กนก วงศ์ตระหง่าน อภิปรายเกี่ยวกับพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ โดยชี้ว่า พ.ร.ก. นี้มีความจำกัดและไม่พิจารณาถึงผลกระทบต่อสุขภาวะ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคม และการกระจายอํานาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสุรา นอกจากนี้ กนก ยังเรียกร้องให้รัฐบาลนำสัญญาณการกระจายอำนาจและคืนอำนาจให้กับประชาชนไปใช้ในการตัดสินใจ
เรียนท่านประธาน ผม กนก วงศ์ตระหง่าน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปราย และตั้งข้อสังเกตต่อการออกพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ ท่านประธานครับ การออกพระราชกําหนดเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติสุราดังกล่าวนี้ ผมคิดว่า เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายค่อนข้างมากว่าสาระหลักเป็นเรื่องของรายได้ ส่วนกลไก และมาตรการต่าง ๆ เพื่อการจัดเก็บที่จะเกิดให้เหมาะสม ให้ความเป็นธรรมต่อ ผู้ประกอบการต่าง ๆ เหล่านั้น จนกระทั่งถึงการเปิดเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผมคิดว่า ในรายละเอียดภายใต้มิติของรายได้นั้นพระราชกําหนดนี้ได้ให้หลักการที่ดีไว้อยู่แล้ว แต่ประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตตั้งขอสังเกตเพิ่มเติมก็คือว่า การออกพระราชกําหนด ในครั้งนี้คิดในมุมที่แคบเกินไป พระราชกําหนดนี้น่าจะต้องคิดถึงในเรื่องมิติอื่น ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งที่ได้รับผลกระทบจากสุราภายใต้การจัดเก็บภาษีในรูปแบบใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของสุขภาวะของประชาชน ในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จนกระทั่งถึงในเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ มีความสําคัญ และถ้าจะพูดกันให้ถึงที่สุดอาจจะมีความสําคัญมากกว่ารายได้ที่รัฐบาลได้ออก พระราชกําหนดนี้ด้วยซ้ําไป ประเด็นที่สําคัญที่ผมคิดว่าเราจะต้องคิดและขออนุญาตฝาก ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีเพราะเป็นเรื่องที่สําคัญมากในเชิงหลักการบริหารประเทศ การออกพระราชกําหนดในครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ยืนยันว่าศูนย์อํานาจของการบริหาร ประเทศยังคงรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางหรืออยู่ที่รัฐบาล และการรวมศูนย์อํานาจอยู่ที่ ส่วนกลางในการตัดสินใจนโยบายสาธารณะนี้เองก็ทําให้เกิดปัญหาของประเทศไทยมามาก แล้วก็มากจนกระทั่งวันนี้ประเทศไทยของเราได้เข้าสู่วิกฤตแล้ว ตัวอย่างที่ผมได้ยกก็คือ เรื่องของรายได้ แต่ถ้าเราได้มีการกระจายอํานาจของการตัดสินใจเรื่องนี้ไปสู่ประชาชน ผมเชื่อว่าเสียงของพี่น้องประชาชนจะพูดในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของสังคม ในเรื่องของสุขภาวะที่มีมูลค่าสูงกว่ารายได้ที่รัฐบาลได้ตั้งใจไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองจึงเป็น ปัญหาในเชิงหลักคิดของประเทศชาติของเราว่าระบบหรือระบอบประชาธิปไตยที่เรามีวันนี้ เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีการรวมศูนย์อํานาจไว้ที่ส่วนกลาง ในหลักการและเหตุผล ของพระราชกําหนดที่กําหนดนี้ได้พูดเรื่องสําคัญ ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือวิธีการจัดเก็บภาษี สุราให้เหมาะสม และเรื่องที่ ๒ ก็คือเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ผมอยากจะขออนุญาต อภิปรายใน ๒ ประเด็นนี้ว่าจริงหรือตามหลักการของพระราชกําหนดดังกล่าว ประเด็น สําคัญที่ผมได้เริ่มต้นไว้ก็คือการกระจายอํานาจ การจัดเก็บภาษีสุรา แทนที่จะให้รัฐบาล กลางเป็นผู้ตัดสินแต่เพียงผู้เดียว ทําไมเราไม่ให้ชุมชนท้องถิ่น ไม่ให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ ในพื้นที่สามารถที่จะเข้ามากําหนดในเรื่องเหล่านี้ได้ ท่านประธานครับ มีหลาย อบต. มาก ในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ประกาศให้พื้นที่ของตนเองเป็นพื้นที่ปลอดสุรา โดยเริ่มต้นจากการที่งานศพทั้งหลายเมื่อก่อนนี้ที่มีการเลี้ยงสุรา งานแต่ละครั้งนั้นใช้เงิน หลายหมื่นบาท แล้วก็นํามาซึ่งปัญหาความยากจน แล้วก็ปัญหาสังคมของพื้นที่นั้น วันนี้ ในภาคอีสานหลายตําบลมากงานศพไม่มีการเลี้ยงสุรา แล้วก็เป็นการตัดสินใจร่วมกัน ของประชาชนในตําบลนั้น แล้วผลที่ออกมาก็คือว่าประชาชนไม่ต้องเสียเงินหลายหมื่นบาท ต่อการทําศพแต่ละศพ แล้วก็ชีวิตของประชาชนในพื้นที่นั้นดีขึ้น ผมเชื่อว่ารัฐบาลก่อนที่จะ คิดเรื่องนี้ได้ถามพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าเราจะได้คําตอบต่อการแก้ไข ปัญหาเรื่องรายได้หรือการจัดเก็บนี้ในมิติอื่นที่ดีกว่าในเรื่องของรายได้แต่เพียงอย่างเดียว ดังที่ปรากฏในร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ ในส่วนของวิธีการจัดเก็บนั้นคําถามก็คือว่าทําไมรัฐบาล จึงไม่กําหนดกรอบอัตราภาษี ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้สุดขั้วก็คือเก็บร้อยละ ๐ ถึง ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็หลังจากนั้นให้ชุมชนในพื้นที่นั้นเป็นผู้กําหนดเองว่าเขาจะเก็บ เท่าไร ชุมชนใดที่ไม่ต้องการให้มีการดื่มสุราในพื้นที่ของตนเองก็ให้เก็บ ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปเลย และชุมชนใดที่ส่งเสริมอยากให้ประชาชนของตนเองดื่มสุราก็เก็บ ๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินด้วยตัวเองว่าเขาต้องการอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของเขา แต่วันนี้ตัวอย่างของ พ.ร.ก. นี้ เป็นตัวบอกว่ารัฐบาล ได้เป็นคนชี้และตัดสินแทนประชาชนว่าอะไรดี หรือไม่ดีสําหรับประชาชน ส่วนปัญหา ที่เกิดขึ้นกับประชาชนรัฐบาลก็ตามไปแก้ภายหลังซึ่งอันนั้นก็เป็นการวิ่งตามแก้ปัญหา ทั้ง ๆ ที่ปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาที่เราสร้างขึ้นมาเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนั้นเองผมจึง อยากจะขออนุญาตถามท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่า รัฐบาลเคยคิดเรื่องของภาษีสุรานี้ ให้เป็นอํานาจของท้องถิ่นหรือไม่ ให้ชุมชนเขาเป็นคนตัดสินด้วยตัวของเขาเอง นี่คือคําถาม ครับท่านประธาน
ในส่วนประเด็นในเรื่องของการรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ดังที่ผมได้เรียน แล้วว่า พ.ร.ก. นี้พูดเฉพาะในเรื่องของรายได้เท่านั้น แน่นอนครับรายได้เป็นส่วนหนึ่ง ของประโยชน์ของแผ่นดิน แต่ผมอยากจะขออนุญาตถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า แล้วสุขภาวะของประชาชนเป็นผลประโยชน์ของแผ่นดินหรือไม่ ความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนที่เกิดขึ้นจากการดื่มสุราเป็นผลประโยชน์ของแผ่นดินหรือไม่ ความสัมพันธ์ของครอบครัวที่ต้องแตกแยกเพราะสมาชิกในครอบครัวดื่มสุรา สิ่งเหล่านี้ เป็นผลประโยชน์ของแผ่นดินหรือไม่ เพราะฉะนั้นผลประโยชน์ของแผ่นดินที่ พ.ร.ก. นี้อ้างถึง แท้ที่จริงแล้วเป็นแต่เพียงส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ของผลประโยชน์ของแผ่นดินที่เรียกว่ารายได้ของ รัฐบาลเท่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้น่าจะต้องมีการทบทวนในเรื่องของหลักคิดของ พ.ร.ก. นี้ ซึ่งเมื่อออกไปแล้ว รับรองไปแล้ว แต่ผมก็หวังว่าในอนาคตที่จะต้องมีการออกกฎหมาย หรือ พ.ร.ก. ในลักษณะนี้ รัฐบาลจะไม่ได้ลืมเรื่องเหล่านี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าเราได้ผิดเรื่อง เหล่านี้มามากพอแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากเห็นการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ตามตัวอย่าง ที่พูดนี้ได้สะท้อนทิศทางของประเทศว่าเราจะเดินไปในทิศทางใด ตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมา อภิปรายวันนี้ผมต้องการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลผ่านท่านประธานว่า ทิศทางของประเทศ คือการกระจายอํานาจ หรือการคืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าเราเชื่อ ในทิศทางนี้ กฎหมายที่จะออกในลักษณะนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ให้ชุมชนเป็นผู้ตัดสิน แทนที่ รัฐบาลจะเป็นผู้กําหนดแต่เพียงอย่างเดียว และการกําหนดโดยรัฐบาลที่เป็นส่วนกลาง แต่เพียงอย่างเดียวนั้น ประสบการณ์ของเราในอดีตที่ผ่านมายืนยันชัดเจนว่านําไปสู่ ผลที่เกิดขึ้นคือความเหลื่อมล้ําในสังคม ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม และที่สําคัญก็คือ คนยากคนจนเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความเหลื่อมล้ําและความไม่เท่าเทียม เหล่านั้น ท่านประธานที่เคารพ เวลารัฐบาลจะเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ประชาชนกลุ่มที่เสียเปรียบ หรือคนยากคนจนเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ แต่เวลาที่รัฐบาลจะคืนภาษีกลุ่มประชาชน ที่ได้เปรียบหรือคนร่ําคนรวยเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับประโยชน์ และคนยากคนจนเป็นคน สุดท้ายที่จะได้รับประโยชน์ครับ ตรงนี้เป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าทิศทางของประเทศ ที่พยายามรวมศูนย์การตัดสินใจทั้งหมดไว้ที่ส่วนกลาง เป็นเรื่องที่จําเป็นจะต้องมีการแก้ไข และเป็นวิกฤติของบ้านเมืองของเราในวันนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับด้วยความเคารพ ผมหวังว่าเสียงสะท้อนที่จะเรียกร้องอํานาจให้กับประชาชนตรงนี้คือประชาธิปไตยที่แท้จริง และอยากขอให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณานําไปเรียนรัฐบาลว่า ถ้าเราต้องการจะเป็น ประชาธิปไตยกันจริง ๆ สิ่งที่เป็นหัวใจก็คือคืนอํานาจให้ประชาชน และให้ประชาชนเป็นคน ตัดสินใจด้วยตัวเองว่าเขาต้องการอะไรหรือไม่ต้องการอะไร ตัวอย่างเช่น ภาษีสุราที่บ้านผม จะขึ้นเท่าไร ขอให้ประชาชนที่บ้านผมเป็นคนตัดสินใจได้หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