เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติสุรา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเพื่อปรับปรุงอัตราภาษีสุราให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และเพื่อประโยชน์ในการหารายได้ให้รัฐ นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ปรับภาษีสุราเพื่อให้เป็นธรรมและเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อลดการดื่มแอลกอฮอล์และเพิ่มรายได้ของรัฐ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมขออภิปรายเสนอความคิดเห็นในการพิจารณาพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ๓ ประเด็นนะครับ
ประเด็นที่ ๑ เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีสุรามีประโยชน์ต่อประเทศ และประชาชนหรือไม่
ประเด็นที่ ๒ ความจําเป็นที่ต้องตราพระราชกําหนดนี้
ประเด็นที่ ๓ เนื้อหาที่เปลี่ยนแปลง และผลที่คิดว่าจะได้รับประโยชน์ และข้อเสนอแนะ
ท่านประธานครับ สุราเป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง เป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะถ้าดื่มสุราอย่างเรื้อรังต่อเนื่อง อายุจะสั้นลง ๑๐-๑๔ ปี เกิดเป็นโรคหัวใจ สมองประสาทเสื่อม เป็นโรคตับแข็งและเป็น มะเร็งในที่สุด เป็นตับอ่อนอักเสบ ความรู้สึกทางเพศลดลง เป็นต้นนะครับ ยังเสียเงินเสียทอง แล้วมีโอกาสทําผิดกฎหมายอื่น ซึ่งก็มีเพื่อนสมาชิกได้พูดไป และยังมีผลกระทบต่อบุคคลอื่น และสังคมอย่างกว้างขวาง รวมถึงพวกยาเสพติด ท่านประธานครับ คนไทยดื่มสุรา ติดอันดับโลกมีคนเคยคํานวณไว้ประมาณ ๑.๘ ล้านคน ในประเทศนี้ และสุรายังเป็นสาเหตุ ทําให้เกิดอุบัติเหตุกรณีเมาแล้วขับ จากสถิติที่อุบัติเหตุปี ๒๕๔๙ ถึงปี ๒๕๕๑ ที่เขารายงาน เมาแล้วขับเป็นอันดับ ๑ คือเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ชายอายุ ๒๕ ปีถึงอายุ ๕๙ ปีมากที่สุด ผู้หญิงก็มีนะครับ แล้วที่สําคัญท่านประธานครับ ค่าเสียหายทางเศรษฐกิจ คนตายปีละ ๑๐,๐๐๐ คน บาดเจ็บปีละ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน มูลค่าเสียหาย ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ดับบลิวเอชโอ (WHO) องค์การอนามัยโลกยังบอกว่า เราเสียชีวิตบนท้องถนนเป็นอันดับ ๓ ของโลกนะครับ เพราะฉะนั้นการรณรงค์ป้องกันให้เลิกละบุหรี่เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นมาตรการภาษีนี่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่เขาใช้กัน ท่านประธานครับ สุราก็ยังมีข้อดี นะครับ เอาไปทํายาก็ได้ เอาไปทําในโรงงานอุตสาหกรรมอื่นก็มี อย่าเพิ่งมองแต่ข้อเสีย แต่ที่สําคัญต้องยอมรับความเป็นจริงก็คือเป็นแหล่งที่มาของรายได้ของประเทศ ไม่ว่าประเทศไหนก็ตาม เพราะอะไรครับ เพราะมนุษย์ก็คือมีกิเลศ ก็ยังต้องการเสพพวกนี้อยู่ ภาษีสุราถูกนํามาใช้เป็นเครื่องมือทางการคลังของทุกประเทศที่มาหารายได้เข้ารัฐ และขณะเดียวกันก็เพื่อจํากัดการบริโภคสุราไม่ให้มากขึ้นด้วย ทั้งคู่ครับ ขึ้นอยู่กับว่า จะเอาอันไหนมาก หรืออันไหนน้อย ท่านประธานครับ รายได้จากการเก็บภาษีสุรา ของกรมสรรพสามิตจากปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๖ นี้เพิ่มขึ้นทุกปีนะครับ หลัก ๆ ก็เป็นสุรา และเบียร์ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๐ เราเก็บได้ทั้งหมด ๘๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาถึง ปี ๒๕๕๕ เป็น ๑๑๘,๓๐๖ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ๑๐ เดือนได้ประมาณ ๑๐๓,๘๑๔ ล้านบาท เห็นไหมครับ ปีที่แล้วเพิ่มขึ้นถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วปี ๒๕๕๗ นี้ก็ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มอีก ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนของคนกินเบียร์มากกว่านะครับ ท่านประธานครับ มาตรการ ภาษีสุราเขาใช้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลจริง ๆ เป็นการเพิ่มรายได้ที่เก็บได้ ชัดเจนนะครับ แล้วก็ที่สําคัญก็คือก็มีความเสียหายเช่นเดียวกัน ถ้าบริโภคมาก
ท่านประธานครับ ผมมาดูอีกหัวข้อหนึ่งนะครับ คือความจําเป็นที่รัฐบาล ต้องตราพระราชกําหนดนี้ว่าจําเป็นจริงหรือไม่ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติสุรานี้ ตราขึ้นเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๔๙๓ รวมแล้วตอนนี้ ๖๓ ปีนะครับ ถ้าเป็นคนก็เป็นคนเฒ่า คนแก่ชราแล้วนะครับ ก็ควรจะมีการแก้ไขเพิ่มเติม แต่โครงสร้างภาษีสุรายังเหมือนเดิม ไม่ได้ เปลี่ยนเลย ท่านประธานครับ ประเทศไทยได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. สุราในรูปแบบ กฎหมายหลายอย่าง ๓ อย่างนะครับ ก็คือกล่าวคือเป็นในรูปพระราชบัญญัติ ๗ ฉบับล่าสุด คือปี ๒๕๓๔ เป็นพระราชกําหนด ๖ ฉบับ ล่าสุดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ และเป็นของคณะปฏิวัติ ในปี ๒๕๑๕ ๕ ฉบับ เห็นไหมครับ มีการแก้ไขกันมาเยอะแยะ เพราะว่าสุราก็คู่กับกิเลสมนุษย์ ท่านประธานครับ สาระที่สําคัญของการแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านมา ก็สรุปได้ว่าเพื่อปรับอัตรา ภาษีสุราแช่บ้าง สุรากลั่นบ้าง หรือทั้งคู่บ้าง ปรับค่าธรรมเนียมบ้าง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ ทําสุราเพื่อส่งออกนอก ไปขายแข่งกับต่างชาติบ้าง เพื่อความเป็นธรรมที่จะทําให้สุรา ในประเทศและสุรานําเข้าอยู่ในอัตราเดียวกันบ้าง เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ เท่าที่ผม อ่านหรือสอบหาในข้อมูลนี้ครับ สาเหตุที่แก้ไขคราวนี้เพื่อปรับปรุงภาษีอัตราภาษีสุรา ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและค่าเงินบาทของประเทศ และเพื่อประโยชน์ ในด้านหารายได้ให้รัฐ และที่สําคัญนะครับ พระราชกําหนดนี้ก็ต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็ได้ชี้แจงอยู่แล้ว ซึ่งอันนี้ก็เป็นไปตาม มาตรา ๑๘๖ ของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ว่าถ้ามีความจําเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับภาษี อากรหรือเงินตรา ซึ่งต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน แล้วก็ให้ตราได้ แต่เมื่อทําเสร็จต้องเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในสามวันนับแต่วัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ได้อนุมัติเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม แล้วก็มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓ กันยายน นําเสนอต่อสภาเมื่อวันที่ ๔ กันยายน อันนี้ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนะครับ ถือว่าเป็นกรณีเร่งด่วน ไม่เร่งด่วน ได้อย่างไรครับ เพราะว่าสุราเป็นสินค้าที่มันอ่อนไหวท่านประธานครับ ขนาดน้ํามันปาล์ม ยังมีการกักตุน ถ้าไม่ทําโดยรีบและลับ ก็จะทําให้มีการกักตุนสินค้าเกิดขึ้นได้เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่หากําไรที่มิชอบ ก็เป็นการจําเป็นต้องออก พ.ร.ก. อย่างนี้ละครับ ท่านประธานครับ ความจําเป็นต้องตรา พ.ร.ก. นี้ยังมีเรื่องอื่นที่ควรจะมาพิจารณานะครับ ก็คือตอนนี้อัตราการเก็บภาษีสุรามันได้เต็มเพดานกําหนดเรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถขยาย การเก็บภาษีได้เพิ่มอีก เห็นไหมครับ คนมันกินมาก แล้วก็เพื่อให้เขาลดลงก็ต้องเพิ่มภาษีครับ
อันที่ ๒ หากไปดูในเนื้อหา พ.ร.ก. แล้วได้มีการเปลี่ยนแปลง เช่น ก่อให้เกิด ความชัดเจนในเรื่องของสุรา โครงสร้างการเก็บภาษีที่หลากหลายที่ท่านรัฐมนตรี ได้บอกว่าเป็นแบบระบบผสม และเรื่องที่สําคัญก็คือมีการจัดเก็บแบบก้าวหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ ก็คือความแรงของแอลกอฮอล์หรือดีกรี ทั้งนี้เพื่อคํานึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคเป็นหลัก ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในเรื่องรายละเอียดบ้างเล็กน้อยนะครับ นี่ประเด็นที่ ๓ การแก้ไขคราวนี้เป็นประโยชน์จริง ๆ เพราะมันเป็นมาตรฐานสากลที่นานาประเทศเขาทํากัน โดยเฉพาะอีก ๓ ปี เราจะก้าวเข้าสู่เออีซี (AEC) ก็จําเป็นต้องให้มันเหมือนชาวบ้านเขาบ้าง ท่านประธานครับ ความชัดเจนที่ว่าคืออะไรครับ แต่ก่อนกําหนดแค่สุราแช่กับสุรากลั่น คราวนี้ก็ได้บอกตัวอย่างมากขึ้น เช่น สุราแช่ ก็บอกว่าเป็นไวน์ เบียร์ สปาร์ไวน์ (Spar Wine) แล้วก็สุราแช่พื้นบ้านเป็นต้น สุรากลั่น ซึ่งเกิน ๑๕ ดีกรีนี้นะครับก็ได้กําหนดเป็น สุราสามทับ สุราขาว สุราผสม สุราปรุงพิเศษ สุราพิเศษ ซึ่งในบัญชีที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องจําเป็นมันชัดเจน ขึ้นครับ เพราะจะได้เก็บภาษีได้ถูกต้องเป็นธรรมมากขึ้น แล้วในมาตรา ๔ ได้นิยามคําว่า ราคาขายส่งช่วงสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าผู้ที่ได้รับอนุญาตทําสุรา ผู้ที่นําเข้า ผู้ที่ได้รับ อนุญาตขายสุราประเภท ๑ และประเภท ๒ นี้เป็นราคาที่ขายสุราให้แก่ผู้ขายปลีก อันนี้ รวมถึงค่าขนส่งและค่าบริการอื่นด้วย ซึ่งทั้งนี้ต้องเป็นราคาปกติในธุรกิจโดยสุจริตและ เปิดเผย โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ท่านประธานครับ ที่ผ่านมานี้เรามีปัญหาก็คือการคํานวณ ภาษี ถ้าภายในประเทศราคา ณ โรงงานหรือที่หน้าโรงงานมันต่ํานะครับ แล้วพวกนี้ก็ไปขาย ผ่านยี่ปั๊ว ซึ่งเป็นพวกตัวเอง เป็นการหลีกเลี่ยงภาษีเพื่อไปหาผลประโยชน์ขายกําไรมากขึ้น มันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แล้วก็เลี่ยงภาษีด้วย ในขณะเดียวกันอีกกลุ่มหนึ่งที่นําเข้าก็ สําแดงภาษีราคาต้นทุนที่ต่ําเกินจริงกว่าที่ควรจะเป็น โดยไปอ้างกรอบข้อตกลงเรื่องการค้า เรื่องภาษีศุลกากรบ้างเป็นต้น ที่เราเรียกว่าราคาซีไอเอฟพวกนี้นะครับ เพราะฉะนั้นมาตรการนี้ เป็นการป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีดังกล่าว ท่านประธานครับ ที่สําคัญที่ท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แจงก็คือในมาตรา ๘ ตรี นี้ครับ การเสียภาษีสุรานั้นให้เสียทั้งมูลค่าและปริมาณ ใน พ.ร.บ. เดิมให้เลือกอันใดอันหนึ่ง แล้วเลือกที่ราคาสูง แต่ปัจจุบันนี้เขาจะตัดคํานั้นออกไป คือคิดมันทั้งคู่เลย ๒ อย่างเข้าด้วยกันท่านประธานครับ หากไปดูการแก้ไขการคิดภาษีครั้งนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เคยมีแอลกอฮอล์ต่ําในอดีต จะต้องเสียภาษีสูงกว่าเหล้า ซึ่งมีดีกรี แอลกอฮอล์มากกว่า อันนี้ไม่เป็นธรรม แล้วก็ไม่ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ยุติธรรม เพราะฉะนั้น จึงได้มีการแก้ไข โดยคิดภาษีในพวกที่มีแอลกอฮอล์ต่ํา โดยการเพิ่มปริมาณด้วย ท่านประธานครับ การกําหนดนี้ก็คือใช้ ๗ ดีกรีเป็นหลัก ถ้าเพิ่มไป ๑ ดีกรีให้คิดดีกรีละ ๓ บาท เพราะฉะนั้น โดยสรุปการเก็บภาษีสุราครั้งนี้เก็บทั้ง ๓ รูปแบบ คือทั้งมูลค่า ทั้งปริมาณ และความแรงของ แอลกอฮอล์ ซึ่งครอบคลุมทุกอย่าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ทั้งประเทศและผู้บริโภคด้วย ท่านประธานครับ เท่าที่ผมดูกรมสรรพสามิตที่เขารายงานว่าเมื่อปรับโครงสร้างภาษีแล้วรัฐ จะมีรายได้เพิ่ม ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ละครับ เงินน้อยก็จริง แต่เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สามารถนําไปใช้อย่างอื่นได้ รวมทั้งดูแลด้านสุภาพ และที่สําคัญมีการคํานวณกันว่า จะมีคนไทยลดการบริโภคลงถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ท่านประธานครับ มีการสํารวจแล้วคนไทยก็ไม่ชอบดื่มสุราเท่าไรนะครับ แต่คนที่ดื่มมันก็ ดื่มเป็นประจํา ส่วนใหญ่ก็ดื่มเป็นครั้งคราว ดื่มเฉพาะบางเวลา แล้วก็ไม่ดื่มเลยก็มี รวมแล้ว เกือบ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ โดยบทสรุปนะครับ ผมขอเสนอผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีนะครับ ใน พ.ร.บ. สุรานี้น่าจะเพิ่มโทษมากขึ้น เพราะว่าโทษ มันต่ําเหลือเกินนะครับ เท่าที่ไปดูนะครับ
อันที่ ๒ ในการปรับภาษีสุรา เนื่องจากเงินเฟ้อมันบ่อย น่าจะมีเขียนว่า ถ้าปรับนี่เพิ่มได้ตามอัตราเงินเฟ้อด้วยมันก็จะดี ไม่ต้องนําเข้าสภาบ่อย ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมขอสรุปด้วยนะครับว่า ผมเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.ก. อันนี้นะครับ ที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ครั้งนี้ เพราะจะทําให้การเก็บภาษีสุรา เกิดความเป็นธรรม ได้มาตรฐานสากล นํารายได้เข้ารัฐ และเป็นการป้องปราม ลดจํานวน ผู้ดื่มแอลกอฮอล์ลงไปด้วย ซึ่งเป็นการชอบด้วยเหตุผลและกฎหมาย ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุน และให้กําลังใจรัฐบาลทํางานต่อไปครับ ขอบคุณครับ