รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๔
ณ ตึกรัฐสภา
ครับ ผมเปิดให้หารือท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรกเชิญท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. อรอนงค์ คล้ายนก ขอให้กราบเรียนท่านประธานว่าตามที่ หน่วยราชการได้รายงานระดับน้ําในเขตกรุงเทพมหานครขอให้รายงานในทุก ๆ เขต เพราะว่าที่เขตบางแคน้ําท่วมสูงมาก และการขอรับเงินจํานวน ๕,๐๐๐ บาทจากรัฐบาลนั้น ขอให้ กทม. ยกเลิกการที่ถ่ายภาพตามบ้านต่าง ๆ เพราะขณะนี้การอัดภาพตกใบละ ๕-๒๐ บาท
ท่านประธานครับ เรื่องถัดมา ผู้อพยพที่อพยพไปอยู่ที่อุทยานแห่งชาติ ทั่วประเทศ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งให้อยู่ไปจนกว่าน้ําจะลดนะครับ
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ขาดแคลนอย่างมากในกรุงเทพมหานคร พี่น้องแท็กซี่รอตั้งแต่ตี ๕ กว่าจะได้เติม ๗ โมงเช้า ขอให้กระทรวงพลังงานดําเนินการ
เรื่องที่ ๓ น้ําประปาของการประปานครหลวง ขอให้งดเก็บค่าน้ําประปา ของการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค เนื่องจากประสบภาวะน้ําท่วมขัง
เรื่องที่ ๔ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขอให้งดเก็บค่าไฟ เป็นเวลา ๑ เดือน ถึง ๒ เดือน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เรื่องที่ ๕ ปรากฏว่าไข้เลือดออกระบาดอย่างหนักในเขตหนองแขม ปัจจุบัน วันนี้เย็นนี้กําลังจะมีคนตาย ๑ คน มารดาได้ไปเซ็นยินยอมแล้วเนื่องจากไข้เลือดออก ได้ระบาดทั้งเขตหนองแขม
เรื่องที่ ๖ ผมได้ขอยาสามัญประจําบ้านไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ๒ เดือนแล้วท่านวิทยา บุรณศิริ ยังไม่ให้ยาแม้แต่เม็ดเดียว จึงไม่มียาแจก พี่น้องประชาชนในฝั่งธนบุรี
เรื่องที่ ๗ ขอให้รถเมล์ ขสมก. วิ่งเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ โดยเฉพาะรถเมล์ฟรี
เรื่องที่ ๘ ประชาชนร้องเรียนมาว่ามีคนนําเบียร์ สุราไปขายตามข้างถนน บริเวณน้ําท่วม ซึ่งผิด พ.ร.บ. อย่างชัดเจน ขอให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ดําเนินการตักเตือน ก่อนที่จะจับกุม
เรื่องถัดมา ท่านประธานครับ ขอให้กรุงเทพมหานครเปิดสวนสาธารณะ ยอดแขมและสวนพุทธรักษ์ให้พี่น้องประชาชนไปอาศัยเนื่องจากเป็นที่ดอน
เรื่องถัดมา ท่านประธานครับ รถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุกได้รับ ความเสียหายเป็นจํานวนมาก ขอให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม งดเก็บภาษี รถยนต์เป็นเวลา ๑ ปี
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เคราะห์ซ้ํากรรมซัด ปรากฏว่าในพื้นที่ ที่ถูกน้ําท่วม ผู้สูงอายุไม่ได้เงิน ๒ เดือนติดต่อกัน ขอให้รัฐบาลรีบเร่งดําเนินการ และขอขอบคุณคณะแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ที่มาแจกยา ที่เขตหนองแขม ขณะนี้กําลังรักษาคนไข้อยู่ที่วัดไผ่เลี้ยง ท่านประธานครับ ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปจาก ถนนใหญ่ถึง ๒-๓ กิโลเมตร น้ําท่วมขังสูงมาก สูงถึง ๑ เมตร และตอนบ่ายก็จะมา รักษาพยาบาลที่ปากซอยเพชรเกษม ๑๑๐ เขตหนองแขม ซึ่งคณะแพทย์จากจังหวัดภูเก็ต ได้มารักษาให้กับพี่น้องประชาชนได้แจกยา จึงขอให้พี่น้องประชาชนไปรักษาได้ที่ ปากซอยเพชรเกษม ๑๑๐ ในวันนี้ และในขณะนี้อยู่ที่วัดไผ่เลี้ยง ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้หารือในวันนี้ครับ
เรื่องแรกคือเรื่องนมนะครับ กลุ่มเลี้ยงโคนม อําเภอพัฒนานิคม และบ้านชอนม่วง อําเภอบ้านหมี่ ร้องเรียนมาว่าในขณะนี้นมที่เกษตรกรได้เลี้ยงวัวราคาถูกมาก ซึ่งราคาในขณะนี้ ๑๖ บาท ๕๐ สตางค์เท่านั้น คือจริง ๆ แล้วต้นทุนของเกษตรกร ที่เลี้ยงโคนม ๑๖ บาท ๘๐ สตางค์ นี่เป็นความเดือดร้อนของเขา และอีกส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ ในขณะนี้จังหวัดสระแก้วนี่น้ํานมดิบ ๑๗ บาท ๘๐ สตางค์ และจังหวัดราชบุรีก็เช่นกัน ๑๗ บาท ๘๐ สตางค์เช่นกัน แต่ราคาของจังหวัดลพบุรีนั้น เพียง ๑๖ บาท ๕๐ สตางค์เท่านั้น ซึ่งจริง ๆ ต้นทุนเขา ๑๖ บาท ๘๐ สตางค์ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขเรื่องน้ํานมดิบของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม อําเภอพัฒนานิคมและอําเภอบ้านหมี่ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการแจกถุงยังชีพที่เป็นสิ่งของในขณะนี้ ผมอยากจะฝาก ท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งปรับปรุง โดยเฉพาะให้เป็นเงินเลยครับ ท่านประธาน ให้เป็นเงินคนละ ๕๐๐ บาทเลย ไม่ต้องใช้ถุงยังชีพแล้ว โดยให้ทาง ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินเป็นผู้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนผลกระทบจาก ภัยน้ําท่วม
เรื่องสุดท้ายครับ ในเรื่องของ กทม. ที่ถูกน้ําท่วมในขณะนี้อยากจะเร่งให้ทาง ผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านท่านประธานให้รีบสูบน้ําตั้งแต่จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี ตั้งเครื่องสูบน้ํา ลงแม่น้ําเจ้าพระยา ผมคิดว่าระดมกันเป็นพันเครื่อง โดยเฉพาะเครื่องของชลประทาน ๖๒๖ เครื่อง และของ กทม. ๑,๙๑๙ เครื่อง ทั้งหมดหากระดมกันจริง ๆ แล้วสามารถ ที่จะสูบน้ําลงแม่น้ําเจ้าพระยาได้วันหนึ่งหลายพันลูกบาศก์เมตรครับ อันนี้ก็จะฝาก ท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่มีผลกระทบน้ําท่วมนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิทยา ๒ นาทีครับ
ขออนุญาต ท่านประธานครับ ก็ต้องขอรบกวนเวลานิดหนึ่ง จริง ๆ แล้วเป็นข้อหารือของท่านสมาชิก แต่ผมไม่สบายใจ เพราะว่าท่านเอ่ยชื่อตัวกระผมชัดเจน แล้วก็สิ่งสําคัญที่สุดผมคิดว่า เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในที่นี้จะไม่เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั้นไม่สนใจสมาชิก ที่บอกหรือประสานงาน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านวัชระนะครับ ขออนุญาต เอ่ยนาม จริง ๆ แล้วเบอร์โทรของท่านนี่ท่านให้ผมไว้ ๐๘ ๑๕๗๓ ๗๔๔๒ ผมไม่ทราบว่า ถูกต้องหรือเปล่า ถ้าถูกกรุณารับโทรศัพท์ด้วยนะครับเวลาเขาโทรไปตาม
และสิ่งสําคัญที่สุดนะครับ ผมกราบเรียนว่าท่านก็ชี้แจงแทนผม โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตนั่นก็คือสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่เขาพยายามทําหน้าที่ในสังกัด ในฐานะการดูแลพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้นะครับเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าสิ่งที่ท่านประสาน ร้องขอก็คือเรื่องของยา เพราะว่าหมอ ทีมแพทย์ที่เข้าไปนั้นสามารถที่จะดูแลตาม คําบอกกล่าวหรือคําแนะนําของสมาชิก แม้กระทั่ง กทม. เองนะครับ แพทย์หญิงมาลินี ที่ท่านได้ประสานกับผมนะครับ ผมเองก็จัดทีมแพทย์ที่มาจากต่างจังหวัดลงไปในพื้นที่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็ดําเนินการในส่วนนี้อยู่ ผมก็เลยกราบเรียนว่าในส่วนของ กรมการแพทย์ก็ดี หรือโรงพยาบาลในต่างจังหวัดตอนนี้เข้ามาช่วยภารกิจ ในกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านฝากไว้ผมเองก็ยังที่จะประสานงานกับท่านต่อนะครับ เพราะฉะนั้นเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่ในมือผมนี่ได้มีการประสานงานแล้ว เจ้าหน้าที่แจ้งกับผมว่า ไม่สามารถประสานงานได้
ต่อความห่วงใยของเรื่องโรคไข้เลือดออก ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ท่านวัชระแล้วก็สมาชิกหลายท่านว่า ยุงซึ่งเป็นพาหะในการนําเชื้อโดยเฉพาะไข้เลือดออกนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในน้ําใสครับ ไม่ได้อยู่ในน้ําครําหรือน้ําดําที่ท่านสมาชิกกําลังเป็นห่วง ยุงในน้ําดําส่วนใหญ่นั้นเป็นยุงแค่มาสร้างความรําคาญ ไม่สามารถที่จะเป็นยุงนําไข้เลือดออก ตามที่ท่านกําลังวิตกกังวลนะครับ ซึ่งอย่างไรก็แล้วแต่ผมก็เรียนนะครับว่าใน กทม. นี้ ผมกําลังจะไปพบท่านผู้ว่า กทม. ถึงเรื่องขยะและเรื่องสิ่งที่อาจจะเป็นจุดที่จะนําไปสู่ การติดเชื้อโรค โดยเฉพาะโรคระบาดสําคัญ ๆ เข้าใจว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าผมจะลงไปพบกับ ท่านผู้ว่า กทม. กําลังให้ทําหนังสือประสานไป นอกเหนือจากทีมหมอหรือแพทย์ พยาบาล ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ก็กราบเรียนอีกครั้งหนึ่งครับว่า วชิระภูเก็ตนั้นก็คือทีมงานของ กระทรวงสาธารณสุขที่คอยดูแลพี่น้อง กทม. ในจุดที่กระทรวงได้วางเกณฑ์แล้วก็ให้ไปพบ โดยเฉพาะในหลายพื้นที่ที่กําลังประสบปัญหาอยู่นะครับ ขออนุญาตชี้แจงเพื่อทําความเข้าใจ กับท่านสมาชิก เพราะว่าชื่อผมออกหนังสือพิมพ์มา ๒ วันแล้วนะครับ ผมเข้าใจดี แต่ว่าผมคิดว่าท่านวัชระก็คงเข้าใจผมดีนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านวัชระมาพบกันหลังบัลลังก์เลยไหมครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท่านได้ใส่ใจและลุกขึ้น ตอบข้อหารือทันทีทันใดในสภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียนท่านว่าที่พาดพิงถึงผมเรื่อง การรับโทรศัพท์นั้น ท่านประธานที่เคารพ กราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรี อย่าว่าแต่เจ้าหน้าที่ ของท่านโทรศัพท์มา พม่าโทรศัพท์มาผมก็ยังรับเลยครับ เพราะเบอร์โทรศัพท์ของกระผมนั้น ติดอยู่ตามเสาไฟฟ้าฝั่งธนบุรีให้พี่น้องประชาชนได้ติดต่อได้โดยตรง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาผมจดไว้ทุกเรื่องนะครับ และประสานงานต่อ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี แต่ผมยืนยันว่าผมรับโทรศัพท์ และถึงไม่ได้รับผมก็จะโทรกลับไป ทุกเบอร์นะครับ ฉะนั้นการที่เจ้าหน้าที่ของท่านได้แก้ตัวกับท่านนั้น ผมเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ ของท่านไม่ได้มียาให้กับพี่น้องชาวฝั่งธนบุรีมากกว่า
และอีกประการหนึ่งท่านประธานครับ เรื่องไข้เลือดออก วันนี้ครับมารดาของ ผู้ชายคนหนึ่งครับไปเซ็นยินยอมที่โรงพยาบาลมหาชัยแล้วครับ คาดว่าถึงแก่กรรมเนื่องจาก โรคไข้เลือดออกอย่างแน่นอน และไข้เลือดออกระบาดครับ จริงอยู่ครับ น้ําเน่าไม่ใช่เป็น ต้นเหตุของยุงลาย แต่ปรากฏว่ามีภาชนะที่น้ําขังที่อยู่ตามบ้านเรือนต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชน อพยพออกมาแล้วน้ําขังยุงลายไปไข่แล้วก็ไปเพาะเป็นตัว
ท่านประธานสุดท้ายครับ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับ ช่วยส่งหน่วยกู้ชีพ ไปรับคนไข้โรคเบาหวานครับ ซึ่งเนื้อเน่าแล้วครับ เพราะออกมาไม่ได้ต้องตัดขา ขาเน่าครับ ขณะนี้ทีมแพทย์วชิระพยาบาลจากจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่วัดไผ่เลี้ยงครับ รับตัวมาแต่ว่า ไม่มียานพาหนะที่จะนําไปส่งโรงพยาบาล
ท่านวัชระครับ มาพบกับรัฐมนตรีหลังบัลลังก์เลยครับ ผมจะให้โอกาสคนอื่นบ้างครับ ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ ๒ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย ผมต้องกราบขอบคุณต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ซึ่งผมเองนั้น ก็ได้ประสานส่วนตัวกับท่านเกี่ยวกับเรื่องของภาคเหนือว่าอากาศหนาว พอกลางวัน อากาศร้อน พอกลางคืนหรือว่าเย็น ๆ อากาศหนาวเปลี่ยนแปลงตลอดทําให้คนเจ็บป่วยเยอะ แล้วประชาชนก็เรียกร้องว่าอยากจะได้ยาไปใช้ส่วนตัว ก็เป็นยาชุด ยากล่อง ในยานั้น ก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ปวด ยาหม่อง ยาอม ยาดม ยาดูด มีหมดครับ ก็ต้องขอบคุณกับท่านที่ได้ประสานกับสาธารณสุขจังหวัด แล้วก็ได้มาประสานกับทางผมว่า อยากจะให้ชี้ว่าจะให้ตรงไหนบ้าง ก็ได้รับการประสานมาแล้วก็จะให้ยามาในส่วนหนึ่งนะครับ
แล้วอีกอันหนึ่งก็เกิดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องของว่า อยากได้แหล่งน้ํา เพราะว่าเวลาน้ํามาเยอะ ๆ ก็ไม่มีที่เก็บก็ทําให้ท่วม ส่วนเวลาแล้ง น้ําหายไปหมด ก็อยากจะให้ทางหน่วยรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นชลประทานหรือว่าทรัพยากรน้ํา ไปขุดลอกทุ่งพันทลาย ตําบลโตนด อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือ หนองเกลา หมู่ที่ ๓ ไปถึงหมู่ที่ ๑๑ ตําบลกง อําเภอกงไกรลาศ แล้วก็หนองแดง หมู่ที่ ๕ ตําบลบ้านกร่าง อําเภอกงไกรลาศ
อีกอันหนึ่งครับท่านประธานครับ ผมเองก็ได้รับโทรศัพท์มาเยอะ เกี่ยวกับ อยู่ดี ๆ เมื่อวานนี้เขาทราบข่าวและเป็นข่าวมาว่ามติ ครม. ไปออก พ.ร.ฎ. อภัยโทษ ประชาชนนั้นเครียดใหญ่เลยครับ ก็ฝากถึงรัฐบาลครับตอนนี้อย่าเพิ่งไปกระตือรือร้นเรื่อง อย่างนี้ครับ เพราะว่าตอนนี้น้ําท่วมประชาชนเดือดร้อนอยู่ก็ฟังข่าวดูข่าวทุกวันก็เครียด พออยู่แล้วครับ อย่าให้เครียดเรื่องอื่นมาอีกเลยครับ ก็ฝากถึงรัฐบาลฝากถึงประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ ๒ นาที
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องของบประมาณก่อสร้างสะพานข้ามห้วยดอนธงชัย ขอฉายภาพเลยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นายบล ศิริบุตร และพี่น้องประชาชน ต้องบอกว่าทุกข์จริง ๆ ค่ะ เพราะว่าสะพานชํารุด ตามภาพที่ฉายอยู่บนจอในขณะนี้ จึงขอผู้ที่มีอํานาจเกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งมวลช่วยกรุณาดูแล ด้วยค่ะ เพราะว่าสะพานนี้นั้นจากบ้านดอนธงชัยเข้าไปสู่ตัวเมือง อําเภอสว่างแดนดิน ชํารุด เพราะว่าได้ก่อสร้างเป็นสะพานไม้มานมนานกาเลแล้วค่ะ แล้วสะพานนี้นั้นเป็นทางลัดสู่ อําเภอสว่างแดนดิน ถ้าไปทางอ้อมก็จะไปประมาณสัก ๕ กิโลเมตร อันนี้ถ้าไปทางตรงก็จะไป ประมาณสัก ๒ กิโลเมตร หรือ ๑ กิโลเมตรกว่า ๆ ประมาณนั้น จึงขอผู้ที่มีอํานาจสั่งการ สั่งการอย่างเร่งด่วนค่ะ เพราะว่าชีวิตจะต้องดําเนินต่อไปค่ะ
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธานคะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึง สํานักนายกรัฐมนตรี คือท่านรัฐมนตรีนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างเตาเผาศพไร้กลิ่นในวัดสว่างภูมิดล ตําบลสว่างแดนดิน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ตั้งแต่ดิฉันเป็นนักเรียนน้อย ๆ อยู่ ผ่านตรงนี้นั้น เวลาเขาเผาศพก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้เนื้อนี่นะคะจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ จนถึงปัจจุบัน ยังเป็นแบบเดิมอยู่ แต่ว่าเดี๋ยวนี้ชุมชนนั้นมากยิ่งขึ้นค่ะ
ท่านประธานที่เคารพคะเรื่องสุดท้าย ขอสนับสนุนงบประมาณการอบรม เยาวชนคนรุ่นใหม่หัวใจคุณธรรมประจําปี ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพคะ เรานั้นติดอันดับ ที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในวัยรุ่นนั้นนะคะ และคลอดลูกออกมาติดอันดับ ๑ ของเอเชีย ชายวัยรุ่นนั้นติดอันดับ ๕ ของโลกที่ดื่มสุราอย่างหนักนี่นะคะ ฉะนั้นสํานักงาน พระพุทธศาสนา จังหวัดสกลนคร จึงร้องของบประมาณมาเพียงน้อยนิด เพื่อที่จะไปกําหนด จิตใจของวัยรุ่นให้มีคุณธรรมและจริยธรรม จึงร้องขอผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบค่ะ กรุณาดําเนินการ อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ จะหารือ ท่านประธานนะครับ เมื่อวานนะครับ ท่านประธานสภาได้บอกกับที่ประชุมว่าจะให้หารือ ในวันนี้โดยยกยอดรายชื่อเมื่อวานนี้มาวันนี้นะครับ เมื่อสักครู่ผมตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่า ไม่มีรายชื่อผม ซึ่งได้แจ้งความจํานงไว้ตั้งแต่เมื่อวานนะครับ
ท่านแทน ท่านนริศ ขํานุรักษ์ เลยครับ เชิญครับ
ตกลงท่านประธานพิจารณา อย่างไรครับ
ผมอ่าน ตามรายชื่อที่เจ้าหน้าที่ให้มา
มันมีความสับสนเกิดขึ้นครับ เมื่อวานนี้ผมลงรายชื่อไว้แล้วนะครับ
นี่ผมให้ ท่านพูดแทนท่านนริศเลยครับ ท่านชนินทร์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ เรื่องหารือเป็นเรื่องที่จําเป็นนะครับ เพราะว่าปัญหาเรื่องของน้ําท่วมในขณะนี้ยังทําให้ ประชาชนเดือดร้อนนะครับ
เรื่องแรกท่านประธานครับ มีประชาชนได้ร้องเรียนผ่านผมมาเรื่องของ การช่วยเหลือ ๕,๐๐๐ บาท ประชาชนหลายคนบอกว่ามันไม่เป็นธรรม เพราะว่าประชาชน ที่เดือดร้อนมา ๑ เดือนก็ได้ ๕,๐๐๐ บาท น้ําสูง ๑ เมตร ก็ได้ ๕,๐๐๐ บาท ๑ อาทิตย์ ก็ได้ ๕,๐๐๐ บาท น้ําสูงหัวเข่าก็ได้ ๕,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นฝากให้รัฐบาลเร่งพิจารณาว่า มันควรจะได้รับความเป็นธรรมมากกว่านี้นะครับสําหรับผู้เดือดร้อน
เรื่องที่ ๒ การลงทะเบียนรับการช่วยเหลือ เรื่องของหลักฐานก็เห็นด้วยกับ เมื่อสักครู่มีคนได้อภิปรายเรื่องของการใช้รูปถ่ายนะครับ เพราะว่าประชาชนเดือดร้อน มากครับไม่สามารถที่จะหารูปถ่ายได้ เพราะว่าประชาชนมีรายได้น้อย แล้วก็ยังไม่มีกล้อง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อยากให้พิจารณาว่าเขตภัยพิบัติเป็นข้อมูลที่รัฐบาล แล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องรับทราบอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าไปจุกจิกนะครับ อะไรที่ไม่จําเป็น ก็ขอให้ดูแลพี่น้องประชาชนที่เขาเดือดร้อนอย่างเต็มที่ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ปัจจุบันนี้การรับส่งประชาชน การคมนาคมสัญจรไปมาของ ประชาชนเดือดร้อนมากนะครับ เพราะว่าไม่มีรถใหญ่ ๆ เข้าไป หลาย ๆ หน่วยงานเข้าไป ดูแลนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ส่งรถเข้าไป รถใหญ่ ๆ รถสิบล้อ เข้าไปดูแล แต่ว่าปัญหาเกิดขึ้นจากผู้เสียประโยชน์ได้นําเรือใบไปวางทําให้รถยางแตก เพราะฉะนั้นฝากรัฐบาลไปดูแลด้วยนะครับ เพราะ ๑. ก็คือว่าเรือรับจ้างโขกราคาประชาชน แพงมากไปดูแลตรงนี้ด้วย แล้วก็ ๒. คือไปดูแลเรื่องกลุ่มผู้ที่เสียประโยชน์นําเรือใบไปวางกับ รถบรรทุกตรงนี้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๔ เรื่องของเครื่องสูบน้ํากรุณาเร่งส่งนะครับ เพราะว่าพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งตะวันตก ตลิ่งชันนี่เป็นพื้นที่ที่มีแอ่งกระทะจําเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ํา จํานวนมากนะครับ
เรื่องที่ ๕ อยากจะย้ําเตือนทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ประชาชนยังเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ําท่วมมากนะครับ เพราะฉะนั้นกรุณาใส่ใจเรื่องของ ประชาชนที่เดือดร้อนมากกว่าใส่ใจพี่ชายท่านที่กําลังเดือดร้อนนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านชมภู จันทาทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันรู้สึกดีใจค่ะที่ได้หารือยื่น ๖ ครั้ง ๗ ครั้ง แล้วค่ะ
เรื่องหารือที่จะนํามาหารือท่านประธานวันนี้ ดิฉันลงพื้นที่ก็ได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับยาเสพติดค่ะท่านประธาน ยาเสพติดระบาดมาก ตั้งแต่ที่ผ่านมานะคะ แต่บังเอิญยาเสพติดที่เขาเสพส่วนมากเป็นเด็กเยาวชนที่อายุ ๑๕ ปี อายุ ๑๖ ปี หรือ ๑๗ ปี การที่ติดยาเสพติดนั้นผู้เสพจะต้องเป็นผู้ป่วยนะคะท่านประธาน ดิฉันอยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข ส่วนมากงบประมาณนั้นมันจะมีการแก้ไข และป้องปราม ป้องกันยาเสพติดทุกกระทรวงค่ะ แต่ดิฉันไม่อยากให้เน้นเรื่องการไปอบรม ต้านยาเสพติดมากเกินไป ให้ได้ดูแลงบประมาณผลักดันไปยังหน่วยงาน อย่างเช่น ที่จังหวัดหนองคายเรานั้นจะไปสัมพันธ์กับจังหวัดอุดรธานี อย่างเช่น ค่ายประจักษ์ศิลปาคม มณฑลทหารบกที่ ๒๔ ของจังหวัดอุดรธานี แล้วก็ศูนย์บําบัดรักษายาเสพติด ที่จังหวัดอุดรธานีงบประมาณไม่ค่อยมีเลยค่ะท่านประธาน ก็อยากฝากท่านประธานไปหา คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะผ่านงบประมาณปี ๒๕๕๕ ด้วยว่าอย่าผลักดันไปต้านยาเสพติด มากเกินไป ต้องผลักดันไปแก้ไขปัญหาให้เด็กเยาวชนของเราที่ติดยาเสพติดเขาเป็นผู้เสพนั้น จะต้องเป็นผู้ป่วย จะต้องรักษาและบําบัดให้เขาหายเพื่อจะเป็นอนาคตต่อไปของ ประเทศชาตินะคะ นาทียังไม่หมดนะคะท่านประธาน อยากฝากท่านประธานว่าท่าน ส.ส. ทุกท่านที่นํามาหารือท่านละ ๒ นาทีอย่างนี้ ทุกท่านนั้นมีปัญหาในพื้นที่มากค่ะท่านประธาน ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ก็จะขึ้นมายกว่าพื้นที่ตัวเองนั้นเดือดร้อน คนอื่นเขาก็เดือดร้อนเหมือนกัน แล้วก็ฝากท่านวัชระด้วยชอบกินเวลาเพื่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ
เอาเฉพาะเรื่องของเราพอแล้วครับ เชิญท่านผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาต หารือท่านประธานอย่างนี้นะคะ ในเรื่องความปรองดอง ท่านประธานคะ เมื่อตอน เดือนตุลาคมเคยหารือท่านประธานเพื่อฝากกราบเรียนไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วย ดําเนินการตามนโยบายเร่งด่วนเรื่องความปรองดอง โดยขอให้ท่านโน้มน้าวจูงใจผู้สนับสนุน ท่านให้ยุติพฤติกรรมที่นําไปสู่การแตกแยก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง หรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านประธานคะ ช่วงน้ําท่วมก็ยังมีผู้ที่พบเห็นและเผชิญในเรื่องของ พฤติกรรมที่ต้องเรียกว่านําไปสู่ความแตกแยก เลือกปฏิบัติ ทั้งในเรื่องการแจกของ เรื่องการดูแล ดิฉันขออนุญาตหารืออีกสักครั้งหนึ่งเถอะค่ะว่า อยากจะขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทํางาน ในเรื่องความปรองดองนี้อย่างจริงจัง จนกระทั่งผู้คนหายสงสัยเลยค่ะว่าท่านนั้นจะมีวาระ ซ่อนเร้นแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจทําจริง ท่านประธานคะ เมื่อวานนี้ก็มีข่าวอีกข่าวหนึ่งซึ่งทําให้พวกเรา ไม่ค่อยสบายใจ ดิฉันหมายถึงประชาชนด้วยถึงเรื่องของการที่ ครม. เห็นชอบเรื่องการออก พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ จนทําให้นึกเป็นห่วงว่าความปรองดองนั้นจะเกิดขึ้น จริงหรือไม่ อย่างไร
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ เป็นเรื่องของการดูแลพี่น้องแรงงาน ขออนุญาต ปรึกษาหารือนะคะ เพราะว่าพี่น้องแรงงานจํานวนมากเลยทั้งที่เป็นคนไทย แล้วก็เป็น แรงงานต่างด้าวที่ต้องเผชิญอยู่กับความทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย เรื่องอาหาร เรื่องของน้ํา ไฟ และสุขภาพ ก็อยากจะขออนุญาตหารือท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และนายกรัฐมนตรีด้วยว่าจะช่วยได้ไหมนะคะ ประกันสังคมจะสามารถจ่ายค่าชดเชย หรือเปล่า ได้หรือไม่ อย่างไร เพราะมีหลายคนที่ต้องหยุดงานไปด้วยเหตุที่ว่าผู้ประกอบการนั้น ต้องหยุดการทํางานเพราะน้ําท่วม แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณพลเมืองจิตอาสาจาก หลายหน่วยงานมากเลย โดยเฉพาะเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉม แล้วก็หมอไร้พรมแดน หลายคนมากที่ช่วยกันทําเรื่องนี้พยายามจะนําไปสู่การจัดตั้งชุมชนพึ่งตนเอง เพราะฉะนั้น ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตว่าให้รัฐบาลนั้นเช่นกันหันมาใส่ใจดูแลความทุกข์ของประชาชน เป็นลําดับที่ ๑ ก่อนความทุกข์ของญาติพี่น้อง ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอหารือถึงปัญหาของพี่น้องประชาชน วัด และโรงเรียน จํานวน ๔ เรื่อง
เรื่องแรกนะคะ ของบประมาณซ่อมแซมวัดประชานิมิต ชุมชนภู่บ่อบิด ตําบลกุดป่อง อําเภอเมือง และวัดถ้ําผาสวรรค์ บ้านผาสวรรค์ ตําบลบ้านเพิ่ม อําเภอผาขาว จังหวัดเลย ที่ถูกอุทกภัยน้ําป่าไหลหลากสร้างความเสียหายให้กับ ๒ วัดนี้นะคะ
เรื่องที่ ๒ ของบประมาณซ่อมแซมโรงเรียนบ้านนาซําแซง ตําบลเขาหลวง อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย สาเหตุเนื่องจากถูกอุทกภัยน้ําป่าไหลหลากสร้างความเสียหายให้ อาคารเรียน อาคารประกอบ บ่อเลี้ยงปลา โรงเพาะเห็ด และสนามกีฬาค่ะ
เรื่องที่ ๓ ของบประมาณในการก่อสร้างถนนลาดยาง บ้านนาลานข้าว หมู่ที่ ๙ ตําบลโพนสูง อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ระยะทาง ๑,๕๐๐ เมตร เนื่องจากถนนดังกล่าว เป็นถนนลูกรังเป็นดินเหนียวเวลาฝนตกมาสร้างปัญหาในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ
เรื่องที่ ๔ ของบประมาณในการซ่อมแซมท่อระบายน้ําทางเข้าหมู่บ้าน บ้านก้างปลา หมู่ที่ ๕ ตําบลด่านซ้าย อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้รับความเสียหายจาก อุทกภัยน้ําป่าไหลหลากที่ผ่านมา และผู้นําท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ไม่มีงบประมาณในการ ซ่อมแซมเนื่องจากอยู่สิ้นปีงบประมาณ ดังนั้นดิฉันจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยผลักดันงบประมาณในการเยียวยาแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน วัด และโรงเรียนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านยุพราช บัวอินทร์ ๒ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับข้อร้องเรียนจาก นายบัวหลา เพชรกัณหา ราษฎรตําบลห้วยไร่ เรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนเนื่องจากน้ําท่วมถนนเสียหาย จึงได้เดินทางไปสํารวจพื้นที่จริง ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือสภาพถนนเลียบคลองชลประทาน ถนนดังกล่าวเป็นเขต ติดต่อระหว่างตําบลสักหลง ตําบลห้วยไร่ และตําบลตาลเดี่ยว อําเภอหล่มสัก ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้เคยได้รับความเมตตาจากกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาสะดวกขึ้น การขนส่งผลผลิตทางการเกษตรเป็นไปด้วยความสะดวก ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้ได้ สร้างคุณูปการให้กับพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ ตําบลเป็นอย่างมาก พื้นที่ที่ได้รับผลประโยชน์ มากกว่า ๓๐,๐๐๐ ไร่ที่เพาะปลูกทําการเกษตร มีพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ ตําบลมากกว่า ๒๐,๐๐๐ คนที่ได้รับประโยชน์จากถนนเส้นนี้ ทว่าถนนเส้นนี้ได้ก่อสร้างมาตั้งแต่ ปีพุทธศักราช ๒๕๑๕ ๔๐ ปีแล้วครับท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมาทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดงบประมาณในการซ่อมแซมบ้านนะครับ แต่ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เมื่อถึงฤดูฝนน้ําก็ได้กัดเซาะถนนพังเสียหาย อย่างที่เห็น ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้มีความกว้าง ๘ เมตร ยาว ๘ กิโลเมตร หากรัฐบาล ใส่ใจในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตําบลสักหลง ตําบลห้วยไร่ และตําบลตาลเดี่ยว อําเภอหล่มสัก ผมก็ขออนุญาตของบประมาณในการซ่อมแซมให้พี่น้องทั้ง ๓ ตําบลด้วยครับ
ท่านประธานครับอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จนถึง วันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนโยบายการประกันความเสี่ยงให้พี่น้องชาวไร่ข้าวโพด ชาวไร่มันสําปะหลังจากรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ผมจึงอยากนําเรียนต่อท่านประธานครับ ต่อรัฐบาลนี้นะครับว่า อย่าลอยแพชาวไร่ข้าวโพด ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านละออง ติยะไพรัช ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นปัญหาเดิมนะคะที่ท่านประธานที่ดิฉันได้ปรึกษาหารือก็คือ ในเรื่องของการทําตลิ่ง พนังกั้นน้ําของอําเภอแม่จัน ในตําบลจันจว้า ตอนนี้ ปภ. ได้เอางบประมาณให้ทางอีกฟากหนึ่ง ของตําบลจันจว้าได้ทําตลิ่ง แต่ตอนนี้ก็มีปัญหาว่าทางฝั่งของตําบลแม่คํา ซึ่งเป็นปัญหาหลัก ตอนนี้ก็คือว่า ไม่มีงบประมาณแล้วก็เป็นทางลาดในเวลาที่น้ําไหลบ่ามานี่ก็จะทําให้ฝั่งของ ตําบลแม่คําน้ําก็จะท่วมหลากขึ้น แล้วก็จะมีปัญหาในเรื่องพืชผลการเกษตร แล้วก็เป็น ในเรื่องของชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และในเรื่องของประชาชนวันนี้ของสองฝั่ง ก็มีความขัดแย้งกัน ตอนนี้กําลังเริ่มจะมีความขัดแย้งกัน และปัญหาก็คือ พี่น้องประชาชน เมื่อดิฉันได้สอบถามก็คือ ทั้งสองฝั่งแม่น้ํานี่จริง ๆ แล้วการแก้ไขปัญหาที่จะทําพนังตลอดตลิ่ง มันก็ไม่ใช่เป็นวิธีการแก้ไขปัญหา เพราะว่าตรงกลางน้ําเมื่อเราทําตลิ่งก็จะทําให้ปลายน้ํา เวลาน้ํามาก็จะทําให้น้ํามาแบบรุนแรง แล้วก็จะทําให้การทําลายทรัพย์สินอีกทางของปลายน้ํา ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งที่อยู่ในอําเภอเชียงแสนก็คือตําบลป่าสักน้อยนะคะ ตอนนี้ดิฉันก็อยากจะ ผ่านไปยังประธานให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือกระทรวงมหาดไทย เพี่อที่จะจัดสรรงบประมาณ แล้วก็คนที่มีความรู้ในเรื่องการจัดการน้ําว่า การแก้ไขปัญหาเมื่อท่านได้จัดสรรงบประมาณลงไปนี่ท่านจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร เป็นเรื่องของอนาคตที่ว่าพี่น้องประชาชนก็จะได้ใช้ประโยชน์แล้วก็จะได้มีการป้องกันพนัง การทํางบประมาณที่ถูกต้องด้วยนะคะ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือการทําสะพาน สะพานที่ทางเลี่ยงเมืองเชียงแสนนะคะ ท่านประธาน ทางฝั่งใกล้ ๆ กับวัดพระธาตุผาเงาซึ่งตอนนี้สะพานได้พังตอนที่น้ําท่วม แล้วก็ เป็นสะพานที่พี่น้องประชาชนจะต้องใช้ขนส่งพืชผลทางการเกษตร ก็อยากให้ทางประธาน ผ่านไปทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่า ช่วยจัดสรรงบประมาณแล้วก็จัดทํางบประมาณให้เพื่อที่ การจัดสรรในการขนส่งทางเกษตรก็จะได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แล้วก็จะได้ใช้ประโยชน์ค่ะ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ครับ ๒ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่อง หารือเรื่องสืบเนื่องมาจากการที่ผมได้หารือต่อสภาผู้แทนราษฎรมาหลายครั้ง กับกรณีปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตําบลเมืองเก่ากับการขอออกเอกสารสิทธิ ตามประมวลกฎหมายที่ดินนะครับท่านประธาน
สืบเนื่องมาจากที่พี่น้องประชาชนมีเอกสาร ส.ค. ๑ ได้ยื่นคําขอเพื่อออกโฉนด แล้วก็ผ่านกระบวนการพิสูจน์สิทธิหรือเปรียบเทียบพิสูจน์สิทธิตามมาตรา ๖๐ ของ ประมวลกฎหมายที่ดินเรียบร้อยแล้วท่านประธานที่เคารพ ซึ่งทางเจ้าพนักงานที่ดินก็ได้มี คําสั่งให้ออกโฉนดกับพี่น้องประชาชนที่ยื่นคําขอ ขณะนี้ได้พิจารณาไปแล้วถึง ๙ ราย แต่ปรากฏว่าทางกรมศิลปากรนะครับ ซึ่งมีการคัดค้านการออกเอกสารสิทธิในเขตพื้นที่นั้น ได้คัดค้านแล้วก็ผ่านเงื่อนเวลาในการฟ้องร้องต่อกระบวนการยุติธรรมตามมาตรา ๖๐ แล้ว แต่เนื่องจากว่าทางเจ้าพนักงานที่ดินไม่สามารถออกได้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดได้ชะลอ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในตัวบทกฎหมายในเรื่องประมวลกฎหมายที่ดินแล้วนั้น สามารถจะออกได้นะครับ ก็อยากจะกราบเรียนไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมที่ดินได้พิจารณาการออก เอกสารสิทธิ ซึ่งการออกเอกสารสิทธิในเขตโบราณสถานนั้น ก่อนหน้านี้ก็ได้มีการออกมาแล้ว ประมาณ ๓๐๐ รายท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทได้ปรับปรุงซ่อมแซมก่อสร้างถนน สายเลียบคลองแม่รําพันจากถนนสายบายพาส (Bypass) และถนนสายเลี่ยงเมืองเก่านะครับ บริเวณหมู่ที่ ๒ ถึงหมู่ที่ ๓ ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร สภาพเป็นถนนคอนกรีต แต่ว่าถนนคอนกรีตนั้นได้ชํารุดทรุดโทรมมากและเป็นที่สัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน เป็นการไปมาหาสู่กันในส่วนของในเขตโบราณสถานนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอหารือดังนี้ครับ
เรื่องแรก เรื่องการก่อสร้างโรงพยาบาลอําเภอเฝ้าไร่ มีปัญหาตรงผู้มีอํานาจ ในการชี้จุดก่อสร้างโรงพยาบาลได้ไปชี้จุดการก่อสร้างที่สระน้ํา ซึ่งที่ที่ไม่มีสระกลับไม่ไปชี้ เพราะไปชี้ในแผนที่ พอผู้รับเหมาเขาจะไปก่อสร้างก็มีปัญหา เพราะว่ามันเป็นสระลึกต้องใช้ งบประมาณในการถมมาก แต่งบประมาณไม่ได้ตั้งในการถมที่ไว้ก็มีปัญหาในการก่อสร้าง ก็อยากฝากไปยังกระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลเรื่องนี้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องของบประมาณในการขุดลอกปรับปรุงห้วยงู บ้านท่าหลวง ตําบลวังหลวง อําเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นที่เก็บน้ําในการทําน้ําประปาให้ ตําบลนี้หลายหมู่บ้าน ประมาณ ๗ หมู่บ้านที่ใช้ด้วยกันนะครับ ก็ขอฝากไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นด้วยนะครับ
เรื่องสุดท้าย ผมได้รับการร้องเรียนจากนายแพทย์และพยาบาล จากโรงพยาบาลราชบุรีบอกว่าในการบริหารโรงพยาบาลไม่โปร่งใส ก็ฝากไปยัง กระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจสอบว่าเป็นข้อเท็จจริงอย่างไร ขอบคุณมากครับ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก เรื่องกลุ่มปุ๋ยหมักบ้านนาโหนด หมู่ที่ ๒ ตําบลกําแพงเซา เขาต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการสนับสนุนวัตถุดิบเพื่อที่จะมาใช้ในการผลิต ปุ๋ยหมักนะครับ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มทําปุ๋ยหมักชีวภาพ มีนางหนูนาม มีเสน มีสมาชิกประมาณ ๓๐ คน เป็นกลุ่มที่เอาการเอางานและเป็นแบบอย่างที่ดีมากนะครับ ซึ่งมีหน่วยงานไปศึกษา ดูงานของกลุ่มปุ๋ยหมักแห่งนี้นะครับ ก็อยากจะขอเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการสนับสนุนวัตถุดิบ ก็คือกากน้ําตาลแล้วก็ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งปัจจุบันนี้มีราคาแพงมากนะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่จะกราบเรียนท่านประธานและขอคําตอบที่ชัดเจนก็คือ เรื่องการแต่งตั้งและการคัดเลือกคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ ซึ่งผมได้หยิบยกเรื่องนี้มาหารือกับท่านประธานหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีคําตอบว่าจะตั้ง กรรมการจริยธรรมกันเมื่อใด แล้วเวลานี้อยู่ในขั้นตอนใดนะครับ ในประมวลจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๓๔ เราให้มีคณะกรรมการจริยธรรมขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งตามข้อบังคับนี้ตีความได้ว่า จะมีคณะกรรมการจริยธรรมประมาณ ๑๗ ท่าน มีแบ่งประเภทต่าง ๆ ไว้ชัดเจนนะครับ แต่ว่ากระบวนการในการให้มีคณะกรรมการจริยธรรมยังไม่ได้เริ่มต้น และผมก็สอบถาม ท่านประธานทุกครั้ง ท่านประธานก็พยักหน้ากับเลขาธิการบอกว่าให้ไปดําเนินการ และจนกระทั่งบัดนี้จะหมดสมัยแรกแล้วคณะกรรมการจริยธรรมก็ยังไม่มี ทั้ง ๆ ที่ปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริยธรรมนี้ มีมากมายนะครับ ก็อยากให้ประธานเร่งรัดเรื่องนี้แล้วก็ขอคําตอบเดี๋ยวนี้เลยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย แล้วก็กลับมาท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องขอจากพี่น้องประชาชนในเขต เทศบาลตําบลสองห้องและเขตเทศบาลตําบลโพธิ์ชัยเกี่ยวกับเรื่องของการสัญจรไปมา ด้วยความลําบาก เนื่องจากว่าเดิมทีเดียวถนนอุดร-หนองคายเป็นถนน ๒ เลน ถนน ๒ ช่องจราจร เมื่อปรับเป็นถนน ๔ ช่องจราจร ปรากฏว่าทําให้พี่น้องประชาชน มีความเดือดร้อน มีความประสงค์ที่อยากจะให้ทางกรมทางหลวงได้พิจารณาสี่แยก จัดเป็น สี่แยกไฟแดงที่บริเวณเทศบาลตําบลสองห้องและที่บริเวณทางแยกเข้าบ้านนาจันทร์ ตําบลโพธิ์ชัย อําเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ซึ่งทั้ง ๒ แห่งนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็อยากจะให้ ทางกรมทางหลวงได้พิจารณาในการที่จะจัดทําสี่แยกไฟแดงโดยด่วน
เรื่องที่ ๒ อยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ที่จะมี การรับจํานําข้าว ปรากฏว่าจังหวัดหนองคายมีจุดรับจํานําเพียงที่เดียวที่อําเภอโพนพิสัย ซึ่งจังหวัดหนองคายมีถึง ๙ อําเภอ ก็เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่จะใช้บริการ เป็นไปได้อยากให้มีหลายจุดหรือใช้วิธีการรับจํานําที่ยุ้งฉางเป็นของเกษตรกรจะเป็น ประโยชน์สําหรับเกษตรกร
เรื่องที่ ๓ ก็ต้องขอชมเชยทาง กทม. นะครับ ที่หลังน้ําลดมีการทํา ความสะอาดถนน แต่อยากจะฝากในซอยอินทามระ ๔๓ ซึ่งน้ําลดเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าขยะยังเยอะอยู่นะครับ ยังไม่มีการทําความสะอาด แล้วก็ไฟถนนไฟส่องสว่างขาดไป หลายหลอดนะครับ ช่วยพิจารณาด้วยทาง กทม. นะครับ
เรื่องสุดท้าย ก็ฝากถนน หมดเวลาแล้วเอาไว้โอกาสหน้านะครับ อีกเรื่องหนึ่ง ที่สําคัญยังไม่ได้กราบเรียนเอาไว้เป็นวันหลังนะครับท่านประธานไม่อยากรบกวนเวลา ขอบคุณมากครับ
ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ผมขอกราบขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้ผมหารือนะครับ
เรื่องแรก เรื่องที่เป็นทุกข์ร้อนที่สุดของพี่น้องชาวภาคใต้ในขณะนี้ก็คือ เรื่องราคายางพารา โดยเฉพาะมีการซื้อขายกันในพื้นที่ราคาต่ํากว่า ๕๐ บาทแล้ว ต่ํากว่าทุนแล้ว ขณะนี้ ราคาตกดิ่งมาจากสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ๑๘๐ บาท ลงดิ่งมามากกว่า ๑๐๐ บาทแล้วนะครับ ซึ่งเป็นปัญหาหลายปัญหาจะตามมา และไม่เพียงแต่ภาคใต้นะครับ ยางพาราขณะนี้มีอยู่ทั่วประเทศ อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าพิจารณาแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะว่าพี่น้องในพื้นที่โดยเฉพาะภาคใต้มีความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะ จังหวัดพัทลุง ปีที่แล้วถูกวาตภัยยางล้มไปประมาณ ๕๐,๐๐๐ ไร่แล้ว เหลือยางอยู่นิดหน่อย กลับมาราคาตกเสียอีกนะครับ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดําเนินการโดยเร็ว
เรื่องที่ ๒ มติคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์วันสุดท้ายอนุมัติให้ กรมราชทัณฑ์ก่อสร้างเรือนจําแห่งใหม่ของจังหวัดพัทลุงแทนหลังเก่า แต่ว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่บรรจุไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณ โดยง่าย ๆ ก็คือรัฐบาลนี้ตัดออกครับ ผมจึงเรียกร้องให้ กระทรวงยุติธรรมช่วยแปรญัตติงบประมาณดังกล่าวเพื่อก่อสร้างเรือนจําในจังหวัดพัทลุง กลับเข้ามาใหม่ เพราะว่าเรือนจําจังหวัดพัทลุงอยู่กลางเมืองมีสภาพเก่าทรุดโทรม และเป็น ความต้องการของคนจังหวัดพัทลุงที่จะเอาเรือนจําดังกล่าวนี้ ออกไปอยู่ข้างนอกเมือง แล้วเอาเรือนจําหลังเก่านี้ทําเป็นพิพิธภัณฑ์ประจําเมืองพัทลุง ทําหอจดหมายเหตุประจําจังหวัดพัทลุง ทําลานแสดงศิลปวัฒนธรรมและก่อสร้าง สวนสาธารณะเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันของจังหวัดพัทลุง จึงขอให้ทางกระทรวงยุติธรรม ได้กรุณาแปรญัตติเพิ่มเติมงบประมาณดังกล่าวเข้ามาด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือท่านประธานที่เคารพถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตเลือกตั้งบ้านโคกศรี บ้านศรีธาตุ บ้านศรีเจริญ ในเทศบาลตําบลศรีธาตุนั้นมีทั้งหมด ๑๒ ชุมชน มีประชากรหลายพันครัวเรือน เขาร้องเรียนผมมาอยากจะให้กรมทรัพยากรน้ํา เข้าไปทําประปาขนาดใหญ่ให้หน่อยนะครับ ไม่อยากจะใช้น้ําประปาภูมิภาค เพราะเนื่องจาก ก่อนที่จะเก็บค่าน้ํา น้ําค่อยไหล เขาว่าอย่างนี้นะครับ แต่หลังจากนั้นไม่ค่อยไหลนะครับ ก็เลยอยากจะให้กรมทรัพยากรน้ํานั้นเข้าไปดําเนินการให้
ประเด็นที่ ๒ เรื่องถนนไร้ฝุ่น ถนนบ้านดูลเลา ทางแยกจากบ้านโนนม่วง เป็นเส้นทางจากอําเภอกู่แก้วมายังอําเภอศรีธาตุ แยกเข้าไปเหลืออีกประมาณ ๑ กิโลเมตร เศษ ๆ นะครับท่านประธาน ฝากท่านประธานไปถึงกรมทางหลวงชนบทด้วยนะครับ ช่วยไปดูแลให้หน่อย เพราะว่าถนนเส้นนี้ฝนตกมาก็มีน้ําขัง ถึงหน้าแล้งก็เป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วรถก็วิ่งไปมาไม่ได้ และขอขอบคุณรัฐบาลด้วยนะครับที่ได้เอางบประมาณเข้าในเล่ม งบประมาณที่จะก่อสร้างถนนย่านชุมชนอําเภอศรีธาตุนะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ขอบคุณไปยังรัฐบาลด้วยนะครับ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ คงทราบนะครับว่าขณะนี้ยางพาราจากกิโลกรัมละเกือบ ๒๐๐ บาท ในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ วันนี้เหลือไม่ถึง ๑๐๐ บาท และโดยเฉพาะเจ็บช้ํา มากครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมา น้ํายางสดเหลือไม่ถึง ๖๐ บาท และท่านประธานคงทราบว่าราคาที่พ่อค้าคนกลางซื้อกับเกษตรกรยิ่งต่ํากว่านั้นอีกครับ ท่านประธาน ผมได้ยื่นญัตติด่วนเข้ามาตั้งแต่วันที่ ๙ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร แต่ทราบว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการบรรจุเข้าในสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากให้ท่านประธานได้ช่วยติดตาม ให้ด้วย และผมก็คิดว่าท่านประธานในฐานะที่เป็นจังหวัดที่มีเกษตรกรเริ่มปลูกยางพารา จํานวนมาก ท่านเป็นคนส่งเสริมอยู่ ท่านน่าจะยื่นญัตติเพื่อเราจะได้พิจารณาพร้อม ๆ กัน เป็นห่วงเกษตรกรอย่างมากครับท่านประธาน ขณะนี้เดือดร้อนกันอย่างแสนสาหัส และท่านประธานคงทราบว่ารัฐบาลยังไม่ได้ดําเนินมาตรการใด ๆ ที่จะช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรเลย ความเดือดร้อนจากน้ําท่วมไม่พอ วันนี้ผู้ประสบภัยกําลังไปกัน ทั่วประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านประธานบอกรัฐบาลว่าช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือ ผมให้ท่านประธานติดต่อก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการทําลานตากใบจากให้กับพี่น้องเกษตรกรพื้นที่ที่อยู่ระหว่างปากแม่น้ํา มันมีต้นจาก เขาเอาใบสําหรับมาห่อยาเส้นครับ แล้วเวลาไปตากนี่จะไปตากข้างถนน มันอาจจะเกิด อันตราย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ไปสร้างเป็นลานตากสินค้า ทางการเกษตรก็จะทําให้ลดอุบัติเหตุได้
เรื่องที่ ๓ ก็คือกระทรวงคมนาคม ท่าเรือน้ําลึกที่อําเภอนาเกลือ ตําบลนาเกลือ ขอให้ท่านจัดสรรงบประมาณไปให้ด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ
เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ ดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิค่ะว่าพี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจํานําราคา สินค้าเกษตรก็คือข้าวกับทางราชการค่ะ เขาร้องเรียนมาว่าจุดรับจํานําอยู่ค่อนข้างห่างไกล จากพื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่ ที่จังหวัดชัยภูมิมีจุดรับจํานําอยู่ที่อําเภอคอนสารค่ะ ถ้าจะเอา อําเภอเมืองเป็นตัวตั้งในการเดินทางก็ต้องเดินทางไป ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรค่ะ แต่ถ้าสมมุติ อยู่ที่อําเภอเทพสถิตเดินทางไปถึงอําเภอคอนสารระยะทางประมาณ ๒๐๐ กว่ากิโลเมตร เขาก็เกิดความยากลําบากในการขนส่งสินค้าเพื่อจะไปเข้าร่วมรับจํานําค่ะ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลว่าจะเพิ่มจุดรับจํานําเป็นให้รับจํานํา ณ ยุ้งฉางของพี่น้องเกษตรกรได้หรือไม่ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายและอํานวยความสะดวก ของพี่น้องผู้เข้าร่วมโครงการค่ะ ซึ่งถ้าทําได้พี่น้องเกษตรกรเขาจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากค่ะ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขค่ะ
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธานเป็นเรื่องที่เกิดที่สภาของเรานี้เอง ต้องฝาก ท่านประธานให้ช่วยดูแลค่ะ ที่ตึก ๓ ของเราค่ะท่านประธาน ตอนนี้ก็ได้มีการทําคอนกรีต เพื่อกั้นไม่ให้น้ําท่วมนะคะ ข้างหน้า ข้างนอกเป็นบันไดดีค่ะแต่ฝั่งข้างในเป็นถุงกระสอบทราย ในการเดินขึ้นลง แล้วก็มีความสูงค่อนข้างเยอะ ดิฉันเห็นเองเลยค่ะเมื่อวันก่อนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ข้าราชการนี่แหละค่ะมาร่วมประชุมของกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการ งบประมาณหรือคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ก็มีอายุแล้วละค่ะเดินข้ามไปก็เกิดไม่ค่อยมั่นคง แล้วก็ล้มลงไป ก็ฝากท่านประธานช่วยดูแลในการหาสิ่งหรือว่าจะเป็นบันไดมาแก้ไขในจุด เดินทางตรงนี้ด้วยค่ะ
เรื่องต่อไปค่ะท่านประธาน ฝากท่านประธานให้ช่วยดูแลควบคุม การอภิปรายในสภาของเราค่ะ ดิฉันเห็นหารือนี่น่าจะเป็นการนําปัญหาของพี่น้องมาพูด เพื่อบอกกล่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดําเนินการแก้ไข แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีการพูดกระทบ แดกดันกันค่ะ ก็ต้องฝากท่านประธานให้ช่วยดูแลกฎระเบียบในการประชุมของเราด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านบัญญัติ เจตนจันทน์ ครับ ไม่อยู่นะครับ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกันนะคะ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเดือดร้อนเป็น สําคัญนะคะ
เรื่องแรก ก็คือในเรื่องของพี่น้องประชาชนผู้ปลูกยางพารา ไม่ว่าจะเป็น ภาคต่าง ๆ ก็ดี ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง วันนี้ราคายางพาราตกต่ํามากค่ะ ท่านประธาน วันนี้ราคายางจะอยู่ที่ประมาณไม่ถึง ๑๐๐ บาท ซึ่งจากเมื่อก่อนเราเคยได้ ราคายางอยู่ที่เกือบ ๒๐๐ บาท จึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะเพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ เรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน สําคัญที่สุดค่ะ
เรื่องที่ ๒ เป็นพี่น้องประชาชนชาวตําบลนาโหนด หมู่ที่ ๖ ได้ร้องเรียนมายัง ดิฉันนะคะ เรื่องถนนสายบ้านศาลาน้ําตกไปยังชลประทานควนกุฏ ซึ่งผ่านวัดชุมประดิษฐ์ ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ได้รับการลาดยางมาก่อนแล้ว แต่ก็มีความชํารุด ลาดยางมาเป็น เวลาเกือบ ๑๐ กว่าปี เป็นหลุมเป็นบ่อมากมายนะคะ อยากจะให้ท่านประธานประสานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยไปดูแลเรื่องถนนเส้นนี้ให้กับพี่น้องประชาชนให้ด้วยนะคะ
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องเมื่อตอนเกิดวาตภัยของจังหวัดพัทลุง มีศาลาหมู่บ้าน ศาลาหมู่ที่ ๔ ตําบลปรางหมู่ เป็นศาลาที่พี่น้องใช้ประชุมร่วมกันอยู่นะคะ แล้วก็ตอนนี้ได้รับ ความเสียหายมากไม่สามารถใช้เป็นที่ประชุมได้ จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยจัดสรรงบประมาณในเรื่องของการก่อสร้างศาลาหมู่บ้านประจําหมู่ที่ ๔ ตําบลปรางหมู่ ให้กับพี่น้องได้มีการทํากิจกรรมที่นั่นต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านนิยม วรปัญญา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมากว่าหลังจากน้ําท่วมนี่อยากจะ ให้ช่วยบูรณะปรับปรุงเพื่อให้มีโอกาสได้อยู่ดีมีสุขกันบ้างนะครับ ตอนนี้ก็ทนทุกข์กันมาเป็น เวลา ๒ เดือนเศษแล้วที่จังหวัดลพบุรี
ท่านประธานที่เคารพครับ มีร้องเรียนมาทั้งหมด ๑๒ เรื่อง ๑. ถนน ๒. อ่าง ๓. ฝาย และ ๔. ภัยจากพาหะที่น้ําพามาจนเกิดเป็นโรคติดเชื้อ และ ๕. ขอให้ แก้ปัญหาความเครียด ก็ขอให้ขุดลอกคลอง อ่าง ฝายที่เกิดภัยพิบัติครั้งนี้ทําให้ตื้นเขิน และบางฝายก็คันฝายขาด ก็ขอให้มีการฝึกวิชาชีพ ๗. เรื่องสนามกีฬาเพื่อที่จะออกกําลังกาย และจะได้คลายเครียด เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงจะได้มีการต่อต้านโรคได้ ๘. ก็ขอให้ สถานศึกษาที่มีศูนย์สําหรับฝึกอบรมผู้ที่ไม่มีโอกาสเรียนในวัยเรียนแล้วก็เด็กพิการด้วยครับ ๙. ขอให้ศูนย์สงเคราะห์นักเรียน คนพิการ ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ ๒ จังหวัดลพบุรี ได้จัดตั้งขึ้น เพราะว่าที่นี่ยังไม่มีครับ ๑๐. พันธุ์พืชสําคัญมากครับ เพราะตอนนี้คนยากจนก็จะรอหารายได้อย่างอื่นคงจะช้า ถ้าได้พันธุ์พืชไปปลูกก็จะมีรายได้ แล้วก็มีอาหารบริโภคเร็วขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ขออภัยอีก ๒-๓ เรื่องนะครับ ผมได้เรียนท่านประธานไว้เป็นหนังสือก่อนนั้นว่าผมได้ส่งเป็นหนังสือ แล้วก็เมื่อวันที่ ๑๔ และวันที่ ๑๕ เหมือนกัน และวันนี้อีกวันรวม ๓ วัน ขอความกรุณาท่านประธานให้ช่วย เร่งรัดหน่อย เพราะว่าจะได้ไปแก้ปัญหาทันความเดือดร้อนที่กําลังประสบทุกวันนี้ ขอส่งเป็น หนังสือนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ครับ
สวัสดีท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธาน ๒ เรื่องสั้น ๆ นะครับ
เรื่องแรก เป็นผลพวงจากเหตุการณ์น้ําท่วมใหญ่ที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อเดือนที่แล้วนะครับ ขณะนี้น้ําลดลงแล้ว แต่ปรากฏว่าพื้นถนนหนทางต่าง ๆ ที่ประชาชน ได้ใช้สัญจรไปมานี่ชํารุดมากนะครับ ที่ตอนนี้เดือดร้อนมากที่สุดก็คือถนนสายจากนครสวรรค์ ไปพิษณุโลก ช่วงบริเวณตําบลบึงน้ําใส เนื่องจากในช่วงน้ําท่วมนั้นมีการเอาหินคลุกไปวางไว้ เพื่อกั้นน้ํา แต่ตอนนี้น้ําแห้งแล้ว หินคลุกนั้นยังอยู่บนถนนอยู่ จึงอยากฝากท่านประธานไปถึง ทางกรมทางหลวงนะครับว่าให้ช่วยไปเก็บหินคลุกที่อยู่บนถนน เพราะว่ากลางคืนเวลาผู้คน สัญจรไปมาอันตรายครับ อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้
เรื่องที่ ๒ ครับ ฝากท่านประธานไปถึงทางกระทรวงพาณิชย์ครับ ขณะนี้ นโยบายรับจํานํากําลังดําเนินอยู่นะครับ แล้วชาวบ้านหลายคนก็ได้โทรแจ้งมา โดยเฉพาะ ในเขตนครสวรรค์ว่าได้เอาข้าวไปที่โรงสีแล้วก็ไปจํานํา ปรากฏว่ามี ๒ ราคา ถ้าเกิดจะจํานํา ก็ประมาณ ๑๓,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งก็ไม่ได้เต็ม ๑๕,๐๐๐ บาทนะครับ แต่ต้องรออีก ๗ วัน แต่ถ้าเกิดอยากจะได้เงินสดก็คือได้ไปเลย ไม่ต้องมีระบบอะไรเลย โรงสีจะซื้อด้วยเงินสด ประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าบาทต่อเกวียนเท่านั้น คิดว่าฝากให้ท่านประธานไปยัง กระทรวงพาณิชย์ด้วยนะครับ อันนั้นยังไม่เท่าไรครับ ที่น่ากลัวตอนนี้ก็คือเรื่องกิโลที่ชั่งนี่ครับ หลายคนบอกว่าชั่งมาจากบ้านแล้วน้ําหนักมี แต่พอไปถึงที่โรงสีแล้วน้ําหนักมันหายไป แล้วสําคัญก็คือเรื่องความชื้นด้วยครับ ฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงพาณิชย์ว่า ให้ส่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ไปตรวจตราเรื่องกิโล เรื่องความชื้น เพื่อให้ชาวบ้าน ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องของการจํานําด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสถาพร มณีรัตน์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ ที่หารือต่อสภา ในวันนี้ก็เพื่อย้ําเตือนในเรื่องของการเกิดอุทกภัยที่จังหวัดลําพูนที่ทําให้ราษฎรเสียชีวิตถึง ๓ คน บ้านหายไปกับสายน้ํา ๖ หลัง ซึ่งขณะนี้จังหวัดลําพูนได้เสนองบเร่งด่วนในการจัดทํา โครงการแก้มลิงของแม่น้ําลี้ อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน ที่เหมืองบ้านปูเก่า ก็อยากจะนําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะให้ตั้งงบประมาณในการดําเนินการจัดทําโครงการนี้โดยเร่งด่วน เพื่อให้ลําน้ําลี้นั้น จะไม่เป็นสายน้ําที่ไปก่ออุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชนในเขตอําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอเวียงหนองล่อง ของจังหวัดลําพูนต่อไป
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการขยายถนน ๔ เลน ซึ่งจากการที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะ กระจายความเจริญไปสู่ชนบทก็ปรากฏว่ามีถนนสายพหลโยธิน ๑๐๖ ซึ่งผ่านอําเภอเถิน อําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง และอําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน ที่จะต้องมีโครงการที่จะขยายเป็น ๔ เลน ปรากฏว่าเมื่อเปิดในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ร่างเดิมนั้นปรากฏอยู่ แต่พอเป็นร่างแก้ไข วันนี้มันหายเลยครับ เพราะฉะนั้นก็กราบวิงวอนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่พิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๕ ก็อย่าให้ตกหล่น ขาดหาย ช่วยแปรญัตติให้กลับไปเป็น ของเดิม ก็คือการขยายถนน ๔ เลน อําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านรังสิยา รอดรัศมี
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมานะคะ ไม่ใช่รังสิยาค่ะ รังสิมา รอดรัศมี
เมื่อกี้ผมเรียก
รังสิยาค่ะ
ขอโทษที ผมเรียกรังสิมานั่นละครับ
อย่าเปลี่ยนนามสกุลนะคะ เป็นเกียรติสุรนนท์ไม่ใช่นะคะ
ผมเรียกรังสิมา อาจจะฟังไม่ถนัด
เปลี่ยนชื่อผิดไม่เป็นอะไรค่ะ อย่าเปลี่ยนนามสกุล ดิฉันขอหารือท่านประธานนะคะ วันนี้เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม คือกระทรวงคมนาคมได้ไปทําถนนเส้นบายพาส ๓๐๙๒ เชื่อม ๓๐๙๓ แต่พอทําแล้วมีปัญหา คือไม่มีทางยูเทิร์น (U-turn) กลับรถให้กับพี่น้องประชาชนทําให้ต้องสวนเลนแล้วก็ทําให้เกิด อุบัติเหตุ หรือว่าถ้าจะยูเทิร์นจะต้องข้ามไปอีกฝั่งแม่น้ําหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ ทางหลวงได้ดําเนินการทํายูเทิร์นใต้สะพานให้กับพี่น้องประชาชนด้วย
อีกประการหนึ่ง คือดิฉันดูในเล่มงบประมาณของปีนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทาได้ไปทําการก่อสร้างที่จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมทั้งมีโรงพยาบาลประจํา มหาวิทยาลัยอีก ๑๖๕ เตียง แล้วก็จะเปิดสอนในปีการศึกษาหน้านี้ ดิฉันอยากจะให้ ทางหลวงได้ทํายูเทิร์นเกือกม้าเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน
อีกประการหนึ่ง ก็คืออันนี้ทางหลวงชนบทนะคะ คือวันนี้ทางหลวง อย่างเดียวเลยเพราะตอนนี้กําลังชี้แจงอยู่ที่คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณนะคะ ก็ที่ถนนสาย ๓๐๙๒ ตรงบริเวณบ้านเอื้ออาทร บ้านลาดใหญ่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก นางอนงค์ ทั้งกรณีผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๑ ตําบลลาดใหญ่ อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มีพี่น้องประชาชนอยู่ในบ้านเอื้ออาทรประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าคน แต่ไม่มีทางม้าลาย ไม่มีสัญญาณไฟที่บริเวณนั้นทําให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทางหลวงชนบท ได้ไปดําเนินการทางเข้าออกให้มีสัญญาณเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ขอเป็นท่านสุดท้ายนะครับ ท่านวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ครับ ไม่อยู่นะครับ ขอเป็นท่านพรเพ็ญ อยู่หรือเปล่าครับ ไม่อยู่ ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ท่านสุดท้ายนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู ผมมีเรื่องหารือฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เรื่องของถนน ๔ เลน
ท่านประธานครับ เนื่องจากปัจจุบันสภาพถนนการจราจรจาก จังหวัดหนองบัวลําภูไปจังหวัดเลยเป็นทาง ๒ ช่องจราจร ในปัจจุบันนี้มีโรงโม่หินอยู่ในช่วง จังหวัดระหว่างจังหวัดหนองบัวลําภูกับจังหวัดเลยทั้งหมด ๔ โรง แล้วก็มีโรงงาน อุตสาหกรรมนั่นก็คือโรงงานน้ําตาลอีก ๑ โรง ปัจจุบันถนน ๒ เลนดังกล่าวก็ทําให้รถติดมาก แล้วก็ที่สําคัญก็คือพี่น้องประชาชนเสียชีวิต เกิดอุบัติเหตุ รถชนกันเป็นจํานวนมาก จึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกรมทางหลวงช่วยขยายถนน ช่วงจากอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู ผ่านอําเภอนากลาง และไปสิ้นสุดที่อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน แล้วก็ฝากผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั่นก็คือเรื่องของการขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ขณะนี้มีชาวบ้านจํานวนมากที่อพยพไปอยู่ตามทุ่งนา ซึ่งยังไม่มีไฟฟ้าขยายออกไป ถ้าหาก ท่านประธานจะประสานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยจัดสรรเม็ดเงินออกไปช่วยกับ เกษตรดังกล่าว เพื่อที่จะมีไฟฟ้าได้ไปใช้ในการทําการเกษตร ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ท่านสมาชิก เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกทวงถามเรื่องกรรมาธิการจริยธรรมนะครับ ก็เรียนชี้แจงว่าผมได้แจ้ง ให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้ส่งตัวแทนนะครับ ก็มีบางพรรคที่ยังไม่ได้ส่ง ก็ขอให้พรรคที่ยัง ไม่ได้ส่งรีบส่งด้วยนะครับ ผมจะได้ดําเนินการตามที่ท่านสมาชิกเป็นห่วงครับ ผมขออนุญาต เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๙ คน
มีผู้ลงชื่อ ๔๐๑ ท่านครับ ถือว่าครบองค์ประชุมครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นําเรื่องออกจาก ระเบียบวาระการประชุม
ด้วยผมได้อนุญาตให้นําเรื่องขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา คดีอาญาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยตํารวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ในระหว่าง สมัยประชุมออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๙ วรรคสอง เนื่องจากได้พ้นกําหนดวันที่ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์และจําเลยแล้ว จึงหมดความจําเป็น ที่จะพิจารณา จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เชิญท่านปุระชัยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ผมจะขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาไม่เกิน ๓ นาที เพื่อชี้แจงการถูกฟ้องคดีอาญา ในศาลอาญากรุงเทพใต้ทั้ง ๒ คดี โดยย่อดังนี้ครับ
ในคดีแรกนั้นผมเป็นจําเลยที่ ๑๘ จากผู้ถูกฟ้องรวม ๑๘ ราย
คดีที่ ๒ นั้นผมเป็นจําเลยที่ ๑๔ จากผู้ที่ถูกฟ้องรวม ๑๔ ราย
ทั้ง ๒ คดีนั้นโจทก์เป็นบุคคลคนคนเดียวกัน และผู้ถูกฟ้องทั้งหมดเป็น ข้าราชการตํารวจหรืออดีตข้าราชการตํารวจ
ในคดีแรกนั้นโจทก์ได้ยื่นร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการข้าราชการตํารวจ หรือ ก.ตร. เนื่องจากนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้มีคําสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน วินัยร้ายแรงต่อโจทก์ และได้มีคําสั่งให้โจทก์ในฐานะตําแหน่ง ผบ.ตร. ไปปฏิบัติราชการที่ สํานักนายกรัฐมนตรี ก.ตร. นั้นได้มอบหมายให้ อนุ ก.ตร. ร้องทุกข์พิจารณาตามขั้นตอน ต่อมา อนุ ก.ตร. ร้องทุกข์ก็ได้เสนอมติต่อ ก.ตร. เพื่อทราบว่าไม่รับคําร้องทุกข์ของโจทก์
ในคดีที่ ๒ นั้นโจทก์คนเดียวกันได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ตร. จากการที่โจทก์ถูก นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ก.ตร. ก็ได้มอบหมายให้อนุ ก.ตร. อุทธรณ์ พิจารณาเรื่องอุทธรณ์ของโจทก์ ต่อมาอนุ ก.ตร. อุทธรณ์ก็ได้มีมติเสนอต่อ ก.ตร. เพื่อทราบอีกเช่นกัน ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ทั้ง ๒ คดีนั้น ผมได้ร่วมประชุม ก.ตร. ในฐานะ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ ก็ถูกฟ้องในฐานะ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้รับทราบมติในวาระการประชุมเพื่อทราบทั้ง ๒ กรณี อย่างไรก็ตาม สํานักงานอัยการสูงสุดนั้นได้แต่งตั้งอัยการแก้ต่างให้ผู้ถูกฟ้องคดีทุกราย ซึ่งรวมทั้งผมด้วย ทั้ง ๒ คดี เพราะว่าเป็นการถูกฟ้องเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่ใช่เป็นการกระทํา ความผิดคิดร้ายในเรื่องส่วนตัวแต่ประการใด จึงขออนุญาตท่านประธานขอบพระคุณที่ท่าน ได้ให้เวลาชี้แจงครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ ในเรื่องของกรรมการจริยธรรมครับ มีพรรคการเมือง ทั้งหมด ๑๑ พรรค แต่มีอยู่ ๓ พรรคที่ยังไม่ได้ส่ง ก็ขออนุญาตทวงถามเลยนะครับ ตามที่ท่าน ส.ส. อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ มีความห่วงใยนะครับ ก็มีพรรคประชาธิปัตย์ พรรคมาตุภูมิ และพรรคมหาชน ๓ พรรค ถือโอกาสทวงถามเลยนะครับ ผมจะได้ดําเนินการ ตามที่มีสมาชิกห่วงใยครับ ขอไป
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณา ก่อนครับ เรื่องญัตติด่วน
เรื่องด่วน เรื่อง ขอให้สภาพิจารณาศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหา มาตรการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย (นายสุชาย ศรีสุรพล เป็นผู้เสนอ) โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมครั้งที่แล้วครับ เชิญท่านพิษณุครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานแล้วก็ สภาแห่งนี้เนื่องจากว่าญัตติเรื่องน้ํา ซึ่งเราได้มีการอภิปรายมาทั้งในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร และในส่วนของสมาชิกประชุมร่วมกันในวันที่ ๑๑ วันที่ ๑๒ ก็มีการใช้มาตรา ๑๗๙ ได้อภิปรายกัน อย่างกว้างขวาง ทั้งเพื่อนสมาชิกทุกฝ่ายก็ได้มีการอภิปรายกัน และรัฐบาลเองก็ได้รับทราบ ข้อมูลจากเพื่อนสมาชิกเป็นอันพอสมควรแล้ว กระผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๕ ขอเสนอ ที่ประชุมแห่งนี้ให้ปิดอภิปราย ขอผู้รับรองครับ
มีผู้เสนอ ปิดอภิปรายครับ มีท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้ว่าจะเป็นญัตติที่พูดกันมามากแล้วก็ตามนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องน้ําท่วม ก็ยังมีเนื้อหาอีกมากมายที่เรายังไม่ได้คุยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ของเรา ก็ได้ส่งชื่อไว้ก่อนนี้เป็นจํานวนอีกก็ไม่กี่ท่านแล้วละครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านก็มีความประสงค์ที่จะพูดครับ เพราะฉะนั้นผมขอเสนอให้เปิดอภิปรายต่อครับ ขอผู้รับรองครับ
เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต่อกรณีเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน ได้เสนอญัตติในการที่จะยุติการอภิปรายหรือปิดอภิปราย หรือเสนอญัตติเพื่ออภิปรายต่อ ในข้อเท็จจริงผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าญัตติน้ํา ทั้ง ๙ เรื่องที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระและสมาชิกมีความประสงค์ที่จะอภิปราย เพราะได้แจ้งชื่อ ไว้แล้วนะครับ ผมเองขอท่านประธานอย่างนี้นะครับ ขอหารือท่านประธานก่อนที่จะ ลงมตินะครับ ขอหารือว่าอยากจะให้ท่านพิษณุถอนญัตติท่านไป แล้วก็ท่านคุณหมอสุกิจ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ก็ได้ถอนญัตติไป ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะให้สภาเรา เดินไปด้วยดี ถ้ากรณีถ้าสมาชิกมีความประสงค์จะอภิปรายไม่มากนักในประเด็นสาระที่ค้างอยู่ และผมคิดว่าจะมีผู้ที่เป็นผู้เสนอญัตติจะสรุปประเด็นเป็นคนสุดท้ายอีก ถ้าสมมุติว่าเราใช้เวลาประมาณสักชั่วโมงหรือชั่วโมงกว่า ๆ และผมคิดว่าจะมีผู้อภิปรายสัก ๔-๕ ท่าน แล้วก็สรุปญัตติ ผมก็คิดว่าน่าจะรับได้ ก็หารือท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ผู้มีความประสงค์จะอภิปราย ถ้าเป็นประเด็นนี้ผมคิดว่าสภาน่าจะพอที่จะไปด้วยกันได้ ขออนุญาตท่านประธานในประเด็นนี้ก่อนนะครับว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ ฝากหารือไปทาง ท่านเลขาวิป (Whip) ฝ่ายค้านนะครับ พอจะเป็นไปได้ไหมครับว่าสัก ๔-๕ ท่านแล้วก็สรุป แล้วเราก็จะเดินหน้าต่อ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณหมอครับ ผมไม่ขัดข้องนะครับ ก็อยากจะให้ตัวแทนวิปลองเจรจากันดูให้มันพอสมควร ก็น่าจะหาข้อยุติได้ ท่านนริศครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยกับคุณหมอชลน่าน ที่ให้ฝ่ายรัฐบาลได้ถอนญัตติปิดการอภิปรายนะครับ เพราะว่าเท่าที่ตรวจสอบฝ่ายค้านเอง ก็เหลือผู้อภิปรายไม่มากนะครับ แล้วก็จะมีการสรุปการอภิปรายด้วย แล้วก็คงไม่เสียเวลา มากมายนะครับเพื่อให้สภามันเดินหน้าไปได้ ผมคิดว่าทางฝ่ายรัฐบาลได้ถอนญัตติ ปิดการอภิปราย แล้วก็ให้มีการอภิปรายต่อไปครับ
ผมขอสัก ๔ ท่านได้ไหมครับ แล้วก็มีผู้อภิปรายสรุปอีกสัก ๑ ท่าน ใช้เวลาพอสมควรสักชั่วโมง พอไหวไหมครับ ขอเป็น ๔ ท่าน ท่านละ ๑๐ นาที แล้วอภิปรายสรุปสัก ๒๐ นาที พอเป็น ข้อยุติได้นะครับ เชิญท่าน
ท่านประธานครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ ผมคิดว่า ที่จริงการไปกําหนดว่าจํานวนเวลา จํานวนคนดูมันบีบมากสําหรับการทําหน้าที่ แต่ว่าท่าน ปล่อยให้ไปตามข้อเท็จจริงเถอะครับ แล้วก็ไม่มากนะครับ ท่านปล่อยไปตามข้อเท็จจริง สักระยะหนึ่งก่อนก็ได้ครับ แล้วท่านค่อยมาหารือเรื่องเวลา ท่านอย่ากําหนดคน กําหนดเวลา ไว้ก่อนนะครับ
ท่านนริศครับ ผมเห็นใจ เข้าใจนะครับ แต่เนื่องจากมีผู้ขอปิดการอภิปราย แล้วก็มีผู้เปิด ซึ่งผมต้อง ดําเนินการเพื่อขอมตินะครับ แต่ทีนี้มีการเจรจาต่อรองคุยกัน ผมก็คิดว่ามันต้องมีความ ชัดเจน ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะมีปัญหาในทีหลัง ผมต้องการความชัดเจนครับ ถ้าไม่ชัดเจนผมต้อง ขอมติ ท่านสถาพรเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมขอสนับสนุนท่านประธานครับ ที่กําหนดเวลาในการอภิปราย มิฉะนั้นแล้วสภาแห่งนี้ก็เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนสมาชิก ละครับว่าต้องการแสดงความคิดเห็น เพราะเวทีสภามีไว้ให้พูด แต่บางประเด็น บางญัตติก็จะ อภิปรายวนเวียนซ้ําซาก ก็อยากให้ท่านประธานกําหนดเวลาเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ
เรื่องที่ ๒ ครับ ขณะนี้เชื่อว่าญัตติที่เข้ามาในสภาแห่งนี้จํานวนมากมาย หลายญัตติ ก็อยากจะให้ท่านประธานช่วยเร่งรัดในการดําเนินการให้ญัตติแต่ละญัตติที่เป็น ประโยชน์โดยเรียงญัตติ ซึ่งของกระผมเองก็มี ๒ ญัตติที่กําลังเป็นเรื่องที่สนใจของประชาชน ก็คือเรื่องกล้องลวงโลก แล้วก็เรื่องการย้ายเมืองหลวง ๒ ญัตตินี้ แล้วก็อีกสัก ๓ อาทิตย์ สภาก็จะปิดแล้ว ๒ อาทิตย์สภาก็จะปิดอีกแล้ว เพราะฉะนั้นญัตติที่มีความสนใจของ พี่น้องประชาชนก็จะค้างคาอยู่ เพราะฉะนั้นขอนําเรียนท่านประธานว่าถ้าเวลาไหนที่ช่วย กระชับได้ก็ดีครับ ส่วนญัตติใดที่คิดว่าอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนก็หยิบยกขึ้นมา พิจารณา จะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ผมว่าน่าจะเป็น ข้อยุติที่ดีนะครับ ให้เวลาสัก ๑ ชั่วโมง ๔๐ นาที ท่านอาจจะบริหารเวลากันเองให้พูดสักกี่คน ก็แล้วแต่ในช่วงเวลา ๔๐ นาที แล้วอภิปรายสรุปอีก ๒๐ นาที ผมเห็นว่าเหมาะสมนะครับ ก็สุดแท้แต่ที่ประชุม ท่านนริศเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ นะครับ ผมยังยืนยันว่าประธานอย่าได้มากําหนดจํานวนคน จํานวนเวลา และพวกเราก็จะใช้ตามข้อเท็จจริงใช้ไม่มากครับ แต่ว่าที่จริงแล้ววิธีปฏิบัติของพวกเรา การกําหนดเวลา กําหนดคนไม่กี่ครั้งหรอกครับในการอภิปราย ไม่ว่าอาจจะเป็นนโยบาย อาจจะเป็นงบประมาณ แล้วการประชุมทั่วไปก็ไม่ควรกําหนดนะครับ ผมคิดว่าท่านประธาน กรุณาทําหน้าที่ประธานในที่ประชุมไปก่อน แล้วถ้าเวลามันจวนเจียนอย่างไร ก็มาปรึกษากันนะครับ
ท่านนริศ ผมเข้าใจที่ท่านพูดนะครับ แต่มีผู้เสนอขอปิดอภิปรายนะครับ ผมจะดําเนินการต่อไม่ได้เลย ผมต้องหารือที่ประชุม ก็เป็นความเห็นของที่ประชุมซึ่งต้องคุยกัน แต่ผมพยายามทําหน้าที่ เป็นกลางไกล่เกลี่ยนะครับ ทําหน้าที่ในการไกล่เกลี่ย ผมเห็นว่ามันควรที่จะมีการกําหนดเวลา ให้ชัดเจนไม่อย่างนั้นก็จะมีปัญหากันภายหลังนะครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานที่พยายามจะไกล่เกลี่ย ให้ทุกอย่างมันเป็นไปด้วยความราบรื่น ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ที่มีจุดประสงค์ที่จะอภิปรายนะครับ ก็เห็นใจครับ แต่ว่าสิ่งที่เราได้พูดกันมาประเด็นสาระ ส่วนใหญ่ก็ได้อภิปรายได้บอกกล่าวกันไปพอสมควร ขออนุญาตเป็นอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ เราไม่ต้องกําหนดคน แต่ว่าขอกรอบเวลาสักนิดหนึ่ง เช่น สัก ๑ ชั่วโมง ๒๐ นาที เผื่อว่าท่านได้อภิปรายสรุปด้วย จะได้ไม่บีบเกินไป ผมเข้าใจว่าใช้ประมาณนี้นะครับ เท่าที่ฟังอยู่ก็ไม่น่าจะเกินนี้ แต่เพียงแต่ว่าขอเป็นกรอบยังไม่ต้องกําหนดครับ เป็นกรอบเผื่อว่าทางด้านนี้จะได้ถอนญัตติไป จะต้องไม่ดําเนินการตามญัตติสัก ๑ ชั่วโมง ๒๐ นาทีได้ไหมครับท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ
ท่านจุรินทร์ครับ เห็นอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ อย่างที่ท่านนริศได้เสนอครับท่านประธาน ขอให้เป็นไปตามความเป็นจริง และพวกกระผมก็ใช้เวลาสภาเป็นประโยชน์ เวลาเป็นของทุกคน ไม่ได้เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ควรที่จะมากําหนด จํากัดการแสดงบทบาทของสมาชิก ในทุกเรื่องทุกวาระ อย่างงบประมาณนี่ผมเข้าใจนะครับว่าเรามีข้อตกลงที่ควรจะพูดกัน คนละกี่นาทีอะไรอย่างไร หรือว่านโยบาย แต่ว่าญัตติทั่วไปถ้ากําหนดไว้ทุกเรื่องมันก็จะเป็น การจํากัดการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นการไม่สมควร และพวกผมก็ทราบครับ เหลือเวลาอีกไม่กี่ท่านละครับ ให้ทุกท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์และเป็น ประโยชน์ด้วยครับ และจะทําให้สภาราบรื่นขึ้นด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
อย่างนั้น ผมคงต้องถามความเห็นฝ่ายนี้นะครับ ซึ่งที่ขอปิดการอภิปรายท่านเห็นอย่างไร ถ้าท่านยืนยัน ผมก็ต้องขอมตินะครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ
และผมขอความกรุณา เพื่อนสมาชิกซีกรัฐบาลได้กรุณาช่วยถอนญัตติขอปิดอภิปราย เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิก ได้ทําหน้าที่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมครับ ขอบคุณครับ
เห็นอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมคิดว่าผมเป็นผู้หนึ่งที่มีรายชื่อที่จะเสนอ ที่จะอภิปรายในญัตตินี้ แต่ผมได้เห็นว่า รัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาแล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องที่ถูกอุทกภัยครั้งนี้อย่างเต็มที่ ผมเป็นผู้หนึ่งนะครับที่จะไม่ขออภิปราย เพราะว่าเห็นว่ารัฐบาลได้มีความตั้งใจที่จะแก้ไข ปัญหาได้ดีที่สุดแล้วนะครับท่านประธานครับ
วิปรัฐบาลครับ เห็นอย่างไรครับ คุณหมอเห็นอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ผมได้รับฟังความเห็นของ เพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่มาพอสมควร ในขณะเดียวกันก็เห็นใจเพื่อนสมาชิกได้มีโอกาส อภิปรายในเรื่องน้ํามาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแล้วในขณะเดียวกันวันนี้ญัตติอื่น ๆ ที่มีความ จําเป็นจะต้องนําเข้ามาหารือกันต่อจากเรื่องน้ําก็มีความสําคัญเหมือนกัน ผมอยากจะบอกกับ ทางฝ่ายค้านด้วยนะครับว่าจริง ๆ ทางรัฐบาลเองก็อะลุ้มอล่วยมามากพอสมควรแล้ว เพียงแต่บอกให้ชัด ๆ นะครับว่าท่านต้องการเวลาสักเท่าไร ถ้าหากว่าท่านยังคุมเวลาตรงนี้ ที่จะมาพูดกับทางเราไม่ได้นี่นะครับ มันก็ตกลงกันลําบาก จริง ๆ แล้วถ้าปล่อยไปเป็น ความต้องการของผู้อภิปราย ผมดูรายชื่อของผู้ที่เคยเสนอเอาไว้จากการที่ค้างอยู่มีตั้ง ๑๘ ท่าน แล้วก็เป็นฝ่ายรัฐบาลเสียเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ํา เพราะในช่วงที่ผ่านมาเราก็ให้โอกาส ฝ่ายค้านพูดไปแล้ว ครั้นพอมาถึงวันนี้เมื่อทุกคนเห็นว่าควรที่จะยุติการอภิปรายในเรื่องน้ํา เพราะได้เปิดโอกาสให้พูดมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ๒-๓ วันแล้ว ถ้าหากว่าลองกําหนดเวลา สักนิดหนึ่งได้ไหมครับท่านประธานครับ เพื่อที่จะได้พูดคุยกับทางสมาชิกในฝ่ายรัฐบาล ให้เป็นผลมากกว่านี้ครับ ขออนุญาตกําหนดเวลา ท่านจะพูดกี่ท่านไม่ติดใจครับขอเวลาครับ
ครับ ดูจาก รายชื่อผู้ประสงค์อภิปรายที่มีอยู่ทั้งหมด ๑๘ ท่าน เป็นของพรรคเพื่อไทย ๑๓ ท่าน เป็นของ พรรคประชาธิปัตย์ ๕ ท่านที่แสดงเจตจํานงไว้แต่เดิมนะครับ ท่านนริศเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ นะครับ ท่านล้างบัญชีเก่าก็ได้ครับ แล้วก็เอาส่วนที่เฉพาะที่ยกมือในห้องประชุมนะครับ ที่จะอภิปราย ก็ยกมือนะครับ
ไม่เป็นอะไรครับ ประเด็นอยู่ที่ว่าทางซีกฝั่งนี้เขาขอทราบเวลาที่ชัดเจน
ท่านประธานให้เขาถอนญัตติปิดการอภิปราย ออกไปก่อน แล้วท่านก็ทําหน้าที่ประธานกันไปสักช่วงหนึ่ง แล้วก็ดูเวลาว่าถ้ามันยาวก็ผมกับ ทางวิปฝ่ายรัฐบาลจะได้เจรจากัน เพื่อจะไม่เสียเวลานะครับ
ท่านอุดมเดช เห็นอย่างไรครับ
ผมคิดว่าน่าที่จะกําหนดเวลาเอาไว้ ในใจได้นะครับ ๕ ท่านนี่ ท่านจะขอคนละ ๑๐ นาทีก็ ๕๐ นาที แล้วก็จะให้สิทธิ ผู้ปิดอภิปรายอีกสัก ๑ ท่าน สัก ๒๐ นาที ก็พอเป็นไปได้ แต่ถ้าไม่กําหนดอะไรเสียเลย ก็เห็นใจผู้ที่เสนอการปิดอภิปรายเหมือนกันนะครับ
ผมคงทําอะไร ไม่ได้มากไปกว่านี้นะครับ ถ้าทางฝั่งเราไม่กําหนดเวลา ผมต้องขอมตินะครับ เห็นอย่างไรครับ ท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานครับ อย่างที่ผม กราบเรียนว่าเราต้องเอาหลักก่อนนะครับ เวลาของสภาเป็นของสมาชิกทุกคนทุกฝ่าย ไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การที่เปิดโอกาสให้สมาชิกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ใช่การที่รัฐบาล อะลุ้มอล่วย หรือไม่ใช่การที่รัฐบาลให้เวลาให้สิทธิฝ่ายค้านอภิปราย แต่เป็นสิทธิของสมาชิก ฝ่ายค้าน และสิทธิของสมาชิกแต่ละคนที่ประชาชนเลือกมาเพื่อมาปฏิบัติภารกิจในสภา ในการแสดงความเห็น เพราะฉะนั้นถ้ายังมีเพื่อนสมาชิกที่ต้องการแสดงความเห็นในสิ่งที่ เป็นประโยชน์ก็ขอความกรุณาประธานได้โปรดอนุญาต และถ้าเพื่อนสมาชิกเห็นว่าการขอปิด การอภิปรายเป็นการจํากัดการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของสภา ก็ขอความกรุณา ได้ถอนไป และถ้าสมมุติว่าครั้งนี้ท่านกําหนดเวลาฝ่ายค้านได้ ต่อไปทุกญัตติฝ่ายค้าน จะปฏิบัติหน้าที่อย่างไรครับ ยกเว้นญัตติสําคัญ เช่น นโยบาย พระราชบัญญัติงบประมาณ พวกกระผมยินดีที่จะตกลงกันเพื่อกําหนดระยะเวลา เนื่องจากมีสมาชิกต้องการอภิปราย จํานวนมาก แต่กรณีนี้สภายังมีเวลา ผมไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องด่วนอะไร เป็นประโยชน์กับ ส่วนรวมแค่ไหนที่จะต้องรีบปิดญัตติด่วนเรื่องปัญหาน้ําท่วมที่ประชาชนกําลังเดือดร้อน เพิ่มขึ้นทุกวันทั่วประเทศ แล้วเอาหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในลําดับถัดไป ถ้าไม่มีก็โปรดกรุณา ให้ฝ่ายค้านได้ทําหน้าที่ อันนี้ก็คือความเห็น ขอความกรุณาท่านประธานพิจารณาครับ
ผมคง ไม่มีอํานาจไปพิจารณานะครับ ก็ต้องหารือฝั่งนี้ว่าทางฝ่ายค้านเสนอให้ขอถอนญัตติ ที่ขอปิดอภิปราย ฝ่ายรัฐบาลเห็นอย่างไรครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในประเด็นนี้ผมต้องขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพ นะครับว่า คือเราในฐานะเป็นสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติก็พยายามที่จะทําหน้าที่ ให้ดีที่สุดนะครับ ทุกญัตติถ้าเป็นญัตติทั่วไป แน่นอนครับเราไม่เคยที่จะขอจํากัดเวลา ยกเว้น ญัตติสําคัญที่ท่านได้กล่าวมาที่จะต้องมาจัดสรรเวลา เช่น งบประมาณ เช่น นโยบาย แต่ว่าญัตติน้ํานี่มันเป็นญัตติที่เราเองได้มีการปรึกษาหารือมีการพูดคุยกันมา ผมกราบเรียนว่า ด้วยความเคารพครับ เรื่องนี้เยอะที่สุด ทั้งตัวญัตติเองที่อภิปรายมา วาระงบประมาณเข้า เราก็พูดเรื่องนี้กันตลอด มาตรา ๑๗๙ ๒ วัน เราก็พูดเรื่องนี้กันตลอด เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ผมคิดว่ามันก็เป็นเหตุที่ต้องขออนุญาตในสภานะครับ ขอความเห็นว่ามันน่าจะได้สาระ พอสมควร แต่ก็เชื่อครับว่าสมาชิกที่เหลืออยู่ท่านอาจจะมีประเด็นที่จะเพิ่มเติม แล้วก็ทราบ ข่าวว่ายกมือ ๔-๕ ท่านนะครับ ผมก็เชื่อว่าเวลาก็คงใช้ไม่เยอะ เพียงแต่ว่าขอกรอบนิดหน่อย เท่านั้นเองครับว่าโดยประมาณ โดยประมาณ แน่นอนครับ ประเด็นนี้ท่านประธานเข้าข้าง สมาชิกอยู่แล้ว เราจะได้เตรียมการที่จะนําเรื่องอื่นเข้ามาต่อไป ก็เพียงแต่ขอกรอบเวลา เท่านั้นเองครับ ไม่ได้ทุกญัตติครับ ไม่ใช่ทุกญัตติที่เราจะขอกรอบเวลา นั่นเป็นหน้าที่ของ สมาชิกที่จะต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ ไม่เหมือนญัตติทั่วไปเป็นญัตติที่เคยพูดมา เป็นญัตติที่เคยเสนอเข้ามาตรา ๑๗๙ เป็นญัตติที่ พูดในงบประมาณ เพราะฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ ผมก็เข้าใจว่าสาระสําคัญได้พูดกันไป พอสมควรนะครับ แต่ประเด็นที่จะเพิ่มเติมอาจจะประเด็นใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาในห้วง ๒-๓ วันที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ก็เป็นประเด็นเพื่อที่จะขออนุญาตว่าสักเวลา ๑ ชั่วโมง หรือ ๑ ชั่วโมง ๒๐ นาที ผมก็เชื่อว่าน่าจะจบ ผมก็อยู่ในใจนะครับ เชื่อว่าจะจบอยู่แล้ว แต่ในซีกของฝ่ายค้านนั้นท่านยังไม่อยากให้กําหนดกรอบเท่านั้นเอง เพราะเกรงว่าจะไป กระทบกับการทํางานต่อไปในอนาคต เราจะไม่ทําพร่ําเพรื่ออย่างนั้นหรอกครับ ก็ให้ความสําคัญกับสมาชิกทุกท่านที่จะใช้เวลาสภา ขออนุญาตท่านประธานครับ ด้านนี้จะได้ ถอนญัตติไป จะได้ถอนญัตติแล้วดําเนินการต่อสัก ๑ ชั่วโมง ๒๐ นาที พอเป็นไปได้ครับ ไม่กําหนดคนหรอกครับ แล้วแต่ท่านนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องน้ําท่วมถ้าวันนี้ประเทศของเราน้ํามันแห้งหมดแล้ว พี่น้องประชาชน ไม่มีความเดือดร้อน ผมก็เห็นว่าคุณพิษณุก็สมควรที่จะยื่นปิดการอภิปรายเรื่องน้ําท่วม ผมถามว่าปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนวันนี้หมดหรือยังครับ มีความรู้สึกว่า ท่านกลัวอะไร มีความรู้สึกว่าท่านกลัวอะไรครับ หรือท่านมีใบสั่งอะไรมา ทําท่าว่ารีบปิดเสีย เรื่องน้ําท่วมปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเดือดร้อน ปิดเสีย แล้วเอา เรื่องใครคนใดคนหนึ่งเข้ามาในสภาใช่ไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ท่านเป็นประธานของผม เป็นประธานของสภา ทําหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน ท่านต้อง ยึดมั่นในศักดิ์ศรีของท่านประธานนะครับ
ท่านอุดมเดช เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ มันก็เกือบจะจบแล้วนะครับ ถ้าคุณสมบูรณ์ไม่ขึ้นมา จริง ๆ แล้วเมื่อท่านประธานวิป ฝ่ายค้านอยากจะมีไมตรีมา พวกเราจริง ๆ ก็มีไมตรีตอบอยู่แล้ว เราเพียงแต่บอกว่า ถ้าอยากจะขออภิปรายต่ออีกสัก ๕ คน แล้วขอว่าไม่ต้องไปกําหนดเวลา เพราะว่ามีเจตนา ที่จะทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเองได้คุยกับทางผู้ที่เสนอปิดอภิปรายแล้ว เขาก็พร้อมที่จะถอนให้ แต่ว่าจริง ๆ แล้วท่านทั้งหลายที่เป็นสมาชิกฝ่ายรัฐบาลเองเขามี กรอบเวลาของเขาอยู่ในใจครับ เราจะถอนให้โดยให้ท่านอภิปราย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอให้ท่าน คุมเวลานะครับ ถ้าหากว่ามีการอภิปรายซ้ําซากวนเวียน เราก็จะขออนุญาตใช้สิทธินั้น อีกครั้งหนึ่งครับ
อย่างนี้พอได้ไหมครับ ท่านจุรินทร์ครับ การอภิปรายซ้ําซากวนเวียนเราก็จะขออนุญาตใช้สิทธิท่านอีกครั้งครับ
ท่านประธานครับ การอภิปราย วนเวียนซ้ําซากมันเป็นไปตามข้อบังคับที่ทําไม่ได้อยู่แล้วครับ ความจริงท่านไม่ต้องมาเตือน เพื่อนสมาชิกทุกคนทราบดีอยู่แล้ว พวกผมขออย่างเดียวให้ได้มีสิทธิในเวลาที่ประชาชน มอบให้มาปฏิบัติหน้าที่ในสภา แล้วไม่มีความตั้งใจจะทําให้มันยืดเยื้อไปเลยครับ เพียงแต่ว่า ผมต้องการทราบเท่านั้นเองว่าทําไมท่านต้องรีบปิดการอภิปราย มีญัตติด่วนอะไร เป็นประโยชน์เพื่อใคร อย่างไร ที่จะเข้ามาหรือไม่ อันนี้คือคําถามที่สงสัย เพราะความจริง ปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนเรื่องน้ําท่วมยังไม่หมดสิ้นเลยครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ จึงเป็นที่มาทําไมต้องพูดกันเยอะที่สุด เพราะเดือดร้อนที่สุด และเดือดร้อนมากที่สุด ขอความกรุณาให้พวกผมได้ทําหน้าที่เถอะครับ แล้วก็จะทําหน้าที่ตามความเป็นจริงใช้เวลา ที่คุ้มค่า ไม่ตั้งใจให้มันยืดเยื้อแต่อย่างใดละครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ จริง ๆ แล้วท่านประธาน สามารถวินิจฉัยว่าสมควรจะกําหนดเวลาเท่าไร แล้วก็ท่านก็เห็นว่าการอภิปรายเรื่องน้ํา มาหลายรอบแล้ว ท่านสามารถใช้ดุลยพินิจของท่านประธานให้ผู้ที่จะอภิปราย จะอภิปราย คนละกี่นาทีเป็นเรื่องของท่านประธานที่จะกําหนด เพราะว่าสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ต้องมีสาระแล้วก็ประโยชน์ แต่ถ้าฟุ่มเฟือยซ้ําซากอันนี้เป็นดุลยพินิจของท่านประธาน ขอให้ท่านประธานช่วยกําหนดเวลาตามที่ท่านประธานต้องการนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านพิเชษฐ์ครับ ผมไม่มีอํานาจในการปิดอภิปรายนะครับ ประเด็นที่เราถกกันอยู่คือประเด็นการปิดอภิปราย ท่านเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู ต่อเรื่องที่สภาแห่งนี้กําลังอภิปรายกันอยู่ว่าจะปิด ไม่ปิด และมีเพื่อนสมาชิกท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้อภิปราย ซึ่งผมคิดว่า ท่านสมบูรณ์เองอาจจะไม่เข้าใจ ผมเสนอเรื่องนี้เนื่องจากว่าสภาผู้แทนราษฎรเอง ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้หลายวัน และในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ใจกว้างเปิดมาตรา ๑๗๙ ให้สภาได้หารือกันเป็นเวลาพอสมควร เรื่องทุกเรื่องก็มีการนําเสนอไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งผมเห็นว่าสภาแห่งนี้ก็ให้ความสําคัญ ต้องเรียนท่านสมาชิกทุกท่านว่าน้ําท่วมครั้งนี้ เป็นเรื่องใหญ่ และพวกเราทุกคนเองก็ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อที่จะให้ฟันฝ่าอุปสรรคนั้นไปได้ ที่ผมเสนอขอปิดอภิปรายก็เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ได้ทําหน้าที่อื่นซึ่งมีอีกมากมายในวาระ ของการประชุมที่เราจะต้องทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ว่าโดยเฉพาะเรื่องน้ํา แล้วก็จมอยู่กับน้ําแล้วไม่ก้าวไปข้างหน้าประเทศชาติก็เดินต่อไปไม่ได้ ท่านประธานครับ แต่เพื่อให้บรรยากาศของการประชุมแห่งนี้มีสภาพที่ดี มีความปรองดองสมานฉันท์ กระผมก็ขออนุญาตว่าผมจะรับฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายอีกประมาณชั่วโมงกว่า ๆ เท่าที่ฟังดู ฝ่ายค้านมีประมาณ ๗-๘ คน ก็ไม่น่าจะเกิน ๑ ชั่วโมง ผมก็จะนั่งฟังตรงนี้ ถ้าหากว่า มีประเด็นที่ซ้ําซ้อนกระผมก็จะขออนุญาตใช้สิทธิในการปิดอภิปราย เพราะฉะนั้นตอนนี้ ขออนุญาตถอนญัตติเดิมก่อนท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมดําเนินการต่อเลยครับ ผู้ที่จะอภิปรายยังไม่ได้ส่งรายชื่อนะครับ ผมชี้ตามที่ยกมือนะครับ เชิญท่านอลงกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดเพชรบุรี ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกและท่านประธานที่ได้กรุณาให้เวลาพวกเรา ในการทําหน้าที่ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้และเป็นประเด็น ซึ่งผู้แทนราษฎรทุกคน ทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมือง ได้มีความห่วงใยรวมทั้งคณะรัฐมนตรี ในการที่เราจะฝ่าฟันอุปสรรค รวมทั้งการฟื้นฟูภาวะภายหลังน้ําท่วม ท่านผู้นําฝ่ายค้านได้พบปะกับประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและคณะบริหาร เมื่อเช้าวันนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อเสนอแนะที่ฝากความหวังไว้ว่าในฐานะของ พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งทําหน้าที่เป็นแกนนําพรรคฝ่ายค้าน รวมไปถึงท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีจะได้สะท้อนปัญหาของภาคเอกชน นํามาสู่รัฐบาลโดยผ่านสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเช้าวันนี้ได้มีการพูดถึงหลายประเด็นทีเดียวครับ ซึ่งบางเรื่องเป็นเรื่องที่รัฐบาลอาจยังไม่ได้ยิน บางเรื่องเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ดําเนินการแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นที่เป็นข้อห่วงใย นั่นก็คือในเรื่องของการดูแลผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SME) ขณะนั้นเข้าใจว่าโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศนั้นในจํานวน ๒.๙ ล้านวิสาหกิจในประเทศไทย ร้อยละ ๙๙ เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ประกอบการรายย่อม รายเล็ก ที่เราเรียกว่า เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการเหล่านี้นั้นล้วนแล้วแต่มีทุนทรัพย์น้อย เป็นกิจการที่ไม่ใหญ่ไม่โตอะไร แม้แต่ในเรื่องแบบของพื้นที่ที่น้ําท่วมขณะนี้ครับ ก็คือทางฝั่ง ธนบุรีในซีกตะวันตกของแม่น้ําเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นแถบภาษีเจริญ จอมทอง หรือว่า บางแค และกําลังเข้าบางขุนเทียน แล้วจะข้ามฝั่งไปสู่พื้นที่ของจังหวัดสมุทรสาคร ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นต้น ดังนั้นสิ่งที่เป็นประเด็นสําคัญที่ภาคเอกชน ได้สะท้อนมา แล้วผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลควรได้นําไปวางมาตรการในการดูแลเป็น พิเศษ ๒-๓ เรื่องครับ
๑. ก็คือในเรื่องของเงินทุนหมุนเวียนและการชดเชยของเอสเอ็มอี
๒. ก็คือในส่วนของค่าจ้างแรงงานของสถานประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ากิจการเหล่านี้อยู่ภายใต้การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องด้วยแรงงาน และแรงงานสัมพันธ์ มีภาระความผูกพันต่อลูกจ้าง ต่อพนักงาน แต่ในยามที่น้ําท่วม สถานประกอบการไม่มีรายได้ และรัฐบาลเองก็เช่นกันครับ ภายใต้ประสบการณ์ของรัฐบาล ชุดที่แล้วและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันนั้น ก็คือการดูแลอย่าให้สถานประกอบการนั้นเลิกจ้าง ดังนั้นทําอย่างไรที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ ก็เท่ากับช่วยลูกจ้างด้วย เขาได้สะท้อนว่า เงิน ๒,๐๐๐ บาทที่จะจ่าย ๓ เดือน และจะมีการขึ้นทะเบียนทําเอ็มโอยู (MOU) กันอาจจะ ไม่เพียงพอ มีข้อเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการใช้แหล่งเงิน อาจจะเป็นกองทุน ประกันสังคมในการที่จะเยียวยาตามหลักเกณฑ์กฎหมาย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนค่าจ้าง เป็นระยะเวลา ๖ เดือน หรือจะใช้งบประมาณแผ่นดินในการเข้าไปเยียวยาเพื่อให้ลูกจ้าง เพื่อให้ผู้ประกอบการนั้นสามารถที่จะฝ่าฟันก้าวพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้
อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องที่สําคัญก็คือ ในเรื่องของการประกันภัย ทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายย่อม รายเล็ก ที่ได้รับความเสียหายทั้งโรงงานสถานประกอบการที่อยู่ทั้งใน นิคมอุตสาหกรรมและที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมได้ประมาณการ โดยคร่าว ๆ นะครับว่า ผลเสียหายครั้งนี้ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่กระทบโดยตรง ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นเป็นตัวเลขในเบื้องต้น และรวมไปถึงลูกจ้างที่รับ ผลกระทบ ๑.๓ ล้านรายด้วยกัน บริษัทเหล่านี้ได้รับความเสียหายในแง่ของเครื่องจักรและ โรงงาน แล้ววันนี้ไม่มีรายได้อะไร เหล่านี้ก็หวังพึ่งว่าทางรัฐบาลจะช่วยดําเนินการ ประสานงานเร่งรัด ในเรื่องของการจ่ายค่าชดเชยสินไหมในระบบประกันภัย และเป็น อีกเรื่องหนึ่งที่อย่างน้อยที่สุด ถ้าหากว่าได้มาสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็สามารถเอามาเป็นเงินทุนหมุนเวียนสภาพคล่อง รวมไปถึงในเรื่องของการที่จะไปกอบกู้ โรงงานเพื่อให้เดินเครื่องได้ และทําให้แรงงานของเรานั้นมีรายได้และประเทศก็มีรายได้ ตรงนี้ก็จะช่วยได้อย่างมากทีเดียว
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของโลจิสติกส์ (Logistics) ความจริงคราวนี้ที่เกิดปัญหา ในเรื่องของของแพงทั้งสิ้นอุปโภคบริโภค แล้วก็ในส่วนของของกินของใช้ทั้งขาดแคลนและ ราคาแพง แล้วดูประหนึ่งว่ากระทรวงพาณิชย์เอง กระทรวงคมนาคมเอง ไม่สามารถที่จะดูแล ปัญหานี้ได้ ถามบอกว่าเป็นเพราะว่าโรงงานเกิดความเสียหายจนกระทั่งทําให้การผลิตสินค้านั้น ขาดแคลนหรือไม่ ไม่ใช่ เหมือนกรณีของน้ําดื่ม ซึ่งมีโรงงานกระจายอยู่ทั่วประเทศอีก ๗,๐๐๐ โรง ขณะที่มีผลกระทบประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลืออีก ๗,๐๐๐ โรง แต่รัฐบาล ก็ไปนําเข้าน้ําดื่มจากต่างประเทศ นั่นแสดงว่าเกาไม่ถูกที่ครับ ความจริงปัญหาการผลิต ไม่ได้มีปัญหาเท่าไรครับ แต่ปัญหาใหญ่คือเส้นทางขนส่งโลจิสติกส์ โรงงานเปิดได้แต่ขนสินค้า มาไม่ได้ ตรงนี้เองคือจุดที่ก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นและสะท้อนไปถึงความเชื่อมั่นของ ต่างประเทศที่จะมีการลงทุนที่จะดําเนินการใช้ฐานการผลิตในประเทศไทยต่อไป หรือจะย้าย ฐานการผลิต หรือโอกาสที่เราหวังว่าภายหลังเหตุการณ์สึนามิในญี่ปุ่นอาจจะมีการย้ายฐาน การผลิตมาประเทศไทยมันจะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าในช่วง ๒ เดือนกว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้มีความกระตือรือร้นและมีความชัดเจนในการที่จะรักษาเส้นทาง คมนาคมสายหลักของเราเลยครับ สายแรกที่ถูกตัดขาดไปคือเส้นทางขึ้นเหนือ ต่อมาก็เป็น เส้นทางที่ไปทางอีสาน คราวนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะไปสํารองเส้นทางเพื่อกอบกู้ ถนนสาย ๓๔๐ หรือว่าบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ในขณะที่มีความประหวั่นพรั่นพรึงว่า พระราม ๒ หรือถนนสายธนบุรี-ปากท่อ นั้นจะถูกท่วม แล้วก็ทําให้เส้นทางที่จะเชื่อมภาคใต้ ไปสู่มาเลเซีย สิงคโปร์ หรือจะขึ้นไปทางเหนือถูกตัดขาด เพราะว่าถนนเพชรเกษมไม่สามารถ ที่จะสัญจรได้รวมไปถึงถนนบรมราชชนนีหรือเส้นทางสายพุทธมณฑล ตรงนี้เองคือสิ่งที่ทําให้เกิด ความไม่มั่นใจว่าลําดับความสําคัญของการรักษาเส้นทางคมนาคมขนส่งทั้งการขนคน ขนของนั้น ทั้งเพื่อการบริโภคหรือการค้าภายในประเทศและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศนั้น ไม่ได้มีการดูแลเท่าที่ควร ถนนเส้นหลัก ๆ จึงถูกตัดขาด เกิดการขาดแคลนอาหารและทําให้ เกิดภาวะสินค้าราคาแพง ข้าวยากหมากแพง กระทรวงคมนาคมค่อนข้างที่จะตื่นตัวช้ามากครับ ในการดูแลเรื่องนี้ แล้วก็เสมือนหนึ่งเหมือนกับว่าน้ํามาก็ปล่อยให้ท่วมไป เหมือนกรณี นิคมอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถที่จะดูแลได้ ทั้งที่ความจริงเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ใช่ของ บริษัทเอกชนเท่านั้น แต่มันเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศ ทั้งเป็นแหล่งทุน ฐานการผลิต แหล่งรายได้ แหล่งจ้างงาน ตรงนี้เองคือภาพสะท้อนในส่วนของภาคเอกชน ที่มีความรู้สึกว่ารัฐบาลยังไม่ได้ทํางานเต็มที่ และขณะนี้ปัญหายังไม่จบนะครับ เฉพาะหน้า ก็คือการกอบกู้ฐานการผลิตของเรา เส้นทางโลจิสติกส์ที่สําคัญที่จะต้องรักษาไว้ ประเด็นที่ รัฐบาลคงจะต้องนําความเห็นจากสภาเพื่อที่จะไปวางแผนดําเนินการด้วยการจัดโรดโชว์ (Road show) หรือด้วยการสร้างความเชื่อมั่นทั้งในเวทีอาเซียนซัมมิท (ASEAN Summit) หรือในเวทีระหว่างอาเซียน (ASEAN) กับประเทศคู่เจรจา และโอกาสที่จะได้พบกับ เลขาธิการสหประชาชาติและรวมไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ สหรัฐอเมริกา แล้วก็ผู้นําของอาเซียนและประเทศคู่เจรจาในการประชุมที่อินโดนีเซียก็ตาม หรือในกรุงเทพฯ ก็ตาม นั่นคือการสร้างความเชื่อมั่นว่าเราจะไม่ปล่อยให้เกิดปัญหานี้ แน่นอนที่สุดไม่มีใครห้าม ธรรมชาติได้ แต่สิ่งที่รัฐบาลส่งสัญญาณมา แม้แต่ยืนยันหลังสุดในการอภิปรายงบประมาณก็ดี หรือการขอรับความเห็นจากรัฐสภาล่าสุดก็ดี รัฐบาลยังพยายามบอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ไม่มีนักลงทุนคนไหนที่อยากจะมาลงทุน ถ้าเขาไม่มีความเชื่อมั่นว่าเราจะ ไม่สามารถจัดการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ เขาก็จะมีความรู้สึกว่าปีหน้าถ้ามีพายุเข้ามา ๒-๓ ลูก ๔-๕ ลูก ประเทศไทยก็คงจะจมบาดาลเหมือนอย่างปี ๒๕๕๔ และคําตอบเดียวของ รัฐบาลไทยก็คือเป็นเรื่องของธรรมชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องตั้งหลักตั้งสติ ก็คือการกลับมายอมรับความจริงว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องใช้การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ รู้ปัญหาตอบโจทย์ได้ถูก และไม่ใช่เฉพาะหน้า แต่สามารถสร้างความเชื่อมั่น เราอาจจะ ผิดพลาดก็ต้องยอมรับว่ามันมีความผิดพลาด เพราะความไร้ประสบการณ์ ขาดความรู้ ขาดการประสานงานที่ดีพอ หรือการที่ปัญหามันใหญ่เราก็ต้องยอมรับและชี้แจง เป็นเรื่อง เหตุผลที่นักบริหารด้วยกันเข้าใจได้ เพราะฉะนั้นในปัญหาเรื่องโลจิสติกส์นั้นเป็นปัญหาใหญ่ครับ อย่าลืมนะครับท่านประธาน ประเทศเรานั้นโครงสร้างเศรษฐกิจของเรารายได้ร้อยละ ๗๐ มาจากการส่งออกสินค้าและบริหาร สินค้ามาจากไหน สินค้ามาจากภาคเกษตร ซึ่งขณะนี้ถึงแม้ในแง่มูลค่าต่อจีดีพี (GDP) เมื่อรวมถึงมูลค่าการส่งออกไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีความสําคัญต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะในภูมิภาคชนบท สินค้าอุตสาหกรรมซึ่งแน่นอนที่สุดที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงครั้งนี้อย่างที่ทราบกัน ก็คืออุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนซึ่งขณะนี้เราอยู่ในลําดับที่เป็นผู้ผลิตอันดับ ๑๓ ของโลก และตั้งเป้าว่าเราจะก้าวสู่ท็อปเท็น (Top Ten) ของโลก คราวนี้ห่วงโซ่อุปทานในการที่จะส่ง ชิ้นส่วนทั้งผลิตในประเทศและส่งออกนั้นกระทบไปทั่วโลกครับ เราเป็นฮับ (Hub) ของการผลิตฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) ทางด้านคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ได้รับ ผลกระทบหมดละครับ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศและต่างประเทศ แต่การลงทุนทุกวันนี้ที่มา จ้างงานนํามาซึ่งแหล่งรายได้ของประเทศ นํามาซึ่งฐานการผลิตของเราในฐานะที่เป็น อุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์นั้นมันมีความหมายไม่ใช่เฉพาะประเทศเราเท่านั้น แต่เรามีความสําคัญต่อเศรษฐกิจโลกด้วย นี่คือสิ่งที่เราต้องรู้ รัฐบาลต้องรู้ว่า นิคมอุตสาหกรรมก็ดี โรงงานแต่ละโรงงานนั้นมันไม่ใช่เฉพาะผลกระทบที่มีต่อ ประเทศ แต่มันหมายถึงอนาคตของประเทศในฐานะที่เรามีความสําคัญ วันนี้ประธาน สภาอุตสาหกรรมพูดคําหนึ่งครับระหว่างที่เราได้พูดคุยกัน อยากถ่ายทอดให้เพื่อนสมาชิก โดยผ่านท่านประธานและไปถึงรัฐบาลด้วยว่า เขาพูดสั้น ๆ และมีความหมายและทําให้เรารู้ว่า จริง ๆ แล้วประเทศของเรานั้นอยู่ในชั้นแนวหน้าของโลกทีเดียว เมื่อเราได้รับผลกระทบ โลกกระทบด้วย แต่ความเชื่อมั่นที่เขาจะมีต่อเราจากนี้ไปสู่อนาคตนั้นจะมีมากน้อยแค่ไหน อยู่ที่รัฐบาล ประธานสภาอุตสาหกรรมบอกว่าวันนี้โลกรู้แล้วว่าประเทศใดสําคัญขนาดไหน เมื่อผลกระทบดังกล่าวไปถึงสหรัฐอเมริกา ไปถึงยุโรป ไปถึงแคนาดา ไปอีกหลายประเทศใน อุตสาหกรรมยานยนต์ชิ้นส่วนและในเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์แล้วก็คอมพิวเตอร์ นั่นก็คือ ส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่เป็นอนาคตของเราก็คือเรื่องของอุตสาหกรรมอาหาร ท่านประธานครับ วันนี้เราได้เห็นถึงภัยคุกคามของน้ําที่กําลังเข้าสู่สมุทรสาคร ความจริงน้ําจากที่สูงลงที่ต่ํา จากภาคเหนือลงมาสู่อ่าว ก. ไก่ ของประเทศไทยอย่างไรเสียต้องผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา ลุ่มน้ําบางปะกง ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร ลุ่มน้ําเจ้าพระยา ลุ่มน้ําท่าจีน อย่างไรเสียเราไม่สามารถหลีกเลี่ยง จะมากจะน้อยผลกระทบ ที่จะตามมาเกิดขึ้นแน่นอน จังหวัดสมุทรสาครนั้นท่าน ส.ส. ครรชิต ท่าน ส.ส. นิติรัฐ หรือแม้แต่อดีต ส.ส. สุธรรม ระหงษ์ ซึ่งเมื่อวานนี้ผมได้ลงพื้นที่ไป เช้านี้ก็ยังพบกับประธานสภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ทุกคนทุกฝ่าย รวมไปถึงท้องถิ่น รวมไปถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและอาสาสมัครทุกคน ได้ต่อสู้เพื่อที่จะป้องกันสมุทรสาคร และขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะให้พื้นที่บางส่วน ของสมุทรสาครเป็นพื้นที่ที่จะระบายความทุกข์ของกรุงเทพมหานคร ของนนทบุรี ของปทุมธานี และจังหวัดในภาคกลางที่เหลือ แต่ยังขาดการสนับสนุนเท่าที่ควรครับ วันนี้ประธานสภาอุตสาหกรรมสมุทรสาครบอกกับผม บอกกับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อหน้าประธานสภาอุตสาหกรรมและกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมว่าเขายังขาดเครื่องสูบน้ํา ความจริงคลองภาษีเจริญนั้นทุกคนทราบดีครับว่าเป็นคลองที่เชื่อมระหว่างแม่น้ําเจ้าพระยา กับแม่น้ําท่าจีน จะไปทะลุออกที่กระทุ่มแบน ยังขาดเครื่องสูบน้ําที่ทางรัฐบาลควรจะต้อง เร่งรัดในการเพิ่ม ในการที่จะสูบน้ําช่วยคลองภาษีเจริญ ซึ่งวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ผมและคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงพื้นที่ไปล่องเรือดูสภาพ และไปเยี่ยมราษฎรในคลองภาษีเจริญนั้นน้ําล้นแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นที่วัดม่วง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเมื่อ ๒ วันก่อนนี้ครับ หรือว่าที่วัดนิมมานนรดี ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่าง คลองภาษีเจริญกับคลองราชมนตรี แต่ว่าถ้าเราสามารถที่จะดึงน้ําลงไปท่าจีนทางคลองภาษีเจริญ อีกทางหนึ่ง ที่สถานีสูบน้ําภาษีเจริญ ที่วัดหนองแขม วันนี้ภาคเอกชนและรวมถึงพวกเรา ซึ่งผมก็บอกว่าจะระดมเครื่องสูบน้ําจากนาเกลือ นากุ้ง แถวเพชรบุรี แถวสมุทรสงคราม ที่ไม่ได้ทํานากุ้ง นาเกลือขณะนี้ ตรงไหนมีระดมมา แต่นั่นหมายถึงอะไร หมายถึงว่า ทางรัฐบาลยังสนับสนุนไม่เพียงพอครับ ทั่วประเทศมี ๗๗ จังหวัดครับ ระดมมาได้เลย ท่านรัฐมนตรีปรีชาอยู่ที่นี่ระดมมาได้เลยครับ เครื่องสูบน้ํามีที่ไหน วันนี้เป็นช่วงโค้งสุดท้าย โดยเฉพาะซีกตะวันตกของเจ้าพระยานี่ครับ ซึ่งอาจจะเน้นหน่อย เพราะว่าทางซีกนี้ ไม่ได้มีระบบที่มีการพัฒนาเหมือนทางตะวันออกของแม่น้ําเจ้าพระยา เพราะฉะนั้นวันนี้ จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง และการดูแลถนนพระราม ๒ ท่านประธานครับ เศรษฐกิจประเทศ ๑ ใน ๓ จะเป็นอัมพาต เราจะเกิดปัญหาภาวการณ์ขาดแคลนซ้ําเติมกรุงเทพมหานคร และส่วนที่เหลือของประเทศจากฐานการผลิตที่ถูกตัดขาดจากถนนที่จะถูกตัดขาด เพราะฉะนั้นจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นลงไปสนับสนุนภาคเอกชน และรวมไปถึงจังหวัดตอนล่างของภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็นสมุทรสาคร สมุทรสงคราม บนถนนสายธนบุรี-ปากท่อ เส้นนี้ครับที่ปัจจุบันนั้นท่านประธานคงทราบว่าสามารถเชื่อมโยง ด้วยการขึ้นทางด่วนดาวคะนอง หรือการผ่านวงแหวนออกไปยังวงแหวนใต้ ไปยังตะวันออก แล้วก็ใช้เส้นทางวงแหวนบางปะอินนั้นในการที่จะขึ้นไปสู่ทางสระบุรี ไปสู่โคราช หรือว่าออกมาทางด้านของถนนสายเอเชียขึ้นไปทางเหนือ เส้นนี้จึงเป็นเส้นยุทธศาสตร์สําคัญ ทางโลจิสติกส์และสมุทรสาครนั้นถือได้ว่าเป็นเมืองประมงของโลก และเป็นอุตสาหกรรม เกษตรอุตสาหกรรมซึ่งเป็นขั้นต้นและเป็นฐานของครัวไทยสู่ครัวโลก จึงต้องรักษาและดูแล อย่างดีครับ วันนี้ก็หวังอย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลจะได้นําความคิดเห็น ข้อเสนอแนะในการที่จะ นําประเด็นเหล่านี้ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องการดูแลเส้นทางคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ เพื่อประกันว่าการส่งออก และเพื่อประกันว่าการอุปโภคบริโภคของเรานั้นจะไม่ขาดแคลน และถูกซ้ําเติมด้วยราคาสินค้าที่แพงจากปัญหาการขนส่งที่มีขีดจํากัด
สุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะสามารถแปรข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปสู่ ภาคปฏิบัติ เวลาเราเหลือไม่มาก แล้วก็รู้สึกห่วงใยต่อข่าวคราวที่อาจจะทําให้เกิดปัญหา ในยามที่เราต้องการขวัญกําลังใจ แต่รัฐบาลไม่ควรเป็นคนมาทําลายขวัญกําลังใจ ไม่ควรมาสร้างปัญหาที่อาจจะเป็นชนวน ความแตกแยก โดยเฉพาะในเรื่องพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ซึ่งประเด็นนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะเป็นตัวแทนรัฐบาลนะครับที่รับทราบความห่วงใยว่าประเด็น ดังกล่าวนั้นมันซ้ําเติม ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาคนไทยเผชิญภัยพิบัติอุทกภัยรุนแรงมากอยู่แล้ว สิ้นเนื้อประดาตัวกันทั้งประชาชนที่อยู่ทั้งในกรุงเทพฯ และที่อยู่ในอีก ๒๕ จังหวัด แต่วันนี้ รัฐบาลกําลังซ้ําเติมด้วยการสร้างเงื่อนไขชนวนความแตกแยก หวังว่าความเห็นของ ท่านผู้นําฝ่ายค้านจะดึงสติเตือนสติท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีให้ทบทวนอย่าได้ ซ้ําเติมประเทศชาติด้วยการกระทําของรัฐบาลในยามที่ฝ่ายค้านของเรานั้นก็พยายามที่จะ ประคับประคองให้ข้อเสนอแนะแล้วพยายามที่จะไม่ให้มีการเมืองในยามที่บ้านเมืองกําลัง ประสบปัญหาและราษฎรกําลังทุกข์ยาก สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ถ้ารัฐบาลจะได้นําความเห็น แล้วก็ไปทบทวน ผมคิดว่าเฉพาะปัญหาอุทกภัยก็รับมือแทบจะไม่ได้อยู่แล้ว อย่าให้มีปัญหาอื่น เข้ามานะครับ จะไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ ขอบคุณท่านประธาน
เชิญท่านรัฐมนตรีปรีชาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นนั้นต้องขอชี้แจงท่านอลงกรณ์ พลบุตร ที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องที่ ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ โดยเฉพาะพี่น้องฝั่งตะวันตก ต้องขอกราบเรียนนะครับว่า ในขณะนี้ทางรัฐบาลเอง ได้มอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ําร่วมกับทางกระทรวงมหาดไทยได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ทางภาคเหนือ ทางภาคอีสาน ระดมเครื่องสูบน้ํามาช่วยเหลือพี่น้องฝั่งตะวันตก ขณะนี้ได้ดําเนินการมาแล้วประมาณ ๒ เดือนเศษ ได้ระดมเครื่องสูบน้ํามาทุกจังหวัด ที่มีอยู่ ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าในขณะนี้แถวแม่น้ําท่าจีนก็ดีที่จะนําน้ําออกสู่ ทะเลนั้นก็ตั้งเครื่องสูบน้ํามาโดยตลอด แล้วก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าในขณะนี้ ก็ได้รับการประสานจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ขอเครื่องสูบน้ําอย่างที่ท่านได้ กราบเรียนนะครับว่าทางผมก็จะได้นําเอาไปช่วยที่ทางจังหวัดได้ขอมาอีก ๕๐ เครื่อง ในขณะนี้เตรียมเจ้าหน้าที่ที่ระดมเครื่องสูบน้ําที่ต่างประเทศมาแล้วก็จะนําเอาไปติดตั้ง แล้วเร่งระบายน้ําให้พี่น้องฝั่งตะวันตกให้เร็วที่สุดนะครับก็ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ท่านอดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร ที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเช่นเดียวกับทางรัฐบาล รัฐบาลเองก็ได้ระดมทุกอย่างรวมกับทางกรมชลประทาน ประตูระบายน้ําต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ ก็ได้มีการไปตรวจดูว่าเครื่องสูบน้ํา สถานีสูบน้ําช่วงไหนของกรมชลประทานที่มันเสีย ก็พยายามหมุน เอาเครื่องสูบน้ําจากต่างจังหวัดย้ายเอามาติดตั้งเป็นเครื่องขนาดใหญ่ ตรงนี้ทางรัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าเราต้องช่วยกันดังที่ ท่านได้เป็นห่วงเป็นใย ผมเองก็ถือโอกาสกราบเรียนว่าทางรัฐบาลเองนั้นพยายามจะผลักดัน ตรงนี้ แล้วจะจัดส่งเครื่องสูบน้ําไปช่วยพี่น้องฝั่งตะวันตกให้เร็วที่สุดนะครับ ก็ถือโอกาสขอบคุณ ไว้ ณ โอกาสนี้ครับ
เชิญท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เหตุที่ทําให้ผมต้องอภิปรายอีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับ ญัตติน้ําท่วม ก็คือในการอภิปรายครั้งที่ผ่านมานั้นทางรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้ตอบคําถามชัดเจน ไม่ได้มีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะเร่งระบายน้ํา ลงสู่ทะเล ลงสู่อ่าวไทยได้อย่างไร ยิ่งกว่านั้นครับท่านประธาน เมื่อวานหรือเมื่อวานซืน ที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าไม่เป็นห่วงระดับน้ําในตัวเมืองชั้นใน หรือฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร แต่เกรงว่าฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ทั้งจังหวัดนนทบุรีและฝั่งธนบุรีนั้น อาจจะต้องจมน้ําจนถึงปีใหม่ เมื่อได้ยินได้ฟังดังนี้ ผมรู้สึกเป็นห่วง เป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ําเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นที่ไทรน้อย บางกรวย บางบัวทอง ท่าอิฐ และอีกหลายพื้นที่ครับ เขาจมน้ํามา ยาวนานเลยครับ มากกว่า ๑ เดือน พอได้ยินได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีพูดเช่นนั้นครับ เขาคิดว่าเขาต้องลอยคอ รอคอยความช่วยเหลืออยู่อีกยาวนาน เมืองนนทบุรีนั้นได้เป็นพื้นที่ แก้มลิงให้กับหลายพื้นที่มาอย่างยาวนาน แต่ว่ารัฐบาลเองไม่ได้บอกชัดเจน หรือแน่ชัดว่า จะมีวิธีการระบายน้ําลงสู่แม่น้ําเจ้าพระยาหรือลงสู่แม่น้ําท่าจีนได้อย่างรวดเร็วอย่างไร ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีครับ ขอเสนอแนะแนวทางในการระบายน้ํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตั้งแต่วันที่ ๑๗ ถึงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายนนี้ครับ เพราะเป็นช่วงที่น้ําทะเลจะลดลง น้ําทะเลลดลงนั้นจะทําให้ แม่น้ําเจ้าพระยาลดระดับลงด้วย แม่น้ําท่าจีนก็ลดระดับลงด้วยนะครับ ขอให้ทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี คือท่านผู้ว่าวิเชียร พุฒิวิญญู ได้เร่งประสานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง เทศบาล อบจ. และ อบต. ในจังหวัดนนทบุรี ได้ประสาน ได้บูรณาการระบายน้ําลงสู่แม่น้ําเจ้าพระยา ลงสู่แม่น้ําท่าจีนให้เร็วที่สุด ถือโอกาสนี้เป็นโอกาสทองครับ เพราะหลังจากนี้ปลายเดือนจะมี น้ําทะเลหนุนสูงขึ้นอีกครับ ต้องทําในช่วงนี้ครับ เหตุที่ต้องขอความร่วมมือจาก หลายหน่วยงานก็เพราะว่าประตูระบายน้ําในจังหวัดนนทบุรีนั้นกํากับโดยหลายหน่วยงาน บางประตูขึ้นอยู่กับกรมชลประทาน บางประตูขึ้นอยู่กับกรมโยธาธิการและผังเมือง บางประตูขึ้นอยู่กับ อบจ. หรือ อบต. ท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ผมได้โทรศัพท์กราบเรียน ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคือ ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ขอให้ท่านสั่งการไปที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ท่านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมากครับ ถึงเวลานี้ต้องขอกราบเรียนท่านนะครับ ขอให้ท่านนําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ กําชับอีกครั้งหนึ่งครับ ให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนนทบุรีดําเนินการอย่างเร่งด่วนและ จริงจัง อย่างที่ผมได้กราบเรียนแล้วครับ แนวทางนี้ถ้าทําได้ในช่วง ๗-๘ วันข้างหน้านี้ ระดับน้ําในจังหวัดนนทบุรีจะลดลงอย่างมาก จะลดลงอย่างมีนัยสําคัญ ท่านประธานครับ ในวันศุกร์ที่ ๑๘ ที่จะถึงนี้เวลาเที่ยงตรง ชุมชนคนรักเมืองนนท์ได้รวมกันโดยผ่านทาง เครือข่ายสังคมที่เรียกว่าเฟซบุ๊ก (Facebook) หลายพันคนก็รวมตัวกันแสดงความคิดเห็น หาข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ําท่วมในจังหวัดนนทบุรี เพราะเขาไม่มี ข้อมูลที่เท็จจริงที่ถูกต้องจากจังหวัดนนทบุรีครับ วันศุกร์นี้เขาได้รวมตัวกันจะไปพบ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีครับ ขอคําตอบที่ชัดเจนว่าท่านจะเร่งระบายน้ําทําให้พื้นที่ ทั้งหมดในจังหวัดนนทบุรีนั้นน้ําลดลงเมื่อใด และมีแนวทางในการประสานงานกับจังหวัด ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานครได้อย่างไรครับ เพราะว่าหลายพื้นที่ ในจังหวัดนนทบุรีนั้นติดต่อกับกรุงเทพมหานคร ยกตัวอย่างเช่น เขตทวีวัฒนา เขตตลิ่งชัน เขตบางพลัด เป็นต้น จําเป็นจะต้องให้ความร่วมมือประสานกันอย่างบูรณาการ ท่านประธานครับ ผมขอพูดถึงเรื่องการกู้ถนนสาย ๓๔๐ จากบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ท่านประธานคงทราบดีว่า ช่วงนี้ระยะทางยาวประมาณ ๒๗ กิโลเมตร ทางกระทรวงคมนาคมต้องการกู้ถนนสายนี้ เพื่อต้องการให้เป็นทางเลือกการเดินทางในกรณีที่ถนนพระราม ๒ หากถูกน้ําท่วม การกู้ถนนสายนี้นั้นทําได้ลําบากครับ เพราะระดับน้ํายังสูงอยู่ ผมได้ติดตามเรื่องนี้มา ประมาณ ๑๐ วันแล้วครับ ก็ได้ฟังคําสัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิบดีกรมทางหลวง ทั้ง ๒ ท่านบอกว่าจะกู้ใช้เวลาไม่นานครับ เอาเข้าจริงต้องเลื่อน เวลาออกไปหลายครั้งแล้วครับ มาถึงบัดนี้ก็เลยเวลาที่กําหนดว่าจะแล้วเสร็จครับ และเมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านออกมายอมรับว่าการกู้ถนน สาย ๓๔๐ นั้นทําได้ยากยิ่ง ต้องใช้เวลาพอสมควร แล้วท่านยังให้ความมั่นใจว่าน้ําจะไม่ท่วม ถนนพระราม ๒ ผมจึงอยากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมว่า ในเมื่อมั่นใจว่าน้ําจะไม่ท่วมถนนพระราม ๒ เหตุใดยังดึงดันที่จะกู้ถนนสาย ๓๔๐ อีกนะครับ เพราะการกู้ถนนสายนี้ทํายากลําบากต้องใช้งบประมาณมากครับ ผมทราบมาว่ากรมทางหลวง ได้ระดมสรรพกําลัง วัสดุอุปกรณ์จากทั่วประเทศมาช่วยกันกู้ถนนสายนี้ครับ เสียงบประมาณ ไปมาก และยังต้องเสียงบประมาณเพิ่มอีกนะครับ อยากทราบว่าทั้งหมดนี้ท่านจะใช้ งบประมาณมากแค่ไหน นํางบประมาณเหล่านี้ไปช่วยป้องกันถนนพระราม ๒ ยังดีกว่า ยังได้ประโยชน์คุ้มค่ากว่านะครับ หรือนําไปใช้ในการบูรณะซ่อมแซมถนนหลังจากน้ําลด จะดีกว่าครับ
ท่านประธานครับ ถนนสาย ๓๔๐ จากบางบัวทอง-สุพรรณบุรี หลังจากที่ทาง คมนาคมได้นําท่อคอนกรีต กระสอบทรายมาวางทั้ง ๒ ข้างถนนแล้วนะครับ มีการสูบน้ําจาก บนถนนสู่ที่อยู่อาศัย ๒ ข้างทาง ทําให้ลําน้ํา ๒ ข้างทางนั้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสําคัญครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันไปทั่วครับ บางพื้นที่ระดับน้ําสูงเพิ่มขึ้นถึง ๒๐ เซนติเมตร นั่นหรือครับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและท่านอธิบดีกรมทางหลวงบอกว่า ไม่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ๒ ข้างทาง ผมอยากจะเรียนว่าในการให้สัมภาษณ์ของ ท่านอธิบดีกรมทางหลวง รวมทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนั้นนะครับ ไม่ได้สร้าง ความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนเลยครับ บอกว่าจะทําเสร็จเวลานั้นเวลานี้ แล้วไม่สร้าง ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เอาเข้าจริงครับ คนเดือดร้อนกันไปทั่ว ท่านยังไม่ทราบ หรือครับว่าจะระบายน้ําจากบนถนน ๓๔๐ นั้นไปทางไหน ยังไม่คิดหาทางป้องกันเลยครับ ก่อนจะทําสิ่งใดต้องวิเคราะห์สถานการณ์ก่อนว่าทําได้จริงหรือไม่ ไม่ใช่พูดคุยไปก่อน ให้ข่าวไปก่อนครับ ท่านลองตามดูสิครับที่ผ่านมาพูดอย่างนั้นจริง ๆ แต่ก็ทําไม่ได้ สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุครับท่านประธานครับ
ท้ายที่สุดนี้ท่านประธานครับ ผมขอนําเรียนท่านประธานฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ให้ท่านเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมฝั่งตะวันตกของ กรุงเทพมหานคร ซึ่งรวมทั้งจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ไทรน้อย บางใหญ่ บางกรวย บางบัวทอง ท่าอิฐ รวมถึงหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านไปแล้วนะคะ เพราะเรื่องที่จะอภิปรายจะเกี่ยวข้องกับท่านค่ะ แต่ไม่เป็นอะไรท่านก็คงฟังอยู่ข้างนอกนะคะ ต้องเรียนว่าที่จริงแล้ว เรื่องน้ําท่วม ขอบพระคุณค่ะท่าน เรื่องน้ําท่วมเป็นเรื่องที่มันมีมิติ หลายมิติ ดิฉันถึงไม่เห็นว่าทําไมถึงจะต้องมีการปิดการอภิปราย เพราะว่าแต่ละมิติจะมี ความแตกต่างกัน ดิฉันรอมาตั้งแต่ตอนที่เปิดตามมาตรา ๑๗๙ แล้ว แต่ไม่มีโอกาส ก็เลยมา ถือโอกาสในวันนี้ค่ะท่านประธาน ว่าที่จริงแล้วนะคะ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูอุตสาหกรรม โดยมีภารกิจที่เร่งด่วนก็คือ การกู้นิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ําท่วม จากมติดังกล่าวก็จะมีตัวแทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตัวแทนของนิคมทั้ง ๗ แห่งที่ได้รับผลกระทบทั้งหลายให้มีการวางแผนกู้นิคมอุตสาหกรรม กลับมาทันที แล้วก็ เพื่อ นะคะ บอกว่าเพื่อให้กลับมาดําเนินการผลิตได้โดยเร็ว เพื่อรักษา มาตรฐานการผลิตและความน่าเชื่อถือของประเทศด้านการลงทุน และรับคนงานกลับเข้า ทํางานให้เร็วที่สุด ซึ่งคณะกรรมการก็มีข้อสรุปว่าเมื่อน้ําเริ่มลดระดับลง นิคมต้องการไฟฟ้า สําหรับเครื่องสูบน้ําออกจากนิคม โดยปัจจุบันนิคมเริ่มยกคันดินรอบนิคมให้สูงและแข็งแรงมากเพื่อที่จะสูบน้ําออก ข่าวอย่างนี้ค่ะ ท่านประธาน การที่นิคมจะสูบน้ําออกอย่างนี้ สร้างความวิตกกังวลให้กับพี่น้องประชาชนต่อ ชุมชนที่อยู่รอบนิคม ซึ่งมีอาชีพและความเป็นอยู่หลากหลายนะคะ เช่น ทํานา ทําสวน หรือเป็นชุมชนดั้งเดิมอยู่มาช้านาน เขาก็เกรงว่าน้ําที่สูบออกจากโรงงานและนิคมนั้น จะมีสารปนเปื้อนมลพิษซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิต โดยเฉพาะโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการปนเปื้อนจากบ่อบําบัดน้ําเสีย เตาเผาสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ แล้วเขาก็เป็นห่วงเป็นกังวล เขาก็มีการพูดคุยกัน รวมทั้งพวกแรงงานแล้วก็ชุมชน ก็มีการจัด ประชุมกันเมื่อวันพุธที่ ๙ สัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขาจะเรียกร้องอย่างไร โดยใช้ชื่อโครงการ บอกเขาจะเสวนาทางออกกู้นิคมอย่างไรให้ปลอดภัย นั่นก็คือปลอดภัยในชีวิตของเขา สุขภาพอนามัยของเขานะคะ อันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องเทคนิคอะไรทั้งสิ้นเลย เพราะมีการจัด เสวนากันก็จะมีหลายกลุ่ม เราก็เชิญกลุ่มต่าง ๆ เข้ามานะคะ วันนั้นก็จะมีทั้ง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สมาคมพิษวิทยา แล้วก็ตัวแทนจากแรงงานนะคะ แล้วก็มีจาก สถาบันพระปกเกล้า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วก็มีกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษของกรีนพีซ (Greenpeace) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีหลายกลุ่มค่ะท่านประธาน ที่มาพูดคุยกัน แต่บังเอิญว่าในขณะที่เขาพูดคุยกันอยู่นี่นะคะ วันนั้นเป็นวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วก็ไปกดปุ่มระบายน้ําจาก นิคมอุตสาหกรรม เวทีนี้เขาก็ตกใจนะคะ เขาโทรศัพท์มาหาดิฉัน ดิฉันก็บอกไม่ทราบ เขาก็มี การสรุปการสัมมนากันนะคะว่าการสัมมนาของเขา เขามีความเป็นห่วง เขามีความกังวล อยู่มาก เช่น ขาดข้อมูลข่าวสารที่มาเปิดเผยให้กับประชาชนทราบว่าโรงงานแต่ละประเภทมี สารเคมีอันตรายและขยะอันตรายหรือไม่ จํานวนเท่าใด มีการรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อม หรือไม่ มีการจัดการหรือไม่ก่อนที่จะปล่อยออกไป โดยเฉพาะตอนนี้กําลังจะทยอยระบาย ออกนะคะ และ
ข้อ ๒ มีปัญหาด้านสังคม ได้แก่ มีค่าใช้จ่ายในการจัดการของชุมชนเอง สุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสัมผัสสารพิษ ผลผลิตจะมีปัญหา เพราะการปนเปื้อนสารพิษในที่ทํากิน การทําความสะอาดบ้านที่มีคราบน้ํามันหรือมีสารพิษ ตกค้าง ขาดน้ําในการอุปโภคบริโภค ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการจัดการ ไม่เชื่อมั่นในการ ทํางานของรัฐและนิคมอุตสาหกรรม
ท่านประธานคะ ดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการที่มีชื่อว่าคณะกรรมาธิการพัฒนา การเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน เห็นได้ชัดเจนค่ะว่าปัญหา ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเวลามีปัญหาระหว่างรัฐกับประชาชน สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือรัฐไม่ได้ให้ ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ได้ให้ข้อมูลกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่คลองสามวา หรือปัญหาบิ๊กแบ็ก (Big bag) นะคะ ไม่ใช่บิ๊กฟุต (Big foot) บิ๊กฟุตนี่เป็นการข่มขู่ บิ๊กแบ็ก ก็ไม่มีการพูดคุยกัน สุดท้ายมาพี่น้องประชาชนก็จะมีปัญหาและไม่เข้าใจกัน แล้วก็ปัญหา เรื่องของเวทีเสวนากู้นิคมอย่างไรให้ปลอดภัย เขามีความกังวลในเรื่องการรั่วไหลของสารพิษ สู่ระบบนิเวศ และสะสมอยู่เป็นเวลานาน การปนเปื้อนในแหล่งผิวดิน ใต้ดิน สําหรับ การดําเนินการของรัฐก็ยังไม่ทราบแนวทางที่ชัดเจน การบังคับใช้กฎหมายด้านการป้องกัน สิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียอันตราย ตลอดจนการให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสาร เพราะฉะนั้นปัญหาดังกล่าวมันก็มีทั้งปัญหาในด้านเทคนิคและปัญหาในทางนโยบาย ปัญหาทางนโยบายรัฐบาลควรจะมีแนวทางในการกู้นิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ําท่วม เขามีการเสนอด้วยนะคะว่า
ข้อแรก รัฐบาลควรเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ได้ทราบว่ากรรมการเหล่านี้ประกอบด้วยใครบ้าง และกรรมการนี้ก็ควรมีตัวแทนมาจากหลายภาคส่วน ควรประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ เพราะการจัดการของเสียเป็นเรื่องของทางเทคนิค
ข้อ ๒ ควรเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนทราบ และสื่อสารผ่านช่องทางสาธารณะโดยไม่ทําให้ประชาชนตื่นตระหนก
ข้อ ๓ โรงงานทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรมที่กําลังจะถูกน้ําท่วม รัฐบาลควรเข้าไปแนะนําการป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีและของเสียอันตราย
ข้อ ๔ ควรมีการปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่เรื่องการแก้ปัญหาและ การตัดสินใจที่ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมนะคะ
ข้อ ๕ ผู้มีส่วนได้เสียจากภาคส่วนต่าง ๆ ควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการ ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือการนิคมอุตสาหกรรม
ข้อ ๖ รัฐบาลควรมีแนวทางบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมและคราบน้ํามัน ตามหลักวิชาการอย่างชัดเจน
ข้อ ๗ การกู้นิคมอุตสาหกรรมย่อมมีผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง รัฐบาลอาจมีการตั้งกองทุนเร่งด่วนเพื่อการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ท่านประธานคะ อยากจะกราบเรียนว่าในวันเสวนาวันนั้นมีการเชิญ หน่วยราชการที่รับผิดชอบมาด้วยที่ดิฉันจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีก็คือ เชิญกรมควบคุมมลพิษ มาด้วย แต่ไม่ได้มา เพราะฉะนั้นข้อเสนอเหล่านี้ก็เลยอาจจะยังไปไม่ถึงท่าน แต่ที่สุด ในเวทีตรงนี้เขาก็มีจดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งดิฉันจะขออนุญาต มอบจดหมายเปิดผนึกนี้ผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะว่าเขา มีการลงรายชื่อกันด้วยว่ามีใครบ้างที่ลงชื่อกันในนามองค์กรต่าง ๆ เขาก็จะมีข้อเสนอในเรื่อง การฟื้นฟูกู้นิคมอุตสาหกรรม มีอยู่ ๖ ข้อ ดิฉันขออนุญาตอ่านเร็ว ๆ ว่า
๑. ทุกฝ่ายเห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยการกู้นิคมอุตสาหกรรม ทั้งหมดที่ถูกน้ําท่วม เพื่อให้แรงงานมีงานทําและสร้างความเชื่อมั่นต่อต่างประเทศ
๒. เนื่องจากในนิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่งมีโรงงานที่มีสารเคมีและ ขยะอันตราย ทั้งที่เก็บสํารองและอยู่ระหว่างการดําเนินการผลิตจํานวนมาก ขณะที่น้ําท่วมมา อย่างฉับพลัน รวมทั้งของเสียที่อยู่ในกระบวนการบําบัด ดังนั้นก่อนสูบน้ําออกสู่ชุมชน รัฐบาลจําเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อมูลและมีกระบวนการตรวจสอบความเป็นอันตราย ในทางวิชาการอย่างครบถ้วนชัดเจน รวมถึงมีการจัดการก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งนี้ โดยอาศัยข้อมูลสารอันตรายที่ใช้อยู่ในแต่ละโรงงานของแต่ละนิคมประกอบกับ การประเมินความเสี่ยง ติดตาม ตรวจสอบ
๓. ให้มีนักวิชาการและภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ในกระบวนการตรวจสอบเพื่อประเมินข้อมูลและประเมินผลตรวจสอบในแต่ละนิคม เพื่อป้องกันผลเสียต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นต่อทุกภาคส่วน
๔. ในระหว่างรอการฟื้นฟูนิคม ขอให้รัฐบาลรับผิดชอบดูแลแรงงานที่ได้รับ ผลกระทบจากภาวะน้ําท่วม
๕. ให้รัฐบาลมีมาตรการที่ชัดเจนในการดูแลชุมชนที่อยู่รอบอุตสาหกรรม ที่ถูกน้ําท่วม
๖. สําหรับโรงงานที่อยู่ในและนอกนิคมอุตสาหกรรมและศูนย์บําบัดของเสีย อันตรายที่อาจถูกน้ําท่วม ขอให้รัฐบาลมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีและของเสีย อันตรายอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
มี ๖ ข้อค่ะท่านประธาน แต่ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่านี่เป็นความกังวล ของประชาชนตัวเล็กตัวน้อย ซึ่งโดยปกติแล้วเขาก็หาที่ที่จะไปเสนออย่างนี้ได้ยาก แต่เขามี เวทีของเขาเอง แล้วเขามีข้อมูล เพราะว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นแรงงานที่อยู่นิคมรอบ ๆ แถวนั้น ละค่ะ แล้วเขาก็อพยพออกมาอยู่แถวหน้านิคม ข้าง ๆ นิคม สร้างครัวสร้างศูนย์ขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยเหลือกันเอง เมื่อเขาทราบว่านิคมจะกอบกู้เขาดีใจ แต่เขาก็กังวลอย่างที่เรียนว่า น้ําที่ขังอยู่แรมเดือนอย่างนั้นก็จะมีสารเคมี ซึ่งแม้ว่าโรงงานจะบอกว่าเขาจัดเก็บดีแล้วก็ตาม แต่แรงงานเขาทราบค่ะท่านว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ที่ไหนบ้าง อาจจะจัดเก็บอย่างดี หรืออาจจะ จัดเก็บไม่ทัน เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านค่ะว่าเป็นจดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายกรัฐมนตรี แต่ก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยว่า หน่วยงานของท่านมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถ้าจะให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และไม่กังวลกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมันมีปัญหาต่อสุขภาพจิต มันไม่ใช่เฉพาะเรื่องของสิ่งแวดล้อม หรือสภาพแวดล้อม หรือทางด้านวัตถุอย่างเดียว เรื่องสุขภาพจิตความกังวลเหล่านี้ถือว่า เป็นปัญหาสําคัญที่บั่นทอนสุขภาพ บั่นทอนวิถีการดําเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณค่ะ สวัสดีค่ะ
เชิญคุณหมอวรงค์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีประเด็นที่จะ กราบเรียนท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง บังเอิญวันนี้ได้อ่านในคอลัมน์ ผ่าประเด็นร้อนในหนังสือพิมพ์แนวหน้ามันมีบทความที่อ่านดูแล้วก็น่าตกใจเหมือนกันครับ เพราะว่าบทความนี้ชื่อว่า “แก้เกี้ยวฟ้องอภิสิทธิ์ ต้นเหตุวิกฤติน้ําท่วมเกมกลบเกลื่อน ความล้มเหลว ป้องรัฐบาลปู” คือผมต้องการจะสื่อให้เห็นว่าวันนี้ข้อเท็จจริงในสังคมรับรู้อยู่แล้วว่าปัญหาน้ําท่วมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วก็หลายหน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้มาวิเคราะห์ให้เห็นชัดเจนแล้วว่าความผิดพลาด ความบกพร่องต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นจริง และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐบาลชุดนี้ แต่ขณะนี้ เราก็ต้องยอมรับว่าเหมือนกับมีการต่อจิ๊กซอว์เพื่อให้ตัวละครต่าง ๆ ได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อ พยายามที่จะกลบเกลื่อนความผิดที่เกิดขึ้น พยายามกลบเกลื่อนความผิดของการบริหารน้ําที่ ล้มเหลวไปยังรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมจึงมีความจําเป็นต้องขยายผลเพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้นแล้วเกิดถ้าปล่อยไปเรื่อย ๆ คนก็พยายาม บอกว่าน้ําในเขื่อนเต็มมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ท่านอดีตรัฐบาลที่แล้วคือท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์เป็นคนกักเก็บน้ําไว้ในเขื่อน เพราะว่าแม้แต่ขณะนี้เองท่านอดีต ส.ว. ท่านหนึ่งได้ยื่น เรื่องมาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. กล่าวหารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจนเป็นต้นเหตุให้เกิดอุทกภัย คือผมอ่านบทความนี้แล้วผมก็ตกใจ ผมจึงมีความจําเป็นต้องมาอธิบายผ่านยังท่านประธาน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีความเข้าใจแล้วก็มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าตกลงปัญหาน้ําท่วม วันนี้มันอย่างไรกันแน่ ผมมีตัวเลขอยู่ ๔ ตัวเลขครับท่านประธานครับ เพื่อให้จําได้ง่าย ๆ แล้วก็จะได้มีความเข้าใจมากขึ้น และย้ํากับท่านประธานไปยังรัฐบาลและพี่น้องประชาชนว่า ระดับน้ําในเขื่อนเป็นวิทยาศาสตร์ครับ ไม่ใช่เป็นไสยศาสตร์ คําว่าเป็นวิทยาศาสตร์ คือสามารถพิสูจน์จากตัวเลข แล้วก็ตัวเลขมันไม่มีโอกาสที่จะดิ้นไปไหนได้ ประเด็นที่สําคัญที่สุด คือการบริหารน้ําในเขื่อนเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารน้ํา ซึ่งมีท่านอธิบดี กรมชลประทานเป็นประธาน และคณะกรรมการชุดนี้ก็จะปล่อยน้ําตามมติของ คณะกรรมการ เพราะเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีคงไม่ได้ไปสั่งว่าวันนี้ให้ปล่อย หรือไม่ปล่อย ดังนั้นการปล่อยน้ําก็เป็นไปตามหลักของวิทยาศาสตร์เช่นกัน ตัวเลข ๔ ตัวเลข ต้องย้ําเพื่อให้พี่น้องประชาชนฟังบ่อย ๆ จะได้จําได้แม่นขึ้นก็คือ
ตัวเลขที่ ๑ คือตัวเลข ณ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ซึ่งวันนั้นเป็นวันยุบสภา เขื่อนใหญ่ ๒ เขื่อนคือเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพล วันนั้นเขื่อนสิริกิติ์มีน้ําในเขื่อนอยู่ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนภูมิพลมีน้ําอยู่ในเขื่อน ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ย้ําอีกครั้งนะครับ วันนั้นยุบสภา เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒ เขื่อนมีน้ําในเขื่อนโดยเฉลี่ยคิดง่าย ๆ คือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผลกระทบ ณ ขณะนั้นยังมีความวิตกกังวลว่าจะเกิดภัยแล้งเกิดขึ้น นี่คือตัวเลขที่ ๑
ตัวเลขที่ ๒ คือวันที่ ๓ เดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง วันนั้นเขื่อนภูมิพล มีน้ําอยู่ในเขื่อน ๕๘ เปอร์เซ็นต์ และเขื่อนสิริกิติ์มีน้ําอยู่ในเขื่อน ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ใน เกณฑ์มาตรฐานที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ําของเขื่อนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ และขณะนั้นเองอาจจะเริ่มมีน้ําท่วมบ้างบางจังหวัด เช่น ที่จังหวัดน่าน
ตัวเลขตัวที่ ๓ คือวันที่ ๑๐ สิงหาคม ซึ่งสําคัญนะครับ เพราะว่าตัวเลขวันนี้ เป็นวันที่สะท้อนว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ถวายสัตย์ปฏิญาณตน แสดงว่ากําลังจะมีอํานาจตาม กฎหมายแล้ว เพียงแต่ว่าอะไรที่เป็นเรื่องฉุกเฉินเร่งด่วนสามารถจัดการได้ ๑๐ สิงหาคม เขื่อนภูมิพลมีน้ําอยู่ในเขื่อน ๖๙ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์มีน้ําอยู่ในเขื่อน ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องย้ําว่าปริมาณน้ําในเขื่อนประมาณ ๒ ใน ๓ ณ วันที่ ๑๐ สิงหาคม ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ําของเขื่อน
ตัวเลขตัวสุดท้าย คือตัวเลขวันที่ ๒๐ สิงหาคม ซึ่งสําคัญมาก เนื่องจากว่า วันนั้นรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ประกาศโครงการบางระกําโมเดล คือผมจําตัวเลข ๒๐ สิงหาคมได้ค่อนข้างจะแม่น เนื่องจากว่าพื้นที่บางระกําโมเดลเป็นพื้นที่ ที่จังหวัดพิษณุโลกบ้านผม รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ประกาศตัวเลขน้ําในเขื่อน ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม มีอยู่ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์มีน้ําอยู่ ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นต้องย้ําว่า ๔ วันนี้มันมีความต่อเนื่องกันมา และกําลังจะชี้ให้เห็นว่า ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคมนี่น้ําในเขื่อนภูมิพลที่มีอยู่ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ และเขื่อนสิริกิติ์ที่มีอยู่ ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปกติ
รัฐบาลชุดนี้มีอํานาจอย่างเต็มที่ในการบริหารจัดการน้ํา และรัฐบาลชุดนี้ จึงกล้าประกาศโครงการบางระกําโมเดลขึ้นมา ก็คือ ๒ พี ๒ อาร์ (2P2R) คําถามจึงถามว่า ขณะนั้นเองน้ําในเขื่อนก็ไม่ได้มากมายเท่าไร อยู่ในเกณฑ์ปกติประมาณ ๒ ใน ๓ ของเขื่อน ทําไมรัฐบาลไม่บริหารจัดการ จนกระทั่งมีพายุเข้ามาอีกประมาณ ๓ ลูก แล้วทําให้น้ําสูงขึ้น ด้วยความรวดเร็วจนช่วงประมาณสักปลาย ๆ เดือนกันยายน น้ําในเขื่อนถึงขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และในเดือนตุลาคม เขื่อนถึงต้องมีการปล่อยน้ําออกมามากผิดปกติ วันนี้ผมจึงจําเป็นต้องย้ํา เพราะว่าขณะนี้มีความพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง มีความพยายามที่จะบอกพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ติดตามข้อมูลหรือข่าวสารต่าง ๆ ว่า โยนความผิดไปให้อดีตรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมจําเป็นต้องย้ําว่า น้ําในเขื่อนตอนที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา ณ วันที่ประกาศบางระกําโมเดลยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ปัญหามันมีอยู่ที่ว่าทําไมรัฐบาลชุดนี้ไม่บริหารจัดการน้ําในเขื่อนให้มันเหมาะสมกับ พายุต่าง ๆ ที่จะเข้ามา อันนี้คือประเด็นสําคัญคือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ผมจะต้องย้ําต่อมาคือ ในระหว่างที่มีการประชุมวาระนี้มี พี่น้องประชาชนโทรศัพท์เข้ามาห่วงใยเรื่องเงินเยียวยา ๕,๐๐๐ บาท ผมอยากจะฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีที่ดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ผมคิดว่าอาจจะมีการสื่อสารผิดกับพี่น้องประชาชน คือพี่น้องประชาชนเขาบอกเขาฟังมาว่ารัฐบาลบอกให้พี่น้องประชาชนไปแสดงความจํานง ที่จะรับเงิน ๕,๐๐๐ บาท ภายในวันที่ ๒๒ เดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ แต่ผมเช็ก (Check) จากข้อมูลออนไลน์ (Online) คือคงเป็นวันที่ ๒๒ เดือนธันวาคม ซึ่งผมคิดว่าปัญหานี้คงเป็น ข้อบกพร่องในการประชาสัมพันธ์ของสื่อต่าง ๆ แต่ต้องย้ํานะครับว่าอยากจะให้รัฐบาล ต้องย้ําประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนเพราะเขากังวลใจ เพราะเขามองว่าขณะนี้เขายัง อยู่ในศูนย์อพยพอยู่ แล้วเขาไปฟังรายการบางรายการบอกว่า ๒๒ พฤศจิกายน แต่ข้อเท็จจริงผมดูจากข้อมูลออนไลน์ คือ ๒๒ ธันวาคม ดังนั้นขอให้รัฐบาลต้องเร่ง ประชาสัมพันธ์ และต้องย้ําว่าเขากังวลว่าเมื่อถึงวันนั้นขึ้นมาผมดูตัวเลขวันที่ ๒๒ ธันวาคม เรายังไม่รู้เลยว่าวันนั้นน้ําจะยุบหรือไม่ พี่น้องประชาชนบางส่วนอาจจะอยู่ในศูนย์อพยพ คงไม่มีโอกาสได้มาถ่ายรูป หรือมาลงทะเบียน หรือมาแจ้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือตามเขตต่าง ๆ ขอให้รัฐบาลผ่อนปรนในกรณีที่ถ้าถึงวันนั้นขึ้นมาจริง พี่น้องประชาชน บางกลุ่มอาจจะยังอยู่ในศูนย์อพยพ ไม่มีเวลาไปแจ้งที่จะรับเงินเยียวยา ๕,๐๐๐ บาท เกิดถ้ามีความจําเป็นขึ้นมา ท่านก็ผ่อนปรน เพราะผมว่าอันนี้มันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ พี่น้องประชาชนเขามีความเดือดร้อน
เรื่องที่ ๓ ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่สังคมไทยมีการกล่าวขานกันมาก โดยเฉพาะกรณีภัยพิบัติในสังคมไทยได้มีการไปเปรียบเทียบกรณีภัยพิบัติสึนามิ หรือแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น หลาย ๆ คนก็มองว่า เอ๊ะ ทําไมสังคมไทยความอดกลั้นอดทน น้อยกว่าญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมีความอดทนสูงครับท่านประธาน เวลามีอะไรเขาจะมีการเข้าแถว ได้แค่ไหนแค่นั้น และทุกอย่างมีความอดทน แต่ขณะที่สังคมไทยเกิดถ้ามันมีอะไรขึ้นมาวันนี้ เราค่อนข้างจะมีลักษณะเป็นการใช้กฎหมู่เหนือกว่ากฎหมายที่กําหนดขึ้นมา คือพี่น้อง ในสังคมไทยซึ่งผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้มีอะไรขึ้นมาประชาชน ก็รวมกลุ่มกัน เช่น ไม่พอใจการปิดกั้นบิ๊กแบ็ก ประชาชนก็ไปรื้อ ไม่พอใจเรื่องการปล่อยน้ําที่ คลองต่าง ๆ ประชาชนก็จะบุกเข้าไป ผมอยากจะฝากไปยังรัฐบาลว่าวันนี้มันเป็นจุดวิกฤติ ของสังคมเหมือนกันครับ คือรัฐบาลต้องเป็นต้นแบบในการสร้างทัศนคติต่อสังคมไทย วันนี้ถ้ารัฐบาลต้องการให้สังคมไทยอยู่บนพื้นฐานของความอดทนอดกลั้น รัฐบาลก็ต้องมี ความอดทนอดกลั้นให้กับสังคมไทยได้เห็น สิ่งใดเป็นสิ่งที่ถูกต้องรัฐบาลก็เดินต่อไป แต่ถ้าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าฝืนและจะทําโดยที่ไม่สนใจอารมณ์ ของสังคม นั่นแหละสังคมก็จะเป็นอย่างนี้ครับ ถ้ารัฐบาลทําให้เห็นแล้วว่า ถ้าใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย ประชาชนก็เหมือนกันครับ ประชาชนก็จะใช้ กฎหมู่เหนือกฎหมายเหมือนกัน แต่ถ้ารัฐบาลแสดงความอดทนอดกลั้นให้เห็น และอะไร ตัวเองทําผิดยอมรับผิด ถึงจุดหนึ่งแสดงความรับผิดชอบเหมือนสังคมญี่ปุ่น ผมเชื่อว่า สังคมไทยก็จะพัฒนาเหมือนสังคมญี่ปุ่นเหมือนกัน ดังนั้นจึงฝากข้อนี้ให้กับทางรัฐบาลได้ พิจารณาครับ ทุกอย่างอยู่ที่รัฐบาลครับ รัฐบาลต้องการให้ประชาชนใช้กําลัง ใช้กฎหมู่ รัฐบาลทําไปเลยครับ ประชาชนก็ดูและเลียนแบบได้ แต่ถ้ารัฐบาลต้องการให้สังคมไทย อดทนอดกลั้น รัฐบาลก็ทําเป็นแบบให้ดูครับ ผมเชื่อว่าประชาชนก็จะเอารัฐบาล เป็นแบบอย่าง และสุดท้ายจริง ๆ ช่วงที่ผ่านมาเราก็จะได้ยินอยู่เรื่อยว่า รัฐบาลต้องการ ความร่วมมือกับพี่น้องประชาชน รัฐบาลต้องการความร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้าน กับฝ่ายการเมือง เรามักจะได้ยินประโยคที่ว่าเราอย่ามาเล่นการเมืองกันเลย ขณะนี้ พี่น้องประชาชนกําลังเดือดร้อน ซึ่งขณะนี้ยังเดือดร้อนเป็นล้าน ๆ แล้วรัฐบาลก็เรียกร้อง ความร่วมมือตรงนี้ คําถามจึงถามว่า คนที่เล่นการเมืองก่อนคือฝ่ายไหนกันแน่ครับ ผมเชื่อว่า ด้วยจิตวิญญาณของพรรคประชาธิปัตย์ ผมเชื่อว่าโดยจิตวิญญาณของผู้บริหารพรรคทุกคน จะควบคุมสมาชิกทุกคนว่าเรารับรู้ในอารมณ์ของสังคมว่าขณะนี้สังคมกําลังเดือดร้อน ทุกคนต้องช่วยกันแม้แต่รัฐบาลเราก็ต้องช่วยรัฐบาลในการดูแลพี่น้องประชาชน แต่ความรู้สึก ของผมเองที่ผมสัมผัส คําถามจึงถามกลับไปว่าใครเป็นคนเล่นการเมืองกันแน่ ที่ผมกล้าพูด อย่างนี้เนื่องจากว่าขณะนี้สังคมกําลังเดือดร้อน ประชาชนเดือดร้อนมากและยังเดือดร้อนอยู่ อยู่ ๆ รัฐบาลก็มาประกาศพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ถามว่าสิ่งนี้เป็นการเมืองหรือไม่ ถ้าถามความรู้สึกผมเองมันไม่เหมาะในสถานการณ์อย่างนี้ ถ้ารัฐบาลต้องการให้ฝ่ายค้าน ทุกคนช่วยกันเหมือนกับท่านรัฐมนตรีมีพรรคพวกญาติพี่น้องอยู่ด้วยกัน ๗-๘ คน บอกว่า เรามาช่วยกันมาในการแก้ปัญหาเรื่องหนึ่ง ถ้าทุกคนร่วมจิตร่วมใจช่วยกัน โดยที่คนที่เป็น หัวหน้าของครอบครัวไม่วอกแวกไปเรื่องอื่น ผมว่าทุกคนก็ช่วยกัน แต่ถ้าปรากฏว่า คนในครอบครัวแม้แต่คนที่เป็นหัวหน้าครอบครัววอกแวกไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ในการฟันฝ่าปัญหาต่าง ๆ สมาชิกในครอบครัวเขาก็ไม่ช่วยครับ มันก็เหมือนกัน สังคมไทยในประเทศ วันนี้รัฐบาลพวกท่านก็เหมือนเป็นหัวหน้าครอบครัว พวกผมก็เป็น องค์ประกอบ ๆ หนึ่ง ท่านต้องการความร่วมมือจากฝ่ายค้านบอกว่าอย่าเล่นการเมือง และผมก็เชื่อว่าพวกเราระมัดระวังมากแต่อยากสะท้อนกลับไปว่าใครกันแน่ที่เป็น คนเล่นการเมือง ผมจําได้ว่าเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาก็มีเพื่อนสมาชิก ถ้าพูดกันแบบ ตรงไปตรงมาเลยนะครับ ก็ขนประชาชนเสื้อแดงไปประกาศเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงที่บ้านผม ผมเอ๊ะอะไร ก็ในเมื่อบอกว่าอย่าเล่นการเมือง และอันนี้มันการเมืองหรือเปล่าครับ
คุณหมอครับ ด้วยความเคารพครับ ไม่อยากทักท้วงมันจะเกินขอบเขตไปนิดหนึ่ง ขอกระชับด้วยครับ
ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมกําลังจะชี้ให้เห็นถึงความร่วมไม้ร่วมมือที่รัฐบาลต้องการความร่วมมือจากพวกเรา เราพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออยู่แล้ว
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงท่านผู้ที่กําลังอภิปรายครับว่า ท่านกําลังพูดเรื่องที่ท่านเคยพูดมาแล้วในญัตติ เดิมครับ อาจจะเป็นการซ้ําซาก ซากแล้วก็ซ้ํากับตัวเองด้วยซ้ําไปในเรื่องของเกี่ยวกับเรื่อง น้ําท่วมของบางระกําโมเดล และท่านก็กําลังพูดออกนอกประเด็นครับ ในเรื่องของญัตติที่เรา กําลังคุยกันอยู่นี้ พูดอยู่นี้คือญัตติของเรื่องน้ํา และท่านก็ออกนอกประเด็นไปเรื่องของ หมู่บ้านเสื้อแดง ก็ขอให้ท่านประธานได้ช่วยวินิจฉัยครับ ขอบคุณครับ
คุณหมอครับ ผมได้เตือนแล้วครับ ท่านช่วยกระชับนิดเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมพูดต่อนะครับ เพราะว่าผมยังอยู่ในประเด็นว่ากําลังจะคุยกับทางท่านรัฐมนตรีว่าเรากําลังขอ ความร่วมมือกัน รัฐบาลก็มักจะบอกอยู่เสมอว่า ขณะนี้ประชาชนกําลังเดือดร้อนเราอย่ามา เล่นการเมือง และประโยคนี้มันเสียดแทงใจนะครับท่านประธานครับ เพราะทุกคนคือ ตัวแทนประชาชน เราจะขยับอะไรแต่ละครั้ง เราก็มีความรู้สึกว่าเอ๊ะขณะนี้เราเล่นการเมือง หรือไม่และผมก็ได้ข้อสรุปว่า ผมเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้านไม่ได้เล่นการเมืองครับ เราพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลเสมอในการเยียวยาดูแลช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในทุก ๆ เรื่องครับ เพียงแต่ว่าผมมีความรู้สึกว่าการที่รัฐบาลบอกพวกเรา อย่าเล่นการเมือง หรือคนของรัฐบาลบอกพวกเราว่าอย่าเล่นการเมือง แต่ท่านกําลัง เล่นการเมือง มันจึงทําให้อดไม่ได้ว่าถ้าเราจะแบบปล่อยไปเรื่อย ๆ ปล่อยให้รัฐบาลทําไป เรื่อย ๆ รัฐบาลอยากจะออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษก็ปล่อยไป เพราะว่าเราอย่าเล่น การเมือง ผมว่าเขาจะมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ หรือฝ่ายค้านเหมือนกับไม่ใช้สติไม่ใช้สมองครับ มันจึงมีความจําเป็นที่พวกเราก็ต้องลุกขึ้นมาท้วงติงในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น เวลาเราขึ้นมาท้วงติง อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างล่าสุด เมื่อวาน ครม. ออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ซึ่งเรามี ความรู้สึกว่ามันรับไม่ได้ ในภาวการณ์ที่ประชาชนกําลังเดือดร้อน เวลาเราลุกออกมาท้วงติงปุ๊บ กระแสความขัดแย้งทางสังคมมันเกิดขึ้น เวลากระแสความขัดแย้งในสังคมเกิดขึ้น การช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่กําลังเดือดร้อนบางคนน้ําแค่คอ แค่ไหล่ เขากําลัง เดือดร้อนอยู่ เขาเห็นฝ่ายการเมืองตีกันอีกแล้ว ทะเลาะกันอีกแล้ว สังคมเองก็รับไม่ได้ เหมือนกัน เมื่อสังคมรับไม่ได้คําถามจึงเกิดว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนเริ่มต้นในการเล่นการเมือง ผมกล้ายืนยันว่าทุกอย่างอยู่ที่รัฐบาล แต่พวกเราเป็นคนท้วงติงเท่านั้นเอง ผมจึงฝาก ท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า ถ้าท่านต้องการความร่วมมือจากพวกเรา ต้องการความร่วมมือ จากฝ่ายค้านจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านก็อย่าเล่นการเมือง ท่านไม่ควรจะเป็นฝ่ายเริ่มต้น ในการจุดประเด็นเล่นการเมือง เรามาร่วมไม้ร่วมมือในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้พ้น ภัยพิบัติจากอุทกภัยให้เรียบร้อยก่อน และหลังจากนั้นแล้วถ้าพร้อมเมื่อไรจะเล่นการเมือง ท่านก็บอกมา เราก็พร้อมที่จะเล่นการเมืองกับท่านเสมอครับ ขอบคุณครับ
ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทยครับ ผมจะขอปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องญัตติเป็นการพูดมาหลายครั้งแล้ว แต่เนื่องจากว่าทางพรรคฝ่ายค้านต้องการจะอภิปรายต่อ ผมจะปรึกษาท่านว่าผู้ที่เคยอภิปรายแล้วจะใช้สิทธิอภิปรายซ้ําอีกได้หรือไม่ครับ เพราะว่า ถ้าหากให้โอกาสผู้อภิปรายที่เคยอภิปรายแล้วซ้ําอีก ผมว่ามันจะทําให้เวลาสภาแห่งนี้ใช้เวลา เพราะผมดูแล้ววันนี้ที่ท่านอนุญาตให้อภิปราย ๑ ชั่วโมงผ่านไปแล้วก็ได้เพียงแค่ ๔ คน ก็ไม่ทราบว่าทางพรรคฝ่ายค้านมีผู้ที่ต้องการจะอภิปรายอีกกี่คนครับ เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ ได้บริหารเวลาได้ลงตัวครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ก็ไม่มีข้อห้ามไว้ในข้อบังคับนะครับ ท่านยุคลเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดจันทบุรี วันนี้ได้อภิปรายญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม และการให้ ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างไรบ้างนะครับ ก่อนอื่นผมต้องแสดงความเสียใจกับ ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ําท่วมครั้งนี้ ๕๐๐ กว่าชีวิต น่าเศร้าใจอย่างสุดซึ้งนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ น้ําท่วมครั้งนี้ท่านประธานก็รู้ว่ามันไม่ใช่เกิดจาก ภัยธรรมชาติอย่างเดียว น้ําท่วมครั้งนี้ท่านประธานได้เห็นแล้วว่ามันเกิดจากคนด้วย แล้วคนเท่านั้นยังขาดจิตสํานึกปะปนไปกับน้ําท่วมครั้งนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ถ้าทุกคน ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ผมเข้าใจว่าน้ําท่วมครั้งนี้คงจะแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อย่างถูกต้อง ถูกประเด็น และน้ําคงจะไม่ไหล มาท่วมในกรุงเทพมหานครแน่นอนครับ ท่านประธานครับ น้ําเราเห็น ๆ อยู่ เห็นไหมครับ ท่านประธาน กําลังไหลเห็น ๆ อยู่ เราได้พยากรณ์ เราได้มีกล้องถ่าย พยากรณ์ว่าน้ําจะมาเมื่อไร วันไหน เห็นทั้งหมด แต่ผมไม่เข้าใจว่าเราทําไมแก้ไขปัญหาน้ําที่ไหลมาเห็น ๆ อย่างนี้ไม่ได้ ผมยังไม่เข้าใจ ไม่ทราบว่าท่านประธานเข้าใจเหมือนกับผมบ้างหรือไม่ ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาที่เรามาพูดญัตติวันนี้ คือเรามาแก้ไขปัญหาน้ําท่วมนะครับ น้ําเห็น ๆ อยู่ยังแก้ไม่ได้ ผมไม่ได้โทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ผมอยากจะบอกท่านประธานว่าเรายังขาดอะไรสักอย่างหนึ่ง อาทิเช่น เราอาจจะขาดประสบการณ์ใช่หรือไม่ หรือผู้นําของเราอาจจะไม่เด็ดขาดใช่หรือไม่ ขอให้ท่านประธานได้คิดถึงเรื่องนี้เป็นที่ตั้งด้วย หรือไม่ผู้ทํางานมีส่วนร่วมอาจจะขาดเอกภาพ ใช่หรือไม่ ท่านประธานครับ ท่านประธานลองคิดดูสิครับว่าเหมือนที่ท่านคุณหมอวรงค์ได้พูด ว่าทําไมน้ําท่วมครั้งนี้เรายังมาเล่นการเมืองกันอีก ผมฟังแล้วก็คิดถึงว่าประเทศชาติเรา เสียหาย ผู้คนเราล้มตายมากมายถึง ๕๐๐ กว่าชีวิต และบ้านเรือนเราจมน้ํา รถราจมน้ํา เรายังมาเล่นการเมืองกันเหมือนที่คุณหมอวรงค์ได้พูด ผมฟังแล้วเศร้าใจจริง ๆ แต่ท่านประธานครับ อยากจะเรียนบอกกับท่านประธานว่าความจริงก็คือความจริงวันยังค่ํา ท่านประธานลองเปิดไปดู คลิกไปดูในโลกออนไลน์ ผมยกตัวอย่างครับ เฟซบุ๊กนะครับ ในไอโฟน (iPhone) ของผมนี่จะเห็นชัดเจนเลย เขาชมว่านายกรัฐมนตรีเราเก่ง เก่งเรื่องอะไรครับ สามารถแก้ไขปัญหารถติดในกรุงเทพฯ ได้ดี ไม่เกิน ๓ เดือนครับ รถเราหายหมดทั้งกรุงเทพฯ เลย นี่คือความเก่งในโลกออนไลน์ที่ผมดูในนี้ ชื่นชมผู้ที่เป็นสมาชิกเฟซบุ๊กด้วยนะครับ แล้วก็เท่านั้นไม่พอ เขาพูดในเฟซบุ๊คว่า เอ๊ะทําไมกรุงเทพฯ ครั้งก่อนมีรถเยอะกลายมาเป็น เรือเยอะมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์มาก่อนเหตุน้ําท่วมนะครับ นี่คือผมเรียน บอกกับท่านประธานได้รับทราบว่าบ้านผมจังหวัดจันทบุรีเห็นพี่น้องอพยพไปเยอะ ผมไปต้อนรับหลายพันครอบครัว เขาบอกว่าเขาไม่เคยมาจังหวัดจันทบุรีเลย ผมเรียนบอกกับ ท่านประธานว่าส่วนหนึ่งเขามีความรู้สึกดีใจ ส่วนหนึ่งผมก็รู้สึกเศร้าใจ นี่คือความรู้สึกลึก ๆ อยากจะให้ท่านประธานมีความรู้สึกเช่นเดียวกับผมรู้สึกด้วย เขาไม่เคยไปจันทบุรี แต่น้ําท่วมกรุงเทพฯ ครั้งนี้เขาอพยพไปจันทบุรีหลายพันครอบครัว ผมได้ร่วมบริการ ได้ร่วมไปดูแลนะครับ เขาก็บอกความรู้สึกลึก ๆ ให้ผมฟังว่านี่คือการบริหารผิดพลาดของ รัฐบาล นี่เขาพูดมา คือเพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีเราได้รับทราบ ให้ท่านประธานเราได้รับรู้ ณ ที่นี้ด้วย เห็นไหมครับวันนี้มีการออกกฎระเบียบว่ารถที่กําลังจอดบนทางด่วนที่ยาวที่สุด ในโลกต้องเอาลงมา แต่บ้านญาติบ้านพี่บ้านน้องผมน้ําท่วม จมน้ํา รถที่จอดบนทางด่วน ที่ยาวที่สุดในโลกไม่เคยมีปรากฏมาก่อนเขาจะไปจอดไว้ที่ไหนละครับ ท่านประธานครับ ต้องลดหย่อน ต้องช่วยเหลือเขา ต้องดูแลเขาต่อไป ผมห่วงใยนะครับ เลยวันนี้ยังห่วงใย ยังคิดถึงหมอดูวันนี้เรามีญาติพี่น้องเราเป็นหมอดูเป็นโหรหลายคนที่ทํานายทายทักว่า ถ้ามีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงจะมีเหตุการณ์ร้าย ๆ ผมก็ไม่ตกใจนะครับ ผมก็ไม่คิดว่า จะเกิดขึ้นจริง แต่มันเกิดขึ้นตั้งแต่พอเป็นนายกรัฐมนตรีปุ๊บ เป็นรัฐบาลปุ๊บ เครื่องบินมันตก ๓ ลํา ผมก็ตกใจตั้งแต่วันนั้น ผมก็เป็นหมอดูคนหนึ่งเลยคิดถึงเรื่องนี้เป็นหลัก แต่ไม่ได้ว่า รัฐบาลนะครับ เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้มันประสบเหมาะพอดี เลยอยากจะเรียนบอกกับ ท่านประธานว่านี่คือเรื่องที่ไม่น่าเกิดก็มาเกิด อีกเรื่องหนึ่งมีหมอดูได้ทายทักว่าถ้าใครมา สาดเลือดในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์น้ํานี้
ท่านครับ เอาน้ําท่วมนะครับ อย่าไปไกลเลยนะครับ
เป็นญัตติครับท่านประธานครับ แล้วก็ผมห่วงใยไปเรื่องของแพงด้วย ท่านประธานครับ วันนี้ผมอยากจะเรียนบอกกับรัฐบาลว่า พี่น้องเราเดือดร้อนมากแล้วเราจะทําอย่างไร วันนี้มีข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลแก้ไขปัญหา ของแพงด้วย และพี่น้องได้ร้องเรียนผมมาเยอะมาก เพราะภาคตะวันออก ระยอง จันทบุรี ตราด มีสวนยางพารา มีปาล์มน้ํามัน นี่เห็นไหม ส.ส. ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง แล้วก็ ส.ส.
ช่วยสรุปนิดหนึ่งนะครับ
ก็อยากจะบอกว่าสินค้าการเกษตร วันนี้เราจะต้องแก้ไขปัญหาเพื่อให้รัฐบาลเข้าไปพยุงราคาเรื่องยางพาราและปาล์มน้ํามัน ต่อไป ราคาสินค้าลดลงจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ เชื่อผมไหมว่าที่ผมลําดับเหตุการณ์ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เราไม่ได้คาดฝันและเราไม่อยากจะให้เกิด แต่มันเกิดไปแล้ว ผมมีข้อสังเกตครับท่านประธาน และข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลนี้เพื่อไปดําเนินการ ดังนี้ครับ
๑. รัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและคนต่างชาติที่มาลงทุน ให้อย่างรวดเร็วได้หรือไม่ นี่ข้อเสนอแนะตามญัตติเร่งด่วนในวันนี้นะครับ
๒. รัฐบาลจะต้องฟื้นฟูเยียวยาป้องกันผลกระทบได้อย่างไร ต้องมีแผนบริหาร จัดการเป็นระบบให้ชัดเจนและมาเปิดในสภาผู้แทนราษฎรให้ได้รับทราบรับรู้อย่างทั่วถึงและ ถ่ายทอดสดด้วยและมีพี่น้องหลายจังหวัดที่บริจาคสิ่งของมา ท่านประธานคงจะเห็น เหมือนกับผมเห็น บริจาคมาเยอะมากนะครับ จังหวัดจันทบุรีบ้านผมเขาบริจาคทั้งทรัพย์สิน ทั้งเงินทอง เขาก็ห่วงใยว่าของที่เขาบริจาคนี้จะไปทั่วถึงหรือไม่ ผมก็อยากจะถาม ศปภ. ว่าของที่บริจาคนี้ห้ามเปลี่ยนสติกเกอร์เด็ดขาดต้องให้เป็นของ ศปภ. ชัดเจน ไปเปลี่ยนชื่อ คนนั้นคนนี้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะของบริจาค
ส่วนผลกระทบ ผมเรียนบอกกับท่านประธานที่เคารพว่า จิตใจท่านประธาน จิตใจของประชาชนมีผลกระทบมากที่สุดในตอนนี้ ผมยกตัวอย่างเด็กเล็ก นี่คือเป็นสิ่งที่เรา น่าเศร้าใจที่ถูกพ่อแม่ผู้ปกครองอุ้มหนีน้ํา ท่านประธานลองหลับตานึกดูสิครับ อุ้มลูกหนีน้ํา และภาพเหตุการณ์วันนั้นเด็กมันจําท่านประธาน อุ้มหนีน้ําเกือบตาย บางทีก็หลุดมือไปจมน้ํา แล้วตามจับลูกมาได้ ผมขนาดพูดขนลุก เห็นภาพเหตุการณ์อย่างนี้ เด็กมันจํา มันเกิดความ ทรงจําเกิดขึ้นกับเด็กคนนี้ตลอดชีวิต แล้วเราจะทําอย่างไร ท่านประธานคิดดูสิครับ เราจะทําอย่างไรกับเด็กลูกหลานเราคนนี้ต่อไป ความหวาดกลัว หวาดระแวง ผวา ความรู้สึกหิว มันไม่ปลอดภัยแล้วเราจะทําอย่างไร วันนี้เป็นญัตติด่วนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม และผลการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ผมพูดทั้งหมดนี่เป็นข้อเสนอแนะผลกระทบ สําคัญไปกว่านั้นผู้สูงอายุครับ ผู้เฒ่าผู้แก่ คุณยาย แม่ใหญ่พ่อใหญ่ ตายาย หลายคนช็อก ท่านประธานครับ หัวใจวาย เห็นไหมครับ ข่าวออกมาแพร่ไปทั่วโลก คุณตาคนหนึ่งหัวใจวาย เท่านั้นยังไม่พอความดันพุ่ง ซึมเศร้าที่เรียนให้ทราบตั้งแต่เบื้องต้น หลายคนอย่างนี้แล้วเรา จะแก้ไขปัญหาให้กับผู้เฒ่า คนแก่ ผู้สูงอายุอย่างนี้ได้อย่างไร ต้องคิดให้ซึ้งนะครับ ตามญัตติที่ เรียนให้ทราบ คนที่ตกงานทํางานอยู่ วันนี้บริษัทต่าง ๆ เลิกจ้าง และเขาก็ไปอยู่บ้าน และบางครั้งโทรศัพท์มาที่ ส.ส. ในพื้นที่ ฉันตกงานเพราะบริษัทเลิกจ้างเพราะน้ําท่วมหมดแล้ว เราคิดต่อทีว่าจะทําอย่างไร รถกําลังผ่อน บ้านกําลังผ่อน แล้วจะทําอย่างไร เป็นญัตติเลย นะครับท่านประธาน เราจะแก้ไขอย่างไรครับ
คืออย่างนี้นะครับ มีท่านสมาชิกอีกหลายท่านนะครับ ในประเด็นข้อห่วงใยของท่าน ก็พอสมควรนะครับ จะให้ท่านสมาชิกท่านอื่นนะครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน สรุปแล้วครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้มีงบอุดหนุนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จําได้ใช่ไหมครับท่านประธาน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดที่น้ําไม่ท่วม แต่เขาท่วมแล้วมันไม่ขังน้ําก็ไป นี่แหละคือแผนที่ บริหารจัดการของรัฐบาล เราจะส่งแผนโครงการอย่างไร ทางท้องถิ่นจังหวัด ผมว่าหลายจังหวัดที่น้ําท่วมเหมือนกันแต่ไม่ขังเหมือนกับกรุงเทพมหานคร เขาก็ถามว่า รัฐบาลมีแผนการป้องกัน ทําโครงการมาเสนอที่ไหน ขอให้รัฐบาลตอบให้ชัดเจนด้วย นี่คือเป็นผลกระทบทั้งสิ้น ในวันนี้อยากจะเรียนบอกกับท่านประธานว่า อยากจะเห็นท่านนายกรัฐมนตรีของเราเด็ดขาดมากกว่านี้ และทํางานประสานให้มากกว่านี้ เพราะท่านเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยของพวกเรานะครับ ท่านประกาศว่า ๔๕ วัน ท่านต้องทําตามที่ท่านประกาศ
สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี ผมจะต้องติดตาม ตรวจสอบ การบริหารจัดการเรื่องน้ําก็ดี เรื่องงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกหมู่ ทุกคน ทุกจังหวัด เพราะพี่น้องได้เสียภาษีตัวจริง เจ้าของประเทศตัวจริง ผมภาวนาตัวว่าผมจะ ทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรให้ดีที่สุด สมกับพี่น้องไว้วางใจผม วันนี้ผมต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธานและห่วงใยไปยังรัฐบาลว่าเราอย่าเล่นการเมืองกันมากกว่านี้ เพื่อสงสาร เห็นใจ ช่วยเหลือพี่น้องที่กําลังเดือดร้อน ขอขอบพระคุณครับ
ท่านนครใช่ไหมครับ ขอความกรุณาไม่เกินท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ เดี๋ยวเรามีหลายท่าน ที่จะต้องอภิปรายสลับกันนะครับ เชิญท่านนครครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่ไม่ได้ให้ปิดญัตติเรื่องด่วนเรื่องสําคัญ ซึ่งเป็นเรื่องที่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้รับผลกระทบในครั้งนี้ไปก่อนที่จะนําเสนอจาก เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้แล้วก็ต่อรัฐบาลด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองอยากจะฝาก ๔-๕ ประเด็น โดยสรุปนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือภาคแรงงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ภาคแรงงาน เนื่องจากว่าภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบน้ําท่วม ๗ แห่ง โรงงานตามตัวเลขที่ทาง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ประเมินว่าจะมีโรงงานที่ได้รับผลกระทบแล้วก็ไม่สามารถที่จะ ดําเนินการประกอบกิจการได้ตามปกติเกือบ ๑๐,๐๐๐ แห่ง ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง แล้วก็ขนาดใหญ่ มีแรงงานผู้ได้รับผลกระทบเฉพาะอยู่ในเกณฑ์ของ สปส. ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ คน เกือบ ๗๐๐,๐๐๐ คน แรงงานนอกระบบแล้วก็แรงงานภาคเกษตร อีกหลายแสนคนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะ ให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงแรงงานได้เข้าไปเยียวยา เข้าไปดูแล เข้าไปกํากับช่วยเหลือ เนื่องจากว่าแรงงานต่าง ๆ มาจากทุกภาคทั่วประเทศหลายแสนคน ซึ่งภาระของ ผู้ใช้แรงงานต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ท่านประธานครับ เขามีครอบครัว มีพ่อ มีแม่ มีบุตร และภรรยาที่จะต้องดูแล มีภาระหนี้สิน มีค่าใช้จ่ายที่จะต้อง ใช้จ่ายในแต่ละวัน ในแต่ละเดือน อยากจะให้สํานักงานประกันสังคมซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่มีกองทุน ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วส่วนหนึ่งก็คือเป็นเงินของผู้ใช้แรงงานด้วยนะครับ ได้เข้ามาแสดงบทบาทดูแลผู้ใช้แรงงานต่าง ๆ เหล่านี้ที่เขาได้รับผลกระทบเฉพาะเร่งด่วน แล้วก็ระยะกลางให้เขายืนอยู่ได้อยากจะฝากเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิต ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งประชาชนทั่วไป ผมเองเพิ่งไปเป็นประธานฌาปนกิจศพของคนในพื้นที่ ของผมอายุยังน้อยอยู่ประมาณ ๑๙ ปีเองมาทํางานที่กรุงเทพฯ แล้วก็เนื่องจากว่าอุทกภัย ในครั้งนี้ไฟก็ช็อตเขาเสียชีวิต อันนี้เป็นหนึ่งในกรณีตัวอย่าง ๕๐๐ กว่าคนที่ได้รับผลกระทบ จากอุทกภัยในครั้งนี้เกิดจากไฟฟ้าช็อต ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากการเยียวยา ในเรื่องพืชผลทางการเกษตรต่อไร่ แล้วก็การเยียวยาต่อครัวเรือน ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท การเยียวยาฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมแล้ว สิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ก็คือชีวิตของคน ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าพี่น้องที่ประสบเคราะห์กรรม บาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิต รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร ช่วยเหลือบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับเขาอย่างไรบ้าง น่าจะมีเกณฑ์พอที่จะเป็นที่คลายทุกข์ให้กับคนที่ยังอยู่ ข้างหลังแล้วก็ทายาทของเขาด้วยอันนี้เป็นเรื่องที่ ๒
ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นในระยะกลาง ในระยะกลางควรที่จะ มีการเข้ามาพูดคุยกันอย่างจริงจังว่า ๑. ภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นฟูอย่างไร ๒. ภาคอุตสาหกรรมจะฟื้นฟูอย่างไร ๓. ภาคการเกษตรจะฟื้นฟูอย่างไร ไม่ใช่ว่าไปแจก พันธุ์ข้าวไร่ละ ๑๐ กิโลกรัม แล้วก็เสร็จกัน ไม่ควรที่จะเป็นแค่นั้น แต่ควรที่จะวางระบบว่า ทําอย่างไรให้เกษตรกร ให้ผู้ใช้แรงงาน ให้ภาคอุตสาหกรรม ให้ผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ แม้กระทั่งโรงแรม แม้กระทั่งการท่องเที่ยวต่าง ๆ คือมันกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั้งระบบ ท่านประธานครับ รัฐบาลจะต้องมีมาตรการในการฟื้นฟูเยียวยาอย่างจริงจังและเห็นเป็น รูปธรรมและสัมผัสได้ เงินงบประมาณที่ตั้งไว้ตามงบปกติงบลงทุนประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับไม่พอหรอกครับต่อการฟื้นฟูเยียวยา รัฐบาลจะต้องร่างเป็นแผนแม่บท จะใช้พระราชกําหนดกู้เงินในประเทศหรือต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารในระดับเอเชียหรือในระดับโลกหรือว่าไอเอ็มเอฟ (IMF) อะไรต่าง ๆ ท่านต้องกล้าที่จะชี้ให้เห็นว่าความชัดเจนในการฟื้นฟูในระยะกลางและในระยะยาวของ ประเทศของเรามีอะไรบ้าง และจําเป็นที่จะต้องใช้เงินงบประมาณเท่าไร ท่านต้องมีแผน ปรากฏให้ชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนย้ําต่อ ท่านประธานว่าผมเป็นคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎร ทราบครับว่า การทุจริตมันแทรกซึมไปทุกอณู ตั้งแต่ในระดับเล็ก ในระดับกลางจนถึงในระดับนโยบาย การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศของเรานั้นถือว่าอยู่ในขั้นร้ายแรงที่สุด
ท่านประธานที่เคารพ จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยหอการค้าและสถาบัน อื่น ๆ ที่ผมได้รวบรวมเป็นข้อมูลไว้ทั้งหมด ประเทศของเรามีผลการสรุปว่าการคอร์รัปชัน อยู่ในขั้นร้ายแรงที่สุด ท่านประธานที่เคารพ โดยเฉลี่ยปีหนึ่ง ๆ เงินงบประมาณในด้าน การลงทุนของประเทศจะถูกคอร์รัปชันไปเกือบ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ บางแห่งท่านประธานครับ แม้กระทั่งที่ผมกําลังตรวจสอบและผมยื่นต่อคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. อยู่ในปัจจุบัน ทราบไหมครับ มีโครงการจากเงินเร่งด่วน เงินเพื่อป้องกันภัยฉุกเฉินหลังจากที่จังหวัดได้ ประกาศเขตภัยพิบัติในเขตของพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบแล้ว ท่านประธานครับ เขาจะกําหนดให้เลยว่าอําเภอนี้พอประกาศเป็นเขตภัยพิบัติจะมีงบประมาณทดรองจ่าย เพื่อที่จะเอาไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและให้ทันท่วงที ทีแรกผมก็ดีใจว่าอย่างน้อยที่สุด พอประกาศเขตภัยพิบัติในอําเภอนี้ ในตําบล ในจังหวัดนี้แล้ว ประชาชนคงจะได้รับการดูแล เอาใจใส่ แล้วก็งบประมาณทุกบาททุกสตางค์จะได้รับการจัดสรรแล้วก็ก่อให้เกิดประโยชน์ อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยสมกับที่เป็นเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่าในข้อเท็จจริงบางอําเภอนะครับ โครงการยังไม่ได้ดําเนินการใด ๆ เลย นายอําเภอ บางอําเภอบังคับให้คณะกรรมการตรวจรับเซ็นตรวจรับแล้วว่างานผ่านแล้วและเอาเงินมา แบ่งเปอร์เซ็นต์กัน มันเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ครับท่านประธานครับ เครื่องจักรยังไม่ได้ไปถึง พื้นที่ ยังไม่ได้ลงมือทําตามแผนปฏิบัติ แต่บังคับให้เจ้าหน้าที่ในระดับล่างลงมาดําเนินการ เพื่อเซ็นรับในเอกสาร แต่งานยังไม่ได้ทํา มันทุจริตกันตั้งแต่ในระดับหลักแสน ในระดับ หลักล้านแล้วก็ ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทมาถึงขนาดนี้บ้านเมืองเราจะพัฒนาไปทางไหน ครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นครับต่อให้เงินงบประมาณถ้าเกิดว่าจะลงทุนในการ พัฒนาทรัพยากรน้ําหรือว่าบริหารจัดการน้ําทั้งประเทศทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา ผมทราบในนามของ คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้นะครับ กรมทรัพยากรน้ําของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านมีโครงการอยู่ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าโครงการ ในการพัฒนาแหล่งต้นน้ําตั้งแต่ต้นน้ําเลยนะครับ ห้วย หนอง คลอง บึง บางต่าง ๆ ในเขตป่าไม้ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่ปรากฏว่างบประมาณที่ได้ปีละประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ใน ๑๐๐,๐๐๐ โครงการ อีก ๓๐ ปีก็ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการจากแหล่งต้นน้ําได้ ทั้ง ๆ ที่ ประชาชนเรียกร้องกันเหลือเกินในชนบท เรียกร้องผ่าน ส.ส. เรียกร้องผ่านองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ มากมายมหาศาล แต่ไม่เคยได้รับการสนองตอบในด้านงบประมาณในการ ไปบริหารจัดการตั้งแต่แหล่งต้นน้ํา ทางกายภาพมองเห็นได้ชัดท่านประธานครับ ใครก็มองเห็นได้ น้ําที่ท่วมกรุงเทพฯ น้ําที่ท่วมภาคกลาง น้ําที่ท่วมตั้งแต่พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ ลงมาถึงขณะกําลังท่วมกรุงเทพฯ อยู่ในปัจจุบัน แหล่งน้ําใหญ่มีอยู่ ๔ แห่ง ปิง วัง ยม น่าน ส่วนลุ่มน้ําอื่น ๆ ก็กระจายไปทางลุ่มน้ําโขงบ้าง ภาคกลางบ้าง และภาคใต้บ้าง แต่น้ําที่มาท่วมนี่มาจากปิง วัง ยม น่านเป็นหลัก ทําไมท่านไม่เริ่มนับ ๑ ตั้งแต่ต้นน้ําละครับ แล้วก็ตรงกับสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง ตรงกับที่ราษฎรที่เกษตรกรโหยหา และซ้ําซากกับปัญหาที่เขาเรียกร้องกันมาอยู่ตลอดก็คือหน้าฝนน้ําท่วม หน้าแล้ง หน้าหนาว เริ่มแล้งแล้ว ตอนนี้ภาคเหนือตอนบนและหลายพื้นที่น้ําเริ่มแห้งขอดแล้วครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ต่อให้งบประมาณจะมากมายมหาศาล ขนาดไหนก็แล้วแต่ ถ้าการจัดสรรงบประมาณไม่ได้สอดคล้องตรงกันกับสภาพทางกายภาพ ของน้ําก็ไม่สามารถที่จะแก้ได้ เพราะงบประมาณส่วนใหญ่เท่าที่ผมดูไปกระจุกตัวอยู่ใน ลุ่มของภาคกลางและในบางจังหวัด แต่สิ่งที่ประชาชนโหยหาต้องการและเรียกร้องไม่เคย ได้รับการสนองตอบ อันนี้กราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ถ้ามีการทุจริตอยู่ งบประมาณ เท่าไรก็ถมไม่เต็ม
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ภารกิจนี้จะต้องเป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง จะต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างแท้จริง จะต้องไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างแท้จริง ผมต้องการมองเห็นว่าหลังจากที่สภาได้พิจารณาญัตติทั้งหมดนี้แล้ว เราต้องการมองเห็นไป ในทิศทางเดียวกันว่าน้ําและการบริหารจัดการลุ่มน้ําจะต้องเป็นเรื่องวาระแห่งชาติ สมัยนี้ พรรคเพื่อไทยนําโดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านโชคดีเนื่องจากว่า ได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชน ถ้าเกิดว่าท่านเริ่มต้น ณ ตอนนี้ แต่ถ้าเกิดว่าสมัยหน้า พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสกลับมาได้รับความนิยมจากพี่น้องประชาชน และได้มีโอกาสมา เป็นรัฐบาล เราจะนับ ๓ ๔ ๕ ต่อไปจากที่ท่านได้ทําแล้ว ถ้าเกิดว่าสมัยต่อไปพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งได้มีโอกาสมาเป็นรัฐบาล ขอให้ท่านนับต่อไปว่า ๗ ๘ ๙ ๑๐ และเรื่องนี้ จะยุติ ปัญหาเรื่องน้ําท่วมซ้ําซาก ฝนแล้งซ้ําซากจะได้หมดไปจากประเทศไทยเสียที ขอถือโอกาสนี้ฝากความหวังกับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านนิยม ช่างพินิจ เชิญครับ เกิน ๑๐ นาทีแล้วครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากญัตติด่วนในการแก้ปัญหาน้ําท่วมหรือปัญหาอุทกภัยต่อพี่น้องประชาชน วันนี้ต้องยอมรับครับ ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนที่เจอปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในเขตของ กทม. แต่สิ่งสําคัญก็น่าเห็นใจมากก็คือรัฐบาล ด้วยการนํา ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีหลาย ๆ ท่านที่นั่งอยู่แห่งนี้ สิ่งที่ผม ต้องพูดอย่างนี้ครับ วันนี้เองเราไม่ต้องมาว่าและไม่ต้องมาเล่นการเมืองว่าใครจะแก้ปัญหา อย่างไร ไปในทิศทางไหน แต่ผมอยากกราบเรียนให้ทราบว่าทุกคนครับ โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี
อย่างนี้ ได้ไหมครับ เอาเฉพาะประเด็นเรื่องน้ําท่วมนะครับ เชิญครับ
ผมจะอธิบายให้ท่านประธานเข้าใจครับ ทุกคนครับ เหน็ดเหนื่อยและความตั้งใจจริงไม่อยากเห็นพี่น้องประชาชนเดือดร้อน อย่างนี้หรอกครับ เพราะสิ่งที่ผมพูดอย่างนี้นะครับท่านประธาน หลังจากมีการเลือกตั้ง วันที่ ๓ กรกฎาคม วันที่ ๑ น้ําท่วมแล้วครับ วันที่ ๑ กรกฎาคมนี่ครับ น้ําท่วมพืชไร่พืชนาแล้วในเขตพื้นที่ของจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตรนี่ท่วมแล้วครับ วันที่ ๓ เลือกตั้งนี่ครับ หลังเลือกตั้งหลังจากท่านนายกรัฐมนตรี ได้รับการโปรดเกล้าฯ ก็ลงพื้นที่ที่จังหวัดสุโขทัย แล้วก็น้ําท่วมแล้วครับ แล้วก็มาพิจิตร แล้วก็หลังจากที่ได้แถลงนโยบายนี่ครับก็ลงพื้นที่ของอําเภอบางระกํา นี่ท่วมหมดแล้วครับ ท่านประธาน วันที่ ๒๐ นี่ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าน้ําที่มันมา มวลน้ําที่มันมามาก และมหาศาล มาในเขตพื้นที่ของ กทม. หรือภาคกลาง โดยมากจะมาจากแม่น้ําน่าน แม่น้ํายม แม่น้ําปิง สิ่งที่จะเป็นกรอบแนวทางให้กับท่านในอนาคตข้างหน้าในการที่จะแก้ไข เพราะโดยเฉพาะแม่น้ํายมไม่มีเขื่อนครับ ไม่มีเขื่อนกักเก็บน้ําไม่มีเลย แล้วก็มีแม่น้ําน่าน แล้วจะมาพูดถึงว่าการระบายน้ําในเขื่อนทั้ง ๒ เขื่อนนี่มันมีข้อบกพร่องที่ไหน วันที่ ๒๐ สิงหาคมนี้ครับท่านประธาน ผมจําได้ว่าผมไปดูในแม่น้ํายมท่วมไร่ พื้นที่ภาคการเกษตรหลากท่วมไปทั่วแล้ว แม่น้ํายมโดยปกติจะต้องระบายลงสู่แม่น้ําน่าน แล้วก็มาพิจิตรไล่ออกมานะครับ แต่ปีนี้เริ่มวันที่ ๒๐ สิงหาคม แม่น้ําน่านระบายลงสู่ แม่น้ํายม ซึ่งมันวิกฤติมากครับ ก็ท่วมในพื้นที่ภาคการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรก็ยังสงสัย อยู่นะครับ วันนี้เองแล้วก็ในช่วงของวันที่ ๒๐ กว่า ๆ เดือนสิงหาคมนี่ครับ ในจังหวัดพิษณุโลกก็เริ่มปริ่มแล้วครับ เผอิญโชคดีที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเอง ทางเทศบาลเอง เอาอยู่นะครับ น้ําก็ยังไม่รุนแรงยังไม่เข้าไปถึงในตัวเมือง เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียน ให้ท่านประธานทราบ ต่อไปนี้ในอนาคตข้างหน้าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร แล้วเราจะแก้ปัญหา แบบไหนแบบบูรณาการ เพราะสิ่งที่สําคัญผมก็อยากจะกราบเรียนให้ทราบว่า ท่านประธานครับ น้ําที่มันมาจากภาคเหนือนี่เราเข้ามาปุ๊บเราค่อย ๆ ระบายลงได้ไหม ระบายลงสู่ แม่น้ําเจ้าพระยา ลงสู่อ่าวไทย เราทําไว้เราไม่ต้องไปกัก ไปเก็บ ไปล้อมหรอกครับ ไม่ต้องทํา พนังกั้นปิดบังเขาไว้ พอสูบ ๆ แล้วก็เอาไม่อยู่ เอาไม่อยู่ก็ทะลักอย่างนี้ละครับ โดยเฉพาะในเขต พื้นที่เศรษฐกิจของ กทม. นี่ เท่านั้นเองนะครับ ท่านประธานที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานทราบ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐบาลที่ได้ลงพื้นที่ทุกจังหวัด แทบจะทุกจังหวัด ๖๐ กว่าจังหวัดที่ปัญหาอุทกภัย แล้วปัญหาก็ลุกลาม และอยากจะ ฝากไว้นะครับ ในการแก้ปัญหานี้น้ําท่วมอย่างเดียวไม่พอหรอกครับ มันต้องแก้ปัญหาต่อไปก็คือ ภัยแล้งครับ ผมฝากท่านรัฐมนตรีปรีชาด้วยนะครับ โดยเฉพาะภัยแล้งก็จะตามมาอีกแล้ว ในเขตของพื้นที่ที่จะเจออุทกภัยก่อนนี้ เพราะฉะนั้นต้องขอขอบคุณที่ผมอยากจะกราบเรียน ให้ทราบ ก็คือวันนี้ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่จะมีการแก้ปัญหา แบบบูรณาการ โดยที่เอาอําเภอบางระกําเป็นอําเภอนําร่องหรืออําเภอต้นแบบในการที่จะ แก้ปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนในเรื่องของแก้ปัญหาน้ําท่วม แก้ปัญหาหลังน้ําลด และสิ่งที่สําคัญคือแก้ปัญหาภัยแล้ง ก็คงจะไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่อยากจะฝากไว้ว่าสิ่งไหน ในวันนี้เองที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป ก็คงจะให้รัฐบาลนําไปแก้ไขแล้วก็ปรับปรุงและแก้ไข ในอนาคตข้างหน้า ก็คงพูดสั้น ๆ นะครับ เพราะเพื่อนสมาชิกพูดกันไปหลายท่านแล้ว ต้องขอขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ
ประท้วงอะไรครับ
ไม่ได้ประท้วงครับประธาน ผม ไตรรงค์ ติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากว่าวันนี้เราก็อภิปรายมาเป็น เวลาอันพอสมควรแล้ว ผมเสนอปิดการอภิปรายครับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ
(นายนริศ ขํานุรักษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ตกลงกัน ได้ไหมระหว่างคุณหมอกับท่านนริศ เอาท่านนริศก่อนได้ไหม เพราะคุณหมอประท้วงบ่อย เอาท่านนริศประท้วงบ้าง เชิญ
ขออนุญาตหารือท่านประธานนะครับว่า ก่อนเริ่มประชุมวันนี้นะครับ พวกเราก็ได้ตกลงกันไว้ในระดับหนึ่งครับว่าผู้อภิปรายท่านก็มี บัญชีรายชื่ออยู่ ผู้อภิปรายก็เหลืออยู่ไม่มาก
เดี๋ยวนะครับ ผมไล่อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวท่านนริศดูนะครับ มีท่านกษิต ภิรมย์ ท่านอิสสระ สมชัย ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านบัญญัติ แล้วก็ท่านฉัตรพันธ์ ท่านสุรเชษฐ์ คนสุดท้ายใช่ไหม
ครับ
ท่านคุยกับ วิปรัฐบาลได้ไหม เพราะปกติท่านคุยจบทุกเรื่องนะครับ
ซึ่งก็ไม่มากแล้วนะครับ แล้วก็มีข้อตกลง ขั้นต้นกันอยู่ ผมว่าให้ถอนญัตติปิดการอภิปรายเถอะครับ แล้วท่านประธานก็กรุณาได้ กําหนดเวลาไว้บางส่วนแล้วด้วย ก็ใช้เวลาอีกไม่นานหรอกครับ
ก็อย่างนี้ ๖ ท่านก็ประมาณ ๑ ชั่วโมง ซึ่งก็ไม่มาก เดี๋ยวผมถามทางวิปรัฐบาลนะครับ
ท่านเจรจาฝั่งโน้นนะครับ
ให้ผม ถามแทนหรือท่านจะถามผ่านผมไป
ขอความกรุณาท่านประธานถามเถอะครับ
เดี๋ยวนะครับ ขอความกรุณานิดหนึ่ง
ท่านประธานครับ ไม่ต้องถามหรอกครับ เรียนท่านประธานครับ ผมขอยืนยันนะครับ
เชิญครับ คุณบุญยอดมีอะไรไหม คุณบุญยอดเสนอใช่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่ได้ยกมือตั้งแต่ หลายอาทิตย์ที่แล้ว เรื่องน้ําท่วมนี่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป ผมเองอยากจะเป็นคนหนึ่งที่จะ ร่วมอภิปรายด้วย ผมยังไม่ได้มีชื่อ แต่ผมเรียนเสนออย่างนี้ครับท่าน คือท่านเสนอ ปิดอภิปราย ผมเสนออภิปรายต่อครับ ขอผู้รับรองครับ
ให้เปิด การอภิปรายใช่ไหมครับ
เสนอให้เปิดอภิปรายต่อครับ ขอผู้รับรองครับ
ท่านคุยกัน ได้ไหมท่านนริศ ถ้าคุยไม่ได้ผมต้องขอมตินะครับ ผมไม่รู้นะครับ เพราะว่าทางนี้เขายืนยันว่า ไม่ยอม วิปรัฐบาล เชิญลองคุยกันหน่อยได้ไหม สักครึ่งหนึ่งก็ได้ สัก ๓ ท่าน ๔ ท่านไป
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากที่เราได้อภิปรายญัตติเรื่องน้ํา ซึ่งผมเองตอนแรกเป็นคนเสนอให้ ปิดการอภิปราย แต่เพื่อนสมาชิกซีกฝ่ายค้านเองก็บอกว่ามีอยู่ประมาณ ๕-๖ ท่านที่ติดค้าง มาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ผมก็นั่งรับฟังแล้วก็มีหลายท่านก็ได้อภิปรายซ้ําซ้อนทั้งใน มาตรา ๑๗๙ และอภิปรายไปแล้ว ผมเห็นว่าตามที่ท่านสมาชิกจากจังหวัดบึงกาฬ คือท่านไตรรงค์เสนอการปิดอภิปรายก็ชอบแล้ว แต่ท่านประธานครับ แม้จะปิดการอภิปรายแล้ว แต่ว่าซีกทางฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเองก็สามารถที่จะอภิปรายสรุปได้ฝั่งละท่าน ผมก็คิดว่า น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นยืนยันว่าขอให้ท่านประธานดําเนินการเลยครับ
เดี๋ยวขอฟัง อีกท่าน ท่านวัชระ ท่านครับขอสักครึ่งหนึ่งได้ไหม ๓ ท่าน ที่จริงท่านนคร มาฉิม ท่านก็พูด มีเหตุผลเมื่อสักครู่นี้ ผมจดทุกประเด็นของท่านอยู่ ตั้งข้อเสนอ สัก ๓ ท่านแล้วเรา ปิดอภิปราย แล้วก็ค่อยสรุปอีกทีหนึ่งดีไหม ท่านนริศเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมาจากพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนน้ําท่วมจริง ๆ
เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ท่านวัชระ รู้ว่าท่านถูกน้ําท่วมนะครับ ประเด็นที่เรากําลังพิจารณากัน อยู่ว่ามีท่านสมาชิกขอปิดอภิปราย แล้วท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก กทม. ท่านขอเปิด การอภิปราย ตอนนี้ผมเห็นบรรยากาศกําลังดี แล้วก็เห็นท่านนคร มาฉิม พูดก็มีเหตุผล ผมก็บันทึกไว้ทุกประเด็นนะครับ เพราะว่าผมให้ทางเจ้าหน้าที่ของสภาต่อไปบันทึกประเด็น ข้อแนะนําทุกประเด็นไว้เพื่อจะส่งให้รัฐบาล ทีนี้ผมก็เลยอยากจะบอกว่าถ้าบรรยากาศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยอย่างนี้ อีกสัก ๓ ท่าน แล้วเดี๋ยวรัฐบาลก็สรุป ๑ ท่าน รัฐบาล ๑ ท่าน ฝ่ายค้าน ๑ ท่าน ก็พอดี ดีไหมครับ ผมหาทางออกให้อย่างนี้ก่อนนะครับ
(นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวท่านสุรเชษฐ์นั่งก่อนครับใจเย็น ทีละท่าน เดี๋ยวท่านก็ปรึกษากับทางวิปของท่านดู นิดหนึ่ง ถ้าได้อย่างไรแล้วผมจะลองหารือ ถ้าเขาไม่ยอมมันก็ต้องโหวต แต่ทางออก ผมเห็นบรรยากาศดีนะ ท่านนริศเชิญ เอาอย่างไร ท่านวัชระนั่งนิดหนึ่ง ถ้า ๑ ใ น ๓ ก็ต้องมีท่านวัชระ เอาอย่างไรท่านนริศ ท่านสุรเชษฐ์ปรึกษาท่านนริศหน่อยได้ไหม เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ ครับ ผมคิดว่า ๕-๖ คนที่เหลือก็ไม่มากแล้วนะครับ ท่านประธานก็กําหนดเวลาแล้ว ก็ปล่อยเถอะครับ มันเป็นข้อตกลงกันเบื้องต้นว่าปล่อยให้มีการอภิปรายกันไปก่อนตามข้อเท็จจริง
ไม่เป็นอะไรครับ ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องขอมติจากที่ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เชิญเข้า ห้องประชุมครับ ระหว่างเข้าห้องประชุมเชิญท่านสุรเชษฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ผมก็หนึ่งในผู้ที่แสดงเจตจํานงว่าจะอภิปรายนะครับ ผมคิดว่าคงจะเหลืออยู่ประมาณสัก ๔-๕ ท่านใช่ไหมครับท่านประธานครับ
เหลืออยู่ ๖ ท่าน ผมก็เสนอไปบอกว่าเอาสัก ๓ ท่าน แล้วก็สรุปท่านหนึ่งก็เป็น ๔ อยู่แล้ว เมื่อกี้ผมหาทางออกอย่างนี้ เห็นด้วยกับผมไหม
เห็นด้วยครับ
เห็นด้วย ท่านลองคุยกับท่านนริศหน่อยสิครับ
คืออย่างนี้ครับ คือผมผู้ประสบอุทกภัยด้วย บ้านผมจมน้ํา แต่ไม่ใช่เป็นเจ้าของพื้นที่ อยากจะให้คนที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย
เดี๋ยวท่านนั่งลง เดี๋ยวผมจะหารืออีกทีหนึ่งนะครับ
ส่วนผมนั้นถ้าหากว่าไม่ได้อภิปราย ผมก็ยินดีครับ
เดี๋ยวค่อยอภิปรายรายการอื่นครับ ก่อนที่จะลงมตินะครับ ผมขอเช็กองค์ประชุมนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ช่วยกรุณาเสียบบัตรนะครับ แล้วก็กดแสดงตนเพื่อนับองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญเสียบบัตรแล้วก็กดแสดงตนเพื่อเช็กองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยหรือยังครับ เมื่อเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่ส่งผลนะครับ ส่งคะแนนส่งยอด มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗๑ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ท่านใดเห็นสมควรให้ปิดการอภิปรายให้กดปุ่มคําว่า เห็นด้วย ท่านใด ไม่เห็นสมควรให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญออกเสียงครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านใด ยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ เรียบร้อย เชิญส่งผลครับ เห็นด้วยปิดการอภิปราย ๒๖๔ ไม่เห็นด้วย ๗๑ งดออกเสียง ๕ นะครับ ที่ประชุมมีมติให้ปิดการอภิปรายนะครับ
คราวนี้ลําดับมีทั้งสิ้น ๙ ญัตติ มีญัตติของท่านใดที่จะขอใช้สิทธิในการ สรุปไหมครับ ของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นะครับ เชิญท่าน
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ผู้ที่เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปัญหาวิกฤติภัยพิบัติน้ําท่วม ดินถล่มครั้งใหญ่ในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรงเพื่อหาแนวทาง มาตรการป้องกันแก้ไขและให้การช่วยเหลือโดยเร่งด่วน
ผมอยากจะกล่าวสรุปญัตติว่า ผมกับคณะรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่งกับ ทั้งการปฏิบัติการตอบรับต่อเรื่องญัตติในเรื่องนี้จากรัฐบาล ตลอดระยะเวลาที่เรามีการ พิจารณาญัตติด่วนกันมาตั้งแต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงนั้นกรุงเทพมหานคร ยังไม่ได้มีปัญหาวิกฤติภัยน้ําท่วมอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เราแทบจะไม่ได้รับความสําคัญจาก รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีมารับฟังอย่างเอาจริงเอาจัง และมีการตอบ คําถามอย่างครบถ้วนกระบวนความเลยแม้แต่วันเดียว เราจะมีรัฐมนตรีที่สลับสับเปลี่ยนกันมาตอบในบางเรื่องบางราว ซึ่งค่อนข้างที่จะไม่ได้ตรงกัน หรือสอดคล้องทันกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นในขณะนี้ แต่ที่น่าเสียใจไปมากกว่านั้นก็คือ ความพยายามในการรวบรัดปิดการอภิปรายของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งได้พยายามทํากันมาตั้งแต่ เปิดประชุมช่วงบ่าย ๒ โมงเศษ ๆ ที่ผ่านมา ผมพยายามจะฟังการขอเสนอปิดอภิปรายกันมา ตั้งแต่ตอนที่ท่านลุกขึ้นเสนอปิดแล้วว่าในเวลานี้จะมีทุกข์ใดของคนไทยที่ยิ่งใหญ่ไปกว่า ทุกข์เรื่องวิกฤติภัยน้ําท่วมในขณะนี้ มีเรื่องใด มีญัตติใดในสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ที่จําเป็น เร่งด่วนมากกว่าเรื่องน้ําท่วม ที่คนเดือดร้อนหลายล้านครอบครัว สถานการณ์น้ํายังไม่จบ ยังมีวิกฤติเกิดขึ้นทุกวัน สื่อมวลชนรายงานทุกวัน ยังมีคนซึ่งประสบภัยที่มีการออกอากาศผ่าน ทางสื่อมวลชนสถานีโทรทัศน์ทุกช่องทุกวัน มีเรื่องใดใหญ่กว่าเรื่องนี้ ท่านเพียงแต่จะบอกว่า รัฐบาลนั้นมีการขอให้รัฐสภามีการพิจารณาแล้ว มีการอภิปรายเรื่องของน้ําท่วม ตอนงบประมาณแล้ว ถ้าท่านประธานย้อนกลับไปดูทั้ง ๒ วันนั้น การรับฟังความคิดเห็น ในรัฐสภาในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น เราจะหาคนซึ่งเอาจริงเอาจังมารับฟังอย่างเอาใจใส่ ตอบทุกคําถามก็ยากเต็มทน ท่านนายกรัฐมนตรีมาท่านก็สรุปของท่านและท่านก็ไป ท่านบอกว่าประชุมสภาสําคัญน้อยกว่าที่จะรับไปปฏิบัติเสียอีก แต่เรื่องที่เสนอกันในสภา เอาง่ายที่สุดครับ เรื่องบิ๊กแบ็ก ในเวลาที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอปิดการประชุมเมื่อสักครู่นี้ ก็มีทวิตเตอร์นักข่าวรายงานว่ามีการรื้อบิ๊กแบ็กอีกแล้วที่แยก คปอ. แล้วน้ําก็ไปเพิ่มที่ทาง สะพานใหม่ พหลโยธิน ทุกอย่างมันชี้ให้เห็นว่าเรื่องน้ําท่วมกับญัตติที่พวกกระผมได้เสนอไป และสมาชิกอีกหลายท่านนั้นไม่ได้รับความสนใจอย่างเอาใจใส่ เอาจริงเอาจังจากภาครัฐ จากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แม้แต่กระทั่งทางซีกฝั่งของรัฐบาล คําถามด้วยความน้อยใจ จึงเกิดจาก ส.ส. ซีกฝั่งธนบุรีอย่างคุณวัชระ เพชรทอง ผมก็มีคําถามในใจครับว่าถ้าวันนี้น้ําท่วม ในภาคอื่นของประเทศที่เป็นฐานเสียงใหญ่ของรัฐบาล มิพูดกันข้ามวันข้ามคืนหรือครับ หรือว่ากรุงเทพฯ ที่เดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้เขาไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่คนที่เลือกรัฐบาลนี้มา แล้วตัวเองก็เลยไม่ใส่ใจที่จะเปิดญัตตินี้ให้มีการอภิปรายต่อ ผมพูดอย่างนี้เพื่อสรุปให้ ท่านประธานเห็นว่า อย่าเห็นว่าญัตติเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องขอไปที และเป็นเรื่องรัฐมนตรีมาตอบ ตามพิธีกรรม มันไร้ค่าที่จะถูกเลือกตั้งเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภานี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าตลอดระยะเวลาที่เราพูดกันถึงเรื่องญัตติด่วนเรื่องน้ําท่วม มันคาบเกี่ยวสถานการณ์ค่อนข้างที่จะยาวนาน มีญัตติเดียวครับที่พวกกระผมกับคณะเป็น คนเสนอที่ใช้คําว่าวิกฤติภัยพิบัติ รัฐบาลเองก็กระมิดกระเมี้ยนที่จะไม่พูดถึงคําว่า วิกฤติภัยพิบัติ เสมือนกับว่าน้ําท่วมเป็นภัยธรรมชาติ แต่ที่ผมใช้คําว่าวิกฤติตอนนั้น ผมมีข้อสังเกตว่าในเวลานั้นน้ํายังไม่เข้ากรุงเทพมหานคร แต่ที่ใช้คําว่าวิกฤติ เพราะมี การคํานวณกันแล้วครับ ว่าความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้จะใหญ่หลวงมาก และถือว่า เป็นวิกฤติภัยครั้งใหญ่ ตั้งใจจะใช้ชื่อญัตตินี้เพื่อกระตุ้นเตือนสติทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่ารับมือ แบบวิกฤติกันเถอะ อย่าไปรับมือแบบปกติธรรมดาที่เคยทํากันเลย ไม่เช่นนั้นความเสียหาย จะมากมายสุดคณานับ แล้วสุดท้ายก็จริง มาถึงวันนี้ที่วิกฤติภัยยังไม่จบจึงมีคําถามสะท้อน กลับมาว่ารัฐบาลบริหารแบบตั้งใจให้น้ําท่วมกรุงเทพฯ หรือเปล่า การบริหารน้ําท่วมครั้งนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเปล่า เป็นสะท้อนคําถามของคนที่เขา ประสบภัยพิบัติครับ ตลอดระยะเวลาหลายวันการอภิปรายเรื่องน้ําท่วมผมสนใจติดตามฟัง เกือบจะทุกคนครับที่มีการอภิปรายและการตอบจากรัฐบาล ท่านประธานถ้าฟังตลอด ท่านประธานจะเห็นครับว่า คําถามที่กระผมยกขึ้นมาถามมันสะท้อนถึงข้อเท็จจริงและ การบริหารจัดการของรัฐบาลที่เกิดมาตั้งแต่ต้นครับ เราพูดถึงพายุที่เข้า ๔-๕ ลูก เราพูดถึง การเก็บกักน้ําในเขื่อน เราพูดถึงการบริหารจัดการน้ํา เราพูดถึงการผันน้ําตะวันตก ตะวันออก เราพูดถึงการจัดการบริหารน้ํา การป้องกันอุทกภัยครั้งใหญ่ในกรุงเทพมหานคร แต่ตลอดระยะของการอภิปรายและตลอดทางที่น้ําเดินทางมาจากปิง วัง ยม น่าน จากลุ่มน้ําเจ้าพระยาจนกระทั่งมาถึงกรุงเทพมหานครและกําลังจะลงทะเลนั้น เราไม่เคย ได้รับคําตอบที่ชัดเจนจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าในแต่ละขั้นแต่ละตอน ท่านบริหารจัดการน้ํา และให้ความมั่นใจกับประชาชนว่ามีการเตรียมการเพื่อการป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติภัย ที่กระทบเศรษฐกิจกับผู้คนมากมายในขั้นตอนไหน เพียงใด อย่างไร ไม่มีครับ ตลอดเวลา ก็มีความพยายามกล่าวอ้างว่าอุทกภัยครั้งนี้มันใหญ่ ฝนตก พายุเยอะ ถึงขนาดมีการบอก ออกมาครั้งหนึ่งว่า โดย ส.ส. ซีกรัฐบาลว่าสภาพการณ์เช่นนี้รัฐไทยรับมือไม่ไหว โดยการ มองข้ามข้อเท็จจริงไปว่าสังคมไทยอยู่กับน้ํามาตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัย มาถึงอยุธยา รัตนโกสินทร์ จนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน เอาเฉพาะในยุคปัจจุบัน เราลงทุนเรื่องของ ระบบชลประทานไปแล้วหลายล้านล้านบาท ท่านผู้นําฝ่ายค้านพูดชัดครับ แม้แต่กระทั่ง ประตูระบายน้ําที่ทําขึ้น
สุดท้ายการบริหารจัดการของรัฐบาลก็ใช้มวลชนไปบังคับให้มีการเปิดปิด ประตูน้ําเอาตามกําลังของมวลชน สะท้อนความล้มเหลวของการบริหารจัดการเรื่องน้ําของ รัฐบาลโดยสิ้นเชิง ผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อให้ท่านประธานได้เห็นว่าญัตติที่พวกกระผม เสนอมานี้และต้องการให้มีการพิจารณานั้นมันมีที่มาที่ไป และมันต้องการสะท้อนให้เห็นถึง ความสามารถในการบริหารจัดการน้ําของรัฐบาล เราไม่ได้รับคําตอบที่ถูกต้อง เราไม่ได้รับ คําตอบที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นมีการบริหารจัดการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและเป็นระบบ จนในที่สุดปัญหาสถานการณ์น้ําก็บานปลายกลายเป็นน้ําท่วมใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล รวมถึงจังหวัดอื่น ๖๔ จังหวัด มีคนตายไปแล้วในเวลานี้เกือบ ๖๐๐ คน เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับประเทศของเรา ครั้งหนึ่ง ส.ส. ทางซีก รัฐบาลด้วยซ้ําไปพยายามจะหยิบยกสถานการณ์น้ําในเขื่อนมากล่าวหารัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ ประเด็นนี้จึงกลายเป็นประเด็นตอบโต้ทางการเมือง ทั้ง ๆ ที่ประเด็นน้ําในเขื่อนนั้นเป็นเพียง ประเด็นปัจจัยหนึ่งเท่านั้นของสาเหตุของการเกิดน้ําท่วม แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าในซีก รัฐบาลนั้นเองนะครับที่ทําให้น้ําท่วมกลายเป็นเรื่องการเมือง ประเด็นนี้จึงวัดความจริงใจของ รัฐบาลตลอดมาจนกระทั่งถึงวันนี้ท่านยังไม่ได้ยอมเลยว่าท่านบริหารจัดการน้ําผิดพลาด จนกระทั่งเกิดเหตุที่เป็นวิกฤติภัยครั้งใหญ่เกิดขึ้นในประเทศ ผมยกตรงนี้ขึ้นมาพูดก่อนครับ เพราะนี่คือการสรุปญัตติที่ผมคิดว่าเป็นญัตติที่สําคัญกับสภานี้
ในประการถัดมาที่ผมอยากจะสรุปก็คือว่าสมาชิกพยายามเสนอความคิด ความเห็นในทํานองมีการแลกเปลี่ยนความคิดความเห็นกัน จะเรื่องการผันน้ําก็ดี จะเรื่องของ มาตรการในการฟื้นฟูเยียวยาภาคเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ ภาคเกษตรกรรม ภาคอื่นก็ดี ไม่มีเลยครับ รัฐมนตรีท่านใดที่ลุกขึ้นมาตอบถึงข้อเท็จจริงที่ชัดเจน การเยียวยาเรื่องเกษตร การเยียวยาเรื่อง ๕,๐๐๐ บาท ขั้นตอนท่านเดินอย่างไร แม้แต่กระทั่งเรื่องภาคเกษตรกรรม เรื่องการจ้างงานที่จะเกิดขึ้น คนจะตกงานหลายแสนเกือบจะเป็นล้านคน แต่ขอโทษนะครับ รัฐมนตรีหลายคนที่ลุกขึ้นตอบ ท่านก็ตอบตามโพยที่ข้าราชการเขียนมาว่ากระทรวงท่าน ทําอะไรไปบ้าง ผมถึงบอกว่านี่เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะสถานการณ์น้ําที่มาถึงวันนี้ การฟื้นฟูจะเป็นเรื่องใหญ่มาก ครม. อนุมัติถึง เมื่อวานนี้ครับ จ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาทไปแล้วเกือบ ๆ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน แต่ในเวลานี้ มีหลายหน่วยงานภายใต้รัฐบาลชุดนี้ไปเพิ่มเติมขั้นตอนของเงิน ๕,๐๐๐ บาท จนกระทั่ง คนจะได้เงิน ๕,๐๐๐ บาทนี่ยากลําบากมากครับ ทั้ง ๆ ที่เจตนารัฐบาลชุดที่แล้ว ๕,๐๐๐ บาท ที่ทําขึ้นมาเป็นครั้งแรกนั้น เจตนาคือคนได้เงินเยียวยาเบื้องต้นสําหรับที่จะไปใช้จ่าย จับจ่ายใช้สอยในเวลาที่ความช่วยเหลืออื่นยังไม่มา รัฐบาลสัญญา ๔๕ วัน แต่วันนี้ยังไม่เห็น นะครับว่าทิศทางตรงนั้น ๕,๐๐๐ บาท นี่เขาจะได้ใน ๔๕ วันอย่างไร ในหลายที่ที่น้ํายังไม่ลด ด้วยซ้ําไป ข้อเรียกร้อง ส.ส. กรุงเทพฯ ก็ต้องใช้ขั้นตอนการหารือวันนี้ บอกว่าน้ําท่วม ๗ วัน นี่ ๕,๐๐๐ บาทก็รับได้ แต่เป็นเดือนละครับจะมีการปรับไหมก็ไม่มีคําตอบจากรัฐบาลต่อ สภานี้เช่นเดียวกัน เรื่องการจ้างงานคน เรื่องของการควบคุมราคาสินค้าซึ่งแพงและหายาก และจะเกิดขึ้นหลังจากวิกฤติภัยน้ําท่วมครั้งนี้ไปแล้วไม่มีคําตอบให้กับสภานี้แม้แต่น้อย
คําถามของผมก็คือว่า น้ําท่วมตลอดระยะเวลา ๓-๔ เดือน ในเวลาที่เราพึ่ง รัฐบาลไม่ได้ คนจึงไม่ผิดที่จะไปรู้สึกว่าเขาพึ่งทหารได้ เขาพึ่งสื่อมวลชนได้ เขาพึ่งอาสาสมัครได้ เขาพึ่งฝ่ายอื่น ๆ ได้ แต่ฝ่ายการเมืองนําโดยรัฐบาลกําลังสร้างความถดถอยให้กับ ความเชื่อมั่นของคน แต่เราไม่ใช้สภานี้ฟื้นฟูความเชื่อมั่นเหล่านั้น ผมพูดตรงนี้อย่างน้อยที่สุด ในตอนสรุปนี่ครับ ก็เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าภารกิจหลังน้ําท่วมนี้มันมีอีกเยอะครับ ต้องเร่ง สร้างความชัดเจน แต่ถ้าจะแวะตรงนี้สักเล็กน้อยก็คือว่า ในเวลาที่วิกฤติภัยยังไม่จบ การแก้ปัญหาวิกฤติหลังน้ําท่วมจะใหญ่กว่านี้ รัฐบาลชุดนี้กําลังสร้างวิกฤติการเมืองซ้อนทับถม วิกฤติน้ําท่วม เรื่องของพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษที่กําลังเป็นข่าวในปัจจุบัน หลายฝ่าย ถึงวิจารณ์ว่าเป็นการฉกฉวยโอกาสในช่วงที่ประชาชนเดือดร้อนจากเรื่องน้ําท่วมไปทําเรื่อง เพื่อช่วยคนบางคน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตอบครับ และจนกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังไม่มี คําตอบที่ชัดเจน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็อ้างว่าเป็นเรื่องลับ ทั้ง ๆ ที่ท่านรู้ว่าเรื่องนี้ ถ้ามีการหยิบยกขึ้นมาก็จะมีความวุ่นวาย ความไม่เห็นด้วยเกิดขึ้น เราสร้างวิกฤติการเมือง มาซ้ําซ้อนทับถมกับวิกฤติชาวบ้านที่เดือดร้อนอยู่แล้วเพื่ออะไร ชาวบ้านยังเดือดร้อนไม่พอ หรือครับ หรือว่าฉวยโอกาสในเวลาที่ชาวบ้านกําลังเดือดร้อนเรื่องน้ําท่วม สื่อก็หันไปสนใจ เรื่องอื่น ท่านก็ทําเรื่องวิกฤติการเมือง
ท่านสาทิตย์เอาเฉพาะประเด็นเรื่องน้ําท่วมเรานะครับ ส่วนรัฐบาลที่ท่านจะมีมติอย่างไร เดี๋ยวค่อยกระทู้ถามวันพรุ่งนี้ เอาเฉพาะน้ําท่วมก่อนนะครับ
ผมก็จะต่ออย่างนี้ครับท่านประธานว่า เรื่องของญัตติที่หยิบยกขึ้นมา ก็เลยไม่มีคําตอบครับว่าเรื่องของการฟื้นฟูในวันข้างหน้า เรื่องของการเยียวยานั้นจะทําอย่างไร แต่สิ่งที่น้อยที่สุดที่ได้จากการยื่นญัตติครั้งนี้ จากคําตอบของรัฐบาลก็คือการป้องกันเรื่องอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ไม่มีเลยครับ ที่มีการพูดถึงและสะท้อนตอบเสียงของเพื่อนสมาชิกที่มีการลุกขึ้นอภิปรายกันในสภานี้ ทั้ง ๆ ที่ทุกฝ่ายยอมรับครับว่าเรื่องของปัญหาจากภัยพิบัติธรรมชาตินั้นนับวันจะรุนแรงขึ้น และมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา สรุปได้ว่าปี ๒๕๕๔ เราเกิดวิกฤติอุทกภัย อุทกภัย ครั้งแรกเกิดเมื่อต้นปี ๒๕๕๔ นะครับ ดินถล่มที่ภาคใต้ ก็จัดการแก้ไขกันไป สร้างบ้านกันไป เป็นพันหลัง และมาเกิดในช่วงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม มารุนแรงที่สุดในช่วง ๓-๔ เดือนนี้ รัฐบาลเองไม่ได้ให้คําตอบที่กระจ่างชัดเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะในงบประมาณก็ดี ไม่ว่าจะในขั้นตอนการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาก็ดี หรือกระทั่ง ในญัตติที่เรากําลังอภิปรายในสภานี้ ฝ่ายค้านได้ยื่นญัตตินี้ไปไม่คิดหรอกที่จะทําเรื่องนี้เป็น เรื่องการเมือง แต่สุดท้ายการถูกบิดเบือนเป็นเรื่องการเมืองก็มาจากคนในซีกที่เกี่ยวข้องทาง ฝ่ายรัฐบาลเองทั้งสิ้น แต่เราก็ยังประสงค์ที่จะได้รับคําตอบครับ เรื่องของการแก้ปัญหาระยะยาวต่อไปในวันข้างหน้าเป็นความจําเป็นที่จะต้องพูดถึง ไม่อย่างนั้นแล้วคนก็จะมีชีวิตอยู่กับความสุ่มเสี่ยง วันนี้ธุรกิจที่โดนน้ําท่วมไปหลายแห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมนั้นก็อยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอนเหมือนกัน สมาธิความสนใจของรัฐบาลต้อง ทุ่มเทอยู่กับเรื่องนี้ครับ ไม่ใช่ทุ่มเทอยู่กับเรื่องที่เขาห้ามไม่ให้พูด ถ้าพูดถูกตีปาก นั่นไม่ใช่ เรื่องใหญ่ของคนในประเทศนี้ครับ ผมยังย้ําครับท่านประธานครับว่า แม้ว่าญัตตินี้จะถูก รัฐบาลใช้เสียงข้างมากรวบรัดปิดปากสมาชิกไม่ให้อภิปรายไปแล้ว แต่ปัญหาชาวบ้าน ยังไม่จบ ฝ่ายค้านซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนก็ยังมีหน้าที่ที่จะต้องสะท้อน ความทุกข์ยากความเดือดร้อนของประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ในสภาซึ่งเหลืออีก ๒-๓ อาทิตย์จะปิดสมัยประชุมนี่นะครับ ก็ยากครับที่จะยื่นญัตติแบบนี้อีกได้ แต่เราก็คง จะต้องใช้ช่องทางทุกทาง อย่างน้อยไม่ให้ประชาชนเกิดความเสื่อมศรัทธาต่อบรรดา นักการเมืองว่าเขาเล่นการเมืองเอื้อกันแต่พวกเขา ลืมพวกเขาที่เป็นประชาชนที่น้ําท่วม
ผมจะเรียนประธานที่เป็นการสรุปว่าผมกับคณะก็คงจะใช้ประโยชน์จาก ญัตตินี้ในการอภิปราย ในการไปผ่านช่องทางของกรรมาธิการ ในการไปผ่านช่องทางของ กระทู้ถาม ของทิศทางอื่น ๆ หรือรวมกระทั่งถึงการออกไปพบปะเคลื่อนไหวช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนต่อไป แต่ขอเรียกร้องในท้ายสุดของการอภิปรายสรุปนี้ว่าอยากให้รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ความสําคัญ เอาใจใส่ เอาจริงเอาจังกับเรื่องของ วิกฤติน้ําท่วมในการแก้ไขและในการฟื้นฟูวิกฤติที่เกิดจากอุทกภัยน้ําท่วม อะไรก็ตามที่เป็น การสร้างวิกฤติการเมืองซ้ําซ้อนอย่าทําเลยครับ แล้วเลิกสนใจเรื่องเหล่านั้นกลับมาทําเรื่อง ฟื้นฟูดีกว่า ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ฝ่ายค้านเตือนมาตลอดก็คือจลาจลหลังน้ําท่วมจะเกิดขึ้น และจะเป็นตราบาปที่ติดตัวรัฐบาลชุดนี้จนตลอดไปครับ
ท่านประท้วงอะไรครับ
ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผม ไตรรงค์ ติธรรม พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดบึงกาฬ ขอพาดพิงครับ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ พาดพิงครับ
เดี๋ยว คืออย่างนี้ ท่านขอใช้สิทธิตามข้อ ๖๓ ใช้สิทธิพาดพิง ท่านอธิบายก่อนว่าท่านเสียหายอย่างไร
ครับ เนื่องจากว่าท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้
พาดพิง ถึงท่านว่าอย่างไรก่อน
โอเคครับ
ท่านต้องอธิบายให้ประธานเข้าใจก่อน ผมจึงวินิจฉัยจะให้ท่านพูด ไม่ให้ท่านพูดนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผม ไตรรงค์ ติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ ขอเอ่ยนาม ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้อภิปรายบอกว่าฝ่ายค้านพยายามเสนอปิดการอภิปรายนะครับ เพราะว่าผมเป็นฝ่ายรัฐบาล
ผมฟังดู บอกว่าฝ่ายรัฐบาลนะครับ
ลืม ๆ ขอโทษครับท่าน ฝ่ายรัฐบาลบอกว่า ขอเสนอปิดการอภิปรายนะครับ ผมในฐานะเป็นผู้เสนอปิดอภิปรายก็ถือว่าได้รับ ความเสียหาย
คืออย่างนี้ การที่ท่านใช้สิทธิขอตามข้อ ๔๗ การปิดอภิปรายเป็นสิทธิตามข้อบังคับอยู่แล้ว เมื่อท่านปฏิบัติตามข้อบังคับก็มีความชอบธรรม ท่านสาทิตย์ท่านก็พยายามสรุปในประเด็น ต่าง ๆ ซึ่งมีเนื้อหาสาระว่า ท่านก็พูดบอกว่าท่านเองเป็นฝ่ายค้านก็ทําหน้าที่แทน พี่น้องประชาชนนะครับ ท่านก็บอกว่าในทํานองเช่นนี้ ผมก็ไม่เห็นว่าท่านเสียหาย เพราะท่านดําเนินการตามข้อบังคับอยู่แล้ว
ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เนื่องจากว่าท่านสาทิตย์ได้กล่าวอย่างนี้คือว่า
กล่าวอย่างไรครับ
ฝ่ายรัฐบาลได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ ผมเป็นผู้เสนอปิดอภิปราย ท่านพี่น้องประชาชนที่รับฟังอาจจะ
คืออย่างนี้ คือท่านต้องอธิบายเวลาท่านใช้สิทธิตามข้อ ๔๗ ตามข้อบังคับนี้ท่านมีสิทธิอยู่แล้ว ในการเสนอปิดอภิปราย แล้วก็มีท่านสมาชิกรับรองท่านถูกต้อง การใช้สิทธิตามข้อบังคับ ถือว่าเป็นความชอบธรรมนะครับ ทีนี้ฝ่ายค้านเองท่านก็สรุป ท่านก็ให้ความเห็นบอกว่า ท่านอยากจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎร แล้วก็เหตุการณ์น้ําท่วมมันยังต่อเนื่อง เชื่อมกันอยู่ตลอดเวลานี้ น่าจะฟัง ท่านก็พูดทํานองนี้ของท่าน ผมยังไม่เห็นว่าท่านเสียหาย ประการใดเลยนะครับ ท่านอธิบายทําความเข้าใจ ท่านเสียหายอย่างไรก่อนครับ
เสียหายตรงที่ว่าพี่น้องประชาชนฟังอยู่ เราเป็นฝ่ายรัฐบาลใช่ไหมครับ พยายามจะเสนอปิดอภิปราย แสดงว่าฝ่ายรัฐบาลไม่มีความ รับผิดชอบในญัตติเรื่องน้ําท่วม พี่น้องอาจจะไขว้เขวหรือเข้าใจผิดว่าเรานี้ไม่มีความ รับผิดชอบ
เอานะครับ ผมวินิจฉัยนะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ ถือว่าท่านไม่ได้เสียหายนะครับ ผมขอ ดําเนินการต่อไปนะครับ นั่งลงเถอะครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่ามีผู้เสนอญัตติทั้งสิ้น ๙ ญัตตินะครับ ใน ๙ ญัตตินี้มีอยู่ ๘ ญัตติที่เสนอมาเพื่อขอให้สภาเราส่งให้กับรัฐบาลไป พิจารณาดําเนินการ แล้วก็อีกหนึ่งญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ผมจะขอแบ่งประเด็น ในการลงมติออกเป็น ๒ กลุ่มนะครับ กลุ่มแรกก็คือจะพิจารณาเรื่องในญัตติที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ ที่ ๘ ที่ ๙ ว่าสภานี้จะส่งให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดําเนินการหรือไม่
(นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านประท้วงครับ จะได้ขอมติแล้วนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ก่อนที่ ท่านประธานจะไปขอมติจากสภาแห่งนี้ กระผมขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะเป็นหนึ่งใน ผู้ยื่นญัตติ ขออนุญาตอภิปรายสรุปในซีกของฝ่ายรัฐบาลครับ
เชิญสั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ยื่นญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา แนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ําท่วมและมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อน
กระผมใคร่ขออนุญาตสรุปญัตติของผมอย่างนี้ครับท่านประธานว่า สภาผู้แทนราษฎรเป็นสถานที่ที่พี่น้องประชาชนเลือกตัวแทนของเขาเข้ามา เพื่อมารับฟัง ปัญหามาสะท้อนปัญหาไปยังภาครัฐบาลเพื่อนําไปสู่การปฏิบัติ ผมขออนุญาตนําเรียน ท่านประธานว่า เรื่องนี้ถ้าหากว่าฟังแต่ซีกฝ่ายค้านที่เพิ่งอภิปรายเมื่อกี้ก็อาจจะไม่เป็นธรรม แก่ทางรัฐบาล เพราะทางรัฐบาลเองก็เข้าใจแล้วก็เห็นใจและให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เป็น อย่างยิ่งยวด ซึ่งท่านประธานจะเห็นได้จากการเสนอมาตรา ๑๗๙ เพื่อที่จะให้เปิดอภิปราย ร่วมกันทั้งสองสภา ซึ่งเราก็ใช้อภิปรายทั้งสองสภาก็เป็นเวลา ๔-๕ วัน เพราะฉะนั้น กราบเรียนท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดอยู่ครั้งนี้ว่า รัฐบาลเอง ก็ตั้งใจแล้วก็มีความพยายามอย่างเต็มที่ แล้วก็บอกพี่น้องประชาชนว่าขณะนี้เราก็กําลังแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอยู่ และตัวแทนของท่านก็ได้ทําหน้าที่ในสภาแห่งนี้อย่างเต็ม ความสามารถ การอภิปรายก็ต้องมีการเปิด แล้วก็ต้องมีการปิด ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการอภิปรายได้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว ทางพวกรัฐบาลก็จึงเสนอ ให้ปิดการอภิปราย สรุปโดยทางภาครัฐบาลเองก็ชัดเจนแล้วว่ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ทั้งทางเยียวยา ทั้งแก้ไขปัญหาที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ก็คิดว่าเป็นแนวทาง ที่ทางภาครัฐได้เสนอมาถูกต้องแล้วครับท่านประธาน ขอกราบขอบคุณครับ
ต่อไป ผมจะขอมติต่อที่ประชุม ในเรื่องแรกนะครับ เป็นญัตติในลําดับที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ ที่ ๘ และที่ ๙ ลําดับอย่างนี้นะครับ ลําดับที่ ๑ ผมขอความกรุณาเพื่อจะให้กระชับนะครับ จะขออ่านเป็นชื่อของเจ้าของญัตตินะครับ คือ
เรื่องที่ ๑ ของท่านสุชาย ศรีสุรพล พร้อมคณะ
เรื่องที่ ๒ คือของทาง ส.ส. พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พร้อมคณะ
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พร้อมคณะ
เรื่องที่ ๔ ของท่าน ส.ส. มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช พร้อมคณะ
เรื่องที่ ๕ เป็นเรื่องของท่าน ส.ส. นิยม วรปัญญา
เรื่องที่ ๖ เป็นเรื่องของท่าน ส.ส. สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล
เรื่องที่ ๘ เป็นเรื่องของท่าน ส.ส. อภิชาต ตีรสวัสดิ์ชัย พร้อมคณะ
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสุดท้ายนะครับ เป็นเรื่องของท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ทั้ง ๘ ญัตตินี้ขอให้ทางสภาพิจารณาเพื่อส่งให้กับรัฐบาลรับไปดําเนินการ
ส่วนในญัตติที่ ๖ เป็นเรื่องของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการ จะขอถามมติที่ประชุมในประเด็นแรกก่อนนะครับว่า ในลําดับที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ ที่ ๘ และที่ ๙ นะครับ จะส่งไปให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดําเนินการ หรือไม่นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ ขอมติต่อที่ประชุมอย่างนี้นะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วย ในการที่จะเสนอเรื่องที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ ที่ ๘ และที่ ๙ ให้รัฐบาลรับไป ดําเนินการให้กดปุ่มคําว่า เห็นด้วย ถ้าท่านใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญลงคะแนนได้นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยที่จะส่งให้รัฐบาลรับไป พิจารณาดําเนินการ ๓๖๖ คน ไม่เห็นด้วย ๖ คน งดออกเสียง ๑ คน ไม่ลงคะแนน ๙ คน ถือว่าที่ประชุมนี้ให้ส่งไปให้รัฐบาลรับไปดําเนินการและพิจารณาต่อไปนะครับ
ผมขอถามในญัตติที่ ๒ นะครับว่าเห็นสมควรจะตั้งคณะกรรมาธิการ หรือไม่นะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นสมควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการให้กดปุ่มคําว่า เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นสมควรให้ตั้งคณะกรรมาธิการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เชิญท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ท่านประธานได้ทบทวนมตินี้อีกสักครั้งครับท่านประธาน
ขานใหม่ใช่ไหมครับ
ครับ
ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใด ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ คือคณะกรรมาธิการนี่ผมเข้าใจว่า มันมีอยู่ในสภาแล้ว มีการแต่งตั้งแล้ว ทีนี้ไม่ทราบว่าเป็นฉบับไหน
เป็นลําดับที่ ๖ ครับ ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ถ้าท่านเห็นว่า ไม่ตั้งท่านกดไม่ตั้งนะครับ มันจะได้ผ่าน
ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลการลงคะแนน ผลการลงคะแนน เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ ๒๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๔๙ ท่าน งดออกเสียง ๒๕ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๖ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมแห่งนี้ไม่ตั้งคณะกรรมาธิการนะครับ จบการพิจารณาในวาระนี้นะครับ
ต่อไปจะมีการพิจารณาวาระอื่นต่อนะครับ คุณหมอสุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมชื่อ สุกิจนะครับ นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ข้อเสนอญัตติโดยขอให้พิจารณาเป็น เรื่องด่วน คือ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากราคายางพาราตกต่ํา ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผมขอเสนอเหตุผลประกอบนะครับ
เดี๋ยวนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ตกลงกันได้ไหมครับ เชิญคุณหมอ ชลน่านครับ
ผมเสนอเรื่องเดียวนะครับ
ทีละเรื่องก่อน คุณหมอสุกิจนั่งก่อนครับ มีผู้ยกมืออีกครับ เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภา กระผม นายอนุมัติ ซูสารอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคมาตุภูมิ ผมเสนอขอเลื่อน ระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๕ ญัตติเรื่อง ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองของ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
มีผู้รับรองไหมครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
เอามือลงครับ เชิญนั่งครับ เมื่อกี้ท่าน ส.ส. อนุมัติใช่ไหมครับท่านครับ ขอประทานโทษ ไกลแล้วผมมองไม่ชัดนะครับ ท่านเสนอขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๕ ขึ้นมาพิจารณา ก่อนใช่ไหมครับ ถูกต้องไหมครับ แล้วก็มีผู้รับรองเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ท่านหมอสุกิจก็เสนอ เป็นญัตติด่วนขึ้นมา ขอความกรุณาอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นมา ได้ไหมคุณหมอครับจะได้พิจารณากันได้นะครับ แล้วเอาเรื่องนี้ก่อนแล้วก็เดี๋ยวท่านเสนอ เข้ามาได้ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนท่านประธานแล้วนะครับว่า ผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ นะครับ ซึ่งได้ระบุไว้ว่าในกรณีที่ขอให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วน เป็นญัตติที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าหรือเป็นหนังสือ เพราะฉะนั้นผมยืนยันนะครับที่จะเสนอ ญัตตินี้ปากเปล่า เพราะว่าเรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนอย่างใหญ่หลวงของพี่น้องประชาชน จริง ๆ นะครับ เนื่องจากว่าตอนนี้ยางพาราราคาตกต่ําลงมาอย่างน่าใจหาย จากราคา ตอนยุคที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเคยแตะถึง ๒๐๐ บาทต่อกิโลกรัม ตอนนี้ ท่านประธานไปดูสิครับ ปรากฏว่าบางวันไม่ถึง ๑๐ บาทต่อกิโลกรัมด้วยซ้ํา
คุณหมอครับ อันนี้ท่านเสนอเข้ามาแล้วนะครับ แต่ขณะนี้สภายังไม่บรรจุให้กับท่าน คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะบรรจุนะครับ
คือถ้าสัปดาห์หน้ามันจะช้าเกินไปนะครับ สําหรับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแต่ละนาที ท่านประธานเป็น ส.ส. ด้วยกัน ท่านก็รู้นะครับว่าเป็นเรื่องที่สําคัญอย่างใหญ่หลวง พวกเราเป็น ส.ส. นี่เราแคร์ (Care) ต่อเรื่องของความรู้สึกของพี่น้องประชาชนและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมรอไม่ได้หรอกครับ ผมจําเป็นที่จะต้องเสนอวันนี้ เพราะว่าผมเสนอตั้งแต่ วันที่ ๙ แต่ท่านไม่บรรจุครับ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหตุผลว่า
เดี๋ยวนะครับ ผมขอสอบถามเจ้าหน้าที่นิดหนึ่ง คุณหมอชลน่านเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะให้ความเห็นต่อกรณี เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติด้วยวาจาตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) กรณีเป็นเรื่องด่วน ท่านประธานครับ และมีเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งได้เสนอเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระขึ้นมา พิจารณาก่อน คือเรื่องด่วนที่ ๕ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ การที่จะอนุญาตให้เสนอ เรื่องด่วนด้วยวาจามาเป็นญัตติด่วน และได้รับการพิจารณาในสภาก็เป็นมติของสภา ก็ต้องได้รับการอนุญาตจากสภา เพราะฉะนั้นขณะนี้มันมี ๒ ญัตติ ก็ถือว่าเป็น ๒ ญัตติครับ ว่าสภาจะรับพิจารณาเรื่องใด โดยความเห็นของผมเรื่องยางพาราก็ถือเป็นเรื่องสําคัญครับ เป็นความจําเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องในช่วงนี้ราคามันตกต่ําลง แต่ประเด็นสาระสําคัญ เรื่องยางพารานี้ ผมคิดว่า
ประทานโทษครับท่านประธานครับ
คือผม ให้คุณหมอชลน่านพูดแล้วก็เดี๋ยวท่านค่อยพูดให้จบเป็นท่าน ๆ ก่อนนะครับ คือขณะนี้ญัตติ ของคุณหมอสุกิจนี่นะครับ ที่ผมให้เจ้าหน้าที่เช็กดูนะครับ ได้บรรจุมาตั้งแต่วันที่ ๑๒ แล้ว แล้วทําไมไม่ปรากฏในระเบียบวาระของการประชุม ขณะนี้คุณหมอสุกิจใช้ตาม ข้อ ๔๖ นะครับ การจะเป็นญัตติด่วนได้จะต้องสภาแห่งนี้พิจารณานะครับ แต่ผมกําลัง พยายามที่จะหาช่องทางให้ญัตติของคุณหมอได้มีโอกาสได้พูดกันในสภานะครับ ผมก็เลย สอบถามเจ้าหน้าที่เขาดูว่า ขั้นตอนกระบวนการทางธุรการของทางสภาดําเนินการ มาแล้วอย่างไรนะครับ ขณะนี้มีอีกท่านหนึ่งก็ได้เสนอเลื่อนญัตติที่ ๕ ขึ้นมา ซึ่งบรรจุ ระเบียบวาระไว้แล้วนี่นะครับ ผมกําลังหาช่องทางว่าเรื่องนี้จะมีโอกาสได้พิจารณากันหรือไม่ อย่างไรอยู่นะครับ ขณะนี้ทางฝ่ายคุณหมอชลน่านก็ได้ขออภิปรายขอออกความเห็นอยู่ ฟังทีละท่านแล้วจะให้ท่านนะครับ อดทนหน่อยแต่ละฝ่ายนะ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงใช่ไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านประธานทําผิดข้อบังคับครับ เนื่องจากในขณะที่ท่านประธานให้ นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ส.ส. จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ชี้แจงถึงการเสนอญัตติ ท่านก็บอกว่า คุณหมอครับ รอก่อนครับ ผมขออนุญาตเช็กกับเจ้าหน้าที่ แต่ท่านประธาน กลายเป็นให้คุณหมอชลน่านมาอภิปราย นั่นคือการทําผิดข้อบังคับครับ ผมขอกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า โดยเฉพาะญัตติเรื่องการแก้ไขปัญหาราคายางพารา
อย่างนี้ เมื่อท่านประท้วงผม ผมก็จะได้ชี้แจงในเรื่องข้อประท้วงก่อนนะครับ คือผมก็ยังไม่ทราบ ท่านบอกว่าท่านเสนอด้วยวาจาขึ้นมานี่นะครับ ผมก็เลยบอกว่า เอ๊ะ เรื่องนี้ผมสอบถามทาง เจ้าหน้าที่และเห็นบอกว่าท่านได้เสนอญัตติขึ้นมาแล้วนะครับ ผมก็พยายามที่จะเอาญัตตินี้ ขึ้นมาในการพิจารณาด้วยนะครับ ผมก็พยายามถามเจ้าหน้าที่เขาดู ในช่วงที่ทางเจ้าหน้าที่ กําลังหาอยู่ ทางฝ่ายท่านคุณหมอชลน่านท่านยกมือ ก็เป็นสิทธิของผม ผมก็ชี้ให้นะครับ อันนี้ถือว่าไม่ได้ผิดขั้นตอนหรือผิดข้อบังคับนะครับ เชิญท่านนั่งลง
ท่านประธานให้คุณหมอชลน่าน อภิปรายในฐานะอะไรครับ เป็นผู้เสนอญัตติหรือครับ
ไม่ ท่านก็บอกว่าท่านขอใช้สิทธิอภิปราย ขอออกความเห็น ผมก็ฟังความเห็นของท่าน แต่ผม จะเชื่อไม่เชื่ออีกเรื่องหนึ่งอย่างไรครับ เมื่อท่านประท้วงเสร็จ ผมก็ชี้แจงแล้ว วินิจฉัยแล้ว ท่านก็ต้องฟังสิครับ ท่านไม่ฟังใช่ไหม
ชี้แจงนิดเดียวครับท่านประธาน
จะชี้แจงประเด็นอะไรครับ
เรื่องการเสนอญัตติครับท่านประธาน
เชิญครับ
ผมอยากจะเรียนว่าท่านให้เจ้าหน้าที่ หรือทางท่านเลขาธิการได้ตรวจดูนะครับ ญัตติที่ผมเสนอเป็นญัตติด่วนตั้งแต่วันที่ ๙ พฤศจิกายน ท่านประธานครับ นี่เป็นญัตติที่อยู่ในสภานะครับ อยู่ในวาระนะครับ ท่านประธาน
อย่างนี้ขอประทานโทษนิดหนึ่ง สอบถามทางเจ้าหน้าที่แล้วนะครับ ท่านประธานเพิ่งสั่ง เมื่อวานนี้เองนะครับ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ทีนี้ถ้าเป็นญัตติด่วนตกลงกันได้ไหมว่าของท่าน ในสัปดาห์หน้าคุยได้ไหมครับ เพื่อที่จะให้ตกลงกันเลยว่า ตกลงกันก็ได้กับฝ่ายวิปรัฐบาล ให้ชัดเจนนะครับ ขอเป็นสัปดาห์หน้าเพราะจะได้บรรจุระเบียบวาระให้ท่านครับ
ท่านประธาน ท่านทําไมไม่ขอร้อง ทางด้านฟากรัฐบาลบ้างละครับ ว่าขณะนี้มีปัญหา
เดี๋ยวท่านนั่งก่อน ผมจะขอกับทางรัฐบาล คุณหมอสุกิจนั่งก่อนครับ นั่งนิดหนึ่งนะครับ คุณหมอชลน่านได้ไหมครับ อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่มีการบรรจุระเบียบให้ในเมื่อวานนี้ ปรากฏในระเบียบวาระก็คือสัปดาห์หน้า เรื่องของยางพาราได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้เหตุผล ประกอบกับการเสนอญัตติของสมาชิกทั้งสองท่านให้จบกระบวนความ แล้วส่วนสภา จะพิจารณาอย่างไรก็เป็นเรื่องของสภา ผมขออนุญาตต่อท่านประธานครับ
คืออย่างนี้คุณหมอชลน่านครับ คือเรื่องที่คุณหมอสุกิจเสนอมาก็มีความจําเป็น แต่เพื่อที่ให้ งานสภาเราเดินไปได้ ก็เมื่อสภาเขาบรรจุระเบียบวาระให้แล้วนะครับ จะปรากฏในระเบียบวาระ ในสัปดาห์หน้านี่นะครับ เราก็คุยกันสิครับว่าวันนี้ก็เดินไปตามปกติ แล้วสัปดาห์หน้า ก็หาช่องทางเอาเรื่องของคุณหมอสุกิจขึ้นมาก็ได้ แค่นี้มันก็จบเท่านั้นเอง
ท่านประธานครับ ผมก็พูดสนับสนุนอย่างนี้ ละครับ ผมบอกเรื่องยางพาราเป็นเรื่องจําเป็นและสําคัญ ผมไม่ได้บอกว่าไม่จําเป็น ไม่สําคัญ ไม่ได้คิดจะปฏิเสธญัตติ แม้กระทั่งญัตติด้วยปากเปล่านะครับ ด้วยวาจาผมก็จะสนับสนุน แต่ว่าขึ้นกับมติของสภาว่าขณะนี้มันยังไม่อยู่ในระเบียบวาระ ก็เป็นหน้าที่ของสภาที่จะตัดสิน ว่าจะให้ญัตติใดได้รับการพิจารณาในขณะนี้ครับ เพียงแต่แค่นั้น ผมก็เพียงกราบเรียน ท่านประธานว่าท่านประธานเองก็ทําหน้าที่ต่อว่าให้สภาพิจารณาจะตัดสินใจ พิจารณาญัตติใด ส่วนญัตติการเสนอด้วยวาจา ท่านประธานครับ ถ้าสภาไม่รับก็ไม่ถือเป็นญัตติที่จะต้อง พิจารณาต่อนะครับ เสนอได้ครับ ขึ้นอยู่กับว่าสภาจะรับหรือไม่ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ สําคัญที่สุดคือท่านเสนอเป็นหนังสือไปแล้ว ก็ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระสัปดาห์ต่อไป ถ้ามีความประสงค์ไม่ขัดข้องครับที่จะเลื่อนขึ้นมาพิจารณา
ที่จริง มันก็ไม่ยากนะครับ ถ้าวิป ๒ ฝ่ายคุยกันบอกว่าสัปดาห์หน้าก็เอาเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา มันก็จบเท่านั้นเองนะครับ ได้ไหมท่านไพจิต เราจะได้เดินหน้าต่อได้ เรื่องนี้เรื่องสําคัญ ไม่ใช่เป็นน่ามีเหตุผล เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความจริง เป็นเรื่องของผู้เสนอขอเลื่อนอยู่ ๒ พรรคนะครับ คือพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็พรรคมาตุภูมิ ต่างคนต่างเห็นว่าเรื่องมีความสําคัญ ผมคิดว่าธรรมเนียมการปฏิบัติถ้าได้ยอมว่าญัตติของ พรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอเรื่องยางพาราได้มีการบรรจุแล้ว ก็ถามว่าจะให้เลื่อนของใครมา พิจารณาก่อนเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ถ้าหากยังไม่ได้บรรจุในข้อบังคับก็ต้องถาม ที่ประชุมว่าจะให้พิจารณาไหม จะให้บรรจุหรือไม่ ผมเข้าใจว่า ๒ ญัตตินี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของ ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านนะครับ ผมว่าธรรมเนียมปฏิบัติก็ทั้ง ๒ ท่านก็ถามความเห็นของ ที่ประชุมสภา แล้วก็ได้พิจารณากันครับท่านประธานครับ
ที่จริงนะครับ ผมหาทางออกให้ทั้ง ๒ ฝ่ายเพื่องานให้เดินได้ ที่จริงญัตติของท่านคุณหมอเอง เท่าที่ทราบประธานรับเป็นญัตติด่วนแล้ว แล้วก็สัปดาห์หน้าก็จะบรรจุในระเบียบวาระเพื่อให้ การดําเนินงานของสภาเราเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าทั้ง ๒ ฝ่ายตกลงกันว่าเรื่องนี้ จะเอาไปพูดกันในสัปดาห์หน้ามันก็จบเท่านั้นเองนะครับ ท่านประธานวิปรัฐบาลเชิญ อยู่ไหมครับ จะเอาอย่างไร ผมหารือหน่อย เชิญครับ ผมจะได้ขอมติที่ประชุมอย่างนั้นนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ อีกครั้งนะครับ ท่านทราบไหมครับว่าราคายางพาราขณะนี้วันนี้มันตกลงไปเท่าไร พี่น้องประชาชน ๑๘ ล้านไร่ที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศขณะนี้ ราคายางจาก ๒๐๐ บาท ในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ วันนี้มันเหลือ ๕๐ กว่าบาทครับท่านประธาน มันต่างกัน ๑๐๐ กว่าบาทต่อกิโลกรัม เดือนหนึ่งเขาผลิตยางเท่าไรครับท่านประธาน ๓๐๐ ล้านกิโลกรัม ท่านประธาน เยอะแยะไปหมดพี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันทั่วประเทศ ตอนนี้ประสบภัยกัน ทั่วประเทศแล้วท่านประธาน ไม่เพียงแค่น้ําท่วมแล้ว ยางพาราทั้งภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก เดือดร้อนหมดแล้วท่านประธาน
ท่านครับ เอาอย่างนี้เมื่อผมพยายามหาทางออกแล้ว แล้วทางซีกของรัฐบาลท่านประธาน วิปท่านก็ไม่ตอบ ก็ให้ที่ประชุมพิจารณาในญัตติของคุณหมอสุกิจด้วยวาจาว่าจะรับหรือไม่รับ ก่อนนะครับ ถ้าไม่รับก็ถือว่าตกไปแล้วก็เอาระเบียบวาระเรื่องของท่านอนุมัติขึ้นมา พิจารณานะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ จริง ๆ แล้วขณะนี้ ถือว่าเป็นการเสนอญัตติเพื่อบรรจุญัตติด่วนด้วยวาจาอันหนึ่ง นั่น ๑ ญัตตินะครับ ๒. เสนอเรื่องด่วนที่อยู่ในระเบียบวาระเพื่อพิจารณา ญัตติเสนอในคราวเดียวกันครับ ๒ ญัตติ ท่านประธานไม่จําเป็นต้องโหวตทั้ง ๒ ญัตติหรอกครับ ว่าสภาจะรับพิจารณาญัตติใดในเวลานี้ ถ้าสมมุติเสียงข้างมากออกไปด้านใดก็พิจารณาญัตตินั้น ญัตติที่ไม่ได้รับพิจารณาก็ตกไป ก็แค่นั้นท่านประธานครับ ทําขั้นตอนเดียวได้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุนัยมีอะไรครับสั้น ๆ เดี๋ยวคงขอมติแล้ว
ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะให้ ความรู้สึกของทุกฝ่ายดีด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นถ้าท่านเอาอย่างที่ท่านประธานบอกคุณหมอสุกิจ ก็จะเสียใจ ดังนั้นถ้าท่านบอกว่าเอาของคุณหมอสุกิจหรือไม่ มันก็จะมีความรู้สึกที่ไม่ดี ในเบื้องต้นผมว่าน่าจะเอาอย่างคุณหมอชลน่านครับว่าเอาอันไหนก่อนนะครับ และต่อไป ก็ค่อยว่ากันทีหลัง อย่างที่คุณหมอชลน่านครับ ขอให้สภามีมติครับ ขอบพระคุณครับ ว่าจะเลือก ญัตติใดก่อนครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมออีกคุณหมอหนึ่งครับ คุณหมอวรงค์เชิญครับ ใจเย็นครับพูดช้า ๆ ชาวบ้านเขา โทรมาบอกว่าคุณหมอพูดเร็วไปฟังไม่ทัน
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วง ประธานครับ พอดีผมฟังดูแนวโน้มท่านประธานต้องการให้มีการลงมติว่าจะรับญัตติของ คุณหมอสุกิจหรือเพื่อนสมาชิกอีกพรรคหนึ่ง แต่เนื่องจากว่าขณะนี้ผมอยากจะฟังเหตุผล ของคุณหมอสุกิจว่าคุณหมอสุกิจมีเหตุผลในการอภิปรายสนับสนุนความคิดเห็นตัวเอง อย่างไรบ้าง ผมอยากให้ท่านประธานเปิดโอกาสให้อภิปรายแสดงความเห็นนิดหนึ่งก่อนที่ พวกเราจะลงมติว่าแต่ละฝ่ายนั้นมีเหตุผลประกอบอย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวนะครับ เอาทีละฝ่ายก่อนครับ ทางไกลเดี๋ยวนั่งลงก่อน ท่านประเสริฐเดี๋ยวนั่งลงก่อน เอาท่านก่อแก้วก่อน เดี๋ยวต่อไปท่านนะครับ เชิญคุณก่อแก้ว
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนให้ ท่านประธานตรวจสายตานิดนะครับ เพราะว่าผมยกมือนานมากครับ เมื่อยทั้ง ๒ ข้างแล้วครับ ท่านก็ไม่เรียกผมสักที ท่านประธานครับ กรณีที่มีเพื่อนสมาชิกเสนอขอให้เลื่อนญัตติด่วน ขึ้นมาพิจารณาทั้ง ๒ ญัตติ ผมขอเรียนท่านประธานนะครับ ผมเองก็มีญัตติด่วนที่ค้างอยู่ใน วาระนะครับ นั่นคือญัตติด่วนลําดับที่ ๔ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อเสนอลบล้างผลพวงจากการรัฐประหาร ๑๙ กันยายนครับ ท่านประธานครับ เรื่องยางพาราผมยอมรับว่าเป็นเรื่องที่สําคัญครับ ยางราคาตกบ้านผม ชาวใต้ก็เดือดร้อนครับ ที่บ้านผมเองก็ปลูกยาง ครอบครัวผมก็เดือดร้อน แต่ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นการเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่เรื่องการยึดอํานาจเราเดือดร้อนมา ๕ ปีแล้วครับ ท่านประธาน ผมเองก็อยากเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมเร็ว ๆ ผมรอมาเป็นเดือนแล้วครับ ก็ยังไม่ได้พูด วันนี้เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านขอเสนอเรื่อง
ทราบแล้วครับ เดี๋ยวนั่งก่อนครับ ท่านประท้วงแล้วก็ไม่ใช่ประท้วงแล้ว ท่านกําลังทวงในเรื่อง ของญัตติของท่าน ท่านนั่งก่อนครับ เอาทีละเรื่องก่อนท่านครับ อย่างนั้นไม่จบ เชิญครับ
(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวคุณประเสริฐนั่งก่อนใจเย็น ๆ ได้พูดแน่คุณประเสริฐ
ขอนิดเดียวครับท่านประธาน คือถ้าท่านประธานอนุญาตให้ญัตติหมายเลข ๕ เลื่อนขึ้นมาผมไม่ติดใจ ผมไปอยู่หลัง ผมไม่ว่าอะไร ถึงแซงผม ผมไม่ว่าอะไรเพราะถือว่าญัตติที่ ๕ สําคัญที่สุดสําหรับประเทศชาติ แต่ถ้าท่านเอาเรื่องยางพารามาแซงญัตติผม อย่างนี้ผมก็รู้สึกว่าไม่สบายใจนะครับ ท่านประธานครับ เลยขอเรียนท่านประธานให้ทราบครับ
ท่านประเสริฐประท้วงอะไรครับ เชิญ เดี๋ยวท่านนิพนธ์รอให้ท่านประเสริฐนิดหนึ่ง
ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนจะไปเรื่องอื่นผมอยากจะถามท่านประธานนิดหนึ่งครับ ต่อกรณีการบรรจุญัตติครับ ที่เราคุย ๆ กันอยู่นี่นะครับมี ๒ ญัตติ ญัตติที่ ๑ ก็คือญัตติเรื่อง ราคายางพาราตกต่ํา อีกญัตติหนึ่ง เราพูดกันสั้น ๆ ก็คือแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ทีนี้ท่านประธานลองให้ เจ้าหน้าที่ดูเลขรับครับ เลขรับราคายางตกต่ํา เลขรับนะครับ เลขรับ ที่ ๗๙/๒๕๕๔ วันที่ ๙ พอมาเรื่องปรองดอง เลขรับ ๘๖ ครับ ยางพาราลงเลขรับก่อนนะครับ วันที่วันเดียวกันครับ วันที่ ๙ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทําไมถึงบรรจุเรื่องปรองดองก่อน ทั้ง ๆ ที่เรื่องราคายางพาราตกต่ํา ลงรับก่อน
เดี๋ยวท่านประเสริฐครับ ท่านไม่ได้ประท้วง คือผมจะอธิบายอย่างนี้นะครับ
เดี๋ยวสิครับท่านประธาน ผมขอ ความกรุณาท่านประธานฟังให้จบความครับ แล้วเดี๋ยวท่านประธานพูดอย่างไร ผมจะนั่งฟังครับ ไม่เป็นอะไรครับ ท่านประธานครับ นี่เป็นประการที่ ๑ ที่ผมไม่เข้าใจ
ประการที่ ๒ เราเอาญัตติทั้ง ๒ เรื่องนี้มากางดู ท่านประธานทราบไหมครับว่า วันนี้มีเกษตรกรที่ปลูกยางพารา ๖๕ จังหวัดครับ ถ้าท่านประธานทราบว่า ๖๕ จังหวัด นี่ท่านประธานก็จะกลับไปดูตัวเลขครับ ราคายางไม่ใช่พวกเราได้เงินนะครับ เกษตรกร ได้เงินครับ ราคายางวันนี้ถ้าตกลงไปกิโลกรัมละ ๕๐ บาทเท่านั้นเอง วันนี้มันตกไปเกินกว่า ๕๐ บาท ตันหนึ่งหมดไป ๕๐,๐๐๐ บาท ประเทศไทยผลิตยางปีละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตันครับ หมดเป็นแสน ๆ ล้านบาทนะครับ
ท่านประเสริฐอย่างนี้ครับ ประเด็นคือในรายละเอียดของราคายางนี่นะครับ บ้านผมก็ปลูก เหมือนกันถ้าจะพูดอย่างนั้น แต่อันนี้ประเด็นที่เรากําลังพิจารณาก็คือว่า คุณหมอสุกิจกําลัง เสนอเป็นญัตติด่วนขึ้นมาเพื่อที่จะให้สภาพิจารณา ผมก็พยายามจะหาทางออกว่าหาช่องทาง ที่จะให้ดําเนินการได้ แต่ถ้าคุณหมอสุกิจจะติดใจว่าจะเสนอญัตติด่วน ผมก็ต้องขอมติ ที่ประชุมว่าจะรับเป็นญัตติด่วนหรือเปล่านะครับ ก็จะได้เดินหน้าต่อได้ ถ้าปล่อยให้ท่านพูด มันก็ไม่จบ ผมรู้ว่าราคามันตกในขณะนี้นะครับ ท่านนั่งลงเถอะครับ ท่านไม่ได้ประท้วง ผมก็ให้โอกาสแล้วนะครับ คือถ้าจะให้พูดก็ต้องคุณหมอสุกิจเป็นคนพูดนะครับ นั่งเถอะครับ ขณะนี้ยังไม่ได้รับนะครับ เพียงแต่ว่าหารือกันอยู่นะครับว่า ถ้าหากว่าจะอภิปรายผมต้อง อนุญาตนะครับ ผมเพียงแต่หารือประเด็นของท่านอยู่นะครับ ผมอนุญาตมาพอสมควรแล้ว ไม่ใช่ไม่ให้พูดนะครับ ทีนี้ผมก็จะขอมติที่ประชุม ถ้าท่านยังติดใจผมก็จะขอมติที่ประชุม ท่านนิพนธ์เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าประเด็นที่ผมจะขอ อนุญาตพูดกับท่านประธานก็คือว่า ผมคิดว่าวันนี้ผมจะหารือไปยังเพื่อนสมาชิก ท่านอนุมัติ ผู้เสนอญัตติให้เลื่อนญัตติ ผมคิดว่าวันนี้ญัตติของท่านถ้าสมมุติผมจะขอว่าให้พิจารณาของ คุณหมอสุกิจก่อน แล้วก็อาทิตย์ถัดไปค่อยเอาญัตติของท่านที่เสนอเลื่อนขึ้นมาเป็น อาทิตย์หน้า เพราะว่าบัดนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องที่ปัตตานีก็เดือดร้อนครับ พี่น้องที่ปัตตานี ก็เดือดร้อนเรื่องราคายางพารา เพราะฉะนั้นถ้าเราจะได้พูดกันแล้วรัฐบาลจะให้ความใส่ใจ มาดูแลเรื่องราคายางพารา ผมคิดว่าจะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน
เดี๋ยวท่านนิพนธ์มีผู้ประท้วงครับ เชิญนั่งก่อนท่านนิพนธ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานก็มีแนวคิด มีแนวการวินิจฉัย ที่ท่านก็พูดออกมาแล้วก็ถูกต้องแล้ว แล้วท่านไปปล่อยให้ทางซีกฝ่ายค้านได้อภิปรายอยู่ ตลอดเวลา ผมว่าท่านประธานไม่ควบคุมการประชุม ขอให้ท่านประธานตัดสินใจลงมติครับ ว่าจะเอาอันไหนขึ้นก่อน ถ้าปล่อยอย่างนี้ไม่จบครับท่านประธานครับ เดี๋ยวฝ่ายรัฐบาล ก็ขออภิปรายบ้างนะครับ ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยนะครับ แล้วควบคุมการประชุมด้วยครับ ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้นะครับ ท่านคุณหมอสุกิจได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา แต่ก็มาดูเอกสารของท่าน แล้วนะครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวฟังผม พูดก่อนนะครับ เป็นญัตติธรรมดา เมื่อคุณหมอสุกิจเสนอในที่ประชุมตามข้อ ๔๖ ฉะนั้นสภา มีหน้าที่ที่จะต้องมาพิจารณาว่าจะรับพิจารณาหรือไม่ ในที่ประชุมก็ต้องอาศัยมติ ผมก็จะถาม มติที่ประชุม
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียว ผมขอท่านนิดเดียว ผมไม่ประท้วงท่าน เพราะว่าผมคิดว่าการหารือของผมนี่มันจะ แก้ปัญหาได้ ผมจึงไม่ประท้วง
ได้ เชิญครับ
ผมคิดว่าถ้าจะหารือกันเพื่อที่จะให้ เดินไปได้ ถ้าท่านบอกว่าอยากจะปรองดอง ปัญหาชาวบ้านนี่ครับเอามาปรองดองก่อน ปัญหาพวกเรานี่ถ้าเราจะรอไว้ ๑ อาทิตย์มาคุยกันเรื่องปรองดองยังไม่สายครับ แต่ว่านี่คือ ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนของเกษตรกรชาวสวนยาง แล้วก็หมอสุกิจเองก็ยื่นเรื่อง วันที่ ๙ วันเดียวกันเลขรับก่อนอีก ท่านประธานไม่บรรจุ ไม่บรรจุเรื่องของประชาชนก่อน แล้วเราอ้างว่าสภานี้ดูแลเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างไรท่านประธาน
ท่านนิพนธ์ ท่านคุณหมอเสนอเป็นญัตติธรรมดาไม่ได้เป็นญัตติด่วนเขาบรรจุมาแล้ว เมื่อกี้เจ้าหน้าที่เอามาให้ผมดู เอาประเด็นที่คุณหมอสุกิจเสนอวันนี้ดีไหมครับ ว่าสภานี้จะ พิจารณาในญัตติด่วนด้วยวาจาของคุณหมอสุกิจหรือไม่นะครับ ถ้าที่ประชุมแห่งนี้พิจารณา รับมันก็ต้องมาโหวตกันอีกครั้งว่าจะเอาของใครขึ้นก่อน เชิญคุณหมอสุกิจครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานที่ประธาน บอกว่าญัตติที่ผมเสนอเป็นญัตติธรรมดา ท่านประธานดูใหม่สิครับ ผมเสนอเป็นญัตติด่วนครับ มีผู้รับรองถูกต้องครับ และวันนี้ท่านจะให้โหวตแล้วนะครับโดยที่ไม่ได้ฟังเหตุผลของ การเสนอญัตติของผมเลยว่าทําไมผมถึงต้องรีบเร่งเสนอ ผมว่าท่านประธานออกจะรีบร้อน เกินไปเสียหน่อยนะครับ
คือคุณหมอ ผมยังไม่พูดอย่างที่คุณหมอเลยนะครับ คือคุณหมอเสนอเป็นญัตติด่วนก็จริงนะครับ แต่ท่านประธานที่รับผิดชอบในเรื่องงานญัตติท่านวินิจฉัยออกมาแล้วว่าบอกเป็น ญัตติธรรมดานะครับ ให้เข้าใจข้อเท็จจริงให้เหมือนกันก่อน ฉะนั้นประเด็นที่ท่านประท้วง ใช่ไหมครับ ผมจะวินิจฉัยเฉพาะประเด็นประท้วงนะครับ แล้วก็ขณะนี้คุณหมอเสนอเป็น ญัตติด่วนด้วยวาจานะครับ ผมก็ต้องให้สภานี่จะต้องพิจารณาว่าจะรับเป็นญัตติด่วน ด้วยวาจาหรือไม่ก่อนนะครับ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงนะครับ เชิญท่านประท้วงอะไร ผมผิดข้อบังคับข้อไหน เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก็คงใช้เวลาในสภาเพื่อที่เราจะได้ทําความเข้าใจกัน แล้วผมก็อยากจะ กราบเรียนให้สภาได้รับทราบนะครับ นี่เป็นญัตติที่ผมเสนอเป็นญัตติด่วนเข้าสู่สภา เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหามาตรการแก้ไข ปัญหาราคายางพาราตกต่ําที่ท่าน ส.ส. ประเสริฐได้อภิปรายไป ลงวันที่ ๙ ครับท่านประธาน วันนี้ผมกลายเป็นไม่ได้รับการบรรจุเข้าไปในระเบียบวาระ ในขณะเดียวกันของ ท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ขออนุญาตท่านนะครับ ยื่นเสนอญัตตินี้เช่นเดียวกันครับ วันที่ ๙ ท่านประธานเห็นไหมครับ นี่เป็นความเป็นธรรมตรงไหนครับที่ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรบรรจุเข้าไป
อย่างนี้นะครับ เมื่อท่านใช้สิทธิประท้วงท่านก็ไม่บอกว่าท่านประท้วงข้อไหน เรื่องอะไร ผมจะวินิจฉัยได้อย่างไรครับ ใจเย็น ๆ นะครับ การบรรจุระเบียบวาระเป็นอํานาจของ ท่านประธานจะวินิจฉัยว่าญัตติไหนเป็นญัตติด่วนไม่ญัตติด่วนนะครับ คืองานทางด้านธุรการ เขาแบ่งงานในหน้าที่แต่ละฝ่ายเขาทํากันอยู่แล้วนะครับ ฉะนั้นท่านนั่งลงเถอะครับ ใจเย็น ๆ
พี่น้องประชาชนนะครับ ประชาชน
คืออย่างนี้ผมพยายามที่จะต้องอธิบายท่านว่าญัตติที่ท่านประธานรับผิดชอบเป็น ญัตติธรรมดา มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ใจเย็น ๆ นะครับ ใจเย็น ๆ ไม่เป็นอะไรครับ นั่งเถอะครับ ผมว่าใจเย็น ๆ นะครับ นั่งเถอะนะครับ
(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงใช่ไหม ผมขอความกรุณานะครับ เดี๋ยวท่านรังสิมานิดหนึ่งแล้วก็เดี๋ยว ใจเย็น ๆ ครับ ใจเย็น ๆ ท่านประเสริฐนั่งก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันประท้วงท่านประธานข้อ ๘ นะคะ ไม่ปฏิบัติไปตามอํานาจหน้าที่ ดิฉันคิดว่าการที่ท่าน บอกว่าประธานบรรจุของท่านคุณหมอสุกิจเป็นเรื่องปกติ ของปรองดองเป็นเรื่องเร่งด่วน ท่านยังไม่ต้องอภิปรายเลย ดิฉันมองว่าขณะนี้ยังไม่ปรองดองเลย ขนาดน้ําท่วม
คืออย่างนี้นะ ท่านประท้วงผมข้อ ๘ ใช่ไหมครับ คืออย่างนี้ ประธานเขาได้วินิจฉัย ตามอํานาจหน้าที่ เขาปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่อยู่แล้วนะครับ ฉะนั้นข้อประท้วงของท่าน ฟังไม่ขึ้นนั่งลงเถอะครับ วินิจฉัยแล้วนะครับ เชิญท่านประเสริฐประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานฟังก่อน
คือท่านประท้วงผมก็วินิจฉัยแล้วนะครับ วันนี้วินิจฉัยไม่ถูกใจผู้ประท้วงก็ไม่เป็นอะไรครับ ถ้าถูกใจผู้ประท้วงบอกวันนี้ประธานวินิจฉัยเข้าท่าแล้ว ท่านนั่ง วันนี้ใจเย็นนะครับ เชิญท่านประเสริฐนะครับ วันนี้อาจจะไม่ถูกใจท่านอย่าเพิ่งมาว่ากัน เชิญท่านประเสริฐ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อญัตติของคุณหมอสุกิจยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ แล้วก็มีผู้เสนอญัตติเลื่อนการพิจารณาขึ้นมา ผมเห็นว่าได้ฟังเหตุผลทั้ง ๒ ฝ่ายแล้ว อยากเสนอท่านประธานให้ลงมติเพื่อให้ความเห็นชอบมติที่ได้เสนอไปครับ เพื่อให้สภานี้ ได้เดินหน้าต่อไปได้ ท่านประธานครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
คือเดี๋ยวฟังประธานชี้แจงก่อนครับ เมื่อเสนอเข้ามานี่นะครับ ที่ประชุมจะต้องรับพิจารณา หรือไม่จะต้องเป็นมติของที่ประชุม ผมก็จะขอใช้มติที่ประชุมก่อนของคุณหมอสุกิจนะครับ แล้วก็ถ้าที่ประชุมรับไว้พิจารณาผมก็จะได้พิจารณาต่อไปนะครับ
(นายเชน เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณเชนประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานโดยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ท่านคุณหมอสุกิจได้เสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา ซึ่งจนบัดนี้เราไม่ได้ฟังญัตติด่วนของคุณหมอสุกิจเลยว่ามีข้อความว่า อย่างไร ขณะที่อีกญัตติหนึ่งมันมีข้อความเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าท่านประธานคิดว่าอยู่ ๆ ท่านประธานจะลงมติหรือ ทําไมไม่ยอมให้คุณหมอสุกิจเขาเสนอญัตติ หลักการและเหตุผล ของเขาก่อน เป็นความชอบก่อนที่จะลงมติ อย่างน้อยต้องให้เขาเสนอเพราะการเสนอด้วย วาจาไม่ใช่เอาเฉพาะหัวข้อเรื่องว่าเสนอเรื่องยางพาราราคาตกต่ําแล้วก็จบ ถ้าอย่างนั้น ท่านประธานปฏิบัติไม่ชอบโดยแน่นอนท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ เชิญนั่งครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมเรียนท่านประธานข้อเสนอผมนี่ผมไม่อยากให้ญัตติของ ท่านคุณหมอสุกิจมันจะมาถูกสภาตัดสินว่ารับหรือไม่รับนะครับ เพราะว่ามันเป็นญัตติที่ดี ผมเพียงแต่ว่าใช้สภาตัดสินว่าขณะนี้เราจะพิจารณาเรื่องอะไรก่อนนะครับ การเสนอ ด้วยวาจาตามข้อ ๔๖ (๑) เป็นญัตติครับ แต่ไม่ใช่เนื้อหาญัตติ ญัตติว่าจะรับ ขณะนี้หรือไม่ พิจารณาขณะนี้หรือไม่เท่านั้นเอง ความหมายก็คือว่าถ้าสมมุติเสียงข้างมากรับซีกที่เลื่อน วาระ ๕ ขึ้นมา ก็เพียงแต่พิจารณาวาระนี้เท่านั้น ไม่พิจารณาวาระของท่านคุณหมอสุกิจ เท่านั้นนะครับ ผมเป็นห่วงตรงนี้เท่านั้นเอง ก็เลยอยากเสนอว่าเราโหวตพร้อมกัน ทีนี้ญัตติ ของคุณหมอมันเป็นเรื่องที่เข้าใจว่าบรรจุแต่ไม่ปรากฏในเอกสาร ก็ไม่เป็นอะไรครับ ความจําเป็นถ้าสมมุติเราพิจารณาเรื่องนี้จบ พรุ่งนี้ก็เสนอเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน เอาว่าญัตติธรรมดานี่ครับเสนอมาพิจารณาก่อนเลยก็ได้ไม่จําเป็นต้องเรื่องด่วนครับ เอาญัตติที่อยู่ในระเบียบวาระท่านบรรจุไปขึ้นมาพิจารณาก่อนก็ได้ สภาอนุญาต ก็พิจารณาได้เลยครับ ความเห็นผมเป็นอย่างนี้เพื่อเกิดประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย และที่สําคัญ พรุ่งนี้ท่านสามารถเอาเรื่องนี้ถามฝ่ายบริหารได้ทันที และแก้ปัญหาได้ทันที ส่วนข้อเสนอ ที่จะไปตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ กว่าผลคณะกรรมาธิการวิสามัญจะออกผมว่าราคายาง ขึ้นไปเป็น ๑๒๐ บาท แล้วกระมังครับ น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะขณะนี้ ๙๐ บาทแล้ว เป็นทางออกนะครับท่านประธานครับ เป็นทางออกญัตติจะได้อยู่ ญัตติของท่านจะได้อยู่ครับ ขอบคุณครับ
อาจารย์รัชฎาภรณ์
ท่านประธานคะ ดิฉัน รัชฎากรณ์ แก้วสนิท ถ้าอย่างนั้นดิฉันกําลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ด้วยเหมือนกันว่าที่จริงแล้ว ที่เรากําลังนั่งฟังกันที่คุณหมอสุกิจลุกขึ้นมาเสนอเป็นญัตติด่วนด้วยปากเปล่า ก็เพราะว่า คุณหมอได้เสนอเข้ามาแล้ว แต่ว่าท่านอธิบายว่าประธานพิจารณาว่าเป็นญัตติธรรมดา แต่ก็มีของ ส.ส. สมบูรณ์ท่านก็เสนอเข้ามา แต่ว่ามันเข้าแล้วก็เข้าวาระไม่พร้อมกัน ถึงต้องรีบเสนอขึ้นมา ถ้าท่านบอกสัปดาห์หน้าได้ไหม สัปดาห์หน้ามันไม่ด่วนแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นในฐานะที่ดิฉันได้ลงชื่อรับรองในญัตติปรองดองด้วย ดิฉันก็จะขอถอน เพราะตอนแรกดิฉันลงชื่อด้วยก็เพราะเห็นว่าญัตติปรองดอง ดิฉันก็เรียนท่านผู้เสนอญัตติ นะคะว่า ดิฉันไม่เห็นด้วยหรอกว่าจะปรองดองได้ เพราะพฤติกรรมทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ ทุกวันนี้จากทางฝ่ายรัฐบาลเองและผู้ใกล้ชิดมันไม่ได้สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะปรองดอง
เดี๋ยวนะ มีผู้ประท้วงเชิญ ท่านประท้วงใช่ไหมครับ ท่านยืนขึ้นยกมือประท้วงเชิญครับ มีผู้ประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วง หลังจากที่ท่านสมาชิกพูดให้เสร็จก่อนก็ได้ครับ ท่านประธานครับ
ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาต พูดต่อ เพราะว่าดิฉันเป็นคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงแล้วก็เซ็นชื่อเข้าไปด้วยนี่นะคะ เพราะดิฉัน เห็นว่า ถ้าคิดว่าจะปรองดอง ดิฉันก็เรียนว่า ดิฉันจะลงชื่อให้ เพื่อที่จะให้มีการนําเข้าสู่สภา แต่คงไม่ใช่ด่วนขณะนี้ ด่วนปากท้องของพี่น้องประชาชนกับด่วนที่จะปรองดองในขณะที่เราดู พฤติกรรมแล้ว ในสังคมเรามันมีการสร้างความแตกแยก วันที่อภิปรายงบประมาณ ดิฉันก็อภิปราย ว่ามีงบประมาณเหล่านี้ แต่พฤติกรรมทั้งหลายที่จะพูดถึงความปรองดอง สมานฉันท์นี่ยังไม่เข้าใจหลักของความเสมอภาค ยังไม่เข้าใจเลยว่าจะปรองดองกันอย่างไร แต่คนใกล้ชิดของรัฐบาลก็ได้ไปสร้างความแตกแยก สร้างหมู่บ้านสีแดง ตําบลสีแดงขึ้นมา
พอสมควรแล้วอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ นั่งเถอะอาจารย์ครับ
ท่านประธานจวนจะจบอยู่แล้ว ดิฉันพยายามอธิบายเหตุผลว่าทําไมดิฉันถึงได้เซ็นชื่อรับรองทั้ง ๆ ที่มีอยู่คนเดียวที่เซ็นชื่อ รับรอง แล้วใครในพรรคถามดิฉันว่าทําไมดิฉันถึงรับรอง ดิฉันก็ยังเรียนไปว่าเพื่อให้ได้มาพูดกัน อยู่ในสภา แต่ไม่คิดว่าจะเป็นด่วนขนาดที่ด่วนมากกว่าปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ที่ตอนนี้ปัญหาราคายางตกต่ําและมันด่วนนะคะ รอไปสัปดาห์หน้าเขาเสนอมาตั้งแต่วันที่ ๙ จนวันนี้วันที่ ๑๖ อาทิตย์หน้าคือ ๒๓ ก็ไม่ด่วนแล้ว ดิฉันก็ขอเรียนสภาว่า ดิฉันขอถอนชื่อ จากการรับรองญัตติปรองดองนั้นค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านนิพนธ์ครับ ท่านนิพนธ์ คนละนิพนธ์ครับ นิพนธ์จากอ่างทองครับ
ท่านประธานครับ ผม นิพนธ์ บุญญามณี ครับท่านประธาน คือถ้าโดยญัตติถ้าท่านรัชฎาภรณ์ถอน ญัตติตกอยู่แล้ว ไม่ครบ ๒๐ คน
คืออย่างนี้ท่านนิพนธ์ ตามข้อบังคับการจะถอนต้องสภาอนุญาตนะครับ นั่งเถอะครับ
เขาถอนรับรองท่านครับ เขาถอน รับรองไม่ได้ถอนญัตติ เขาถอนรับรอง แสดงว่ารับรองไม่ครบ ๒๐ คน มันตก
นั่งก่อนครับ มีผู้ประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สงวน พงษ์มณี ครับ ไม่เคยใช้โอกาสประท้วงเลยนะครับ วันนี้ต้องประท้วงท่านประธาน การกํากับการประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ มันไม่ใช่มีแค่นี้ มันมีประมวลจริยธรรมอยู่ด้วยท่านประธาน ในประมวล จริยธรรมนั้นมันมีประวัติศาสตร์กํากับ เมื่อใครเป็นรัฐบาลก็ตามจําไม่ได้หรือครับ ประชาชนเสนอกฎหมายเข้ามาอยู่ในวาระ ๑ เป็น ๒ ปี เลื่อนวาระอื่นขึ้นมาหมดก็อาศัย เสียงส่วนใหญ่ทั้งสิ้น แม้คนที่พูดเมื่อสักครู่นี้ท่านบอกว่าท่านจะถอนให้ญัตติตก ญัตติตกฝ่ายนี้ ก็เสนอญัตติสดได้ ญัตติปากเปล่าได้ ถ้าเราจะอาศัยข้อบังคับเล่นกันอย่างนี้ สภานี้จะอยู่ไม่ได้ ท่านประธาน วันนี้ตัดสินนะครับ เอาอย่างไรก็เอากัน เอาเสียงส่วนใหญ่ดีกว่า ท่านประธานครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
คืออย่างนี้นะครับ เพื่อที่จะให้การพิจารณาแล้วก็การดําเนินการประชุม ผมก็รับฟังทุกฝ่าย เพื่อที่จะไม่เกิดความตึงเครียดในสภา นั่งก่อนท่าน ผมกําลังหาทางออกให้กับท่านทั้งหลาย เมื่อคุณหมอสุกิจได้ใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ประเด็นต่อมาก็คือว่าเป็นหน้าที่ของสภา ที่จะรับพิจารณาหรือไม่นะครับ ผมจะให้โอกาสคุณหมอสุกิจนําเสนอแล้วจะขอมติที่ประชุม
(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ
ท่านประธานคะ ดิฉันประท้วง ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ดิฉันเสียหาย ถ้าคิดว่าดิฉันถอนการรับรองเพื่อที่จะให้ญัตติตก เจตนาไม่ใช่อย่างนั้น แต่ที่ดิฉันถอนก็เพราะว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับการที่จะเอาเข้ามาในช่วงนี้ ไม่ใช่เพื่อให้ญัตติตกนะคะ แต่ถ้ามันตกก็ถือว่าเป็นความไม่ได้ตั้งใจ ดิฉันไม่ได้ชั่วร้ายขนาดนั้น
ขอบคุณมากครับ เชิญคุณหมอสุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ ย้ําอีกทีครับ สุกิจครับท่านประธาน อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ตลอด ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างมากมาย ทั้งโดยตรง ทั้งทางโทรศัพท์ ทุกวิธีการละครับ ถึงเรื่องของยางพาราราคาตกต่ํานะครับ มันเป็นความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนปกติแล้ว เขาอดทน เขาอดทนมาก ๆ เลย แต่วันนี้เขาบอกว่าขีดแห่งความอดทนของเขากําลังจะ หมดสิ้นแล้วครับ เพราะว่ามันตกมากเหลือเกิน และมันตกเกินราคาต้นทุนของเขาแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานไปยัง ส.ส. ทุกท่าน บางทีท่านอาจจะยังไม่ทราบด้วยซ้ําว่า จังหวัดของท่านนี่ปลูกยางพาราแล้ว ท่านทราบไหมครับว่าตอนนี้ยางพาราไม่ใช่ปลูกเฉพาะ ภาคใต้แล้วครับ แต่ปลูกไปทุกภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก จํานวน ๖๕ จังหวัดแล้วครับ ท่านประธานเองก็ยอมรับว่าจังหวัดของท่านประธาน ก็มีการปลูกยางพาราแล้วนะครับ มันเป็นพืชที่ทํารายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล ไม่ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะโดนวิกฤติอะไร วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) หรืออะไร ที่ทําให้เศรษฐกิจของโลกตกต่ํา เศรษฐกิจของประเทศตกต่ํา แต่ยางพาราผมว่าเป็นพืช เศรษฐกิจตัวเดียวที่ทําให้ประเทศของเรามีรายได้สม่ําเสมอมาตลอด ปี ๒๕๕๒ ทํารายได้ เข้าประเทศถึง ๑๔๖,๑๘๗ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ทํารายได้เข้าประเทศ ๒๔๙,๒๖๒ ล้านบาท ปีนี้ครับแค่ ๗ เดือนเท่านั้นทํารายได้ถึง ๒๒๖,๖๔๐ ล้านบาท ในยามที่ประเทศกําลังขาด รายได้อย่างนี้นะครับ อุตสาหกรรมอย่างอื่นกําลังจะเสียหาย และท่านมาทําให้ราคายางพารา ตกต่ําอย่างนี้นี่ครับ มันเป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้วหรือ ผมต้องทวงถามรัฐบาล เพราะว่าปรากฏ เด่นชัดตั้งแต่รัฐบาลนี้เริ่มเข้ามาบริหารประเทศ ยางพาราราคาตกต่ําลงเรื่อย ๆ นะครับ คือสมัยพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีครั้งไหนที่ยางพาราราคาจะตกต่ํากว่ากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท แต่รัฐบาลนี้ไม่มีครั้งไหนที่ราคาเกิน ๑๒๐ บาท แล้วก็ตกลงมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ
คุณหมอนั่งนิดหนึ่ง เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงราย ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ เสียดสีใส่ร้ายครับ แล้วพูดเท็จในสภา ในสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ยางก็ราคาไม่เกิน ๒๐ บาทครับ ดังนั้นนี่นะครับ จะบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้วยางไม่เคยราคาต่ํากว่า ๕๐ บาทนี่พูดผิดครับ
เดี๋ยวครับ ให้ฟัง อดทนนิดหนึ่งท่านสมบูรณ์ครับ อดทนนิดหนึ่ง เดี๋ยวให้ท่านประท้วงจบ ทีละท่านก่อน ท่านประท้วงสวนกันไม่ได้นะครับ เอาให้ท่านประท้วงก่อนว่าท่านกําลัง อภิปรายเรื่องบอกว่าเสียดสีอยู่ เชิญ
ครับ ผู้อภิปรายกล่าวเท็จ ในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ ผมรับรองว่าเท็จจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง
เดี๋ยวครับคุณหมอ คือเมื่อกี้คุณหมอเขากําลังอธิบายความว่าข้อเท็จจริงตามเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นราคามันมาตกต่ําในช่วงนี้นะครับ ท่านก็เป็นห่วง แต่ถ้าไปเปรียบเทียบกับในยุค ที่ผ่านมามันคนละเรื่องกันอย่างที่ท่านพูด ฉะนั้นผมฟังดูท่านกําลังอภิปรายว่าประเด็นนี้ ยางมันตกต่ําอยู่ในขณะนี้นะครับ เชิญคุณหมอต่อครับ ประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานควรจะตักเตือนผู้ที่ประท้วงเมื่อสักครู่จากเชียงรายครับ
ท่านสมบูรณ์ใครฝ่าฝืนข้อไหนครับ ใครผิดใครถูก ใครผิดข้อไหนเชิญครับ
กล่าวเท็จอย่างรุนแรงเลยครับ
ไม่ใช่ ท่านต้องบอกก่อนว่าใครฝ่าฝืนข้อบังคับข้อไหน ใครทําผิดข้อบังคับ
ท่านประธานเห็นชัด ๆ เลยเมื่อกี้ อภิปรายว่ารัฐบาลชวน หลีกภัย กิโลกรัมละไม่เกิน ๒๐ บาท อย่างนี้มันใส่ร้ายแล้วเท็จด้วย ท่านประธานควรจะตักเตือนไม่จําเป็นต้องให้ผมประท้วงเลยครับ ท่านประธานก็รู้ ท่านประธานก็มีเกษตรกรชาวสวนยางรู้ว่าในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย เคยขึ้นเกือบ ๒ เหรียญสหรัฐอเมริกา ฉะนั้นท่านประธานเขากล่าวเท็จ ผมไม่ต้องให้เขาถอนหรอก เพราะเขาเป็นคนไม่รู้ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญต่อคุณหมอครับ
ท่านประธานครับ ผม หมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอรับผิดชอบในคําพูด ของผมครับ แล้วจะเรียนคุณพิเชษฐ์ว่าตอนที่ผม
คุณหมออภิปรายที่จะโน้มน้าวท่านสมาชิกขอให้รับเรื่องของคุณหมอก่อนนะครับ เดี๋ยวเนื้อหาจริง ๆ เราไปพูดในตอนที่รับเป็นญัตติที่พิจารณา เอาที่ท่านจะขอให้ท่านสมาชิก ทั้งหลายจะลงคะแนนให้กับท่านว่ารับเป็นพิจารณาหรือไม่นะครับ เชิญครับ
ครับ ตอนผมเด็ก ๆ กิโลกรัมละ ๔ บาทนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงจําเป็นที่ต้องเสนอญัตติเป็นญัตติด่วนขึ้นมาในวันนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะผมมีความเชื่อมั่น ในรัฐสภาของเรา ผมเชื่อมั่นใน ส.ส. ทุกท่านว่าท่านมีความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชน ท่านมีความห่วงใยต่อความเดือดร้อน ท่านมีความรู้สึกต่อความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ใกล้ตัวท่าน ๖๕ จังหวัดนะครับที่ปลูกยางพารา จึงขอวัดใจ พวกท่านนะครับว่าวันนี้ท่านจะเห็นว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ตอนนี้บางคน เขาไม่กรีดยางนะครับ เพราะมันไม่คุ้มทุน ท่านจะเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หรือว่าเห็นกับเรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ท่านเสนอญัตติเข้ามา ยางทําเพื่อคน ๖๕ จังหวัดนะครับ ญัตติปรองดองทําเพื่อสอดคล้องกับมติ ครม. ที่จะทํา ในที่สุดก็เพื่อ คนคนเดียวครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ ผมจะขอมติที่ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ผมจะขอถามมติที่ประชุมอย่างนี้นะครับว่า เดี๋ยวนะครับฟังให้จบก่อนใจเย็น ๆ นะครับ ที่ประชุมแห่งนี้จะรับญัตติของคุณหมอสุกิจไว้พิจารณาหรือไม่ ประเด็นนี้ก่อนนะครับ ถ้ารับก็จะได้รับมาพิจารณา ถ้าไม่รับก็ตกไปนะครับ ผมจะขอลงมติเลยนะครับ จะขอถามมติ ที่ประชุมอย่างนี้นะครับว่าที่ประชุมนี้จะรับญัตติด่วนของท่านคุณหมอสุกิจไว้พิจารณาหรือไม่ ท่านใดเห็นด้วยกับการที่จะรับไว้พิจารณาให้กดปุ่มคําว่า เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขณะนี้ กําลังอยู่ระหว่างออกเสียงลงคะแนน นั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วนะครับ กําลังลงคะแนน อยู่นะครับ เดี๋ยวให้เสร็จก่อนเดี๋ยวจะให้ประท้วงครับ ที่ประชุมลงคะแนนเป็นที่เรียบร้อย แล้วนะครับ ปิดการลงคะแนน เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เดี๋ยวให้ส่งผลก่อนนะครับ ที่ประชุม เห็นด้วยที่จะรับมาพิจารณา ๑๑๐ เสียง ไม่เห็นด้วย ๒๗๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑๗ ท่าน ที่ประชุมแห่งนี้ไม่รับญัตติด่วนของคุณหมอสุกิจไว้พิจารณานะครับ
ประเด็นต่อมาผมขอพิจารณาต่อ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เดิมผม ศรัทธาท่านเป็นนักการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชนคนหนึ่งนะครับ
ประท้วงผมเรื่องอะไรครับ
ท่านทําผิดข้อบังคับครับ
ข้อไหนครับ
ข้อ ๘ ครับ
ว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานครับ โดยเฉพาะญัตติเรื่อง ยางพารานั้น ถ้าท่านประธานเห็นแก่สมาชิกด้วยกันนะครับ ผมเองเป็นคนเสนอญัตติเรื่อง การแก้ไขปัญหาราคายางพารา แต่ท่านประธานครับวันนี้ท่านไม่ยอมให้ผมได้แสดง ความคิดเห็นเลยว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันอย่างไร และสุดท้ายท่านก็พยายาม รวบรัดว่าวันนี้จะต้องเอาญัตติอื่นก่อน ญัตติเรื่องยางพาราเดี๋ยวค่อยว่ากัน แล้วท่านประธาน รู้ไหมเมื่อสักครู่ผมยังไม่ทันได้ลงคะแนนเลย ท่านพยายามรวบรัดกันอย่างเดียว เอาล่ะ ญัตติเรื่องยางพาราปัญหาเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเดี๋ยวค่อยเอา ผมยังอยากจะถามเลยว่า ญัตติยื่นพร้อมกันวันที่ ๙ เข้ามาในสภา
คือผม ได้ชี้แจงไปแล้ว ใจเย็น ๆ นะครับ คือกระบวนการทางธุรการของทางสภานี่เขาได้จัดไว้ เรียบร้อยแล้ว ก็เขาวินิจฉัยแล้วว่าญัตตินี้เป็นญัตติธรรมดานะครับ ท่านเป็นญัตติด่วน ก็จริงนะครับ เดี๋ยวผมจะตรวจสอบให้ครับ ท่านไม่เสนอมาให้ผม เอามาให้ผมเดี๋ยวนี้สิครับ ผมจะดูให้นะครับ เจ้าหน้าที่ไปเอาจากท่านมานะครับ ผมยังไม่ทราบเลยนะครับ ผมว่าเรื่องนี้ เราผ่านไปแล้วนะครับ ใจเย็น ๆ นะครับ คือเรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ขอเอกสาร มาดูเรื่องของท่านเป็นอย่างไร คือมันผ่านไปแล้ว ไม่รวบรัดก็ทําตามผมขอมติไปนะครับ ผมขอพิจารณาต่อนะครับ คืออย่างนี้นะครับ ขอความกรุณานะครับ เดี๋ยวท่านสมาชิก ประท้วงผม กรุณารักษาความสงบเรียบร้อย เดี๋ยวผมก็ต้องบอกว่าใจเย็น ๆ นะครับท่าน นั่งเถอะ เดี๋ยวจะหาช่องทางให้ท่านนะครับ
(นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านนิพนธ์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี จริง ๆ ผมไม่อยากจะประท้วงท่านประธาน แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ ผมไม่ลงคะแนนครับ เพราะว่าผมเข้าใจว่าขณะที่ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ยืนประท้วงนั้น ท่านสมบูรณ์จะต้องได้ประท้วงตามข้อบังคับ เพราะว่าท่านกําลังประท้วงเรื่องมีผลต่อ การลงคะแนน แล้วพวกผมกําลังรอฟังว่าข้อประท้วงของท่านสมบูรณ์มีเหตุมีผลที่จะทําให้ ท่านประธานเปลี่ยนแปลงหรือไม่ พวกผมจึงไม่ลงคะแนนเมื่อสักครู่นี้ครับ เพราะฉะนั้น ตามข้อบังคับเมื่อท่านสมบูรณ์ยกมือขึ้น แล้วก็ยืนขึ้นยกมือประท้วงต้องได้สิทธิชี้แจงก่อนครับ นี่คือคําประท้วงของผมครับ
ก็ชี้แจง แล้วครับ ท่านสมาชิกครับ มีท่านอนุมัติขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๕ ขึ้นมาพิจารณา และผู้รับรองถูกต้องนะครับ ผมก็จะต้องดําเนินการต่อไปนะครับ ขอเชิญเจ้าของญัตตินะครับ ท่าน พลเอก สนธิ เชิญเสนอญัตติครับ ผมต้องพิจารณาไปตามนะครับ
(นายศุภชัย ใจสมุทร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงอะไรครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ ทางพรรคภูมิไทยใจไทยโดย ท่านหัวหน้าพรรค ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล ได้มีการเสนอญัตติด่วนในลักษณะที่มันละม้าย คล้ายคลึงกับสิ่งที่ท่าน พลเอก สนธิ ได้เสนอมา ผมอยากจะขออนุญาตที่ประชุมแห่งนี้ นําเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาร่วมกันเลยจะได้ไหมครับ
ครับ เรื่องนี้ทางท่านประธานได้รับเป็นญัตติด่วน แล้วก็เป็นเรื่องทํานองเดียวกัน ถ้าที่ประชุม ไม่ขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมรับมา เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว
ให้ผม วินิจฉัยก่อนได้ไหมครับ แล้วค่อยประท้วงครับ
ไม่ใช่ประท้วงครับ ท่านประธานเรากําลังเลื่อน ขึ้นมา
ขณะนี้ เลื่อนแล้วนะครับ
สภายังไม่มีมติครับ ท่านทําให้ถูกต้องครับ เดี๋ยวมันจะตก ขอให้สภาโหวตครับว่าจะให้เลื่อนไม่เลื่อนจะได้พิจารณาครับ
เมื่อสักครู่เสนอแล้วมีผู้รับรองนะครับ ผมขอมตินะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขออนุญาตบางทีท่านประท้วงไปประท้วงมา บางทีประธานก็ลืมเหมือนกันนะครับ เดี๋ยวผม ขอมติก่อน เพราะเรื่องมันเดินมาแล้วนะครับ ที่ประชุมนะครับ ผมขอมติอย่างนี้นะครับ ท่านใดเห็นชอบกับการเลื่อนญัตติด่วนที่ ๕ ของท่าน พลเอก สนธิ บุญยกลิน โดยท่านอนุมัติ เป็นผู้ขอเสนอขอเลื่อนกดปุ่มคําว่า เห็นด้วย ท่านใดไม่เลื่อนขอความกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้นะครับ
(นายเชน เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเชน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้เราอยู่ในสภา
เดี๋ยวครับ ท่านเชน เดี๋ยวผมจะให้ท่านจุรินทร์พูดนิดหนึ่งก่อน มันจะได้จบครับ เชิญท่านจุรินทร์
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานรวบรัดมากนะครับ รวบรัดตั้งแต่ ตอนที่คุณหมอสุกิจได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เกือบจะไม่ได้ให้เหตุผล และโดยปกติสภาของเรา เมื่อมีผู้เสนอญัตติก็ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงเหตุผล นอกจากนั้นผู้สนับสนุนก็มีสิทธิที่จะอภิปราย สนับสนุนญัตติ แต่ครั้งนี้ท่านประธานรวบรัดครั้งที่ ๑ คุณหมอสุกิจเกือบไม่ได้แสดงเหตุผล แต่ต่อมามีการประท้วง ท่านประธานอนุญาต แต่อนุญาตเฉพาะคุณหมอสุกิจ แต่เพื่อนสมาชิกที่ต้องการสนับสนุนไม่มีโอกาสได้อภิปรายสนับสนุนเลยครับ
ท่านประธานรวบรัดครั้งที่ ๒ ลงมติ นั่นคือญัตติด่วนด้วยวาจา แต่ยังมี ญัตติด่วนที่ ๒ ที่เสนอเป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องราคายางพาราตกต่ําของคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ซึ่งเสนอไปยังสภาตั้งแต่วันที่ ๙ พร้อมกับญัตติปรองดอง แต่ท่านประธาน ไม่บรรจุญัตติราคายางพาราตกต่ํา แต่ไปบรรจุญัตติปรองดอง และท่านประธานรวบรัด เมื่อคุณสมบูรณ์ประท้วงต้องการสอบถามว่าที่ท่านประธานบอกว่า ญัตติยางพาราตกต่ํา ท่านบรรจุแล้วท่านยืนยันได้ไหมครับว่าขณะนี้ได้บรรจุแล้วเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม เพราะถ้าได้รับการบรรจุแล้วนี่พวกเราจะได้พิจารณาดําเนินการตัดสินใจได้อีกในขั้นตอน ต่อไปในวันนี้
ประการที่ ๓ ท่านประธานรวบรัดอีก ในขณะที่ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญสร้างความปรองดองที่ว่า ท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับรอง ๒๐ คน ขอถอน แต่ท่านประธานยังไม่ได้วินิจฉัยเรื่องนี้ว่าท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ใช้สิทธิถอนนั้น ผลญัตติจะต้องตกไปหรือไม่ อย่างไร แต่ท่านประธานรวบรัดขอลงมติ อันนี้คือสิ่งที่พวกเรากังวลว่าถ้าท่านประธานปฏิบัติหน้าที่เช่นนี้ การประชุมสภาจะไม่ราบรื่น ต่อไป และเป็นเรื่องยากที่พวกกระผมซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยจะให้ความร่วมมือในการประชุมได้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน พวกผมทําไม่ได้แล้วครับถ้าเป็นเช่นนี้ ทําไมพวกผม ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติการปรองดองขึ้นมา ไม่ได้แปลว่าพวกผมไม่เห็นด้วยกับ การปรองดองนะครับ หัวใจพวกเราทุกคนในซีกฝ่ายค้าน ในซีกพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะ เราเห็นด้วยถ้าการปรองดองจะเกิดขึ้นจริง แต่เราไม่เห็นด้วยกับการหยิบยกญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่อ้างว่าเพื่อสร้างความปรองดองขึ้นมาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน เพราะไม่เห็นว่ามันจะด่วนจริงตรงไหนเมื่อเทียบกับปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ชาวสวนยางทั่วประเทศ ๖๐ กว่าจังหวัดทุกภาค ตั้งแต่ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคกลาง และขณะเดียวกันเราเห็นว่าการรวบรัด เร่งรีบ ลุกลี้ลุกลน เลื่อนญัตตินี้ ขึ้นมาก็เพื่อให้สอดรับกับข่าวการออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษของ ครม. เมื่อวาน เป็นกระบวนการเดียวกัน เพื่อใช้คณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นเครื่องมือออกมติ เพื่อประโยชน์ ของคนคนเดียว ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่พวกกระผมไม่เห็นด้วย และต้องการฟ้องประชาชน ทั้งประเทศ ขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการตามขั้นตอนครับ
คืออันนี้ กําลังหารือกันอยู่คุณหมอครับ ไม่ต้องประท้วงก็ได้นะครับ คือผมกําลังจะลําดับเหตุการณ์ อยู่นะครับ ท่านจุรินทร์ท่านก็มีความเห็นของท่าน คุณหมอนั่งก่อนนะครับ ท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร ท่านประธานสภานั้นถือว่าเป็นประธานของสภา ผมไม่อยากให้มีการกล่าว อะไรที่คลาดเคลื่อนจะนํามาซึ่งความเสื่อมศรัทธาในตัวท่านประธาน ท่านประธานครับ กระผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วท่านประธานมีน้ําใจดีเหลือเกินครับ ถ้าจะดูเวลาจริง ๆ ต่อการพิจารณาเรื่องนี้ใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมงแล้วครับท่านประธานครับ ท่านประธานได้วินิจฉัย แต่เมื่อมีการประท้วงท่านก็ให้โอกาสหลายรอบต่อหลายรอบ ขอประทานโทษเถอะครับ ผมไม่เห็นด้วยกับความเห็นของท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ด้วยความเคารพนะครับ ผมคิดว่าท่านประธานได้ให้โอกาสทุกฝ่ายและใช้เวลาพอสมควร ผมเองก็มีใจให้กับท่านคุณหมอสุกิจ แต่ทีนี้ว่าเมื่อท่านประธานได้วินิจฉัยแล้ว ผมขอประท้วง ท่านประธานที่ไม่ได้ใช้สิทธิเด็ดขาด ดังนั้นผมจึงขอเสนอว่าสิ่งที่ท่านประธานได้พิจารณามานั้น ไม่ได้รีบร้อน ไม่ได้เร่งรัด แต่เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนของระเบียบข้อบังคับสภา และขอเสนอให้ปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้ว นั่นคือตามที่หมอชลน่าน ได้นําเสนอคือ ให้มีการรับรองญัตติต่อไป แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ ปัญหาต่าง ๆ เราพิจารณาได้ครับ วันนี้สภายังไม่ได้ยุบครับ เรายังเดินไปเรื่อย ๆ จึงขอเสนอให้ปฏิบัติตามมติสภาคือดําเนินการ โหวตว่าจะรับรองญัตติที่จะเลื่อนขึ้นมานี้หรือไม่ครับ ขอเสียงรับรองครับ
เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนั่งก่อน ผมกําลังจะขออย่างนี้นะครับ ท่านนั่งก่อนครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมก่อน ในประเด็นที่ขอเลื่อนมาก่อนนะครับ แล้วในประเด็นของอาจารย์รัชฎาภรณ์ก็จะพิจารณา ต่อไปนะครับ คืออย่างนี้นะครับ ท่านไม่ใช่แต่ข้อบังคับมันเขียนไว้อย่างนั้นนะครับว่า ตามข้อ ๕๓ นะครับ ผมก็จะพิจารณาในประเด็นของอาจารย์รัชฎาภรณ์ต่อจาก ที่ประชุมนะครับ เชิญท่านนิพนธ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านประธานกําลังทํานั้นมันผิดข้อบังคับครับ ท่านจะเอามติ ญัตติที่มันไม่สมบูรณ์ไปลงมติได้อย่างไร ในเมื่อถ้าสมมุติว่าคุณรัชฎาภรณ์ถอนการรับรอง ญัตตินี้ไปแล้วญัตตินี้ต้องตก ท่านจะเอาญัตตินี้มารับรองอีกมันไม่ได้
ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวผมถามท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ก่อน ท่านนิพนธ์นั่งก่อน เชิญอาจารย์ รัชฎาภรณ์ครับ
ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ดิฉันก็จะเรียนท่านค่ะว่า ดิฉันถอน การรับรองด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมใด ๆ เลย มันจะมีผลอย่างใด มันต้องมีผล ก่อนสิคะถึงจะไปบอกว่าเราจะรับรอง เราจะเลื่อนขึ้นมาหรือไม่เลื่อน ถ้าไม่อย่างนั้นมันก็ต้อง ตกไปค่ะท่าน
ขอบคุณครับ ไม่เป็นอะไรครับ เชิญนั่งครับ หมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตประท้วงท่านนิพนธ์ด้วยความเคารพนะครับท่าน ตามข้อ ๖๑ แล้วก็ข้อ ๕๓ ที่ทําให้สภาได้เข้าใจไขว้เขว ท่านประธานครับ ข้อ ๕๓ ชัดเจนครับ ต่อกรณีผู้เสนอญัตติ ผู้รับรองญัตติที่จะถอนญัตติ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ที่จะอ่านในที่ประชุม ข้อ ๕๓ ญัตติที่บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมแล้ว หากผู้เสนอญัตติ จะถอนญัตติ หรือจะแก้ไขเพิ่มเติม หรือจะถอนชื่อจากการเป็นผู้ร่วมกันเสนอ ผมขีดเส้นใต้นะครับ หรือจะถอนชื่อจากการเป็นผู้ร่วมกันเสนอ หรือผู้รับรองจะถอน การรับรองญัตติจะต้องได้รับความยินยอมของที่ประชุม ความหมายท่านรัชฎาภรณ์ มีสิทธิครับประกาศถอนได้ ถ้าที่ประชุมแห่งนี้อนุญาตให้ถอนนะครับ ญัตติท่านถอนได้ ก็มาดูว่าผู้รับรองครบ ไม่ครบ ถ้าไม่ครบก็ถึงจะตกครับ แต่ตอนนี้ขั้นตอนนี้ยังไม่ถึงครับ จะบอกว่าประกาศถอนแล้วญัตติตกไม่ใช่ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ผมขอลงมติก่อนนะครับ แล้วก็จะได้ขอประเด็นของอาจารย์รัชฎาภรณ์นะครับ
เพื่อความเรียบร้อยนะครับ ผมขอความกรุณานะครับ อย่างนั้นเราจะไปไม่ได้เลยถ้าไม่ได้รับ ความร่วมมือนะครับ ผมก็ปฏิบัติตามข้อบังคับทุกอย่าง ทุกประการนะครับ ทุกท่านก็ได้ พูดไปแล้วนะครับ ท่านประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ค่ะ
ท่านเชน ประท้วงอยู่ใช่ไหมครับ
ดิฉันก็ประท้วงค่ะ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ จําเป็นต้องประท้วงท่านประธาน เพราะว่าผมเห็นว่าข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ระบุไว้ชัดเจน แล้วก็ที่ ผมประท้วงท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานอนุญาตให้ผมชี้แจงแล้ว แต่ว่าบังเอิญ ท่านประธานให้คุณจุรินทร์พูดก่อน ผมก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามท่านประธาน
เชิญครับ เมื่อสักครู่ผมลืมครับ
ในข้อบังคับ ข้อ ๕๓ เมื่อมี ผู้ถอนญัตติ หรือผู้ที่จะเสนอชื่อถอนการรับรองญัตติ ท่านประธานต้องเอาเรื่องนี้เข้ามาถาม ที่ประชุมก่อนว่าการที่เขาเสนอถอนญัตติชอบหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นว่าให้เขาถอนได้ญัตตินี้ เป็นอันตกไปไม่ต้องโหวตใหม่
เอาตาม ท่านก็ได้
เดี๋ยวนะครับท่าน แต่ผมคิดว่า ถ้าโดยชอบ ถ้าญัตตินี้ตกไปผู้เสนอมีสิทธิเสนอด้วยวาจาปากเปล่าก็ได้ตามข้อ ๑๖ แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานไม่ได้ทําตามขั้นตอนนั้น เพราะฉะนั้น ท่านประธานจะโหวตเสียเลย ขณะนี้เรื่องรับรองญัตติรับรองตามญัตติที่มีผู้เสนอเลื่อนผมคิดว่า ไม่ถูกต้องครับ
ไม่เป็นอะไรครับ ขอบคุณมากครับ ผมว่าจะโหวตก่อนแล้วจะมาถามภายหลัง แต่ท่านจะให้ ถามก่อนก็ได้นะครับ ผมขอมติอย่างนี้นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เนื่องด้วยญัตตินี้มีท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นผู้รับรองนะครับ ท่านก็มาขอถอนที่ประชุม สภาแห่งนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๓ จะต้องเป็นที่ประชุมสภาแห่งนี้เป็นผู้พิจารณาอนุญาตจะให้ ถอนหรือไม่ ผมจะขอมติจากที่ประชุมอย่างนี้นะครับ ถ้าที่ประชุมแห่งนี้เห็นสมควรให้ ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ถอนจากการรับรองญัตติของท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ให้กดปุ่มคําว่า เห็นด้วย ถ้าท่านใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงเรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลนะครับ เห็นด้วย ๑๐๙ เสียง ไม่เห็นด้วย ๒๘๙ เสียง ไม่ลงคะแนน ๘ เสียง ที่ประชุมไม่อนุญาตให้ถอนนะครับ
ผมขอถามมติต่อไป
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมได้ส่ง เอกสารให้ท่านประธาน ผมอยากให้ท่านประธานพิจารณาเรื่องให้ผมสักนิดเดียวครับ ท่านประธาน
เดี๋ยวผม เอาตามลําดับก่อนนะครับ
คืออย่างนี้ครับ ผมขอสอบถามตามที่ ท่านประธานวิปได้ถามว่าญัตติของผมที่เสนอพร้อมกันเลยกับญัตติปรองดองของผมได้บรรจุ หรือยังครับ ถ้าได้บรรจุแล้วผมจะได้ขอเสนอเลื่อน แต่ถ้าเกิดยังไม่บรรจุผมจะได้สอบถาม ท่านประธานว่าเหตุผลใดเรื่องปรองดองเสนอวันเดียวกันกับของผม ของผมไม่ได้บรรจุ ทั้ง ๆ ที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขออนุญาตสอบถามครับ
ผมเข้าใจแล้วครับ นั่งก่อนครับ ถามเจ้าหน้าที่แล้วเขาบรรจุให้สัปดาห์หน้านะครับ แล้วก็ เดี๋ยวผมขอถามมติเลยนะครับ ท่านใดเห็นด้วยในการเลื่อนญัตติด่วนที่ ๕ ขึ้นมาให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ไม่เป็นอะไรครับ ไปยื่นศาลได้ครับ เชิญออกเสียงลงคะแนนครับ กรุณาอยู่ในความสงบนะครับ เมื่อออกเสียงลงคะแนนแล้วผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ขอให้ส่งผลนะครับ เห็นด้วย ๒๙๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๖ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่านนะครับ ที่ประชุมนี้ให้เลื่อน ระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๕ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ
เชิญท่านศุภชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ พรรคภูมิใจไทย โดยท่านหัวหน้าพรรค ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล และสมาชิกของพรรค ได้เสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา แนวทางการสร้างความปรองดองของคนในชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน กับของท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน จะขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในการนําเรื่องนี้ เข้ามาพิจารณาพร้อม ๆ กันกับเรื่องของท่าน พลเอก สนธิ เลยครับ
เรื่องนี้ ท่านประธานได้รับเป็นญัตติด่วนนะครับ แต่เนื่องจากยังบรรจุวาระไม่ทัน แต่ดูจาก เนื้อหาแล้วเป็นเรื่องทํานองเดียวกันที่ประชุมนี้ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าให้เอาเรื่องนี้ มารวมพิจารณาเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ
ขอเชิญท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ครับ ท่านก่อแก้วนั่งก่อนได้ไหมครับ ให้เจ้าของญัตติเสนอก่อนได้ไหมครับ นั่งก่อนนะครับ เดี๋ยวให้จบแล้วค่อยเสนอได้ไหมครับ ท่านประท้วงใช่ไหมครับ หารือไม่ให้หารือแล้วครับ เพราะว่าเข้าสู่ญัตติแล้วนะครับ นั่งเถอะครับ
(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญ ท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านประธานครับ ผมได้เสนอญัตติเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเร่งรัดการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก การชุมนุมทางการเมือง ตามข้อ ๖.๑๒ ซึ่งเป็นญัตติที่ค้างอยู่แล้วก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกับ เรื่องที่ท่านผู้เสนอเรื่องญัตติการปรองดองเสนอเข้ามานะครับ ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เกี่ยวพันกัน ผมเลยขออนุญาตท่านประธานขอให้นําเรื่องนี้มาพิจารณาร่วมกันครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
อย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านก่อแก้วครับ ดูจากเนื้อหาแล้วนะครับ มันคนละประเด็น ผมอยากจะให้ ท่านหลังจากเสร็จญัตตินี้แล้วนะครับ ให้ท่านเสนอขอเลื่อนขึ้นมาพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ได้ไหมครับ
ได้ครับท่านประธาน ไม่มีปัญหาครับ แล้วแต่คําวินิจฉัยของท่านประธาน ขอบคุณครับ
หลังจากเสร็จเรื่องนี้แล้วค่อยหยิบยกขึ้นมา ขอเลื่อนการพิจารณา เชิญท่าน พลเอก สนธิ นําเสนอ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ กระผม พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ ขออนุญาตเสนอญัตติด่วนต่อประธาน ด้วยเหตุผลเพื่อบรรเทาให้ความรู้สึกของประชาชนในสภาวะปัจจุบันมีความหวังที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการปรองดอง
ท่านประธานครับ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยสําคัญในความขัดแย้ง ทางการเมืองของพี่น้องประชาชนภายในประเทศ ผมคิดว่าเรื่องการปรองดองนั้นเป็นหัวใจหลัก ของสังคมไทยในเวลานี้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการปรองดองถ้าไม่เกิดขึ้นสังคมไทยจะยิ่งมีความ บอบช้ํามากขึ้นกว่าทุกวันนี้ ผมเองจึงได้ตัดสินใจในการนําญัตติการปรองดองเข้ามาสู่สภา ทุกท่านคงทราบดีครับว่ากว่าที่ผมเองจะตัดสินใจในการนําญัตตินี้เข้าสภานั้นมันคงไม่ง่ายนัก ผมเองได้พยายามประสานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับว่าจะนําญัตตินี้เข้ามานั้น ดีหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล ผมเองก็ได้ พยายามที่จะล็อบบี้ (Lobby) เพื่อให้เห็นประโยชน์ของการปรองดองนั้นว่ามีความสําคัญ ในส่วนของทางด้านพรรคฝ่ายค้านนั้นก็ได้หารือในบางส่วน แต่อย่างไรก็ตามทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ มองเห็นว่าการปรองดองนั้นมีประโยชน์ต่อบ้านเมืองในขณะนี้ คงไม่ต้องบอกละครับ ขณะนี้พี่น้องประชาชนในประเทศคงเห็นสภาพของสภาของเราในวันนี้เป็นอย่างไร ผมเชื่อได้ว่า ผลประโยชน์ของประชาชนจะเกิดมากขึ้นนับเป็นทวีคูณ ถ้าสภาแห่งนี้มีความรักกัน ประชาชนในชาติมีความรักกัน ผลที่ตอบมานั้น ผู้ที่ได้รับประโยชน์นั้นคือพี่น้องประชาชน จะเห็นว่าสถานการณ์ที่ผ่านมาในห้วงเวลาหนึ่งความไม่สงบเรียบร้อยจนกลายเป็น ความรุนแรงทําให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจํานวนมาก สิ่งที่สําคัญครับ การสูญเสียความเชื่อมั่นจากภายนอกประเทศ สาเหตุเพราะความแตกแยกของประชาชน ในชาติ ท่านประธานคงเห็นนะครับว่าเรามีการแบ่งเป็นสี เป็นกลุ่ม เป็นพรรค เป็นภูมิภาค สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าบังเกิดขึ้นในประเทศ ผมเองพยายามถามตัวเองเสมอครับว่า สาเหตุอย่างนี้ความเป็นชาติของเรานั้นน่าเป็นห่วงหรือไม่อย่างไร ผมเชื่อครับว่าทุกคนรักชาติ แต่ว่าทุกคนภูมิใจในความเป็นคนไทยในชาติหรือไม่อย่างไร อันนี้คือความสําคัญ ทุกคนรักชาติทุกคน แต่ภูมิใจหรือไม่เป็นปัจจัยที่สําคัญยิ่งกว่า ผมเชื่อครับว่าทุกคนรัก ทุกคนรักประเทศ อยากเห็นประเทศมีความสงบ มีความเรียบร้อย การที่พวกเราได้ กระทําการใด ๆ ที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าจะเรื่องของการยึดสนามบินก็ตาม ยึดพื้นที่ก็ตาม แม้กระทั่งการใช้กําลังก็ตาม ล้วนแต่ทุกคนมีความตั้งใจในการที่จะทําให้ชาติบ้านเมืองนั้น มีความสงบตามแนวทางของตน ผมเองได้พยายามถามตัวเองเสมอว่าทุกคนที่อยู่ใน เหตุการณ์ทุก ๆ เหตุการณ์นั้นรักชาติหรือไม่นะครับ ผมเชื่อว่าทุกคนนั้นรักชาติ ทุกวันนี้ ผมได้มีความปรารถนาครับว่าการที่มาสร้างความปรองดองในวันนี้ต้องการเห็นประชาชน ในทุกภาคส่วนนําความรักที่มีอยู่นั้นกลับมาสร้างความรักให้เป็นพลังไทย เพื่อสร้างประเทศไทย ของเราให้มีความเจริญยิ่งกว่าทุกวันนี้
ท่านประธานครับ เรากําลังอยู่ในยุคของเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เราเคยพูดกัน เสมอครับว่าสงครามทางเศรษฐกิจ เราพูดกันอยู่เสมอว่าสงครามทางการค้า ท่านเชื่อ ไหมครับว่าขณะนี้หลายประเทศเห็นบ้านเรากําลังเป็นอยู่อย่างนี้เขาดีใจ เพราะระบบทุนนิยมนั้น คือระบบของการต่อสู้และแข่งขัน ใครมีกําลังที่มากกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า ผู้นั้นได้เปรียบ ท่านประธานครับ เวลาที่ผ่านมาได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ได้ไปในพื้นที่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ ภัยพิบัติจากน้ําท่วมในคราวนี้ ผมเรียนครับว่าพี่น้องประชาชนไทยทั้งประเทศเจอผม ที่ไหนก็ตามมักจะถามว่าเมื่อใดบ้านเมืองจะสงบเสียที อยากเห็นคนไทยรักกัน ท่านครับ คําถามเป็นพัน ๆ ครั้งที่ผมได้เดินทางไปทุกภูมิภาค แม้กระทั่งภาคอีสานและภาคเหนือ ผมในฐานะที่เป็นนักการเมืองใหม่ก็ตาม ท่านครับ ความรู้สึกในใจที่เรามีกับความรู้สึก ที่ประชาชนกําลังคิดอยู่นั้นเขากําลังคิดอะไร เราขาดความรับผิดชอบของการเป็น นักการเมืองที่ดีหรือเปล่าในการที่จะซ่อมแซมหัวใจของเขาเหล่านั้น ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมานั้น ผมได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมการแจกประกาศ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้ท่านมหาเธร์ที่มหาวิทยาลัยยะลา จังหวัดยะลา ท่านครับ ในระหว่างที่ ทานข้าวอยู่ในมื้อกลางวันนั้น ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ท่านพูดว่า เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๗๑ หรือ พ.ศ. ๒๕๑๓ ท่านบอกว่าประเทศไทยนั้นมีความเจริญกว่าประเทศมาเลเซียมากมาย แต่ท่านก็ตอบแต่ประโยคที่ ๒ ว่า ณ วันนี้ประเทศมาเลเซียมีความเจริญ แล้วท่านก็บอกว่า ความเจริญและความสําเร็จในการบริหารประเทศนั้นเกิดจากคนในชาติของท่าน ไม่ว่าจะเป็น ชาติพันธุ์ใด ศาสนาใด เขามีทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกข์ และฮินดูอยู่ในประเทศของเขา เขาบอกว่าคนเหล่านั้นรักประเทศมาเลเซีย แล้วก็มีความรักและสามัคคีกันในประเทศ คงไม่ต้องตอบละครับว่าที่ท่านมหาเธร์พูดอย่างนั้นมีความหมายอะไร ผมคิดว่าพวกเราคงจะ มีความรู้สึกครับว่า ณ วันนี้เรากําลังเกิดอะไรขึ้นในประเทศเรา
ท่านประธานครับ เราเคยเป็นที่ ๑ ในอาเซียน เราเคยเป็นต้น ๆ ในเอเชีย ท่านทราบไหมครับว่าตอนนี้เราเป็นอย่างไร เราเคยดูตัวเราไหม ครั้งหนึ่งผมเคยเป็นผู้ดูแล เขมร ๓ ฝ่าย ที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มีชาวเขมร ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ ส่วนหนึ่งผมได้มีหน้าที่ในการรวมชาติเขมรจนเขาได้เป็นรัฐบาล จนทุกวันนี้ เขาเคยเดินทางมาประเทศไทยแล้วเขาบอกว่าประเทศไทยคือสวรรค์ ท่านครับ ณ วันนี้ผมอยากทราบว่าเขากําลังมองเราอย่างไร เรามองตัวเราอย่างไรเป็นปัจจัยสําคัญครับ ท่านประธานครับ ความขัดแย้งยังคงมี ความแตกแยกอันร้าวลึกลงไปคงไม่ต้องอธิบาย ท่านคงเห็นเมื่อสักครู่ เราคนไทยด้วยกันทั้งประเทศ มาถึงวันนี้ผมเหนื่อยมาพอแล้วนะครับ ก้าวเข้ามาสู่การเมืองเพื่อที่จะมาหาหนทางต้องการปรองดองในวันนี้มากกว่า ๒ ปี เดินทางเข้ามาในสภาไม่ใช่เพิ่งคิดนะครับ ผมเคยร่วมคิดกับนักธุรกิจ เคยร่วมคิดกับ นักวิชาการ แต่ไม่สามารถทําอะไรได้ วันนี้เข้ามาในสภาสิ่งแรกที่อยากทําคือสร้างการปรองดอง ผมรู้ดีว่ารัฐบาลทุกรัฐบาล แม้กระทั่งรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ที่ผ่านมาท่านปกครองบริหารประเทศด้วยความยากลําบาก ผมให้กําลังใจทุกรัฐบาลทุกนายกรัฐมนตรี เห็นใจครับ มาวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เข้ามาบริหารประเทศ ผมถามว่าท่านเหนื่อยไหมกับสภาวะของประชาชนภายในชาติ กับปัญหาความแตกแยกภายในสังคมไทย ผมเชื่อครับว่าทั้ง ๒ รัฐบาลที่ผ่านมาเหนื่อย ถอยหลังกลับไป ๔๐ ปี เราเคยเป็นที่ ๑ ในอาเซียน เราเคยเป็นต้น ๆ ในเอเชีย วันนี้เรากําลัง อยู่ท้าย ๆ ในอาเซียน ท่านประธานครับ จากวิกฤติของภัยธรรมชาติพี่น้องประชาชน ๓๐ กว่าจังหวัดได้รับความเดือดร้อน รัฐเองก็สามารถช่วยในระดับหนึ่ง ท่านทราบไหมครับ ว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศรวบรวมทุนทรัพย์ให้การช่วยเหลือบริจาคเข้ามายังองค์กร ต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคกลาง ให้รัฐบาล ให้มูลนิธิ เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนที่กําลังประสบ อุทกภัย ท่านครับ วันนี้เป็นโอกาสเป็นจังหวะที่เราทําวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างความรัก ความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ ที่ผ่านมาทางพรรคประชาธิปัตย์ได้พยายามจัดตั้ง คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. นั้น โดยมีท่านคณิต ณ นคร ขออนุญาตกล่าวนาม เป็นประธาน ผลการดําเนินการมีความคืบหน้าชัดเจนและมีประโยชน์ สมควรจะนําข้อมูลแหล่านั้น มาต่อยอดเพื่อสร้างให้เป็นรูปธรรมต่อไป จากปัญหาความขัดแย้งของประชาชนในชาติ จึงถือเป็นเรื่องสําคัญและมีความเร่งด่วนที่จะต้องเร่งระดมสรรพกําลังที่มีความรู้ความคิดและ มีความตั้งใจร่วมกันแสวงหาทางออกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการสร้าง ความปรองดองในบ้านเมืองอย่างยั่งยืน โดยหลักคิดที่ว่า ลืมอดีต คิดแต่ปัจจุบัน เพื่อสร้าง อนาคตของประเทศและเพื่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ปัญหาของสังคมที่ทําให้เกิด ความขัดแย้งของประเทศเกิดจากการเริ่มต้นจากการเมือง ดังนั้นการแก้ไขจึงต้องแก้ด้วย การเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาแห่งนี้จะต้องเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความปรองดอง ผมจึงเสนอญัตติด่วนเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การสร้างความปรองดองแห่งชาติตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ส่วนเหตุผลและ รายละเอียดจะชี้แจงในโอกาสต่อไป ต้องขอขอบคุณและหลายพรรคการเมืองที่ช่วย มีส่วนร่วมในการรับรองญัตติในครั้งนี้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ ท่านศุภชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย กระผมได้รับมอบหมาย จากท่านหัวหน้าพรรค ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นผู้เสนอญัตตินี้ให้นําเสนอต่อที่ประชุม แห่งนี้นะครับ ก่อนอื่นต้องขอเรียนว่าสิ่งที่ท่านหัวหน้าพรรคมาตุภูมิได้นําเสนอไปนั้น เป็นข้อเสนอที่พรรคภูมิใจไทยเราก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีความชัดเจนในเหตุผล อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยก็ต้องขออนุญาตเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับว่า จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์ ความไม่สงบขึ้นภายในประเทศมาเป็นเวลาช้านาน เรื่องที่มันเกิดขึ้นก็เป็นเหตุมาจาก การขัดแย้งทางการเมืองจนนําไปสู่การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีความขัดแย้งกันอย่างมากมาย มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันในประชาชนในชาติ ซึ่งมีความเชื่อและมีความคิดทัศนคติ ทางการเมืองซึ่งมีความแตกต่างกัน และเป็นกรณีที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ซึ่งยิ่งนานวันเข้าความขัดแย้งของคนในชาติก็ยิ่งรุนแรง ความเสียหายของ ประเทศชาติและประชาชนก็ทวีความรุนแรงตามมาด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งแน่นอนครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม ได้อย่างเป็นปกติสุขอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต ความจริงแล้วประเทศไทยเราเป็นประเทศ ที่อยู่กันมาเป็นเวลาช้านานอย่างมีความสุข แต่สิ่งที่มันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงก็คือ เพียงเพราะมีความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี่นะครับ ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงว่ามันยากที่จะกลับมาสมัครสมานสามัคคีกันได้ด้วยมาตรการ หรือแนวทางที่จะกําหนดขึ้นโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะแน่นอนครับ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กําหนดขึ้นมา อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งได้เสนอมา ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้เป็นมา อย่างต่อเนื่องตลอดมา ท่านประธานที่เคารพครับ ความขัดแย้งของประชาชนในชาติ อันมีเหตุมาจากความเชื่อและทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างกันดังที่กระผมได้กราบเรียนไปนี้ เป็นปัญหาอุปสรรคและเป็นตัวฉุดรั้งสําคัญในการพัฒนาประเทศไทย และทําให้ประเทศไทย ต้องสูญเสียโอกาสการพัฒนาด้านต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าทั้งทางด้านสังคม ทางด้านเศรษฐกิจ และการเมือง สําคัญที่สุดที่มีผลกระทบแน่นอนก็คือการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชนและการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่รู้รักสามัคคี สังคมที่มีน้ําใจไมตรีต่อกัน ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาไม่ช้านานนี้ก็คือที่มันดํารงอยู่ ถึงปัจจุบันก็คือวิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในขณะนี้นี่นะครับ ความขัดแย้งของคนในชาติ ก็เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีการแบ่งแยกฝักฝ่าย แบ่งสี แบ่งพวก กล่าวหาว่ามีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งมันเป็นการนําไปสู่ความแตกแยก ที่ลึกลงไป ถือได้ว่าเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติครับท่านประธานครับ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นทําให้ประชาชน ไม่สามารถที่จะให้ความไว้วางใจในการทําหน้าที่ของรัฐ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในสื่อมวลชน สาธารณชนก็รับรู้เป็นการทั่วไปแล้วนะครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเป็นปัญหา ส่งผลให้การเยียวยา การฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และความเสียหายของประเทศก็จะเป็นไปด้วยความยากลําบากมากยิ่งขึ้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ พรรคภูมิใจไทยโดยท่านหัวหน้าพรรคแล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงมีการเสนอญัตตินี้ขึ้นมาเป็นญัตติด่วน เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา แนวทางการสร้างความปรองดองของคนในชาติตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมที่เป็นไปได้ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย สามารถเยียวยาสังคมไทยให้กลับมาเป็นสังคมที่รู้รักสามัคคี และทําให้ประชาชนในชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีน้ําจิต มีน้ําใจ มีไมตรีต่อกัน แม้ว่าจะมีความแตกต่างทางความคิด ความเชื่อ หรืออุดมการณ์ทางการเมือง ดังเช่น ประชาชนในประเทศที่มีประชาธิปไตยอื่น ๆ นะครับ ปัจจุบันความรู้รักสามัคคีของประชาชน ในชาติถือได้ว่าเป็นปัจจัยสําคัญที่สุดนะครับท่านประธานที่เคารพ ในการที่จะนําไปสู่การพัฒนา ประเทศไทยในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประเทศไทยจําเป็นที่จะต้อง มีการฟื้นฟู เยียวยา การรักษาความเสียหายอันเกิดขึ้นจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้ มันจําเป็นที่จะต้องทําโดยรวดเร็ว และไม่ควรที่จะมีปัญหาอุปสรรคจากความขัดแย้งของประชาชนในชาติ อันเนื่องจาก มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันต่อไปอีก ท่านประธานที่เคารพครับ ฝ่ายบริหาร ตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่แล้วก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อจะหาแนวทาง ในเรื่องของการปรองดองสมานฉันท์ แต่สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นอํานาจ ๑ ใน ๓ ของ อํานาจอธิปไตยเรายังไม่ขยับในการดําเนินการกันเรื่องนี้ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ชุมนุมของ ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศนะครับ เป็นที่ที่อาจจะพูดได้ว่าทั้งทุกสีก็มาอยู่กันที่นี่ ผมว่าเราควรจะเริ่มนับ ๑ กันตรงนี้ ในการที่จะมาพูดคุย ในการที่จะหาแนวทางในการ ที่จะปรองดอง การสร้างความปรองดองของคนในชาติในนามที่เราเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ พรรคภูมิใจไทยจึงขอความสนับสนุนจากสมาชิกทุกท่านนะครับ ในเรื่องของการขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ของคนในชาตินะครับ จึงได้เสนอญัตตินี้ขึ้นมาครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านวัฒนา เมืองสุข ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัฒนา เมืองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายสนับสนุนการเสนอขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของ ท่านผู้เสนอญัตติทั้ง ๒ ฉบับ ด้วยเหตุผลที่จะได้ประทานกราบเรียนดังนี้ครับท่านประธานครับ
วิกฤตการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาได้ก่อความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างร้าวลึกต่อสังคมไทย ทําให้สังคมไทย ที่เคยเป็นสังคมของความเอื้ออาทร เป็นสังคมที่มีน้ําจิตน้ําใจ บัดนี้สังคมไทยได้เปลี่ยนสภาพ เป็นสังคมที่มีความหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไม่ยอมรับแม้กระทั่งกติกาที่ตน ได้มีส่วนร่วมกันก่อสร้างขึ้น ถ้าปล่อยสภาพสังคมไทยเป็นเช่นนี้ต่อไปท่านประธานครับ เราจะดํารงความเป็นรัฐต่อไปไม่ได้ ที่สําคัญวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติตลอดจน วิกฤติที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบ อย่างใหญ่หลวงต่อประเทศไทย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าปัจจัยที่ทําให้ ประเทศไทยดํารงอยู่ได้ในสภาพของการลงทุนจากต่างประเทศมี ๔ ปัจจัยเท่านั้นเองครับ
ปัจจัยแรก เรียกว่าความมั่นคงทางการเมือง ถามว่าประเทศไทยมีไหม ตอบว่าวันนี้ไม่มี
ปัจจัยที่ ๒ คือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีไหม วันนี้ก็ตอบว่าสั่นคลอนครับ เกิดวิกฤตการณ์ภัยธรรมชาติเสียหายอย่างใหญ่หลวง
ปัจจัยที่ ๓ ที่ทําให้ต่างชาติมองการลงทุนของเราก็คือระบบนิติธรรม ซึ่งผมเรียนว่าเราก็ไม่มีเช่นกัน
ปัจจัยสุดท้ายที่ทําให้ประเทศไทยยังดึงดูดนักลงทุนอยู่ก็คือแรงงานมีฝีมือ ซึ่งทําให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่ย้ายไปไหน แต่ถ้าวันนี้เราไม่นําความสงบสุขกลับคืนสู่ สังคมไทยด้วยการปรองดอง ผมเชื่อว่าไม่มีนักลงทุนคนไหนมาลงทุนที่ประเทศไทยแน่นอน แล้วถ้าเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ เราจะแย่กว่าฟิลิปปินส์ เพราะว่า ฟิลิปปินส์ยังพูดภาษาอังกฤษได้แต่คนไทยเราพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก
ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในรอบ ๕-๖ ปีที่ผ่านมา มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองแน่นอน ซึ่งความจริงแล้วความขัดแย้งทางการเมือง ที่นําไปสู่การฆ่ากันของคนไทยนี่ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก เท่าที่ผมจําได้ตั้งแต่เกิดมาเมื่อปี ๒๕๑๖ ครั้งหนึ่งเดือนตุลาคม ๒๕๑๙ แล้วก็เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ จนกระทั่งมาถึงเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นเราไม่เคยได้นําเอาสิ่งที่เกิดขึ้นมา เรียนรู้ ไม่เคยใส่ใจต่อกระบวนการค้นหาความจริง เพิ่งจะมีครั้งนี้ที่รัฐบาลที่ผ่านมา อันนี้ต้องขอ ยกย่องที่ได้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงขึ้นมาทําหน้าที่ ซึ่งเป็น แนวทางที่ประเทศที่เกิดความขัดแย้งทั้งโลกได้ปฏิบัติในสากลเขาตั้งคําว่าทีอาร์ซี (TRC) ก็คือตรงกับของเราที (T) มาจากคําว่าทรุช (Truth) อาร์ (R) ก็คือเรคอนซิเลชั่น Reconciliation ซี (C) คือ คอมมิชชั่น (Commission) คือคณะกรรมการที่เป็นอิสระ ทําหน้าที่ตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อนําไปสู่ความปรองดอง ท่านประธานครับ ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นที่แก้ปัญหาไม่ได้ส่วนหนึ่งมาจากความไม่เข้าใจในปัญหา เราไม่เข้าใจว่าผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในทางการเมืองทุกคนล้วนมีเจตนาดีต่อบ้านเมืองทั้งสิ้น ต้องใช้คํานี้นะครับ มูลเหตุจูงใจของเขาที่เขาได้เข้ามาแม้จะมีการกระทําความผิดในทางอาญา แต่ต่างกันโดย สิ้นเชิงกับคนที่กระทําความผิดในทางอาญา มูลเหตุจูงใจต่างกันครับ ถึงแม้ว่าผลที่จะออกมา จะเหมือนกันก็ตาม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดท่านประธานครับ อย่างกรณีมือปืนรับจ้าง รับจ้างไป ยิงเขานี่เขาหวังต่อทรัพย์สิน มีคนตายเหมือนกัน กับคนที่ขับเครื่องบินไปชนตึกเวิลด์เทรด (World trade) ผลมีคนตายเหมือนกัน แต่ว่าคิดต่างกันโดยสิ้นเชิง รายหลังนี้ใช้อุดมการณ์ ทางการเมืองเป็นตัวตั้ง ท่านประธานครับ คณะกรรมการอิสระหรือที่เรียกว่า คอป. ที่รัฐบาล ที่แล้วได้ตั้งขึ้น เขาตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์ในการทํางาน ๔ ยุทธศาสตร์ ๔ ปัจจัย ที่ผมต้องกราบเรียนเพื่อให้ข้อมูลกับสภาแห่งนี้ว่า สภาแห่งนี้มีสิทธิที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นไปศึกษา แต่การศึกษาของท่านต้องไม่ไปซ้ําซ้อนกับองค์กรอื่นที่เขาทําหน้าที่ของเขา อยู่แล้ว โดยเฉพาะการปรองดอง นานาชาติเขาเชื่อคณะกรรมการที่เป็นอิสระ คือกรรมการกลาง เขาไม่ให้คู่กรณีแห่งความขัดแย้งไปทําหน้าที่ดังกล่าว คณะกรรมการ ปรองดองของประเทศไทยได้กําหนดยุทธศาสตร์ในเรื่องของการปรองดองไว้ ๔ ขั้นตอน
ขั้นตอนแรกเรียกว่าการค้นหาความจริง ขั้นตอนนี้สภาก็ไม่ควรเข้าไป เกี่ยวข้องกับเขา เพราะว่าคนของสภาแห่งนี้มีค่าย มีฝักมีฝ่าย กระบวนการดําเนินการ ที่ออกมาจะไม่ได้รับการยอมรับเพราะถือว่าไม่เป็นกลาง
ขั้นตอนที่ ๒ ของคณะกรรมการปรองดองเรียกว่า กระบวนการเยียวยา ซึ่งขณะนี้ คอป. ได้แนะนํามายังรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้ลงไปทําการเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมือง รัฐบาลก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง มีท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธเป็นประธาน เรียกชื่อย่อ คอป. กําลังทําหน้าที่ในการ เยียวยาอยู่
ขั้นตอนที่ ๓ คือกระบวนการเปิดเผยความจริง ขั้นตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของ คอป. เขาจะทํา โดยพิจารณาว่าความจริงใดที่สมควรจะเปิดเผย หากเป็นความจริงที่เปิดเผย แล้วจะนําไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มเติมเขาก็จะไม่เปิดเผย ขั้นตอนนี้สภาก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง
ขั้นตอนสุดท้ายคือกระบวนการสร้างการปรองดองครับ ขั้นตอนตรงนี้ เขาจะต้องกลับมาที่สภาแห่งนี้แน่นอน จะต้องมีการออกกฎหมาย ออกกฎกติกากฎเกณฑ์ เพื่อรองรับสิ่งที่ได้ทําไป อันนี้เป็นหน้าที่ของเรา
ท่านประธานครับ ผลการสอบสวน ผลการตรวจสอบค้นหาความจริงของ คณะกรรมการ คอป. เขาพบว่าความขัดแย้งที่นําไปสู่ความรุนแรงของสังคมไทยเกิดจาก ๔ มิติ
มิติแรกก็คือเกิดจากความขัดแย้งที่มาจากกฎหมาย กระบวนการใช้กฎหมาย ตลอดจนวิธีการบังคับกฎหมายที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม สิ่งนี้ผมไม่ได้พูดขึ้นเองนะครับ แต่เป็นผลของการตรวจสอบของกรรมการซึ่งอยู่ในรายงานของเขา
มิติที่ ๒ เขาเห็นว่าความขัดแย้งทางการเมืองนี่เกิดมาจากนักการเมือง และการที่สถาบันทางทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่ว่าจะโดยวิธีการปฏิวัติรัฐประหาร อะไรก็แล้วแต่
มิติที่ ๓ เขาเห็นว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นมาจากวัฒนธรรม สังคม และประวัติศาสตร์ ซึ่งตรงนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับสภาเช่นกัน
มิติที่ ๔ เขาเห็นว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นมาจากสื่อ สื่อมวลชนที่เลือกข้าง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย
เพราะฉะนั้นสิ่งที่สภาแห่งนี้จะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ก็คือความขัดแย้งที่มีที่มา จากกฎหมาย สภาแห่งนี้สามารถที่จะเข้าไปดูได้ว่ากระบวนการกฎหมายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นไปตามศุภนิติกระบวนหรือไม่ คําว่าศุภนิติกระบวน ก็ตรงกับคําภาษาอังกฤษที่เรียกว่า ดิว โพรเซส ออฟ ลอว์ (Due process of law) และเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ อันนี้คือ สิ่งที่สภาเข้าไปเกี่ยวข้องได้ และไม่ไปซ้ําซ้อนกับหน้าที่ขององค์กรอิสระที่เขาทําอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ความขัดแย้งในรอบ ๕ ปี ๖ ปีที่ผ่านมานี้ ที่กระผมกราบเรียนเป็นเบื้องต้นว่า แก้ไขปัญหากันไม่ถูกต้อง นํามาซึ่งความขัดแย้งที่ซับซ้อนเพิ่มเติมยิ่งขึ้น กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ทุก ๆ คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในทางการเมืองล้วนที่จะกระทํา ทุกทางเพื่อให้ตนเองบรรลุถึงชัยชนะทางการเมือง คําว่าปรองดองไม่ได้แปลว่าฝ่ายค้าน กับรัฐบาลต้องคิดเหมือนกัน ความคิดทางการเมืองต่างกันได้ครับ แล้วก็เป็นทางเลือกให้ ประชาชน และที่จริงแล้วความเห็นที่แตกต่างทางการเมืองเป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่เจริญแล้ว ทุกประเทศเขาปฏิบัติกันอย่างนี้ ในสหรัฐอเมริกาก็มี ๒ ขั้ว ในอังกฤษก็เช่นกัน ในประเทศไทย ความจริงก็มี ๒ ขั้วมานานแล้ว แต่ว่าไม่ถึงขนาดพัฒนาไปสู่ความรุนแรงดังที่เกิดขึ้น การเมือง กับสงครามก็เป็นสิ่งเดียวกันครับท่านประธานครับ ท่านประธานเหมาแห่งประเทศจีน เคยบอกไว้ ถ้าการเมืองไม่ยอมรับกันด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช้เหตุผลพูดกันมันก็จะนําไปสู่ ความรุนแรง และสุดท้ายก็ลงไปสู่การตัดสินกันด้วยกําลัง กลายเป็นสงครามในที่สุด วันนี้สิ่งที่ สภาแห่งนี้ทําที่ผมเห็นด้วยเรากําลังจะแปลสงครามกลับไปเป็นการเมือง ไปเป็นการเอาชนะกัน ด้วยเหตุและด้วยผล โดยเอาความนิยมของประชาชนเป็นตัวตัดสิน ฝ่ายที่แพ้ก็ต้องยอมรับ เพราะประชาชนเขาไม่เลือก ก็มีหน้าที่จะต้องสร้างความนิยมให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน เพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจกลับมาบริหารประเทศในครั้งต่อไป ถ้าเรายอมรับกติกากันเช่นนี้ สังคมก็เดินไปได้ครับท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนว่าเราได้ใช้ยาผิดกับการแก้ไขปัญหา ทางการเมืองที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเราใช้ผิดก็คือเราใช้หลักความยุติธรรมในทางอาญา หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า คริมินอล จัสติค (Criminal justice) ไปใช้กับการแก้ปัญหา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสถาบันที่ตั้งขึ้นมาเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ เขาตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับอนุวัตให้เป็นไปตาม ในประมวลกฎหมายอาญาซึ่งมีไว้ใช้จัดการกับมิจฉาชีพหรือโจร กฎหมายอาญาไม่ได้มีไว้ใช้ จัดการกับนักการเมือง ความละเอียดอ่อนของกฎหมายอาญาเข้าไม่ถึงซึ่งการเมือง การที่พันธมิตรไปล้อมสนามบิน ปิดล้อมทําเนียบ ก็ทําเพื่อกดดันให้รัฐบาลในสมัยนั้นลาออก นั่นวัตถุประสงค์ทางการเมืองเป็นแบบนั้น แต่เราก็ไปตั้งข้อหาเขาเป็นผู้ก่อการร้ายตาม ความในประมวลกฎหมายอาญา มันก็ยิ่งทําให้ความคับข้อง ความคับแค้นใจมากขึ้นครับ ท่านประธานครับ คนเสื้อแดงที่มาชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเขามา เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ท้ายสุดนําไปสู่ความรุนแรง ก็ถูกตั้งข้อหาว่าก่อการร้าย ความซับซ้อน ปัญหาทางการเมืองมันก็ซับซ้อนยิ่งขึ้น รัฐบาลที่ผ่านมาที่เลือกใช้บริการของ ทหารเข้ามาแก้ปัญหาการชุมนุมก็เพราะไม่ไว้วางใจตํารวจ เกรงว่าตํารวจจะเป็น ตํารวจมะเขือเทศหรือตํารวจเสื้อแดง ก็เลือกใช้ทหาร ทหารได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไข ปัญหาของฝูงชนเข้ามาจํานวนหลายหมื่นคน ทหารเหล่านั้นครับท่านประธานที่เคารพ ไม่เคยฝึกการสลายฝูงชน แล้วก็ไม่เคยฝึกการจัดการกับฝูงชน แต่ต้องถูกเรียกให้เข้ามาตาม คําสั่งของผู้บังคับบัญชา เท่าที่ผมกราบเรียนมาท่านประธานจะเห็นว่าทุกคนล้วนทําด้วย ความเชื่อของตนบนความหวังดีของประเทศชาติ คนที่ใช้ทหารก็มีความเชื่อว่าถ้าใช้ทหาร ปัญหาจะจบเร็วกว่าใช้ตํารวจ ก็หวังดีเช่นกันอยากให้ความสงบกลับคืนสู่สังคม แต่ลืมไปว่า ทหารไม่ได้ฝึกมาเพื่อการนี้
ท้ายสุดท่านประธานครับ ตํารวจ ดีเอสไอ (DSI) อัยการ ศาล มีความหวังดี คิดว่าเอาคนเหล่านี้เข้าคุกปัญหาคงจบ คิดว่าตั้งข้อหาแรง ๆ คนคงเกรงกลัว เรื่องคงจบ แต่มันไม่ได้จบครับ มันยิ่งทําให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น บานปลายแล้วก็จะขยายวง ดังนั้นถ้าเราไม่มาพูดในเรื่องการปรองดองเสียแต่เนิ่น ๆ ไม่จบปัญหานี้ลงประเทศไทยก็ต้อง กลับไปฆ่ากันอีกรอบหนึ่งอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง จริง ๆ แล้วก็ต้องดําเนินไปตามนโยบาย เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เข้าใจคือต้องเข้าใจว่า ความคับแค้นใจในความไม่เท่าเทียมมีอยู่จริง กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมมีอยู่จริง การเลือกปฏิบัติ มีอยู่จริง ต้องเข้าใจ และต้องเข้าใจว่าการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาแก้ปัญหาในทาง การเมืองผิดโดยสิ้นเชิง ต้องเข้าใจก่อน เพราะคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในทางการเมือง เขาขาดเจตนาในทางกฎหมายอาญาครับ ไม่ได้คิดเหมือนอาชญากร เข้าถึงคือท่านต้องใช้ กระบวนการที่ถูกต้องเหมาะสม กฎหมายที่ใช้ต้องเหมาะสม ในที่นี้สากลเขาใช้หลักความยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า ทรานสิชั่นนอล จัสติค (Transitional justice) และใช้ความยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์ ความหมายของมันก็คือในเมื่อทุก ๆ คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องเขาไม่ได้มีเจตนาเป็นอาชญากร โดยสันดาน ไม่ได้เป็นโจรโดยสรุปแล้ว การที่เขากระทําโดยมีวัตถุประสงค์ในทางการเมือง ผิดถูกไม่ว่ากัน เราต้องเอาหลักการเมืองแก้การเมือง เท่าที่ผ่านมาที่เคยประสบความสําเร็จ ผมเคยเห็นนโยบาย ๖๖/๒๓ ในสมัยท่าน พลเอก เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี เราก็ได้คนเก่งคนดี กลับเข้ามาทํางานในการเมือง มีทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้าน เป็นรัฐมนตรีในขณะนี้ รวมถึง ในฟากฝ่ายค้านก็เป็นรัฐมนตรีหลายท่าน นั่นคือการแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยการเมือง ท่านประธานครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดซึ่งผมอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกไปยังพี่น้องประชาชนชาวไทย คือการเผาศาลากลาง ถามท่านประธานว่า คนเหล่านั้นที่เขาไปเผาศาลากลางในภาวะปกติเขาจะเผาหรือเปล่า ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครไปเผา แต่มันมีวัตถุประสงค์มีแรงจูงใจมาเพื่อต้องการทําเพื่อชัยชนะทางการเมือง ไม่ต่างอะไรกับ การยึดสนามบิน ไม่ต่างอะไรกับการมาล้อมทําเนียบ สิ่งเหล่านี้มีมูลเหตุจูงใจมาจาก ทางการเมืองแน่นอน แต่เราไปตั้งข้อหาเขาว่าก่อการร้ายโดยไม่เข้าใจว่าเรื่องเหล่านี้เป็น เรื่องการเมือง เราจะแก้ปัญหาไม่ได้ พัฒนาคืออะไรครับท่านประธาน พัฒนาคือการระดม ทุกสรรพกําลังของทุกภาคส่วน ซึ่งในวันนี้สภานี้สนใจที่จะเข้าไปร่วมในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งของประชาชน ผมถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะปัญหาความขัดแย้ง และการสร้างความปรองดองมันไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของทุกคน ที่ต้องร่วมกันแสวงหาทางออกให้กับประเทศ และต้องการความร่วมมือจากทุกคน การสร้าง ความปรองดองเกินกว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะรับผิดชอบได้ครับ และที่สําคัญ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากคนไทยทุกคน การปรองดองไม่มีทางสําเร็จ สิ่งที่เราต้องการ ความร่วมมือจากการปรองดองอย่างแรกคือการสร้างบรรยากาศการปรองดอง ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่สําคัญ โดยเฉพาะสภาแห่งนี้เป็นสถานที่ทํากิจกรรม ทางการเมือง เป็นสถานที่ประชาชนทั่วไปเขาจับตา ถ้าเราไม่เริ่มต้นเป็นตัวอย่างที่ดี ประชาชนเขาก็สิ้นหวังครับ คําว่าการปรองดอง ผมกราบเรียนแล้วไม่ได้แปลว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลต้องมาจับมือเห็นดีเห็นงามด้วยกัน ไม่แปลกครับ ท่านจะคิดไม่เหมือนกันไม่แปลก แต่ต้องยอมรับกติกา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดการประชุมสภาแห่งนี้ก็ต้องเคารพกฎกติกา ข้อบังคับการประชุม ซึ่งเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและสมาชิกสภาแห่งนี้ทุกคนมีส่วนร่วม ในการกําหนดกติกาซึ่งต้องยอมรับ เมื่อประธานตัดสินไปตามข้อบังคับก็ต้องยอมรับ วันนี้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่เอาชนะคะคานโดยไม่คํานึงถึงกติกาเสียแล้วน่าเสียดายครับ
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ทุกฝ่ายต้องร่วมกันสนับสนุนการค้นหาความจริง ความจริงที่เกิดขึ้นที่ดําเนินการโดยคนกลาง จะบอกว่ามันเกิดอะไรเกิดขึ้น และที่สําคัญ คณะกรรมการ คอป. ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐบาลที่แล้ว ไม่ต้องมีข้อครหาหรือข้อสงสัยเลยว่า จะดําเนินการไปโดยเห็นแก่ประโยชน์ของรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้ไม่ได้ตั้งขึ้น
ประการที่ ๓ สิ่งที่ต้องขอความร่วมมือคือต้องสนับสนุนอย่างจริงจังให้มี กระบวนการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ คําว่าเยียวยา ท่านประธานครับ ไม่ได้หมายความถึง แค่การชดใช้ในเรื่องตัวเงิน แต่รวมถึงการฟื้นฟูจิตใจ การคืนในรูปของอัตลักษณ์ การเยียวยา แบ่งออกเป็นทั้งการเยียวยาในทางแพ่งและทางอาญา การเยียวยาในทางอาญาขณะนี้ จําเป็นต้องทําโดยเร่งด่วนก็คือยังมีพี่น้องประชาชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ทางการเมืองยังไม่ได้รับการประกันตัวเป็นจํานวนมาก เรื่องที่น่ายินดีคือรัฐบาล ได้ลงไปเป็นเจ้าภาพ มีมติคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงยุติธรรมไปดําเนินการขอประกันตัว ผู้ต้องหาทางการเมืองทุกคน หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวก็ให้กรมราชทัณฑ์ ไปดําเนินการแยกนักโทษเหล่านั้นเอาไปควบคุมตัวในที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจํา ผมเคยได้ยิน หลาย ๆ ท่านซึ่งไม่อยากจะไปฟื้นฝอยพูดคําว่านักโทษทางการเมืองไม่มี มีแต่นักโทษ ทางอาญา อันนี้แปลว่าท่านไม่เข้าใจ ท่านกําลังซ้ําเติมสถานการณ์
สิ่งสุดท้ายที่อยากจะต้องการจากพวกเราก็คือท่านที่เคารพครับ ต้องหลีกเลี่ยง การดําเนินการใด ๆ ก็ตามที่จะนําไปสู่การขยายความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น การทําหน้าที่ ของแต่ละฝ่ายในสภาแห่งนี้ทําได้โดยไม่มีข้อจํากัดครับ แต่ต้องทําแบบมืออาชีพ คือเอางาน เป็นตัวตั้ง ต้องปราศจากเรื่องของส่วนตัว ปราศจากเรื่องของการใช้อารมณ์ และปราศจาก การเอาชนะคะคานโดยไม่มีเหตุไม่มีผล ท่านประธานครับ ทุกฝ่ายในสังคมนี้ต้องตระหนักว่า ปัญหาความขัดแย้งของสังคมไทยมันมีอยู่จริง มันร้าวลึก ถึงขนาดเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคม จากความไว้วางใจ จากความเอื้ออาทรเป็นความไม่ไว้วางใจ สังคมไทยวันนี้เกิดขึ้นแล้ว สามีกับภรรยาใส่เสื้อคนละสี ไม่พูดจากัน พ่อกับลูกถือกันคนละข้าง เราจะปล่อยให้ สังคมไทยเป็นอย่างนี้ต่อไปหรือ
ผมกราบเรียนท่านประธานเป็นประการสุดท้ายว่าสังคมไทยวันนี้ครับ อยู่ในมือของพวกเราทุกคน และภาระหน้าที่ของสภาแห่งนี้ก็คือการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ร่วมกับภาคอื่น ๆ ความขัดแย้งอย่างที่กราบเรียนไม่ได้เป็นภาระหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ที่ต้องแก้ แต่เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนเพราะทุกคนในสังคมนี้มีส่วนร่วม มีส่วนกระพือ ความขัดแย้งให้มันขยายวงบานปลายมาจนทุกวันนี้
ประการสุดท้ายที่กราบเรียนท่านประธาน คือการทํางานของคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงที่ประเทศไทยทําขึ้น เราต้องให้การสนับสนุนเพราะเป็น การแสดงถึงศักยภาพของคนไทยที่สามารถจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของเราด้วย คนไทยเอง กราบเรียนท่านประธานเป็นข้อมูลว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ในโลกนี้เขาทํา ๒ วิธีครับ วิธีแรกก็คือมีกรรมการกลางเป็นอิสระทํากันเอง เพราะเชื่อมั่น ในศักยภาพของเราเองแบบประเทศไทยกําลังทําอยู่ อีกแบบหนึ่งก็คือต้องให้นานาชาติเข้ามา แก้ปัญหาให้ อย่างเช่น ในกรณีของประเทศเซียร์ราลีโอน ซึ่งคนตายเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คน แบบนั้นพูดกันเองไม่รู้เรื่อง หรืออย่างในประเทศรวันดาตายเกือบล้านคนแบบนี้คนกลาง ลงไปทําให้ ก็คือนานาชาติไปทํา เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากให้สังคมไทยสนับสนุน กระบวนการทํางานในเรื่องของการปรองดอง ในเรื่องของการเยียวยา ในเรื่องของการบังคับใช้ กฎหมายที่ถูกต้อง นําหลักความยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์คืออะไรท่านประธานครับ ผมกราบเรียนแล้วว่าคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องทางการเมืองเขาไม่ได้มีเจตนาในทางอาญา หลักของ ความยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์ก็คือแทนที่เราจะเอาคนกระทําความผิดไปเข้าคุก ไปลงโทษ ตามหลักกฎหมายอาญา ก็มาทําในลักษณะของการขอโทษ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งคือ อย่างกรณีกรมราชทัณฑ์ที่เอานักโทษทางการเมืองไปขังรวมกับนักโทษในคดีอาญา หรือการไปตีตรวนเขาทั้ง ๆ ที่ได้มีการแนะนําว่าไม่ควรตีตรวน อย่างนี้ก็ต้องออกมาขอโทษ อย่างนี้เรียกว่าความยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์
อีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะต้องทํานะครับ ผมเสนอผ่านไปยังรัฐบาลก็คือกรณี นักข่าวต่างประเทศ ๒ ประเทศมาเสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมชน คือนักข่าวของประเทศญี่ปุ่น และนักข่าวของประเทศอิตาลี ความเสียหายในลักษณะนี้เขาเรียกว่าเป็นความผิดของรัฐ เป็นความรับผิดของรัฐ หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า สเตท กรุ๊ป (State group) เพราะรัฐ มีหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ดูแลทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนในรัฐ โดยไม่เลือกว่าเป็นคนไทยหรือคนชาติอื่น เมื่อเขามาอยู่ในรัฐไทยแล้วต้องดูแลเขา แต่การที่ ปล่อยให้นักข่าวต่างประเทศ ๒ คนถึงแก่ชีวิต ผมยังไม่เห็นรัฐบาลนี้ออกไปขอโทษซึ่งรัฐบาลนี้ ควรทํา เพราะเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลนี้จริง ๆ
สุดท้ายที่ต้องอยากทําความเข้าใจกับท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ฝ่ายค้านซึ่งสักครู่ผมได้ยินคําพูดว่า จงใจที่จะเลื่อนญัตติการปรองดองนี้ขึ้นมาเพื่อช่วย คนคนเดียว กราบเรียนท่านประธานครับ การปรองดองเป็นการทําเพื่อคนไทยทั้งประเทศ คนคนเดียวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ เลยครับ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง วันนี้แม้แต่ตัวกระผมเองก็เป็นคนหนึ่งในผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง กระบวนยุติธรรมที่เกิดขึ้นภายหลังจากการรัฐประหารมีอยู่ ปรากฏอยู่ในรายงานของ คณะกรรมการอิสระ โชคดีครับคณะกรรมการอิสระดังกล่าวไม่ได้ตั้งขึ้นในรัฐบาลนี้ ท่านตั้งขึ้น โชคดีประการที่ ๒ คือรายงานที่เขาบอกว่า กระบวนยุติธรรมระบบกฎหมาย ที่เกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เป็นไปตามศุภนิติกระบวน หรือไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่ดี โชคดีที่รายงานนี้เขายื่นต่อรัฐบาลที่แล้ว เมื่อเดือนเมษายน ถ้ามายื่นเอาในช่วงนี้ก็อาจจะคิดว่าไปล็อบบี้กันหรือไปช่วยเหลือเกื้อกูลกันอีก ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้กระผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในสังคมไทยจริง ๆ มีอยู่จริง ขอให้ยอมรับกันเถอะครับ แล้วก็พวกเราทุกคนมามีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหา
ท้ายที่สุดฝากไปยังท่านกรรมาธิการที่สภาแห่งนี้จะตั้งขึ้น หากเห็นชอบ ขอให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของท่านที่จะต้องไปทํา กระผมกราบเรียนแล้วว่า
๑. ต้องไม่ไปทํางานที่ซ้ําซ้อนกับบุคคลอื่นที่เขาทําอยู่แล้ว
๒. ต้องคํานึงถึงความเป็นกลาง เพราะตรงนี้เป็นหัวใจของกระบวนการ ปรองดอง อย่าทําเองครับ โดยสรุปแล้ว ท่านควรจะหาสถาบันองค์กรใดที่ได้รับความเชื่อถือ เป็นคนคิดเป็นคนทําให้ท่าน เพราะว่ากรรมาธิการเมื่อสังกัดพรรคการเมืองก็ต้องถูกมองว่า มีค่ายมีข้างเช่นกัน
ประการสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนเป็นข้อสังเกตผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ คือ ต้องมีวิชาการสนับสนุน ไม่เช่นนั้นรายงานที่ท่านทํามาจะขาดความน่าเชื่อถือ ผมขอให้ กําลังใจ และอาจจะช่วยให้ประเทศไทยก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งตรงนี้เพื่อนําสังคมของเรา จากสังคมของความขัดแย้งไปสู่สันติภาพและความมั่นคงครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก จริง ๆ แล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมก็ค่อนข้างเสียใจที่ญัตติเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนนั้นต้องรอญัตติเรื่อง ความปรองดอง ซึ่งความปรองดองนั้นกราบเรียนท่านประธานว่าต้องใช้เวลา ไม่ใช่เกิดขึ้น เพียงข้ามวันข้ามคืน แล้วผมเชื่อว่าการตั้งคณะกรรมาธิการนั้นไม่ใช่สูตรสําเร็จ แล้วตั้งมา เสร็จแล้วประเทศทุกคนจะกลับไปสู่ความปรองดอง มันต้องมาจากข้างในครับท่านประธานครับ มาจากความจริงใจ มาจากความเชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่าเราเห็น เรายอมรับความจริง แล้วเรามี ความอดกลั้นอดทน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าญัตติวันนี้ที่เข้ามา ผมอาจจะเห็นแตกต่างจากเพื่อนสมาชิกของผม แต่ยืนยันว่าไม่แตกแยกแน่นอน และผม ก็ยืนยันว่าการแก้ปัญหาการนํามาซึ่งความปรองดองนั้นต้องแก้อย่างมีสติ ปราศจากอคติ ผมยืนยันกับท่านประธานว่าผมนั้นไม่มีอคติละครับ แล้วก็อยู่กับความจริงของโลก ถึงแม้ว่า บางครั้งการยอมรับความจริงนั้นจะไม่ถูกใจผมก็ตาม แต่ผมยืนยันว่าการปรองดองนั้น ต้องไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง และไม่บิดเบือนหลักของกฎหมายด้วย สิ่งที่อยากจะกราบเรียน ให้ดูก็คือว่าสาเหตุของความปรองดอง ความขัดแย้งมาจากไหน มันเป็นไปได้ หลายสาเหตุมาก เราเพียงแต่เดาได้ เพราะเราไม่รู้ลึก ๆ ในใจของคนที่ไม่ปรองดองนั้น เขาขัดแย้งหรือไม่ปรองดองกันเพราะสาเหตุใด เริ่มต้นจากเหตุผลของการสูญเสียอํานาจ หรือความกลัวของการสูญเสียอํานาจ หรือต้องการกลับมามีอํานาจอีกก็เพื่อจะปรองดอง เพื่อต้องกลับมามีอํานาจอีก หรือขัดแย้งไม่ปรองดองเพราะผลประโยชน์ขัดกัน หรือเพียงแค่ ต้องการทรัพย์สินเงินทองอํานาจแต่ยังไม่ได้เท่านั้นเอง ถามว่าความปรองดองนั้นที่จะทําจะปลดพันธนาการ ปลดอุปสรรคทุกอย่างแห่ง ความปรองดองได้ไหม บอกว่าถ้าเพื่อความปรองดองแล้วขอให้เราลืมอดีตกันเสีย มาเริ่มต้นใหม่ ผมกราบเรียนท่านประธานได้ว่า ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวผม ใครด่าแม่ผม ใครตีหัวผม ผมอาจจะยอมได้ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่คงไม่ใช่ถ้าจะบอกว่าคนที่โดนแทงตาย ที่จังหวัดเชียงใหม่เพราะความขัดแย้งทางการเมือง คนแทงนั้นต้องไม่ผิดกฎหมาย ผมว่าอันนี้ ไม่ใช่ ไม่ใช่เป็นไปเพื่อความปรองดองแน่นอน มีแต่จะสร้างความไม่ปรองดองเพิ่มเติมขึ้นไปอีก ผมอยากจะบอกว่าการจะมาอ้างว่าเผาบ้าน เผาเมือง เผาศาลากลาง มาจากเหตุผล ความคับแค้นจิตใจ ไม่พอใจทางการเมืองแล้วไม่ต้องรับผิด เพราะเราจะต้องปรองดองกัน ผมก็ไม่เห็นด้วย ถ้าอย่างนั้นบ้านเมืองก็จะไม่มีอะไรเหลือ พี่น้องทะเลาะกันก็อ้างว่า ความไม่ปรองดองก็ไปเผาบ้านเพื่อนบ้านอย่างนั้นก็ไม่ใช่อีกครับ ไม่ใช่แน่นอน นอกจากนั้น แล้วจะมาบอกว่าคนตีหัวกันปรองดองได้ ผมเชื่อ แต่ถามว่าคนที่ไปหาจรวด เอ็ม ๗๙ (M 79) ยิงใส่ประชาชน ยิงใส่ทหาร ยิงใส่สถานที่ราชการบอกว่าจากความคลุ้มคลั่งทางการเมือง ผมก็ไม่เชื่ออีกเหมือนกัน ไม่เชื่อว่ามีสติแล้วจะกลับมาเหมือนเดิม พอขาดสติก็จะไปยิงใหม่ ผมว่าไม่ใช่ แล้วสําคัญที่สุดก็คือว่า ถ้าใครก็ตามที่พบว่าโกงบ้านโกงเมืองไปแล้ว ทุจริตไปแล้ว กลับมีเงินมาบริจาคเพื่อการกุศลมากยกโทษให้เถอะเพื่อความปรองดองก็ไม่ใช่อีกเช่นกัน ผมบอกกับตัวเองว่าความปรองดองในประเทศไทยนั้นคงไม่เกิดขึ้นจากญัตตินี้ญัตติเดียวครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดที่แล้วตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ถามว่าตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ค้นหาข้อเท็จจริง ถ้าถูกใจก็ยอมรับ ถ้าไม่ถูกใจก็ด่าบรรพบุรุษของคณะกรรมการมันก็ไม่ใช่ อีกเช่นกัน ผมจึงบอกบอกว่าจริง ๆ แล้วต้องยอมรับความจริง ถึงแม้ว่าความจริงนั้น จะไม่ถูกใจก็ตาม และผมไม่ต้องการเห็นการปรองดองนั้นเพื่อประโยชน์ส่วนตนเฉพาะหน้า หรือเราต้องการความปรองดองเพื่อประโยชน์ของประเทศจริง ๆ ผมยอมรับนะครับว่า ประเทศไทยบอบช้ํามา ๕ ปี จากความไม่ปรองดอง แต่ถามว่าถ้าทุกคนเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ทุกคนเคารพสิทธิทางกฎหมาย ทุกคนเคารพหลักกฎหมายเท่ากัน ผมเชื่อว่าเป็นไปได้ แต่ว่าต้องใช้อีกหลายปี ผมจะไม่ใช้เวลามากครับท่านประธานครับ แต่ผมอยากจะถามว่า วันนี้หนึ่งในสาเหตุของความไม่ปรองดองที่เกิดขึ้นในบ้านเรานั้นก็ต้องยอมรับว่ามันกรุ่น ๆ มาก่อนปฏิวัติ ปี ๒๕๔๙ ผมก็ยังแปลกใจว่าท่านผู้นําคณะรัฐประหารในวันนั้น วันนี้ก็ดีครับ มาเสนอญัตติอยากเห็นประเทศปรองดอง ท่านอาจจะได้เห็น นอนเห็นมา ๔-๕ ปี ว่าความแตกแยกหลังจากการรัฐประหารนั้นมีมากมาย แต่ผมก็แปลกใจนะครับ ท่านประธานครับ ผมไปดูสวนดุสิตโพลล์ (Poll) ทําผลสํารวจประชาชน เราปฏิวัติ เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ สวนดุสิตโพลล์ไปถามความเห็นของประชาชนวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วก็บอกผลของการปฏิวัตินั้นประชาชนรับได้ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ผมตกใจ แล้ววันนี้ จากคนที่เห็นด้วยกัน ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ วันนี้หายไปไหน ถ้าจะมาดูว่าเหตุของการปฏิวัติ หรือเหตุที่อ้างในการปฏิวัติในวันนั้น
ประการที่ ๑ บ้านเมืองมีความขัดแย้งแบ่งฝ่ายแน่นอน แต่ในวันนั้นความแบ่งฝัก แบ่งฝ่ายเป็นสีเสื้อไม่ชัดเจน ไม่ร้าว ไม่ลึกเท่าทุกวันนี้
ประการที่ ๒ ของสาเหตุในการรัฐประหาร ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้ง ความไม่ปรองดองคือ เรื่องทุจริตประพฤติมิชอบในเรื่องคอร์รัปชันมาเป็นข้ออ้าง ถามว่า ๕ ปี ที่ผ่านมานี้คอร์รัปชันหายไปจากประเทศไทยหรือยัง ยังครับ
ประการที่ ๓ ของข้ออ้างว่าในการปฏิวัติรัฐประหาร หน่วยงานหรือองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญถูกครอบงํา ถามว่าวันนี้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้หมดไปหรือยัง หลายคนเชื่อว่า เบาบางลง หลายคนเชื่อว่ากําลังจะกลับมาอีก หลายคนเชื่อว่าไม่เคยมี
ประการที่ ๔ มีการกระทําที่หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมกราบเรียนท่านประธานว่านับแต่วันที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ผมยืนยันท่านประธานว่า ประเทศไทยไม่เคยได้เห็นเว็บ (Web) หมิ่นมาก่อนในชีวิตผมนะครับ วันนี้มีเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ครับท่านประธานครับ และเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ วันนี้ไม่หยุดแล้วเนื้อหาก็เลวร้ายลงทุกวัน ผมถามกับท่านประธานจริง ๆ ว่า ถ้ามีคณะกรรมการปรองดองแล้ว เว็บนี้เว็บหมิ่นทั้งหลาย เหล่านี้เป็นพันเป็นหมื่นนี้จะหยุดไหม ถ้าคณะกรรมการปรองดองทั้งหลายบอกว่า เว็บทั้งหลายหายไปจากประเทศไทยได้ เพราะคนไทยปรองดองกันแล้ว จะเลิกจาบจ้วงสถาบันแล้ว ผมจะเตรียมดอกไม้ธูปเทียนไปกราบเท้ากรรมการทุกคนเลยครับ ว่าท่านสุดยอดของมนุษย์ แต่สิ่งที่ผมถามท่านประธานก็คือว่าวันนี้ถ้าเผื่อเราปรองดองกันแล้ว จะไปบังคับให้ใครนั้น หยุดทุจริตถุงยังชีพได้ไหม หยุดโกงในของบริจาคที่เขาเอามาช่วยคนน้ําท่วมได้ไหม ผมถาม ตรงนี้ หยุดเว็บหมิ่นได้ไหม ผมถามตรงนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมอยากจะฝากไว้คณะกรรมการจะตั้งหรือไม่ตั้งก็ตาม ผมอยากให้คณะกรรมการนั้น ได้เคารพกันว่าสิ่งที่ท่านจะไปทํางานเป็นตัวแทนพวกผมนั้น คือ ๑. ต้องกล้ายอมรับความจริง ความจริงอันแรกก็คือว่าเราเห็นแตกต่างได้แต่อย่าแตกแยก ขอให้มีความอดทนอดกลั้น ซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นแล้วก็ขอร้องว่าอย่าไปบิดเบือนประวัติศาสตร์ อย่าไปเขียน ประวัติศาสตร์ใหม่ อย่าไปบิดเบือนหลักของกฎหมายที่เขาทํากันมา แล้วก็ข้อที่ ๓ ถ้าคณะกรรมการนี้สามารถสืบสาวได้ว่าเหตุผลกลใดจึงได้มีเว็บหมิ่นมากมายขนาดนั้น สืบได้ว่าใครเป็นผู้สนับสนุนทั้งความคิดการกระทําและเงิน เว็บต่าง ๆ เหล่านั้นช่วยกันเถอะ ว่าคนไทยมีในหลวงองค์เดียวกัน ขอให้หยุดเพื่อความปรองดองของประเทศไทย ฉะนั้นผมให้ กําลังใจคณะกรรมการชุดนี้แต่ผมยังไม่เชื่อว่าจะสามารถทําสําเร็จ แต่สิ่งใดถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ครับ ต้องลอง แต่ผมก็อยากจะบอกว่าอย่าไปหวังเอามากนักในสิ่งนี้ว่าคณะกรรมการตั้งชุดนี้แล้ว จะมีความปรองดอง แต่ผมไม่ต้องการเห็นคณะกรรมการตั้งขึ้นมาปรองดอง เพื่อสร้าง ความชอบธรรมบางสิ่งบางอย่างมีวาระซ่อนเร้นไม่อยากเห็น และไม่คิดว่าจะเห็นด้วย เหตุนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานมาว่าความปรองดองนั้นเริ่มต้นจาก ข้างใน และเริ่มต้นจากความเคารพในความจริงของโลก ถึงแม้ว่าความจริงของโลกนั้น จะไม่มีความสุข หรือไม่ถูกใจก็ขอให้เคารพซึ่งกันและกัน แล้วก็สําคัญที่สุด สุดท้ายครับ ความเสียสละ เสียสละในความเห็น เสียสละในความเห็นแก่ตัว เสียสละในสิ่งที่ตัวเอง อยากพึงมีพึงได้แต่ไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็ขอให้ละเลิกเสีย และผมเชื่อว่า ความปรองดองจะเริ่มต้นได้ก้าวที่หนึ่ง ขอขอบพระคุณครับ
ท่านสามารถ แก้วมีชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สามารถ แก้วมีชัย พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ก่อนอื่นก็ต้องขอ ชื่นชมยินดีท่านผู้เสนอญัตติ ทางท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน และท่านพรรคภูมิใจไทย ที่ได้เอาเรื่องนี้ขึ้นมาให้พวกเราทั้งหลายได้แสดงความคิดเห็นและจะนําไปสู่การตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาการสร้างความปรองดองแห่งชาติ เราคงตระหนัก กันดีว่าวันนี้ปัญหาเรื่องความไม่ปรองดองในชาติเรามันหยั่งรากฝังลึกจนถ้าปล่อยไป ผมเชื่อครับว่าจะเป็นจุดอ่อนของบ้านเมือง เราจะต้องเผชิญกับปัญหามากมายทั้งด้านเศรษฐกิจ ทั้งด้านสังคม แม้กระทั่งด้านการเมือง ถ้าเราไม่สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติ เราก็คงฟันฝ่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นไปได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะปัจจุบันที่เราประสบวิกฤติภัยธรรมชาติ ซึ่งหลังจากนี้เราคงจะต้อง บูรณะฟื้นฟูประเทศกันอีกมากมาย ถ้าเรายังแตกแยก เราไม่หันหน้าเข้าหากัน ไม่หาทางออก ให้ประเทศก็น่าเสียดายนะครับ ลูกหลานเราในอนาคตจะมีปัญหา ผมเฝ้ามอง ความเปลี่ยนแปลงของสังคมมาโดยตลอดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น เราต้องยอมรับว่าในการปกครองระบอบประชาธิปไตยนี่ความขัดแย้ง แตกแยกทาง ความคิดอาจเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าอยู่ภายใต้ครรลองของระบอบประชาธิปไตยเราทําได้ครับ ทุกคนอาจจะมีความเห็นแตกต่าง มีนโยบาย มีอุดมการณ์แตกต่าง แล้วไปนําเสนอสิ่งที่ แตกต่างนั้นให้พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยให้เขาเป็นคนตัดสินว่าเขาจะ เลือกแนวทางใดที่จะเป็นอนาคตของเขา แล้วความงดงามของประชาธิปไตยก็คือ ๔ ปี เราเปลี่ยนกันได้ถ้าทํางานไปแล้วมันทําไม่ดี ไม่มีประสิทธิภาพ ประชาชนไม่พึงพอใจ ก็มีทางเลือกให้พี่น้องประชาชนได้ แต่ที่ผ่านมาเราอาจจะอ้างความเป็นประชาธิปไตย เป็นเพียงเครื่องมือที่จะนําไปสู่การได้มาซึ่งอํานาจ โดยไม่คํานึงถึงว่าวิธีการนั้นเป็นอย่างไร มันก็เลยพัฒนาขึ้นมาจนก่อให้เกิดความขัดแย้งที่หยั่งรากฝังลึกอย่างที่ผมพูดนะครับ ผมผ่าน ทั้งเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เป็นทั้งผู้เข้าไปร่วม เป็นทั้งผู้เฝ้าสังเกต วันนี้ผมนึกย้อนอดีต บางครั้งผมก็มีความรู้สึกว่าผมตกเป็นเครื่องมือของคนบางคนบางกลุ่ม เหมือนกันที่เคลื่อนไหว พอเราอายุมากขึ้น เรามีประสบการณ์มากขึ้น รู้เห็นมากขึ้น ก็ต้อง ยอมรับละครับว่าที่ผ่านมาเราเล่นเกมทางการเมือง บางครั้งเราไม่คํานึงถึงครรลองที่ถูกต้อง วันนี้พี่น้องครับ ท่านประธานที่เคารพ เราต้องมาช่วยกันหาทางยับยั้งความแตกแยก ที่จะเกิดขึ้น ต้องขอบคุณอุทกภัยที่เกิด น้ําท่วมรุนแรงที่เกิด ผมเห็นคนในซอยผมบ้านหนึ่ง เสื้อเหลือง บ้านหนึ่งเสื้อแดง วันนี้คุยกัน เมื่อก่อนไม่คุยกันเลยนะครับ หันหน้ามาคุยกัน หันหน้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหา ผมอยากเห็นสิ่งนี้มันกระจายไปทั้งประเทศ วิธีการที่จะสร้าง ความปรองดอง ผมยังเชื่อนะครับว่าด้วยภูมิปัญญาไทยของเราเราสามารถทําได้ เราเคยเจอ วิกฤติความแตกแยกเรื่องความคิด จนกระทั่งกล่าวหากันว่าเป็นคอมมิวนิสต์ นิสิต นักศึกษา พี่น้องประชาชนบางส่วนต้องเข้าไปอยู่ในป่าจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ในที่สุด ด้วยความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา ผมต้องขอบพระคุณนะครับท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านเป็นผู้นําที่จะนําเอาการเมืองมานําการทหาร กําหนดนโยบาย ๖๖/๒๓ จนกระทั่ง เราสามารถที่จะให้ผู้ที่มีความคิดแตกแยกเราที่จับอาวุธขึ้นต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐกลับมา เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ท่าน ส.ส. หลายท่าน ท่านรัฐมนตรีหลายท่าน ท่านก็เคยอยู่ในป่า สู้กับอํานาจรัฐ แต่วันหนึ่งท่านก็มีโอกาสกลับเข้ามาทําหน้าที่ตามกระบวนการประชาธิปไตย ฉะนั้นวันนี้ก็เช่นเดียวกันเราช่วยกันคิด คําพูดทุกคําพูดที่เราจะพูดกันในวันนี้ ผมไม่อยากจะ ให้เป็นคําพูดที่กระแนะกระแหน เสียดสี ทิ่มแทงกันอีกต่อไปละครับ หันมาให้กําลังใจกัน หันมาร่วมกันที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง จริงอยู่ครับ สังคมเรา จําเป็นต้องแตกแยก แตกต่างในความคิด ท่านจะตั้งกลุ่มกดดัน ทางรัฐศาสตร์จะเรียกว่า เพรชเชอร์ กรุ๊ป (Pressure group) เพื่อที่จะกดดันให้ผู้บริหารประเทศทําอย่างนั้นอย่างนี้ ตามที่ท่านต้องการ โดยท่านคิดว่าวิธีการอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือท่านจะตั้งกลุ่มผลประโยชน์ที่จะเรียกร้อง นโยบายต่าง ๆ ว่าจะทําให้บ้านเมืองมันดีขึ้นก็เป็นสิทธิที่ท่านทําได้ภายใต้ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยและภายใต้กระบวนการประชาธิปไตย หลายท่านอาจจะผิดพลาดมาในอดีต ที่มีวิธีคิดมีวิธีกระทําการซึ่งท่านคิดว่าดีท่านคิดว่าถูก แต่วันนี้บทเรียนได้บอกท่านว่า มันไม่ถูกนะครับ เราก็กลับมาหันหน้าเข้าหากันเถอะครับ ผมพร้อมที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม และสนับสนุนในสิ่งที่จะทําให้เกิดความปรองดองแห่งชาติ ไม่อยากจะให้สภานี้ใช้เวทีนี้ แทนที่จะสร้างความปรองดองแต่จะทําลายกําลังใจซึ่งกันและกัน ผมเคยนั่งอยู่บนโน้นนะครับ สมัยผมเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรขึ้นไปทําหน้าที่ผมเห็นเลยครับ ว่าการทําหน้าที่ ข้างบนในภาวะที่ประชาชนมีปัญหา ประเทศชาติแตกแยก พี่น้องไม่ปรองดองกัน เรื่องบางเรื่องมันไม่น่าจะเป็นเรื่องการเมือง เรากําลังพิจารณากฎหมายกันอยู่ดี ๆ พอเกิด พูดจาอะไรกินใจกันนิดเดียวแทนที่มันจะไปพูดเรื่องกฎหมายมันกลายเป็นเรื่องอื่นไป ตรงนี้ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าถ้าเราไม่รีบช่วยกันแก้ไขทุกองคาพยพของบ้านเมือง ทุกองค์กร ของบ้านเมืองมันจะร้าวฉาน และในที่สุดเราจะอ่อนกําลัง เราจะไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ที่มันหมักหมมอยู่ในสังคมปัจจุบันได้ ฉะนั้นกระผมขอให้การสนับสนุนญัตติการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านนาที รัชกิจประการ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ค่ะ ขอสนับสนุน ในเรื่องของการปรองดองทั้ง ๒ พรรคที่ให้การสนับสนุนทั้งพรรคตัวดิฉันเองก็คือพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนําของท่านหัวหน้าพรรค ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล แล้วก็ของพรรคมาตุภูมิ โดยท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เพราะว่าวันนี้หลาย ๆ ท่านผู้ทรงเกียรติที่อยู่ที่ตรงนี้ ทุกท่าน ดิฉันก็คงเห็นแล้วว่าการปรองดองมีส่วนสําคัญมาก ๆ ซึ่งตัวดิฉันเองเป็นคนหนึ่ง ที่มีความคิดอยู่ตลอดเวลาว่าในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ควรจะนําเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ควรจะ นํามาพิจารณา แล้วก็บังเอิญวันนี้ได้มีโอกาสดิฉันก็ขอเป็นคนหนึ่งที่มาเสนอแนวทาง ปรองดองด้วยนะคะ เพราะว่าวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะสมาชิกผู้ทรงเกียรติตรงนี้นะคะ ดิฉันคิดว่าเราทั้ง ๕๐๐ ท่านจริง ๆ แล้วน่าจะเป็นต้นแบบในการที่จะนําสู่การปรองดองนะคะ ดิฉันคิดว่าก่อนอื่นก่อนที่จะไปมองภายนอกเราเองต้องกลับมาทบทวนตัวเราเองก่อนนะคะ เราอย่าไปหวังว่าจะให้เกิดความปรองดองจากข้างนอกนะคะ ต้องกลับมาทบทวนที่ตัวเราเองก่อน เพราะว่าถ้าเราดูนี่ค่ะปัญหาทุกอย่างส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลักทางพุทธศาสนาเขาเรียกว่า กฎอิทัปปัจจยตา หรือว่าปฏิจจสมุปบาท ทุกอย่างเกิดขึ้นไม่ได้ค่ะ ท่านประธานคะ ถ้าสมมุติว่าไม่มีเหตุนะคะ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นแล้วผลถึงจะตามมา เพราะฉะนั้นตามหลัก ในพุทธศาสนาทุกอย่างมีเหตุที่มาที่ไป วันนี้ก็เหมือนกันตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ปัญหาที่ เกิดขึ้นมาอันนั้นเราก็ทราบอยู่แล้วว่าปัญหามันเกิดจากอะไรนะคะ แล้วก็มาหลังจาก ๒๕๔๙ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ท่านประธานก็เห็นว่ามีความแตกแยกอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้น ในเรื่องของความปรองดอง หลักใหญ่ที่ตัวดิฉันอยากจะนําเสนอแนวทางวันนี้ก็คือในเรื่องของ สันติวิธี สันติวิธีตรงนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าสมมุติว่าเราทุกคนทุกท่านที่อยู่ตรงนี้ยังคิดจะ เอาชนะคะคานกันอยู่ ไม่มีคนใดคนหนึ่งที่จะเสียสละ ไม่มีคนใดคนหนึ่งที่มานั่งคิดในเรื่องของการให้อภัย เพราะว่า จริง ๆ แล้วในเรื่องของสันติวิธีนี่นะคะ สิ่งแรกที่ดิฉันอยากจะกล่าวถึงในเรื่องของแนวทาง แก้ปัญหาในเรื่องของการแก้ที่ต้นเหตุนะคะ การแก้ที่ต้นเหตุ คือทุกอย่างเกิดจากมนุษย์เรา ทุกคน ในหลักของศาสนาเขากล่าวว่า ความเสมอภาคในความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด ทุกคนมีเสรีภาพในการเลือกที่จะกระทํา แต่การกระทําอันนั้นทุกคนต้องรับผิดชอบในการ กระทําของตนเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทํานี่ค่ะ การกระทําของเราวันนี้ที่เกิดในเรื่องของ ความขัดแย้ง ถ้าท่านสังเกตดูนะคะ จะเกิดจากคําพูด คําพูดนี่เป็นหลักใหญ่นะคะ เพราะว่า ในเรื่องของการพูดกระแนะกระแหน การพูดให้เกิดความขัดแย้ง สิ่งนี้เป็นสิ่งสําคัญ ถ้าเรายัง พูดกันอยู่อย่างนี้ อย่างไรสันติวิธีก็จะไม่เกิด เพราะฉะนั้นหลักใหญ่ในเรื่องของการพูดวันนี้ ทําอย่างไร วิธีการพูดนะคะ ว่าเราเปลี่ยนอย่างไร ให้เปลี่ยนจากการกระแนะกระแหน การกระแทกแดกดันมาเป็นการพูดที่ให้ความนุ่มนวล ให้ความรู้สึกว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ เห็นพ้องต้องกัน ไม่ใช่ว่าการพูดที่ไม่เหมือนกัน บางครั้งคําพูดมันมองได้ในหลายประเด็น แต่ถ้าว่าเจตนาของการพูด ท่าทางการพูด ลักษณะคําพูดเรามีน้ําจิตน้ําใจ พูดในสิ่งที่ดี พูดในสิ่งที่มีประโยชน์ ดิฉันว่าตรงนี้นะคะ คนที่เราพูดถึง คนที่เราพูดด้วยสามารถที่จะสัมผัสได้
แล้วอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของสื่อ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุดที่จะทําให้ การปรองดองในวันนี้มีความเป็นไปได้หรือไม่นะคะ ถ้าเกิดว่าบางครั้งคนบางคนพูดไปอาจจะ ไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้าสื่อไปตีความในประเด็นที่ทําให้เกิดความแตกแยกอันนี้ก็มีผลเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคือแนวทางของดิฉันเองในเรื่องของการแก้ที่ต้นเหตุ อันนี้เป็นหลักใหญ่ที่จะ ขอนําเสนอนะคะ
อันที่ ๒ ที่ดิฉันพูดถึงแนวทางในเรื่องของการแก้สันติวิธี ก็คือในเรื่องของ การปรับทัศนคติ วันนี้หลายท่านก็คงจะเห็นว่าเมื่อไรก็แล้วแต่ท่านประธาน ถ้าเกิดว่าเราปรับ ทัศนคติในทางบวก สิ่งนี้ที่เป็นสิ่งที่จะช่วยได้ที่จะให้เกิดความปรองดอง แต่ถ้าเรายังยึดตัวกู ของกูอันนี้ความปรองดองไม่เกิดขึ้นแน่นอน สิ่งที่สําคัญที่สุดที่ดิฉันอยากจะให้เกิดในเรื่องของ การปรับทัศนคติก็คือ วันนี้ทุกท่านคงจะทราบว่าการเกิดเป็นมนุษย์มันยากมาก เพราะฉะนั้น วันนี้ทําไมเราไม่รู้จักการให้อภัยหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือการให้ทานนะคะ วันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเราใช้ทศพิธราชธรรมข้อที่ ๑ ข้อแรกก็คือเรื่องทาน เป็นหัวข้อที่ ๑ ที่ท่านใช้ในการปกครองประเทศ ถ้าหลาย ๆ ท่านได้อ่านพระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ท่านได้มีพระราชดํารัสไว้นะคะ ทุกเล่มที่จะกล่าวถึงก็คือ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม ท่านใช้คําว่าครอง จะไม่ใช้คําว่าปกครอง แล้วท่านก็ใช้ทาน เป็นสิ่งแรกที่นํามาใช้กับประชาชนของท่านนะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องทาน บางครั้งหลาย ๆ ท่าน อาจจะบอกว่า ทาน ก็คือการให้สิ่งของ จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะคะ ในหลักของศาสนา ทานเรามีตั้ง ๓ อย่าง อันดับแรกก็คือการให้สิ่งของค่ะท่านประธาน เขาเรียกว่าการให้ วัตถุสิ่งของ อันนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้โดยทั่ว ๆ ไป แต่การให้ที่สําคัญกว่านั้น วันนี้เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องของความปรองดอง หรือแม้แต่วิกฤติในเรื่องของน้ํา ถ้าเกิดเราให้กําลังใจ หลาย ๆ ท่านที่สื่อทุกช่องวันนี้ ที่พยายามที่ไปเยี่ยม ไม่ว่าจะให้สิ่งของแล้ว นอกเหนือจากให้สิ่งของเราสามารถที่จะให้ ธรรมทาน ก็คือการให้กําลังใจ อันนี้มีผล แล้วก็มีผลมากกว่าการให้สิ่งของอีก เพราะว่า หลาย ๆ ท่านบางทีเวลาเราไปเยี่ยมเขานี่ค่ะท่านประธาน เขาขาดกําลังใจอยากจะฆ่าตัวตาย แต่ถ้าเราให้กําลังใจเขา ให้ความเอื้ออาทร ให้ความกรุณา แสดงออกถึงความเมตตากรุณา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อาจจะให้กําลังใจกับเขา ให้กําลังใจเขาโดยคิดบอกว่า วันนี้เราตื่นขึ้นมา เรามีชีวิตนี่ก็เป็นสิ่งที่ประเสริฐแล้ว เพราะว่าถ้าเรายังมีลมหายใจอยู่เราก็สามารถที่จะสู้ได้ เราก็สามารถที่จะดํารงชีวิตต่อไปได้ ดีกว่าที่จะตายนะคะ เพราะฉะนั้นการให้ธรรมทาน หรือการให้กําลังใจเป็นสิ่งที่มีผลมากกว่าการให้สิ่งของ
แล้วอันดับ ๓ ที่ดิฉันจะพูดในวันนี้ก็คือการให้อภัยค่ะท่านประธาน การให้ อภัยทานเป็นสิ่งที่สําคัญแล้วก็มีประโยชน์มาก ๆ ในวันนี้กับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยค่ะ ท่านประธาน เพราะว่าเมื่อไรก็แล้วแต่ถ้าเราไม่รู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน ความปรองดอง ไม่เกิดแน่นอนค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ดิฉันจะฝากเป็นกรณีพิเศษ แล้วก็เป็น ข้อสังเกต แล้วก็ฝากเป็นเรื่องใหญ่ในเรื่องของอภัยทาน เพราะถ้าเกิดวันนี้เราไม่มีการให้อภัย ไม่ว่าจะเป็นตัวเราเองหรือให้อภัยต่อคนอื่น ความปรองดองไม่ต้องเกิด และวันนี้ดิฉัน ก็ขอเรียกร้องให้พวกเราใน ๕๐๐ คนนี้ ตอนนี้ก็เหลือ ๔๙๙ คน เริ่มต้นที่ผู้ทรงเกียรติของเรา ตรงนี้ก่อน ถ้าผู้ทรงเกียรติของเราตรงนี้ให้อภัยกัน ดิฉันว่าความปรองดองเกิดค่ะ
สุดท้ายค่ะ ดิฉันก็ยินดีแล้วก็สนับสนุนในทั้ง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ แล้วก็หวัง เป็นอย่างยิ่งว่าญัตติทั้ง ๒ ญัตตินี้ดิฉันเห็นด้วย แล้วก็หวังว่าหลังจากตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว สิ่งดี ๆ คงจะเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านเหวง โตจิราการ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนญัตตินี้นะครับ คือญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ กระผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมอยากให้การประชุมของเราวันนี้สัมฤทธิ์ผล หมายความว่าหลังจากประชุมไปแล้วมีคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้ว ประเทศไทยสามารถ เดินหน้าไปสู่เส้นทางปรองดองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้นผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ๔-๕ ประเด็นที่สําคัญ ซึ่งผมจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมาศึกษากันนี่นะครับ เพื่อประกอบการพิจารณา
ประการแรกที่สุดครับท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่าในโลกนี้มีวิธีการแก้ปัญหาอยู่ ๒ วิธีเท่านั้นเอง ก็คือใช้กําลังหรือสนทนาปราศรัย พูดคุยกัน แล้วท่านประธานที่เคารพครับ ในแวดวงทางการเมืองปัญหาทางการเมืองจะวิกฤติ ขนาดไหนก็ตาม ขอด้วยความเคารพถ้าหากว่าอยู่ในประเทศเดียวกัน อยู่ในอํานาจอธิปไตย เดียวกัน เราต้องใช้วิถีทางการเมืองเท่านั้นไปแก้ปัญหา การใช้กําลังทหารในการแก้ปัญหา ทางการเมืองนั้นผิดตั้งแต่ต้นแล้วครับ ดังนั้นประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่า ประเทศเราเสียหายอย่างยับเยิน แล้วยังจะเสียหายต่อไปในอนาคต ถ้าใช้การแก้ปัญหาด้วยกําลังทหารมาแก้ปัญหาทางการเมือง คือผมไม่พูดเข้าใครออกใครนะครับ สมมุติว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านกล่าวหาว่ามีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งคอร์รัปชันโกงกินอย่างมหาศาล มีการแทรกแซงองค์กรอิสระ มีการทําอย่างโน้นอย่างนี้มากมายเลยจนแทบจะกล่าวได้ว่า ไม่เป็นผู้เป็นคน สมมุติถ้าจริงนะครับ ท่านไม่มีสิทธิในการที่จะใช้กําลังทหารมาแก้ปัญหาครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานเราต้องช่วยกันประณามครับคนที่ใช้กําลังทหาร มาแก้ปัญหาทางการเมืองและผมจะพูดต่อด้วยนะครับ ซึ่งเดี๋ยวสักครู่ผมจะมีเอกสาร พร้อมทั้งคลิปวิดีโอมากราบเรียนท่านประธานให้ประกอบการพิจารณาว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมา ก็ใช้กําลังทหารแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยเช่นกัน ซึ่งผมพร้อมที่จะน้อมรับฟังว่าท่านปฏิเสธ มาเถอะครับว่าท่านไม่ได้ใช้กําลังทหารมาแก้ปัญหาทางการเมือง เพราะฉะนั้นนี่คือประเด็นแรก ก็คือว่าปัญหาทางการเมือง วิกฤติทางการเมืองห้ามใช้กําลังทหารมาแก้ ถ้าหากอยู่ใน ขอบข่ายอธิปไตยเดียวกันหรือประเทศเดียวกัน ยกเว้นว่าถ้าเป็นปัญหาข้ามประเทศนั่นเป็น อีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่โดยทั่วไปในโลกทุกวันนี้เขาก็ไม่ใช้กําลังทหารมาแก้ปัญหา ทางการเมืองอีกต่อไปแล้วนะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าโลกเรานี้ไม่ใช่ว่าไม่เกิด การฆ่าฟันขนาดใหญ่ ที่จริงมีการฆ่าฟันขนาดใหญ่อย่างน้อยก็ ๒ ครั้งในระดับโลกเท่าที่ เราทราบนะครับ ก็คือว่าสงครามโลกครั้งที่ ๑ และสงครามโลกครั้งที่ ๒ ฆ่ากันแล้วก็ตายกัน นับล้าน ๆ ครับ แล้วก็หลายประเทศเข้าร่วมและอํามหิตมาก แต่ผมยังไม่แน่ใจนะครับว่า ความอํามหิตของสงครามโลกจะอํามหิตกว่าเหตุการณ์เดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคม หรือเปล่า เพราะสงครามโลกท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่าในสงครามโลกนะครับ ท่านประธาน ทหารไม่ว่าฝ่ายไหนเขาห้ามยิงศัตรูฝ่ายตรงข้ามที่ไม่มีปืนครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานครเมื่อเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมครับ ทหารโดยคําสั่งของใครครับ ยิงประชาชน ๒ มือเปล่าด้วยปืนและติดกล้องด้วยครับหัวกระเด็น เพราะฉะนั้นสงครามโลก ทั้ง ๒ ครั้งยังอํามหิตน้อยกว่าเหตุการณ์เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา เราต้องเรียนรู้นะครับไม่ใช่ไปบอกว่าลืมอดีต ท่านประธานครับ คนที่บอกลืมอดีตนี่ ผมไม่ทราบว่าเขาเป็นมนุษย์ที่มีสติสัมปชัญญะหรือเปล่า ด้วยความเคารพนะครับผมเคารพ เพราะว่าผมไม่อยากจะให้เขาแก้ปัญหาแบบนกกระจอกเทศนะครับ เวลามีภัยอะไรมาปุ๊บ นกกระจอกเทศจะมุดหัวเข้าลงไปในทราย ทันทีที่นกกระจอกเทศได้ยินเสียงราชสีห์หรือสิงโต เขาจะมุดหัวลงไปในทรายดูประหนึ่งว่าไม่มีราชสีห์หรือไม่มีสิงโต และท่านประธานคิดว่า มันจะแก้ปัญหาได้ไหมครับ ดังนั้นอดีตมีไว้สําหรับเรียนรู้ครับ เรียนรู้เพื่อที่จะฉลาดในอนาคต เราจะได้ก้าวหน้าขึ้นต่อไป ท่านประธานดูสิครับ กาลิเลโอค้นพบว่าโลกไม่ได้เป็นศูนย์กลาง ของสุริยะจักรวาล เขาถูกขังอยู่คุกใต้ดินจนออกมาเสียชีวิตข้างนอก แต่เราไม่ใช่ลืม เรื่องกาลิเลโอนะครับ เราต้องเรียนรู้ว่าเรื่องกาลิเลโอเป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรง แล้วเราต้องตอบรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และในที่สุดโลกเราก็ก้าวหน้ามาได้โดยการค้น พบว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของสุริยะจักรวาลเช่นกันครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราต้อง เรียนรู้ครับทุกประวัติศาสตร์ ทุกหน้าประวัติศาสตร์ในประเทศไทยต้องเรียนรู้เพื่อฉลาดต่อไป ในอนาคต ดังนั้น
ประเด็นแรกก็คือว่าผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ การรัฐประหาร ผิดโดยสิ้นเชิง ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่ประเทศไทยจะแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยการรัฐประหาร ท่านอาจจะประณามคนนั้นคนนี้ว่าคอร์รัปชันโกงกินแต่ห้ามรัฐประหารครับ แล้วจะแก้อย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่ามีวิถีทางที่ถูกต้องแล้วครับในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ก็คือให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยที่แท้จริงของประเทศตัดสินใจ ทางการเมืองครับ แล้วก็วันที่ ๑๙ กันยายนที่ผ่านมา ปี ๒๕๔๙ พิสูจน์แล้วครับว่ามีบางพรรค เขาไม่ศรัทธาต่อวิถีทางของการเลือกตั้งนะครับ ไม่ศรัทธาเคารพต่ออํานาจอธิปไตยของ ประชาชนชาวไทย ท่านประธานคงจําได้นะครับว่ามีหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคเรียกร้อง ให้ใช้มาตรา ๗ ซึ่งก็เป็นที่ประจักษ์แล้วนะครับว่ามาตรา ๗ นั้นไม่เป็นประชาธิปไตยครับ เพราะฉะนั้นนี่เป็นประเด็นแรกนะครับท่านประธานก็คือว่า ผมคิดว่าอันแรกสุดเลยเราต้อง ตอกย้ําหลักการว่าการเมืองต้องแก้ด้วยการเมืองไม่ใช่ใช้การทหาร
และข้อต่อมาก็คือความขัดแย้งทางการเมือง ทุกชีวิตต้องไม่แก้ด้วย การรัฐประหารแต่แก้ด้วยทางการเมืองครับ ดังนั้นความขัดแย้งแตกแยกที่เกิดขึ้นมาในวันนี้ สืบเนื่องมาจากการรัฐประหาร และต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ที่จริงถ้าหากว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณยังบริหารราชการแผ่นดินต่อมา ผมว่าประชาธิปไตยจะแข็งแรง ยิ่งขึ้นแล้วรากฐานทางเศรษฐกิจของไทยจะสามารถรุดหน้าดีไม่ดีอาจจะสามารถไปแข่งขัน กับสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันนี้ก็ได้ แต่น่าเสียดายนะครับว่ามีการรัฐประหาร โดยการกล่าวหารัฐบาลพรรคไทยรักไทยและกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณด้วยเหตุผล ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเท็จ จะมีเรื่องจริงหรือเปล่าผมไม่ทราบแต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเท็จ เพราะฉะนั้นหลังจากรัฐประหารกลุ่มบุคคลซึ่งสุมหัวกันก่อรัฐประหารเขาสร้างระบอบ อํามาตยาธิปไตยขึ้นมาในประเทศไทยครับ สิ่งแรกที่เขาทําก็คือว่าร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับอํามาตยาธิปไตยคือ ปี ๒๕๕๐ นี้เป็นเหตุให้พรรคเพื่อไทยเรามีนโยบายในการที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้เป็นประชาธิปไตย และไม่เพียงแต่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับอํามาตยาธิปไตยยังสร้างกลไกอํานาจรัฐต่าง ๆ เป็นอํามาตย์ทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานลองสังเกตดูนะครับ ผมเคารพคําวินิจฉัย แต่ว่าท่านประธานแปลกใจไหมครับว่า ขับรถชนตํารวจด้วยความตั้งใจแล้วก็ถอยหลังชนอีกที ปรากฏว่ารอลงอาญา ผมเคารพนะครับ ผมยังไม่เข้าใจประเด็นเรื่องนี้แต่ว่ามันน่าสงสัยนะครับ เมื่อเปรียบเทียบกับคดีของเสื้อแดง บางคนชัดเจนเลยว่าเป็นเพียงแต่ไปยืนดู แต่ว่าหลายคนก็ได้รับโทษจําคุกหลายสิบปี อันนี้ผมเคารพนะครับ เพียงแต่ผมไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือระบอบอํามาตยาธิปไตยประสบผลสําเร็จในการสร้างโครงสร้างแบบ อํามาตยาธิปไตยขึ้นในประเทศไทย ผมเองก็อยากจะก้าวเข้ามาสู่ระยะใกล้นี้หน่อยนะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะเปลืองเวลาของที่ประชุมแห่งนี้มากเกินไป
ประเด็นแรกผมได้กราบเรียนไปแล้วก็คือว่าเราต้องแก้ปัญหาทางการเมือง ด้วยการเมือง ไม่ใช่การทหาร
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเราต้องทําความจริงให้ปรากฏนะครับท่านประธาน ผมเองไม่ต้องการที่จะบรรยายประวัติศาสตร์ ๕ ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องใช้เวลามาก ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานเฉพาะเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ท่านประธานครับ คงไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่าเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้ มีการเสียชีวิตผู้คนจํานวน ๙๑ ราย ในนั้นมีทหารจํานวนหนึ่ง แต่เป็นจํานวนที่น้อยมาก ผมจําตัวเลขไม่ได้ เอาเฉพาะวันที่ ๑๐ เมษายน ก็ได้นะครับ วันที่ ๑๐ เมษายน มีประชาชน เสียชีวิต ๒๖ ราย มีทหาร ๕ ราย ท่านประธานจะเห็นตัวเลขที่แตกต่างกันระหว่างประชาชน ที่เสียชีวิตกับทหาร ท่านประธานครับ ในนี้ ๙๑ ศพที่เกิดขึ้นนี่มีทฤษฎี มีความคิดเห็น ที่อธิบายแตกต่างกันอย่างสุดขั้วอยู่ ๒ ความคิดเห็น ความคิดเห็นหนึ่งก็คือว่าใส่ร้ายป้ายสี ผมใช้คํานี้เลยนะครับ กล่าวหา ใช้คําว่ากล่าวหาก็ได้ ขออนุญาตถอนคําว่าใส่ร้ายป้ายสี ก็ได้นะครับ ขออนุญาตใช้คําว่ากล่าวหา กล่าวหาคนเสื้อแดง นปช. แดงทั้งแผ่นดินว่า เป็นผู้ก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมืองและเป็นชุดดํา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ก่อนที่ผมมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในขณะที่เป็นแล้ว และในอนาคตด้วยผมเป็น คนเสื้อแดงครับ ดังนั้นผมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการพิสูจน์ว่าคนที่กล่าวหาว่าคนเสื้อแดง เป็นเจ้าของหรือเป็นคนจัดตั้งกองกําลังอาวุธชายชุดดําเป็นผู้ก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมือง โปรดพิสูจน์ความจริงหน่อยครับ รัฐบาลชุดที่ผ่านมาก็มีระยะเวลาในการบริหารราชการ แผ่นดินหลังจากเกิดเหตุการณ์ปีเศษนะครับ แต่ผมไม่เคยเห็นการจับคนเสื้อแดง แม้แต่คนเดียว แล้วก็มีคําอธิบายต่อกรณีที่เกิดขึ้นก็คือว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อความตาย ของพี่น้องประชาชนจํานวน ๙๑ ศพครับ ตรงนี้ผมมีหลักฐานบางประการที่อยากจะ กราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานครับ เรื่องอย่างนี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย และไม่เพียงแต่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ไม่ควรจะเกิดขึ้นในโลกนี้ด้วย ท่านประธานครับ รัฐบาลไหน ๆ ในโลกนี้หรือผู้ทรงอํานาจใด ๆ ก็ตามในโลกอริยะไม่ควร มีสิทธิในการที่จะวินิจฉัยว่าคนอื่นนั้นชีวิตประดุจผักปลา ชีวิตประดุจสัตว์ป่าที่สามารถจะยิง ได้ตามใจชอบ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ เพราะว่าผมได้กราบเรียนขออนุญาต ท่านประธานแล้ว ขออนุญาตที่จะนําภาพ ๔ ภาพมาให้ท่านประธานดู และลําพังเฉพาะ ๔ ภาพนี้รัฐบาลชุดที่ผ่านมาก็ต้องรับผิดชอบแล้ว และหลักฐานเพียงแค่นี้ก็สามารถที่จะนํา รัฐบาลชุดที่ผ่านมาขึ้นศาลได้แล้วครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อเลย นะครับว่าในโลกนี้จะมีสิ่งนี้นะครับ ก็คือเขตกระสุนจริงครับท่านประธาน ผมได้กราบเรียน ท่านประธานแล้วว่าในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทหารเขาไม่ยิงศัตรูที่ไม่มีปืน แต่เขตกระสุนจริง นี่แปลว่าสามารถยิงใครทุกคนก็ได้ที่เข้ามาในเขตนี้ รัฐบาลชุดที่ผ่านมาต้องรับผิดชอบครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ขออนุญาตเอ่ยนาม เชิญครับ ท่านประธาน มีคนประท้วงผม เชิญครับ
เชิญครับ คุณหมอวรงค์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วง ท่านผู้กําลังอภิปรายในเรื่องของการใช้อุปกรณ์ประกอบครับ เพราะผมไม่แน่ใจ เนื่องจากว่า ไม่ได้ขออนุญาตจากท่านประธาน เลยไม่แน่ใจว่าเขาขออนุญาตท่านประธานก่อนเข้าสู่ การอภิปรายหรือยังครับ ขอบคุณครับ
ได้ขออนุญาตแล้วครับ
ขอบคุณนะครับ แล้วผมจะชี้ต่อ ท่านประธานครับ คือทหารชั้นผู้น้อยเขาไม่สามารถทําอะไรโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก ผู้บังคับบัญชา และผู้บังคับบัญชาผมก็ได้เคยกราบเรียนท่านประธานแล้ว มาตามลําดับชั้น คือหน่วยก็ผู้บังคับหน่วย หมู่ หมวด กรม ภาค ผู้บัญชาการทหารบก แล้วเหนือกว่านั้นก็คือ นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ นี่ครับทหารชั้นผู้น้อย ติดป้าย ห้ามเข้าเด็ดขาด เขตใช้กระสุนจริง ท่านทํากับใครครับ ท่านทํากับประชาชนคนไทย ทํากับมนุษย์ ท่านไม่ได้ ยิงกวาง ยิงเก้งนะครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นแพทย์นี่ผมรู้ว่าคนที่ลั่นกระสุนไปแล้ว มีคนตายนี่เขาสาแก่ใจนะครับ ใครรับผิดชอบต่อสิ่งนี้ครับ ลําพังเฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมจะไปดําเนินการในการที่จะดําเนินเรื่องนี้ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนทํา ในสงครามยังไม่ทําเลยครับ เพราะว่าสงครามเขาห้ามยิงคนมือเปล่า นี่มีภาพต่อไปนะครับ เพื่อจะได้ระบุสถานที่ว่า ในกลางกรุงเทพมหานครนี้เอง เขาทําอย่างนี้ครับ ผมสลดใจมากเลยนะครับ ผมสลดใจมากว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และนอกจากนี้ผมมีเอกสารนะครับท่านประธาน อ้ายนี่เป็นเอกสารราชการ แล้วผมขออนุญาต ท่านประธานเรียบร้อยแล้ว ขอให้ผู้นําฝ่ายค้านในปัจจุบันนะครับ แล้วก็ทาง อดีตรองนายกรัฐมนตรีช่วยกรุณามาอธิบายหน่อยผมไม่เข้าใจ อันนี้ป็นเอกสารของ เขาเรียกว่าอะไรนะครับ ยุทธศึกษาผมก็จําชื่อวารสารเขาไม่ได้แล้ว บทความฉบับนี้เขียนขึ้น เพื่อประกอบการจัดทําเอกสารแนวทางในการปฏิบัติการทางการทหาร กรณีศึกษาการแก้ไข ปัญหาความไม่สงบในเมืองตามดําริ ดําริก็คือความคิดเห็นของเจ้ากรมยุทธการศึกษาทหารบก พลโท สิงห์ศึก สิงห์ไพร ผู้เขียนชื่อ หัวหน้าควง โดยนามปากกา แต่พอไปค้นคว้าทีหลัง ก็พบตัวจริงนะครับ ตัวจริงเขาชื่อ พันเอก บุญรอด ศรีสมบัติ ท่านสรุป สรุปด้วย ความภาคภูมิใจเลยนะครับท่านประธาน ท่านบอกว่า นโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลมาตลอด นี่สรุปเป็นเอกสารในยุทธศึกษาเขานะครับ ผมจําชื่อวารสารไม่ได้ ขอประทานอภัย เดี๋ยวสักครู่ผมจะนําเรียนท่านประธาน เขาสรุปอย่างนี้เลยนะครับ นี่เป็นสรุปจาก ทหารยุทธศึกษานะครับ และเป็นข้อสรุปที่ใช้ได้และฟังได้ คือเขาสรุปว่ามีนโยบายรัฐบาล ชัดเจนตลอดที่จะใช้มาตรการทางการทหารกดดันม็อบกลุ่ม นปช. ท่านประธานครับ ผมขอประณามนะครับ ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วนะครับว่า นปช. มานี่ เขามีข้อเสนอที่ชัดเจนครับก็คือว่า ขอให้ยุบสภา คืนอํานาจให้ประชาชนแค่นั้นครับ แล้วท่านนี่สรุปนะครับ ใช้มาตรการทางการทหารกดดันม็อบกลุ่ม นปช. เดี๋ยวผมจะมีต่อนะครับ ความชัดเจนก็คือนโยบายกระชับวงล้อม ความชัดเจนก็คือนโยบายกระชับวงล้อม เพื่อยุติการชุมนุมไม่ใช้การกระชับวงล้อมเพื่อเปิดการเจรจา นี่หัวหน้าควงสารภาพต่อ พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ไม่เพียงแต่คนไทย แต่ทั่วโลกด้วยนะครับว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่มีความจริงใจในการเปิดเจรจา ผมถึงไม่แปลกใจเลยนะครับ คืนวันที่ ๑๘ ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ วุฒิสมาชิกซึ่งเป็นตัวแทนของท่านประธานวุฒิสภานะครับ ท่านประสพสุข บุญเดช ท่านได้มาเจรจากับพวกผมและคืนนั้นตกลงเรียบร้อยแล้วนะครับว่าเราจะอยู่ในที่ตั้ง จนเช้าแล้วทุกคนจะกลับบ้าน แล้วให้ทหารกลับบ้านด้วยนะครับ อนิจจังอนิจจา รัฐบาลชุดที่ผ่านมาไม่ยอมที่จะเลื่อนการปฏิบัติการทางการทหารไปสัก ๑๒ ชั่วโมง อะไรกันครับ คุณเห็นการฆ่าคนเป็นผักปลาเป็นเรื่องที่สนุกสนานบันเทิงเริงใจกระนั้นหรือ คนไทยนะครับ แล้วเจรจาตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ผมก็อยู่ในที่ประชุมด้วย แล้วก็เสธ. อู้ ผมก็จําชื่อท่านไม่ได้แล้ว ขอประทานอภัยที่ใช้ชื่อเล่น ท่านเลิศรัตน์ รัตนวานิช นะครับ ท่านเจรจาเรียบร้อย แล้วท่านโทรศัพท์เรียบร้อย แล้วท่านขอร้องให้นายกรัฐมนตรีเลื่อนเวลาปฏิบัติการ ทางการทหารไปสัก ๑๐ ชั่วโมง ทําไมไม่ยอมเลื่อนครับ ท่านเห็นการฆ่าคนมันสนุกอย่างนั้น หรือครับ แล้วอํานาจอะไรที่ให้ท่านฆ่าคนครับ พ.ร.ก. ฉุกเฉินให้อํานาจท่านฆ่าคนหรือเปล่า ผมไปดูแล้วครับ ไม่ครับ แล้ว พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็ไม่อนุญาตให้ท่านคิดอย่างนี้ด้วยนะครับ ดังนั้นท่านประธานตรงนี้ยังมีต่อนะครับ ผมอ่านต่อเพื่อที่จะได้เกี่ยวข้องกัน เมื่อนายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุม ศอฉ. เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ที่จริงผมจําได้นะครับ หลังวันที่ ๑๒ พวกเราก็พยายามเจรจากับรัฐบาล แต่นี่ชัดเจนนะครับท่านประธาน โปรดฟัง นะครับว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุม ศอฉ. เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม สั่งแล้วนะครับว่า ให้ฝ่ายทหารเริ่มต้นปฏิบัติการตามแผนยุทธการที่ได้วางไว้ แล้วแผนยุทธการที่ได้วางไว้ คืออะไรครับท่านประธาน
มีคนประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะที่เป็นคนหนึ่ง ที่สนับสนุนญัตตินี้ ท่านประธานครับ ผมว่าการนําเสนอญัตตินี้เราเสนอเพื่อความปรองดอง ข้อมูลที่ท่านผู้มีเกียรติที่อภิปรายนั้น ถ้าอภิปรายในสภาแห่งนี้ผมว่าน่าจะไม่ถูกต้องนัก เอาไว้ถ้าท่านมีข้อมูลอะไรน่าจะไปนําเสนอ ถ้าเรามีการตั้งคณะกรรมาธิการท่านนําไปเสนอ คณะกรรมาธิการเพื่อจะได้หาข้อยุติในจุดนั้น ผมว่าน่าจะเป็นการถูกต้องกว่า ถ้านํามา อภิปรายในทํานองนี้อย่างนี้ ผมว่าความปรองดองไม่เกิดแน่ครับ ขอให้อยู่ในประเด็นที่เรา รับกันได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านสุนัย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร กราบขอบพระคุณท่านประธาน น่าจะเป็นครั้งแรกในชีวิตเหมือนกันครับที่ประท้วง ฝ่ายเดียวกัน ผมเห็นใจบาดแผลที่มันเกิดขึ้น และเห็นใจท่านผู้อภิปรายขณะนี้ว่า ท่านรับผิดชอบต่อสิ่งที่มันเกิดขึ้น แต่เนื่องจากเวลาก็ดี สถานการณ์ก็ดี อยากจะ ขอความกรุณาท่านสมาชิกคุณหมอเหวงได้ใช้เวลาให้สั้น และเก็บรายละเอียดไปคุย ในห้องเล็ก น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ฟังทั้ง ๒ ท่านที่ประท้วงมาผมว่ามีเหตุผลนะครับ ถ้าท่านจะกรุณาเอารายละเอียดไปพูด ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการน่าจะเป็นการดีกว่า เพื่อให้เข้าบรรยากาศสมานฉันท์นะครับ ท่านกรุณาด้วยครับ
คือท่านประธานถ้ายังจําได้นะครับว่า วันที่ผมอภิปรายสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ผมได้กราบเรียนแล้วนะครับว่าความปรองดอง จะเกิดขึ้นนั้นต้องทําความจริงให้ปรากฏ เราอย่ากวาดขยะเข้าใต้พรมเลยครับ เพราะว่าขยะ มันมีสิ่งโสโครก ซากศพอะไรต่าง ๆ เยอะแยะครับ
คุณหมอครับ ผมเข้าใจนะครับ แต่ว่าอยากจะให้บรรยากาศตอนนี้ซึ่งดีมาแล้วเป็น ชั่วโมงเศษก็อยากให้ดีไปตลอดจนการอภิปราย ก็อยากให้เป็นประเด็นในเชิงสร้างสรรค์ และหาแนวทางออกร่วมกันมากกว่าที่จะไปลงรายละเอียด แต่ว่าลงรายละเอียด ผมว่าไปที่ประชุมคณะกรรมาธิการจะดีกว่านะครับ เพื่อให้บรรยากาศไปได้ เดี๋ยวถ้าไม่อย่างนั้นก็จะมีการประท้วงกันรุนแรง ผมว่าจะลําบากในการประชุมครับ ขอร้องนะครับคุณหมอครับ
ขออนุญาตนิดเดียวนะครับ เพราะว่า มันต่อเนื่องจากเมื่อสักครู่นี้ให้จบความนะครับ คือการสั่งการในที่ประชุม ศอฉ. ในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ให้ฝ่ายทหารเริ่มต้นปฏิบัติการตามแผนยุทธการที่วางไว้ในหน้า ๖๒ นี่
คุณหมอครับ ก็คงจะอภิปรายลําบากแล้วก็จะมีการประท้วงอย่างนี้ตลอด เพราะฉะนั้น ก็ขอร้องนะครับคุณหมอครับ ผมว่าเอาไว้พูดในที่ประชุมคณะกรรมาธิการดีกว่าครับ ท่านเอาสั้น ๆ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอะไรอย่างนี้ประเด็นนี้จะดีกว่าครับ เพราะไม่อย่างนั้นก็มีคนประท้วง ตลอด ท่านจะอภิปรายไม่ได้ การประชุมก็จะเป็นไปไม่ได้ เพราะเราเริ่มต้นในการปรองดอง คุณหมอครับ
(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวนะครับ มีท่านประท้วง เชิญท่านรัชฎาภรณ์ครับ
ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันอยากจะขอประท้วงท่านประธาน ด้วยค่ะ ท่านก็พยายามแล้ว เพียงแต่ว่าดิฉันอยากจะเรียนว่าเรื่องอย่างนี้ที่พูดกันนี่นะคะ เรื่องของท่าน ขออภัยค่ะ ท่านสุนัยท่านก็บอกว่ามันเป็นเรื่องของการเปิดบาดแผลอะไร อย่างนี้ ดิฉันว่าถ้าจะพูดเรื่องนี้ ถ้าจะให้ปรองดอง ๑. ก็คือต้องไม่พูดด้านเดียว ไม่พูดฝ่ายเดียว ข้อมูลเหล่านี้ในสภาเราพูดกันเมื่อปีที่แล้วเยอะมาก รวมทั้งการอภิปราย ไม่ไว้วางใจทั้งหลายก็มีการอธิบายชี้แจงกัน แต่ถ้าพูดวันนี้พูดด้านเดียวแล้วอีกฝ่ายหนึ่ง ก็อธิบายไม่ได้ มันไม่ปรองดอง
คือให้อภิปรายทั้ง ๒ ฝ่ายที่ลงชื่อนะครับ แต่ว่าคุณหมอครับ ผมขอร้องละครับ จะได้ไปต่อได้ กรุณาให้เห็นแก่ที่ประชุมจะได้เดินต่อได้นะครับคุณหมอครับ
ก็ขออนุญาตที่จะข้ามเรื่องนี้ไปเลยนะครับ ในเมื่อไม่เป็นที่สร้างสรรค์ต่อสมาชิกบางท่านผมก็จะข้าม คือผมเห็นสิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานและเป็นประโยชน์ก็คือว่า เราจะต้องทําให้การรัฐประหารไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ผมเห็นข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์เป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ ดังนั้นอยากจะกราบเรียน ท่านประธานไว้อย่างนี้นะครับ ก็คือว่านิติราษฎร์เสนอไว้ ๓-๔ เรื่อง แต่ว่าผมอยากจะเอาแค่ เรื่องเดียวก็คือลบล้างผลพวงของรัฐประหาร ๑๙ กันยายน คือ
ประการที่ ๑ ประกาศให้การรัฐประหาร ๑๙ กันยายน และการกระทําใด ๆ ที่มุ่งผลในทางกฎหมายของคณะปฏิรูปการปกครอง หรือ คปค. ตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ถึง ๓๐ กันยายน เสียเปล่า
ประการที่ ๒ ประกาศให้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๔๙ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ เสียเปล่า และถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น ไม่เคยมีผลทางกฎหมาย
ประการที่ ๓ ประกาศให้คําวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ คําพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่อาศัยอํานาจของประกาศ คปค. และคําวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ และคําพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองที่เป็นผลต่อเนื่องจากการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดา คําวินิจฉัยและคําพิพากษาที่เกิดขึ้นจากการเริ่มกระบวนการโดย คตส. ซึ่งได้รับ การแต่งตั้งโดย คปค. นั้นเสียเปล่า ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยมีผลทางกฎหมาย
ประการที่ ๔ ก็คือว่าให้เรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นเจ้าหน้าที่ และเรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นศาลที่เริ่มเรื่องโดย คตส. เป็นอันยุติลง
ประการที่ ๕ การประกาศความเสียเปล่าของคําวินิจฉัยและคําพิพากษาตาม ข้อ ๓ และการยุติลงของกระบวนการข้อ ๔ ไม่ใช่เป็นการนิรโทษกรรม หรือการให้อภัย หรือล้างมลทินแก่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิด
ประการที่ ๖ เพื่อความชอบธรรม คณะนิติราษฎร์เสนอให้นําข้อความ ดังกล่าวไปจัดทําเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม อันนี้ก็กราบเรียนท่านประธาน เพราะเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์
สุดท้ายนะครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในขณะนี้ คณะกรรมการชุดของอาจารย์คณิตได้ทํางานที่เป็นประโยชน์แล้วก็คณะกรรมการ ชุดของอาจารย์คณิต ท่านได้นําเสนอ ๗ ข้อ ไปยังคณะรัฐมนตรีชุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งก็ปรากฏเป็นที่น่ายินดีว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ตอบรับทุกประการ ผมขออนุญาตที่เอาสั้น ๆ
ข้อที่ ๑ คอป. ของอาจารย์คณิต เห็นว่าเจ้าพนักงานที่รับผิดชอบของ ฝ่ายบริหารต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แล้วก็ต้องตรวจสอบและผลักดันให้ ผู้ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมนะครับ
ข้อ ๒ ก็คือให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดในการที่จะไม่ทําให้ เกิดการกระทบกระเทือนต่อบรรยากาศในการปรองดอง
ข้อ ๓ คอป. เห็นว่าคดีอาญาที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมคงไม่ลงสู่รายละเอียด เห็นว่าล้วนเป็นเรื่องที่มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง และปัจจุบันนี้ขอให้ มีการทบทวนว่ามีการตั้งข้อหาที่รุนแรงเกินสมควร หรือดําเนินคดีที่พยานหลักฐานอ่อน ไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์หรือไม่ แล้วควรดําเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้มีการปล่อยชั่วคราว อันเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องหาหรือจําเลย ดังนั้นผมเรียกร้องท่านประธานให้โปรดพิจารณา ส่งข้อความดังกล่าวนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะว่ายังมีเพื่อนของผมอีกหลายคน ถูกจําขังอยู่ในคุกนะครับ แล้วก็ในนี้ยังเขียนไว้ว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่ใช่ผู้ร้าย หรืออาชญากรดังเช่นคดีอาญาตามปกติ แต่เป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดอันมีมูลเหตุ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมือง พูดง่าย ๆ คือคดีอาญาเหล่านี้ สืบเนื่องจากความขัดแย้ง ทางการเมือง ดังนั้นต้องให้พิจารณาในลักษณะเป็นคดีทางการเมืองนะครับ
ต่อมา คอป. เห็นให้ชดเชย เยียวยา และฟื้นฟูนะครับ และท่านก็ให้เสนอ มาตรการพิเศษ
ต่อมาประการที่ ๕ ในกรณีของผู้ถูกดําเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งในขณะนี้ ก็ปรากฏว่าศาลยกฟ้องในหลายคดี เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องเยียวยาให้กับคนซึ่งได้รับ ความไม่เป็นธรรมจากกรณีที่เกิดขึ้น
ประการที่ ๖ ท่านพูดถึงบางเรื่อง ซึ่งผมขออนุญาตผ่านเลยไปก็แล้วกัน ผมคิดว่าไม่น่าจะดีต่อการอภิปรายของผมนะครับ
ประการต่อมา คือท่านให้เสนอการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน เพราะว่า วิธีการพิจารณาการยุติธรรม ถ้าหากว่าเราใช้การยุติธรรมที่เข้มงวดเกินไป ก็อาจจะส่งผล ที่ไม่ดีต่อการปรองดอง เพราะฉะนั้นท่านก็เลยเสนอว่า ให้หลักความยุติธรรมในระยะ เปลี่ยนผ่านและความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาเป็นกลไกในการเสริมสร้างกระบวนการ ยุติธรรมกระแสหลัก
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า รัฐบาลเราได้ตอบรับ และดําเนินการตามคําเสนอของ คอป. ไปเรียบร้อย แล้วก็ที่ผมสนับสนุนทั้งนี้เนื่องจาก ผมสนับสนุนรัฐบาลในเรื่องนโยบายปรองดอง ดังข้อที่ ๑ นี่นะครับ เป็นนโนบายเร่งด่วน สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และฟื้นฟูประชาธิปไตย ซึ่งมีข้อย่อย ๓ ข้อ ผมคงไม่ลงสู่รายละเอียดเกรงว่าจะเป็นการเสียเวลาของที่ประชุม
ดังนั้นโดยสรุปแล้วก็คือว่า ผมสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ปรองดอง แล้วก็ขณะเดียวกันก็สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และสนับสนุนมติของ ครม. ที่ได้มีมติไปเรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ
ท่านสนองครับ มีคนประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตใช้ สิทธิพาดพิงที่เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไป กล่าวหารัฐบาลที่ผ่านมาคือ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยเฉพาะกล่าวหาว่ามีคําสั่งที่ให้ยิงประชาชน ๒ มือเปล่า ผมขอทําความเข้าใจสักนิด
อย่างนี้ครับ เมื่อกี้นี้ผมได้วินิจฉัยแล้วขอให้เขาหยุดการอภิปรายไว้แล้วนะครับ ถ้าให้ตอบโต้ เดี๋ยวจะยาวอีกคุณหมอ
ผมไม่ได้จะโต้ตอบในประเด็นที่ทําให้ เกิดความขัดแย้ง เพราะว่าเราเข้าใจได้ว่าอารมณ์ขณะนี้ เราต้องการความปรองดอง ซึ่งกันและกัน แต่ทุกอย่างมันต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธาน
ผมอนุญาตให้ ๒ นาทีครับ
ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมมีโอกาสได้ฟังคําสรุปของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ของท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ในที่ประชุมพรรค ท่านย้ําไว้ชัดเจนว่าการชุมนุมของพี่น้องประชาชนเป็นสิทธิ ของประชาชน แล้วก็รัฐบาลมีนโยบายในการที่จะให้ใช้กองกําลังของเจ้าหน้าที่ไม่มีการใช้อาวุธโดยเด็ดขาด ในช่วงต้น ผมจะต้องย้ําว่าในช่วงต้นรัฐบาลให้ใช้แค่โล่กับกระบองเท่านั้นเอง แต่เหตุการณ์ จุดพลิกผันมันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ท่านประธานคงจําได้ว่าผู้ที่เสียชีวิตรายแรก ๆ คือกําลังพลทหาร ผมเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ พันเอก ร่มเกล้าที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ วันนั้น และเราก็ทราบนะครับว่ามีกองกําลังชุดดําเกิดขึ้นจริง ที่ทําให้ทหารเสียชีวิตวันนั้น ๔-๕ ราย และมีทหารจํานวนไม่น้อยประมาณ ๒๐๐ กว่านายที่บาดเจ็บหลายคนสาหัส เมื่อเกิดเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน
คุณหมอครับ ก็มีประท้วงอีกละครับ คุณหมอหยุดก่อนนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องการสรุป เลยครับ สรุปนะครับว่าสิ่งที่กล่าวหาผมอยากให้ยืนบนพื้นฐานความเป็นจริง และยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้สู้กับประชาชน
พอแล้วครับ
สู้กับกองกําลังที่ติดอาวุธ
ครับ ถ้าอย่างนั้นก็จะไม่จบสักที เชิญคุณก่อแก้วครับ
ท่านประธานครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง นะครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ที่ท่านอภิปรายไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
คืออย่างนี้ครับคุณก่อแก้วครับ ผมขอให้เขาหยุดแล้วครับ ผมว่าน่าจะพอแล้วครับ อยากให้ คุณสนองต่อไปเพื่อความปรองดองครับ
ถ้าท่านประธานบอกให้หยุด ผมก็ยินดีครับ
เชิญ คุณสนองครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กระผมเป็นคนหนึ่งที่รับรองญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อความปรองดอง แห่งชาติ ท่านผู้มีเกียรติครับ
ประการแรกเป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยของเรานั้นเราต้องเสียโอกาสจาก การขัดแย้งในทางการเมืองของบรรดาพี่น้องประชาชนคนในชาติของเรามาเป็นเวลานาน พอสมควร ต้องยอมรับในความเป็นจริงว่าถ้าจะพูดถึงความขัดแย้งเราไปตัดเอาครึ่งเดียว ก็คือมักจะพูดว่าความขัดแย้งที่มันเกิด เกิดเพราะการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งมันไม่ใช่ครับ ก่อนหน้านั้นก่อนที่จะถึงมีการปฏิวัติในวันที่ ๑๙ กันยายน มันก็มีเหตุเกิดขึ้น ก่อนหน้านั้นแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ นะครับ มันก็เริ่มมีเหตุ มีการสร้างความแตกแยกให้แก่ บรรดาพี่น้องประชาชนมาเริ่มตั้งแต่บัดนั้น พอมาถึงในวันที่ ๑๙ กันยายน มันเป็นของช่วงที่ ค่อนข้างจะปลายเหตุแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยของเรา เราได้รับ การรับรองจากสังคมโลกว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม ในอดีตที่ผ่านมาคนที่มาเมืองไทยนั้นมาแล้ว ต่างก็ประทับใจในอัธยาศัยของคนไทย ว่าเราเป็นคนที่มีเหตุมีผลถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไปไหน มาไหนเราก็มีความภาคภูมิใจครับว่าคนไทยของเรานี้เป็นหนึ่งเดียว กระผมเอง มีส่วนร่วมในการต่อสู้ตั้งแต่สมัยความคิดเห็นทางการเมืองของคนบ้านเราแตกแยกในสมัยที่ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ปี ๒๕๑๙ มีการแตกแยกทางความคิด ซึ่งเราเชื่อว่าลัทธิคอมมิวนิสต์นั้น เป็นลัทธิที่จะเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง ก็มีการต่อต้าน มีการที่จะออกมาต่อสู้กับลัทธิ ดังกล่าวนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมถือว่าวันนั้นความแตกแยกของคนไทยเรานั้น ถ้าจะมาเทียบกับวันนี้ผมว่าวันนี้ประเทศชาติของเราเสียหายมากกว่า จาก ๕-๖ ปี ที่เราเห็นวันนี้สังคมของไทยเราเปลี่ยนไป ผมเดินทางไปหลายจังหวัด เมื่อก่อนนี้ เราภาคภูมิใจครับ ไปตรงไหนอย่างน้อย ๆ เรามีธงอยู่ผืนเดียวก็คือธงไตรรงค์ แต่วันนี้ บางหมู่บ้านบางแห่งธงไตรรงค์ไม่ใช้ไปใช้ธงสีอื่นประดับหมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งผมดูแล้วมันเป็น เรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในสังคมไทย เราต้องยอมรับในความเป็นจริงอยู่อย่างหนึ่งว่าผลของ การที่พี่น้องประชาชนมีความคิดเห็นที่ไม่ถูก ที่รับกันไม่ได้ต้องมาแตกแยกกันนั้น แน่นอนครับ การเมืองเป็นหลัก มาจากการเมืองนี่แหละครับ เพราะฉะนั้นมาถึงวันนี้ผมจึงเมื่อมีญัตติเสนอความปรองดองขึ้นในสภา ผมจึงเห็นว่า สภาแห่งนี้เมื่อเหตุมันเกิดจากการเมืองก็ควรจะให้การเมืองของเราเข้าไปมีส่วนร่วม ที่จะพิจารณา ทําอย่างไรเราจะสร้างความปรองดองของคนในชาติได้ ท่านประธานที่เคารพครับ แน่นอนครับหลายครั้งหลายหนกับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นมีทั้งหนัก มีทั้งเบา มีทั้งถูก มีทั้งผิด แต่อย่างไรก็ตามครับผมก็ยังเน้นว่าถ้าเราจะตั้งคณะกรรมการปรองดองขึ้นมาแล้ว ผมเห็นด้วยครับที่เราจะต้องทําความจริงให้ปรากฏ ผมเห็นด้วยครับที่จะต้องให้กระบวนการ ของกฎหมายนั้นได้ดําเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมายอย่างเหมาะสม ถ้าหากว่า เราไม่มีหลักการอะไรเลย วันนี้มันก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร ผลสุดท้ายสักวันหนึ่งเหตุการณ์ อย่างนี้ก็จะย้อนกลับมาคืนครับ ย้อนกลับมาอีกว่าถ้าไม่เห็นด้วยก็สร้างสถานการณ์ขึ้นมา ผลสุดท้ายเราก็ไปนิรโทษ เราก็ไปยกโทษ เหตุการณ์อย่างนี้ความวุ่นวายในชาติบ้านเมือง ก็จะดํารงคงอยู่อย่างนี้ตลอดไป เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยว่าวันนี้ในฐานะที่สภาของเรานั้น มาจากตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทย ควรจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการของสภาแห่งนี้ ได้มาศึกษาร่วมกัน และหาข้อยุติร่วมกัน เพียงแต่ว่าคนที่จะหาข้อยุติร่วมกันเป็น คณะกรรมาธิการก็ดี หรือคนที่มีส่วนร่วมในสภาแห่งนี้ก็ดี ต้องกราบขอความกรุณาว่า ถ้าเราจะเรียกร้องหาความปรองดองนั้น ประการแรก ต้องมาจากหัวใจของพวกเรา อย่างแท้จริง ต้องมาจากหัวใจอย่างแท้จริงครับ ไม่ใช่ปรองดองแต่ปากนะครับ หรือต้องมาจาก การกระทําที่กลั่นมาจากหัวใจว่า เราพร้อมที่จะยอมรับให้ประเทศชาติของเรานั้นเดินไปสู่ ความสงบและสันติวิธี
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งที่วันนี้ที่ผมสนับสนุน ผมถือว่าส่วนหนึ่งนั้น ก็มาจากเหตุการณ์บ้านเมืองของเราที่พี่น้องประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อน สิ่งหนึ่ง ที่เป็นคนไทยของเราครับ สุดท้ายเรากลับมารักกันได้ สามัคคีกันได้ ก็คือยามที่ภัยพิบัติมาถึงตัว ท่านประธานครับ วันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเกิดอุทกภัยค่อนประเทศ เมื่อกี้นี้ท่านผู้มีเกียรติ ได้อภิปรายแล้วบอกว่า คนในซอยเดียวกันเมื่อก่อนนี้สวมเสื้อคนละสี แต่พอน้ําท่วม มานั่งเรือลําเดียวกัน มาช่วยกันแก้ไขบรรเทาความทุกข์ความเดือดร้อนซึ่งกันและกัน นั่นเป็นนิมิตหมายที่ดี ท่านจะเห็นได้ว่าหลังจากเกิดอุทกภัย วันนี้พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศครับ เราลืมสีไปชั่วขณะหนึ่ง วันนี้เราลืมครับ จะเห็นว่าพี่น้องในชนบทเขตที่น้ํา ไม่ท่วมก็บริจาค พากันบริจาคเอามาช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน จังหวัดบุรีรัมย์บ้านผมครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น เทศบาล ไม่ว่าจะเป็น อบต. แค่ติดรถเอาเครื่องขยายเสียงไปประกาศในหมู่บ้าน บอกว่า ขอเชิญชวนพี่น้องบริจาคข้าวสารอาหารแห้งเอาไปช่วยพี่น้องประชาชนที่ประสบ เคราะห์กรรมจากน้ําท่วม ตําบลหนึ่งได้หลายคันรถครับ ในเขตเทศบาลออกถนนไม่ถึงสาย ได้เต็มรถแล้วครับ ก็ได้บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องมาก อีกส่วนหนึ่งนอกจากนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ก็นําแม่ครัวพ่อครัวมาปรุงอาหารดูแลพี่น้อง ในกรุงเทพมหานคร ๗ วันด้วยกัน แม้กระทั่งว่าสิ่งที่คนบุรีรัมย์มี ที่มีความภาคภูมิใจอย่าง ทีมฟุตบอลนะครับ บุรีรัมย์ พีอีเอ บุรีรัมย์ เอฟซี เราก็มีส่วนร่วมครับ ฯพณฯ เนวิน ชิดชอบ ในฐานะประธานสโมสรก็ได้จัดทําเสื้อของบุรีรัมย์ พีอีเอ เพื่อขายให้กับ สมาชิกและท่านที่ชื่นชอบกับกีฬาฟุตบอล แล้วก็นําเงินรายได้ทั้งหมดส่งมาช่วยผู้ประสบ อุทกภัย ตัวหนึ่ง ๔๐๐ บาท ขายได้เท่าไรไม่หักต้นทุนครับ ส่งมาช่วยน้ําท่วมหมด คนบุรีรัมย์ ก็ช่วยกันซื้อ ช่วยกันสนับสนุนเห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมเห็นว่าเมื่อคนไทยของเรา กําลังลืมสี กําลังมีความรัก มีความเอื้ออาทรต่อกัน ประกอบกับนโยบายของรัฐบาล รัฐบาลนี้ ก็มุ่งเน้นถือว่าเป็นนโยบายที่มีความสําคัญครับที่จะสร้างความปรองดองให้คนในชาติ โอกาสนี้ผมจึงมองเห็นว่าเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่เราจะได้มาร่วมกันสานฝัน สร้างความปรองดองให้คนในชาติของเราเพื่อนําประเทศชาติบ้านเมืองของเราไปสู่ความสงบ เรียบร้อย เมื่อไรถ้าเราไม่มีความสงบเรียบร้อยเราอย่าไปหวังเลยครับที่จะไปแข่งกับ ชาติบ้านเมืองอื่น วันนี้หลายท่านพูดแล้วว่าเมืองไทยของเราเคยเป็นหนึ่งในอาเซียน ตอนนี้ แทบจะหาที่ยืนไม่ได้แล้ว เมื่อก่อนเราเคยมีความภาคภูมิใจว่าเรายังมีความก้าวหน้า มีความเป็นผู้นําในชาติอาเซียนด้วยกัน วันนี้เรากลับไปยืนอยู่ในจุดไหน แม้กระทั่ง ประเทศเวียดนาม ถ้าเรายังขัดแย้งแตกแยกกันอยู่อย่างนี้ ผมว่าไม่กี่ปีข้างหน้าเราก็จะต้อง ตามหลังเขาอีกเช่นเดียวกัน ตรงนี้ละครับในฐานะที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายในสภาแห่งนี้ เราต้องยอมรับในความเป็นจริงว่าส่วนหนึ่งความแตกแยก ของสังคมที่เกิดขึ้นมานั้นเกิดขึ้นมาจากการเมือง วันนี้เราทะเลาะกันพอแล้วหรือยังครับ เราสร้างความเสียหายให้กับชาติบ้านเมืองพอแล้วหรือยังครับ ถ้าท่านคิดว่าวันนี้พอแล้ว ถ้าวันนี้ท่านคิดว่าบ้านเมืองเสียหายมากแล้ว ถ้าท่านคิดว่าวันนี้พี่น้องคนไทยควรจะมีชีวิต เป็นปกติสุขแล้ว ผมอยากเรียกร้องให้ทุกคนหันเข้ามาสร้างความสมานฉันท์หาวิธีการที่จะ ปรองดองเพื่อนําความผาสุกมาสู่พี่น้องประชาชน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการ ที่เราจะตั้งขึ้นมานั้นจะพูดกันด้วยเหตุด้วยผล นําเหตุผลไปประมวลเพื่อหาข้อยุติเพื่อให้ได้ ทางออกที่ดีที่สุด บางครั้งเราต้องลดทิฐิลงบ้าง ไม่มีเหตุผลของใครจะถูก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่มีใครที่จะผิดไปทั้งหมด อะไรที่มันรับกันได้ทั้ง ๒ ฝ่าย ยินยอมกันได้ เห็นว่าถ้ามันทํา ไปแล้วจะเกิดเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ผมสนับสนุนครับที่จะให้คณะกรรมาธิการ และสภาแห่งนี้ได้ดําเนินการตามวิถีของประชาธิปไตยเพื่อนําความสงบสุขมาสู่สังคม และบ้านเมืองของเรา ขอบพระคุณครับ
ท่านอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอ สนับสนุนญัตติของท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ได้เป็นผู้เสนอในเรื่องของญัตติ ความปรองดอง ซึ่งเป็นข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ ในขณะนี้ ซึ่งสภานี้ได้รับมาพิจารณา สําหรับผมนั้นก็อยากจะเสนอว่าวันนี้เราต้องถาม พี่น้องประชาชนและถามพวกเรานะครับว่าเราจะตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินได้อย่างไร ก่อนที่จะไปสู่เรื่องความปรองดอง เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน ของเรานั้นเราจะต้องมารักกัน มาสามัคคีกัน มาให้อภัยซึ่งกันและกัน เราจะไม่พูดในอดีต เราจะพูดในปัจจุบันในเรื่องของความปรองดองในวันนี้นะครับ
เรื่องแรก หลายคนที่บอกว่ามีการแบ่งแยก จริง ๆ แล้วประเทศไทยของเรา เป็นประเทศไทย ก็มีจังหวัด มีอําเภอ มีตําบล มีหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นก็เป็น ประเทศไทย ซึ่งไม่เป็นการแบ่งแยกแม้แต่อย่างใด ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนในเรื่องของ ความปรองดองเป็นอย่างยิ่ง และการเยียวยา หลายคนที่พูดในเรื่องของเยียวยา ในเรื่องของบาดหมางทางการเมืองเราจะไม่พูดกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ก็อยากจะพูดถึงเรื่องความปรองดองที่จะให้สภาของเรานั้นเป็นสภา ที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่พี่น้องประชาชนเลือกผู้แทนราษฎรมาทําหน้าที่แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ในขณะนี้ภัยพิบัติต่าง ๆ ก็มาถึงประเทศไทยเรา ทําให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน และวันนี้ ในสภาของเราก็ได้ร่วมกันพิจารณาหลายสิ่งหลายอย่างนะครับ ดังนั้นถ้ามาสู่ความปรองดอง ก็อยากจะให้ในสภาแห่งนี้มีความรัก มีความสามัคคีกัน เรากินข้าวหม้อเดียวกันครับ เราไม่อยากจะเห็นพี่น้องประชาชนได้ดูการถ่ายทอดทีวีก็ดี มีการยื่นประท้วง มีอะไรต่าง ๆ หลายสิ่งหลายอย่างที่พี่น้องประชาชนได้เห็น เพราะฉะนั้นเราอยากจะเห็นว่าผู้แทนราษฎรนั้น เป็นแบบอย่างของพี่น้องประชาชน ที่มาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน มาอยู่ในสภา ณ แห่งนี้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนได้มองเห็น ดังนั้นนี่นะครับที่จะไปสู่ถึง ความปรองดองตามที่ทุกท่านหลายคนได้อภิปรายหลายสิ่งหลายอย่างนะครับ แต่ท้ายสุดนั้น ก็จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการที่จะมาพิจารณาในเรื่องของความปรองดองให้ดีที่สุด เพื่อที่จะ ได้นําพาประเทศชาติของเราไปสู่ความเจริญมั่งคั่งอยู่ดีมีสุขในอนาคต นี่คือเจตนารมณ์ ในเรื่องของความปรองดองตามที่ท่านผู้ได้เสนอญัตติขึ้นมา สําหรับผมคนหนึ่งครับที่ได้มองเห็น ถึงความสําคัญของเรื่องความปรองดองของคนในชาติ ความปรองดองของในสภาผู้แทนราษฎร นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมคงจะเห็นได้ว่าในสภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นจะมี ความปรองดอง จะมีความรัก มีความสามัคคีกันมากขึ้น จะเป็นแบบอย่างให้กับ พี่น้องประชาชนได้ฟังได้ยิน ในอดีตที่ผ่านมาคงไม่มี ณ วันนี้จะเริ่มต้นกันต่อไปนะครับ และผมก็อยากจะฝากไว้ ๓ ประการ คือ ความดี ก็อยากจะให้สภาผู้แทนราษฎรนั้นได้เริ่ม จากความปรองดอง คือคิดดี ในเรื่องที่ ๒ ก็คือทําดี และประการที่ ๓ คือการพูดดี ทั้งหมดนี้ ผมอยากจะฝากไว้ ๓ ประการ ที่จะนําไปสู่ความปรองดองในคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาในโอกาสต่อไป
ท้ายนี้ผมก็ขอสนับสนุนญัตติตามที่ท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ได้นําเสนอในสภาผู้แทนราษฎรในโอกาสต่อไป ผมขอสนับสนุนญัตติดังกล่าวต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตแบ่งปันความคิดและความรู้สึกจริง ๆ นะคะ ถ้าหากจะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา อยากจะบอกอย่างนี้จริง ๆ ว่า ไม่แน่ใจเลยค่ะว่าดิฉันควรจะ สนับสนุนไหม ด้วยเหตุที่ว่าประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมานั้น เมื่อ ๒ ปี ๓ ปีที่แล้ว ซึ่งได้มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ทํางานกันหามรุ่งหามค่ํา แล้วในท้ายที่สุดเกิดอะไรขึ้น วันนี้ความคิดของทุกคนก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้ปรับเปลี่ยนจากจุดไหนไปจุดอื่นเลยนะคะ นั่นก็ประเด็นที่ ๑
ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ความเป็นจริงในโลกนี้เวลาเกิด มีความขัดแย้งกันอย่างมากมาย คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งกันและกันยากนักหนา ที่จะปรองดอง โดยหลักแล้วเขาถึงได้พยายามจะหาคนที่ไม่ได้มีความเกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับ เรื่องเหล่านี้มาเป็นตัวหลักในการที่จะเดินหน้าเรื่องของความปรองดอง ยกเว้นเสียแต่ว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นบรรลุสัจธรรมแล้ว แล้วก็สามารถเดินหน้าต่อไปในเรื่องความปรองดองได้
ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตแบ่งปันเรื่องข้อคิดเห็นตรงนี้นิดหนึ่ง ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนี่นะคะ ต้องยอมรับว่าอย่างนี้ความขัดแย้งในทางความคิดที่อยู่ในสังคม ต้องถือเป็นเรื่องปกติค่ะ ท่านประธานคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมประชาธิปไตยที่คนนั้น เห็นแย้งกันได้ และไม่เพียงแต่เห็นแย้งเท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นเหล่านั้น ที่ไม่เหมือนกันได้ เพียงแต่ว่าในสังคมประชาธิปไตยที่ควรจะเป็นนั้น วิธีการนําเสนอความคิด ที่แย้งกันหรือไม่เหมือนกันนั้น ก็ต้องไม่ใช้ความหยาบคาย แล้วก็ต้องเสนอกันไป อย่างตรงไปตรงมา ท่านประธานคะ ถ้าท่านประธานจะจําได้ในช่วงที่เขียนร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นนี่นะคะ ทุกคืนในช่วง ๘ เดือนนั้นรายการโทรทัศน์จะมีการเชิญคน ๔-๕ คน นั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกัน แล้วก็วิพากษ์สาระในแต่ละเรื่องที่จะบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ และคนที่นั่งอยู่บนจอเดียวกันนั้น ก็ไม่ได้มีความคิดเห็นเหมือนกันเลย นั่นละค่ะเป็นช่วงที่ดิฉันมีความหวังมากที่สุดกับเรื่องของ ประชาธิปไตยในสังคมไทย เพราะคนที่นั่งฟังอยู่ที่บ้านก็ฟังในเวลาเดียวกัน ว่าคนที่เห็นอย่างหนึ่ง คนที่เห็นอีกอย่างหนึ่ง หรือคนที่เห็นอีกหลาย ๆ อย่างเขาเห็นกันอย่างไร และมีข้อเหตุผล สนับสนุนกันอย่างไร ดิฉันไม่เคยเห็นใครไปตีหัวกัน ไม่เคยเห็นใครด่าหยาบคาย ไม่เคยเห็น ใครไปทําร้ายซึ่งกันและกัน ทั้ง ๆ ที่มีความคิดเห็นต่างกันมากเหลือเกิน ในตอนช่วง ร่างรัฐธรรมนูญนั้น กระบวนการตอนนั้นละค่ะมันน่าที่จะสืบเนื่องดําเนินการต่อมาจนถึงวันนี้ ได้นะคะ
ในประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันคิดว่าเป็นข้อเท็จจริงที่อาจจะต้องทําความเข้าใจ ตรงกัน หรืออย่างน้อยดิฉันก็ขออนุญาตแบ่งปันก็แล้วกันนะคะ ในเหตุการณ์ชุลมุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะไปดูฟุตบอล ไม่ว่าจะไปดูกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมทางการเมืองอะไรก็แล้วแต่ ท่านประธานคะ ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าการควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ภายใต้ความปรารถนา ของใครก็แล้วแต่มันยากมากเหลือเกิน เพราะเกิดอะไรขึ้นนิดหนึ่งก็ควบคุมได้ยากเสียแล้ว และต้องยอมรับความเป็นจริงว่าในเหตุการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นนั้นจะสามารถถูกมองจาก มุมได้หลายมุม และในหลายครั้งในประวัติศาสตร์ก็บ่งบอกว่าไม่อาจที่จะเสาะแสวงหา ข้อเท็จจริงได้เลยก็เป็นไปได้ด้วยเหมือนกันนะคะ
ในประเด็นที่ ๓ ดิฉันอยากจะบอกว่าการปรองดองมันเกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อมีการใช้ความรุนแรง ความรุนแรงที่นี้ดิฉันไม่ได้หมายถึงการทําร้าย ร่างกายแต่เพียงอย่างเดียว แต่การใช้วาจาอันหยาบคาย กระแนะกระแหน เสียดสีอย่างนี้ มันก็ดึงส่วนไม่ดีของพวกเราทุกคนกันออกมา ดิฉันเชื่อโดยสุจริตใจว่ามนุษย์ทุกคน พวกเราทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ฐานะใดก็ตามมีทั้งส่วนดีและส่วนไม่ดี ปัญญาของเรา ที่ควรจะใช้ก็คือทําอย่างไรถึงจะดึงเอาพลังสร้างสรรค์ของทุกคนนั้นออกมากองรวมกัน เพื่อที่จะขับเคลื่อนประเทศ ขับเคลื่อนสังคม ขับเคลื่อนสภาให้เดินไปข้างหน้า สามารถทําหน้าที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยได้อย่างแท้จริง เพื่อผลประโยชน์ของ พี่น้องปวงชนชาวไทยจริง ๆ เพราะฉะนั้นความรุนแรงตรงนี้ละค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคําพูด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทําร้ายร่างกาย และหรืออื่น ๆ ต้องทําไม่ได้ กองกําลังทหารก็ดี กองกําลังติดอาวุธก็ดีอย่างนี้เราก็ต้องดูแล้วละค่ะว่าการชุมนุมทั้งหลายที่บอกกันว่า ชุมนุมโดยสันตินั้นเป็นจริงหรือไม่ เพียงใด ดิฉันเชื่อจริง ๆ โดยสุจริตใจว่า หากผู้ชุมนุม ชุมนุมกันโดยปราศจากอาวุธและสันติ ดิฉันเชื่อว่าไม่มีทหารคนไหนละค่ะที่อยากจะออก และไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่อยากจะต้องใช้วิธีการอื่น ๆ ดิฉันเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ แต่เมื่อ ความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้นก็ต้องว่ากันไปนะคะ
ในประเด็นถัดมาท่านประธานคะ เวลาเราพูดถึงประชาธิปไตยแล้วก็กล่าวหาว่า บางพรรคการเมืองไม่เชื่อไม่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ดิฉันคิดว่าตรงนี้อาจจะมีความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนและไม่ตรงกัน สําหรับดิฉันเองคิดว่าส่วนที่น่าจะต้องเน้นกันก็คือ เรื่องการเคารพสิทธิและเสรีภาพนั่นประเด็นหลัก ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องของการปฏิบัติตาม กติกาตัวบทกฎหมายที่อยู่ในสังคม หากเราคิดว่ากฎหมายนั้นไม่ดี ก็ต้องมาร่วมกัน พินิจพิจารณาแก้ไขกันไปโดยวิถีทางที่ควรจะเป็น
ประเด็นที่ ๓ ซึ่งเป็นเรื่องที่สําคัญมากเลย ดิฉันเชื่อว่าตรงนี้ละค่ะที่หลายคน อาจจะพลาดก็คือ ในสังคมประชาธิปไตยต้องมีการถ่วงดุลในการใช้อํานาจ ไม่ว่าเราจะได้ เสียงสนับสนุนมากน้อยเพียงใดก็ตาม และไม่ว่าท่านจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ในจํานวนเท่าไรก็ตามที่ให้ใช้อํานาจ แต่การใช้อํานาจตรงนั้นก็ต้องอยู่บนความชอบธรรม และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ตรงนี้ละค่ะที่ต้องเชื่อเลยว่า ไม่ว่าเราจะได้เสียงสนับสนุนมาก อย่างไรก็ตาม ต้องเปิดให้กลไกการตรวจสอบการใช้อํานาจเกิดขึ้นได้จริง ดิฉันคิดว่าในช่วง หลายปีที่ผ่านมาสภาเราไม่มีโอกาสในการที่จะตรวจสอบการใช้อํานาจของนายกรัฐมนตรี และนั่นเป็นแรงผลักดันทําให้เกิดการตรวจสอบที่อยู่นอกสภา เมื่อการตรวจสอบอยู่นอกสภา ท่านประธานคะ ยากมากเลยที่จะควบคุม เราอยู่ในสภา ถ้าดิฉันพูดหยาบท่านประธานก็บอกให้หยุดพูด ดีไม่ดีก็ให้ดิฉันออกไปข้างนอกเลย ท่านทําได้ แต่นอกสภาท่านจะไปสั่งใครคะ ไม่มีใครสั่งใครได้ละค่ะ อันนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ละค่ะ ในข้อเสนอแนะเมื่อสักครู่นี้ที่มีการพูดกันถึงเรื่องของเหตุการณ์ของปี ๒๕๕๓ ท่านประธานคะ ถ้าพูดต้องพูดให้หมดเหมือนกับที่ท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ พูด ปี ๒๕๕๒ รถซึ่งนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยเกิดขึ้นได้อย่างไรคะ ถูกทุบขนาดนั้น ดิฉันไม่เคยเห็น ผู้นําประเทศที่เกิดอย่างนี้ ไม่เคยเห็น ไม่เคยเห็นจริง ๆ หวั่นใจ การใช้ความรุนแรงอย่างนี้ต้องยุติ ท่านประธานคะ ดิฉันมีข้อเสนอแนะใน ๒ เรื่องด้วยกันจะฝากท่านกรรมาธิการ ถ้าจะมีนะคะเกิดขึ้นมา คือต้องช่วยกันคิดหาวิธีหยุดยั้งพฤติกรรมต่าง ๆ ที่จะนําไปสู่ความแตกแยก ดิฉันหารือกับ ท่านประธานมาสองครั้งสองหนแล้วนะคะ ในเรื่องของการหยุดยั้งพฤติกรรมที่นําไปสู่ ความแตกแยก ไม่ว่าจะเป็นการตั้งหมู่บ้านสีแดง อําเภอสีแดง จังหวัดสีแดง หรือแม้แต่ สื่อสีแดง ดิฉันคิดว่าการที่ทําให้คนจะต้องฟังเรื่องเดียวคนละข้าง คนละสี ไม่มีวันที่จะ เคยได้รับฟัง ๒ เรื่องที่ต่างกัน และอย่างนี้ไม่มีวันที่จะปรองดองกันได้เลย
ในส่วนที่ ๒ ดิฉันคิดว่าอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานฝาก ไปยังคณะกรรมาธิการถ้าจะมี หรือไม่อย่างนั้นก็ไปถึงผู้นํา ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเขียนไว้เลย เป็นนโยบายเร่งด่วนเพื่อจะสร้างความปรองดอง และท่านก็ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าท่านจะใช้ ความเป็นผู้หญิงนําทุกคนเข้าสู่ความปรองดอง ดิฉันก็เชื่อจริง ๆ ว่าท่านจะใช้ได้และดิฉัน ก็เชื่อเหมือนกันว่าผู้หญิงจะมีโอกาสสร้างความปรองดองได้ดีนะคะ เพราะท่านก็พูดเองว่า ผู้หญิงนั้นมีความนุ่มนวล ท่านประธานคะ ผู้นําจะต้องทําในทุกวิถีทางที่จะต้องโน้มน้าว จูงใจ ผู้สนับสนุน หรือผู้ติดตามให้ยุติพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านั้น การเป็นผู้นําคงจะอ้างไม่ได้ว่ายุติ หยุดยั้งไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเป็นผู้นําไม่ได้ ท่านประธานคะ สุดท้ายดิฉันอยากจะ บอกก็คือว่า วันนี้ดิฉันเสียใจจริง ๆ ที่สภามีมติไม่รับญัตติเรื่องของปัญหาราคายาง ซึ่งเป็น ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนกว่า ๖๐ จังหวัด ดิฉันก็ต้องขอแสดงความเสียใจไว้ด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราก็จะพยายามต่อไป เพราะเราถือว่าการดูแลปัญหาพี่น้องประชาชนนั้น เป็นเรื่องใหญ่ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่าน ก่อแก้ว พิกุลทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ วันนี้ผมดีใจ ที่ได้เห็นเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตที่เอ่ยนาม พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้า พรรคมาตุภูมิ ท่านได้นําเสนอเรื่องญัตติการปรองดองเข้ามาให้สภาได้พิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น ผมเองต้องขอบคุณท่านที่ท่านได้พยายามแก้ไขปัญหา ครั้งหนึ่งท่านเองได้ตัดสินใจพลาดในการทําการยึดอํานาจ วันนั้นผมเชื่อว่าท่านเอง ก็ไม่มีเจตนาที่เห็นบ้านเมืองมาถึงจุดนี้ แต่วันนี้บ้านเมืองมาถึงจุดนี้ท่านเองเมื่อมีโอกาสเข้ามา นั่งในสภาก็พยายามที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อประเทศไทยนั้นได้กลับไปสู่ในจุดที่มันควรจะเป็น อีกครั้งหนึ่ง วันก่อนตอนที่ท่านเองได้ยึดอํานาจพวกผมเองก็ได้ตําหนิติเตียนท่าน หลาย ๆ ครั้งในเวทีปราศรัย วันนี้ในสภาแห่งนี้ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่านนะครับ ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งเมื่อทําอะไรผิดพลาดไปแล้วถ้ามีโอกาสแก้ไขก็จะช่วยกันแก้ไข และต้องกราบขอบคุณหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกันที่ท่านได้เสนอญัตติเรื่องนี้เข้ามาคู่กัน เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นเป็นความหวังของประชาชนในการช่วยแก้ปัญหาของ บ้านเมือง ท่านประธานครับ ต้องยอมรับวันนี้บ้านเมืองอยู่ในสภาพที่แตกแยกอย่างที่ ไม่เคยเป็นมาก่อน มีความแตกแยกทุกระดับ ระดับชาติ ระดับจังหวัด ระดับอําเภอ ระดับหมู่บ้าน ระดับตําบล แม้กระทั่งในครอบครัว สามีภรรยาเมื่อก่อนนี้รักใคร่กันดี วันนี้คนหนึ่งชอบหน้าเหลี่ยม คนหนึ่งชอบหน้าหล่อ ก็หันหลังให้กันไม่นอนกอดกันเหมือนในอดีตแล้วนะครับ เมื่อก่อน กระหนุงกระหนิงจู๋จี๋กันทุกวัน วันนี้ถามตลอดว่าเธอหันมาชอบคนเดียวกับฉันหรือยัง ทุกสิ่งทุกอย่างมันเข้าไปถึงทุกอณูของสังคมนะครับ ก่อให้เกิดความแตกแยกไปหมด เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่หนักใจต่อทุก ๆ คนนะครับ ผมเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งก็ไม่สบายใจอย่างยิ่ง ปัญหาเรื่องนี้ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขประเทศไทยเดินหน้าไปไม่ได้ครับ ประเทศไทยยากที่จะ ก้าวไปข้างหน้า ยากที่จะพัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ ประเทศไทยยากที่จะทําให้ สังคมมีความสุขอีกครั้งหนึ่งถ้าจิตใจของคนไทยยังมีความรู้สึกเช่นนี้อยู่ ท่านประธานครับ ๕ ปีมาแล้วที่ประเทศไทยตกอยู่ในหลุมดําของความขัดแย้ง และยังไม่สามารถก้าวพ้น หลุดจากหลุมดํานี้ไปได้เลย ท่านประธานครับ วันนี้โชคดีที่เรามีรัฐบาลจากพรรคเพื่อไทย ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านเองก็มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อน เรื่องนี้ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้สังคมนั้นได้กลับคืนสู่ความสุข ความรัก ความสามัคคี อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับนะครับว่าประเทศไทยเป็นประเทศ ที่มีศักยภาพเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านหลาย ๆ ประเทศ แต่ยอมรับเหมือนกันว่า วันนี้ประเทศไทยได้พลาดโอกาสในการพัฒนาตัวเอง ยิ่ง ๕ ปีหลังนั้นเราติดอยู่ในกับดักของ ความแตกแยก ขัดแข้งขัดขากันเองนั้นทําให้ประเทศไทยพลาดโอกาสในการขับเคลื่อน พัฒนาตัวเอง ผมมาดูตัวเลขรายได้ของประชากรต่อหัว เมื่อตัวเลขปีล่าสุดจีดีพี เปอร์ แคพพิต้า (GDP per capita) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับปรุงตามราคาสินค้าภายในประเทศแล้ว จาก ๑๐๐ กว่าประเทศเกือบ ๒๐๐ ประเทศ ประเทศไทยเรามีรายได้เฉลี่ยต่อหัว อยู่ลําดับที่ ๘๖ ๙,๒๒๑ เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี หรือประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าไปเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศมาเลเซียอยู่ลําดับที่ ๕๘ ๑๔,๗๔๔ เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๔๓๐,๐๐๐-๔๔๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี ถ้าไปดูเกาหลีใต้เขามีรายได้ต่อคน ต่อหัวประมาณ ๓๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ก็คือ ๙๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี ถ้าไปดูไต้หวัน เขามีรายได้ต่อคนต่อปี ๓๕,๖๐๐ เหรียญสหรัฐ ก็ประมาณ ๑,๐๐๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี แล้วก็ประเทศสุดท้าย ประเทศสิงคโปร์เขามีรายได้ต่อคนต่อปี ๕๖,๗๐๐ เหรียญสหรัฐ ท่านประธานครับ ประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี จะเห็นนะครับว่าประเทศไทย เรามีทรัพยากรธรรมชาติที่เหนือกว่าประเทศเหล่านั้น เราอยู่ในที่ตั้งที่ดีกว่าทุกประเทศ เรามีภูมิอากาศที่ดีกว่าทุก ๆ ชาติ แต่การพัฒนาของประเทศไทยนั้นเรามีปัญหาภายใน ไม่ว่าเราขาดรัฐบาลที่มีศักยภาพ เราขาดผู้บริหารที่มีความต่อเนื่อง แล้วก็เรามีปัญหาล่าสุด คือความแตกแยกในสังคม นั่นคือปัญหาของประเทศไทยที่เราต้องช่วยกันแก้เพื่อทําให้ ประเทศไทยนั้นได้มีโอกาสขับเคลื่อนไปอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศจีน จากประเทศที่ไม่รู้อยู่ลําดับที่เท่าไร แต่วันนี้ประเทศจีนกําลังก้าวมาเป็นประเทศเศรษฐกิจ ลําดับ ๒ ของโลก และอีกไม่นานจีนก็จะก้าวเป็นลําดับ ๑ ของโลก ประเทศมาเลเซีย ประเทศที่เล็กกว่าเรา ทุกอย่างเขาก็ด้อยกว่าเราหมดนะครับ แต่วันนี้มาเลเซียเขาประกาศ แล้วนะครับว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้าเขาจะถีบตัวเองให้เป็นประเทศที่เจริญแล้วนะครับ หลาย ๆ ประเทศเขามีเป้าหมายส่วนตัวในการขับเคลื่อนสร้างความสุขให้กับสังคมเขา แต่ประเทศไทยวันนี้เรายังไม่ไปไหน เรายังอยู่กับที่อยู่ครับ แล้วผมไม่มั่นใจนะครับว่าวันนี้ถ้าเรา ยังไม่ร่วมมือกัน ไม่ร่วมแรงร่วมใจกันเราจะหลุดพ้นตรงนี้ได้หรือไม่ และเราจะถูกทิ้งห่างไปไกล แค่ไหน ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมและทุก ๆ ท่านที่นั่งอยู่ที่นี่เป็นห่วง และมีความปรารถนาที่จะเห็นประเทศไทยนั้นได้เดินหน้าไปอีกครั้งหนึ่ง แต่ท่านประธานครับ การที่เราจะเดินหน้าไปได้นั้นมีทางเดียว คือวันนี้เราต้องทํา อย่างไรก็แล้วแต่ทําทุกวิถีทางทําให้ประเทศไทยนั้นกลับคืนสู่ความปรองดองให้คนไทย กลับมารักกัน สามัคคีกัน ร่วมไม้ร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจ จับไม้จับมือขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยกันเคียงบ่าเคียงไหล่ในการสร้างความสุขให้กับสังคมไทยอีกครั้ง ท่านประธานครับ ในการปรองดองครั้งนี้นั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องดําเนินการ
ประการแรก ก็คือว่าการปรองดองจะสัมฤทธิ์ผลนั้น ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน อย่างเต็มที่ นอกจากอํานาจ ๓ ฝ่ายแล้ว ไม่ว่าฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ เราจําเป็นต้องได้รับความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าองค์กรอิสระ ไม่ว่าภาคเอกชน หรือประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ให้คนเหล่านั้นได้มีส่วนขับเคลื่อนแล้วก็ร่วมใจกัน ในการสร้างความปรองดอง วันนี้เรามีความขัดแย้งอะไรเราก็ควรจะมาหารือกันหาทางออก ร่วมกัน ยอมรับในกติกาที่ตกลงกันแล้วเดินหน้าไปด้วยกัน ทุกฝ่ายต้องมีความจริงใจ ต้องมี ความจริงจังที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ ปีที่แล้วเรามีปัญหาเกิดเหตุการณ์นองเลือด สร้างรอยแผล ในสังคมอย่างหนัก เป็นบาดแผลลึก เป็นแผลใจที่ยากจะเยียวยา รัฐบาลที่แล้วก็บอกกับ สังคมว่าจะเดินหน้าปรองดองอย่างเต็มที่ แต่ท่านประธานครับน่าเสียดายเวลาผ่านมา ปีกว่า ๆ แต่สุดท้ายสังคมก็รับรู้แล้วครับว่ารัฐบาลที่แล้วไม่มีความจริงใจในการสร้าง ความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม เป็นการปรองดองเพียงแต่คําพูดเท่านั้นเอง เราจะทําให้ สังคมนั้นมีรอยแผลในใจที่รอการแก้ไขอยู่ ท่านประธานครับ นอกจากการร่วมมือร่วมใจกัน ทุกฝ่ายแล้ว
ประการที่ ๒ ถ้าเราจะเดินหน้าปรองดองนั้น วันนี้เรามีความจําเป็นที่ต้อง เยียวยาการสูญเสียอย่างเร่งด่วน รวมทั้งการฟื้นฟูจิตใจ ๓ ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าการชุมนุมของคน เสื้อเหลือง การชุมนุมของคนเสื้อแดง มีผู้เสียชีวิตจํานวนมาก ฝ่ายเสื้อเหลืองยังมีคนเสียชีวิต ๒ ท่าน ฝ่ายเสื้อแดง ๙๓ ท่าน มีผู้บาดเจ็บจํานวนมาก เสื้อเหลืองบาดเจ็บ ๑๐๐-๒๐๐ คน เสื้อแดงบาดเจ็บมากกว่า ๒,๐๐๐ คน นอกจากนี้มีร้านค้า มีบริษัทธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ก็ได้รับผลกระทบมากมาย ในการยึดสนามบิน มีธุรกิจห้างร้านจํานวนมากที่ส่งสินค้าออก ไม่ว่ากลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่ากลุ่มดอกไม้สด กลุ่มปลาสด ปลาเป็นทั้งหลายแหล่ กลุ่มเหล่านี้เจ๊งล้มละลายกันเป็นทิวเป็นแถว ในช่วงการชุมนุมปีที่แล้วเหมือนกันมีการปิด สี่แยกราชประสงค์ ร้านค้าที่ทําค้าขายแถวนั้นก็ได้รับผลกระทบ ต้องปิดการค้าสักระยะหนึ่ง นอกจากนี้หลายร้านก็ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ ทําให้เกิดเสียหายต่อทั้งตัวสินค้า และตัวร้านค้าเอง ท่านประธานครับ การสูญเสียของคนเหล่านั้นวันนี้เราจําเป็นต้องช่วยกัน เยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบเหล่านั้นได้รู้สึกว่าสิ่งที่เขาสูญเสียอย่างน้อยสังคมพยายามที่จะ ชดเชยชดใช้ให้แก่เขา ถึงแม้การชดเชยชดใช้แก่เขานั้นบางทีเราชดใช้ได้เพียงแค่ตัวเงิน ชดใช้เพียงแค่คําพูด ซึ่งมันไม่สามารถไปเทียบเท่าในสิ่งที่เขาสูญเสียไป แต่ท่านประธานครับ เราก็ต้องช่วยกันครับ ช่วยกันทําเพื่อให้เขารู้สึกว่าสังคมนี้มีความปรารถนา มีความตั้งใจ มีความต้องการให้คนที่สูญเสียเหล่านั้นได้เข้าใจและหันกลับมาช่วยกันในการผลักดันประเทศ ให้ไปข้างหน้าอีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่เขาสูญเสียไปแล้วบางอย่างมันไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ ชีวิตคนไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ คนที่พิการไม่สามารถนําสุขภาพดีกลับคืนมาได้ มีเพียงร้านค้ามีเพียงสินค้าเท่านั้นที่สามารถสร้างใหม่ได้ซื้อใหม่ได้ ท่านประธานครับ แต่คนที่ สูญเสียเหล่านั้นถ้าวันนี้เราชดเชยเยียวยาให้ในระดับที่เหมาะสม ถ้าเราขอโทษเขา ขออภัยเขา คนที่มีส่วนร่วมในการกระทําผิดได้ดําเนินการขอโทษขอโพยให้ครอบครัวผู้สูญเสียได้เข้าใจ สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในใจเขาก็จะได้เบาบางลง เขาได้เข้าใจและหันมาจับไม้จับมือร่วมแรง ร่วมใจคนไทยเดินหน้าไปด้วยกัน ท่านประธานครับ วันนี้เรื่องนี้มีความจําเป็นที่ต้อง ดําเนินการอย่างเร่งด่วนนะครับ การสูญเสียต่าง ๆ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ บางคนก็สูญเสียมา ๓ ปีแล้ว บางคนก็ ๒ ปีแล้ว บางคนก็ ๑ ปีแล้ว แต่ยังไม่มีการ เยียวยาในระดับที่เหมาะสม วันนี้ผมเองก็ต้องกราบเรียนไปยังรัฐบาลผ่านท่านประธาน ขอให้เร่งรัดเรื่องอย่างนี้เต็มที่ เพราะว่าหลาย ๆ คนนั้น หลาย ๆ ครอบครัว เขามีความเดือดร้อนอย่างมาก หลายบริษัทหลายห้างร้านสูญเสีย เจ๊งล้มละลาย บางคนสูญเสียหัวหน้าครอบครัว ไม่มีคนหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ลูกที่เคยเรียนหนังสือ ก็ไม่ได้เรียนนะครับ ภรรยาที่เคยเป็นแม่บ้านวันนี้ก็ต้องมาปากกัดตีนถีบหาเงินเลี้ยงลูก วันนี้คนเหล่านั้นเขาเดือดร้อนเต็มไปหมด ฉะนั้นถ้าเราช่วยกันเยียวยาด้วยความรวดเร็ว และเร่งด่วน อย่างน้อยจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเขาได้ครับ ผมเองอยากจะเสนอเป็น แนวทางซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็แล้วแต่นะครับ สําหรับผม ผมมองว่าวันนี้การสูญเสีย ไม่ว่าเสียชีวิต บาดเจ็บ แล้วก็ธุรกิจร้านค้านั้นควรได้รับ การเยียวยาในระดับเหมาะสมนะครับ ยกตัวอย่างว่า อย่างเสียชีวิตควรได้รับการชดเชย เยียวยารายละ ๑๐ ล้านบาท พิการรายละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พวกธุรกิจร้านค้าที่สูญเสีย ก็ควรได้รับการชดเชยในระดับที่เขาสูญเสียจริง ท่านประธานครับ เรื่องนี้ถ้าเราชดเชย เยียวยาอย่างที่ผมเสนอไปผมคิดว่าจะใช้เงินประมาณ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินตัวนี้ ถ้ามองเป็นตัวเลขก็อาจจะเยอะ แต่ถ้ามองไปถึงระดับคุณภาพของประเทศไทยแล้ว วันนี้ประเทศไทยมีระดับจีดีพีประมาณ ๑๒ ล้านล้านบาท ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แค่ไม่ถึง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ตอนเรายึดอํานาจประเทศไทยสูญเสีย ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนที่เราปิดสนามบินประเทศไทยสูญเสียประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนที่เราปิดสี่แยกราชประสงค์ธุรกิจร้านค้าสูญเสียประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาท ตอนที่รัฐบาลดําเนินการให้มีการสลายการชุมนุมโดยใช้ กําลังทหารใช้เงินระหว่าง ๖,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เราสร้างหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ ที่เป็นบาดแผลของสังคมนําไปสู่ความแตกแยก วันนี้ถ้าเราใช้เงินอีกประมาณ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อไปชดใช้ เพื่อไปเยียวยา เพื่อไปแก้ปัญหา ผมมองว่า มันเป็นเงินที่ไม่มากเลยนะครับ วันนี้เงินท่านประธานครับ ไม่ตายเราหาใหม่ได้ แต่สังคมไทย เราจะปล่อยให้สังคมตายไปกับเรื่องนี้ไม่ได้ครับ เราต้องช่วยกันครับ เราต้องดําเนินการ ทุกวิถีทางในการทําให้ประเทศไทย สังคมไทยเดินหน้าไปได้อีกครั้งหนึ่งนะครับ
ข้อต่อมาครับ ท่านประธานครับ นอกจากการร่วมมือร่วมใจทุกฝ่ายแล้ว นอกจากการเยียวยาการสูญเสียอย่างเร่งด่วนแล้ว ข้อต่อมาที่เราต้องมาช่วยกันคือ เราต้อง ขจัดอุปสรรคในการสร้างการปรองดองครับ ท่านประธานครับ อุปสรรคใหญ่โตที่เป็นปัญหา ที่ผมเองยังหนักใจว่าการปรองดองจะเดินหน้าได้หรือไม่ มันมีสิ่งที่เราต้องดําเนินการควบคู่ กันไป นั่นคือเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายมาตรฐานเดียวครับท่านประธานครับ ที่ผ่านมานั้น ที่สังคมมีความขัดแย้งก่อให้เกิดการเผชิญหน้า สร้างความแตกแยกนั้นสิ่งหนึ่งที่เป็นสาเหตุ ก็คือการบังคับใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐาน วันนี้การบังคับใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐานนั้น ก็ยังไม่จางหายไปนะครับ มีหลาย ๆ เรื่องที่ยังค้างคาใจกันอยู่ เมื่อกี้ท่านเพื่อนสมาชิกก็ได้ อภิปรายให้เพื่อนสมาชิกได้รับฟังกันแล้วนะครับ ซึ่งผมขออนุญาตขอยกตัวอย่างอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือเรื่องการประกันตัวนะครับ วันนี้ยังมีนักโทษการเมืองอยู่ในเรือนจําอีกหลายสิบคน ซึ่งนักโทษการเมืองทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนเสื้อแดงครับ ส่วนคนเสื้อเหลืองวันนี้ที่มีคดี ทั้งหลายก็ได้รับการประกันตัวมาทั้งสิ้น ไม่มีใครอยู่ในเรือนจํา แต่พวกเสื้อแดงยังอยู่ในเรือนจําอีกหลายสิบคน ถ้าศาลยังไม่ให้คนเหล่านั้นได้รับโอกาสต่อสู้คดี ไม่ให้คนเหล่านั้นได้ประกันตัวมา มันก็ยากที่จะไปคุยกับญาติพี่น้องเขาให้ยอมรับในการ ปรองดอง ผมเองก็เป็นห่วงเป็นใยตรงนี้นะครับ อยากให้ทางฝ่ายตุลาการได้เข้าใจและได้ ช่วยกันเพื่อให้สังคมได้เดินหน้าอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ที่ผมเป็นห่วงก็คือเรื่องการตัดสินคดี เมื่อกี้นายแพทย์เหวงก็ได้ยกตัวอย่างชัดเจนนะครับว่ากรณีของคนเสื้อเหลืองนั้นมีความผิด ถูกดําเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ตํารวจ แต่ศาลก็ตัดสินจําคุก ๓ ปี แล้วศาลก็ให้ ความปราณี ให้โอกาสจําเลยนั้นได้มีโอกาสได้กลับคืนสู่สังคมเป็นคนดี ศาลเลยรอลงโทษ โดยการรอลงอาญา ในขณะที่คนเสื้อแดงบางคนผิดแค่ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ศาลตัดสินจําคุก ๖ เดือน ๑ ปี ๑ ปีครึ่ง ไม่รอลงอาญา กรณีเผาศาลากลางผิดจริงหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ว่าศาลได้ ตัดสินลงโทษตั้งแต่ ๒๐-๒๒ ปี ถ้าเทียบข้อหาพยายามฆ่ากับข้อหาพยายามเผา ผมเชื่อว่า ข้อหาพยายามเผาอย่างไรก็เบากว่าครับ ศาลากลางเผาทั้ง ๑๐๐ ศาลากลางก็สร้างใหม่ได้ แต่ทีนี้ตํารวจถ้าตายสักคน ๒ คนเราซื้อชีวิตเขาคืนไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมเองถึงแม้จะ เคารพดุลยพินิจของศาล แต่เวลาสังคมมาเปรียบเทียบ ๒ เรื่องนี้บางทีมันก็ยากที่จะอธิบาย ให้สังคมเข้าใจนะครับว่าทําไมดุลยพินิจของศาลมันจึงมีความแตกต่างกันมาก ผมเองก็อยาก ฝากกราบเรียนไปยังฝ่ายตุลาการเหมือนกันว่า ถ้าสังคมยังไม่เชื่อมั่นในการตัดสินคดี ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมาก มันก็ยากที่จะไปพูดให้คนเขายอมรับในการปรองดอง แล้วเดินหน้าไปด้วยกัน
ท่านประธานครับ อุปสรรคอีกอย่างหนึ่งก็คือวันนี้เรามีคนที่ได้ประโยชน์จาก การยึดอํานาจ เรามีคนที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง คนที่ได้ประโยชน์เหล่านั้น มีหลายกลุ่ม มีหลายส่วน มีหลายฝ่าย บางกลุ่มก็เป็นพรรคการเมือง บางกลุ่มก็เป็น นักการเมืองที่อาศัยสถานการณ์เหล่านี้แล้วกระโจนเข้าสู่วงการการเมืองและได้รับการเลือกตั้งมา ไม่ว่าเป็น ส.ส. ส.ว. คนเหล่านี้เขาได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง เขาได้ประโยชน์จาก ความแตกแยก เขาได้ประโยชน์จากการยึดอํานาจ ซึ่งตรงนี้จะเป็นอุปสรรคนะครับว่า คนเหล่านี้อาจจะไม่สนับสนุนเรื่องการปรองดอง ทําให้การปรองดองที่สังคมเฝ้ารอกันอยู่นั้น อาจจะเดินหน้าไปด้วยความลําบาก ผมเองก็อยากกราบวิงวอนไปยังคนเหล่านั้นนะครับว่า ท่านต้องเลิกเห็นแก่ตัว ใครอยากเล่นการเมืองก็ต้องเล่นการเมืองด้วยความสง่างาม ท่านต้อง มาเสนอตัว มานําเสนอนโยบาย ไปชักจูงให้ประชาชนเลือกท่านเข้ามา ไม่ใช่ว่าแข่งขัน เลือกตั้งทีไรก็แพ้ เลือกตั้งทีไรก็แพ้ พอแพ้แล้วก็ไปหาอํานาจนอกระบบมาช่วยท่านได้เข้าสู่ อํานาจ อย่างนี้มันใช้ไม่ได้ครับ เป็นนักการเมืองแล้วไม่ใช้วิธีการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชน ยอมรับเลือกตั้งเข้ามาเพื่อมาบริหารประเทศ แต่ต้องไปอาศัยอํานาจนอกระบบไปพยุงท่าน ขึ้นสู่ตําแหน่ง อย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทําเป็นอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ จะเป็นอุปสรรคนะครับว่าพรรคการเมืองบางพรรค นักการเมืองบางกลุ่มอาจจะขัดขวาง การปรองดองครับ ซึ่งผมเองก็อยากให้สังคมได้จับตามอง แล้วถ้าใครมีพฤติกรรมอย่างนั้น สังคมเองต้องช่วยกันประณามอย่างเต็มที่นะครับ
และประการสุดท้ายครับท่านประธานครับ ถ้าหากว่ามีการขับเคลื่อนเรื่อง การปรองดองแล้ว มีการหารือกันอย่างไรแล้ว ได้ข้อสรุปอย่างไร ผมเองอยากให้สังคมนั้น ได้ดําเนินการไปตามที่ทุกฝ่ายได้หารือกันนะครับ ถ้าแนวทางการปรองดองมีข้อสรุปว่า ต้องนิรโทษกรรมทุกฝ่าย สังคมยอมรับ สังคมอยากได้เป็นอย่างนั้น ตัวผมเองก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าสังคมบอกว่าใครที่เจตนาทําผิดกฎหมายสร้างความเสียหายให้กับสังคม ก่อให้เกิด ผลเสียต่อประเทศไทยอย่างหนักหนาสาหัสมาในช่วง ๒-๓ ปีนี้ ไม่ว่าแกนนําเสื้อเหลือง แกนนําเสื้อแดง หรือผู้นํารัฐบาลที่สั่งสลายการชุมนุมแล้วก่อให้เกิดการสูญเสียมากมาย สร้างรอยแผลให้กับ สังคม ถ้าสังคมมองว่าคนกลุ่มนี้ควรได้รับการลงโทษตามกฎหมาย ถูกดําเนินคดี แล้วไป พิสูจน์ความผิดความถูกกันในศาล ผมก็ยินดีครับและสนับสนุนเต็มที่ครับ ขอให้เป็นไปในทาง ที่สังคมยอมรับ และเราช่วยกันยอมรับในสิ่งที่สังคมตกลงกันนะครับ นั่นคือสิ่งที่ผม เป็นห่วงเป็นใยแล้วก็ได้นําเสนอสู่ท่านประธาน ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับนะครับว่า ปัญหาความขัดแย้งของสังคมนั้นส่วนหนึ่งมาจากการเรียกว่าปลุกระดม ปลูกฝังแนวความคิด ความเชื่อทางการเมืองทั้ง ๒ ฝ่าย อีกส่วนหนึ่งก็เป็นปัญหาจากการยึดอํานาจแล้วนําไปสู่ การบังคับใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นสาเหตุหลักและเป็นสาเหตุ ที่ทําให้ประเทศไทยนั้นทรุดหนักจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ถ้าเราคุยเรื่องการปรองดองได้ ทําให้เกิดการปรองดองอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเราไม่หาแนวทางในการป้องกันการยึดอํานาจ อีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วต่อไปมีการยึดอํานาจอีกซ้ําแล้วซ้ําเล่า ตรงนี้ก็จะเป็นปัญหา ผมเองอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับว่า ผมเองอยากเสนอว่า อยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้พิจารณาแนวคิดข้อเสนอของ คณะอาจารย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือในนามท่านอาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ ที่ท่านได้นําเสนอแนวความคิดประเด็นข้อกฎหมายที่จะลบล้างผลพวงจากการยึดอํานาจ นั่นเป็นวิธีหนึ่งที่จะหักล้างการยึดอํานาจ นั่นหมายถึงว่าถ้ามีการยึดอํานาจแล้วเราสามารถ หักล้างการยึดอํานาจมา ทุก ๆ ครั้งที่เขายึดอํานาจ เราก็สามารถที่จะหักล้างเขาได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาได้ก่อให้เกิดรอยแผลแก่สังคมก็สามารถที่จะหักล้างให้สูญสิ้นไป อย่างนี้การยึดอํานาจก็จะไม่สร้างความเสียหายกับสังคมมากนะครับ ผมอยากให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้นําข้อเสนอของคณาจารย์นิติราษฎร์เข้าไปพิจารณาประกอบว่า แนวคิดของอาจารย์กลุ่มนี้จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันการยึดอํานาจอย่างไรบ้าง ซึ่งจะทําให้ ประเทศไทยได้มีโอกาสหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้เสียทีครับ
ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ผมเองขอให้กําลังใจทุก ๆ ท่านที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ในการผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และขอขอบคุณรัฐบาล ขอขอบคุณสภาที่จะร่วมมือ ขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วยกัน และขอบคุณทุก ๆ ส่วน รวมทั้งตุลาการและฝ่ายอื่น ๆ ที่จะ มีส่วนร่วมในการดําเนินการครั้งนี้ เพื่อประเทศไทยนั้นได้มีโอกาสมีสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ความรัก ความสามัคคี มีจิตใจโอบอ้อมอารี มีความเอื้ออาทรต่อกัน แล้วกลับมามีสังคมที่เรา มีความสุขร่วมกัน นั่นคือสยามเมืองยิ้มอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ผมก็เป็นคนหนึ่งครับที่เมื่อสักครู่นี้ก็เห็นว่าการจัดลําดับความสําคัญของญัตติในสภานี้น่าที่จะ จัดลําดับในเรื่องปากท้อง ก็คือปัญหาเรื่องยางพาราขึ้นมาก่อน จนกระทั่งทําให้พวกเรา ในฝ่ายค้านหลายคนพยายามที่จะทักท้วง ที่ทักท้วงเมื่อสักครู่นี้นั้นก็คงไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับ เรื่องของความปรองดอง แต่เราก็เห็นว่าประเด็นเรื่องของปัญหาปากท้องเรื่องยางพารานี้ จะส่งผลกระทบกับคนจํานวนมาก ในที่สุดเมื่อมีการพยายามที่จะให้มีการรวบรัดแล้วมีการ ลงมติไปนั้น พวกกระผมฝ่ายค้านก็เลือกวิธีการแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะวอล์คเอาท์ (Walk out)ด้วยการเดินออกจากห้องประชุม แต่ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าสิ่งที่พวกเรา ทําไปนั้นก็ไม่ได้ใช้วิธีการที่จะให้มีการป่วนหรือนับองค์ประชุมกันแต่ประการใด เราก็คิดว่าเมื่อเราแสดงอออกว่าเราไม่เห็นด้วย เนื่องจากเราเห็นว่าญัตติเรื่องปากท้องเป็น เรื่องใหญ่แล้วก็แสดงกันให้สังคม ให้สภาได้รับทราบ ว่านี่คือจุดยืนของพวกเราฝ่ายค้าน เมื่อมีการลงมติไปแล้วหยิบยกเรื่องของญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอก็คือการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติขึ้นมา เมื่อมีวาระอันเหมาะสมพวกกระผมก็เข้ามาเพื่อที่จะแสดงความคิดความเห็นในเรื่องญัตตินี้กัน แต่ต้องเริ่มต้นอย่างนี้ก่อน เพื่อชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าจุดยืนของพวกเราฝ่ายค้าน ในพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นอย่างไร มิเช่นนั้นก็จะเกิดการเข้าใจผิดไปว่ามีความพยายาม ที่จะตีรวนหรือขัดขวางหรือไม่เห็นด้วยกับการสร้างความปรองดอง กระผมจะค่อยอธิบายให้ ท่านประธานได้เห็นทีละประเด็นว่าความจริงแล้วทั้งในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านในปัจจุบันนี้ และในฐานะเป็นรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดพาดพิงกล่าวหาใส่ร้าย แล้วก็ใช้ข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงมากล่าวหาทําให้เกิดความเสียหาย เช่น ไม่มีความจริงใจกับเรื่องความปรองดองบ้าง ข้อเท็จจริงแล้วจริง ๆ แล้วนั้นเป็นอย่างไร ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสําคัญ ประการแรกทีเดียวท่านประธานครับ ผมคิดว่าในญัตติที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองมันมี ๒-๓ เรื่องที่ต้องพูดกันครับ
ในประการที่ ๑ ที่ผมคิดว่าจะต้องทําความเข้าใจกันให้ชัดเจนก็คือคําว่า ปรองดองนี่นะครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าชีวิตทางการเมืองในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมาได้ยิน คําว่าความปรองดอง ในหลากหลายมิติ ในหลากหลายความเข้าใจ แล้วก็ในหลากหลาย วัตถุประสงค์ บางทีมันมากเสียจนมีความรู้สึกว่าเราใช้คํานี้เฝือไปหรือเปล่า ใคร ๆ ก็จะอ้าง ความปรองดองเพื่อให้ดูว่าเป็นคนดี เป็นคนที่อยากให้เกิดความสามัคคี แต่ในบางครั้งเราใช้ หน้ากากของความปรองดองไปชี้หน้ากล่าวหาใส่ร้ายคนอื่น บางครั้งเรายกขบวน ยกคนกันไป ยกม็อบกันไปกดดันองค์กรใดองค์กรหนึ่งให้ทําตามความต้องการของตัวเองแล้วก็ใช้ข้ออ้าง ของความปรองดอง ซึ่งสิ่งนี้ผมคิดว่ามันไม่ใช่ คณะกรรมาธิการที่จะไปทํางานถ้าหากว่า สภาได้เห็นชอบไปแล้วท่านก็ต้องชัดเจนว่าความปรองดองของท่านนั้นแปลว่าอะไร จะแปล ความปรองดองว่าจะต้องเอาเรื่องเอาราวกับคนที่ตนเองไม่ชอบ ตนเองเห็นว่าคนนั้นผิด แล้วเรียกว่าความปรองดองอย่างนั้นหรือเปล่า จะไปสร้างความชอบธรรมกับคนซึ่งอาจจะมี การดําเนินการทําอะไรไปที่ผิดกฎหมายแล้วก็ใช้ข้ออ้างเพื่อความปรองดองไปยกเว้นหลักของ กฎหมาย หลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมอย่างนั้นหรือเปล่า การทําความเข้าใจตรงนี้จึงเป็น เรื่องสําคัญ จะพูดสั้น ๆ เพียงแต่ว่าศึกษากันเพื่อความปรองดอง เอาง่ายที่สุดในสภานี้ ที่อภิปรายกันมาหลาย ๆ คนมองความปรองดองกันคนละมุม ใช้ความรู้สึก ใช้ทัศนคติ ใช้ความจริงกันคนละชุด แล้วก็มีหลายคนที่ชี้หน้ากล่าวหารัฐบาลชุดที่แล้วหรือคนที่ตนเอง มีความไม่เห็นด้วยภายใต้ข้ออ้างของความปรองดองเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าสังคม ประชาธิปไตยความแตกต่างทางความคิดเป็นเรื่องปกติธรรมดาครับ คําว่าปรองดองคงไม่ได้ แปลว่าทุกคนเห็นตรงกันหมด หรือผู้นําในกลุ่ม หรือผู้นําประเทศคนใดคนหนึ่งคิดว่า สิ่งนี้จะต้องสีนี้ สิ่งนี้จะต้องไปซ้าย สิ่งนี้จะต้องไปขวา แล้วทุกคนเห็นตามกันหมดนั้น คือความปรองดอง แล้วก็ชี้หน้ากล่าวหาคนที่ไม่เห็นด้วยว่าเป็นคนละสี เป็นคนละกลุ่ม เป็นคนละพวกและบัญญัติศัพท์ขึ้นมาเพื่อตราหน้าคนเหล่านั้น ตลอดจนกระทั่งมีมาตรการ ที่ไปกดดันไปบีบบังคับเขาอย่างที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ หมู่บ้าน ในหลาย ๆ ตําบล ในประเทศไทยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้จากข่าวคราวของความพยายามไปสร้างหมู่บ้านของ คนเสื้อสี เช่น หมู่บ้านเสื้อแดง เหล่านี้เป็นต้น ผมเริ่มต้นอย่างนี้ก็ไม่ได้กล่าวหา แต่ว่าจะพูดความจริงว่าถ้าจะพูดเรื่องความปรองดองนี่ต้องนําความจริงทุกมิติมาพูดกัน แล้วไม่เลือกหยิบเฉพาะบางมุมขึ้นมาพูด ผมมีตัวอย่างที่เป็นข้อเท็จจริงครับ เจ้าหน้าที่ของ พรรคประชาธิปัตย์มีบ้านอยู่ที่จังหวัดแห่งหนึ่งในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศไทย พ่อแม่มีอาชีพทํานา ลูกสามารถเข้าทํางานในพรรคประชาธิปัตย์ได้ก็ทํางานกับ พรรค ระยะเวลาที่ทํามาก็ ๕-๖ ปี เมื่อมีความขัดแย้งทางด้านการเมืองมากเข้า เจ้าตัวเอง ก็พยายามจะบอกพ่อแม่ที่บ้านให้งดการแสดงความคิดความเห็นซึ่งอาจจะเกิดความขัดแย้ง เข้าใจผิด แต่ช่วงหลังจากที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อครั้งที่ผ่านมา และเมื่อมีการตั้งรัฐบาล ชุดปัจจุบันเสร็จแล้ว มีความพยายามไปก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงที่นั่น ในบรรดาคนที่ไปทํานั้น พยายามจะชี้ว่าบ้านไหนไม่ใช่พวกเดียวกันกับคนที่ก่อตั้ง สุดท้ายพยายามไปกดดัน จนในที่สุดครับ ๒ คนสามีภรรยาที่มีอาชีพทํานาต้องย้ายบ้าน เพราะถูกกดดัน ถูกข่มขู่ทุกวัน สภาพเช่นนี้คงไม่ใช่ความปรองดองละครับ ความปรองดองในบ้านเมืองนั้นต้องยอมรับ ความคิดที่แตกต่าง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าแต่ละคนที่มีความคิดต่างนั้นก็มีหน้าที่ ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ร้อยรัดสังคมเอาไว้ก็คือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และใช้หลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม คือหลักกฎหมาย ผมเริ่มต้นประเด็นนี้ก่อนครับ จะมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมิติของความปรองดอง ที่คณะกรรมาธิการจะต้องไปพูดคุยกันให้ชัดเจน แม้แต่กระทั่งการอภิปรายในสภานี้ ถ้าใช้ข้ออ้างความปรองดองไปชี้หน้ากล่าวหาแล้วผมคิดว่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ออกจะเป็น ปัญหาจริง ๆ นี่คืออันที่ ๑ ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องความจําเป็นครับที่ต้องพูดเรื่องความปรองดอง กันก่อนให้ชัด ผมเคยพูดกับเพื่อน ๆ นักข่าวด้วย กับคนที่ทํางานด้วยกันครั้งหนึ่งว่า ผมมีความรู้สึกในช่วงหนึ่งว่าผมเบื่อกับคําว่าปรองดอง เพราะทุกคนอ้างความปรองดองเพื่อ ผลประโยชน์ของตัวเอง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ประสงค์ที่จะ ตั้งใจจะไปศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง มีความจําเป็นครับที่ต้องไปทําความเข้าใจ กับสถานการณ์และข้อเท็จจริงให้ถ่องแท้ อย่าเลือกเชื่อเฉพาะบางมุม อย่าเลือกพูดเฉพาะ ในด้านที่ตนเองเห็นว่ามันถูกแล้วชี้หน้ากล่าวหาคนอื่นว่าผิด เพื่อนสมาชิกอย่างน้อย ๒ ท่านที่ผมนั่งฟัง กล่าวหารัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งกระผมจําเป็นที่จะต้องอภิปรายด้วย เพราะกระผมเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนั้น และได้รับผลกระทบถูกพาดพิงเสียหายโดยตรง ผมเรียนท่านประธานเลยครับว่าไม่มีรัฐบาลไหนหรอกครับที่อยากทําให้บ้านเมืองวุ่นวาย ไม่มีรัฐบาลไหนหรอกครับที่อยากทําให้บ้านเมืองมีปัญหา และไม่มีรัฐบาลไหนหรอกครับ ที่จะเป็นตามข้อกล่าวหาก็คือ ออกคําสั่งให้ใช้กําลังทหารไปปราบปราม ไปเข่นฆ่าประชาชน ไม่มีหรอกครับ เพียงแต่ในแต่ละขั้นตอนของเหตุการณ์ที่ต้องทําความเข้าใจนี่ มันมีความซับซ้อน คนเราไม่ควรจะอธิบายเฉพาะมุมของตัวเองครับ มันมีมุมอื่น ๆ อีก ที่เกี่ยวข้อง ผมเรียนท่านประธานว่าหลายครั้งที่เราพูดถึงความขัดแย้งในสังคมไทย เรามักจะ ตั้งต้นจากการรัฐประหารในเดือนกันยายน ปี ๒๕๔๙ แล้วบอกว่าตรงนั้นเป็นบ่อเกิดของ ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย ผมคิดว่านั่นเป็นคําอธิบายที่ออกจะเข้าข้างตัวเอง ในการหยิบเหตุการณ์มาอธิบายว่าความขัดแย้งเกิดจากตรงนั้นแล้วถือเป็นความขัดแย้งของ สังคมไทย เพราะมันจะมีคําถามครับว่า ในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทยผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ และมีรากที่สืบทอดกันก่อนหน้าจากนั้น หลายครั้งที่เกิดการปฏิวัติ รัฐประหารขึ้นในประเทศไทย ทั้งที่สําเร็จ ไม่สําเร็จ เป็นกบฏ และหลายครั้งที่มีการชุมนุม ทั้งในอดีตและในปัจจุบันนั้นมันล้วนแต่มีรากเหง้าที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในสังคมไทย ในหลายเรื่องทั้งสิ้น ความขัดแย้งทางสังคมไทยในทางการเมืองไม่ได้จํากัดเฉพาะการรัฐประหารก็ยึดอํานาจ บุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แล้วเราซึ่งเป็นคนที่สนับสนุนบุคคลคนนั้นรู้สึกว่า จุดนั้นแหละ เป็นจุดที่ทําให้เกิดความขัดแย้งในสังคมไทย เพราะอะไรครับ เพราะความขัดแย้งในสังคมนี้ มันมีเรื่องของความยากจน มันมีเรื่องของปัญหาการกระจายรายได้ ยุคหนึ่งท่าน จําได้ไหมครับ มีการลุกขึ้นมาของคนในพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดที่ติดอาวุธ คือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เงื่อนไขการต่อสู้ ซึ่งนําไปสู่การต่อสู้ทางชนชั้น นั่นก็เป็น รากฐานหรือโครงสร้างปัญหาทางโครงสร้างอันหนึ่งของสังคมไทย ของทางการเมือง ในขณะนั้นถึงความขัดแย้ง แต่พอหยิบคําอธิบายว่า รัฐประหารปี ๒๕๔๙ เป็นต้นเหตุของ ความขัดแย้งแล้วเราจะอธิบายคนที่มาจากรัฐประหารว่าเป็นพวกตรงกันข้ามกับพวก ซึ่งสนับสนุนรัฐบาลในขณะนั้นซึ่งถูกโค่นล้มไป จริง ๆ ถ้าย้อนกลับไปดูสมุดปกขาวของ คมช. ความจริงท่านอดีตประธาน คมช. ท่านก็อยู่ที่นี่ต้องขออนุญาต ท่านเขียนถึงสาเหตุของการปฏิวัติ ๓-๔ ข้อเพื่อนสมาชิกกล่าวไปแล้ว แต่เป็นประเด็นซึ่งนําไปสู่ความขัดแย้ง ในสังคมไทย ขณะนั้นทั้งสิ้นจะเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ความจริงในสมุดปกขาวท่านเขียนชัดกว่านี้นะครับ ท่านระบุไปเลยว่า เช่น เรื่องของการแปลงภาษีสรรพสามิต เรื่องการเอื้อประโยชน์ กลุ่มโทรคมนาคม เรื่องของการแตกหุ้น โดยไม่มีการเสียภาษี เหล่านี้เป็นต้น เหตุผลข้ออื่น เรื่องความขัดแย้งก็ดี เรื่องของการไปกระทบกับสถาบันก็ดี เป็นเหตุผลในการปฏิวัติ รัฐประหารขณะนั้น
ท่านสาทิตย์ครับ มีคนประท้วงแล้วครับ เชิญครับท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตประท้วงท่านที่อภิปราย ในขณะเดียวกันที่ผมประท้วงเพื่อน พรรคฝ่ายเดียวกับผม ผมว่าในรายละเอียดนั้นท่านประธานครับ ถ้าเราจะมาพูดกันตรงนี้ มันก็ยากมาก แล้วก็บุคคลที่เป็นถึงรัฐมนตรีที่จะแสดงความน่าจะเป็นผู้นําทางสังคมนําสู่ การปรองดองนั้นผมว่าสิ่งที่ท่านเชื่อว่าการปรองดองจะไม่เกิดขึ้นได้นั้น ขออย่าให้เริ่มต้น ที่ตัวท่านก็แล้วกัน ผมอยากจะขอประท้วงท่านและขอความกรุณาท่านประธาน ซึ่งได้ดําเนินการควบคุมการประชุม
ท่านสุนัย ผมเข้าใจแล้วครับ พอแล้วครับ ท่านสาทิตย์ครับ เมื่อกี้ผมก็ได้เตือนฝ่ายรัฐบาลก็คือ คุณหมอเหวง ก็คือพยายามไม่ให้ลงรายละเอียดที่จะทําให้การอภิปรายในสภาทําให้เกิด ความแตกแยกก็ได้เตือนไปเหมือนกันนะครับ ท่านก็กรุณาได้รับฟังทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ
ผมเข้าใจ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ ที่เพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นอภิปรายผมก็ไม่ได้ประท้วงอะไรนะครับ เพราะผมคิดว่า การทําความเข้าใจของข้อเท็จจริงนั้นเป็นเรื่องที่ต้องอดทนฟัง เพียงแต่เพื่อนที่ประท้วง เมื่อสักครู่นี้ บอกว่าถ้าการขัดขวางความปรองดองเกิดขึ้นไม่ควรเริ่มต้นที่ผม อันนี้ผมว่าเข้าใจ ผิดนะครับ และถือว่าเป็นการกล่าวหาผมด้วย ผมเรียนท่านประธานต่อไปครับ ท่านประธานครับว่า พอเราเริ่มต้นอธิบายข้อเท็จจริงผิดพลาด เราก็มีทัศนคติที่ผิด เมื่อมีทัศนคติที่ผิด เราก็อธิบายมวลชนผิด เมื่ออธิบายมวลชนผิด การกําหนดทิศทางปฏิบัติก็ผิด มวลชนก็ไปผิดทิศทาง ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นครับว่า ผู้อภิปรายเรื่องปรองดอง มักจะมีการหยิบยกเหตุการณ์ในช่วงรัฐบาลชุดที่แล้วขึ้นมาพูด ท่านพูดอยู่ ๒-๓ ตอนครับ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ต้องทําความเข้าใจ ผมจะไม่พูดตรงนี้ไม่ได้หรอกครับ เพราะคําพูดเหล่านั้น มันปรากฏไปแล้ว
ประการแรก ก็คือท่านมักจะบอกว่า พรรคการเมืองบางพรรคเลือกตั้ง ทุกครั้งก็แพ้ แล้วก็พยายามแสวงหาอํานาจนอกระบบมาอุ้มชูตนเอง ผมว่าฟังก็เข้าใจดีครับ ว่าท่านหมายถึงพรรคอะไร เพียงแต่ผมจะเรียนท่านประธานครับว่า พวกเราที่ทํางาน การเมือง และอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์นั้นเราก็รู้แพ้รู้ชนะครับ การเลือกตั้งบางครั้งก็แพ้ บางครั้งก็ชนะ เราก็เคารพ แต่ไม่เคยมีสักครั้งครับ ที่จะมีการไปจัดตั้งมวลชนยกโขยงกันไป กดดันสร้างความวุ่นวายจะล้มรัฐบาล แม้แต่กระทั่งท่านพูดถึงเรื่องของการเข้าสู่ตําแหน่งของ รัฐบาลชุดที่แล้ว เพื่อนสมาชิกสักครู่นี้ก็พูดครับ ตรงนี้สําคัญครับ เพราะท่านบอกว่าพรรคการเมืองบางพรรคไปเอาผลประโยชน์ ไปเอาอํานาจนอกระบบมาอุ้มชูตัวเอง คล้าย ๆ กับว่าที่ได้เป็นรัฐบาลเพราะใช้ อํานาจรัฐประหารมาดําเนินการ เราต้องไม่ลืมท่านประธานครับ ท่านก็เป็น ส.ส. ในสภานี้ การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีที่สภาลงมติเลือกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นกระทํากันที่สภาผู้แทนราษฎรที่ตรงนี้ แต่เราต้องไม่ลืมว่าด้วยทัศนคติ ที่ไปปลุกระดมกันข้างนอกจะผ่านเครือข่ายวิทยุชุมชน ผ่านสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมก็ตาม ทําให้คนกลุ่มหนึ่งเชื่อครับ แล้วก็มาปิดล้อมที่หน้าประตูรัฐสภา มีการขว้างปา มีการเตรียมขวด บรรจุน้ํามัน และมีการทุบรถทําลายรถบางคันเกิดความเสียหาย คดีนี้ศาลตัดสินลงโทษ ไปแล้ว
ท่านสาทิตย์ครับ มีคนประท้วงอีกแล้วครับ
ท่านประธานครับ ถ้าท่านรัฐมนตรี สาทิตย์ยังจะพูดเรื่องนี้ต่อไป ผมจะอธิบายว่าที่มาล้อม
ท่าน ผมเข้าใจ เดี๋ยวผมจะเตือนท่านสาทิตย์เองครับ
ท่านครับ ที่เราหนีออกไปใครมาล้อม ละครับ อย่าพูดเลย
ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวก็จะประท้วงกันไปมานะครับ เพราะฉะนั้นให้โอกาส ผมทราบนะครับที่ท่านพูด ท่านสาทิตย์ครับ ก็ขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะผมเห็นว่าบรรยากาศที่ผ่านมาดีเหลือเกิน ทุกคนก็สนใจ ก็พูดในประเด็นที่เป็นความปรองดอง และผมคิดว่าประชาชนฟังอยู่ กรุณาเถอะครับ
ผมก็จะต่อเนื่องท่านประธานครับ ผมก็กําลังจะบอกว่าถ้าเราคิดว่าความปรองดองนิยามตรงกันว่าคือการทําหน้าที่ เมื่อสักครู่นี้ครับ ในตอนต้น ๆ ของการนําเสนอเรื่องของญัตติฉบับนี้ มีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งในซีกรัฐบาล ประทานโทษเอ่ยนาม คุณวัฒนา เมืองสุข ท่านพูดชัดและผมคิดว่าถูกต้อง คือท่านบอกว่า บ้านเมืองจะอยู่ได้ต้องเคารพกฎกติกาก็คือเคารพกฎหมาย ในเมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ บัญญัติให้มีการเลือกกันในรัฐสภาและมีการเลือกไปแล้วและได้รับการแต่งตั้งไปแล้ว ผลการเลือกตั้งเช่นนั้นก็ต้องถูกยอมรับครับ ถ้าหลักการที่ท่านวัฒนา เมืองสุข ประทานโทษเอ่ยนาม อีกครั้ง ได้ตั้งขึ้นถูกต้อง เพราะนี่คือหลักการพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยที่ต้องเดินหน้า ไปสู่ความปรองดอง ผมเรียนตรงนี้ไปถึงคณะกรรมาธิการที่อาจจะเกิดขึ้นในการแต่งตั้ง วันสองวันนี้ว่าตั้งหลักตรงนี้ให้ถูกครับ ไม่เช่นนั้นก็จะมีคนไปนําเรื่องนี้ไปทําให้ทิศทาง หรือทัศนคติในคณะกรรมาธิการมันบิดเบือนไปจากความเป็นจริงได้
ประการถัดมาก็คือว่าเมื่อรัฐบาลชุดที่ผ่านมาเข้าปฏิบัติหน้าที่นั้น การแถลงนโยบาย ท่านประธานจะเห็นครับ มีความพยายามจะมาปิดล้อมที่รัฐสภา สุดท้ายรัฐบาล ก็เลือกที่จะไม่แถลงนโยบายที่นี่ ก็ไปที่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะอะไรครับ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเพราะมีประสบการณ์มาจากก่อนหน้านั้น จริง ๆ คําวินิจฉัย ศาลปกครองกลางวันที่ ๙ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ ชัดเจนนะครับ เป็นกรณีที่มาชุมนุมปิดล้อม รัฐสภา ที่เพื่อนสมาชิกพยายามจะพูดสักครู่ ชัดเจนว่า ๑. ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า การชุมนุมเมื่อนําไปสู่การใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องก็จะเป็นการชุมนุมที่ไม่ได้รับการรับรอง ตามรัฐธรรมนูญ แต่ศาลเองก็วางหลักครับว่าตํารวจจะต้องปฏิบัติการตามหลักการสากล และตามกฎหมายด้วย นี่คือศาลชี้ในกรณีเช่นนั้น แต่ผมชี้ต่อมาให้เห็นว่ารัฐบาลชุดที่ท่าน ไปบอกว่าไม่จริงใจก็หลีกเลี่ยงความขัดแย้งก็ไปแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ
ท่านสาทิตย์ครับ ท่านสุนัยประท้วงอีกแล้วครับ เชิญครับ ท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ คือการอภิปราย ในสภามันเป็นการบันทึกทางประวัติศาสตร์ ถ้าท่านจะอาศัยสิ่งเหล่านี้บันทึกทาง ประวัติศาสตร์ด้านเดียว อีกฝ่ายหนึ่งย่อมจะพูดได้ ก็ใครละครับที่มาล้อมรัฐสภา
ท่านครับ เดี๋ยวจะบานปลายทั้ง ๒ ฝ่าย เอาอย่างนี้ครับคุณสาทิตย์ กรุณานะครับ ไม่อย่างนั้น ก็จะอภิปรายไม่ได้ มีคนประท้วงผมก็ต้องวินิจฉัย ก็ขอความกรุณานะครับ เพราะว่าผมเชื่อว่า ประชาชนคนทั้งกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียงฟังอยู่นะครับ ใครปรองดอง ผมอยากให้ ปรองดอง ทุกคนไหมที่อยากให้ปรองดองวันนี้ เชิญครับท่าน
ขอบคุณครับ ถ้าเกิดผมทําผิดข้อบังคับ การประชุมข้อใด ท่านประธาน
ผมได้วินิจฉัยแล้วครับท่านสุนัย กรุณาให้โอกาสท่านสักครั้งเถอะครับ ผมจะดูอยู่ครับ
ผมคิดว่าการอภิปรายก็เป็นไปตาม ข้อบังคับการประชุมสภาซึ่งเราก็ยึดถือเป็นกติกา เพราะว่าทางท่านเองก็อภิปรายบอกว่า ความปรองดองก็ต้องอยู่บนกติกาครับ เราก็มีกติการ่วมกัน แล้วผมก็บอกว่าการพูดถึง ความปรองดองและการทําความเข้าใจกับชุดข้อเท็จจริงก็เป็นเรื่องจําเป็น บังเอิญเวลาท่าน พูดถึงรัฐบาลชุดที่แล้ว ยังไม่มีคนในรัฐบาลชุดที่แล้วลุกขึ้นมาชี้แจงให้ข้อเท็จจริง ผมก็เพียงแต่จะชี้กลาง ๆ ไปอย่างนั้นว่าเป็นข้อเท็จจริงอย่างที่ว่าจริง ผมยังไม่ได้ชี้หน้า กล่าวหาใครเลยนะครับท่านประธาน ผมเพียงแต่จะบอกว่ารัฐบาลเขาก็หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด ความขัดแย้งก็ทํางานกันไป แต่สิ่งที่เราพบท่านประธานครับ เหตุการณ์ของการชุมนุม ทางการเมืองในเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ ก่อนหน้านั้นท่านประธานจําได้ครับ มันก็มีเหตุการณ์ ที่ไปกระทบความเชื่อมั่นของประเทศไทย จะเรื่องล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยาก็ดี การปิดถนนในกรุงเทพมหานครก็ดี สุดท้ายแล้วก็นําไปสู่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่เหตุการณ์ในขณะนั้นรัฐบาลก็อยู่ในฐานะที่จะต้องมีการดําเนินการเพื่อรักษาความสงบ เรียบร้อย ผมมีประเด็นนิดเดียวที่จะพูดอย่างที่ท่านอาจารย์ผุสดี ซึ่งเป็น ส.ส. ซีกเดียวกับผม ได้พูดถึงก็คือว่า ความจริงการชุมนุมเป็นเรื่องทําได้ครับ ตราบใดที่เป็นการชุมนุมอย่างเคารพ สิทธิเสรีภาพผู้อื่น เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่การไปรุมล้อมทําร้ายรถของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่กระทรวงมหาดไทย เป็นเรื่องที่จะต้องทําความเข้าใจว่าสาเหตุ เกิดมาจากอะไร แน่นอนครับ การพูดจาให้ข้อเท็จจริงทั้งหลายเป็นเรื่องซึ่งน่าที่จะต้อง พิจารณาว่า
ท่านสาทิตย์ครับ คืออย่างนี้นะครับ เมื่อกี้ผมก็เตือนทางซีกรัฐบาล เดี๋ยวว่าผมไม่ยุติธรรม ผมได้ขอร้องกับทางคุณหมอเหวงไม่ให้พูดลงรายละเอียด ขอให้ไปพูดในที่ประชุม คณะกรรมาธิการ ตรงนี้อยากให้พูดในเชิงสร้างสรรค์มากกว่านะครับ ก็ได้เตือนทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวว่าผมไม่ยุติธรรมนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมก็เพียงแต่ พูดถึงการทําความเข้าใจกับข้อเท็จจริง และถ้าการทําความเข้าใจกับข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ไม่สร้างสรรค์ก็คงเป็นเรื่องลําบากใจเหมือนกัน แต่ก็เคารพนะครับท่านประธานครับ เพราะว่า ในบรรดาประธานที่ทําหน้าที่ท่านก็เป็นคนหนึ่งที่ผมคิดว่าท่านมีความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามครับผมเรียนตรงนี้เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าที่กล่าวหากันว่ารัฐบาลชุดที่แล้วไม่มีความจริงใจ ในการสร้างความปรองดองก็ดี กล่าวหากันว่ารัฐบาลชุดที่แล้วมีความประสงค์ที่จะใช้กําลัง ทหารในการไปเข่นฆ่าประชาชนก็ดี มันก็ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นข้อเท็จจริงจริง ๆ ก็เป็น ข้อกล่าวหา โดยดูจากการปฏิบัติของรัฐบาล มีกระทั่งในสภาที่พิจารณากันเรื่องการตัดต่อ คลิปเสียงอะไรต่าง ๆ ผมก็จะไม่พูดถึงหรอกครับ เพราะเรื่องนั้นก็ไปสู่ศาลเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลชุดนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์บอกว่า วิธีการที่จะสร้างความปรองดองได้ก็คือ เอาเรื่องการเมืองมาอยู่ในสภา อย่าให้การเมืองลุกลามบานปลายออกนอกถนน แล้วถึง จุดหนึ่งเมื่อคุมมวลชนไม่ได้ต้องเข้าไปดูแลกันเป็นเรื่องยากที่จะไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน รัฐบาลก็หลีกเลี่ยง ผมกลับมาพูดถึงเรื่องในสภาผู้แทนราษฎรในรัฐบาลชุดที่แล้วครับว่า รัฐบาลก็พยายามเอาเรื่องเข้ามาสู่สภา เช่น ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นก็มาตอบกระทู้ถาม มาตอบญัตติ แม้ว่าฝ่ายค้านในขณะนั้นมีการดําเนินการในลักษณะที่เป็นการเมืองแบบเข้มข้น มีการนับองค์ประชุมหลายครั้ง มีการดําเนินการในลักษณะที่ทําให้รัฐบาลในขณะนั้นจะต้อง ใช้ความพยายามในการทํางานมากขึ้น เราก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา บังเอิญเรื่องนี้ ท่านผู้เสนอญัตติท่านพูดถึงว่าท่านเห็นสภาเมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้ครับ และท่านไม่ค่อยไม่สบายใจ โชคดีนะครับครั้งที่แล้วท่านไม่เข้ามาไม่อย่างนั้นจะเจออะไรที่มันเข้มข้นกว่านี้เยอะครับ แต่ในที่สุดในสภาผมพูดตรงนี้เพื่อจะบอกว่าแนวทางสร้างความปรองดอง ประการหนึ่งก็คือ ทุกคนต้องเคารพหน้าที่ รัฐบาลในขณะนั้นก็เห็นว่าการรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสมาชิก เป็นการทําหน้าที่ ของรัฐบาลที่จะต้องรับผิดชอบต่อตัวแทนปวงชนชาวไทย ก็เปิดโอกาสครับ ในสภาก็มี การพูดการจาในหลายกระทู้ในหลายญัตติจนนําไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลชุดที่ผ่านมาก็เปิดให้ในทุกเรื่องแล้วก็ให้ความร่วมมือมาตอบคําถาม ก็ชี้แจงกัน บ่อยครั้งครับที่การประชุมเพื่อนสมาชิกก็ไม่สบายใจ เพราะนอกห้องประชุมก็ต้อง มีการวางกําลังกันเยอะแยะ เพราะเกรงว่าจะมีการมาปิดล้อม แต่เอาละครับ ตรงนี้ผมคิดว่า เมื่อรัฐบาลทําหน้าที่ไปก็จะได้เห็นว่าที่บอกว่าไม่มีความจริงใจจะไปเข่นฆ่านั้นมันก็ไม่มี เพียงแต่จะเรียนจากมุมรัฐบาลครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ทํางานยากครับ ท่านไปที่ไหน ก็จะมีคนตามไป ไปยกขบวน ไปประท้วง ไปพยายามขัดขวางการทํางานโน่น นี่ นั่น บ่อยครั้ง ก็ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ บางทีไปจังหวัดเชียงใหม่จะไปตามเรื่องโครงการพระราชดําริ ก็ไปปิดสนามบินเชียงใหม่จนต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปบนดอย เหล่านี้เป็นต้น รัฐบาลทํางานไปก็พยายามอดทนครับ แล้วก็ไม่มีความพยายามที่จะไปเข่นฆ่าอะไรอย่างที่ว่ากัน การชุมนุมข้างนอกก็เกิดเยอะครับ ที่สําคัญก็คือว่าถ้าคณะกรรมาธิการจะไปศึกษา แนวทางการสร้างความปรองดอง เรื่องหนึ่งสําคัญครับ คือเรื่องสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อใหม่ ๆ เช่น วิทยุชุมชน หรือทีวีดาวเทียม ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา มันไม่มีกฎเกณฑ์กติกามาควบคุมละครับ เพราะฉะนั้นวิทยุชุมชนในหลายที่ก็เป็นเครื่องมือ ที่ถูกนําไปปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังกัน ผมยกตัวอย่างง่ายที่สุดครับ ท่านอดีต หัวหน้าพรรค อดีตนายกรัฐมนตรีท่านชวน หลีกภัย ไปที่จังหวัดลําปาง ไปหาเสียง ก่อนหน้านั้น ก็มีการใช้วิทยุชุมชน ที่สุดก็เป็นข่าวหนังสือพิมพ์นะครับว่าถูกคนเอาไข่ไก่มาขว้าง อย่างนี้ ผมก็คิดว่าคณะกรรมาธิการต้องไปดูเหมือนกัน
ท่านสาทิตย์ครับ มีผู้ประท้วง เชิญท่านสุนัยประท้วง
ท่านประธานครับ ผมเองด้วยความ เคารพจริง ๆ ก็ไม่ได้อยากประท้วงคนที่เป็นอดีตรัฐมนตรี ถ้าอดีตรัฐมนตรีนั้นจะโน้มลงสักนิด เถอะครับ วิทยุชุมชนอะไรต่าง ๆ เรารู้หมดครับว่าเริ่มต้นจริง ๆ นั่นอะไร ใครไปทําอะไรนี่ รู้หมดครับแต่ไม่พูด พรรคไหนเราก็รู้ครับ ก่อนหน้านี้ใครละครับที่ไปยืนปราศรัยบนถนน
ท่านสุนัยครับ ขอความกรุณาว่าถ้าประท้วง ประท้วงประเด็นอะไรนะครับ
ท่านครับ คือท่านกําลังอภิปราย ผิดญัตติครับ ญัตติปรองดอง เรากําลังพูดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จะหาทางลดปัญหา ลดความขัดแย้งลงไป ท่านประธานครับ ฟังนิดเดียวครับ เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องจริง ความรักระหว่าง สามีภรรยานี่เป็นเรื่องจริงครับ ต้องรักกัน แต่เอาความรักบนเตียงมาพูดไม่ได้มันเป็น ความหยาบคายครับ ดังนั้นผมคิดว่าถ้าเราจะปรองดองนั้นผมเองไม่ใช่ประท้วงท่านนะครับ ผมก็ประท้วงฝ่ายของผมว่าอะไรที่จะทําให้กระทบกระเทือนใจฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์นั้น ทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่าความจริงคืออะไรนั่นนะ
ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านสาทิตย์ครับขอความกรุณา
ท่านประธานครับ นี่กําลังจะเอาเรื่อง บนเตียงมาคุยกันในสภา
คือขอความกรุณานะครับ เรากําลังไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ เชิญนั่งก่อนนะครับ วันนี้ท่านก็พบทูตจีนแล้วน่าจะใจเย็นได้นะครับ ท่านสาทิตย์ครับขอความกรุณานะครับ เอาเท่าที่ นั่นได้นะครับ อย่าไปกระทบกระทั่งกันมากนะครับ ไม่เป็นอะไร
