต่ําได้ นี่เป็นสิ่งที่ดีในการเก็บภาษีสุราค่ะ สาเหตุที่ต้องกําหนดภาษีสุราใหม่หรือปรับโครงสร้างภาษีสุราใหม่เป็นเพราะไทย ได้เก็บภาษีสุราเต็มเพดานแล้วที่กําหนดและไม่สามารถขยายการเก็บภาษีได้เพิ่มเติมอีก ซึ่งตามพระราชบัญญัติสุราพุทธศักราช ๒๔๙๓ ได้แบ่งประเภทของสุราไว้เพียง ๒ ชนิด คือแต่ก่อนนั้นเก็บไว้แค่แบ่งแค่ ๒ ชนิดเท่านั้นเองค่ะ ท่านประธานคะ ก็คือสุราแช่ ๑. สุราแช่ เช่น เบียร์ ไวน์ สุราแช่พื้นเมือง อุ กระแช่ สาโท โดยเฉพาะอัตราภาษีของ เบียร์ ไวน์ ได้จัดเก็บภาษีตามมูลค่าและอัตราภาษีตามปริมาณจนเต็มเพดานแล้ว นั่นคือ เรื่องเก่านะคะ ทีนี้มาเรื่องเก่าอีกสุรากลั่น เช่น เหล้าขาวหรือสุราขาว สุราผสม สุราปรุงพิเศษ ก็ได้จัดเก็บภาษีตามมูลค่าและอัตราภาษีตามปริมาณเต็มเพดานแล้วเช่นกันที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และ ๔๐๐ บาทต่อลิตร พระราชกําหนดแก้ไขพระราชบัญญัติสุราโดยเสนอขยายเพดาน อัตราภาษีให้สูงขึ้น ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บภาษีใหม่จากเดิมสุราที่ผลิตภายในประเทศ เสียภาษี ณ ราคาโรงงานส่วนสุรานําเข้าเสียภาษีจากราคาซีไอเอฟก็คือราคาส่งมอบ ซึ่งเป็น ราคาต้นทุนบวกค่าขนส่งไม่คิดรวมค่าประกันภัยสินค้า โดยเปลี่ยนการคํานวณภาษีมาเป็น ราคาขายส่งช่วงสุดท้ายก่อนเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ท่านประธานค่ะ นอกจากนั้นยังจําแนก ประเภทของสุราให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย สิ่งเหล่านี้จะทําให้เราจัดเก็บภาษีได้ปีหนึ่ง จะประมาณเกือบ ๑๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเลยทีเดียว และสิ่งเหล่านี้การเพิ่มภาษีสุรา จะทําให้นักดื่มหน้าใหม่ลดลงด้วย นั่นเป็นความหวังของประเทศไทย ดิฉันกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ว่าการเก็บภาษีสุรา ไวน์ นําเข้าจากต่างประเทศที่ขายไวน์ขวดละแพง ๆ สําหรับผู้บริโภคที่เป็นเศรษฐีว่าการเก็บภาษี จากซีไอเอฟ มาเป็นแบบใหม่ที่มีการแก้ไขนั้นสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้นจริงหรือไม่ อย่างไร และกติกาใหม่นี้จะครอบคลุมอํานาจมืด คือการหนีภาษีสุราได้หรือไม่ อย่างไร เพราะว่าไวน์ ขวดละ ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็มีแต่เศรษฐีเท่านั้นที่ดื่ม สมควรที่จะไปเก็บภาษีกับคน ที่ร่ํารวย ๆ ซึ่งจะทําให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น ทีนี้เมื่อมีคนดื่มสุรามากขึ้น สิ่งที่เป็น ผลพวงที่ตามมา ก็คือประชากรไทยเดี๋ยวนี้ ๖๕ ล้านกว่าคนเป็นนักดื่มติดอันดับที่ ๔๐ ของโลก อันดับ ๓ ของเอเชีย จะด้วยสาเหตุมาจากต้องการดื่มเพื่อลืมเธอไหม แดดร่มลมตก หรือไม่ คําว่า สังสรรค์ ฉลองกันหน่อย งานบุญ งานบวช แม้กระทั่งเกษตรกรเป็นยาแก้เมื่อย เลยทีเดียว สิ่งเหล่านี้ทําให้การดื่มจากรุ่นสู่รุ่นสู่เยาวชนไทยของชาติอย่างรวดเร็วทําให้มี การเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุมีการดื่มสุรา แล้วมีการเกิดอุบัติเหตุมีประชาชนคนไทย ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุนั้นปีละประมาณ ๒๖,๐๐๐ คน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ อุบัติเหตุเกิดจาก การดื่มสุรา ท่านประธานค่ะ สิ่งเหล่านี้ที่ดิฉันต้องการแก้ปัญหาพร้อม ๆ กับการขึ้นภาษีสุรา ที่เป็นไปตามพระราชกําหนดฉบับนี้จะเพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็ ควรจะมีการแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างไปพร้อมกันด้วย ภาษีบาปมันเป็นอุบัติเหตุมันเป็นจาก นักดื่มหน้าใหม่จากรุ่นสู่รุ่นจะแก้ปัญหาด้วยวิธีการใด นอกจากเก็บภาษีบาปเพื่อแก้ปัญหา แล้วจะมีวิธีการที่ครอบคลุมได้หรือไม่ อย่างไร และเหล้าแพง ๆ ไวน์แพง ๆ นั้น การเก็บภาษี แบบใหม่นั้นต่างจากเดิมนั้นสามารถที่จะครอบคลุมได้แค่ไหน อย่างไร ดิฉันถามอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานค่ะ เห็นคนดื่มน้ําเมาเศร้าเหลือหลาย อุบัติเหตุตายทั้งจนมีผีเฝ้าถนน ๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นตายหลายหมื่นคน เงินภาษีปนสนใจให้ดูแล พระราชกําหนดสุรานี้ ภาษีเพิ่ม อยากให้เติมเหล้าไวน์เศรษฐีมีกระแส ขวดละแสนภาษีครึ่งพึงดูแล เพราะช่วยแก้ ความเหลื่อมล้ําใช่ซ้ําเติม ภาษีบาปกรรมซาบซึ้งถึงสํานักงบประมาณ จัดระบบพัฒนาถาวรเสริม พระราชกําหนดสุราภาษีเพิ่ม นั่นคือเสริมพัฒนาประเทศไทย ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม และต่อมาท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นะครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมมีข้อสังเกต ที่จะกราบเรียนยังท่านประธานและท่านรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าพวกเราเป็นผู้แทนราษฎร เหมือนกัน ผมเป็น ส.ส. จากจังหวัดพิษณุโลก พี่น้องประชาชนชาวพิษณุโลกเลือกมาทํา หน้าที่ในการเป็นปากเป็นเสียงแทนเขา ขณะเดียวกันท่านประธานก็เป็น ส.ส. เหมือนกัน ท่านรัฐมนตรีก็เป็น ส.ส. จากจังหวัดอุตรดิตถ์ ดังนั้นผมคิดว่าขณะนี้เรากําลังพิจารณาถึง พระราชกําหนดที่มีผลกระทบต่อการขึ้นภาษี เราฟังดูเหตุผล ๒ มุมมอง ท่านประธานว่า อันไหนเป็นสิ่งที่น่ารับฟังมากกว่ากัน ผมฟังส่วนราชการได้ชี้แจงบอกว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้ คล้ายกับว่าเอาภาษีเป็นตัวกําหนดเพื่อให้ประชาชนดื่มสุราน้อยลง เพราะว่าถ้าเกิดมีการขึ้น ภาษีเมื่อไรปุ๊บประชาชนก็จะดื่มสุราน้อยลงอันนี้คือมุมหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีอีกมุมหนึ่งที่ถามว่า ท่านคิดว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้เพราะว่ารัฐบาลถังแตก รัฐบาลเก็บภาษีไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ต้องการเงินเพิ่มหรือไม่ วันนี้มันมีอยู่ ๒ มุมมอง ในการถกกัน ท่านประธานครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าการขึ้นภาษีแล้วจะทําให้ประชาชน ดื่มเหล้าลดน้อยลงอย่างถาวร ผมมีการซักถามคนที่เกี่ยวข้อง เขาบอกว่ามันจะมีผลในเชิง จิตวิทยาสั้น ๆ ครับ ประมาณสัก ๒-๓ เดือน ในช่วงนั้นคนก็มีความรู้สึกว่าช่วงนี้เหล้าแพง เบียร์แพง ดื่มลดน้อยลง แต่หลังจากนั้นแล้วไม่นานสังคมไทยกับสิ่งเหล่านี้มันแยกออก จากกันไม่ได้ครับท่านประธาน การกลับมาดื่มเหล้า การกลับมาดื่มเบียร์ก็จะอยู่ในภาวะ ปกติครับ และความเป็นผู้แทนราษฎรต้องย้ํานะครับท่านประธานเพราะเวทีแห่งนี้คือเวที สภาผู้แทนราษฎร วิถีของสังคมไทย พี่น้องประชาชนในชนบทครับท่านประธาน งานบวช ทีหนึ่งท่านประธานคงเห็นภาพ เราต้องยอมรับวันนี้ต้องเอาความจริงมาคุยกัน งานแต่งงาน ทีหนึ่งหรืองานกิจกรรมทําบุญขึ้นบ้านใหม่ อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นกิจกรรมของพี่น้องประชาชน ย้ําว่า โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในชนบท ถามว่าปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ ถ้าเราเอา ข้อเท็จจริงมาคุยกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าพี่น้องประชาชนกับการจะต้องเอาสุราหรือเอาเบียร์ มาผสมผสานในกิจกรรมของพี่น้องประชาชนยังเป็นของคู่กันตลอด ถ้าใครปฏิเสธบอกว่า การดื่มเหล้าไม่ดี ประชาชนไม่ควรจะดื่ม อันนี้คือหลักสุขภาพครับ ผมเห็นด้วย แต่หลักในเชิง สังคมมันเป็นข้อเท็จจริง เพื่อน ส.ส. ทุกคนต้องยอมรับว่าหลักนี้เป็นข้อเท็จจริงว่าวันนี้ ประชาชน การจัดกิจกรรมของส่วนรวมที่มีประชาชนมารวมตัวกันเยอะ ๆ เพื่อการ สนุกสนานรื่นเริงในกิจกรรมต่าง ๆ เหล้า เบียร์ เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ฉะนั้นคําถามจึงถามว่า จริง ๆ แล้วท่านเป็นห่วงสุขภาพประชาชน หรือเพราะว่าจริง ๆ แล้ววันนี้รัฐบาลถังแตก ต้องการเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เพื่อมาอุดรอยรั่วที่ได้ภาษีไม่เป็นไปตามเป้า ผมมีมุมมองอย่างนี้ ท่านประธานครับ คือถ้าพูดให้ดูดีหน่อยเราก็ต้องบอกว่าเหล้า เบียร์ ไม่ควรจะดื่ม แต่ต้อง ยอมรับว่า ส.ส. เราส่วนใหญ่มีการจัดกิจกรรมเราก็ยังดื่มเลยครับท่านประธาน ฉะนั้นนับประสาอะไรกับพี่น้องประชาชน ข้อที่น่าสังเกตที่อยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีครับ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยจากจังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วก็ต้องเรียนไปยัง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พี่น้องประชาชน คนจนทั้งนั้นส่วนใหญ่ เลือกพวกท่าน เข้ามา ถามว่าสภาวะเศรษฐกิจวันนี้เป็นอย่างไร คือถ้าเราเอาเรื่องการขึ้นภาษีบาป ขึ้นภาษี เหล้า ขึ้นภาษีบุหรี่ในภาวะหนึ่งของเศรษฐกิจ อย่างนั้นสังคมรับได้ครับ อดีตที่ผ่านมา เกิดถ้าเศรษฐกิจมีความเจริญเติบโตดี ข้าวของไม่แพง ไข่ราคาไม่แพง แก๊สราคาไม่แพง น้ํามันราคาไม่แพง ไฟฟ้าราคาไม่แพง ก๋วยเตี๋ยวราคาไม่แพง ทุกอย่างราคาไม่แพง แล้วพอถึง วันนั้นท่านคิดว่าประชาชนอาจจะดื่มสุรา ดื่มเบียร์มากขึ้น เราจําเป็นต้องเอาภาษีมาเป็น ตัวปรับเพื่อลดปริมาณการบริโภค ผมว่าทุกคนก็โอเคครับ ใคร ๆ ก็เห็นด้วยครับ แต่บังเอิญ ขณะนี้ทุกอย่างมันแพงหมด จนต้องไม่ปฏิเสธว่านี่คือกระบวนการที่เรียกว่าแพงทั้งแผ่นดิน ทุกอย่างแพงหมดแม้กระทั่งก๋วยเตี๋ยว เราไปกินก๋วยเตี๋ยว ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ มีเงิน ๑๐๐ บาทกินก๋วยเตี๋ยว ๒ คนไม่มั่นใจว่าจะมีเงินพอจ่ายหรือไม่ เมื่อก่อนเงิน ๑๐๐ บาท ยิ่งเราอยู่ต่างจังหวัด จังหวัดติดกันครับ ท่านอยู่อุตรดิตถ์ ผมอยู่พิษณุโลก มีเงิน ๑๐๐ บาท พวกเรา ๒ คน เรามั่นใจว่าเงินเราพอกินก๋วยเตี๋ยว แต่วันนี้ไม่มั่นใจ ฉะนั้นวันนี้ถามว่า ท่านคิดว่าไทม์มิ่ง (Timing) หรือช่วงเวลา ณ วันนี้ สถานการณ์ขณะนี้มันเหมาะสมหรือไม่ ที่ท่านจะมาซ้ําเติมในวิถีของคนจนครับ ผมต้องย้ํานะครับ เหตุผลที่ผมต้องย้ําว่าเป็นวิถีของ คนจนซึ่งปฏิเสธไม่ได้ในช่วงมีการเฉลิมฉลอง เพราะว่าคนชั้นกลาง คนรวย เขาพอช่วยตัวเองได้ ยิ่งคนรวยไม่ต้องพูดถึงท่านประธาน ผมเชื่อว่าคนรวยแทบจะไม่มีผลกระทบครับ คนรวย กินไวน์แพงมาก แต่หนีภาษีทั้งนั้นครับท่านประธาน คนในสภาก็รวยเยอะแยะไปหมดครับ วันนี้พวกเราไม่ต้องมาพูดเรื่องพวกนี้เลย คนในสภาผู้แทนราษฎรกินไวน์ขวดเป็นหมื่น ๆ หลายคน แล้วก็คนในสภาผู้แทนราษฎรต่อให้ขึ้นภาษีอย่างไรก็แล้วแต่ก็กินไวน์ราคาฟรีครับ ขอโทษครับ กินไวน์ไม่เสียภาษี เผลอ ๆ พวกผมเองก็กินไวน์ฟรี เพราะมีเพื่อนให้กินฟรีครับ ไม่มีปัญญาไปซื้อเอง ดังนั้นผมต้องย้ําว่าการขึ้นครั้งนี้เหมือนจะดูดี แต่เอาเข้าจริง ๆ ถามว่า ใครได้รับผลกระทบมากกว่ากัน เศรษฐี นักการเมือง ดื่มไวน์ราคาเป็นหมื่นเป็นแสน แต่ไม่เสียภาษีครับ ผมกล้ายืนยัน แต่คนจนครับเขาไม่มีสิทธิเลือกครับ เพราะเดี๋ยวจะมี งานแต่งงานลูกหลาน เหล้า เบียร์ก็ต้องเอาเข้ามา มีงานทําบุญกลางบ้านเหล้าเบียร์ก็ต้องเอามา มีงานบวชเหล้าเบียร์ก็ต้องเอามา แล้วกิจกรรม ในหมู่บ้านมีตลอดนะครับท่านประธาน ยิ่งช่วงนี้ช่วงแข่งเรือก็ต้องมีการฉลองทุกวัน เพราะว่า มีการซ้อม เราต้องยอมรับว่านี่คือวิถีของเขา ดังนั้นการที่รัฐบาลมาขึ้นภาษีพวกนี้มันก็ กลายเป็นว่าของสําหรับคนจนสร้างภาระให้กับคนจนมากขึ้น อาทิตย์ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ผมมีการจัดอบรมลานประชาธิปไตย ผมก็ได้รับงบจาก กกต. จัดอบรมเฉพาะพรรคผม นะครับ ผมไม่แน่ใจว่าพรรคท่านอาจจะมีเหมือนกัน ผมก็มีการเชิญตัวแทนชาวบ้านมาตําบลละ ๕๐-๗๐ คน สิ่งที่ฟังชาวบ้านพูดแล้วมันเห็นภาพท่านประธาน เขาบอกว่า ยุคอภิสิทธิ์ เบียร์ ๓ ขวด ๑๐๐ บาท มายุคนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เบียร์ ๒ ขวด ๑๐๐ บาท ผมก็ตกใจ เพราะ คิดไม่ถึงว่า เดี๋ยวนี้เบียร์ ๒ ขวด ๑๐๐ บาท เขาบอกเพิ่งไม่กี่วันที่ผ่านมาขึ้นกันแล้ว ซึ่งผม ไม่รู้ว่าในข้อเท็จจริงแล้วราคาเบียร์จริง ๆ เท่าไร แต่ฟังจากชาวบ้านพูดว่าแต่ก่อนเบียร์ ๓ ขวด ๑๐๐ บาท ๓ ขวด ๑๐๐ บาทที่ผมเห็น เพราะเวลาหาเสียงชาวบ้านบอกขอร้อยหนึ่ง ซื้อเบียร์ ๓ ขวด แต่วันนี้ ๒ ขวด ๑๐๐ บาท วิถีชาวบ้านเปลี่ยนไปครับ ดังนั้นอยากจะ กราบเรียนท่านประธานในฐานะผู้แทนราษฎร อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีในฐานะ ผู้แทนราษฎรเหมือนกัน ผมว่าเวลาไทม์มิ่งขณะนี้ที่ท่านเสนอเข้ามาในการเก็บภาษีมันเป็น การรังแกหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนมากกว่า แล้วยิ่งเหตุผลในเรื่องการดูแลสุขภาพผมว่าฟังไม่ขึ้น และบังเอิญผมได้ดูตัวเลขที่น่าสนใจ ท่านประธาน ปรากฏว่า ๑๑ เดือนที่ผ่านมาในการจัดเก็บภาษี เพราะว่าเดือนกันยายนนี้ เป็นเดือนที่ ๑๒ ของรอบปีงบประมาณ กรมสรรพสามิตที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษี เรื่องเหล้า พบว่าการจัดเก็บภาษีต่ํากว่าเป้าครับท่านประธาน ๑๑ เดือนนี้เก็บภาษีต่ํากว่าเป้า ประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นก็เท่ากับว่าวันนี้รัฐบาลมีปัญหาเรื่องเงินใช่ไหม เมื่อรัฐบาล มีปัญหาเรื่องภาษี เพราะรัฐบาลใช้จ่ายเงินเยอะมาก และจุดที่เรายิ่งน่าช้ําใจมากที่สุดคือ ท่านมาเก็บภาษีคนจน รวมทั้งหลาย ๆ อย่าง ค่าไฟ ๙๐ หน่วย ท่านลดเหลือ ๕๐ หน่วย ค่าน้ํา ตลอดจนแก๊สท่านขึ้นทุกเดือน ท่านบอกว่าขึ้นเดือนละ ๕๐ สตางค์ต่อกิโลกรัม ถังหนึ่ง ก็ตก ๗.๕๐ บาท แต่บ้านผมขึ้น ๑๐ บาท แถวบ้านนอกหน่อยขึ้น ๑๒ บาท เลยครับ แล้วผมบอกประชาชนว่าท่านต้องบ่นอีก ๑๑ เดือนนะ นี่บ่นแค่เดือนแรกเฉย ๆ ไม่แน่ใจว่า จะบ่นได้ครบอีก ๑๑ เดือนหรือไม่ วันนี้ประชาชนเดือดร้อนครับท่านประธาน แต่กลับกลายเป็นว่าท่านมาขึ้นภาษีตรงนี้ซึ่งมันเป็นวิถีของเขาปั๊บ มันมีกระแสข่าว ท่านประธานครับ บอกว่าจะลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย พวกกระเป๋าหลุยส์ กระเป๋าอะไร เสื้อผ้าแบรนด์เนม (Brand name) บอกว่าต้องการจะลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย น้ําหอม มันเป็นของคนรวยครับท่านประธาน ของฟุ่มเฟือยของแพง ๆ กลับมีกระแสข่าวว่า เพราะ บอกแล้วว่าอยู่ที่ว่าท่านจะทําประโยชน์ให้ใคร ถ้าท่านจะทําประโยชน์ให้คนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เรียกว่าเป็นคนมีฐานะท่านก็อ้างว่าเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว แต่วันนี้ท่านบอกว่าท่านจะเก็บภาษี ในมุมที่ผมมองว่าท่านบอกว่าคนจะได้กินเหล้าลดน้อยลง เพื่อสุขภาพ แต่ผมดูว่าขณะนี้ท่านกําลังซ้ําเติมคนจน เพราะฉะนั้นผมว่ามุมนี้ในความเป็น ผู้แทนราษฎร เราเป็นผู้แทนราษฎรด้วยกัน ภาวะอย่างนี้ถ้าในภาวะปกติผมว่าเราจะไม่มีมุมนี้ มาบอกนะครับ สมมุติว่าเหตุการณ์ผ่านไปอีกสัก ๖ เดือน หรือ ๑ ปี เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะ เห็นคนในรัฐบาลบอกว่าไตรมาส ๔ ทุกอย่างจะดีขึ้น ถ้าอะไร ๆ ดีขึ้น สินค้าเกษตรดีขึ้น วันนี้ ท่านก็ต้องยอมรับนะว่าสินค้าเกษตรก็แย่มาก ข้าวก็มีปัญหา ยางพาราก็มีปัญหา ข้าวโพดก็มี ปัญหา ข้าวโพดแม้แต่ที่จังหวัดเชียงใหม่เอง ซึ่งเป็นจังหวัดของบ้านท่านนายกรัฐมนตรีเอง ก็มีม็อบที่ศาลากลาง มันสําปะหลัง คือทุกอย่างมีปัญหาหมดครับ คือรายได้ประชาชน ลดน้อยลง แต่สิ่งที่เป็นวิถีเขาท่านไปขึ้นเขา ณ วันนี้มันไม่เหมาะสมในช่วงของเวลา ผมคิดว่า ถ้าโดยส่วนตัวผม คือจริงอยู่พรรคผมคุยกัน มติพรรคสนับสนุนกฎหมาย พ.ร.ก. นี้ครับ เรียนกับท่านตรง ๆ เมื่อวานปรึกษากันที่พรรค แต่ผมบอกพรรคว่าผมขอเป็นสิทธิของผม เหมือนกับผมมีสิทธิในการแปรญัตติ มติพรรคผมต้องเรียนท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสบายใจว่า มติพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการขึ้นการขึ้นภาษีพระราชกําหนดครับ แต่โดยส่วนตัวผม เราคลุกคลีประชาชน เพื่อน ส.ส. เราจํานวนไม่น้อยก็คลุกคลี มุมนี้ตรงกันเป๊ะเลย ท่านประธาน ว่าวันนี้สถานการณ์อย่างนี้ ข้าวยากหมากแพงขนาดนี้ รายได้ต่าง ๆ ลดน้อยลง แต่ท่านมาขึ้นภาษีที่เป็นวิถีของเขา เขาเดือดร้อนมาก ผมเลยถือโอกาสเรียกร้อง พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการวิทยุรัฐสภา เพราะว่าขณะนี้ไม่ได้ถ่ายทอดสดครับ ท่านฟัง ท่านคิดให้ดีครับว่าไป ๆ มา ๆ รัฐบาลที่พี่น้องประชาชนคนยากคนจนช่วยกันเลือกเข้ามา ดูแลผลประโยชน์คนจนจริง ๆ หรือไม่ แล้วยิ่งมีกระแสข่าวในการลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย ตกลงอย่างไรกันแน่ ท่านช่วยผลประโยชน์คนรวยแล้วมาเก็บภาษีคนจนเพิ่มขึ้นหรือเปล่า

ท้ายที่สุดท่านประธานครับ บังเอิญผมมาเห็นในเอกสารที่ทางสภามีการแจก เกี่ยวกับการพระราชกําหนดฉบับนี้ ในหน้าสุดท้ายเขียนไว้ชัดเจนครับท่านประธาน หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ก็คือเหตุผลในการขึ้นภาษีครั้งนี้ คือ เนื่องจากวิธีการจัดเก็บภาษีสุราไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน อันนี้เป็นเหตุผลอย่างเป็นทางการครับ ไม่ได้พูดถึงเรื่องสุขภาพของพี่น้องประชาชน เรื่องสุขภาพของประชาชน เรื่องรณรงค์เมาไม่ขับมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็เท่ากับว่าในเอกสาร เป็นทางการที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรีก็คือท่าน รัฐบาลเก็บภาษีไม่เป็นไปตามเป้า รัฐบาลไม่มี เงินเพียงพอในการบริหารราชการแผ่นดิน พูดภาษาชาวบ้านก็คือ วันนี้รัฐบาลถังแตกครับ ท่านประธาน นี่คือหมายเหตุที่อยู่แนบท้าย พ.ร.ก. ครับ ดังนั้นในความเห็นส่วนตัวผมแล้ว ผมเรียกร้องไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ท่านเป็นตัวแทนประชาชนเหมือนกัน คนจนลําบากมาก ครับท่านประธาน ลําบากจริง ๆ วันนี้ ทุกอย่างลําบากหมด ถ้าท่านเลื่อนได้ ผมว่าจะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องคนจนอย่างยิ่ง เพราะคนรวยไม่มีผลครับ คนรวยกินไวน์หนีภาษีครับ โดยส่วนตัวผมแล้วนะครับ ถึงพรรคจะมีมติให้ลงมติเห็นชอบ ผมจะงดออกเสียงครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แล้วมาที่ท่านจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ นะครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชกําหนด การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พุทธศักราช ๒๔๙๓ ในครั้งนี้ เป็นการใช้อํานาจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๖ ซึ่งเป็นการแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องของอัตราภาษี เกี่ยวกับเรื่องของ การเก็บเงินเข้ารัฐ มีเกี่ยวเนื่องกับการเก็บภาษี จึงต้องออกเป็นพระราชกําหนด ผมต้อง กราบเรียนว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วยเพราะว่าเป็นการแก้ไขที่เหมาะต่อเหตุการณ์แล้วก็ เป็นการแก้ไขให้ตัวพระราชบัญญัติเรื่องของสุราเป็นไปตามยุคสมัยที่เหมาะสมนะครับ ในประเด็นการแก้ไขต้องกราบเรียนนะครับ การแก้ไขแรกเป็นเรื่องของการแก้ไขด้าน คําจํากัดความ ของคําว่าสุราแช่กับสุรากลั่น ให้เป็นไปเหมาะกับวันเวลา มีการใส่ตัวอย่างเข้าไป คําจํากัดความโดยหลักไม่แตกต่างจากเดิม แต่เพื่อให้มีข้อสรุปในการโต้แย้งต่าง ๆ ในสังคม รวมถึงการจัดเก็บภาษี ก็มีการใส่ตัวอย่างของประเภทสุราแช่และสุรากลั่นเข้าไปในตัว พระราชบัญญัติด้วย ซึ่งก็เป็นการดีครับ แล้วก็เปิดกว้างไว้ เพราะใช่คําว่า เช่น การใช้คําว่า เช่น ทําให้ในอนาคตเมื่อมีสุราประเภทใหม่ มีการสร้างผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุราประเภทใหม่ ๆ และจําเป็นต้องเก็บภาษี เราก็ยังสามารถใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ในการดําเนินการจัดเก็บ ภาษีให้เหมาะสมกับสภาพสังคมได้ในอนาคตครับ หัวใจของการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ นั้นอยู่ที่การแก้ไขคํานิยามเกี่ยวกับเรื่องราคาการขนส่งช่วงสุดท้าย ซึ่งจะนําไปใช้ในการ จัดเก็บภาษีประเภทใหม่ ถามว่าทําไมพระราชบัญญัติจึงต้องมีความจําเป็นต้องออกเป็น พระราชกําหนดในการแก้ไขในครั้งนี้นั้น ในอดีตก่อนที่จะออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ การจัดเก็บภาษี เกิดความเหลื่อมล้ําอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการภายในประเทศที่เป็นผู้ผลิต สุราประเภทต่าง ๆ นะครับ การจัดเก็บของผู้ผลิตในประเทศจะใช้สิ่งที่แรกว่าราคา หน้าโรงกลั่นเป็นตัวคํานวณ หมายความว่าเราจะเข้าไปตรวจสอบการดําเนินกิจการของ บริษัทในที่เป็นผู้ผลิตเหล่านี้อย่างละเอียดเข้มข้นทุกขั้น ในขั้นตอนการผลิตจนกระทั่งออกมา จากโรงกลั่นราคาต้นทุนเท่าไร เราจะรู้หมดทุกบาททุกสตางค์ และเก็บภาษีจากฐานของราคา ต้นทุนการผลิต แต่ในขณะเดียวกันในราคาของสุราที่นําเข้ามาจากต่างประเทศนั้นใช้สิ่งที่ เรียกว่าซีไอเอฟหรือต้นทุนบวกกับค่าประกันภัยบวกกับค่าขนส่งซึ่งเป็นราคา ณ ท่าเรือ เวลานําเอาสินค้าที่เป็นสุรานําเข้าขึ้นท่าเรือ เป็นตัวคํานวณ.ซึ่งสิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด เลยก็คือ ราคาสุรานําเข้า เราไม่สามารถที่จะตรวจสอบถึงแหล่งต้นทุนเขาได้ ท่านไม่สามารถ ตรวจสอบโรงผลิตที่อยู่ในต่างประเทศ อยู่ในอเมริกา อยู่ในยุโรป หรืออยู่ที่ใด ๆ ก็ตามในโลก ว่าเขามีต้นทุนการผลิตเท่าไร เขาแจ้งมาราคา ๒,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ๕๐๐ บาท เราก็ต้องรับตามนั้น เพราะเราไม่สามารถไปตรวจสอบในรายละเอียด นี่คือความแตกต่าง ในประเด็นแรกที่เกิดความเหลื่อมล้ําระหว่างผู้ที่นําเข้าสุรากับผู้ที่จะผลิตในประเทศ

ประเด็นที่ ๒ นั่นต้องกราบเรียนว่าราคาที่นําเข้ามาจากต่างประเทศนั้น หลายครั้งหลายหนเราจะเห็นได้ชัดเลยครับ ไวน์แพง ๆ ที่อยู่ตามร้านอาหารหรู ๆ ขวดละหมื่นขวดละแสนก็มี นําเข้าจากต่างประเทศบ้างไม่กี่พันบาท ต้นทุนในราคาซีไอเอฟนี้ ไม่กี่พันบาท คิดคํานวณภาษีออกมา ได้หลักร้อย หลักพัน แต่ส่งกันต่อเป็นทอด ๆ ไปถึง ร้านอาหารสุดท้ายที่ผู้บริโภคกําลังจะเข้าไปซื้อ ราคาเป็นแสนขึ้นมาเป็นหมื่นขึ้นมา นี่คือ ส่วนต่างของภาษีที่รัฐควรจะสามารถจัดเก็บได้ แต่ไม่สามารถที่จะจัดเก็บ ความแตกต่าง ตรงนี้การออกพระราชกําหนดฉบับนี้จึงเป็นปัจจัยสําคัญที่จะเข้าไปปิดช่องโหว่ที่เกิดขึ้น เพราะพระราชกําหนดฉบับนี้ปรับโครงสร้างโดยบังคับให้ทั้งผู้ประกอบการภายในประเทศ และก็ผู้นําเข้าสุราต้องแจ้งราคาที่เรียกว่าราคาขนส่งช่วงสุดท้าย ก็คือการขายส่งครั้งสุดท้าย ไปให้ผู้ซื้อที่ซื้อปลีกจะนําไปขาย นั่นคือราคาสุดท้ายที่มีความเหมาะสม เราจะไปดูราคา ตัวนั้นเป็นตัวหลัก ประกอบเข้ากับเรื่องของมูลค่าของสินค้า นั่นก็คือต้นทุน ประกอบกับ ปริมาณเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ นั่นก็คือความเข้มข้นของสุราว่ามันมีแอลกอฮอล์ มากน้อยเพียงไร และประกอบเข้ากับปริมาณของสุราเอง นั่นก็คือปริมาตรของสุราในแต่ละขวด ในแต่ละบรรจุภัณฑ์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ประกอบเข้าด้วยกัน ทําให้การจัดเก็บภาษีสุราของ ประเทศไทยมีความก้าวหน้า แล้วก็มีความเหมาะสมในเรื่องของการจัดเก็บที่จะทําให้เกิด ความเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้นําเข้าสุราจากต่างประเทศ จะต้องมีฐานภาษีที่สามารถโดนตรวจสอบได้ จะต้องเป็นฐานภาษีที่มีความเหมาะสม กับสภาพความเป็นจริง เพราะเราต้องยอมรับว่าสุราเป็นผลิตภัณฑ์ที่เขาเรียกว่า ซิน แท็กซ์ (Sin Tax) การจัดเก็บภาษีเหล่านี้มันควรจะมีส่วนที่กลับไปชดเชยช่วยเหลือให้กับสังคม ในรูปแบบใด ๆ ก็ตามที่จะอ้อมกลับไปถึงสังคม ไปช่วยเหลือสังคม เพราะมันเป็นอบายมุข ประเภทหนึ่ง เราต้องยอมรับในประเด็นนี้ ผมกราบเรียนว่าการแก้ไขในครั้งนี้นั้นผมให้ความ เห็นชอบ แล้วก็เป็นสิ่งที่จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยในระยะยาว ผมเองโดยส่วนตัวแล้ว เชื่อว่าการจัดการปรับเรื่องของโครงสร้างภาษีในเรื่องสุราครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องของรายได้ ของรัฐหรอก หลายท่านอาจจะเข้าใจได้ อาจจะมีสื่อทางสังคมบางประเภทนําลงว่าเรื่อง ของการจัดเก็บนี้เราปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อให้รัฐมีรายได้มากขึ้น แต่ข้อเท็จจริงจาก การศึกษา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ภาษีที่รัฐจะได้มากขึ้นนั้น จากการปรับ โครงสร้างนี่ประมาณ ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น เทียบกับงบประมาณแผ่นดิน ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาทในปีปัจจุบันนี้ มันแทบจะไม่มีนัยสําคัญใด ๆ เลยกับการที่รัฐบาล จะต้องไปปรับโครงสร้างภาษีเพื่อให้ได้รายได้มากขึ้นในประเด็นนี้ แต่สิ่งที่จะเกิดกับสังคม นั่นก็คือการปรับโครงสร้างภาษีนี้ แน่นอนครับ ผลกระทบอย่างแรก การบริโภคสุรา ในอนาคตมันก็มีแนวโน้มที่จะลดลงจากราคาที่เพิ่มมากขึ้น และที่สําคัญที่สุดราคาที่เพิ่ม มากขึ้นนี้ ถ้ามาดูในโครงสร้างจริง ๆ อย่างที่ได้กล่าวในตอนต้น การปรับโครงสร้างครั้งนี้ เป็นการปรับโครงสร้างเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งเสียเปรียบ มาตลอด กับผู้นําเข้าสุรา โดยเฉพาะสุราที่เขาเรียกว่าสุราอย่างแพง อย่างสูง อย่างพรีเมี่ยม (Premium) เพราะฉะนั้นการจัดเก็บภาษีใหม่ในครั้งนี้ การปรับโครงสร้างภาษีสุราในครั้งนี้ ผลกระทบที่มากที่สุด แน่นอนครับคือเหล้า ไวน์ ผลิตภัณฑ์ทางสุราที่มีราคาสูง เพราะจะ ถูกจัดเก็บในราคาที่สูงกว่าเก่า จะจัดเก็บในราคาที่มากขึ้น นั่นก็คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ก็คือ บุคคลที่มีเงิน มีสตางค์ในสังคม และบริโภคสุราแพง บริโภคไวน์ หรือจะเป็นเหล้ากลั่น หรือประเภทใดก็ตามที่มีราคาแพง พี่น้องประชาชนที่เป็นรากหญ้าจริง ๆ อยู่ตามชนบท ผมกราบเรียนเลยว่าผลกระทบไม่มากครับ ไม่มาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมตอนนี้ต้อง กราบเรียนฝากท่านประธานไปนะครับ ราคาเหล้าเบียร์ในตลาดมันปรับแล้ว มันปรับขึ้นแล้ว มันขยับ สิ่งที่ต้องฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือไปตรวจสอบเรื่องของสต็อก (Stock) สินค้าประเภทสุราของบริษัทในประเทศและต่างประเทศที่นําเข้าเข้ามา ถามว่า ทําไมต้องตรวจสอบ เพราะสุราบางกลุ่มบางลอต (Lot) สินค้าบางล็อตเข้ามาก่อนหน้าที่จะมี การปรับโครงสร้างภาษี สินค้าบางลอตผลิตมาก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างภาษี แต่ผม เชื่อว่ามีผู้ผลิต มีผู้นําเข้าที่มีใจไม่เป็นธรรมอยู่บางกลุ่ม พอมีการออกพระราชกําหนด ปรับโครงสร้างภาษี สินค้าที่นําเข้ามาและเสียภาษีในราคาก่อนหน้าในอัตราก่อน เขาก็ไป ปรับราคาสินค้าในตลาดของเขาทันที เพราะฉะนั้นส่วนต่างตัวนี้แน่นอนครับ พี่น้องประชาชนบางส่วนก็ต้องเดือดร้อน และผลกระทบที่ได้ก็คือบริษัทนําเข้า บริษัทที่ผลิตสุราเหล่านี้ก็ได้ส่วนต่างไป เพราะฉะนั้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาล จึงต้องฝากผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าวันนี้เมื่อมีการออก พระราชกําหนดเราก็ต้องไปตรวจสอบสต็อกสินค้าของบริษัทผู้ผลิต ผู้นําเข้าต่าง ๆ ว่าวันนี้ เขามีสต็อกอยู่เท่าไร และไม่ให้เขาสามารถนําไปเอาเปรียบกับผู้บริโภค คือพี่น้องประชาชนได้ ก็เป็นประเด็นที่อยากจะฝากผ่านท่านประธานแล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมให้ความเห็นชอบ กับร่างพระราชกําหนดฉบับนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวผมขอปรึกษาท่านสมาชิกสักนิดหนึ่ง ฟังจากการอภิปราย ของท่านทั้งหลายนี้ ส่วนมากก็เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลออกพระราชกําหนดนะครับ ทีนี้มีท่านสมาชิกประสงค์ที่จะอภิปรายทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เหลืออยู่ประมาณฝ่ายละ ๘ ท่าน ทีนี้เราจะบริหารเวลากันอย่างไรครับ เพราะว่าถ้า ๘ ท่าน ๒ ฝ่ายก็ ๑๖ ท่าน ผมจึง อยากจะขอปรึกษาวิปทั้ง ๒ ฝ่าย อย่างไรท่านก็เห็นด้วยนะครับ ก็จะบริหารกันอย่างไรจะได้ เสร็จกันเร็วขึ้น เพราะพรุ่งนี้เราจะต้องอภิปรายกันตั้งแต่เช้าเรื่อง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และวิป ๒ ฝ่ายก็ยังไม่ได้เจรจากันเลยในวันพรุ่งนี้ ท่านจุฤทธิ์เอาอย่างไรครับ ลดมาฝ่ายละ ๔ ท่านดีไหม เชิญท่านจุฤทธิ์ ท่านจะได้บริหารเวลาเราได้ และจะได้ไปปรึกษากันเรื่องอื่น เชิญครับ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอเรียนกับข้อหารือของท่านประธานที่หารือ มายังผม อย่าเพิ่งจับเวลานะครับ หยุดเวลาก่อนครับ คือกระผมเข้าใจว่ามีผู้ที่ส่งชื่อไปแล้ว ที่ประสงค์จะอภิปรายในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ส่งชื่อไปแล้ว ๘ ท่าน แต่ยังมีสมาชิก ท่านอื่นที่ยังไม่ได้ส่งชื่อไปอีกจํานวนหนึ่ง และผมคิดว่าทุกท่านก็อภิปรายอยู่ในประเด็น แล้วผมก็เรียนว่าทุกประเด็นก็เป็นประโยชน์ต่อท่านรัฐมนตรี วันนี้ท่านก็เข้ามาเสนอกฎหมาย ร่างพระราชกําหนด และท่านก็นั่งฟังอยู่ด้วย ผมคิดว่าข้ออภิปรายทุกข้อจะเป็นประโยชน์ ต่อท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลนะครับ ก็คิดว่าไม่จําเป็นต้องเร่งรัดเวลา ท่านประธานครับ ขอบคุณมากนะครับในส่วนของการหารือเรื่องอภิปราย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าอย่างนั้นก็ท่านอภิปรายไปก่อน ผมก็จะให้ท่านละ ๗ นาที ขอให้อยู่ในกรอบนะครับ เชิญท่านจุฤทธิ์ต่อ แล้วก็มาที่ท่านอรรถกร ศิริลัทยากร ตามลําดับ เชิญครับ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้อง เรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเสียดายที่วันนี้เราไม่มีการถ่ายทอดสดทางช่อง ๑๑ เพราะว่า การขึ้นภาษีสุราหรือภาษีเหล้า เบียร์ ถ้าท่านคิดแบบบูรณาการนะครับ คือรัฐมนตรีได้ชี้แจง ต่อสภาว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้เพื่อให้มีนักดื่มน้อยลง เรียกง่าย ๆ ว่าของแพงขึ้น คนได้มี กําลังซื้อน้อยลง หรือถ้าดื่มก็ให้ดื่มที่แอลกอฮอล์ต่ํา ๆ อย่ากินของที่มันเมามาก ประมาณนั้น นะครับ ผมเลยเรียนท่านรัฐมนตรีว่าถ้าท่านอยากให้เกิดผลจริง ๆ และวันนี้มีการถ่ายทอดสด ผมว่าทั้งประเทศก็จะได้รู้ เยาวชนก็จะได้รู้ว่าให้ดื่มน้อยลง สําคัญที่สุดครับ เปอร์เซ็นต์ การขึ้น ราคาที่ขึ้น เหล้า เบียร์ ขึ้นขวดหนึ่งไม่เกิน ๑๐ บาท ถ้ามีการถ่ายทอดสด ร้านค้าก็จะ รู้ว่าเมื่อเขามาส่งขวดหนึ่งต้องขึ้นไม่เกิน ๑๐ บาท หรือ ๒ บาท ๓ บาท ๔ บาท แล้วแต่ ประเภทของสุรา แล้วแต่ประเภทของเบียร์ ถ้าท่านไม่ถ่ายทอดสดก็จะมีคนฉวยโอกาสครับ ทําให้ราคาที่ขึ้นไป มาวันนี้ครับตามร้านค้าทั่วไปขึ้นไปแล้วครับเบียร์ขวดละ ๕ บาท ตามร้านอาหารขึ้นไปแล้วครับขวดละ ๑๐ บาท ตามผับหรือตามสถานเริงรมย์ต่าง ๆ ขึ้นไป ขวดละ ๒๐ บาทแล้วครับ นี่คือปัญหาครับ ผมเลยเรียนว่าถ้ามีการถ่ายทอดสดเราก็จะได้ ทราบปัญหา คนทั้งประเทศก็จะได้รู้ว่าการขึ้นนั้นมันขึ้นแค่ไหน อย่างไร ก็จะเป็นประโยชน์ ต่อคนทั้งประเทศ

ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นอยู่คือเรื่องการขึ้นภาษีครั้งนี้ผมคิดว่ารัฐบาล ยุทธศาสตร์แค่นี้ไม่พอครับ การขึ้นภาษีแค่ ๑ บาท หรือ ๒ บาท หรือ ๓ บาท ไม่ทําให้นักดื่ม น้อยลงแน่นอน หรือไม่เกิดประโยชน์ในการลดผู้ดื่มแน่นอน เพราะว่าถ้ารัฐบาลอยากให้เกิด ประโยชน์ดังกล่าวนี้รัฐบาลจะต้องทําอีกอย่างน้อย ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ เรื่องโซนนิ่ง (Zoning) วันนี้ใกล้มหาวิทยาลัย บริเวณหอพัก นักศึกษา ใกล้บริเวณมหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร หรือต่างจังหวัดต่าง ๆ มีแต่ร้านเหล้า ร้านเบียร์ มันจะลดนักดื่มได้อย่างไรครับ ถ้าท่านยังไม่มีระบบโซนนิ่งในการดูแลตรงนี้ เรื่องเวลาครับ เรามีเวลาโซนนิ่งไม่ให้ขายเหล้าในห้างสรรพสินค้า แต่ท่านไม่ไปดูร้านค้าละครับ ทุกวันนี้ในห้างสรรพสินค้ามีร้านอาหารในห้างสรรพสินค้ามีนักดื่มจํานวนมากเป็นเยาวชน มีเด็กนักเรียนจํานวนมากใช้เวลาที่ว่าหลังเลิกเรียนแล้วไปนั่งดื่มเหล้าในร้านอาหารต่าง ๆ ท่านได้เข้าไปดูหรือเปล่า นั่นคือเรื่องที่ ๑ ที่ท่านไม่ได้ทํา

เรื่องที่ ๒ เรื่องการควบคุมผู้ดื่ม ท่านจะต้องควบคุมผู้ดื่มด้วย เช่น กรณี ดื่มแล้วต้องไม่ขับ หรือดื่มแล้วถ้ามาขับรถต้องจับแล้วต้องปรับอย่างหนัก อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาล ควรต้องทํา แต่ท่านยังไม่ทํา ผลคืออะไรครับ ๒ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามานี้นะครับ ช่วงเทศกาลวันหยุดท่านประธานจะเห็นครับ ท่านประธานจะเห็นว่าช่วงเทศกาลวันหยุด ในรัฐบาลเก่า ๆ นี้ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุนี้มีไม่เกิน ๒๐๐-๓๐๐ ท่าน ๓๐๐-๔๐๐ ท่าน มาวันนี้เกือบพันคน วันสงกรานต์ที่ผ่านมาตายไปเท่าไร รัฐบาลได้คิดถึงเรื่องนี้หรือเปล่า นอกเหนือจากการการขึ้นภาษีเหล้าแค่นิดหน่อยแค่นี้

เรื่องที่ ๓ เรื่องการควบคุมผู้จําหน่ายครับ ในการเรื่องการควบคุมผู้จําหน่ายนี้ ประเด็นที่ผมได้เรียนไปตอนต้น ถ้ารัฐบาลไม่บอกว่าขึ้นกี่บาท ที่สุดร้านค้าก็โดนโรงงานมาส่ง ขึ้นราคามากกว่าปกติ เมื่อร้านค้าโดนขึ้นราคามากกว่าปกติที่สุดร้านค้าก็มาขายผู้บริโภค รายสุดท้าย คนสุดท้ายแพงกว่าปกติอีก อย่างที่ผมเรียนตอนต้นว่าขึ้นไป๕ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๓๐ บาทแล้วตอนนี้ นั่นคือเหตุผลทั้ง ๓ ประการ ที่รัฐบาลยังไม่ได้ทํา และผมคิดว่า ควรต้องทําเพื่อจะได้ทําให้เกิดมีนักดื่มหน้าใหม่น้อยลงมีผู้ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตตรงนี้ก็คือว่า ก่อนที่รัฐบาลบอกจะขึ้นราคาอย่างนี้ท่านเคยทําวิจัย เคยไปคํานวณหรือเปล่าว่าท่านขึ้นแล้ว จะลดนักดื่มหน้าใหม่ได้กี่คน จะลดนักดื่มหน้าใหม่ได้กี่เปอร์เซ็นต์ จะทําให้ผู้ดื่มลดลง ได้เท่าไร ท่านได้คํานวณหรือเปล่า ท่านได้เคยทําวิจัยหรือเปล่า เพราะถ้าท่านไม่เคยทําวิจัย แล้วไม่เคยคํานวณ แล้วมาขึ้นราคา ขึ้นภาษีเฉย ๆ อย่างนี้ ในภาวะช่วงนี้ผมก็มองได้ อย่างเดียวครับ รัฐบาลถังแตก อยากได้เงินอย่างเดียว รัฐบาลไม่ได้คิดว่าผลการขึ้นภาษีนี้ จะไปลดจํานวนนักดื่มได้หรือเปล่า ท่านคิดอย่างเดียวว่าจะหาเงินได้เท่าไร จากเหตุผล ดังกล่าวที่ผ่านมานี้ ผมขอตั้งข้อสังเกตเพิ่มกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีอีกสัก ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรกก็คือว่าเมื่อไตรมาสที่แล้วรัฐบาลบอกว่าเก็บภาษีเหล้าได้น้อยลง ผมเรียนว่าที่เก็บภาษีเหล้าได้น้อยลงไม่ใช่เพราะคนเลิกเหล้าได้แล้วนะครับ แต่ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังท่านต้องเริ่มนับหนึ่งได้แล้ว การที่มีผู้ดื่มน้อยลงเพราะว่าเหล้านี้ คือสินค้าฟุ่มเฟือยครับ เหล้าจัดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย คนถ้ามีเงินในกระเป๋ามากกินเหล้าเยอะ ฉลองกันครับ จัดงานเลี้ยงกันครับ แต่เมื่อไม่มีเงินในกระเป๋าเขาก็กินเหล้าน้อยลง นี่คือเหตุที่ท่านเก็บภาษีได้น้อยลง แสดงว่าอะไรครับ เศรษฐกิจกําลังชะลอตัว เงินฝืด คนไม่มีเงินครับ เพราะอะไร เพราะของแพง แทนที่ว่ามีเงิน ๑๐๐ บาท กินข้าว ๕๐ บาท เหลืออีก ๕๐ บาท อาจจะเอาไปกินเหล้า มาวันนี้มีเงิน ๑๐๐ บาท กินข้าวอย่างเดียว ๘๐ บาทแล้ว ถึงจะอิ่ม เหลือ ๒๐ บาท กินเหล้าได้ไหมครับ กินไม่ได้ครับ เมื่อกินไม่ได้ ก็ไม่ซื้อเหล้าก็เอาเงินเก็บไว้ นี่คือเหตุที่ท่านเก็บภาษีเหล้าได้น้อยลงอย่างไรครับ แล้วท่านก็ อ้างว่าท่านมาขึ้นภาษีเหล้าเพื่อจะเก็บเงินได้เพิ่มขึ้น

นําไปสู่เรื่องที่ ๒ ผมอยากจะถามว่า ท่านบอกว่าเก็บภาษีเหล้าได้เพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านขึ้นภาษีตรงนี้แล้วจะเก็บเงินได้เพิ่มขึ้นเท่านี้ ผมเรียนถาม ตรงไปตรงมานะครับ รัฐบาลจะเอาเงินตรงนี้ไปทําอะไรครับ ในมุมมองของผมทุกวันนี้อุบัติเหตุจากเมาไม่ขับเยอะครับ การรณรงค์โครงการเมาไม่ขับนี่ แทบจะไม่มีผลเลย ไร้ประสิทธิภาพมาก ผมเลยมองมุมนี้ว่าถ้ารัฐบาลเก็บเงินได้เพิ่มทําไม ท่านไม่เอาไปรณรงค์ล่ะครับ ท่านทําให้มันชัดเจนได้ไหมครับ เอาไปรณรงค์เรื่องคนเมาไม่ขับ เอาไปรณรงค์เรื่องไม่ให้เยาวชนหน้าใหม่ขึ้นมากินเหล้าเพิ่ม เอาไปรณรงค์ได้ไหม เอาไป ทําอย่างอื่นได้ไหม หรือเอาไปดูแลรักษาสุขภาพประชาชนด้านอื่น ๆ เพราะทุกวันนี้ ท่านประธานครับ ท่านจะเห็นว่าโรคตับแข็งนี่น้อยมาก คนกินเหล้าแล้วเป็นตับแข็งตาย แทบไม่มีนะครับ แทบไม่เห็นเป็นข่าวแล้ว แต่เมาแล้วขับมีทุกวัน เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่า เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะเก็บได้เพิ่มนี้ถ้ารัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้ถังแตกจริงควรเอาไปทํา อย่างอื่นให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากกว่านี้ ในส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วยกับการสนับสนุน การขึ้นภาษีครั้งนี้ แต่รัฐบาลต้องมีมาตรการอื่นด้วย ถ้ารัฐบาลมีมาตรการอื่น ซึ่งไม่จําเป็น ต้องใช้เงินเลยครับ มีข้าราชการในกระทรวงที่ทุกทบวง กรมที่พร้อมทํางานตรงนี้อยู่แล้ว ท่านไม่จําเป็นต้องขึ้นภาษีตรงนี้ก็สามารถที่จะลดจํานวนผู้ดื่มหน้าใหม่ได้ ก็จะสามารถลดให้ คนหันเข้าหาเหล้าน้อยลงได้ ท่านทําได้โดยไม่ต้องขึ้นภาษีในครั้งนี้ แต่เมื่อท่านขึ้นแล้วผมก็ ถือว่าก็เป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องดูกันต่อไปว่าจะต้องทํากันอย่างไรต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร แล้วก็มาที่ท่านเกียรติ สิทธีอมร นะครับ ตามลําดับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้ผมมีเวลาอภิปรายแสดง ความคิดเห็นต่อพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) ฉบับนี้ ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้วการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษี หรือว่าจัดเก็บภาษีในเรื่องต่าง ๆ นั้นผมมองว่ามันเป็นกลไก มองว่ามันเป็นเครื่องมือ ของรัฐบาลเครื่องมือหนึ่งในการวางแผนของสังคม เฉกเช่นเดียวกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ครับ ก็คงจะทําให้รัฐบาลนั้นมีความสามารถในการที่จะช่วยควบคุมพฤติกรรมของการดื่มสุรา ของคนไทยได้ในระดับหนึ่ง ไม่มากก็น้อยนะครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ สินค้าอุปโภค บริโภค ในหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีอันตรายต่อสุขภาพนั้น ในประเทศที่เจริญแล้วเขาเก็บ ภาษีแพงมากถ้าเทียบกับประเทศไทยของเราเก็บภาษีสินค้าหรือภาษีบาปยังน้อยอยู่นะครับ แล้วถ้าท่านสมาชิกท่านใดที่ได้ลองดูในรายละเอียดหรือว่าได้ศึกษา พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็จะเห็นถึง ความจําเป็นอย่างชัดเจนว่าทําไมรัฐบาลถึงได้ตัดสินใจที่จะออก พ.ร.ก. นี้ออกมาแล้วก็บังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อบังคับของเพดานภาษีสุราที่ตอนนี้สุราแทบจะทุกประเภทมันเต็มเพดาน ภาษีไปแล้วนะครับ หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องของระบบการค้าการขายที่ทุกวันนี้ไม่ใช่เหมือน ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่แล้ว ระบบการค้าการขายสากลก็เปลี่ยนแปลงไปมาก ผมเชื่อนะครับว่า รัฐบาลก็มองว่าการปรับโครงสร้างหรือว่าการปรับระบบการเก็บภาษีสุราให้เป็นมาตรฐาน มากกว่าเมื่อก่อนก็คงจะเป็นเรื่องที่จําเป็นเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนครับ พ.ร.บ. สุราเริ่มต้นใช้ ตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ ซึ่งตอนนี้ก็ ๖๐ กว่าปี ระหว่าง ๖๐ กว่าปีนี้ก็คงจะมีการปรับเปลี่ยน แก้ไขบ้างแล้วแต่สถานการณ์ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังมองอย่างนี้ครับว่ามันก็ยังมีช่องโหว่ แล้วก็ยังมีสิ่งต่าง ๆ ที่จะต้องปรับอีกมากมาย ทุกวันนี้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสุรา ในประเทศไทยเป็นการจัดเก็บแบบเดี่ยว ก็วัดตามปริมาณหรือวัดตามมูลค่า แล้วก็เลือก การจัดเก็บที่ได้มูลค่าสูงกว่า แต่ในหลาย ๆ ประเทศครับท่านประธาน เขาจัดเก็บแบบผสม ก็เก็บทั้งปริมาณและมูลค่า นั่นก็คือกลไกที่จะทําให้ระบบการจัดเก็บภาษีนั้นสามารถทํางาน ได้อย่างสมบูรณ์กว่า ท่านประธานครับ นอกจากนี้อีกปี ๒ ปีประเทศไทยก็จะก้าวเข้าสู่ การเป็นสมาชิกของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือที่เรียกง่าย ๆ เออีซี พ.ร.ก. ฉบับนี้ ก็จะถูกใช้แล้วก็ช่วยประเทศไทย แน่นอนครับ พอเราก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกเออีซี ตลาดที่เมื่อก่อนนี้ใครอยากค้าม้าค้า ใครอยากขายอะไรก็ขาย ตอนนี้ก็จะกลายเป็นตลาดใหญ่ตลาดเดียว เป็นภาวะของตลาดภูมิภาค ดังนั้นก็จะมี ผู้ประกอบการมาจากประเทศอื่น ๆ หลายยี่ห้อ หลายเจ้าเข้ามา และแน่นอนครับ ก็คงจะมี สุรา คงมีเบียร์ คงมีไวน์ ยี่ห้อที่เขามีดีกรีแอลกอฮอล์สูง ๆ ต้นทุนต่ํา ๆ แล้วก็ราคาถูก ๆ เข้ามาตีตลาดไทยอย่างแน่นอน แต่พอตอนนี้ก็จะเป็นตัวหนึ่งที่เป็นตัวฟิวเตอร์ (Filter) ครับ เป็นตัวบล็อก (Block) สุราราคาต่ํา ๆ ที่มาจากต่างประเทศ อย่างน้อยเขาเข้ามาเขาก็ต้อง มาวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ต้องมาวัดมูลค่า แล้วก็จ่ายภาษี ก็เป็นการช่วยป้องกันผู้ผลิต ในประเทศไทยได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน

ก่อนที่ผมจะไปในรายละเอียดผมขออนุญาตอภิปรายตัวเลขคร่าว ๆ เห็นชัด ๆ จากข้อมูลทางสถิติมันเป็นข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มสุราในประเทศไทยนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ๕๒ ลิตรต่อคนต่อปีที่คนไทยของเราโดยเฉลี่ย ผมไม่ได้หมายความว่า ทุกคนนะครับ แต่ว่าคนไทยดื่มเหล้าประมาณ ๕๒ ลิตรต่อปี ซึ่งพวกเราทุกคนก็รู้อยู่แล้ว เด็ก ๆ อายุ ๕ ขวบ ๑๐ ขวบก็รู้ครับว่าการดื่มเหล้า การดื่มเบียร์ การดื่มไวน์ไม่ใช่สิ่งที่ดี ถ้าเราลองเปรียบเทียบกับการดื่มนมซึ่งเป็นประโยชน์ คนไทยดื่มนมปีละ ๑๔ ลิตรแค่นั้นเอง และแน่นอนว่าแต่ละปีก็จะมีนักดื่มหน้าใหม่ ๆ ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ คน แน่นอนครับ ๒๕๐,๐๐๐ คนนี้ผู้ใหญ่เขาก็ดื่มอยู่แล้ว แต่ว่าหน้าใหม่ ๆ ก็คงจะเป็นเด็ก ๆ น้อง ๆ ที่เป็น เยาวชนวัยรุ่นอายุ ๑๕-๒๐ ปีเข้ามาอย่างน้อยก็ต้องเป็นแสนคนต่อปี ซึ่ง พ.ร.ก. ฉบับนี้ซึ่งจะ เปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างการจัดเก็บภาษี ผมก็คงไม่พูดว่าราคาเหล้าราคาเบียร์จะถูกลง แน่นอนครับ มันจะต้องปรับตัวสูงขึ้น อย่างน้อยก็จะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการที่จะช่วย ป้องกันไม่ให้น้อง ๆ ที่อายุน้อย ๆ หรือว่าน้อง ๆ ที่เขาอาจจะยังมีความสุขกับการดื่มสุรา อาจจะดื่มน้อยลงหรือว่าเลิกดื่มไปเลยก็ได้ นอกจากเรื่องพฤติกรรม ตัวเลขที่แสดงถึง พฤติกรรมการดื่มแล้วก็ยังมีตัวเลขของการนําเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะครับ ถ้าเราลอง ย้อนกลับไปเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ประมาณ ๑๐ ปีที่แล้วประเทศไทยนําเข้าพวกเครื่องดื่มสุรา เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ประมาณ ๒๔ ล้านลิตรต่อปี ทุกวันนี้เวลาเปลี่ยน กาลเวลาเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยน จากตัวเลข ๒๔ กลายเป็น ๔๒ ครับ และถ้าสมมุติเรายังตะบี้ตะบันดื่มไป มันก็อาจจะกลายเป็น ๔๕ ล้านลิตร ๕๐ ล้านลิตรก็ได้ ดังนั้นอย่างไรผมก็เห็นด้วยว่าอย่างไร การปรับระบบโครงสร้างก็จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการดื่มของคนไทยอย่างแน่นอน เมื่อสักครู่นี้ผมได้พูดถึงตัวเลขที่แสดงถึงพฤติกรรมของนักดื่มแล้วก็พูดถึงจํานวนตัวเลข ที่แสดงถึงจํานวนการนําเข้าสุราในแต่ละปี เราจะเห็นได้ครับว่าธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการค้า การขาย การผลิต การส่งออก การนําเข้าสุราเป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่มาก เป็นธุรกิจใหญ่มาก มีผลกระทบมากมายต่อประเทศ ดังนั้นผมว่ารัฐบาลควรที่จะเข้ามาดูแลกํากับอย่างใกล้ชิด เพราะว่ารัฐบาลนั้นมีหน้าที่ที่จะจัดระบบนี้ให้มันบาลานซ์ (Balance) ให้มันมีความสมดุลกัน ระหว่างการผลิต การบริโภค การนําเข้า การส่งออก ดังนั้นกระผมเชื่อครับว่าที่ผ่านมาคงจะ มีความพยายามที่จะใช้ช่องทางต่าง ๆ หรืออาจจะเป็นช่องโหว่ทางด้านกฎหมายในการที่จะ จ่ายภาษีสุราในราคาที่ถูกลงกว่าเดิม หรือว่าในหลาย ๆ กรณีก็ไม่เป็นธรรม หลายกรณี ก็ขัดต่อหลักการของความเป็นจริง ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ บางชนิดผสมแอลกอฮอล์น้อยก็เคยมีมาแล้ว ซึ่งจ่ายภาษีมากกว่าเครื่องดื่มที่มีปริมาณ แอลกอฮอล์สูง ๆ หรือว่าบางกรณีก็จะมีเรื่องของการนําเหล้าเข้ามาจากต่างประเทศ แล้วก็แสดงราคานําเข้าต่อกรมศุลกากรที่ต่ํากว่าความเป็นจริง จริง ๆ เราควรจะเก็บภาษี ได้เป็นพันบาทก็อาจจะเป็น ๑๐ บาท ๒๐ บาท เป็นร้อยบาทนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมถือว่า เป็นความสูญเสียของประเทศ เพราะว่าอย่างที่ผมได้นําเรียนท่านประธานไปตรงนี้ผมมองว่า เป็นภาษีบาป เป็นภาษีที่ทําร้ายพี่น้องประชาชนคนไทย เป็นภาษีที่ทําร้ายประเทศไทย จริง ๆ แล้วเราควรจะเก็บให้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า

อีกนิดเดียวครับท่านประธาน คือจากผลพวงของ พ.ร.ก. ฉบับนี้นอกจากที่จะ ช่วยบล็อกเรื่องต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว ในเรื่องการเก็บนี่ ตามข้อมูลก็จะไปคํานวณ กับราคาขายช่วงสุดท้าย ซึ่งกระผมมองว่ามันก็ดีครับ มันตรงไปตรงมา คํานวณภาษีจาก มูลค่าการขายจริงเลย อย่างน้อยก็น่าจะทําให้ผู้ประกอบการที่บางท่านคิดไม่ดีก็อาจจะมี ช่องทางในการหลบเลี่ยงได้ยากกว่าเดิม ผมก็ไม่สบายใจครับ ก็มีหลายท่านบอกว่ารัฐบาล ถังแตกอยากจะนําเงินตรงนี้ที่ปีหนึ่งได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปทําอย่างอื่น ก็อย่างที่ ท่าน ส.ส. จุลพันธ์ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ผมก็เห็นด้วยว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ถ้าเทียบกับงบประมาณประจําปีก็คงจะทําอะไรได้ไม่มากนะครับ คือผมมองอย่างนี้ รัฐบาลน่าจะมีความตั้งใจในการที่จะปรับโครงสร้างให้เป็นสากลมากกว่านะครับ อยากจะให้ มองตรงมุมนี้ ส่วนเรื่องของการเพิ่มรายละเอียด เรื่องของการนิยามให้เราสามารถแบ่งแยก ประเภทของแอลกอฮอล์ได้ละเอียดขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งผลพวงเช่นกัน

ข้อสุดท้ายผมหวังอย่างยิ่งว่าหลังจากการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ ภายใน ๒-๓ เดือนนี้ เราคงยังไม่เห็นผลครับ ไม่แน่ว่ารัฐบาลอาจจะเก็บเงินได้มากขึ้น หรือน้อยลงนะครับ ตรงนี้ ก็เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้เรื่องของตลาดช่วง ๒-๓ เดือนนี้เขาเรียกว่าตลอดมันยังช็อค (Shock) อยู่นะครับ เราก็คงจะไม่สามารถวัดคุณภาพ วัดปริมาณ วัดผลลัพธ์ของมันได้ นะครับ แต่ว่าราคาที่จะขึ้นขวดละ ๒ บาท ๓ บาท ๕ บาท ๑๐ บาท ๕๐ บาท ก็คงจะไม่ ส่งผลกระทบต่อนักดื่มที่เป็นผู้ใหญ่มากนัก แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คืออยากจะให้การขึ้น หรือว่าการปรับราคาในครั้งนี้ส่งผลไปยังเยาวชนที่เป็นนักดื่มนะครับ ก็ถ้าสมมุติว่าเยาวชน เหล่านี้เขาเลือกตั้งใจที่จะดื่มน้อยลงนะครับ เพราะว่าราคาที่อาจจะแพงขึ้นนิดหน่อย มันก็คุ้มค่าครับ ผมมองว่าการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ของรัฐบาลนั้นเหมือนกับยิงปืนได้นก ๒-๓ ตัวนะครับ ก็ได้เงินเพิ่มขึ้น ได้ประโยชน์ต่อประเทศ ได้ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ที่เป็นนักดื่มด้วย ในส่วนตัวนั้นผมก็เห็นชอบกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ แล้วก็เชื่อว่าสมาชิก พรรครัฐบาลหลาย ๆ ท่านก็คงจะเห็นด้วยกันครับ อย่างไรวันนี้ต้องขออนุญาตขอบคุณ ท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษา สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน จังหวัดขอนแก่น ขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาเรื่องด่วน พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) เชิญท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมก็ต้อง ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตมีหลายประเด็นจริง ๆ ครับ ในการออกพระราชกําหนดในการขึ้น ภาษีในครั้งนี้นะครับ

ประการแรกครับท่านประธาน ทุกรัฐบาลในโลกนี้เขาจะขึ้นภาษีตอนจังหวะ เศรษฐกิจดี ไม่ใช่ตอนเศรษฐกิจไม่ดี เหตุผลเดียวทุกรัฐบาลท่านไปดูนะครับ สถิติทั่วโลกเลย ขึ้นภาษีตอบเศรษฐกิจไม่ดีคือเงินไม่พอ เงินหมดกระเป๋า ตอนนี้นะครับ ผมไม่ต้องพูดหรอกว่า ถังแตกหรือไม่ถังแตกเพราะรัฐบาลเป็นจําเลย ท่านไปแก้ตัวเองครับ แต่พฤติกรรมของท่าน ในการขึ้นภาษีตอนจังหวะเศรษฐกิจไม่ดี ของแพง ถดถอย มันชี้อยู่ประเด็นเดียวครับ แล้วสิ่งที่ท่านอธิบายในการแก้กฎหมายหรือการออกพระราชกําหนดในครั้งนี้ กับสิ่งที่มี การพูดในสังคมไม่ตรงกันนะครับ ผมจะชี้หลาย ๆ ประเด็นนะครับ สิ่งที่ท่านผิดพลาด อย่างมหันต์ในการออกพระราชกําหนดในครั้งนี้นะครับ ท่านพลาดครับ เพราะมีสต็อกที่อยู่ ในตลาดอยู่แล้วที่จ่ายภาษีเดิมไว้ วันนี้ท่านประกาศ ผมเชื่อว่าท่านยังไม่ได้เช็กสต็อก ท่านต้องสั่งให้มีการเช็กสต็อก ไม่เช่นนั้นจะมีการที่เอาสต็อกที่จ่ายภาษีต่ํามาขายราคาสูง ใครได้ประโยชน์ครับท่านประธาน พ่อค้าทั้งสิ้นเลย ไม่ได้มีการเช็กสต็อก ท่านรัฐมนตรียืนยัน กับผม ผมไม่ได้ยินเลยนะครับ ผมเช็กผู้ประกอบการไม่ได้มีคําสั่งให้มีการเช็กสต็อกนะครับ พ่อค้ารวยครับ รัฐมนตรีครับ รัฐบาลดําเนินการอย่างนี้ผิดพลาดเต็มที่เลย คนที่ซวย คือประชาชน ต้นทุนถูกแต่ขายแพงได้ทันที พลาดนะครับ ขอชี้แจงนะครับ อันนี้หลายสตางค์มาก ไม่มีใครทราบ ใครคนไหนก็แล้วแต่ที่รู้ว่าจะขึ้นภาษีนี้สต็อกไว้ล่วงหน้าจ่ายภาษีในราคาเดิม ตอนนี้สนุกเลยครับท่านประธาน ขอคําชี้แจงนะครับ การออกพระราชกําหนดให้ประโยชน์ กับพ่อค้า ท่านผิดนะครับ

ประการที่ ๒ ท่านอ้างเหตุผลว่าจะทําให้มันเป็นสากล แล้วสมาชิกหลายคน ก็เป็นห่วงเรื่องมิติทางสังคมและมิติทางสุขภาพ ในกฎหมายฉบับนี้ในรายงานที่ยื่นเข้า สภาผู้แทนราษฎรไม่มีเรื่องเหล่านั้นเลย เพราะฉะนั้นที่สมาชิกพูดไปนี้มันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ของกฎหมายฉบับนี้เลย ไม่ได้อยู่ในพระราชกําหนดเลย ซึ่งความจริงทําได้ไหม ผมเสียดาย ท่านทําแบบรีบเร่ง แต่ท่านไม่รอบคอบครับ ท่านสามารถทําได้เลยครับว่าภาษีที่เก็บเพิ่มขึ้นนี้ จะเอาสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์มารณรงค์ทางสังคมเขียนได้ครับ ไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สมาชิกเรียกร้องไปไม่มีผล จะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เลยครับ เพราะรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับพระราชกําหนดฉบับนี้เลยครับ ก็กลายเป็นเรื่องว่ารัฐบาลจะตระหนัก ถึงความสําคัญในมิติเชิงสังคมและสุขภาพหรือไม่ และจะไปมีบัญชา หรือมีคําสั่ง หรือมีมติ ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสังคมไปดําเนินการอย่างไร แต่ไม่รู้จะเอางบประมาณ ตรงไหน เพราะฉะนั้นพระราชกําหนดฉบับนี้ขึ้นภาษีอย่างเดียว เอาให้ชัด ๆ นะครับ ไม่มีมิติ เชิงสังคมในกฎหมายฉบับนี้เลยครับ

