สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖

ก่อแก้ว พิกุลทอง เสนอเห็นชอบการออก พ.ร.ก. เกี่ยวกับภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเห็นว่าได้ปรับโครงสร้างภาษีให้ง่ายต่อผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ นอกจากนี้ยังมีการปรับเพดานภาษีเพื่อเผื่อในอนาคตที่อาจมีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นภาษี และยังสนับสนุนการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อลดช่องโหว่และช่วยให้รัฐบาลเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเอง เห็นด้วยต่อการออก พ.ร.ก. สุราในครั้งนี้นะครับ เพราะจริง ๆ เราต้องยอมรับนะครับว่า พวกสุราทุกประเภท เหล้า เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกอย่างเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยนะครับ จริง ๆ แล้วถ้าใครไม่ดื่มชีวิตก็ปกติดี แต่ใครอยากดื่มก็เป็นทางเลือกของชีวิตแล้วแต่ฐานะ ตัวเองนะครับ คนจนเลือกกินเหล้าราคาถูก คนรวยก็กินไวน์ราคาแพงตามสถานภาพ ทางเลือกของตัวเองนะครับ ที่ผมบอกว่าเห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ เพราะจริง ๆ ถ้าเราไปดูเนื้อหารายละเอียดลึก ๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่สภาได้ทําเอกสารประกอบไว้นะครับ จะเห็นว่าการออก พ.ร.ก. ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างของภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นะครับเพื่อให้เป็นสากลมากขึ้น มีการจับกุม จัดให้เป็นหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อผู้ประกอบการ นะครับ เพราะว่าที่ผ่านเรามีการแยกแยะภาษีหลาย ๆ ชนิด ทําให้ผู้ประกอบการเองมีปัญหา นะครับ คราวนี้มารวมกันในเครื่องดื่มที่คล้าย ๆ กันในตลาดเดียวกัน ทําให้ผู้ประกอบเอง ก็ง่าย เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ง่ายในการทํางาน นอกจากนี้การจัดโครงสร้างครั้งนี้ยังทําให้ การจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นธรรมมากขึ้น แล้วที่ผมชอบอีกอย่างก็คือว่า การจัดโครงสร้างนี้ได้มีการปรับเพดานภาษีไปในตัว เพื่อเผื่อในอนาคตไว้ถ้าเกิดรัฐบาล มีความจําเป็นที่จะต้องขึ้นภาษีจริง ๆ เพื่อต้องหาเงินจริง ๆ ค่อยมี เรียกว่ามีช่องว่าง ในการที่จะขยายอัตราการเก็บภาษี วันนี้ที่รัฐบาลออก พ.ร.ก. มาครั้งนี้นั้นได้เสนอเพดาน ภาษีที่ค่อนข้างกว้างขึ้นนะครับ แต่ว่าอัตราการเก็บภาษีจริงนั้นเรียกว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลง จากอัตราภาษีเดิมเท่าไร ส่วนใหญ่จะคล้าย ๆ เดิม แต่ว่ามีการปรับเรื่องโครงสร้างการจัดเก็บ ภาษีให้มีการคิดภาษีตามราคาขายและตามปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้หลายประเทศ ทั่วโลกเขาก็ใช้กัน

