รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๓๒ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ไม่ให้เสียเวลา เริ่มเลยนะครับ ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือต่อความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยในเรื่องของภัยแล้ง เพราะว่า ในพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นพื้นที่ภัยแล้งช่วงนี้ไม่มีน้า แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสระ หลาย ๆ แห่งซึ่งเป็นสระที่ตื้นเขินก็เลยอยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กรมพัฒนาที่ดินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นได้เข้าไปด้าเนินการขุดสระเก็บน้า หมู่ที่ ๓ บ้านนาเค้าหมู ต้าบลนาเชิงคีรี อ้าเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย และเรื่องที่ ๒ ก็คือขุดสระเก็บน้าในหมู่ที่ ๕ บ้านใหม่โพธิ์ทอง ต้าบลบ้านน้าพุ อ้าเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย แล้วก็อีกอันหนึ่งในแหล่งน้าขอให้ช่วยขุดลอกคลองหมู่ที่ ๖ บ้านหนองถ้า ต้าบลกง อ้าเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ทั้ง ๓ แห่ง ก็ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ทางกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรน้าได้เข้าไปดูแลในพื้นที่เหล่านี้
อีกเรื่องหนึ่ง ผมเองนั้นได้รับการร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณีผู้บริหารของกรมนั้นพยายามที่จะบังคับให้เจ้าหน้าที่ด้าเนินการ ในการทุจริตเกี่ยวกับในเรื่องของโครงการตามแผนฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าและดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของกิจกรรมเพาะช้าพันธุ์กล้า และกิจกรรมปลูกหญ้าแฝก ซึ่งบังคับให้เจ้าหน้าที่ ได้ส่งสินบนบางอย่างคืนกับระดับผู้บริหาร ๒๗ เปอร์เซ็นต์บ้าง ถึงกล้าละ ๔๕ สตางค์ อย่างนี้เป็นต้น ก็ฝากต่อท่านประธานถึงผู้บริหารของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมให้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดในเรื่องนี้ครับ
เชิญท่านอ้านวย คลังผา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอ้านวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ต่อท่านประธาน คือสืบเนื่องจากคนพิการในขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ผมได้ไปเยี่ยมเยียนแทบจะทุกต้าบลในเขตเลือกตั้ง เห็นคนพิการขาดการดูแล ก็อยากจะฝาก ท่านประธานแจ้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ช่วยส้ารวจตรวจสอบ ช่วยเหลือคนพิการทั่วประเทศในขณะนี้นะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการออกเอกสารสิทธิในที่ดินของพี่น้องชาวเกษตรกร ส.ค. ๑ ที่ยื่นเรื่องไปแล้วก็ยังไม่มีการด้าเนินการ และส่วนที่ดินหัวไร่ปลายนา คือทางกระทรวงมหาดไทยมีโครงการที่จะไปเดินส้ารวจพื้นที่ดังกล่าว ก็อยากจะฝาก ท่านประธานแจ้งทางกระทรวงมหาดไทยให้เร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้กับเกษตรกร หัวไร่ปลายนาด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ อ่างเก็บน้าห้วยรวกหรือเขาแร่ ต้าบลคลองเกตุ ที่ประชาชน เขาเรียกร้องมานาน ก็อยากจะให้ท่านประธานแจ้งทางกรมชลประทานให้เร่งสร้างอ่างเก็บน้า บ้านเขาแร่และบ้านห้วยรวก ต้าบลคลองเกตุ อ้าเภอโคกส้าโรงด้วย และสุดท้ายอ่างเก็บน้า คลองม่วงก็เช่นกันที่ทางกรมชลประทานได้ออกแบบไว้เรียบร้อยแล้วครับ งบประมาณ ทั้งหมดวันนี้ ๒๐ ล้านบาท ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่ง ด้าเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องของภัยแล้งในขณะนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ผมมีเรื่องหารือที่จะต้องผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องแรก คือในเรื่องของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ไม่ติดป้ายทะเบียน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งรถราชการแล้วก็รถบุคคลทั่วไป เพราะว่ารถ ที่ไม่ติดป้ายทะเบียนท้าให้ประชาชนในพื้นที่หวาดผวากับรถต้องสงสัยหรือว่าผู้ร้าย ยากที่จะสังเกตในการป้องกันและการก่อเหตุได้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ต้ารวจในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้มงวดในเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย
เรื่องที่ ๒ ก้านันแล้วก็พี่น้องประชาชนในต้าบลปะลุรูได้ร้องทุกข์และ ร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้สัญจร ถนนเลียบทางรถไฟระหว่างบ้านโคกสยา ต้าบลปะลุรู อ้าเภอสุไหงปาดี กับบ้านโต๊ะลือเบ ต้าบลปาเสมัส อ้าเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส สภาพเป็นถนนดินแดง มีปัญหาในช่วง ฤดูฝนในการสัญจร จึงร้องขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบคือกรมทางหลวงชนบทสร้างถนนลาดยาง ให้ด้วย
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องจากต้าบลสุไหงปาดี อ้าเภอสุไหงปาดี เกี่ยวกับในเรื่องของถนนสายบ้านป่าเย ต้าบลสุไหงปาดี อ้าเภอสุไหงปาดี กับบ้านป่าพรุโต๊ะแดง ต้าบลปูโยะ อ้าเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ช้ารุดเสียหายแทบจะใช้การไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ขอให้กรมทางหลวงชนบทแก้ปัญหาและ ด้าเนินการโดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ
เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องบ้านป่าปอแดง บ้านนาอินทร์แต่ง บ้านแก้งยาว บ้านหว้าเฒ่า ต้าบลภูแลนคา อ้าเภอบ้านเขว้า เขาร้องเรียนกับดิฉันมาว่าล้าห้วยยางงูซึ่งเป็นแหล่งน้าที่พี่น้องใช้ ในการกักเก็บน้าไว้ใช้ในการเกษตรแล้วก็การอุปโภคบริโภค แต่ว่ามีหน่วยงานได้เข้าไป ท้าการขุดลอกในหลายหน่วยงานของทางราชการ แต่ว่ากลายเป็นว่าเมื่อไปขุดลอกแล้ว น้าไหลสะดวกก็ท้าให้พี่น้องไม่มีที่กั้นน้า หรือว่ามีฝายชะลอน้าเพื่อสามารถที่จะกักเก็บน้า เอาไว้ใช้ได้ในปัจจุบัน เมื่อหน้าแล้งมาถึงน้าไม่มีกินไม่มีใช้เลย ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลในเรื่องการจัดหางบประมาณในการสร้างฝาย ชะลอน้าให้กับพี่น้อง ๕ หมู่บ้านที่ดิฉันได้กล่าวมาด้วยค่ะ
เรื่องต่อไป ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับ การบอกกล่าวร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน ก้านัน ที่ต้าบลชีบน อ้าเภอบ้านเขว้า เขาร้องเรียน กับดิฉันมาว่าตอนนี้เขามีแหล่งกักเก็บน้าตามธรรมชาติอยู่ตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านโนนนาพวง หมู่ที่ ๘ ต้าบลชีบนนะคะ เขาอยากจะได้ที่ปิดเปิดเพื่อกั้นน้าไม่ให้น้าที่เกิดขึ้นจากตามธรรมชาติ ไหลลงไปที่ต่้า แล้วก็ตอนนี้ที่กั้นที่เคยมีอยู่มันไม่สามารถที่จะกักเก็บน้าเอาไว้ใช้ได้ แหล่งน้าแหล่งนี้ใช้กันทั้งต้าบล ๑๐ กว่าหมู่บ้าน ถ้าไม่มีที่มาปิดเปิดหรือว่ากั้นน้าให้กับพี่น้อง ก็จะท้าให้พี่น้องขาดแคลนน้าเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอย่างมาก ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยด้าเนินการแก้ไขด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้อง ๒ อ้าเภอ ก็คือ ที่บริเวณบ้านโนนนาพวง บ้านหนองอ้อ บ้านวังก้าแพง บ้านหนองกระทุ่ม ต้าบลชีบน อ้าเภอบ้านเขว้า แล้วก็ต้าบลห้วยแย้ อ้าเภอหนองบัวระเหว เขาร้องเรียนกับดิฉันมาว่าที่รอบ ๆ บ้านหมู่บ้านของเขานี่ค่ะเป็นพื้นที่ ท้าการเกษตร ผ่านมา ๔๐ ปีแล้วแต่ว่าพี่น้องประชาชนยังไม่มีเอกสารสิทธิ ท้าให้เมื่อเกิด ภัยพิบัติก็ไม่ได้รับการดูแล อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วย ด้าเนินการในเรื่องการออกเอกสารสิทธิรับรองให้กับพี่น้องด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลต้ารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องสะเทือนขวัญแล้วกระทบ ต่อความรู้สึกของผู้น้าศาสนา คือเมื่อ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ได้มีผู้ร้ายใช้รถยนต์ประกบยิง นายอับดุลลาเต๊ะ โต๊ะเดร์ ขณะที่ขับรถไปเยี่ยมบุตรที่โรงพยาบาลยะหา เหตุเกิดในอ้าเภอยะหา ก่อนหน้านี้นายอับดุลลาเต๊ะ โต๊ะเดร์ เคยถูกยิงมาครั้งหนึ่งแล้วปรากฏว่าลูกได้เสียชีวิต เหตุเกิดในอ้าเภอยะหาเช่นกัน แล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นห่างจากสถานีต้ารวจประมาณ ๕๐๐ เมตร ห่างจากจุดตรวจประมาณ ๔๐๐ เมตร นายอับดุลลาเต๊ะผู้นี้เป็นอิหม่ามมัสยิดอูเบง ต้าบลปะแต อ้าเภอยะหา จังหวัดยะลา เป็นประธานชมรมโต๊ะอิหม่าม จังหวัดยะลา เป็นกรรมการจังหวัดยะลา ซึ่งเลือกตั้งจากอิหม่ามทั้งหมดประมาณ ๕๐๐ กว่าคน เหตุเกิด ครั้งนี้กระทบต่อความรู้สึกของผู้น้ามุสลิมเป็นอย่างมาก ก็เลยอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้ลงไปตรวจสอบ เพราะเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกระท้าของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรตรงนี้ผมไม่ทราบ ก็อยากให้รัฐส่งผู้ใหญ่ไปตรวจสอบ เช่นเดียวกับเรื่องนายพีระ ตันติเศรณี ที่มีการดูแลอย่างใกล้ชิด ขอฝากไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ขอหารือ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง เนื่องจากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
เรื่องแรก เส้นทางการคมนาคมจากจังหวัดหนองคายไปจังหวัดอุดรธานี ปกติเป็นถนน ๔ เลน (Lane) ๔ ช่องจราจร ซึ่งได้รับการดูแลจากกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ปัจจุบันการคมนาคม การสัญจรเริ่มจะติดขัด เนื่องจากว่าพี่น้องจาก ประเทศ สปป. ลาว ได้ใช้เส้นทางนี้ในการไปจับจ่ายใช้สอย ไปท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นจังหวัดใกล้เคียง การคมนาคมติดขัดมาก ถ้าในช่วงบ่าย ๆ แล้วก็ในช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงขากลับจากจังหวัดอุดรธานีกลับประเทศ สปป. ลาว ก็อยากจะกราบเรียนไปยัง กระทรวงคมนาคมว่ากรุณาวางแผนในการจัดท้าให้เป็นถนน ๖ ช่องจราจรหรือ ๘ ช่องจราจร เพื่อรองรับการเข้าสู่การเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ เออีซี (AEC) ในปี ๒๕๕๘ นี้ เพราะว่าขณะนี้คับคั่งขนาดนี้ แล้วอีก ๓-๔ ปีข้างหน้า รถที่จะต้องใช้บริการยิ่งจะมากขึ้น ก็ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เส้นทางที่ผมได้กราบเรียนหารือท่านประธานอยู่บ่อยครั้ง เป็นเส้นทางที่พี่น้องในต้าบลบ้านฝาง โดยเฉพาะบ้านโนนดู่ บ้านโนนแดง บ้านนากอ แล้วก็เส้นทางที่จะไปถึงต้าบลพระธาตุบังพวน เส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของทาง อบจ. แล้วก็ของ อบต. ก็อยากจะฝากท่านประธานว่าให้ได้จัดสรรงบประมาณเข้าไปดูแลพี่น้องโดยด่วนด้วย ขณะนี้ ล้าบากมาก ในช่วงฤดูแล้งยิ่งเป็นถนนลูกรังแล้วฝุ่นเยอะมากเลย แล้วเป็นหลุมเป็นบ่อด้วย ก็ฝากท่านประธานไปยัง อบต. แล้วก็ อบจ. ที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณมากครับ
ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาดิฉันได้ไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะว่ามีพี่น้องประชาชน ร้องเรียนมา แล้วดิฉันก็ไปกับท่านกษิต ภิรมย์ แล้วก็ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย เพื่อที่จะไปรับ เรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนที่ต้าบลโพสาวหาญ อ้าเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พี่น้องมีเรื่องอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องน้าท่วม ซึ่งจนป่านนี้พี่น้องประชาชนก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา จากน้าท่วม
แล้วเรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องการรับจ้าน้าข้าว เรื่องการรับจ้าน้าข้าวเป็นปัญหามาก ส้าหรับพี่น้องประชาชน เพราะว่าเมื่อเขาไปจ้าน้าข้าวแล้วปรากฏว่าใบประทวนก็ยังไม่ได้ กลุ่มที่ได้ใบประทวนแล้วก็ยังไม่ได้รับเงินจาก ธ.ก.ส. เขาก็มีบัญชีรายชื่อมาให้มากมายเลยค่ะ ท่านประธาน แล้วเขาก็ยังฝากบอกด้วยว่าที่เขาเอามาให้เรา อยากจะให้เราเอาข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่แท้จริงเอามาช่วยอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย แต่ดิฉันก็ไม่ได้รอถึง อภิปรายไม่ไว้วางใจค่ะ ก็กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลด้วยว่าขอให้ช่วยดูแล เขาด้วย เพราะว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนหลายเดือนแล้วที่เขาเอาข้าวไปจ้าน้า แล้วก็ยังไม่ได้ รวมทั้งเขาอยากจะขอให้ขยายเวลาในการที่จะรับจ้าน้าข้าว ข้าวนาปรัง แทนที่จะก้าหนดวันที่ ๑๕ กันยายน เขาอยากจะให้ไปถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนให้เขาสามารถ ที่จะน้าไปจ้าน้าได้ เพราะไม่อย่างนั้นก็เป็นปัญหากับพี่น้องที่ต้าบลโพสาวหาญกับ ต้าบลหนองน้้าส้มเป็นการเฉพาะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านชมภู จันทาทอง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย เขต ๓ วันนี้ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในเขตพื้นที่มี ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ในเขตพื้นที่ดิฉันนั้นจะยาวตามแม่น้าโขงค่ะท่านประธาน ก็มีปัญหา เกี่ยวกับการกัดเซาะของแม่น้าท้าให้ตลิ่งทรุดที่บ้านเดื่อ หมู่ที่ ๑๕ ต้าบลบ้านเดื่อ อ้าเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ยาวประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ก็ฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ไปส้ารวจ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง เพราะว่าบริเวณนี้ก็มีวัดด้วยนะคะท่านประธาน ที่หมู่ที่ ๑๕ ที่ตลิ่งทรุดมากค่ะ
ประเด็นที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านปลัดอ้าเภอพีระเดช พรมสอน ปลัดอ้าเภอ รักษาราชการแทนนายอ้าเภอท่าบ่อ เขาได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ซึ่งพี่น้อง ได้รับภัยพิบัติเรื่องภัยแล้งค่ะ เขาอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้น ไปเจาะบ่อบาดาลเพื่อให้มีแหล่งน้าถาวรในพื้นที่การเกษตร บ้านแรกก็คือบ้านฝาง หมู่ที่ ๔ ต้าบลน้าโมง ให้ขุดเจาะบ่อบาดาลที่วัดศรีสุวรรณค่ะ บ้านที่ ๒ คือบ้านแสนสุข หมู่ที่ ๓ ต้าบลบ้านว่าน อ้าเภอท่าบ่อ บ้านที่ ๓ คือบ้านน้อย หมู่ที่ ๑ ต้าบลบ้านเดื่อ ให้ขุดเจาะ ที่วัดป่าดงเย็นค่ะ ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เจ้าหน้าที่นั้นได้ไปส้ารวจแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่องภัยแล้งอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดจันทบุรี ผมขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา ความทุกข์เดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี มีดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ติดตามโครงการติดตั้งสัญญาณไฟกะพริบเตือนทางแยกโรงเรียน และชุมชนต่าง ๆ ในเขตเทศบาล ต้าบลเขาบายศรี อ้าเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
เรื่องที่ ๒ ติดตามโครงการขอสนับสนุนติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างสายแยกปลาโลมา ชายหาดคุ้งวิมาน บ้านท่าแคลง หมู่ที่ ๗ ต้าบลสนามไชย อ้าเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
เรื่องที่ ๓ ติดตามโครงการปรับปรุงถนนสายซอย ๓ หมู่ที่ ๘ สายพลับพลา-ดาวเรือง หมู่ที่ ๙ ต้าบลพลับพลา อ้าเภอเมืองจันทบุรี และติดตามโครงการ วางท่อลอดแบบกลม ค.ส.ล. เพื่อระบายน้าในเขต อบต. พลับพลา อ้าเภอเมืองจันทบุรี
เรื่องที่ ๔ ติดตามโครงการสัญญาณไฟจราจรทางหลวงหมายเลข ๓ ตอนควบคุม ๑๑๐๐ ตอนป่าเตียน สี่แยกเข้าจังหวัดจันทบุรีที่กิโลเมตรที่ ๒๙๒+๔๐๕.๐๐๐ จุดกลับรถบ้านช้างข้าม ต้าบลนายายอาม เนื่องจากแขวงการทางจันทบุรีได้ส่งแผนงาน ไปยังกิจกรรมอ้านวยความสะดวกเพื่อป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนแล้ว ขอทราบว่า เรื่องนี้ได้ด้าเนินการไปถึงไหนเห็นล่าช้ามากไป เกิดอุบัติเหตุก็บ่อยครั้ง เรื่องทั้งหมดนี้ ผมขอส่งให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ อย่างเร่งด่วนที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านธนิก มาสีพิทักษ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต หารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เกี่ยวกับปัญหาเรื่องของการขึ้นทะเบียนวัด เนื่องจากมีวัดจ้านวนมาก ในประเทศไทยที่ยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ด้วยเหตุผลที่มีปัญหาอยู่ก็คือเรื่องเอกสารสิทธิ ในที่ดิน ยกตัวอย่างเช่นวัดใหม่ศรีมณีซึ่งตั้งมาแล้วถึง ๗๓ ปี แต่ทุกวันนี้ยังไม่สามารถ ขึ้นทะเบียนวัดได้เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินหรืออีกกรณีหนึ่งก็คือมีเอกสารสิทธิที่ดิน แต่ได้ส่งเรื่องมาที่ส้านักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่ปรากฏว่าเรื่องยังล่าช้าอยู่ ยังไม่สามารถที่จะจัดตั้งวัดได้ ยกตัวอย่างเช่นวัดป่าศรีโสรโย ซึ่งส่งเรื่องมาที่ ส้านักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้วแต่ว่าก็ยังไม่สามารถที่จัดตั้งขึ้นทะเบียนวัดได้ จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออ้านวยความสะดวกให้กับวัดดังกล่าว หรือวัดทั่วประเทศที่มีปัญหาอยู่
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยผมได้รับ การร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๖ บ้านขุมดิน สืบเนื่องจากความเดือดร้อนนี้เกิดจาก โครงการสูบน้าเพื่อการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินที่ป่าภูระง้า ซึ่งได้มีการก่อสร้างเครื่องสูบน้า แต่ว่าเครื่องสูบน้านั้นได้เกิดการช้ารุดไม่สามารถใช้การได้ แล้วก็ประตูปิดท่อส่งน้าช้ารุดไม่ สามารถส่งน้าได้ โครงการดังกล่าวยังไม่มีการส่งมอบให้องค์การบริหาร ส่วนต้าบลกุดเค้าผู้รับผิดชอบจึงไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ และที่ส้าคัญผู้รับจ้าง หมดระยะเวลาในสัญญาจ้างแล้วส่งมอบงานไม่ได้อยู่ระหว่างการฟ้องร้องกับหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ท้าให้พี่น้องประชาชนจ้านวน ๓ หมู่บ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ไม่สามารถใช้น้าเพื่อการเกษตรท้าให้ทั้งพืชไร่พืชสวนได้รับความเสียหาย แล้วก็ไม่สามารถ ที่จะน้าน้าไปใช้ในการอุปโภคและบริโภคได้ จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่ช่วยเหลือกรณีดังกล่าว ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์
ผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน อยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ซึ่งผมได้รับการร้องเรียนจากท่านพระครูอุทัยธีรคุณ เจ้าอาวาส วัดราชธานี เจ้าคณะอ้าเภอเมืองสุโขทัย ได้รับการร้องเรียนว่าอุโบสถหลังเก่า ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณสถาน ได้มีสภาพช้ารุดไม่สามารถใช้การได้ โดยที่จังหวัดสุโขทัยนั้นไฟไหม้ตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ โบสถ์หลังเก่านี้ก็ไม่มีโอกาสได้ใช้งาน เนื่องจากว่าถูกไฟไหม้มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ แล้วได้ของบประมาณผ่านไปยังกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ไม่เคยได้สักทีนะครับ ซึ่งขณะนี้ตรงบริเวณวัดราชธานีนั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตเทศบาลด้วย อยากได้งบประมาณในส่วนนี้ ฝากท่านประธาน ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เจดีย์วัดช้างล้อมเจริญศรี ต้าบลวังทองแดง อ้าเภอเมืองสุโขทัย ทางกรมศิลปากรก็ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเช่นกัน เจดีย์ดังกล่าวนี้ได้มีสภาพ ทรุดโทรมแล้วก็หักพัง ได้ของบประมาณในส่วนของให้บูรณะเจดีย์ดังกล่าวด้วย
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายไพโรจน์ ศรีชู ท่านก้านันต้าบลยางซ้าย อ้าเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัยว่าทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัยนั้น ได้ตั้งงบประมาณค้างจ่ายตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ในการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ข้ามแม่น้ายมบริเวณหลังวัดยางซ้าย หมู่ที่ ๑ ข้ามไปที่หมู่ที่ ๙ ต้าบลยางซ้าย ทาง อบจ. สุโขทัย ได้จัดงบประมาณเพียง ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม่สามารถด้าเนินการได้ ได้ขอขยายระยะเวลา เบิกจ่ายในปี ๒๕๕๖ ปรากฏว่าไม่มีผู้ท้าการรับจ้าง ก็อยากฝากท่านประธานไปยัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดส่งงบประมาณเพิ่มเติมไป ในการก่อสร้างสะพานให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวนา ที่ชื่อว่า นายใหม่ นามสกุล มะนาวหวาน กับพวกรวม ๕ คน อยู่ที่หมู่ที่ ๔ บ้านห้วยปลาช่อน ต้าบลยางนอน อ้าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าเขาขายข้าว ตั้งแต่วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๕ ประมาณ ๑๘ เกวียนกว่า จนปัจจุบันยังไม่ได้รับใบประทวน จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยด้าเนินการออกใบประทวน ให้นายใหม่ มะนาวหวาน กับพวกรวม ๕ คนด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องเกี่ยวกับสีที่ตีเส้นแบ่งการจราจร ถนนสายท่าช้าง สระบัวก่้า ซึ่งเป็นถนนของกรมทางหลวงที่อยู่อ้าเภอเดิมบางนางบวช ต่อกับอ้าเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากในขณะนี้เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทาง ที่สีลบเลือนแล้วก็จางหาย เวลาเดินทางไปกลางคืนนั้นไม่สามารถมองเห็นได้ จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยด้าเนินการตีเส้นทางโดยเฉพาะสีที่อยู่ ตรงกลางถนนและริมถนนให้ชัดเจน เนื่องจากขณะนี้จางมากครับ ฝากท่านประธานด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายสมบูรณ์ เสียงอ่อน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๐ ต้าบลบางขันแตก อ้าเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงครามว่ามีโรงงานแล่ปลาทูน่า หรือเรียกว่าปลาโอในเขตพื้นที่ ได้สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องที่อยู่บริเวณ รอบ ๆ โรงงาน มีกลิ่นเหม็น มีน้าเน่าเสียเพราะไม่มีบ่อบ้าบัดน้าเสีย แล้วก็ได้ร้องหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น อบต. ทางจังหวัด ส้านักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ส้านักงานสาธารณสุขจังหวัด ส้านักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัด พร้อมทั้งส้านักนายกรัฐมนตรี เรื่องก็เงียบหายไป ก็อยาก จะเรียนท่านประธานว่าให้รีบด้าเนินการไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ถ้าผิดกฎหมาย ก็สั่งปิดโรงงานไปเลย ไม่ใช่ให้อุตสาหกรรมไปเคลียร์ (Clear) กับประชาชนบอกว่าขอให้เป็นหลังปีใหม่แล้ว แต่ว่าไม่มีหลักประกันให้กับชาวบ้านว่าเขาจะเลิกด้าเนินการหลังปีใหม่นะคะ
อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องถนนสาย ๔๐๐๒ ดอนจั่น-คลองช่อง ต้าบลคลองโคน อ้าเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม อันนี้เป็นถนนของ อบต. คลองโคน แต่ว่างบแปรญัตติกรมทางหลวงชนบทได้น้างบแปรญัตติ จ้านวน ๑๐ ล้านบาท ไปขยายไหล่ทาง พร้อมทั้งยกระดับทางแล้วก็ปูพื้นผิวจราจรใหม่ แต่ท่านประธานคะ ท้าไปแล้ว ๑๐ ล้านบาทนี่ ท้าไม่เป็นสับปะรดเลย ไปดูถนนแล้วดิฉันรับไม่ได้เลย งบแปรญัตติ ๑๐ ล้านบาท บอกว่าจะลาดยางให้ประมาณ ๔ กิโลเมตร แต่ว่าลาดยางไปประมาณ ๑ กิโลเมตร แล้วลาด เป็นช่วง ๆ แล้ว ๒ ข้างทางไหล่ทางขรุขระ และสร้างแล้วเกิดปัญหาคือน้าขังไม่คุ้มกับ งบประมาณเลย ดิฉันจึงอยากจะเรียนท่านประธานว่าท้าถนนนี่ขอให้ท้าแล้วให้ได้มาตรฐาน ให้คุ้มค่ากับเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ท้าแล้วไม่เป็นสับปะรดนะคะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย เขต ๒ ขอหารือกับท่านประธาน ดังนี้ครับ
ผมได้ลงพื้นที่ไปพบพี่น้องประชาชนต้าบลนาหนัง ที่บ้านหนองหอย เขาอยากได้ถนนเชื่อมระหว่างบ้านหนองหอยไปยังบ้านถ่อนนาลับ ซึ่งติดต่อระหว่าง อ้าเภอโพนพิสัยกับอ้าเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จากจังหวัดหนองคายกับจังหวัดอุดรธานี ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบทได้ไปออกแบบสร้างเส้นทางนี้ เป็นถนนคอนกรีตด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องพี่น้องต้าบลชุมช้าง บ้านท่าลี่ บ้านชุมช้าง ต้องการอยากได้ สะพานแขวน อันนี้ผมได้หารือไปครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งสะพานแขวนนี้เขาเคยรื้อออกจาก ที่เมืองปากห้วยหลวงไปเก็บไว้ ก็อยากได้มาสร้างสะพานข้ามบ้านท่าลี่หรือบ้านชุมช้าง ไปที่บ้านหมูม่นเพื่อข้ามห้วยหลวงไปไร่นาเหมือนเดิม ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบทได้ดูแลส่วนนี้ด้วยนะครับ
เรื่องต่อไป ได้รับการร้องเรียนจากผู้อ้านวยการโรงเรียนในเขตเลือกตั้ง คือโรงเรียนชุมพลโพนพิสัย โรงเรียนปากสวยพิทยาคม โรงเรียนวังหลวงพิทยาสรรพ์ แล้วก็โรงเรียนพระบาทนาสิงห์พิทยาคม โรงเรียนเซิมพิทยาคม ต้องการอยากได้สนามกีฬา คือสนามฟุตซอลให้โรงเรียน ก็ขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้ดูแลงบประมาณ ส่วนนี้ด้วยนะครับ
เรื่องต่อไป ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องต้าบลนางิ้ว อ้าเภอสังคม เรื่องสะพานที่จะไปยังไร่ไปยังสวนที่ต้าบลนางิ้วขาด ๓ แห่ง ใช้ไม่ได้ ก็ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท้องถิ่นได้ดูแลส่วนนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสาคร เกี่ยวข้อง
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเรื่องของมีกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มเกษตรกรสิทธิชุมชนไร้ที่ท้ากิน ได้เข้าไปบุกรุกสวนปาล์มในพื้นที่จังหวัดกระบี่ บ้านคลองหวายเล็กและใกล้เคียง ต้าบลคลองขนาน อ้าเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ได้บุกรุกในสวนปาล์มที่ขาดอายุสัมปทาน และในขณะนี้ได้บุกรุกต่อไปยังสวนปาล์ม เล็ก ๆ น้อย ๆ ของชาวบ้าน แล้วอ้างว่าอยู่ในเขตสัมปทานซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนชาวบ้านที่ได้ท้ากินมายาวนานนับหลายสิบปี นับร้อยปีเป็นอย่างมาก และในขณะนี้ชาวบ้านก็ได้รวมตัวกันต่อต้านม็อบ (Mob) ต่อต้านกลุ่มเกษตรกรสิทธิชุมชน ไร้ที่ท้ากิน ซึ่งได้มีการก่อตัวกันเป็นขบวนการ มีการไปรับจดทะเบียน สัญญาว่าจะได้ที่ท้ากิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนี้มักจะอ้างตัวว่าตัวเองเป็นคนของรัฐบาล ตัวเองเป็น นปช. เป็นการ์ด (Guard) นปช. ซึ่งจะจริง ซึ่งจะเป็นแดงแท้ แดงเทียมผมก็ไม่ทราบ อยากจะให้ทางผู้ใหญ่ทาง นปช. ได้ตรวจสอบด้วย และในขณะนี้เจ้าหน้าที่ในจังหวัดกระบี่ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัด ป่าไม้เขตต่าง ๆ ก็ไม่กล้าที่จะไปแตะต้อง ฝ่ายปกครองก็เช่นกันเหมือนกับใส่เกียร์ว่าง ถ้าเกิดเหตุการณ์ ขึ้นมาแล้วก็จะจับกุมเอาเฉพาะฝ่ายชาวบ้านเท่านั้น จึงอยากเรียกร้องไปทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งการลงไปยังกรมป่าไม้ให้ไปจัดการ ด้าเนินการกับพื้นที่ในเขตป่าต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะทุกคนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ ยินดีที่จะท้าตามกฎหมาย เคารพกฎหมาย แต่มีคนบางส่วนที่มีมาจากพื้นที่อื่น ๆ และไม่เคารพกฎหมายมารังแกพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ฝากเรียนท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจ้านวนมาก รวมทั้งหมดพอสรุปได้ ๑๐ หัวข้อครับ
หัวข้อที่ ๑ ภัยแล้งก้าลังลุกลามขอให้เร่งท้าฝนเทียม ราษฎรก้าลังเดือดร้อนมาก
หัวข้อที่ ๒ ขอให้ขุดลอกแม่น้าป่าสักซึ่งมีการส้ารวจไปแล้ว ๒๐ แห่ง ที่ทาง อบต. ได้ท้าเรื่องร้องเรียนมา
หัวข้อที่ ๓ ขอให้ขุดลอกเสริมคันอ่างเก็บน้าที่ตื้นเขิน จ้านวน ๒๖ แห่ง
หัวข้อที่ ๔ ขอให้สร้างลานกีฬาให้จ้านวนทั้งหมด ๑๐ แห่ง
หัวข้อที่ ๕ ขอให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวน้าตกวังก้านเหลือง น้าตกล้าพญาไม้ น้าตกวังแสนดี และน้าตกอื่น ๆ อีกหลายที่ครับ
หัวข้อที่ ๖ ขอให้สร้างอาคารและปรับปรุงบริเวณที่ท้าการเขตพื้นที่การศึกษาที่ ๒ ซึ่งอาศัยโรงเรียนอนุบาลอยู่เวลานี้คับแคบมากครับ
หัวข้อที่ ๗ ขอให้เร่งบูรณะลาดยางถนนจากสระโบสถ์-ล้านารายณ์ แล้วก็จากโคกเจริญไปโครงการอ่างเก็บน้าห้วยใหญ่ (ไพศาลี) ซึ่งขอให้ลาดยางเป็นแบบรีไซคลิง (Recycling) แล้วก็มีไหล่ถนนอีก ๒๐ สายที่ช้ารุดยังไม่ได้มีการซ่อม ขอลูกรังแล้วก็หินคลุก ช่วยแก้ไข ไม่อย่างนั้นรถก็จะตกถนนบ่อย แล้วรถก็เริ่มจะขนของออกจากไร่แล้วครับ
หัวข้อที่ ๘ ขอให้สร้างอ่างเก็บน้าวังชะเอม อ่างเก็บน้าวังบ้านหวาย แล้วก็อ่างเก็บน้าบ้านป่ามะพร้าว อ่างเก็บน้าคลองกระจัง และขุดลอกอ่างเก็บน้าล้าพระยากลาง (อ่างเก็บน้าเหวตาบัว) และโครงการฝายล้าพญาไม้ครับ
หัวข้อที่ ๙ ขอให้ออกโฉนดที่ดินที่ราษฎรได้ท้าการขอรังวัดไว้ แต่ตอนนี้ ยังไม่ได้เริ่มออกให้ รวมทั้งที่มี ส.ค. ๑ ด้วยครับ แล้วก็ที่ดินวัดเดือดร้อนมากเลยครับ ขอให้ช่วยเร่ง
หัวข้อที่ ๑๐ ขอให้เร่งพิจารณาธนาคารของพุทธศาสนาครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผมขอส่งเป็นหนังสือตามที่ได้กราบเรียนนะครับ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้าในบ่อเลี้ยงธรรมชาติ ที่ต้าบลปากนครและต้าบลท่าซัก อ้าเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ ๒๐๐ ครัวเรือนซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่หาเช้ากินค่้า มีพื้นที่ท้าการประมง บ่อเลี้ยงตั้งแต่ ๑-๒ ไร่ขึ้นไป ทั้งที่ท้ากินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งที่มีโฉนดที่ดินของตนเอง แล้วก็ท้ากินในพื้นที่เช่าจากกรมป่าไม้ในรูปของสหกรณ์ก็ตาม เกษตรกรเหล่านี้ท้ามาหากินโดยพึ่งพาตนเองตลอด ไม่ได้รับการช่วยเหลือดูแลจากรัฐ เท่าที่ควร แล้วก็ไม่มีสิทธิที่จะขึ้นทะเบียนเกษตรกรด้วย เนื่องจากว่าบางส่วนท้ากินในพื้นที่ ของรัฐเมื่อเกิดปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติก็ไม่สามารถที่จะได้รับการช่วยเหลือได้ จึงขอหารือท่านประธานให้ประสานไปยังกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ เพื่อให้ท้าการส้ารวจตัวเลขเกษตรกรในส่วนนี้ให้ชัดเจน แล้วก็ให้การช่วยเหลือโดยเฉพาะ เวลานี้เกษตรกรเหล่านี้ต้องการพันธุ์ปลาและพันธุ์กุ้งเพื่อเพาะเลี้ยงสร้างผลผลิต ทางการเกษตรต่อไปนะครับ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๙ หมู่บ้านของต้าบลนาเคียน อ้าเภอเมือง นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้าเพื่ออุปโภคบริโภค มาโดยตลอด โดยเฉพาะน้าในช่วงหน้าแล้งนะครับ ในจ้านวนนี้มี ๕ หมู่บ้านที่จะต้องพึ่งพา น้าประปาจากเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชซึ่งเทศบาลก็ต้องจ่ายน้าให้กับ อบต. ใกล้เคียงอยู่จ้านวนมากก็ท้าให้ไม่เพียงพอ ขณะที่อีก ๔ หมู่บ้านไม่มีระบบประปาหมู่บ้าน อบต. นาเคียนต้องทยอยใช้เงินสะสมของ อบต. มาท้าการขุดเจาะบ่อ ก็ขอหารือไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกรมทรัพยากรน้าบาดาลให้การสนับสนุน อบต. นาเคียน ในการจัดหานี้ด้วย
เรื่องสุดท้ายนะครับ โรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราชซึ่งดูแลผู้ป่วย ในเทศบาลจ้านวนมากนะครับ ชาวบ้านที่ป่วยเป็นโรคไตและต้องการฟอกไตสัปดาห์ละ ๒-๓ ครั้ง ไม่มีเครื่องฟอกไตที่โรงพยาบาลนี้นะครับ ก็ขอหารือไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกระทรวงสาธารณสุขช่วยอุดหนุนงบประมาณเพื่อจัดหาเครื่องฟอกไตให้กับโรงพยาบาล เทศบาลนครนครศรีธรรมราชอย่างน้อยสัก ๒ เครื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนครับ ขอบคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมทรัพยากรน้าบาดาล เรื่องขอความอนุเคราะห์ ให้ขุดเจาะบ่อบาดาลในไร่นา ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากนางมณีรัตน์ ศรีจันทะจร ราษฎรบ้านโนนสะอาด หมู่ที่ ๙ ต้าบลบงเหนือ อ้าเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และนายบัวเรียน กาหลง ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาถ่อน หมู่ที่ ๑๒ ต้าบลบงเหนือ อ้าเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ในจดหมายร้องเรียนซึ่งดิฉันจะยื่นต่อท่านประธาน เพื่อประกอบข้อหารือต่อไปค่ะ ในจดหมายร้องเรียนได้กล่าวถึงความเดือดร้อนจาก ความแห้งแล้งในบ้านโนนสะอาดและบ้านนาถ่อนซึ่งมีการปลูกพืชหมุนเวียนตลอดทั้งปี ทั้งพืชล้มลุกในแปลงนาและการท้านานอกฤดูกาล จึงอยากให้ขุดเจาะบ่อบาดาลขนาดใหญ่ เพื่อชาวไร่ชาวนาได้มีงานท้าตลอดทั้งปีและได้มีเงินใช้หนี้มีเงินเหลือพอส่งลูกเรียนบ้าง เรื่องที่ ๑ ค่ะท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ เรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เรื่องขอให้ขุดลอกห้วยหนองคลองบึงเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเช้า ทองสุข ผู้ใหญ่บ้านบ้านขาว ต้าบลบงเหนือ อ้าเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครห้วยหนองคลองบึงตื้นเขินหมดเลยค่ะ ยิ่งหน้าแล้ง ปีนี้ภัยแล้งเข้ามาเยือนในภาคอีสาน โดยเฉพาะอ้าเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครนั้น วัวควายเดี๋ยวนี้ไม่มีน้ากินแล้วค่ะ เกษตรกรไม่มีน้าปลูกพืชหลังฤดูเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวปีนี้ ก็ได้ผลผลิตน้อยค่ะท่านประธาน มีห้วยบ่ายาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ห้วยบักไหม ๕ กิโลเมตร ห้วยล่องแก ๕ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพคะ ชีวิตที่รอดตายคือการขยาย ขุดเจาะบ่อบาดาล งานที่ไม่ควรหยุดคือการขุดลอกห้วยหนองคลองบึง ขอบพระคุณค่ะ
ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
๑. ถนนเชื่อมต่อระหว่างบ้านแปะ ต้าบลน้าหนาวถึงบ้านวังกวาง ต้าบลวังกวาง อ้าเภอน้าหนาว ผมเคยหารือต่อสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้วครับ แต่ปัญหา ดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ปัจจุบันนี้ถนนช้ารุดทรุดโทรมเป็นอย่างมากครับ เป็นร่องน้า อยู่กลางถนนเป็นระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ขอให้ท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งท่านได้รับผิดชอบอยู่ ของบประมาณให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อได้เข้าไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ในหมู่บ้านดังกล่าวด้วย
๒. ปัญหาการจัดการขยะบริเวณหมู่ที่ ๑๔ และหมู่ที่ ๑๖ บ้านภูทับเบิก ต้าบลวังบาล อ้าเภอหล่มเก่า เนื่องจากว่าปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวที่ภูทับเบิก เป็นจ้านวนมาก แต่การจัดการขยะของบ้านภูทับเบิกนั้นยังไม่มีระบบ ของบประมาณ ในการก้าจัดขยะอย่างมีระบบ และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดให้กับ องค์การบริหารส่วนต้าบลวังบาล อ้าเภอหล่มเก่า
๓. ถนนเชื่อมต่อระหว่างบ้านน้าอ้อย ต้าบลนาเกาะ อ้าเภอหล่มเก่า และบ้านน้าเฮี้ย ต้าบลน้าเฮี้ย อ้าเภอหล่มสัก ช้ารุดทรุดโทรมเสียหายตลอดเส้นทาง ของบประมาณซ่อมแซมให้พี่น้องใน ๒ ต้าบล
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน พื้นที่ต้าบลนาซ้า อ้าเภอหล่มเก่า เมื่อสิ้นฤดูฝน ก็จะประสบกับปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ทุกปี พี่น้องประชาชนประสบปัญหาผลผลิต ทางการเกษตรเสียหายทุก ๆ ปี ขอผลักดันงบประมาณในการก่อสร้างอ่างน้าไคล้ ต้าบลนาซ้า อ้าเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมคิด เชื้อคง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี มีเรื่องร้องทุกข์ เรื่องน้าเหมือนกันนะครับ หน้าแล้งภาคอีสานบ้านเราก็จะเป็นอย่างนี้ส่วนมาก ผู้ใหญ่บ้าน หนองขี้เห็นน้อย ต้าบลหนองอ้ม อ้าเภอทุ่งศรีอุดม แล้วก็คณะมาพบผมเรื่องน้าประปาหมู่บ้าน ซึ่งพอหน้าแล้งแล้วเขาไม่ค่อยมีใช้ ความจริงเรื่องนี้ได้เคยหารือท่านประธานมาครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้ก็มาหน้าแล้งอีกครั้งหนึ่งและกรมทรัพยากรน้าช่วยกรุณาไปดูแลให้ด้วยนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชน ๔๐๐-๕๐๐ ชีวิตก็ยังรอท่านอยู่
อีกเรื่องหนึ่งครับ อยากให้กรมทางหลวงชนบทไปดูเรื่องถนนสาย บ้านดงกระชู ต้าบลยางใหญ่ ไปบ้านพรสวรรค์ ต้าบลบุเปือย อ้าเภอน้ายืน หน้าแล้งก็พอท้าเนาครับ แต่พอหน้าฝนล้าบากมาก แถวนั้นพืชผลทางการเกษตรเยอะนะครับ ทั้งมันส้าปะหลัง ทั้งผลหมากรากไม้ต่าง ๆ เยอะมาก เพราะฉะนั้นก็อยากให้กรมทางหลวงชนบทช่วยไปส้ารวจ ออกแบบแล้วก็หางบประมาณไปให้พี่น้องเพื่ออ้านวยความสะดวก
อีกเรื่องหนึ่ง ผมปกติก็นาน ๆ นั่งรถเมล์ทีก็อยากบ่นให้ท่านประธานฟังนะครับว่า อยากถาม ผอ. ขสมก. ว่ารถเมล์ที่คนกรุงเทพฯ ใช้ ปกติแล้ว ๓,๐๐๐,๐๐๐-๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ได้ใช้ท้าไมมันเก่าแล้วก็มันย่้าแย่อย่างนั้น ก็ลองดูนะครับว่า ขสมก. จะมีแนวทางพัฒนา รถเมล์อย่างไร เห็นใจพี่น้องที่ใช้รถเมล์ในกรุงเทพฯ นะครับ ยิ่งรถร่วมบริการยิ่งแย่ใหญ่เลย เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนถามไปยัง ขสมก. ว่ามีแผนการพัฒนารถเมล์เพื่อพี่น้องอย่างไร
อีกเรื่องหนึ่งครับ ขอบพระคุณกรมทางหลวงที่ไปปูยางซ่อมถนน จากอ้าเภอทุ่งศรีอุดมไปถึงบ้านดวน อ้าเภอน้ายืน ซึ่งเรียบร้อยดีครับ ก็ขอแสดงความขอบคุณ ไปยังกรมทางหลวง ขอบพระคุณครับ
ท่านนริศา อดิเทพวรพันธุ์
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จากการที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ ๒๑ และวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เสนอโครงการก่อสร้างถนนลาดยาง แอสฟัลติก (Asphaltic) คอนกรีตสายเลียบคลองชลประทานท่าดี ในวงเงิน ๒๒๓ ล้านบาท ซึ่งถนนเส้นนี้ต้องเรียนท่านประธานว่ามีความส้าคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นถนนในเรื่อง ของการจราจรในการที่จะให้พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นพี่น้องประชาชนชาวพุทธและตลอดจน พี่น้องชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นพุทธในประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์นั้นได้มาสักการะวัดพระบรมธาตุ ซึ่งในขณะนี้ได้รับการสนับสนุนให้เข้าเป็นมรดกโลก และนอกจากนั้นแล้วถนนเส้นนี้ เลียบคลองชลประทาน เพราะฉะนั้นการที่เรายกระดับของถนนเส้นนี้ก็มีส่วนในช่วงของฤดูฝน ไม่ให้น้าหลากออกมาท่วมไร่นาของพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งจะ เป็นการเสียหายในทางเศรษฐกิจและสังคม ส้าหรับโครงการนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ในเบื้องต้นแล้ว และขอให้ท่านประธานนั้นได้เร่งรัดไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ กระทรวงคมนาคมในการที่จะจัดงบประมาณสนับสนุนถนนเส้นนี้ต่อไป
อีกเรื่องหนึ่งค่ะเกี่ยวข้องกับกรมทางหลวงชนบท คือถนน นศ. ๔๐๒๐ แยกทางหลวง หมายเลข ๔๐๑๓ บ้านบางพุทรา อ้าเภอเมืองนครศรีธรรมราช ถึงบ้านบางท่าพระ อ้าเภอปากพนังฝั่งตะวันตกช่วงกิโลเมตรที่ ๑๓ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๐ ช่วงนี้ถนนช้ารุดเสียหาย ขอให้ท่านประธานได้เร่งรัดให้กรมทางหลวงชนบทไปท้าการซ่อม อีกเส้นหนึ่งคือถนน นศ. ๔๐๘๙ แยกทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๓ บ้านเสม็ดเอน ต้าบลคลองกระบือ ถึงบ้านบางคุระ ต้าบลบ้านใหม่ ซึ่งตรงนี้เหลือระยะทางอีกเพียง ๑ กิโลเมตรเท่านั้นถนนเส้นนี้ก็จะเสร็จสิ้น แล้วยังไม่ได้ลาดยางเลยค่ะ ขอให้ท่านประธานนั้นได้ก้าชับกรมทางหลวงชนบทให้เร่งรัด ด้าเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ท่านวันชัย บุษบา
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กระผมขอน้าปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนปรึกษาหารือกับท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หาวิธีการช่วยเหลือ
ข้อแรก หลังจากที่ผมได้ลงพื้นที่ได้พบปัญหาพี่น้องร้องเรียนมาว่า ได้มีพ่อค้าคนกลางเอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชนที่ปลูกข้าวโพด ปลูกมันส้าปะหลัง แล้วก็ปลูกยางพารา เนื่องจากว่าพ่อค้ากลุ่มดังกล่าวได้โกงตาชั่งของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งพี่น้องชาวอ้าเภอปากชม อ้าเภอนาด้วงอยู่ห่างลานรับจ้าน้าของรัฐบาล อยากฝาก ทางท่านประธานผ่านไปยังพาณิชย์จังหวัดได้ช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้กับกระผมด้วย
เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐบาลได้จัดงบประมาณเป็นค่าตอบแทนให้กับ พี่น้องอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร. สืบเนื่องจากว่าบุคคลดังกล่าวได้ท้างาน อย่างเต็มที่ ทั้งช่วยเหลือทางรัฐบาล ช่วยเหลือหมู่บ้าน ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ต้ารวจ ไม่ว่าจะเป็นงานวัด ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บุคคลเหล่านี้ท้างาน ด้วยจิตอาสา อีกทั้งบางครั้งไปรักษาความสงบในงานวัดก็ยังถูกวัยรุ่นชกต่อยเอาอีก เพราะฉะนั้นอยากฝากท่านประธานช่วยน้าเรื่องนี้ให้รัฐบาลได้หาทางจัดสรรงบประมาณ ให้กับบุคคลกลุ่มดังกล่าวนี้ด้วย
ข้อที่ ๓ ขอให้รัฐบาลได้สร้างสะพานให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเลยเชื่อมกับ จังหวัดหนองคาย ซึ่งผมได้หารือไปแล้ว ๓ รอบ ถนนเชื่อมดังกล่าวขาดมาตั้งแต่ เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บัดนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย ขอฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงคมนาคมช่วยจัดการให้กระผมด้วยครับ เนื่องจากว่าชาวบ้านเขาเดือดร้อนจริง ๆ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณหมอสุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก หารือท่านประธานผ่านไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนะครับ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าเมื่อเวลาเขาไปจ่ายค่าไฟฟ้าเกินเวลาก็จะโดนปรับ แต่ปรากฏว่าในการปรับนั้นไม่ว่าจะค้างเท่าไร อย่างเช่นพี่น้องประชาชนค้างประมาณสัก ๓๐๐ บาทก็ต้องจ่าย ๑๐๗ บาท ในขณะที่โรงงานใหญ่ ๆ ที่ใช้ไฟเป็นแสนบาท ค้างเงิน เป็นแสนบาท แสนบาทขึ้นไปก็จ่ายในอัตราเดียวกัน ค่าปรับก็คิด ๑๐๗ บาทเหมือนกัน ซึ่งพี่น้องประชาชนรู้สึกว่าไม่ค่อยยุติธรรม จึงอยากจะให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทบทวนใหม่ในการเก็บค่าปรับ ควรจะให้เป็นไปตาม อัตราส่วนของเงินที่ค้างอยู่ หรือถ้าเป็นไปได้เขาขอความกรุณาว่ากรณีที่คนยากคนจน ใช้ไฟน้อย ๆ อย่างเช่น ๓๐๐-๔๐๐ บาท เกินเวลาเนื่องจากเขาต้องท้างานมีภารกิจมาก ก็ควรจะงดเว้นในการเก็บค่าปรับ ในการคิดค่าปรับอันนี้
เรื่องที่ ๒ เป็นถนนเลียบคลองชลประทานฝั่งซ้ายอยู่ที่หมู่ที่ ๑๐ ต้าบลโคกหล่อ อ้าเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เป็นถนนผิวจราจรกว้าง ๖ เมตร แล้วก็ระยะทาง ๑.๓๔๒ กิโลเมตร ตอนนี้เป็นถนนที่เป็นลูกรังอยู่นะครับ พี่น้องประชาชนตั้งบ้านเรือน อยู่บริเวณนั้นมากทีเดียว แล้วก็เป็นที่สัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนจ้านวนมาก จึงอยากจะขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ให้ช่วยท้าเป็นถนนลาดยางที่มาตรฐานเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาอย่างสะดวกด้วย ขอบคุณครับ
มีผู้หารือ เหลืออยู่ ๖ ท่าน ผมจะอนุญาตให้ได้หารือทั้ง ๖ ท่าน เชิญท่านธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตท่านประธานหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ จากการที่ดิฉันได้ลงไปพื้นที่ในพื้นที่เขตลาดกระบัง ดิฉันได้รับการร้องเรียนในเรื่อง ความไม่ปลอดภัยในการเดินทางมากมายเนื่องจากเหตุการณ์น้าท่วมที่ผ่านมารวมถึง การปล่อยปละละเลยไม่ซ่อมแซมถนนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้าท่วมที่ผ่านมาด้วย จนบัดนี้พี่น้องในพื้นที่ก็ได้มาหารือกับดิฉันว่าจะท้าอย่างไรดีที่จะท้าให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วน ของผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครได้รับความปลอดภัยในการเดินทางมากขึ้น จุดแรก ที่ดิฉันจะต้องขอประสานไปทางกรุงเทพมหานครนั่นก็คือตรงบริเวณถนนลาดกระบัง รวมต่อเนื่องเข้าไปถึงที่กลับรถเพื่อเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย ถนนบริเวณนี้อยู่ติดกับ หมู่บ้านสินธร เนื่องจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณหมู่บ้านนั้นบอกว่าถนนที่กลับรถนั้น มีสภาพที่ขรุขระท้าให้ในขณะที่มีรถใหญ่วิ่งเข้าไปอย่างเช่นรถสิบล้อ บ้านของพี่น้องประชาชน ก็จะได้รับการสั่นสะเทือนเนื่องจากว่าถนนที่มีสภาพทรุดโทรมท้าให้เกิดอันตราย ในขณะที่อยู่บ้านด้วย ถึงแม้จะไม่ได้ออกไปเดินทางสัญจรกับผู้อื่นก็ตามนะคะ ตรงนี้ก็ต้อง ขอประสานให้ทาง กทม. ได้เร่งปรับปรุงซ่อมแซมถนนให้พี่น้องประชาชนได้รับ ความปลอดภัยด้วยค่ะ
อีกสถานที่หนึ่งก็คือถนนซอยลาดกระบัง ๑๖ ตรงนี้จะเป็นส่วนต่อเนื่อง ที่จะทะลุเข้าไปถึงหมู่บ้านไทยสมุทร จะเป็นส่วนเกี่ยวข้องกันกับจังหวัดสมุทรปราการด้วย ดิฉันขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ท้างานประสานกันเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง เป็นในเรื่องที่ดิฉันได้เคยหารือต่อที่สภาแห่งนี้แล้ว นั่นก็คือ การซ่อมถนนทางเดินเท้าเลียบคลองสองต้นนุ่น หมู่ที่ ๕ แขวงคลองสองต้นนุ่น เนื่องจาก มีนักเรียนใช้ถนนเส้นนี้เป็นจ้านวนมากแล้วก็เพื่อความปลอดภัยโปรดซ่อมแซม เพราะว่าเป็น ถนนที่อยู่เลียบคลองถ้าหากว่าถนนผุพังไม่ได้รับการซ่อมแซมแล้วนักเรียนอาจจะตกลงไปในน้าได้ รวมถึงเป็นการป้องกันที่จะไม่ให้นักเรียนต้องไปเสี่ยงภัยบนถนนใหญ่ด้วย ดิฉันก็จะต้อง ฝากทางสภาแห่งนี้ได้โปรดประสานไปถึง กทม. ได้เข้าท้าการปรับปรุงถนนเพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชนด้วย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ การพัฒนาประเทศโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจมีการวางระบบ ในการขนส่งสินค้า ขออนุญาตกราบเรียนว่าฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ กระทรวงคมนาคมได้อนุมัติให้มีการก่อสร้างท่าเรือน้าลึกที่อ้าเภอกันตัง จังหวัดตรัง หลังจากนั้นก็ให้กรมทางหลวงชนบทได้ขยายเส้นทางจาก ๙ เมตร เป็น ๑๒ เมตร ตั้งแต่ ท่าเรือมาจนถึงต้าบลนาเมืองเพชรครับท่านประธาน หลังจากนั้นระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ก็มาเกี่ยวข้องกับกรมทางหลวง กรมทางหลวง มีการขยายเป็น ๔ ช่องจราจรระหว่างจังหวัดตรังไปต้าบลนาเมืองเพชรระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ตอนนี้ได้รับงบประมาณในการก่อสร้าง ๖ กิโลเมตรครับ เหลือระยะทาง ที่ยังไม่ได้ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรอยู่ ๖ กิโลเมตรเช่นเดียวกัน ด้วยงบประมาณประมาณ ๑๔๐ ล้านบาท ขออนุญาตกราบเรียนว่าท่านรองอธิบดีกรมทางหลวง นายชูศักดิ์ เกวี เคยได้รับปากไว้ว่าจะจัดสรรงบประมาณต่อเนื่อง แต่ขอเรียนว่าในปี ๒๕๕๖ กลายเป็น ไม่มีงบประมาณ อย่างนี้เป็นการท้าให้เศรษฐกิจไม่สามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนถึงกรมทางหลวงชนบทให้ไปปรับปรุง สะพานท่าแก้มด้าที่อ้าเภอกันตัง จังหวัดตรัง สะพานข้ามเข้าหมู่บ้านผมเด็น อ้าเภอสิเกา เนื่องจากแคบแล้วก็ราวสะพานพัง ขออนุญาตสอบถามถึงกรมทางหลวงชนบทถึงความคืบหน้า ของโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้าปะเหลียนขณะนี้คืบหน้าไปถึงไหน
แล้วก็ถึงกระทรวงศึกษาธิการ ขอได้ก่อสร้างอาคารเรียนเพื่อให้เด็กนักเรียน ที่โรงเรียนบ้านย่านตาขาว อ้าเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง
ขออนุญาตกราบเรียนถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้สนับสนุน งบประมาณสนับสนุนกิจกรรมเปิดทะเลตรัง เปิดประตูสู่อันดามัน ซึ่งจะเริ่มวันที่ ๒๓-๒๕ นี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อถึงหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ท่านบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันได้ขอหารือกับท่านประธาน เนื่องจากว่าดิฉันได้ลงพื้นที่ ที่อ้าเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่า ส้านักงานที่ดินสาขาย่อยไม่มี เวลาจะไปติดต่อท้าเกี่ยวกับนิติกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดินนั้น จะต้องไปที่อ้าเภอเวียงชัยซึ่งห่างจากอ้าเภอเวียงเชียงรุ้ง ๒๐ กิโลเมตร ดังนั้นอยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือส้านักงานที่ดินให้ดูแลหรือว่าขอตั้งส้านักงานย่อยที่ดิน อ้าเภอเวียงเชียงรุ้ง
อีกเรื่องหนึ่งก็คือที่อ้าเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงรายเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าไปรษณีย์ที่อ้าเภอเวียงเชียงรุ้งไม่มี เวลาลูกหลานได้ส่งเงินให้พ่อแม่ไปรับธนาณัติ ปรากฏว่าที่อ้าเภอเวียงเชียงรุ้งนั้นไม่มีไปรษณีย์ ซึ่งมีก็เป็นของเอกชนไม่สามารถที่จะเบิกเงินได้ เวลาจะเบิกเงินนั้นก็จะต้องเดินทางไปอีก ๒๐ กิโลเมตรเช่นเดียวกันไปที่อ้าเภอเวียงชัย ดังนั้นก็ขอทางกรมไปรษณีย์กลางหรือกระทรวงมาเปิดสาขาที่อ้าเภอเวียงเชียงรุ้งด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณมากค่ะ
ท่านบุณย์ธิดา สมชัย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ เรื่องหารือของดิฉัน สืบเนื่องจากอาทิตย์ที่แล้ว ที่ดิฉันได้หารือเรื่องสถาบันการเงินที่ต้าบลอ่างศิลา อ้าเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ประเด็นของอาทิตย์ที่แล้วดิฉันตกไป ๑ ประเด็น ที่ทางชาวบ้าน ร้องเรียนมากที่สุดก็คือว่าในส่วนของคณะกรรมการที่ควบคุมดูแลสถาบันการเงินแห่งนี้ ทางชาวบ้านซึ่งผู้ที่ท้าธุรกรรมกับสถาบันการเงินแห่งนี้ต้องการที่จะให้ สทบ. เข้าไปควบคุมก่อน เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่ายในการบริหารเงินในช่วงนี้ที่ว่าต้องตรวจเช็กบัญชีใหม่ อยากให้ทาง สทบ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบัญชี แล้วก็ให้กรรมการชุดนี้หยุดพักก่อน อันนี้คือที่ทางชาวบ้านต้องการค่ะท่านประธาน
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ถนนสายต่าง ๆ โดยเฉพาะถนนทางหลวง ดิฉันได้แจ้ง กรมทางหลวงไปนานแล้วค่ะ บอกว่าในบริเวณทางแยกจากทางหลวงใหญ่หมายเลข ทล. ๒๑๗ เข้าตามหมู่บ้าน เข้าตามต้าบลต่าง ๆ ได้ขอให้กรมทางหลวงได้มาติดตั้งไฟฟ้า เพื่อที่จะให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะผ่านมาได้เห็นว่าเป็นทางเข้าออกเพื่อที่จะได้ระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งดิฉันได้แจ้งเรื่องมาปีกว่าแล้วจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับหรือยังไม่ได้รับการตอบ กลับมาว่าท่านจะด้าเนินการอย่างไร เพราะว่าได้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมากโดยเฉพาะช่วงที่ไม่มีไฟฟ้าแล้วก็ช่วงที่เป็นคืนเดือนมืด ไม่สามารถที่จะมองเห็นรถเข้าออกที่ออกมาจากทางถนนสายเล็กของหมู่บ้านมายัง ทางหลวงใหญ่ได้เลยนะคะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณท่านประธานนะครับที่ได้เรียกชื่อผมอีก เพราะว่าติดภาระ ไปประชุมคณะกรรมาธิการอยู่นะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณรัฐบาล ตามที่ผมได้หารือ เรื่องภัยแล้ง ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรน้าได้ส่งรถไปผลิตน้าดื่มให้กับพี่น้องประชาชนในอ้าเภอศรีธาตุ อ้าเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี
ประเด็นที่ ๒ เมื่อกี้เป็นเรื่องของส้านักงานที่ดิน ท่าน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทยได้หารือทางภาคเหนือ เขตเลือกตั้งของกระผมอยู่ห่างไกล พี่น้องประชาชน ล้าบากมากเรื่องที่จะไปท้าเอกสารสิทธิหรือว่าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดิน อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยได้ช่วยไปเปิดสาขาส้านักงานที่ดินอ้าเภอ ในเขตเลือกตั้ง เพราะห่างจากจังหวัดอุดรธานีประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร พี่น้องประชาชน จะไปขอใช้เอกสารสิทธินั้นล้าบากมาก แล้วก็ส้านักงานขนส่งสาขา พี่น้องประชาชนเวลาจะไป ท้าใบขับขี่ ไปต่อทะเบียนรถนี่ล้าบากมาก ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้วย
แล้วก็ได้รับการร้องขอจากโรงเรียนบ้านบะยาว ก็ฝากไปยังรัฐบาลอีก เพราะว่าโรงเรียนบ้านบะยาวนั้นเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ในชุมชนหลายหมู่บ้านขาดแคลนน้าดื่ม ขอบคุณครับ
ขอเป็น ๒ ท่าน สุดท้ายนะครับ ท่านดวงแข อรรณนพพร แล้วตามด้วยท่านจตุพร เจริญเชื้อ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน เนื่องจากดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายกเทศมนตรี เทศบาลต้าบลแวงน้อย คือนายไพฑูรย์ กิตติปัญจมาศ และพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาล ต้าบลแวงน้อย เนื่องจากต้องการให้มีการก่อสร้างถนน ๔ เลนขึ้นภายในเขตเทศบาล เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและเป็นการลดปัญหาการจราจรในเขตพื้นที่ เทศบาล เพราะเนื่องจากได้ทราบข่าวว่าถนนเส้นนี้จะได้รับการจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ ปี ๒๕๔๙ จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีการก่อสร้าง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงโครงการมาโดยตลอด ฉะนั้นก็คงจะต้องฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ด้าเนินการเรื่องนี้ให้ด้วย
ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็คือดิฉันได้มีการหารือในที่สภาแห่งนี้ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ ๓ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ เนื่องจากดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตต้าบลหนองแวงโสกพระ และเขตต้าบลเมืองพล อ้าเภอพล จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากต้องการให้มีการก่อสร้าง ถนนคอนกรีตเพื่อเป็นการขยายเลนถนนคอนกรีต เพราะเป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างต้าบล ซึ่งมีสะพานขนาดเล็กกว่าถนนท้าให้เกิดอุบัติเหตุในหลาย ๆ ครั้งและมีคนตายเกิดขึ้น และเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีพี่น้องประชาชนที่ได้ขับรถเข้าไปในเส้นทางนั้นแล้วก็รถชน ราวสะพานเสียชีวิตเช่นเดียวกัน ก็มีการหารือมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีการด้าเนินการ ก็คงจะต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้รีบด้าเนินการให้ด้วย ก่อนที่ประชาชนจะเสียชีวิตไปมากกว่านี้ ขอกราบขอบคุณค่ะ
ท่านจตุพร เจริญเชื้อ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตหารือ ต่อท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางจากอ้าเภอน้าพอง ไปยังอ้าเภอกระนวน ซึ่งเส้นทางนี้ถือว่าเป็นเส้นทางหลักที่พี่น้องประชาชนได้ใช้สัญจร ไปมามากในแต่ละวัน กรมทางหลวงเคยไปส้ารวจบอกว่ามีประมาณ ๕,๐๐๐ คันต่อวัน ด้วยซ้าไป เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตท่านประธานว่าขอให้ท้าหนังสือไปถึงกรมทางหลวง ขอให้ท้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงในเส้นทางอ้าเภอน้าพองไปอ้าเภอกระนวน โดยขยายช่องทางจราจรจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร รหัสของเส้นทางนี้ก็คือ หมายเลข ๒๐๓๙ ตอนน้าพอง-กระนวน นั่นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ผมมีโอกาสได้ไปดูงานของคณะกรรมาธิการการป้องกัน และบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ปรากฏว่าพี่น้องประชาชน ในภาคอีสานนั้นได้รับผลกระทบในเรื่องของปัญหาภัยแล้งมาก ข้าวที่พี่น้องก้าลังจะเกี่ยว ในขณะนี้ ข้าวที่ปลูกในที่ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานนั้นไม่สามารถที่จะเกี่ยวได้เลย เพราะว่าได้ยืนต้นแห้งตาย แล้วก็หญ้าท่วมไปหมดแล้ว ชาวบ้านเขาฝากมาบอกว่า ขอให้รัฐบาลนั้นได้จ่ายค่าชดเชยจากค่าชดเชยภัยแล้งนาข้าวไร่ละ ๖๐๖ บาท ขอให้ จ่ายชดเชยเท่ากับตอนน้าท่วมเมื่อปีที่ผ่านมาคือจาก ๖๐๖ บาท เป็น ๒,๒๒๒ บาท จึงขอฝากท่านประธานได้กราบเรียนต่อรัฐบาลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
จ้านวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๗ คน
ท่านสมาชิก มีผู้เข้าชื่อประชุม ๔๐๒ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตด้าเนินการตามระเบียบวาระ แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระผมขอหารือที่ประชุม ขอน้าระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม และระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม พร้อมทั้งระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องของการตั้งซ่อมกรรมาธิการแทนต้าแหน่งที่ว่าง ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งจะใช้เวลาไม่มาก ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ผมขออนุญาต ด้าเนินการตามนี้เลยครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ได้ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระ คือ รับทราบ ค้าสั่งศาลฎีกา
ด้วยประธานศาลฎีกาได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยื่น ค้าร้องขอให้ศาลฎีกามีค้าสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ ใหม่ แทนท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๙ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๖ ซึ่งศาลฎีกา ได้มีค้าสั่งให้รับค้าร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้วเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕
บัดนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีค้าสั่งให้ยกค้าร้องดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ จึงเป็นผลให้ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๙ ดังนั้นจ้านวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ๔๙๓ ท่าน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็คือ ๒๔๗ ท่าน จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
รับทราบ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภาตามระเบียบวาระที่ ๒.๑ และ ๒.๒
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ ดังนี้
๒.๑ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ จ้านวน ๒ ฉบับ คือ
(๑) ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ....
(๒) ร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ....
๒.๒ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ สถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบแล้ว
จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
- รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
ซึ่งได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจสอบดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง มีท่านใดจะแก้ไขตรงไหนหรือเปล่าครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมครั้งดังกล่าวนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ
๗.๑ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ แทนต้าแหน่งที่ว่างลง ๒ ต้าแหน่ง เพราะลาออก (นายพิชิต ชื่นบาน และนายประเสริฐ บุญเรือง)
เชิญเสนอได้เลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ แทนต้าแหน่งที่ว่างลง ๒ ต้าแหน่ง ดังนี้ค่ะ ท่านที่ ๑ ดิฉันขอเสนอนายชินวัฒน์ หาบุญพาด และท่านที่ ๒ ดิฉัน ขอเสนอนายอุดมเดช รัตนเสถียร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้อง ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม มีมติเห็นชอบตามนี้นะครับ
๗.๒ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรม แทนต้าแหน่งที่ว่างลง ๑ ต้าแหน่ง เพราะลาออก (นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ)
เชิญเสนอได้เลยครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม แทนต้าแหน่งที่ว่างลง ๑ ต้าแหน่ง ดิฉันขอเสนอนายชินวัฒน์ หาบุญพาด แทนต้าแหน่ง ที่ว่างลงด้วยค่ะ ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรองถูกต้อง ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้ครับ ก็ต้องช่วยตรวจสอบด้วยนะครับว่าแต่ละท่านเป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะหรือเปล่านะครับ
๗.๓ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย แทนต้าแหน่งที่ว่างลง ๑ ต้าแหน่ง เพราะลาออก (พันตรี อาณันย์ วัชโรทัย)
ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย แทนต้าแหน่งที่ว่างลง ๑ ต้าแหน่ง เพราะลาออก ดิฉันขอเสนอนายเอกธนัช อินทร์รอด แทนต้าแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ไม่มีเห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้ครับ
แล้วก็มีตั้งซ่อมกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการที่ว่างลงนะครับ และมีหนังสือส่งมาที่ผมอยู่อีก ๒ คณะครับ คณะกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจ แทนท่านประเสริฐ บุญเรือง ที่ลาออกครับ
เชิญเสนอได้เลยครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เพื่อให้การท้างานของกรรมาธิการสามัญเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในการนี้ดิฉันขอเสนอ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ดิฉันขอเสนอนายเอกธนัช อินทร์รอด แทนต้าแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ไม่มีเห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้ครับ
ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชนและกองทุน ซึ่งท่านประชา ประสพดี ลาออก
เชิญเสนอได้เลยครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชนและกองทุน ดิฉันขอเสนอนางเยาวนิตย์ เพียงเกษ แทนต้าแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้ครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
๑. ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กร อาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. .... (พลต้ารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติอีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ตามระเบียบวาระที่ ๖.๓ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องท้านองเดียวกันก็ขอหารือน้ามาพิจารณา รวมกันนะครับ ท่านอลงกรณ์มีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม มีข้อหารือถึงท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของระเบียบวาระการประชุม ด้วยความกังวลว่า ในการจัดระเบียบวาระการประชุมซึ่งอาจจะเป็นครั้งหน้าและต่อไปอยากให้ค้านึงถึงว่า เรามีชั้นของร่างกฎหมายอยู่หลายระดับ ในการพิจารณาจัดระเบียบวาระการประชุม ในความเห็นของกระผมใคร่ขอเสนอท่านประธานว่านอกจากที่ประชุมได้เห็นพ้องต้องกัน ในการเลื่อนระเบียบวาระแล้วนี่ อยากให้ค้านึงถึงเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือร่างกฎหมายที่ผ่านวาระที่หนึ่ง แล้วก็คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ไปพิจารณาเสร็จแล้ว จะเข้าสู่วาระที่สอง วาระที่สาม ก็หมายความว่าเป็นชั้นกฎหมายที่สามารถจะผ่าน สภาผู้แทนราษฎรและส่งต่อไปยังวุฒิสภา อันนี้ก็จะท้าให้ผลงานของฝ่ายนิติบัญญัตินั้น มีความคืบหน้า กระผมได้เห็นว่าในระเบียบวาระของวันนี้มีชั้นกฎหมายที่ผ่านการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการเสร็จแล้วอยู่ถึง ๖ ฉบับด้วยกัน ทั้งในส่วนของคณะกรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการร่วมกันของ ๒ สภา ซึ่งก็ถือว่าเป็นขั้นสุดท้าย ที่กฎหมายสามารถที่จะตราออกไป หรือมีความคืบหน้าอย่างมีนัยส้าคัญ นอกจากนั้นแล้ว ก็จะมีระเบียบวาระซึ่งอยู่ในเรื่องด่วน ซึ่งก็มีการเสนอบรรจุเข้ามาทั้งในส่วนคณะรัฐมนตรี แล้วของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุดท้ายก็คือเรื่องที่ค้างพิจารณา ความจริงผมได้เคยหารือ ท่านประธานว่าเรื่องที่ค้างพิจารณาเป็นล้าดับแรก ๆ เลยซึ่งจะมีการบรรจุ ในระเบียบวาระการประชุมไว้ตั้งแต่ต้นสมัยประชุมของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ แล้วก็ถูกเลื่อน ถูกข้าม ถูกอะไรไปเรื่อย ๆ แม้แต่กระผมก็ได้เคยทวงถามเช่นร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตั้งแต่ปีที่แล้วนะครับ ปีกว่าแล้วก็ยังอยู่เรื่องที่ค้างพิจารณา เป็นร่างกฎหมายที่ส้าคัญอย่างนี้เป็นต้น กระผมใคร่ขอความเห็นว่าถ้าเป็นได้อยากที่จะให้ ท่านประธานได้ค้านึงถึงว่าการจัดชั้นของกฎหมายว่าในล้าดับซึ่งผ่านวาระการพิจารณาของ กรรมาธิการแล้วน่าจะมีส่วนในการพิจารณาด้วย หลังจากนั้นก็มาเป็นของเรื่องด่วน ซึ่งก็แน่นอนเป็นเรื่องที่ที่ประชุมเห็นว่าควรจะเลื่อนขึ้นมา ผสมผสานกัน แล้วก็เรื่อง ที่ค้างพิจารณาเพื่อให้มีสัดส่วนของการพิจารณากฎหมายทั้งในส่วนที่เสนอมาใหม่ เรื่องเร่งด่วนที่จ้าเป็นของคณะรัฐมนตรี แล้วก็ในส่วนที่ค้างพิจารณา ก็เลยขอความกรุณา ท่านประธานรับฟังความคิดเห็นนี้ไว้ แล้วก็โปรดได้พิจารณาในการจัดระเบียบวาระ ในคราวต่อ ๆ ไปครับ
ขอบคุณครับ เป็นข้อสังเกตที่มีประโยชน์นะครับ ก็ฝากทางวิป (Whip) ด้วยนะครับ เมื่อกี้ผมหารือ จะน้าเรื่องมาพิจารณารวมกัน ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงได้เลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจ้า ส้านักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้น้าเสนอร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. .... ดังมีหลักการและเหตุผล ดังต่อไปนี้ครับ
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วม ในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
เหตุผล เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาเกี่ยวกับการประกอบ อาชญากรรมที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบ เรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างมาก แต่ปรากฏว่ากฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถใช้บังคับเพื่อด้าเนินคดีกับการกระท้าความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กร อาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญา สหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร จึงสมควรก้าหนด ลักษณะความผิดให้ครอบคลุมการกระท้าดังกล่าว รวมทั้งก้าหนดวิธีการสืบสวน สอบสวน การกระท้าความผิดดังกล่าวนั้นด้วย จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะให้เหตุผลประกอบ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ดังต่อไปนี้ครับ
จากสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมโลกปัจจุบัน ท้าให้ปัญหาอาชญากรรม ข้ามชาติ หรือการกระท้าความผิดอาญาที่เกิดในประเทศหนึ่ง แต่ผลของการกระท้าความผิด ไปเกิดขึ้นยังอีกประเทศหนึ่งนั้น มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลง มีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลง ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า มีการรวมตัวกันเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ การจัดตั้งองค์กรดังกล่าวมีรูปแบบ การบริหารองค์กร การวางแผน อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระท้าความผิด ที่เป็นภัยร้ายแรง อย่างเช่น การกระท้าความผิดเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าในเรื่องของสิ่งผิดกฎหมาย เช่น การตัดไม้ท้าลายป่า สัตว์ป่า เป็นต้น เหตุผลดังกล่าว จึงจ้าเป็นต้องมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องดูแล แต่ปรากฏว่าประเทศไทยของเรา ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่จะมาด้าเนินการในเรื่องของการป้องกันและปราบปราม การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าวได้ จึงจ้าเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะ เพื่อที่จะด้าเนินการในเรื่องของการที่จะติดตาม และในเรื่องการป้องกันการกระท้าความผิด ในลักษณะที่เป็นองค์กร ซึ่งมีความซับซ้อนแล้วก็มีปัญหาในเรื่องการค้นหาพยานเอกสาร หลักฐาน เพื่อจะน้าตัวผู้กระท้าความผิดมาลงโทษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากล้าบากในปัจจุบัน จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมาเพื่อด้าเนินการ ประกอบกับปัจจุบันนี้ประเทศไทย เราได้ลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติในลักษณะ การจัดตั้งเป็นองค์กร แต่กฎหมายไทยเรายังไม่มีการอนุวัตให้เป็นไปตามอนุสัญญาดังกล่าว จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาสหประชาชาติดังกล่าว จึงขออนุญาตเสนอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ช่วยสนับสนุนในการตราร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวฉบับนี้ต่อไป ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวิโรจน์ เปาอินทร์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลต้ารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกับ สมาชิกพรรคเพื่อไทยจ้านวนหนึ่งเสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. .... ซึ่งมีเหตุผลในการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนี้
เหตุผล ต้องยอมรับว่าปัจจุบันประเทศไทยของเรามีปัญหาเกี่ยวกับ การประกอบอาชญากรรมที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามายุ่งเกี่ยว เข้ามาก่อกวนต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศของเราเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันที่ใช้บังคับอยู่กับความผิดประเภทความผิดฐานนี้ ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอกับการที่จะบังคับใช้กับอาชญากรเหล่านี้ ประกอบกับ ประเทศไทยเราได้ลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้ง ในลักษณะขององค์กร และรัฐสภาก็ได้อนุญาตให้รัฐบาลด้าเนินการลงนามในสัญญา ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันอังคารที่แล้วที่ผ่านมา จึงสมควรที่จะออกกฎหมายเพื่อก้าหนด ลักษณะความผิดให้ครอบคลุมการกระท้าความผิดดังกล่าว รวมทั้งก้าหนดวิธีการ สืบสวน สอบสวน ในการกระท้าความผิดดังกล่าวด้วย จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ซึ่งมีทั้งหมด ๓๔ มาตรา ก็หวังว่าสมาชิกทุกท่านคงจะให้การสนับสนุน ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งได้เสนอร่วมกับของรัฐบาลด้วย ขอบคุณครับ
เชิญสมาชิก แสดงความเห็นครับ เชิญครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด แสดงความเห็น ไม่มีท่านผู้ใดอภิปราย ผมขออนุญาตปิดอภิปรายแล้วก็ขอมติเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนท้าการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้แทนสภานักเรียน และครูอาจารย์ จังหวัดสระบุรี ด้วยความยินดีนะครับ
ท่านสมาชิกครับ ก่อนขอมติขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ถ้าพร้อมก็ใช้สิทธิแสดงตนได้เลยนะครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้แสดงตน มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มี ส่งผลได้เลยครับ ผู้เข้าประชุม ๒๙๕ ท่าน ครบองค์ประชุม
ผมขออนุญาตขอมติเลยนะครับ มติจะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าว เห็นด้วยหรือไม่ ใช้สิทธิได้เลย เชิญครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ใช้สิทธิครบนะครับ ปิดการลงคะแนน ส่งผลได้เลยครับ มติเห็นด้วย ๓๗๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบนะครับ
ขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จ้านวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่าน ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม มีมติเห็นชอบตามนี้นะครับ ท่านเลขาธิการขอสัดส่วนด้วยครับ สัดส่วนของรัฐมนตรี ๕ ท่าน เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจ้าส้านักนายกรัฐมนตรี ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน ดังนี้ ๑. นายวราเทพ รัตนากร ๒. นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ๓. นายถาวร พานิชพันธ์ ๔. พลต้ารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ และ ๕. นายถนัดกิจ นิวาทวงษ์
พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จ้านวน ๑๔ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ ๒. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๓. นางปิยะดา มุ่งเจริญพร ๔. นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร ๕. นายวันชัย บุษบา ๖. นายนิรมิต สุจารี ๗. นายนพคุณ รัฐผไท ๘. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๙. นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ๑๐. พลต้ารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๑๑. พลอากาศเอก ชูชาติ ชวนชม ๑๒. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ๑๓. นางสาวธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ และ ๑๔. พลต้ารวจเอก ดรุณ โสตถิพันธุ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ครับ ๑. นายกษิต ภิรมย์ ๒. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๓. นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ๔. พลต้ารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๕. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๖. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๗. นายประสงค์ ชุ่มเชย ๘. นายพลวัฒน์ บุญแท้ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ซึ่งประกอบไปด้วย ๑. นายยืนหยัด ใจสมุทร ๒. นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จ้านวน ๑ ท่าน คือ นางสาวพัชรี โพธสุธน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ถูกต้องครับ พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล นายสิทธิภัท ธนะโสภณ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. .... จ้านวน ๓๑ ท่าน ๑. นายวราเทพ รัตนากร ๒. นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ๓. นายถาวร พานิชพันธ์ ๔. พลต้ารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ๕. นายถนัดกิจ นิวาทวงษ์ ๖. นายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ ๗. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๘. นางปิยะดา มุ่งเจริญพร ๙. นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร ๑๐. นายวันชัย บุษบา ๑๑. นายนิรมิต สุจารี ๑๒. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๓. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๑๔. นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ๑๕. พลต้ารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๑๖. พลอากาศเอก ชูชาติ ชวนชม ๑๗. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ๑๘. นางสาวธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ ๑๙. พลต้ารวจเอก ดรุณ โสตถิพันธุ์ ๒๐. นายกษิต ภิรมย์ ๒๑. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๒๒. นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ๒๓. พลต้ารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๒๔. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๒๕. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒๖. นายประสงค์ ชุ่มเชย ๒๗. นายพลวัฒน์ บุญแท้ ๒๘. นายยืนหยัด ใจสมุทร ๒๙. นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ ๓๐. นางสาวพัชรี โพธสุธน ๓๑. นายสิทธิภัท ธนะโสภณ
ขอระยะเวลา แปรญัตติครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเปลี่ยนแปลง รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จากนายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ เป็น นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้อง เปลี่ยนตามที่เสนอครับ ขอระยะเวลาแปรญัตติครับ
ขออนุญาตเสนอระยะเวลา แปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับค่ะ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติพัฒนา จังหวัดนครสวรรค์ ขออนุญาตเปลี่ยนรายชื่อกรรมาธิการจากนายสิทธิภัท ธนะโสภณ เป็น นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล
ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าเห็นชอบตามนี้ เมื่อกี้เสนอ ๗ วันตามข้อบังคับนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้ครับ แล้วใช้ร่างใดเป็นหลักครับ เชิญครับ
ขัตติยา สวัสดิผล บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลักค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้ครับ
๒. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติอีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... (นางบุญรื่น ศรีธเรศ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งผมเห็นว่า เป็นเรื่องท้านองเดียวกันขอน้ามาพิจารณารวมกันนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้นะครับ
ด้วยศาสตราจารย์คณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้มีหนังสือ เสนอความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาของที่ประชุม จึงได้อนุญาตและได้ให้เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกเพื่อประกอบการพิจารณาแล้วนะครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจาก คณะรัฐมนตรีให้น้าเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... โดยมีหลักการ และเหตุผล ดังนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
เหตุผล โดยที่มาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ บัญญัติให้สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาเป็นนิติบุคคล เพื่อให้ด้าเนินการได้โดยอิสระ สามารถพัฒนาระบบบริหารและการจัดการที่เป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การก้ากับดูแลของสภาสถานศึกษา ดังนั้น เพื่อให้สามารถระดมทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ร่วมกันให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และเพิ่มศักยภาพทางวิชาการ สมควรรวมมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ กับมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มาจัดตั้งเป็น มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เพื่อให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้าง องค์ความรู้ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดปัญญา เพื่อพัฒนาสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติและมีดุลยภาพ และเพื่อร่วมกันผลิตบัณฑิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและท้องถิ่นของจังหวัดกาฬสินธุ์ และพื้นที่ใกล้เคียง จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
เชิญท่านบุญรื่น ศรีธเรศ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอบันทึก หลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ....