ประการต่อมา ถ้าบอกว่าขึ้นภาษีให้เหล้ามันแพงขึ้นคนจะได้บริโภคน้อยลง ท่านประธานครับ ทั่วโลกทําศึกษามาแล้ว ประเทศไทยก็เคยทําศึกษามาแล้ว ขึ้นราคาเหล้า คนไม่ได้หยุดบริโภคนะครับ แต่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ของมันแพงขึ้นก็จะไปบริโภค ของถูกลง จะไปบริโภคสินค้าทดแทนครับ ท่านมีศึกษาไหม ทําไมไม่ยื่นเข้าสภาครับ ผมไม่เคยเห็นการศึกษาฉบับใดเลยในทุกประเทศ เพราะผมเคยดูเรื่องนี้ในรายละเอียด อย่างยิ่ง ไม่มีแม้แต่รายงานฉบับเดียวที่ยืนยันว่าขึ้นราคาแล้วคนบริโภคน้อยลง น้อยลง ชั่วคราวแป๊บเดียว ที่เหลือกลับมาบริโภคเหมือนเดิม บางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มคนจน เปลี่ยนครับ เคยบริโภคของราคาหนึ่ง ตอนนี้ไปบริโภคของทดแทน หลักวิชาอะไรครับท่าน ท่านไม่เคยทําศึกษาแล้วมาชี้แจง ผมไม่ทราบครับ เหตุผลที่ให้กับสังคมรับทราบ กับสิ่งที่ มันจะเกิดขึ้นจริงมันไม่ตรงกันครับท่านประธาน แล้วผมก็เป็นห่วงอย่างยิ่ง ตอนนี้เท่ากับท่าน สร้างภาระให้เขาครับ โดยเฉพาะคนจนนะครับ ท่านสร้างภาระเพิ่มขึ้นให้เขาโดยปริยายครับ แล้วเผลอ ๆ เขาเคยบริโภคของที่ยังดีหน่อยต่อสุขภาพ กลับไปบริโภคของที่มันถูกลง แต่ไม่ค่อยดีกับสุขภาพ ตรงนี้ขอคําอธิบายครับท่านรัฐมนตรี พระราชกําหนดที่ท่านออกมานี้ ยังเป็นพระราชกําหนดในโครงสร้างเดิม ๆ แบบโบราณมาก เป็นการออกกฎหมาย เชิงอํานาจ โครงสร้างของกฎหมายทั้งระบบพูดถึงอํานาจ ว่าใครมีอํานาจทําอะไร อย่างไร แต่ไม่พูดถึงเรื่องการถ่วงดุล ท่านบอกเองครับ เมื่อกี้ตอนท่านกล่าวเปิด ท่านบอกว่าจะให้ มันโปร่งใส มีความเป็นธรรมใช่ไหมครับ แต่ไม่มีเรื่องดุลอํานาจที่เป็นปัญหาในปัจจุบันนี้ ในการบังคับใช้กฎหมาย แม้กระทั่งขณะนี้ก็มีปัญหา ผมจะยกตัวอย่างนะครับ ที่ผมบอกว่า ทําไมท่านไม่แก้ไขในเรื่องเหล่านี้เลย เสียดายโอกาสมากครับ เช่นที่ท่านเขียนไว้ ว่าราคา ขายส่งช่วงสุดท้าย ถ้าไม่มี ซึ่งผมก็ไม่รู้นะ เป็นไปได้อย่างไร มีหรือไม่มี อยู่ดี ๆ ขายส่ง ช่วงสุดท้ายบอกไม่มี ท่านบอกให้ผมทีครับเขียนในกฎหมายอย่างนี้มันเป็นไปได้อย่างไร ถ้าไม่มี หรือถ้ามีหลายราคาให้อธิบดีเป็นคนฟันธงว่าจะเอาราคาไหน กฎหมายที่เขียนอย่างนี้ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีเคยไปดูไหมครับว่าข้อร้องเรียนในอดีตเกี่ยวกับการบังคับใช้ กฎหมายเช่นนี้ของกระทรวงการคลังทุกกรมเลยครับ มีปัญหาอะไรบ้าง ท่านไม่เคยไปดู มีปัญหามากมายเลยครับ เพราะสิ่งที่ท่านอธิบดีออกมากําหนดกับสิ่งที่เป็นความจริงโต้แย้ง กันได้ครับ แล้วในที่สุดเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ประเทศไทยโดนร้องเรียนไปถึงองค์การ การค้าโลกแพ้คดีมาแล้วกี่คดี แพ้แล้วนะครับ เพราะเขียนกฎหมายอย่างนี้ครับ ให้อํานาจ อธิบดีอย่างเดียวเลย ถูก ไม่ถูก ถูก ผิดไม่รู้ละ อธิบดีมีอํานาจฟันธงเลยว่าราคาที่ควรจะใช้ คือเท่าไร กฎหมายอย่างนี้ไม่ได้แล้วครับ ท่านบอกว่าทําให้เป็นสากล เขียนกฎหมายอย่างนี้ ไม่สอดคล้องกับการเขียนกฎหมายในหลักสากลครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน ตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แล้วท่านควรจะต้องมีการกลับเข้าไปทบทวน แล้วถ้ามีการปรับปรุงได้ ท่านควรจะปรับปรุง เพราะที่ผ่านมาข้อโต้แย้งก็คือว่าสิ่งที่อธิบดีกําหนด ประกาศกําหนด หรือมีความเห็นไม่ตรงกับความเป็นจริงของการค้า อีกข้อหนึ่งท่านบอกว่าทําให้เป็นสากล ท่านพูดถึงอาเซียน (ASEAN) ท่านทราบไหมครับว่าในกติกาของอาเซียนวันนี้ในกรอบ อาฟตา (AFTA) เงินกําไรเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุน การได้สิทธิประโยชน์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในแหล่งกําเนิดสินค้ารวมกําไรอยู่ครับ ตอนนี้ท่านออกพระราชกําหนด บอกไม่รวมกําไรทั้งนําเข้าและผลิตในประเทศ ท่านจะดูแล ในกรอบของอาฟตา ของอาเซียน ๑๐ ประเทศอย่างไรครับท่านประธาน รัฐมนตรีช่วยชี้แจง ผมทีครับ ท่านไปดูในกรอบอาฟตาสิครับว่าเขียนไว้อย่างไร ถิ่นกําเนิดสินค้า มันรวมกําไร แล้วอาเซียนเป็นภูมิภาคเดียวที่ให้รวมกําไรไปในต้นทุน ท่านไม่รอบคอบเลยครับ ไม่รอบคอบ จริง ๆ

ประการต่อมา สิ่งที่มันเป็นปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้ ของกระทรวงการคลัง ไม่ว่าจะเป็นกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมอื่น ๆ คือกรณี ที่ไม่เห็นด้วยนั้นท่านก็จะมีฝ่ายกฎหมาย ซี ๙ ซี ๘ ตีความกัน ยื่นให้อธิบดี อธิบดีก็เชื่อ หรือไม่เชื่อก็ฟันธงไป ไม่มีกระบวนการในการถ่วงดุลการใช้อํานาจตรงนี้เลย เสียดายครับ ท่านควรจะเขียนเข้าไปในกฎหมาย ในพระราชกําหนดฉบับนี้ว่า ในกรณีที่ไม่เห็นตรงกัน จะต้องดําเนินการอย่างไร กระบวนการอุทธรณ์ควรจะเป็นอย่างไร ไม่มีเขียนเลยนะครับ ราคาที่อธิบดีกําหนดอ้างอิงอะไร ใช้หลักเกณฑ์อะไร ความจริงง่าย ๆ นะครับ อย่างกรณี ที่บอกว่าราคาส่งช่วงสุดท้ายถ้ามีหลายราคาเขียนในกฎหมายได้ง่าย ๆ เลยครับว่าเฉลี่ยสิครับ จะเฉลี่ยโดยถ่วงดุลทั้งน้ําหนักและราคาเป็นธรรมที่สุดครับ และในทางปฏิบัติที่องค์การ การค้าโลกเขาก็ใช้หลักนี้ครับ ท่านอ้างเป็นสากล แต่ท่านไม่เขียนให้เป็นสากล ผมแปลกใจ นะครับ สิ่งที่ท่านพูดกับสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าผมมันไม่ตรงกันครับ

อีกประการหนึ่งที่เป็นปัญหาอย่างมากและทําให้ประเทศไทยโดนฟ้องตั้งไม่รู้ กี่คดีแล้วนะครับ ก็คือมีกระบวนการว่าเมื่อไรก็แล้วแต่อาจจะมีเจ้าหน้าที่เพียงบางคนที่คิด ไม่ค่อยดีกับผู้ประกอบการ อยากจะเอารัดเอาเปรียบ ไปดําเนินการกับเขาไม่ได้ ไปลาก กรมสอบสวนคดีพิเศษมาเล่นด้วย ท่านประธานทราบไหมครับ เรื่องอย่างนี้ไปถึงชั้นศาลครับ ผู้พิพากษาถามคําเดียวเลยครับ ถามเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิตและกรมสรรพากรครับ ถามว่าในเมื่อท่านมีอํานาจตามกฎหมายในการเปรียบเทียบปรับหรือเปรียบเทียบราคา อยู่แล้วทําไมต้องไปลากกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เห็นไหมครับ ท่านประธาน ตรงนี้ท่านก็ไม่ได้เขียนเลยครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นใน ๗-๘ ปีที่ผ่านมามันสะท้อน ในกฎหมายฉบับนี้ท่านไม่ได้เขียน ผมก็คิดว่าท่านไม่ได้ทําการบ้านดีพอ เพราะสิ่งที่ท่านทํามา คือท่านตั้งหน้าตั้งตาขึ้นภาษีอย่างเดียว กระบวนการที่ท่านบอกให้โปร่งใสภายในไม่มี อุทธรณ์ไม่มี ความสอดคล้องกติกาโลกยังไม่ถูกต้องนะครับ

ประการสุดท้ายที่ผมดู ผมพยายามจะไม่ใช้เวลาเยอะนะครับ แต่เป็นสาระ ทั้งสิ้นนะครับท่านประธาน บทปรับครับ มาตรา ๔๓ ถึงมาตรา ๔๔ ทวิ ท่านประธานครับ ท่านไม่แก้ไขบทปรับเลยนะครับ ท่านบอกกฎหมายฉบับนี้เก่า บทปรับ ๒,๐๐๐ บาท ให้ข้อมูลผิดปรับ ๒,๐๐๐ บาท แต่ประโยชน์ที่ผมได้ในการแจ้งผิด ผมได้เป็นแสนเป็นล้าน เป็นหลายสิบล้านบาท เป็นหลายร้อยล้านบาท ท่านปรับ ๒,๐๐๐ บาท ทําไมไม่แก้ครับ เห็นไหมครับ ตรงนี้คือช่องโหว่ที่สําคัญที่สุดที่ทําให้ผู้ประกอบการที่ไม่รับผิดชอบ ที่รับผิดชอบมีนะครับ ที่ดีผมไม่ว่า แต่ที่ไม่รับผิดชอบจะใช้ช่องโหว่ตรงนี้ครับ บทปรับครับ ๒,๐๐๐ บาท ปรับอะไร ปรับหลักหมื่นก็ยังไม่พอเลย เพราะประโยชน์ที่ได้ในการให้ข้อมูล ที่บิดเบือนไปหรือเป็นเท็จมันสูงกว่า ๒,๐๐๐ บาทเยอะเลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทําไมท่าน รีบร้อน แต่ไม่รอบคอบในการดําเนินการของท่านเลย แล้วตัวนี้ครับ ออกพระราชกําหนด ลักษณะนี้ก็จะไปสร้างปัญหาต่อไปในการบังคับใช้และยังมีช่องโหว่อีกมาก ซึ่งกระทรวงการคลัง รับรู้รับทราบ โดนฟ้องมาแล้ว ต้องแก้ไขกี่เรื่องครับ ท่านรัฐมนตรีเคยไปเช็กไหมครับว่า คดีที่เราแพ้ที่องค์การการค้าโลกเราต้องแก้กี่เรื่อง หลายเรื่องไม่ปรากฏอยู่ในกฎหมาย พระราชกําหนดฉบับนี้เลย ทําไมท่านทําอย่างนั้นละครับ ก่อนที่ผมจะพิจารณาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผมรอฟัง คําตอบนะครับ แล้วท่านประธานผมขอร้องนะครับอย่าบอกว่าเป็นสิทธิของรัฐมนตรี ว่าจะตอบอะไรก็ได้หรือไม่ตอบก็ได้ครับ เรื่องนี้สําคัญครับ คําถามผมทุกคําถามผมอยากได้ คําตอบครับ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของผมและของสมาชิกทุกคนในการที่จะพิจารณา ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ และถ้ารัฐมนตรีจะกรุณาตอบตอนนี้เลยครับ ยังสด ๆ ใหม่ ๆ ตอบ ทุกคําถามผมนะครับ ผมจะขอบคุณมาก ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ และมาที่ท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน มาท่านก่อแก้ว พิกุลทอง นะครับ ตามลําดับเชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ท่านประธานครับ การออกพระราชกําหนดอันดับแรกประชาชนก็สงสัยว่าออกเป็น พระราชกําหนดแล้วทําไมเพิ่งเข้าสู่รัฐสภาเพื่อที่จะประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ อีกครั้งหนึ่ง หลายคนก็บอกว่าประกาศไปแล้วเหมือนค่อยมาถามทีหลังนี่มีเหตุผลกลใด แต่ผมไปติดตามสถานการณ์บ้านเมืองตลอด ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่ผ่านมานี้นะครับ การออก พระราชกําหนดเป็นความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาแบบเร่งด่วนที่จะ มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในวงกว้างและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มบางกลุ่มในวงแคบ เช่นเดียวกันครับ เหตุที่ผมพูดเช่นนี้สนับสนุนให้รัฐบาลได้มีโอกาสออก พ.ร.ก. ที่เกี่ยวเนื่องกับ ภาษีสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทั้งสิ้นนี่นะครับ เนื่องจากมันต้องเป็นความลับครับ ถ้าเกิดนําเรื่องนี้เป็นการแก้ไขเป็นพระราชบัญญัติเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแน่นอนครับ กว่าจะพิจารณา กว่าจะดําเนินการอภิปราย กว่าจะลงมติแก้ไข มีคนไปกักตุนสินค้าไว้ อย่างแน่นอน เหมือนกับเมื่อตอนที่จะขึ้นค่าเงินบาทหรือว่าลอยตัวค่าเงินบาทท่านประธานครับ มีคนรวยเพียงข้ามคืนครับ ๒๕ ดอลลาร์สหรัฐ ๒๕ บาทต่อ ๑ ดอลลาร์สหรัฐ ข้ามคืน กลายเป็น ๓๐ กว่าบาท ถือเงินล้านดอลลาร์ก็รวยไป ๗-๘ ล้านบาทอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นการออกพระราชกําหนดในลักษณะเช่นนี้ผมถือว่าในความคิดเห็นของผม ชอบแล้ว เนื่องจากถ้าเกิดประกาศไปก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังโดยท่านรัฐมนตรีอนุศักดิ์ เล็กอุทัย บอกว่าจะขึ้น ผมเชื่อครับว่าบริษัทนําเข้าสุราโทรศัพท์กันวุ่นวายทั่วโลกครับ สั่งสต็อก และบริษัทในประเทศก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านออกเป็น พระราชกําหนดโดยประกาศบังคับใช้ไปก่อน แล้วก็เป็นความลับอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้มี ผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ เมื่อลงมาดูมิติทางด้านของสังคมครับ ฟังเพื่อนสมาชิก อภิปรายไปตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วนี่นะครับ ปานประหนึ่งว่าภาษีบาป คนสูบบุหรี่ก็เสียภาษี คนดื่มสุราพอจะแก้เหงาคลายเครียดบ้างก็จะกลายเป็นปัญหาที่เขาเรียกกันว่าภาษีบาป ตั้งแต่ผมโตขึ้นมา ท่านประธานครับ ได้ยินคํานี้เป็นประจําจนกระทั่งศิลปินบางท่านเอาไป ทําเพลงครับ ศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา ท่านประธานเคยได้ยินนะครับ ศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา และที่น่าแปลกไปกว่านั้นครับ วันหยุดพี่ไทยก็เมา วันไหน ๆ พี่ไทยก็เมา มันปานประหนึ่งเหมือนกับว่าคนไทยไม่ว่าจะบวชชี บวชพระ ทําบุญ อะไรต่าง ๆ นานาแม้กระทั่งงานศพก็ต้องมีสุราเข้าไปเป็นส่วนเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น สาระสําคัญในการขึ้นภาษีของท่านนี้ผมเชื่อว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันคงไม่ได้เยอะแยะ อะไรมากมายนักหรอกครับถ้าเปรียบเทียบกับงบประมาณของประเทศ แต่สาระสําคัญก็คือ ว่าการขึ้นภาษีเช่นนี้ทําให้ระบบและระเบียบมีมากขึ้น รายละเอียดเดี๋ยวท่านรัฐมนตรี ช่วยกรุณาตอบครับว่าเพื่อนสมาชิกถามนั้นมันเป็นเช่นนั้นไหม แต่ที่แน่ ๆ ครับ เดี๋ยวนี้ไฮโซ เขากินไวน์ขวดละแสน โลโซก็กินไวน์ขวดละ ๓๕ บาท แต่จัดเก็บภาษีในลักษณะต่างกัน ซึ่งผมก็ไม่เคยเห็นด้วยนะครับ และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือว่าประเภทของเครื่องดื่มมึนเมา หรือว่าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ท่านประธานครับ กรมสรรพสามิตทําตัวเลขมาหลากหลาย นะครับ เดิมเพดานสุราแช่ ๖๐ ร้อยละ ๖๐ แบ่งเป็นเบียร์เพดานนี่ร้อยละ ๖๐ อัตราจัดเก็บ วันนี้ที่ประกาศจาก พ.ร.ก. นี่นะครับ ๔๘ ถ้าผมคิดยี่ห้อหนึ่ง ๑ ขวด ท่านประธานครับ ซื้อขายกันตามท้องตลาด ๔๕ บาท หมายความว่าขึ้นไปประมาณสักไม่น่าเกิน ๕ บาท ผมอาจจะบวกเลขผิดนะครับท่านประธาน แต่ดูแล้วถามว่ามันกระทบไหม ถ้าตามดัชนี เศรษฐกิจที่ขยับขึ้นมาผมว่าการขึ้นภาษีเหล้าเบียร์นี่อยู่ในภาวะปรกติเพียงแต่ท่านจัดระบบ และระเบียบครับ เพราะว่าสุราบางประเภทหรือว่าเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์บางประเภท เช่น ไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ประเภทไวน์ ประเภทแชมเปญ (Champagne) แต่ถ้าเกิด ไม่ใช่แชมเปญ หรือเราเรียกกันว่า สปาร์คกิ้ง ไวน์ (Sparkling wine) มันคือลักษณะเดียวกัน เพียงแต่ว่าเขาจดลิขสิทธิ์เป็นแชมเปญของฝรั่งเศสเขา ก็คือสปาร์คกิ้ง ไวน์เหมือนกัน เพราะอย่างนั้นจึงได้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น ซึ่งผมก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรนะครับ แต่ที่น่าแปลกใจ ก็คือว่าวันนี้ประเทศไทยแปลก ๆ ท่านประธานครับ เราเก็บภาษีจากคนบาป บอกคนกิน คนดื่มเหล้า คนสูบบุหรี่กลายเป็นคนบาป ผมก็ไม่เข้าใจครับ จึงอยากฝากท่านรัฐมนตรี ต่อไปว่าทุกวันนี้กรมสรรพสามิตต้องจ่ายภาษีให้กับพี่น้องประชาชนปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ให้กับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส อย่าลืมนะครับวันนี้ใครสูบบุหรี่ ใครยกแก้วชนแก้วไชโยกัน ท่านประธานครับ ๒,๐๐๐ ล้านบาทให้กับไทยพีบีเอส อันนี้ก็เป็นสาระสําคัญที่พวกผมจะต้อง ไปแก้ไขกฎหมายของไทยพีบีเอสต่อไปครับ แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นไปดูตัวเลขแล้วนี่ ท่านประธานครับ ศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา สงกรานต์ก็ขับรถชนกัน ตายกันเยอะแยะมากมาย ในมิติทางสังคมเพื่อนสมาชิกพูดกันหลายท่านครับ บอกว่า โครงการเมาไม่ขับ โครงการพิการแล้วจะเป็นคนดีที่จะไม่ดื่มเหล้าแล้วไปรณรงค์อะไร ต่าง ๆ ก็ว่ากันไป แต่ผมไปดูสถิติ แม้ว่ากรมควบคุมประพฤติ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๖ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ประกาศพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งก็คือ เรื่องการห้าม ประชาชนดื่มสุราบนทางหลวง สงกรานต์นี่เห็นเต็มที่ครับ โคโยตี้หลังปิกอัพ ริมถนน เยอะแยะมากมาย ดื่มเหล้ากันครับเป็นองค์ประกอบของเทศกาลสงกรานต์ ท่านห้ามครับ ถือว่าเป็นการควบคุมกฎหมายที่บังคับใช้ อยู่ที่ว่าตํารวจหรือฝ่ายปกครองนั้นจะสามารถแก้ไข ปัญหานี้ได้อย่างไร แต่ที่น่าสนใจต่อไปก็คือ ปี ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ กรมควบคุมประพฤติ บอกว่ามีทั้งหมด ๔,๘๓๐ คดีครับ เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุประมาณสัก ๓๐๐ กว่าคดี ๔,๖๙๑ คดี ท่านประธานครับ ศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา วันหยุดไหน ๆ พี่ไทยก็เมาทั้งสิ้นครับ ๔,๖๙๑ คดี แต่ถามว่าเมื่อไปดูสถิติของปี ๒๕๕๕ มี ๕,๐๐๕ คดี ปี ๒๕๕๖ มี ๔,๘๐๐ คดี รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์รณรงค์ทุกรูปแบบครับ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จัดเก็บภาษีได้ ที่เพิ่มมากขึ้นนี้ ผมฝากท่านรัฐมนตรีต่อไปครับ แม้ท่านจะมีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีในการปรับปรุงกฎหมาย ตั้งแต่ปี ๒๔๙๐ กว่า ๆ นี้ นะครับ วันนี้ปี ๒๕๕๖ ผ่านมาเกือบ ๖๐ ปี ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็เป็นสิทธิของท่านที่จะต้อง แก้ไขให้ถูกต้องครับ วันนี้ไปห้างสรรพสินค้า ไปเซเว่นอีเลฟเว่น (7-Eleven) ไปสารพัดที่ครับ จะเห็นว่าเหล้าเยอะแยะมากมาย ช่วยกันครับ ท่านเสนอได้ในฐานะคณะรัฐมนตรีที่จะทําให้ คนดื่มสุราลดลง และลงโทษอย่างแข่งขันมากยิ่งขึ้นครับ

สรุปสุดท้ายด้วยการเคารพเวลาที่ท่านประธานให้นี่ครับ ฝากบอกพี่น้อง ประชาชนครับว่าการออก พ.ร.บ. ในครั้งนี้หลายท่านสงสัยถามผม เขาบอกแล้วทําไม เพิ่งเข้าสู่สภา ทําไมไม่ถามประชาชนก่อนจึงอนุมัติ นี่คือกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารที่สามารถออก พ.ร.ก. และกลับเข้ามาอธิบายในสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นถ้าบอกก่อนก็เหมือนการลอยตัวค่าเงินบาทครับ บอกจะลอยตัวพรุ่งนี้ คืนนี้ ผมโทรศัพท์สั่งซื้อเงินเลยครับ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ พ.ร.ก. อย่างนี้ชอบแล้วที่รัฐบาลได้กรุณา แก้ไขปรับปรุง ส่วนรายละเอียดที่ท่านสมาชิกได้กรุณาแนะนํา ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีคงจะได้ อธิบาย ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกนก วงศ์ตระหง่าน ครับ

นายกนก วงศ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธาน ผม กนก วงศ์ตระหง่าน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปราย และตั้งข้อสังเกตต่อการออกพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ ท่านประธานครับ การออกพระราชกําหนดเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติสุราดังกล่าวนี้ ผมคิดว่า เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายค่อนข้างมากว่าสาระหลักเป็นเรื่องของรายได้ ส่วนกลไก และมาตรการต่าง ๆ เพื่อการจัดเก็บที่จะเกิดให้เหมาะสม ให้ความเป็นธรรมต่อ ผู้ประกอบการต่าง ๆ เหล่านั้น จนกระทั่งถึงการเปิดเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผมคิดว่า ในรายละเอียดภายใต้มิติของรายได้นั้นพระราชกําหนดนี้ได้ให้หลักการที่ดีไว้อยู่แล้ว แต่ประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตตั้งขอสังเกตเพิ่มเติมก็คือว่า การออกพระราชกําหนด ในครั้งนี้คิดในมุมที่แคบเกินไป พระราชกําหนดนี้น่าจะต้องคิดถึงในเรื่องมิติอื่น ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งที่ได้รับผลกระทบจากสุราภายใต้การจัดเก็บภาษีในรูปแบบใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของสุขภาวะของประชาชน ในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จนกระทั่งถึงในเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ มีความสําคัญ และถ้าจะพูดกันให้ถึงที่สุดอาจจะมีความสําคัญมากกว่ารายได้ที่รัฐบาลได้ออก พระราชกําหนดนี้ด้วยซ้ําไป ประเด็นที่สําคัญที่ผมคิดว่าเราจะต้องคิดและขออนุญาตฝาก ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีเพราะเป็นเรื่องที่สําคัญมากในเชิงหลักการบริหารประเทศ การออกพระราชกําหนดในครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ยืนยันว่าศูนย์อํานาจของการบริหาร ประเทศยังคงรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางหรืออยู่ที่รัฐบาล และการรวมศูนย์อํานาจอยู่ที่ ส่วนกลางในการตัดสินใจนโยบายสาธารณะนี้เองก็ทําให้เกิดปัญหาของประเทศไทยมามาก แล้วก็มากจนกระทั่งวันนี้ประเทศไทยของเราได้เข้าสู่วิกฤตแล้ว ตัวอย่างที่ผมได้ยกก็คือ เรื่องของรายได้ แต่ถ้าเราได้มีการกระจายอํานาจของการตัดสินใจเรื่องนี้ไปสู่ประชาชน ผมเชื่อว่าเสียงของพี่น้องประชาชนจะพูดในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของสังคม ในเรื่องของสุขภาวะที่มีมูลค่าสูงกว่ารายได้ที่รัฐบาลได้ตั้งใจไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองจึงเป็น ปัญหาในเชิงหลักคิดของประเทศชาติของเราว่าระบบหรือระบอบประชาธิปไตยที่เรามีวันนี้ เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีการรวมศูนย์อํานาจไว้ที่ส่วนกลาง ในหลักการและเหตุผล ของพระราชกําหนดที่กําหนดนี้ได้พูดเรื่องสําคัญ ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือวิธีการจัดเก็บภาษี สุราให้เหมาะสม และเรื่องที่ ๒ ก็คือเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ผมอยากจะขออนุญาต อภิปรายใน ๒ ประเด็นนี้ว่าจริงหรือตามหลักการของพระราชกําหนดดังกล่าว ประเด็น สําคัญที่ผมได้เริ่มต้นไว้ก็คือการกระจายอํานาจ การจัดเก็บภาษีสุรา แทนที่จะให้รัฐบาล กลางเป็นผู้ตัดสินแต่เพียงผู้เดียว ทําไมเราไม่ให้ชุมชนท้องถิ่น ไม่ให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ ในพื้นที่สามารถที่จะเข้ามากําหนดในเรื่องเหล่านี้ได้ ท่านประธานครับ มีหลาย อบต. มาก ในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ประกาศให้พื้นที่ของตนเองเป็นพื้นที่ปลอดสุรา โดยเริ่มต้นจากการที่งานศพทั้งหลายเมื่อก่อนนี้ที่มีการเลี้ยงสุรา งานแต่ละครั้งนั้นใช้เงิน หลายหมื่นบาท แล้วก็นํามาซึ่งปัญหาความยากจน แล้วก็ปัญหาสังคมของพื้นที่นั้น วันนี้ ในภาคอีสานหลายตําบลมากงานศพไม่มีการเลี้ยงสุรา แล้วก็เป็นการตัดสินใจร่วมกัน ของประชาชนในตําบลนั้น แล้วผลที่ออกมาก็คือว่าประชาชนไม่ต้องเสียเงินหลายหมื่นบาท ต่อการทําศพแต่ละศพ แล้วก็ชีวิตของประชาชนในพื้นที่นั้นดีขึ้น ผมเชื่อว่ารัฐบาลก่อนที่จะ คิดเรื่องนี้ได้ถามพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าเราจะได้คําตอบต่อการแก้ไข ปัญหาเรื่องรายได้หรือการจัดเก็บนี้ในมิติอื่นที่ดีกว่าในเรื่องของรายได้แต่เพียงอย่างเดียว ดังที่ปรากฏในร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ ในส่วนของวิธีการจัดเก็บนั้นคําถามก็คือว่าทําไมรัฐบาล จึงไม่กําหนดกรอบอัตราภาษี ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้สุดขั้วก็คือเก็บร้อยละ ๐ ถึง ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็หลังจากนั้นให้ชุมชนในพื้นที่นั้นเป็นผู้กําหนดเองว่าเขาจะเก็บ เท่าไร ชุมชนใดที่ไม่ต้องการให้มีการดื่มสุราในพื้นที่ของตนเองก็ให้เก็บ ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปเลย และชุมชนใดที่ส่งเสริมอยากให้ประชาชนของตนเองดื่มสุราก็เก็บ ๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินด้วยตัวเองว่าเขาต้องการอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของเขา แต่วันนี้ตัวอย่างของ พ.ร.ก. นี้ เป็นตัวบอกว่ารัฐบาล ได้เป็นคนชี้และตัดสินแทนประชาชนว่าอะไรดี หรือไม่ดีสําหรับประชาชน ส่วนปัญหา ที่เกิดขึ้นกับประชาชนรัฐบาลก็ตามไปแก้ภายหลังซึ่งอันนั้นก็เป็นการวิ่งตามแก้ปัญหา ทั้ง ๆ ที่ปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาที่เราสร้างขึ้นมาเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนั้นเองผมจึง อยากจะขออนุญาตถามท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่า รัฐบาลเคยคิดเรื่องของภาษีสุรานี้ ให้เป็นอํานาจของท้องถิ่นหรือไม่ ให้ชุมชนเขาเป็นคนตัดสินด้วยตัวของเขาเอง นี่คือคําถาม ครับท่านประธาน

ในส่วนประเด็นในเรื่องของการรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ดังที่ผมได้เรียน แล้วว่า พ.ร.ก. นี้พูดเฉพาะในเรื่องของรายได้เท่านั้น แน่นอนครับรายได้เป็นส่วนหนึ่ง ของประโยชน์ของแผ่นดิน แต่ผมอยากจะขออนุญาตถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า แล้วสุขภาวะของประชาชนเป็นผลประโยชน์ของแผ่นดินหรือไม่ ความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนที่เกิดขึ้นจากการดื่มสุราเป็นผลประโยชน์ของแผ่นดินหรือไม่ ความสัมพันธ์ของครอบครัวที่ต้องแตกแยกเพราะสมาชิกในครอบครัวดื่มสุรา สิ่งเหล่านี้ เป็นผลประโยชน์ของแผ่นดินหรือไม่ เพราะฉะนั้นผลประโยชน์ของแผ่นดินที่ พ.ร.ก. นี้อ้างถึง แท้ที่จริงแล้วเป็นแต่เพียงส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ของผลประโยชน์ของแผ่นดินที่เรียกว่ารายได้ของ รัฐบาลเท่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้น่าจะต้องมีการทบทวนในเรื่องของหลักคิดของ พ.ร.ก. นี้ ซึ่งเมื่อออกไปแล้ว รับรองไปแล้ว แต่ผมก็หวังว่าในอนาคตที่จะต้องมีการออกกฎหมาย หรือ พ.ร.ก. ในลักษณะนี้ รัฐบาลจะไม่ได้ลืมเรื่องเหล่านี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าเราได้ผิดเรื่อง เหล่านี้มามากพอแล้ว

ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากเห็นการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ตามตัวอย่าง ที่พูดนี้ได้สะท้อนทิศทางของประเทศว่าเราจะเดินไปในทิศทางใด ตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมา อภิปรายวันนี้ผมต้องการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลผ่านท่านประธานว่า ทิศทางของประเทศ คือการกระจายอํานาจ หรือการคืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าเราเชื่อ ในทิศทางนี้ กฎหมายที่จะออกในลักษณะนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ให้ชุมชนเป็นผู้ตัดสิน แทนที่ รัฐบาลจะเป็นผู้กําหนดแต่เพียงอย่างเดียว และการกําหนดโดยรัฐบาลที่เป็นส่วนกลาง แต่เพียงอย่างเดียวนั้น ประสบการณ์ของเราในอดีตที่ผ่านมายืนยันชัดเจนว่านําไปสู่ ผลที่เกิดขึ้นคือความเหลื่อมล้ําในสังคม ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม และที่สําคัญก็คือ คนยากคนจนเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความเหลื่อมล้ําและความไม่เท่าเทียม เหล่านั้น ท่านประธานที่เคารพ เวลารัฐบาลจะเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ประชาชนกลุ่มที่เสียเปรียบ หรือคนยากคนจนเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ แต่เวลาที่รัฐบาลจะคืนภาษีกลุ่มประชาชน ที่ได้เปรียบหรือคนร่ําคนรวยเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับประโยชน์ และคนยากคนจนเป็นคน สุดท้ายที่จะได้รับประโยชน์ครับ ตรงนี้เป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าทิศทางของประเทศ ที่พยายามรวมศูนย์การตัดสินใจทั้งหมดไว้ที่ส่วนกลาง เป็นเรื่องที่จําเป็นจะต้องมีการแก้ไข และเป็นวิกฤติของบ้านเมืองของเราในวันนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับด้วยความเคารพ ผมหวังว่าเสียงสะท้อนที่จะเรียกร้องอํานาจให้กับประชาชนตรงนี้คือประชาธิปไตยที่แท้จริง และอยากขอให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณานําไปเรียนรัฐบาลว่า ถ้าเราต้องการจะเป็น ประชาธิปไตยกันจริง ๆ สิ่งที่เป็นหัวใจก็คือคืนอํานาจให้ประชาชน และให้ประชาชนเป็นคน ตัดสินใจด้วยตัวเองว่าเขาต้องการอะไรหรือไม่ต้องการอะไร ตัวอย่างเช่น ภาษีสุราที่บ้านผม จะขึ้นเท่าไร ขอให้ประชาชนที่บ้านผมเป็นคนตัดสินใจได้หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านก่อแก้ว พิกุลทอง แล้วก็มาที่ ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ท่านดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๔ ท่านลําดับนี้นะครับ เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเอง เห็นด้วยต่อการออก พ.ร.ก. สุราในครั้งนี้นะครับ เพราะจริง ๆ เราต้องยอมรับนะครับว่า พวกสุราทุกประเภท เหล้า เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกอย่างเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยนะครับ จริง ๆ แล้วถ้าใครไม่ดื่มชีวิตก็ปกติดี แต่ใครอยากดื่มก็เป็นทางเลือกของชีวิตแล้วแต่ฐานะ ตัวเองนะครับ คนจนเลือกกินเหล้าราคาถูก คนรวยก็กินไวน์ราคาแพงตามสถานภาพ ทางเลือกของตัวเองนะครับ ที่ผมบอกว่าเห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ เพราะจริง ๆ ถ้าเราไปดูเนื้อหารายละเอียดลึก ๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่สภาได้ทําเอกสารประกอบไว้นะครับ จะเห็นว่าการออก พ.ร.ก. ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างของภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นะครับเพื่อให้เป็นสากลมากขึ้น มีการจับกุม จัดให้เป็นหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อผู้ประกอบการ นะครับ เพราะว่าที่ผ่านเรามีการแยกแยะภาษีหลาย ๆ ชนิด ทําให้ผู้ประกอบการเองมีปัญหา นะครับ คราวนี้มารวมกันในเครื่องดื่มที่คล้าย ๆ กันในตลาดเดียวกัน ทําให้ผู้ประกอบเอง ก็ง่าย เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ง่ายในการทํางาน นอกจากนี้การจัดโครงสร้างครั้งนี้ยังทําให้ การจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นธรรมมากขึ้น แล้วที่ผมชอบอีกอย่างก็คือว่า การจัดโครงสร้างนี้ได้มีการปรับเพดานภาษีไปในตัว เพื่อเผื่อในอนาคตไว้ถ้าเกิดรัฐบาล มีความจําเป็นที่จะต้องขึ้นภาษีจริง ๆ เพื่อต้องหาเงินจริง ๆ ค่อยมี เรียกว่ามีช่องว่าง ในการที่จะขยายอัตราการเก็บภาษี วันนี้ที่รัฐบาลออก พ.ร.ก. มาครั้งนี้นั้นได้เสนอเพดาน ภาษีที่ค่อนข้างกว้างขึ้นนะครับ แต่ว่าอัตราการเก็บภาษีจริงนั้นเรียกว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลง จากอัตราภาษีเดิมเท่าไร ส่วนใหญ่จะคล้าย ๆ เดิม แต่ว่ามีการปรับเรื่องโครงสร้างการจัดเก็บ ภาษีให้มีการคิดภาษีตามราคาขายและตามปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้หลายประเทศ ทั่วโลกเขาก็ใช้กัน

ท่านประธานครับ วันนี้เรายอมรับนะครับว่าปัญหาการจัดเก็บภาษีสุรา มันมีปัญหา มีช่องว่างมีช่องโหว่อยู่ สุรามีทั้ง ๒ ส่วน ส่วนที่ผลิตในประเทศ แล้วก็ที่นําเข้า จากต่างประเทศ สินค้าที่นําเข้าจากต่างประเทศนั้น นอกจากเหล้า นอกจากเบียร์ สินค้าอื่น ๆ ก็มีปัญหาเฉกเช่นเดียวกัน ถ้าท่านประธานเคยได้ยินนะครับในอดีตเรามีปัญหาเรื่องผู้นําเข้า บุหรี่ ถูกดีเอสไอ (DSI) ทําการสอบสวน เนื่องจากมีการกล่าวหาว่ามีการโกงภาษีบุหรี่ แล้วก็มี การตั้งข้อหาคิดภาษีย้อนหลังตั้งหลายหมื่นล้านบาท เนื่องจากว่ามีการกล่าวหาว่าผู้นําเข้า รายนั้นเป็นบริษัทลูกของบริษัทผู้ผลิต แล้วก็แจ้งราคานําเข้าบุหรี่ต่ํากว่าความเป็นจริงนะครับ หรือกรณีของรถยนต์ เมื่อหลายเดือนก่อนก็มีปัญหาว่ามีการแจ้งภาษีรถยนต์ต่ําผิดปกติ หรือผิดประเภท เพื่อให้อัตราภาษีนําเข้านั้นถูกลง เพื่อเป็นช่องว่างในการหาผลประโยชน์ จากอัตราภาษี สุราหรือเบียร์ก็เหมือนกันครับ ต้องยอมรับนะครับว่าวันนี้ราคาที่ผู้นําเข้า เขาแจ้งนั้นเป็นราคาซีไอเอฟนะครับ ซึ่งถ้าพูดภาษาไทยคือเป็นราคาที่ขนส่งสินค้า หมายถึง ท่าเรือของประเทศไทย ซึ่งราคานี้จริง ๆ แล้วเขาส่งอินวอยซ์ (Invoice) หรือใบแจ้ง ราคาเท่าไร ทางการไทยก็ไม่ทราบครับ เขาแจ้งมาเท่าไรก็เอาเท่านั้น แจ้งมาประเทศไทย เท่านี้ แต่แจ้งไปประเทศอื่นอาจอีกราคาหนึ่งนะครับ ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาเป็นช่องโหว่ แล้วแถมบางบริษัทนะครับผู้ผลิตโรงงานอยู่ต่างประเทศ มาตั้งบริษัทลูกอยู่ภายในประเทศ เป็นผู้นําเข้าสุรา แจ้งราคาสินค้าราคาถูก เพื่อเสียภาษีต่ํา ๆ เพื่อประโยชน์ในการเรียกว่า ในการแข่งขัน เพราะว่าเมื่อเสียภาษีน้อยราคาในตลาดเขาก็ถูกลง เขาไปแข่งกับคู่แข่งรายอื่น ได้มากขึ้น นอกจากนี้กําไรก็มากขึ้นด้วย ตรงนี้ละครับมันเป็นปัญหาว่าเกิดช่องว่างที่ทําให้ รัฐบาลเองก็มองเห็นปัญหานี้ ท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมมองว่าการที่รัฐบาลเอง ได้ปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้จึงมีความเหมาะสมและช่วยลดปัญหานี้ ท่านประธานครับ แล้วก็ปัญหาอีกอย่างที่เราเจอในอดีตก็คือว่า พวกเบียร์ พวกเหล้าที่ผลิตในประเทศ ปกติแล้ว กรมสรรพสามิตได้ไปติด เขาเรียกว่าติดมิเตอร์วัดนะครับว่าเวลาท่านผลิต ท่านผลิตกี่ลิตร กี่ล้านลิตรต่อเดือน กี่แสนลิตรต่อเดือน แล้วจ่ายภาษีตามปริมาตรที่เขาผลิตนะครับ ซึ่งตรงนี้ เรื่องการแจ้งปริมาณมันไม่มีปัญหาครับท่านประธานครับ เพราะว่ากรมสรรพสามิตได้ไป ติดตั้งเครื่องมือ ซึ่งทําให้ลดปัญหานั้น ลดช่องโหว่นั้น แต่มีปัญหาอีกเหมือนกันนะครับว่า การแจ้งราคาหน้าโรงงาน ผู้ผลิตแจ้งราคามาเท่าไร ทางการไทยก็ต้องรับราคา ซึ่งตรงนี้มันก็มีช่วงว่างเหมือนกัน สมมุติว่าผู้ผลิตเองไปตั้งบริษัทลูกเป็นเอเย่นต์ (Agent) ในการขายเหล้าขายเบียร์หรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อะไรก็แล้วแต่ ตัวเองแจ้งราคา หน้าโรงงานต่ํา ๆ ไปส่งให้บริษัทลูกซึ่งทําหน้าที่เป็นเอเย่นต์ เอเย่นต์รายนี้ก็ไปขายราคาที่สูง เอเย่นต์รายนี้ก็กําไรเยอะ ๆ แต่โรงงานผู้ผลิตเองเสียภาษีน้อย ตรงนี้มันเป็นช่องว่าง ที่ทําให้เรียกว่าเราเรียกเก็บภาษีที่ไม่สะท้อนต่อความเป็นจริง เพราะฉะนั้นการที่ ทางกระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้ แล้วช่วยลดช่องโหว่โดยการใช้ราคาขายส่ง ช่วงสุดท้ายเป็นตัวตั้งในการคิดภาษี ตรงนี้ละครับทําให้ทั้งผู้ผลิตเองผู้นําเข้าเองยากที่จะ หลีกเลี่ยงภาษีนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ทําให้เราเองเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่เสียเปรียบผู้ประกอบการ ไม่ถูกหลอก

ท่านประธานครับ ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลเองเก็บภาษีเนื่องจากว่าไปใช้เงินเยอะ ทําให้เงินไม่พอต่อการใช้ จึงต้องมารีดไถคนยากคนจน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ถ้าเกิด ไปดูเอกสารการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในช่วง ๑๐ เดือนที่ผ่านมา จากตารางหน้า ๔๘ ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่าในปีนี้กรมสรรพามิตเก็บภาษี ๑๐ เดือนที่ผ่านมาได้ไป ๓๖๘,๐๐๐ ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้แค่ ๓๔๕,๐๐๐ ล้านบาท สูงกว่าเป้าตั้ง ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือถ้าดูรายได้รวมทั้งหมดของประเทศตอนนี้ ๑๐ เดือนแรก เราตั้งเป้าไว้ ๑,๙๗๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะนี้จัดเก็บได้ถึง ๒,๐๗๕,๐๐๐ ล้านบาท สูงกว่าเป้า ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ๔.๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการเก็บภาษีมันสูงกว่าเป้าอยู่แล้ว มันไม่มีความจําเป็นที่จะต้อง ไปหาช่องทางในการจัดเก็บภาษีเพิ่ม เพราะฉะนั้นข้อกล่าวหาตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าถูกต้อง นะครับ แต่ว่าถ้าดูภาพรวมก็เป็นการจัดโครงสร้างภาษีใหม่ เพื่อให้เหมาะสม แล้วก็เพื่อเป็น การแก้ปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีสุรา เบียร์ทั้งหลาย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึง สนับสนุนการออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ครับ

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันขออนุญาตเป็นอีก ๑ คนที่จะได้มาอภิปราย ในพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ สิ่งหนึ่งที่ดิฉันเองอยากจะอภิปรายในประเด็นนี้ ในเรื่องของการแก้ไข เพราะวันนี้ มีการกล่าวถึงทั้ง ๒ ประเด็นนะคะ ทั้งสุราแช่ รวมถึงสุรากลั่น ในการตั้งกําหนดเพดานภาษี ซึ่งวันนี้ดิฉันเองได้มีโอกาสไปพบปะทั้งราษฎรเองประชาชนเอง ที่ตอนนี้บ้านเราเองดิฉันว่า วันนี้ปัจจุบันนี้กลายเป็นประเพณีไปแล้ว ซึ่งเมื่อกี้สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านก็มีการพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นงานศพ หรืองานประเพณีต่าง ๆ ในบ้านเรานะคะท่านประธาน วันนี้สุรา เป็นอีก ๑ อย่างที่ประชาชนดื่ม เพราะฉะนั้นวันนี้ในเรื่องของการกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมวันนี้ มันมีผลกระทบ ดิฉันอยากจะเห็นด้วยในประเด็นนี้ แต่ต้องมีข้อแม้ เพราะว่าวันนี้ถ้าเผื่อว่า เรามีการแก้ไขเพิ่มเติมตรงนี้ในการขึ้นภาษีแล้ว เราต้องมีระบบรองรับค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของมาตรการ การลักลอบสินค้าภาษีนําเข้า แน่นอนเลยค่ะท่านประธาน ประเด็นนี้มีแน่นอนนะคะ เมื่อไรก็แล้วแต่ ขนาดวันนี้เรายังไม่ได้เพิ่มเติมในอัตราภาษีตรงนี้ ก็ยังมีบ่อย ๆ ที่มีการจับกุมในเรื่องของการลักลอบหนีภาษีนําเข้า เพราะฉะนั้นตรงนี้ ด้วยความเป็นห่วงก็อยากจะกล่าวไว้ในเรื่องของประเด็นในเรื่องของการบริหารจัดการ หลังจากขึ้นภาษีแล้วว่าวันนี้รัฐบาลมีแนวทางอย่างไรในเรื่องมาตรการการลักลอบสินค้า หนีภาษี รวมถึงจํานวนเงินค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะทราบว่าจริง ๆ แล้ววันนี้ถ้าเรามีการเพิ่มขึ้น ในอัตราภาษี รัฐบาลจะได้งบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณเท่าไร อยากจะได้คําตอบจาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีด้วยนะคะ รวมถึงในเรื่องของวันนี้นะคะความน่าเป็นห่วง ในเรื่องของราษฎรที่เขาดื่มสุราตรงนี้อยู่ แล้วก็พอดีมีร้านค้าโชห่วยเขาก็ฝากดิฉันมาด้วยค่ะ ท่านประธาน บอกว่าสิ่งหนึ่งที่ร้านค้าเล็ก ๆ เป็นห่วงมากค่ะท่านประธาน บอกว่าให้รัฐบาล เป็นห่วงเขาหน่อยนะคะ วันนี้ยอดเงินของเขาลดลงแล้ว แต่พอเหล้าขายแพงขึ้นมันยิ่ง ขายยากเข้าไปใหญ่ เขาก็อยากจะสะท้อนปัญหานี้ให้ทางท่านประธาน รวมถึงรัฐบาล ได้รับทราบด้วยว่าร้านเล็ก ๆ ที่เขาขายของเขาฝากมาในเรื่องของการขึ้นสุราตรงนี้ค่ะ รัฐบาล หรือส่วนรวมอาจจะได้ประโยชน์นะคะ ดิฉันก็เห็นด้วยในประเด็นนี้ เพราะว่าถ้าพูดถึง ในเรื่องของต่างประเทศนะคะ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนในเรื่องของภาษีสุรานี่แพงมากนะคะ เขาไม่ต้องการให้คนบริโภค แต่สิ่งหนึ่งที่อยากสะท้อนก็ในเรื่องของราษฎรที่สะท้อนมา ในเรื่องของประเด็นปัญหาที่อยากจะฝากว่าทําอย่างไรดี วันนี้เขาขายของก็ยากแล้วนะคะ เพราะว่ามันมีเทสโก้ (Tesco) มีโลตัส (Lotus) มีร้านค้ามากมาย เขาก็ขายได้นิด ๆ หน่อย ๆ พอประชาชนเสร็จจากงานมาก็มาซื้อสุรามาดื่มจากเขา และพอวันนี้พอราคาขึ้นเขาก็ยิ่ง ขายไม่ได้เข้าไปใหญ่ อยากจะสะท้อนปัญหาไปสู่ประธานและถึงรัฐบาลด้วยนะคะ ผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ

อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นห่วงมาก ๆ ก็คือราษฎรเขาก็ฝากมานะคะ วันนี้ ทุกอย่างขึ้นราคาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องไฟฟ้า เรื่องแก๊ส และวันนี้ประเด็นนี้เหล้าก็ยังต้อง ขึ้นอีกนะคะ ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนเขาสะท้อนมา ประชาชนรากหญ้านะคะ เพราะว่า ถ้าราษฎรที่ดื่มไวน์หรือดื่มสปาร์คกิ้ง ดื่มอะไรพวกนี้เขาไม่ได้มีปัญหาเพราะเขามีกําลังที่จะ รับผิดชอบได้อะไรได้ แต่ว่าประชาชนที่เสร็จจากงานแล้วก็เหนื่อย ที่ใช้กําลังค่ะ วันนี้เขาก็ ยังดื่มสุราอยู่ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากว่าวันนี้ถึงแม้รัฐบาลจะขึ้นภาษีตรงนี้ แต่อยากจะให้มีมาตรการหรือกระบวนการที่รองรับค่ะว่าวันนี้ทําอย่างไรในเรื่องของศีล ๕ เราอาจจะทําเป็นยูทูบ (Youtube) ดีไหม เหมือนปัจจุบันนี้หลาย ๆ ท่านก็เห็นอยู่ในเรื่อง ของทานนะคะที่มีคนเข้าไปคลิ๊ก (Click) ดูในที่ของซีพี ออลล์ (CP All) นะคะที่เขาทํา ถึงประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นวันนี้ในเรื่องของการที่เราจะรณรงค์ให้คน ไม่ดื่มสุราเราทําอย่างไรที่จะชักจูงคนให้เขามีอัตราลดลงในเรื่องของการดื่มสุรา อันนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่อยากจะฝากประธานไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะคะว่าไหน ๆ จะขึ้นภาษี ราษฎรได้รับความเดือดร้อนแน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องมีมาตรการที่รองรับว่า เอ๊ะ ทําอย่างไรที่จะชักจูงหรือกระตุ้นให้การดื่มสุราตรงนี้ลดลง ก็จะเป็นประโยชน์ ต่อรัฐบาลนะคะ ในภาพรวมก็คือเรื่องภาษีด้วยนะคะ ก็อยากจะฝาก เพราะว่าจริง ๆ ในเรื่อง ของการขึ้นภาษีค่ะท่านประธาน มันเป็นปลายน้ํานะคะ ไม่ใช่เป็นต้นน้ําหรือกลางน้ํา วันนี้ ในเรื่องของต้นน้ํา กลางน้ํา เรายังมีปัญหาอยู่นะคะ เหมือนที่ดิฉันได้สะท้อนปัญหาไป เมื่อกี้แล้ว เพราะฉะนั้นอยากจะฝากประธานไปยังรัฐบาลนะคะว่าต้นน้ํากับกลางน้ําวันนี้ยังมี ปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นมาตรการที่รองรับในเรื่องของศีล ๕ ข้อสุรา ก็อยากจะให้ทําเป็น รูปธรรม ดิฉันว่าวันนี้ในเรื่องของการบูรณาการนะคะในหลาย ๆ กระทรวงต้องเริ่มทํา แล้วก็ทําอย่างจริงจัง วันนี้ปัญหามากมาย ไม่ใช่เรื่องสุราอย่างเดียว อีกหลาย ๆ ประเด็นที่มี ปัญหาอยู่ ดิฉันไม่ต้องพูดนะคะ ทุกท่านก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ก็ขอฝากไว้ ประเด็นแค่นี้ค่ะ ดิฉันจะเห็นด้วยถ้ามีมาตรการรองรับในเรื่องของการขึ้นภาษีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล ครับ

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดุสิต ราชเทวี พรรคเพื่อไทยค่ะ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานนะคะที่ได้ให้โอกาสดิฉัน ได้ขึ้นมาอภิปรายในประเด็นที่สําคัญ

-๔๙/๑ ซึ่งดิฉันเองนั้นต้องเรียนอย่างนี้ว่า ดิฉันมองเห็นว่าการดื่มสุรา ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในข้อห้าม ของการบัญญัติในพระพุทธศาสนาเลยทีเดียวก็คือเรื่องของการผิดศีลนะคะ ซึ่งเราคงคุ้นชิน ว่าการดื่มสุรานั้นสามารถที่จะทําผิดศีลข้ออื่น ๆ ได้นะคะ ทําให้สติสตางค์นั้นไม่ครบถ้วน และต้องถือว่าในขณะนี้การที่รัฐบาลมีพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสุรา หรือการขึ้นเก็บภาษีที่เราจะเรียกว่า ภาษีบาป นั้นดิฉันต้องบอกว่าขอสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะดิฉันเชื่อเหลือเกินว่านี่คืออีก ๑ หนทาง ในการที่จะป้องกันไม่ให้นักดื่มหน้าใหม่เข้ามา สู่ในวงจรอุบาทว์นี้ ดิฉันเองต้องเรียนอย่างนี้ว่าจากสถิติของสํานักงานสถิติแห่งชาติ เราพบว่า ข้อมูลของผู้ที่ดื่มสุราของประชากรอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไป จํานวนของพี่น้องประชาชน ที่ดื่มสุรามีแต่จํานวนที่มากขึ้น แล้วที่ชัดเจนที่สุดเลยว่าพฤติกรรมการดื่มสุรานี้นะคะ เราพบว่าร้อยละ ๒๐ ค่ะ ดื่มเป็นประจําทุกวัน ทุกวันเลยนะคะ หรือไม่ก็ลดลงมานี้นะคะ คือร้อยละ ๑๐ ก็คือดื่ม ๓-๔ วันต่อสัปดาห์ ท่านดูสิคะตัวเลขเท่ากับว่าดื่มกันทุกวันหรือไม่ก็ ๓-๔ วันต่อสัปดาห์ นอกเหนือจากนี้แล้วการดื่มสุรายังมีบทที่เราเห็นชัดเจนนะคะ ก็คือเรื่อง ของการทําผิดกฎจราจร ทําให้เกิดปัญหาต่อการเสียชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาเรื่อง ของสุขภาพนะคะ ทําให้เกิดความแตกร้าวขึ้นในสังคม ในครอบครัว และที่สําคัญค่ะ เราพบ เลยว่าผู้หญิงนี้นะคะถูกทําร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจากสาเหตุของการดื่มสุรา ซึ่งถือได้ว่า เป็นสาเหตุอันดับ ๒ นะคะ ที่มีการสํารวจของสํานักสํารวจของอนามัยการเจริญพันธุ์ และหลังจากที่เราได้ไปดูในรายละเอียดแล้ว เทศกาลสําคัญ ๆ ของไทยเรานี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น ประเพณีวันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ วันตรุษจีน วันวาเลนไทน์ (Valentine) ทุก ๆ เทศกาล สิ่งที่เราคุ้นชินกันก็คือ ๗ วันอันตราย เห็นในหน้าหนังสือพิมพ์ ติดตามข่าวการระทึกขวัญกัน ทุก ๆ ๗ วันนะคะ ว่าก่อนและหลังของเทศกาลสําคัญ ๆ นั้น จะมีผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตในช่วง เทศกาลนั้นจํานวนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งตัวเลขในแต่ละปีนั้นไม่ได้มีลดน้อยลงเลย กลับมี ตัวเลขที่สูงมากขึ้น และที่สําคัญเราจะพบเลยว่าสาเหตุที่ทําให้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน เรียกว่าเมาไม่ขับ จํานวนที่เกิดขึ้นนั้นก็เป็นเพราะว่าราคาของเครื่องดื่มสุราอาจจะมีราคา ที่เด็ก เยาวชนหรือพี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีเงิน ๑๐๐ บาท สามารถซื้อสุรา ซื้อเบียร์มาดื่มได้ ซึ่งเมื่อดื่มไปแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา รัฐต้องเสียเงินจํานวนมากมายในการ ที่จะต้องลงไปดูแลบุคคลคนนั้น หรือสังคมเหล่านั้นซึ่งดิฉันต้องเรียนอย่างนี้ว่าจากข้อมูล ที่ดิฉันเองต้องบอกว่าได้เห็นแล้วก็ตกใจ แม้ว่ารัฐบาลเองนั้นมีมาตรการในการขึ้นภาษี อาจจะดูเป็นเหมือนก้าวเล็ก ๆ ในการทํางานเพื่อที่จะลดไม่ให้ผู้ที่ถือได้ว่าเป็นเด็กเยาวชนนั้น สามารถเข้าถึงการดื่มสุราได้ เรียนอย่างนี้นะคะว่าเมื่อมี พ.ร.ก. ฉบับนี้เกิดขึ้น แน่นอนค่ะมี ๒ เสียง เสียงหนึ่งก็เป็นเสียงที่ต้องบอกว่าคัดค้าน อาจจะมองว่าการเก็บภาษีสุราอาจจะไม่ใช่ เส้นทางที่ถูกต้องนักในการที่จะป้องกันไม่ให้มีผู้บริโภคหน้าใหม่ แต่ดิฉันต้องเรียนอย่างนี้ว่า ก็ยังมีเสียงที่ชื่นชมนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุตร ภรรยาของผู้ดื่มค่ะ บอกเก็บภาษีให้แพง ๆ ไปเลย จะอนุโมทนาสาธุดิฉันเองได้ยินเสียงแบบนี้เยอะนะคะ แล้วก็อยากจะเป็นกําลังใจ ให้กับท่านรัฐมนตรี แล้วก็รัฐบาลนะคะว่าทุก ๆ มาตรการค่ะในการที่จะลดทําให้พี่น้อง ประชาชนนั้นลด ละ เลิก ไม่ว่าจะเกิดจากอะไรดิฉันขอสนับสนุนนะคะ แล้วท่านประธาน ทราบไหมคะว่าประเทศไทยของเรานั้นถือได้ว่ามีผู้ดื่มสุรานั้นสูงเป็นอันดับ ๕ ของโลก น่ากลัวนะคะ ว่าถ้าเรายังไม่มีมาตรการในการดูแลป้องกัน อัตราของผู้ดื่มสุราก็จะมีมากขึ้น มากขึ้น เรียนอย่างนี้ค่ะว่าดิฉันเองก็เป็นหนึ่งของเหยื่อของผู้ที่ได้รับผลกระทบของสุรา เพราะ ดิฉันนั้นสูญเสียคุณพ่อนะคะ ตอนคุณพ่ออายุ ๕๒ ปี ป่วยเป็นตับ ไต หัวใจ ความดัน คุณหมอบอกว่าสาเหตุของการตายของคุณพ่อก็มาจากการดื่มสุรา วันนั้นจนกระทั่งมาถึง วันนี้ดิฉันเฝ้าคิดอยู่นะคะว่าจะมีกฎหมายสักฉบับไหมที่จะออกมาเรียกร้องให้บุตร ภรรยา ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากคนที่ดื่มสุรา ถือเบียร์ยี่ห้อนั้น เหล้ายี่ห้อนั้น ตัวนี้ละคือตัวที่ทําลายชีวิตพ่อของดิฉัน สามีดิฉัน แล้วมาเรียกร้องขอค่าเสียหาย ถ้ารัฐบาล สามารถมีกฎหมายฉบับนี้ได้ดิฉันมั่นใจว่าจะเป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะทําให้คนที่จะดื่มสุรานั้น ลด ละ เลิก ได้ เพราะว่าผู้ผลิตก็คงไม่กล้าที่จะผลิต เพราะดิฉันมั่นใจว่าสาเหตุที่คนมา ผลิตสุราก็เป็นเพราะว่าได้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง ขายเหล้า ขายเบียร์ทุก ๆ เทศกาล ขายได้เยอะ แม้ว่าจะเสียภาษีให้รัฐแล้วก็ยังมีผลกําไรที่จะสามารถไปประกอบการทางด้าน อื่นได้ ดิฉันเลยอยากจะขอฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าในฐานะที่ดิฉันก็เป็นเหยื่อ ๑ คน ดิฉันอยากจะเรียกร้องว่าจะมีโอกาสเป็นไปได้ไหมว่า สําหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบของ การดื่มเหล้า เบียร์ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน เขาจะมาเรียกร้องจากรัฐบาลได้มากขึ้นหรือเปล่า นอกเหนือจากภาษีที่เก็บแล้ว ดื่มเหล้ายี่ห้อไหนก็ไปเรียกร้องเอากับเหล้ายี่ห้อนั้น หรือเบียร์ ยี่ห้อไหนก็ให้พี่น้องประชาชนไปเรียกร้องความเสียหายจากเบียร์ เหล้ายี่ห้อนั้นเพิ่มมาด้วย จากการเก็บภาษีที่เพิ่ม ดิฉันจะสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งนะคะ ดิฉันเชื่อว่าสุราก็คือยาพิษที่เสพ แล้วติด และก็มีพิษที่ทําลายทั้งสังคม ครอบครัว ชีวิตและก็จิตใจ ดิฉันเห็นด้วยสําหรับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ และขอเป็นเสียงเล็ก ๆ เสียงหนึ่งจากเหยื่อของผู้ที่ดื่มสุรา และขอเป็นกําลังใจให้ กับท่านประธานฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลด้วยว่าขอให้ทําต่อไปค่ะ เก็บไปเยอะ ๆ เลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และท่านขอแสดงภาพ ๓ แผ่นนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเรียนว่าการขึ้นภาษีและเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บภาษีสุราใหม่ ออกเป็นพระราชกําหนด นั่นคือกฎหมายที่รัฐบาลทําการออก และปัจจุบันก็มีผลไปแล้ว เข้ามาสภาพวกผมก็เพียงแต่เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ซึ่งก็มีผลไปแล้วครับ ซึ่งก็เป็นธรรมเนียม ปกติในการขึ้นภาษีเขาก็มักจะออกเป็นพระราชกําหนด คือรัฐบาลเป็นคนออก แต่ครั้งนี้ต้อง บอกว่าการออกพระราชกําหนดของรัฐบาลนั้นในการขึ้นภาษีเหล้า ถังแตกจริง ๆ ที่ต้องบอกว่า รัฐบาลถังแตกผมดูข่าวออกนะครับ พยายามจะพูดในทิศทางว่าขึ้นครั้งนี้เพราะต้องการจะ ปกป้องเรื่องของคน ไม่อยากจะให้คนกินเหล้าเยอะ เรียนถามตรงว่าดัดจริตครับ ท่านประธาน เพราะว่าเป้าหลัก ๆ เลยคือการทําให้ภาษีขึ้น ซึ่งยอดภาษีขึ้นนั้นจะขึ้นอยู่ ประมาณ ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งอาจจะไปถึง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ําไป ถ้าดูจากคําสัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีคลังครับ แต่ถ้าตามที่กรมสรรพสามิตเขาบอกจะได้ เพิ่มประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท มาดูกันไหมครับว่าที่บอกว่าถังแตกนี่ถังแตกจริงไหมครับ ขอสไลด์ (Slide) ผมขออนุญาตท่านประธานแล้วครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ไม่ใช่อันนี้ครับ สไลด์ หนี้สาธารณะครับ ขอบพระคุณครับ ขึ้นสไลด์หนี้สาธารณะชาร์ต (Chart) สีแดงครับ ท่านประธานครับ เรื่องตกใจมหาศาลครับ คุณยิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาลมา ๒ ปี ก่อนเข้ารับ ตําแหน่งหนี้สาธารณะประเทศไทย ๔.๒ ล้านล้านบาท พูดง่าย ๆ คือว่าตั้งแต่เขามีประเทศไทย มานี่เรามีหนี้สะสมมา ๔.๒ ล้านล้านบาทครับ เรามาดูนี่สิครับ มาดูในช่วงปี ๒๕๕๖ ปัจจุบัน คิว ๒ คือไตรมาส ๒ ครับ สิ้นสุดก็คือเดือนมิถุนายน ๕.๒ ล้านล้านบาท ท่านประธานเห็น ตัวเลขไหมครับ ก่อนเข้ารับตําแหน่ง ๔.๒ ล้านล้านบาท จนมาถึงวันนี้ ๒ ปี ๕.๒ ล้านล้านบาท แปลว่าอะไรครับ รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อยู่มาแค่ ๒ ปีหนี้สาธารณะขึ้น ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่มีประเทศไทย ๔.๒ ล้านล้านบาทครับ ท่านอยู่ในตําแหน่ง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถามว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้รวมอะไรบ้าง รวมไหมเงินกู้ น้ําท่วม ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่รวมครับ เพราะทุกวันนี้ยังเกิดปัญหาเรื่องของเงินตีความ เรื่องศาลอยู่เลยว่าตกลงว่าพระราชกําหนดการกู้เรื่องน้ํากู้เงินมา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัว ๓๑๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังจะจ่ายได้หรือเปล่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่รวมนะครับ พระราชกําหนด และก็ยังไม่รวม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเงินกู้ที่จะเข้าในวันพรุ่งนี้ครับ เฉพาะบริหารปกตินี่ละหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ละครับพรรคที่จะมา ปลดหนี้ให้ประชาชน เอาลงนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนย้ํานะครับ ดํารงตําแหน่ง ๒ ปี หนี้สาธารณะ ๔.๒ ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น ๕.๒ ล้านล้านบาท นี่ละครับ คนถังแตก มาดูประมาณการครับ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกอ่านไม่ครบ เล่มนี้ครับ ผมจะบอกว่ากรมสรรพสามิตถังแตก ทําไมถังแตก เปิดมาหน้า ๔๘ เขียนเสียสวยหรูเลยว่าตัวเลขการจัดเก็บของกรมสรรพสามิต ในปีที่แล้ว พูดง่าย ๆ คือเริ่มต้นปีงบประมาณที่แล้วเปรียบเทียบกับงบประมาณปีนี้ ดูตัวเลข สิครับ เขาบอกว่าการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ไม่ได้ถังแตก เมื่อสักครู่คุณก่อแก้วก็ออกมาบอกไม่ได้ถังแตกดูสิตัวเลขมันดีขึ้น ท่านประธานครับ ใส่แว่นตาตัวขยายครับ แล้วดูบรรทัดล่างครับ หมายเหตุ หนังสือตัวเล็กมาก อายุเกิน ๔๐ ปี อ่านไม่เห็นแล้วครับ หมายเหตุครับ เดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ เป็นตัวเลขจริง เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๖ เป็นตัวเลขคาดการณ์ครับ ที่เขาบอกท่านว่าตัวเลข การจัดเก็บมันสูงในเล่มนี้มันเป็นตัวเลขที่จัดเก็บจริงเมื่อปีที่แล้วเปรียบเทียบกับตัวเลข คาดการณ์ในปีนี้ ท่านประธานใส่แว่นลองอ่านดูครับ หมายเหตุข้างล่าง ปรากฏว่าผมก็ถาม ต่อในห้องวิปฝ่ายค้าน ถามกรมสรรพสามิต ไหนลองบอกสิว่าหลังจากประมาณช่วง เดือนสิงหาคมปีนี้ ก่อนหน้าที่กฎหมายฉบับนี้จะออก เพราะมันออกไปแล้วถามว่าเป้าของ กรมสรรพสามิตในเรื่องภาษีเบียร์และสุรา ถามจริง ๆ ให้ผมเดาไหม คุณถังแตกและคุณ ติดลบ ปรากฏว่าท่านรองอธิบดีก็ตอบครับ ติดลบจริง ๆ ติดลบอยู่ ๒,๕๐๐ ล้านบาทครับ ตอบในห้องวิปฝ่ายค้านนี่ละ เห็นไหมครับ อ่านให้ละเอียด ดูกันให้ชัด ๆ ครับ หนี้สาธารณะ มีประเทศไทยมา ๔.๒ ล้านล้านบาท คุณยิ่งลักษณ์อยู่ ๒ ปีสร้างเพิ่มอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๕.๒ ล้านล้านบาท พอมาดูรายได้กรมจัดเก็บอย่างกรมสรรพสามิต เป็นอย่างไร ไม่เข้าเป้าครับ ตัวเลขนี้คาดการณ์ จัดเก็บจริง จัดมาแล้วครับ แล้วก็ไม่เข้าเป้าอยู่ ๒,๕๐๐ ล้านบาท นี่อย่างไรที่บอกว่าถังแตก พอมาดูต่อครับ วิธีการขึ้นภาษีแบบของท่าน ผมไม่เห็นด้วยหรอกครับ พยายามจะบอกว่าจะทําให้สุราแช่ สุรากลั่นให้มีนิยามที่ชัดมากขึ้น มีการยกตัวอย่างว่าอันไหนคือแช่ อันไหนคือกลั่น ท่านรู้ไหมครับ สมัยก่อนเวลาเศรษฐีเจ้าสัว เราร่ํารวยกัน เขาร่ํารวยกันกับเหล้านี่ละ เพราะกฎที่มันยุบยิบ ๆ วันนี้แก้ออกมาก็ยังสูตรเดิมครับ ยังสูตรล่าเมืองขึ้นเหมือนเดิม รู้จักกันไหม รัฐบาลมีเส้นมีสายไหม แก้ก็ยังล่าเมืองขึ้นครับ ท่านครับ สุราแช่หรือสุรากลั่นเลิกสักทีเถอะนิยามแบบนี้ ใช้ให้ชัด ๆ ไปเลยครับ ไวน์ก็ไวน์ วิสกี้ก็วิสกี้ ไม่เห็นจําเป็นเลยครับ ทําไมผมบอกว่าต้องพูดให้ชัดครับ ท่านทราบไหมว่าบางที สุราแช่ที่เป็นการผลิตแบบหมักมันก็มีส่วนผสมของกลั่นเข้ามาด้วย บางทีแช่กับกลั่นรวมกัน หรือบางทีกลั่นรวมกับแช่ แล้วแต่ปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งเดี๋ยวนี้เขาสูตรใครสูตรมันครับ วิธีการอย่างนี้โบราณ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ทําไมเราไม่ปรับว่า ถ้าท่านอยากให้กฎหมาย มันชัดและไม่ล่าเมืองขึ้นนะครับ เขียนเลยครับ วิสกี้ เขียนเลยครับ เหล้ารัม (Rum) มันแยก หมดนี่ครับ เหล้ารัมเขาก็รู้เป็นหลักสากลว่าต้องทําจากธัญพืช พวกถั่ว อ้อย ข้าวโพด มันสําปะหลังต่าง ๆ พวกนี้มาทําเหล้ารัมได้ เขียนสิครับ เหล้าไวน์ ถ้าไวน์แดงก็สีแดง ไวน์ขาวมันก็สีขาว สปาร์คกิ้งก็ว่าไปเลยครับ ใส่ไปตั้งแต่แชมเปญทําในแคว้นแชมเปญ หรือจะเป็นโปรเซกโก (Prosecco) ของอิตาลี ก็ใส่ลงไปเลย ทับศัพท์นี่ละ ท่านประธานครับ มันทับศัพท์ได้หมดเลยครับ เหล้าบางอย่างเขาเรียกว่าเบอร์บอน (Bourbon) เบอร์บอน คืออะไรครับ ก็คือเหล้าปกตินี่ละครับ วิสกี้นี่ละ แต่ว่ามันไปทําอยู่ในแคว้นเทนเนสซี ของสหรัฐอเมริกาเป็นต้น หรือว่ารัฐใกล้เคียงที่ใช้แม่น้ํานี้จากเทนเนสซีก็เรียกว่าเบอร์บอน ใส่ให้ชัดเลย เป็นอะไรก็ใส่ครับ จะเป็นซิงเกิลมอลต์ (Single malt) ทําจากมอลต์ ถ้าใครผลิต ซิงเกิลมอลต์ในประเทศไทยก็แน่นอนละนําเข้าอยู่แล้ว เพราะว่ามอลต์ไม่มีปลูกในประเทศไทย ถ้าจะนําเข้าต้องนําเข้ามอลต์หรือต้องนําเข้าหัวเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาผสม ต่าง ๆ เหล่านี้ท่านไม่มีความจําเป็นที่ต้องใส่นิยามคําว่า สุราแช่ สุรากลั่น เลยครับ เขียนไป ก็ไม่เข้าใจ เพราะว่าสูตรเดี๋ยวนี้มันผสมกันไปต่าง ๆ นานาแล้ว ความชัดเจนต้องมี เขาจะผลิต อะไรเขาก็ผลิตอันนั้นออกมาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมบอกว่าแบบนี้เขียนแล้ว เบลอ ไม่ชัดเจน มันล่าเมืองขึ้นจริง ๆ เพราะมีคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ไม่เท่ากัน ค่ายสิงห์ ค่ายช้าง เดี๋ยวผมเปรียบเทียบให้ดูครับ งานนี้ใครได้ใครเสีย ท่านประธานครับ การเมืองชัด ๆ ครับ ผมอยากจะย้อนกลับไปในบทสัมภาษณ์ครับ ในวันที่ ๒๕ เดือนมิถุนายน ปีนี้ครับ นักการเมืองท่านนี้ ท่านพูดถึงที่มาของการชุมนุมหน้ากากขาว ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านพูดว่า การรวมตัวของเขาในเรื่องแหล่งทุน เขาใช้คํานี้นะครับ รวมตัวกันได้ แต่ล้มรัฐบาลไม่ได้ เรารู้เส้นทางหมด ส่วนใหญ่ก็เจ้าเก่า รอเงินอ้ายน้ําเมา อ้ายน้ําเมาอยู่เฉย ๆ อ้ายขายเป็ดขายไก่อยู่เฉย ๆ บ้านเมืองสงบ นี่อย่างไร ล่าเมืองขึ้นอ้ายน้ําเมาอยู่ขณะนี้ครับ เขียนเกณฑ์ไม่ชัดเจน มาบอกว่าจะเขียนให้ชัด แต่ความจริงก็ไม่ใช่ มาดูชาร์ต (Chart) กันไหมครับใครได้ใครเสียครับ ขึ้นชาร์ตครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ท่านประธานที่เคารพครับ ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ได้จากนักวิชาการ สื่อมวลชนลงไปเรียบร้อยแล้ว แล้วเป็นตัวเลขที่ได้ ในช่วงที่พระราชกําหนดมีผลใช้บังคับ เป็นราคาใหม่ที่ยังไม่ได้มีการปรับ แต่จะต้องปรับ ในทิศทางนี้ทุกเล่ม ทุกสื่อลงเหมือนกัน เพราะแหล่งข่าวมาจากคนในกรมสรรพสามิต เบียร์ช้างขวดใหญ่ราคาเดิม ๔๒ บาท ราคาใหม่หลังปรับ ๔๖.๑๙ บาท เบียร์สิงห์ขวดใหญ่ ราคาเดิม ๕๖ บาท ราคาใหม่หลังปรับ ๕๖.๐๖ บาท เบียร์สิงห์ขวดใหญ่ปรับไม่ถึงบาท ไม่ถึง ๑๐ สตางค์ ๐.๐๖ สตางค์ ในขณะที่เบียร์ช้างจะต้องปรับขึ้นอีก ๔.๑๙ บาท ปัดโธ่ครับ เห็นแบบนี้ก็รู้แล้วครับว่าอ้ายน้ําเมาที่ว่านี้ ที่จะกีดกันเขาชื่ออะไรครับ ขึ้นสิ ไม่ต้องขึ้น รูปผมหรอก นี่กระป๋องครับ กระป๋องน่าเกลียดหนักเข้าไปอีก เบียร์ช้างราคาเดิม ๒๕ บาทครับ ปรับใหม่ ๒๗.๙๖ บาท เพิ่มขึ้น ๒.๙๖ บาท ในขณะที่เบียร์สิงห์แบบกระป๋อง ราคาเดิม ๓๑ บาท ปรับลดลง ๓๐ บาท แช่ไว้เลยครับ ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ เบียร์ช้างงานนี้กระจุยครับ นี่อย่างไรครับ ถ้าอ้ายน้ําเมาอยู่เฉย ๆ อ้ายขายเป็ด ขายไก่ อยู่เฉย ๆ บ้านเมืองก็สงบ นี่คือกระบวนการที่กําลังทําครับ แล้วเราจะทํางานกันแบบนี้ เราจะเห็นชอบกฎหมายแบบนี้ที่เป็นการกลั่นแกล้งเขาหรือครับ แล้วถามว่ามันชัดเจนขึ้นไหม ไม่ชัดเจน ท่านประธานไม่แปลกใจหรือ ทําไมเบียร์สิงห์จาก ๓๑ บาท เหลือ ๓๐ บาทแบบนี้ เขาบอกว่าแอลกอฮอล์ไม่ถึงเกณฑ์ครับ แต่มันแปลกนะครับ การคํานวณเที่ยวนี้เขาบอก อย่างนี้ครับ คิดจากทั้งปริมาณน้ํา คือพูดง่าย ๆ คือปริมาณวัตถุที่อยู่ข้างใน ปริมาณน้ําครับ และอีกส่วนหนึ่งก็คิดจากดีกรี พูดง่าย ๆ คือปริมาณแอลกอฮอล์ต่อลิตร คิดทั้งสองฝั่ง ไม่ได้ฝั่งไหน ๆ มากกว่าอะไร ไม่ใช่นะครับที่เขาพูดมานี้ มันตามใจฉันนะท่านประธาน เราถามในห้องวิปฝ่ายค้านว่า ไหนลองพูดชัด ๆ สิเขาคิดกันอย่างไร สากลทําแบบนี้หรือเปล่า เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกหลายคนบอก ปรับให้สู่เกณฑ์การเป็นสากล คําตอบคือ ไม่ใช่ ขีดเส้นใต้ เขาบอกว่าสากลถ้าอันไหนได้เปรียบตรงนี้ก็เอามา ถ้าสากลตรงไหนได้เปรียบตรงโน้นก็เอามา ภาษาผมเขาเรียกว่า ตามใจ ตามใจตัวเอง นี่อย่างไรเขียนไม่ชัดครับ นิยามเครื่องดื่มสุราแช่ สุรากลั่น อยากจะเขียนให้ชัดก็ไม่ชัด การคิดคํานวณภาษี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการวันนี้ มาครับ ไหนลองยืนบอกผมสิ อย่าพูดตามที่เขาเขียนสคริปต์ (Script) นะ พูดเอาแบบภาษา ชาวบ้านเลย คิดอย่างไรครับภาษีน้ําเมา แอลกอฮอล์แพงกว่าหรือ แล้วภาษีจะแพงกว่าหรือ จริงหรือครับ หรือเขาต้องเปรียบเทียบปริมาณน้ําด้วยครับท่านประธาน ความไม่ชัดเจนนี้ละ มันเป็นบ่อเกิดทําให้เกิดการล่าเมืองขึ้น ลองไปดูนะครับประมาณการถูกหรือผิด งานนี้เบียร์ช้าง จ่ายภาษีเพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และเบียร์สิงห์ต้องจ่ายภาษีขึ้นอีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ดูในระบบเถอะครับ แล้วนี่คือสิ่งที่เขาโดนกระทําการแบบนี้ แล้วตัวเลขที่ส่งเข้ามาทั้งหมด ก็เป็นตัวเลขที่ผิดครับ ไม่ผิดดีกว่า แต่ต้องใส่แว่นขยายครับ ก็คือเอาตัวเลขจริงเมื่อปีที่แล้วเปรียบเทียบกับตัวเลขประมาณการปีนี้แล้วบอกจัดเก็บ เกินเป้า ซึ่งความจริงไม่ใช่ เพราะจัดเก็บจริง ๆ มันต่ําเป้า ก็จัดเก็บขาดอยู่ กรมสรรพสามิต ๒,๕๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าเปลี่ยนรูปแบบภาษีใหม่มันจัดเก็บเพิ่มได้ถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บางคนก็บอกว่า ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาท บางคนก็ประมาณการไปถึง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท นี่ละครับวิธีคิดของรัฐบาลนี้ อย่าดัดจริตเลยครับที่บอกว่าจะช่วยให้คนไทยบริโภคเหล้า น้อยลง ไม่จริง เพราะทุกครั้งกรมสรรพสามิตยืนยันครับ มันจะต่ําแค่ ๒-๓ เดือนแรกที่เกิด การเปลี่ยนขยับภาษีใหม่ เพราะอะไร ๑. เกิดจากการกักตุน ๒. เกิดจากการที่คนเขาตกใจ ครั้งแรกแล้วไม่บริโภค แต่สุดท้ายภาษีสรรพสามิตได้เป้าครับ นี่อย่างไรครับรีดเลือดเอากับ คนจน จัดเก็บไม่เข้าเป้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สูงที่สุด เป็นประวัติการณ์ที่นายกรัฐมนตรีคนธรรมดาเขาทํากัน นี่คือการบริหารงานแบบนี้ ส่วนกฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่ในสภาให้พวกผมยกมืออย่างไรครับ เพราะว่าพระราชกําหนด มันมีผลใช้บังคับไปแล้ว ก็ ๑๕ ล้านเสียงเลือกพรรคเพื่อไทยมา ก็รับกรรมแบบนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านดอกเตอร์สุรสาล ผาสุข ครับ แล้วก็ต่อไปด้วยท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ แล้วก็ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร นะครับ