ท่านประธานครับ วันนี้เรายอมรับนะครับว่าปัญหาการจัดเก็บภาษีสุรา มันมีปัญหา มีช่องว่างมีช่องโหว่อยู่ สุรามีทั้ง ๒ ส่วน ส่วนที่ผลิตในประเทศ แล้วก็ที่นําเข้า จากต่างประเทศ สินค้าที่นําเข้าจากต่างประเทศนั้น นอกจากเหล้า นอกจากเบียร์ สินค้าอื่น ๆ ก็มีปัญหาเฉกเช่นเดียวกัน ถ้าท่านประธานเคยได้ยินนะครับในอดีตเรามีปัญหาเรื่องผู้นําเข้า บุหรี่ ถูกดีเอสไอ (DSI) ทําการสอบสวน เนื่องจากมีการกล่าวหาว่ามีการโกงภาษีบุหรี่ แล้วก็มี การตั้งข้อหาคิดภาษีย้อนหลังตั้งหลายหมื่นล้านบาท เนื่องจากว่ามีการกล่าวหาว่าผู้นําเข้า รายนั้นเป็นบริษัทลูกของบริษัทผู้ผลิต แล้วก็แจ้งราคานําเข้าบุหรี่ต่ํากว่าความเป็นจริงนะครับ หรือกรณีของรถยนต์ เมื่อหลายเดือนก่อนก็มีปัญหาว่ามีการแจ้งภาษีรถยนต์ต่ําผิดปกติ หรือผิดประเภท เพื่อให้อัตราภาษีนําเข้านั้นถูกลง เพื่อเป็นช่องว่างในการหาผลประโยชน์ จากอัตราภาษี สุราหรือเบียร์ก็เหมือนกันครับ ต้องยอมรับนะครับว่าวันนี้ราคาที่ผู้นําเข้า เขาแจ้งนั้นเป็นราคาซีไอเอฟนะครับ ซึ่งถ้าพูดภาษาไทยคือเป็นราคาที่ขนส่งสินค้า หมายถึง ท่าเรือของประเทศไทย ซึ่งราคานี้จริง ๆ แล้วเขาส่งอินวอยซ์ (Invoice) หรือใบแจ้ง ราคาเท่าไร ทางการไทยก็ไม่ทราบครับ เขาแจ้งมาเท่าไรก็เอาเท่านั้น แจ้งมาประเทศไทย เท่านี้ แต่แจ้งไปประเทศอื่นอาจอีกราคาหนึ่งนะครับ ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาเป็นช่องโหว่ แล้วแถมบางบริษัทนะครับผู้ผลิตโรงงานอยู่ต่างประเทศ มาตั้งบริษัทลูกอยู่ภายในประเทศ เป็นผู้นําเข้าสุรา แจ้งราคาสินค้าราคาถูก เพื่อเสียภาษีต่ํา ๆ เพื่อประโยชน์ในการเรียกว่า ในการแข่งขัน เพราะว่าเมื่อเสียภาษีน้อยราคาในตลาดเขาก็ถูกลง เขาไปแข่งกับคู่แข่งรายอื่น ได้มากขึ้น นอกจากนี้กําไรก็มากขึ้นด้วย ตรงนี้ละครับมันเป็นปัญหาว่าเกิดช่องว่างที่ทําให้ รัฐบาลเองก็มองเห็นปัญหานี้ ท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมมองว่าการที่รัฐบาลเอง ได้ปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้จึงมีความเหมาะสมและช่วยลดปัญหานี้ ท่านประธานครับ แล้วก็ปัญหาอีกอย่างที่เราเจอในอดีตก็คือว่า พวกเบียร์ พวกเหล้าที่ผลิตในประเทศ ปกติแล้ว กรมสรรพสามิตได้ไปติด เขาเรียกว่าติดมิเตอร์วัดนะครับว่าเวลาท่านผลิต ท่านผลิตกี่ลิตร กี่ล้านลิตรต่อเดือน กี่แสนลิตรต่อเดือน แล้วจ่ายภาษีตามปริมาตรที่เขาผลิตนะครับ ซึ่งตรงนี้ เรื่องการแจ้งปริมาณมันไม่มีปัญหาครับท่านประธานครับ เพราะว่ากรมสรรพสามิตได้ไป ติดตั้งเครื่องมือ ซึ่งทําให้ลดปัญหานั้น ลดช่องโหว่นั้น แต่มีปัญหาอีกเหมือนกันนะครับว่า การแจ้งราคาหน้าโรงงาน ผู้ผลิตแจ้งราคามาเท่าไร ทางการไทยก็ต้องรับราคา ซึ่งตรงนี้มันก็มีช่วงว่างเหมือนกัน สมมุติว่าผู้ผลิตเองไปตั้งบริษัทลูกเป็นเอเย่นต์ (Agent) ในการขายเหล้าขายเบียร์หรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อะไรก็แล้วแต่ ตัวเองแจ้งราคา หน้าโรงงานต่ํา ๆ ไปส่งให้บริษัทลูกซึ่งทําหน้าที่เป็นเอเย่นต์ เอเย่นต์รายนี้ก็ไปขายราคาที่สูง เอเย่นต์รายนี้ก็กําไรเยอะ ๆ แต่โรงงานผู้ผลิตเองเสียภาษีน้อย ตรงนี้มันเป็นช่องว่าง ที่ทําให้เรียกว่าเราเรียกเก็บภาษีที่ไม่สะท้อนต่อความเป็นจริง เพราะฉะนั้นการที่ ทางกระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้ แล้วช่วยลดช่องโหว่โดยการใช้ราคาขายส่ง ช่วงสุดท้ายเป็นตัวตั้งในการคิดภาษี ตรงนี้ละครับทําให้ทั้งผู้ผลิตเองผู้นําเข้าเองยากที่จะ หลีกเลี่ยงภาษีนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ทําให้เราเองเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่เสียเปรียบผู้ประกอบการ ไม่ถูกหลอก

ท่านประธานครับ ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลเองเก็บภาษีเนื่องจากว่าไปใช้เงินเยอะ ทําให้เงินไม่พอต่อการใช้ จึงต้องมารีดไถคนยากคนจน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ถ้าเกิด ไปดูเอกสารการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในช่วง ๑๐ เดือนที่ผ่านมา จากตารางหน้า ๔๘ ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่าในปีนี้กรมสรรพามิตเก็บภาษี ๑๐ เดือนที่ผ่านมาได้ไป ๓๖๘,๐๐๐ ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้แค่ ๓๔๕,๐๐๐ ล้านบาท สูงกว่าเป้าตั้ง ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือถ้าดูรายได้รวมทั้งหมดของประเทศตอนนี้ ๑๐ เดือนแรก เราตั้งเป้าไว้ ๑,๙๗๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะนี้จัดเก็บได้ถึง ๒,๐๗๕,๐๐๐ ล้านบาท สูงกว่าเป้า ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ๔.๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการเก็บภาษีมันสูงกว่าเป้าอยู่แล้ว มันไม่มีความจําเป็นที่จะต้อง ไปหาช่องทางในการจัดเก็บภาษีเพิ่ม เพราะฉะนั้นข้อกล่าวหาตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าถูกต้อง นะครับ แต่ว่าถ้าดูภาพรวมก็เป็นการจัดโครงสร้างภาษีใหม่ เพื่อให้เหมาะสม แล้วก็เพื่อเป็น การแก้ปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีสุรา เบียร์ทั้งหลาย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึง สนับสนุนการออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน