สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖

แทนคุณ จิตต์อิสระ เสนอพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสุรา พุทธศักราช ๒๔๙๓ เพื่อลดการดื่มสุราของคนไทย และป้องกันผู้บริโภคหน้าใหม่ การผลิต การจําหน่วย และการโฆษณา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการลดพฤติกรรมการดื่มสุรา และบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด รวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการดื่มสุรา

นายแทนคุณ จิตต์อิสระ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทรนาษฎรที่เคารพ กระผม นายแทนคุณ จิตต์อิสระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๒ ดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายในพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสุรา พุทธศักราช ๒๔๙๓ ฉบับที่ ๗ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาตามมติของรัฐบาลคณะรัฐมนตรี ให้มีการออกพระราชกําหนดดังกล่าวนี้ และมีผลบังคับใช้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๖ ไปแล้วนั้น โดยมีการแก้ไขบทนิยามของสุราแช่ สุรากลั่น เพิ่มบทนิยามราคาขายส่งช่วงสุดท้าย ให้สอดคล้องในบางส่วนของกฎหมาย และเปลี่ยนฐานการคํานวณภาษีสุราตามมูลค่าจากเดิม ที่ใช้ราคาขาย ณ โรงงานสุราที่ผลิตในประเทศและราคาซีไอเอฟบวกกับอากรขาเข้า สําหรับ สุราที่นําเข้าจากต่างประเทศนั้นให้แก้ไขเป็น ให้ใช้ราคาขายส่งช่วงสุดท้ายในการคํานวณภาษี ตามมูลค่าทั้งสุราในประเทศและนําเข้า โดยส่วนตัวกระผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในทุกมาตรการ ที่จะมีการลดการดื่มหรือการบริโภคสุราของคนไทย เพราะจากสถิติที่ผ่านมาสิ่งที่เราไม่มี ความสุขและไม่น่าภูมิใจเลยคือคนไทยดื่มเหล้าเป็นอันดับที่ ๕ ของโลก และการดื่มสุรานี้ แปรผันตรงกับการเกิดอุบัติเหตุและปัญหาสังคมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุนั้น ของสังคมไทยก็เกิดเป็นอันดับ ๖ ของโลก ซึ่งสุราเป็นตัวแปรสําคัญอย่างยิ่งครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการอื่น ๆ รองรับ แล้วก็เห็นด้วยกับหลักการของการแก้ไขพระราชกําหนดดังกล่าวนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรการในการป้องกันผู้บริโภคหน้าใหม่การผลิตการจําหน่วยและการโฆษณาทั้งทางตรง ทางอ้อม ผมขอแสดงความเห็นไว้ดังต่อไปนี้นะครับ แม้ว่าหลายฝ่ายจะตั้งข้อสังเกตว่า การออกพระราชกําหนดดังกล่าวนั้นเป็นเพราะภาวะที่รัฐบาลมีภาวะการเงินการคลัง ที่ไม่คล่องตัว บางท่านเรียกว่าถังแตก อันเกิดจากการใช้นโยบายประชานิยม ซึ่งต้องใช้ เงินจํานวนมาก แต่คุณค่าจากการผลิตนั้นเมื่อคํานวณจากผลประโยชน์ไม่คุ้มครอง กับต้นทุนและไม่ยั่งยืน และไม่เป็นการกระจายโอกาสอย่างเท่าเทียมกันจริง ๆ การจัดเก็บ การคํานวณภาษีสรรพสามิตใหม่ที่อ้างว่าสะท้อนราคาต้นทุนการผลิตสุราที่เป็นจริงมากยิ่งขึ้น และช่วยควบคุมหรือลดปริมาณการบริโภคแอลกอฮอล์ได้อีกทางหนึ่งนั้น เป็นการใช้โอกาส ในวิกฤตที่ผมยังมีความเป็นห่วงอยู่ ๓ ประเด็นดังนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือการขึ้นราคาภาษีสุราที่สูงขึ้นจะทําให้ผู้บริโภคสุราได้มี พฤติกรรมหลีกเลี่ยงหรือว่ามีพฤติกรรมแสวงหาประเภทใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแปรรูป สุราที่มีราคาถูกขึ้นแต่ได้ผลใกล้เคียงกัน หรือจะเรียกว่าเป็นสุราลักษณะจดประกอบ เช่น เหล้าปั่น เหล้าปลอม เหล้าเลี่ยงภาษี เหล้าเถื่อน เหล้าผสม รวมทั้งผสมกับยาเสพติด ชนิดอื่น ๆ นะครับ ดังที่มีการตั้งข้อสังเกตในหน้า ๔๙ ที่ว่าอาจจะมีการจ้างให้ผู้เดินทาง เข้าออกราชอาณาจักรไทยใช้สิทธิดังกล่าวขนสุราที่ไม่ติดแสตมป์เข้ามาในประเทศไทย เป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะในเขตจังหวัดชายแดนและนําสุราดังกล่าวมารวบรวมจัดจําหน่าย ขายต่อในตลาดภายในประเทศ กลายเป็นปัญหาลักลอบหนีภาษี ที่เรียกว่ากองทัพมด อันนี้คือตัวอย่างอย่างหนึ่งที่จะต้องเกิดขึ้น ผมอยากกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า จะมีมาตรการในการป้องกันปัญหาการลักลอกอย่างไร รวมทั้งใน

