ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอความเห็นเกี่ยวกับมาตรา ๑๒ ของร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหมอพื้นบ้าน โดยอ้างว่ามาตรานี้ไม่ได้จำกัดสิทธิของหมอพื้นบ้าน แต่เพียงเพิ่มความเข้มข้นในการสอบใบอนุญาตเท่านั้น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตท่านประธาน ที่จะตอบเรียนชี้แจงประเด็นข้อซักถามเพื่อนสมาชิกที่มีข้อห่วงใย โดยเฉพาะสิทธิ ของความเป็นสมาชิกที่จะถูกรอนสิทธิหรือการควบคุมที่จะท้าให้หมอพื้นบ้านเสมือนว่า ถูกรอนสิทธิ ตรงนี้ก็เป็นข้อห่วงใยที่ต้องกราบขอบคุณผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ในนามของกระทรวงสาธารณสุขเราก็พยายามพิจารณาในประเด็นที่วุฒิสภาได้แก้ไขทั้ง ๑๒ มาตรา ประเด็นหลัก ๆ ก็เหมือนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอภิชาต ต้องขออนุญาต เอ่ยนามท่านนะครับ ได้อภิปรายไปอยู่ใน ๓ ประเด็น ในมาตรา ๑๒ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกห่วงว่า จะเป็นการรอนสิทธิหรือไม่ เพราะว่าเราก้าหนดให้สมาชิกประเภท (ค) เป็นผู้ที่ส่วนราชการ รับรองความรู้การแพทย์พื้นบ้านไทยโดยผ่านการประเมิน นั่นคือร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎรเราครับ วุฒิสภาได้ไปเติมค้าว่า หรือการสอบ เข้าไป เมื่อเราพิจารณาแล้วถามว่าเป็นการรอนสิทธิ หรือไม่ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าในกระบวนการขั้นตอนนี้ เสมือนว่าจะมีการรอนสิทธิ แต่ว่ามีการเปิดกว้างเอาไว้ ใช้ค้าว่าผ่านการประเมินหรือการสอบ ซึ่งก็เป็นไปตามความเหมาะสมนะครับ เพราะฉะนั้นสิทธิที่จะได้รับการประเมิน ให้เป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกก็ยังไม่ถูกรอนสิทธิ เพียงแต่ว่าเพิ่มความเข้มข้น ถ้าจะไปผ่านการสอบสภาวิชาชีพก็ไปก้าหนดเพราะเราใช้ค้าว่า หรือ ในประเด็นมาตรา ๑๒ ในมาตรา ๑๓ ประเด็นนี้ก็เป็นข้อห่วงใยครับ เพราะว่าวุฒิสภาได้ไปเติมสิทธิของสมาชิก ที่จะเลือกก็คือไปเลือกให้คนอื่นเป็น รับเลือกก็คือมารับเลือกในฐานะที่จะมาเป็นกรรมการ ตามวงเล็บอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การเลือกตั้งโดยตรงเช่นเป็นตัวแทนหน่วยงานองค์กร หรือรับเลือกตั้งโดยตรงนี่หมายถึงเป็นกรรมการที่มาจากการเลือกทางตรงของสมาชิกนะครับ เดิมเราเปิดค้าว่าเป็นสมาชิกก็สามารถด้าเนินการได้ทั้ง ๓ ลักษณะ ทั้งเลือก รับเลือก หรือรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกก็มีคุณสมบัติด้าเนินการได้ วุฒิสภาได้ไปเติมค้าว่า เฉพาะสมาชิก ที่มีใบอนุญาต ตรงนี้เองถ้าพิจารณาอย่างถ่องแท้สมาชิกก็จะมีลักษณะ ๒ ประเภท ประเภทที่เป็นสมาชิกแต่ยังไม่ได้มีใบอนุญาต ซึ่งผมเองก็พยายามสอบถามจากคณะกรรมการ วิชาชีพซึ่งเดิมไม่มีสภา มีกรรมการวิชาชีพที่เขาปฏิบัติกันอยู่ โดยภาพแล้วกระบวนการ ของการเป็นสมาชิก การขึ้นทะเบียนที่จะไปสอบใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพมันจะเป็น กระบวนการที่ท้าต่อเนื่องกัน ส่วนใหญ่คนที่จะมาเป็นสมาชิกก็หวังจะมีใบอนุญาต ซึ่งมีน้อยที่จะไม่ได้รับใบอนุญาต เพราะฉะนั้นถ้าดูตามข้อเท็จจริงแล้วถ้าเติมค้าว่า เฉพาะสมาชิกที่มีใบอนุญาต ก็ไม่เป็นการรอนสิทธิ อาจจะมีกระทบบ้างในช่วงที่เขาก้าลัง ขอขึ้นทะเบียนและจะไปสอบอยู่ซึ่งเป็นจ้านวนคนที่ไม่มากนะครับ ในมาตรา ๓๑ เรื่องของการควบคุม ก้าหนดให้หมอพื้นบ้านซึ่งเดิมได้รับข้อยกเว้นว่าสามารถที่จะปฏิบัติ ตามกฎหมายฉบับนี้ได้ ถือเป็นข้อยกเว้นในการที่จะประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต เป็นผู้ที่ได้รับการรับรองจากกรรมการหมู่บ้านหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรับรอง แล้วทางกระทรวงสาธารณสุขโดยรัฐมนตรีก็ออกระเบียบให้ เป็นไปตามระเบียบนั้นก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ผมยกตัวอย่างเช่น อสม. ในปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขโดยรัฐมนตรีเป็นผู้ออกระเบียบให้ เป็นข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติ วิชาชีพเวชกรรม มาตรา ๒๖ ปัจจุบันเป็นอย่างนั้น ตรงนี้วุฒิสภาได้เพิ่มให้ในขั้นตอนว่า ถ้าท้องถิ่นหรือกรรมการหมู่บ้านรับรองแล้วก็เป็นผู้เพียงเสนอมาที่หน่วยงานของ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นสถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ที่สัมผัสใกล้ชิดได้ไปดูอีกชั้นหนึ่ง เป็นผู้รับรองซึ่งเป็นไปตามระเบียบ ถ้าดูในลักษณะนี้ถ้ากรรมการหมู่บ้านหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเขาเสนอมาแล้ว ถ้ามีการกรองโดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งดูแล ในเรื่องของการดูแลสุขภาพภาพรวมแล้ว ถึงแม้คนที่จะเข้ามาดูแลสุขภาพร่วมด้วย ถ้าผ่านตรงนี้ก็น่าจะมีความรอบคอบมากขึ้น ประเด็นที่จะท้าให้หมอพื้นบ้านเสียสิทธิหรือไม่ ผมเชื่อว่าไม่น่าจะกระทบ ดูภาพรวมแล้วกระทรวงสาธารณสุขรับได้ สามารถจะน้ากฎหมาย ฉบับนี้ไปปฏิบัติได้ ก็ขอความกรุณาท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบ ตามที่วุฒิสภาแก้ไขครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