นายสุรสาล ผาสุก สิงห์บุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูง กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ต่อข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พุทธศักราช ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พุทธศักราช ๒๕๕๖ ฉบับนี้นั้น กระผมขอแสดงความคิดเห็น ในมุมมองที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขอกราบเรียนท่านประธานว่า ขอสนับสนุนพระราชกําหนดฉบับนี้ นะครับ ด้วยเหตุผลที่จะได้กราบเรียนให้ทราบดังต่อไปนี้ครับ

ประการที่ ๑ นั้น หลายท่านก็ได้พูดไปแล้ว ผมขออนุญาตที่จะสรุปสั้น ๆ อย่างนี้ว่า เรื่องของการจัดเก็บภาษีสุราที่ผ่านมานั้นเป็นการจัดเก็บตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่ใช้มายาวนานมากพอสมควร ในขณะที่มีการ เปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับสุราครับ ทําให้เกิดความไม่สอดรับกันระหว่าง ตัวกฎหมายกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นนี่เป็นเหตุผลประการหนึ่งที่จําเป็น จะต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างของระบบภาษีใหม่ เพื่อให้เกิดความสอดรับสอดคล้องกันนะครับ

ประการที่ ๒ อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ เรื่องของการเปลี่ยนฐานที่ใช้ในการคํานวณ ภาษีสุรานั้น เรื่องนี้สําคัญนะครับ เพราะว่าฐานที่ใช้ในการคํานวณภาษีสุรานั้นจะส่ง ผลกระทบถึงจํานวนภาษีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากในการคํานวณภาษีสุราถ้าใช้ฐานเรื่อง การคํานวณที่ไม่เหมาะสมแล้วจะส่งผลกระทบถึงการคํานวณภาษีสุรา โดยภาษีสุราที่คํานวณ ได้นั้นอาจก่อให้เกิดความไม่ยุติธรรมในการจัดเก็บภาษี ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นนั้น จะเกิดขึ้นต่อรัฐ เพราะฉะนั้นในพระราชกําหนดฉบับนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงฐานของ การคํานวณครับ ขออนุญาตที่จะพูดสั้น ๆ อย่างนี้นะครับว่า จากเดิมนั้นเราใช้ฐานราคาขาย ณ โรงงานสุราที่ทําในประเทศ และราคาซีไอเอฟบวกด้วยอากรขาเข้าสําหรับสุรานําเข้า ก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นการใช้ฐานที่เป็นราคาขายส่งช่วงสุดท้าย ซึ่งนํามาเป็นฐานในการคํานวณ ภาษีตามมูลค่าทั้งสุราที่ทําในประเทศและสุราที่นําเข้าจากต่างประเทศ เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ซึ่งผมกราบเรียนว่าถ้าเราใช้ฐานของการคํานวณที่ไม่เหมาะสมแล้ว อาจจะก่อให้เกิด ความไม่ยุติธรรมหรือก่อให้เกิดประเด็นปัญหาในการคํานวณภาษีสุราได้เช่นเดียวกันครับ

ประการที่ ๓ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่เป็นเหตุผลที่จะสนับสนุน พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็คือเรื่องการปรับปรุงการเสียภาษีครับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้ปรับปรุงการเสียภาษี จากเดิมนั้น เป็นการเสียภาษีตามมูลค่า หรือ ย้ําคําว่าหรือนะครับ ตามปริมาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าใช้การเสียภาษีตามมูลค่าก็ได้ หรือตามปริมาณก็ได้ แล้วแต่ว่าอัตราใด จะเป็นอัตราที่สูงกว่า ก็ปรับเปลี่ยนมาเป็น ให้เสียภาษีโดยการให้ความสําคัญของภาษี ตามมูลค่าและภาษีตามปริมาณ นอกจากนี้ยังให้ความสําคัญกับการเสียภาษีตามดีกรีที่สูงขึ้นอีกด้วย นั่นหมายความว่ามีการ มองว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ผูกพันหรือส่งผลกระทบโดยตรงต่อการคํานวณภาษีนั่นเอง เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับสภาวการณ์ของสุรา ที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วที่จะได้มีการปรับปรุงภาษี การเสียภาษีสรรพสามิตใหม่ด้วยการนําปัจจัยซึ่งผมได้กราบเรียนเมื่อสักครู่นี้ ๓ ประการครับ คือเรื่องของมูลค่า เรื่องของปริมาณและดีกรีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการคํานวณภาษีด้วย เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่าพระราชกําหนดฉบับนี้จึงมีความเหมาะสม มีความจําเป็น ทั้งในเรื่องของห้วงเวลา ระบบธุรกิจและระบบการค้าเสรี เรื่องนี้เป็นเรื่องของการปรับปรุง กฎหมายให้มีความเหมาะสม ซึ่งจะมีความผูกพันกับรายได้จากภาษี แล้วก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่จะส่งผลให้การดื่มสุราของประชาชนนั้นลดน้อยลง ซึ่งย่อมเป็นผลดีต่อสุขภาวะหรือสุขภาพ ของประชาชนด้วยแน่นอน เรื่องการรณรงค์ในเรื่องนี้เราท่านทราบกันดีนะครับว่า สสส. ได้รณรงค์ในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจํานวน ๒ เปอร์เซ็นต์ของภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บได้ เพราะฉะนั้นกรณีถ้ารัฐบาลจัดเก็บภาษี ได้เพิ่มขึ้นจากการปรับโครงสร้างภาษีในคราวนี้ก็จะส่งผลให้ สสส. มีงบประมาณที่จะนําไปใช้ ประโยชน์ในการรณรงค์เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะของประชาชนได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน ท่านประธานครับ การออก พ.ร.ก. ฉบับนี้เป็นการออกตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๘๖ ซึ่งระบุไว้ว่า กรณีมีความจําเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตราซึ่งจะต้อง ได้รับการพิจารณาโดยด่วนและเป็นการลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดินนั้นก็สามารถที่จะ ออกเป็นพระราชกําหนดขึ้นมาได้ ดังนั้นการที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใดจึงไม่มี การแก้ไขหรือปรับปรุงบทลงโทษตามมาตรา ๔๓ ซึ่งในมาตรานี้เป็นเรื่องของการลงโทษ ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ไม่ทําบัญชีแสดงจํานวนสุราให้ถูกต้องตามความเป็นจริง กระผมเห็นว่า ๒ เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันนะครับ ในส่วนของการตั้งข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องของการปรับปรุงภาษีว่าโดยส่วนใหญ่นั้นมักจะทํากันในช่วงที่ระบบเศรษฐกิจ หรือเศรษฐกิจอยู่ในช่วงดีเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหลักสากลทั่ว ๆ ไปครับ แต่ในกรณีของ การปรับปรุงภาษีสรรพสามิตหรือที่เราท่านรู้จักกันดีในนามของภาษีบาปนั้น ผมเห็นว่าน่าจะ เป็นกรณีเฉพาะที่สามารถจะดําเนินการได้ในทุกโอกาสตามความเหมาะสมที่เกิดขึ้น อันนี้ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบถึงเหตุผลต่าง ๆ ดังที่ผมได้กราบเรียนมานะครับ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวที่ได้กราบเรียนมานั้น กระผมจึงเห็นว่าการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ของรัฐบาลนั้นเป็นการออกที่เหมาะสมสอดคล้องกับ ห้วงเวลา ระบบเศรษฐกิจและระบบการค้าเสรีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของเราอยู่แล้วนะครับ กระผมจึงเห็นด้วยและสนับสนุนการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประเสริฐ เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องการออก พ.ร.ก. สุราฉบับนี้น้อยคนที่จะไม่เห็นด้วย ส่วนมากและส่วนใหญ่ก็จะเห็นด้วย เพราะเป็น การขึ้นภาษีเหล้า ภาษีสุรา ภาษีเบียร์นะครับ แต่ที่ผมจะขออนุญาตอภิปรายเพราะผม ไม่เห็นด้วยกับวิธีการแค่นั้นเอง ส่วนการขึ้นไม่มีปัญหา มีปัญหาเฉพาะเรื่องวิธีการ เริ่มตั้งแต่ พ.ร.ก. ฉบับนี้ครับ รัฐบาลอาศัยความในมาตรา ๑๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ส่งเข้ามาให้สภา มีผลตั้งแต่วันที่ ๓ กันยายน เท่าที่ผมตรวจดูนี่สภาเราได้รับเมื่อวันที่ ๔ กันยายนเป็นวันถัดไป ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เขาส่งมาภายใน ๓ วัน แต่ท่านประธานครับ ประเด็นก็คือปกติ พ.ร.ก. ฉบับนี้ถ้าเอาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ซึ่งใช้อนุโลม ตามความในมาตรา ๑๘๖ ต้องยอมรับว่าเราพิจารณา พ.ร.ก. ฉบับนี้ช้าเกินไป พ.ร.ก. ฉบับนี้ ความเป็นจริงต้องพิจารณาเป็นอย่างช้าในวันพุธที่ ๑๑ วันนี้เป็นวันพุธที่ ๑๘ ที่เรามา พิจารณากัน เพราะ พ.ร.บ. รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคสามนี่เขียนไว้ว่า ในการประชุม รัฐสภาคราวต่อไปให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกําหนดนั้นต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณา โดยไม่ชักช้า ถ้าอยู่นอกสมัยประชุมและการรอการเปิดสมัยประชุมสามัญจะเป็นการชักช้า คณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติ หรือไม่อนุมัติ พ.ร.ก. นี้โดยเร็ว ผมจึงเห็นว่าการที่เอามาพิจารณาในวันนี้ช้าเกินไป แล้ว พ.ร.ก. เรื่องอากรนี่ปกติจะมีผู้ที่ได้และผู้ที่เสียประโยชน์ ผู้ที่ได้ประโยชน์ แน่นอนครับ จะเป็นผู้ที่ทํามาค้าขายเกี่ยวกับวงการสุราทั้งสิ้น ผู้ที่เสียประโยชน์ก็คือผู้ที่บริโภคสุรา เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึง ก็จึงอยากจะถาม กราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่นั่งอยู่ที่นี่ครับ ถามท่านว่าปกติเราออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ เพราะความจําเป็นเร่งด่วนเพราะกลัวเรื่องการกักตุน แล้วเมื่อสักครู่มีสมาชิกท่านหนึ่ง ก็ได้สอบถามว่าท่านมีการตรวจสอบบัญชีสต๊อกหรือไม่ ทีนี้คิดว่าเดี๋ยวท่านคงตอบ แต่ท่าน คงตอบง่าย ๆ ว่ามีการตรวจบัญชี ซึ่งผมคิดว่ามันไม่เพียงพอ ถ้าท่านมีเอกสารบัญชีรายชื่อ บัญชีการตรวจสอบของท่าน ท่านเอามาให้ดูครับว่าเบียร์ยี่ห้อนี้ สุรายี่ห้อนี้ มีสต็อกอยู่ ก่อน พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกเท่าไร

แล้วประการที่ ๒ ครับ เนื่องจากอากรสุราเป็นอากรที่จ่ายก่อนก่อนการผลิต คือต้องไปซื้ออากรจากกรมสรรพสามิตมาก่อน แล้วถึงจะมาผลิตเบียร์ ผลิตสุราได้ เพราะหลังจากผลิตแล้วต้องปิดอากรบนฝาจุกนะครับ เรามีการตรวจสอบไหมครับว่า มีความเคลื่อนไหวมีความไม่ชอบมาพากลของการซื้ออากรนี้ไปกักตุน เพราะสมมุติ ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าท่านปรับรายการขึ้น ขวดละ ๕ บาท ถ้าเขาไปซื้ออากรหรือจ่ายชําระ ภาษีด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ จ่ายก่อนนํามาผลิต ๑๐๐ ล้านขวด แล้วมาผลิตทีหลังก็ได้ครับ เพราะอากรนี้ถูกต้องภาษีนี้ถูกต้อง ปิดไป หลังจากประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้แล้วเขาก็กําไร ไปแล้วร้อยล้านขวดก็กําไรขวดละ ๕ บาทก็ ๕๐๐ ล้านบาท เพียงชั่วข้ามคืนครับไม่ต้องทํา อะไรครับ ง่าย ๆ ท่านได้มีการตรวจสอบความผิดพลาดหรือความผิดปกติของการชําระภาษี ก่อนการผลิตหรือไม่ ถ้ามี ขอดูตัวเลขครับว่าความเคลื่อนไหวอย่างนี้เป็นอย่างไรนะครับ ท่านประธานครับ การออก พ.ร.ก. ฉบับนี้หลายท่านคงท้วงติงไปแล้วว่าประเด็นก็คือรัฐบาล คงไม่สามารถแก้ไขให้คนที่บริโภคสุรา เบียร์ ลดการบริโภคได้นะครับ เพราะกรมสรรพสามิต ก็มาชี้แจงทุกครั้งที่มีการปรับเพิ่มขึ้น จะหยุดชะงักเพียง ๓ เดือน หลังจากนั้นก็กลับเข้าสู่ ภาวะปกติ แล้วปริมาณก็จะสูงขึ้น ๆ เพราะฉะนั้นคํากล่าวอ้างของรัฐบาลว่าจะไม่ให้เยาวชน เข้ามาบริโภคสุราที่มีราคาถูก คงเป็นไปไม่ได้ครับ คงไม่ใช่เรื่องจริง แล้วจากตัวเลขเอกสาร ของทางสภาที่นํามาให้พวกเราสมาชิกได้อ่านในหน้าที่ ๔๖ ครับ ท่านประธานจะเห็นว่า สุราขาวนะครับ ผมยกตัวอย่างสุราขาวที่เห็นได้ชัดมาก สุราขาว ๒๘ ดีกรี ท่านเปรียบเทียบ ว่าเพิ่มขวดละ ๒ บาท ๔๕ สตางค์ แต่พอไป ๔๐ ดีกรีเพิ่มเหลือเพียง ๙๒ สตางค์ แปลว่า ถ้าดีกรีมากราคาปรับเพิ่มน้อยลง ถ้าดีกรีต่ํา ๆ ราคาเพิ่มสูงขึ้น คํานิยามนี้ที่รัฐบาลบอกว่า เพื่อไม่ให้เหล้าหรือที่มีแอลกอฮอล์ต่ํา ๆ มีคนไปบริโภคมาก แต่อีกด้านหนึ่งครับอาจจะ แปลได้ความว่ารัฐบาลต้องการให้ประชาชนหรือเยาวชนไปบริโภคสุราที่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น ใช่หรือไม่ เพราะมันไม่มีทางกระทบด้านเดียวเมื่อตัวเลขแอลกอฮอล์ต่ําราคาเพิ่มสูงมาก คนก็ต้อง หันกลับไปทดลองบริโภคแอลกอฮอล์สูงซึ่งมีราคาเพิ่มขึ้นน้อยกว่า อาจจะในระยะยาว คนติดสุราที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณที่สูงขึ้น มุมนี้รัฐบาลได้พิจารณาแล้วอย่างไร หรือว่าไม่มีการพิจารณา พิจารณาเพียงแต่ว่าต้องการแค่ขอตัวเลขภาษีที่เพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ดังท่านอธิบดีกรมสรรพสามิตได้มาให้ข่าวบอกว่าอาจจะสูงถึง ๑๕,๐๐๐-๑๗,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ําไป ก็ต้องเห็นใจครับเพราะรัฐบาล การปรับโครงสร้าง ของรัฐบาลทุกครั้งรัฐบาลคงต้องการเม็ดเงินมากกว่าตัวอื่น ๆ ตัวด้านสังคมคงเป็นเรื่องรอง เพราะอะไรที่อยู่ในมือรัฐบาลชุดนี้ต้องยอมรับความจริงครับว่าล้มและพังเกือบหมด ไม่ว่าเรื่องข้าว ต้องยอมรับครับว่าเราใช้เงินไปมาก เราเอามาเก็บ ยิ่งซื้อมากเท่าไร ยิ่งไปเก็บ มากเท่าไร เงินแทนที่จะมาหมุนใน ๑ ปี ๒ รอบ ๓ รอบก็หมุนไม่ออกมันไปจมอยู่ในสต็อก ของรัฐบาล รัฐบาลก็ต้องช็อตเงินเป็นเรื่องปกติ ยางพาราก็พัง การส่งออกก็พัง รถคันแรก ก็พังไปจากตั้งประมาณไว้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ใช้ไป ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีเงินได้ นิติบุคคลท่านก็ลด ๓๐ เหลือ ๒๓ ปีนี้เหลือ ๒๐ เขาประมาณการว่าต้องใช้เงินไปถึง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทใน ๒ ปี ก็เห็นใจครับว่ารัฐบาลใช้เงินเรื่องนิยม ๆ ของรัฐบาลไปมาก จริง ๆ ทําให้การเงินการคลังของประเทศไม่ดี ทําให้รัฐบาลขาดเงินสดอยู่ในมือต้องอาศัย เงินคงคลัง เงินคงคลังก็มีกฎหมายอีกครับ เอามาใช้เวลาขัดสนได้แต่ต้องคืนให้สถานะ เงินคงคลังกลับไปภายใน ๑ ปี ทั้งหมดทั้งปวงก็นําไปสู่การถดถอยของเศรษฐกิจ พอนําไปสู่ การถดถอย ภาคครัวเรือนก็บริโภคลดลง การลงทุนภาคเอกชนก็ลดลง การนําเข้าสินค้าทุน ก็ต้องลดลง พอทุกอย่างลดหมด การเก็บภาษีของท่านก็ต้องลดตาม โดยเฉพาะภาษี มูลค่าเพิ่ม เห็นชัดครับ มีผู้รู้เขาบอกว่าถ้าเศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย ดูได้จากการเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าภาษีมูลค่าเพิ่มที่นําเข้าสินค้าลดลง ๓ เดือนติดต่อกัน แปลว่าเศรษฐกิจ เข้าสู่เส้นยาแดงแล้วครับ ก้าวเข้าสู่เขตอันตรายแล้วครับ เศรษฐกิจวันนี้รัฐบาลคงไม่มี ทางเลือกที่จะขึ้นภาษีโดยเฉพาะภาษีอย่างยิ่งภาษีบาป ซึ่งเราเห็นด้วยแต่จังหวะโอกาส ที่เรายังเห็นว่าเมื่อภาวะอยู่ในภาวะถดถอย บางเรื่องบางราวไม่ควรขึ้นภาษีแต่เมื่อรัฐบาล เลือกทางนี้เราก็ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่น ในเรื่องการขึ้นภาษีบาป ทุกคน ผมกราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าคนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยนะครับ ผมก็เห็นด้วยแต่ผมไม่เห็นด้วยกับ วิธีการ และผมไม่เห็นด้วยกับความโปร่งใส เพราะฉะนั้นอยากให้รัฐบาลชี้แจงตามคําถาม เมื่อสักครู่ที่ผมได้กราบเรียนถามผ่านท่านประธานไป ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอลงกรณ์ ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใคร่ขอที่จะแสดง ความคิดเห็นต่อกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่มีความจําเป็น เร่งด่วนในการที่จะมีการปรับในเรื่องของอัตราภาษี ก็ถือว่าเป็นการที่รัฐบาลได้ใช้อํานาจ หน้าที่ในการตรากฎหมายฝ่ายบริหาร คือพระราชกําหนด แต่ต้องนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรก ซึ่งวันนี้ก็เป็นการ พิจารณา โดยหลักการแล้วต้องเรียนว่าการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. สุรานั้นเห็นด้วย มีข้อกังขา ที่จะตั้งเป็นคําถามและข้อสังเกตบางประการเพื่อที่จะถามผ่านท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีผู้มาชี้แจง ผมเองนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ ๒ ประเด็น แล้วก็ให้ความสําคัญ ต่อเรื่องนี้พอสมควรทั้งในยามที่ทําหน้าที่ฝ่ายบริหารและในยามที่ทําหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ กล่าวคือเกี่ยวข้องกรณีเรื่องของนโยบายแอลกอฮอล์ของประเทศ แต่เกี่ยวข้องเป็น แอลกอฮอล์ที่ให้รถกินก็คือเรื่องของโครงการเอทานอล ซึ่งไปโยงกับเรื่องของสุราสามทับ แล้วก็มาเกี่ยวโยงในเรื่องของ พ.ร.ก. และพระราชบัญญัติสุรา คราวนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นมิสเตอร์ เอทานอล วันนี้เราก็มีการผลิตแอลกอฮอล์โดยให้รถกินนะครับ ผสมเบนซิน เรียกว่าเป็น แก๊สโซฮอล์ ก็จําหน่ายทั่วทั้งประเทศ ทั้งอี ๑๐ (E10) อี ๒๐ (E20) แล้วก็อี ๘๕ (E85) เกี่ยวข้องข้อที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อครั้งที่รับผิดชอบในการดูแลการเจรจาเอฟทีเอ (FTA) หรือ ความตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรีกับประเทศต่าง ๆ นั้น ตอนที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ก็มีข้อเสนอของภาคเอกชน องค์กรเอ็นจีโอ (NGO) ต่าง ๆ แล้วก็ ภาควิชาการหลายส่วน ได้ให้ความเห็นและเสนอความเห็นมายังกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาลในขณะนั้นว่าในการเปิดเจรจาเอฟทีเอ ระหว่างไทย-อียู (EU) นั้นขอให้แก้ไข ประเด็นการเจรจาในเรื่องของบุหรี่และสุรา ผมเองโดยส่วนตัวก็ให้ความเห็นไปว่าในเรื่อง การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศโดยใช้เครื่องมือเอฟทีเอเป็นความตกลงระหว่างประเทศนั้น ไม่ว่าอนุภาคีหรือพหุภาคีก็ตาม โดยเฉพาะกับประเทศกลุ่มอียู เราน่าจะเอารายการสินค้า ประเภทสุรา บุหรี่ ออกจากบัญชีของการเจรจา เหตุผลส่วนตัวของกระผมในตอนนั้นก็คือว่า การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ควรส่งเสริมสินค้าอบายมุข แต่แน่นอนที่สุด ก็เป็นเพียงความเห็นหนึ่งนะครับ คราวนี้มีโอกาสได้มาอภิปรายในฐานะของฝ่ายนิติบัญญัติ ในเรื่องของนโยบายแอลกอฮอล์ภายใต้รัฐบาลชุดนี้ เป็นเรื่องของสุรา เป็นเรื่องของแอลกอฮอล์ ที่ให้คนกินไม่ว่าจะโดยวิธีการหมักหรือโดยการกลั่นก็ตาม การแก้ไขครั้งนี้มีข้อกังขาเกิดขึ้น ในประเด็นที่ ๑ ก็คือว่า เป็นการซ้ําเติมประชาชนหรือไม่ที่ต้องรับภาระเพิ่มขึ้นเมื่อผู้ผลิต ผู้จําหน่ายทั้งผลิตในประเทศ จําหน่ายในประเทศหรือนําเข้าจากต่างประเทศนั้นได้มีการ ต้องเสียภาษีเพิ่มก็ต้องเพิ่มราคาขายปลีก ก็เป็นภาระ ขณะเดียวกันก็เป็นการปรับภาษีในช่วง ที่เป็นยุคของข้าวยากหมากแพง ประชาชนชักหน้าไม่ถึงหลัง เศรษฐกิจตกต่ํา รายได้ไม่พอ รายจ่าย ในขณะที่สุรานั้นก็ถือว่าเป็นสินค้าสังคม หรือสินค้าที่เป็นที่ยอมรับว่าเราไม่ต้องการให้มีการบริโภคมาก ต้องควบคุมและจํากัด แต่ก็ในทุกงานบุญ งานบันเทิงเริมรมย์เทศกาลต่าง ๆ นั้น ทั้งชาวไทยและต่างประเทศนั้น ก็ได้มีการดื่มบริโภคกันทั้งในประเทศแล้วก็ทั่วโลก ดังนั้นจึงต้องสร้างความสมดุลในเชิง นโยบายและการใช้มาตรการที่เป็นนโยบายการคลังในเครื่องมือทางด้านของภาษีมาใช้ อย่างเหมาะสมให้เหมาะสมทั้งในส่วนของกาลเทศะคือห้วงเวลา แล้วก็ในส่วนของการ ให้ความเป็นธรรมต่อการกําหนดภาษีแต่ละประเภทของทั้งสุราแช่ สุรากลั่น ทั้งสุรา ในประเทศ สุราที่เป็นอุตสาหกรรมสุรา และสุราที่เป็นอุตสาหกรรมพื้นบ้าน รวมไปถึงการนําเข้าทั้งสุราแช่ แล้วก็สุรากลั่น เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายของรัฐบาลก็คือ การลดการบริโภคให้ได้อย่างน้อย ๕ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งการได้รายได้จากภาษีอย่างน้อย ๑๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ความจริงนโยบายแอลกอฮอล์นั้นก็ต้องเรียนว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ๒ ส่วน คือการเป็นแหล่งรายได้ กับ ๒. ก็คือการเป็นสินค้าสังคม ที่ต้องดูแล โดยเฉพาะเมื่อถูกตราว่าเป็นสินค้าอบายมุข ผมจึงใคร่ขอเสนอความเห็น ผ่านท่านประธานถึงรัฐมนตรีในกรณีที่เป็นเรื่องของแหล่งรายได้ของรัฐบาล ก็เห็นใจทั้งภาครัฐ และภาคราษฎรนะครับ เมื่อมีการปรับภาษีเพิ่มทุกครั้งก็ย่อมกระทบกระเทือน แต่กรณีที่ ๑ เป็นมุมมองในเรื่องของรายได้ของรัฐ ก็เห็นใจกรมสรรพสามิตนะครับ เพราะว่าต้อง ดําเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เมื่อดูเป้าหมายตัวเลขที่รัฐบาล ซึ่งยังใช้งบประมาณขาดดุล และก็จะกู้อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการพิจารณาของสภาวันพรุ่งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายให้ กรมสรรพสามิตซึ่งเป็นกรมหารายได้ นอกจากกรมสรรพากรและก็กรมศุลกากรแล้วก็ถือว่า เป็นหน่วยงานหลักในการหารายได้เข้าประเทศให้กับรัฐบาลมาใช้จ่ายนะครับ ได้ตั้งเป้าหมาย ปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ไว้สูงถึง ๔๖๓,๗๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ หรือว่าเพิ่มขึ้นถึง ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับในปี ๒๕๕๖ ประเด็นนี้จึงเป็นข้อสังเกตว่ารัฐบาลได้มุ่ง ประเด็นการหารายได้ โดยใช้กรมสรรพสามิตเป็นเครื่องมือ เพราะไม่สามารถที่จะหวังรายได้ จากภาษีน้ํามันดีเซล ซึ่งถือว่าเป็นน้ํามันที่เราใช้มากที่สุด วันหนึ่งก็ ๕๐-๖๐ ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่เบนซินเราก็ใช้ ๒๐ ถึง ๒๕ ล้านลิตรต่อวัน เมื่อขยับราคาในส่วนน้ํามันเบนซินไม่ได้ ภาษีก็เพิ่มไม่ได้ ภาษีสรรพสามิตที่บวกเข้าไปก็ไม่สามารถที่จะเป็นตัวเพิ่ม ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ได้ ขณะที่มาตรการรถคันแรกนั้นก็ต้องยอมรับว่าทําให้รายได้ของกรมสรรพสามิต รายได้ของ รัฐบาลนั้นลดลง เพราะฉะนั้นเมื่อดูในผลการศึกษาที่ได้ดําเนินการในการศึกษาเปรียบเทียบ ว่ารายได้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสุรา คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ภาษีสรรพสามิต ทั้งหมด นับว่าสูงมากนะครับ กรณีของประเทศไทยนั้นในการศึกษา ซึ่งสนับสนุนโดย สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพที่เรียกว่า สสส. และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หรือว่า ศวส. โดย ดอกเตอร์ชลธาร วิศรุตวงศ์ และคณะ ได้มีการศึกษาสรุปออกมาว่ารายได้ ภาษีสรรพสามิตสุราต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตทั้งหมดของประเทศไทยนั้นสูงถึงประมาณ ๑ ใน ๔ ของภาษีสรรพสามิตทั้งหมด ซึ่งนับว่าสูงมากนะครับ ในขณะที่รายได้ภาษี สรรพสามิตสุราต่อรายได้ภาษีของรัฐบาลทั้งหมดนั้นก็อยู่สูงถึง ๕.๐๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่า ประเทศฟิลิปปินส์กว่าเท่าตัว สูงกว่าประเทศสิงคโปร์ ๔ เท่าตัวเศษ สูงกว่ามาเลเซีย ๒ เท่าตัว สูงกว่าประเทศออสเตรเลีย ๑ เท่าตัว ที่ผมหยิบยกประเด็นผลการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบ ให้เห็นว่า โดยแท้ที่จริงเหตุผลของรัฐบาลได้ให้ความสําคัญต่อประเด็นการมองหารายได้เพื่อไป สนับสนุนรายได้ที่ไม่เพียงพอของรัฐบาลในครั้งนี้ แต่แน่นอนเมื่อมีการขึ้นภาษี ได้ทางหนึ่ง ก็เสียทางหนึ่ง เสียนั้นก็ตกไปถึงผู้ที่ต้องมีภาระในการซื้อหา ในมุมของสังคมต่อการขึ้นภาษี โดยพระราชกําหนดดังกล่าวนั้น ก็ต้องยอมรับว่าปัญหาการบริโภคสุรานั้นได้สร้างปัญหาสังคม ทั้งปัญหาในครอบครัว ปัญหา สุขภาพ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาของอุบัติเหตุ แต่ว่าอย่างไรก็ตามมีประเด็นที่น่าสนใจ แล้วก็เป็นคําถามทั้งในมุมของเศรษฐกิจและในมุมของสังคมที่อยากเรียนถามท่านรัฐมนตรี โดยผ่านท่านประธานก็คือ

