สมบูรณ์ จี้ปรับปรุงกฎหมายกีฬา เพิ่มตัวแทนกรมพลศึกษา-สพท.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือถึงโครงสร้างและกลไกการพัฒนากีฬาไทยแบบยั่งยืน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศและการกีฬาขั้นพื้นฐาน พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติ และเสนอให้เพิ่มตัวแทนจากกรมพลศึกษาและสถาบันการพลศึกษาในคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรในการผลิตนักกีฬา

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ก็เอาตามท่านประธานแล้วกันครับ ท่านประธานครับ

หลักการ เป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย

เหตุผล ก็เหมือนที่ผมกราบเรียนครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติ การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน จึงมีบทบัญญัติ บางประการไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงเห็นสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย การกีฬาแห่งประเทศไทยเสียใหม่ และก้าหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติขึ้น ในการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อใช้ในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา คุ้มครอง ช่วยเหลือ และจัดสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ก้าหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจดทะเบียน จัดตั้งสมาคมกีฬาเพื่อให้สมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการด้าเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา สามารถจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสมาคมกีฬาได้ตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งก้าหนดหลักเกณฑ์ และมาตรการในการก้ากับดูแลการด้าเนินการของสมาคมกีฬา และการกระท้าการต่าง ๆ ของคณะกรรมการสมาคมกีฬา และกรรมการสมาคมกีฬา เพื่อให้การก้ากับดูแลด้าเนินการ ของสมาคมกีฬาและการด้าเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังก้าหนดให้สมาคมกีฬามีตัวแทนเข้ามาท้าหน้าที่ในคณะกรรมการการกีฬา แห่งประเทศไทย เพื่อให้สมาคมกีฬาทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการก้าหนดนโยบาย กีฬาของชาติ จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วกีฬาของประเทศไทยของเรานะครับ เขาแบ่งแยกออกเป็น ๔ ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน ก็คือ กีฬาพื้นฐาน กีฬาเพื่อมวลชน กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ แล้วก็กีฬาเพื่ออาชีพ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาฉบับนี้เปรียบเสมือนการท้างานขององค์กรหนึ่งก็คือการกีฬาแห่งประเทศไทย กฎหมายที่จะพูดถึงกีฬาของประเทศควรจะพูดถึงกีฬาแห่งชาติเลย หมายถึงรวมว่ารัฐบาล ควรจะดูแลกีฬาของประเทศของเราตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงอาชีพว่าควรจะท้าอย่างไร มีองค์กรใดดูแลกันบ้าง ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นการเขียนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการกีฬาแห่งประเทศไทยโดยส่วนใหญ่ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลกีฬาของประเทศอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือ เรื่องของกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาเพื่อความเป็นเลิศก็คือกีฬาที่เราส่งแข่งขัน ในนามประเทศไทยไปแข่งขันกับต่างประเทศ ไปแข่งขันโอลิมปิก ไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ไปแข่งขันซีเกมส์ แล้วก็ส่งเสริมกีฬาเพื่อการอาชีพ ท่านประธานจะเห็นว่าวันนี้กีฬาอาชีพ ประเทศไทยของเราก็มีการพัฒนาขึ้นเยอะจากมี ๑ ชนิดกีฬา ตอนนี้มาเป็น ๑๓ ชนิดกีฬา ๒ เรื่องนี้ครับเป็นเรื่องของการกีฬาแห่งประเทศไทย วันนี้ผมเลยมองว่าถ้าเกิดเราออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาของประเทศ ของชาติไทยเรานี้ น่าจะดูแลตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้ท้าไมเขาถึงน้าเสนอ กฎหมายฉบับนี้เข้ามา กีฬาประเทศไทยของเราเริ่มเป็นสิ่งที่น่าคิดโดยเฉพาะกีฬา เพื่อความเป็นเลิศ จะเห็นว่ากีฬาอาชีพเริ่มพัฒนาขึ้น แต่กีฬาเพื่อความเป็นเลิศของเรา เหมือนที่ผมเคยกราบเรียนว่าเราเคยส่งกีฬาโอลิมปิกหลายปีครับ จนกระทั่งปี ๑๙๗๖ เรามีโอกาสได้เหรียญทองแดงเหรียญแรกจากพเยาว์ พูลธรัตน์ ในประเภทกีฬามวยสากล หลังจากนั้นเราพยายามที่จะท้าอย่างไรให้กีฬาของเราเอาเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกให้ได้มา อีก ๒๐ ปีต่อมาจากสมรักษ์ ค้าสิงห์ ปี ๑๙๙๖ จึงจะได้ หลังจากนั้นประเทศไทยเรา ก็พัฒนาเรื่องกีฬาเพื่อความเป็นเลิศกันมาตลอด ส่งนักกีฬามวยหลายรุ่นเริ่มได้เหรียญทอง ๒ รุ่นขึ้นมา เริ่มมีนักกีฬาประเภทจ้ากัดด้วยน้าหนัก เช่น ยกน้าหนัก เทควันโด เข้าแข่งขัน เริ่มได้เหรียญ เราได้เหรียญทองมาตลอดครับ มันเริ่มพิกลพิการเมื่อการแข่งขันกีฬา ที่ลอนดอนเกมส์ครับ ประเทศไทยกลายเป็นไม่ได้เหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก ท้าให้เรา ต้องกลับไปคิดครับว่า เอ๊ะ ในการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศเพื่อชื่อเสียงของประเทศ มันพิกลพิการตรงไหน หลักการง่าย ๆ จริง ๆ แล้วก็คือการพัฒนากีฬาจะต้องพัฒนา แบบยั่งยืนเหมือนฐานพีระมิดครับ จะถึงจุดสุดยอดได้สูงที่สุดก็คือฐานต้องกว้างและฐานต้องแน่น วันนี้การกีฬาขั้นพื้นฐาน สิทธิของเด็กไทยที่จะมีโอกาสเรียนทางด้านพลศึกษา หรือเรียนทางด้านการกีฬา ประเทศไทยเรามีไหมครับ โรงเรียนในประเทศไทย ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียนมีครูพลศึกษาที่มีความรู้ในการสอนเด็กเรื่องกีฬาเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน วันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเคยประสานกับทาง กระทรวงศึกษาธิการไหมครับว่าจะต้องรับครูพลศึกษาเพื่อไปสอนเด็กเรื่องกีฬา ไม่มีครับ ในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย เคยแก้ปัญหาโดยการจ้าง อกฬ. หรืออาสาสมัคร การกีฬาของต้าบลต่าง ๆ เพื่อไปสอนกีฬาตามต้าบลแล้วก็ไปสอนตามโรงเรียน ใช้เงินไม่กี่ร้อยล้านบาทครับ แต่วันนี้กลายเป็นไม่มี ผมเรียนว่าในการออกกฎหมาย อยากจะให้ออกครอบคลุมถึงทั้งหมด แต่เอาละครับวันนี้เมื่อท่านมีเจตนาดีว่าเราควรจะ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ผมขออนุญาตท่านประธานได้ลงไปในรายละเอียด ไม่มากครับ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีหน้าที่ที่จะส่งเสริมกีฬา แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเกิดเราใช้ไม่ถูก กฎหมายจะไปเป็นตัวสกัดกั้นหรือเป็นตัวขัดขวางในการเจริญของกีฬา สิ่งแรกที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งในร่าง ของทางรัฐบาลในหมวด ๒ มาตรา ๑๔ คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วหลังจากนั้นก็คือเป็นข้าราชการ เช่น ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผอ. ส้านักงบประมาณ แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๗ คน ท่านเห็นไหมครับว่าในส่วนตรงนี้โดยส่วนใหญ่จะเป็นคนของรัฐมนตรีเกือบทั้งสิ้น แต่ในคณะกรรมการดังกล่าวยังขาดบุคคลอยู่ ๒ คน ที่ถ้าเกิดท่านประธานเกี่ยวข้อง กับวงการกีฬา ก็คืออธิบดีกรมพลศึกษากับอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา เหตุผล ที่ผมเสนอ ๒ คนนี้หรือชี้แจงให้ท่านประธานทราบ เนื่องจากคนที่จะสร้างนักกีฬาอยู่ที่ กรมพลศึกษาที่จัดการกีฬาขั้นพื้นฐาน แล้วก็อธิการบดีสถาบันการพลศึกษาซึ่งก็จะมี โรงเรียนกีฬาขณะนี้ ๑๑ แห่ง ก้าลังจะเพิ่มอีก ๒ แห่ง คือที่จังหวัดนครนายกกับที่ จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่คือที่ผลิตนักกีฬา วันนี้บุคคลที่มีหน้าที่ผลิตกับบุคคลที่มีหน้าที่ ส่งเสริมกีฬาขั้นพื้นฐานกลายเป็นไม่อยู่ในคณะกรรมการ แน่นอนครับมันก็จะขาดช่วง ผมเลยเรียนข้อเสนอว่าข้อที่ ๑ ทางรัฐบาลจ้าเป็นที่จะต้องเพิ่มเติมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างกีฬา ก็คือ อธิบดีกรมพลศึกษาแล้วก็อธิการบดีสถาบันการพลศึกษา

เรื่องต่อไป การได้มาซึ่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย คุณสมบัติของ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยก็คือนอกจากต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานส้าหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจแล้ว ยังต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจการกีฬา (๒) เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญากับ กกท. ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือใครที่มีธุรกิจเกี่ยวกับการกีฬาหรือใครมีสัญญากับ กกท. ไม่ให้ก็เป็นสิ่งที่ดี อย่างน้อยก็เป็นการปกป้องเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านประธานครับ ผมอยากให้ทางรัฐบาล ฝากท่านรัฐมนตรีได้ไปเรียนว่าจ้าเป็นจะต้องระบุโดยเฉพาะเรื่องของความรู้ความเข้าใจ เรื่องเกี่ยวกับกีฬาให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยครับท่านประธาน ผมเรียนว่าคนที่จะน้าพากีฬา ของประเทศนี่จ้าเป็นครับ วันนี้ถ้าเกิดมีการสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าไปสักคนหนึ่ง ผมเรียนท่านประธานครับ ในอดีตที่ผ่านมาถ้าเกิดเป็นข้าราชการ เช่น เป็นครูมา เป็นปลัดมา ท่านครับ โดยส่วนใหญ่จะเน้นที่ระเบียบ กลัวมากถ้าจะส่งเสริมไอ้นี่ ท้าไอ้นี่ ที่มันออกนอกลู่นอกทางสักนิดหนึ่งไม่กล้า ประเทศไทยถ้าขยับก็คือขยับไปอย่างช้า ๆ ตามวิสัยทัศน์ของข้าราชการที่เขาต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันถ้าเกิดเราได้ผู้น้า ได้ผู้บริหารที่เป็นนักธุรกิจของเอกชน ท่านประธานจะเห็นว่าสิ่งที่เขาท้าบางทีไม่ตรงกับ วัตถุประสงค์ของกีฬา เขาอาจจะไปมุ่งเน้นอาคารส้านักงาน ที่ท้างานของคณะกรรมการ อาจจะอยู่สบาย จัดกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาหวือหวามาก ใช้เงินมาก พูดง่าย ๆ เหมือนส่งเสริมกีฬา เช่นพิธีเปิดอลังการมาก แต่ขณะเดียวกันเบี้ยเลี้ยงให้กับนักกีฬาเป็นจ้านวนน้อยอย่างนี้ละครับ ผมอยากให้ท่านประธานฝากถึงท่านรัฐมนตรี ถ้าเกิดเราสามารถที่จะใส่เรื่องอย่างนี้เข้าไปได้ เป็นคุณสมบัติเบื้องต้นเลยนะครับว่าคนที่จะมาเป็นซีอีโอ (CEO) ของการกีฬาแห่งประเทศไทยนี่ จะต้องมีความรู้เรื่องนี้จริง ๆ อย่าเป็นเพียงแค่เด็กของรัฐมนตรี อย่าเป็นเพียงแค่ เด็กของพรรคการเมือง เพราะว่าตรงนี้คือกีฬาของประเทศชาติ ท่านประธานช่วยดูมาตรา ๒๗ ผมไม่ใช่เป็นนักกฎหมายครับ แต่ท่านจะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้น่ากลัว ท่านดูครับ มาตรา ๒๗ เขาบอกว่า ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้ว่าการเป็นผู้แทนของ กกท. และเพื่อการนี้ ผู้ว่าการจะมอบอ้านาจให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตาม ข้อบังคับที่คณะกรรมการก้าหนด วรรคต่อไปครับท่านประธาน ผมอาจจะต้องขอความรู้ จากท่านประธานนะครับ นิติกรรมที่ผู้ว่าการกระท้าโดยฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบ ตามมาตรา ๑๙ ท่านประธานครับ นิติกรรมที่ผู้ว่าการกระท้าโดยฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบ ตามมาตรา ๑๙ ย่อมไม่ผูกพัน กกท. แสดงว่าถ้าเกิดท่านผู้ว่าการไปท้าผิดระเบียบ ผิดข้อบังคับ ไปลงนามในสัญญากับบริษัทอะไรก็แล้วแต่ถือว่าไม่ผูกพันกับ กกท. เว้นแต่คณะกรรมการ จะให้สัตยาบัน ตรงนี้ครับท่านประธาน ของผมนี่ตัดออกไปทั้งวรรคเลย เว้นแต่คณะกรรมการ จะให้สัตยาบัน ผมไม่ค่อยเข้าใจครับว่าวันนี้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยไปท้าผิด ข้อบังคับ แต่ว่าคณะกรรมการสามารถมาให้สัตยาบันได้ ก็คือสิ่งที่ท่านท้าถูกกฎหมาย อย่างนี้อันตรายไหมครับท่านประธาน ผมเลยบอกว่าบางเรื่องจะต้องดูให้ดี และวันนี้ ถ้าเกิดมีการสรรหาผู้ว่าการ กกท. เป็นคนของนักการเมือง แล้วในบอร์ด (Board) ของ การกีฬาแห่งประเทศไทยก็เป็นคนของนักการเมือง เสร็จเลยครับ ทุกอย่างบ้านเมืองพังหมด ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าในลักษณะของกฎหมายก็ตั้งใจที่จะท้าอย่างไรก็แล้วแต่ ที่จะพัฒนากีฬาบ้านเมืองของเรา ผมยังชื่นชมทางรัฐมนตรีแล้วก็ทางพรรคชาติไทยพัฒนาว่า วันนี้ท่านได้ออกกฎหมายมาหลายฉบับเพื่อพัฒนากีฬา ตั้งแต่ส่งเสริมให้สถาบันการพลศึกษา สามารถสอนปริญญาโท ปริญญาเอกได้ ให้โรงเรียนกีฬาสามารถที่จะน้าเงินรายได้มาใช้ได้ มีกฎหมายควบคุมการใช้สารต้องห้าม มีกฎหมายส่งเสริมกีฬาอาชีพ ท่านประธานครับ เฉพาะการกีฬาแห่งประเทศไทยฉบับนี้มีข้อเสนอแนะอีกข้อหนึ่งก็คือมาตรา ๓๐ คณะกรรมการกีฬาจังหวัด โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้าราชการเช่นเดียวกัน แล้วก็มีจ้านวนถึง ๒๐ คน สิ่งที่เราน่าเป็นห่วงก็เหมือนที่ท่านประธานทราบละครับ ถ้าเกิดคณะกรรมการชุดใหญ่เกินไป มันก็อาจจะไม่สามารถที่จะประชุมได้ง่ายเนื่องจากองค์ประชุมไม่ค่อยครบ ผมขอเรียนนะครับ บางจังหวัดได้สอบถามท่านประธานไม่มีการประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดเลย วันนี้จะต้องมีการออกกฎหมายเพื่อบังคับนะครับ

ท่านประธานครับ และเรื่องส้าคัญเรื่องสุดท้ายครับ เรื่องกองทุนพัฒนากีฬา แห่งชาติ ตรงนี้ต้องขอขอบคุณผู้น้าประเทศของเราในรุ่นก่อน ๆ ที่ได้สร้างสิ่งดี ๆ ไว้ กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติมีมติตั้งตามมติ ครม. ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ ในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ครับ ท่านจะสังเกตว่ากองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ จะเป็นกองทุนที่ไว้ส้าหรับเป็นสวัสดิการให้กับนักกีฬา ช่วยเหลือการกีฬาของเราจริง ๆ ครับ แต่ว่าในช่วงที่ผ่านมาท่านประธานคงทราบว่าเอากองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติมาใช้ ในทางการเมืองเสียส่วนใหญ่ ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับว่าเงิน ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท เมื่อก่อนจะให้นักกีฬาเป็นสวัสดิการช่วยเหลือนักกีฬา ไปส่งเสริมกีฬาเพื่อให้เรามีโอกาส ไปได้เหรียญทอง หลัง ๆ กลายเป็นเหลือเพียงแค่อย่างสองอย่าง อย่างแรก ก็คือเงินอัดฉีด นักกีฬาหรือเงินตอบแทนความส้าเร็จของนักกีฬา ไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกลับมาได้ ๑๐ ล้านบาท ไปแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์มาได้ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาทอะไรอย่างนี้ครับ นั่นก็คือส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็คือไปสนับสนุนกีฬา การเมืองวันไหนก็แล้วแต่ครับใครมีอ้านาจตรงนี้เมื่อไร ก็เอาเงินตรงนี้ไปสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ไม่ได้เอามาพัฒนากันจริง ๆ และในรัฐบาลนี้ ผมขอเรียนว่าวันนี้เอาเงินตรงนี้ไปส่งเสริมกีฬาฟุตบอลอาชีพเป็นสิ่งที่ดีครับให้ทุกจังหวัด จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งหมดเป็นเงิน ๑๐๐ ล้านบาท วันหนึ่งอยู่ ๆ ท่านรัฐมนตรี ก็บอกว่ารู้สึกเงินกองทุนจะเหลือเยอะเพราะฉะนั้นต่อไปนี้จะให้จังหวัดละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านครับ พอให้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี่เงินมันมีอยู่ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาทแค่นั้นเอง ให้แต่ละจังหวัดรวมแล้วกลายเป็น ๒๐๐ ล้านบาท เหลือเงินแค่ ๒๐๐ ล้านบาท ปีนี้โชคดีครับว่าเราไม่ต้องเสียเงินอัดฉีดเยอะเพราะนักกีฬาไปไม่ได้เหรียญทอง แต่ถ้าเกิด ปีต่อไปเราไปได้แชมป์ที่ซีเกมส์ ได้แชมป์ที่เอเชียนเกมส์ขึ้นมาเงินมันจะไม่พอนะครับ ผมคิดว่าตรงส่วนนี้เป็นส่วนส้าคัญ ส่วนที่ ๒ ก็คือเงินที่จะไปเก็บจากกฎหมายว่าด้วยสุราและยาสูบ ร้อยละ ๒ ก็เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งลักษณะของกองทุนดังกล่าวคล้าย ๆ กับ สสส. ครับ ก็คือไปเอา ร้อยละ ๒ แล้วก็ไทยพีบีเอส ร้อยละ ๑.๕ ตอนนี้เราเอามาช่วยกีฬา ร้อยละ ๒ ก็เห็นด้วย ซึ่งเป็นลักษณะการใช้เงินจะได้ตรงตามวัตถุประสงค์นะครับ ท่านประธานครับ ในส่วนอื่นก็คิดว่าทางคณะกรรมการคงไปดูแลให้ละเอียดรอบคอบ ก็ขอสนับสนุน ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอบคุณมากครับ