บุญยอด สุขถิ่นไทย สอบถามเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ.... และหารือเกี่ยวกับปัญหาบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลสับสนเกี่ยวกับแนวคิดของเครดิต เดบิต และสินเชื่อ และเรียกร้องการอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องดอกเบี้ยที่ควรเป็นธรรม การป้องกันการโจรกรรมบัตรเครดิต และความลับของลูกค้า เพื่อให้มีการควบคุมและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลให้กับประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ก่อนที่ผมจะไปถึงเนื้อหา ของร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังฝ่ายเลขานุการด้วยว่าช่วยอธิบายให้ผมหน่อยว่าร่างของ ครม. มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ดอท (Dot) ดอท ดอท นายกรัฐมนตรี ร่างของท่านปาริชาติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็เขียนท้านองเดียวกันนะครับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แต่มีการขีดฆ่าทิ้ง ท่านประธานลองดูของท่านปาริชาติหน้า ๙ ของท่านอรรถวิชช์ เช่นเดียวกันนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็เขียนผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายกรัฐมนตรีเหมือนกัน ก็มีการขีดฆ่าทิ้ง การขีดฆ่าแบบนี้หรือครับ นี่คือเอกสาร ราชการหรือครับ ผมอยากถามแบบแผนของการน้าเสนอกฎหมายเหมือนกันว่า ถ้ามีการขีดฆ่าแล้วมีรอยขีดฆ่าอย่างนี้เหมือนเอาปากกาขีด ขีด ขีด แล้วก็ซีรอกซ์ (Xerox) มาให้พวกผม อย่างนี้ถือว่าเป็นเอกสารราชการที่ถูกต้องไหมครับ ต กลงมี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการหรือไม่ วิธีการเขียนร่างพระราชบัญญัติจริง ๆ ที่ถูกต้อง เป็นอย่างไรพวกผมจะได้ทราบ ช่วยให้ความรู้ผมหน่อย ต้องเขียนว่าผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แล้วนายกรัฐมนตรีหรือไม่ หรือให้จุด จุด จุด เป็นไข่ปลาไว้ จะให้ท้าอย่างไร บอกแบบแผน ให้ชัดเจนครับ ผมเรียนต่อท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่ได้กรุณาน้าเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ด้วยความรู้สึกเห็นด้วยครับ เพราะว่ารอคอยมานานอย่างที่ท่านพีระพันธุ์อธิบายกับเราตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ มาจนถึงปัจจุบัน ๕๓ ปี เราเพิ่งจะมีกฎหมายมาควบคุม ผมขอฝากและถามใน ๖ ข้อ ดังต่อไปนี้ครับ
ประเด็นที่ ๑ แนวคิดของเรื่องเครดิต เดบิต สินเชื่อส่วนบุคคล คืออะไรกันแน่ ผมคิดว่าคนไทยสับสนนะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลของท่านก็สับสนครับ บัตรเครดิตเกษตรกร เป็นบัตรเครดิตไหมครับ ค้าตอบจากหน่วยราชการที่มาอธิบายต่อวิปฝ่ายค้านคือ บัตรเครดิตเกษตรกรไม่ใช่บัตรเครดิต แล้วท่านใช้ค้านี้ได้อย่างไร หรือท่านโกหกสีขาวหรือครับ หรือเหมือนจ้าน้าข้าวที่ไม่ได้จ้าน้า นโยบายรัฐบาลนี้เป็นแบบนี้ใช่ไหมครับ บัตรเครดิตคือ อะไรกันแน่ อะไรคือการส่งเสริมให้มีบัตรเครดิตแทนที่จะต้องใช้บัตรที่เป็นธนบัตร ซึ่งเป็นกระดาษ ซึ่งในโลกสมัยใหม่แน่นอนต้องพยายามลดบัตรกระดาษลง แต่ว่าให้เป็น ลักษณะของเงินอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ซึ่งน่าจะต้องส่งเสริมอยู่แล้วซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ แต่รัฐบาลต้องมีหน้าที่ในการอธิบายต่อประชาชนให้รู้ว่าอะไรคือเครดิต อะไรคือเดบิต และอะไรคือสินเชื่อ บัตรเครดิตพลังงานและบัตรเครดิตเกษตรกรก็คือสินเชื่อครับ ก็คือการปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกรในจ้านวนหนึ่งแล้ว ธ.