ประเด็นที่ ๒ ในหลายท่านได้อภิปรายแล้ว แล้วก็ตั้งข้อสังเกตโดยอ้างอิง การวิจัยผลสํารวจการวิจัยต่าง ๆ ได้พบว่าการขึ้นภาษีสุรานั้นอาจจะไม่เป็นการสะท้อน การลดพฤติกรรมการบริโภค จึงอยากกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับว่ารัฐบาล มีมาตรการทางสังคมใด ๆ เพื่อที่จะเป็นการลดพฤติกรรมการบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อได้เงินจากภาษีบาปในครั้งนี้เพิ่มขึ้นเราก็มีเงินเพิ่มขึ้นก็จะต้อง นําเงินนี้ไปช่วยเหลือในส่วนของการที่จะรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุด ตัวกระผมเองนั้นก็ได้รวมเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะผลักดันให้เกิด พระราชบัญญัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี ๒๕๕๑ ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจที่เห็น เพื่อนของผม ซึ่งดื่มสุราแล้วเกิดอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิต ดังนั้นจึงอยากจะกราบเรียนว่าท่านได้ มีมาตรการ วัตถุประสงค์การนําเงินภาษีที่จะเก็บรายได้เพิ่มขึ้นนี้ไปแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ ได้อย่างไร เช่น การรณรงค์ให้ดื่มแล้วไม่ขับ แล้วก็เมาไม่ขับ นักดื่มหน้าใหม่ที่นับวันอายุก็จะ น้อยลง แล้วก็รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสุรานะครับ มีงานวิจัยหลายตัวที่ชี้วัดว่าปัญหาความรุนแรง ในครอบครัวของสังคมไทยนะครับ เกิดจากการที่ผู้ชายดื่มแอลกอฮอล์กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ปัญหาอาชาญกรรมอื่น ๆ ตามมาด้วย อย่างที่หลาย ๆ ท่านได้สะท้อนว่าในสังคมไทย ซึ่งเราก็มีหลักธรรมะในทางพระพุทธศาสนา ก็เริ่มต้นจากศีล ๕ ศีลข้อ ๕ ก็คือสุราเมรยะ การเว้นจากการดื่มสุราเมรัยเครื่องดองของเมานั้นถือว่าเป็นหัวใจสําคัญที่สุด ถ้ามีศีลข้อที่ ๕ ได้ ก็สามารถมีศีลข้ออื่น ๆ สมบูรณ์ได้ด้วยครับ จึงอยากกราบเรียนถามและตั้งข้อสังเกตไว้ ในเรื่องสุดท้ายคือทําอย่างไรให้เราจะสามารถที่จะกําหนดเป้าหมายในอนาคตอีก ๑๐ ปีข้างหน้า เราสามารถที่จะไม่มีผู้ดื่มหน้าใหม่หรือว่าเป็น ๐ เปอร์เซ็นต์ได้เลยนะครับ หรือไม่มีอุบัติเหตุ หรือลดสถิติจากการเป็นนักดื่มหน้าใหม่ นักดื่มที่ดื่มอยู่แล้วด้วยนะครับ แล้วก็นําภาษี ที่เกิดขึ้นนี้ไปเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มสุราทั้งทางตรง และทางอ้อม แต่อย่างไรก็ดีครับ ผมเห็นด้วยกับท่านสมบูรณ์นะครับ เมื่อสักครู่ที่ได้กล่าวไป นะครับ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ในเรื่องของการที่เราจะไม่สร้างหนี้บุญคุณให้กับผู้ที่ เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นว่า ไม่นําไปสนับสนุนในเรื่องการศึกษาไม่นําไป สนับสนุนในเรื่องของการกีฬา และสิ่งอันเกี่ยวข้องกับสาธารณประโยชน์ ที่เป็นเรื่องของ ศีลธรรมความดี เช่น วัดวาอารามต่าง ๆ เป็นต้น เพราะว่าบางอย่างในสังคมไทยนั้นเราควรจะมีความชัดเจนไม่ลักลั่นกัน แล้วก็ไม่ใช้หลาย ๆ มาตรฐานด้วยกัน และก็สิ่งสําคัญที่สุดก็คือการณรงค์ให้คนไทยนั้นมีจิตสํานึกและก็มีคุณค่า ทางสังคมที่ดีในเรื่องของวินัยการดื่มสุรา เพราะว่าหลายงานในพื้นที่หรือในที่ต่าง ๆ ของสังคมไทยนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีการดื่มสุรา ในความเป็นจริงแล้วก็สามารถที่จะ สร้างวินัยหรือว่าจะสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับสังคมได้ อย่างผมนี้เวลาทํางานในพื้นที่ก็รณรงค์ ขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนที่จะลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และตัวผมเอง ก็ไม่ดื่มสุราตลอดชีวิตด้วยนะครับ ดังนั้นจึงอยากจะกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ และก็ให้ท่านได้กรุณาอธิบายว่าเราจะมีมาตรการนําเงินภาษีที่เพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี้นะครับ ไปใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ หมายความว่ามีวัตถุประสงค์ที่ดีงามให้กับสังคม ได้รู้สึกถึง ตระหนักและมีคุณค่าว่า อย่างน้อยที่สุดไม่ได้เป็นการซ้ําเติมคนจน แล้วก็ไม่ได้ เป็นการซ้ําเติมค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น แล้วก็ไม่ได้เป็นการเพิ่มเติมสถานการณ์การดื่มสุรา ที่จะหลีกเลี่ยงไปดื่มอย่างอื่นแทน อย่างที่ได้กราบเรียนไว้แล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