ประการแรก ภายใต้พระราชกําหนดดังกล่าวนั้น ท่านได้ปรับเปลี่ยนในการที่ จะมีการกําหนดราคาที่มาใช้ในการคํานวณภาษีทั้งเชิงปริมาณและเชิงดีกรี โดยใช้ราคา ขายส่ง คําถามผมก็คือเป็นไปได้หรือไม่ทําไมถึงไม่ใช่ราคาขายปลีกโดยไม่รวมค่าขนส่ง

ประการที่ ๒ ก็คือในการตราพระราชกําหนดดังกล่าวซึ่งจะเป็นพระราชบัญญัติ มีผลต่อเนื่องใช้บังคับต่อไปเมื่อสภาได้ให้ความเห็นชอบนั้นจะมีผลกระทบอย่างใดหรือไม่ ต่อในเรื่องของสุราสามทับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสุราอุตสาหกรรมทั้งในส่วนของโครงการ เอทานอล

ประการที่ ๓ ก็คือจะมีผลกระทบต่อการส่งเสริมสุราพื้นฐานหรือไม่ ต้องยอมรับนะครับถึงแม้ว่าเรารณรงค์ต่อต้านเพื่อให้คนมีการบริโภคสุรา เบียร์ ไวน์ ลดลง แต่ก็ไม่สามารถที่จะกําจัดไปได้ ขณะเดียวกันมันก็เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านของทุกประเทศครับ เรามีวัฒนธรรมพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางของกระผม หรือว่าในภาคใต้หรือแม้แต่ในประเทศต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นก็มีอะวาโมริที่ใช้ข้าวในการ ผลิตหรือมีสาเกหรือว่าในประเทศจีนก็มีเหมาไถ มีเชียงชุน หรือว่าในประเทศอย่างเราก็มี ทั้งเหล้าขาวกลั่นนะครับ แล้วก็มีทั้งในส่วนของกระแช่และอื่น ๆ การกําหนดอัตราภาษี และวิธีการคํานวณและการกําหนดนิยามใหม่ดังกล่าวนั้นมีผลกระทบต่อชาวบ้านที่ได้รับ การส่งเสริมในนโยบายสุราเสรีและนโยบายในเรื่องของอุตสาหกรรม สุราพื้นบ้าน มากน้อย แค่ไหน ขณะเดียวกันผมก็มีข้อเสนอแนะความจริงก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึง รัฐมนตรีก็คือว่านอกเหนือจากมาตรการทางภาษีมันมีมาตรการค่าธรรมเนียม ทําไมรัฐบาล ถึงไม่เลือกที่จะใช้ ถ้าท่านต้องการที่จะลดการบริโภคสุรา เบียร์ ไวน์ แล้วการใช้มาตรการ ภาษีจะถูกตีความว่ามุ่งไปสู่การหารายได้เพื่อแก้ปัญหาถังแตกของรัฐบาลหรือไม่ ในขณะที่ มาตรการอื่น เช่น ในเรื่องของการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ใบอนุญาตดังกล่าวนั้น ครอบคลุมทั้งใบอนุญาตในการผลิตการจําหน่าย การขนย้าย แต่ดูประหนึ่งว่าประเทศไทยนั้น เราปล่อยให้มีการจําหน่ายเกือบจะเสรีไม่ว่าจะใกล้วัดวาอาราม โรงเรียน ชุมชน สามารถ ซื้อหาแม้แต่ร้านสะดวกซื้อมีการศึกษาระบุชัดเจนว่าการกําหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โดยเฉพาะในเรื่องของการจําหน่ายจ่ายแจกนั้นประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการกําหนด อัตราใบอนุญาตต่ําที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ทําไมรัฐบาลไม่เลือกใช้วิธีนี้ เพราะเป็นวิธีการ ที่สําคัญในการที่จะทําให้เกิดภาระต่อผู้จําหน่วยและเป็นการกําหนดในเรื่องของมาตรการ ที่จะควบคุมการจําหน่ายให้เป็นไปโดยยากขึ้น รวมทั้งมาตรการโซนนิ่งที่ยังไม่สามารถ ดําเนินการได้อย่างเป็นผล ผมคิดว่าด้วยเหตุผลดังกล่าวนั้นเป็นความจําเป็นที่รัฐบาลจะต้อง พิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้ถังแตก ไม่ได้ต้องการที่จะมุ่งหารายได้จากตรงนี้แล้วก็บีบคั้น กรมสรรพสามิตในห่วงเวลาที่ไปซ้ําเติมภาระของประชาชนทั้งภาระส่วนบุคคล ภาระ ส่วนครอบครัว และภาระสังคมในกรณีที่มีงานและด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว ผมเอง เรียนว่าอยากจะให้กําจัดอบายมุขเหล่านี้ไป เหมือนเรื่องของหวย เหมือนเรื่องของอบายมุขอื่น ๆ ยาเสพติด บ่อน แต่ว่ารัฐบาลจะต้อง มุ่งมั่นมากกว่านี้ พิสูจน์ตัวเองอย่าแต่เพียงการอ้างเหตุผลทางสังคมเพื่อที่จะมาสนับสนุน เหตุผลทางเศรษฐกิจของรัฐบาล เพราะฉะนั้นมาตรการอื่นที่เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอแนะ ดังกล่าวนั้น ก็หวังว่ารัฐบาลจะได้นําไปพิจารณา มันเป็นสินค้าอบายมุข แต่ก็เป็นสินค้า ทางสังคม การบริหารจัดการด้วยมาตรการทางภาษีที่เป็นหนึ่งในมาตรการทางการคลังนั้น จะต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรม เป็นไปอย่างสมดุล และการสนับสนุนก็จะเกิดขึ้น และ ความสําเร็จสัมฤทธิ์ผลต่อนโยบายก็จะบังเกิดขึ้นนะครับ ผมจึงขอถือโอกาสนี้แสดง ความคิดเห็นและตั้งคําถาม และข้อสังเกต รวมทั้งข้อเสนอแนะ ก็หวังว่าท่านรัฐมนตรีจะได้ ใช้เวลาในการที่จะชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ขอบคุณท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสัมภาษณ์ครับ ๗ นาที

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายสนับสนุนพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ด้วยเหตุผลที่ ผมจะอภิปรายคือในเรื่องของสังคม การที่ พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้ขึ้นภาษีจะทําให้ราคาของสุรา ไม่ว่าจะเป็นสุรากลั่นสุราแช่มีราคาแพงขึ้นสูงขึ้น ก็จะเป็นผลดีกับประชาชนที่จะบริโภค โดยเฉพาะในอดีตที่ผ่านมาถ้าสังเกตจากสถิติ ถ้าสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะ เป็นเหล้าเป็นเบียร์ที่มีราคาถูก ดังจะเห็นได้ว่า ถ้าสังเกตที่สังคมชนบทจะบริโภคสุราขาว ซึ่งสุราขาวนี้จะมีราคาถูกกว่าสุราสี ที่ผ่านมาไม่นานก็จะมีการโฆษณาเครื่องดื่มประเภทเบียร์ ราคาถูก ๓ ขวด ๑๐๐ ก็จะขายดิบขายดีเป็นเทน้ําเทท่า ทําให้บริษัทที่ขายเบียร์ที่โฆษณา ประชาสัมพันธ์ในเรื่องของราคาถูกขายดี ทําให้เยาวชนก็หันไปดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กันเป็นจํานวนมาก ฉะนั้นแล้วการที่พระราชบัญญัตินี้ขึ้นภาษีทําให้ราคาของเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ทุกประเภทราคาแพงขึ้น ผมเชื่อว่าจะช่วยลดปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มที่มี แอลกอฮอล์ให้ลดน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุของปัญหาอาชญากรทั้งหลาย ท่านประธาน ที่เคารพครับ น้อยคนนักครับที่มาหัดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงที่มีงานทําแล้ว หรือเป็นช่วงที่สูงวัย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่เคยดื่มมาตั้งแต่ยังอายุน้อยยังเป็นเยาวชน แล้วก็ จะดื่มผูกพันเรื่อยมา กลายเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะสังเกต ไม่ว่าจะเป็นงานมหรสพหรืองานบันเทิงอะไรก็แล้วแต่ วัยรุ่นที่ทะเลาะกันส่วนใหญ่ก็จะ มาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถามว่าในงานนั้นมีผู้ใหญ่ดื่มไหม ผู้ใหญ่ก็ดื่มครับ บางคน บางส่วนก็ดื่ม แต่ปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ปัญหาสังคมก็จะไม่มี ก็จะดื่มแบบมีวุฒิภาวะ ดังนั้นแล้วถ้าต้นทุนการซื้อเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์นี้สูงขึ้น ผมเชื่อว่าจะทําให้ปริมาณ ของผู้ที่ยังเยาว์วัย ผู้ที่อายุยังน้อยจะลดปริมาณจํานวนผู้ดื่มลง

ส่วนในเรื่องที่ ๒. ทางเศรษฐกิจ วันนี้ต้องสังเกตครับว่าอะไรก็แล้วแต่ที่มัน แพงขึ้น ของแพง ไม่มีใครอยากจะบริโภค คนก็จะหันไปบริโภคของที่มีราคาถูกกว่า ปัญหา ก็คือว่าจะมีของปลอมของเถื่อนมาแทรกแซงอยู่ในตลาด ที่ผ่านมาก็เคยเห็นครับ มีสุรา ต่างประเทศหลายชนิดที่มีการจับกุมกัน มีการปลอมแปลง ซึ่งไม่ใช่สุราเถื่อนครับ แต่เป็นสุรา ที่ปลอมขึ้นมา จะไปหาหัวเชื้อแอลกอฮอล์อะไรก็แล้วแต่ วันนี้ต้องยอมรับว่าในนโยบายของ รัฐบาลในเรื่องของพลังงาน เราก็ส่งเสริมให้มีการผลิตเอทานอลเพื่อที่จะมาเป็นพลังงาน ชดเชย ตรงนี้ละครับ เราจะควบคุมได้อย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือไม่ที่จะไม่ให้เล็ดลอด ออกมา เอาแอลกอฮอล์ส่วนนั้นมาผสมเป็นแอลกอฮอล์ที่มาเป็นเครื่องดื่มแล้วทําให้เล็ดลอด มาสู่ตลอด เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นของปลอมของเถื่อนแล้วก็ไม่เสียภาษีตามกฎ ตามเกณฑ์ ผมเองก็เป็นห่วงว่าถ้ามันแพงขึ้น การก๊อปปี้ (Copy) การเลียนแบบจะกลายเป็นปัญหา ของสังคม แล้วก็จะกระทบกระเทือนกับรายได้แผ่นดินในเรื่องของการจัดเก็บภาษีอากรของ กรมสรรพสามิต ก็ขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรี โดยเฉพาะวันนี้ ท่านรัฐมนตรีทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ท่านก็มานั่งฟังพวกเราอภิปรายกัน ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ก็เห็นด้วยที่จะมีการปรับปรุงพระราชกําหนดฉบับนี้ แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นก็ด้วยความเป็นห่วงครับในเรื่องของของแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าแพง มาก ๆ ของปลอมก็จะระบาด ก็ขอฝากท่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ช่วยดูปัญหาทั้งเรื่อง ของสังคมและก็เรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นรายได้ต่อไป ขอขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จากเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้คือ เนื่องจากวิธีการ จัดเก็บภาษีสุราไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน สมควรแก้ไขวิธีการ จัดเก็บภาษีสุราให้เหมาะสมนะครับ นี่คือเหตุผลหลักนะครับ แล้วก็ต้องออกเป็น พระราชกําหนด

คําถามที่ผมจะต้องเรียนถามผ่านทางท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลก็คือว่า การเก็บภาษีในครั้งนี้มันแปรผันตามสภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน คําถามก็คือว่า เศรษฐกิจในปัจจุบันนี้มันอยู่ในสภาพเป็นอย่างไรครับ มันดีขึ้น เท่าเดิม หรือแย่ลงกว่าเดิม เมื่อเทียบกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมานะครับ อันนี้คือสิ่งที่เป็นเหตุทําให้เกิดต้องมีการจัดเก็บภาษี สุราใหม่ หรือที่เรียกว่า ไม่เหมาะสม ครับ ถ้าเราได้ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ของประเทศนะครับ ขณะนี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เราได้พิจารณางบประมาณแผ่นดินเรียบร้อย แล้วนะครับ เราผ่านไปแล้วงบ ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท โดยมีการกู้เงิน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านไปแล้วนะครับ ผ่านทางวุฒิสภาไปแล้ว และในขณะนี้งบดุลอันหนึ่งที่มีปัญหาก็คือ ดุลบัญชีเดินสะพัดครับ ดุลบัญชีเดินสะพัด นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ที่เกิดวิกฤติ เศรษฐกิจ ดุลบัญชีเดินสะพัดตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๕๕ ไม่มีขาดดุลครับ เป็นเกินดุล โดยตลอด นั่นก็หมายถึงว่าภาวการณ์ส่งสินค้าและบริการขาออกของเราสูงกว่าการนําเข้า อย่างมีนัยสําคัญ ขณะนี้ปี ๒๕๕๖ ครับ ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึง ณ วันที่ผมกําลังพูดอยู่นี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดทุนครับ ขาดทุนอย่างน่าเป็นห่วงนะครับ ขาดดุลในลักษณะที่เป็น จํานวนอยู่ในระดับ ๗ เดือนแรก ก็คือประมาณติดลบ ๑๓๕,๐๐๐ ล้านบาท คาดว่าเมื่อครบ ๑ ปี จะตกประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีก็คงจะประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นอกจากนี้นะครับ ดุลบัญชีเดินสะพัดก็จะทําให้เกิดมีภาวะ ที่ว่าเงินมันจะไหลออกขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ ไหลออกมาก ขึ้นอยู่กับบัญชีเดินสะพัด ถ้านักลงทุนต่างชาติ หรือผู้ประกอบธุรกิจ หรือคิดจะมาลงทุนครับ เขาไม่ค่อยกล้ามาลงทุน ถ้าเห็นว่าดุลบัญชีเดินสะพัดนี้ไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น หรือบอกว่าไม่มีอนาคต นอกจากนี้ หนี้ระยะสั้นก็ยังอยู่ในระดับสูง ขณะนี้หนี้ระยะสั้นในระดับสูงของเราอยู่ที่ประมาณ ๑,๘๖๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณไม่ถึง ๑ ใน ๓ ของทุนสํารองระหว่างประเทศ ที่เรามีอยู่นะครับ นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง

เรามาดูภาคส่งออกเป็นอย่างไรครับ ภาคส่งออกก็ตกต่ําน่าดู ๗ เดือนแรก โตเพียงแค่ ๐.๖ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดจากมูลค่าเป็นดอลลาร์ (Dollar) สหรัฐนะครับ คาดว่าทั้งปี จะโตแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะโตถึง ๗-๗.๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น สินค้าต่าง ๆ เป็นอย่างไรครับ สินค้าเกษตรกุ้งเป็นโรค จํานําข้าวขาดทุนมโหฬารนะครับ เกินกรอบวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติ แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเลขจะสิ้นสุด ณ ตัวเลขใด สินค้าที่เคยทําชื่อเสียงก็คือสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ครับ นั่นก็คือฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (Hard disk drive) เราเป็นแชมป์ (Champ) นะครับ การส่งออก ของฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟเป็นแชมป์อันดับ ๑ มาโดยตลอด ขณะนี้นับตั้งแต่น้ําท่วมเสร็จสิ้นไป โรงงานปิดเรียบร้อยไม่ทราบว่าปิดเพราะเป็นห่วงว่าน้ําจะท่วมซ้ําอีก หรือเป็นปัญหาเพราะ ค่าแรงเลยต้องมีการย้ายถิ่นอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าการที่เราจะมาพิจารณา การกําหนดภาษีสุราใหม่นี้นะครับ มันอยู่ในสภาวะที่เศรษฐกิจของชาติเราเป็นอย่างไรครับ เราขาดดุลไปแล้วถึง ๒ ดุล ดุลงบประมาณ และดุลบัญชีเดินสะพัด และดุลอีกอันหนึ่งก็คือ ดุลบัญชีเงินทุนนะครับ ซึ่งก็มีแนวโน้มอีกว่ามีความเสี่ยงสูงท่านประธานครับ ดูในเรื่องของ หนี้สินภาคครัวเรือนเป็นอย่างไรครับ หนี้สินภาคครัวเรือนเราพุ่งจาก ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จนขณะนี้ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นสภาพการ ทุกอย่างที่คิดว่าจีดีพี (GDP) จะโตขึ้นนี้นะครับ มันยากลําบากเหลือเกิน รัฐบาลไม่ออก กฎหมายหรือไม่ได้ให้งบประมาณครับ ไม่ใช่ไปออกกฎหมาย กฎหมายเงินออมแห่งชาติ ที่รัฐบาลที่แล้วได้เร่งผลักดันให้เกิดขึ้น ไม่เกิดขึ้นครับ ผลจากการที่ไม่มีเงินออมเกิดขึ้น ทําให้ภาคประชาชนต้องทําอย่างไรครับ พึ่งรัฐตลอดครับ มีอะไรก็ขอเพราะฉะนั้นก็ออก ประชานิยมมาก็สอดคล้องกันนะครับ เพราะเราไม่ยอมให้มีกองทุนเงินออมแห่งชาติ อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อรัฐพึ่งรัฐเป็นอย่างไรครับ พึ่งรัฐเสร็จในที่สุดรัฐมีทางเดียวครับ ต้องทําอย่างไรให้จีดีพีโต จีดีพีโตมันก็เกิดมีปัญหาในเรื่องของต่างประเทศ ในที่สุดจีดีพี ก็ไม่สามารถจะโตได้ แต่ขณะเดียวดันจีดีพีจะโตได้ก็ต้องคุณภาพของคนที่จะผลิตสินค้า หรือมีคุณภาพในการหารายได้อื่น ๆ ที่จะทําให้เป็นตัวเพิ่มจีดีพีของประเทศไทยนี่ละครับ คือวัฏจักรของประเทศที่ขณะนี้ฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าเปรียบเทียบกับคนก็คือว่า คนไข้อาการหนัก เรียกว่าภาวะช็อก (Shock) อยู่แล้วนะครับ จนกระทั่งพรุ่งนี้ต้องปั๊มเงินอีก ๒,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะให้เศรษฐกิจหมุนเวียนให้ได้ และถ้า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีปัญหาในแง่ของการใช้ก็ตาม ผมเชื่อว่าประเทศนี้ตายแน่นะครับ และตายภายในปีนี้ อย่างแน่นอนนะครับ นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง หันกลับมาดูสินค้าเกษตรอีกอย่างหนึ่งเพื่อให้ สอดคล้องกับภาษีเหล้าก็คือว่า ขณะนี้เราส่งออกข้าวไม่ได้หรือได้น้อยมากนะครับ ข้าวที่เหลือ ก็มีปัญหาเสื่อมคุณภาพบ้าง เน่าบ้าง ผมเสนออย่างนี้ครับว่าถ้ารัฐบาลจะสามารถที่แปลงข้าว ซึ่งเป็นสินค้าที่จัดเก็บมีอายุนะครับ มีทางเดียวต้องแปลงเป็นสุรากลั่นเอาข้าวก็ดีครับ หรือแม้แต่ข้าวโพดซึ่งปลูกมากที่จังหวัดทางแถบเหนือตอนล่าง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดตาก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย หลายอําเภอครับ กําลังจะออกแล้วก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน คือราคาไม่ดีครับ พี่น้องเกษตรกรบ่นว่าอยู่ไม่ได้ครับ ขณะนี้หลายคนกําลังคิดที่จะออกมา ประท้วงเช่นเดียวกัน ภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ จึงเป็นสิ่งที่มีความผิดพลาด แล้วก็ มีมิจฉาทิฏฐิอย่างสูง ไม่ยอมฟังนักวิชาการ ไม่ยอมฟังฝ่ายค้านให้สติเตือนไว้ว่าอย่าทํา หยุดแล้วในสิ่งที่ท่านก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ท่านก็จะทํา โดยในกรณีก็คือการจํานําข้าว เป็นต้น เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจว่าวันนี้ทําไมถึงต้องมีพระราชกําหนดการจัดเก็บภาษีสุรา อัตราภาษีใหม่ขึ้นมานะครับ ด้วยเวลาอันจํากัด ผมจึงขอยืนยันครับท่านประธานครับว่า ขณะนี้ประเทศเราแย่มาก ๆ นะครับ และสิ่งสําคัญที่สุดก็คือว่ารัฐบาลไปช่วยกับภาคคนรวย มากกว่าครับ ภาษีนิติบุคคลเพื่อนได้พูดแล้วนะครับ จาก ๓๐ ๒๓ ๒๐ เหตุผลก็คือว่าเพราะเราอยากจะแข่งกับเออีซี ๑๐ ประเทศ เพราะเขา ต่ํากว่าเรา แต่ขณะเดียวกันบีโอไอ (BOI) เราก็ไม่ลด กลับเพิ่มให้ และบีโอไอที่เพิ่มให้ ก็ก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมเสียหายอย่างหนัก แล้วก็ไม่สามารถที่จะใช้เงินงบประมาณปกติ ไปแก้ไขได้ นอกจากนี้ครับท่านประธาน คนรวยได้เปรียบอีกอันหนึ่ง ก็คือว่าภาษีบุคคลธรรมดา ปี ๒๕๕๖ ซึ่งจะต้องถึงรอบจ่ายในเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๗ คนที่มีรายได้ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ลดลงนะครับ เดิมเก็บ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ก็จะลดลงเหลือเพียง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เราก็จะสูญเสีย เงินเหล่านี้อีกหลายหมื่นล้านบาท เทียบกับที่เราจะมาขึ้นภาษีสุรา ซึ่งภาษีนี้แน่นอนครับ สุราย่อมเป็นของที่ไม่ดีแน่ ไม่มีใครปฏิเสธ แต่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องจริง ๆ ในชนบท นะครับมันมีความจนครับ มันมีความเครียดครับ หาทางออกไม่ได้ ก็มี ๒ อย่าง ไม่กินเหล้า ก็ไปกินยาไอซ์ ยาบ้า เป็นต้น เพราะฉะนั้นไม่แปลกใจว่าทําไมยาไอซ์ ยาบ้า ถึงถูกจับทุก ๆ วัน ด้วยเวลาเพียงแค่นี้ผมก็อยากจะให้เห็นภาพว่าขณะนี้คนรวยก็อยู่เย็นเป็นสุขนะครับ ภาษีก็ได้ลด ทุกอย่างดีหมด คนชั้นกลางก็ได้รถคันแรกไปแล้ว แต่คนชั้นล่างไม่ว่าจะเป็นพืชสวน พืชไร่ ข้าว ยางพารา โดยเฉพาะยางพาราและน้ํามันปาล์ม พืช มันสําปะหลัง และข้าวโพด ยังเป็น พืชที่ไร้อนาคตนะครับ ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับพระราชกําหนดฉบับนี้ ที่กําลังจะมาใช้ในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศใกล้ตายครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ๗ นาทีครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายจุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมเตรียมงานมา ๑๕ วัน ท่านประธานให้เหลือ ๗ นาที สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานคือว่าพระราชกําหนด ฉบับนี้เป็นพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา ปี ๒๔๙๓ แล้วก็แก้ไข เป็นฉบับที่ ๗ ก็คือได้แก้ไขมาแล้ว ๗ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๗ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมมองไปบนบัลลังก์ก็เห็นแต่เพื่อนรักผม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง แต่ไม่เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ให้ สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ท่านประธานครับ ผมได้ฟังคําอภิปรายของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง คําแถลงนะครับ แล้วก็ผู้สนับสนุนว่าพระราชกําหนดฉบับนี้ดีอย่างไร ควรจะผ่านอย่างไร หลายท่านก็บอกครับบอกว่าพระราชกําหนดฉบับนี้ดี มันจําเป็นต้องด่วน เพราะว่ามันเป็นความลับ แล้วก็เป็นเรื่องสําคัญทางเศรษฐกิจ แต่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าไปดูเวลานะครับ เรื่องนี้เอาเข้าคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ แล้วพระราชกําหนดฉบับนี้มีผลใช้วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๖ มีช่องว่าง ๗ วันครับ แล้วท่าน อย่าบอกว่าลับนะครับ เพราะผมก็ทราบรายละเอียดในพระราชกําหนดฉบับนี้ ผมทราบ ทางหนังสือพิมพ์ครับ หนังสือพิมพ์ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม แทบทุกฉบับครับ ฉะนั้นอย่าบอกว่า ลับ แล้วก็อย่าบอกว่าด่วน เพราะว่าถ้าเผื่อด่วน ใครกักตุนไม่ได้เลยคือเข้า วันที่ ๒๗ วันที่ ๒๘ มีผลบังคับใช้เลย นี่ท่านทอดเวลามา ๗ วัน ผมถามว่าเพราะอะไรครับ เพราะปล่อยให้เขา กักตุนอย่างนั้นหรือครับ ๗ วัน นั่นคือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่จูงใจให้ผมสนับสนุนพระราชกําหนดฉบับนี้ ซึ่งผมยัง ไม่มั่นใจก็คือว่าวันนี้ต้องยอมรับว่าคนไทยดื่มเหล้าเป็นอันดับ ๕ ของโลก ท่านประธานครับ แล้วท่านประธานต้องสนใจเป็นพิเศษ เพราะว่าจังหวัดท่านประธานบริโภคเหล้าสูงสุด ของประเทศไทย แต่เป็นเหล้าที่ตีทะเบียนเสียภาษีนะครับ เพราะเป็นเหล้าพื้นบ้าน คนไทย ดื่มเหล้าคนละ ๕๒ ลิตรต่อปี การนําเข้าสุราเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ปี ๒๕๔๖ นั้นนําเข้าสุรา แอลกอฮอล์ ๒๔ ล้านลิตร ปีนี้ปี ๒๕๕๖ นําเข้า ๔๒ ล้านลิตร ศูนย์วิจัยปัญหาสุราเขาบอกว่า สํารวจว่าผู้ดื่มสุราตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี คือต่ํากว่ากฎหมายกําหนด จนถึง ๕๙ ปี มีติดเหล้า ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วในนี้คือ ๑๐ ปีที่แล้ว ผู้ดื่มสุราอายุ ๑๕ ถึง ๕๙ ปี เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ปี ๒๕๔๖ นั้นมี ๑๐ ล้านคน วันนี้สํารวจเมื่อปี ๒๕๕๕ ครับ ๙ ปี เพิ่มเป็น ๑๗ ล้านคน แล้วระหว่างนั้นรัฐบาลที่ผ่านมาก็ขึ้นภาษีสุรานะครับ ไม่ใช่ไม่ขึ้น ขึ้นภาษีสุรา ประเด็นก็คือว่า ขึ้นภาษีสุราแล้วทําให้บริโภคสุราหรือดื่มเหล้าลดลงไหม ท่านประธานครับ ตัวเลขมันฟ้องว่า แค่ ๙ ปี เพิ่ม ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วผมมีตัวเลขท่านประธานเห็นคือเมื่อปี ๒๕๕๒ เราเพิ่งขึ้น เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ นะครับ ขึ้นวันนั้นสุรากลั่นในประเทศยอดขายอยู่ที่ ๔๘๖ ล้านลิตรครับ แล้วเราขึ้นภาษีปีนั้น ปีที่ผ่านมาปี ๒๕๕๕ ครับ ปี ๒๕๕๖ ยังไม่จบ ปี ๒๕๕๖ นั้นมียอดจําหน่ายสุราเพิ่มขึ้น ๙๗ ล้านลิตรครับ คือจาก ๔๘๖ ล้านลิตร เป็น ๕๘๓ ล้านลิตรครับ หลังจากเพิ่มภาษีนะครับท่านประธาน ประเด็นที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่า ตลาดเบียร์ก็ไม่เว้นครับ มูลค่าตลาดเบียร์ประเทศไทยวันนี้ มูลค่า เพิ่มขึ้นถึง ๑๒๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ คนไทยบริโภคดื่มเบียร์ปีละ ๒,๒๐๐ ล้านลิตร สิ่งที่ น่าตกใจก็คือว่าปีที่ผ่านมา คือปีเดียวครับ การบริโภคเบียร์เพิ่มขึ้น ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่ ราคาเพิ่มนะครับ นี่คือเหตุผลที่เอามาพูดบอกว่า ขึ้นภาษีแล้วของแพง ก็ทําให้คนบริโภค ลดลง ผมก็อยากจะบอก บอกว่ามันฟังไม่ขึ้น เพราะว่าลําพังท่านไม่ต้องขึ้นภาษีหรอกครับ ท่านประธาน วันนี้กําลังซื้อประชาชนก็หดตัวจะตายกันอยู่แล้วท่านประธานครับ วันนี้ หลังจากผ่อนบ้านหลังแรก ผ่อนรถยนต์คันแรก ไม่เหลือเงินแล้วครับท่านไม่ต้องไปฆ่า ไปลดกําลังซื้ออีกแล้วครับ นโยบายรัฐบาลช่วยให้คนจน คนชั้นกลางตายด้วยการไม่มี กําลังซื้อแล้วครับ ท่านดูตัวเลขสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินะครับว่าการบริโภค ของประชาชนที่เดิมในปลายปีที่แล้ว ไตรมาสปีที่แล้วขยายตัวที่ ๑๒.๔ เปอร์เซ็นต์ ปีนี้ต้นปีนี้ ไตรมาสแรกครับท่านประธาน ขยายตัวเพียงแค่ ๔.๒ เปอร์เซ็นต์ หายไป ๒ ใน ๓ ครับ นี่ผมเอาแค่เฉพาะไตรมาสแรกครับท่านประธาน ผมไม่เอาไตรมาสที่ ๒ มา จะตกใจ และกําลังซื้อประชาชนวันนี้ไม่มีแล้ว การลงทุนภาคเอกชน ท่านประธานครับ จากเป้าหมายที่ ๓.๑ เปอร์เซ็นต์ก็เหลือแค่ ๑.๙ เปอร์เซ็นต์ แล้ววันนี้ตัวเลขของรัฐบาลเองท่านประธานครับ สํานักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นคนระบุนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ระบุว่าปีนี้ภาคเกษตร กําลังซื้อลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้เกษตรกรยางกับปาล์มที่เขามีปัญหาทุกวันนี้ แล้วรัฐบาลเมินเฉย ไม่แก้ เขากําลังซื้อลดลง แล้วเขามีตัวเลขบอกครับ กระทรวงการคลัง ตัวเลขบอกครับ บอกว่ายอดขายจักรยานลดลง สะท้อนกําลังซื้อภาคเกษตร แค่นั้นยังไม่พอครับท่านประธาน ๒๑ ปีมานี้มาม่า (Mama) ไม่เคยมียอดขายลดลงครับ ปีนี้มาม่ายอดขายลดลงครับท่านประธาน แสดงถึงความยากจนข้นแค้นขนาดไหน เพราะฉะนั้นรัฐบาลไม่จําเป็นต้องไปขึ้นภาษีเลยคนก็จะตายอยู่แล้ว แล้ววันนี้ปริมาณเช็ค (Cheuqe) เด้งท่านประธานครับ เพิ่มขึ้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วผมกําลังจะบอกท่านประธานว่า ภาษีเพิ่มขึ้นวันนี้เป็นความคิดที่ดี ที่ภาษีบาปเก็บเพื่อให้คนบริโภคน้อยลง แต่ผมถาม จริง ๆ ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนี้เคยไปอ่านบทวิจัย กระทรวงการคลังเองไหมก่อนจะแก้กฎหมายฉบับนี้ บทวิจัยของท่านเองครับ บอกว่าอย่างไร ถ้าขึ้นภาษีเหล้าเบียร์จะมีความดีงามอย่างไรก็ตามคนที่ต้องรับผลจากการนี้ คือผู้บริโภค คือผู้ดื่มเหล้า เราจะว่าผู้ดื่มเหล้าดีไม่ดีไม่ทราบ แต่วันนี้คน ๑๗ ล้านคนคือผู้ดื่มสุรา นี่ไม่นับ ที่เกิน ๖๐ ขึ้นไปนะครับท่านประธาน มีอีก แต่ผมกําลังจะบอกท่านประธานว่าท่านประธาน ทราบไหมครับว่า วันนี้คนที่ดื่มสุราครับท่านประธาน ๖๙ เปอร์เซ็นต์ของคนดื่มสุรา รายได้ มาจากเงินเดือนครับท่านประธาน เงินเดือนกับค่าจ้างครับ ๑๗ เปอร์เซ็นต์เอามาจากโบนัส (Bonus) ครับ ๔ เปอร์เซ็นต์ขอสตางค์พ่อแม่พี่น้องมาดื่มสุราครับ อีก ๒ เปอร์เซ็นต์คือขอให้ เจ้าภาพจงเจริญ มีเจ้าภาพให้ครับท่านประธาน นี่คือผลของท่านลงไปสู่รากหญ้า แล้วถามว่า กลุ่มที่จะต้องจ่ายภาษีที่แพงขึ้นมาจากกลุ่มใด นี่คือบทวิจัยของกระทรวงการคลังนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปอ่านบ้าง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ของผู้ดื่มสุราต้องจ่ายภาษี เพิ่มขึ้นจะมาจากกลุ่มอาชีพรับจ้างครับท่านประธาน กลุ่มอาชีพรับจ้าง ๑๑ เปอร์เซ็นต์ จะมาจากพนักงานเอกชน ๑๐ เปอร์เซ็นต์จะมาจากนักธุรกิจ ๖ เปอร์เซ็นต์มาจากทหาร ๓ เปอร์เซ็นต์มาจากตํารวจครับ นี่คือคนที่ต้องจ่ายจากภาษีที่เพิ่มขึ้น ที่ทุกท่านบอกว่า ขึ้นนิดเดียว ๔ บาท ๕ บาท ๖ บาท ไม่ได้ขึ้นเยอะ แต่ผมกําลังจะชี้ใช้ท่านประธานเห็นว่า ที่นิดเดียวของท่านนี้นะครับ รายได้คนที่เอามาจ่ายซื้อเหล้าท่านประธานครับ คนที่ได้เงิน ค่าจ้างต่ํากว่าวันละ ๒๐๐ บาท มีอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่ซื้อเหล้ากิน แต่ที่ท่านขึ้นค่าแรงไป ๓๐๐ บาท คนพวกนี้อยู่ในกลุ่มนี้ครับ๔๕ เปอร์เซ็นต์ที่ดื่มสุราแพงขึ้น ส่วนคนที่ได้เงินเดือนละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ชนชั้นกลางนี้ ๒๙.๓ เปอร์เซ็นต์ครับ มันกําลังจะบอกอะไร กับท่านประธานครับ บอกว่าผู้มีรายได้น้อยทั้ง ๓ กลุ่มนี้คนได้เงินรายได้วันหนึ่งไม่ถึง ๒๐๐ บาท วันหนึ่งไม่ถึง ๓๐๐ บาท ได้เงินเดือนไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท คนพวกนี้ ๘๔.๘ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ดื่มครับท่านประธาน ท่านขึ้นภาษีเพื่อกําลังจะลงโทษคนมีรายได้น้อยเหล่านี้ แล้วถ้าเผื่อท่านลองไปดูนะครับ คนที่ดื่มไวน์ราคาแพง ๆ ขวดละ ๑๐,๐๐๐ บาท ขวดละ ๑,๐๐๐ บาท ขวดละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคเท่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผลวิจัยของกระทรวงการคลังเองนะครับ ระบุแล้วว่าการใช้มาตรการภาษีเพื่อควบคุมการบริโภคสุราของประชาชนผ่านการ เปลี่ยนแปลงของราคามีผลไม่มานัก เขาไล่ไปเลยครับท่านประธาน ไวน์ เบียร์ วิสกี้ (Whiskey) สุราขาว สุราปรุงพิเศษ บรั่นดี (Brandy) ในแต่ละอันนั้นผมบอกท่านประธาน ได้เลยว่า สุราขาวนี้คนจนดื่มมากที่สุด ท่านประธานครับ ทุก ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ที่ขึ้น จะมีผล ให้คนบริโภคลดลง ๐.๐๙ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ๐.๐๙ เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่ถึง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ๐.๐๙ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นที่ขึ้นราคาไปแล้ว ทุกคนบอกว่าขึ้นราคาเพราะว่าหวังว่ามันจะลดการบริโภคนั้น ผลวิจัยของกระทรวงการคลัง ที่ท่านทํามาเองใช้งบประมาณไปทํานี้มันฟ้องตัวมันเอง แล้วเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ให้กับผู้บริหารด้วยว่า การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสุราของประเทศไทยนั้นมีหลักที่ขัดแย้งกัน คือจะควบคุม การบริโภคของประชาชนหรือจะเป็นรายได้ของรัฐ ที่ผมพูดมานี้เขาบอกเลยว่าการปรับเพิ่ม อัตราภาษีสุรา ทําให้ประชาชนลดการบริโภคสุรา แต่ปริมาณการบริโภคสุราที่ลดลงนั้น ยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการควบคุมการบริโภคของประชาชน ไม่ให้ส่งผลต่อเนื่องที่ทําให้เกิดปัญหาสังคมและปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ ตามมา ท่านประธานครับ นี่คือบทพิสูจน์บทสรุปของกระทรวงการคลังว่าการขึ้นภาษีนั้น ไม่สามารถ ทําให้การบริโภคลดลงได้ แล้วตัวเลขที่ผมให้ท่านดูก็คือว่าคนที่เสียภาษีต้องการดื่มเบียร์แพง ดื่มเหล้าแพงนั้นมาจากคนรากหญ้าทั้งสิ้น แล้วกระทรวงการคลังยังระบุครับท่านประธานว่า ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามพบว่าการเพิ่มบทลงโทษการดื่มสุราในที่ห้ามดื่ม หรือในกรณีเมาแล้วขับ ส่งผลต่อการลดบริโภคสุรามากที่สุด ไม่ใช่เรื่องภาษีครับ ท่านประธานครับ ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าวันนี้ตัวเลขต่าง ๆ ของกระทรวงการคลังได้พิสูจน์แล้วว่าการขึ้นภาษีนั้นไม่ได้เป็นการลดการบริโภค ก็เหลืออยู่ อย่างเดียวคือเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับรัฐ ผมได้เห็นคําสัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังแล้ว ท่านประธานครับผมไม่สบายใจ ท่านบอกว่าการปรับขึ้นภาษี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในครั้งนี้ไม่ได้ต้องการภาษีเพิ่มขึ้น และไหน ๆ อยู่ในช่วงเข้าพรรษา ก็หวังให้มีการบริโภคสุราน้อยลง และจะรู้สึกดีถ้าหากรัฐบาลเก็บภาษีส่วนนี้ไม่ได้หรือเก็บได้ น้อยลง ก็อยากจะบอกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าพวกผมก็กินข้าวครับ พวกผม กินข้าวครับ ตัวเลขที่ผมมาให้ท่านดูนั้นคือตัวเลขกระทรวงการคลังพิสูจน์แล้วว่าการขึ้นภาษีนั้น ไม่ได้ทําให้การบริโภคลดลง แต่เป็นการจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้น ผมกราบเรียนถามท่านประธานว่า วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นครับ ท่านเพื่อนรักของผมที่จะมานั่งตอบนี่ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าเราจะบอก บอกว่าวันนี้เราจะได้รับภาษีเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มนี้ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามท่านประธาน ว่าถามเพื่อนรักผมว่า ๒ ปีนี้รัฐบาลได้ทําอะไรไปเยอะมาก ลดภาษีนิติบุคคล ๓๐ เหลือ ๒๓ จะเหลือ ๒๐ ท่านประธานจะลดภาษีบุคคลธรรมดาปีนี้อีก คืนภาษีรถคันแรกคืนไปแล้ว ภาษีบ้านหลังแรก แล้วก็ประกาศว่าอาจจะลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย ภาษีสรรพสามิต สินค้าฟุ่มเฟือยคือน้ําหอมกับนาฬิกา ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้คือรายการของผู้มีอันจะกิน ที่ลดไปให้ แต่ผมถามว่าวันนี้คนจนได้อะไรจากกระทรวงการคลังบ้างครับ ช่วยตอบผมทีสิครับ คนจนได้อะไรบ้างครับ วันนี้ ที่ได้ของขวัญคืออันนี้ละครับ ค่าภาษีที่เพิ่มขึ้น ผมก็เพิ่งเห็นนะครับ ท่านประธานครับว่าเบียร์เพิ่มขึ้นขวดละ ๖ บาท ขวดละ ๔ บาท เบียร์กระป๋องเพิ่มขึ้นไม่มาก เราเห็นดีด้วยว่าชาวบ้านบริโภคของแพง ท่านประธานเกิดมาเคยเห็นไหมครับว่าทุกคนดีใจ ที่ชาวบ้านได้ซื้อของแพงกิน ท่านประธานเคยเห็นไหมครับว่ามีคนตั้งม็อบแล้วดีใจยุให้ ปตท. ขึ้นราคาก๊าซอีกถังละ ๑๒๐ บาททั้งปี ผมไม่ได้เห็น ผมก็ได้เห็นครับ แต่สังคมที่ผมมานั้น ชาวบ้านไม่ต้องการของแพงครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมถามท่านประธานว่าท่านประธาน ตื่นเช้าจะมาสภานี้ครับ ท่านประธานถือว่าเป็นผู้มีอันจะกินเหมือนกันเพราะว่าระดับเงินเดือน มันสูงแล้ว ท่านประธานตื่นมาก็เปิดไฟครับ กินข้าวเช้าก็แพงขึ้นแล้วครับ ค่าไฟขึ้นไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานขึ้นทางด่วนก็เพิ่มอีก ๑๐ บาทครับ ท่านมากินข้าวกลางวันที่นี่ ถ้าเผื่อท่านกินไข่ดาวข้างหลังนี่ก็เพิ่มอีกฟองละ ๑๐ บาทครับ แล้วถามว่าวันนี้คนจน เหลืออะไรครับ ผมยังอยากจะถามว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วจะถามกระทรวงการคลังว่า พอหรือยังเลิกได้หรือยังที่จะผลักภาระให้คนจนพอหรือยัง ผมเห็นว่าถ้าเผื่อเงินที่เก็บได้ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียน ท่านประธานว่าขอให้เอาไปใช้ในเรื่องของคนจนที่รัฐบาลยังค้างเขา เอาเงินช่วยทําศพคนจน ครับท่านประธาน ๓๐๐,๐๐๐ ราย รายละ ๒,๐๐๐ บาท ๖๐๐ ล้านบาท ให้เขาไปเถอะครับ ลูกหลานท่านประธาน ญาติพี่น้องผมหรือใครที่ยากจนไม่มีเงิน กู้ยืมเงินเรียนหนังสือครับ ท่านประธาน เงินกู้ยืมเรียนหนังสือวันนี้ไม่พอนะครับ รัฐบาลจัดให้เขาไม่พอ จัดให้เขา ไหมครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าผมลําบากใจมากกับสิ่งที่เห็นว่าให้คนบริโภค เหล้าน้อยลงนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ในขณะเดียวกันผมบอกท่านประธานว่าผิดที่ผิดเวลาหรือเปล่า ถามว่าทําไมผิดที่ผิดเวลา ปีนี้มันเป็นปีของการกระซวกค่าครองชีพจริง ๆ แล้ววันนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้ก็ยังเพิ่มภาระ ให้กับประชาชนอีก ผมถามว่ามันเป็นธรรมแล้วหรือ ที่ท่านบอกว่าเก็บภาษีเป็นธรรมนั้น คือเก็บภาษีเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการ ๒ เจ้านะครับ ยักษ์ใหญ่กับยักษ์ใหญ่ครับ ยักษ์ใหญ่เจ้าหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลอาจจะไม่ชอบขี้หน้า ปีนี้หลังจากขึ้นภาษีแล้วต้องหาเงินมาเพิ่ม ภาษีอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อีกเจ้าหนึ่งเพิ่มน้อยหน่อย ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่นั่น ท่านประธานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นคิดถึงผู้ประกอบการครับ แต่สิ่งที่ ท่านคิดไหมคือชาวบ้าน พวกเราครับ ท่านประธานก็เป็นลูกจ้างเขา ผมก็เป็นลูกจ้างเขา เขาก็เลือกเรามา ใส่ไปใหญ่ครับ ภาระค่าไฟ ค่าข้าวแกง ค่าทางด่วน ค่าก๊าซ ค่าทุกอย่างใส่ไป พอหรือยังครับที่จะเหยียบคนจนวันนี้ให้มันตายจากประเทศไทยไป ผมเลยกราบเรียน ท่านประธานว่าผมทําใจยากที่จะโหวตให้กับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ต้องไปนั่งครุ่นคิดครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ไม่มานั้น เพื่อนรักผมนั้นจะมีคําตอบอะไรดี ๆ ให้ผมนั้น ได้ฉุกคิดแล้วก็สนับสนุนท่านด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์สุชาติ ธาดาธํารงเวช ครับ เชิญครับ

ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานครับ กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช ขออภิปรายพระราชกําหนดแก้ไขพระราชบัญญัติ สุรา (ฉบับที่ ๗) นะครับ จะพูดใน ๓ ประเด็น ก็คือเรื่อง ผลต่อเศรษฐกิจ ผลต่อสังคม แล้วก็ข้อเสนอแนะนะครับ ก่อนอื่นผมเชื่อว่าทุกรัฐบาลไม่ประสงค์ให้พี่น้องประชาชนดื่มสุรา กันมาก ๆ หรือเป็นโรคเรื้อรังติดสุรานะครับ เพราะว่าสุราทําให้เกิดโรคหลายชนิด เช่น โรคทางระบบประสาท ลมชักบ้าง จิตหลอนบ้าง โรคพิษสุราเรื้อรังบ้าง โรคทางหัวใจ โรคหลอดเลือดนะครับ เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม โรคความดันโลหิตสูง โรคในกายครับ เช่น โรคเบาหวาน โรคตับอ่อนอักเสบ โรคตับแข็งนะครับ นอกจากนั้นยังเป็นโรคมะเร็งด้วย นะครับ เช่น มะเร็งในปาก มะเร็งในหลอดอาหาร มะเร็งลําไส้ใหญ่นะครับ ยิ่งกว่านั้นสตรี ที่มีครรภ์แล้วก็ดื่มสุรานี่นะครับ ลูกเกิดมาก็จะมีศีรษะเล็ก จมูกสั้น คือจะไม่สมประกอบ แล้วก็อาจจะไม่ฉลาดนะครับ นี่ก็คือข้อเท็จจริงที่ผมเข้าใจว่าทุกรัฐบาลก็ไม่ประสงค์ให้ พี่น้องประชาชนดื่มสุรากันเกินความจําเป็น ทีนี้ผลของการขึ้นภาษีครั้งนี้นะครับ ในด้านแรก ก็คือรายได้ของรัฐบาล หลายท่านก็ได้พูดมาแล้วว่ารายได้จะเพิ่มประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ไปรวมกับภาษีสุราเดิม ๆ ก็คงจะประมาณสัก ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นประมาณ ๑๑-๑๒ เปอร์เซ็นต์ของรายได้รัฐบาล ซึ่งความจริงอันนี้ยังไม่มาก มีหลายประเทศเก็บภาษี จากสุรานี้นะครับ รวมบุหรี่ เมื่อสักครู่นี้รวมบุหรี่อีกด้วย ก็ประมาณ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ของรายได้รัฐบาล แล้วผมก็เห็นด้วยกับเมื่อสักครู่ อาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ว่าให้ท้องถิ่น สามารถไปเก็บภาษีสรรพสามิตสุราได้ แล้วอาจจะเก็บไม่เท่ากันก็ได้

ประการที่ ๒ เรื่องผลต่อสังคมนี้ครับ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ ที่กระผม กราบเรียนมาแล้วว่าตัวเองดื่มนี่จะมีผลอย่างไร จากนั้นพอดื่มแล้วก็ผิดศีลข้อที่ ๕ แล้วก็ จะมาลบล้างศีลข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ ข้อที่ ๔ หมดเลยครับ คนดื่มสุราบางครั้งก็ไปทําร้าย กันไปเข่นฆ่ากัน คนดื่มสุราบางทีก็ไปลักขโมยลักทรัพย์นะครับ ประพฤติผิดศีลข้อที่ ๓ แล้วก็พูดปดนะครับ ดังนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดการทําให้สังคมอ่อนแอลง นอกจากนี้ เมื่อสักครู่ตอนต้นก็คือ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ก็พูดผมก็เห็นด้วยก็คือว่าสุราและบุหรี่นี้ เป็นบ่อเกิดของอบายมุขที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เช่น ยาบ้า เช่น การพนัน เช่น คอร์รัปชัน เป็นต้น ในส่วนที่ ๓ ผมก็หวังว่าที่การพูดบันทึกคราวนี้ก็หวังว่าจะเป็นนโยบายของรัฐบาลในอนาคต นะครับ ข้อเสนอแนะมี ๓ ประการนะครับ

ประการที่ ๑ คือข้อเสนอแนะทางด้านเศรษฐกิจก็อยากให้รัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลที่อาจจะมาจากอีกด้านหนึ่งก็เตรียมขึ้นภาษีสุรากันไปเรื่อย ๆ ทั้งภาษีสุรา แล้วก็ภาษีบุหรี่นะครับ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสินค้าที่เป็นโทษแล้วก็น่าที่จะให้องค์กร การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะมีส่วนกําหนดอัตราภาษีที่แตกต่างกันไป จัดเก็บได้เพื่อมาพัฒนาท้องถิ่นนะครับ

ประการที่ ๒ คือทางด้านการออกกฎหมาย การออกกฎระเบียบของรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ได้ออกพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี ๒๕๕๑ มาแล้ว แต่ พ.ร.บ. อันนี้ก็ยังไม่ช่วยมากนักครับ เช่น จํากัดการขายสุรา ๔ วันเท่านั้นใน ๑ ปี คือวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษานะครับ ผมคิดว่าเรื่อง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น่าที่จะทําคล้าย ๆ บุหรี่ คือเอารูปมาติดที่ข้างขวด ทุกชนิด แล้วให้รูปใหญ่ ๆ ตอนนี้บุหรี่ก็ติด ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ก็มีบางคนร้องเรียนกันอยู่ สุราก็น่าที่จะทําอย่างนั้น นอกจากนี้มีบางประเทศงานของรัฐบาลต่าง ๆ ทั้งรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่นเขาห้ามวางสุราอยู่บนโต๊ะงานเลี้ยงแล้วครับ ประเทศทางเหนือของเรานี่ ประเทศใหญ่ ๆ เวลาไปเขาไม่ได้กินเหล้าแล้วนะครับ เขาห้าม ผมก็อยากจะฝากว่า งานรัฐบาลต่าง ๆ รัฐวิสาหกิจที่ตั้งโต๊ะกินเลี้ยงกันต่าง ๆ ก็เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ไหม ใช้น้ําเปล่าหรือน้ําผลไม้ นอกจากนี้ก็ฝากไปที่โรงเรียนและครูก็ควรจะเลิกสิ่งเหล่านี้ด้วย ควรมีป้ายห้ามและก็ตัวเองก็ต้องไม่ปฏิบัติทั้งครูและก็นักเรียนหลายแห่ง ทหาร ตํารวจ ข้าราชการ อบต. อบจ. สําหรับประชาชนก็ฝากช่วยรณรงค์ครับไม่ว่างานบวช งานแต่งงาน งานนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ ว่าถ้าเรารณรงค์มากพอมีป้ายมากพอมันก็จะช่วยให้เขาสํานึกได้

ประการที่ ๓ ผมเชื่อว่าต้องนําเรื่องศีลธรรม คุณธรรมเข้ามาแนะนํา ประชาชนนะครับ ศีลธรรม คุณธรรม ก็คือเรื่องทาน ศีล ภาวนา ภาวนาคือการทําสมาธิ นะครับ คือการใส่บาตรตอนเช้าทําทานอย่างเดียวอาจจะไม่เข้าใจจะต้องรักษาศีลด้วย แต่ทีนี้ คนที่รัฐบาลที่มาประกาศนี่รัฐบาลก็ต้องรักษาด้วยนะครับ ก็ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ หรือใหญ่ ๆ กว่านั้นเขาเรียกคอร์รัปชั่นครับ ไม่พูดปดนะครับ แล้วก็ต้องเลิกการดื่มสุรา ในที่แจ้งกันนะครับ ถ้าอันนี้ได้แนะนําไปที่โรงเรียนแล้วก็ครูผมเองสมัยเป็นรัฐมนตรีผมก็ได้ พาครูเข้าวัดประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คนนะครับนับถึงวันนี้ ก็อยากจะให้ไปเจริญสมาธิภาวนากัน นั่งสมาธิแล้วจะรู้ว่าดื่มสุราไม่ดีอย่างไรนะครับ เพราะว่าการทําทานหรือการรักษาศีลเป็นข้อห้าม พระเขาบอกว่าห้ามทําอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่เข้าใจ แต่ถ้าได้เข้าใจทําภาวนาเสียหน่อยก็จะรู้ว่าหลังจากนั้นแล้วคนจะไม่ทําบาปนะครับ จะไม่พูดเท็จ แล้วก็จะเลิกการดื่มสุรากัน ซึ่งอันนี้ก็ฝากไว้ว่ารัฐบาลนี้และในอนาคต ขอฝากให้ไปพิจารณาเพื่อว่าประเทศไทยจะได้เจริญเติบโตมากขึ้น มีศีลธรรมคุณธรรมสูงขึ้น นะครับ ประเทศก็จะมีความสงบเรียบร้อย มีความถ้อยทีถ้อยอาศัยในอนาคต ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๗ นาทีครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เนื่องจากรัฐบาลได้ออกพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งบังคับเป็นกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ พ.ร.ก. ฉบับนี้เป็นที่ถกเถียงกันว่ารัฐบาลออกมาเพื่อที่จะหาเงิน หรือเพื่อที่จะสร้างคุณภาพประชากร ก็มีการบอกว่าถ้าเกิดออก พ.ร.ก. ฉบับนี้แล้ว ทําให้เยาวชนเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เลิกไวน์ เลิกเบียร์ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วการออก พระราชกําหนดต้องเร่งด่วนแล้วก็ไม่ควรจะมีประโยชน์ไปกับใคร เมื่อสักครู่มี ส.ส. ฝั่ง พรรคเพื่อไทยพูดถึงกรณีการออก พ.ร.ก. ที่ต้องเป็นความลับ โดยเฉพาะเรื่องการแลกเปลี่ยน เงินตราหรืออัตราเงินบาทในสมัยรัฐบาลท่าน พลเอก ชวลิต นั่นละครับ ฟังว่ามีบางคนร่ํารวย จากการออก พ.ร.ก. ครั้งนั้นมาก วันนี้ก็เหมือนกันผมเลยไม่ค่อยมั่นใจว่ารัฐบาลอาจจะทํา เพื่อผลประโยชน์ของใครเพราะว่าแน่นอนละครับหลายท่านก็พูดแล้วว่าวันนี้สต็อกเบียร์ สต็อกเหล้า ไม่รู้รัฐบาลจัดการอย่างไร อาจจะทําให้มีคนบางคนร่ํารวยจาก พ.ร.ก. ฉบับนี้ อีกครั้งหนึ่งก็ได้ ทําไมรัฐบาลกลายเป็นประชาชนเริ่มไม่เชื่อมากขึ้นครับ ท่านประธานครับ ผมพูดถึงว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้นะครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ เก็บเงินเข้ารัฐได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทราบไหมครับเก็บจากใคร เก็บจากบริษัทที่ผลิตเบียร์ บริษัทที่ผลิตเหล้าหรือเปล่าครับท่านประธาน ผลปรากฏว่าเขาผลักภาระไปที่พี่น้อง ประชาชนเกือบทั้งสิ้นท่านประธานคงทราบครับ เมื่อสักครู่ท่านจุติก็พูดแล้วครับว่า ประเทศไทยดื่มเหล้าเป็นอันดับ ๕ ของโลก อันดับ ๓ แห่งเอเชีย ประชากรเรา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ร้อยละ ๓๐ ที่ดื่มสุรา ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ท่านประธานครับ สิ่งนี้ละครับ การเก็บภาษีของท่านเป็นการผลักภาระไปสู่พี่น้องประชาชน ถ้าเกิดกฎหมาย ฉบับนี้เก็บภาษีเรื่องเหล้า เรื่องภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เสร็จแล้ว ทําให้พี่น้องประชาชน เลิกเหล้า เลิกดื่มแอลกอฮอล์ ผมยินดีด้วยครับ และพรรคประชาธิปัตย์ของเราก็สนับสนุน ถ้าเกิดทําให้คนไทยของเรามีสุขภาพดีขึ้น ผมขออนุญาตพูดถึงประเด็นข้อดีข้อเสียของ การออก พ.ร.บ. ออกเป็น ๒ ด้านด้วยกันครับ ก็คือด้านดี ๓ ข้อ แล้วก็ด้านเสีย ๓ ข้อ

ท่านประธานครับ ข้อดีในการปรับอัตราภาษีสุรา เนื่องจากภาษีสุราเป็นแหล่ง รายได้รัฐที่แน่นอนแล้วก็มีเสถียรภาพ หลายประเทศมักจะขึ้นภาษีสุราในเวลาที่รัฐต้องการ หารายได้ภาษีเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ นี่ทั่วโลกเลยครับ ประเทศไทยผมก็เชื่อว่าวันนี้รัฐบาลอาจจะเกิดปัญหารัฐบาลถังแตกจริง ๆ รัฐบาลขาดรายได้จากภาษีรถคันแรก ภาษีนิติบุคคลที่ยกเว้นให้คนรวย วันนี้รัฐบาล คงไม่มีเงิน จําเป็นที่จะต้องมาขึ้นภาษีสุรา ซึ่งแน่นอนครับ เป็นภาษีที่เป็นแหล่งรายได้ ที่แน่นอนแล้วก็มีเสถียรภาพ

ข้อที่ ๒ รัฐบาลอาจจะคิดว่าเนื่องจากปริมาณการบริโภคสุราแปรผกผันต่อ ราคาของสุรา หมายถึงว่าถ้าเกิดราคาสุราสูงขึ้นปริมาณการบริโภคสุราจะมีแนวโน้มลดลง ท่านประธานเห็นไหมครับ รัฐบาลเอาไปคิดว่าถ้าเกิดวันนี้เราเก็บภาษีสูงขึ้น ทําให้เหล้าแพง เบียร์แพง ไวน์แพงขึ้น พี่น้องประชาชนจะลดการดื่มหรือการบริโภคเหล้า สุราลดลง ท่านประธานครับ แต่ลืมไปว่ามนุษย์นี่ถ้าเกิดกรณีสุรามีราคาแพง มันก็จะมีการลักลอบผลิต มีการลักลอบนําเข้าสุราเถื่อน ซึ่งแน่นอนครับ ทําให้ภาครัฐจะมีภาระมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การตรวจจับ ไม่ว่าจะเป็นการไปทลายแหล่ง เห็นไหมครับ แล้วก็อาจจะเป็นการไปก่อเสริม ให้เกิดอาชญากรรมมากขึ้น

ข้อที่ ๓ ของข้อดีก็คือ เนื่องจากมีปัญหาด้านฐานราคา พบว่าการแจ้งราคา หน้าโรงงานต่ํากว่าความเป็นจริง รัฐบาลจึงเปลี่ยนมาเป็นการเก็บฐานภาษีราคาขายส่ง ช่วงสุดท้ายแทน ทําให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น เห็นไหมครับ เจตนาก็คือชัด ๆ เลยว่าวันนี้รัฐบาลต้องการเรื่องเงินครับ ไม่ได้ว่าต้องการให้ประชาชนจะลดการดื่มสุรา หรือว่าลดการดื่มเบียร์ใด ๆ ทั้งสิ้นเลย นั่นคือข้อดี

ข้อเสียเขาบอกไว้ว่า ถ้าเกิดหากรัฐขึ้นอัตราภาษีสุรามาก ๆ อาจทําให้รายได้ ภาษีสุราลดลงได้เช่นกัน นี่เขาบอกครับ เพราะว่าผู้บริโภคนี่พอเห็นของมันแพงก็ตัดสินใจ ไปบริโภคด้านอื่นเหมือนกับที่ท่านเกียรติได้อภิปรายไว้เมื่อช่วงกลางวันนี้ครับ พอเบียร์ ราคาแพง เหล้าราคาแพง พี่น้องประชาชนไป ของที่ถูกลงครับ แม่โขงแพงก็ไปดื่มเหล้าขาว วันนี้อาจจะไปดื่มหรือว่าไปเสพยาเสพติดชนิดอื่น ที่มันจะได้เมาเหมือนกัน เช่น ไปเป็น สี่คูณร้อย ไปเป็นเครื่องดื่มที่ทําลายคุณภาพมากขึ้น ทําลายสุขภาพตนเองมากขึ้น

ข้อที่ ๒ ข้อเสียก็คือเกิดการลักลอบผลิตหรือซื้อขายหรือขนสุราเถื่อนแบบ ผิดกฎหมายมากขึ้น เห็นไหมครับ แล้วก็บอกว่าถ้าเกิดมีการผลิตสุราเถื่อนหรือลักลอบ การผลิตจริง จะส่งผลให้ปริมาณในตลาดสุราสูงขึ้นและจะส่งผลง่ายต่อการเข้าถึง ของเยาวชนไทย ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมและอาชญากรรมตามมาได้ ท่านประธานครับ กลายเป็นว่าพอท่านขึ้นภาษีสุรานี่ ทําให้ตลาดสุรากลายเป็นมีมากขึ้นและทําให้เยาวชน เข้าถึงมากขึ้น เห็นไหมครับ มันสวนทางกันกับที่รัฐบาลคิดไว้ เพราะกฎหมายฉบับนี้เหมือนที่ ผมบอกครับมันออกมาเพื่อเอาเงินอย่างเดียว

ข้อที่ ๓ ข้อเสียก็คือกฎหมายฉบับนี้อาจจะช่วยคนรวยกันเต็มที่ก็คือ เรื่องของการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกําไร ทั้งก่อนที่มีประกาศพระราชกําหนด แล้วก็โดยไม่ได้ ตั้งใจที่จะกักตุนสินค้าตั้งแต่แรก นี่ครับท่านประธานครับ เขาสรุปผลดีแล้วก็ผลเสียทั้ง ๓ ข้อ ที่ผมพูดถึง ท่านประธานครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้เพิ่มเติมไปนะครับว่าเงินภาษี ของพี่น้องประชาชนที่เก็บจากการขึ้นภาษีครั้งนี้เอาไปทําอะไรบ้าง ผมสนับสนุนเต็มที่เลย ท่านประธานครับ ถ้าเกิดรัฐบาลบอกว่าวันนี้เงินที่เพิ่มมา ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาไปให้กับกองทุนต่าง ๆ พวกเครือข่ายในการรณรงค์เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ กลุ่มเอ็นจีโอ ที่เขารณรงค์เพื่อสุขภาพคนไทย ถ้าเกิดกําหนดชัดเจนเหมือนกับการเอาเงินภาษีบาป ๒ เปอร์เซ็นต์ ให้กับกองทุน สสส. ผมจะยิ่งเห็นด้วยเลยครับ วันนี้ สสส. สู้กันเต็มที่ครับ รณรงค์ว่าให้คนเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เลิกดื่มเบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นอย่างไรครับ อัตราการคนดื่มมันก็ยังคงสูงขึ้น วันนี้ถ้าเกิดรัฐบาลบอกว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราจะไปให้กระทรวงอื่นดูแล เรื่องกฎหมายที่เรามีอยู่แล้วครับท่านประธาน กฎหมายห้ามจําหน่ายในสถานศึกษา ห้ามจําหน่ายในวัด ในสถานพยาบาล ท่านปฏิบัติกันอย่างไร วันนี้ไม่สามารถบังคับ ใช้กฎหมายดังกล่าวได้เลย เมาห้ามขับอย่างนี้ครับ ถ้าเกิดท่านเอาเงินไปทําเรื่องอย่างนี้ พรรคประชาธิปัตย์ของเราสนับสนุนอย่างเต็มที่ ท่านครับท่านก็รู้อยู่แล้วว่าผลเสียของเหล้า มีเยอะเรื่องของสุขภาพนะครับ แม้แต่ในสภาผู้แทนราษฎรของเราท่านก็เห็นว่า ส.ส. บางคน เดินเมาเข้ามา หลายเรื่องครับ มันทําให้สภาผู้แทนราษฎรของเราเสื่อมเสีย วันนี้เงินทั้งหลาย ท่านเอาไปรณรงค์ว่า ส.ส. เข้ามาสู่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาอภิปราย อย่าเอาแต่ เมาเหล้า นี่ก็เป็นเรื่องที่ดี ผมจะสนับสนุนเต็มที่ ท่านครับอีกนิดเดียวก็คือ งบทั้งหลายที่ท่าน ไปให้ สสส. ๒ เปอร์เซ็นต์ ให้ไทยพีบีเอส ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ วันนี้มันมีกฎหมายฉบับหนึ่งครับ ที่รอจะเข้าสภาผู้แทนราษฎร ฝากทางรัฐบาลรีบผลักดันด้วยก็คือพระราชบัญญัติการกีฬา แห่งประเทศไทยครับ ในพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทยฉบับใหม่นี้จะพูดถึงเงิน จากสรรพสามิตร้อยละ ๒ เพื่อมาสนับสนุนกีฬา ท่านประธานเห็นไหมครับ วันนี้กีฬาของ ประเทศไทยของเราพัฒนาขึ้นเยอะ ท่านดูฟุตบอลนะครับ วันนี้ฟุตบอลอาชีพเต็มกัน ทั่วประเทศ คนเข้าไปดูกันเยอะ ที่หน้าอกของนักกีฬามีโฆษณาเครื่องดื่ม แต่เขาก็บอกว่า ไม่ใช่เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะครับ เป็นเครื่องดื่มที่ส่งเสริมให้คนกินน้ํายี่ห้อไหนก็แล้วแต่ มีคนพูดว่าวันนี้ที่จังหวัดสุรินทร์มีช้างเยอะที่สุดจริงหรือเปล่า เขาบอกว่าไม่ใช่ ช้างที่จังหวัด บุรีรัมย์เยอะกว่า เหตุผลเพราะอะไรครับ เพราะคนไทยมีความรู้สึกสํานึกต่อผู้มีพระคุณ เขามีความรู้สึกว่าเครื่องดื่มชนิดนี้มาอุดหนุนสนับสนุนทีมกีฬาของจังหวัดเขา เขาก็ตอบแทน ด้วยการดื่ม ด้วยการซื้อเครื่องดื่มชนิดนี้มากิน เห็นไหมครับ เอาเงินอย่างนี้ต้องไปต่อสู้ ไปอุดหนุนให้กับทีมกีฬาว่าเขาอยู่ด้วยตัวเองได้ ไม่จําเป็นต้องไปพึ่งแอลกอฮอล์ ไม่จําเป็น ต้องไปพึ่งเบียร์พึ่งเหล้าอย่างนี้ครับ ถ้าเกิดมีความชัดเจนของกฎหมายมีใครไม่สนับสนุน บ้างครับ แต่วันนี้มันรู้อยู่ชัด ๆ ครับว่าท่านกําลังหาเงินเพื่อไปอุดรูรั่วของเศรษฐกิจ ของประเทศ ท่านครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนแล้วก็ปีศาจสุราทุกท่านยินดีที่จะจ่าย เพื่อเอาเงินมาช่วยสังคม ช่วยเยาวชน แต่เขาคงไม่ยินดีถ้าเกิดเอาภาษีของท่านเอาไปให้ นายกรัฐมนตรีไปทัวร์รอบโลกครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านแทนคุณ เชิญครับ ๗ นาที