ก.ส. ก็มาเก็บหนี้กันทีหลัง ใครเป็นหนี้ก็จ่ายดอกเบี้ยอย่างนั้นใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรจะใช้ค้าว่าบัตรเครดิต เรื่องของบัตรเครดิตแน่นอนมันก็จะมีทั้งค่าธรรมเนียมของการท้าบัตร ซึ่งผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่ก็จะต้องต่อสู้กันก็อาจจะลดราคาลง จนกระทั่งฟรีค่าธรรมเนียมให้ หลายคนเลยงงว่าจริง ๆ ไม่มีค่าธรรมเนียมหรืออย่างไร เป็นบัตรเครดิตแล้วบริษัทที่เป็นลูกค้าต่าง ๆ ร้านขายอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ก็ต้องถูกหัก เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับที่ท่านพีระพันธุ์พูดนะครับก็คือประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าเอง จ่ายตรงเวลาไม่มีปัญหาเพราะจริง ๆ มันมีค่าธรรมเนียมอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ บาท แต่ถ้าลูกค้าที่จ่ายไม่ตรงเวลาหรือไม่เต็มจ้านวนบริษัทเหล่านี้ก็จะเอาก้าไรหรือว่า หาผลประโยชน์ได้จากเรื่องของดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น
สมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วว่าดอกเบี้ยควรจะเป็นธรรม การควบคุมที่จะ ไม่ให้ประชาชนใช้เงินเกินตัวท่านมีหรือไม่ พ.ร.บ. นี้ได้พยายามที่จะควบคุมหรือไม่ ไม่ใช่ท้าบัตรเครดิตกันได้ง่าย ๆ เงินเดือนเท่าไรกันแน่ครับท่านประธานครับที่ควรจะมี บัตรเครดิต บางคนบอกว่า ๑๕,๐๐๐ บาทขึ้นไปน่าจะเหมาะสม แต่ตอนหลังการแข่งขัน มันก็สูงมากนะครับจนกระทั่งแทบไม่ต้องมีเงินเดือนหรือเงินเดือนไม่จ้าเป็นต้องแสดงให้เห็น เช่นนักศึกษาก็สามารถมีบัตรเครดิตได้ อย่างนี้ความมั่นคงของประชาชนจะอยู่ตรงไหนครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะให้พระราชบัญญัตินี้ได้ช่วยควบคุมการที่จะไม่ให้ การใช้เงินเกินตัวหรือว่าการท้าบัตรเครดิตที่ต้องมีมาตรฐานจะท้าอย่างไร
ประเด็นที่ ๓ ความเป็นธรรมต่อลูกหนี้ หลายท่านพูดเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งทุกคนก็คงจะทราบนะครับดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นเต็มจ้านวนที่เราไม่ว่าเราจะจ่ายเท่าไรก็ตาม แต่เขาจะคิดดอกเบี้ยของเราเต็มจ้านวน และเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่เรารูดมาครับ กินข้าว เมื่อ ๔๕ วันที่แล้ว ซื้อเสื้อผ้าเมื่อ ๔๔ วันที่แล้ว เติมน้ามันเมื่อ ๔๐ วันที่แล้ว จะคิดเป็น ระยะเวลาเป็นวันเขาคิดเต็มจ้านวนครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมเชื่อว่าไม่เป็นธรรมเพราะถ้าทุก ๆ วันที่ ๖ หรือวันที่ ๗ ของต้นเดือนสามารถตัดบัตรเครดิตได้ แล้วผมจ่ายเกือบจะเต็มอยู่แล้ว นี่ท้าไมผมต้องจ่ายจนถึงขนาดนั้น แล้วผมไม่ได้จ่ายแค่เดือนเดียวนะครับท่านประธาน ผมจ่ายไปจนถึงวันที่ใช้เขาคิดหมดเลยครับ ผมเคยเป็นหนี้ครับท่านประธาน ๓๒ บาท เนื่องจากผมใส่เงินไปไม่ครบในธนาคาร ผมโดนค่าดอกเบี้ย ๔๐๐ กว่าบาท ผมถึงได้ทราบ อย่างไรครับว่า เอ๊ะ จริง ๆ แล้วเขาคิดดอกเบี้ยอย่างไร ใช่ครับ เขาอธิบายในสัญญา แต่สัญญาตัวเล็กจิ๋วสัญญาอย่างนี้ไม่เคยอธิบายต่อลูกค้าอย่างชัดเจน ไม่เคยคิดค้านวณ ให้ลูกค้าฟังชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วเขาคิดกันอย่างไร เราจะได้ทราบนะครับเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าเป็นความเป็นธรรมต่อลูกค้า ซึ่งผมคิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีคงจะได้เขียน ในกฎหมายฉบับนี้และให้ความเป็นธรรมได้ดีขึ้น
ประเด็นที่ ๔ เรื่องของการป้องกันการโจรกรรม ท่านมีไหมครับ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... นี้ ใครมาโจรกรรมใช้บัตรต่าง ๆ ไป ตรงนี้เป็นโจรกรรมข้ามชาติได้ใช่ไหมครับ เราก็จะได้ยินได้ทราบกันอยู่บ่อย ๆ เราถูกเตือน เวลาไปต่างประเทศในบางประเทศว่าให้ระมัดระวังในการที่ส่งบัตรไปรูด เขาจะไปเอา ข้อมูลของเรา แล้วก็ไปท้าบัตรปลอมแล้วก็เอาไปใช้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เรามีวิธีการป้องกัน อย่างไร มีโทษอย่างไร
ประเด็นที่ ๕ ความสะดวกสบายที่จะใช้ ต่างประเทศนะครับในแท็กซี่ก็รูดได้ ซื้อของแบกับดินถนนคนเดินก็สามารถรูดบัตรเครดิตได้ บ้านเราเมื่อไรจะถึงตรงนั้น ผมอยากเห็นนะครับ ผมอยากเห็นว่ามันมีความสะดวกสบาย มีการใช้กันได้อย่างกว้างขวาง ในต่างจังหวัดน่าจะใช้ได้กับบัตรเครดิต และแน่นอนนอกจากสถานที่แล้วจ้านวนวงเงินเดี๋ยวนี้ ยังต้อง ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ถึงจะรูดบัตรได้ ท้าไมต่างประเทศซื้อของ เข้าพิซซ่า เข้าแมคโดนัลด์อะไรต่าง ๆ ร้านอาหารเล็ก ๆ ใช้เงินเพียงไม่มากนักในค่าครองชีพของเขา เขาก็ยังใช้มันแทนตัวของเงินได้ ตรงนี้น่าจะต้องให้ความเป็นธรรม ท่านประธาน เคยไปไหมครับว่าถ้าจะใช้บัตรเครดิตเขาดันขอคิดเพิ่มอีก ๓ เปอร์เซ็นต์ด้วยนะครับ ทั้ง ๆ ที่ในระบบนี่เขาได้จากลูกค้าของเขาร้านค้านั้นอยู่แล้วถูกไหมครับ เขาได้อยู่แล้ว แต่บรรดาร้านค้าต่าง ๆ ที่จะขายของให้เรากลับต้องคิดเพิ่มจากเราอีกด้วย อย่างนี้มันก็ไม่ส่งเสริมนะครับ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้ควบคุมหรือไม่
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานที่อยากฝากไว้ก็คือเรื่องความลับของลูกค้า ทุก ๆ วันนี้ท่านประธานกับผมคงเหมือนกันนะครับ ไม่ทราบท่านประธานจะมีหรือเปล่า แต่ผมนี่ทุกสัปดาห์ครับจะมีโทรศัพท์มาประมาณแถว ๆ เที่ยง ๆ หรือตอนเลิกงาน โทรศัพท์มาจากโรงแรมอะไรบ้าง ธนาคารอะไรบ้าง เจ้าหน้าที่หลายท่านยิ้มนะครับ ทุกคนโดนเอาข้อมูลความลับของเรานี่ที่กรอกเข้าไปในบัตรเครดิตว่าเราเป็นลูกค้าบัตรเครดิต จึงเอาไปขายให้กับบรรดาฝ่ายการตลาดของสินค้าต่าง ๆ เช่นโรงแรมโทรมาหาลูกค้า ทางโทรศัพท์จากเรา ท้าไมเขารู้โทรศัพท์มือถือเราล่ะครับ ท้าไมเขารู้เบอร์โทรศัพท์บ้านเรา หรืออะไรต่าง ๆ หรือว่าความลับอย่างนี้นะครับผมเชื่อว่าทุกคนนี่ก็ต้องการปกป้อง พระราชบัญญัตินี้ได้ท้าการปกป้องสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับเราหรือไม่ ผมหวังนะครับว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเรารอคอยมานาน แล้วก็ตามหลังจากนวัตกรรมที่มันเกิดขึ้น น่าจะต้องมีการควบคุมและครอบคลุมกับทุก ๆ เรื่อง เพื่อที่จะเห็นว่าประชาชนหรือว่าลูกค้าเป็นหลักครับ ท่านจะเป็นแบงก์ น็อนแบงก์ ผมไม่สนใจครับ ท่านพีระพันธุ์อาจจะสนใจ แต่ผมคิดว่าจะน็อนแบงก์หรือแบงก์ กฎหมายต้องปรับเปลี่ยนหรือการควบคุมต้องปรับเปลี่ยนเพื่อประชาชน เพื่อลูกค้า ลูกค้าต้องเป็นหลักเพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย ความเป็นธรรมอย่างที่ถูกต้องที่สุด ขอบพระคุณครับท่านประธาน