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
เหตุผล โดยที่มาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ บัญญัติให้สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาเป็นนิติบุคคล เพื่อให้ด้าเนินการได้โดยอิสระ สามารถพัฒนาระบบบริหารและการจัดการที่เป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การก้ากับดูแลของสภาสถานศึกษา ดังนั้น เพื่อให้สามารถระดมทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพิ่มศักยภาพทางวิชาการ สมควรรวมมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ กับมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มาจัดตั้งเป็น มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เพื่อให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้าง องค์ความรู้ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และสร้างกระบวนการเรียนรู้ ที่ก่อให้เกิดปัญญา เพื่อพัฒนาสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติและมีดุลยภาพ และเพื่อร่วมกันผลิตบัณฑิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและท้องถิ่นของจังหวัดกาฬสินธุ์ และพื้นที่ใกล้เคียง จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติคะ เป็นที่ทราบกันดี อยู่แล้วว่าการจัดการศึกษาถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ การศึกษาเป็นการสร้างคน สร้างชาติ คนคือบุคลากรของประเทศที่ต้องมีความรู้ความสามารถ ประเทศชาติจะเข้มแข็งและเจริญ พร้อมด้วยระบบการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมก็อยู่ที่บุคลากรของชาติ มีการศึกษาดี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์มีโอกาสได้หลอมรวม ๒ มหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน คือ มหาวิทยาลัย ราชภัฏกาฬสินธุ์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ เป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ก็หวังเพื่อจะได้พัฒนาการศึกษาของจังหวัดกาฬสินธุ์ให้มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพยิ่ง ๆ ขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่เป็นที่ยอมรับของสังคมและชุมชนในพื้นที่ และสามารถเป็นสถาบันที่เข้มแข็งมีศักยภาพเป็นที่ยอมรับในเรื่องของการจัดการศึกษา ของชาติต่อไป ดิฉันจึงขอความอนุเคราะห์จากสภาแห่งนี้โปรดได้ให้การสนับสนุน พระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณมากค่ะ
เชิญท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ตามด้วยท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ ส้าหรับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... ที่จริงชาวกาฬสินธุ์นี่รอคอยมานานนะคะ เพียงแต่ว่ามันขัดข้องหลายประการที่ท้าให้เพิ่งจะ เข้าสู่สภาวันนี้ เขาเริ่มร่างกันตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ นะคะท่านประธาน แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่สายเกินไป เพราะที่จริงแล้วการหลอมรวมมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์เข้าเป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีส้าหรับ ชาวกาฬสินธุ์ เพราะว่าที่จริงแล้วก็เป็นที่ทราบดีค่ะว่ามหาวิทยาลัยทั้ง ๒ แห่ง เมื่ออยู่แยกกัน ก็จะมีปัญหาในการบริหารจัดการของแต่ละแห่ง ถ้าได้หลอมรวมกันเข้ามาแล้วจะท้าให้ การพัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัยให้เป็นประโยชน์กับเยาวชนชาวกาฬสินธุ์กับพื้นที่ ใกล้เคียงได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้น ท่านประธานคะ เป็นที่ทราบกันดีว่าจุดอ่อน ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราก็ค้านึงถึงนะคะ มหาวิทยาลัย ราชภัฏกาฬสินธุ์สถานที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก แล้วการคมนาคมก็ไม่สะดวก นักศึกษาที่เรียนอยู่ก็มีน้อย แล้วคณะที่ตั้งขึ้นมาในระดับปริญญาตรีก็มีอยู่แค่ ๓ คณะ คือ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ และคณะอุตสาหกรรม สร้างสรรค์ มีจ้านวนบุคลากรที่เป็นอาจารย์อยู่แค่ ๑๑๑ คนนะคะ แล้วก็พูดถึง ด้านงบประมาณมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ ๓ คณะนี้ก็จะมีคณะเดียวที่สามารถ ใช้เงินงบประมาณของราชการได้ นอกนั้นก็จะใช้เงินงบประมาณจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย ท้าให้มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์นี่บริหารจัดการมีผลต่อการเรียนการสอนนะคะ ด้านสถานที่ดิฉันก็ได้เรียนแล้วว่าอยู่ไกล ในขณะที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ถ้าพูดถึงเรื่องสถานที่ สถานที่อยู่ใจกลางเมือง แล้วก็การคมนาคม ก็สะดวกมีนักศึกษามาก แล้วก็ตั้งมานานตั้งแต่เป็นวิทยาลัยเกษตรกรรมกาฬสินธุ์แล้ว เพราะฉะนั้นก็เป็นที่รู้จักกันดีนะคะ แล้วก็จะมีคณะคณาจารย์จ้านวนมาก ๑๖๓ คน มีวุฒิปริญญาเอก ๒๒ คน ปริญญาโท ๑๒๒ คน และปริญญาตรีอีก ๑๙ คนนะคะ แล้วก็มี พื้นที่เป็นจ้านวนมากสถานที่กว้างขวางก็ท้าให้สามารถที่จะขยายแล้วก็ปรับปรุง สถานที่ต่าง ๆ ได้ดี แต่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์มีจุดอ่อน เพราะการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ อยู่ภายใต้การก้ากับดูแลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานซึ่งตั้งอยู่จังหวัดนครราชสีมา เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการหรือการบริหารการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ ต้องเป็นไปตาม แนวทางที่ศูนย์กลางคือที่จังหวัดนครราชสีมาจะเป็นผู้ก้าหนด ไม่สามารถบริหารจัดการ ด้วยตัวเองเพื่อตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นการหลอมรวม ๒ มหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน ซึ่งมีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งก็จะท้าให้ สามารถสร้างความเข้มแข็งของสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่นได้ จะท้าให้ ๒ มหาวิทยาลัย เมื่อรวมกันแล้วจะมีบุคลากรที่มีความแตกต่างกัน มีอุปกรณ์ทั้งหลาย เทคโนโลยีทั้งหลาย ได้มาใช้ร่วมกันได้ แล้วก็คณาจารย์ก็มีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพที่ต่างกัน เพราะฉะนั้น การหลอมรวมเข้ามาไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุคลากร เรื่องงบประมาณและการบริหารจัดการ ก็จะท้าให้จังหวัดกาฬสินธุ์มีสถาบันอุดมศึกษาที่มีมาตรฐานทัดเทียมกับมหาวิทยาลัยอื่น แล้วก็จะท้าให้สามารถที่จะปรับปรุงแล้วก็ขยับขยายสาขาต่าง ๆ เพิ่มขึ้นตามความจ้าเป็น และความเหมาะสมของท้องถิ่น ซึ่งก็ต้องไปว่ากันต่อไป ท่านประธานคะ อยากจะเรียนว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ถ้าหลอมรวมมหาวิทยาลัยขึ้นมาใหม่ก็จะท้าให้มีพื้นที่และมีวิทยาเขต มีสถานที่หลายแห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ก็จะมีสถานที่ อยู่ที่อ้าเภอภูสิงห์ ซึ่งเอาไว้ส้าหรับท้าเรื่องปศุสัตว์ได้ เพราะฉะนั้นจังหวัดกาฬสินธุ์ก็จะเป็น มหาวิทยาลัยที่มีสาขาต่าง ๆ อย่างหลากหลายแล้วก็คงจะเป็นหลัก ดิฉันหวังว่ามหาวิทยาลัยนี้ ก็จะเป็นหลักในการที่จะเผยแพร่ แล้วก็สร้างความรู้ องค์ความรู้ให้กับนักศึกษา ให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะเข้าสู่อาเซียน (ASEAN) จะต้องเป็นหลักในการที่จะต้องรู้ว่า การเข้าสู่อาเซียนไม่ใช่การเรียนภาษาอังกฤษเท่านั้น ไม่ใช่การเรียนภาษาอังกฤษเป็นหลัก การเข้าสู่อาเซียนของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์คงจะต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในพื้นที่ ให้กับเยาวชนในพื้นที่ จะต้องให้เรียนรู้ว่าภาษาไทยต้องเข้มแข็งอย่างไร วิถีชีวิตต้องเข้มแข็งอย่างไร ต้องตั้งหลักอย่างไรในการที่จะมีวัฒนธรรมของประเทศอื่นหลั่งไหลเข้ามาในประเทศเรา มหาวิทยาลัยจะต้องเป็นหลักในการที่จะยืนสู้กับเรื่องเหล่านี้ แล้ววิทยาเขตของ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จะได้ท้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะการบริหารจัดการจะมีประสิทธิภาพ มากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการประชาสัมพันธ์ความมีอยู่ของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ซึ่งในขณะนี้คณะท้างานของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ก็ก้าลังออกแบบที่จะไปประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องชาวกาฬสินธุ์ทุกกลุ่ม แล้วก็ทุกอ้าเภอได้เข้าใจถึงการที่จะมีอยู่ของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ แล้วก็จะได้มีความภาคภูมิใจ แล้วก็จะได้รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในความจ้าเป็นของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ของสาขาวิชาต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนสนใจ แล้วก็อยากจะให้มี แล้วก็จะต้องพูดคุยกันถึงความเข้มแข็งของจังหวัดกาฬสินธุ์ อะไรคือวัฒนธรรม อะไรคือจุดแข็งของจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จะต้องเป็น ตัวแทนของคนจังหวัดกาฬสินธุ์ในเรื่องพวกนี้ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลย กราบเรียนท่านว่าการหลอมรวมมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ก็เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ให้กับสถาบันอุดมศึกษาให้มีศักยภาพในการจัดการศึกษาให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นและ พื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอขอบพระคุณค่ะ
ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ผมเองมีความเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งที่จะมีการหลอมรวมเอามหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์เข้าด้วยกัน แต่ประเด็นที่ผมอยากจะน้าเรียน ท่านประธานว่าเรื่องของข้อกังวลแล้วก็ข้อเสนอแนะที่อยากจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการ และฝากท่านประธาน เรื่องของการศึกษาเป็นเรื่องส้าคัญ มหาวิทยาลัยนี้จ้าเป็นต้องมี ในทุก ๆ จังหวัด จังหวัดเล็กจังหวัดใหญ่ควรจะมีมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่น ผม เองได้พิจารณาหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ได้จัดการเรียนการสอน และเอามาหลอมรวมกันที่จะเป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์นี้ก็คงจะเป็นมหาวิทยาลัยแบบเดิม ๆ ที่มีหลักสูตรเดิมแล้วเอามารวมกัน แต่จริง ๆ แล้วผมอยากจะเห็นภาพลักษณ์ใหม่ ของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ที่จัดการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรพิเศษ เป็นหลักสูตรเฉพาะ ที่มีการส่งเสริมให้นักศึกษาที่จะไปเรียนตรงนี้มีความเก่งเฉพาะทาง ผมยกตัวอย่าง เราขาดมหาวิทยาลัยเรื่องยาง เรื่องข้าว แต่ถ้าเรามีมหาวิทยาลัยที่จัดการเรื่องนี้โดยตรง เริ่มตั้งแต่การดูแล สมมุติว่ามหาวิทยาลัยข้าว เราเริ่มตั้งแต่ดูเรื่องดิน พิจารณาเรื่องดิน การฟอกดินไม่ให้มีสารปนเปื้อนมาเป็นหลักสูตรเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าว การเลือกพันธุ์ข้าว อะไรที่มันจะสามารถที่จะเพาะปลูกได้ดี มีปริมาณมาก ๆ แม้แต่เรื่องของการดูแล การส่งเสริมในการปลูกข้าว หรือการแปรรูป หลักสูตรการแปรรูป หลักสูตรการตลาด อะไรท้านองนี้ ผมยกตัวอย่างนะครับ เรื่องยางก็เช่นกัน ถ้าเรามีมหาวิทยาลัยเรื่องยาง เฉพาะทางนี่เราเริ่มตั้งแต่พิจารณาเรื่องสายพันธุ์เลย เอาเชี่ยวชาญเรื่องยาง จบออกมาปุ๊บ ไปดูแลเรื่องการปลูกยาง การส่งเสริมพันธุ์ยางได้เลย ปัจจุบันนี้ภาคอีสานโดยเฉพาะ จังหวัดหนองคายเดี๋ยวนี้เป็นเมืองยางไปแล้วครับ มีการปลูกยางเป็นหลายแสนไร่ โดยเฉพาะ จังหวัดบึงกาฬและจังหวัดหนองคาย เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะกราบเรียนไปยัง คณะกรรมาธิการว่าการพิจารณามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ควรจะเป็นการพิจารณาไปในทิศทาง ที่เป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง เป็นประการแรกเรื่องหลักสูตร
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการก็คือเรื่องของ ปริมาณ มหาวิทยาลัยในปัจจุบันนี้ท่านจะสังเกตว่าขอให้มีมหาวิทยาลัยเถอะ ขยายสาขา ไปทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏใดมหาวิทยาลัยราชภัฏหนึ่งก็ขยายไปทั่วประเทศ ไม่รู้จะให้นักศึกษาไปเรียนที่ไหนบ้าง แล้วท้าให้การเรียนการสอนด้อยคุณภาพ จ่ายครบจบแน่ มันเกิดขึ้นมา จ่ายค่าเทอมครบจบแน่นอนทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท เพราะฉะนั้นตรงนี้ จึงเป็นมูลเหตุส้าคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะ ส้านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษานี้ได้พิจารณาในเรื่องของการขยายสาขา ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นี่ก็เป็นประเด็นส้าคัญ มีหลายมหาวิทยาลัยที่พยายามเปิดตรงโน้นตรงนี้ เพื่อต้องการปริมาณนักศึกษามาก ๆ แล้วจะได้ไปขอเงินจากทางกระทรวง นี่เป็นปัญหา ที่จะท้าให้นักศึกษาเป็นนักศึกษาด้อยคุณภาพ เมื่อจบออกมาหลักสูตรก็เป็นหลักสูตรเดิม ๆ ที่ตลาดเขาก็ล้น มันล้น มันเยอะ มันมาก การสอบแข่งขันมันก็ไม่สามารถที่จะรับได้ทั้งหมด เพราะเป็นหลักสูตรเดิม ๆ เดียวกัน
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะกราบเรียนก็คือเรื่องของสภามหาวิทยาลัยที่จะเกิดขึ้น ปัจจุบันมีปัญหาเยอะครับท่านประธาน มีปัญหาเนื่องจากว่ากฎหมายควรจะระบุให้ชัดเจน ไปเลยว่าควรจะเป็นประธานสภามหาวิทยาลัยได้เพียง ๑ แห่งเท่านั้น อย่าไปกางปีก ไปเป็นนายกสภานี่คนละ ๒-๓ แห่ง คนมีฝีมือ มีความรู้นี่เยอะ เพราะฉะนั้นต้องดูแลเรื่องนี้ เป็นอย่างดี ไม่ควรจะมีการซ้าซ้อนกัน ตรวจสอบคุณสมบัติให้ดีแล้วจะได้คนที่มีคุณภาพ ตั้งใจที่จะไปประชุมแล้วก็พิจารณาในการพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เมื่อสักครู่ ผมกราบเรียนไปแล้วว่าในเรื่องของหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ถ้าสมมุติว่าเราท้าเป็น หลักสูตรเฉพาะทางไม่ได้ก็ควรจะเป็นหลักสูตรที่ท้องถิ่นหรือที่ตลาดเขามีความนิยม ต้องการจริง ๆ ผมอยากเห็นมหาวิทยาลัยที่เกิดใหม่ได้มีการน้าเอาเทคโนโลยีหรือน้าเอาการขาดแคลนของ อาชีพต่าง ๆ มาวิเคราะห์แล้วก็น้ามาสร้างหลักสูตรในการที่จะส่งเสริมให้มีนักเรียนนักศึกษา เรื่องของการวิจัย หลักสูตรมหาวิทยาลัยแห่งนี้ฝากไว้เลย ฝากคณะกรรมาธิการไว้เลยว่า การส่งเสริมการวิจัยเป็นเรื่องส้าคัญของมหาวิทยาลัย คณะอาจารย์ที่มาดูแลควบคุม วิทยานิพนธ์ก็ดี หรือหาสาระของวิทยานิพนธ์ก็ดี ผมอยากจะฝากมหาวิทยาลัยใหม่นี้แหละ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่สักแต่ว่าท้า ท้า ท้าแล้วก็เอาขึ้นหิ้ง มีการส่งเสริมการวิจัย อาจจะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยไปเลยก็ได้ครับ ส่งเสริมการวิจัย รัฐบาลจัดทุ่มทุนเข้าไป ใครที่จะต้องการวิจัยไปเรียนที่นี่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ นี่ฝากประเด็นเอาไว้
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยังมองเห็นอีกว่าในเรื่องของมหาวิทยาลัยนี้ ฝากไปยังกรรมาธิการแล้วก็ไปยังรัฐบาล มีหลายจังหวัดที่เขาขอยกฐานะจากไม่มี มหาวิทยาลัยอยากให้เป็นมหาวิทยาลัย ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่นจังหวัดหนองคาย ของกระผมนี้เอง มีมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย เป็นวิทยาเขตมา ๑๐ กว่าปีแล้ว ผลิตนักศึกษาจบปริญญาตรี ปริญญาโทมากมาย แต่เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นวิทยาเขต เสนอพระราชบัญญัติผ่านสภาเข้ามาแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา บอกว่า เป็น พ.ร.บ. เกี่ยวด้วยการเงินก็ต้องส่งเข้า ครม. ฝากประธานไปยัง ครม. นิดหนึ่ง ถามหน่อยว่า มหาวิทยาลัยหนองคายที่เราเสนอขึ้นมานี้มีความจ้าเป็นอย่างยิ่งเพราะที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย เราได้รับพระราชทานนามที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้าจืด เป็นมหาวิทยาลัยสิรินธร แล้วเราต้องการที่จะเอามหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งอาเซียนเพื่อรองรับอาเซียน เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จุดต้าแหน่งท้าเลใช่เลยครับ เพราะจังหวัดหนองคาย เป็นประตูสู่อินโดจีน เรามีความมุ่งหวังที่อยากจะให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้รองรับนักศึกษา ในทั่วภูมิภาคอินโดจีน หลักสูตรก็เป็นหลักสูตรภูมิภาคอาเซียน เพราะฉะนั้นตรงนี้ อยากจะฝากท่านประธานว่านอกเหนือจากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์แล้ว จังหวัดอื่น ๆ ฝากรัฐบาลให้ความส้าคัญด้วยครับ พี่น้องชาวหนองคายคาดหวังอยากจะมีมหาวิทยาลัย ที่เป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง เราเป็นวิทยาเขตมานานแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องส้าคัญ จังหวัดอื่น ๆ จังหวัดเล็ก ๆ จังหวัดบึงกาฬก็ยังไม่มี ท่านพิจารณาไปเลยว่าควรจะมีอย่างน้อย ๑ มหาวิทยาลัย และไม่ควรที่จะมีมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ไปกางปีก ไปขยายสาขามากมาย ซึ่งท้าให้การศึกษาด้อยคุณภาพ ไม่รู้อาจารย์อยู่ที่ไหน ไม่เคยเห็นหน้าคณบดี ไม่เคยเห็นหน้า อธิการบดีเป็นใครยังไม่รู้เลยแล้วก็จบหลักสูตร เหล่านี้เป็นต้น ก็ฝากท่านประธานว่า ในเรื่องนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งส้าหรับมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ที่จะรวบรวมเอาทั้ง มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ หลอมรวมเข้าด้วยกันจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งขอสนับสนุนครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปนะครับเป็นท่านอาจารย์เจริญ คันธวงศ์ แล้วก็มาที่ท่านประเสริฐ บุญเรือง แล้วก็ อาจารย์ผุสดี ตามไท ท่านสงวน พงษ์มณี ๔ ท่าน เชิญครับอาจารย์เจริญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบบัญชีรายชื่อ ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เพราะว่าโดยหลักแล้วก็คือจะเอา ๒ สถาบันมารวมกันเป็นสถาบันเดียวกัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์แห่งหนึ่ง แล้วก็ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มารวมกันเป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ แล้วก็การท้างานอย่างนี้ผมคิดว่าเป็นการระดมทรัพยากรมาท้างานด้วยกัน และผลก็คือว่า จะมีสภามหาวิทยาลัยของตนเอง แล้วก็เป็นหน่วยงานของรัฐขึ้นกับคณะกรรมการ การอุดมศึกษาต่อไป แล้วก็หลายมหาวิทยาลัยได้มีปัญหาในอดีต บางแห่งได้ไปร้องเรียนต่อ คณะกรรมาธิการการศึกษา แต่ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ผมทราบว่ามาเมื่อประมาณ ๔-๕ เดือน มาแล้ว ก็เข้าใจว่ามีกลุ่มคณะอ้างว่าตัวเองเป็นนักศึกษาหรือเป็นคณะบุคคลมาร้องคัดค้าน ไม่เห็นด้วยที่จะให้รวม ๒ สถาบันนี้เป็นแห่งเดียวกัน อันนี้ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของทาง มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานของรัฐจะต้องพยายามท้าความเข้าใจกับผู้ที่ข้องใจว่า มีปัญหาอะไรแล้วหาทางช่วยกันแก้ไข เพราะการบริหารมหาวิทยาลัยนั้นถ้าหากว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง เป็นนักศึกษาแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจหลักปรัชญาของการบริหารแล้วก็จะท้าให้การบริหาร มหาวิทยาลัยล้าบาก จึงใคร่จะขอแนะน้าว่าคณะผู้บริหารหรือรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง จะต้องหาทางท้าความเข้าใจกับนักศึกษา แต่อย่างไรก็ตามผมขอท้าความเข้าใจว่าถ้ารวมกันแล้ว เราก็มีสภามหาวิทยาลัยของเราเองเป็นผู้ก้าหนดนโยบายการบริหารกว้าง ๆ แทนกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการไม่มีหน้าที่จะมาท้าอะไรทั้งสิ้น แล้วก็นอกจากนี้ในการบริหารงานนั้นในสภามหาวิทยาลัยก็มีตัวแทนของคณะต่าง ๆ ตัวแทนของรองอธิการบดี ตัวแทนของอาจารย์ ตัวแทนของหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาอยู่ใน สภามหาวิทยาลัยเพื่อจะดูแลผลประโยชน์และความขัดข้องหมองใจของคนต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าในระยะหลัง ๆ นี้มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่เปิดขึ้นมามาก เสียจนล้นความต้องการของผู้เรียน บางมหาวิทยาลัยมีคนโจษขานกันว่าลดระดับการศึกษา ตนเองลงไปให้ต่้ากว่าระดับมหาวิทยาลัยที่ควรจะเป็น เพราะว่าต้องการนักศึกษามาก จนในที่สุดมีค้ากล่าวว่าจ่ายครบจบแน่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท้าให้เสียชื่อต่อสถาบันอุดมศึกษา ของประเทศไทย แล้วก็บางแห่งที่ผมได้ยินข่าวมาว่าเรียนปริญญาโทกัน เรียนภาษาอังกฤษ นักศึกษาไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษ แต่ว่าก็เอาข่าวภาษาอังกฤษไปตัด แล้วก็ให้นักศึกษาไปติว ไปแปลกันเอาเอง แล้วก็สอบได้ให้เป็นมหาบัณฑิตไป อย่างนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าขายหน้า ผมก็อยากจะเตือนว่ามหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่จะเปิดนี้พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้กระท้าอย่างนั้น
อีกประการหนึ่งที่ได้ยินข่าวมาอยู่ตลอดเวลาว่าคณาจารย์บางมหาวิทยาลัย ได้พยายามที่จะเปิดโครงการต่าง ๆ มากมายหลายอย่าง แล้วเมื่อเปิดโครงการต่าง ๆ มากมายหลายอย่างแล้วก็เป็นที่ถูกใจของคนอยากจะเรียนก็เลยเพิ่มค่าเล่าเรียนขึ้นแพง แล้วอาจารย์ก็เอาค่าเล่าเรียนนั้นมาแบ่งกันระหว่างผู้บริหารและคณาจารย์ด้วยกัน มีสตางค์เยอะแยะ สังเกตได้ว่าบางทีเราบินไปบางจังหวัด จะเห็นว่ามีอาจารย์ต่าง ๆ นั้น บินไปสอนที่โน่นที่นี่กันเยอะแยะไปหมด ผมก็เลยสอบถามว่าการเปิดวิทยาเขตหรือ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มากมายอย่างนี้มีห้องสมุดรองรับไหม เขาบอกว่าเขาไม่ได้ใช้ ห้องสมุดหรอกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยนี้ ถ้าไม่ฝึกนักศึกษาค้นคว้าจากห้องสมุดแล้วก็ไม่ผิดอะไรกับเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ไม่มีคุณภาพหรอกครับ ฟังแต่อาจารย์เล่าแล้วก็จด แล้วก็ให้อาจารย์ออกข้อสอบมา ท่องได้ สอบได้เป็นปริญญาตรี ปริญญาโทนั้นเป็นการศึกษาที่ไร้คุณภาพ ฉะนั้นผมอยาก จะขอฝากว่าการบริหารมหาวิทยาลัยนั้นจะต้องฝึกให้นักศึกษาหัดค้นคว้า อย่างที่สมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากพรรคเพื่อไทยเมื่อกี้ได้อภิปรายไปแล้วว่าอยากจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยของเรานั้น มีการวิจัยมากขึ้น การศึกษาระดับมหาวิทยาลัยนั้นถ้ามาสอนอย่างเดียว ภาษาอังกฤษ เรียกว่าทีชชิง (Teaching) อย่างเดียว โน รีเสิร์ช (No research) ไม่มีรีเสิร์ชนั้น เป็นการศึกษาอุดมศึกษาที่ไร้คุณภาพที่สุดครับ ฉะนั้นผมอยากจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยใหม่แห่งนี้เอาข้อคิดจาก ส.ส. ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ไปบริหารเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แล้วก็การศึกษาของเรานั้นต่อไปเราจะมี กลุ่มอาเซียนเข้ามาอีกแล้วก็ถ้าหากว่าการศึกษาของเราด้อยคุณภาพและไม่มีการวิจัยนั้น การศึกษาของเรานั้นจะเหมือนกับวิ่งถอยหลังครับ ผมก็ขอฝากข้อสังเกตนี้ไว้ด้วยครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามในหลักการนั้นผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ
ท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ ในฐานะเป็นผู้ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... ในวันนี้นะครับ ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้มองเห็น ความส้าคัญด้านการศึกษา และได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ทั้งรัฐมนตรีด้วยนะครับ แต่ว่าก่อนอื่นต้องขอสร้างความเข้าใจ เรื่องของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เสียก่อนให้ท่านสมาชิกได้รับทราบว่าเป็นการควบรวม การจัดตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เป็นการควบรวมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์เข้ามาเป็นอันเดียวกันด้วยความยินดี แต่ว่ามีช่วงหนึ่ง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา มีความไม่สบายใจเกิดขึ้น เพราะว่ามีพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งที่ยังไม่เข้าใจซึ่งพวกผม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดกาฬสินธุ์ก็พยายามชี้แจงกับหน่วยงานราชการ พยายามชี้แจงว่าการควบรวมมหาวิทยาลัยตรงนี้จะเกิดผลดีแก่พี่น้องจังหวัดกาฬสินธุ์ของเรา ทั้งฝ่ายค้านคือท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ท่านก็เป็นผู้ผลักดันส่วนหนึ่ง เรื่องนี้ การจัดตั้งที่ผมได้เล่ามานี้ความเข้าใจอะไรต่าง ๆ เดี๋ยวนี้ทางจังหวัดกาฬสินธุ์และ มวลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่มาเสนอคัดค้าน เรื่องหนึ่งเป็นที่รับทราบกันแล้ว ขอเรียนท่านประธานว่าสถาบันราชภัฏที่เปิดรับนักศึกษา ระดับอนุปริญญาได้จัดตั้งเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๗ ได้รับการยกฐานะ เป็นมหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบันนี้ มีเนื้อที่อยู่ทั้งหมด ๒,๐๐๐ กว่าไร่ มีอาคารสถานที่ มีบุคลากรที่มีความเพียบพร้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่อยู่ทั้งหมดประมาณ ๕๕๐ ไร่ มีบุคลากรที่มีความเพียบพร้อมด้านการเกษตรกรรม ซึ่งแต่ก่อนถือว่าเป็นวิทยาลัยเกษตรกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ มีการผลิตบุคลากรออกสู่สังคม ในชนบทอย่างมากมาย การควบรวมตรงนี้จะเกิดประโยชน์โดยเอา ๒ สถาบันมารวมกัน จัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เกิดขึ้น เชื่อมั่นในสิ่งที่ทางรัฐบาลได้มองเห็นความส้าคัญ อยากจะเรียนท่านประธานว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่าน ๆ มานั้น สถาบันเทคโนโลยี ราชมงคลนั้นก็ถือว่าเป็นวิทยาเขตวิทยาเขตหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา แต่ทีนี้ เมื่อควบรวมกันแล้วก็ถือว่าเป็นเอกเทศ เป็นเอกเทศในการที่จะด้าเนินการผลิตบุคลากร ทางการศึกษาออกมาเพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง การเน้นย้าอะไรต่าง ๆ ในสิ่งที่ด้าเนินการ ด้านการศึกษาตรงนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสามารถที่จะ ด้าเนินการด้วยความเพียบพร้อม อยากจะมองเห็นความส้าคัญเรื่องเมื่อจะตั้ง เป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์แล้วอยากจะเห็นสาขาวิชาที่จะเปิดการเรียนการสอนเข้าไปสู่ ชุมชน ซึ่งหัวใจหลักถือว่าปัจจุบันเป็นการผลิตบุคลากรออกมาสู่ชุมชนอย่างแท้จริง และอยากเห็นอยากให้เป็นสากลมากขึ้น อย่างเช่นคณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ อย่างนี้เมื่อเราควบรวมกันแล้ว มีงบประมาณที่เพียบพร้อมแล้ว ผมเชื่อมั่นว่าทางบุคลากร ของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จะท้าแล้วประสบผลส้าเร็จ ท่านประธานที่เคารพครับ ความหวังลึก ๆ ของผู้แทนราษฎรในจังหวัดกาฬสินธุ์ทุกท่านเมื่อร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ผ่านจนถึงประกาศใช้แล้วพวกเราก็อยากเห็นความก้าวหน้า ของมหาวิทยาลัย อยากเห็นมหาวิทยาลัยที่มีบุตรหลานอยากเข้าไปเรียน อยากเห็นภาควิชา คณะที่ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ซึ่งอยากเห็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์หลอมรวมหลักปรัชญาที่ว่าคุณธรรมน้าการศึกษา และสร้างคนสู่งาน เชี่ยวชาญเทคโนโลยี ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ....
อาจารย์ผุสดีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ อภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... สัก ๒-๓ ประเด็น
ในประเด็นแรก ดิฉันสนับสนุนต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยเพราะเหตุที่ เชื่อว่าการศึกษานั้นเป็นกุญแจส้าคัญที่จะท้าให้ตัวตนแต่ละคนนั้นได้เดินไปข้างหน้า แล้วก็ในส่วนของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นโดยเฉพาะดิฉันก็เห็นด้วยเพื่อที่จะให้ ประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเต็มที่ แล้วดิฉันก็เชื่อมั่นว่า ในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ควรจะต้องคิดเรื่องนี้เป็นใหญ่
ในประเด็นถัดมาดิฉันคิดว่าอยากจะให้มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์นี้ได้เป็นตัวอย่าง มหาวิทยาลัย คือท่านเขียนไว้ในบางมาตราที่พูดถึงเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชน ก็อยากจะให้ มหาวิทยาลัยนั้นได้ด้าเนินการอย่างนี้จริง ๆ คือให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมคิด ร่วมท้า แล้วก็ร่วมประเมินด้วย แล้วก็เรื่องของการควบคุมคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องการประเมินผล ดิฉันพลิกดูเห็นมีเรื่องการที่ให้สภานั้นประเมินอธิการบดี แต่ว่าหัวใจของคุณภาพในเรื่อง การเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัยนั้นก็คือเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน เพราะฉะนั้น มีความจ้าเป็นอย่างยิ่งเลยที่จะต้องมีการประเมินที่มีประสิทธิภาพต่อเรื่องของกระบวน การเรียนการสอนและคุณภาพของครูบาอาจารย์ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น ซึ่งอยากจะให้ท้า อย่างสม่้าเสมอตลอด
แล้วก็ในอีกประเด็นหนึ่งเป็นเรื่องของการจัดตั้งวิทยาเขต ดิฉันคิดว่าอย่างนี้ ท่านประธานคะ ในสมัยเดิมนั้นการจัดตั้งวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียง แล้วก็มีความพร้อมนั้นเป็นความจ้าเป็น เพราะที่ต่างจังหวัดในหลาย ๆ จังหวัดเลย มันไม่มีสถานศึกษาในระดับนี้ที่ประชาชนในพื้นที่จะเข้าถึง จึงจ้าเป็นที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยดั้งเดิมต้องขยายแล้วก็มีวิทยาเขตเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้เข้าถึง แต่มาบัดนี้ดิฉันคิดว่าสถาบันการศึกษานั้นมีอยู่เกือบจะทุกหนทุกแห่งที่ประชาชน จะสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก จึงอยากจะให้มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์นั้นได้ช่วยคิดด้วย ไม่ใช่ว่าจะลุกขึ้นไปตั้งวิทยาเขตมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ที่จังหวัดสงขลาอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าจริง ๆ ถ้าหากมีการประเมินกันอย่างจริง ๆ แล้วเราก็ควรที่จะต้องเน้นในเรื่อง การจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพที่วิทยาเขตหลัก ทีนี้อยากจะขออนุญาตท่านประธาน ไปในรายละเอียดของมาตรา ขออนุญาตแบ่งปันความกังวลที่จะเกิดขึ้นในเรื่องของ การบริหารจัดการหรือการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
ในข้อแรกเลย มาตรา ๗ พูดถึงเรื่องภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัยซึ่งบอกว่า ข้อแรกสุดเลยซึ่งน่าจะถือว่าเป็นเป้าประสงค์ที่ส้าคัญที่สุด ก็คือ การผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ ความสามารถทางวิชาการและทักษะในวิชาชีพ รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความใฝ่เรียนรู้ ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อว่าเราสนใจเรื่องของกระบวนการเรียนการสอน ในประเทศไทยก็จะพบว่าตรงนี้ละค่ะที่ยากที่สุด วันนี้ตัวชี้บ่งทั้งในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ตกต่้าลง ความใฝ่เรียนรู้ก็ไม่มี ไม่ได้อยากจะรู้อะไรทั้งนั้นนอกจากเรื่องของตัวเอง เรื่องของความรู้ความสามารถในด้านวิชาการก็เช่นกัน ดิฉันก็ก้าลังเป็นห่วงว่าท่านจะสามารถ เสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ที่จะต้องเป็นต้นแบบและสามารถที่จะด้าเนินการหล่อหลอมให้ บัณฑิตนั้นได้มีคุณลักษณะอย่างนี้มากน้อยเพียงใด เพราะอันนี้คือหัวใจของการสร้างคนจริง ๆ นั่นก็คือในมาตรา ๗
ในมาตราถัดไป มาตรา ๘ ที่ต้องชื่นชม ดิฉันคิดว่าตรงนี้จะเป็นการช่วยให้ คนที่ด้อยโอกาส ท่านเขียนไว้ว่า มหาวิทยาลัยจะยุติหรือชะลอการศึกษาในระดับไม่สูงกว่า ปริญญาตรีของนักศึกษาผู้ใดด้วยเหตุเพียงว่าผู้นั้นขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริง เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษาต่าง ๆ แก่มหาวิทยาลัยมิได้ อันนี้ก็ดี แต่ดิฉันคิดว่าในระดับที่สูงกว่า ปริญญาตรีล่ะคะ มันน่าจะเป็นเหมือนกัน ไม่ควรจะเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าเขาจะเรียนอยู่ตรงไหนก็ตาม ถ้าเขาตั้งใจใฝ่เรียนรู้ เพียงแต่ในบางช่วงบางโอกาสนั้นเรื่องการเงิน เรื่องทุนทรัพย์อาจจะหยุดสะดุดลงได้ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยควรอย่างยิ่งที่จะต้องหาทางเลือกอื่น ๆ ดิฉันคิดว่าน่าจะต้องใช้ ทางเลือกให้นักเรียนหรือนักศึกษานั้นมาช่วยงานอาจารย์ก็ได้ ท้างานวิจัยเป็นลูกมือก็ได้ ตั้งหลายเรื่องนะคะ แม้จะท้างานในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยก็ยังดี ดิฉันคิดว่าตรงนี้ส้าคัญ ดิฉันไม่อยากจะให้เลือกปฏิบัติเฉพาะที่ระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรี เป็นไปได้ไหมคะ อย่าเลือกปฏิบัติเลยค่ะ ระดับไหนก็แล้วแต่อย่าไปยุติด้วยเหตุเพียงขาดแคลนทุนทรัพย์นะคะ
ในมาตราถัดไปคือมาตรา ๑๖ อันนี้อาจจะขออนุญาตเป็นค้าถามนะคะ มาตรา ๑๖ พูดถึงการมีสภามหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบด้วย (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) มาถึง (๖) ก็ขออนุญาตเรียนถามเพื่อเป็นความรู้เพิ่มเติมนะคะ ท่านพูดถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิจ้านวน ๑๕ คน แล้วก็บอกว่าแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย แล้วก็มี แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านโน้นด้านนี้อะไร แต่สุดท้ายที่ท่านเขียนไว้บอกว่าโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จ้านวนไม่น้อยกว่า ๔ คนต้องมีภูมิล้าเนาหรือมีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ท้าไมท่าน ถึงไปจ้าเพาะเจาะจง ดิฉันเชื่อมั่นว่าถ้าคนที่จังหวัดกาฬสินธุ์มีคุณวุฒิ มีความสามารถ มีประสบการณ์ ท่านก็จะได้รับเลือกโดยปริยายอยู่แล้ว ท่านกลัวอะไรคะ ท้าไมถึงจะต้องไป จ้าเพาะเจาะจงว่าอย่างนี้จ้าเป็นจะต้องมาจากตรงนี้ท้าไมล่ะคะ ที่จริงแล้วน่าจะเปิดกว้าง เพื่อที่จะให้เป็นประโยชน์กับมหาวิทยาลัยมากที่สุดด้วยซ้าไป เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานฝากข้อกังวลแล้วก็ข้อสังเกตกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็ขอให้น้าไปประกอบการพิจารณาเมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ท้างานนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสงวนครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาโครงการเสริมสร้างและเผยแพร่ ความรู้ความเข้าใจทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยจากจังหวัดชัยภูมิ โดยท่าน ส.ส. พรเพ็ญนะครับ เชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดล้าพูน ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าโดยปกติกฎหมายมหาวิทยาลัยผมจะไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นเท่าไร เพราะถือว่า มันเป็นเรื่องที่ด้าเนินไปโดยกฎโดยเกณฑ์ที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว แต่มาวันนี้จ้าเป็น ต้องแสดงความคิดเห็น ใช้เวลาสั้น ๆ คือผมเห็นว่าการออกกฎหมายประเภทนี้เราจะออกกัน เหมือนกับลอกแบบกันออกมาเหมือนหลาย ๆ ฉบับ ซึ่งผมจะเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีและทางคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเป็นผู้ช่วยร่าง ท่านไปดูหมวดลงโทษ หมวดลงโทษจะลงโทษเฉพาะคนที่แอบอ้างตรามหาวิทยาลัยกับการปลอมแปลงเอกสาร ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ไม่ได้ลงโทษคนที่ท้าผิดที่ท้าให้มหาวิทยาลัยเสียหาย โดยเฉพาะ สภามหาวิทยาลัย ท่านดูนะมีอ้านาจหน้าที่ ๑๗ วงเล็บ โดยเฉพาะ (๓) นี้ก้ากับดูแลแม้กระทั่ง คุณภาพของการศึกษา หากองค์ประกอบตามมาตรา ๑๖ และจะมาท้าตามมาตรา ๑๗ ได้อย่างไร เพราะว่าวันนี้ท่านต้องยอมรับว่าหลายคนที่เป็นประธานสภามหาวิทยาลัย ก้ากับหลายมหาวิทยาลัยเหลือเกินครับ และส่วนใหญ่มาจากสถาบันหลักที่ไปดูแลเรื่องนี้ ไม่ทราบว่าวัตถุประสงค์จริง ๆ ของการท้าในมหาวิทยาลัยของจังหวัดมันจะคงเอกลักษณ์ ของมหาวิทยาลัยไว้อย่างไร ผมยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อก่อนใครจบมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต้องเชี่ยวชาญเรื่องเกษตร แต่วันนี้ไม่ใช่เลยครับ หลากหลายเต็มไปหมด ผมพูดเรื่องนี้ เพียงประเด็นเดียวว่าตรงนี้มันเป็นองค์ประกอบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยราชภัฏ ผมเห็นด้วยกับการคงเอกลักษณ์เหมือนท่านที่อภิปรายไปก่อนว่า คุณจะเป็นเรื่องยางพาราไหม จะเป็นเรื่องอะไรไหม อย่างนี้เป็นต้น ผมชี้ให้ท่านเห็นอย่างนี้ ท่านครับ ท่านดูคุณภาพการศึกษานะท่าน วันนี้ผมตลก ผมพูดว่าผมตลก ผมเคยสอบเรื่องนี้ ตอนที่เป็น ส.ส. ใหม่ ๆ แต่วันนี้มหาวิทยาลัยนี้ก็ยังท้าเหมือนเดิม ๑ ปีจบปริญญาตรีครับ เทียบโอนทุกอาชีพ ๑ ปีจบปริญญาตรี รวมแล้ว ๓ ปีจบปริญญาโท แต่ก็มาเรียนปริญญาเอก ในมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ได้เต็มไปหมดแล้วก็จบไป มหาวิทยาลัยนี้อยู่ภาคเหนือ ท่านครับ ถ้าเป็นอย่างนี้จ่ายครบเรียนจบทันทีนี่ไม่ใช่ปัญหาหลักแล้ว แต่มันมีปัญหาหลักว่า วันนี้คุณอาศัยสถาบันการศึกษาของรัฐไปท้ามาหากินกันอย่างนั้นได้หรือ ผมฝากว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีต้องตรวจสอบ เทียบโอนมันต้องมีหลักการเทียบโอน หน่วยกิต ไม่ใช่ว่าคุณเป็นอันนี้แล้วได้เท่านี้หน่วยกิต แล้วเรียนจบใน ๑ ปีปริญญาตรี ผมคิดว่าการสั่งปิดมหาวิทยาลัยแล้วรับผิดชอบนักศึกษามันจ้าเป็นที่จะต้องท้า แล้วผมคิดว่า หมวดลงโทษมันต้องท้าเพราะอะไร สิ่งที่ผมจะพูดเป็นเรื่องสุดท้ายคืออะไรครับ ทุกอย่าง ด้วยมาตรานี้ จะบอกว่าให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ในบทเฉพาะกาลต้องเขียนว่า การเขียนข้อบังคับมหาวิทยาลัยเรื่องใด ๆ อย่างน้อยต้องมี ลักษณะ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ และเมื่อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เป็นสิ่งที่คณะบุคคลท้าความเสียหายให้กับ มหาวิทยาลัยต้องมีบทลงโทษด้วย ไม่ใช่ให้ไปฟ้องตามกฎหมายอื่น ไม่อย่างนั้นเราจะก้ากับ ดูแลคุณภาพของมหาวิทยาลัยไม่ได้ ที่ผมต้องการพูด ผมต้องการเรื่องนี้ เพราะว่ากฎหมาย ฉบับนี้มันเป็นไปหมดเลย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีลักษณะพิเศษอยู่มาตราหนึ่ง หมวดหนึ่ง หมวดว่าด้วยวินัยการเงิน การคลัง เขาเขียนไว้นะครับว่า จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อตามกฎหมายวินัย การเงิน การคลัง ของหมวดนี้ ก็แสดงว่าถ้าไม่ออกแล้วใช้ไม่ได้ เขาเขียนลักษณะอย่างนี้ เหมือนกันครับ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่จะก้ากับทุกมาตราต้องมีลักษณะที่บอกให้ กรรมาธิการจะต้องดูว่ามันควรจะเป็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นออกนี่เสร็จ เหมือนกับ จ่ายเช็คเปล่าทิ้งไปเลย ผมไม่อยากจะให้ท่านปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่อง การตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ และการให้มหาวิทยาลัยออกจากระบบ ท่านประธานครับ วันนี้หมอในโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขมีเงินเดือนต่างจากหมอของ มหาวิทยาลัยเท่าหนึ่ง เท่ากว่าด้วยซ้าไป เพราะการออกจากระบบของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกนอกระบบปุ๊บ โรงเรียนเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชนหายฮวบเลย เพราะค้าว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่มันมีคุณค่าทางปริญญาบัตรมากกว่าในความรู้สึกของ ประชาชนบางกลุ่ม มหาวิทยาลัยบางมหาวิทยาลัยมี ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ คน วันนี้เหลือ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คนวิ่งเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่หมดเลย ถามว่าถ้าเราพูดว่าคุณภาพของ การศึกษามันจะเป็นอย่างไร ค้าตอบมันไม่มี ผมฝากท่านแค่นี้เองครับ ขอบคุณครับ
ดอกเตอร์ศุภชัย ท่านชวนก่อนไหมครับ เชิญท่านชวนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพื่อสนับสนุนความคิดในเรื่องขยายโอกาสให้คนของเรา ไม่ว่าภาคไหนก็ตาม ได้มีการศึกษามากขึ้น เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าการพัฒนาประเทศที่มีความจ้าเป็นต่อเนื่อง ทั้งปัจจุบันและอนาคตก็คือการพัฒนาคุณภาพคน ทรัพยากรมนุษย์ถือว่าเป็นเรื่องที่ส้าคัญที่สุด เพราะฉะนั้นนโยบายเรื่องการศึกษานั้น ในอดีตเราต้องยอมรับว่าโอกาสของเยาวชนไทยมีน้อย เพราะข้อจ้ากัดงบประมาณ ข้อจ้ากัดสถาบันการศึกษาไม่กระจาย แต่ว่าปัจจุบันนี้ต้องถือว่า โอกาสนั้นได้เกิดขึ้นเกือบจะพูดได้ว่าทั่วถึงแล้ว วันนี้ไม่ใช่ยุคที่ผมเป็นนักศึกษาแล้ว ในสมัยนั้นเป็นยุคที่เราต้องดิ้นรนเพื่อหาที่เรียน แต่ว่ายุคปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยดิ้นรน เพื่อหาคนไปเรียน เพราะว่าเราได้กระจายให้เขาได้มากขึ้น ผมกราบเรียนท่านประธาน ในเรื่องนี้เพราะว่าสนับสนุนแนวคิดในเรื่องเหล่านี้มาตลอด และในฐานะที่เคยเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมา แล้วก็เคยสนับสนุนให้ขยายมหาวิทยาลัย ไปในภูมิภาค ๑๑ จังหวัด พร้อมด้วยจังหวัดที่ท่านสมาชิกของเราได้พูดถึงคือ ที่จังหวัดหนองคาย คือเมื่อปี ๒๕๓๘ นั้นเราเคยมีความคิดตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ให้ทั่ว คือเป็นไม่ได้ทุกจังหวัด แต่ให้กระจายไปในแต่ละภูมิภาคให้ทั่วถึงมากที่สุดที่เราสามารถจะท้าได้ เรามีวิทยาลัยครู ซึ่งแต่เดิมก็สอนได้เฉพาะวิชาครู แต่ว่าเราได้แก้ไขกฎหมายเมื่อปี ๒๕๒๘ กระผมเอง เป็นคนเสนอว่าให้วิทยาลัยครูสอนวิชาอื่นได้ นับแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้มีโอกาสให้เด็กของเรา ได้เข้าสู่สถาบันการศึกษาที่เปรียบเสมือนวิทยาลัยชุมชนคือวิทยาลัยครูในสมัยนั้นก็คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏในปัจจุบันนี้ซึ่งได้พัฒนามาโดยล้าดับ เมื่อปี ๒๕๓๘ เราก็คิดว่า เราจะวางพื้นฐานการศึกษาในแต่ละภูมิภาคให้มีความพร้อมมากที่สุด เป็นโอกาสอันดี แล้วก็เชิญบุคคลทุกฝ่ายรวมทั้งทบวงมหาวิทยาลัยมาคุย แล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีความพร้อม ในที่สุดเรามีมติ ผมกราบเรียนท่านประธานไว้ด้วยครับ เพราะว่าเราจะได้ช่วย สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ต่อไป แล้วเราจะได้ให้ข้อสังเกตบางเรื่องซึ่งรัฐมนตรีนั่งฟังอยู่แล้ว แล้วก็มีบางประเด็นที่ผมคิดว่าไม่สายเกินไปเรายังแก้ไขทัน ประเด็นที่ผมกราบเรียน เมื่อปี ๒๕๓๘ นั้น เพราะว่าเราคิดขณะนั้นว่าภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ยังมีพื้นที่จังหวัดใหญ่ ๆ ที่เยาวชนของเรามีความประสงค์อยากที่จะเรียนต่อ แต่ว่าข้อจ้ากัดที่ว่าสถาบันการศึกษามีไม่เพียงพอข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ฐานะของครอบครัว ไม่ค่อยพร้อม ในปีนั้นจึงได้หารือกันแล้วก็มีมติ ครม. ให้ขยายมหาวิทยาลัยไป ๑๑ จังหวัด จังหวัดหนองคายให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นรับผิดชอบอย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย จังหวัดสกลนครให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รับผิดชอบ จังหวัดแพร่ให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ รับผิดชอบ จังหวัดพะเยาให้มหาวิทยาลัยนเรศวรรับผิดชอบ นี่ตัวอย่างนะครับ จังหวัดตรัง จังหวัดสุราษฎร์ธานีให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์รับผิดชอบ จังหวัดกาญจนบุรี ให้มหาวิทยาลัยมหิดลรับผิดชอบ แล้วก็มีอีกครับกระผมไม่รบกวนเวลา ทั้งหมด ๑๑ จังหวัด ความจริงแล้วทุกจังหวัดอยากจะได้มหาวิทยาลัย แต่เนื่องจากเรากระจายการปกครอง ในลักษณะที่เป็นจังหวัด เดี๋ยวนี้ก็มี ๗๗ จังหวัด เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่จะมีมหาวิทยาลัย ทุกจังหวัด คือฐานะของประเทศไม่ร่้ารวยถึงขนาดนั้น แม้กระทั่งประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาก็ไม่สามารถท้าได้อย่างนั้น แต่ก็นับว่าเรากระจายได้ดีพอสมควร ท่านประธานครับ แต่ว่าแม้จะมีสถาบันการศึกษาแล้วก็ตามโอกาสของเยาวชนเราก็ยังมีข้อจ้ากัดเรื่อง ฐานะครอบครัว ท่านประธานนึกออกนะครับว่าในที่สุดเราจึงได้คิดมีกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาขึ้นนะครับ แล้วในปี ๒๕๓๘ นั้นเองพร้อมกับที่ขยายมหาวิทยาลัยไปอีก ๑๑ จังหวัด โดยเป็นวิทยาเขต เพราะการลงทุนวิทยาเขตนั้นไม่มากเกินไปอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดที่ จังหวัดหนองคายว่าอยากจะยกฐานะขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัย มีแห่งเดียวที่ยกขึ้นมาได้วันนี้ คือที่จังหวัดพะเยาเป็นมหาวิทยาลัยที่พัฒนาตัวเองได้เร็วและประสบความส้าเร็จมาก แต่ว่าด้วยปัญหาเรื่องฐานะของครอบครัวเยาวชนที่จะเรียน ความคิดจึงได้เกิดตั้งกองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาขึ้น แล้วในที่สุดมติ ครม. ปีนั้นนอกจากตั้งมหาวิทยาลัย ๑๑ จังหวัด แล้วก็ตั้งกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาขึ้นครับ อันนี้ก็อยากจะเล่าให้พวกเราฟังว่าเหตุที่มา ในวันนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... ผมเป็นคนหนึ่งที่ยินดีสนับสนุน เพราะผมก็อยากให้พี่น้องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษามากขึ้น พี่น้องจังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นพื้นที่จังหวัด ที่ใฝ่เรียนรู้จังหวัดหนึ่งและจังหวัดใกล้เคียงก็มีโอกาสมากขึ้น อันนี้พวกเราทั้งหลายมีความเต็มใจ แต่ว่าอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยนี้คือมาตรา ๖ วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันทางวิชาการที่ให้ความรู้และความช้านาญ ในการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษาและ ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี ให้บริการทางวิชาการ แก่ท้องถิ่นและสังคม อันนี้เป็นหัวใจของการศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นปัจจัยหนึ่ง ในการพัฒนาประเทศ แล้วอย่างที่เราพูดว่าเราลอกอะไรเขามามาก เราคิดเองมีน้อยเกินไป ฉะนั้นงานวิจัยจึงเป็นหัวใจที่ท้าให้เกิดมติคณะรัฐมนตรีเมื่อสมัยท่านอภิสิทธิ์เป็น นายกรัฐมนตรีว่าให้มีมหาวิทยาลัยวิจัย ๙ แห่ง ใช่ไหมครับท่านรัฐมนตรีครับ เป็นมหาวิทยาลัยวิจัย ๙ แห่ง แล้วก็ตั้งงบประมาณวิจัยให้โดยเฉพาะปีละไม่ต่้ากว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท ความจริงเงินวิจัยนั้นอยู่ในองค์กรอื่นอยู่แล้วมีอยู่แล้ว แต่ว่าส่วนนี้ เป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ สิ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เมื่อมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จะมีวัตถุประสงค์อีกแห่งหนึ่งที่ท้างานวิจัย กระผมขอสนับสนุน เต็มที่ครับ ปัญหาจึงอยู่แต่เพียงว่าเราท้าได้อย่างที่พูดหรือ มหาวิทยาลัยยังไม่เกิด ผมก็ยังไม่สามารถที่จะไปกล่าวว่าท้าได้หรือท้าไม่ได้ แต่ว่าถ้าวัดจากแนวทางของรัฐบาลนี้ ในขณะนี้ผมเป็นห่วงว่าวัตถุประสงค์นี้มันจะท้าไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะเราได้ปฏิบัติ สวนทางกับที่เราพูดถึง มหาวิทยาลัยวิจัย ๙ แห่งนั้นเราได้ตั้งงบประมาณไว้ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็น ชุดปัจจุบันนี้ไปตัดเขาครับ จาก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ตัดเหลือ ๘๐๐ ล้านบาทและปีนี้ครับ ตัดเหลือ ๔๐๐ ล้านบาท เมื่อเช้านี้เองครับผมพบท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ท่านก็บอกว่าปีนี้ตัดเหลือแค่ไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาทครับ ของท่านได้รับ ๔๐ กว่าล้านบาท ที่กราบเรียนท่านประธานก็คือหวังว่าวัตถุประสงค์มหาวิทยาลัยนี่จะท้าได้จริง แต่ว่าจะท้าได้จริงก็ต่อเมื่อสิ่งที่เป็นมหาวิทยาลัยวิจัย ๙ แห่งนั้นต้องได้งบประมาณ เพื่อการวิจัยจริง ของเก่าต้องท้าได้จริงครับ มหาวิทยาลัยเรามีทั่วประเทศไม่ใช่ ๙ แห่ง แต่ให้ ๙ แห่งนี้เป็นสถาบันที่ท้างานวิจัย ผมจึงกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ นะครับว่า ผมพร้อมสนับสนุนถึงแม้ไม่มั่นใจแต่สนับสนุนให้ตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้นมาครับ แต่ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีช่วยรับปากผมครับ งบวิจัยของมหาวิทยาลัย ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมทราบดีครับว่ารัฐบาลมีปัญหาเรื่องงบประมาณก็ต้องตัดโน่นตัดนี่ตัดเล็กตัดน้อย แต่ท่านไม่ควรที่จะเสียเป็นหลายหมื่นล้านบาท รถยนต์คันแรก พักหนี้ หนี้ดี หนี้เสียไม่ว่ากัน หนี้ดีไม่มีปัญหาก็ไปพักให้เขาก็เสียไปเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท รถยนต์คันแรกซึ่งสร้างปัญหาต่อไป ก็เสียไปหลายหมื่นล้านบาท แต่งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้องไปตัดเขา ทั้งที่นี่คือหัวใจของการพัฒนาประเทศแท้ ๆ เลยครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเลยว่า ถ้าเราท้าสิ่งนี้ได้ประเทศเราพลิกฟื้นจากประเทศที่เราลอกเทคโนโลยีของคนอื่น มาเป็นของเราเองเพราะหัวใจของคนที่มีความคิด มีสมองนั้นส่วนใหญ่อยู่ในมหาวิทยาลัยครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเราพูดสิ่งนี้เราต้องปฏิบัติ เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธาน ที่ต้องกราบเรียนเพราะว่าเห็นว่าท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ที่นี่แล้ว ท่านก็เชื่อ ผมเชื่อ ท่านให้ความส้าคัญเรื่องนี้ ท่านกรุณากลับไปทบทวนได้ไหม วันนี้ที่ตัดจาก ๒,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๘๐๐ ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว แล้วบัดนี้ตัดเหลือ ๔๐๐ ล้านบาท และในที่สุด มหาวิทยาลัยท้างานวิจัยไม่ได้ แต่ละมหาวิทยาลัยก็ต้องดิ้นรนเพื่อหางบประมาณอื่น หัวใจของการพัฒนาการศึกษาจึงไม่เกิดขึ้นครับ เพราะขณะนี้ที่ผมกราบเรียนไว้ตอนต้นว่า โอกาสของคนไทยนั้นดีมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน เพราะบัดนี้มหาวิทยาลัยแย่งเด็กกันแล้ว ไม่ใช่เด็กแย่งเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่ว่าคุณภาพ ความรู้ที่ได้มาอย่างจริง ท้าได้จริง คิดได้ ท้าได้ ท้าได้จริง มีประสิทธิภาพจริงชนิดว่าผู้ที่รับคนเข้าท้างานพร้อมที่จะรับคนเหล่านี้ ไม่ใช่จ่ายครบจบแน่ อันนี้คือปัญหาที่กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้จึงเป็นเรื่องที่เรา ต้องย้าเรื่องคุณภาพ งานวิจัยคืองานคุณภาพแท้ ๆ เลย เพราะฉะนั้นผมยินดีที่จะลงมติ พวกเราลงมติให้สนับสนุน แต่ขอท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณา ประเดี๋ยวช่วยกรุณาตอบผมด้วย เรื่องนี้นะครับ ท่านจะไปทบทวนให้ได้ไหม งบประมาณที่เราตัดของมหาวิทยาลัยไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้เหลือ ๔๐๐ ล้านบาท ๔๐๐ ล้านบาท ท่านตัดไป ๑,๖๐๐ ล้านบาท ๑,๖๐๐ ล้านบาทเทียบกับเงินอีกหลายหมื่นล้านบาทที่ท่านเสียไปโดยได้ประโยชน์น้อยมาก เราต้องคิดทบทวนเรื่องนี้ว่าเราควรจะเสียอะไรมากกว่านะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ผมเข้าใจครับ ผมรู้ว่ารัฐบาลต้องตัดโน่นตัดนี่ตัดเล็กตัดน้อยเพื่อเก็บงบประมาณไว้ใช้ ในนโยบายประชานิยมที่ได้ท้าลงไป ซึ่งความจริงแล้วถ้าเทียบแล้วผมกราบเรียนท่านเลยครับ ว่าไม่ควรที่จะไปแลกเพราะสิ่งที่เสียไปนั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่ได้มา ฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งเหมือนอย่างที่ท่านไปตัดงบประมาณเรื่องค่ายา ของข้าราชการที่เขารับราชการมาตลอดชีวิต ท่านรัฐมนตรีก็เป็นข้าราชการ ท่านก็รู้ว่า เขาคิดอย่างไร ว่าเขารู้สึกอย่างไร แต่ว่าผมก็ทราบดีว่ารัฐบาลก็จ้าเป็นต้องไปตัด เพราะเงินเสียไปกับเรื่องอื่นมาก แต่สิ่งที่เสียไปนั้นมันจ้าเป็นน้อยกว่ามากครับท่าน เพราะฉะนั้นในวันนี้เมื่อเราพูดถึงการศึกษาและพูดถึงมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นก่อนลงมติ กราบเรียนท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณาว่ารับปากสักนิดว่าจะกลับไปทบทวน ช้าไปแล้วครับ แต่ไม่สายเกินไปครับท่าน ยังไม่สายเกินไปที่จะทบทวนงบประมาณวิจัย ของมหาวิทยาลัยที่เราได้ตกลงเขาไว้ว่าปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท นิดเดียวเมื่อเทียบกับเงินที่เรา ไปใช้เพื่อการอื่นนิดเดียวครับ เพราะฉะนั้นกรุณาได้ให้ค้ามั่นใจ ผมเชื่ออาจารย์มหาวิทยาลัย ทุกแห่ง ในฐานะที่ผมก็เป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในวงการศึกษาและสนใจเรื่องนี้ เชื่อเรื่องการพัฒนาคน เชื่อว่าคนพัฒนาได้ เชื่ออย่างที่พวกเราทั้งหลายที่มีความเชื่อว่าคนนั้นพัฒนาได้ด้วยการศึกษา ไม่ว่าการศึกษาในระบบหรือนอกระบบ ขออย่างเดียวว่าเราท้าอย่างที่เราแถลง หรืออย่างที่เราพูด ท่านรัฐมนตรีกรุณาให้ความมั่นใจนะครับ ผมคิดว่าเมื่อเทียบงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กับเงิน ๑,๖๐๐ ล้านบาท ที่จะจ่ายคืนมาให้กับมหาวิทยาลัย วิจัยทั้งหมดนั้นเราเทียบกันไม่ได้เลยในแง่ของจ้านวน แต่ว่าคิดถึงผลประโยชน์ต่ออนาคต ของประเทศแล้วมันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มค่านะครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านขจิตร ชัยนิคม
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ในวาระที่จะรับหลักการการจัดตั้ง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่ใช่เห็นด้วย เฉพาะขณะนี้ ผมมีความเห็นว่าเมืองไทยควรจะมีมหาวิทยาลัยอย่างน้อยทุกจังหวัด จังหวัดละ ๑ แห่ง เมื่อ ๑๖ ปีที่แล้วแล้วผมก็เสนอพรรคการเมืองที่ผมสังกัด ท่านประธานครับ หลายสิ่งที่สมาชิกพูดแล้วผมจะไม่พูดนะครับ ผมจะพูดประเด็นเดียว ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือฝากนักการศึกษา หรือฝากมหาวิทยาลัย ของไทย ทั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ที่จะตั้งใหม่ หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือสถานศึกษา ทั่วประเทศไทย เวลาดูหลักการหรือทั่วไปในมาตรา ๖ หรือมาตรา ๗ อ่านทุกข้อ ทุกตัวอักษรแล้ว เราจะไม่เห็นมหาวิทยาลัยใดเวลาตั้งขึ้นเจาะจงเขียนว่าจะจัดการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบตัวเอง รู้จักตัวเองว่าเขาเก่งด้านใด ถนัดด้านใด แล้วพัฒนาศักยภาพนั้น ให้ดีให้เด่นไปสู่สากล ให้ประสบความส้าเร็จในด้านที่ตัวเองถนัด ผมหาไม่เจอครับ แล้วผมก็ไม่เห็นมหาวิทยาลัยใดจัดห้องเรียนพัฒนาอัจฉริยะของคนไปสู่สากลให้เป็นผู้น้า ในแต่ละด้านที่เขามีความถนัดได้ ผมเป็นครูมา ๒๐ ปี ก่อนจะมาเป็นนักการเมือง ๒๖ ปี รวมเป็น ๔๖ ปี ตลอดระยะเวลานี้ผมดูแล สนใจเรื่องการศึกษาแล้วก็เรื่องอื่น ๆ แต่ในเรื่องการศึกษาผมยังไม่เห็นมหาวิทยาลัยใด กราบเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการไปด้วยนะครับ มีหลักสูตรหรือมีเครื่องมือในการที่จะไปวัดให้คน รู้จักตัวเองว่าเขาเก่งในด้านใด ถนัดในด้านใด เสร็จแล้วพัฒนาศักยภาพนั้นแล้วให้เขายอมรับ ความเก่งของเพื่อนในอีกด้านหนึ่ง ถ้าเขาเก่งในการบริหารเขาไม่เก่งในการที่จะท้า เป็นนักคิด ก็ให้เขาบริหารไป เขาต้องหานักคิดมา เขาต้องหานักกระท้ามาร่วมทีมเพื่อพัฒนา เนื่องในโอกาสที่เราจะก้าวสู่สากล ก้าวสู่อาเซียน ซึ่งในปี ๒๕๕๘ เราจะเปิดประเทศ ผมไม่ได้เป็นห่วงหรอกครับ เรื่องการสื่อสารไม่ได้ ภาษาอังกฤษพูดไม่รู้เรื่อง ผมไม่ได้ห่วงเลยครับ ที่กระทรวงศึกษาธิการก้าลังเน้นอยู่ขณะนี้ แต่ผมห่วงว่าพูดกันรู้เรื่องแล้วเดินไปจะเป็น ลูกน้องหรือเป็นลูกพี่เขา ผมห่วงอยู่อย่างเดียวที่ผมเรียนเพราะต้องการให้ทุกมหาวิทยาลัย ที่เปิดกันอยู่เกลื่อนในขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการให้เน้นลงไปว่าให้สถานศึกษาค้นหาเครื่องมือ ไม่ว่าจะท้าวิจัยอะไรออกมา ให้มีเครื่องมือทางจิตวิทยาที่มาทดสอบผู้เรียนแล้วแยกออกไปว่าเขามีศักยภาพ มีความถนัด ในด้านใด แล้วเขามีความด้อยในด้านใด ให้ค้นพบในแต่ละบุคคลแล้วพัฒนาศักยภาพในด้านนั้น ไปศึกษา ขออนุญาตว่าถ้าเราไม่สามารถวิจัยเองได้เราน่าจะศึกษาระบบการศึกษาจาก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์หรือประเทศสิงคโปร์ว่าเขาพัฒนาคนรายบุคคลกันได้อย่างไร ที่จะสร้างความดีความเด่นให้กับบุคคลของเขา เพราะการศึกษาต้องพัฒนาคน เพราะฉะนั้น ผมขอฝากเรื่องนี้ไว้ ผมยังไม่เห็นนะครับ ผมไปอ่านทั้งหมดแล้ว วัตถุประสงค์หรือหลักการ ของมหาวิทยาลัยใดกล้าที่จะเขียนลงไปบอกว่าส่งเสริมการแสวงหาเครื่องมือในการค้นพบ ศักยภาพและรู้จักตัวเองของผู้เรียนแล้วพัฒนาด้านนั้นสู่สากลหรือความเป็นอัจฉริยะด้านนั้น ขอฝากไว้ด้วยครับ
ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งพวกเราก้าลัง พิจารณาอยู่ในขณะนี้ ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีด้วยกัน ๖๓ มาตรา แต่ผมอยากจะ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีเพื่อเป็นข้อสังเกตประกอบการพิจารณาร่างนี้ เมื่อเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งเพาะบ่ม อนาคตของชาติ มีเยาวชนของเราจ้านวนไม่มากนักที่สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาในระดับนี้ได้ ในขณะเดียวกันเราก็มีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จนถึงขณะนี้รวมทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชน อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าถ้าเผื่อเราค้านวณโดยสัดส่วนของประชากรแล้ว เราเป็นประเทศที่มีมหาวิทยาลัยจ้านวนมากล้าดับต้น ๆ ของประเทศแห่งหนึ่ง ในขณะที่เรามี มหาวิทยาลัยกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ในการรวมมหาวิทยาลัยคราวนี้มีลักษณะพิเศษ แตกต่างไปจากการตั้งมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่เราจ้าเป็นจะต้องหยิบยกข้อสังเกตนี้มากราบเรียน ผ่านท่านประธาน เราตั้งมหาวิทยาลัยมาหลายแห่ง แต่ในขณะที่ตั้งมหาวิทยาลัยเหล่านั้น เรานับ ๑ โดยที่ไม่มีอาคาร เราตั้งงบประมาณสร้างอาคาร ตั้งงบประมาณไปเพื่อจัดสรร บุคลากร แต่ในกรณีของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์แห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่รวมเอามหาวิทยาลัย ราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์เข้าด้วยกัน การรวมสถาบันอุดมศึกษา ๒ แห่งเข้าด้วยกันโดยใช้กฎหมายไม่ง่ายเลยครับท่านประธาน ที่กระผมอยากกราบเรียนว่าไม่ง่ายด้วยเหตุว่าทั้ง ๒ มหาวิทยาลัยนี้มีวัฒนธรรมองค์กร ที่แตกต่างกัน ถ้าเมื่อใดเรามีวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกัน การใช้กฎหมายรวม กฎหมายท้าได้ แต่ในขณะที่เราจะรวมโดยการปฏิบัติโดยกระบวนการต่าง ๆ คงต้องใช้ขั้นตอน ใช้ระยะเวลา อยู่พอสมควรเพื่อที่จะรวมมหาวิทยาลัยทั้ง ๒ แห่งนี้ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ ในอนาคต แต่ในขณะที่รวม เมื่อสักครู่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านชวน หลีกภัย ได้กรุณา กราบเรียนผ่านท่านประธานถึงมาตรา ๖ ซึ่งเป็นมาตราที่มีความหมายมาก ผมอยากจะย้า ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า มาตรา ๖ นี้เป็นมาตราที่บ่งบอกว่าเมื่อเรารวม มหาวิทยาลัยแล้ว มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จะมีเป้าหมาย มีวัตถุประสงค์อย่างไร จึงขออนุญาต กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง
มาตรา ๖ ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันทางวิชาการที่ให้ความรู้ความช้านาญ ในการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษาและ ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี ให้บริการทางวิชาการ แก่ท้องถิ่นและสังคม ให้โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชน ทะนุบ้ารุงศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษา รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของรัฐและท้องถิ่น และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ท่านประธานที่เคารพ การรวมเอาอุดมการณ์ เอาวิสัยทัศน์ ของ ๒ มหาวิทยาลัย มาเป็นหนึ่งตามมาตรา ๖ นี้ไม่ง่ายเลย แต่ในขณะที่ไม่ง่ายเลยก็อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปว่าถ้าเราดูตามมาตรา ๖ ขอบข่าย หรือวิสัยทัศน์ หรืออุดมการณ์ หรือทิศทางของมหาวิทยาลัยเป็นทิศทางที่กล่าวโดยทั่วไปแล้วคล้าย ๆ กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ถ้าคล้าย ๆ กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ความกังวลใจของกระผมที่อยากกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปก็คือว่าถ้าเผื่อว่าเราจัดตั้งมหาวิทยาลัยคราวนี้เป็นมหาวิทยาลัย ที่มีทิศทางหรือมีเป้าหมายคล้าย ๆ กับที่อื่นโดยที่ไม่มีเอกลักษณ์ ไม่มีคุณลักษณะเฉพาะ ก็จะท้าให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่แตกต่างไปจากมหาวิทยาลัยอื่น ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วทั้งภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฏอีกหลายแห่ง สิ่งที่ผมได้พบและอยากกราบเรียนผ่านท่านประธาน ขออนุญาตยกกรณีตัวอย่างเรื่องมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี แห่งนี้มีเป้าหมายของสถาบันค่อนข้างชัดเจน ขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมีเป้าหมายว่าเป็นสถาบัน แห่งการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นเลิศ เพียงเท่านี้ชัดเจนครับ ถ้าชัดเจน แปลว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้เขาจะมีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิต ผลิตมหาบัณฑิต ผลิตดุษฎีบัณฑิตที่เกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นเลิศเป็นการเฉพาะ เช่นเดียวกันถ้าเราหันกลับมาดูที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ที่เราก้าลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ถ้าเผื่อว่าเรามีเป้าหมายเฉพาะก็จะท้าให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เกิดเอกลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น ถ้าเผื่อว่ามีเป้าหมายเฉพาะคนที่ก้าวย่างเข้าสู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็จะมีทิศทางในอนาคต ของตัวเองว่าเมื่อก้าวออกจะด้ารงตนอย่างไร จะมีคุณลักษณะพิเศษอย่างไรเพื่อสนองตอบ ต่อปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนองตอบต่อผู้เรียนซึ่งเป็นลูกอีสาน เหมือนผม เหมือนท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมคาดหวังเอกลักษณ์ ของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์แห่งนี้โดยที่มีพี่น้องจากจังหวัดร้อยเอ็ด พี่น้องจากจังหวัดกาฬสินธุ์ พี่น้องจากจังหวัดมหาสารคาม หรือพี่น้องจากจังหวัดอุบลราชธานีบ้านผมไปศึกษาเล่าเรียน ในขณะเดียวกันก็อยากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปว่าถ้าเผื่อว่าเรามีเป้าหมายเฉพาะ คงจะตอบสนองต่อความต้องการของท้องถิ่นได้ไปในคราวเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปว่าในขณะที่เราพิจารณาเรื่องนี้ยังมีพี่น้องของเรา ที่มีปัญหาในเรื่องของการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งเริ่มต้น ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้เริ่มต้นไว้ การเพิ่มมหาวิทยาลัยเพื่อสนองตอบ ต่อพี่น้องประชาชนมีความจ้าเป็น แต่ในขณะเดียวกันการสนับสนุนผู้เรียนในเรื่อง ของการสนับสนุนเรื่องเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพื่อให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาสของคนยากคนจนซึ่งมีมากเหลือเกินในภาคอีสานบ้านเรา ถ้าเผื่อว่า โอกาสที่เขาจะได้รับผ่านกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษารัฐบาลไม่ตัดงบประมาณเหมือนที่ท้า ในช่วงที่ผ่าน ๆ มาก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมจึงอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานว่าถ้าเราจะเริ่มต้นนับ ๑ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์แห่งนี้โดยที่เริ่ม จากการสร้างวัฒนธรรมองค์กร การมีเป้าหมายขององค์กรเป็นการเฉพาะและมีความชัดเจน นั่นจึงจะเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ
เชิญครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งจริง ๆ แล้วผมเห็นด้วย มาตั้งแต่เบื้องต้นก่อนหน้านี้อีก เพราะจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น เอาตัวจังหวัดก่อน เป็นเมือง ของนักปราชญ์ เป็นเมืองของผู้รู้ และวันนี้ก็ดีใจกับท่านรัฐมนตรีบุญรื่นด้วยที่พยายามผลักดัน มาร่วมกับท่านผู้แทนราษฎรในจังหวัดของท่านจนประสบผลส้าเร็จเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ แล้วก็คิดว่าหลายต่อหลายท่านที่อภิปรายได้ฝากความหวังไว้ที่จะให้มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นจังหวัดต้น ๆ เหมือนผมอยู่จังหวัดสุรินทร์ก็มีแต่ราชภัฏจะได้เป็นแบบอย่าง อาจจะไปสอนเฉพาะทาง สอนเฉพาะแบบให้มันตกผลึก ให้มันยิ่งใหญ่เหมือนกับต่างประเทศ เช่นที่เป็นโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับด้านวิทยาศาสตร์ หรือเรื่องของการผลิต หรือเรื่องของ ยางพารา เหมือนกับที่ผู้อภิปรายได้อภิปรายมาแล้ว แต่จริง ๆ มีหลายเรื่องที่ผมอยากจะ อภิปรายแต่ด้วยข้อจ้ากัด เพราะว่าเรื่องของการศึกษามันไม่มีข้อจ้ากัด เพราะการศึกษา เป็นปัจจัยหลักของคนในประเทศ แล้วยิ่งเราจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้วย เรื่องของการศึกษานั้นมีความจ้าเป็นยิ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามนั่งฟังเพราะหลายท่าน เสนอไปแล้วไม่พูดถึงก็คือเรื่องของบุคลากร ผมนี่เป็นกรรมาธิการการศึกษาครับ ในคณะกรรมาธิการการศึกษานี่เราจะได้รับค้าร้องเรียนในเรื่องของบุคลากรโดยเฉพาะ ในเรื่องของมหาวิทยาลัยมาก ทั้งตัวนายกสภามหาวิทยาลัย ทั้งตัวอธิการ ผมว่าเรายังไม่ต้อง ไปมองในตัวมหาวิทยาลัยก่อนเลยครับ ถ้าหัวมันไม่เข้าท่าแล้วนี่แล้วในมหาวิทยาลัยมันจะ ไปบริหารให้เข้าท่าได้อย่างไรครับท่านประธาน ดูอย่างที่จังหวัดสุรินทร์ของผมก็หลายปีแล้ว นี่ตั้งกันยังไม่ได้รักษาการอธิการบดีกันมา เพราะวันนี้มันมีเรื่องเกี่ยวข้องกันหลายเรื่อง ในมหาวิทยาลัยเอาตัวนายกสภามหาวิทยาลัยก่อนที่ท่านได้พูดถึงกัน คนหนึ่งวิ่งกิน ๓-๔ มหาวิทยาลัยเอาแต่นั่งรถ นั่งเครื่องบินไปก็เหนื่อยแล้ว แล้ววิธีคิดก็ลองให้คนอื่น เขาคิดบ้าง ให้คนอื่นเขาท้าบ้างมันจะได้เกิดข้อเปรียบเทียบ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของอธิการบดี อธิการบดีกว่าจะขึ้นมาได้ก็เหมือนกับ นักการเมืองครับ มีการเลือกตั้ง มีทีม มีฝ่าย จนต่อสู้กันอีลุ่ยฉุยแฉกหมดครับท่านประธาน ท้ายที่สุดก็มีการร้องเรียนพอมาเป็นแล้วก็สู่กระบวนการ วันนี้งบประมาณเงินอุดหนุน ของรัฐบาลก็ให้ไปไม่น้อยก็มีการจะคอร์รัปชัน (Corruption) หรือไม่คอร์รัปชันไม่รู้ แต่ในชั้น ของคณะกรรมาธิการการศึกษามีเรื่องเหล่านี้มากมายแล้วก็หลายมหาวิทยาลัยวันนี้ ไม่สามารถแต่งตั้งอธิการบดีได้ ตัวนายกสภามหาวิทยาลัยก็ร้องอธิการบดี อธิการบดีก็ร้อง อันนี้ก็ฝากรัฐมนตรีไปด้วยครับ ฝากคณะกรรมการการอุดมศึกษาด้วยว่ามีวิธีการคิดอย่างไร ท้าอย่างไร เพื่อที่จะให้คนดีมีฝีมือมีคุณธรรมทางด้านการศึกษา มีจริยธรรมด้านการศึกษา อย่างจริงจังเข้ามาบริหาร
องค์ประกอบต่อไปครับ อาจารย์ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยมันก็ปะปนกันไป เหมือนกับพวกเราเป็นนักการเมือง แต่วันนี้ความที่เป็นอาจารย์ความที่เป็นครูเหมือนผมนี่ ผมกลัวหลายเรื่องครับ ผมพยายามที่จะไม่ให้มันผิดจริยธรรม ผิดประเพณี อาจารย์เป็น แบบอย่าง เด็กเอาแบบอาจารย์ เหมือนผมผมมีครูของผมทั้งครูการเมือง ทั้งครูสอนหนังสือ ครูเล่นกีฬา ผมมีครูทุกรูปแบบ ผมก็พยายามคัดลอกเขามา แล้วเด็กยุคใหม่นี่มันเป็นเด็ก แห่งการลอกเลียนแบบ เพราะวันนี้เด็กส่วนใหญ่ยังค้นหาความจริงของตัวเองไม่ได้ก็พยายาม เอาแบบอย่างมา ถ้าเจอแบบอย่างที่ดีก็ดีไป ถ้าเจอแบบอย่างที่ไม่ดีก็แย่ ทีนี้การไปเป็น อาจารย์มหาวิทยาลัยท่านประธานทราบไหมครับว่าผมนึกว่าเมื่อก่อนมันจะสอบเข้ายาก มันไม่ได้ยากเหมือนกับสอบเข้าบรรจุครูของ สพฐ. เลยครับ สพฐ. ที่สอบภาค ๑ ภาค ๒ กว่าจะได้เข้าไปยากมาก แต่ของมหาวิทยาลัยนี่ด้วยความช้านาญการ ด้วยความเชี่ยวชาญ มีความเหมาะสมก็รับเข้ามาแล้ว พอรับเข้ามาแล้วแทนที่จะได้เป็นแบบอย่างได้ บางคนที่เป็น แบบอย่างได้ก็เยอะ แต่บางคนที่ใช้ไม่ได้ก็เยอะแยะครับ แล้วมาสร้างปัญหาวุ่นวายอีก ถือว่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย อิสระ มีความคิดเสรีภาพ ท่านประธานก็เห็น เมื่อกี้ก็ชี้ให้ชัด วันดีคืนดีก็ออกมาวิจารณ์เรื่องรับจ้าน้าข้าวมันไม่ใช่หน้าที่ หน้าที่สอนเด็กท้าอย่างไร ให้มันเป็นแบบอย่าง ท้าอย่างไรให้มหาวิทยาลัยในเมืองไทยมันดังกระฉ่อนไปทั่วโลก เป็นอันดับ ๑ อันดับ ๒ ได้ ไม่ใช่ประกาศมาก็มีประเทศญี่ปุ่น มีประเทศสหรัฐอเมริกา มีประเทศอังกฤษก็ลองท้าประเทศไทยบ้างครับ ทั้ง ๆ ที่อยู่มหาวิทยาลัยแต่งต้ารานี้ ก็ได้แบบครู สพฐ. ไปเยอะ ได้เปรียบครูอย่างอื่นไปเยอะ วันนี้บางมหาวิทยาลัยมันสู้ ของเอกชนไม่ได้ เอาละเอกชนบางทีเขาอาจจะบอกว่าจ่ายครบจบแน่ก็มี ผมก็เลยอยาก ฝากเรื่องนี้เป็นปัจจัยส้าคัญซึ่งในรายละเอียดเรื่องอื่นนี่จริง ๆ ถ้าจะมาคุยเรื่องการศึกษานั้น ในเมืองไทยคุยได้เยอะ ก็อยากฝากบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องนี่เหมือนกับจังหวัดกาฬสินธุ์จริง ๆ ที่มันมีปัญหานี่ก็มีปัญหาจากบุคลากรไปยุซ้ายยุขวาจนมีขบวนการมาหน้าสภา ผมได้ลง ไปสอบถามดูที่ลุกขึ้นมาพูดไม่ใช่ไม่มีข้อมูล แต่วันนี้ดีใจเมื่อยุบรวมกันมาได้ แล้วก็เป็น มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ผมก็ขอแสดงความดีใจกับพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ด้วย เพราะคนสุรินทร์ ก็จะได้ไปเรียน คนพม่า คนลาว เดี๋ยวเป็นอาเซียนแล้ว เออีซี ปี ๒๕๕๘ หลายคนก็จะมาเรียน
มาอีกเรื่องหนึ่งเรื่องทุนที่ทุกคนเป็นห่วงกัน ผมก็เป็นห่วงเพราะผมเป็นเด็กชนบท กว่าจะจบปริญญาตรีมาได้เรียนมาอย่างแสนสาหัสครับ ปะติดปะต่อยิ่งกว่าติดภาพที่เอาไป ติดกับข้างขวาอีกครับ เพราะครอบครัวและฐานะที่ยากจน ใฝ่ฝันจริง ๆ อยากเข้าเรียน มหาวิทยาลัย อยากเรียนปริญญาโท อยากเรียนออกซ์ฟอร์ด อยากเรียนเคมบริดจ์ เหมือนกับเขา แต่ท้าอย่างไรได้เกิดมาเป็นลูกตาสีตาสายายมียายมาแม่ท้านาก็พยายาม เรียนอยู่วัด แต่วันนี้ก็จบปริญญาตรีดีใจมานั่งตรงนี้ ถ้ามีทุนเหมือนเมื่อก่อนวันนี้มันก็ท้าให้โอกาสผมไม่ได้จบแค่นี้หรอกครับ อาจจะไป มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์หรือมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเหมือนกับเขาก็ไม่แน่นะ แต่วันนี้ได้แค่นี้ ก็ดีใจ แต่ทุนบางทุนเช่นวันนี้ทุนการกู้ยืมวันนี้ก็โอเค (OK) ยังมีอยู่ ถึงแม้จะโดนต้าหนิว่า ตัดบ้างก็ขอคืนมาให้ แต่ทุนหนึ่งผมเสียดายครับท่านประธาน ก็คือทุนจากกองทุนส้านักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งท่านทักษิณ ชินวัตร คิดหาวิธีท้าจนประสบผลส้าเร็จมีเด็กบ้านผม ที่จังหวัดสุรินทร์ไปเรียนเมืองนอกกันเยอะแยะ เขาเรียกว่า ๑ อ้าเภอ ๑ ทุน ไปเรียน ประเทศฝรั่งเศส ไปเรียนประเทศเยอรมนี ไปเรียนประเทศรัสเซีย วันนี้เยอะแล้วครับ เลิกพูดภาษาอังกฤษนอกจากฝรั่งมาได้เมียที่บ้านผม นักศึกษาที่ไปจบปริญญาโทจากทุน ส้านักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเยอะแยะ เอามาให้นักเรียนประถมศึกษาไม่พอ เอามาให้ นักเรียนมัธยมศึกษาอีก แต่วันนี้คิดดีคิดเก่งเกินไป ตัดขาเสีย จริง ๆ เงินพวกนี้มันเหมาะแล้ว เพราะมันเป็นเงินแม่เงินพ่อ เงินปู่เงินย่าเพราะที่ซื้อสลากไม่ถูกก็เอาคืนให้เขาไป แต่น่าเสียดายผมเสียดายจริง ๆ วันนี้ฝากไปด้วยนะครับ กระทรวงการคลังขอฝากไปด้วย ส้านักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลคิดเรื่องนี้เอามาคืนให้กับกองทุน นอกจากกองทุนกู้เรียนแล้ว แล้วยังมีกองทุนเอกชน กองทุนมหาวิทยาลัย
ท้ายที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฝากรัฐมนตรี จริง ๆ ผมถือว่าปัจจัย ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกองทุนก็ดี ในเรื่องของหลักสูตรก็ดี หลักสูตรจะเขียนให้ดีอย่างไร มีวิธีคิดให้ดีอย่างไร แต่ถ้าบุคลากรที่ไปควบคุมก้ากับไม่ดี มันก็ดีไม่ได้หรอกครับ เหมือนกับที่เขาบอกว่าแม่ปูเดินโกกเกก ๆ อยู่ ลูกปูก็ต้องเดินตามอย่างนั้น ลูกปูจะเดินตรงไม่ได้ ฉะนั้นผมอยากฝากบุคลากรเป็นแบบอย่างก่อน เมื่อบุคลากรเป็นแบบอย่างแล้ว เรื่องอื่นตามไปหมด เรื่องของทุน เรื่องของเงินอุดหนุน ผมเชื่อแน่ว่าเหมือนกับรัฐบาล พรรคเพื่อไทยวันนี้ที่ไปกลั่นเกลาเรื่องงบมาต้องมีเหตุผล ไม่ใช่อยู่ ๆ แล้วไปตัด ไม่มีใครไม่สนับสนุนการวิจัย ไม่มีรัฐบาลไหน ไม่ว่ารัฐบาล พลเอก ชวลิต พลเอก ชาติชาย บรรหาร อภิสิทธิ์ ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ ไม่มีใครไม่อยากให้คนมีความรู้หรอกครับ ไม่มีใคร ไม่อยากให้เด็กไทยมันพัฒนาไปสอบโอลิมปิกที่ ๑ เราก็อยากเห็นความประสบผลส้าเร็จของเด็ก พอชื่อว่าประเทศไทยแล้วไม่ได้เหรียญมันคิดกันอย่างไร ทุกคนคิดเหมือนกันหมดนะครับ อยากเห็นความก้าวหน้าเพราะการศึกษามันเป็นเขาเรียกว่าตอม่อที่แข็งแรง ประเทศใด ที่คนได้รับการศึกษาสูง ประเทศนั้นบ่งบอกถึงความเจริญ บ่งบอกถึงการพัฒนา วันนี้ประเทศไทยเรายังถือว่าก้าลังจะไปถึงขั้นนั้น ผมก็เลยอยากฝากรัฐมนตรีโดยเฉพาะ เรื่องบุคลากร ขอกราบขอบพระคุณครับ
อาจารย์พีรพันธุ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต อภิปรายสนับสนุนการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ที่เกี่ยวกับการรวมกันของมหาวิทยาลัยราชภัฏ กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ท่านประธานครับ เมื่อครั้งที่ผมได้มีโอกาสไปช่วยราชการอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ผมจ้าได้ว่าผมก็เป็น ผู้หนึ่งในคณะที่ไปหาสถานที่ตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ ซึ่งตอนนั้นเราก็คิดว่า การที่เอามหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ไปอยู่ในอ้าเภอเล็ก ๆ ก็ด้วยความคิดที่ว่า เมื่อมีสถาบันอุดมศึกษาเกิดขึ้นอยู่ที่นั่นก็คงจะสร้างความเจริญให้กับท้องที่ให้เกิดขึ้นได้ แต่ว่าเท่าที่ได้ทราบจากการด้าเนินการของมหาวิทยาลัยราชภัฏมา การเติบโตก็ค่อนข้างจะ เป็นไปอย่างเชื่องช้ามาก ซึ่งเข้าใจว่าสาเหตุหลักก็น่าจะมาจากด้านหนึ่งแน่นอนละครับ ด้านงบประมาณไม่เพียงพอ ด้านที่ ๒ ก็คือว่าการที่จะหาอาจารย์ไปอยู่ที่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเหตุท้าให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยราชภัฏ แล้วก็ มหาวิทยาลัยอื่น ๆ นั้นในจังหวัดนี้ก็ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์กันไว้ บัดนี้ก็คิดว่ามีแนวคิด ที่อยากจะให้จังหวัดหนึ่งนั้นมีสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง การเอา ๒ แห่งนี้มารวมกัน มีความเชี่ยวชาญคนละอย่างกันแต่เมื่อมารวมกันเข้ากันแล้ว ซึ่งก็หมายถึงรวมบุคลากรด้วย รวมงบประมาณด้วย รวมทรัพยากรด้วย ก็น่าจะเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการศึกษา เพื่อพี่น้องในจังหวัดกาฬสินธุ์ การมารวมกันแล้วผมก็ทราบดีว่าวัตถุประสงค์ของ การมารวมกันต้องการให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้บริหารจัดการ แล้วก็รับใช้พี่น้อง ตามความต้องการของชุมชนและท้องถิ่นของจังหวัดกาฬสินธุ์และพื้นที่ใกล้เคียง อันนี้ก็คงเป็น วัตถุประสงค์หลักที่ก้าหนดไว้ในมาตรา ๗ เช่นเดียวกันนะครับ ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมประชุมเรื่องการศึกษาอยู่หลายครั้ง ผมคิดว่า บทบาทที่ส้าคัญไม่ว่าจะเขียนกฎหมายไว้อย่างไรก็ตาม ในเรื่องวัตถุประสงค์ใด ๆ ก็ตาม สิ่งที่ส้าคัญที่สุดก็คือการด้าเนินการของมหาวิทยาลัย ผมคิดว่าเราจะต้องให้ความส้าคัญ กับสภามหาวิทยาลัยมาก ๆ เท่าที่ผมดูในโครงสร้างตามที่มีการเสนอมานี้ก็ยังไม่ค่อยจะ ก้าวหน้ามากนัก ผมคิดว่าสิ่งนี้คงจะต้องปรับปรุงกันในภายหลัง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ส้านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้เชิญนายกสภามหาวิทยาลัย มีคณะกรรมการ สภามหาวิทยาลัยของประเทศสหรัฐอเมริกามาพูดให้ฟังว่าท้าไมเขาจึงประสบความส้าเร็จ ในการจัดการศึกษา บทบาทที่ส้าคัญที่สุดก็คือสภามหาวิทยาลัยนี่ละครับ ของบ้านเรานั้น ถ้าดูตามโครงสร้างก็จะมีคณะกรรมการโดยต้าแหน่ง คณะกรรมการภายใน และคณะกรรมการภายนอก ซึ่งผมคิดว่าถ้ามีอยู่อย่างนี้มันก็น่าจะยังไม่ก้าวหน้าพอ สิ่งนี้ผมก็คิดว่าสามารถที่จะไปปรับปรุงในชั้นรายละเอียดของคณะกรรมาธิการได้ เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยเป็นสภามหาวิทยาลัยจริง ๆ แล้วก็ท้าหน้าที่ในการบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยควบคู่ไปกับฝ่ายบริหารคืออธิการบดีและคณะ ถ้าได้อย่างนี้ผมคิดว่า ก็จะสามารถท้าให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผมอาจจะมีข้อสังเกต เล็ก ๆ น้อย ๆ ในบทเฉพาะกาลในเรื่องที่จะให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏปัจจุบันนี้ ระหว่างที่ยังไม่มีอธิการบดีนั้นรักษาการต้าแหน่งอธิการบดีไปก่อน ทั้งนี้ก็อาจจะมีข้อซักถามว่า เมื่อเอา ๒ แห่งมารวมกันท้าไมจึงให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏรักษาการต่อไปก่อน อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ เช่นเดียวกับการที่ก้าหนดให้เลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นสภามหาวิทยาลัยชั่วคราวก่อนที่จะมีจริง ถึงแม้จะ ก้าหนดระยะเวลาไว้ ๑๘๐ วัน แต่ผมคิดว่ามันเป็นการเริ่มต้น ถ้าเราเริ่มต้นที่ดีมีผู้บริหาร ที่วางหลักไว้ดี คณะที่จะมาด้าเนินการต่อในภายหลังนั้นก็คงจะเชื่อมต่อได้มากขึ้น อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมคิดว่าน่าจะไปพูดในรายละเอียด เมื่อคณะกรรมาธิการได้พิจารณากันต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ผมว่าอภิปรายพอสมควรนะครับ ผมขอปิดการอภิปราย เชิญท่านรัฐมนตรีสรุปครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนว่ากระผมต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งท่านได้กรุณาอภิปรายให้ค้าแนะน้า ให้ความเห็น และข้อสังเกต รวมทั้งข้อมูลทั้งหลายซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการน้าไปพิจารณา ในคณะกรรมการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อไป ส้าหรับประเด็นที่สมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการตั้งงบประมาณในเรื่องของการท้าวิจัยให้กับ สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยนั้นซึ่งเป็นหัวใจส้าคัญ ผมขออนุญาตที่จะไปศึกษาข้อมูล ในรายละเอียดเพื่อน้ามาประกอบการพิจารณาต่อไป กระผมขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านชวนครับ เชิญครับ ท่านบอกว่าจะรับไปดูในเรื่องของรายละเอียด เชิญครับ
ผมขอขอบพระคุณครับ แต่ว่าอยากให้ ท่านรีบนะครับ เพราะว่าปีงบประมาณมันผ่านมาแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปขอลงมตินะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนท้าการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะลงมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ตึก ๒ และตึก ๓ ที่ก้าลังประชุมกันอยู่เข้าห้องประชุมก่อนเพื่อที่จะลงมตินะครับ เมื่อท่านเข้ามาแล้ว ก่อนจะลงมติจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ช่วยกดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ ก่อนจะลงมติว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม พอลงมติในฉบับนี้แล้วนะครับ ก็จะลงมติอีก ๒ ฉบับ ที่วุฒิสภาแก้ไข จะต้องขอมติจากที่ประชุมต่อเนื่องกันเลยนะครับ เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๘๘ ท่านนะครับ
ผมขอถามมติว่าท่านเห็นควรรับหลักการร่างทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่นะครับ ถ้าเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ รับหลักการ ๓๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมรับหลักการนะครับ
เชิญตั้งคณะกรรมาธิการกี่ท่านครับ เชิญท่าน ส.ส. จังหวัดขอนแก่นครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จ้านวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ๓๑ ท่านนะครับ ประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เสนอในสัดส่วน ครม. ๕ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระผมขอเสนอ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญในส่วนของรัฐบาลตามข้อบังคับ ๕ คน ดังนี้ ๑. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ๒. นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ๓. นายอภิชาติ จีระวุฒิ ๔. นายอภิมุข สุขประสิทธิ์ และ ๕. รองศาสตราจารย์สุมนต์ สกลไชย กราบขอบพระคุณครับ
พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๒. นายพีระเพชร ศิริกุล ๓. นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ๔. ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ๕. นางอนุรักษ์ บุญศล ๖. นายประเสริฐ บุญเรือง ๗. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๘. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๙. นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม ๑๐. นายพงษ์ศักดิ์ ทิสานนท์ ๑๑. นายจิระพันธ์ ห้วยแสน ๑๒. นายนฤชิต แสนปากดี ๑๓. นายสุดใจ จันทะมุท ๑๔. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้อง พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน ๑. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๒. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๓. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ๔. นางมณทิพย์ ศรีรัตนา ๕. นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ๖. นายจ้าลอง ภูนวนทา ๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุพรรณ สุดสนธิ์ ๘. นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ครับ ขอผู้รับรองครับ
ถูกต้องนะครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ขออนุญาตเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยประกอบไปด้วย ๑. นายมารุต มัสยวาณิช ๒. นายช้านิ บูชาสุข ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จ้านวน ๑ ท่าน คือ นายสรชัด สุจิตต์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล คือ นายสิทธิภัท ธนะโสภณ ขอผู้รับรองครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. .... จ้านวน ๓๑ ท่าน ๑. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ๒. นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ๓. นายอภิชาติ จีระวุฒิ ๔. รองศาสตราจารย์สุมนต์ สกลไชย ๕. นายอภิมุข สุขประสิทธิ์ ๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๗. นายพีระเพชร ศิริกุล ๘. นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ๙. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๑๐. นางอนุรักษ์ บุญศล ๑๑. นายประเสริฐ บุญเรือง ๑๒. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๑๓. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๔. นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม ๑๕. นายพงษ์ศักดิ์ ทิสานนท์ ๑๖. นายจิระพันธ์ ห้วยแสน ๑๗. นายนฤชิต แสนปากดี ๑๘. นายสุดใจ จันทะมุท ๑๙. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ๒๐. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๒๑. นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ๒๒. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒๓. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ๒๔. นางมณทิพย์ ศรีรัตนา ๒๕. นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ๒๖. นายจ้าลอง ภูนวนทา ๒๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุพรรณ สุดสนธิ์ ๒๘. นายช้านิ บูชาสุข ๒๙. นายมารุต มัสยวาณิช ๓๐. นายสรชัด สุจิตต์ และ ๓๑. นายสิทธิภัท ธนะโสภณ
ก้าหนดแปรญัตติกี่วัน ท่านรัฐมนตรีแปรญัตติกี่วันครับ เอาตามข้อบังคับ ๗ วันนะครับ ตามข้อบังคับ ๗ วัน มีท่านใดขัดข้องไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ๗ วันนะครับ เนื่องจากมีร่างพระราชญัตตินี้ ๒ ฉบับ เชิญท่านปรีชาพลจะเอาร่างใด เป็นหลักครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ขอเสนอให้ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักนะครับ จบการพิจารณา
ผมขออนุญาตไปเรื่องที่ ๓ นะครับ เดี๋ยวจะขอมติจากที่ประชุม อย่าเพิ่งออกไปนะครับมีอยู่ ๒ เรื่อง
๓. พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ สังคมสงเคราะห์ พ.ศ. ....
ด้วยท่านประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ วันอังคารที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ สังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... จึงได้ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) ประเด็นว่าถ้าท่านเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้วนะครับ แต่ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขก็จะให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิก แห่งสภานั้น ๆ มีจ้านวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรก้าหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ
ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านสมาชิกอภิปรายนะครับ ผมก็จะขอมติจากที่ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่นะครับ ถ้าท่านใดเห็นชอบกับ การแก้ไขของวุฒิสภาให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใด งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ผมขอมติเลยนะครับ ท่านใดเห็นชอบกับการแก้ไขของ วุฒิสภาให้กดปุ่ม เห็นชอบ ท่านใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง ผมจะไม่ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เพราะเราเพิ่งลงมติไป ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับการแก้ไข ๓๗๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วย กับการแก้ไขนะครับ จะได้ด้าเนินการต่อไป
๔. พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้ส่งหนังสือแจ้งในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๕ วันที่ ๘ ตุลาคม และครั้งที่ ๑๖ วันที่ ๙ ตุลาคม ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ผมก็จะขอมติจากที่ประชุมว่า ท่านเห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่ ถ้าท่านเห็นชอบให้กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ มีผู้อภิปรายหรือครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... วุฒิสภา ไปแก้ไขถึง ๑๒ มาตรา คือโดยภาพรวมแล้วเป็นการแก้ไขที่พอรับได้นะครับ แต่ว่า มีในบางประเด็นในบางมาตราที่วุฒิสภาไปแก้ไขแล้ว อาจจะไปกระทบกับผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นแพทย์พื้นบ้านอยู่ ผมอยากจะไล่เลียงให้ท่านประธานเห็นว่าตั้งแต่มาตรา ๑๒ คือก่อนหน้านี้ก็มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข สมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) มีอายุไม่ต่้ากว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ (๒) มีความรู้ในวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ดังต่อไปนี้ (ก) (ข) (ค) ในส่วน (ค) เป็นผู้ที่ส่วนราชการรับรองความรู้การแพทย์พื้นบ้านไทย โดยผ่านการประเมิน หรือการสอบตามที่ก้าหนดไว้ในข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย ซึ่งตรงนี้วุฒิสภาไปเพิ่มเติม หรือการสอบเข้ามาซึ่งเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งในการจะไปทดสอบว่า คนคนนี้มีความรู้การแพทย์พื้นบ้านไทยจริงตามมาตรฐานที่ราชการก้าหนดหรือไม่ ซึ่งผมคิดว่า เฉพาะเพียงการประเมินนี่ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ในมาตรา ๑๓ เรื่องของสิทธิและหน้าที่ ของสมาชิกซึ่งวุฒิสภาไปแก้ไขว่าในสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก (๓) เลือก รับเลือก หรือรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ เฉพาะสมาชิกที่มีใบอนุญาต คือในร่างเดิมที่ผ่านความเห็นชอบ ของสภาผู้แทนราษฎรบอกว่า เลือก รับเลือก หรือรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ นี่เป็นสิทธิ ของสมาชิก แต่ว่าวุฒิสภาได้ไปเพิ่มเติมว่า เลือก รับเลือก หรือรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ เฉพาะสมาชิกที่มีใบอนุญาต ประเด็นก็คือว่าการไปเขียนไว้เช่นนั้นไปกีดกันเขาท้าไมว่า ต้องเป็นสมาชิกที่มีใบอนุญาต เพราะคนที่เป็นสมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย ก็ต้องเป็นผู้ที่ประกอบวิชาชีพตามมาตรา ๑๒ อยู่แล้ว ให้คนเหล่านี้มีสิทธิที่จะเป็นกรรมการ หรือว่ามีสิทธิเลือกกรรมการได้ ซึ่งก็ไม่จ้าเป็นจะต้องไปเพิ่มเติมเข้าตรงนั้น และถ้าหากว่า ต้องการว่าการเลือกกรรมการจะต้องเป็นเฉพาะสมาชิกที่มีใบอนุญาตก็น่าจะไปเขียนไว้ ในมาตราอื่น ไม่ใช่มาตราที่เป็นสิทธิและหน้าที่ของสมาชิกไว้ในมาตรา ๑๓
นอกจากนั้นประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือในมาตรา ๑๓ อยู่ในหมวดของการควบคุมการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และการประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ ในมาตรา ๑๓ เป็นมาตราที่ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้เป็น ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ กระท้าการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ก็มีอนุมาตราต่าง ๆ เช่นการกระท้าต่อตนเอง อันนี้เป็นข้อยกเว้น การช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยตามหน้าที่ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้รับ การฝึกอบรม นี่เป็นข้อยกเว้น แต่ใน (๗) ว่าด้วยเรื่องหมอพื้นบ้าน หมอพื้นบ้าน ซึ่งมีความรู้ ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมานานไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นที่นิยมยกย่องจากชุมชน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับรอง แต่ว่าวุฒิสภาได้ไปแก้ไขเพิ่มความในส่วนนี้ว่า โดยคณะกรรมการหมู่บ้านหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เสนอให้หน่วยงานที่กระทรวงสาธารณสุขก้าหนดเป็นผู้รับรอง ซึ่งผมคิดว่า นี่เป็นการนอกจากจะเข้ามาก้าวก่ายแล้วแทนที่จะให้การยอมรับหมอพื้นบ้านตามการยกย่อง ของชุมชนโดยการรับรองของกรรมการหมู่บ้านกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่ผมถือว่า เป็นการก้าวล่วงกับชุมชน และเป็นการไปผูกมัดว่าหมอพื้นบ้านนั้นจะต้องมีหน่วยงานของ กระทรวงสาธารณสุขรับรองเท่านั้นถึงจะเป็นหมอพื้นบ้านได้ ซึ่งผมคิดว่าการไป แก้ไขเพิ่มเติมตรงนี้เป็นการรอนสิทธิของหมอพื้นบ้านตามกฎหมายนี้ แล้วก็จะต้อง ถูกควบคุมโดยกระทรวงสาธารณสุข โดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแท้จริงแล้ว ใน (๗) การรับรองหมอพื้นบ้านก็มีระเบียบที่รัฐมนตรีก้าหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษารองรับอยู่แล้ว ไม่จ้าเป็นที่จะต้องให้หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข เข้ามารับรองอีกชั้นหนึ่ง นี่เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าอาจจะท้าให้กฎหมายฉบับนี้เมื่อมีการแก้ไขไปแล้วเป็นการไป รอนสิทธิกับหมอพื้นบ้านและผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตท่านประธาน ที่จะตอบเรียนชี้แจงประเด็นข้อซักถามเพื่อนสมาชิกที่มีข้อห่วงใย โดยเฉพาะสิทธิ ของความเป็นสมาชิกที่จะถูกรอนสิทธิหรือการควบคุมที่จะท้าให้หมอพื้นบ้านเสมือนว่า ถูกรอนสิทธิ ตรงนี้ก็เป็นข้อห่วงใยที่ต้องกราบขอบคุณผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ในนามของกระทรวงสาธารณสุขเราก็พยายามพิจารณาในประเด็นที่วุฒิสภาได้แก้ไขทั้ง ๑๒ มาตรา ประเด็นหลัก ๆ ก็เหมือนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอภิชาต ต้องขออนุญาต เอ่ยนามท่านนะครับ ได้อภิปรายไปอยู่ใน ๓ ประเด็น ในมาตรา ๑๒ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกห่วงว่า จะเป็นการรอนสิทธิหรือไม่ เพราะว่าเราก้าหนดให้สมาชิกประเภท (ค) เป็นผู้ที่ส่วนราชการ รับรองความรู้การแพทย์พื้นบ้านไทยโดยผ่านการประเมิน นั่นคือร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎรเราครับ วุฒิสภาได้ไปเติมค้าว่า หรือการสอบ เข้าไป เมื่อเราพิจารณาแล้วถามว่าเป็นการรอนสิทธิ หรือไม่ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าในกระบวนการขั้นตอนนี้ เสมือนว่าจะมีการรอนสิทธิ แต่ว่ามีการเปิดกว้างเอาไว้ ใช้ค้าว่าผ่านการประเมินหรือการสอบ ซึ่งก็เป็นไปตามความเหมาะสมนะครับ เพราะฉะนั้นสิทธิที่จะได้รับการประเมิน ให้เป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกก็ยังไม่ถูกรอนสิทธิ เพียงแต่ว่าเพิ่มความเข้มข้น ถ้าจะไปผ่านการสอบสภาวิชาชีพก็ไปก้าหนดเพราะเราใช้ค้าว่า หรือ ในประเด็นมาตรา ๑๒ ในมาตรา ๑๓ ประเด็นนี้ก็เป็นข้อห่วงใยครับ เพราะว่าวุฒิสภาได้ไปเติมสิทธิของสมาชิก ที่จะเลือกก็คือไปเลือกให้คนอื่นเป็น รับเลือกก็คือมารับเลือกในฐานะที่จะมาเป็นกรรมการ ตามวงเล็บอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การเลือกตั้งโดยตรงเช่นเป็นตัวแทนหน่วยงานองค์กร หรือรับเลือกตั้งโดยตรงนี่หมายถึงเป็นกรรมการที่มาจากการเลือกทางตรงของสมาชิกนะครับ เดิมเราเปิดค้าว่าเป็นสมาชิกก็สามารถด้าเนินการได้ทั้ง ๓ ลักษณะ ทั้งเลือก รับเลือก หรือรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกก็มีคุณสมบัติด้าเนินการได้ วุฒิสภาได้ไปเติมค้าว่า เฉพาะสมาชิก ที่มีใบอนุญาต ตรงนี้เองถ้าพิจารณาอย่างถ่องแท้สมาชิกก็จะมีลักษณะ ๒ ประเภท ประเภทที่เป็นสมาชิกแต่ยังไม่ได้มีใบอนุญาต ซึ่งผมเองก็พยายามสอบถามจากคณะกรรมการ วิชาชีพซึ่งเดิมไม่มีสภา มีกรรมการวิชาชีพที่เขาปฏิบัติกันอยู่ โดยภาพแล้วกระบวนการ ของการเป็นสมาชิก การขึ้นทะเบียนที่จะไปสอบใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพมันจะเป็น กระบวนการที่ท้าต่อเนื่องกัน ส่วนใหญ่คนที่จะมาเป็นสมาชิกก็หวังจะมีใบอนุญาต ซึ่งมีน้อยที่จะไม่ได้รับใบอนุญาต เพราะฉะนั้นถ้าดูตามข้อเท็จจริงแล้วถ้าเติมค้าว่า เฉพาะสมาชิกที่มีใบอนุญาต ก็ไม่เป็นการรอนสิทธิ อาจจะมีกระทบบ้างในช่วงที่เขาก้าลัง ขอขึ้นทะเบียนและจะไปสอบอยู่ซึ่งเป็นจ้านวนคนที่ไม่มากนะครับ ในมาตรา ๓๑ เรื่องของการควบคุม ก้าหนดให้หมอพื้นบ้านซึ่งเดิมได้รับข้อยกเว้นว่าสามารถที่จะปฏิบัติ ตามกฎหมายฉบับนี้ได้ ถือเป็นข้อยกเว้นในการที่จะประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต เป็นผู้ที่ได้รับการรับรองจากกรรมการหมู่บ้านหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรับรอง แล้วทางกระทรวงสาธารณสุขโดยรัฐมนตรีก็ออกระเบียบให้ เป็นไปตามระเบียบนั้นก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ผมยกตัวอย่างเช่น อสม. ในปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขโดยรัฐมนตรีเป็นผู้ออกระเบียบให้ เป็นข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติ วิชาชีพเวชกรรม มาตรา ๒๖ ปัจจุบันเป็นอย่างนั้น ตรงนี้วุฒิสภาได้เพิ่มให้ในขั้นตอนว่า ถ้าท้องถิ่นหรือกรรมการหมู่บ้านรับรองแล้วก็เป็นผู้เพียงเสนอมาที่หน่วยงานของ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นสถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ที่สัมผัสใกล้ชิดได้ไปดูอีกชั้นหนึ่ง เป็นผู้รับรองซึ่งเป็นไปตามระเบียบ ถ้าดูในลักษณะนี้ถ้ากรรมการหมู่บ้านหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเขาเสนอมาแล้ว ถ้ามีการกรองโดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งดูแล ในเรื่องของการดูแลสุขภาพภาพรวมแล้ว ถึงแม้คนที่จะเข้ามาดูแลสุขภาพร่วมด้วย ถ้าผ่านตรงนี้ก็น่าจะมีความรอบคอบมากขึ้น ประเด็นที่จะท้าให้หมอพื้นบ้านเสียสิทธิหรือไม่ ผมเชื่อว่าไม่น่าจะกระทบ ดูภาพรวมแล้วกระทรวงสาธารณสุขรับได้ สามารถจะน้ากฎหมาย ฉบับนี้ไปปฏิบัติได้ ก็ขอความกรุณาท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบ ตามที่วุฒิสภาแก้ไขครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ผมจะขอมติจากที่ประชุมเลยนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมนะครับ จะถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่ ถ้าท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขให้กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เจ้าหน้าที่ล้างก่อนนะครับ เรียบร้อยนะครับ เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ เดี๋ยวรอประธานวิปรัฐบาลนิดหนึ่ง ผมขอปิด การลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา ๓๗๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไขนะครับ
ต่อไปเป็นเรื่องที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เนื่องจากว่าร่างนี้มีผู้เสนอมาอีก ๓ ฉบับ
๑. ร่างพระราชบัญญัติการการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ... (นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๒. ร่างพระราชบัญญัติการการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (นายธเนศ เครือรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๓. ร่างพระราชบัญญัติการการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ซึ่งผมว่าหลักการท้านองเดียวกันนะครับ จะขอรวมการพิจารณา ถ้าไม่มี ท่านใดขัดข้องผมจะด้าเนินการเลยนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ล้าดับแรก ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอหลักการและเหตุผลก่อนนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนา รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เป็นผู้แทนคณะรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงรายละเอียด ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ขอเรียน ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก ดังนี้
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ได้พิจารณารับหลักการบรรจุร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) รวมถึงร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง กับคณะ เป็นผู้เสนอ) (นายธเนศ เครือรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และ (นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) นั้น ส้าหรับเหตุผลและความจ้าเป็น ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระส้าคัญโดยสรุปคือ
จากที่พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้ใช้บังคับ มาเป็นเวลานาน จึงมีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สมควร ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทยเสียใหม่ และก้าหนดให้มีการจัดตั้งกองทุน พัฒนาการกีฬาแห่งชาติขึ้นในการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อใช้ในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา คุ้มครอง ช่วยเหลือ และจัดสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ก้าหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาเพื่อให้สมาคมที่มีวัตถุประสงค์ ในการด้าเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาสามารถจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสมาคมกีฬาได้ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ รวมทั้งก้าหนดหลักเกณฑ์และมาตรการในการก้ากับดูแล การด้าเนินการของสมาคมกีฬา และการกระท้าต่าง ๆ ของคณะกรรมการและ กรรมการสมาคมกีฬาให้เกิดประสิทธิภาพในการด้าเนินงานและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงมีความจ้าเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ จึงกราบเรียนมาเพื่อเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ
ฉบับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง กับคณะ เป็นผู้เสนอ) เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอหลักการและเหตุผลร่างพระราชบัญญัติ การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ....
สืบเนื่องจากกีฬาต่าง ๆ ในบ้านเราต้องยอมรับว่าหลายภาคส่วนอาจจะ ไม่ได้ให้ความส้าคัญทางด้านการกีฬาอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณในการสนับสนุน ด้านการกีฬาประเภทต่าง ๆ เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุน แล้วก็พัฒนาการกีฬาในบ้านเราให้มีการพัฒนาที่มากขึ้นกว่าเดิม
เหตุผลที่ ๒ คือว่า พ.ร.บ. ฉบับเก่า พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๘ นั้นก็มีความล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นก็จะเป็น เหตุผลหลัก ๆ ของทั้ง ๒ สาเหตุที่ทางพรรคชาติไทยพัฒนา รวมตลอดถึงเพื่อนสมาชิก พรรคเพื่อไทย แล้วก็พรรคประชาธิปัตย์ เล็งเห็นถึงความส้าคัญในเรื่องนี้ ซึ่งสาระส้าคัญ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะมุ่งเน้นไปถึงการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อเป็นเงินที่จะช่วยสนับสนุนให้กับสมาคมกีฬาที่จัดตั้งขึ้นในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้เอง ก็จะเป็นการเพิ่มหลักเกณฑ์ เพิ่มมาตรฐาน เพื่อก้ากับดูแลกิจการของสมาคมกีฬาที่ก้าลัง จะก่อตั้งขึ้น รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในความดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย กระผมและ พรรคชาติไทยพัฒนาจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้จะให้การสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ดั่งที่ได้เคยสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. .... ซึ่งร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับการกีฬาทั้ง ๓-๔ ร่างนี้ก็จะไปร่วมกันพัฒนากีฬาบ้านเราให้เจริญยิ่งขึ้นไปนะครับ จึงเป็นเหตุผลที่ทางพรรคชาติไทยพัฒนาเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ ขอบคุณครับ
ท่านธเนศ เครือรัตน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ธเนศ เครือรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎรโดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย
เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน จึงมีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทยเสียใหม่ และก้าหนด ให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติขึ้นในการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อใช้ ในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา คุ้มครอง ช่วยเหลือ และจัดสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับ การกีฬา ก้าหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬา เพื่อให้สมาคม ที่มีวัตถุประสงค์ในการด้าเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาสามารถจดทะเบียนตั้งเป็น สมาคมกีฬาได้ตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งก้าหนดหลักเกณฑ์และมาตรการในการก้ากับดูแล การด้าเนินการของสมาคมกีฬา และการกระท้าการต่าง ๆ ของคณะกรรมการสมาคมกีฬา และกรรมการสมาคมกีฬา เพื่อให้การก้ากับดูแลการด้าเนินการของสมาคมกีฬา และการด้าเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังก้าหนดให้สมาคมกีฬามีตัวแทนเข้ามาท้าหน้าที่ในการก้าหนดคณะกรรมการ การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้สมาคมกีฬาทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการก้าหนด นโยบายการกีฬาของชาติ จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ จึงได้กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพร้อมคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ขึ้นมา ท่านประธานครับ ส้าหรับร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ จริง ๆ แล้วเป็นการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๘ แล้วก็มีการแก้ไขของปี ๒๕๓๔ แต่ว่าวันนี้ทางรัฐบาลก็มีมตินะครับว่าเป็นการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทยฉบับใหม่ขึ้นมา เนื่องจากตามที่ท่านรัฐมนตรี ได้เรียนชี้แจงต่อสภาของเรานะครับว่า
ท่านสมบูรณ์ครับ ท่านแถลงหลักการและเหตุผลก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวค่อยเอาเหตุผล ที่ท่านพูดประกอบ เดี๋ยวท่านไม่ได้แถลงหลักการและเหตุผลเดี๋ยวจะอภิปรายไปก่อน ท่านแถลงหลักการและเหตุผลก่อนนะครับ
ก็เอาตามท่านประธานแล้วกันครับ ท่านประธานครับ
หลักการ เป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย
เหตุผล ก็เหมือนที่ผมกราบเรียนครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติ การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน จึงมีบทบัญญัติ บางประการไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงเห็นสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย การกีฬาแห่งประเทศไทยเสียใหม่ และก้าหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติขึ้น ในการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อใช้ในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา คุ้มครอง ช่วยเหลือ และจัดสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ก้าหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจดทะเบียน จัดตั้งสมาคมกีฬาเพื่อให้สมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการด้าเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา สามารถจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสมาคมกีฬาได้ตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งก้าหนดหลักเกณฑ์ และมาตรการในการก้ากับดูแลการด้าเนินการของสมาคมกีฬา และการกระท้าการต่าง ๆ ของคณะกรรมการสมาคมกีฬา และกรรมการสมาคมกีฬา เพื่อให้การก้ากับดูแลด้าเนินการ ของสมาคมกีฬาและการด้าเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังก้าหนดให้สมาคมกีฬามีตัวแทนเข้ามาท้าหน้าที่ในคณะกรรมการการกีฬา แห่งประเทศไทย เพื่อให้สมาคมกีฬาทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการก้าหนดนโยบาย กีฬาของชาติ จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วกีฬาของประเทศไทยของเรานะครับ เขาแบ่งแยกออกเป็น ๔ ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน ก็คือ กีฬาพื้นฐาน กีฬาเพื่อมวลชน กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ แล้วก็กีฬาเพื่ออาชีพ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาฉบับนี้เปรียบเสมือนการท้างานขององค์กรหนึ่งก็คือการกีฬาแห่งประเทศไทย กฎหมายที่จะพูดถึงกีฬาของประเทศควรจะพูดถึงกีฬาแห่งชาติเลย หมายถึงรวมว่ารัฐบาล ควรจะดูแลกีฬาของประเทศของเราตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงอาชีพว่าควรจะท้าอย่างไร มีองค์กรใดดูแลกันบ้าง ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นการเขียนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการกีฬาแห่งประเทศไทยโดยส่วนใหญ่ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลกีฬาของประเทศอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือ เรื่องของกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาเพื่อความเป็นเลิศก็คือกีฬาที่เราส่งแข่งขัน ในนามประเทศไทยไปแข่งขันกับต่างประเทศ ไปแข่งขันโอลิมปิก ไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ไปแข่งขันซีเกมส์ แล้วก็ส่งเสริมกีฬาเพื่อการอาชีพ ท่านประธานจะเห็นว่าวันนี้กีฬาอาชีพ ประเทศไทยของเราก็มีการพัฒนาขึ้นเยอะจากมี ๑ ชนิดกีฬา ตอนนี้มาเป็น ๑๓ ชนิดกีฬา ๒ เรื่องนี้ครับเป็นเรื่องของการกีฬาแห่งประเทศไทย วันนี้ผมเลยมองว่าถ้าเกิดเราออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาของประเทศ ของชาติไทยเรานี้ น่าจะดูแลตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้ท้าไมเขาถึงน้าเสนอ กฎหมายฉบับนี้เข้ามา กีฬาประเทศไทยของเราเริ่มเป็นสิ่งที่น่าคิดโดยเฉพาะกีฬา เพื่อความเป็นเลิศ จะเห็นว่ากีฬาอาชีพเริ่มพัฒนาขึ้น แต่กีฬาเพื่อความเป็นเลิศของเรา เหมือนที่ผมเคยกราบเรียนว่าเราเคยส่งกีฬาโอลิมปิกหลายปีครับ จนกระทั่งปี ๑๙๗๖ เรามีโอกาสได้เหรียญทองแดงเหรียญแรกจากพเยาว์ พูลธรัตน์ ในประเภทกีฬามวยสากล หลังจากนั้นเราพยายามที่จะท้าอย่างไรให้กีฬาของเราเอาเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกให้ได้มา อีก ๒๐ ปีต่อมาจากสมรักษ์ ค้าสิงห์ ปี ๑๙๙๖ จึงจะได้ หลังจากนั้นประเทศไทยเรา ก็พัฒนาเรื่องกีฬาเพื่อความเป็นเลิศกันมาตลอด ส่งนักกีฬามวยหลายรุ่นเริ่มได้เหรียญทอง ๒ รุ่นขึ้นมา เริ่มมีนักกีฬาประเภทจ้ากัดด้วยน้าหนัก เช่น ยกน้าหนัก เทควันโด เข้าแข่งขัน เริ่มได้เหรียญ เราได้เหรียญทองมาตลอดครับ มันเริ่มพิกลพิการเมื่อการแข่งขันกีฬา ที่ลอนดอนเกมส์ครับ ประเทศไทยกลายเป็นไม่ได้เหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก ท้าให้เรา ต้องกลับไปคิดครับว่า เอ๊ะ ในการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศเพื่อชื่อเสียงของประเทศ มันพิกลพิการตรงไหน หลักการง่าย ๆ จริง ๆ แล้วก็คือการพัฒนากีฬาจะต้องพัฒนา แบบยั่งยืนเหมือนฐานพีระมิดครับ จะถึงจุดสุดยอดได้สูงที่สุดก็คือฐานต้องกว้างและฐานต้องแน่น วันนี้การกีฬาขั้นพื้นฐาน สิทธิของเด็กไทยที่จะมีโอกาสเรียนทางด้านพลศึกษา หรือเรียนทางด้านการกีฬา ประเทศไทยเรามีไหมครับ โรงเรียนในประเทศไทย ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียนมีครูพลศึกษาที่มีความรู้ในการสอนเด็กเรื่องกีฬาเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน วันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเคยประสานกับทาง กระทรวงศึกษาธิการไหมครับว่าจะต้องรับครูพลศึกษาเพื่อไปสอนเด็กเรื่องกีฬา ไม่มีครับ ในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย เคยแก้ปัญหาโดยการจ้าง อกฬ. หรืออาสาสมัคร การกีฬาของต้าบลต่าง ๆ เพื่อไปสอนกีฬาตามต้าบลแล้วก็ไปสอนตามโรงเรียน ใช้เงินไม่กี่ร้อยล้านบาทครับ แต่วันนี้กลายเป็นไม่มี ผมเรียนว่าในการออกกฎหมาย อยากจะให้ออกครอบคลุมถึงทั้งหมด แต่เอาละครับวันนี้เมื่อท่านมีเจตนาดีว่าเราควรจะ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ผมขออนุญาตท่านประธานได้ลงไปในรายละเอียด ไม่มากครับ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีหน้าที่ที่จะส่งเสริมกีฬา แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเกิดเราใช้ไม่ถูก กฎหมายจะไปเป็นตัวสกัดกั้นหรือเป็นตัวขัดขวางในการเจริญของกีฬา สิ่งแรกที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งในร่าง ของทางรัฐบาลในหมวด ๒ มาตรา ๑๔ คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วหลังจากนั้นก็คือเป็นข้าราชการ เช่น ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผอ. ส้านักงบประมาณ แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๗ คน ท่านเห็นไหมครับว่าในส่วนตรงนี้โดยส่วนใหญ่จะเป็นคนของรัฐมนตรีเกือบทั้งสิ้น แต่ในคณะกรรมการดังกล่าวยังขาดบุคคลอยู่ ๒ คน ที่ถ้าเกิดท่านประธานเกี่ยวข้อง กับวงการกีฬา ก็คืออธิบดีกรมพลศึกษากับอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา เหตุผล ที่ผมเสนอ ๒ คนนี้หรือชี้แจงให้ท่านประธานทราบ เนื่องจากคนที่จะสร้างนักกีฬาอยู่ที่ กรมพลศึกษาที่จัดการกีฬาขั้นพื้นฐาน แล้วก็อธิการบดีสถาบันการพลศึกษาซึ่งก็จะมี โรงเรียนกีฬาขณะนี้ ๑๑ แห่ง ก้าลังจะเพิ่มอีก ๒ แห่ง คือที่จังหวัดนครนายกกับที่ จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่คือที่ผลิตนักกีฬา วันนี้บุคคลที่มีหน้าที่ผลิตกับบุคคลที่มีหน้าที่ ส่งเสริมกีฬาขั้นพื้นฐานกลายเป็นไม่อยู่ในคณะกรรมการ แน่นอนครับมันก็จะขาดช่วง ผมเลยเรียนข้อเสนอว่าข้อที่ ๑ ทางรัฐบาลจ้าเป็นที่จะต้องเพิ่มเติมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างกีฬา ก็คือ อธิบดีกรมพลศึกษาแล้วก็อธิการบดีสถาบันการพลศึกษา
เรื่องต่อไป การได้มาซึ่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย คุณสมบัติของ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยก็คือนอกจากต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานส้าหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจแล้ว ยังต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจการกีฬา (๒) เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญากับ กกท. ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือใครที่มีธุรกิจเกี่ยวกับการกีฬาหรือใครมีสัญญากับ กกท. ไม่ให้ก็เป็นสิ่งที่ดี อย่างน้อยก็เป็นการปกป้องเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านประธานครับ ผมอยากให้ทางรัฐบาล ฝากท่านรัฐมนตรีได้ไปเรียนว่าจ้าเป็นจะต้องระบุโดยเฉพาะเรื่องของความรู้ความเข้าใจ เรื่องเกี่ยวกับกีฬาให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยครับท่านประธาน ผมเรียนว่าคนที่จะน้าพากีฬา ของประเทศนี่จ้าเป็นครับ วันนี้ถ้าเกิดมีการสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าไปสักคนหนึ่ง ผมเรียนท่านประธานครับ ในอดีตที่ผ่านมาถ้าเกิดเป็นข้าราชการ เช่น เป็นครูมา เป็นปลัดมา ท่านครับ โดยส่วนใหญ่จะเน้นที่ระเบียบ กลัวมากถ้าจะส่งเสริมไอ้นี่ ท้าไอ้นี่ ที่มันออกนอกลู่นอกทางสักนิดหนึ่งไม่กล้า ประเทศไทยถ้าขยับก็คือขยับไปอย่างช้า ๆ ตามวิสัยทัศน์ของข้าราชการที่เขาต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันถ้าเกิดเราได้ผู้น้า ได้ผู้บริหารที่เป็นนักธุรกิจของเอกชน ท่านประธานจะเห็นว่าสิ่งที่เขาท้าบางทีไม่ตรงกับ วัตถุประสงค์ของกีฬา เขาอาจจะไปมุ่งเน้นอาคารส้านักงาน ที่ท้างานของคณะกรรมการ อาจจะอยู่สบาย จัดกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาหวือหวามาก ใช้เงินมาก พูดง่าย ๆ เหมือนส่งเสริมกีฬา เช่นพิธีเปิดอลังการมาก แต่ขณะเดียวกันเบี้ยเลี้ยงให้กับนักกีฬาเป็นจ้านวนน้อยอย่างนี้ละครับ ผมอยากให้ท่านประธานฝากถึงท่านรัฐมนตรี ถ้าเกิดเราสามารถที่จะใส่เรื่องอย่างนี้เข้าไปได้ เป็นคุณสมบัติเบื้องต้นเลยนะครับว่าคนที่จะมาเป็นซีอีโอ (CEO) ของการกีฬาแห่งประเทศไทยนี่ จะต้องมีความรู้เรื่องนี้จริง ๆ อย่าเป็นเพียงแค่เด็กของรัฐมนตรี อย่าเป็นเพียงแค่ เด็กของพรรคการเมือง เพราะว่าตรงนี้คือกีฬาของประเทศชาติ ท่านประธานช่วยดูมาตรา ๒๗ ผมไม่ใช่เป็นนักกฎหมายครับ แต่ท่านจะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้น่ากลัว ท่านดูครับ มาตรา ๒๗ เขาบอกว่า ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้ว่าการเป็นผู้แทนของ กกท. และเพื่อการนี้ ผู้ว่าการจะมอบอ้านาจให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตาม ข้อบังคับที่คณะกรรมการก้าหนด วรรคต่อไปครับท่านประธาน ผมอาจจะต้องขอความรู้ จากท่านประธานนะครับ นิติกรรมที่ผู้ว่าการกระท้าโดยฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบ ตามมาตรา ๑๙ ท่านประธานครับ นิติกรรมที่ผู้ว่าการกระท้าโดยฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบ ตามมาตรา ๑๙ ย่อมไม่ผูกพัน กกท. แสดงว่าถ้าเกิดท่านผู้ว่าการไปท้าผิดระเบียบ ผิดข้อบังคับ ไปลงนามในสัญญากับบริษัทอะไรก็แล้วแต่ถือว่าไม่ผูกพันกับ กกท. เว้นแต่คณะกรรมการ จะให้สัตยาบัน ตรงนี้ครับท่านประธาน ของผมนี่ตัดออกไปทั้งวรรคเลย เว้นแต่คณะกรรมการ จะให้สัตยาบัน ผมไม่ค่อยเข้าใจครับว่าวันนี้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยไปท้าผิด ข้อบังคับ แต่ว่าคณะกรรมการสามารถมาให้สัตยาบันได้ ก็คือสิ่งที่ท่านท้าถูกกฎหมาย อย่างนี้อันตรายไหมครับท่านประธาน ผมเลยบอกว่าบางเรื่องจะต้องดูให้ดี และวันนี้ ถ้าเกิดมีการสรรหาผู้ว่าการ กกท. เป็นคนของนักการเมือง แล้วในบอร์ด (Board) ของ การกีฬาแห่งประเทศไทยก็เป็นคนของนักการเมือง เสร็จเลยครับ ทุกอย่างบ้านเมืองพังหมด ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าในลักษณะของกฎหมายก็ตั้งใจที่จะท้าอย่างไรก็แล้วแต่ ที่จะพัฒนากีฬาบ้านเมืองของเรา ผมยังชื่นชมทางรัฐมนตรีแล้วก็ทางพรรคชาติไทยพัฒนาว่า วันนี้ท่านได้ออกกฎหมายมาหลายฉบับเพื่อพัฒนากีฬา ตั้งแต่ส่งเสริมให้สถาบันการพลศึกษา สามารถสอนปริญญาโท ปริญญาเอกได้ ให้โรงเรียนกีฬาสามารถที่จะน้าเงินรายได้มาใช้ได้ มีกฎหมายควบคุมการใช้สารต้องห้าม มีกฎหมายส่งเสริมกีฬาอาชีพ ท่านประธานครับ เฉพาะการกีฬาแห่งประเทศไทยฉบับนี้มีข้อเสนอแนะอีกข้อหนึ่งก็คือมาตรา ๓๐ คณะกรรมการกีฬาจังหวัด โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้าราชการเช่นเดียวกัน แล้วก็มีจ้านวนถึง ๒๐ คน สิ่งที่เราน่าเป็นห่วงก็เหมือนที่ท่านประธานทราบละครับ ถ้าเกิดคณะกรรมการชุดใหญ่เกินไป มันก็อาจจะไม่สามารถที่จะประชุมได้ง่ายเนื่องจากองค์ประชุมไม่ค่อยครบ ผมขอเรียนนะครับ บางจังหวัดได้สอบถามท่านประธานไม่มีการประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดเลย วันนี้จะต้องมีการออกกฎหมายเพื่อบังคับนะครับ
ท่านประธานครับ และเรื่องส้าคัญเรื่องสุดท้ายครับ เรื่องกองทุนพัฒนากีฬา แห่งชาติ ตรงนี้ต้องขอขอบคุณผู้น้าประเทศของเราในรุ่นก่อน ๆ ที่ได้สร้างสิ่งดี ๆ ไว้ กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติมีมติตั้งตามมติ ครม. ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ ในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ครับ ท่านจะสังเกตว่ากองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ จะเป็นกองทุนที่ไว้ส้าหรับเป็นสวัสดิการให้กับนักกีฬา ช่วยเหลือการกีฬาของเราจริง ๆ ครับ แต่ว่าในช่วงที่ผ่านมาท่านประธานคงทราบว่าเอากองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติมาใช้ ในทางการเมืองเสียส่วนใหญ่ ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับว่าเงิน ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท เมื่อก่อนจะให้นักกีฬาเป็นสวัสดิการช่วยเหลือนักกีฬา ไปส่งเสริมกีฬาเพื่อให้เรามีโอกาส ไปได้เหรียญทอง หลัง ๆ กลายเป็นเหลือเพียงแค่อย่างสองอย่าง อย่างแรก ก็คือเงินอัดฉีด นักกีฬาหรือเงินตอบแทนความส้าเร็จของนักกีฬา ไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกลับมาได้ ๑๐ ล้านบาท ไปแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์มาได้ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาทอะไรอย่างนี้ครับ นั่นก็คือส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็คือไปสนับสนุนกีฬา การเมืองวันไหนก็แล้วแต่ครับใครมีอ้านาจตรงนี้เมื่อไร ก็เอาเงินตรงนี้ไปสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ไม่ได้เอามาพัฒนากันจริง ๆ และในรัฐบาลนี้ ผมขอเรียนว่าวันนี้เอาเงินตรงนี้ไปส่งเสริมกีฬาฟุตบอลอาชีพเป็นสิ่งที่ดีครับให้ทุกจังหวัด จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งหมดเป็นเงิน ๑๐๐ ล้านบาท วันหนึ่งอยู่ ๆ ท่านรัฐมนตรี ก็บอกว่ารู้สึกเงินกองทุนจะเหลือเยอะเพราะฉะนั้นต่อไปนี้จะให้จังหวัดละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านครับ พอให้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี่เงินมันมีอยู่ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาทแค่นั้นเอง ให้แต่ละจังหวัดรวมแล้วกลายเป็น ๒๐๐ ล้านบาท เหลือเงินแค่ ๒๐๐ ล้านบาท ปีนี้โชคดีครับว่าเราไม่ต้องเสียเงินอัดฉีดเยอะเพราะนักกีฬาไปไม่ได้เหรียญทอง แต่ถ้าเกิด ปีต่อไปเราไปได้แชมป์ที่ซีเกมส์ ได้แชมป์ที่เอเชียนเกมส์ขึ้นมาเงินมันจะไม่พอนะครับ ผมคิดว่าตรงส่วนนี้เป็นส่วนส้าคัญ ส่วนที่ ๒ ก็คือเงินที่จะไปเก็บจากกฎหมายว่าด้วยสุราและยาสูบ ร้อยละ ๒ ก็เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งลักษณะของกองทุนดังกล่าวคล้าย ๆ กับ สสส. ครับ ก็คือไปเอา ร้อยละ ๒ แล้วก็ไทยพีบีเอส ร้อยละ ๑.๕ ตอนนี้เราเอามาช่วยกีฬา ร้อยละ ๒ ก็เห็นด้วย ซึ่งเป็นลักษณะการใช้เงินจะได้ตรงตามวัตถุประสงค์นะครับ ท่านประธานครับ ในส่วนอื่นก็คิดว่าทางคณะกรรมการคงไปดูแลให้ละเอียดรอบคอบ ก็ขอสนับสนุน ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งได้เข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมต้องกราบเรียนโดยหลักการและเหตุผลนี่ ผมให้ความเห็นชอบแล้วก็สนับสนุน ต้องกราบขอบพระคุณทางรัฐบาลแล้วก็เพื่อนสมาชิก ที่ได้มีการน้าเสนอร่างพระราชบัญญัติประกบเข้ามาซึ่งเป็นพระราชบัญญัติปรับปรุงแก้ไข จริง ๆ แล้วเรามีพระราชบัญญัติเกี่ยวข้องกับการกีฬาเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ ต่อมามีพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๒๘ ปีนี้ก็มีการมาเขียนกฎหมาย ฉบับใหม่ ซึ่งแน่นอนครับเมื่อระยะเวลาผ่านไป กาลเวลาผ่านไป ความพร้อม ความเหมาะสม ในกฎหมายเก่า ๆ มันก็ต้องมีการปรับแก้นะครับ พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ผมก็เชื่อมั่นว่าจะเป็นตัวบทที่ส้าคัญ แล้วก็จะเป็นจุดหนึ่งที่จะปรับเปลี่ยน วงการกีฬาของประเทศไทยให้มีการพัฒนาก้าวหน้า และที่ส้าคัญสามารถแข่งขันได้ ในระดับนานาชาติ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าในหลายปีที่ผ่านมาด้วยพระราชบัญญัติฉบับเก่า การกีฬาของเราไปพึ่งภาคเอกชนเป็นหลัก หลายสิ่งหลายอย่างในเรื่องของงบประมาณ ในเรื่องของเงินอัดฉีดนักกีฬาอะไรต่าง ๆ นี่ไปพึ่งภาคเอกชนให้เขาระดมทุน มีการลงแรง ระดมทุน เงินทองต่าง ๆ มาประกอบกันจนกระทั่งนักกีฬาของเราหลายคน ก็ประสบความส้าเร็จในระดับนานาชาติได้นะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องท้วงติงไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ พอเราอ่านกฎหมายฉบับนี้ไปทุกมาตราสิ่งหนึ่งที่ขาดตกไปนะครับ ไม่มีการพูดถึงตัวนักกีฬา แม้แต่นิดเดียว เราไปพูดถึงบุคลากรทางการกีฬามีการเขียนค้าจ้ากัดความบทนิยามไว้ว่า เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากีฬา เช่น ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน ผู้บริหารองค์กรด้านกีฬา เราลืมนักกีฬาซึ่งเป็นหัวใจหลัก ในอดีตที่ผ่านมามีนักกีฬาที่ประสบความส้าเร็จหลายคน ในประเทศไทยไปแข่งเวทีนานาชาติได้เหรียญกลับมาได้รางวัลกลับมาก็เป็นที่ยอมรับ นับหน้าถือตา ในขณะเดียวกันมีอีกหลายคนที่ทุ่มเทเพื่อชาติบ้านเมืองไปแข่งขันกีฬา แต่พลาดหวังไม่ประสบความส้าเร็จ วันนี้เราลืมเขาไปหมดนะครับ หลายคนเราจะมาเห็นข่าว เอาตอนเสียชีวิตบ้าง ตอนที่เจ็บป่วยหนัก ๆ บ้าง วันนี้นักกีฬาในอดีตเหล่านั้นถูกหลงลืม วันนี้ผมอยากจะมองเห็นการพัฒนาการกีฬาก็คือมีหลักยึดมีความมั่นคงให้กับเขา ในด้านอาชีพเช่นการพัฒนากีฬาอาชีพให้เป็นกิจจะลักษณะ การมีกองทุนการมีอะไร สักอย่างหนึ่งที่จะรองรับไม่ว่าเขาจะประสบความส้าเร็จหรือไม่ก็ตามในการกีฬานั้น ๆ แต่เมื่อเขามาท้ากิจกรรมด้านกีฬาเพื่อชาติบ้านเมืองแล้วนี่ อยากจะเห็นว่าในบั้นปลาย ในอนาคตของอาชีพเขา เขาสามารถที่จะอยู่ได้เลี้ยงชีพได้ แล้วก็ไม่ตกระก้าล้าบาก อย่างที่ผ่านมา อันนี้เป็นประเด็นแรกที่จะฝากไว้
อีกประเด็นหนึ่งนั้นเป็นประเด็นที่ส้าคัญครับที่ผมอยากจะฝากผ่าน ท่านประธานไปยังเพื่อนกรรมาธิการที่จะไปเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นั่นก็คือเรื่องของหมวด ๕ ครับท่านประธาน หมวด ๕ คือเรื่องของกองทุนพัฒนา การกีฬาแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ หมวดนี้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมากองทุนหนึ่ง ใน กกท. เป็นทุนหมุนเวียนส้าหรับใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา คุ้มครอง ช่วยเหลือและจัดสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับนักกีฬาและการกีฬาทั้งหมดนะครับ ปัญหา ที่ผมมองนะครับท่านประธานเงินที่จะเอามาเป็นกองทุนนี้เป็นสิ่งที่ดีครับ การใช้จ่ายแน่นอน เป็นประโยชน์เพราะว่าในที่สุดมันก็ไปพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ แต่สิ่งที่เป็นปัญหานั้น คือมาตรา ๓๖ (๑) ก้าหนดว่าเงินของกองทุนนี้มาจากเงินบ้ารุงกองทุนที่จัดเก็บตาม มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๗ บอกว่า กองทุนมีอ้านาจจัดเก็บเงินบ้ารุงกองทุนจากผู้มีหน้าที่ เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบในอัตราร้อยละสองของภาษี ที่เก็บ ท่านประธานครับ ประเด็นปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ เรามีการออกกฎหมายมาหลายฉบับ บางฉบับมีการพูดถึงเรื่องของตัวเงินเพื่อที่จะมาตั้งกองทุนต่าง ๆ น้าเงินมาใช้ในกิจการต่าง ๆ แต่วันนี้ผมจะชี้ประเด็นปัญหาให้ท่านประธานเห็นว่าการเขียนกฎหมายลักษณะนี้ เป็นการใช้อ้านาจนิติบัญญัติเข้าไปแทรกแซงอ้านาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารมีหน้าที่ ในการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินครับ วันนี้กองทุนนี้ถ้าจะใช้เงินอะไรก็ควรที่จะต้อง มีการบริหารจัดการมีการท้างบประมาณขอผ่านมายังคณะรัฐมนตรี แล้วก็น้าเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะมีการอนุมัติผ่านงบประมาณแผ่นดินเป็นกิจจะลักษณะ จะใช้เท่าไร มีความจ้าเป็นเท่าไร อันนี้ไม่มีปัญหาถ้ามีความพร้อม มีความจ้าเป็นในการใช้นี่ แน่นอนครับรัฐบาลและรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรรวมถึงวุฒิสภาก็ผ่านให้ แต่วันนี้เราก้าลัง เขียนกฎหมายบังคับครับ บอกว่าเงินเก็บภาษีจากสุราและยาสูบ ๒ เปอร์เซ็นต์ เราจะมอบ ให้กองทุนนี้นะครับ ผมไปค้นตัวเลขมาครับท่านประธานเมื่อปี ๒๕๕๔ นะครับ ปีที่ผ่านมามีการจัดเก็บในส่วนของภาษีสุราและยาสูบ สุรารวมถึงเบียร์และสุรา ยาสูบมีการจัดเก็บรวมทั้งสิ้น ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีเบียร์ ๖๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ภาษีสุราอีก ๔๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๑๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิด ๓ เปอร์เซ็นต์จากตัวเลขนี้ก็ตกเป็นเงิน ๓,๓๐๐ ล้านบาท ถามว่ามากหรือน้อยอาจจะ ชี้ชัดไม่ได้ เพราะการกีฬาของประเทศไทยอาจจะมีความจ้าเป็นต้องใช้งบประมาณ มากกว่านั้นก็ได้มันไม่แน่ไม่นอนนะครับ แต่วันนี้เราก้าลังจะเขียนกฎหมายเพื่อบังคับให้ รัฐบาลจะต้องจัดเงินส่วนหนึ่งบรรจุเข้าไปในกองทุนอันนี้ ทั้งที่เรายังไม่รู้ตัวเลขการใช้เงินที่แท้จริง เรามีกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรวันนี้มาค้างอยู่ในขั้นของกรรมาธิการร่วมกันอยู่ ๑ ฉบับ นั่นคือพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคก็มีปัญหาเดียวกันครับ มีการเขียนก้าหนดว่าจะต้องเป็นตัวเงินเท่าไรที่จะต้องจัดสรรลงมากี่เปอร์เซ็นต์ ๆ ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ผมจะต้องกราบเรียนท่านประธานว่ามันจะเป็นปัญหาในเรื่องของการแทรกแซง อ้านาจฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ผมอยากจะฝากเพื่อนกรรมาธิการเข้าไปแล้วไปหาทาง แก้ไข ไปแปรญัตติ เราอาจจะเขียนในลักษณะที่บอกว่าต้องจัดสรรงบประมาณ ในจ้านวนที่เพียงพอแค่นี้ก็จบแล้วครับ มันอาจจะมากกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท มันอาจจะเป็น ๕,๐๐๐ ล้านบาท ๖,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ และที่ส้าคัญที่สุดในลักษณะของเรื่องงบประมาณ ด้านการกีฬา มันเป็นลักษณะที่เรียกว่าเป็นฤดูกาล เพราะอะไรครับ โอลิมปิกก็มี ๔ ปีครั้ง ฟุตบอลโลกก็ ๔ ปีครั้ง ซีเกมส์อะไรต่าง ๆ มันก็มีระยะเวลา มีห้วงเวลาของมัน ที่มันไม่ใช่แข่งทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ไม่มีการแข่งขันกีฬาใหญ่ก็อาจจะไม่จ้าเป็นจะต้องจัดสรร งบประมาณมากเท่าไร บางปีมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศไทยมีความหวัง มีความต้องการในเหรียญเราก็อาจจะมีความจ้าเป็นจะต้องจัดสรรงบประมาณให้มากกว่าเดิม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่มีความจ้าเป็นที่เราจะต้องไปนั่งก้าหนดตัวเลขที่ตายตัวที่จะมอบ ให้กับกองทุนเพื่อที่จะเอาไปบริหารจัดการ ผมอยากจะให้มีการเปิดกว้างมากกว่านี้ และที่ส้าคัญที่สุดนั่นก็คือมาตรา ๔๑ มาตรานี้ผมอ่านแล้วผมบอกว่าผมอยากจะให้เพื่อนที่เป็น กรรมาธิการตัดทิ้งเลย มาตรา ๔๑ เขียนบอกว่า ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ส่งเงินบ้ารุงกองทุน ไม่ส่งเงินบ้ารุงกองทุนหรือส่งภายหลังระยะเวลาที่ก้าหนด นอกจากจะมีความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้เสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือน ผมอ่านแล้ว ผมตกใจนะครับ เพราะว่าวิธีการเขียนกฎหมายอย่างนี้คนที่มีหน้าที่ส่งเงินบ้ารุงกองทุน คือใครครับท่านประธาน กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ก็คือหน่วยงานของรัฐนั่นแหละ แน่นอนครับถ้าท่านจะเขียนกฎหมายลักษณะนี้บังคับให้เขาส่ง รัฐบาลไม่มีทางหลบเลี่ยงได้ครับ อย่างไรก็ต้องส่ง แต่การจะไม่ส่งเกิดจากอะไร เป็นไปได้ครับเช่นอาจจะมีภาวะในการที่ รัฐบาลขาดเงินในมือ เงินหมุนไม่พอ ไม่ทันที่จะจ่ายหรืออาจจะมีภาวะฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติ ภัยแล้ง น้าท่วมที่มีความจ้าเป็นต้องใช้ตัวเงินมากกว่า อันนี้มันเป็นความจ้าเป็นทั้งนั้นครับ แต่วันนี้เรามาเขียนกฎหมายบอกว่าถ้าส่งไม่ทันหรือไม่ส่งตามก้าหนด ให้เสียเงินเพิ่มในอัตรา ร้อยละ ๒ นี่จะมาปรับรัฐบาลกันเองมันก็คงจะไม่ถูกนักนะครับ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ร้อยละ ๒ ท่านไปกู้เงินสมมุติว่าเป็นลักษณะของบัตรเครดิต เดี๋ยวจะมีกฎหมายบัตรเครดิตเข้า เขาไม่ให้เกินร้อยละ ๑๘ ต่อปี เรามาก้าหนดร้อยละ ๒ ตกปีละ ๒๔ เปอร์เซ็นต์นะครับ เกินกว่ากฎหมายบางตัวอีก เราปรับกันแรงเกินไปหรือเปล่า มันไม่ควรจะมีปรับด้วยซ้า มาตรา ๔๑ ผมมองว่ามันเกินความจ้าเป็น ไปมองว่าจะมีการมากั๊กกัน จะมาป้องกัน จะมาหลบเลี่ยงไม่ส่งเงินจากหลวงเข้าไปยังกองทุน ไม่ถูกหรอกครับ ก็ฝากเพื่อนสมาชิก ไปพิจารณาใน ๒ ประเด็น โดยเฉพาะในประเด็นของกองทุน เพราะผมมองว่าเพียงแค่ เปิดกว้างว่าให้ก้าหนดงบประมาณให้เพียงพอตามที่กองทุนจะขอเข้ามายังคณะรัฐมนตรี ผมว่าแค่นั้นก็เพียงพอแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ต่อร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีประเด็นที่จะเพิ่มเติมจากท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายกันไปบ้างแล้วอยู่ ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน ผมจะไปที่หมวด ๔ เรื่องการส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬา ซึ่งเป็นเรื่องส้าคัญมาก เราจะมองเฉพาะเรื่องการแข่งขันกีฬาเฉพาะแมทช์ (Match) ใหญ่ ๆ ไม่ได้ เราจะมองว่า ปีนี้จะมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก มีการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ หรือกีฬาฟุตบอลโลกหรือไม่ ผมอยากจะให้มองไปเรื่องของกีฬาเพื่อสุขภาพ การส่งเสริมกีฬาในระดับชุมชน ในระดับ หมู่บ้านเพื่อเฟ้นหาช้างเผือกในป่า ถ้าเราไม่ส่งเสริมการกีฬาตั้งแต่ระดับวัยเด็กแล้วเราจะเอา นักกีฬาที่ไหน ท่านสังเกตดูประเทศจีนเขามีการส่งเสริมนักกีฬาฝึกฝนกันตั้งแต่ยังตัวเล็ก ๆ เพื่อที่จะให้ได้นักกีฬาที่แกร่ง ที่แข็ง และมีสมรรถนะ มีความเชี่ยวชาญ ถ้าสังเกตดูการแข่งขันกีฬากระโดดน้าไม่มีประเทศไหนที่จะสู้ประเทศจีนได้เลย เขาฝึกกัน ตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นตรงนี้การส่งเสริมกีฬาฝากคณะกรรมาธิการไปด้วยว่าควรจะจัดเข้าไป ในเรื่องของการสนับสนุนตั้งแต่วัยเด็ก
อีกประการหนึ่ง แมทช์การแข่งขัน รายการการแข่งขันต่าง ๆ ส่งเสริมไปเถอะ ให้มีการแข่งขันกันบ่อย ๆ ในประเทศเรานี่ยามศึกเรารบยามสงบเราฝึกครับ เราต้องฝึก ถ้าเราไม่ส่งเสริม ไม่มีการแข่งขันกีฬาในระดับต่าง ๆ อย่างเป็นประจ้าก็จะท้าให้การกีฬา ของเราไม่ก้าวหน้า แล้วการส่งเสริมอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของงบประมาณก็ดี เรื่องของ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นเรื่องจ้าเป็นที่จะต้องเอาเข้ามา สู่การส่งเสริมการกีฬาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ มีอุปกรณ์ที่เสริมสมรรถนะเรื่องของร่างกาย มีอุปกรณ์ที่จะส่งเสริมการกีฬาให้ทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ โคช (Coach) ผู้ฝึกสอน ไม่ต้องเหนียมงบประมาณ ประเทศไหนเก่ง ประเทศไหนดีไปเชิญเขามา เอามาฝึกแล้วจะท้าให้ การกีฬาของเรามีการพัฒนา นี่เป็นประเด็นฝากไปยังคณะกรรมาธิการกรุณาได้บรรจุหรือได้ พิจารณาเข้าไปในส่วนใดส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย การส่งเสริมอีกอันหนึ่ง ก็คือหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะให้การสนับสนุน ผมมองว่าเรารอจากการสนับสนุน อย่างภาคเอกชนก็ดี รัฐวิสาหกิจก็ดี เรารอให้มีการแข่งขันเสร็จแล้วค่อยขอการสนับสนุน ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจะท้ากันเป็นกิจจะลักษณะ ออกกฎหมายเพื่อที่จะขอให้องค์กรรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมการกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย หลาย ๆ ส่วน ส้านักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กองทุนต่าง ๆ ที่มีรายได้เอามาเพื่อสนับสนุนการกีฬา แล้วเราจะท้าให้นักกีฬาแล้วการกีฬา ของประเทศไทยรุดหน้าไปอย่างเห็นได้ชัด
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นถัดมาในเรื่องของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่มาของกองทุนเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปบ้างแล้ว จากภาครัฐบ้าง จากรายได้ จากกองทุน จากการด้าเนินงานของกองทุน และภาษีบาป ภาษีบาปตรงนี้มาจากไหน ก็มาจาก สุราและยาสูบ ผมตั้งข้อสังเกตว่าค้าว่ายาสูบตรงนี้มีปัญหา มันไปกระทบกับผู้ประกอบการ รายย่อย หรือผู้ผลิต ผู้ปลูกยาสูบ เพราะฉะนั้นเส้นแบ่งของการเก็บภาษีตรงนี้ ๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ได้มานี้ ก็ฝากไปยังกระทรวงการคลังด้วยว่าท่านต้องแยกแยะต้องดูแลด้วย การส่งเสริม การปลูกยาสูบในพื้นที่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างรายได้ให้กับประชาชน เมื่อส่งเสริมไปแล้ว เขามีการผลิต มีการน้าใบยาสูบมาหั่น มาซอย มาตากไปขาย เก็บภาษีเขา ๑๐ เท่า จากเคยเก็บ ๑ เปอร์เซ็นต์เป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้กระทบ แน่นอน เรื่องของภาษีจะเป็นอย่างไรกระบวนการต่าง ๆ ไปทบทวน ไปดู เห็นด้วยละในเรื่อง ของการที่จะเก็บภาษีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะให้มีการส่งเสริมสนับสนุนการกีฬา เข้าไปในกองทุน เมื่อมีเงินทุนแล้วมันมีโครงการต่าง ๆ มันก็สะดวกคล่องตัว
อีกเรื่องหนึ่งผมอยากจะฝากไปยังท่านคณะกรรมาธิการในเรื่องที่มาของ รายได้นอกเหนือจากรัฐวิสาหกิจ ส้านักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้วนี่ เรื่องการถ่ายทอดสด รายการต่าง ๆ ทีวี (TV) ที่ถ่ายทอดสด รายการโน่นรายการนี่เรามีส่วนร่วมบ้างไหม เวลาฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป ชิงแชมป์โลกแล้วก็ปิดจอด้าไม่ให้เราดู สมาคมกีฬาเข้าไปมี บทบาทมีส่วนร่วมอย่างไรในการที่จะจัดการเรื่องนี้ เพราะนั่นคือส่วนหนึ่งของการกีฬา การถ่ายทอดสดก็เป็นเรื่องของการกีฬาเช่นกัน รายได้ ในส่วนนี้ควรจะเข้ามาเสริมด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ไปอย่างเร็วเลยเพราะว่า เวลาเรามีจ้ากัด ผมอยากจะเห็นภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากขึ้นตรงนี้ และที่ส้าคัญ อีกอันหนึ่งเรื่องการส่งเสริมในเรื่องของสนามกีฬา ท่านทราบไหมว่านักกีฬาจังหวัดหนองคาย ไม่มีสนาม ไม่มีสระว่ายน้า แต่มาชนะเลิศการแข่งขันว่ายน้าในระดับชาติ ท่านเชื่อไหม เขาไปฝึกที่ไหน ฝึกว่ายที่แม่น้าโขงหรือเปล่า ฝึกตามล้าห้วยหรือเปล่า นี่มันสะท้อนให้เห็นว่า เขามีความทะเยอทะยานส่วนตัวแต่ไม่มีเลยในจังหวัดหนองคายทั้งจังหวัด ท่านเชื่อไหมว่า ไม่มีสระว่ายน้าที่ได้มาตรฐานเลย สนามกีฬา ลู่วิ่งมาตรฐานไม่มี ขอมาแล้ว ครม. ก็อนุมัติแล้ว แต่ไม่มีเงินครับ อนุมัติแต่หลักการ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานนะครับว่าเรื่องการส่งเสริม สนามกีฬาจังหวัดต่าง ๆ ควรจะมี ควรจะสนับสนุนเขา งบประมาณต่าง ๆ สมาคมกีฬาใส่ไปเถอะ เพราะสมาคมหนึ่งเขาดูแลหลายกีฬา ให้เขาไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท มันไม่พอหรอกครับ สมาคมหนึ่งเขาดูแลกันหลาย ๆ กีฬา ก็สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม ให้เกิดความคล่องตัวในการจัดการต่าง ๆ พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ที่ดี แต่ว่าฝากกรรมาธิการ ไปบรรจุในเรื่องที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่ เพื่อเป็นประโยชน์นะครับ สนามกีฬา อุปกรณ์กีฬา ให้เพียงพอ งบประมาณให้เพียงพอ ไปหางบประมาณจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาในกองทุน ให้มากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง แล้วก็สุดท้ายคุณหมอเชิดชัย จะให้ท่านรัฐมนตรีตอบ ผมจะได้ขอมติ ที่ประชุม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย เขต ๒ ผมขอแสดงความคิดเห็นสักเล็กน้อยเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ผมเห็นด้วยนะครับ ขอสนับสนุนชื่นชมกับผู้มีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมายนี้ ผมเองในฐานะ ส.ส. ก็เคยเป็นนักกีฬาบ้านนอก ไม่ได้เหรียญทองอะไรหรอกครับ ตามระดับประเทศ แต่ก็มีจิตใจเป็นนักกีฬาอยู่ ก็อยากสนับสนุนพระราชบัญญัตินี้ ผมได้ฟัง หลายท่านอภิปรายไปแล้ว โดยเฉพาะในกฎหมายก็เขียนไว้อยู่ในการสนับสนุนกีฬา ผมว่า ถ้าอยากจะให้คนเล่นกีฬาจริง ๆ อย่าให้เป็นหน้าที่ ส.ส. เลยไปจัดอุปกรณ์กีฬาให้กับชาวบ้าน ให้เป็นเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หมู่บ้านมีกี่หมู่บ้านจัดไปเลยครับ คืออยากให้ ส.ส. เอางบแปรญัตติแค่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปซื้ออุปกรณ์แจก ได้ลูกฟุตบอลบ้านละ ๑ ลูกมันไม่คุ้ม มันไม่เป็นการส่งเสริมการกีฬา ผมก็ฝากท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดูแลส่วนนี้ ถ้าจะสนับสนุนจริง ๆ อุปกรณ์พื้นฐานกีฬา น่าจะครบทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน ไม่ใช่หน้าที่ ส.ส. คนใดคนหนึ่งไปจัด อันนี้เป็นเรื่องของชาติ เป็นเรื่องของการพัฒนาร่างกายของคน ไม่ใช่ว่า ส.ส. คนไหนคิดอยากจะท้ากีฬาก็ไปท้า บ้านนั้นฟ้อนร้าก็ฟ้อนร้าอยู่นั่น บ้านนี้ก็เล่นกีฬาทั้งปี เวลาแข่งก็ไม่สนุกเพราะคนไม่ได้ซ้อม ไม่ได้เล่นกัน ผมก็อยากให้เป็นแผนของประเทศเลย วางแผนไปเลยนะครับ ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๙ การกีฬาแห่งประเทศไทยจะมีแผนพัฒนากีฬาอย่างไร คืออุปกรณ์พื้นฐาน ต้องมีให้พร้อม ให้ครบทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน ถ้าได้อย่างนี้ชาวบ้านได้ออกก้าลังกายแน่นอน แต่ปัญหาที่เป็นมา คนที่เล่นกีฬาก็คือลูกหลาน ส.ส. ถ้าเป็นลูก ส.ส. ฟุตบอลอาจจะได้เล่นกองหน้า วิ่งเหมือนเป็ดแต่ได้เล่นกองหน้าลูก ส.ส. เอาไปโชว์เฉย ๆ ผมอยากให้เป็นการกีฬา ของประเทศ ของประชาชน ให้อุปกรณ์ให้พร้อมนะครับ นอกจากนั้นสนามกีฬาก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่สนามกีฬาจังหวัด สนามกีฬาหมู่บ้าน ชุมชนเขาให้มี ผมเห็นอยู่ใต้ทางด่วนในกรุงเทพฯ จะท้าสนามอะไรก็ท้าเถอะ มีว่างเยอะแยะ ให้ผู้ด้อยโอกาสมีโอกาสได้เล่น อันนี้ เพียงยกตัวอย่าง การกีฬาไม่มีพื้นที่อาจจะให้โรงเรียนยกระดับสนามกีฬาโรงเรียนให้มันดีขึ้น เท่าที่ผมเป็นครูมา งบประมาณไปสร้างสนามกีฬา ๕๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ บาท เอาดินไปใส่ปีเดียว มันก็หาย มันไม่คุ้มลงทุนไม่คุ้ม เสร็จจากนั้นควายก็ไปนอนเกลือกขี้โคลนขี้ตมเป็นปลัก เป็นบ่อไปแล้วนะครับ มันก็ใช้ไม่ได้มันไม่ได้มาตรฐาน ผมว่าต้าบลหนึ่งน่าจะมีสนามกีฬา มาตรฐาน ๑ แห่ง เพราะฉะนั้นการจัดการแข่งขันกีฬาต้องจัดให้เป็นมาตรฐานว่า ๑ ปีจะต้อง มีการแข่งขันกีฬาระดับต้าบล เพราะทุกหมู่บ้านเขาจะได้มาแข่งขันกัน คือว่าเราอย่ามุ่ง แต่ว่าเรื่องจะไปเอาเหรียญทอง ถ้าเราอยากจะให้ประชาชนมีสุขภาพดี อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะสนับสนุนเพื่อให้ความเป็นเลิศอย่างที่ได้กล่าวกันมาแล้ว ผมก็อยากให้มีสนามกีฬา ประจ้าชุมชนหมู่บ้านอย่างน้อยต้าบลละ ๑ แห่งเป็นสนามมาตรฐาน ให้ชาวบ้าน ให้ระดับ อบต. เขาได้จัดกีฬาได้ เพราะฉะนั้นจังหวัดก็ต้องมีการแข่งขันกีฬาระดับจังหวัด อ้าเภอก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้ามีการแข่งขันกันทุกระดับอย่างนี้ทุกปีต่อเนื่องไป ความเก่งกล้าสามารถของนักกีฬามันก็จะมีขึ้นเพราะท้าต่อเนื่อง มีรางวัลให้ตามสมควร เพราะฉะนั้นคนก็จะสนใจมาเล่นกีฬา อันนี้ผมก็ขอฝากเรื่องการจัดการแข่งขันกีฬาระดับ พื้นล่างเลย คือเราก็ไม่ได้มุ่งตั้งแต่ระดับโลกคือทุกระดับ คนเก่งระดับไหนก็ส่งเสริมไป ทุกระดับ ส้าหรับเรื่องกรรมการในการบริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย ผมฟังมาหลายท่าน ก็เข้าใจ แต่ผมอยากเสริมว่าคือคนไม่รู้เรื่องกีฬาอย่าเอามาเป็นกรรมการกีฬา ขอร้อง ถ้าเราจะพัฒนากีฬา อย่างที่คุณสมบูรณ์พูดไป ก็ขออภัยขอเอ่ยนาม ผมเห็นด้วยคืออย่าเอา คนไม่รู้เรื่องกีฬามาแสดงกีฬาให้คนอื่นดู ต้องเอาคนมีพื้นฐานต้องมีประวัติในด้านการกีฬา อย่างน้อยเคยเป็นนักกีฬาพื้นฐานระดับไหน เพราะคนเคยเล่นกีฬามันมีสปิริต (Spirit) อยู่ในใจนี่ละ เพราะฉะนั้นการจะตัดสินอะไรเขามีสปิริตในวงการของเขาอยู่ ผมก็อยาก ให้คนที่มาเกี่ยวข้องจ้านวนเท่าไรผมไม่สนใจ ผมสนใจว่าให้มีพื้นฐานด้านกีฬาที่จะมาเป็น กรรมการจะเป็นส่วนของนักการเมืองก็ตาม นักการเมืองก็ขอให้เคยเล่นกีฬามา หรือลูกน้อง นักการเมืองคนนี้เคยเล่นกีฬามา ไม่ใช่จับคนใดคนหนึ่งที่มีอิทธิพลมาควบคุมกีฬามันก็ไม่ดี ผมก็มีข้อเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
คุณหมอเชิดชัยครับ
ขอบคุณท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ท่านประธานครับ กีฬาในช่วงนี้ ที่เขาเข้ามาแก้ไขเป็นกฎหมายค่อนข้างจะเป็นพวงนะครับ ตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการใช้ สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. .... แล้วก็กีฬาอันนี้อีก ซึ่งเท่าที่ผมไปเป็นกรรมาธิการนี่ คนที่รู้เรื่องกีฬาน้อยมาก แม้กระทั่งหมอ เพราะฉะนั้นคนที่จะมาเป็นคณะกรรมการ กกท. นี่ ควรจะเป็นคนที่เคยเล่นกีฬามาก่อน เพราะวัตถุประสงค์ตามข้อ ๘ ครอบคลุมมาก ผมขออภิปรายนิดหนึ่ง ก็คือเรื่องมาตรา ๓๓ ที่ให้การสงเคราะห์นักกีฬาและบุคลากรด้านกีฬา มันแค่เป็นพ่วงท้ายในมาตรานี้แค่นั้นเอง อยากจะให้ขยายความว่าสงเคราะห์นี่มันคืออะไร รวมไปถึงอะไร เพราะเห็นนักกีฬาที่พอหมดสภาพแก่ตัวไปแล้วก็ไม่มีใครช่วยนะครับ
ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่ผมเป็นห่วงเหมือนเพื่อนสมาชิกได้พูด ก็คือหมวด ๕ คือกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ถ้าเราไปดูว่าทางรัฐบาลจะมีนโยบาย ส่งเสริมมาตลอดอาจจะให้งบประมาณฟิกซ์ (Fix) เป็นปีก็ได้ ๑๕๐ ล้านบาทต่อปีก็มี แต่ใน พ.ร.บ. นี้ขยายความซึ่งผมก็จะเห็นกฎหมายลักษณะอย่างนี้ออกไปก็คือมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง ที่มีกองทุนที่จัดเก็บตามมาตรา ๓๗ พอไปดูก็คือเอามาจากภาษีบาปทั้งหลาย ซึ่งท้าให้ผมนึกไปถึง พ.ร.บ. ๒ ฉบับ ก็คือ พ.ร.บ. สสส. เยอะแยะเลยนะครับ แล้วการด้าเนินงานตอนหลัง ๆ นี่มันสะเปะสะปะ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับทางการแพทย์มีการวิจัย คนที่ได้รับงบประมาณก็เป็นกลุ่มเฉพาะคน ที่เล่นมานาน หรือว่าคลุกคลีแล้วก็เป็นการเล่นพรรคเล่นพวก คนที่รุ่นใหม่เข้าไปนี่ เข้าไม่ได้เลย อีกอันหนึ่งก็คือ พ.ร.บ. เกี่ยวกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ท่านประธานครับ ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท บังคับเลยเหมือนกันอย่างนี้นะครับ ผมมีโอกาสได้เป็น อนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจ้าปีงบประมาณ กรมประชาสัมพันธ์ เขาของบมาประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท ส.ส. เราตัดไปเหลือ ๕๐๐ ล้านบาท เสร็จแล้ว จะตัดเขาอีกครับ ปรากฏว่าผู้มาชี้แจงเป็นรองอธิบดีผู้หญิงนะครับจะปลดเกษียณร้องไห้เลย บอกว่าเมื่อเทียบกับของเขาทั้งภูมิภาคมีหลาย ๆ ที่ แต่ไทยพีบีเอสอันเดียวนะครับ เอาไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ท่านอย่าเพิ่งทักท้วงผมนะครับ มาตรา ๓๗ อัตรา ๒ เปอร์เซ็นต์สมาชิกพูดไปแล้วมันมากไป แต่มาตรา ๓๘ บังคับให้กรมสรรพสามิตกับ กรมศุลกากรเรียกเก็บเลยครับ แล้วก็ก้าหนดว่าไม่ไปรวมค้านวณเป็นมูลค่าของภาษี แล้วยังไม่พอครับมาตรา ๓๙ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีนี่ต้องมีหน้าที่ส่งเงินบ้ารุงนะครับ เห็นไหมครับไปบังคับ มาตรา ๔๐ ก็เช่นเดียวกันครับ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและกฎหมายยาสูบ ให้ได้รับยกเว้นก็คือเอาใจเขา ก็มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วเป็นดาบสองคมนะครับ แล้วก็กรณีมาตรา ๔๑ ที่ว่าถ้าไม่ส่งนี่ปรับอีกร้อยละ ๒ ลักษณะกฎหมายอย่างนี้ เป็นเหมือนกรรโชก ผมเห็นด้วยว่าควรจะตัด ๓ มาตรานี้ออกไป ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะดูแล พ.ร.บ. นี้ท่านไปหาเงินอื่นดีกว่านะครับ เพราะว่าในมาตรา ๓๖ (๓) เงินทุนประเดิม ที่รัฐบาลจัดสรรให้ท่านก็ได้แล้วนะครับ มาตรา ๓๖ (๔) เงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่ได้รับจาก งบประมาณรายจ่ายประจ้าปีตามความจ้าเป็น เห็นไหมครับ เอาทั้งขึ้นทั้งล่องมันเยอะไป แล้วแต่ละปีก็ไม่ทราบว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยจะใช้เงินเท่าไร ซึ่งกฎหมายลักษณะอย่างนี้ ไม่ควรจะออกไปอย่างเด็ดขาดเพราะว่ามันเกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม ใครมือยาวสาวได้สาวเอา แล้วทาง ส.ส. เราก็มักจะคิดเอาง่าย ๆ ว่าไม่รู้ละออกกฎหมายก่อนบังคับให้รัฐบาลจ่ายเงิน เพราะฉะนั้นเวลาพิจารณางบประมาณพวกนี้ ส.ส. ไม่รู้จะพูดอะไรนะครับ ก็ได้แต่ดู ท้าตาปริบ ๆ ทั้ง ๆ ที่ก็ทราบว่าการใช้เงินในบางหน่วยงานมันไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คือเงินมันเหลือเยอะเกินไป ผมก็ขออภิปรายแค่นี้นะครับ แล้วขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ขอบคุณครับ
เดี๋ยวคนอื่นเขาจะเข้าใจผิดว่า ส.ส. เราไม่ดูกฎหมายให้ละเอียดนะครับ ที่จริงเมื่อท่าน อภิปรายแล้วมันก็สามารถไปปรับปรุงแก้ไขในวาระที่เรารับหลักการได้ ก็อยู่ที่ ส.ส. เรา ส่วนไทยพีบีเอสนั้นเดี๋ยวท่านไปปรึกษา พลต้ารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ เห็นได้ข่าวว่าก้าลังจะ แก้ไขกฎหมายนี้อยู่ เชิญท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ในวันนี้นะคะ คือดิฉันมี ไม่กี่ประเด็นหรอกค่ะที่จะเป็นประเด็นฝากในการที่คิดว่าวันนี้ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. พรรคไหน เราคงจะเห็นด้วยกับการที่จะให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะคะ แต่ประเด็นที่ดิฉัน ห่วงใยคือจากการที่ดิฉันเองได้อ่านกฎหมายฉบับนี้ดิฉันเห็นว่าจะมีการจัดตั้งกองทุน พัฒนาการกีฬาแห่งชาติขึ้นมาอีก ซึ่งต้องเรียนเลยค่ะว่าเรามีกองทุนค่อนข้างเยอะแล้ว ในการดูแลเกี่ยวกับทางด้านกีฬา แน่นอนค่ะเรามีกองทุนพัฒนาการกีฬาอยู่แล้ว เราอาจจะ สามารถน้ากองทุนที่มีอยู่แล้วนี่แหละค่ะเข้ามาเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนา พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยที่ไม่จ้าเป็นที่จะต้องตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่ แล้วเราก็ไม่จ้าเป็นที่จะต้องไปน้าเงินจาก ภาษีสรรพสามิตที่เป็นภาษียาสูบ เราสามารถน้าพวกเหล่านั้นซึ่งเป็นภาษีบาปไปใช้ในเรื่อง การพัฒนาทางอื่นได้อีก นี่คือประเด็นที่ดิฉันเป็นห่วงเป็นใย
อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันมีความเป็นห่วงเป็นใยส้าหรับจะฝากกรรมาธิการ ที่จะมีการตั้งขึ้นในวันนี้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับว่าดิฉันเองอยากจะให้มีการให้เอกชนเข้ามามี ส่วนร่วมในการพัฒนากีฬา เนื่องจากว่าทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่าสมาคมต่าง ๆ ของกีฬา ก็ได้มีการให้เอกชนเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนค่อนข้างมากอยู่แล้ว จริง ๆ ดิฉันคิดว่าตรงนี้น่าจะ ขอความร่วมมือจากเอกชนในอีกหลายหน่วยงานได้ ซึ่งถ้าท้าได้ก็จะเป็นการดีกับการพัฒนา การกีฬาแห่งประเทศไทยของเราด้วย ที่ส้าคัญค่ะท่านประธาน ดิฉันเห็นท่านรัฐมนตรีมา ก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีด้วยเพราะว่าดิฉันเองข่าวคราวที่ได้รับมาช่วงนี้ก็เรื่องเกี่ยวกับ การจัดสร้างสนามกีฬาฟุตซอลที่เรามีปัญหากันอยู่ ต้องเรียนว่าแน่นอนก่อสร้างแล้ว เสร็จแล้วด้วยแต่ว่าไม่สามารถใช้ได้ ตรงนี้ก็เป็นประเด็นเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ แล้วก็การด้าเนินการก่อสร้างที่ต้องเรียกว่า ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเรียกว่ามีมาตรฐาน แล้วก็ถูกต้องตามแบบที่เขารับรองได้หรือเปล่า เพราะว่าเราไม่สามารถจะใช้ในการแข่งขันได้ อาจจะเกิดจากปัญหาอะไรก็ตามแต่ ก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลแก้ไขในประเด็น เหล่านี้ด้วย และที่ส้าคัญค่ะท่านประธาน ดิฉันเองไม่คิดว่ากฎหมายจะดีถ้าเราไม่มีสถานที่ ที่จะใช้แข่งขันหรือว่าสถานที่ส้าหรับให้เขาสามารถที่จะออกก้าลังกายโดยการเล่นกีฬาได้ จะเป็นการพัฒนาทางการกีฬาของประเทศได้ ซึ่งหากเรามาดูจริง ๆ เมื่อกี้นี้เพื่อนสมาชิก หลายคนนี่ก็ได้มีการพูดเอาไว้แล้วว่าปัจจุบันนี้อุปกรณ์การกีฬาประเภทต่าง ๆ ส้าหรับเด็ก ๆ ไม่ว่าจะในโรงเรียนหรือว่าตามหมู่บ้านนี่ต้องยอมรับว่าค่อนข้างจะขาดแคลน เราเป็น ส.ส. หลายครั้งเราลงพื้นที่จะมีเด็กเยาวชนที่มีความสนใจในด้านกีฬาก็จะมาติดต่อถามว่า เรามีอุปกรณ์กีฬาจะให้เขาบ้างไหม หรือว่าจะไปขออุปกรณ์กีฬาจากที่ไหนได้บ้าง ตรงปัญหา ที่ดิฉันพูดมานี้ก็เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วถ้าเรามีการออกพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ การกีฬาแห่งประเทศไทยแล้วนี่ เราควรจะไปดูในเรื่องของอุปกรณ์กีฬาที่มีให้กับเด็ก ในต่างจังหวัดด้วย และที่ส้าคัญดิฉันเองพบเห็นมาหลายอย่าง เด็กในต่างจังหวัดตามหมู่บ้านต่าง ๆ บางครั้งเขาไปเล่นกีฬาเพื่อป้องกันการเข้าหายาเสพติด แต่ทราบไหมคะเขาเล่นอยู่ที่ สนามหญ้ากัน สนามหญ้าข้าง ๆ หมู่บ้าน ไฟฟ้าก็ไม่มี เล่นกันถึง ๒ ทุ่ม ดิฉันเห็นบางที เอาไฟหน้ารถมอเตอร์ไซค์มาจอดแล้วก็ส่องเป็นไฟส่องสว่างส้าหรับเล่นฟุตบอลตอนเย็น ตรงนี้ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่เราจะมีการตั้งขึ้น อยากให้ดูประเด็น เหล่านี้ด้วย อย่างที่บอกว่าอย่างไรก็ตามแต่ดิฉันไม่คิดว่ากฎหมายอย่างเดียวถ้าเราออกไปแล้ว คนเล่นถ้าไม่มีสถานที่ฝึกซ้อมเราก็คงจะมีการกีฬาที่ดีขึ้นมาไม่ได้ และที่ส้าคัญกีฬาเป็นอย่างหนึ่ง ท่านประธานที่ดิฉันคิดว่าจะช่วยแก้ปัญหาเด็กที่เข้าไปสู่ยาเสพติดได้เป็นอย่างดี ก็ต้องฝาก ท่านประธานในประเด็นเหล่านี้ แล้วก็ดิฉันเห็นด้วยที่จะมีการออกกฎหมายแก้ไข พระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณค่ะ
อุปกรณ์กีฬาขอได้ที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านนี้ ผมขอปิดการอภิปราย เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อข้อสังเกตและ ข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกที่ได้มีการอภิปรายมา ขออนุญาตที่จะตอบในบางประเด็น ที่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในส่วนของท่านสมาชิกที่ได้มีการสอบถามในเรื่องของการที่จะให้ อธิบดีกรมพลศึกษาแล้วก็อธิการบดีสถาบันการพลศึกษาเป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการนั้น เรียนอย่างนี้ว่าได้มีการเปลี่ยนเพิ่มปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อให้สามารถ ก้าหนดนโยบายและประสานงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกีฬาทั้งหมด ก็เรียน ให้ท่านสมาชิกได้ทราบ
ในส่วนของท่านสมาชิกที่สอบถามในเรื่องของร่างนี้ว่าไม่มีการสนับสนุน ในเรื่องของกองทุนหรือว่าสวัสดิการให้กับนักกีฬา ในส่วนนี้ได้มีการขยายส่งเสริม แล้วก็การสนับสนุนทางกีฬาให้มากกว่ากฎหมายเดิม ซึ่งให้รวมถึงนักกีฬาโดยตรงด้วย ตามมาตรา ๓๓ ที่อยู่ในร่างนี้แล้ว
ในส่วนของประเด็นที่ท่านสมาชิกท่านได้มีข้อสังเกตมาหลาย ๆ ท่าน ในเรื่องของกองทุนที่มาจากภาษีสุราแล้วก็ยาสูบ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าผู้ที่มีหน้าที่ น้าส่งเงินบ้ารุงของกองทุนตามมาตรา ๔๑ ก็คือผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายสุรา ยาสูบ ตามมาตรา ๓๙ เพราะฉะนั้นกรมสรรพสามิตนั้นเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บเท่านั้นนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในประเด็นนี้ผมเชื่อว่าคงจะได้มีการไปพูดคุยหรือว่าไปปรึกษาหารือกัน ในชั้นกรรมาธิการอีกทีหนึ่งนะครับ ผมคิดว่าก็คงจะเป็นประโยชน์อย่างมากส้าหรับ ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้ข้อสังเกตเอาไว้ในวันนี้นะครับ ก็คงจะเรียนกับทุกท่านอย่างนี้นะครับว่าการกีฬานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่มีความส้าคัญ และทุกท่านนั้นก็เห็นตรงกันนะครับ แต่ว่าการออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ถือว่า เป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการที่จะร่วมกันในการที่จะให้ร่างนี้ออกมาเป็น ร่างที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการนั้นผมเชื่อว่าคงจะได้มีการตั้งข้อสังเกต แล้วก็ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ขอบคุณครับ
ผู้เสนอ อีก ๓ ท่านจะใช้สิทธิตามข้อ ๖๗ หรือไม่ ถ้าไม่ใช้ผมจะขอมติเลยนะครับ ท่านสมบูรณ์ ใช้ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ คงใช้เวลาไม่มากนักที่จะขออนุญาตเพิ่มเติมประเด็นที่ทางท่านรัฐมนตรี ได้ตอบเรื่องของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยนะครับ เดิมท่านอธิบดีกรมพลศึกษา อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วยนะครับ แล้วก็หลังจากที่ท่านมีแนวคิดว่าปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเข้าไปเป็นคณะกรรมการแล้วก็พอ ผมเรียนว่าผมเชื่อว่าเวลาเขาจะตั้ง ถึงคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ รัฐมนตรีก็มักจะหยิบอธิบดีกรมพลศึกษา แล้วก็อธิการบดีสถาบันการพลศึกษาเข้ามาอีกครั้งหนึ่งก็จะท้าให้ผู้ทรงคุณวุฒิ มีจ้านวนน้อยลง และท่านประธานคงทราบนะครับผู้ทรงคุณวุฒินี่คือคนที่มีความรู้ทางด้าน การกีฬาโดยส่วนใหญ่ครับ ของท่านธเนศจริง ๆ แล้วน่าจะเอามาพิจารณาด้วยก็คือ เช่นมีผู้แทนของสมาคมกีฬา เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ก็อยากฝากถึงคณะกรรมาธิการแล้วกัน
ส่วนที่ ๒ ก็คือในเรื่องของกฎหมายที่เราจะเอาเงินของภาษีสรรพสามิต เรื่องเหล้า เรื่องบุหรี่ ท่านประธานก็คงทราบว่าในการสนับสนุนกีฬาของทั่วโลกครับสิ่งที่เขาใช้ จากสปอนเซอร์ (Sponsor) โดยส่วนใหญ่ก็คือธุรกิจประเภทนี้ละครับเข้ามา ผมเคยไป ประสานงานกับบริษัทสุราแห่งหนึ่ง เขาก็บอกว่าถ้าเกิดเขาให้เงินสนับสนุนก็ต้องให้ คนจังหวัดนั้นดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ ให้มีปริมาณมากขึ้นเขาจะให้เงิน ตรงนี้ละครับมันขัดกันเลย เราจะสร้างสุขภาพกลายเป็นต้องเสียสุขภาพ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านได้ค้านึงถึงจุดนี้ด้วย เราไม่จ้าเป็นจะต้องเอาเงินจากภาษีบาปมานะครับ ผมเชื่อว่ารัฐบาลอาจจะหาเงิน เพื่อสนับสนุนกีฬาของประเทศซึ่งใช้ไม่กี่ร้อยล้านบาทหรอกครับ อาจจะน้อยกว่า ไปเสียค่าขุดลอกคลองน้าท่วมเสียอีกครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไป ผมจะขอมติในวาระที่หนึ่งนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนท้าการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม ตึก ๒ ตึก ๓ เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นะครับ เมื่อท่านเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่ก้าลังประชุมอยู่ที่ตึก ๒ และตึก ๓ เข้าห้องประชุมก่อนเพื่อลงมติว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับนี้หรือไม่นะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนลงมตินะครับ กรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ ก่อนลงมตินะครับ พอจบเรื่องนี้จะเป็นการพิจารณา กรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็จะต้องลงมติอีกนะครับ ขอความกรุณาให้ความร่วมมือนิดหนึ่ง อย่าเพิ่งออกจากห้องประชุม เมื่อเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนลงมติในวาระที่หนึ่งนะครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๙๔ ท่าน
ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๔ ฉบับ ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่รับหลักการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล รับหลักการ ๓๓๔ ท่าน ไม่รับหลักการ ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมรับหลักการนะครับ
ต่อไปเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการครับ ท่านพิษณุ กรรมาธิการกี่ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ตั้งกรรมาธิการ ๓๑ ท่านครับ
สัดส่วนนะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่านเสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ จ้านวน ๕ ท่าน คือ ๑. นายชุมพล ศิลปอาชา ๒. นายสมบัติ คุรุพันธ์ ๓. นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ๔. พลตรี จารึก อารีราชการัณย์ ๕. นายนิพนธ์ ฮะกีมี
พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ดังนี้ค่ะ ๑. นายสมคิด บาลไธสง ๒. นายธเนศ เครือรัตน์ ๓. นายชูศักดิ์ แอกทอง ๔. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๕. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๖. นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ๗. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ๘. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๙. นางสาวอรุณี ช้านาญยา ๑๐. นายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ ๑๑. นายอดิศร ผลลูกอินทร์ ๑๒. นายบุญชู นิลถนอม ๑๓. นายวรพงษ์ ตันติเวชยานนท์ และ ๑๔. นายวรวีร์ มะกูดี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านครับ เชิญท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านนะครับ ๑. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒. นายเจือ ราชสีห์ ๓. นายวิทวัส พันธ์นิกุล ๔. นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ๕. นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ๖. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๗. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ๘. นายสามารถ มะลูลีม ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิไทย ขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ประกอบไปด้วย ๑. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จ้านวน ๑ ท่าน คือ นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล คือ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ๑. นายชุมพล ศิลปอาชา ๒. นายสมบัติ คุรุพันธ์ ๓. นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ๔. พลตรี จารึก อารีราชการัณย์ ๕. นายนิพนธ์ ฮะกีมี ๖. นายสมคิด บาลไธสง ๗. นายธเนศ เครือรัตน์ ๘. นายชูศักดิ์ แอกทอง ๙. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๑๐. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๑๑. นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ๑๒. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ๑๓. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๑๔. นางสาวอรุณี ช้านาญยา ๑๕. นายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ ๑๖. นายอดิศร ผลลูกอินทร์ ๑๗. นายบุญชู นิลถนอม ๑๘. นายวรพงษ์ ตันติเวชยานนท์ ๑๙. นายวรวีร์ มะกูดี ๒๐. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒๑. นายเจือ ราชสีห์ ๒๒. นายวิทวัส พันธ์นิกุล ๒๓. นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ๒๔. นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ๒๕. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๒๖. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ๒๗. นายสามารถ มะลูลีม ๒๘. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒๙. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ๓๐. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง และ ๓๑. นายวัชรพล โตมรศักดิ์
ก้าหนดแปรญัตติครับ ท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์กี่วันครับ
ท่านประธานคะ ก่อนเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานในการเปลี่ยนแปลงรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ขออนุญาตเปลี่ยนจาก นายบุญชู นิลถนอม เป็น นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
แก้ไขถูกต้อง แล้วก้าหนดวันแปรญัตติกี่วันครับ
ขออนุญาตเสนอ ระยะเวลาในการแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับค่ะ ขอผู้รับรองค่ะ
เชิญกี่วันครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ เนื่องจาก ในพระราชบัญญัตินี้มีหลายมาตรา ประมาณ ๑๓๘ มาตรา ขออนุญาตเวลาในการแปรญัตติ ขอเปลี่ยนเป็น ๑๕ วันครับ
๑๕ วัน ขัดข้องไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ขัดข้องนะครับ แปรญัตติ ๑๕ วัน เนื่องจากมี ๔ ร่าง เอาร่างใดเป็นหลักครับ ท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์
ท่านประธานคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอให้ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักค่ะ ขอผู้รับรองค่ะ
ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักนะครับ จบนะครับ
๖. พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติมาตรฐาน สินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้ลงมติให้มีการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณานะครับ ผมจะต้องขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่เห็นด้วย ก่อนจะลงมติมีท่านใดจะขออภิปรายไหมครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วโดยไปปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติมใน ๒ มาตรา คือมาตรา ๖ และมาตรา ๘ กราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กระผมเองได้มีบทบาทเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญในชั้น สภาผู้แทนราษฎร และได้ใช้เวลายาวนานพอสมควรในการที่จะให้ความเห็นชอบ กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และประเด็นที่วุฒิสภาที่ได้แก้ไขก็เป็นประเด็นที่ผมเห็นว่า เป็นการแก้ไขที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีต่อการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้แต่อย่างใด โดยในมาตรา ๖ ที่วุฒิสภาไปแก้ไข มาตรา ๖ เป็นการยกเลิกข้อความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมาตรา ๖ นั้นเป็นเรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ที่วุฒิสภาไปเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการโดยเพิ่มสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนเกษตรกรด้านพืช ด้านสัตว์ และด้านประมง ซึ่งเลือกกันเองตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศก้าหนดให้เหลือด้านละ ๑ คน นั่นหมายความว่าเพิ่มจ้านวน คณะกรรมการเข้าไปเป็นอีก ๓ คน หมายความว่าเพิ่มเข้าไปอีก ๓ คนจากสมาชิก สภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยก็เนื่องจากว่าในองค์ประกอบของมาตรา ๖ คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรนั้นเป็นองค์ประกอบที่เป็นตัวแทนประเภทองค์กรมา และอีกส่วนหนึ่งก็คือผู้ทรงคุณวุฒิ ในส่วนของประเภทองค์กรนั้นในชั้นของสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้วางรูปแบบไว้แล้วโดยมีประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติหรือผู้แทนเข้าไปท้าหน้าที่แทน ในสภาเกษตรกรแห่งชาติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีความจ้าเป็นที่จะต้องมีสมาชิก สภาเกษตรกรแห่งชาติเข้ามาเป็นองค์ประกอบซ้าซ้อนเข้ามาอีก นอกจากนี้หากว่าสมาชิก สภาเกษตรกรแห่งชาติมีความเหมาะสม รัฐมนตรีก็สามารถที่จะเลือกคนเหล่านั้นเข้ามาเป็น กรรมการในประเภทผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีสามารถแต่งตั้งได้ไม่เกิน ๓ คนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในการแก้ไขของวุฒิสภาในมาตรา ๖ นั้นจึงไม่มีความจ้าเป็น
ประเด็นที่ ๒ คือการแก้ไขในมาตรา ๘ ซึ่งมาตรา ๘ นั้นเป็นการแก้ไข ในมาตรา ๓๔ ของพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ ในชั้นการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรนั้น เราได้พิจารณาว่าผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อด้าเนินกิจการเกี่ยวกับการตรวจสอบ และรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร
(๒) มีห้องปฏิบัติการของตนเองหรือสามารถใช้ห้องปฏิบัติการของผู้อื่น โดยห้องปฏิบัติการต้องมีขีดความสามารถและคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการประกาศ ก้าหนด โดยในร่างที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นการแก้ไขมาตรา ๓๔ นี้ ได้เพิ่มค้าว่า สามารถใช้ห้องปฏิบัติการของผู้อื่น เพิ่มเข้ามาเพื่อเป็นการให้โอกาส ของผู้รับใบอนุญาตซึ่งไม่มีห้องปฏิบัติการของตนเอง ซึ่งผู้รับใบอนุญาตตามกฎหมายนี้ ในอนาคตจะมีทั้งบริษัท ห้างร้านที่เป็นผู้ขอรับใบอนุญาตแล้วก็ประกอบกิจการทางด้านนี้ ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือจะเป็นสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย มูลนิธิ องค์กรต่าง ๆ ก็สามารถที่จะเข้ามาเป็นผู้ขอรับใบอนุญาต เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตรได้ เพราะฉะนั้นไม่จ้าเป็นที่จะต้องมีห้องปฏิบัติการของตนเอง ซึ่งสามารถไปเช่าหรือว่าไปขอใช้ ห้องปฏิบัติการที่อื่นได้อยู่แล้ว แต่ทีนี้ในมาตรา ๓๔ นี้วุฒิสภาไปเพิ่มเติมท้ายของ (๒) ว่า เว้นแต่ในกรณีที่การตรวจสอบมาตรฐานไม่จ้าเป็นต้องมีหรือใช้ห้องปฏิบัติการ อันนี้เป็น รายละเอียดแล้ว แล้วก็ไม่มีความจ้าเป็นที่จะต้องไปเป็นคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต เพราะฉะนั้น การเพิ่มเติมเข้ามาไม่ได้ท้าให้สิทธิของผู้ที่จะมาขอรับใบอนุญาตเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ในทางตรงข้ามก็เป็นการเพิ่มข้อความที่รุงรังเข้ามาในมาตรา ๓๔ นี้ ท่านประธานครับ แท้จริงแล้วในมาตรา ๓๔ นี้ยังมีประเด็นที่น่าที่จะต้องหยิบยกขึ้นมาเพื่อที่จะให้ มีการปรับปรุงแก้ไขก็คือใน (๔) ซึ่งผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี การมีบทบัญญัติ เช่นนี้ไว้ นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งกระท้าความผิด แล้วก่อให้เกิดความเสียหายต่อการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตร ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อการค้าระหว่างประเทศ คนเหล่านี้ไม่สมควรจะได้รับการอนุญาตให้กลับเข้ามา ขอรับใบอนุญาตได้อีก เพราะไม่เช่นนั้นแล้วการเพิกถอนใบอนุญาตก็ไม่แตกต่าง จากการพักใบอนุญาต เพราะ (๔) นี้เขียนไว้ชัดเจนว่า ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี ลักษณะ การเขียนกฎหมายไว้เช่นนี้ก็คือการที่เป็นการพักใบอนุญาตไว้ ๒ ปีนั่นเอง นี่เป็นประเด็น ที่ผมคิดว่าจ้าเป็นที่จะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมในรายละเอียด ผมจึงเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติม ของวุฒิสภาไม่น่าที่จะมีความเหมาะสมแล้วก็อยากจะวิงวอนให้เพื่อนสมาชิก ไม่รับรองร่างที่ผ่านการเห็นชอบของวุฒิสภาและให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาให้เกิดความรอบคอบอีกครั้งหนึ่ง ก็จึงน้าเสนอต่อท่านประธานในที่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ตามที่กรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กระผมเองก็เห็นด้วย กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ โดยที่ไปแก้ไขในมาตรา ๖ โดยเพิ่มข้อความว่า สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติซึ่งเป็นตัวแทนเกษตรกรด้านพืช ด้านสัตว์ และด้านประมง ซึ่งเลือกกันเองตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศก้าหนดให้เหลือ ด้านละหนึ่งคน ผมขอให้เหตุผลเพิ่มเติมที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา กล่าวคือถ้าไปดูในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖ เดิม ซึ่งได้พูดถึงองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ ก็จะประกอบด้วยรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็ผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็จะมีองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง ก็คือประธานสภาหอการค้า แห่งประเทศไทยหรือผู้แทน ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือผู้แทน และผู้ทรงคุณวุฒิจ้านวนไม่เกิน ๓ คน คราวนี้เมื่อมีการตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติเกิดขึ้น ร่างของสภาผู้แทนราษฎรก็ได้เพิ่มประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติขึ้นมา ซึ่งก็จะเป็นไป ตามหลักการเดิมว่าคณะกรรมการชุดนี้ก็จะประกอบด้วยผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าเมื่อวุฒิสภาไปเพิ่มให้นอกจากจะมีประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติเกิดขึ้นแล้ว ยังเอาสมาชิกสภาเข้ามาด้วยอีก ๓ ท่าน เป็นด้านพืช ด้านสัตว์ และด้านประมง ซึ่งเลือกกันเอง ผมได้รับการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติตาม กฎหมายฉบับนี้ ก็ได้บอกให้ฟังว่าที่จริงในสภาเกษตรกรแห่งชาตินั้นยังมีอีกหลาย ๆ ด้าน แต่ว่าเพิ่มมาเพียงด้านพืช ด้านสัตว์ ด้านอื่นก็จะมีปัญหาว่าท้าไมด้านอื่นไม่เอา เรื่องที่ ๒ ที่จะตามมาก็คือว่าแม้จะไปก้าหนดว่าให้เลือกกันเองให้เหลือด้านละ ๑ คน การเลือก ท่านประธานคงทราบว่าในสภาเกษตรกรแห่งชาตินั้นค่อนข้างจะใช้เวลา เมื่อมีการเลือกตั้ง มันจะช้าออกไปเรื่อยก็จะท้าให้การเริ่มด้าเนินงานของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรนั้น มีปัญหาในทางปฏิบัติ ฉะนั้นก็คิดว่าการเพิ่มขึ้นมาอย่างนี้ เอาสมาชิกขึ้นมาด้วย ซึ่งจะผิดกับองค์กรอื่นที่เอาตัวประธานออกมา ก็จะท้าให้โครงสร้างของคณะกรรมการ เปลี่ยนไปไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกฎหมาย
ส่วนที่ ๒ ที่ไปแก้ไขมาตรา ๘ คือแก้ไขมาตรา ๓๔ (๒) นั้น ที่เพิ่มข้อความว่า เว้นแต่ในกรณีที่การตรวจสอบมาตรฐานไม่จ้าเป็นต้องมีหรือใช้ห้องปฏิบัติการ ความจริง เพิ่มขึ้นมาก็ไม่ได้มีค่าอะไรเพราะว่าถ้าการตรวจสอบนั้นมันไม่จ้าเป็นต้องมี เขาก็ไม่ต้องใช้อยู่ แล้ว และถ้าไปดูมาตรา ๓๓ เดิมก็น่าจะมีช่องทางที่จะท้าให้เรื่องเหล่านี้ไม่จ้าเป็นต้องมา เขียนเพิ่มเติมไว้ใน (๒) ตรงนี้เลย ฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของสมาชิกวุฒิสภา และน่าจะได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้องประชุมก่อนครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนท้าการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อขอมติจากที่ประชุมครับ เชิญครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๙๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบด้วยกับการแก้ไข เพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ใช้สิทธิลงคะแนนครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ยังมีท่านใด ไม่ได้ใช้สิทธิ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
เรียบร้อยแล้ว ขอผลคะแนนด้วยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๕๓ ท่าน เห็นด้วยกับวุฒิสภา ๖๙ ท่านครับ ไม่เห็นด้วย ๒๘๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขของวุฒิสภานะครับ
ขอเชิญสมาชิกก้าหนดจ้านวนกรรมาธิการนะครับ จะต้องตั้งกรรมาธิการ ร่วมกัน
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจ้านวนกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จ้านวน ๒๒ ท่าน ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เป็นพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน เชิญพรรคเพื่อไทยเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มาลินี อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยดังมีรายนาม ดังนี้ ๑. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๒. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๓. นายจ้ารัส เวียงสงค์ ๔. นายนิยม ช่างพินิจ ๕. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๖. นายนิยม เวชกามา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๓. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๔. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมนู พุกประเสริฐ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านคือ นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ขอผู้รับรองด้วยครับ
เชิญท่านเลขาธิการได้อ่านรายชื่อครับ
รายนามคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๒. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๓. นายจ้ารัส เวียงสงค์ ๔. นายนิยม ช่างพินิจ ๕. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๖. นายนิยม เวชกามา ๗. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๘. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๙. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๑๐. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ๑๑. นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร
ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติอีก ๒ ฉบับ คือ
๑. ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... (นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๒. ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... (นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
เห็นว่าเป็นเรื่องท้านองเดียวกันน่าจะน้ามาพิจารณารวมกันครับ จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ พอดีที่ท่านประธานได้กล่าวไปนี่มันมีร่างของผมอยู่ฉบับหนึ่งด้วยครับ ซึ่งผมได้เคลียร์ ประเด็นปัญหาต่าง ๆ กับวิปรัฐบาลเสร็จแล้วครับ ผมไม่ทราบว่าท่านประธานจะน้าเข้ามา พิจารณาประกอบพร้อมกันเลยไหมครับ
คืออย่างนี้ครับ ร่างของท่านได้เสนอไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีรับรองแล้ว แต่ถือว่า เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้เซ็นครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ แรกเริ่มเดิมทีทางเจ้าหน้าที่เขาเข้าใจผิดครับ แล้วก็ไปตีความว่าเป็นกฎหมาย เกี่ยวด้วยการเงิน แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้หลังจากที่ได้ไปเคลียร์ท้าความเข้าใจแล้วก็พบว่า เจ้าหน้าที่อ่านกฎหมายแล้วเข้าใจผิดครับ สรุปแล้วไม่ได้เป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน ซึ่งเมื่อสักครู่ผมก็ได้ท้าความเข้าใจกับท่านพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน แล้วก็ท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านอุดมเดชด้วยเรียบร้อยแล้วว่าสรุปแล้วมันไม่ได้เป็น กฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน แต่เจ้าหน้าที่เขาไปตีความผิด เข้าใจผิดในถ้อยค้าของกฎหมายครับ
ท่านประธานวิปว่าอย่างไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในกรณีที่มี ความสับสนในเรื่องญัตติของท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เนื่องในส่วนของฝ่ายสภาไปตีความ ว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินก็จะต้องส่งไปตามกระบวนการคือให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงนามรับรอง แต่เมื่อต้นทางได้มีการวินิจฉัยใหม่ว่าไม่เป็นก็สามารถ ที่พิจารณาร่วมกันได้ครับ
ท่านเลขาธิการตกลงว่าอย่างไร เชิญคณะรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพครับ กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอเสนอต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเพื่อโปรดพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้ครับ
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต
เหตุผล โดยที่ในปัจจุบันการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตมีผู้ประกอบธุรกิจ สองประเภทคือ ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลอื่น ที่มิใช่สถาบันการเงิน ซึ่งการก้ากับดูแลการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตกรณีที่เป็นสถาบัน การเงินเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ส่วนกรณีที่เป็นนิติบุคคลอื่นที่มิใช่ สถาบันการเงินเป็นไปตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ท้าให้การก้ากับดูแลการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตของผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งสองประเภทมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกัน ประกอบกับในปัจจุบันมีการใช้บัตรเครดิตกันอย่าง แพร่หลาย แต่ยังไม่มีมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตไว้ เป็นการเฉพาะ รวมทั้งยังไม่มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับส่งข้อมูลธุรกรรมการช้าระเงินทาง อิเล็กทรอนิกส์ส้าหรับการใช้บัตรเครดิตที่ออกและใช้จ่ายภายในประเทศ สมควรก้าหนด หลักเกณฑ์ในการก้ากับดูแลการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตไว้เป็นการเฉพาะ จึงจ้าเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอเรียนว่าปัจจุบันการใช้บัตรเครดิต เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายจนกลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีความส้าคัญต่อระบบ เศรษฐกิจและการบริโภคของประชาชนเป็นจ้านวนมาก โดย ณ สิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้ มีบัตรเครดิตที่ใช้ในระบบอยู่ประมาณ ๑๖ ล้านใบ มียอดสินเชื่อคงค้างประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันการใช้ บัตรเครดิตถูกใช้เป็นช่องทางในการท้าทุจริตหลอกลวงหรือฉ้อโกงในบางรูปแบบจนเป็นเหตุ ให้ผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าตลอดจนประชาชนผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนและเป็นเหตุให้ ผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบกับ ในปัจจุบันการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มีผู้ประกอบธุรกิจ ๒ ประเภท คือ ผู้ประกอบธุรกิจ ที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สถาบันการเงินหรือ ขออนุญาตใช้ค้าภาษาอังกฤษว่าน็อนแบงก์ (Nonbank) ซึ่งอาศัยอ้านาจการก้ากับดูแลจาก กฎหมายที่ต่างกัน กล่าวคือผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงินอยู่ภายใต้การก้ากับดูแล ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ สถาบันการเงินอยู่ภายใต้การก้ากับดูแลของประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๕๘ ท้าให้หลักเกณฑ์ การก้ากับดูแลผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตทั้ง ๒ ประเภท ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้ง บทก้าหนดโทษทางกฎหมายแตกต่างกัน ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ที่เสนอจะเป็นแนวทางในการก้ากับดูแลการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่เป็น มาตรฐานเดียวกันตลอดจนมีการคุ้มครองผู้บริโภคที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น การห้ามออก บัตรเครดิตแก่ผู้บริโภคโดยที่ผู้บริโภคมิได้มีค้าขอ การแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ถือบัตรเครดิต ทราบถึงการโจรกรรมข้อมูลเครดิตหรือการท้าธุรกรรมที่ไม่เป็นปกติ หรือการทุจริตต่าง ๆ การจัดให้มีศูนย์บริการลูกค้า การรับพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับบัตรเครดิต เป็นต้น นอกจากนี้ได้ก้าหนดให้การรับส่งข้อมูลในกรณีธุรกรรมที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตรเครดิตที่ออก และใช้จ่ายภายในประเทศต้องส่งผ่านศูนย์กลางหรือจุดเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลรายการช้าระเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์หรือใช้ค้าภาษาอังกฤษว่าโลคัล สวิตชิง (Local Switching) อันจะเป็น การรวบรวมข้อมูลและเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการรับส่งข้อมูล ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของสภาแห่งนี้จะได้กรุณาพิจารณา ให้ความเห็นชอบในหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... เพื่อประโยชน์ของประเทศโดยรวมต่อไป ขอบพระคุณครับ
ท่านปาริชาติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างมากที่ท่านได้น้าร่างพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ของดิฉันและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเพื่อไทย
ท่านประธานคะ โดยหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นก็บัญญัติไว้ เพื่อให้มีการออกกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต
ส่วนเหตุผลของการมีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือจะเห็นว่าปัจจุบันนี้ การประกอบธุรกิจบัตรเครดิตมีปัญหาอยู่มากเพราะว่ามีการใช้อยู่ ๒ ประเภทด้วยกัน คือผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงินกับผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ สถาบันการเงิน โดยในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงินนั้นจะเป็นตามกฎหมาย ที่ว่าด้วยสถาบันการเงิน ส่วนผู้ที่ประกอบธุรกิจที่เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน จะเป็นไปตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ดังนั้นจึงท้าให้การก้ากับดูแลการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตทั้ง ๒ ประเภทนี้มีหลักเกณฑ์ ที่แตกต่างกัน ที่ส้าคัญปัจจุบันประชาชนโดยทั่วไปมักนิยมใช้บัตรเครดิตกันมาก อย่างแพร่หลาย แต่ยังไม่มีมาตรการหรือกฎหมายที่รองรับอย่างชัดเจนเลยค่ะ รวมทั้งยังไม่มี หลักเกณฑ์ที่จะมารองรับการส่งข้อมูล การท้าธุรกรรมในการช้าระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ส้าหรับการใช้บัตรเครดิตที่ออกและจ่ายทั้งภายในประเทศด้วย ท่านประธานคะ ดิฉันจึงเห็นว่า สมควรแล้วที่จะมีการออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงได้ร่วมกับเพื่อนสมาชิกของพรรคเพื่อไทย เสนอกฎหมายฉบับนี้ ในปัจจุบันจะเห็นว่าผู้ใช้บัตรเครดิตมากมาย พอมีบัตรก็รูดปรื๊ด รูดปรื๊ด ปรากฏว่าพอรูดไปรูดมาบางทีก็ลืมไปจ่ายเงินก็มี มีหนี้พอกหางหมูหน้ามืดเลยนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเห็นว่าน่าเป็นห่วงมากส้าหรับผู้ที่ใช้บัตรเครดิต ดิฉันเป็นห่วง ในเรื่องผู้ที่ใช้บัตรนี้อยากจะให้มีความระมัดระวัง เพราะว่าทุกวันนี้มีคนใช้จ่าย โดยผ่านบัตรเครดิตเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นถ้าหากมีกฎหมายฉบับนี้เข้ามาดูแลโดยตรง ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่มีมากและปัญหาหนี้เสียก็จะไม่เกิดขึ้น รวมถึงทั้งเป็นห่วง ผู้ที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มักจะใช้ช่องว่างของกฎหมายในการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งมีอยู่เป็นจ้านวนมากที่ท่านทราบดีอยู่แล้วนะคะ หากไม่มีกฎหมายมาควบคุมการกระท้า ความผิดดังกล่าวก็จะมีปัญหาอีกมากมาย ดิฉันเห็นว่าควรจะมีมาตรการป้องกันในเรื่องนี้ โดยออกกฎหมายเพื่อป้องกันโดยมีการก้าหนดนโยบายแบบแผนที่ดีของผู้ประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต โดยการตั้งตัวแทนก็ดี การใช้บริการจากบุคคลภายนอก การออกบัตรเครดิต การก้าหนดประเภทบัตรเครดิต การเปิดเผยเงื่อนไขในสัญญาบัตรเครดิต การก้าหนดวงเงิน การเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมทั้งค่าปรับและค่าใช้จ่ายอื่นอันเกี่ยวข้องกับ การใช้บัตรเครดิต การยกเลิกการใช้บัตรเครดิต การบังคับช้าระหนี้ รวมทั้งกรณีอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านประธานคะ ที่ส้าคัญอีกประการหนึ่งก็คือดิฉันอยากเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น เอาจริงเอาจังกับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่กระท้าผิดกฎหมายตามที่เป็นข่าว ในหนังสือพิมพ์อยู่ทุกวันนี้ รวมทั้งให้ความรู้กับลูกค้าบัตรเครดิตถึงผลดีและผลเสีย รวมทั้ง รายละเอียดต่าง ๆ ของการใช้บัตรเครดิตโดยน่าจะมีการประชาสัมพันธ์ให้อย่างต่อเนื่อง และทั่วถึงให้ผู้ใช้บริการได้ทราบอย่างดี ดีกว่าจะปล่อยให้ผู้ใช้บัตรรู้เพียงว่ามีบัตร แล้วก็ใช้รูดปรื๊ด รูดปรื๊ด ตลอดเวลาท้าให้เกิดปัญหาดังที่กล่าว หากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรดิฉันมองว่ามีผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท้าให้ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตอยู่ในกติกาที่มีมาตรฐาน รวมทั้งบทลงโทษให้ผู้ประกอบการ ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายได้รับโทษด้วย นอกจากนี้ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม สร้างความปลอดภัยในการใช้บัตรเครดิตอีกด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ดิฉันจึงอยากจะขอความร่วมมือจากทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้กรุณา ผ่านร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณมากค่ะ
ท่านอรรถวิชช์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. ....