นายแทนคุณ จิตต์อิสระ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทรนาษฎรที่เคารพ กระผม นายแทนคุณ จิตต์อิสระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๒ ดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายในพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสุรา พุทธศักราช ๒๔๙๓ ฉบับที่ ๗ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาตามมติของรัฐบาลคณะรัฐมนตรี ให้มีการออกพระราชกําหนดดังกล่าวนี้ และมีผลบังคับใช้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๖ ไปแล้วนั้น โดยมีการแก้ไขบทนิยามของสุราแช่ สุรากลั่น เพิ่มบทนิยามราคาขายส่งช่วงสุดท้าย ให้สอดคล้องในบางส่วนของกฎหมาย และเปลี่ยนฐานการคํานวณภาษีสุราตามมูลค่าจากเดิม ที่ใช้ราคาขาย ณ โรงงานสุราที่ผลิตในประเทศและราคาซีไอเอฟบวกกับอากรขาเข้า สําหรับ สุราที่นําเข้าจากต่างประเทศนั้นให้แก้ไขเป็น ให้ใช้ราคาขายส่งช่วงสุดท้ายในการคํานวณภาษี ตามมูลค่าทั้งสุราในประเทศและนําเข้า โดยส่วนตัวกระผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในทุกมาตรการ ที่จะมีการลดการดื่มหรือการบริโภคสุราของคนไทย เพราะจากสถิติที่ผ่านมาสิ่งที่เราไม่มี ความสุขและไม่น่าภูมิใจเลยคือคนไทยดื่มเหล้าเป็นอันดับที่ ๕ ของโลก และการดื่มสุรานี้ แปรผันตรงกับการเกิดอุบัติเหตุและปัญหาสังคมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุนั้น ของสังคมไทยก็เกิดเป็นอันดับ ๖ ของโลก ซึ่งสุราเป็นตัวแปรสําคัญอย่างยิ่งครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการอื่น ๆ รองรับ แล้วก็เห็นด้วยกับหลักการของการแก้ไขพระราชกําหนดดังกล่าวนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรการในการป้องกันผู้บริโภคหน้าใหม่การผลิตการจําหน่วยและการโฆษณาทั้งทางตรง ทางอ้อม ผมขอแสดงความเห็นไว้ดังต่อไปนี้นะครับ แม้ว่าหลายฝ่ายจะตั้งข้อสังเกตว่า การออกพระราชกําหนดดังกล่าวนั้นเป็นเพราะภาวะที่รัฐบาลมีภาวะการเงินการคลัง ที่ไม่คล่องตัว บางท่านเรียกว่าถังแตก อันเกิดจากการใช้นโยบายประชานิยม ซึ่งต้องใช้ เงินจํานวนมาก แต่คุณค่าจากการผลิตนั้นเมื่อคํานวณจากผลประโยชน์ไม่คุ้มครอง กับต้นทุนและไม่ยั่งยืน และไม่เป็นการกระจายโอกาสอย่างเท่าเทียมกันจริง ๆ การจัดเก็บ การคํานวณภาษีสรรพสามิตใหม่ที่อ้างว่าสะท้อนราคาต้นทุนการผลิตสุราที่เป็นจริงมากยิ่งขึ้น และช่วยควบคุมหรือลดปริมาณการบริโภคแอลกอฮอล์ได้อีกทางหนึ่งนั้น เป็นการใช้โอกาส ในวิกฤตที่ผมยังมีความเป็นห่วงอยู่ ๓ ประเด็นดังนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือการขึ้นราคาภาษีสุราที่สูงขึ้นจะทําให้ผู้บริโภคสุราได้มี พฤติกรรมหลีกเลี่ยงหรือว่ามีพฤติกรรมแสวงหาประเภทใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแปรรูป สุราที่มีราคาถูกขึ้นแต่ได้ผลใกล้เคียงกัน หรือจะเรียกว่าเป็นสุราลักษณะจดประกอบ เช่น เหล้าปั่น เหล้าปลอม เหล้าเลี่ยงภาษี เหล้าเถื่อน เหล้าผสม รวมทั้งผสมกับยาเสพติด ชนิดอื่น ๆ นะครับ ดังที่มีการตั้งข้อสังเกตในหน้า ๔๙ ที่ว่าอาจจะมีการจ้างให้ผู้เดินทาง เข้าออกราชอาณาจักรไทยใช้สิทธิดังกล่าวขนสุราที่ไม่ติดแสตมป์เข้ามาในประเทศไทย เป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะในเขตจังหวัดชายแดนและนําสุราดังกล่าวมารวบรวมจัดจําหน่าย ขายต่อในตลาดภายในประเทศ กลายเป็นปัญหาลักลอบหนีภาษี ที่เรียกว่ากองทัพมด อันนี้คือตัวอย่างอย่างหนึ่งที่จะต้องเกิดขึ้น ผมอยากกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า จะมีมาตรการในการป้องกันปัญหาการลักลอกอย่างไร รวมทั้งใน

ประเด็นที่ ๒ ในหลายท่านได้อภิปรายแล้ว แล้วก็ตั้งข้อสังเกตโดยอ้างอิง การวิจัยผลสํารวจการวิจัยต่าง ๆ ได้พบว่าการขึ้นภาษีสุรานั้นอาจจะไม่เป็นการสะท้อน การลดพฤติกรรมการบริโภค จึงอยากกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับว่ารัฐบาล มีมาตรการทางสังคมใด ๆ เพื่อที่จะเป็นการลดพฤติกรรมการบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อได้เงินจากภาษีบาปในครั้งนี้เพิ่มขึ้นเราก็มีเงินเพิ่มขึ้นก็จะต้อง นําเงินนี้ไปช่วยเหลือในส่วนของการที่จะรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุด ตัวกระผมเองนั้นก็ได้รวมเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะผลักดันให้เกิด พระราชบัญญัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี ๒๕๕๑ ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจที่เห็น เพื่อนของผม ซึ่งดื่มสุราแล้วเกิดอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิต ดังนั้นจึงอยากจะกราบเรียนว่าท่านได้ มีมาตรการ วัตถุประสงค์การนําเงินภาษีที่จะเก็บรายได้เพิ่มขึ้นนี้ไปแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ ได้อย่างไร เช่น การรณรงค์ให้ดื่มแล้วไม่ขับ แล้วก็เมาไม่ขับ นักดื่มหน้าใหม่ที่นับวันอายุก็จะ น้อยลง แล้วก็รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสุรานะครับ มีงานวิจัยหลายตัวที่ชี้วัดว่าปัญหาความรุนแรง ในครอบครัวของสังคมไทยนะครับ เกิดจากการที่ผู้ชายดื่มแอลกอฮอล์กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ปัญหาอาชาญกรรมอื่น ๆ ตามมาด้วย อย่างที่หลาย ๆ ท่านได้สะท้อนว่าในสังคมไทย ซึ่งเราก็มีหลักธรรมะในทางพระพุทธศาสนา ก็เริ่มต้นจากศีล ๕ ศีลข้อ ๕ ก็คือสุราเมรยะ การเว้นจากการดื่มสุราเมรัยเครื่องดองของเมานั้นถือว่าเป็นหัวใจสําคัญที่สุด ถ้ามีศีลข้อที่ ๕ ได้ ก็สามารถมีศีลข้ออื่น ๆ สมบูรณ์ได้ด้วยครับ จึงอยากกราบเรียนถามและตั้งข้อสังเกตไว้ ในเรื่องสุดท้ายคือทําอย่างไรให้เราจะสามารถที่จะกําหนดเป้าหมายในอนาคตอีก ๑๐ ปีข้างหน้า เราสามารถที่จะไม่มีผู้ดื่มหน้าใหม่หรือว่าเป็น ๐ เปอร์เซ็นต์ได้เลยนะครับ หรือไม่มีอุบัติเหตุ หรือลดสถิติจากการเป็นนักดื่มหน้าใหม่ นักดื่มที่ดื่มอยู่แล้วด้วยนะครับ แล้วก็นําภาษี ที่เกิดขึ้นนี้ไปเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มสุราทั้งทางตรง และทางอ้อม แต่อย่างไรก็ดีครับ ผมเห็นด้วยกับท่านสมบูรณ์นะครับ เมื่อสักครู่ที่ได้กล่าวไป นะครับ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ในเรื่องของการที่เราจะไม่สร้างหนี้บุญคุณให้กับผู้ที่ เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นว่า ไม่นําไปสนับสนุนในเรื่องการศึกษาไม่นําไป สนับสนุนในเรื่องของการกีฬา และสิ่งอันเกี่ยวข้องกับสาธารณประโยชน์ ที่เป็นเรื่องของ ศีลธรรมความดี เช่น วัดวาอารามต่าง ๆ เป็นต้น เพราะว่าบางอย่างในสังคมไทยนั้นเราควรจะมีความชัดเจนไม่ลักลั่นกัน แล้วก็ไม่ใช้หลาย ๆ มาตรฐานด้วยกัน และก็สิ่งสําคัญที่สุดก็คือการณรงค์ให้คนไทยนั้นมีจิตสํานึกและก็มีคุณค่า ทางสังคมที่ดีในเรื่องของวินัยการดื่มสุรา เพราะว่าหลายงานในพื้นที่หรือในที่ต่าง ๆ ของสังคมไทยนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีการดื่มสุรา ในความเป็นจริงแล้วก็สามารถที่จะ สร้างวินัยหรือว่าจะสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับสังคมได้ อย่างผมนี้เวลาทํางานในพื้นที่ก็รณรงค์ ขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนที่จะลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และตัวผมเอง ก็ไม่ดื่มสุราตลอดชีวิตด้วยนะครับ ดังนั้นจึงอยากจะกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ และก็ให้ท่านได้กรุณาอธิบายว่าเราจะมีมาตรการนําเงินภาษีที่เพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี้นะครับ ไปใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ หมายความว่ามีวัตถุประสงค์ที่ดีงามให้กับสังคม ได้รู้สึกถึง ตระหนักและมีคุณค่าว่า อย่างน้อยที่สุดไม่ได้เป็นการซ้ําเติมคนจน แล้วก็ไม่ได้ เป็นการซ้ําเติมค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น แล้วก็ไม่ได้เป็นการเพิ่มเติมสถานการณ์การดื่มสุรา ที่จะหลีกเลี่ยงไปดื่มอย่างอื่นแทน อย่างที่ได้กราบเรียนไว้แล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์ประกอบครับ เชิญครับ ดอกเตอร์ประกอบ

นายประกอบ จิรกิติ บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมในการอภิปรายพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) ในวันนี้ ท่านประธานครับ ตามที่รัฐบาลได้ชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่า การปรับปรุงพระราชกําหนดฉบับนี้ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะเพิ่มรายได้ของรัฐบาล สืบเนื่องจากภาษีที่เพิ่มขึ้น และนอกจากนั้นก็มีผลที่ว่าจะทําให้มีผู้ดื่มสุราหรือเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ผสมนั้นน้อยลง จากคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้าผมแล้ว จะเห็นได้ว่าหลังจากที่มีการปรับตัว ทําความคุ้นเคยกับราคาใหม่แล้ว การดื่มกินหรือการเสพสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ก็จะกลับมาเหมือนเดิม โดยจะมีการลดลงเฉพาะในช่วง ๓ เดือนแรกที่มีการปรับราคาขึ้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเสนอผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า หากรัฐบาล มีความประสงค์ในการจะลดทอนการเสพสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างแท้จริงแล้ว นอกจากการเพิ่มภาษีตามที่เสนอต่อรัฐสภานี้ รัฐบาลน่าที่จะใช้บังคับในเรื่องของกฎเกณฑ์ การควบคุมการจําหน่ายจ่ายแจก การซื้อขาย เช่นเดียวกับกรณีการที่เรามีการเลือกตั้ง เราจะเห็นได้ว่าในช่วงที่เรามีการเลือกตั้งนั้น เราจะมีการบังคับห้ามจําหน่ายจ่ายแจก ห้ามซื้อขายสุรากัน จนกระทั่งเลือกตั้งแล้วเสร็จ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเสนอผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า หากรัฐบาลมุ่งหวังอย่างแท้จริง ในการที่จะลดทอนการเสพสุรา ยาเสพติดตลอดจนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว น่าที่จะบังคับใช้กฎเกณฑ์ดังกล่าว เช่น อาจจะ ห้ามจําหน่ายจ่ายแจกหรือซื้อขายดื่มสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภัตตาคาร ในสถานที่ สาธารณะต่าง ๆ ในวันที่มีการทํางาน อาจจะเปิดโอกาสให้สามารถจําหน่ายจ่ายแจก เสพกันได้ในเฉพาะช่วงวันหยุด จึงขออนุญาตเสนอนําผ่านท่านประธานมา ไปยังทางรัฐบาล เพื่อโปรดพิจารณาในการบังคับใช้ต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกจํานวนมากที่ได้ ให้ความสนใจ และก็ให้ข้อแนะนําที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลอย่างมาก ในการพูดถึง พระราชกําหนดฉบับนี้นะครับ จากการที่ได้รับฟังมาทั้งหมด และก็การเตรียมตัวมา ของกระผมนั้น ผมต้องขออนุญาตว่าสไลด์ (Slide) ที่เตรียมไว้นี่ก็คงจะไม่ใช้หมดนะครับ ก็ฝากเจ้าหน้าที่ว่าจะใช้เพียงแค่ ๕ สไลด์นะครับ คือ ๗ ๑๒ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ นะครับ ที่เหลือไม่ต้องใช้ครับ ส่วนสไลด์นั้นจะขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็ขึ้นไปได้เลยนะครับ เพราะว่า จะเป็นการชี้แจงข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิกในบางประเด็นนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ส่วนการ อภิปรายของผมก็จะอภิปรายไปเรื่อย ๆ นะครับ เนื่องจากว่าในการอภิปรายของเพื่อน สมาชิกทั้งหมด ผมสรุปได้คร่าว ๆ ประมาณ ๕ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือวัตถุประสงค์ของการออกพระราชกําหนดฉบับนี้ ซึ่งมีประเด็นตั้งข้อสงสัยว่ากรมสรรพสามิตจัดเก็บไม่ได้ตามเป้า หรือว่าต้องการดูแล สุขภาพของประชาชนกันแน่ หรือว่าต้องการให้ระบบการจัดการนั้นเป็นมาตรฐานสากล ต้องขอตอบครับว่า ต่อกรณีการจัดเก็บที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายนั้น ขอกราบเรียนว่าปัจจุบัน ผลการจัดเก็บจริง ณ วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๖ นั้น กรมสรรพสามิตจัดเก็บเกินเป้าหมาย ไปแล้ว ๗,๕๐๐ ล้านบาท ข้อ ๑.๒ นะครับ การดูแลสุขภาพของประชาชน จะเห็นว่า การจัดเก็บในคราวนี้เราได้กําหนดการจัดเก็บตามปริมาณของแอลกอฮอล์ใน ๒ ระดับ สไลด์จะขึ้น ๑๒ ก่อนได้ไหมครับ เลข ๑๒ ครับ ไม่ใช่อันนี้ครับ สไลด์ที่ ๑๒ จะเป็นเรื่องของ สุราขาวและสุราชุมชนเดิมที่เป็นห่วงกลัวว่าจะขึ้นราคาสูงนะครับ สุราขาว หรือสุราชุมชน เดิมนะครับ ภาษีใหม่กับภาษีเดิม สรุปก็คือว่าห่างกันแค่ ๑ บาทกว่า ๆ ครับ ภาษีสรรพสามิตใหม่ แล้วก็สรรพสามิตเดิมนั้นมีราคาต่างกันเพียงประมาณ ๑ บาทกว่า ๆ นั่นก็หมายความว่า ต่อขวด เหล้าชุมชนหรือสุราขาวชุมชนก็จะมีราคาไม่เกิน ๒ บาทที่เพิ่มขึ้น อันนี้ก็ขอ กราบเรียนเพื่อความสบายใจของเพื่อนสมาชิกซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนนะครับ

อันดับต่อมาครับ การคํานวณภาษีตามมูลค่า ผมขออนุญาตไปที่สไลด์ ที่ ๑๒ ครับ หลักการในการคํานวณภาษีนะครับ เนื่องจากการปรับโครงสร้างภาษีสุรา ในครั้งนี้ปรับวิธีการจัดเก็บจาก ๒ ระบบ เลือก ๑ ระบบ เป็นจัดเก็บแบบผสมนะครับ การคํานวณภาษีตามมูลค่าก็เลยอยากจะชี้แจงให้พี่น้องประชาชนผ่านเพื่อนสมาชิกได้เห็น นะครับ ก็เชิญสไลด์ที่ ๑๕ นะครับ ท่านจะเห็นว่าราคาขายส่งช่วงสุดท้ายหักภาษีมูลค่าเพิ่ม คูณด้วยอัตราภาษี เช่น ราคาขายส่งเบียร์ ๓๕ บาท ขนาด ๗ ดีกรี ไม่เกิน ๗ ดีกรี ขวดละ ๐.๖๓ ลิตร ราคาที่จะนํามาคําควณคือ ๓๕ ลบด้วยแวต (VAT) ก็คือราคา ๒.๒๘๙ เพราะฉะนั้นราคาขายส่งช่วงสุดท้ายก็คือ ๓๕ ลบ ๒.๒๘๙ ก็คือ ๓๒.๗๑ อัตราการเก็บ ภาษีเบียร์ก็คือร้อยละ ๔๘ ภาษีสรรพสามิต ก็คือ ๔๘ คูณ ๓๒.๗/๑ ส่วน ๑๐๐ ก็คือ ๑๕ บาท ๗๐ สตางค์นะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ใช้คํานวณตามมูลค่า ส่วนการคํานวณ ตามปริมาณนั้นก็คือหน้า ๑๖ นะครับ ใกล้จะจบแล้วนะครับ เช่น ปริมาณตามแอลกอฮอล์ บริสุทธิ์ก็คือราคาขายส่งเบียร์ ๓๕ บาท อัตราภาษีปัจจุบันคือ ๑๕๕ บาทต่อ ๑๐๐ ดีกรี หรือ ๑.๕๕ ต่อ ๑ ดีกรีนะครับ เพราะฉะนั้นภาษีสรรพสามิตก็คือดีกรีคูณอัตราภาษีคูณขนาด ก็คือ ๗ คูณ ๑.๕๕ คูณ ๐.๖๓ ก็เท่ากับ ๖.๘๓ บาทต่อขวดนะครับ เพราะฉะนั้นการคํานวณ ปริมาณ การคํานวณภาษีตามปริมาณนั้นนะครับ เช่น ราคาขายส่งเบียร์ ๓๕ บาท อัตราภาษี ก็คือ ๘ บาทต่อลิตร ภาษีสรรพสามิตก็คืออัตราภาษีคูณขนาด ก็คือ ๘ คูณ ๐.๖๓ ดังนั้น ภาษีสรรพสามิตที่จะนํามาคํานวณภาษีของเบียร์ก็คือ ๖.๘๓ บาท

สไลด์ที่ ๑๘ นะครับ สไลด์ที่ ๑๘ เป็นสไลด์สุดท้ายครับ ก็จะเห็นว่า ภาษีที่เบียร์ต้องชําระต่อ ๑ ขวดนั้นจะมีภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า ภาษีสรรพสามิต ตามปริมาณ ภาษีมหาดไทย ภาษี สสส. และภาษีไทยพีบีเอส รวมกันแล้วภาษีที่ต้องชําระคือ ๒๕.๕๑ บาท ก็ถือว่าเป็นความเสมอภาคทุกยี่ห้อนะครับ ทุกยี่ห้อครับไม่มียี่ห้อไหน ที่ได้เปรียบเสียเปรียบกันนะครับ เท่ากันหมด ที่เพื่อนสมาชิกบางท่านเมื่อสักครู่ได้ชี้แจงว่า เบียร์บางชนิด ได้เปรียบเบียร์บางชนิดนั้นก็คงจะไม่ถูกต้องนักนะครับ เป็นเรื่องของ การกําหนดราคาขายของแต่ละเจ้านะครับ สรุปในส่วนของหัวข้อที่ ๑

ประเด็นที่ ๑ ก็ขอกราบเรียนว่าปริมาณแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นนะครับ ก็จะทําให้ภาษีที่ต้องชําระเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งสะท้อนมิติของการดูแลสุขภาพประชาชน ประกอบกับระบบการจัดเก็บแบบผสมดังกล่าว เป็นระบบที่หลายประเทศใช้กันอย่างเป็นสากล แล้วนะครับ จึงเป็นที่มาที่แท้จริงของการปรับปรุง พ.ร.บ. ในครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องอื่นใด ที่กังวลกันนะครับ

ประเด็นที่ ๒ การเตรียมการรองรับการออก พ.ร.ก. ในครั้งนี้ ซึ่งอาจจะ เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการหรือเป็นประเด็นทางการเมืองนั้น มีข้อสําคัญมีเรื่องสําคัญ ที่กล่าวถึงคือการสํารวจสินค้าก่อนการออก พ.ร.ก. ครับ กรมสรรพสามิตได้ดําเนินการสํารวจสินค้า ทั่วประเทศ ตั้งแต่คืนวันที่ ๓ ก่อน พ.ร.ก. มีผลใช้บังคับ ส่วนการออกเกณฑ์ในการกําหนดฐาน ในการคํานวณภาษี ในประเด็นเรื่องการกําหนดราคาขายส่งชุดสุดท้าย ซึ่งอยู่ในอํานาจของ อธิบดีนั้น อธิบดีต้องใช้ราคาที่ร้าน ป. ๑ ป. ๒ แจ้ง รวมทั้งการสํารวจก่อนการประกวดราคา อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นดุลอํานาจหรือดุลพินิจของอธิบดีนั้น มีกฎหมายฉบับอื่น ให้ผู้ประกอบการสามารถอุทธรณ์ได้อยู่แล้วนะครับ ซึ่งท่านดูในกฎกระทรวงหรือว่าประกาศ ของกรม กฎกระทรวงด้วย ประกาศกรมด้วยอยู่ในเล่มสีเขียวเล่มนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๓ ในประเด็นความห่วงใยต่อสุขภาพและพฤติกรรมของพี่น้อง ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนทั้งหลาย ในเมื่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีจุดหมายเพื่อการปรับ โครงสร้างภาษีนะครับ แต่ว่าไม่มีความชัดเจนในเรื่องของระบบสุขภาพ ก็ขอกราบเรียนว่า เดิมทีนั้นก็มีเรื่องของ สสส. อยู่แล้ว ซึ่งงานนี้ สสส. ก็จะได้เงินเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยล้านบาท แต่รัฐบาลเอง ความทุกข์ ความสุข ของพี่น้องประชาชนนั้นก็เป็นภารกิจของรัฐบาลและ ทุก ๆ รัฐบาลต้องดูแลอยู่แล้ว งบประมาณที่ได้มาเพิ่มขึ้นในครั้งนี้ไม่ว่าจะขนาดไหนก็แล้วแต่ รัฐบาลต้องสํานึกเป็นอย่างยิ่งครับว่าจะต้องนํามาใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ ก็ขอเรียนยืนยันว่า ข้อห่วงใยทั้งหมดที่เพื่อนสมาชิกได้บอกผมมานั้น ผมได้บันทึกหมดไว้ทั้งสิ้นนะครับ แล้วก็จะบันทึกเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไปนะครับ

ประเด็นที่ ๔ คือเรื่องของความเดือดร้อนที่มีการขึ้นราคาในขณะนี้ ทั้ง ๆ ที่ มองกันว่าภาวะเศรษฐกิจนั้นอยู่ในภาวะที่ตกต่ํา ซึ่งจริง ๆ แล้วภาษีสรรพสามิตนะครับ มีผลต่อสุราต่อขวดนี้ไม่มากครับ อย่างเมื่อสักครู่สุรานี้ก็ไม่เกิน ๒ บาท เบียร์นี้ก็ไม่เกิน ๕ บาท เพราะฉะนั้นถ้ามีการไปขายเกินกว่านี้ ก็เป็นหน้าที่ของส่วนงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่า จะเป็นกรมการค้าภายใน หรือสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคที่จะต้องไปดําเนินการจัดการนะครับ และขณะเดียวกันโดยระบบกลไกตลาดทางเสรีนี้ และคู่แข่งเขาก็คือคู่แข่งนะครับ ถ้าไปขาย แพงกว่าชาวบ้านเขามันก็ลําบากที่จะยืนอยู่ได้นะครับ ส่วนสุราสามทับที่เป็นห่วงนะครับ เพราะว่าเป็นสุราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการ ไม่ได้เกี่ยวกับการบริโภคนี้ก็ไม่ได้มีผลเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นยังคงเดิม ไม่มีภาษีเลยนะครับ

ประเด็นที่ ๕ คือประเด็นอื่น ๆ การกระจายอํานาจ ซึ่งมีคนเห็นด้วยหลายท่าน แม้กระทั่งท่านดอกเตอร์สุชาติ ผมก็เห็นด้วยนะครับ ซึ่งอันนี้การกระจายอํานาจนั้น ในปัจจุบันนี้ท้องถิ่นก็มีอํานาจหลายประการด้วยกัน แต่ยังไม่มีอํานาจในเรื่องของสุราตรงนี้ อันนี้ก็เดี๋ยวจะรับไปแจ้งต่อคณะรัฐมนตรีนะครับ

ส่วนเรื่องใบอนุญาต การกํากับร้านขายสุรานั้น โดยปกติแล้วกรมสรรพสามิต ก็เข้มข้นในเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโซนนิ่ง ก็ไม่ยอมให้มีอยู่แล้ว ถ้าร้านที่จะจําหน่ายนั้นอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม อันนี้ก็ขอตอบโดยสรุปนะครับ

สรุปภาพรวมการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในวันนี้นะครับ ข้อห่วงกังวล ข้อเสนอแนะ รวมทั้งข้อแนะนํา คําถาม ผมได้แยกไปเป็นประเด็นต่าง ๆ ดังที่ได้กราบเรียน ท่านที่เคารพไว้ ถ้ามีขาดตกบกพร่องอะไรท่านก็ เดี๋ยวท้วงติงมาได้ และผมก็จะทําเป็น หนังสือให้ส่วนงานที่รับผิดชอบได้ตอบกลับชี้แจงท่านต่อไป ซึ่งในขณะนี้อธิบดีกรมสรรพสามิต และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็รับฟังข้อห่วงใย คําถาม และข้อสงสัยของท่านสมาชิกทั้งหมด ไว้เรียบร้อยแล้ว และอะไรที่ผมตอบไม่ครบถ้วน เดี๋ยวผมจะไปบอกกับเขาให้เขาส่งคําตอบ ไปยังที่เพื่อนสมาชิกทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องที่ถังแตก ไม่ถังแตก ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีพูดข้อเท็จจริงไม่ตรงครับ ท่านบอกว่า กรมสรรพสามิตจนถึงวันนี้ ๑๗ กันยายน จัดเก็บเกินเป้าไป ๗,๕๐๐ ล้านบาท แต่ตอนที่เจ้าหน้าที่ท่านชี้แจงผมนี่เราพูดกันก่อนที่พระราชกําหนดฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับ คือสิ้นสิงหาคมเฉพาะภาษีสุราและภาษีเบียร์นี้นะครับ ของท่านต่ําเป้า ๒,๕๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีต้องพูดอย่างนี้สิครับ ว่าที่จริงมันต่ําเป้า มันไม่ได้ทะลุเป้าครับ ที่ท่านพูดทะลุเป้า คือทั้งกรม แล้วก็ยังเป็นทั้งกรมในลักษณะที่เรียกว่าจนถึงวันนี้ที่มาตรการภาษีเปลี่ยนไปแล้ว

ประการที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าเป็นไปตาม หลักสากล กระผมก็ได้สอบถามศึกษาครับว่ามาจากประเทศไหน คําตอบคือเจ้าหน้าที่ ของท่านเองก็บอกว่ามาจากหลักการของหลากหลายประเทศหยิบแต่ละส่วนมาใช้ ไม่ได้ลอก ที่ไหนมา เป็นหลักสากลครับ ผมถึงบอกว่ามันเป็นหลักของเราเองที่เราคิดเองอย่างไรครับ แล้วพอมาสู่ชาร์ตนี้จะตอบผมอย่างไรละครับว่าทําไมเบียร์ช้างกับเบียร์สิงห์ราคาไม่เท่ากัน ท่านประธานผมนิดเดียวเท่านั้นครับ ถ้าจะให้เป็นธรรม เวลาท่านแก้นิยามนี้ครับ เช่น เบียร์ ท่านกําหนดสิครับว่า เบียร์ดีกรีตั้งแต่ ๔.๕ ถึง ๗ อยู่ในอัตราเดียวกันทั้งหมด ๔.๕ ถึง ๗ อยู่ในดีกรีเดียวกันอยู่ในราคาเดียวกันทั้งหมด แบบนี้มันไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ ต่อค่ายใดค่ายหนึ่งครับ ผมถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเวลาเราเลือกกินเบียร์ เราเลือกกินเพราะเบียร์มีแอลกอฮอล์สูง หรือเราเรียกกินเบียร์เพราะรสชาติครับ เราเลือกกิน เบียร์เพราะรสชาติครับ ไม่ได้เกี่ยวที่ดีกรี การที่ท่านเอาแบบนี้มาเป็นตัวตัดมันเลือกที่รัก มักที่ชังได้ สไลด์ของผมข้างบนนี้ตอบโจทย์สังคมอย่างไรครับ ขึ้นครับ เบียร์ช้างราคา ๔๒ บาท เป็น ๔๖.๑๙ บาท เบียร์สิงห์ราคา ๕๖ บาท เป็น ๕๖.๐๖ บาท เบียร์สิงห์แทบไม่ขยับ แต่เบียร์ช้างขยับมหาศาล เพียงเพราะเบียร์ช้างดีกรีมากกว่าเบียร์สิงห์หน่อยเดียวหรือครับ แบบนี้ไม่เลือกปฏิบัติแล้วเขาเลือกอะไรครับ ท่านต้องตอบสิครับ กระป๋องก็ไปกันใหญ่ครับ เบียร์สิงห์กระป๋องราคาถูกลงด้วยซ้ําไป แล้วถ้ามันไม่เอื้อประโยชน์ต่อเบียร์สิงห์ แล้วทําให้ เบียร์ช้างเสียประโยชน์นี่ท่านตอบสังคมอย่างไรครับ แต่ถ้านิยามของท่านในกฎหมายฉบับนี้ มีความชัดเจนว่าเบียร์ ๔-๗ จ่ายเหมือนกันหมด ใครกําไรมากกําไรน้อยก็ว่ากันไป เพราะเรา ไม่ได้เลือกกินเบียร์ตามดีกรีครับ เราเลือกกินเบียร์ตามความชอบในรสชาติของแต่ละอัน ท่านยิ่งทําให้กฎหมายมีช่องว่างมากเท่าไร มันก่อให้เกิดการล่าเมืองขึ้น มันก่อให้เกิดการ คอร์รัปชั่นมากขึ้นเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวท่านรัฐมนตรี ท่านเกียรติอีกนิดหนึ่งครับ แป๊บเดียว เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มันมีคําถามที่ผมถามไป และท่านไม่ได้ตอบอยู่หลายประเด็น

ประการแรก ผมถามว่าตรวจสต็อกไหม ท่านบอกตรวจนะครับ ดีครับ แต่ท่านไม่ตอบเลยว่าท่านมีมาตรการอะไรที่จะดูแลให้สต็อกเดิมไม่ไปในราคาใหม่ เพราะตอนนี้ขึ้นหมดแล้วจากสต็อกเดิม และใครได้ประโยชน์ครับ ใครได้ประโยชน์ให้ตอบ ให้ดี หลายสตางค์นะครับ

ประการที่ ๒ ผมพูดเรื่องเออีซี วิธีการคํานวณเขารวมกําไรอยู่ในต้นทุน ท่านไม่ตอบผมเลยนะครับ และวิธีที่ท่านออกพระราชกําหนดท่านบอกว่าท่านจะแก้ปัญหา ทรานส์เฟอร์ ไพรซ์ (Transfer Price) คือการโอนถ่ายกําไร แต่สิ่งที่ท่านมองไม่เห็นนะครับ ตอนนี้ด้วยกรอบพระราชกําหนดฉบับนี้ก็จะโอนถ่ายกําไรไปสู่ในส่วนของการค้าปลีกทั้งหมด เลยครับ ตรงนี้ท่านไม่ได้แก้ ตอนนี้จะโอนไปการค้าปลีกทั้งหมด

ประการที่ ๓ เวลาผมพูดเรื่องอุทธรณ์ ท่านก็อ้างกฎหมายฉบับอื่น ซึ่งผม คาดว่าท่านจะพูดอย่างนั้นนะครับ ท่านทราบใช่ไหมครับ ที่เราแพ้คดีที่องค์การการค้าโลก การที่อยู่ดี ๆ ให้คนที่เขาไม่เห็นด้วยกับคําสั่งของอธิบดี แล้วต้องไปอุทธรณ์กับอธิบดี คนที่สั่งคุณ เขาบอกว่าทําไม่ได้ กฎหมายนี้ยังเป็นแบบเดิมเลยครับ ท่านไม่ได้แก้ กฎหมาย ฉบับอื่นก็ไม่ได้แก้ และนี่คือเหตุที่ทําให้เราแพ้คดีที่องค์การการค้าโลก ท่านไม่ได้ตอบผมครับ ท่านเองยังไม่เข้าใจโครงสร้างของกระบวนการอุทธรณ์ของกฎหมายหลาย ๆ ฉบับของ กรมสรรพสามิตและกรมสรรพากรครับ ถ้าท่านตอบอย่างที่ท่านได้ตอบนะครับ ขอความกระจ่าง ด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ของท่านอรรถวิชช์มันน่าจะเป็นเรื่องของราคาขายปลีกนะครับ เพราะว่าภาษีเสียเท่ากัน ตามกติกาที่ออกมา และที่ท่านบอกว่าคนบริโภค บริโภคตามแอลกอฮอล์หรือว่าตามรสชาติ ท่านบอกว่าตามรสชาติ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ท่านคิด แต่ว่าบางทีบ้านนอกเขาก็ไม่อย่างนั้น เขาชอบของแรง ๆ อันนี้ก็ฝากคิดด้วย

คําถามของท่านเกียรติ เมื่อสักครู่ท่านถามว่าเรื่องตรวจสต็อก มีการตรวจแล้ว ที่ผมยืนยันไป ส่วนที่ว่าแล้วผลเป็นอย่างไรอะไรอย่างไร ผมก็ไม่ได้เป็นคนไปตรวจกับเขา นะครับ แต่ว่าข้าราชการเขาก็มีมาตรการกํากับดูแลที่จะต้องให้เป็นไปตามกฎหมายนะครับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวคําถามตรงนี้ คําตอบยังไม่มีมานะครับ แต่ถ้าหากว่าไปให้ความสงสัย ข้าราชการว่าเขาจะต้องมีปัญหาไปเสียทั้งหมดบ้านเมืองก็เดินลําบากเหมือนกัน เพราะว่า เราก็ต้องอยู่ในความไว้วางใจซึ่งกันและกันเหมือนกัน ราคาดังกล่าวที่ท่านบอกถึงว่าการใช้ อํานาจของอธิบดี อธิบดีขายส่งชุดสุดท้าย ราคาระยะแรกผมคิดว่าผมก็ตอบได้พอสมควร แล้วนะครับ เพราะว่าได้รับคําถามแล้วผมตอบได้ประมาณนี้ ในเรื่องของกําไรที่ท่านบอกว่า รวมเป็นต้นทุนเป็นอะไรต่าง ๆ นั้น ในบ้านเราอาจจะไม่เหมือนบ้านอื่นนะครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกลับเข้าห้องประชุมนะครับ จะขอมตินะครับ ท่านที่มาแล้ว นั่งประจําที่เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ เชิญนั่ง เสียบบัตรแสดงตนนะครับ เชิญครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณานั่งประจําที่เสียบบัตร แสดงตนนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อจะลงมติ ข้างหลังเชิญนั่งประจําที่ เสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ เชิญนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยส่งผลคะแนนครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้การอนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ หรือไม่นะครับ เชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรอนุมัติโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ครับ ผู้ใดไม่เห็นควร อนุมัติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านชูวิทย์ทําอะไรครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ บัตรผม เสียบแล้วไฟไม่ขึ้นครับ เห็นด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นับเพิ่มไปอีก ๑ คน ลงคะแนนทุกท่านหรือยังครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิครับ เรียบร้อย ทั้งหมดนะครับ ขอคะแนนด้วยครับ ผู้เข้าประชุม ๔๒๑ ท่านครับ เห็นด้วย ๓๙๓ ท่านครับ บวกท่านชูวิทย์ ๑ ท่าน เมื่อสักครู่บัตรไม่ได้แสดงตน งดออกเสียง ๒๓ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน แสดงว่าที่ประชุมอนุมัตินะครับ เห็นควรอนุมัติพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องเสนอใหม่ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี

วันพรุ่งนี้ประชุม ๐๙.๓๐ นาฬิกานะครับ วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุม แล้วครับ ขอขอบคุณทุกท่านครับ วันนี้ฝ่ายค้านน่ารักมากครับ ขอบคุณครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๐๔ นาฬิกา