จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องการขึ้นภาษีสุราและเบียร์ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อลดการดื่มของประชาชน โดยเสนอแนวทางควบคุมผู้ดื่มและผู้จัดจำหน่ายเหล้า พร้อมวิจารณ์การขึ้นภาษีเหล้าและเสนอแนะว่าเงินภาษีที่เก็บได้ควรใช้ไปรณรงค์ไม่ให้เยาวชนหน้าใหม่ขึ้นมากินเหล้าเพิ่มหรือดูแลสุขภาพประชาชน
ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้อง เรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเสียดายที่วันนี้เราไม่มีการถ่ายทอดสดทางช่อง ๑๑ เพราะว่า การขึ้นภาษีสุราหรือภาษีเหล้า เบียร์ ถ้าท่านคิดแบบบูรณาการนะครับ คือรัฐมนตรีได้ชี้แจง ต่อสภาว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้เพื่อให้มีนักดื่มน้อยลง เรียกง่าย ๆ ว่าของแพงขึ้น คนได้มี กําลังซื้อน้อยลง หรือถ้าดื่มก็ให้ดื่มที่แอลกอฮอล์ต่ํา ๆ อย่ากินของที่มันเมามาก ประมาณนั้น นะครับ ผมเลยเรียนท่านรัฐมนตรีว่าถ้าท่านอยากให้เกิดผลจริง ๆ และวันนี้มีการถ่ายทอดสด ผมว่าทั้งประเทศก็จะได้รู้ เยาวชนก็จะได้รู้ว่าให้ดื่มน้อยลง สําคัญที่สุดครับ เปอร์เซ็นต์ การขึ้น ราคาที่ขึ้น เหล้า เบียร์ ขึ้นขวดหนึ่งไม่เกิน ๑๐ บาท ถ้ามีการถ่ายทอดสด ร้านค้าก็จะ รู้ว่าเมื่อเขามาส่งขวดหนึ่งต้องขึ้นไม่เกิน ๑๐ บาท หรือ ๒ บาท ๓ บาท ๔ บาท แล้วแต่ ประเภทของสุรา แล้วแต่ประเภทของเบียร์ ถ้าท่านไม่ถ่ายทอดสดก็จะมีคนฉวยโอกาสครับ ทําให้ราคาที่ขึ้นไป มาวันนี้ครับตามร้านค้าทั่วไปขึ้นไปแล้วครับเบียร์ขวดละ ๕ บาท ตามร้านอาหารขึ้นไปแล้วครับขวดละ ๑๐ บาท ตามผับหรือตามสถานเริงรมย์ต่าง ๆ ขึ้นไป ขวดละ ๒๐ บาทแล้วครับ นี่คือปัญหาครับ ผมเลยเรียนว่าถ้ามีการถ่ายทอดสดเราก็จะได้ ทราบปัญหา คนทั้งประเทศก็จะได้รู้ว่าการขึ้นนั้นมันขึ้นแค่ไหน อย่างไร ก็จะเป็นประโยชน์ ต่อคนทั้งประเทศ
ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นอยู่คือเรื่องการขึ้นภาษีครั้งนี้ผมคิดว่ารัฐบาล ยุทธศาสตร์แค่นี้ไม่พอครับ การขึ้นภาษีแค่ ๑ บาท หรือ ๒ บาท หรือ ๓ บาท ไม่ทําให้นักดื่ม น้อยลงแน่นอน หรือไม่เกิดประโยชน์ในการลดผู้ดื่มแน่นอน เพราะว่าถ้ารัฐบาลอยากให้เกิด ประโยชน์ดังกล่าวนี้รัฐบาลจะต้องทําอีกอย่างน้อย ๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องโซนนิ่ง (Zoning) วันนี้ใกล้มหาวิทยาลัย บริเวณหอพัก นักศึกษา ใกล้บริเวณมหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร หรือต่างจังหวัดต่าง ๆ มีแต่ร้านเหล้า ร้านเบียร์ มันจะลดนักดื่มได้อย่างไรครับ ถ้าท่านยังไม่มีระบบโซนนิ่งในการดูแลตรงนี้ เรื่องเวลาครับ เรามีเวลาโซนนิ่งไม่ให้ขายเหล้าในห้างสรรพสินค้า แต่ท่านไม่ไปดูร้านค้าละครับ ทุกวันนี้ในห้างสรรพสินค้ามีร้านอาหารในห้างสรรพสินค้ามีนักดื่มจํานวนมากเป็นเยาวชน มีเด็กนักเรียนจํานวนมากใช้เวลาที่ว่าหลังเลิกเรียนแล้วไปนั่งดื่มเหล้าในร้านอาหารต่าง ๆ ท่านได้เข้าไปดูหรือเปล่า นั่นคือเรื่องที่ ๑ ที่ท่านไม่ได้ทํา
เรื่องที่ ๒ เรื่องการควบคุมผู้ดื่ม ท่านจะต้องควบคุมผู้ดื่มด้วย เช่น กรณี ดื่มแล้วต้องไม่ขับ หรือดื่มแล้วถ้ามาขับรถต้องจับแล้วต้องปรับอย่างหนัก อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาล ควรต้องทํา แต่ท่านยังไม่ทํา ผลคืออะไรครับ ๒ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามานี้นะครับ ช่วงเทศกาลวันหยุดท่านประธานจะเห็นครับ ท่านประธานจะเห็นว่าช่วงเทศกาลวันหยุด ในรัฐบาลเก่า ๆ นี้ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุนี้มีไม่เกิน ๒๐๐-๓๐๐ ท่าน ๓๐๐-๔๐๐ ท่าน มาวันนี้เกือบพันคน วันสงกรานต์ที่ผ่านมาตายไปเท่าไร รัฐบาลได้คิดถึงเรื่องนี้หรือเปล่า นอกเหนือจากการการขึ้นภาษีเหล้าแค่นิดหน่อยแค่นี้
เรื่องที่ ๓ เรื่องการควบคุมผู้จําหน่ายครับ ในการเรื่องการควบคุมผู้จําหน่ายนี้ ประเด็นที่ผมได้เรียนไปตอนต้น ถ้ารัฐบาลไม่บอกว่าขึ้นกี่บาท ที่สุดร้านค้าก็โดนโรงงานมาส่ง ขึ้นราคามากกว่าปกติ เมื่อร้านค้าโดนขึ้นราคามากกว่าปกติที่สุดร้านค้าก็มาขายผู้บริโภค รายสุดท้าย คนสุดท้ายแพงกว่าปกติอีก อย่างที่ผมเรียนตอนต้นว่าขึ้นไป๕ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๓๐ บาทแล้วตอนนี้ นั่นคือเหตุผลทั้ง ๓ ประการ ที่รัฐบาลยังไม่ได้ทํา และผมคิดว่า ควรต้องทําเพื่อจะได้ทําให้เกิดมีนักดื่มหน้าใหม่น้อยลงมีผู้ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตตรงนี้ก็คือว่า ก่อนที่รัฐบาลบอกจะขึ้นราคาอย่างนี้ท่านเคยทําวิจัย เคยไปคํานวณหรือเปล่าว่าท่านขึ้นแล้ว จะลดนักดื่มหน้าใหม่ได้กี่คน จะลดนักดื่มหน้าใหม่ได้กี่เปอร์เซ็นต์ จะทําให้ผู้ดื่มลดลง ได้เท่าไร ท่านได้คํานวณหรือเปล่า ท่านได้เคยทําวิจัยหรือเปล่า เพราะถ้าท่านไม่เคยทําวิจัย แล้วไม่เคยคํานวณ แล้วมาขึ้นราคา ขึ้นภาษีเฉย ๆ อย่างนี้ ในภาวะช่วงนี้ผมก็มองได้ อย่างเดียวครับ รัฐบาลถังแตก อยากได้เงินอย่างเดียว รัฐบาลไม่ได้คิดว่าผลการขึ้นภาษีนี้ จะไปลดจํานวนนักดื่มได้หรือเปล่า ท่านคิดอย่างเดียวว่าจะหาเงินได้เท่าไร จากเหตุผล ดังกล่าวที่ผ่านมานี้ ผมขอตั้งข้อสังเกตเพิ่มกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีอีกสัก ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรกก็คือว่าเมื่อไตรมาสที่แล้วรัฐบาลบอกว่าเก็บภาษีเหล้าได้น้อยลง ผมเรียนว่าที่เก็บภาษีเหล้าได้น้อยลงไม่ใช่เพราะคนเลิกเหล้าได้แล้วนะครับ แต่ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังท่านต้องเริ่มนับหนึ่งได้แล้ว