สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ แถลงว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 6 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร โดยวุฒิสภา และเสนอว่าควรพิจารณาแก้ไขมาตรา 34 อีกครั้ง โดยเน้นย้ำถึงคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตที่ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม และไม่ควรเพิ่มสิทธิผู้รับใบอนุญาตในการใช้ห้องปฏิบัติการของผู้อื่น

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วโดยไปปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติมใน ๒ มาตรา คือมาตรา ๖ และมาตรา ๘ กราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กระผมเองได้มีบทบาทเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญในชั้น สภาผู้แทนราษฎร และได้ใช้เวลายาวนานพอสมควรในการที่จะให้ความเห็นชอบ กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และประเด็นที่วุฒิสภาที่ได้แก้ไขก็เป็นประเด็นที่ผมเห็นว่า เป็นการแก้ไขที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีต่อการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้แต่อย่างใด โดยในมาตรา ๖ ที่วุฒิสภาไปแก้ไข มาตรา ๖ เป็นการยกเลิกข้อความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมาตรา ๖ นั้นเป็นเรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ที่วุฒิสภาไปเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการโดยเพิ่มสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนเกษตรกรด้านพืช ด้านสัตว์ และด้านประมง ซึ่งเลือกกันเองตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศก้าหนดให้เหลือด้านละ ๑ คน นั่นหมายความว่าเพิ่มจ้านวน คณะกรรมการเข้าไปเป็นอีก ๓ คน หมายความว่าเพิ่มเข้าไปอีก ๓ คนจากสมาชิก สภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยก็เนื่องจากว่าในองค์ประกอบของมาตรา ๖ คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรนั้นเป็นองค์ประกอบที่เป็นตัวแทนประเภทองค์กรมา และอีกส่วนหนึ่งก็คือผู้ทรงคุณวุฒิ ในส่วนของประเภทองค์กรนั้นในชั้นของสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้วางรูปแบบไว้แล้วโดยมีประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติหรือผู้แทนเข้าไปท้าหน้าที่แทน ในสภาเกษตรกรแห่งชาติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีความจ้าเป็นที่จะต้องมีสมาชิก สภาเกษตรกรแห่งชาติเข้ามาเป็นองค์ประกอบซ้าซ้อนเข้ามาอีก นอกจากนี้หากว่าสมาชิก สภาเกษตรกรแห่งชาติมีความเหมาะสม รัฐมนตรีก็สามารถที่จะเลือกคนเหล่านั้นเข้ามาเป็น กรรมการในประเภทผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีสามารถแต่งตั้งได้ไม่เกิน ๓ คนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในการแก้ไขของวุฒิสภาในมาตรา ๖ นั้นจึงไม่มีความจ้าเป็น

ประเด็นที่ ๒ คือการแก้ไขในมาตรา ๘ ซึ่งมาตรา ๘ นั้นเป็นการแก้ไข ในมาตรา ๓๔ ของพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ ในชั้นการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรนั้น เราได้พิจารณาว่าผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อด้าเนินกิจการเกี่ยวกับการตรวจสอบ และรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร

(๒) มีห้องปฏิบัติการของตนเองหรือสามารถใช้ห้องปฏิบัติการของผู้อื่น โดยห้องปฏิบัติการต้องมีขีดความสามารถและคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการประกาศ ก้าหนด โดยในร่างที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นการแก้ไขมาตรา ๓๔ นี้ ได้เพิ่มค้าว่า สามารถใช้ห้องปฏิบัติการของผู้อื่น เพิ่มเข้ามาเพื่อเป็นการให้โอกาส ของผู้รับใบอนุญาตซึ่งไม่มีห้องปฏิบัติการของตนเอง ซึ่งผู้รับใบอนุญาตตามกฎหมายนี้ ในอนาคตจะมีทั้งบริษัท ห้างร้านที่เป็นผู้ขอรับใบอนุญาตแล้วก็ประกอบกิจการทางด้านนี้ ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือจะเป็นสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย มูลนิธิ องค์กรต่าง ๆ ก็สามารถที่จะเข้ามาเป็นผู้ขอรับใบอนุญาต เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตรได้ เพราะฉะนั้นไม่จ้าเป็นที่จะต้องมีห้องปฏิบัติการของตนเอง ซึ่งสามารถไปเช่าหรือว่าไปขอใช้ ห้องปฏิบัติการที่อื่นได้อยู่แล้ว แต่ทีนี้ในมาตรา ๓๔ นี้วุฒิสภาไปเพิ่มเติมท้ายของ (๒) ว่า เว้นแต่ในกรณีที่การตรวจสอบมาตรฐานไม่จ้าเป็นต้องมีหรือใช้ห้องปฏิบัติการ อันนี้เป็น รายละเอียดแล้ว แล้วก็ไม่มีความจ้าเป็นที่จะต้องไปเป็นคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต เพราะฉะนั้น การเพิ่มเติมเข้ามาไม่ได้ท้าให้สิทธิของผู้ที่จะมาขอรับใบอนุญาตเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ในทางตรงข้ามก็เป็นการเพิ่มข้อความที่รุงรังเข้ามาในมาตรา ๓๔ นี้ ท่านประธานครับ แท้จริงแล้วในมาตรา ๓๔ นี้ยังมีประเด็นที่น่าที่จะต้องหยิบยกขึ้นมาเพื่อที่จะให้ มีการปรับปรุงแก้ไขก็คือใน (๔) ซึ่งผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี การมีบทบัญญัติ เช่นนี้ไว้ นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งกระท้าความผิด แล้วก่อให้เกิดความเสียหายต่อการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตร ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อการค้าระหว่างประเทศ คนเหล่านี้ไม่สมควรจะได้รับการอนุญาตให้กลับเข้ามา ขอรับใบอนุญาตได้อีก เพราะไม่เช่นนั้นแล้วการเพิกถอนใบอนุญาตก็ไม่แตกต่าง จากการพักใบอนุญาต เพราะ (๔) นี้เขียนไว้ชัดเจนว่า ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี ลักษณะ การเขียนกฎหมายไว้เช่นนี้ก็คือการที่เป็นการพักใบอนุญาตไว้ ๒ ปีนั่นเอง นี่เป็นประเด็น ที่ผมคิดว่าจ้าเป็นที่จะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมในรายละเอียด ผมจึงเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติม ของวุฒิสภาไม่น่าที่จะมีความเหมาะสมแล้วก็อยากจะวิงวอนให้เพื่อนสมาชิก ไม่รับรองร่างที่ผ่านการเห็นชอบของวุฒิสภาและให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาให้เกิดความรอบคอบอีกครั้งหนึ่ง ก็จึงน้าเสนอต่อท่านประธานในที่นี้ครับ ขอบคุณครับ