สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖

ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา โดยเน้นย้ำว่าควรแก้ไขวิธีการจัดเก็บภาษีสุราให้เหมาะสม และวิธีการคิดอัตราภาษีตามมูลค่า ซึ่งยังไม่เป็นไปตามหลักสากล ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย เสนอการปรับปรุงพระราชบัญญัติสุรา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี และเตรียมความพร้อมการเปิดเสรีทางการค้า โดยเฉพาะการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ตราพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ คือ

เนื่องจากวิธีการจัดเก็บภาษีสุราไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน สมควรแก้ไขวิธีการจัดเก็บภาษีสุราให้เหมาะสม และโดยที่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับ ภาษีอากร ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน จึงจําเป็นต้องตราพระราชกําหนดนี้

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกที่เคารพครับ ในการนี้กระผม ขอเรียนชี้แจงพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยสรุปดังนี้ครับ

๑. เดิมการเสียภาษีสุรา ปฏิบัติตามบทบัญญัติพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ ที่กําหนดให้คํานวณภาษีจากอัตราตามมูลค่าหรือตามปริมาณต่อลิตร แห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ โดยนําภาษีที่คํานวณได้มาเปรียบเทียบกัน ซึ่งการคํานวณตามแบบใด ได้ภาษีมากกว่า ก็จะจัดเก็บภาษีตามจํานวนที่มากกว่า ซึ่งวิธี ๒ เลือก ๑ นี้ ยังไม่เป็นไปตาม หลักสากลที่ประเทศต่าง ๆ นํามาใช้ ทั้งนี้สําหรับการคิดอัตราภาษีตามมูลค่านั้น ฐานภาษี ของผู้ประกอบสุราในประเทศใช้ราคาขายหน้าโรงงาน และผู้นําเข้าให้ใช้ราคาซีไอเอฟ (CIF) บวกอากรขาเข้า ทําให้เกิดความแตกต่างระหว่างราคาประเมินภาษีของสินค้าผลิตในประเทศ และสินค้านําเข้า โดยเฉพาะจากการแจ้งราคานําเข้าที่ต่ํากว่าควรที่จะเป็น จากการถ่ายโอน ราคาหรือทรานเฟอร์ ไพรซิ่ง (Transfer Pricing)

ข้อ ๒ วิธีการคํานวณภาษีสรรพสามิตในปัจจุบันเป็นแบบรวมในหรือว่า อินคลูซีพ แทกซ์ (Inclusive tax) ซึ่งค่อนข้างซับซ้อนเข้าใจยากและไม่สะท้อนภาระภาษี ที่ชัดเจน ทําให้เกิดความยุ่งยากกับภาคธุรกิจในปัจจุบัน นอกจากนี้วิธีการคํานวณภาษี ดังกล่าวแตกต่างจากประเทศในอาเซียน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการค้าเสรีในอาเซียน และการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอีกด้วย

ข้อ ๓ การกําหนดชนิดที่หลากหลายของสุรากลั่น ทําให้เกิดการแข่งขัน ที่ไม่เป็นธรรมของสุราที่ผลิตในประเทศและสุรานําเข้า ซึ่งสหภาพยุโรปได้เรียกร้อง ให้ประเทศไทยปรับโครงสร้างภาษีสุรากลั่นมาต่อเนื่อง ทั้งนี้ โครงสร้างภาษีสุรากลั่น ในปัจจุบันได้แยกออกเป็น ๕ ชนิด โดยมีอัตราภาษีที่แตกต่างกันไปตามชนิดของสุรา จึงจําเป็นต้องลดการจัดชั้นสุราให้เหลือเพียง ๒ ชนิด เพื่อขจัดปัญหาความไม่เป็นธรรม ในการแข่งขัน

ข้อ ๔ ตลาดสุราทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะผลิตสุราชนิดใหม่ ๆ ขึ้นมา และมี แนวโน้มจะมีแรงแอลกอฮอล์ที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเป็นปัญหา ของสังคมติดตามมา

ข้อ ๕ ปัญหาการจัดชั้นเบียร์ที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล เพราะไม่สะท้อน ต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าเบียร์ ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ต่อผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมเบียร์อย่างเท่าเทียมกัน

จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับ การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การแข่งขันเสรีทางการค้าและเพื่อการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ กรมสรรพสามิตจึงมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังนี้ครับ

ข้อ ๑ ปรับวิธีการจัดเก็บภาษีสุราจากระบบสองเลือกหนึ่ง มาเป็นระบบจัดเก็บ ภาษีแบบผสม เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามหลักสุขภาพ และความฟุ่มเฟือยไปพร้อม ๆ กัน กล่าวคือจะจัดเก็บภาษีสุราทั้งตามมูลค่าและตามปริมาณ ซึ่งโดยวิธีดังกล่าวได้รับรองและได้รับการแนะนําจากองค์การอนามัยโลก

ข้อ ๒ เปลี่ยนฐานราคาในการคํานวณภาษีจากมูลค่าเดิมที่ใช้ราคาขาย หน้าโรงงานสําหรับสุราที่ผลิตในประเทศและราคาซีไอเอฟบวกอากรขาเข้าสําหรับสุรา ที่นําเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นราคาขายส่งชุดสุดท้ายไม่รวมวีเอที (VAT) เป็นฐานในการ คํานวณภาษีตามมูลค่าสุราที่ผลิตในประเทศและนําเข้า ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความแตกต่าง ของราคาประเมินของสินค้าที่ผลิตในประเทศและสินค้านําเข้า รวมถึงแก้ไขปัญหา การถ่ายโอนราคา สะท้อนถึงความฟุ่มเฟือยได้อย่างมีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาการจัด ชั้นเบียร์ได้

ข้อ ๓ ปรับปรุงวิธีการคํานวณภาษีให้มีความโปร่งใสมากขึ้น จากวิธีรวม ในเป็นแบบแยกนอก ซึ่งจะเกิดความง่ายในการคํานวณภาษีและสะท้อนภาระภาษีได้ดียิ่งขึ้น

ข้อ ๔ กําหนดชั้นของสุรากลั่นให้เหลือเพียง ๒ ชนิด ได้แก่ สุราขาวและสุรา กลั่นอื่น ๆ โดยสุรากลั่นอื่น ๆ ได้รวมสุราผสม สุราปรุงพิเศษ สุราพิเศษด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น เนื่องจากอัตราภาษีสุรากลั่นอื่น ๆ มีเพียงตัวเดียว ไม่หลากหลาย เหมือนโครงสร้างภาษีเดิม

ข้อ ๕ กําหนดให้สุราแช่และสุรากลั่นที่มีดีกรี (Degree) เกินกว่าที่กําหนด ต้องชําระภาษีเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ เนื่องจากกรมสรรพสามิตได้คํานึงถึงสุขภาพ ของประชาชนและไม่ต้องการสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคสุราที่มีดีกรีสูงเกินไป

ข้อ ๖ การปรับปรุงเพดานอัตราภาษี อัตราภาษีเพื่อให้เหมาะสมกับ สภาวการณ์ในปัจจุบัน

โดยสรุปการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสุราดังกล่าว จะเป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและเพื่อเป็น การเตรียมความพร้อมการเปิดเสรีทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

จากเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้นรัฐบาลจึงขอเสนอมาเพื่อให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้โปรดพิจารณาอนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามที่ได้กราบเรียนมา ขอกราบขอบพระคุณครับ