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. ....
เหตุผล โดยที่ปัจจุบันมีการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตอยู่ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ เป็นผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่อยู่ในสถาบันการเงินหรือที่เรียกว่า ธนาคารพาณิชย์ปกติเป็นคนด้าเนินการเอง และกลุ่มที่ ๒ คือพวกประกอบธุรกิจที่เป็น นิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สถาบันการเงินอย่างที่เราเรียกกันว่าน็อนแบงก์ ก็มี ๒ กลุ่มทั้งแบงก์ และน็อนแบงก์ในการท้าธุรกิจบัตรเครดิตในขณะนี้ ในส่วนของตัวที่เป็นของสถาบันการเงินนะครับ เวลาสถาบันการเงินเขาท้าธุรกิจบัตรเครดิตก็จะไปอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน ปี ๒๕๕๑ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเป็นกลุ่มน็อนแบงก์หรือกลุ่มที่ไม่ใช่สถาบันการเงินนี่ ไปท้าบัตรเครดิตก็จะไปอยู่ภายใต้การก้ากับดูแลของ ปว. ๕๘ หรือที่เรียกว่าประกาศ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ โดย ปว. ๕๘ จะเป็นตัวแม่แล้วก็ต้องมีการออกกฎกระทรวงการคลัง เพื่อออกมารองรับในการก้ากับธุรกิจบัตรเครดิตส้าหรับกลุ่มน็อนแบงก์ ซึ่งแบ่งเป็น ๒ สาย ซึ่งค่อนข้างจะสร้างความสลับซับซ้อนอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ในทางปฏิบัติก็เป็นแบงก์ชาติทั้งคู่ ที่เป็นคนดูแล ก็เลยคิดว่าการที่มีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มันจะเป็นการรวมกลุ่ม แล้วท้าให้ การประกอบธุรกิจบัตรเครดิตนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ประกอบกับหลายอย่าง เรื่องของมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคก็ดี มาตรการในเรื่องของการรับส่งข้อมูลธุรกรรม ทางการเงิน การช้าระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ จ้าเป็นที่จะต้องมีการเขียนให้ชัดเจน เลยมีการเสนอกฎหมายฉบับนี้จ้าเป็นต้องมีการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตพูดถึงเหตุผลเพิ่มเติมในส่วนนี้สักนิดว่าบัตรเครดิตจริง ๆ แล้วต้องย้าว่า ไม่ใช่การกู้เงิน การใช้สินเชื่อบัตรเครดิตไม่ใช่เป็นการสัญญาให้กู้ยืมเงิน แล้วท้าให้ พี่น้องประชาชนหลายคนมีความสับสนมากในขณะนี้ คือไปเลือกในการใช้บัตรเครดิต เป็นสินเชื่อหรือการให้กู้ยืมเงิน ซึ่งดอกเบี้ยนั้นคนละเรื่องกันเลยครับ ผมขออนุญาตอธิบาย เพิ่มเติม สมัยก่อนตอนที่ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ ออกมา แล้วก็มีประกาศ กระทรวงการคลังให้ก้ากับธุรกิจประเภทนี้เขาก้ากับกันอยู่ร้อยละ ๑๘ ต่อปี แต่ปัจจุบัน มีการเลื่อนขึ้นมาเป็นร้อยละ ๒๐ ต่อปี แต่ผมต้องขีดเส้นใต้ว่าร้อยละ ๒๐ ต่อปี ไม่จริงครับ ท้าไมผมถึงพูดว่าไม่จริง แล้วส่วนนี้คือส่วนที่ผมเห็นต่างกับร่างของรัฐบาล ก็ต้องฝาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วทางพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ด้วย หลักการของผมเหมือนกันนะครับ แต่ไส้ในมีความแตกต่างซึ่งเป็นสาระส้าคัญ แล้วเป็น การปฏิรูปวิธีการคิดดอกเบี้ยของวงการบัตรเครดิตครับ ท่านประธานคิดตามผมไปนิดหนึ่งนะครับ ผมยกตัวอย่างพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ในขณะนี้ลองคิดตามผมครับ ท่านไปรูดบัตรเครดิต ที่ห้างสรรพสินค้า ๑๐,๐๐๐ บาท พอถึงบิล (Bill) เรียกเก็บเขาเรียกเก็บท่านประจ้าเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านมีเงินแค่ ๙,๐๐๐ บาท จ่ายเงิน ๙,๐๐๐ บาทไป คงเหลือเท่าไรครับ คงเหลือ ๑,๐๐๐ บาท ถูกไหมครับ มีค้าถามครับ ท่านประธานลองตอบกระผมดูก็ได้นะครับ ท่านประธานว่าเขาคิดดอกเบี้ย ร้อยละ ๒๐ จากเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือเขาคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินคงเหลือ ๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานคิดว่าอย่างไรครับ ผมบอกครับ ตามหลักสามัญส้านึกต้องเป็นการคิดดอกเบี้ย จากยอดเงินคงเหลือคือ ๑,๐๐๐ บาท เพราะว่าเราไปรูด ๑๐,๐๐๐ บาท เราใช้ไป ๙,๐๐๐ บาท โดยหลักสามัญส้านึกต้องคิดที่ ๑,๐๐๐ บาทที่เหลือถูกไหมครับ ดอกเบี้ยร้อยละ ๒๐ ปรากฏว่าค้าตอบนี้ผิด แล้วผมเชื่อว่าหลายคน คนไทยกว่าครึ่งสอบตกเรื่องนี้ครับ เพราะว่า บริษัทบัตรเครดิตเขาไปคิดเงินดอกเบี้ยร้อยละ ๒๐ จาก ๑๐,๐๐๐ บาท แปลกใจนะครับ ในทางกลับกันอีกครับ ถ้าท่านลืมจ่าย รูดไป ๑๐,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าคนที่บ้านไปจ่าย ลืมจ่ายเงินครับ จ่ายไป ๙,๙๙๙ บาท เหลืออยู่บาทเดียว ท่านว่าดอกเบี้ยร้อยละ ๒๐ ต่อปี เขาคิดจาก ๑ บาทไหมครับ ไม่ใช่ครับ เขาคิดจาก ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานเชื่อไหมครับ ขนาดกระทรวงการคลังออกประกาศกระทรวงการคลังล้อตาม ปว. ๕๘ ขนาดแบงก์ชาติออก ประกาศแบงก์ชาติให้คิดดอกเบี้ยจากหนี้ค้างช้าระ ผมยังมีประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ เลยครับ บริษัทบัตรเครดิตทุกบริษัทไม่ว่าจะประกอบโดยธนาคาร ไม่ว่าจะประกอบโดยน็อน แบงก์ กลุ่มที่เป็นบริษัทตั้งต่างหากคิดแบบนี้หมดทุกบริษัทเลยครับ เพราะเขามองว่า เงินที่คงค้างกันจริง ๆ เขาถือว่าลูกค้าผิดสัญญา สัญญาคือต้องจ่ายเต็มแล้วคุณจ่ายไม่เต็ม คุณผิดสัญญาโดยยอดทั้งจ้านวนครับ และอันนี้คือส่วนที่เป็นสาระส้าคัญที่ร่างของผมนั้น มีความแตกต่างกับร่างของรัฐบาล และส่วนที่เป็นสาระส้าคัญที่ร่างของผมแตกต่างกับ พรรคเพื่อไทยในขณะนี้ และผมในฐานะฝ่ายค้านผมต้องการการสนับสนุนจากท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านฟังผมต่อสักนิดนะครับ เอกสารของท่านในวันนี้ที่รัฐบาลเสนอมาแทบจะ เรียกได้ว่าไม่ได้มีความแตกต่างอะไรเลยครับ แทบจะเรียกได้ว่าไม่ได้สร้างอิมแพค (Impact) อะไรกับวงการบัตรเครดิตมากนัก ท้าไมผมพูดอย่างนั้นครับ เพราะว่าเป็นการน้าเอาประกาศ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ เป็นการน้าเอาประกาศกระทรวงการคลัง เป็นการน้าเอาประกาศ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งหลายทั้งปวงมาย้ารวมใส่ลงไปในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไทยแต่ประการใด ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ของการคิดค้านวณดอกเบี้ยแต่ประการใด แต่สาระที่ผมได้เสนอท่านไปครับ ผมใส่ลงไป ในมาตรา ๑๔ ซึ่งจริง ๆ ค่อนข้างจะเจียมตัวพอสมควรเพราะเป็นฝ่ายค้านครับ แล้วก็หวังว่า ความคิดนี้กรรมาธิการจะรับไปแล้วท่านรัฐมนตรีกิตติรัตน์จะรับไปครับ มาตรา ๑๔ ผมใส่ไว้ ในวรรคสอง ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายอื่นใดให้ค้านวณจากยอดเงินต้นคงค้าง ที่ผู้ถือบัตรค้างช้าระไม่ครบจากยอดเงินต้นที่จ่ายผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น เขียนยาวเลยครับ เพื่อไม่ให้บริษัทบัตรเครดิตนั้นปลิ้นหลบไปทางอื่น ช่วยกันทีครับ เรื่องนี้เป็นสาระส้าคัญว่า ท้าไมคนถึงติดหนี้บัตรเครดิตเยอะ ดอกเบี้ยไม่ใช่ร้อยละ ๒๐ จริง ๆ ครับ เป็นไปได้อย่างไรครับ รูดบัตร ๑๐,๐๐๐ บาท จ่ายไป ๙,๙๙๙ บาท เหลืออยู่บาทเดียว แต่โดนคิดดอกเบี้ยจาก ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ได้คิดดอกเบี้ยจากยอดเงินคงเหลือ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ครับเป็นหัวใจส้าคัญ แล้วถ้าเกิดว่ารัฐบาลนี้มีความประสงค์จะช่วยจริง ๆ ผมขอความกรุณาเถอะครับ ร่างของผม ฉบับนี้แตกต่างกับท่านในประเด็นนี้จริง ๆ แล้วก็ได้รายชื่อสนับสนุนจ้านวนมาก จากพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้รับความอนุเคราะห์ด้วยจาก ท่านอาจารย์ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ แล้วก็ยังมีพรรคอีกพรรคหนึ่งคือพรรคประชาธิปไตยใหม่ ก็ให้การสนับสนุนด้วยเช่นเดียวกัน อยากเห็นนะครับ อยากเห็นเรื่องนี้มีการเปลี่ยนแปลง แล้วผมก็เชื่อว่าถ้าวันนี้เราได้น้าไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการได้ผมว่าเรื่องใหญ่ครับ เพราะวงการบัตรเครดิตมีปัญหาแน่นอน แล้วผมก็เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังครับ ผมก็เชื่อว่าสมาคมธนาคารไทยไปหาท่านแน่ครับเรื่องนี้ ถ้าท่าน เอาตามแบบที่พรรคประชาธิปัตย์บอกคือให้คิดจากดอกเบี้ยคงเหลือคงค้างเท่านั้น เขาไปหาท่านแน่ครับ เพราะว่าก้าไรของเขาจะหดหายไปเยอะทีเดียว แต่ผมเชื่อนะครับ ถ้าท่านยืนหยัดเข้าข้างประชาชนงานนี้ในฐานะเป็นผู้แทนราษฎร ขอคะแนนพรรคเพื่อไทย โหวตให้ด้วยในวาระที่สอง วาระที่สามในอนาคต เพราะหลักการมีความแตกต่างกันเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสาระส้าคัญ แล้วก็ทิ้งท้ายนะครับ ผมน้าเรียนว่าท้าเกี่ยวกับเรื่องแก้หนี้มาหลายปี ตั้งแต่เป็นข้าราชการอยู่ในกระทรวงการคลัง ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของบัตรเครดิต ที่มันพอกหางหมูไป เพราะดอกเบี้ยไม่ใช่ร้อยละ ๒๐ จริง เพราะไปคิดจากต้นเงินที่รูดทั้งหมด พอเดือนต่อไปมันชนครับ เดือนต่อไปมันชนอีกนี่พอมันพอกเข้าหนัก ๆ นี่มันจะไม่สามารถ คืนเงินได้ ถ้าท้าตามที่ผมบอกมันจะท้าให้สินเชื่อบัตรเครดิตเป็นอีก ๑ ทางเลือกของคนจน ฟังให้ดีนะครับ เป็นอีก ๑ ทางเลือกของคนจน วันนี้บัตรเครดิตไม่ใช่ทางเลือกส้าหรับคนจน พี่น้องประชาชนคนไหนมีเงินเดือนน้อยอย่าใช้นะครับ ท้าไมผมพูดอย่างนั้นครับ คนที่ใช้บัตรเครดิตแล้วก้าไรนี่มีแค่คนกลุ่มเดียวเท่านั้นครับ คนมีสตางค์ครับ พอรูดปั๊บ สิ้นเดือนจ่ายเต็ม ผมเชื่อเลยว่า ส.ส. ในนี้หลายคนครับ รูดปั๊บพอสิ้นเดือนจ่ายเต็ม รูดปั๊บสิ้นเดือนจ่ายเต็ม สิ่งที่ได้คืออะไรครับ คะแนนสะสมใช่ไหมครับ ท่านไม่เสียอะไรเลย แต่ในทางกลับกันคนที่เขาหาเช้ากินค่้าเขาผ่อนบัตรเครดิตไม่หมด พวกนี้มีปัญหาแน่นอน เพราะเขามองว่านี่คือสินเชื่อเป็นเงินกู้ ผมถึงบอกว่าถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คิดให้ลึก ๆ ครับ ถ้าเปลี่ยนตามเกณฑ์ที่ผมว่าอันนี้จะเป็นสินเชื่อประเภทใหม่ให้กับคนไทย ทั้งประเทศ คราวนี้สนุกเลยครับ เพราะว่าบัตรเครดิตว่าท่านใช้คืนเมื่อไร เท่ากับท่าน เป็นการกู้เงินท้าให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้เร็วมากขึ้น แล้วมันจะเป็นสินเชื่อของคนจน ได้ด้วย มันจะไม่ได้จ้ากัดเฉพาะแต่คนรวยเท่านั้น แล้วบริษัทบัตรเครดิตจะแข่งอะไรกัน รู้ไหมครับในอนาคต วันนี้เขาแข่งอะไรกันครับ ทุกบริษัทปิดหูปิดตาเราหมดเลย เพราะเวลา คิดดอกเบี้ยมันไม่ได้คิดจากยอดเงินคงค้างไปคิดจากยอดเงินรูด เขาไปแข่งอะไรครับ บัตรนี้มิดไนท์เซล (Midnight sale) ห้างไหน บัตรนี้ไปใช้ห้างไหนแล้วลด ไปเข้าปั๊มน้ามัน ที่ไหนลด มันไปแข่งกันเรื่องแบบนั้นไปครับ คนที่ได้ประโยชน์ก็เป็นแค่คนคลีน (Clean) กลุ่มแรกกลุ่มเดียวคือคนที่รูดแล้วจ่ายครบ แต่คนจ่ายไม่ครบยังเจ็บช้าเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นที่ผมเสนอมีความแตกต่างจริง ๆ กับร่างรัฐบาล ขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผมพูดอย่างนี้ท่านเข้าใจแล้ว ถ้าออปชัน (Option) นี้ท้าได้ แล้วท่านทนแรงกดดันจากสมาคมธนาคารไทยได้ ในอีกเดือนข้างหน้าที่จะเกิดขึ้น ให้เรื่องนี้เกิดคนไทยทั้งประเทศได้ประโยชน์ ขอบพระคุณครับ
ท่านพีระพันธุ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ
อันดับแรกเลยครับท่านประธาน ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ท่านประธานวิปรัฐบาล แล้วก็ท่านพินิจ จันทร์สมบูรณ์ รวมไปถึงท่านรองประธาน เจริญ จรรย์โกมล ที่ได้กรุณาให้ความเป็นธรรมถูกต้อง แล้วก็แก้ไขปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดขึ้น ที่ผมได้น้ากราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้น ท้าให้ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... ของผมได้มีโอกาสเข้ามาร่วมพิจารณาในวันนี้ครับ ผมขออนุญาต เรียนท่านประธานว่าในส่วนของผมและพรรคประชาธิปัตย์เราได้เสนอกฎหมายบัตรเครดิต เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔ นับถึงวันนี้ก็ ๑๑ ปี ผมได้น้าเสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... มีเนื้อหาสาระ มากกว่าของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องท้านองเดียวกัน เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๔ เลขรับที่ ๙๕/๒๕๔๔ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๔ เวลา ๑๖.๒๐ นาฬิกา แต่ว่ากว่าที่จะเสนอ กฎหมายฉบับนี้ได้ ในขณะนั้นเป็นช่วงระยะเวลาของรัฐบาลของท่านชวน หลีกภัย สมัยที่ ๒ ท่านธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้วยความตระหนัก เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไป แล้วรวมถึงท่านรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไปถึงเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และการก้ากับดูแลธุรกิจ บัตรเครดิต รวมไปถึงเรื่องของเหล่ามิจฉาชีพที่ใช้บัตรเครดิตในการฉ้อโกง แล้วก็ท้าให้ เกิดความเดือดร้อนเสียหายไปทั่ว แต่ว่าเป็นที่น่าเสียดายครับที่กว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะสามารถบรรจุเข้าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๔๔ นี่ เนื่องจากว่าหน่วยงานหลักทางกฎหมายของรัฐบาลคือส้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คัดค้านมาตลอด เหตุผลง่าย ๆ ครับ
เหตุผลประการที่ ๑ บอกว่าไม่จ้าเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าสามารถ เทียบเคียงกับกฎหมายฉบับอื่นได้
เหตุผลประการที่ ๒ บอกว่ามี ปว. ๕๘ หรือประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ พ.ศ. ๒๕๑๕ ประกาศใช้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจ้าเป็นใด ๆ ที่จะต้องออกกฎหมาย ฉบับนี้มาอีก
ผมก็น้าเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้นครับว่าไม่น่าจะ ถูกต้อง เหตุผลประการแรกนั้นถ้าหากเรามองว่ามีกฎหมายอื่นอยู่แล้วไม่จ้าเป็นต้องมี กฎหมายเฉพาะก็แปลว่ากฎหมายอีกหลายฉบับมันก็ไม่ควรจะเข้าสภา เหตุผลประการที่ ๒ โดยย่อก็คือว่าเหมือนที่ท่านรัฐมนตรีพูดเมื่อกี้ครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี บอกว่าวันนี้มันมีผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับบัตรเครดิต ๒ ประเภท คือ ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ และที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งท่านได้ขออนุญาตใช้ค้าภาษาอังกฤษว่าพวกแบงก์กับ น็อนแบงก์ มันไม่ได้เพิ่งมีปีนี้วันนี้ แต่มันมีมาตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๔๔ แล้วครับ แล้วก็ ปว. ๕๘ ที่ส้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพยายามหยิบยกขึ้นมาอ้างในขณะนั้นมันเป็น การให้อ้านาจธนาคารแห่งประเทศไทยในการก้ากับดูแลธนาคารพาณิชย์เท่านั้นเอง แต่ว่าการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตมันไม่ใช่ธุรกิจเงินกู้ มันเป็นการประกอบธุรกิจประเภทหนึ่ง การที่ธนาคารพาณิชย์ไปท้าธุรกิจอันนี้ขึ้นมาไม่ได้แปลว่าท้าให้ธุรกิจบัตรเครดิตมันกลายเป็น ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่จะอยู่ในการก้ากับดูแลของธนาคารพาณิชย์ แปลว่าคนอื่นเขาท้าได้ เหมือนกันมันจึงเกิดปัญหาเรื่องแบงก์กับน็อนแบงก์ เหมือนที่ท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ปรากฏว่า ปว. ๕๘ สุดท้ายก็คลุมไปไม่ถึงพวกน็อนแบงก์ เมื่อคลุมไปไม่ถึงก็เกิดปัญหา การคุ้มครองผู้บริโภคและการด้าเนินคดีกับเหล่ามิจฉาชีพ ก็คาราคาซังมาอย่างนี้แหละครับ จนสุดท้ายมายุคของรัฐบาลท่านชวน ท่านรัฐมนตรีธารินทร์ก็เห็นว่าเหตุผลของทางฝั่ง พวกกระผมน่าจะถูกต้องกว่า จึงเห็นชอบให้เอาร่างของพวกกระผมนี่เข้าสภา ซึ่งที่ประชุม สภาก็ได้มีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาแล้วครับ แต่ว่ายังไม่ทันได้เสร็จ ก็เกิดการยุบสภา รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ในขณะนั้นก็บอกว่าให้รัฐบาลใหม่รับรองก่อน ถึงจะเดินหน้าต่อได้ ปรากฏว่ารัฐบาลที่ต่อเนื่องมาในขณะนั้นไม่ให้การรับรอง กฎหมายฉบับนี้ ก็เลยต้องตกไปตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ นั่นละครับ หลังจากนั้นผมได้พยายามยื่นกฎหมายฉบับนี้เข้ามา ในสภาผู้แทนราษฎรต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปีนี้ ๑๑ ปีแล้วครับ ยกเว้นในสมัยที่เป็นรัฐบาล ในสมัยที่แล้ว ซึ่งท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้นก็อาศัยขอเอาร่าง ของผมเป็นแม่แบบแล้วน้าเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น แล้วก็ผ่านคณะรัฐมนตรี รอประชุมจากคณะกรรมการกฤษฎีกาผ่านออกมาก็ยังไม่เสร็จก็หมดวาระของรัฐบาลที่แล้ว ไปก่อน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้อย่างไรก็แล้วแต่ต้องขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับที่อย่างน้อยท่านก็หยิบกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาท้าต่อ ให้จบ เพราะว่าสุดท้ายคนที่ได้ผลประโยชน์ไม่ใช่พรรคการเมืองพรรคใด แต่เป็นประชาชน และสังคมโดยรวม อันนี้คือเหตุผลเบื้องต้นที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในหลักการจะต้อง มีกฎหมายฉบับนี้ครับ
ส่วนเหตุผลนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายของผมนี่ ไม่ได้ใช้ชื่อว่าพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ผมใช้ชื่อว่า พระราชบัญญัติ บัตรเครดิตครับ เพราะผมเห็นว่าปัญหาของบัตรเครดิตวันนี้ไม่ใช่มีแค่เรื่องการประกอบธุรกิจ ที่จะต้องก้ากับดูแลหรือเป็นห่วงเท่านั้น แต่มันมีอะไรอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิต ที่จะต้องเข้ามาก้ากับดูแลโดยกฎหมาย เนื่องจากว่าประเทศไทยไม่เคยมีกฎหมายที่เข้ามา ดูแลในส่วนนี้เลย ในขณะที่เรื่องของการให้บริการบัตรเครดิตในด้านของคอมพิวเตอร์ หรือในเชิงของด้านธุรกิจ รวมไปถึงความรู้ความสามารถของเหล่ามิจฉาชีพมันทวีความรวดเร็ว แล้วก็มีความสามารถมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นบัตรเครดิตมันจึงกลายเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือทางการเงินให้ประชาชนผู้บริโภคใช้สะดวกแล้ว มันกลับกลายเป็น เครื่องมือในการทุจริต เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกง และเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง ประชาชนด้วย แต่วันนี้พฤติกรรมหลายอย่างของคนเหล่านี้มันไม่มีกฎหมายเฉพาะ มาก้ากับดูแล มันก็เลยท้าให้พฤติกรรมหลายอย่างของคนเหล่านี้หลุดพ้นจากกฎหมายครับ ผมยกตัวอย่างท่านรัฐมนตรีไปจับคนหนึ่งที่มีประวัติเลยครับ คนนี้ปลอมบัตรเครดิต ที่บ้านมีบัตรพลาสติกเปล่า ๆ ไว้ ๕๐,๐๐๐ ใบ ข้อหาอะไรครับ ยังไม่ได้ปลอมอะไรเลย แต่รู้ละครับว่าเขาตระเตรียมที่จะปลอมครับ กฎหมายอาญาได้ก้าหนดไว้ว่า ถ้าไม่ได้ก้าหนดไว้เป็นการเฉพาะว่าการตระเตรียมเป็นความผิด ไม่เป็นความผิดครับ ท่านจะปล่อยรอให้เหล่ามิจฉาชีพเหล่านี้เอาบัตรพลาสติกเปล่า ๆ ไปปลอมให้เสร็จแล้วค่อยจับ หรือท่านต้องจับด้าเนินคดีก่อนปลอม ตรงนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเนื่องจากไม่มีกฎหมายเฉพาะ เขียนไว้ ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปว่าบัตรเครดิตมีใช้มาในโลกนี้ไม่ต่้ากว่า ๖๐-๗๐ ปี แต่ว่าเข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยอย่างเป็นกิจจะลักษณะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ น้าโดยบัตร ที่เรียกว่าไดเนอร์สคลับ หลังจากนั้นก็มีการใช้บัตรเครดิตพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นรูปธรรมขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมาถึงปีนี้ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๕๓ ปีในประเทศไทย ที่ไม่เคยมีกฎหมายเกี่ยวกับบัตรเครดิตเลย ประหลาดไหมครับ มันไม่ใช่แค่ปี ๒ ปีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ๕๓ ปีแล้วอย่างน้อยที่ปรากฏอย่างเป็นทางการ ที่เราปล่อยให้ บัตรเครดิตเข้ามาโตมาเป็นเครื่องมือทางการเงิน มาให้ประชาชนใช้แล้วก็เป็นช่องที่ เหล่ามิจฉาชีพค่อย ๆ เห็นโอกาสมากขึ้นเรื่อย ๆ ๕๓ ปี อย่างน้อยผมและเพื่อนสมาชิก ได้พยายามท้าเมื่อ ๑๑ ปีที่แล้ว วันนี้ ๑๑ ปีที่ประชาชนสูญเสียประโยชน์ไปก็ยังดีกว่า ไม่มีการได้เกิด ผมถึงเรียนว่าส่วนตัวขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้เอาเรื่องนี้เข้ามา เพราะว่าสุดท้ายประชาชนจะได้ประโยชน์ แต่ว่าจะได้ประโยชน์ที่แท้จริงนั้นผมอยากกราบเรียน ต่อไปว่าท่านต้องให้กฎหมายฉบับนี้ซึ่งจะเป็นกฎหมายฉบับแรกของประเทศไทยที่จะใช้เป็น เครื่องมือ ไม่ใช่เพียงแค่ก้ากับดูแลการประกอบธุรกิจเท่านั้น แต่จะต้องเป็นเครื่องมือ ที่สร้างความเป็นธรรมและยุติธรรมให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่สุจริต ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการที่เป็นคนออกบัตร หรือเป็นคนที่รับบัตร ผู้บริโภคประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้ถือบัตร ใช้บัตร หรือเป็นคนที่ถูกแอบอ้าง วันนี้มีจ้านวนมากเนื่องจากธุรกิจบัตรเครดิตเจริญเติบโต แล้วก็มีการขยายรูปแบบ มีบัตรเสริมเข้ามาอีก มันมีกระบวนการขั้นตอนอีกหลายอย่าง หลายรูปแบบซึ่งบัตรเครดิตจ้าเป็นต้องได้รับการก้ากับดูแล มันจึงไม่ใช่เป็นเพียง การประกอบธุรกิจเท่านั้น เพราะฉะนั้นในมุมของผมจึงเห็นว่าการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต เป็นเพียงแค่ ๑ ในปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิตครับ วันนี้จึงเป็นการสมควรที่เรา ควรจะต้องมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิตในการแก้ไขปัญหาทุกรูปแบบ ไม่ใช่เพียงแค่ ปัญหาในเรื่องของการประกอบธุรกิจหรือการเก็บดอกเบี้ยเบี้ยปรับจากประชาชนซึ่งรู้กันอยู่ว่า เรียกเก็บจนเกินอัตราที่สมควรมาก ที่ส้าคัญต้องท้าความเข้าใจว่าหนี้บัตรเครดิต ท่านประธานที่เคารพ ไม่ใช่หนี้เงินกู้ เป็นการทดรองจ่ายเงินไปก่อน ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านประธานขอยืมเงินผมไป ๑๐๐ บาท ท่านประธานก็ต้องใช้หนี้ผม ๑๐๐ บาท นั่นแหละครับหนี้เงินกู้ แต่บัตรเครดิตเป็นการทดรองจ่ายเงินไปล่วงหน้า เวลาที่ผมใช้เงินไปนี่ ๑๐๐ บาท ผู้ประกอบการที่เขาควรจะได้ ๑๐๐ บาท เขาไม่ได้นะครับ ธนาคารที่จ่ายเงิน หรือผู้ประกอบการบัตรเครดิตที่ไปจ่ายเงินแทนผมนี่เขาหักค่าธรรมเนียม เช่น ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเขาจ่ายเงินแทนผมไปแค่ ๙๗ บาท ถ้าหากจะถือว่านี่เป็น หนี้เงินกู้ ผมก็ต้องเป็นหนี้แค่ ๙๗ บาทกับแบงก์สิครับ หรือผู้ประกอบการบัตรเครดิต ไม่ใช่เป็นหนี้เขา ๑๐๐ บาท เขาก็มีสิทธิเรียกเก็บเงินกู้จากผมได้แค่ที่เขาจ่ายไป แต่ไม่ เขาเรียกเก็บจากผมเต็ม ๑๐๐ บาท แปลว่าเขาได้ไปแล้ว ๑๐๓ บาทนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นหนี้บัตรเครดิตโดยแท้มันจึงไม่ใช่หนี้ของการกู้ยืมเงิน และที่ส้าคัญไม่ใช่ธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในการก้ากับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย
อีกประการหนึ่ง ผมเห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทยในด้านของการเงิน การคลัง ผู้ที่มีความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์พยายามพูดมาเสมอว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ควรจะเป็นเรกกิวเลเตอร์ (Regulator) เป็นผู้ก้ากับดูแลกฎไม่ควรเป็นผู้ปฏิบัติ ไปคอยตรวจสอบ ผมจึงไม่เห็นด้วยว่าการก้ากับธุรกิจบัตรเครดิต หรือการก้ากับดูแล เรื่องปัญหาของบัตรเครดิตนี่ควรจะให้ธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ควรจะเป็นภาระหน้าที่ ของกระทรวงการคลังเท่านั้น เพราะอันนี้มันเป็นเรื่องของปากท้องและเรื่องของการคุ้มครอง ผู้บริโภค และเป็นเรื่องอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการกระท้า ความผิด การฉ้อโกง การทุจริตของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือในการโกงด้วย ผมจึงเห็นว่าภารกิจต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นภารกิจที่มีมากมายในการต้องคุ้มครองประชาชน มากกว่าภารกิจที่อยู่ในถ้อยความรู้หรือประสบการณ์ความสามารถของธนาคารแห่งประเทศไทย ความสามารถของธนาคารแห่งประเทศไทยในการประสานงานส่วนราชการในการแก้ไขปัญหา หรือช่วยพี่น้องประชาชนสู้กระทรวงการคลังไม่ได้ อย่างไรก็แล้วแต่กระทรวงการคลัง ก็เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล กระทรวงการคลังเป็นส่วนหนึ่งของผู้บังคับบัญชาหน่วยงาน บังคับใช้กฎหมายผ่านทางคณะรัฐมนตรีหรือการประสานงานระหว่างกระทรวงได้ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ใช่ มุมมองตรงนี้อาจจะต่างกันตรงที่มองว่าเราจะเข้าไปดูแค่ธุรกิจ แต่มุมของผมนั้นคิดว่ากฎหมายฉบับแรกที่จะต้องมีควรจะเป็นกฎหมายที่ดูแลให้ทั่วถึง ทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิต ไม่ใช่เพียงดูแลแค่การประกอบธุรกิจ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ทั้งนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอกฎหมายนี้ในนามรัฐบาล ท่านก้าลังจะสร้าง ประวัติศาสตร์ให้ประเทศ เป็นกฎหมายฉบับแรกที่ควรจะมีมาเมื่อ ๕๓ ปีที่แล้ว หรืออย่างน้อยก็เมื่อ ๑๑ ปีที่แล้ว แต่มันจะได้มีและได้เกิดและส้าเร็จในยุคที่ท่านเป็นรัฐบาล ท่านควรที่จะต้องท้าให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายกลางในการดูแลคนทุกกลุ่มทุกประเภท ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบัตรเครดิต ไม่ใช่ดูแลเฉพาะผู้ประกอบการกับประชาชนที่เป็นผู้ถือบัตร แล้วต้องมีส่วนในการใช้บัตรเท่านั้น แต่ประการที่ส้าคัญอันหนึ่งผมขออนุญาตเรียนว่าปัจจุบัน บัตรเครดิตมันมีขยายไปเยอะครับ ที่เราพูดเราไม่รวมไปถึงบัตรที่เรียกว่าบัตรเดบิตนะครับ บัตรเดบิตนี่เป็นอีกประเภทหนึ่งที่เอาเงินไปใส่บัญชีไว้แล้วรอมาถอนทีหลัง แต่ว่าวันนี้ครับ เราจะบอกว่าหนี้บัตรเครดิตมันไม่ใช่หนี้เงินกู้เสียทีเดียว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ถูกละครับ เพราะอะไรครับ เพราะวันนี้ผู้ประกอบการมีการท้าความตกลงกับผู้ถือบัตรเครดิตบางราย บางประเภทให้สามารถใช้บัตรเครดิตไปเบิกถอนเงินสดได้ครับ ตรงที่บอกให้เอาบัตรเครดิต ไปเบิกถอนเงินสดได้ตรงนี้ละครับ หนี้ตรงนี้เป็นหนี้เงินกู้ครับ เป็นหนี้เงินยืม เราจะไปใช้ หลักเกณฑ์เหมือนที่เราจะก้ากับดูแลอีกส่วนหนึ่งในเรื่องของการบริโภคผ่านสินค้า ผ่านบัตรเครดิตซึ่งบอกว่าไม่ใช่หนี้เงินกู้ไม่ได้แล้วครับ ถ้าเช่นนี้ก็จะไม่เป็นธรรมกับ ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ออกบัตรเครดิตและให้เขารูดเงินสดไป ตรงนี้จะต่างกันครับ เพราะรูดไปเท่าไรต้องใช้คืนเท่านั้น จะไม่เหมือนหนี้ช้าระสินค้าผ่านบัตรเครดิตครับ เพราะฉะนั้นหนี้ในปัจจุบันของบัตรเครดิตจึงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าไม่ใช่หนี้เงินกู้ หรือเงินยืม สุดแต่ว่าหนี้รายการนั้นเป็นหนี้ประเภทไหน เราจึงต้องดูแลและแบ่งแยกตรงนี้ ให้เกิดความชัดเจน มิเช่นนั้นก็จะท้าให้ผู้ประกอบการที่เขาเป็นผู้ให้บริการบัตรเครดิต และให้คนถือบัตรเครดิตรูดเงินสดไปนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นเดียวกันถ้าหากว่า เขาไม่สามารถคิดดอกเบี้ยตรงนี้ได้ในลักษณะที่เรียกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ แล้วถ้าหากว่าพูดไปถึง เรื่องดอกเบี้ยเงินกู้เหมือนที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูด เมื่อสักครู่ ก็ต้องดูไปอีกครับว่าคนที่ให้รูดไปนั้น ให้ถอนเงินสดไปนั้น เป็นธนาคารพาณิชย์ ที่เป็นผู้ให้บริการบัตรเครดิตหรือว่าเป็นบริษัทนิติบุคคลประเภทอื่นซึ่งไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ เพราะอะไรครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเป็นธนาคารพาณิชย์เราต้องไปดูกฎหมายและดูอ้านาจ ของธนาคารแห่งประเทศไทยว่าธนาคารพาณิชย์สามารถเรียกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมได้ ในแต่ละช่วงเวลาไม่เท่ากัน เขาไปโอเวอร์รูล (Overrule) หรือแก้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทางอ้อม แต่ถ้าหากว่าเป็นนิติบุคคลประเภทอื่นและไปให้เบิกถอนเงินสดก็จะถูกก้ากับดูแล โดยกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าสามารถเรียกหนี้เงินกู้ยืมได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕ เท่านั้น แตกต่างกัน ตรงนี้แหละครับที่ผมเรียนว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังต้องเข้าใจให้ชัดเจนในส่วนนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นในการก้ากับดูแลตรงนี้ มันจึงไม่ได้คิดกันแค่ง่าย ๆ เราต้องให้กฎหมายฉบับนี้ให้ความเป็นธรรมทุกด้านครับ เราจะมองมุมผู้บริโภคที่เป็นผู้ถือบัตรคนเดียวไม่ได้ แต่เราต้องมองมุมของผู้ให้บริการ บัตรเครดิต ต้องให้ความถูกต้องเป็นธรรมและคุ้มครองเขาในการที่เขาถูกฉ้อโกง ไม่ว่าจะพวกรับบัตร พวกร้านค้าไปร่วมมือกัน ผู้ถือบัตรไปโกงเขาก็มี และเหล่ามิจฉาชีพ คน ๓ คนที่เข้ามาอยู่ในวงจรนี้มีทั้งดีและร้าย ต่างคนต่างไปโกงเขาด้วยก็มี เป็นคนดีก็มาก เพราะฉะนั้นเราต้องมองทุกมุมว่าทั้ง ๒ ซีกอาจจะเป็นทั้งด้านดีและด้านเสียซึ่งกันและกัน กฎหมายของท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังวันนี้จะต้องเขียน ให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง ๒ ด้านแก่ทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของบัตรเครดิต มิเช่นนั้นแล้ว การที่ท่านจะมีกฎหมายฉบับแรกเกิดขึ้นมาในประเทศไทยแต่มันไม่ได้ช่วยอะไร ขึ้นมาได้มากเลยมันไม่เป็นประโยชน์ ผมจึงอยากขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน โดยสรุปตรงนี้ครับว่าขอบคุณครับ อย่างน้อยก็ขอบคุณที่ได้มี แต่ขอฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับว่า ถ้าเป็นไปได้กรุณาท้ากฎหมายฉบับนี้ในชั้นกรรมาธิการให้มีความสมบูรณ์ ให้ถูกต้อง ให้ครบถ้วนแล้วก็สามารถป้องกันและช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แค่เรื่องการบริโภค แต่เรื่องการทุจริตฉ้อโกงและเรื่องของความเป็นธรรมแก่ทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องให้ได้รับ ความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านอนุรักษ์ครับ สัก ๗ นาทีไหวไหมครับ มีหลายท่าน สัก ๗ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ๕ นาทีก็ได้ค่ะ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้นั้นต้องบอกว่าสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีค่ะ เพื่อนครูของดิฉันนั้น ไม่ต้องไปท้าบัตรเครดิตนะคะ เขามาขายตรงถึงที่สถานศึกษาเลย ฉะนั้นหนี้ที่เพิ่มมาอีก ก็คือหนี้บัตรเครดิต ทีนี้นั้นต้องบอกว่าบัตรเครดิตในขณะนี้ท้าง่ายมากค่ะ แล้วพอ ท้าบัตรเครดิตได้แล้วก็ไปรูดปรื๊ด รูดปรื๊ด ดอกเบี้ยแพงถ้าไม่จ่าย ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว พอไม่มีเงินใช้หนี้มันเป็นวงจรอย่างนี้เลยค่ะ ไม่มีเงินใช้หนี้ ก็ต้องไปท้าบัตรเครดิตเพิ่มอีกหลายใบ พอไปท้าบัตรเครดิตเพิ่มอีกหลายใบแล้วไม่มีเงินใช้หนี้ ก็ต้องบัญชีด้า ทั้งดอกเบี้ยร้อยละ ๓๕ ถ้าไม่จ่ายเดือนแล้วเดือนเล่า ค่านั้นค่านี้ ค่านี้ค่านั้น บวกเข้าไปถึงดอกเบี้ยร้อยละ ๖๐ เลยทีเดียว ทีนี้บุคคลที่ไม่ช้าระหนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี บุคคลที่ไม่ช้าระหนี้มากที่สุดในขณะนี้คือนักศึกษา ถ้านักศึกษา ครอบครัวหนึ่งเป็นหนี้ คุณพ่อคุณแม่จะต้องเดือดร้อนด้วยมาก ๆ เลยทีเดียว ข้อมูลจาก การส้ารวจพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของคนไทยจ้านวนหนึ่งของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าคนไทยเฉลี่ยใช้บัตรเครดิตคนละ ๓ ใบ ในจ้านวนนี้เป็นบัตรเครดิตธนาคารพาณิชย์ของไทยร้อยละ ๕๐ ธนาคารต่างประเทศ ที่เปิดสาขาในประเทศไทยแค่ร้อยละ ๖ และบัตรเครดิตประเภทน็อนแบงก์ร้อยละ ๔๓ ผู้ถือบัตรเครดิตส่วนใหญ่นั้นเมื่อได้บัตรเครดิตไปแล้วนี่มีความกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ใช้ท้าอะไรบ้างคะ ใช้ซื้อสินค้าแทนเงินสด แล้วนักศึกษาล่ะคะ นักศึกษาถ้าได้บัตรเครดิต ไปแล้วที่เขาส้ารวจออกมาส่วนมากซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม (Brandname) หิ้วนี่ละคะ นี่มีการส้ารวจออกมาแล้วค่ะ แล้วก็เป็นความนิยมในหมู่นักศึกษาด้วยว่าถ้าใครได้ถือ กระเป๋าแพง ๆ สะพายกระเป๋าแพง ๆ หิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงมาก ๆ ก็จะเป็น ที่นิยมในตัวบุรุษ คือตาบุรุษที่จ้องมองสาว ๆ ก็จะจ้องมองไปที่กระเป๋าแบรนด์เนมก่อน ถ้ากระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง ๆ ไม่สวยเท่าไรก็คิดว่าเป็นลูกคนร่้าคนรวย ความคิดของ นักศึกษานะคะนี่ นอกจากซื้อสินค้าแทนเงินสดแล้ว ผ่อนช้าระสินค้าและเบิกเงินสดล่วงหน้า โดยในส่วนการซื้อสินค้าจะใช้ซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) เป็นส่วนมากที่สุด รองลงมาก็คือซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า รองลงมาเครื่องประดับ เติมน้ามัน กินอาหารอันดับสุดท้าย แล้วผลส้ารวจดังกล่าวยังพบว่ากลุ่มที่ค้างช้าระมากที่สุดและมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ น่าตกใจนะคะ กลุ่มเก่าค่ะ นักศึกษา บางคนบอกว่าดิฉันนี่เกริ่นด้วยครูที่เขาไปขายตรง บัตรเครดิตถึงสถานศึกษา แต่ละคน ๆ เงินเดือน ๔๐,๐๐๐ บาท เงินเดือน ๕๐,๐๐๐ บาท เหลือจริง ๓,๐๐๐ บาท ให้กู้เพียง ๓,๐๐๐ บาทในปลาย ๆ มันก็จะได้ประมาณสัก ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท อะไรอย่างนี้ค่ะ ท่านประธานคะ พอได้หมุนซื้ออาหารให้ลูกกินค่ะ แล้วทีนี้นี่คือ ความน่ากลัวบัตรเครดิตจึงกลายเป็นตัวก่อหนี้ให้กับคนยุคใหม่ ทีนี้สมควรที่จะมีการรณรงค์ เรื่องการใช้บัตรเครดิต ดังที่ท่านปาริชาติ ชาลีเครือ บอกว่าเราจะออกแต่กฎหมาย ตราแต่กฎหมายนั้นไม่มีการปลูกจิตส้านึก ไยจะแก้ปัญหาเรื่องบัตรเครดิตได้ รูดปรื๊ด รูดปรื๊ด นี่ละค่ะส้าคัญที่สุด ลูกค้าที่ไม่สามารถจ่ายได้ตามเวลานั้นก็จะดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น ๆ ดังนั้นแล้วคน ๒ กลุ่ม ที่ดิฉันฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีก็คือกลุ่มของนักศึกษา การรณรงค์ และสถาบันการศึกษาทุกที่ค่ะ ท่านประธานคะ หนี้พอกพูน หนุนก่อหนี้ เพราะมีบัตรเครดิต แล้วลิขิตความฟุ่มเฟือยเรื่อย ๆ เสียหาย ดอกท่วมต้น ตนไม่จ่าย ใครวอดวาย น่าเสียใจ หนี้บัตรอัตคัดยากจน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ก่อนที่ผมจะไปถึงเนื้อหา ของร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังฝ่ายเลขานุการด้วยว่าช่วยอธิบายให้ผมหน่อยว่าร่างของ ครม. มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ดอท (Dot) ดอท ดอท นายกรัฐมนตรี ร่างของท่านปาริชาติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็เขียนท้านองเดียวกันนะครับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แต่มีการขีดฆ่าทิ้ง ท่านประธานลองดูของท่านปาริชาติหน้า ๙ ของท่านอรรถวิชช์ เช่นเดียวกันนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็เขียนผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายกรัฐมนตรีเหมือนกัน ก็มีการขีดฆ่าทิ้ง การขีดฆ่าแบบนี้หรือครับ นี่คือเอกสาร ราชการหรือครับ ผมอยากถามแบบแผนของการน้าเสนอกฎหมายเหมือนกันว่า ถ้ามีการขีดฆ่าแล้วมีรอยขีดฆ่าอย่างนี้เหมือนเอาปากกาขีด ขีด ขีด แล้วก็ซีรอกซ์ (Xerox) มาให้พวกผม อย่างนี้ถือว่าเป็นเอกสารราชการที่ถูกต้องไหมครับ ต กลงมี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการหรือไม่ วิธีการเขียนร่างพระราชบัญญัติจริง ๆ ที่ถูกต้อง เป็นอย่างไรพวกผมจะได้ทราบ ช่วยให้ความรู้ผมหน่อย ต้องเขียนว่าผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แล้วนายกรัฐมนตรีหรือไม่ หรือให้จุด จุด จุด เป็นไข่ปลาไว้ จะให้ท้าอย่างไร บอกแบบแผน ให้ชัดเจนครับ ผมเรียนต่อท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่ได้กรุณาน้าเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ด้วยความรู้สึกเห็นด้วยครับ เพราะว่ารอคอยมานานอย่างที่ท่านพีระพันธุ์อธิบายกับเราตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ มาจนถึงปัจจุบัน ๕๓ ปี เราเพิ่งจะมีกฎหมายมาควบคุม ผมขอฝากและถามใน ๖ ข้อ ดังต่อไปนี้ครับ
