สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ..... โดยวุฒิสภาแก้ไขมาตรา 12 และ 13 ที่อาจกระทบต่อผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะการรับรองหมอพื้นบ้าน ซึ่งการแก้ไขนี้ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยมีสิทธิ์จำกัดและถูกควบคุมโดยกระทรวงสาธารณสุข

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... วุฒิสภา ไปแก้ไขถึง ๑๒ มาตรา คือโดยภาพรวมแล้วเป็นการแก้ไขที่พอรับได้นะครับ แต่ว่า มีในบางประเด็นในบางมาตราที่วุฒิสภาไปแก้ไขแล้ว อาจจะไปกระทบกับผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นแพทย์พื้นบ้านอยู่ ผมอยากจะไล่เลียงให้ท่านประธานเห็นว่าตั้งแต่มาตรา ๑๒ คือก่อนหน้านี้ก็มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข สมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) มีอายุไม่ต่้ากว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ (๒) มีความรู้ในวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ดังต่อไปนี้ (ก) (ข) (ค) ในส่วน (ค) เป็นผู้ที่ส่วนราชการรับรองความรู้การแพทย์พื้นบ้านไทย โดยผ่านการประเมิน หรือการสอบตามที่ก้าหนดไว้ในข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย ซึ่งตรงนี้วุฒิสภาไปเพิ่มเติม หรือการสอบเข้ามาซึ่งเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งในการจะไปทดสอบว่า คนคนนี้มีความรู้การแพทย์พื้นบ้านไทยจริงตามมาตรฐานที่ราชการก้าหนดหรือไม่ ซึ่งผมคิดว่า เฉพาะเพียงการประเมินนี่ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ในมาตรา ๑๓ เรื่องของสิทธิและหน้าที่ ของสมาชิกซึ่งวุฒิสภาไปแก้ไขว่าในสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก (๓) เลือก รับเลือก หรือรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ เฉพาะสมาชิกที่มีใบอนุญาต คือในร่างเดิมที่ผ่านความเห็นชอบ ของสภาผู้แทนราษฎรบอกว่า เลือก รับเลือก หรือรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ นี่เป็นสิทธิ ของสมาชิก แต่ว่าวุฒิสภาได้ไปเพิ่มเติมว่า เลือก รับเลือก หรือรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ เฉพาะสมาชิกที่มีใบอนุญาต ประเด็นก็คือว่าการไปเขียนไว้เช่นนั้นไปกีดกันเขาท้าไมว่า ต้องเป็นสมาชิกที่มีใบอนุญาต เพราะคนที่เป็นสมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย ก็ต้องเป็นผู้ที่ประกอบวิชาชีพตามมาตรา ๑๒ อยู่แล้ว ให้คนเหล่านี้มีสิทธิที่จะเป็นกรรมการ หรือว่ามีสิทธิเลือกกรรมการได้ ซึ่งก็ไม่จ้าเป็นจะต้องไปเพิ่มเติมเข้าตรงนั้น และถ้าหากว่า ต้องการว่าการเลือกกรรมการจะต้องเป็นเฉพาะสมาชิกที่มีใบอนุญาตก็น่าจะไปเขียนไว้ ในมาตราอื่น ไม่ใช่มาตราที่เป็นสิทธิและหน้าที่ของสมาชิกไว้ในมาตรา ๑๓

นอกจากนั้นประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือในมาตรา ๑๓ อยู่ในหมวดของการควบคุมการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และการประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ ในมาตรา ๑๓ เป็นมาตราที่ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้เป็น ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ กระท้าการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ก็มีอนุมาตราต่าง ๆ เช่นการกระท้าต่อตนเอง อันนี้เป็นข้อยกเว้น การช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยตามหน้าที่ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้รับ การฝึกอบรม นี่เป็นข้อยกเว้น แต่ใน (๗) ว่าด้วยเรื่องหมอพื้นบ้าน หมอพื้นบ้าน ซึ่งมีความรู้ ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมานานไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นที่นิยมยกย่องจากชุมชน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับรอง แต่ว่าวุฒิสภาได้ไปแก้ไขเพิ่มความในส่วนนี้ว่า โดยคณะกรรมการหมู่บ้านหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เสนอให้หน่วยงานที่กระทรวงสาธารณสุขก้าหนดเป็นผู้รับรอง ซึ่งผมคิดว่า นี่เป็นการนอกจากจะเข้ามาก้าวก่ายแล้วแทนที่จะให้การยอมรับหมอพื้นบ้านตามการยกย่อง ของชุมชนโดยการรับรองของกรรมการหมู่บ้านกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่ผมถือว่า เป็นการก้าวล่วงกับชุมชน และเป็นการไปผูกมัดว่าหมอพื้นบ้านนั้นจะต้องมีหน่วยงานของ กระทรวงสาธารณสุขรับรองเท่านั้นถึงจะเป็นหมอพื้นบ้านได้ ซึ่งผมคิดว่าการไป แก้ไขเพิ่มเติมตรงนี้เป็นการรอนสิทธิของหมอพื้นบ้านตามกฎหมายนี้ แล้วก็จะต้อง ถูกควบคุมโดยกระทรวงสาธารณสุข โดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแท้จริงแล้ว ใน (๗) การรับรองหมอพื้นบ้านก็มีระเบียบที่รัฐมนตรีก้าหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษารองรับอยู่แล้ว ไม่จ้าเป็นที่จะต้องให้หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข เข้ามารับรองอีกชั้นหนึ่ง นี่เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าอาจจะท้าให้กฎหมายฉบับนี้เมื่อมีการแก้ไขไปแล้วเป็นการไป รอนสิทธิกับหมอพื้นบ้านและผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน