สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

สมคิด บาลไธสง พูดเรื่องการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ และเรียกร้องให้มีการพัฒนากีฬาอย่างจริงจัง โดยให้อุปกรณ์พื้นฐานกีฬาที่พร้อมให้ครบทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน และให้มีการแข่งขันกีฬาทุกระดับ เพื่อส่งเสริมความเก่งกล้าสามารถของนักกีฬา

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย เขต ๒ ผมขอแสดงความคิดเห็นสักเล็กน้อยเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ผมเห็นด้วยนะครับ ขอสนับสนุนชื่นชมกับผู้มีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมายนี้ ผมเองในฐานะ ส.ส. ก็เคยเป็นนักกีฬาบ้านนอก ไม่ได้เหรียญทองอะไรหรอกครับ ตามระดับประเทศ แต่ก็มีจิตใจเป็นนักกีฬาอยู่ ก็อยากสนับสนุนพระราชบัญญัตินี้ ผมได้ฟัง หลายท่านอภิปรายไปแล้ว โดยเฉพาะในกฎหมายก็เขียนไว้อยู่ในการสนับสนุนกีฬา ผมว่า ถ้าอยากจะให้คนเล่นกีฬาจริง ๆ อย่าให้เป็นหน้าที่ ส.ส. เลยไปจัดอุปกรณ์กีฬาให้กับชาวบ้าน ให้เป็นเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หมู่บ้านมีกี่หมู่บ้านจัดไปเลยครับ คืออยากให้ ส.ส. เอางบแปรญัตติแค่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปซื้ออุปกรณ์แจก ได้ลูกฟุตบอลบ้านละ ๑ ลูกมันไม่คุ้ม มันไม่เป็นการส่งเสริมการกีฬา ผมก็ฝากท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดูแลส่วนนี้ ถ้าจะสนับสนุนจริง ๆ อุปกรณ์พื้นฐานกีฬา น่าจะครบทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน ไม่ใช่หน้าที่ ส.ส. คนใดคนหนึ่งไปจัด อันนี้เป็นเรื่องของชาติ เป็นเรื่องของการพัฒนาร่างกายของคน ไม่ใช่ว่า ส.ส. คนไหนคิดอยากจะท้ากีฬาก็ไปท้า บ้านนั้นฟ้อนร้าก็ฟ้อนร้าอยู่นั่น บ้านนี้ก็เล่นกีฬาทั้งปี เวลาแข่งก็ไม่สนุกเพราะคนไม่ได้ซ้อม ไม่ได้เล่นกัน ผมก็อยากให้เป็นแผนของประเทศเลย วางแผนไปเลยนะครับ ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๙ การกีฬาแห่งประเทศไทยจะมีแผนพัฒนากีฬาอย่างไร คืออุปกรณ์พื้นฐาน ต้องมีให้พร้อม ให้ครบทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน ถ้าได้อย่างนี้ชาวบ้านได้ออกก้าลังกายแน่นอน แต่ปัญหาที่เป็นมา คนที่เล่นกีฬาก็คือลูกหลาน ส.ส. ถ้าเป็นลูก ส.ส. ฟุตบอลอาจจะได้เล่นกองหน้า วิ่งเหมือนเป็ดแต่ได้เล่นกองหน้าลูก ส.