สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการขึ้นภาษี โดยเน้นย้ำผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะการดื่มสุราและเบียร์ และเรียกร้องให้รัฐบาลเลื่อนการเก็บภาษีเพื่อช่วยเหลือคนจน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมมีข้อสังเกต ที่จะกราบเรียนยังท่านประธานและท่านรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าพวกเราเป็นผู้แทนราษฎร เหมือนกัน ผมเป็น ส.ส. จากจังหวัดพิษณุโลก พี่น้องประชาชนชาวพิษณุโลกเลือกมาทํา หน้าที่ในการเป็นปากเป็นเสียงแทนเขา ขณะเดียวกันท่านประธานก็เป็น ส.ส. เหมือนกัน ท่านรัฐมนตรีก็เป็น ส.ส. จากจังหวัดอุตรดิตถ์ ดังนั้นผมคิดว่าขณะนี้เรากําลังพิจารณาถึง พระราชกําหนดที่มีผลกระทบต่อการขึ้นภาษี เราฟังดูเหตุผล ๒ มุมมอง ท่านประธานว่า อันไหนเป็นสิ่งที่น่ารับฟังมากกว่ากัน ผมฟังส่วนราชการได้ชี้แจงบอกว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้ คล้ายกับว่าเอาภาษีเป็นตัวกําหนดเพื่อให้ประชาชนดื่มสุราน้อยลง เพราะว่าถ้าเกิดมีการขึ้น ภาษีเมื่อไรปุ๊บประชาชนก็จะดื่มสุราน้อยลงอันนี้คือมุมหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีอีกมุมหนึ่งที่ถามว่า ท่านคิดว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้เพราะว่ารัฐบาลถังแตก รัฐบาลเก็บภาษีไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ต้องการเงินเพิ่มหรือไม่ วันนี้มันมีอยู่ ๒ มุมมอง ในการถกกัน ท่านประธานครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าการขึ้นภาษีแล้วจะทําให้ประชาชน ดื่มเหล้าลดน้อยลงอย่างถาวร ผมมีการซักถามคนที่เกี่ยวข้อง เขาบอกว่ามันจะมีผลในเชิง จิตวิทยาสั้น ๆ ครับ ประมาณสัก ๒-๓ เดือน ในช่วงนั้นคนก็มีความรู้สึกว่าช่วงนี้เหล้าแพง เบียร์แพง ดื่มลดน้อยลง แต่หลังจากนั้นแล้วไม่นานสังคมไทยกับสิ่งเหล่านี้มันแยกออก จากกันไม่ได้ครับท่านประธาน การกลับมาดื่มเหล้า การกลับมาดื่มเบียร์ก็จะอยู่ในภาวะ ปกติครับ และความเป็นผู้แทนราษฎรต้องย้ํานะครับท่านประธานเพราะเวทีแห่งนี้คือเวที สภาผู้แทนราษฎร วิถีของสังคมไทย พี่น้องประชาชนในชนบทครับท่านประธาน งานบวช ทีหนึ่งท่านประธานคงเห็นภาพ เราต้องยอมรับวันนี้ต้องเอาความจริงมาคุยกัน งานแต่งงาน ทีหนึ่งหรืองานกิจกรรมทําบุญขึ้นบ้านใหม่ อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นกิจกรรมของพี่น้องประชาชน ย้ําว่า โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในชนบท ถามว่าปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ ถ้าเราเอา ข้อเท็จจริงมาคุยกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าพี่น้องประชาชนกับการจะต้องเอาสุราหรือเอาเบียร์ มาผสมผสานในกิจกรรมของพี่น้องประชาชนยังเป็นของคู่กันตลอด ถ้าใครปฏิเสธบอกว่า การดื่มเหล้าไม่ดี ประชาชนไม่ควรจะดื่ม อันนี้คือหลักสุขภาพครับ ผมเห็นด้วย แต่หลักในเชิง สังคมมันเป็นข้อเท็จจริง เพื่อน ส.ส. ทุกคนต้องยอมรับว่าหลักนี้เป็นข้อเท็จจริงว่าวันนี้ ประชาชน การจัดกิจกรรมของส่วนรวมที่มีประชาชนมารวมตัวกันเยอะ ๆ เพื่อการ สนุกสนานรื่นเริงในกิจกรรมต่าง ๆ เหล้า เบียร์ เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ฉะนั้นคําถามจึงถามว่า จริง ๆ แล้วท่านเป็นห่วงสุขภาพประชาชน หรือเพราะว่าจริง ๆ แล้ววันนี้รัฐบาลถังแตก ต้องการเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เพื่อมาอุดรอยรั่วที่ได้ภาษีไม่เป็นไปตามเป้า ผมมีมุมมองอย่างนี้ ท่านประธานครับ คือถ้าพูดให้ดูดีหน่อยเราก็ต้องบอกว่าเหล้า เบียร์ ไม่ควรจะดื่ม แต่ต้อง ยอมรับว่า ส.ส. เราส่วนใหญ่มีการจัดกิจกรรมเราก็ยังดื่มเลยครับท่านประธาน ฉะนั้นนับประสาอะไรกับพี่น้องประชาชน ข้อที่น่าสังเกตที่อยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีครับ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยจากจังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วก็ต้องเรียนไปยัง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พี่น้องประชาชน คนจนทั้งนั้นส่วนใหญ่ เลือกพวกท่าน เข้ามา ถามว่าสภาวะเศรษฐกิจวันนี้เป็นอย่างไร คือถ้าเราเอาเรื่องการขึ้นภาษีบาป ขึ้นภาษี เหล้า ขึ้นภาษีบุหรี่ในภาวะหนึ่งของเศรษฐกิจ อย่างนั้นสังคมรับได้ครับ อดีตที่ผ่านมา เกิดถ้าเศรษฐกิจมีความเจริญเติบโตดี ข้าวของไม่แพง ไข่ราคาไม่แพง แก๊สราคาไม่แพง น้ํามันราคาไม่แพง ไฟฟ้าราคาไม่แพง ก๋วยเตี๋ยวราคาไม่แพง ทุกอย่างราคาไม่แพง แล้วพอถึง วันนั้นท่านคิดว่าประชาชนอาจจะดื่มสุรา ดื่มเบียร์มากขึ้น เราจําเป็นต้องเอาภาษีมาเป็น ตัวปรับเพื่อลดปริมาณการบริโภค ผมว่าทุกคนก็โอเคครับ ใคร ๆ ก็เห็นด้วยครับ แต่บังเอิญ ขณะนี้ทุกอย่างมันแพงหมด จนต้องไม่ปฏิเสธว่านี่คือกระบวนการที่เรียกว่าแพงทั้งแผ่นดิน ทุกอย่างแพงหมดแม้กระทั่งก๋วยเตี๋ยว เราไปกินก๋วยเตี๋ยว ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ มีเงิน ๑๐๐ บาทกินก๋วยเตี๋ยว ๒ คนไม่มั่นใจว่าจะมีเงินพอจ่ายหรือไม่ เมื่อก่อนเงิน ๑๐๐ บาท ยิ่งเราอยู่ต่างจังหวัด จังหวัดติดกันครับ ท่านอยู่อุตรดิตถ์ ผมอยู่พิษณุโลก มีเงิน ๑๐๐ บาท พวกเรา ๒ คน เรามั่นใจว่าเงินเราพอกินก๋วยเตี๋ยว แต่วันนี้ไม่มั่นใจ ฉะนั้นวันนี้ถามว่า ท่านคิดว่าไทม์มิ่ง (Timing) หรือช่วงเวลา ณ วันนี้ สถานการณ์ขณะนี้มันเหมาะสมหรือไม่ ที่ท่านจะมาซ้ําเติมในวิถีของคนจนครับ ผมต้องย้ํานะครับ เหตุผลที่ผมต้องย้ําว่าเป็นวิถีของ คนจนซึ่งปฏิเสธไม่ได้ในช่วงมีการเฉลิมฉลอง เพราะว่าคนชั้นกลาง คนรวย เขาพอช่วยตัวเองได้ ยิ่งคนรวยไม่ต้องพูดถึงท่านประธาน ผมเชื่อว่าคนรวยแทบจะไม่มีผลกระทบครับ คนรวย กินไวน์แพงมาก แต่หนีภาษีทั้งนั้นครับท่านประธาน คนในสภาก็รวยเยอะแยะไปหมดครับ วันนี้พวกเราไม่ต้องมาพูดเรื่องพวกนี้เลย คนในสภาผู้แทนราษฎรกินไวน์ขวดเป็นหมื่น ๆ หลายคน แล้วก็คนในสภาผู้แทนราษฎรต่อให้ขึ้นภาษีอย่างไรก็แล้วแต่ก็กินไวน์ราคาฟรีครับ ขอโทษครับ กินไวน์ไม่เสียภาษี เผลอ ๆ พวกผมเองก็กินไวน์ฟรี เพราะมีเพื่อนให้กินฟรีครับ ไม่มีปัญญาไปซื้อเอง ดังนั้นผมต้องย้ําว่าการขึ้นครั้งนี้เหมือนจะดูดี แต่เอาเข้าจริง ๆ ถามว่า ใครได้รับผลกระทบมากกว่ากัน เศรษฐี นักการเมือง ดื่มไวน์ราคาเป็นหมื่นเป็นแสน แต่ไม่เสียภาษีครับ ผมกล้ายืนยัน แต่คนจนครับเขาไม่มีสิทธิเลือกครับ เพราะเดี๋ยวจะมี งานแต่งงานลูกหลาน เหล้า เบียร์ก็ต้องเอาเข้ามา มีงานทําบุญกลางบ้านเหล้าเบียร์ก็ต้องเอามา มีงานบวชเหล้าเบียร์ก็ต้องเอามา แล้วกิจกรรม ในหมู่บ้านมีตลอดนะครับท่านประธาน ยิ่งช่วงนี้ช่วงแข่งเรือก็ต้องมีการฉลองทุกวัน เพราะว่า มีการซ้อม เราต้องยอมรับว่านี่คือวิถีของเขา ดังนั้นการที่รัฐบาลมาขึ้นภาษีพวกนี้มันก็ กลายเป็นว่าของสําหรับคนจนสร้างภาระให้กับคนจนมากขึ้น อาทิตย์ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ผมมีการจัดอบรมลานประชาธิปไตย ผมก็ได้รับงบจาก กกต. จัดอบรมเฉพาะพรรคผม นะครับ ผมไม่แน่ใจว่าพรรคท่านอาจจะมีเหมือนกัน ผมก็มีการเชิญตัวแทนชาวบ้านมาตําบลละ ๕๐-๗๐ คน สิ่งที่ฟังชาวบ้านพูดแล้วมันเห็นภาพท่านประธาน เขาบอกว่า ยุคอภิสิทธิ์ เบียร์ ๓ ขวด ๑๐๐ บาท มายุคนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เบียร์ ๒ ขวด ๑๐๐ บาท ผมก็ตกใจ เพราะ คิดไม่ถึงว่า เดี๋ยวนี้เบียร์ ๒ ขวด ๑๐๐ บาท เขาบอกเพิ่งไม่กี่วันที่ผ่านมาขึ้นกันแล้ว ซึ่งผม ไม่รู้ว่าในข้อเท็จจริงแล้วราคาเบียร์จริง ๆ เท่าไร แต่ฟังจากชาวบ้านพูดว่าแต่ก่อนเบียร์ ๓ ขวด ๑๐๐ บาท ๓ ขวด ๑๐๐ บาทที่ผมเห็น เพราะเวลาหาเสียงชาวบ้านบอกขอร้อยหนึ่ง ซื้อเบียร์ ๓ ขวด แต่วันนี้ ๒ ขวด ๑๐๐ บาท วิถีชาวบ้านเปลี่ยนไปครับ ดังนั้นอยากจะ กราบเรียนท่านประธานในฐานะผู้แทนราษฎร อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีในฐานะ ผู้แทนราษฎรเหมือนกัน ผมว่าเวลาไทม์มิ่งขณะนี้ที่ท่านเสนอเข้ามาในการเก็บภาษีมันเป็น การรังแกหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนมากกว่า แล้วยิ่งเหตุผลในเรื่องการดูแลสุขภาพผมว่าฟังไม่ขึ้น