ประเด็นที่ ๑ แนวคิดของเรื่องเครดิต เดบิต สินเชื่อส่วนบุคคล คืออะไรกันแน่ ผมคิดว่าคนไทยสับสนนะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลของท่านก็สับสนครับ บัตรเครดิตเกษตรกร เป็นบัตรเครดิตไหมครับ ค้าตอบจากหน่วยราชการที่มาอธิบายต่อวิปฝ่ายค้านคือ บัตรเครดิตเกษตรกรไม่ใช่บัตรเครดิต แล้วท่านใช้ค้านี้ได้อย่างไร หรือท่านโกหกสีขาวหรือครับ หรือเหมือนจ้าน้าข้าวที่ไม่ได้จ้าน้า นโยบายรัฐบาลนี้เป็นแบบนี้ใช่ไหมครับ บัตรเครดิตคือ อะไรกันแน่ อะไรคือการส่งเสริมให้มีบัตรเครดิตแทนที่จะต้องใช้บัตรที่เป็นธนบัตร ซึ่งเป็นกระดาษ ซึ่งในโลกสมัยใหม่แน่นอนต้องพยายามลดบัตรกระดาษลง แต่ว่าให้เป็น ลักษณะของเงินอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ซึ่งน่าจะต้องส่งเสริมอยู่แล้วซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ แต่รัฐบาลต้องมีหน้าที่ในการอธิบายต่อประชาชนให้รู้ว่าอะไรคือเครดิต อะไรคือเดบิต และอะไรคือสินเชื่อ บัตรเครดิตพลังงานและบัตรเครดิตเกษตรกรก็คือสินเชื่อครับ ก็คือการปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกรในจ้านวนหนึ่งแล้ว ธ.ก.ส. ก็มาเก็บหนี้กันทีหลัง ใครเป็นหนี้ก็จ่ายดอกเบี้ยอย่างนั้นใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรจะใช้ค้าว่าบัตรเครดิต เรื่องของบัตรเครดิตแน่นอนมันก็จะมีทั้งค่าธรรมเนียมของการท้าบัตร ซึ่งผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่ก็จะต้องต่อสู้กันก็อาจจะลดราคาลง จนกระทั่งฟรีค่าธรรมเนียมให้ หลายคนเลยงงว่าจริง ๆ ไม่มีค่าธรรมเนียมหรืออย่างไร เป็นบัตรเครดิตแล้วบริษัทที่เป็นลูกค้าต่าง ๆ ร้านขายอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ก็ต้องถูกหัก เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับที่ท่านพีระพันธุ์พูดนะครับก็คือประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าเอง จ่ายตรงเวลาไม่มีปัญหาเพราะจริง ๆ มันมีค่าธรรมเนียมอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ บาท แต่ถ้าลูกค้าที่จ่ายไม่ตรงเวลาหรือไม่เต็มจ้านวนบริษัทเหล่านี้ก็จะเอาก้าไรหรือว่า หาผลประโยชน์ได้จากเรื่องของดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น
สมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วว่าดอกเบี้ยควรจะเป็นธรรม การควบคุมที่จะ ไม่ให้ประชาชนใช้เงินเกินตัวท่านมีหรือไม่ พ.ร.บ. นี้ได้พยายามที่จะควบคุมหรือไม่ ไม่ใช่ท้าบัตรเครดิตกันได้ง่าย ๆ เงินเดือนเท่าไรกันแน่ครับท่านประธานครับที่ควรจะมี บัตรเครดิต บางคนบอกว่า ๑๕,๐๐๐ บาทขึ้นไปน่าจะเหมาะสม แต่ตอนหลังการแข่งขัน มันก็สูงมากนะครับจนกระทั่งแทบไม่ต้องมีเงินเดือนหรือเงินเดือนไม่จ้าเป็นต้องแสดงให้เห็น เช่นนักศึกษาก็สามารถมีบัตรเครดิตได้ อย่างนี้ความมั่นคงของประชาชนจะอยู่ตรงไหนครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะให้พระราชบัญญัตินี้ได้ช่วยควบคุมการที่จะไม่ให้ การใช้เงินเกินตัวหรือว่าการท้าบัตรเครดิตที่ต้องมีมาตรฐานจะท้าอย่างไร
ประเด็นที่ ๓ ความเป็นธรรมต่อลูกหนี้ หลายท่านพูดเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งทุกคนก็คงจะทราบนะครับดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นเต็มจ้านวนที่เราไม่ว่าเราจะจ่ายเท่าไรก็ตาม แต่เขาจะคิดดอกเบี้ยของเราเต็มจ้านวน และเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่เรารูดมาครับ กินข้าว เมื่อ ๔๕ วันที่แล้ว ซื้อเสื้อผ้าเมื่อ ๔๔ วันที่แล้ว เติมน้ามันเมื่อ ๔๐ วันที่แล้ว จะคิดเป็น ระยะเวลาเป็นวันเขาคิดเต็มจ้านวนครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมเชื่อว่าไม่เป็นธรรมเพราะถ้าทุก ๆ วันที่ ๖ หรือวันที่ ๗ ของต้นเดือนสามารถตัดบัตรเครดิตได้ แล้วผมจ่ายเกือบจะเต็มอยู่แล้ว นี่ท้าไมผมต้องจ่ายจนถึงขนาดนั้น แล้วผมไม่ได้จ่ายแค่เดือนเดียวนะครับท่านประธาน ผมจ่ายไปจนถึงวันที่ใช้เขาคิดหมดเลยครับ ผมเคยเป็นหนี้ครับท่านประธาน ๓๒ บาท เนื่องจากผมใส่เงินไปไม่ครบในธนาคาร ผมโดนค่าดอกเบี้ย ๔๐๐ กว่าบาท ผมถึงได้ทราบ อย่างไรครับว่า เอ๊ะ จริง ๆ แล้วเขาคิดดอกเบี้ยอย่างไร ใช่ครับ เขาอธิบายในสัญญา แต่สัญญาตัวเล็กจิ๋วสัญญาอย่างนี้ไม่เคยอธิบายต่อลูกค้าอย่างชัดเจน ไม่เคยคิดค้านวณ ให้ลูกค้าฟังชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วเขาคิดกันอย่างไร เราจะได้ทราบนะครับเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าเป็นความเป็นธรรมต่อลูกค้า ซึ่งผมคิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีคงจะได้เขียน ในกฎหมายฉบับนี้และให้ความเป็นธรรมได้ดีขึ้น
ประเด็นที่ ๔ เรื่องของการป้องกันการโจรกรรม ท่านมีไหมครับ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... นี้ ใครมาโจรกรรมใช้บัตรต่าง ๆ ไป ตรงนี้เป็นโจรกรรมข้ามชาติได้ใช่ไหมครับ เราก็จะได้ยินได้ทราบกันอยู่บ่อย ๆ เราถูกเตือน เวลาไปต่างประเทศในบางประเทศว่าให้ระมัดระวังในการที่ส่งบัตรไปรูด เขาจะไปเอา ข้อมูลของเรา แล้วก็ไปท้าบัตรปลอมแล้วก็เอาไปใช้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เรามีวิธีการป้องกัน อย่างไร มีโทษอย่างไร
ประเด็นที่ ๕ ความสะดวกสบายที่จะใช้ ต่างประเทศนะครับในแท็กซี่ก็รูดได้ ซื้อของแบกับดินถนนคนเดินก็สามารถรูดบัตรเครดิตได้ บ้านเราเมื่อไรจะถึงตรงนั้น ผมอยากเห็นนะครับ ผมอยากเห็นว่ามันมีความสะดวกสบาย มีการใช้กันได้อย่างกว้างขวาง ในต่างจังหวัดน่าจะใช้ได้กับบัตรเครดิต และแน่นอนนอกจากสถานที่แล้วจ้านวนวงเงินเดี๋ยวนี้ ยังต้อง ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ถึงจะรูดบัตรได้ ท้าไมต่างประเทศซื้อของ เข้าพิซซ่า เข้าแมคโดนัลด์อะไรต่าง ๆ ร้านอาหารเล็ก ๆ ใช้เงินเพียงไม่มากนักในค่าครองชีพของเขา เขาก็ยังใช้มันแทนตัวของเงินได้ ตรงนี้น่าจะต้องให้ความเป็นธรรม ท่านประธาน เคยไปไหมครับว่าถ้าจะใช้บัตรเครดิตเขาดันขอคิดเพิ่มอีก ๓ เปอร์เซ็นต์ด้วยนะครับ ทั้ง ๆ ที่ในระบบนี่เขาได้จากลูกค้าของเขาร้านค้านั้นอยู่แล้วถูกไหมครับ เขาได้อยู่แล้ว แต่บรรดาร้านค้าต่าง ๆ ที่จะขายของให้เรากลับต้องคิดเพิ่มจากเราอีกด้วย อย่างนี้มันก็ไม่ส่งเสริมนะครับ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้ควบคุมหรือไม่
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานที่อยากฝากไว้ก็คือเรื่องความลับของลูกค้า ทุก ๆ วันนี้ท่านประธานกับผมคงเหมือนกันนะครับ ไม่ทราบท่านประธานจะมีหรือเปล่า แต่ผมนี่ทุกสัปดาห์ครับจะมีโทรศัพท์มาประมาณแถว ๆ เที่ยง ๆ หรือตอนเลิกงาน โทรศัพท์มาจากโรงแรมอะไรบ้าง ธนาคารอะไรบ้าง เจ้าหน้าที่หลายท่านยิ้มนะครับ ทุกคนโดนเอาข้อมูลความลับของเรานี่ที่กรอกเข้าไปในบัตรเครดิตว่าเราเป็นลูกค้าบัตรเครดิต จึงเอาไปขายให้กับบรรดาฝ่ายการตลาดของสินค้าต่าง ๆ เช่นโรงแรมโทรมาหาลูกค้า ทางโทรศัพท์จากเรา ท้าไมเขารู้โทรศัพท์มือถือเราล่ะครับ ท้าไมเขารู้เบอร์โทรศัพท์บ้านเรา หรืออะไรต่าง ๆ หรือว่าความลับอย่างนี้นะครับผมเชื่อว่าทุกคนนี่ก็ต้องการปกป้อง พระราชบัญญัตินี้ได้ท้าการปกป้องสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับเราหรือไม่ ผมหวังนะครับว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเรารอคอยมานาน แล้วก็ตามหลังจากนวัตกรรมที่มันเกิดขึ้น น่าจะต้องมีการควบคุมและครอบคลุมกับทุก ๆ เรื่อง เพื่อที่จะเห็นว่าประชาชนหรือว่าลูกค้าเป็นหลักครับ ท่านจะเป็นแบงก์ น็อนแบงก์ ผมไม่สนใจครับ ท่านพีระพันธุ์อาจจะสนใจ แต่ผมคิดว่าจะน็อนแบงก์หรือแบงก์ กฎหมายต้องปรับเปลี่ยนหรือการควบคุมต้องปรับเปลี่ยนเพื่อประชาชน เพื่อลูกค้า ลูกค้าต้องเป็นหลักเพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย ความเป็นธรรมอย่างที่ถูกต้องที่สุด ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านจุลพันธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... นี้ ต้องชื่นชมรัฐบาล เป็นความประสงค์ดีที่ท่านออกพระราชบัญญัติขึ้นมาเพื่อก้ากับธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องบัตรเครดิต ทั้งระบบ ต้องยอมรับความจริงว่าในอดีตที่ผ่านมามันมีกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องอยู่ ๒-๓ ฉบับ ความเป็นเอกภาพก็ไม่มี การก้ากับดูแลก็แบ่งหน่วยงาน บางส่วนก็ดูแลโดยธนาคาร แห่งประเทศไทย บางส่วนก็ดูแลโดยส่วนงานอื่น ซึ่งที่ผ่านมาท้าให้เกิดความสับสน แล้วก็แน่นอนครับการก้ากับดูแลของภาครัฐก็อาจจะท้าได้ไม่เต็มที่นัก พระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงเกิดขึ้นมาเป็นพระราชบัญญัติที่พยายามที่จะรวบรวมเอาข้อก้าหนดต่าง ๆ มาอยู่ในกฎหมายฉบับเดียวซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผมต้องชื่นชมในส่วนนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมจะเข้าประเด็นที่เป็นประเด็นที่อยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี รวมถึงเพื่อนสมาชิกที่จะเป็นกรรมาธิการในการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ อยู่ ๒-๓ ประเด็น
ประเด็นแรก เรามีการอภิปรายพูดคุยกันในสภาผู้แทนราษฎรรวมถึง คณะกรรมาธิการต่าง ๆ มากมายหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับ เรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับการเงิน การคลัง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การออกบัตรเครดิตพี่น้องประชาชนไปใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้า ในที่สุดติดหนี้ติดสิน ติดหนี้ติดสินเป็นเรื่องธรรมดาก็พยายามใช้กันไปถ้ามีก้าลัง แต่อย่างไรก็ตามมาตรการ ในการทวงหนี้ที่ผ่านมา เราได้ยินมาโดยตลอดเรื่องของการทวงหนี้โหด โทรศัพท์ไป เพื่อนข้างบ้าน โทรศัพท์มาจี้ทุกวัน หลายสิ่งหลายอย่างเหล่านี้ท้าให้การด้าเนินชีวิต เกี่ยวกับบัตรเครดิตเป็นไปด้วยความยากล้าบาก ผมเองกราบเรียนเลยว่าอ่านกฎหมายฉบับนี้ ของพี่น้องประชาชนกลุ่มหนึ่งที่เป็นหนี้ทั้งฉบับแล้วไม่มีการปรับแก้ในส่วนของ การไปปิดช่องว่างในส่วนนี้ ในที่สุดแล้วอยากจะมองเห็นเพื่อนกรรมาธิการที่ไปลองมองหา ช่องทางสิว่าในที่สุดเราจะแก้ไขมาตราใด อย่างไร เพื่อที่จะลดการคุกคาม ผมถือว่า เป็นการคุกคามทางเศรษฐกิจกับพี่น้องประชาชนที่เขาไปถือบัตรเครดิต เพราะเราจะต้อง ปกป้องคนหมู่มากก็คือพี่น้องประชาชนที่เขาเป็นผู้ใช้บัตรเป็นหลักก่อน
ส่วนที่ ๒ เป็นประเด็นที่อยากจะฝากเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีก็คือวันนี้ด้วยกฎหมายฉบับนี้ เราก้าลังจะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นมาจุดหนึ่งนั่นก็คือ สิ่งที่เรียกว่าจุดเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลรายการช้าระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดตั้ง ภายในประเทศหรือเรียกว่าโลคัล สวิตชิง นี่ภาษาอังกฤษนะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ วันนี้เรื่องของข้อมูลบัตรเป็นสิ่งส้าคัญ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็มีการอภิปรายไปถูกต้องจริง ๆ คือวันนี้ข้อมูลของเราที่เราได้ให้กับสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลต่าง ๆ ที่ออกบัตรเครดิต มันไม่เป็นความลับอีกต่อไป วันนี้ข้อมูลลักษณะนี้มันมีทั้งเรื่องของเพศ ทั้งเรื่องของวัย ทั้งเรื่องของความชอบส่วนตัว การจับจ่ายใช้สอยว่าเราไปซื้อของประเภทไหน ไปซื้ออะไร ที่ไหน เมื่อไร มีหมดครับ วันนี้ข้อมูลลักษณะนี้เป็นข้อมูลที่มีค่ามากทางการตลาด การรั่วไหลของมัน เขาสามารถน้าไปขายได้เป็นเงินจ้านวนมหาศาล ผมต้องกราบเรียนว่า วันนี้แค่มีโทรศัพท์มาหาเราโดยที่เราไม่รู้ว่าต้นสายปลายเหตุอย่างไร ในที่สุดสืบวิเคราะห์กันไปมา ในที่สุดก็คือเรื่องของข้อมูลบัตรเครดิตมันรั่ว วันนี้เรามีศูนย์ที่เรียกว่าเครดิต บูโร (Credit Bureau) ผมก็มีความเชื่อมั่นว่าเขามีการป้องกันแก้ไขอย่างดี แต่วันนี้เราก้าลังจะเปิดช่อง อีกช่องหนึ่งที่เรียกว่าโลคัล สวิตชิง เป็นการถ่ายโอนข้อมูล มีการเขียนอยู่ในมาตรา ๓๒ เป็นเรื่องของการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล แล้วก็มีการก้าหนดโทษ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรา ๓๒ นั้นเป็นเรื่องของการรั่วไหลจากบุคลากรที่เกี่ยวเนื่อง เช่น บุคคลที่ท้างาน อยู่ในภาครัฐ บุคคลที่มีการผ่านข้อมูลเครดิตในส่วนของโลคัล สวิตชิงเองหรืออะไรก็ตาม แต่เราไม่มีการป้องกันในส่วนหนึ่ง เราไม่มีกฎหมายที่จะไปแก้ไขหรือว่าหาทางยับยั้งในส่วนหนึ่ง นั่นก็คือในส่วนของการขโมยข้อมูล วันนี้ข้อมูลทางบัตรเครดิตต่าง ๆ มันเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมด ท่านลองไปศึกษาข้อมูลดูนะครับท่านประธาน ถ้าเป็นต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาหรือว่าประเทศอังกฤษ ศูนย์ข้อมูล เกี่ยวกับบัตรเครดิตเขา วัน ๆ หนึ่งโดนแฮก (Hack) เป็นพันเป็นหมื่นครั้งจากบุคคลที่เราไม่รู้ การป้องกันดีแค่ไหนเราไม่ทราบ ของไทยเราจะมั่นใจได้อย่างไร วันนี้เราจะต้องวางมาตรการ ให้พี่น้องประชาชนรวมถึงภาคธุรกิจเอกชนต่าง ๆ เขาสามารถมั่นใจได้ เพราะท่านประธาน คงจะเคยไปต่างประเทศครับ พอลงเครื่องปุ๊บสิ่งแรกที่ทัวร์ (Tour) บอก บางครั้งผู้น้าทัวร์ เขาก็บอกว่าให้ระวังการใช้บัตรเครดิตในประเทศนี้ เพราะใช้ไปแล้วจะไปโดนรูดทรัพย์ จะไปโดน เขาขโมยข้อมูลไปใช้ต่อ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะท้าให้เกิดความสั่นไหวทางเสถียรภาพ ทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว เราไม่อยากจะให้เกิดสิ่งนี้ในประเทศไทยนะครับ เราเคยมีข่าวพอสมควรในประเทศเองบอกว่ามีการขโมยข้อมูลบัตรเครดิตเอาไปใช้ต่อ มันจะกระทบกับภาพลักษณ์ของเรานะครับ แล้วจะไม่สามารถเรียกคืนได้ในระยะเวลาอันสั้น ก็เป็นสิ่งที่อยากจะให้เพื่อนกรรมาธิการไปหาทางปิดช่องโหว่ในจุดนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ
ส่วนสุดท้ายนี้ ผมอยากจะเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี วันนี้สิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งส้าคัญ ผมฟังการอภิปรายหลายท่านก็เกิดความสับสน และที่ส้าคัญที่สุด เราในฐานะภาครัฐจะต้องให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนว่าบัตรเครดิตนี่ไม่ใช่การกู้เงินครับ ถ้าวันไหนที่พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าบัตรเครดิตที่เขาถืออยู่นี้เป็นเงินกู้ที่เขาจะเอาไปใช้จ่าย ต่าง ๆ ในลักษณะของการกู้เงินนี่ วันนั้นเสถียรภาพทางเศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะที่อันตราย เพราะการกู้เงินจริง ๆ จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่าการค้าประกัน การมีคอลแลทเทอรัล (Collateral) มีสิ่งที่จะไปบอกกับธนาคาร บอกกับสถาบันการเงินว่าคุณสามารถที่จะใช้จ่ายคืนได้อย่างไร มีโครงการอย่างไรที่จะเอาเงินไปใช้คืนเขาในระยะเวลาที่ก้าหนด ภายในระยะเวลาที่ก้าหนด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งส้าคัญในการกู้ แต่การใช้บัตรเครดิตนี้เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ท้าให้ ระบบเศรษฐกิจมันหมุนง่ายขึ้น เป็นสิ่งซึ่งทดแทนเงินสดไม่ใช่การกู้เงิน ถ้าวันไหนที่ท่าน สื่อสารไปยังสังคมว่าการใช้บัตรเครดิตเป็นลักษณะของการกู้นี่ วันนั้นจะเกิดปัญหามาก ๆ กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม ประเด็นเหล่านี้ก็ต้องฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี รวมถึงเพื่อนสมาชิกเพื่อที่จะไปเป็นกรรมาธิการแล้วก็ปรับแก้ แล้วก็ใช้ช่องทางทางนิติบัญญัติ ท้าให้กฎหมายฉบับนี้มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุดครับ
ท่านเอกนัฏครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบอกกับท่านประธานว่าในหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมเห็นด้วยทุกประการกับทุกฉบับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้ มีการใช้บัตรเครดิตมากมาย แล้วกิจการบัตรเครดิตก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลล่าสุดนี่ ทุกวันนี้ ในเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๕ มีบัตรเครดิตที่ใช้อยู่ในประเทศไทยกว่า ๑๖ ล้านใบ และสินเชื่อที่ให้ผ่านบัตรเครดิตก็เติบโตขึ้นทุกวันครับ แต่ก็แปลกใจว่าปัจจุบันยังไม่มี พระราชบัญญัติใดที่บังคับใช้ ควบคุมดูแลกิจการบัตรเครดิตเลยครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า ถ้ามีการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ก็จะเป็นประโยชน์กับวงการบัตรเครดิต แล้วก็ผู้ใช้ บัตรเครดิตครับ
ประการที่ ๑ ปัจจุบันนี้กฎหมายที่บังคับใช้กับผู้ประกอบการที่ให้บริการ บัตรเครดิตนี้มีความแตกต่างกันระหว่างผู้ประกอบการที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบการ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ในส่วนของสถาบันการเงินก็จะบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติ ธุรกิจสถาบันการเงิน ในส่วนที่ไม่ใช่สถาบันการเงินหรือที่เราเรียกกันว่าน็อนแบงก์ ก็จะใช้ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ ซึ่งเมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ ก็จะมีการบังคับใช้กฎหมายในมาตรฐานเดียวกันส้าหรับผู้ประกอบการที่ให้บริการบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินหรือที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
ในประการที่ ๒ ก็เป็นส่วนของการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งก็จะเห็นในทุกร่าง จะมีการเพิ่มเติม ถ้าเกิดในร่างของรัฐบาลกับของท่านอรรถวิชช์นี่ในมาตรา ๒๕ ก็จะมีพูดถึง เรื่องการจัดให้มีศูนย์บริการลูกค้า การรับพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิต ของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต และนอกจากนี้ก็จะมีบทลงโทษที่ชัดเจนมากขึ้น
ในประการที่ ๓ จะเป็นส่วนของการที่มีการก้าหนดศูนย์กลางรับส่งข้อมูล ทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ซึ่งในเอกสารที่ท่านได้จัดให้ไว้ผมก็เห็นด้วยครับว่าถ้าเกิด มีการก้าหนดศูนย์กลางรับส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน เราใช้ศูนย์กลางรับส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของต่างประเทศ ถ้าย้ายกลับเข้ามาใช้ มีการตั้งศูนย์กลางรับส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยก็จะลดต้นทุน ส้าหรับผู้ประกอบการ และหวังว่าในที่สุดก็จะลดค่าบริการส้าหรับผู้ใช้บัตรเครดิต
ท่านประธานครับ แต่เมื่อผมได้ดูร่างที่รัฐบาลได้เสนอมา อย่างที่ท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ได้พูดครับ ผมคิดว่าไม่มีอะไรใหม่ ก็เป็นการน้ากฎหมายเดิม ๆ นี่ละครับ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นประกาศกระทรวง ประกาศ คณะปฏิวัติมาย้ารวมกันแล้วก็ออกมาเป็นกฎหมายในรูปแบบของพระราชบัญญัติ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมเห็นและเป็นข้อสังเกตที่ส้าคัญผมคิดว่าน่าสนใจครับในร่างของท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ในมาตรา ๑๔ วรรคสอง ท่านได้ระบุเพิ่มเติม ขออนุญาตอ่านครับ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายอื่นใด ให้ค้านวณจากยอดเงินต้นคงค้าง ที่ผู้ถือบัตรยังช้าระไม่ครบจากยอดเงินต้นที่จ่ายผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น อ่านอย่างนี้ อาจจะไม่เข้าใจครับ แต่ยกตัวอย่างง่าย ๆ ผมแปลกใจครับว่าทุกวันนี้เมื่อท่านใช้จ่าย ผ่านบัตรเครดิตนี่สมมุติว่าท่านใช้ ๑๐,๐๐๐ บาท พอเขาส่งบิลมาเก็บค่าช้าระจากท่าน ถ้าท่านไม่จ่ายครบ ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านไปจ่าย ๙,๐๐๐ บาท ท่านยังคงค้างช้าระอยู่ ๑,๐๐๐ บาท แทนที่ท่านจะเสียดอกเบี้ยจากยอดคงค้างคือเงิน ๑,๐๐๐ บาท ท่านกลับต้องเสียดอกเบี้ยบนยอดเงินต้นก็คือ ๑๐,๐๐๐ บาท มันขัดกับความเข้าใจของเรา แล้วนี่ก็เป็นปัญหาครับ เพราะความไม่เข้าใจนี่ครับท้าให้ผู้ใช้บัตรเครดิตหลายท่าน ตกเป็นเหยื่อของผู้ประกอบการในเรื่องนี้ แทนที่ท่านจะช้าระดอกเบี้ยไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ท่านต้องช้าระดอกเบี้ยมากกว่านี้ครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าข้อเสนอนี้ของท่าน ส.ส. อรรถวิชช์เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ ผมทราบดีว่าร่างของท่านอรรถวิชช์นี่เป็นร่างที่มาจาก พรรคฝ่ายค้าน แต่เนื่องจากผมเห็นว่าถ้าท่านได้ให้ความสนใจและท่านให้การสนับสนุนด้านนี้ จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่ใช้บัตรเครดิตโดยเฉพาะพี่น้องคนจนทุกคนครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ตรงนี้แล้วผมอยากจะขอให้ท่านแสดงความกล้าหาญครับ ถึงแม้ว่าท่านจะมาจากพรรคฝ่ายรัฐบาล แต่ข้อเสนอข้อนี้จากร่างพรรคฝ่ายค้าน จากร่างของท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องคนจนครับ ผมขอให้ท่านช่วยสนับสนุนข้อเสนอตรงนี้ด้วย และฝากไปยัง ท่านกรรมาธิการครับ ถ้าร่างฉบับนี้ผ่านไปขอให้ท่านช่วยพิจารณาให้ข้อเสนอของ ท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้มีการบังคับใช้ด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านพิชิต ชื่นบาน ครับ
ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ แต่มีข้อสังเกตคือหัวใจส้าคัญ ของกฎหมายฉบับนี้คือการคุ้มครองผู้บริโภค ท่านประธานครับ ฝากไปถึงรัฐมนตรีดูหมวด ๔ ครับ ตั้งแต่มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๕ กฎหมายบัญญัติให้เวลาจะคุ้มครองผู้บริโภคไปเขียนให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกประกาศก้าหนดหลายเรื่อง เช่น การโจรกรรมก็ดี การทุจริตการท้าบัตรปลอมนี่ครับฝ่ายบริหาร รัฐบาลควรจะเป็น ผู้ก้าหนดนะครับ หรือกฎหมายฉบับนี้แทนที่จะมาบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคเสียเอง กลับไปให้ อ้านาจธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วตัวรัฐบาลเองก็ก้ากับธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะให้ ก้าหนดหลักเกณฑ์คุ้มครองผู้บริโภคให้ดีพอก็ก้ากับไม่ได้ ตกลงแล้วกฎหมายฉบับนี้ถ้าจะดีพอ ผมฝากไปในชั้นกรรมาธิการนะครับว่าดูสิครับรายการไหนที่กระทรวงการคลังจะเป็นคน ก้าหนดหลักเกณฑ์เสียเอง รายการไหนที่จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ใช่ไปให้อ้านาจ ธนาคารแห่งประเทศไทยทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ครับ เชิญสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมครับ กลับเข้าห้องประชุมครับ ท่านบุญยอดครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อครับ ผมได้อภิปรายในลักษณะ ค้าถามไปหลายค้าถาม ผมปรารถนาค้าตอบนะครับ ก็หวังว่าทางฝ่ายเลขาธิการก็คงจะต้อง ตอบค้าถามแรกครับ ท้าไมต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ต้องมีหรือไม่ แล้วท่านขีดฆ่าทิ้ง อย่างนี้ถูกแบบแผนของการท้ากฎหมายกันหรือเปล่า ค้าถามอื่น ๆ ผมก็ถามท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านโกหกสีขาวไหมครับ บัตรเครดิตเกษตรกรอย่างนี้เป็นต้น และค้าถามอื่น ๆ ผมคิดว่า ผมไม่ต้องทบทวนนะครับว่าผมถามค้าถามอะไรบ้าง ผมปรารถนาค้าตอบครับ ขอบพระคุณ
เชิญรัฐมนตรีตอบ ส่วนรายละเอียดของการเขียนเดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่ไปชี้แจง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้ท้าหน้าที่เสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... ในร่างของรัฐบาลนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงบางประเด็น ที่เป็นลักษณะค้าถามนะครับ
ประเด็นเรื่องบัตรเครดิตเกษตรกร บัตรเครดิตพลังงาน เป็นบัตรเครดิต หรือไม่ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าเป็นบัตรเครดิตครับเราถึงได้เรียกว่าบัตรเครดิต อย่างไรก็ตามในร่างของรัฐบาลได้เสนอในแนวทางที่ว่าการที่บัตรเครดิตที่จะอยู่ในบังคับของ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีลักษณะที่เป็นบัตรเครดิตที่ให้บริการเป็นการทั่วไป บัตรเครดิต ที่ได้ออกและด้าเนินการโดยสถาบันการเงินของรัฐหรือองค์กรที่เป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐ แล้วรัฐบาลเห็นว่าเป็นเรื่องของการให้บริการที่รัฐมีความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน เป็นอย่างดีและมีการด้าเนินการด้วยความระมัดระวังอยู่แล้วนะครับ ดังนั้นในร่างที่รัฐบาล ได้เสนอจึงมีลักษณะของการควบคุมการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตอื่นเป็นการทั่วไป ซึ่งอาจจะไม่ครอบคลุมถึงบัตรเครดิตที่ได้ด้าเนินการโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ หรือการด้าเนินการโดยรัฐวิสาหกิจของรัฐ ซึ่งมีลักษณะของการให้บริการเป็น การเฉพาะด้านต่าง ๆ นะครับ
นอกจากนั้นประเด็นแนวทางที่ท่านสมาชิกได้กรุณาเสนอว่าการก้ากับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ควรจะเป็นภารกิจที่กระทรวงการคลังด้าเนินการจะดีกว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่นั้น ก็ขออนุญาตเรียนว่าต้องกราบขอบพระคุณ ที่ท่านให้ความไว้วางใจเพราะกระทรวงการคลังจะสามารถด้าเนินการก้ากับธุรกิจ ได้เป็นอย่างดีนะครับ อย่างไรก็ตามในร่างที่รัฐบาลได้เสนอในครั้งนี้ได้เรียนเสนอในลักษณะ ที่ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรที่ก้ากับ ด้วยการที่ตระหนักดีว่ารัฐบาลเอง ก็เป็นผู้ถือหุ้นของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจบางแห่งนะครับ แล้วก็มีการด้าเนินการ ในทางธุรกิจที่แข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นอยู่ ดังนั้นการจะก้ากับโดยที่เป็นองค์กรก้ากับ เสียเองทั้งหมดก็อาจจะเป็นเรื่องที่ท้าให้ทุกคนมีความกังวลได้ อย่างไรก็ตามจะขออนุญาต กราบเรียนว่าขอรับข้อสังเกตด้านต่าง ๆ ซึ่งท่านจะเห็นได้ว่าร่างที่รัฐบาลเสนอนั้นจะมี ลักษณะของการที่พูดในเชิงหลักการในมาตราต่าง ๆ แล้วก็ก้าหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นผู้ที่ใช้ฐานอ้านาจในการออกประกาศต่าง ๆ ตระหนักดีว่าท่านสมาชิกก็ได้ แสดงความกังวลว่าฐานอ้านาจที่จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกประกาศ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ในที่สุดกระทรวงการคลังซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทางเศรษฐกิจและรับผิดชอบต่อรัฐสภาด้วย จะยังคงสามารถด้าเนินการประสานงานให้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ด้าเนินการ อย่างสอดคล้องต่อความรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้ดีแค่ไหน เพราะว่าหลายท่านก็ทราบดีว่า ทุกวันนี้ยังมีประเด็นเรื่องของความเป็นอิสระต่อกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับ กระทรวงการคลังอยู่บ้างนะครับ
ในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้สอบถามบางประเด็นผมก็ไม่แน่ใจว่าโกหกสีขาว เกี่ยวอะไรกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่าจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว ท่านก็ต้องใช้ดุลยพินิจส่วนตัวนะครับ แต่เรียนยืนยันว่าไม่ใช่ความจริงสีด้าที่เอาตัวเลข หรือเอาข้อความอะไรที่มีลักษณะเป็นความจริงแล้วก็น้ามาบิดเบือนความหมายนะครับ ดังนั้นจึงขออนุญาตกราบเรียนว่าข้อสังเกตที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมาเรื่องของการค้านวณฐาน เพื่อที่จะค้านวณดอกเบี้ยหรือการค้านวณค่าธรรมเนียม ค่าปรับต่าง ๆ การก้าหนดวิธีการ ในเรื่องของการเบิกเงินสดว่าควรจะมีความเหมือนหรือแตกต่างจากการใช้บัตรเครดิต เพื่อซื้อสินค้าหรือไม่ การที่จะด้าเนินการเพื่อที่จะป้องปรามผู้ที่เตรียมการจะท้าทุจริต แล้วยังไม่ได้ลงมือท้าตามที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมา หรือการควบคุมกระบวนการ พิจารณาอนุมัติบัตรเครดิตเพื่อให้เกิดความรอบคอบและผู้ที่ได้รับบัตรเครดิตเป็นผู้ที่มี ความพร้อมในการที่จะใช้บัตรเครดิต การรณรงค์ให้ความรู้แก่ผู้ที่จะเป็นผู้ถือบัตรเครดิต หรือการโจรกรรม การป้องกัน การก้าหนดโทษต่าง ๆ กระผมขออนุญาตเรียนว่าในประเด็น เรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องของขนาดรายการซื้อ ขั้นสูงขั้นต่้า ความลับของลูกค้า การคิดค่าธรรมเนียม มาตรการการทวงหนี้ ในส่วนนี้รวมทั้งข้อสังเกตที่ท่านสมาชิกได้แสดง ความกังวลนะครับว่ากระทรวงการคลังน่าจะยังคงเป็นผู้ที่มีส่วนในการที่จะสามารถก้าหนด หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ตามประกาศได้ตามสมควรเพื่อที่จะดูแลการด้าเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไป อย่างถูกต้อง ผมก็ขออนุญาตเรียนว่าจะน้าประเด็นเหล่านี้ฝากไปกับคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในส่วนที่รัฐบาลจะเป็นผู้เสนอเพื่อที่จะพิจารณาแล้วก็น้าเอาเนื้อหาที่ร่างอื่น ๆ ที่ได้ ด้าเนินการมาอย่างมีความปรารถนาดีนั้นน้ามาพิจารณาเพื่อให้เราได้รับการพิจารณา พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตหรือพระราชบัญญัติบัตรเครดิตก็แล้วแต่นะครับ อย่างสมบูรณ์ที่สุดนะครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านอรรถวิชช์ไปพูดในคณะกรรมาธิการไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอสรุปสั้น ๆ ของผมเองเพียงแค่ ๒ นาทีตามข้อบังคับนะครับ คือร่างของผมเองมีความแตกต่างกับรัฐบาลในส่วนที่เป็นนัยส้าคัญอย่างมากนะครับ ก็คือในเรื่องของการจะอนุญาตให้ท้าการเก็บดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นใด เฉพาะในยอดเงินคงเหลือเท่านั้นนะครับ ซึ่งผมย้าอีกครั้งว่าถ้ายกตัวอย่างหลายทีครับ เรื่องนี้ ก็คือรูดบัตร ๑๐,๐๐๐ บาทแล้วจ่ายเงินไปแค่ ๙,๐๐๐ บาท เหลือ ๑,๐๐๐ บาท ต้องคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินที่เหลือ ๑,๐๐๐ บาทเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทบัตรเครดิตนั้น คิดจากยอดเต็มคือ ๑๐,๐๐๐ บาทซึ่งเป็นยอดใช้งาน ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้นั้นผิดกับ หลักการที่คิดในเรื่องของสามัญส้านึกอย่างมาก แล้วก็เรื่องนี้ถ้าเปลี่ยนได้จะเปลี่ยน ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการใช้บัตรเครดิตในประเทศไทย เป็นสาระส้าคัญของเรื่องในวันนี้ ผมรอการเสนอกฎหมายแบบนี้มาหลายปีแล้วครับ และผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาแห่งนี้ จะให้โอกาส โดยท่านกรรมาธิการจะน้าหลักการของผมนั้นไปปรับใช้และขอเรียน ท่านประธานนะครับถ้าได้มีการปรับใช้จริงอย่างที่ผมได้กล่าวไปผมเชื่อเลยนะครับ สินเชื่อบัตรเครดิตจะกลายเป็นสินเชื่อส้าหรับคนจนด้วย ไม่ใช่เป็นสินเชื่อส้าหรับคนรวยอย่างเดียว ที่จ่ายครบทุกครั้งนะครับ ฉะนั้นอันนี้แหละจะแก้ไขปัญหาเรื่องของสินเชื่อบัตรเครดิต ในทางไกลได้ของประเทศไทย ก็หวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่าคณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้น ในอนาคตถึงแม้ว่าจะเป็นข้อเสนอจากฝ่ายค้านก็ขอให้ช่วยสนับสนุนด้วยเพราะว่าคนไทย ทั้งประเทศได้รับประโยชน์ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกอยู่นอกห้องประชุมกรุณากลับเข้าห้องประชุม ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ ที่นั่งอยู่แล้วก็กรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมด้วยครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ถ้าเรียบร้อยส่งผลคะแนนนะครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๘๔ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปจะขอท่านสมาชิกได้กรุณาใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลมคะแนน)
มีท่านผู้ใดไม่ได้ใช้สิทธิ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าเรียบร้อย ส่งผลคะแนนครับ ผู้เข้าประชุม ๓๓๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๔ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยให้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้
ต่อไปเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการ เชิญสมาชิกก้าหนดจ้านวนกรรมาธิการครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจ้านวนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... จ้านวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เป็นคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญท่านรัฐมนตรีเสนอกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ คณะรัฐมนตรีขออนุญาตเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในส่วนของรัฐบาล จ้านวน ๕ ท่าน ได้แก่ นางสาวบัญฑรโฉม แก้วสอาด รองผู้อ้านวยการส้านักงานเศรษฐกิจการคลัง นายอรรถพล อรรถวรเดช ผู้อ้านวยการส้านักงานกฎหมาย ส้านักงานเศรษฐกิจการคลัง นางสาวปรียานุช จึงประเสริฐ ผู้อ้านวยการฝ่ายนโยบายความเสี่ยง ธนาคารแห่งประเทศไทย นางฤชุกร สิริโยธิน ผู้ช่วยผู้ว่าการฝ่ายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และนางสาวจารุวรรณ เฮงตระกูล กรรมการร่างกฎหมายประจ้าส้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ
ต่อไปเชิญพรรคเพื่อไทย จ้านวน ๑๔ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยดังมีรายนาม ดังนี้ ๑. นายเอกธนัช อินทร์รอด ๒. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๓. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ๔. นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ๕. นายไชยา พรหมา ๖. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ๗. นางสิรินทร รามสูต ๘. นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ๙. นายไพโรจน์ ตันบรรจง ๑๐. นายพ้อง ชีวานันท์ ๑๑. นายเอกศักดิ์ สาโท ๑๒. นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ๑๓. นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ๑๔. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เสนอรายชื่อกรรมาธิการในส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน ๑. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒. นายสรรเสริญ สมะลาภา ๓. หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล ๔. นายอรรถพร พลบุตร ๕. นางผุสดี ตามไท ๖. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๗. นายวิฑูรย์ กรุณา ๘. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย จ้านวน ๒ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน เรวดี รัศมิทัต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย มีดังต่อไปนี้ ๑. นายบุญด้ารง ประเสริฐโสภา ๒. นายมนู พุกประเสริฐ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จ้านวน ๑ ท่าน คือท่านวินัย ภัทรประสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนา คือนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ๑. นางสาวบัญฑรโฉม แก้วสอาด ๒. นายอรรถพล อรรถวรเดช ๓. นางสาวปรียานุช จึงประเสริฐ ๔. นางฤชุกร สิริโยธิน ๕. นางสาวจารุวรรณ เฮงตระกูล ๖. นายเอกธนัช อินทร์รอด ๗. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๘. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ๙. นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ๑๐. นายไชยา พรหมา ๑๑. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ๑๒. นางสิรินทร รามสูต ๑๓. นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ๑๔. นายไพโรจน์ ตันบรรจง ๑๕. นายพ้อง ชีวานันท์ ๑๖. นายเอกศักดิ์ สาโท ๑๗. นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ๑๘. นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ๑๙. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ๒๐. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๑. นายสรรเสริญ สมะลาภา ๒๒. หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล ๒๓. นายอรรถพร พลบุตร ๒๔. นางผุสดี ตามไท ๒๕. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๒๖. นายวิฑูรย์ กรุณา ๒๗. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๒๘. นายบุญด้ารง ประเสริฐโสภา ๒๙. นายมนู พุกประเสริฐ ๓๐. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ และ ๓๑. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์
ก้าหนดระยะเวลาการแปรญัตติครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติเป็นเวลา ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ จะใช้ร่างใดเป็นหลักครับ
ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก ขอผู้รับรองค่ะ
ถูกต้องครับ ท่านปรีชาพลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น จากที่ได้หารือกับเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาลเรามีความเห็นตรงกันครับว่ามีเรื่องที่คั่งค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุมสภา อยู่จ้านวนหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งเรามีความเห็นตรงกันนะครับว่าเห็นควรที่จะต้องเลื่อนขึ้นมา เพื่อจะพิจารณาในการประชุมสภาครั้งต่อไป เพื่อประโยชน์ของการประชุมสภาและ การท้างานของสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ กระผมจึงขอเลื่อนระเบียบวาระ โดยอาศัยข้อบังคับ การประชุมสภา ข้อ ๔๖ (๒) ประกอบกับข้อ ๑๖ ขอเลื่อนระเบียบวาระดังต่อไปนี้
เรื่องแรก ขอเลื่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๕ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๖ ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติเหรียญพิทักษ์เสรีชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (ก้าหนดหลักเกณฑ์การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ในเรื่องไถ่ถอนและมรดก) ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ซึ่งทั้ง ๖ เรื่องนี้ กระผมขอเสนอเลื่อนขึ้นมาก่อนเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบ ให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
เรื่องที่ ๘ ร่างพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้อง ไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ก็ให้เลื่อนมาตามนี้ ส้าหรับวันนี้พอแล้วครับ ปิดการประชุม