ส. เอาไปโชว์เฉย ๆ ผมอยากให้เป็นการกีฬา ของประเทศ ของประชาชน ให้อุปกรณ์ให้พร้อมนะครับ นอกจากนั้นสนามกีฬาก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่สนามกีฬาจังหวัด สนามกีฬาหมู่บ้าน ชุมชนเขาให้มี ผมเห็นอยู่ใต้ทางด่วนในกรุงเทพฯ จะท้าสนามอะไรก็ท้าเถอะ มีว่างเยอะแยะ ให้ผู้ด้อยโอกาสมีโอกาสได้เล่น อันนี้ เพียงยกตัวอย่าง การกีฬาไม่มีพื้นที่อาจจะให้โรงเรียนยกระดับสนามกีฬาโรงเรียนให้มันดีขึ้น เท่าที่ผมเป็นครูมา งบประมาณไปสร้างสนามกีฬา ๕๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ บาท เอาดินไปใส่ปีเดียว มันก็หาย มันไม่คุ้มลงทุนไม่คุ้ม เสร็จจากนั้นควายก็ไปนอนเกลือกขี้โคลนขี้ตมเป็นปลัก เป็นบ่อไปแล้วนะครับ มันก็ใช้ไม่ได้มันไม่ได้มาตรฐาน ผมว่าต้าบลหนึ่งน่าจะมีสนามกีฬา มาตรฐาน ๑ แห่ง เพราะฉะนั้นการจัดการแข่งขันกีฬาต้องจัดให้เป็นมาตรฐานว่า ๑ ปีจะต้อง มีการแข่งขันกีฬาระดับต้าบล เพราะทุกหมู่บ้านเขาจะได้มาแข่งขันกัน คือว่าเราอย่ามุ่ง แต่ว่าเรื่องจะไปเอาเหรียญทอง ถ้าเราอยากจะให้ประชาชนมีสุขภาพดี อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะสนับสนุนเพื่อให้ความเป็นเลิศอย่างที่ได้กล่าวกันมาแล้ว ผมก็อยากให้มีสนามกีฬา ประจ้าชุมชนหมู่บ้านอย่างน้อยต้าบลละ ๑ แห่งเป็นสนามมาตรฐาน ให้ชาวบ้าน ให้ระดับ อบต. เขาได้จัดกีฬาได้ เพราะฉะนั้นจังหวัดก็ต้องมีการแข่งขันกีฬาระดับจังหวัด อ้าเภอก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้ามีการแข่งขันกันทุกระดับอย่างนี้ทุกปีต่อเนื่องไป ความเก่งกล้าสามารถของนักกีฬามันก็จะมีขึ้นเพราะท้าต่อเนื่อง มีรางวัลให้ตามสมควร เพราะฉะนั้นคนก็จะสนใจมาเล่นกีฬา อันนี้ผมก็ขอฝากเรื่องการจัดการแข่งขันกีฬาระดับ พื้นล่างเลย คือเราก็ไม่ได้มุ่งตั้งแต่ระดับโลกคือทุกระดับ คนเก่งระดับไหนก็ส่งเสริมไป ทุกระดับ ส้าหรับเรื่องกรรมการในการบริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย ผมฟังมาหลายท่าน ก็เข้าใจ แต่ผมอยากเสริมว่าคือคนไม่รู้เรื่องกีฬาอย่าเอามาเป็นกรรมการกีฬา ขอร้อง ถ้าเราจะพัฒนากีฬา อย่างที่คุณสมบูรณ์พูดไป ก็ขออภัยขอเอ่ยนาม ผมเห็นด้วยคืออย่าเอา คนไม่รู้เรื่องกีฬามาแสดงกีฬาให้คนอื่นดู ต้องเอาคนมีพื้นฐานต้องมีประวัติในด้านการกีฬา อย่างน้อยเคยเป็นนักกีฬาพื้นฐานระดับไหน เพราะคนเคยเล่นกีฬามันมีสปิริต (Spirit) อยู่ในใจนี่ละ เพราะฉะนั้นการจะตัดสินอะไรเขามีสปิริตในวงการของเขาอยู่ ผมก็อยาก ให้คนที่มาเกี่ยวข้องจ้านวนเท่าไรผมไม่สนใจ ผมสนใจว่าให้มีพื้นฐานด้านกีฬาที่จะมาเป็น กรรมการจะเป็นส่วนของนักการเมืองก็ตาม นักการเมืองก็ขอให้เคยเล่นกีฬามา หรือลูกน้อง นักการเมืองคนนี้เคยเล่นกีฬามา ไม่ใช่จับคนใดคนหนึ่งที่มีอิทธิพลมาควบคุมกีฬามันก็ไม่ดี ผมก็มีข้อเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