เจริญ คันธวงศ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ โดยชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการรวมมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์เข้าด้วยกัน และเตือนให้มหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่จะเปิดหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งด้วยการลดคุณภาพการศึกษาและผลิตนักศึกษาที่ไม่มีความรู้ในเนื้อหาวิชา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ไม่มีคุณภาพและขาดการวิจัย โดยเรียกร้องให้มีการบริหารการศึกษาที่ให้นักศึกษาหัดค้นคว้าและวิจัยเพิ่มขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบบัญชีรายชื่อ ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เพราะว่าโดยหลักแล้วก็คือจะเอา ๒ สถาบันมารวมกันเป็นสถาบันเดียวกัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์แห่งหนึ่ง แล้วก็ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มารวมกันเป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ แล้วก็การท้างานอย่างนี้ผมคิดว่าเป็นการระดมทรัพยากรมาท้างานด้วยกัน และผลก็คือว่า จะมีสภามหาวิทยาลัยของตนเอง แล้วก็เป็นหน่วยงานของรัฐขึ้นกับคณะกรรมการ การอุดมศึกษาต่อไป แล้วก็หลายมหาวิทยาลัยได้มีปัญหาในอดีต บางแห่งได้ไปร้องเรียนต่อ คณะกรรมาธิการการศึกษา แต่ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ผมทราบว่ามาเมื่อประมาณ ๔-๕ เดือน มาแล้ว ก็เข้าใจว่ามีกลุ่มคณะอ้างว่าตัวเองเป็นนักศึกษาหรือเป็นคณะบุคคลมาร้องคัดค้าน ไม่เห็นด้วยที่จะให้รวม ๒ สถาบันนี้เป็นแห่งเดียวกัน อันนี้ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของทาง มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานของรัฐจะต้องพยายามท้าความเข้าใจกับผู้ที่ข้องใจว่า มีปัญหาอะไรแล้วหาทางช่วยกันแก้ไข เพราะการบริหารมหาวิทยาลัยนั้นถ้าหากว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง เป็นนักศึกษาแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจหลักปรัชญาของการบริหารแล้วก็จะท้าให้การบริหาร มหาวิทยาลัยล้าบาก จึงใคร่จะขอแนะน้าว่าคณะผู้บริหารหรือรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง จะต้องหาทางท้าความเข้าใจกับนักศึกษา แต่อย่างไรก็ตามผมขอท้าความเข้าใจว่าถ้ารวมกันแล้ว เราก็มีสภามหาวิทยาลัยของเราเองเป็นผู้ก้าหนดนโยบายการบริหารกว้าง ๆ แทนกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการไม่มีหน้าที่จะมาท้าอะไรทั้งสิ้น แล้วก็นอกจากนี้ในการบริหารงานนั้นในสภามหาวิทยาลัยก็มีตัวแทนของคณะต่าง ๆ ตัวแทนของรองอธิการบดี ตัวแทนของอาจารย์ ตัวแทนของหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาอยู่ใน สภามหาวิทยาลัยเพื่อจะดูแลผลประโยชน์และความขัดข้องหมองใจของคนต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าในระยะหลัง ๆ นี้มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่เปิดขึ้นมามาก เสียจนล้นความต้องการของผู้เรียน บางมหาวิทยาลัยมีคนโจษขานกันว่าลดระดับการศึกษา ตนเองลงไปให้ต่้ากว่าระดับมหาวิทยาลัยที่ควรจะเป็น เพราะว่าต้องการนักศึกษามาก จนในที่สุดมีค้ากล่าวว่าจ่ายครบจบแน่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท้าให้เสียชื่อต่อสถาบันอุดมศึกษา ของประเทศไทย แล้วก็บางแห่งที่ผมได้ยินข่าวมาว่าเรียนปริญญาโทกัน เรียนภาษาอังกฤษ นักศึกษาไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษ แต่ว่าก็เอาข่าวภาษาอังกฤษไปตัด แล้วก็ให้นักศึกษาไปติว ไปแปลกันเอาเอง แล้วก็สอบได้ให้เป็นมหาบัณฑิตไป อย่างนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าขายหน้า ผมก็อยากจะเตือนว่ามหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่จะเปิดนี้พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้กระท้าอย่างนั้น
อีกประการหนึ่งที่ได้ยินข่าวมาอยู่ตลอดเวลาว่าคณาจารย์บางมหาวิทยาลัย ได้พยายามที่จะเปิดโครงการต่าง ๆ มากมายหลายอย่าง แล้วเมื่อเปิดโครงการต่าง ๆ มากมายหลายอย่างแล้วก็เป็นที่ถูกใจของคนอยากจะเรียนก็เลยเพิ่มค่าเล่าเรียนขึ้นแพง แล้วอาจารย์ก็เอาค่าเล่าเรียนนั้นมาแบ่งกันระหว่างผู้บริหารและคณาจารย์ด้วยกัน มีสตางค์เยอะแยะ สังเกตได้ว่าบางทีเราบินไปบางจังหวัด จะเห็นว่ามีอาจารย์ต่าง ๆ นั้น บินไปสอนที่โน่นที่นี่กันเยอะแยะไปหมด ผมก็เลยสอบถามว่าการเปิดวิทยาเขตหรือ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มากมายอย่างนี้มีห้องสมุดรองรับไหม เขาบอกว่าเขาไม่ได้ใช้ ห้องสมุดหรอกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยนี้ ถ้าไม่ฝึกนักศึกษาค้นคว้าจากห้องสมุดแล้วก็ไม่ผิดอะไรกับเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ไม่มีคุณภาพหรอกครับ ฟังแต่อาจารย์เล่าแล้วก็จด แล้วก็ให้อาจารย์ออกข้อสอบมา ท่องได้ สอบได้เป็นปริญญาตรี ปริญญาโทนั้นเป็นการศึกษาที่ไร้คุณภาพ ฉะนั้นผมอยาก จะขอฝากว่าการบริหารมหาวิทยาลัยนั้นจะต้องฝึกให้นักศึกษาหัดค้นคว้า อย่างที่สมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากพรรคเพื่อไทยเมื่อกี้ได้อภิปรายไปแล้วว่าอยากจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยของเรานั้น มีการวิจัยมากขึ้น การศึกษาระดับมหาวิทยาลัยนั้นถ้ามาสอนอย่างเดียว ภาษาอังกฤษ เรียกว่าทีชชิง (Teaching) อย่างเดียว โน รีเสิร์ช (No research) ไม่มีรีเสิร์ชนั้น เป็นการศึกษาอุดมศึกษาที่ไร้คุณภาพที่สุดครับ ฉะนั้นผมอยากจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยใหม่แห่งนี้เอาข้อคิดจาก ส.ส. ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ไปบริหารเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แล้วก็การศึกษาของเรานั้นต่อไปเราจะมี กลุ่มอาเซียนเข้ามาอีกแล้วก็ถ้าหากว่าการศึกษาของเราด้อยคุณภาพและไม่มีการวิจัยนั้น การศึกษาของเรานั้นจะเหมือนกับวิ่งถอยหลังครับ ผมก็ขอฝากข้อสังเกตนี้ไว้ด้วยครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามในหลักการนั้นผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