และบังเอิญผมได้ดูตัวเลขที่น่าสนใจ ท่านประธาน ปรากฏว่า ๑๑ เดือนที่ผ่านมาในการจัดเก็บภาษี เพราะว่าเดือนกันยายนนี้ เป็นเดือนที่ ๑๒ ของรอบปีงบประมาณ กรมสรรพสามิตที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษี เรื่องเหล้า พบว่าการจัดเก็บภาษีต่ํากว่าเป้าครับท่านประธาน ๑๑ เดือนนี้เก็บภาษีต่ํากว่าเป้า ประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นก็เท่ากับว่าวันนี้รัฐบาลมีปัญหาเรื่องเงินใช่ไหม เมื่อรัฐบาล มีปัญหาเรื่องภาษี เพราะรัฐบาลใช้จ่ายเงินเยอะมาก และจุดที่เรายิ่งน่าช้ําใจมากที่สุดคือ ท่านมาเก็บภาษีคนจน รวมทั้งหลาย ๆ อย่าง ค่าไฟ ๙๐ หน่วย ท่านลดเหลือ ๕๐ หน่วย ค่าน้ํา ตลอดจนแก๊สท่านขึ้นทุกเดือน ท่านบอกว่าขึ้นเดือนละ ๕๐ สตางค์ต่อกิโลกรัม ถังหนึ่ง ก็ตก ๗.๕๐ บาท แต่บ้านผมขึ้น ๑๐ บาท แถวบ้านนอกหน่อยขึ้น ๑๒ บาท เลยครับ แล้วผมบอกประชาชนว่าท่านต้องบ่นอีก ๑๑ เดือนนะ นี่บ่นแค่เดือนแรกเฉย ๆ ไม่แน่ใจว่า จะบ่นได้ครบอีก ๑๑ เดือนหรือไม่ วันนี้ประชาชนเดือดร้อนครับท่านประธาน แต่กลับกลายเป็นว่าท่านมาขึ้นภาษีตรงนี้ซึ่งมันเป็นวิถีของเขาปั๊บ มันมีกระแสข่าว ท่านประธานครับ บอกว่าจะลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย พวกกระเป๋าหลุยส์ กระเป๋าอะไร เสื้อผ้าแบรนด์เนม (Brand name) บอกว่าต้องการจะลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย น้ําหอม มันเป็นของคนรวยครับท่านประธาน ของฟุ่มเฟือยของแพง ๆ กลับมีกระแสข่าวว่า เพราะ บอกแล้วว่าอยู่ที่ว่าท่านจะทําประโยชน์ให้ใคร ถ้าท่านจะทําประโยชน์ให้คนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เรียกว่าเป็นคนมีฐานะท่านก็อ้างว่าเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว แต่วันนี้ท่านบอกว่าท่านจะเก็บภาษี ในมุมที่ผมมองว่าท่านบอกว่าคนจะได้กินเหล้าลดน้อยลง เพื่อสุขภาพ แต่ผมดูว่าขณะนี้ท่านกําลังซ้ําเติมคนจน เพราะฉะนั้นผมว่ามุมนี้ในความเป็น ผู้แทนราษฎร เราเป็นผู้แทนราษฎรด้วยกัน ภาวะอย่างนี้ถ้าในภาวะปกติผมว่าเราจะไม่มีมุมนี้ มาบอกนะครับ สมมุติว่าเหตุการณ์ผ่านไปอีกสัก ๖ เดือน หรือ ๑ ปี เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะ เห็นคนในรัฐบาลบอกว่าไตรมาส ๔ ทุกอย่างจะดีขึ้น ถ้าอะไร ๆ ดีขึ้น สินค้าเกษตรดีขึ้น วันนี้ ท่านก็ต้องยอมรับนะว่าสินค้าเกษตรก็แย่มาก ข้าวก็มีปัญหา ยางพาราก็มีปัญหา ข้าวโพดก็มี ปัญหา ข้าวโพดแม้แต่ที่จังหวัดเชียงใหม่เอง ซึ่งเป็นจังหวัดของบ้านท่านนายกรัฐมนตรีเอง ก็มีม็อบที่ศาลากลาง มันสําปะหลัง คือทุกอย่างมีปัญหาหมดครับ คือรายได้ประชาชน ลดน้อยลง แต่สิ่งที่เป็นวิถีเขาท่านไปขึ้นเขา ณ วันนี้มันไม่เหมาะสมในช่วงของเวลา ผมคิดว่า ถ้าโดยส่วนตัวผม คือจริงอยู่พรรคผมคุยกัน มติพรรคสนับสนุนกฎหมาย พ.ร.ก. นี้ครับ เรียนกับท่านตรง ๆ เมื่อวานปรึกษากันที่พรรค แต่ผมบอกพรรคว่าผมขอเป็นสิทธิของผม เหมือนกับผมมีสิทธิในการแปรญัตติ มติพรรคผมต้องเรียนท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสบายใจว่า มติพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการขึ้นการขึ้นภาษีพระราชกําหนดครับ แต่โดยส่วนตัวผม เราคลุกคลีประชาชน เพื่อน ส.ส. เราจํานวนไม่น้อยก็คลุกคลี มุมนี้ตรงกันเป๊ะเลย ท่านประธาน ว่าวันนี้สถานการณ์อย่างนี้ ข้าวยากหมากแพงขนาดนี้ รายได้ต่าง ๆ ลดน้อยลง แต่ท่านมาขึ้นภาษีที่เป็นวิถีของเขา เขาเดือดร้อนมาก ผมเลยถือโอกาสเรียกร้อง พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการวิทยุรัฐสภา เพราะว่าขณะนี้ไม่ได้ถ่ายทอดสดครับ ท่านฟัง ท่านคิดให้ดีครับว่าไป ๆ มา ๆ รัฐบาลที่พี่น้องประชาชนคนยากคนจนช่วยกันเลือกเข้ามา ดูแลผลประโยชน์คนจนจริง ๆ หรือไม่ แล้วยิ่งมีกระแสข่าวในการลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย ตกลงอย่างไรกันแน่ ท่านช่วยผลประโยชน์คนรวยแล้วมาเก็บภาษีคนจนเพิ่มขึ้นหรือเปล่า

ท้ายที่สุดท่านประธานครับ บังเอิญผมมาเห็นในเอกสารที่ทางสภามีการแจก เกี่ยวกับการพระราชกําหนดฉบับนี้ ในหน้าสุดท้ายเขียนไว้ชัดเจนครับท่านประธาน หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ก็คือเหตุผลในการขึ้นภาษีครั้งนี้ คือ เนื่องจากวิธีการจัดเก็บภาษีสุราไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน อันนี้เป็นเหตุผลอย่างเป็นทางการครับ ไม่ได้พูดถึงเรื่องสุขภาพของพี่น้องประชาชน เรื่องสุขภาพของประชาชน เรื่องรณรงค์เมาไม่ขับมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็เท่ากับว่าในเอกสาร เป็นทางการที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรีก็คือท่าน รัฐบาลเก็บภาษีไม่เป็นไปตามเป้า รัฐบาลไม่มี เงินเพียงพอในการบริหารราชการแผ่นดิน พูดภาษาชาวบ้านก็คือ วันนี้รัฐบาลถังแตกครับ ท่านประธาน นี่คือหมายเหตุที่อยู่แนบท้าย พ.ร.ก. ครับ ดังนั้นในความเห็นส่วนตัวผมแล้ว ผมเรียกร้องไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ท่านเป็นตัวแทนประชาชนเหมือนกัน คนจนลําบากมาก ครับท่านประธาน ลําบากจริง ๆ วันนี้ ทุกอย่างลําบากหมด ถ้าท่านเลื่อนได้ ผมว่าจะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องคนจนอย่างยิ่ง เพราะคนรวยไม่มีผลครับ คนรวยกินไวน์หนีภาษีครับ โดยส่วนตัวผมแล้วนะครับ ถึงพรรคจะมีมติให้ลงมติเห็นชอบ ผมจะงดออกเสียงครับ ขอบคุณครับท่านประธาน