เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ พูดถึงการแก้ไขวิธีการจัดเก็บภาษีสุราให้เหมาะสมกับสภาวการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน โดยชี้ว่าเศรษฐกิจปัจจุบันไม่ดีและดุลบัญชีเดินสะพัดขาดทุนอย่างน่าเป็นห่วง และเสนอแนะว่าจีดีพีของประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงและอาจตายได้ภายในปีนี้
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จากเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้คือ เนื่องจากวิธีการ จัดเก็บภาษีสุราไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน สมควรแก้ไขวิธีการ จัดเก็บภาษีสุราให้เหมาะสมนะครับ นี่คือเหตุผลหลักนะครับ แล้วก็ต้องออกเป็น พระราชกําหนด
คําถามที่ผมจะต้องเรียนถามผ่านทางท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลก็คือว่า การเก็บภาษีในครั้งนี้มันแปรผันตามสภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน คําถามก็คือว่า เศรษฐกิจในปัจจุบันนี้มันอยู่ในสภาพเป็นอย่างไรครับ มันดีขึ้น เท่าเดิม หรือแย่ลงกว่าเดิม เมื่อเทียบกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมานะครับ อันนี้คือสิ่งที่เป็นเหตุทําให้เกิดต้องมีการจัดเก็บภาษี สุราใหม่ หรือที่เรียกว่า ไม่เหมาะสม ครับ ถ้าเราได้ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ของประเทศนะครับ ขณะนี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เราได้พิจารณางบประมาณแผ่นดินเรียบร้อย แล้วนะครับ เราผ่านไปแล้วงบ ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท โดยมีการกู้เงิน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านไปแล้วนะครับ ผ่านทางวุฒิสภาไปแล้ว และในขณะนี้งบดุลอันหนึ่งที่มีปัญหาก็คือ ดุลบัญชีเดินสะพัดครับ ดุลบัญชีเดินสะพัด นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ที่เกิดวิกฤติ เศรษฐกิจ ดุลบัญชีเดินสะพัดตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๕๕ ไม่มีขาดดุลครับ เป็นเกินดุล โดยตลอด นั่นก็หมายถึงว่าภาวการณ์ส่งสินค้าและบริการขาออกของเราสูงกว่าการนําเข้า อย่างมีนัยสําคัญ ขณะนี้ปี ๒๕๕๖ ครับ ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึง ณ วันที่ผมกําลังพูดอยู่นี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดทุนครับ ขาดทุนอย่างน่าเป็นห่วงนะครับ ขาดดุลในลักษณะที่เป็น จํานวนอยู่ในระดับ ๗ เดือนแรก ก็คือประมาณติดลบ ๑๓๕,๐๐๐ ล้านบาท คาดว่าเมื่อครบ ๑ ปี จะตกประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีก็คงจะประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นอกจากนี้นะครับ ดุลบัญชีเดินสะพัดก็จะทําให้เกิดมีภาวะ ที่ว่าเงินมันจะไหลออกขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ ไหลออกมาก ขึ้นอยู่กับบัญชีเดินสะพัด ถ้านักลงทุนต่างชาติ หรือผู้ประกอบธุรกิจ หรือคิดจะมาลงทุนครับ เขาไม่ค่อยกล้ามาลงทุน ถ้าเห็นว่าดุลบัญชีเดินสะพัดนี้ไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น หรือบอกว่าไม่มีอนาคต นอกจากนี้ หนี้ระยะสั้นก็ยังอยู่ในระดับสูง ขณะนี้หนี้ระยะสั้นในระดับสูงของเราอยู่ที่ประมาณ ๑,๘๖๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณไม่ถึง ๑ ใน ๓ ของทุนสํารองระหว่างประเทศ ที่เรามีอยู่นะครับ นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง
เรามาดูภาคส่งออกเป็นอย่างไรครับ ภาคส่งออกก็ตกต่ําน่าดู ๗ เดือนแรก โตเพียงแค่ ๐.๖ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดจากมูลค่าเป็นดอลลาร์ (Dollar) สหรัฐนะครับ คาดว่าทั้งปี จะโตแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะโตถึง ๗-๗.๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น สินค้าต่าง ๆ เป็นอย่างไรครับ สินค้าเกษตรกุ้งเป็นโรค จํานําข้าวขาดทุนมโหฬารนะครับ เกินกรอบวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติ แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเลขจะสิ้นสุด ณ ตัวเลขใด สินค้าที่เคยทําชื่อเสียงก็คือสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ครับ นั่นก็คือฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (Hard disk drive) เราเป็นแชมป์ (Champ) นะครับ การส่งออก ของฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟเป็นแชมป์อันดับ ๑ มาโดยตลอด ขณะนี้นับตั้งแต่น้ําท่วมเสร็จสิ้นไป โรงงานปิดเรียบร้อยไม่ทราบว่าปิดเพราะเป็นห่วงว่าน้ําจะท่วมซ้ําอีก หรือเป็นปัญหาเพราะ ค่าแรงเลยต้องมีการย้ายถิ่นอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าการที่เราจะมาพิจารณา การกําหนดภาษีสุราใหม่นี้นะครับ มันอยู่ในสภาวะที่เศรษฐกิจของชาติเราเป็นอย่างไรครับ เราขาดดุลไปแล้วถึง ๒ ดุล ดุลงบประมาณ และดุลบัญชีเดินสะพัด และดุลอีกอันหนึ่งก็คือ ดุลบัญชีเงินทุนนะครับ ซึ่งก็มีแนวโน้มอีกว่ามีความเสี่ยงสูงท่านประธานครับ ดูในเรื่องของ หนี้สินภาคครัวเรือนเป็นอย่างไรครับ หนี้สินภาคครัวเรือนเราพุ่งจาก ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จนขณะนี้ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นสภาพการ ทุกอย่างที่คิดว่าจีดีพี (GDP) จะโตขึ้นนี้นะครับ มันยากลําบากเหลือเกิน รัฐบาลไม่ออก กฎหมายหรือไม่ได้ให้งบประมาณครับ ไม่ใช่ไปออกกฎหมาย กฎหมายเงินออมแห่งชาติ ที่รัฐบาลที่แล้วได้เร่งผลักดันให้เกิดขึ้น ไม่เกิดขึ้นครับ ผลจากการที่ไม่มีเงินออมเกิดขึ้น ทําให้ภาคประชาชนต้องทําอย่างไรครับ พึ่งรัฐตลอดครับ มีอะไรก็ขอเพราะฉะนั้นก็ออก ประชานิยมมาก็สอดคล้องกันนะครับ เพราะเราไม่ยอมให้มีกองทุนเงินออมแห่งชาติ อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อรัฐพึ่งรัฐเป็นอย่างไรครับ พึ่งรัฐเสร็จในที่สุดรัฐมีทางเดียวครับ ต้องทําอย่างไรให้จีดีพีโต จีดีพีโตมันก็เกิดมีปัญหาในเรื่องของต่างประเทศ ในที่สุดจีดีพี ก็ไม่สามารถจะโตได้ แต่ขณะเดียวดันจีดีพีจะโตได้ก็ต้องคุณภาพของคนที่จะผลิตสินค้า หรือมีคุณภาพในการหารายได้อื่น ๆ ที่จะทําให้เป็นตัวเพิ่มจีดีพีของประเทศไทยนี่ละครับ คือวัฏจักรของประเทศที่ขณะนี้ฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าเปรียบเทียบกับคนก็คือว่า คนไข้อาการหนัก เรียกว่าภาวะช็อก (Shock) อยู่แล้วนะครับ จนกระทั่งพรุ่งนี้ต้องปั๊มเงินอีก ๒,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะให้เศรษฐกิจหมุนเวียนให้ได้ และถ้า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีปัญหาในแง่ของการใช้ก็ตาม ผมเชื่อว่าประเทศนี้ตายแน่นะครับ และตายภายในปีนี้ อย่างแน่นอนนะครับ นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง หันกลับมาดูสินค้าเกษตรอีกอย่างหนึ่งเพื่อให้ สอดคล้องกับภาษีเหล้าก็คือว่า ขณะนี้เราส่งออกข้าวไม่ได้หรือได้น้อยมากนะครับ ข้าวที่เหลือ ก็มีปัญหาเสื่อมคุณภาพบ้าง เน่าบ้าง ผมเสนออย่างนี้ครับว่าถ้ารัฐบาลจะสามารถที่แปลงข้าว ซึ่งเป็นสินค้าที่จัดเก็บมีอายุนะครับ มีทางเดียวต้องแปลงเป็นสุรากลั่นเอาข้าวก็ดีครับ หรือแม้แต่ข้าวโพดซึ่งปลูกมากที่จังหวัดทางแถบเหนือตอนล่าง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดตาก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย หลายอําเภอครับ กําลังจะออกแล้วก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน คือราคาไม่ดีครับ พี่น้องเกษตรกรบ่นว่าอยู่ไม่ได้ครับ ขณะนี้หลายคนกําลังคิดที่จะออกมา ประท้วงเช่นเดียวกัน ภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ จึงเป็นสิ่งที่มีความผิดพลาด แล้วก็ มีมิจฉาทิฏฐิอย่างสูง ไม่ยอมฟังนักวิชาการ ไม่ยอมฟังฝ่ายค้านให้สติเตือนไว้ว่าอย่าทํา หยุดแล้วในสิ่งที่ท่านก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ท่านก็จะทํา โดยในกรณีก็คือการจํานําข้าว เป็นต้น เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจว่าวันนี้ทําไมถึงต้องมีพระราชกําหนดการจัดเก็บภาษีสุรา อัตราภาษีใหม่ขึ้นมานะครับ ด้วยเวลาอันจํากัด ผมจึงขอยืนยันครับท่านประธานครับว่า ขณะนี้ประเทศเราแย่มาก ๆ นะครับ และสิ่งสําคัญที่สุดก็คือว่ารัฐบาลไปช่วยกับภาคคนรวย มากกว่าครับ ภาษีนิติบุคคลเพื่อนได้พูดแล้วนะครับ จาก ๓๐ ๒๓ ๒๐ เหตุผลก็คือว่าเพราะเราอยากจะแข่งกับเออีซี ๑๐ ประเทศ เพราะเขา ต่ํากว่าเรา แต่ขณะเดียวกันบีโอไอ (BOI) เราก็ไม่ลด กลับเพิ่มให้ และบีโอไอที่เพิ่มให้ ก็ก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมเสียหายอย่างหนัก แล้วก็ไม่สามารถที่จะใช้เงินงบประมาณปกติ ไปแก้ไขได้ นอกจากนี้ครับท่านประธาน คนรวยได้เปรียบอีกอันหนึ่ง ก็คือว่าภาษีบุคคลธรรมดา ปี ๒๕๕๖ ซึ่งจะต้องถึงรอบจ่ายในเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๗ คนที่มีรายได้ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ลดลงนะครับ เดิมเก็บ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ก็จะลดลงเหลือเพียง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เราก็จะสูญเสีย เงินเหล่านี้อีกหลายหมื่นล้านบาท เทียบกับที่เราจะมาขึ้นภาษีสุรา ซึ่งภาษีนี้แน่นอนครับ สุราย่อมเป็นของที่ไม่ดีแน่ ไม่มีใครปฏิเสธ แต่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องจริง ๆ ในชนบท นะครับมันมีความจนครับ มันมีความเครียดครับ หาทางออกไม่ได้ ก็มี ๒ อย่าง ไม่กินเหล้า ก็ไปกินยาไอซ์ ยาบ้า เป็นต้น เพราะฉะนั้นไม่แปลกใจว่าทําไมยาไอซ์ ยาบ้า ถึงถูกจับทุก ๆ วัน ด้วยเวลาเพียงแค่นี้ผมก็อยากจะให้เห็นภาพว่าขณะนี้คนรวยก็อยู่เย็นเป็นสุขนะครับ ภาษีก็ได้ลด ทุกอย่างดีหมด คนชั้นกลางก็ได้รถคันแรกไปแล้ว แต่คนชั้นล่างไม่ว่าจะเป็นพืชสวน พืชไร่ ข้าว ยางพารา โดยเฉพาะยางพาราและน้ํามันปาล์ม พืช มันสําปะหลัง และข้าวโพด ยังเป็น พืชที่ไร้อนาคตนะครับ ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับพระราชกําหนดฉบับนี้ ที่กําลังจะมาใช้ในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศใกล้ตายครับ ขอบคุณครับ