การที่มีผู้ดื่มน้อยลงเพราะว่าเหล้านี้ คือสินค้าฟุ่มเฟือยครับ เหล้าจัดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย คนถ้ามีเงินในกระเป๋ามากกินเหล้าเยอะ ฉลองกันครับ จัดงานเลี้ยงกันครับ แต่เมื่อไม่มีเงินในกระเป๋าเขาก็กินเหล้าน้อยลง นี่คือเหตุที่ท่านเก็บภาษีได้น้อยลง แสดงว่าอะไรครับ เศรษฐกิจกําลังชะลอตัว เงินฝืด คนไม่มีเงินครับ เพราะอะไร เพราะของแพง แทนที่ว่ามีเงิน ๑๐๐ บาท กินข้าว ๕๐ บาท เหลืออีก ๕๐ บาท อาจจะเอาไปกินเหล้า มาวันนี้มีเงิน ๑๐๐ บาท กินข้าวอย่างเดียว ๘๐ บาทแล้ว ถึงจะอิ่ม เหลือ ๒๐ บาท กินเหล้าได้ไหมครับ กินไม่ได้ครับ เมื่อกินไม่ได้ ก็ไม่ซื้อเหล้าก็เอาเงินเก็บไว้ นี่คือเหตุที่ท่านเก็บภาษีเหล้าได้น้อยลงอย่างไรครับ แล้วท่านก็ อ้างว่าท่านมาขึ้นภาษีเหล้าเพื่อจะเก็บเงินได้เพิ่มขึ้น
นําไปสู่เรื่องที่ ๒ ผมอยากจะถามว่า ท่านบอกว่าเก็บภาษีเหล้าได้เพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านขึ้นภาษีตรงนี้แล้วจะเก็บเงินได้เพิ่มขึ้นเท่านี้ ผมเรียนถาม ตรงไปตรงมานะครับ รัฐบาลจะเอาเงินตรงนี้ไปทําอะไรครับ ในมุมมองของผมทุกวันนี้อุบัติเหตุจากเมาไม่ขับเยอะครับ การรณรงค์โครงการเมาไม่ขับนี่ แทบจะไม่มีผลเลย ไร้ประสิทธิภาพมาก ผมเลยมองมุมนี้ว่าถ้ารัฐบาลเก็บเงินได้เพิ่มทําไม ท่านไม่เอาไปรณรงค์ล่ะครับ ท่านทําให้มันชัดเจนได้ไหมครับ เอาไปรณรงค์เรื่องคนเมาไม่ขับ เอาไปรณรงค์เรื่องไม่ให้เยาวชนหน้าใหม่ขึ้นมากินเหล้าเพิ่ม เอาไปรณรงค์ได้ไหม เอาไป ทําอย่างอื่นได้ไหม หรือเอาไปดูแลรักษาสุขภาพประชาชนด้านอื่น ๆ เพราะทุกวันนี้ ท่านประธานครับ ท่านจะเห็นว่าโรคตับแข็งนี่น้อยมาก คนกินเหล้าแล้วเป็นตับแข็งตาย แทบไม่มีนะครับ แทบไม่เห็นเป็นข่าวแล้ว แต่เมาแล้วขับมีทุกวัน เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่า เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะเก็บได้เพิ่มนี้ถ้ารัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้ถังแตกจริงควรเอาไปทํา อย่างอื่นให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากกว่านี้ ในส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วยกับการสนับสนุน การขึ้นภาษีครั้งนี้ แต่รัฐบาลต้องมีมาตรการอื่นด้วย ถ้ารัฐบาลมีมาตรการอื่น ซึ่งไม่จําเป็น ต้องใช้เงินเลยครับ มีข้าราชการในกระทรวงที่ทุกทบวง กรมที่พร้อมทํางานตรงนี้อยู่แล้ว ท่านไม่จําเป็นต้องขึ้นภาษีตรงนี้ก็สามารถที่จะลดจํานวนผู้ดื่มหน้าใหม่ได้ ก็จะสามารถลดให้ คนหันเข้าหาเหล้าน้อยลงได้ ท่านทําได้โดยไม่ต้องขึ้นภาษีในครั้งนี้ แต่เมื่อท่านขึ้นแล้วผมก็ ถือว่าก็เป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องดูกันต่อไปว่าจะต้องทํากันอย่างไรต่อไป ขอบคุณมากครับ