ปาริชาติ ชาลีเครือ หารือเรื่องการควบคุมการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต และเรียกร้องการออกพระราชบัญญัติควบคุมเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค และให้มีมาตรฐานในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างมากที่ท่านได้น้าร่างพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ของดิฉันและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเพื่อไทย
ท่านประธานคะ โดยหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นก็บัญญัติไว้ เพื่อให้มีการออกกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต
ส่วนเหตุผลของการมีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือจะเห็นว่าปัจจุบันนี้ การประกอบธุรกิจบัตรเครดิตมีปัญหาอยู่มากเพราะว่ามีการใช้อยู่ ๒ ประเภทด้วยกัน คือผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงินกับผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ สถาบันการเงิน โดยในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงินนั้นจะเป็นตามกฎหมาย ที่ว่าด้วยสถาบันการเงิน ส่วนผู้ที่ประกอบธุรกิจที่เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน จะเป็นไปตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ดังนั้นจึงท้าให้การก้ากับดูแลการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตทั้ง ๒ ประเภทนี้มีหลักเกณฑ์ ที่แตกต่างกัน ที่ส้าคัญปัจจุบันประชาชนโดยทั่วไปมักนิยมใช้บัตรเครดิตกันมาก อย่างแพร่หลาย แต่ยังไม่มีมาตรการหรือกฎหมายที่รองรับอย่างชัดเจนเลยค่ะ รวมทั้งยังไม่มี หลักเกณฑ์ที่จะมารองรับการส่งข้อมูล การท้าธุรกรรมในการช้าระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ส้าหรับการใช้บัตรเครดิตที่ออกและจ่ายทั้งภายในประเทศด้วย ท่านประธานคะ ดิฉันจึงเห็นว่า สมควรแล้วที่จะมีการออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงได้ร่วมกับเพื่อนสมาชิกของพรรคเพื่อไทย เสนอกฎหมายฉบับนี้ ในปัจจุบันจะเห็นว่าผู้ใช้บัตรเครดิตมากมาย พอมีบัตรก็รูดปรื๊ด รูดปรื๊ด ปรากฏว่าพอรูดไปรูดมาบางทีก็ลืมไปจ่ายเงินก็มี มีหนี้พอกหางหมูหน้ามืดเลยนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเห็นว่าน่าเป็นห่วงมากส้าหรับผู้ที่ใช้บัตรเครดิต ดิฉันเป็นห่วง ในเรื่องผู้ที่ใช้บัตรนี้อยากจะให้มีความระมัดระวัง เพราะว่าทุกวันนี้มีคนใช้จ่าย โดยผ่านบัตรเครดิตเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นถ้าหากมีกฎหมายฉบับนี้เข้ามาดูแลโดยตรง ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่มีมากและปัญหาหนี้เสียก็จะไม่เกิดขึ้น รวมถึงทั้งเป็นห่วง ผู้ที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มักจะใช้ช่องว่างของกฎหมายในการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งมีอยู่เป็นจ้านวนมากที่ท่านทราบดีอยู่แล้วนะคะ หากไม่มีกฎหมายมาควบคุมการกระท้า ความผิดดังกล่าวก็จะมีปัญหาอีกมากมาย ดิฉันเห็นว่าควรจะมีมาตรการป้องกันในเรื่องนี้ โดยออกกฎหมายเพื่อป้องกันโดยมีการก้าหนดนโยบายแบบแผนที่ดีของผู้ประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต โดยการตั้งตัวแทนก็ดี การใช้บริการจากบุคคลภายนอก การออกบัตรเครดิต การก้าหนดประเภทบัตรเครดิต การเปิดเผยเงื่อนไขในสัญญาบัตรเครดิต การก้าหนดวงเงิน การเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมทั้งค่าปรับและค่าใช้จ่ายอื่นอันเกี่ยวข้องกับ การใช้บัตรเครดิต การยกเลิกการใช้บัตรเครดิต การบังคับช้าระหนี้ รวมทั้งกรณีอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านประธานคะ ที่ส้าคัญอีกประการหนึ่งก็คือดิฉันอยากเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น เอาจริงเอาจังกับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่กระท้าผิดกฎหมายตามที่เป็นข่าว ในหนังสือพิมพ์อยู่ทุกวันนี้ รวมทั้งให้ความรู้กับลูกค้าบัตรเครดิตถึงผลดีและผลเสีย รวมทั้ง รายละเอียดต่าง ๆ ของการใช้บัตรเครดิตโดยน่าจะมีการประชาสัมพันธ์ให้อย่างต่อเนื่อง และทั่วถึงให้ผู้ใช้บริการได้ทราบอย่างดี ดีกว่าจะปล่อยให้ผู้ใช้บัตรรู้เพียงว่ามีบัตร แล้วก็ใช้รูดปรื๊ด รูดปรื๊ด ตลอดเวลาท้าให้เกิดปัญหาดังที่กล่าว หากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรดิฉันมองว่ามีผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท้าให้ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตอยู่ในกติกาที่มีมาตรฐาน รวมทั้งบทลงโทษให้ผู้ประกอบการ ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายได้รับโทษด้วย นอกจากนี้ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม สร้างความปลอดภัยในการใช้บัตรเครดิตอีกด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ดิฉันจึงอยากจะขอความร่วมมือจากทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้กรุณา ผ่านร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณมากค่ะ