ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ อภิปรายเรื่องการออกพระราชบัญญัติภาษีสุรา โดยไม่เห็นด้วยวิธีการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ และเรียกร้องให้ตรวจสอบบัญชีสต็อกสุราเพื่อความโปร่งใส นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับอากรสุราและภาษีมูลค่าเพิ่ม และเรียกร้องการชี้แจงและตรวจสอบความผิดพลาดในการชำระภาษี
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องการออก พ.ร.ก. สุราฉบับนี้น้อยคนที่จะไม่เห็นด้วย ส่วนมากและส่วนใหญ่ก็จะเห็นด้วย เพราะเป็น การขึ้นภาษีเหล้า ภาษีสุรา ภาษีเบียร์นะครับ แต่ที่ผมจะขออนุญาตอภิปรายเพราะผม ไม่เห็นด้วยกับวิธีการแค่นั้นเอง ส่วนการขึ้นไม่มีปัญหา มีปัญหาเฉพาะเรื่องวิธีการ เริ่มตั้งแต่ พ.ร.ก. ฉบับนี้ครับ รัฐบาลอาศัยความในมาตรา ๑๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ส่งเข้ามาให้สภา มีผลตั้งแต่วันที่ ๓ กันยายน เท่าที่ผมตรวจดูนี่สภาเราได้รับเมื่อวันที่ ๔ กันยายนเป็นวันถัดไป ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เขาส่งมาภายใน ๓ วัน แต่ท่านประธานครับ ประเด็นก็คือปกติ พ.ร.ก. ฉบับนี้ถ้าเอาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ซึ่งใช้อนุโลม ตามความในมาตรา ๑๘๖ ต้องยอมรับว่าเราพิจารณา พ.ร.ก. ฉบับนี้ช้าเกินไป พ.ร.ก. ฉบับนี้ ความเป็นจริงต้องพิจารณาเป็นอย่างช้าในวันพุธที่ ๑๑ วันนี้เป็นวันพุธที่ ๑๘ ที่เรามา พิจารณากัน เพราะ พ.ร.บ. รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคสามนี่เขียนไว้ว่า ในการประชุม รัฐสภาคราวต่อไปให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกําหนดนั้นต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณา โดยไม่ชักช้า ถ้าอยู่นอกสมัยประชุมและการรอการเปิดสมัยประชุมสามัญจะเป็นการชักช้า คณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติ หรือไม่อนุมัติ พ.ร.ก. นี้โดยเร็ว ผมจึงเห็นว่าการที่เอามาพิจารณาในวันนี้ช้าเกินไป แล้ว พ.ร.ก. เรื่องอากรนี่ปกติจะมีผู้ที่ได้และผู้ที่เสียประโยชน์ ผู้ที่ได้ประโยชน์ แน่นอนครับ จะเป็นผู้ที่ทํามาค้าขายเกี่ยวกับวงการสุราทั้งสิ้น ผู้ที่เสียประโยชน์ก็คือผู้ที่บริโภคสุรา เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึง ก็จึงอยากจะถาม กราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่นั่งอยู่ที่นี่ครับ ถามท่านว่าปกติเราออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ เพราะความจําเป็นเร่งด่วนเพราะกลัวเรื่องการกักตุน แล้วเมื่อสักครู่มีสมาชิกท่านหนึ่ง ก็ได้สอบถามว่าท่านมีการตรวจสอบบัญชีสต๊อกหรือไม่ ทีนี้คิดว่าเดี๋ยวท่านคงตอบ แต่ท่าน คงตอบง่าย ๆ ว่ามีการตรวจบัญชี ซึ่งผมคิดว่ามันไม่เพียงพอ ถ้าท่านมีเอกสารบัญชีรายชื่อ บัญชีการตรวจสอบของท่าน ท่านเอามาให้ดูครับว่าเบียร์ยี่ห้อนี้ สุรายี่ห้อนี้ มีสต็อกอยู่ ก่อน พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกเท่าไร
แล้วประการที่ ๒ ครับ เนื่องจากอากรสุราเป็นอากรที่จ่ายก่อนก่อนการผลิต คือต้องไปซื้ออากรจากกรมสรรพสามิตมาก่อน แล้วถึงจะมาผลิตเบียร์ ผลิตสุราได้ เพราะหลังจากผลิตแล้วต้องปิดอากรบนฝาจุกนะครับ เรามีการตรวจสอบไหมครับว่า มีความเคลื่อนไหวมีความไม่ชอบมาพากลของการซื้ออากรนี้ไปกักตุน เพราะสมมุติ ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าท่านปรับรายการขึ้น ขวดละ ๕ บาท ถ้าเขาไปซื้ออากรหรือจ่ายชําระ ภาษีด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ จ่ายก่อนนํามาผลิต ๑๐๐ ล้านขวด แล้วมาผลิตทีหลังก็ได้ครับ เพราะอากรนี้ถูกต้องภาษีนี้ถูกต้อง ปิดไป หลังจากประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้แล้วเขาก็กําไร ไปแล้วร้อยล้านขวดก็กําไรขวดละ ๕ บาทก็ ๕๐๐ ล้านบาท เพียงชั่วข้ามคืนครับไม่ต้องทํา อะไรครับ ง่าย ๆ ท่านได้มีการตรวจสอบความผิดพลาดหรือความผิดปกติของการชําระภาษี ก่อนการผลิตหรือไม่ ถ้ามี ขอดูตัวเลขครับว่าความเคลื่อนไหวอย่างนี้เป็นอย่างไรนะครับ ท่านประธานครับ การออก พ.ร.ก. ฉบับนี้หลายท่านคงท้วงติงไปแล้วว่าประเด็นก็คือรัฐบาล คงไม่สามารถแก้ไขให้คนที่บริโภคสุรา เบียร์ ลดการบริโภคได้นะครับ เพราะกรมสรรพสามิต ก็มาชี้แจงทุกครั้งที่มีการปรับเพิ่มขึ้น จะหยุดชะงักเพียง ๓ เดือน หลังจากนั้นก็กลับเข้าสู่ ภาวะปกติ แล้วปริมาณก็จะสูงขึ้น ๆ เพราะฉะนั้นคํากล่าวอ้างของรัฐบาลว่าจะไม่ให้เยาวชน เข้ามาบริโภคสุราที่มีราคาถูก คงเป็นไปไม่ได้ครับ คงไม่ใช่เรื่องจริง แล้วจากตัวเลขเอกสาร ของทางสภาที่นํามาให้พวกเราสมาชิกได้อ่านในหน้าที่ ๔๖ ครับ ท่านประธานจะเห็นว่า สุราขาวนะครับ ผมยกตัวอย่างสุราขาวที่เห็นได้ชัดมาก สุราขาว ๒๘ ดีกรี ท่านเปรียบเทียบ ว่าเพิ่มขวดละ ๒ บาท ๔๕ สตางค์ แต่พอไป ๔๐ ดีกรีเพิ่มเหลือเพียง ๙๒ สตางค์ แปลว่า ถ้าดีกรีมากราคาปรับเพิ่มน้อยลง ถ้าดีกรีต่ํา ๆ ราคาเพิ่มสูงขึ้น คํานิยามนี้ที่รัฐบาลบอกว่า เพื่อไม่ให้เหล้าหรือที่มีแอลกอฮอล์ต่ํา ๆ มีคนไปบริโภคมาก แต่อีกด้านหนึ่งครับอาจจะ แปลได้ความว่ารัฐบาลต้องการให้ประชาชนหรือเยาวชนไปบริโภคสุราที่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น ใช่หรือไม่ เพราะมันไม่มีทางกระทบด้านเดียวเมื่อตัวเลขแอลกอฮอล์ต่ําราคาเพิ่มสูงมาก คนก็ต้อง หันกลับไปทดลองบริโภคแอลกอฮอล์สูงซึ่งมีราคาเพิ่มขึ้นน้อยกว่า อาจจะในระยะยาว คนติดสุราที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณที่สูงขึ้น มุมนี้รัฐบาลได้พิจารณาแล้วอย่างไร หรือว่าไม่มีการพิจารณา พิจารณาเพียงแต่ว่าต้องการแค่ขอตัวเลขภาษีที่เพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ดังท่านอธิบดีกรมสรรพสามิตได้มาให้ข่าวบอกว่าอาจจะสูงถึง ๑๕,๐๐๐-๑๗,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ําไป ก็ต้องเห็นใจครับเพราะรัฐบาล การปรับโครงสร้าง ของรัฐบาลทุกครั้งรัฐบาลคงต้องการเม็ดเงินมากกว่าตัวอื่น ๆ ตัวด้านสังคมคงเป็นเรื่องรอง เพราะอะไรที่อยู่ในมือรัฐบาลชุดนี้ต้องยอมรับความจริงครับว่าล้มและพังเกือบหมด ไม่ว่าเรื่องข้าว ต้องยอมรับครับว่าเราใช้เงินไปมาก เราเอามาเก็บ ยิ่งซื้อมากเท่าไร ยิ่งไปเก็บ มากเท่าไร เงินแทนที่จะมาหมุนใน ๑ ปี ๒ รอบ ๓ รอบก็หมุนไม่ออกมันไปจมอยู่ในสต็อก ของรัฐบาล รัฐบาลก็ต้องช็อตเงินเป็นเรื่องปกติ ยางพาราก็พัง การส่งออกก็พัง รถคันแรก ก็พังไปจากตั้งประมาณไว้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ใช้ไป ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีเงินได้ นิติบุคคลท่านก็ลด ๓๐ เหลือ ๒๓ ปีนี้เหลือ ๒๐ เขาประมาณการว่าต้องใช้เงินไปถึง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทใน ๒ ปี ก็เห็นใจครับว่ารัฐบาลใช้เงินเรื่องนิยม ๆ ของรัฐบาลไปมาก จริง ๆ ทําให้การเงินการคลังของประเทศไม่ดี ทําให้รัฐบาลขาดเงินสดอยู่ในมือต้องอาศัย เงินคงคลัง เงินคงคลังก็มีกฎหมายอีกครับ เอามาใช้เวลาขัดสนได้แต่ต้องคืนให้สถานะ เงินคงคลังกลับไปภายใน ๑ ปี ทั้งหมดทั้งปวงก็นําไปสู่การถดถอยของเศรษฐกิจ พอนําไปสู่ การถดถอย ภาคครัวเรือนก็บริโภคลดลง การลงทุนภาคเอกชนก็ลดลง การนําเข้าสินค้าทุน ก็ต้องลดลง พอทุกอย่างลดหมด การเก็บภาษีของท่านก็ต้องลดตาม โดยเฉพาะภาษี มูลค่าเพิ่ม เห็นชัดครับ มีผู้รู้เขาบอกว่าถ้าเศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย ดูได้จากการเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าภาษีมูลค่าเพิ่มที่นําเข้าสินค้าลดลง ๓ เดือนติดต่อกัน แปลว่าเศรษฐกิจ เข้าสู่เส้นยาแดงแล้วครับ ก้าวเข้าสู่เขตอันตรายแล้วครับ เศรษฐกิจวันนี้รัฐบาลคงไม่มี ทางเลือกที่จะขึ้นภาษีโดยเฉพาะภาษีอย่างยิ่งภาษีบาป ซึ่งเราเห็นด้วยแต่จังหวะโอกาส ที่เรายังเห็นว่าเมื่อภาวะอยู่ในภาวะถดถอย บางเรื่องบางราวไม่ควรขึ้นภาษีแต่เมื่อรัฐบาล เลือกทางนี้เราก็ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่น ในเรื่องการขึ้นภาษีบาป ทุกคน ผมกราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าคนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยนะครับ ผมก็เห็นด้วยแต่ผมไม่เห็นด้วยกับ วิธีการ และผมไม่เห็นด้วยกับความโปร่งใส เพราะฉะนั้นอยากให้รัฐบาลชี้แจงตามคําถาม เมื่อสักครู่ที่ผมได้กราบเรียนถามผ่านท่านประธานไป ขอบคุณครับ