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยว ท่านจะประท้วง ท่านสาทิตย์นั่งก่อนครับ ท่านนิพิฏฐ์เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะประท้วง แต่ว่าผมเห็นว่าท่านสาทิตย์ก็ได้อภิปรายอยู่ในประเด็นนะครับ ก่อนหน้าที่ท่านประธานจะได้ ขึ้นมานั่งบัลลังก์ ผมก็จดประเด็นที่ผู้อภิปรายฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายไว้ ท่านสาทิตย์ เป็นรัฐมนตรีในขณะนั้นก็ควรจะได้มีการชี้แจง
คือผมไม่ได้นั่น ผมเพียงแต่บอกว่าให้ท่านสาทิตย์พูดได้ แต่หมายความว่าก็ขอความกรุณาท่านนะครับ อะไรที่จะไม่กระทบกระทั่งกันก็ขอความกรุณา ท่านกําลังลําดับเหตุการณ์อยู่ครับ ผมก็นั่งฟัง ที่ห้องอยู่ครับ
อย่างในประเด็นบางเรื่องที่ผู้อภิปราย บางท่านได้อภิปรายและทําให้รัฐบาลชุดที่แล้วได้รับความเสียหาย ท่านสาทิตย์ก็มีสิทธิที่จะ ชี้แจงได้นะครับ ท่านผู้อภิปรายบางท่านขออภัยเอ่ยนามนะครับ คุณหมอเหวงได้อภิปรายว่า เหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายนปี ๒๕๕๓ นั้นโหดร้ายยิ่งกว่าสงครามโลก ผมว่าในกรณีอย่างนี้ครับ มันติดอยู่ในรายงานการประชุมแล้ว ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาล ชุดที่แล้วก็ควรจะมีสิทธิได้ชี้แจงครับ
ก็ท่านกําลังลําดับเหตุการณ์อยู่ เชิญต่อครับ ท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผมก็เพียงแต่จะลําดับความ ให้ท่านประธานเห็นครับว่า ผมพูดถึงประการที่ ๑ คือการทําความเข้าใจเรื่องความปรองดอง ให้ตรงกัน
ประการที่ ๒ ที่ผมพูดอยู่ ก็คือการทําความเข้าใจกับข้อเท็จจริงให้ตรงกัน ผมลําดับความมาถึงว่าหนทางสร้างความปรองดองประการหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะต้องศึกษา ก็คือไปดูเรื่องของสื่อซึ่งมีการรับฟังกันโดยทั่วไปและปราศจากกฎเกณฑ์กติกา ไปควบคุม เพราะปัญหามันเกิดขึ้นแล้วครับ ความจริงเรื่องที่ผมยกตัวอย่างให้ฟังที่เกี่ยวข้อง กับอดีตท่านหัวหน้า อดีตนายกรัฐมนตรีในพรรคของผมเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นชัดว่า ถ้าปราศจากการไปควบคุมกํากับดูแลแล้ว การไปปลุกระดมสร้างความเข้าใจผิดมันทําให้ คนฟังเกิดความรู้สึกโน้มน้าวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งแล้วเกลียดชัง แล้วเอาไข่ไก่มาปา มาขว้าง ก็เกิดเป็นข่าวจริงออกทั้งทีวี ทั้งวิทยุ ทั้งหนังสือพิมพ์ อันนี้ก็คือแนวทางหนึ่งซึ่งต้อง ไปพูดกัน แม้แต่กระทั่งเรื่องเว็บไซต์ท่านประธานครับ ความจริงทั้งวิทยุชุมชนก็ดี ทีวี ดาวเทียมก็ดี เรื่องของเว็บไซต์ก็ดี ปัจจุบันก็ยังมีครับ ที่มีการให้ข้อมูลก็ดี ทําให้กระทบกระทั่งถึงสถาบัน โดยเฉพาะเรื่องเว็บหมิ่นที่ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ไอซีที (ICT) ท่านหนึ่งได้ลุกขึ้นอภิปรายไว้ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ท่านฝากไว้แล้ว
อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมเพียงแต่จะชี้ให้เห็นต่อครับว่า รัฐบาลชุดที่แล้วซึ่งท่านกล่าวหาเอาไว้ว่าไม่สนับสนุนแนวทางปรองดองก็ทํางานต่อไปด้วย ความอดทน จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ใหญ่ก็คือเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ ท่านนิพิฏฐ์ประทานโทษเอ่ยนามเป็นคนพูดครับว่า เพื่อนสมาชิกอภิปรายก่อนหน้าผม ๒-๓ ท่าน บอกว่าเลวร้ายยิ่งกว่าสงครามโลก ครั้งที่ ๑ หรือครั้งที่ ๒ ผมก็เรียนท่านประธานว่า ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกครับ ถ้าท่านประธานจําได้ครับ การชุมนุมที่เกิดขึ้นนี่ ขยายจากตั้งแต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปถึงที่แยกราชประสงค์ ถ้าการชุมนุมเป็นการชุมนุม ที่ถูกต้องก็ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วก็เคารพครับว่าเป็น การชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ แต่ท่านเป็นประธานทวนความจํากันนิดหนึ่งนะครับ มีคําพิพากษา หรือคําวินิจฉัยของศาลแพ่ง ซึ่งเป็นคําวินิจฉัยของศาลแพ่ง ลงหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ ๖ เมษายน ปี ๒๕๕๓ ในเวลานั้นมีคนไปร้องศาลว่ามีการปลุกระดมและมีคนร่วม ชุมนุมปิดกั้นกีดขวางเส้นทางการคมนาคมและยานพาหนะ ศาลแพ่งก็วินิจฉัยว่าการชุมนุม ลักษณะเช่นนั้นเป็นการชุมนุมที่จะไม่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แล้วในคําวินิจฉัยนั้น ก็ระบุไปด้วยว่ารัฐบาลในขณะนั้นซึ่งมีกลไกที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายมีอํานาจในการเข้าไปกํากับ ควบคุมสถานการณ์ก็ดําเนินการไป ก็เป็นการดําเนินการตามกฎหมายทุกประการ อย่าลืมนะครับ ทางผู้อภิปรายซีกรัฐบาลบอกว่า ความปรองดองต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพกฎหมาย และหลักนิติธรรม มันคงไม่ใช่เลือกเชื่อนะครับ สักครู่นี้เพื่อนสมาชิกบางท่านก็พูดทํานองว่า ไม่แน่ใจว่าทําผิดหรือเปล่าแต่ศาลลงไปแล้ว เหล่านี้เป็นต้น แต่เพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่ง ก็บอกว่าถ้าจะปรองดองต้องเคารพเรื่องของหลักกฎหมายและนิติธรรม นิติรัฐ เพราะฉะนั้น หลักนิติธรรม นิติรัฐไม่ใช่เรื่องเลือกเชื่อครับ ว่าถ้าเรื่องไหนตัดสินใจตรงกับใจตัวแล้วบอกว่า ยุติธรรม แต่ตัดสินใจไม่ตรงกับใจตัวก็บอกไม่ยุติธรรม อย่างนี้ความปรองดองมันเกิดไม่ได้ ถ้าตัดสินใจที่จะยอมรับหลักกฎหมายนิติธรรม นิติรัฐก็ต้องยอมรับครับว่านั่นคือกระบวนการ ที่เรามี แล้วกฎหมายก็ออกไปจากรัฐสภา ผมเชื่อไม่มีศาลไหนครับ ที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวมีโอกาสจะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม เพราะกฎหมายในระบบของเราก็ถูกบัญญัติมาเช่นนั้น แล้วก็รองรับสิทธิพื้นฐานของ ประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ท่านก็ยกตัวอย่างผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ถูกตัดสินเรื่องกรณี เผาศาลากลาง แต่ทัศนคติของท่านผมก็เป็นห่วงนะครับ ท่านบอกศาลากลางประเทศไทย เผาไปอีกสัก ๑๐๐ แห่งก็สร้างใหม่ได้ ทําไมไม่คิดละครับว่าถ้าความคิดเห็นการเมือง ไม่ตรงกันทําไมต้องไปเผาด้วย มีวิธีการแสดงออกอย่างอื่นเยอะแยะครับ เพราะศาลากลาง เขาสร้างขึ้นจากเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ใครนึก จะไปเผาก็เผาได้ หรือท่านบอกว่าเผาไปแล้ว อีก ๑๐๐ แห่งก็สร้างใหม่ได้ มันไม่ใช่เป็น เช่นนั้น การเคารพในหลักของกระบวนการยุติธรรมก็เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ การชุมนุม ปี ๒๕๕๓ ก็เช่นเดียวกันครับ
เดี๋ยวนะครับท่านสาทิตย์ มีผู้ประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพ ท่านผู้กําลังอภิปรายนี้นะครับ แล้วก็ไม่อยากขัดจังหวะท่าน แต่ว่าท่านประธานได้พยายาม เตือนเรื่องนี้หลายครั้ง ว่าให้อยู่ในประเด็นที่จะให้เกิดความปรองดอง หรืออยู่ในญัตติ แต่สิ่งที่ ท่านสมาชิกท่านพยายามได้พูดเรื่องนี้ ท่านกําลังพูดเหมือนกับว่าบุคคลที่ชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้นเป็นการชุมนุมโดยไม่ถูกต้อง แล้วท่าน กําลังทําหน้าที่อย่างถูกต้องในฐานะที่เป็นรัฐบาล ไม่ว่าท่านจะดําเนินการอย่างไรก็ตามแต่ ไม่ว่าจะมีการใช้กําลังทหารเพื่อปกป้อง หรือปฏิบัติการขับไล่กลุ่มชุมนุม มีการยิง มีการฆ่า เกิดขึ้น ก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยถูกต้องของรัฐบาล การชี้แจงในประเด็นเหล่านี้ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเป็นการชี้แจงแต่ฝ่ายเดียว
เดี๋ยวนะครับ
ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านประธาน
เดี๋ยวนะครับ ท่านพายัพ
ผมต้องประท้วงท่านประธาน
เดี๋ยวนะครับ ผมขอถามท่านนิดหนึ่ง เดี๋ยวท่านฟังผมก่อน อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่จบ ท่านกําลัง ใช้สิทธิข้อ ๖๑ ใช่ไหมครับว่าผู้อภิปรายไม่อภิปรายอยู่ในประเด็นที่กําลังปรึกษาหารือกัน หรือเรื่องเกี่ยวกับญัตติถูกต้องไหมครับ
ไม่ถูกต้องครับ ผมไม่บังอาจ
ท่านประท้วงในข้อ ๖๑ ใช่ไหมครับ
ผมไม่ประท้วงข้อ ๖๑ ละครับ
ท่านประท้วงข้อไหนครับ
เพราะว่ามีคนประท้วงอย่างนี้หลายครั้งแล้ว แล้วท่านก็พูดต่ออย่างนี้มาโดยตลอด ผมประท้วงตัวท่านประธานครับ
ประท้วงอะไรนะครับ
ผมประท้วงท่านประธานที่ทําหน้าที่อยู่ ตรงนี้ครับ ข้อ ๘ ท่านประธานได้สั่งให้เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้เมื่อลุกขึ้นอภิปราย ให้อภิปรายอยู่ในประเด็น ท่านวินิจฉัยอย่างนี้หลายครั้ง พวกเราก็นั่งฟังด้วยความอดทน ด้วยความอดกลั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นความรู้สึกที่รู้สึกว่ามันก็บาดใจเรา ที่เราไม่มีโอกาส ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานจะทําหน้าที่ตรงนี้ต่อ ท่านประธานต้องยึดสิ่งกติกาที่ท่านวินิจฉัยสิครับ ถ้าเป็นประธานแล้วท่านควบคุมการปฏิบัติ หน้าที่ในการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกไม่ได้ มันก็เสียหายต่อสภา ท่านจะให้พวกผม ต้องยอมรับ
ผมจะวินิจฉัยนะครับ ท่านประท้วงข้อ ๘ ประท้วงประธานว่าควบคุมใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
คือขณะนี้ ท่านสาทิตย์นี่นะครับ ผมนั่งฟังท่านกําลังย้อนไปจนถึงข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุของความขัดแย้ง แล้วก็ประเด็นหนึ่งซึ่งท่านนําเสนอก็คือการนําเสนอของข่าวและสื่อ ต่าง ๆ นี่นะครับ เป็นการยั่วยุ ที่ผมนั่งบันทึกอยู่นะครับ แล้วก็ขอความกรุณาท่านสาทิตย์ เอากระชับหน่อยแล้วกันนะครับ เดี๋ยวรายละเอียดต่าง ๆ เราไปพูดกันในห้องประชุม ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ เชิญท่านพายัพนั่งเถอะครับ ผมกําชับท่านสาทิตย์แล้ว วันนี้ท่านสาทิตย์ก็พูดในเรื่องที่แล้วก็พูดได้ดีมาก ผมก็บันทึกนะครับ ขอความกรุณา เอากระชับหน่อยมันดึกแล้วนะครับ ขณะนี้เหลือผมอยู่คนเดียวนะครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้กรุณาให้ท่านสาทิตย์ได้อภิปรายตามประเด็น ซึ่งผมก็ยืนยันว่าท่านสาทิตย์กําลังอยู่ใน ประเด็น ผมนั่งฟังตลอด ท่านประธานนิดเดียว ท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้นรัฐบาล ชุดที่แล้วจะได้รับความเสียหาย เมื่อสักครู่ผมนั่งจดไว้หมดนะครับ นี่ผมยังไม่ได้อภิปรายเลย ท่านประธาน ผมยังไม่อภิปรายเลย ท่านสาทิตย์อภิปราย ถ้าท่านสาทิตย์อภิปรายตรงตามประเด็นแล้ว ผมไม่จําเป็นต้องอภิปราย ผมเรียนท่านประธานนิดเดียวนะครับ จําเป็นต้องลุกขึ้นประท้วง เพราะว่าคุณหมอเหวง ขออภัยเอ่ยนามอีกครั้งหนึ่ง ท่านได้บอกว่าในสงครามโลกเขาห้ามยิง ศัตรูที่ไม่มีปืน
เดี๋ยวครับท่านนิพิฏฐ์ เชิญครับ เอาให้จบสั้น ๆ ครับ
ผมขอเรียนท่านประธานว่าท่านสาทิตย์ ก็ต้องอภิปรายต่อ และผมอยากเรียนท่านพายัพครับว่า ในสงครามจริง ๆ แล้วโรงพยาบาล เขาก็ห้ามยึดครับ
พอนะครับ ผมว่าเดี๋ยวจะได้อภิปรายต่อนะครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ เชิญฝั่งโน้นก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา ครับ ผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ นะครับ อยู่ ๆ แล้วท่านให้คุณนิพิฎฐ์ ลุกขึ้นมาชี้แจงแทนคุณสาทิตย์ไม่ได้ครับ พวกเราเข้าชื่อเพื่อจะอภิปรายแต่เพื่อความรวดเร็ว ของสภาพวกเราก็ถอนชื่อกันเกือบหมดแล้ว ก็ปล่อยให้ทางซีกโน้นอภิปรายได้ แต่ว่าการอภิปรายของคุณสาทิตย์ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าท่านประธานปล่อยให้ อภิปรายในญัตติลักษณะว่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ เราอภิปรายเพื่อความปรองดองนะครับ พวกเราก็พูดได้อย่างนั้น แต่ว่าเราวันนี้ปรองดองนะครับท่านประธาน
ผมกําลังขอความกรุณาท่านสาทิตย์ว่าเอากระชับหน่อย แล้วท่านก็ได้อภิปรายในประเด็น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ก็ขอพยายามรวบรัดนิดหนึ่งนะครับ อย่างนั้นเราเดินไม่ได้นะครับ ท่านสาทิตย์ก็มีอาการพยักหน้า ก็หมายความว่าท่านก็ฟังประธานว่าขณะนี้ท่านก็จะพยายาม
(นายพายัพ ปั้นเกตุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านพายัพ ถ้าท่านประท้วงในข้อเดิมผมจะไม่ให้ประท้วงนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นั่งอยู่ข้างหน้าพูดพาดพิงผมเมื่อสักครู่นี้เสียหายนะครับ ท่านพยายามบอกว่า ก็ไม่ต่างอะไรที่นายพายัพไปยึดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ท่านรู้ไหม ละครับว่าที่นั่นได้สร้างเจ็บปวดด้วยคนเท่าไร ได้ทําให้นายทหารดี ๆ ก็ตายไปจากที่นั่น
ท่านครับ ถ้าโต้กันไปอย่างนี้เดี๋ยวมีผู้ประท้วงบอกผมผิดข้อ ๘ นะครับ ผมไม่ให้ท่านพูดครับ เชิญท่านสาทิตย์ต่อครับ จะได้อภิปรายได้ เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผมก็ระมัดระวัง แล้วก็อยู่ในประเด็นรวมทั้งอยู่ในข้อบังคับนะครับ ผมทวนนิดหนึ่งก็คือผมพูดถึง เรื่องของความหมายของคําว่าปรองดองตั้งแต่ต้นแล้ว โยงมาถึงข้อที่ผมพูดอยู่ก็คือ การทําความเข้าใจกับข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนรอบด้าน ไม่ใช่เรื่องของการกล่าวหาแต่เพียง ฝ่ายเดียวเท่านั้น ผมก็กระชับตรงนี้นิดหนึ่งครับว่า เรื่องการชุมนุม ปี ๒๕๕๓ รัฐบาลตอนนั้น เขาก็ดําเนินการโดยยึดคําวินิจฉัยของศาลแพ่งเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ปี ๒๕๕๓ ความจริง ในเนื้อหาที่ศาลแพ่งมีคําวินิจฉัย หรือคําพิพากษาออกมานั้นชัดเจนครับ มีการพูดถึงเรื่องของ อํานาจของ ผอ.รมน. โดย ผอ.ศรส. รับมอบอํานาจไปดําเนินการแล้วสามารถดําเนินการ อะไรได้ ผมก็ข้ามไปครับ แต่ต้องยอมรับครับ ท่านพูดเองว่าความปรองดองทุกคนต้องเคารพ กฎหมายทําหน้าที่ รัฐบาลมีหน้าที่รักษากฎหมายในขณะนั้น เหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นนะครับ รัฐบาลในเวลานั้นด้วยความที่พยายามที่จะเจรจาพูดคุยให้เกิดความเรียบร้อย ยอมให้มีการ เจรจากัน ต้องนับว่าเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีไปเจรจากับแกนนํากลุ่มผู้ชุมนุม แล้วถ่ายทอดสดออกทางโทรทัศน์ ผมเข้าใจว่า ๒ วัน พูดจากันคนทั่วทั้งประเทศก็ได้ยิน
ท่านสาทิตย์ครับ ขอความกรุณา คือในญัตติของเรากําลังคุยกันว่าเราจะมีแนวทาง และทิศทางในการที่จะหามาตรการในการที่จะขจัดความขัดแย้ง แล้วก็ความไม่เข้าใจกัน ในสังคม ถ้าท่านสาทิตย์ให้ความกรุณา เราพยายามที่จะไม่พูดถึงเรื่องเก่า ซึ่งข้อเท็จจริงเก่า ๆ มันเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติไปนะครับ เอาว่าท่านสาทิตย์จะแนะนําอย่างไรว่าแนวทาง วิธีการ มาตรการ ในการที่จะสมัครสมานสามัคคีกันได้ไหมครับ ถ้าย้อนไปเดี๋ยวท่านก็จะ ประท้วงกันนะครับ
ดีครับ
ได้ไหมครับ
แนวนี้ก็คงเป็นแนวที่คงต้องใช้ต่อนะครับ แต่ความจริงที่พูดขึ้นมาก็คงจะไม่ใช่ฟื้นฝอย
ขอกระชับนิดหนึ่ง เดี๋ยวนะท่านสุนัยประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขอความกรุณา จริง ๆ ครับ จริง ๆ หมอเหวงมีบัญชีรายชื่อทหารเลยครับ ใครสั่งใครยิงมีหมด
คืออย่างนี้ครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ท่านประธานครับ วันนี้เราพยายามที่สุดถ้าท่านสาทิตย์ยังจะพูดต่อไปด้วยทิศทางอย่างนี้ มันก็ชัดเจนแล้วว่าทําไม ๒ ปีมันปรองดองไม่ได้ นี่เราพยายามจะเริ่มต้นที่ดีที่สุด ท่านประธานครับ ช่วยกรุณาเถอะครับ ท่านประธานครับ
ก็ผมกําชับท่านสาทิตย์แล้วฟังท่านอีกสักหน่อย
อย่าแฝงเร้นด้วยการใช้ความพยายาม ที่จะทําลายการปรองดองด้วยวิธีการอย่างนี้เลยครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ผมว่าผมต้องพูดบ้างท่านประธาน ผมโดนประท้วงมาเยอะแล้วนะครับ ผมพูดยังไม่เคยกล่าวหาชื่อใครเลย แล้วท่านบอกว่า มีรายชื่ออะไร
ผมว่าเอาเรื่องของเราก่อนนะครับ
คืออย่างนี้ท่านประธาน คือท่านพูด เหมือนกับว่าผมขัดขวางความปรองดอง แต่เวลาฝ่ายที่เราเป็นรัฐบาลชุดที่แล้วถูกกล่าวหาว่า ฆ่าคนบ้างอะไรบ้างท่านไม่ให้โอกาสชี้แจง แล้วท่านบอกว่ากล่าวหาเพื่อความปรองดองหรือครับ ผมพูดมาผมเลี่ยงตลอดเลยที่จะพูดถึงว่าใครไปปลุกระดมไว้ว่าอย่างไร ใครไปพูดคลิป มีเยอะแยะครับผมก็ไม่ทํา ล้อมรถ ทุบรถ ตัดต่อคลิปผมก็มีผมไม่พูด
ผมว่าเอาเข้าเนื้อหาของเรานะครับ
นั่นสิครับ
ท่านสาทิตย์ก็เป็นผู้ใหญ่แล้วก็เป็นอดีตรัฐมนตรีแล้วนะครับ เราเอาสาระของพวกเรานะครับ
ใช่ครับ คือต้องไม่ข่มขู่กันนะครับ ท่านประธานครับ สภาเป็นที่แสดงความคิดเห็นนะครับ
เชิญครับ ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ประท้วง
ท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ให้ตายสิครับผมไม่เคยประท้วงใครเลย แต่ว่าวันนี้จําเป็นต้องประท้วง ผมเห็นด้วยกับท่านสุนัยและหลายท่านที่ได้ประท้วง ท่านสาทิตย์ไปแล้ว คือถ้าท่านยังอภิปรายอยู่อย่างนี้มันปรองดองไม่ได้จริง ๆ ตรงนี้ตรงญัตติ เราต้องการสร้างความปรองดอง ต้องการหาความจริง ความจริงไม่ได้บอกว่าต้องใครถูก ใครผิด แต่ต้องการหาความจริงเพื่อจะได้ไม่ใช่ลืมเพื่อจะให้อภัยเพื่อหาทางแก้ไขกันต่อไปนะครับ ท่านก็เลือกพูดเฉพาะส่วนที่อยากจะพูด ท่านอ้างโน่นอ้างนี่ผมว่าประวัติศาสตร์ไทย ผู้ชนะเป็นผู้เขียนทั้งนั้น แต่หลายครั้งรู้สึกเกิดขึ้นในภายหลังมันไม่ใช่เป็นอย่างนั้นเลย ผมก็บอกเพื่อนผมวันนี้ไม่ได้อยู่ในสภาแล้ว ตอนปี ๒๕๓๒ พ่อของเขาที่ถูกยึดอํานาจไป คนยึดก็ไปเขียนไว้อย่างนี้เหตุผลไม่ใช่เลย ก็เหมือนกัน ถ้ายังพูดกันอย่างนี้ต่อไปผมว่า ไม่ใช่แล้ว ข้างนอกเขาอยากจะเห็นพวกเราสมานสามัคคีกัน มีข้อเสนอจาก หลาย ๆ ฝ่ายบอกว่าช่วยกันค้นหาความจริงนะครับ จะมีคนกลางที่เขาจะค้นหาความจริงให้ วันนี้ คอป. มีข้อเสนอที่ดี ๆ อยู่หลายข้อเราน่าจะเอาเรื่องเหล่านั้นมาพูดว่าเราจะสร้าง ความปรองดองกันได้อย่างไร วันนี้สภานะครับ ประชาชนอยากจะเห็นส่วนนี้ ผมบอกเพื่อนผม บอกว่าเราเป็นเสียงข้างมากเราต้องอดทน อดทนฟังเสียงข้างน้อยเขาก็ต้องมีความกล้าหาญ ที่จะพูด แต่ว่านี่มันไม่ใช่เรื่องอย่างนั้นมันเอาเรื่องสิ่งที่อยากจะพูดและกล่าวหาผู้อื่นเรื่อยไป เรื่อยไปเรื่อย ๆ มันไม่ได้นําไปสู่ความสามัคคี ผมอยากจะให้ท่านประธานตรงนี้คือถ้าท่านยัง อภิปราย
ผมก็บอกท่านสาทิตย์แล้วว่าเอาเฉพาะในประเด็นญัตติที่เรากําลังพิจารณานะครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ ถ้าท่านอภิปรายอย่างนี้ก็มีประท้วง
มีประท้วงก็คงไม่ได้ผิดข้อบังคับ แต่ประการใด ถูกไหมครับ เพราะเป็นเพียงประเด็น
ท่านกําลังประท้วงผมในข้อ ๖๑ ว่าการอภิปรายนั้นต้องอยู่ในประเด็น ก็ขอความกรุณา ท่านสาทิตย์เอาเฉพาะ ท่านลองเสนอแนะดูสิครับว่ามันจะมีทางปรองดองกันอย่างไร บ้านเมืองจะสงบอย่างไรอยากทราบแนวทางนี้นะครับ ส่วนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมา ๒ ปี ๓ ปี ๕ ปี
ความจริงถ้าท่านประธานฟังตั้งแต่ต้น คงได้ยินชัดเจนว่ามันมีข้อเสนอ ๒ ข้อเท่านั้น ๑. คือเวลาพูดความจริงพูดให้ครบอีกด้านหนึ่งด้วย สักครู่นี้ท่านไม่ได้ถูกกล่าวหานี่ครับ แต่เวลากล่าวหารุนแรงนะครับ แต่พอผมลุกขึ้นชี้แจง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงท่านก็บอกว่าเป็นการฟื้นฝอยหาตะเข็บ
ท่านสาทิตย์ครับ ผมก็ต้องขอร้องท่านอีกครั้งหนึ่ง ขอให้อยู่ในกรอบในประเด็นนะครับ ถ้าหากว่าท่านยังพูดอีกก็มีผู้ประท้วงผมอีก
(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้อภิปรายข้อ ๖๑ พูดจาไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริง เราต้องยอมรับนะครับว่าการเริ่มต้นความขัดแย้งนั้นมาจากพรรคการเมืองหนึ่งนั้น ได้ขนคนไปให้เสื้อเหลือง
คืออย่างนี้ท่านก่อแก้วครับ ข้อ ๖๑ นี่นะครับ เขาบอกว่า การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น ที่ประชุมปรึกษาหารือกันหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับญัตติ อันนี้ที่ท่านประท้วงก็คือว่า ท่านสาทิตย์ อภิปรายไม่อยู่ในประเด็นที่ประชุมปรึกษาหารือ หรือท่านจะประท้วงว่าข้อที่ท่านสาทิตย์พูด ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยา หรือใช้วาจาอันไม่สุภาพใส่ร้าย วรรคสองครับ ท่านประธานครับ ผมสมาชิกใหม่ยังไม่แม่น ข้อบังคับ
ถ้าท่านบอกว่าใส่ร้ายนี่ใส่ร้ายอย่างไร แล้วท่านจะใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหม หรืออย่างไร
คือท่านผู้อภิปรายได้พูดจาใส่ร้ายว่า ทางผมเองหรือคณะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง แต่ผมก็เรียนท่านว่า ผมเองพยายาม นั่งฟังด้วยความอดทน ถึงแม้ต้องกัดฟันกรอด ๆ จนฟันจะหักอยู่แล้ว แต่ก็ต้องอดทน เพราะว่าวันนี้เราพูดถึงเรื่องการปรองดอง ผมอภิปรายนี่ถ้าผมจะตําหนิติเตียนใคร ผมตําหนิได้ ทั้งเนื้อหาผมละครับ แต่ผมก็พยายามหลีกเลี่ยง แต่วันนี้ฟังท่านได้ขึ้นมาพูดผมมองว่าอย่างนี้ มีปัญหา เพราะว่าข้อเท็จจริงนั้นมันไม่ตรงนะครับ ท่านใส่ร้ายพวกผมเป็นฝ่ายเริ่มต้นของ ความขัดแย้ง
ท่านก่อ แก้วครับ ผมอย่างนี้นะครับ ขอเตือนทั้งท่านสาทิตย์ด้วยนะครับ พยายามที่จะไม่ให้ กระทบกระทั่งกัน แล้วก็ทําอย่างไร ถ้าเราเอาข้อเท็จจริงนี่นะครับ ฝั่งนี้ก็ว่าข้อเท็จจริงฝั่งนี้ ฝั่งนี้ก็ข้อเท็จจริงฝั่งนี้ มันก็ต้องโต้กันไม่มีที่สิ้นสุดนะครับ ขอความกรุณา ทั้ง ๒ ฝ่ายนี่นะครับ กรุณานําเสนอในสิ่งซึ่งพวกเรามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเกิด ความสันติสุขในบ้านเมืองนี้ ถ้าแต่ละฝ่ายหยิบยกข้อเท็จจริงของแต่ละฝ่ายขึ้นมานี่นะครับ ซึ่งข้อเท็จจริงของแต่ละฝ่ายจะเป็นความจริงหรือไม่ มันพิสูจน์ยังไม่ได้ นายก่อแก้ว พิกุลทอง (บัญชีรายชื่อ) : ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงคือว่า มีการยึดทําเนียบ มีการยึด สนามบิน
เดี๋ยวนะครับ ท่านก่อแก้วครับ
ก่อนที่มีการปิดสี่แยกราชประสงค์
ถ้าเราหยิบยกข้อเท็จจริงที่มันปรากฏขึ้นมามันก็จะไม่ค่อยสงบในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ อีกฝั่งหนึ่งเขาก็จะต้องอธิบายความ ผมพยายามที่จะใช้ข้อ ๘ ในการประชุม ขอความกรุณา ที่ประชุมนะครับว่าญัตติของท่าน พลเอก สนธิ ก็ดี ของท่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยก็ดี ท่านเสนอแนวทางว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นมานี่นะครับ มันก็ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ก็คือความเห็นในทางสังคม ในทางการเมือง มันตรงกันข้ามกัน แล้วทิศทางก็ไม่เหมือนกัน อันนี้คือสิ่งที่เราได้รับความบอบช้ํามาไม่แตกต่างกัน แต่วันนี้เรากําลังจะคุยกันว่าแนวทาง ทิศทางที่เราจะกําหนดให้บ้านเมืองนี้มีความปรารถนาร่วมกันก็คือว่า ทําอย่างไรจะก่อให้เกิด ความสงบสุขและความปรองดอง ขอความกรุณาท่านสาทิตย์นะครับว่า เอาสั้น ๆ นะครับ อย่างนั้นมันเดินไม่ได้ ท่านก่อแก้วนั่งเถอะครับ ท่านสาทิตย์เชิญครับ เอาสั้น ๆ นะครับ เอาเฉพาะ ผมอยากจะฟังว่าท่านจะเสนออย่างไร เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ต่อใช่ไหมครับ
ครับ
ขอบพระคุณครับ ผมก็เรียน ท่านประธานครับว่า ผมก็คงใกล้ถึงจุดที่ต้องสรุป เพราะว่าเป็นเรื่องประเด็นที่เกี่ยวกับ การดําเนินการตามกฎหมายครับ ผมคิดว่าเมื่อใครก็ตามที่ขึ้นมาเป็นฝ่ายรัฐบาลก็จําเป็น ที่จะต้องยึดหลักของกฎหมายเช่นเดียวกัน อย่างที่ในอดีตได้มีการดําเนินการไป แต่รัฐบาล ในขณะนั้นก็พยายามที่จะให้เกิดข้อเท็จจริง ความจริง คอป. ชุดอาจารย์คณิตก็ดี ที่เกิดขึ้น แล้วมีการอ้างถึงในญัตตินี้ก็เกิดจากความตั้งใจของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะนั้น ซึ่งแนวทางที่เขาศึกษาไว้ส่วนหนึ่งก็คงจะต้องนํามาศึกษาควบคู่กันไปด้วยในชุดของ คณะกรรมาธิการ ความจริงรัฐบาลชุดที่แล้วเสนอไว้อีก ๒ ชุดครับ คือ ชุดเรื่องของการปฏิรูป ชุดหนึ่งก็มีท่านอดีตท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน อีกชุดหนึ่ง ก็มีอาจารย์หมอประเวศ วะสี เป็นประธาน บังเอิญ ๒ ชุดนั้นก็ไม่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดจากัน ชุดของอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ท่านลาออกไปก็ไม่มีการแต่งตั้ง จริง ๆ แล้ว ๒ ชุดนั้น ก็มีความสําคัญ เพราะถ้าพูดถึงความขัดแย้งในสังคมไทย ส่วนหนึ่งมันเป็นเรื่องของ ความยากจน ส่วนหนึ่งมันเป็นเรื่องของการกระจายอํานาจ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของ การกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นในเชิงการปกครองด้วย และเรื่องการสร้างชุมชนไม่มีการพูดถึง ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างตรงนี้ขึ้นมาให้เห็นว่า ในแนวทางการสร้างความปรองดองนั้น รัฐบาลไม่ว่าชุดไหนก็ตาม ที่ผมยกตัวอย่างชุดท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เพราะผมอยู่ใน รัฐบาลชุดนั้นด้วยเราก็ยึดแนวทางนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้การมากล่าวหาในทํานองว่ามีการเข่นฆ่า ประชาชน ตั้งใจ มีคนพูดถึงกระทั่งกราดยิงนะครับ แต่มีองค์กรระหว่างประเทศองค์กรหนึ่ง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปให้ข้อมูลไว้กับคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งเป็นคณะกรรมาธิการ ของวุฒิสภา ก็พูดชัดว่าไปดูแล้วก็ไม่เห็นร่องรอยอย่างที่ว่า
ท่านสาทิตย์ครับ ประเด็นนั้นเป็นเรื่องของอดีตท่านนายกรัฐมนตรีจะไปชี้แจงนะครับ ผมขอความกรุณาเอาเฉพาะประเด็นที่เรากําลังประชุมปรึกษาหารือกันว่าแนวทาง และทิศทาง ผมฟังดูของท่านมีเหตุผลอยู่หลายข้อที่ท่านนําเสนอมานี่นะครับ อยากจะให้ท่าน นําเสนอเอาเฉพาะประเด็นที่เราปรึกษาหารือกัน เดี๋ยวฝั่งนี้ท่านก็ประท้วงผมอีกตามข้อ ๘ ขอความกรุณาครับ
ผมเพียงแต่ตอบประเด็นพาดพิง ที่เพื่อนสมาชิกบอกว่า เหตุการณ์พฤษภามันเลวร้ายยิ่งกว่าสงครามโลกนั่นไม่ใช่ข้อเท็จจริงเลย เป็นข้อเท็จที่กล่าวหากัน แต่ในที่สุดครับ ถ้าท่านไปดูเรื่องของการชี้แจงในสภา ความจริงเอารายงานการประชุม คณะกรรมาธิการชุดที่จะไปทํางานไปดูรายงานการประชุม ได้ครับ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาชุดนี้ครับ มีการพูดถึงข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างครบถ้วน ทั้งฝ่ายกล่าวหาซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันนั้นหลายคนก็เป็นสมาชิกฝ่ายค้านในขณะนั้น พวกกระผมซึ่งเป็นรัฐบาล จะท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ดี คุณสุเทพก็ดี ก็มีการชี้แจง ข้อเท็จจริงเรื่องคนตาย ๙๐ กว่าศพ มีการพอท (Pot) จุดที่กําหนดว่าไม่ได้ตาย ในเวลาเดียวกัน หลายคนตายกี่จุด กระจายกันอย่างไร ไม่ใช่เป็นเรื่องของการไปล้อมปราบ อย่างที่มีการกล่าวหา เหล่านี้เป็นต้น ก็ควรได้หยิบยกเรื่องนั้นขึ้นมา
ท่านสาทิตย์ครับ ประเด็นที่ท่านพูดนี่มันเป็นข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นนะครับ ส่วนสาเหตุของ การตายที่ท่านพูดมันยังไม่เป็นข้อเท็จจริงที่ยุตินะครับ ผมขอความกรุณานะครับ เดี๋ยวท่านก็ ประท้วง เดี๋ยวก็ประท้วง เดี๋ยวมันดําเนินการไม่ได้ผมอยากฟังข้อเสนอแนะของท่าน ท่านไม่ต้องไปย้อน เพราะอันนี้เป็นข้อเท็จจริงที้มันปรากฏในสภาที่เขาศึกษาพิสูจน์ สอบสวนกันอยู่ เอาว่าท่านจะแนะนําอย่างไร อย่างที่พวกเรามีความปรารถนาอยากจะให้ บรรยากาศในการบ้านการเมืองของพวกเราเกิดความปรองดองสามัคคีกัน แล้วก็ขอ ความกรุณา ท่านก็ประท้วงผมอยู่อย่างนี้นะครับ เอาสั้น ๆ แล้วก็ผมจะให้ท่านนิดเดียวครับ เชิญครับ
ผมก็ไม่พูดถึงสาเหตุ ท่านประธานครับ ผมเพียงแต่จะพูดว่าข้อเท็จจริงในจุดนั้น
เดี๋ยว มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านจากจังหวัดอุดรธานีครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมประท้วงผู้อภิปราย อภิปราย ไม่อยู่ในประเด็น คําอธิบาย ประเด็นก็คือการแสวงหาความปรองดอง เสนอโดยหัวหน้า พรรคมาตุภูมิและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คนเสนอญัตติเขาไม่ต้องการให้พูดแบบนี้ ถ้าไม่เชื่อ กลับไปถามเขาดูก็ได้ เขาต้องการให้คนอภิปรายบอกวิธีที่จะนําไปสู่ความปรองดองของ คนในชาติ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เวลาคนมาชนกัน ถอยไปคนละก้าว แล้วบอกว่าผมชนคุณ เพราะผมผิด ผมไม่ได้ดูคุณเอง แล้วคนที่ถอยไปฝั่งนั้นก็บอกว่า ผมผิดเองครับ เพราะผมมาชนคุณ นี่มันถึงจะปรองดอง แบบนี้ไม่อยู่ในประเด็นให้พูดต่อไปไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ อีกนิดเดียวครับ คนที่จะอภิปรายเรื่องปรองดองต้องมีความรับผิดชอบด้วยนะครับ แล้วท่านวอล์คเอาท์ออกไปไม่รับผิดชอบต่อการวอล์คเอาท์แล้วกลับมาพูดมันก็ไม่ปรองดอง จะอภิปรายเรื่องปรองดองนี่ต้องมีความรับผิดชอบด้วยนะครับ แล้วท่านไม่รับผิดชอบ พวกเขา แล้วกลับมาพูดมันก็ไม่ปรองดอง
ท่านครับ ใจเย็น ๆ นะครับ เรากําลังจะปรองดองกันอยู่นะครับ ผมฟังแล้วผมจะวินิจฉัย แล้วนะครับ ผมรู้แล้วครับ ผมได้ทักท้วงแล้วก็เตือนท่านสาทิตย์แล้วนะครับ ผมจะเตือน อีกครั้งหนึ่งถ้าท่านไม่อยู่ในประเด็นที่ผมทักท้วงนะครับอยากให้ท่านแนะนํา อันนี้เป็น ข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้น สาเหตุของความขัดแย้งมันเกิดขึ้น แต่เรากําลังจะฟังว่าท่านจะเสนอ แนวทางอย่างไรนะครับ แต่ถ้าท่านยังอธิบายในเรื่องข้อเท็จจริงอย่างนี้ผมจะไม่ให้ท่านพูดนะครับ
(นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวนะครับท่านนิพิฏฐ์ มีท่านประท้วงอยู่ เดี๋ยวท่านนั่งรอนิดหนึ่ง เชิญ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง ผมขออนุญาตใช้สิทธิประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ แล้วก็เพิ่มเติมในสิทธิ พาดพิงด้วยครับ ท่านประธานครับ วันนี้เรากําลังพิจารณาในเรื่องญัตติในเรื่อง ความปรองดอง ท่านประธานไม่สามารถควบคุมให้การประชุมดําเนินไปได้อย่างราบรื่น อันนี้เป็นประเด็นแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ประเด็นของความปรองดองถ้าท่านประธาน ไม่สามารถให้ในสภาปรองดองได้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ลําบากนะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมใช้สิทธิพาดพิงนิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่ท่านสาทิตย์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ได้กล่าว พาดพิงไปถึงจังหวัดลําปางปาไข่ ก็ต้องปาละครับ พี่น้องชาวบ้านไม่ชอบนายกรัฐมนตรีชวน ทําอย่างไร ผมใช้สิทธิพาดพิงครับ
คือเอาประเด็นแรกก่อนนะครับ ประเด็นที่ท่านประท้วงประธานในข้อ ๘ ขอให้ประธาน ควบคุมการประชุมให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย ผมก็ได้กําชับท่านสาทิตย์ให้อภิปราย ในประเด็นญัตติที่เขาเสนอมาก็ได้กําชับท่านแล้ว ท่านก็จะปฏิบัติ แล้วผมควบคุมเอง ถ้านอกเหนือจากนี้ผมก็ไม่ให้สิทธิท่านพูดนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านขอใช้สิทธิตามข้อ ๖๓ ไม่ได้พาดพิงท่านไม่ได้เสียหายแล้ว ก็ไม่ได้กล่าวถึงท่าน ผมไม่ให้ใช้สิทธินะครับ
พาดพิงจังหวัดลําปางท่าน ผมเป็น ผู้แทนจังหวัดลําปาง
ผมไม่ให้ ใช้สิทธินะครับ อย่างนั้นพูดถึงจังหวัดไหนทุกคนก็ใช้สิทธิจังหวัดนั้นก็ไม่ต้องประชุมกัน ข้อ ๖๓ เขาบอกว่าผู้ใดเสียหายนะครับ ถ้าท่านไม่เสียหายแล้วก็เขาไม่ได้พาดพิงถึง วินิจฉัยแล้วไม่ให้สิทธิท่านนะครับ
ผมเป็นคนลําปางมันเสียหาย
เชิญท่านนั่งลงได้ครับ
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวท่าน จะสรุปแล้วท่านนิพิฏฐ์
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมก็ประท้วงท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่า ท่านสาทิตย์ได้อภิปรายเป็นเหตุเป็นผลและยังอยู่ในประเด็นนะครับ จริง ๆ ผู้ที่ประท้วง ท่านน่าจะลุกขึ้นประท้วงตอนที่คุณหมอเหวง ขออภัยเอ่ยนามนะครับ
ท่านประท้วงผมข้อไหนครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ
ผมคิดว่าที่ท่านสาทิตย์อภิปรายอยู่ นี่ครับยังอยู่ในประเด็น และท่านประธานต้องให้ท่านสาทิตย์ได้อภิปรายจนจบประเด็นครับ
เชิญท่านนั่งได้ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยข้อประท้วงของท่านครับ
เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ผมขออภัย เอ่ยนาม ไม่รู้จักท่านนะครับได้พูดว่า คนลําปางไม่ชอบท่าน
ไม่เอาแล้ว เดี๋ยวมันต่อความยาวสาวความยืด เรากําลังปรองดองกัน ท่านนิพิฏฐ์ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ท่านเคยเป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรมมา
ท่านพูดอย่างนี้ปรองดองไหมครับท่านครับ ที่พูดอย่างนี้ว่าคนลําปางไม่ชอบจึงต้องปาท่านชวน นี่ปรองดองไหมครับท่านครับ
คืออย่างนี้ท่านครับ ถ้าเรา
ผมยกเว้นให้นะครับ ผมคิดว่าคนลําปาง ไม่ได้มีพฤติกรรมเหล่านั้นนะครับ
ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัยประเด็นของท่าน ท่านประท้วงผมในข้อ ๘ และข้อ ๖๑ ว่าผมได้วินิจฉัยในประเด็นของท่านสาทิตย์นะครับ ผมขอความกรุณาท่านสาทิตย์ท่านกําลัง จะสรุปแล้ว แล้วก็มันจะได้สงบนะครับ เชิญครับท่านครับ เรามีอะไรมากกว่านี้เชิญท่าน
ผมก็เพียงแต่สรุปท่านประธานครับว่า เราต้องทําความเข้าใจกับชุดข้อเท็จจริง ซึ่งบางทีมันอาจจะเป็นชุดข้อเท็จจริงที่แตกต่างจาก ความเชื่อของเรา แต่ความเชื่อคงมาตัดสินข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไม่ได้ วันนี้มันก็มีขบวนการ
ท่านสาทิตย์ครับ ผมขอความกรุณาท่าน ถ้าท่านหยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นมานี่นะครับ ข้อเท็จจริงของท่านสาทิตย์นําเสนอเป็นข้อเท็จจริงของท่านสาทิตย์ แต่ในข้อเท็จจริงเดียวกัน ของอีกฝั่งหนึ่งอาจจะไม่เป็นข้อเท็จจริงอย่างที่ท่านสาทิตย์พูด ผมจึงบอกว่าข้อเท็จจริง ซึ่งยังไม่ยุติ เหมือนกับทางศาลนี่เขาต้องฟังข้อเท็จจริงที่ยุติในการพิจารณาวินิจฉัยสั่งคดีได้ ทีนี้ถ้าท่านหยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นมามันไม่จบ ประเด็นของที่เรากําลังปรึกษาหารือกันก็คือว่า แนวทางปรองดอง ขณะนี้มันเกิดเหตุการณ์ทุกคนรู้แก่ใจนะครับ โดยวิญญูชนก็สามารถ รู้ได้ว่าอะไรเกิดขึ้น ในที่ประชุมแห่งนี้อยากจะฟังแนวทางที่ท่านจะเสนอแนะเข้าไป เพราะว่า ถ้าหากมีการตั้งคณะกรรมาธิการเจ้าหน้าที่สภาก็จะเอาประเด็นของท่านส่งให้ต่อ คณะกรรมาธิการได้ศึกษาพิจารณาดู ขอความกรุณา เชิญครับ
ผมกําลังจะพูดอย่างที่ท่านประธานพูด นั่นแหละครับ ว่ามันมองข้อเท็จจริงด้วยความเชื่อไม่ได้ วันนี้มันมีกระบวนการยุติธรรม มันมีกระบวนการของคณะกรรมการกลางหลายชุดซึ่งเขาก็ศึกษากันอยู่ แต่ผมก็เพียงแต่ จะชี้ว่าบางทีข้อเท็จจริงมันอาจจะไม่ตรงกับที่เราคิดเราเชื่อ แต่ถ้าการทําหน้าที่ในสภา การพูดข้อเท็จจริง มันก็มีโอกาสที่จะเห็นไม่ตรงกันได้ ผมว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดา อย่างที่ผมกําลัง จะพูด บางประเด็นก็เป็นประเด็นที่ถูกพาดพิงมาแล้วก็รุนแรงเสียด้วย ผมก็จะสรุปว่ารัฐบาล ชุดที่ผ่านมาก็เป็นรัฐบาลที่จริงใจในการที่จะสร้างความสงบให้เกิดขึ้น แต่เมื่อมีการดําเนินการ ที่ผิดกฎหมายก็ว่าไปตามขั้นตอน ไม่มีเรื่องของการส่งกําลังทหารไปปราบปราม ไปเข่นฆ่า แต่กระบวนการข้อเท็จจริงก็ต้องสืบค้นกันต่อไป ข้อเท็จจริงแม้แต่กระทั่งบางเรื่องซึ่งผมก็ ไม่พูดถึงครับ เช่น เรื่องชุดดํา ผมก็ไม่พูด ความจริงในสภาชุดที่แล้วละเอียดมาก แล้วสมาชิก ที่อยู่ข้างล่างตอนนั้นยืนซีกเดียวกับผมนี่ครับ ฝ่ายค้านกล่าวหาแรงกว่านี้อีก แต่รัฐบาล ในเวลานั้นเขาก็ฟัง เขาก็ชี้แจง เพราะทุกอย่างมันก็ชัด ในคลิปจะแก้ว ๓ ประการหรืออะไรก็ตาม ก็จบตรงนั้นไป ที่สุดของผมที่จะสรุปในวันนี้ก็คือว่า ในญัตติที่ว่าด้วยเรื่องของกระบวนการ ที่จะไปศึกษาเรื่องแนวทางการสร้างความปรองดองนั้น ถ้าตีความโจทย์เรื่องความปรองดองตรงกัน ไม่ใช้ข้ออ้างความปรองดองไปกล่าวหาใส่ร้ายฝ่ายที่คิดไม่ตรงกับตนเอง ๒. ก็คือ การทําความเข้าใจชุดข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนรอบด้านแล้ว การไปศึกษาแนวทางก็อาจจะ ผิดเพี้ยนได้ เพราะในเรื่องที่ ๓ ที่ผมจะเสนอก็คือว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็คงจะต้องไปทํา ข้อเสนอซึ่งเป็นข้อเสนอที่จะนําไปสู่แนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ บังเอิญมีการพูด กันมาก่อนหน้านี้เรื่องการเยียวยาครับ กระผมเห็นด้วยว่าบุคคลใดก็ตามที่ถูกกระทําแล้วเป็น เหตุให้บุคคลผู้นั้นจะต้องได้รับความกระทบกระเทือนในสิทธิเสรีภาพร่างกาย ถ้าหากเป็น การกระทําใด ๆ ที่เกิดขึ้นลงไปแล้วรัฐก็พึงจะมีการเยียวยากันตามสมควร อย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในอดีต แต่การเยียวยาบางครั้งที่เรามีการพูดแต่เฉพาะในมุมที่เราคิดว่ามันถูกต้อง อย่างกรณีเสนอ ๑๐ ล้านบาทให้กับผู้ชุมนุมที่เป็นกลุ่มเสื้อแดง ผมก็ว่าเป็นสิทธิที่รัฐบาล จะไปพิจารณาได้ครับ ในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลชุดที่แล้วก็เยียวยา ก็ชดเชยกันไป ก็ดูแล แต่ท่านอย่าลืมนะครับ ถ้าท่านจ่ายไปในขนาดนั้น ท่านผู้เสนอญัตติเองท่านก็ลงไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บ่อย ๆ ก็มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่นั่นที่มีผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งแทบไม่ได้รับการเยียวยาอะไรเลยจากรัฐ อย่างกรณีกรือเซะ-ตากใบ หรือกรณีอื่น เป็นต้น ท่านจะพิจารณาด้วยหรือไม่
เท่านี้ พอแล้วกระมังครับ
ท่านประธานครับ ผมก็คิดว่าประเด็น ที่จะต้องมีการนําเสนอกันในคณะกรรมาธิการก็ต้องขบคิดรอบคอบ เพียงแต่ผมไม่แน่ใจ เท่านั้นเองท่านประธานครับว่า คณะกรรมาธิการจะไปทํางานเสร็จสิ้นเมื่อใด เพราะในเวลา ที่เราเรียกร้องความปรองดองในสภา ในเวลาที่เรามีนโยบายสร้างความปรองดองมันกําลัง จะมีวิกฤติความขัดแย้งทางสังคมรอบใหม่ที่เกิดขึ้น อย่างที่เป็นข่าวมาช่วงวัน ๒ วันนี้ กรณีเรื่องของ พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษซึ่งไม่ลงรายละเอียดนั้นเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง
ท่านสาทิตย์ครับ เอาเรื่องของญัตติปรองดองเรา ส่วนเรื่องของพระราชกฤษฎีกาที่ท่านว่านี่ ก็กระทู้ถามรัฐบาลนะครับ เพราะว่าอันนี้เรากําลังพิจารณาในญัตตินี้ ผมว่าจบได้แล้วกระมังครับ
ผมก็เรียนท่านประธานครับว่า การทําหน้าที่ในสภาก็เป็นหน้าที่ของ ส.ส. นะครับ แต่มีการพูดกันมาเป็นรัฐมนตรีนี่โดนกล่าวหา เรื่องนี้หนักกว่านี้ แต่วันนี้ผมทําหน้าที่ในสภาด้วยความยากลําบากจริง ๆ แล้วก็มี ความพยายามกันหลายประการที่จะไม่ให้พูด แต่ถ้าท่านคิดจะสร้างความปรองดองอย่างที่ อ้างกันจริง ๆ นี่ต้องฟังให้ครบนะครับ และผมเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีเพื่อนสมาชิกบางท่าน ลุกขึ้นมากล่าวหารัฐบาลก็ต้องชุดที่แล้วก็ต้องสงวนสิทธิกันในการชี้แจงอีก ผมว่าอันนี้ก็เป็น การทําหน้าที่ปกติของเรา ก็คิดว่าคงจะอภิปรายแล้วก็เสนอไว้แต่เพียงเท่านี้ท่านประธานครับ
ขอบคุณมาก คืออย่างนี้นะครับ ถ้าซีกนี้จะใช้สิทธิอภิปรายผมก็จะขอทักท้วงในประเด็นเช่นเดียวกันนะครับ แล้วก็อยากจะใช้สิทธิตามข้อบังคับโดยเคร่งครัด เพราะว่าฝ่ายค้านเหลืออยู่ ๒ ท่าน ท่านวัชระ เพชรทอง กับอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท นะครับ แล้วก็ฝ่ายรัฐบาลที่ส่งชื่อมา เหลืออยู่ ๓ ท่าน ก็เป็น ๕ ท่าน แล้วผมก็จะปิดการเสนอญัตติ อภิปรายแล้วก็ให้เจ้าของญัตติสรุป พรุ่งนี้ค่อยลงมตินะครับ ท่านใช้สิทธิอะไรครับ เชิญครับ ประท้วง
ท่านประธานครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คือผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวครับ พอดีเมื่อกี้ถูกพาดพิง
พาดพิง อะไรครับ ท่านต้องบอก
ถูกพาดพิงเยอะครับ แต่ว่าผมก็ไม่ติดใจ เหลือประเด็นเดียวครับ ก็คือท่านผู้อภิปรายบอกว่าผมเองมีทัศนคติอันตรายนะครับ ผมเอง ก็อยากชี้แจงนิดเดียวครับ เรื่องอื่นไม่ชี้แจงแล้วครับ
ชี้แจง แบบสร้างสรรค์นะครับ
ท่านประธานครับ ถ้าท่านได้ฟังผม อภิปรายมา ๓๐ นาที ผมไม่พูดอะไรที่มีปัญหาเลยครับ
ผมฟัง ท่านอยู่ครับ ท่านนําเสนอได้ดีมากวันนี้ครับ
เรื่องทัศนคติอะไรอันตรายตัวนี้ ที่ท่านผู้อภิปรายได้ชี้ว่าผมเป็นบุคคลอย่างนั้น ผมขอเรียนชี้แจงอย่างนี้นะครับ ว่าเมื่อกี้ผมได้ ตัวอย่างกรณีเปรียบเทียบระหว่างชีวิตคนกับทรัพย์สิน ระหว่างกรณีพยายามฆ่ากับพยายาม เผานั้น ผมให้ความสําคัญของชีวิตมนุษย์มากกว่าทรัพย์สิน ฉะนั้นการที่ผมเลือกให้ ความสําคัญชีวิตมนุษย์มากกว่าทรัพย์สินนั้นผมเชื่อว่าผมคิดถูก และผมเชื่อว่าคนที่มีจิตใจ เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็คิดเหมือนผมนะครับ
ก็อธิบายพอสมควรเข้าใจแล้วนะครับ
ฉะนั้นเรื่องนี้ ขอให้ท่านผู้อภิปรายได้ เข้าใจว่าผมไม่ได้มีเจตนาให้มีใครไปเผาศาลากลางหรืออะไรไม่ใช่
คือศาลากลางนี่นะครับ ก็เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่จะต้องไปว่ากันนะครับ แต่ต่างฝ่าย ก็ไม่มีเจตนานะครับ ขอบคุณมาก เชิญนั่งได้ครับ เดี๋ยวท่านอื่นต่อนะครับ เดี๋ยวฝ่ายรัฐบาล เหลืออยู่ ๓ ท่าน ผมจะสลับนะครับ เชิญท่านผู้อาวุโสครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชวน หลีกภัย ขออนุญาตเพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลเรื่องปาไข่ที่ลําปางนะครับ คือเพื่อนสมาชิกจะได้สบายใจครับ เพราะว่ามิฉะนั้นชาวลําปางก็จะเสียหาย คนที่ปาไข่ เขาไม่ใช่เป็นตัวแทนว่าคนลําปางเขาจะเป็นอย่างนั้นนะครับ คนลําปางส่วนใหญ่เขาเป็นคนดี เขาเป็นคนดีเพียงแต่ว่าเป็นกลุ่มเสื้อแดงคนหนึ่งเท่านั้นเอง และไม่ใช่ทั้งหมด แล้วคดีก็จบไปแล้วครับ ศาลลงโทษไปตามความหนักเบาของคดี ผมพูดเพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าคนลําปางไม่พอใจใคร ก็ปาไข่ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมาก ท่านจตุพรครับ หลังจากท่านจตุพรแล้วท่านวัชระ หลังจากท่านวัชระแล้วท่านสุนัย หลังจาก ท่านสุนัยแล้วก็อาจารย์รัชฎาภรณ์ สุดท้ายดอกเตอร์พีรพันธุ์ ขอกระชับนิดหนึ่งนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนกับ ท่านประธานครับว่าการนั่งฟังด้วยความอดทนนั้นก็ถือว่าเป็นความปรองดองอย่างหนึ่ง เพราะผมเองก็ได้ใช้ความอดทนอย่างมาก สิ่งที่ผู้อภิปรายก่อนหน้ากระผมนั้นได้ลุกขึ้นมา อภิปรายนั้นทุกเรื่องเราได้หยิบยกขึ้นมาอภิปรายในสภาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหลังจาก เหตุการณ์สลายการชุมนุม ปี ๒๕๑๒ มีการบันทึกรายงานการประชุม หลังจากนั้น มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมเองและเพื่อนสมาชิกก็ได้ใช้สภาแห่งนี้ในการลําดับความ อภิปรายไม่ไว้วางใจ การสลายการชุมนุม อันนําไปสู่การเสียชีวิต ๙๑ ศพ บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ คน สร้างความหายนะอันย่อยยับนั้น ผมเองได้ลุกขึ้นอภิปรายในสภาเวลาประมาณ ๔ ทุ่มครึ่งถึงตีสอง ใช้เวลา ๓ ชั่วโมงครึ่ง มีการลงไปสํารวจคนฟังว่าระหว่างฝ่ายค้านอภิปรายกับรัฐบาลเชื่อใคร เชื่อฝ่ายค้านขณะนั้น ๗๐ เชื่อรัฐบาล ๓๐ ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าถ้าจะอภิปรายแบบนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นั้นผมอภิปรายได้ทั้งคืน
เดี๋ยวท่านจตุพรครับ ขอความกรุณานะครับ ถ้าเราอภิปรายแล้วก็พาดพิงกันไปนะครับ กระทบกระทั่งกัน
ไม่ได้พาดพิงอะไร แต่ผมยกตัวอย่าง
เอาเฉพาะในเรื่องของที่ผมกําลังเตือนท่านสาทิตย์ ก็จะขอความกรุณาบอกท่านว่าขอให้เป็น ในเนื้อหาสาระที่กําลังประชุมปรึกษาหารือกันว่าเราจะเดินหน้าเพื่อสร้างความปรองดอง อย่างไร เราจะหาความสงบสุขของบ้านเมืองเราอย่างไร ขอความกรุณาไม่รื้อฟื้นความเก่ากัน ขึ้นมา ถ้าหากอย่างนั้นมันจะไม่ดีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ เพราะผมฟัง อย่างนั้นอย่างไร ผมจึงไม่อภิปรายอย่างนี้ เพราะว่าเรื่องนี้เราได้พูดในสภากันมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ได้ยื่นญัตติเพื่อขอตั้งคณะกรรมาธิการ เรื่องการปรองดองนั้น ความจริงคนอย่างพวกกระผมนั้นไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องลุกขึ้น อภิปรายสนับสนุนพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน หรือจะสนับสนุนนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เพราะความเชื่อทางการเมืองที่ผ่านมานั้น เราจะอธิบายในมิติอย่างนั้นไม่ได้เลย แต่วันนี้เราก็ แลเห็นแล้วท่านประธานที่เคารพว่าบ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน นี่ไม่กี่วันผมไม่รู้ว่าจะเสียดินแดนหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าวันนี้ความจริง พวกผมต้องขึ้นมาด้วยภาวะความคับแค้น หน้าที่ของพวกผมไม่ได้มาขึ้นขอความปรองดอง ถ้าผมคิดเรื่องส่วนตัวของผม พวกผมถูกกระทําตลอดสมัยรัฐบาลที่แล้ว วันนี้ผมมาเป็น รัฐบาล ผมจะต้องเอาคืน แต่ผมรู้ว่าการกระทําเช่นนั้นมันไม่มีวันที่จะยุติ มันไม่มีวันที่จะจบ ได้เลย เมื่อพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน นําเสนอ ซึ่งความจริงอย่างที่ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าสิ่งที่พลเอก สนธิ นําเสนอก็ไม่รู้ว่าจะเป็นผลร้ายต่อพลเอก สนธิ หลังจากนี้ หรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาที่ผ่านบรรยากาศในสมัยที่ผ่านมามีความรู้สึกทันทีว่า เรื่องนี้ไม่มีทางจะสําเร็จ เพราะฉะนั้นบรรยากาศการอภิปรายจึงไม่ได้เป็นแนวทางว่า เราจะปรองดองกันอย่างไร เพราะฉะนั้นผมขอเรียนกับท่านประธานว่าพวกกระผมนั้น ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ยากแค้นมีความว่าได้โปรดเถิด ช่วยปรองดองกับพวกกระผมหน่อย ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เรารู้เลยว่าชะตากรรมของชาติบ้านเมืองนั้น เราจะปล่อยไว้ในสภาพแบบนี้ไม่ได้ ท่านประธานอยู่กับสภาในสมัยที่แล้วมาด้วยกัน บรรยากาศเวลาที่เราบอกว่า ตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาเรื่องสมานฉันท์ เรื่องการปรองดอง เราพูดในยามหลังจาก การถูกเข่นฆ่าทั้งสิ้น หลังจากมีความสูญเสีย มีความเจ็บปวดรวดร้าว เราจึงพูดปรองดอง เพราะต้องการให้คนลืมเรื่องการเข่นฆ่ากัน ในสมัยที่แล้วไม่ต่ํากว่า ๒ ครั้ง เราได้ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการตั้งโดยประธานสภา หรือจะเป็นคณะกรรมาธิการ แต่เราไม่เคย ปรองดองได้สําเร็จแม้แต่เพียงครั้งเดียว วันนี้เราไม่มีบรรยากาศของการเข่นฆ่ากันครับ ที่มีการเสนอกันเป็นบรรยากาศของความหายนะจากภัยธรรมชาติน้ําท่วม ซึ่งเราได้พูดกันมา หลายวันกันมาแล้ว เพราะฉะนั้นนี่เป็นคนละบรรยากาศกัน ผมขอกราบเรียนกันว่า ถ้าเดินหน้าจะจัดการปฏิบัติ ตนเหมือนกับรัฐบาลที่แล้ว ผมว่าวันนี้จะยิ่งหนักยิ่งขึ้น และพวกกระผม ผมเรียนกับ ท่านประธานด้วยความรู้สึกว่าในตลอดระยะเวลา ๕ ปีมานั้น เหตุผลที่พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ใช้ ๑ ใน ๔ ของการยึดอํานาจ คือเรื่องความแตกแยกวันนี้มันก็ยังแตกแยกอยู่ วันนี้มาคุยเรื่องปรองดอง มันยิ่งแตกหนักเข้าไปอีกเห็นไหมครับ ผมถามพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ว่าถ้าท่านรู้ว่าอีก ๕ ปีความแตกแยกยังอยู่ วันนั้นท่านจะยึดอํานาจหรือไม่ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่แสวงหาว่าคนที่ผมเข้าใจความรู้สึกเหมือนกันว่า เมื่อเหตุเริ่มต้นมาจาก ท่านเวลานั้น ก็เดินเข้ามาสภานี่นะครับ ก็คิดว่านี่จะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะยุติปัญหาของคน ในชาติได้ แต่ผมเรียนกันว่าที่ผ่านมาความรู้สึกมันจึงไม่เท่ากันนะครับ เพราะอีกฝ่ายหนึ่ง ได้รับการปฏิบัติทางกฎหมายอย่างไม่เท่าเทียมกัน คดีความต่าง ๆ ที่มีการหยิบยกความมานั้น เกิดเหตุการณ์วันเดียวกัน คดีปาไข่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีชวนอธิบายสั่งจําคุกนะครับ แต่มือยิงสไนเปอร์ (Sniper) ที่ยิงหัวคน เวลานี้ผ่านไปเกือบร่วม ๒ ปีนั้นยังขังใครไม่ได้ ยังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน นี่ผมบอกให้เอาบุญครับ เมื่อวานนี้โฆษก ศอฉ. ไปให้ปากคํา กับสถานีตํารวจของกองบัญชาตํารวจนครบาลระบุว่า การใช้กําลังทหารในกรณีเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นคนฆ่านั้นเขาได้รับคําสั่งจาก ศอฉ. ไม่ใช่ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ขอกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า แต่นี่เป็นคดีในชั้นพนักงานสอบสวน ทั้งที่จริงเราเรียนกฎหมายมาด้วยกัน ในชั้นพนักงานสอบสวนเวลาไม่เกิน ๑ เดือน ขยายไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๑ เดือน แปลว่าขยายได้ ๓ เดือนรวม ชั้นพนักงานอัยการก็วิธีเดียว ๑ เดือน ขยายไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๑ เดือน แปลความกันว่า
เดี๋ยวครับท่านจตุพรครับ เรากําลังพิจารณาในญัตติเรื่องสร้างความปรองดอง
ท่านประธานฟังผมให้จบเลย จะเข้าใจเลยว่า
ท่านต้องฟังประธานครับ ท่านกําลังเอาเรื่องข้อเท็จจริงจากการสอบสวนนี่นะครับมาชี้แจง ในสภา ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ยุตินะครับ ก็เป็นกระบวนการทางด้านยุติธรรมไปว่าสอบสวนไปแล้ว จะดําเนินคดีอย่างไรก็เป็นเรื่องทางกระบวนการไป แต่ในประเด็นนี้เรากําลังจะมาพิจารณาว่า ท่านก็ทราบ ท่านกําลังหยิบยกในประเด็นที่ท่านเจ้าของญัตติพูดมาตั้งแต่ตอนบ่ายว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นสร้างความแตกแยกอย่างไร อันนี้เรากําลังจะฟังว่าแนวทางปรองดอง ของท่านจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าหยิบยกในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานะครับ
ท่านประธานควรจะฟังผมให้จบแล้ว จะเข้าใจ
คือถ้าฟังไปนะครับ เดี๋ยวอีกฝั่งหนึ่งก็ต้องขอใช้สิทธิประท้วงหรือพาดพิง
คุณจะประท้วงอะไรไม่ได้เลย ผมจะเปรียบเทียบว่าความรู้สึกไม่เท่ากันอย่างไร ท่านประธานฟังผมก่อน
ผมขอ
คือท่านประธานอย่าวิตก ผมรู้ว่า ผมพูดอะไรแล้วจะเป็นอะไร
ผมไม่ทราบว่าท่านจะพูดอะไร แต่ผมขอเตือนไว้ตามข้อบังคับ
ท่านฟังผมจนจบแล้วท่านค่อยเตือน เมื่อถึงเวลานั้น
เชิญต่อครับ
ความรู้สึกของคนที่ไม่เท่ากันอย่างไรครับ ความรู้สึกในเรื่องความยุติธรรมที่มันไม่เท่ากัน นี่อย่างไรละครับ มันจึงปรองดองไม่ได้ ฝ่ายที่เข่นฆ่าประชาชน เริ่มเหตุการณ์วันเดียวกัน ฝ่ายที่ถูกกระทําเริ่มเหตุการณ์วันเดียวกัน คดีที่พวกผมถูกคําพิพากษาตัดสิน แต่คดีของฝ่ายผู้ฆ่ายังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน อารมณ์ของผู้ฆ่าจึงเป็นอารมณ์ของคึกคะนอง ยะโส โอหัง เพราะยังไม่ได้รับชะตากรรม ผมเรียนกับท่านประธานว่า ถ้าความรู้สึกเหมือนคนที่ถูกน้ําท่วมไม่เท่ากัน คนน้ําท่วมเท่าเอว คนน้ําท่วมเท่าคอ คนจมน้ํา ย่อมมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน ผมอธิบายมุมนี้กับท่านประธาน เพื่อบอกว่า เพราะกระบวนการที่ผ่านมามันได้สะสมความเหลื่อมล้ําและความอยุติธรรม มันจึงปรองดองไม่ได้ และการปรองดองไม่ใช่ว่านักการเมืองจะมาดีกัน ไม่ว่าผู้ฆ่ากับผู้ถูกฆ่า จะมาดีกัน เราจะไปละเลยคนที่ตายเขาไม่ได้ เราจะไปละเลยผู้บาดเจ็บ ผู้สูญเสียอิสรภาพ อย่างอยุติธรรมไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ครับท่านประธานที่เคารพ เมื่อสภาเราต้องการบอกว่า เริ่มต้นด้วยการปรองดอง เราก็ต้องพูดความจริงกัน ผมไม่ได้อธิบายรายละเอียด เพราะผมบอกว่าพูดมาแล้วหลายครั้งในสภา มีรายงานบันทึกเป็น ๑๐ ชั่วโมง พร้อมจะนํามา พิสูจน์ตอนเวลาไหนก็ได้ แต่เวลานี้ผมเรียนกับท่านประธานว่าเห็นไหมครับว่าความแตกแยก วันนี้ยังแก้ไขไม่ได้ ๕ ปีที่ผ่านมาอยู่ในมือทหารปีหนึ่ง อยู่ในมือพวกผมเกือบปี ที่เหลือก็อยู่ในมือ พรรคฝ่ายค้าน เห็นไหมครับ ในสถานการณ์เราก็เห็นว่ามันได้เกิดอะไรขึ้น มันได้สะสมอะไรขึ้น วันนี้นี่แหละครับเมื่อพวกเรา กลับมาเป็นรัฐบาล เราเองก็ไม่มีความปรารถนาว่าให้บ้านเมืองถอยย้อนไปแบบเดิม และการที่ผู้ยื่นญัตติเรื่องนี้เป็นผู้ที่เป็นผู้นําในการยึดอํานาจ แล้วก็เห็นวันนี้เรื่องเดิม ๆ ทั้งนั้น แหละครับที่มีการหยิบยกมาอภิปราย ผมเรียนกับท่านประธานว่าทุกสิ่งทุกอย่างยังจะต้อง เดินหน้าต่อไป แต่บ้านเมืองนั้นถ้าขาดซึ่งหลักความเสมอภาคเรื่องความยุติธรรม มันไม่มีหนทางใดที่จะไปปรองดองได้ เพราะตราบใดพวกหนึ่งจะถูกเหยียบถูกย่ําอยู่ตลอด อีกพวกหนึ่งก็เชิดชูคอไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจออะไร เพราะตัวเองเชื่อว่าทุกกลไก จะเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง บ้านเมืองมันไปไม่ได้หรอกท่านประธาน เพราะฉะนั้นการที่จะ ตั้งคณะกรรมาธิการ พรรคฝ่ายค้านจะร่วมด้วยไม่ร่วมด้วยผมไม่ทราบแต่ความจริงการเสนอ ในวันนี้ของญัตตินี้จาก ๒ พรรคฝ่ายค้าน ไม่ใช่รัฐบาลเป็นคนเสนอ ไม่ว่าจะเป็นพรรคมาตุภูมิ พรรคภูมิใจไทย พวกกระผมนี่นะครับอย่างที่ผมเรียนกับท่านประธานว่าความจริงผมต้อง ลุกขึ้นมาต่อต้านในสภาแห่งนี้ แต่เราก็เห็นเหมือนกันว่าเราจะเดินกันไปแบบนี้ไม่มีทางที่จะยุติ ได้เลย และผมก็รู้เหมือนกันว่าหลังจากนี้ต่อไปที่มีการพูดตอนอภิปรายเรื่องน้ําท่วมก็จะมี การก่อการจลาจลบ้าง ท้ายที่สุดก็อีหรอบเดิม แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าถ้าบ้านเมืองนี้ เราได้สร้างประชาธิปไตยจริง ๆ ที่อธิบายว่าที่ปรองดองไม่ได้เพราะหมู่บ้านมีสี คือหมู่บ้าน เสื้อแดง เสื้อแดงนี่นะครับมันจะเกิดและมันจะงอกงามในบรรยากาศประเทศที่ไม่เป็น ประชาธิปไตย ในประเทศที่ไม่มีความยุติธรรม มี ๒ มาตรฐาน ถ้าบ้านเมืองมีความยุติธรรม มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีเสื้อแดงหรอกครับ เสื้อแดงมันก็อยู่ใน ๓ สีของธงชาติไทย นั่นแหละ แต่ตราบใดเราละเลยความยุติธรรม เราละเลยเรื่องประชาธิปไตย ที่ท่านอธิบาย ความชอบธรรมก็รู้กันเต็มอกว่าประชาชนผู้เลือกตั้งเขาคิดอะไร ถ้าวันนี้ประชาชนผู้เลือกตั้ง เขาเชื่อตามที่ท่านอธิบายเขาก็ไม่เลือกพวกผม แต่วันนี้เมื่อประชาธิปไตยบอกว่าผู้ชนะจะได้ บริหารประเทศ รอให้ครบได้ไหม และครบ ๔ ปีท่านก็ไปนําเสนอใหม่ แต่ว่าถ้าใช้วิธีการ กันแบบเดิม ๆ นี่นะครับ คือมันไม่ใช่เฉพาะมีปัญหาวันที่ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙ หลังจากนั้น ก็มีปัญหาต่อเรียงกันเป็นตามลําดับ เพราะว่าเลือกตั้งประชาชนไม่เลือกแล้วก็มาใช้ วิธีการพิเศษ หมายความว่าพวกผมชนะ ก็ชนะมาทุกครั้งเราไม่เคยแพ้สักครั้งเดียว แต่ก็ใช้วิธีว่า ขึ้นมาแล้วก็คว่ํา แล้วก็เป็นเอง แล้วก็เลือกตั้งใหม่พวกผมชนะอีกแล้วก็คว่ํา เป็นอย่างนี้ไม่ได้ครับ
ท่านจตุพรครับเดี๋ยวนะครับ คือประเด็นที่ท่านนําเสนอมานี่นะครับ ในข้อเท็จจริงซึ่งท่านบอกว่า จะต้องใช้หลักความยุติธรรม หลักความเป็นธรรมและจะต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏ แต่ผมอยากจะให้ท่านเสนอแนวทางด้วย แต่ถ้าท่านย้อนไป เรื่องเก่ามันก็ไม่จบ ขอให้เสนอแนวทางนะครับ ผมก็ต้องใช้หลักปฏิบัติเหมือนกัน เดี๋ยวก็มีการประท้วงว่าผมไม่ปฏิบัติตามข้อ ๘ นะครับ
คือท่านประธานทําหน้าที่ได้ดีมาก ตอนที่ผมอภิปราย
ขอบคุณมากครับ เชิญอภิปรายต่อครับ
แต่ตอนที่นายสาทิตย์อภิปราย ต้องรอ
ไม่พาดพิง ผมมีหน้าที่ต้องควบคุมการประชุมให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยแล้วก็อยู่ในประเด็น ที่กําลังประชุมปรึกษาหารือกัน ผมก็กําชับท่านเหมือนกับกําชับท่านสาทิตย์นั่นแหละ ใช้หลักและแนวทางเดียวกัน เชิญท่านจะเสนอแนวทางปรองดองอย่างไรนะครับ
ผมเรียนกับท่านประธานว่า คือท่านประธานนี่ผมยกตัวอย่างท่านประธานด้วย นี่มาตรฐานในการจัดการเห็นไหม นี่เห็นไหมนิดเดียวก็มีความรู้สึกแล้ว แต่ว่าท่านประธานต้องหัดฟังคนอื่นเขาบ้าง
ท่านอภิปรายเลยนะครับ ท่านไม่ต้องต่อล้อต่อเถียงกับผม ผมก็ให้ท่านอภิปราย เพียงแต่ผมพยายามจะบอกท่านให้อยู่กรอบในประเด็นที่กําลังประชุมปรึกษาหารือกัน ผมเห็นใจนะครับว่าบุคคลที่ได้รับผลกระทบคือกลุ่มของท่านนี่ละที่รุนแรงมากที่สุด ท่านก็เป็น คนที่มีน้ําใจมากที่สุดในการที่จะนําเสนอในครั้งนี้ เห็นใจมากที่สุดนะครับ ขอความกรุณา เราอยู่ในประเด็นนี้อยู่นะครับ เชิญ
เพราะฉะนั้นผมเรียนอย่างนี้ ท่านประธาน วันนี้บางเรื่องเรื่องข้อเสนอเรื่องการเยียวยา บอกว่าเมื่อพวกกระผมเสนอ เยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม พวกกระผมไม่ได้บอกว่าให้เฉพาะประชาชน ที่ตายเท่านั้น ทหารที่ตายต้องให้ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะทหารและประชาชนเขาไม่ควรจะมาตาย ในการเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชน กรณีกรือเซะ-ตากใบ รัฐบาลก็ตั้ง พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นคนลงไปดูแลรับผิดชอบที่จะเยียวยา นั่นหมายความว่า ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแยกระหว่างความตาย ความบาดเจ็บออกจากกัน ด้านคดีความ เดินหน้าไปเถอะ แต่เรื่องความสูญเสียอันนี้นี่ครับ หลายคนบอกว่า ๑๐ ล้านบาทมากไป หรือเปล่า ผมก็บอกว่าถ้าอยากได้ก็ไปตายตามเขาเสีย เพราะความรู้สึกคนไม่ได้ตาย คนไม่ได้ เจ็บปวด ครอบครัวไม่ได้สูญเสีย ท่านประธานลองถอยย้อนไปตอนที่นายไมค์ มัวร์ แข่งกับ ดอกเตอร์ศุภชัย ดู มิสเตอร์เอียน นิวมีเก้น เป็นอดีตพระที่มาบวชที่วัดบวรนิเวศวิหาร แล้วก็สึกจากพระไปตายในเหตุการณ์พฤษภา ปี ๒๕๓๕ รู้จักกับกระผมดี ตายที่เชิงสะพานวันชาติ บอกให้ทหารหยุดยิง สุดท้ายตัวเองถูกยิงเอง นายไมค์ มัวร์ ได้หยิบยกเรื่องสิทธิมนุษยชนข้อนี้มา ที่รัฐบาลเวลานั้นต้องไปจ่ายเงินให้กับแม่ของ เอียน นิวมีเก้น ถึง ๕๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐเวลานั้นหรือเปล่า ผมไม่คิดว่าเวลานั้น ขนาดฝรั่งนิวซีแลนด์ตายในประเทศไทยจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ผมเองก็เป็นแกนนํา คนหนึ่งในเหตุการณ์ปีนั้นอยู่กับคณะกรรมการญาติวีรชนผู้สูญเสีย มาปี ๒๕๕๓ เจอชะตากรรม เดียวกัน ท่านประธานคงไม่รู้หรอกครับว่าบางครอบครัวนี่ครับเมียตั้งท้องอยู่ ผัวขับแท็กซี่ ผัวตาย ในขณะที่ลูกตัวเองอยู่ในท้อง ๙๑ ชีวิตไม่ว่าประชาชน ทหาร เขาทุกข์ระทมมา ผมบอกว่าประเทศนี้เราควรที่จะรับผิดชอบเขา ในทางคดีความเดินหน้าไปไม่มีปัญหาอะไร แต่ความตายที่เกิดขึ้นจากทุกเหตุการณ์ นี่การชุมนุมเหตุการณ์ ๗ ตุลาคม ที่ปิดล้อมสภา รัฐต้องดูแลในคณะกรรมการชุดนี้ด้วยเช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่าความตายที่เกิดขึ้น ในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสีใด เกิดเหตุการณ์ที่ใด ต้องได้รับการเยียวยา นี่ก็เป็นการ เริ่มต้นการปรองดองกันได้อย่างหนึ่ง ผมเรียนกับท่านประธานว่าแต่ความที่เราเป็น นักการเมือง มีความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกัน แล้วก็มีความเชื่อตลอดระยะเวลากันว่า เราต้องแข่งขันกันตลอดเวลา แล้วรู้สึกว่าต้องรักษาหน้าของตัวเองไว้ให้นานที่สุด นี่จะเป็น หนทางของความไม่สําเร็จอะไรเลย ผมเองก็ภาวนาว่าการตั้งคณะกรรมาธิการครั้งนี้มันไม่ใช่ รวมเล่มมา บางครั้งไม่กล้าให้รายงานที่ประชุมด้วย มันจะไม่มีความหมายอะไรเลย เราอยู่ใน สภาแห่งนี้เรารู้เลยว่ามันจะเดินทางและประสบความสําเร็จกันอย่างไร แล้วผมเองนี่นะครับ ดัดจริตไม่เป็น เห็นอะไรก็ว่ากันตามนั้น แต่เอากันว่าถ้าเราต้องตั้งหลักกันจริง ๆ วันนี้มันต้อง เริ่มต้นกับทุกฝ่าย ไม่ใช่ว่าฝ่ายไหนพูดก่อน อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องเล่นตัวเดี๋ยวจะเสียฟอร์ม ถ้าไปปรองดองด้วย ถ้าบ้านเมืองคิดกันแบบนี้มันไปไหนไม่ได้ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ในวันนี้ผมต้องการให้บรรยากาศสภาแห่งนี้ ซึ่งความจริงเริ่มต้นก็เป็นไปได้ยากแล้ว แต่เราเองก็ยังมีความหวังอยู่ ความหวังว่า ถ้าปรองดองกันได้มันก็ดี มันก็ดีกับทุกฝ่าย ปรองดองกันไม่ได้ก็ต้องสู้กันต่อ นี่ไม่มีปัญหา อะไรเลย แต่ทุกคนไม่ใช่อยู่ดี ๆ ว่าจะต้องต่อสู้ จะต้องรบราฆ่าฟัน ลองไปคุยกับนักรบ ทั้งหลายสิครับ นักรบจริง ๆ นั้นสุดยอดของนักรบคือการไม่รบทั้งสิ้น แต่ว่ามันไม่มีทาง หลีกเลี่ยงก็ต้องรบกันไป เวลานี้ก็เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนไปยัง ท่านประธานว่า การอภิปรายท่านประธานคุมแบบผมดีแล้ว แล้วก็ควรปฏิบัติต่อทุกคนแบบนี้ด้วย เพื่อเราจะได้ผ่านบรรยากาศนี้ ความจริงบรรยากาศของการอธิบายความวันนี้เราจะได้พูด เรื่องที่มีความละมุนละไม แต่ทั้งหมดนั้น ในโลกนั้น ในความจริงนั้นมันไม่ศิวิไลซ์ มันไม่ได้ สวยงามอย่างที่เราคิด เพราะฉะนั้นเมื่อก่อนนี้เราพูดคําว่าสมานฉันท์ จนกระทั่งเวลาเขาจะ พูดว่าสมานฉันท์ คนไม่ได้มีความรู้สึกทันทีว่าคุณจะโกหกผมเรื่องอะไร วันนี้คําว่าปรองดอง ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่เอาหัวใจมาแบวางเอาไว้ท่านประธานที่เคารพ ปากคนนี่พูดอย่างไรก็ได้ พูดดีก็ได้ พูดร้ายก็ได้ มารยาสาไถยอย่างไรก็ได้ แต่หัวใจถ้าเราไม่แบกัน ยังคิดว่าตัวเอง ได้เปรียบคนอื่นเขาอยู่ไม่มีทางจะปรองดองได้ แต่เอาความรู้สึก เอาใจเขามาใส่ใจเรา เอาใจของผู้ฆ่าไปดูใจคนถูกฆ่า ลูกเมียเขาอยู่อย่างไร ลองตามไปดูครอบครัวเขาบ้าง จะได้มีความรู้สึกว่าข้าพเจ้าไม่น่าไปฆ่าเขาเลย แต่ตราบใดมีความรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง ไม่เห็นชะตากรรม ท่านประธานที่เคารพ พระพุทธเจ้าทําไมพูดเรื่องกรรมละครับ กงกรรมกงเกวียนที่เราพูดกันมานั้น เวลานี้กงกรรมกงเกวียนมันก็เดินหน้าของมัน แต่วันนี้เรา กําลังมาแก้ไขวัฏจักรของประเทศนี้ว่ามันจะวนเวียนเหมือนเดิมหรือไม่ ก่อนเหตุการณ์ ยึดอํานาจวัฏจักรของประเทศนี้เป็นอีกแบบ หลังยึดอํานาจมาวัฏจักรประเทศนี้ก็เป็นอีกแบบ ผมไม่ต้องการให้กงล้อทั้ง ๒ กงล้อที่ว่านั่นมันดํารงอยู่ในประเทศนี้ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนกับท่านประธานเป็นการสรุปว่า ผมเองก็มีความวาดหวังว่าถ้าจะใช้สภาแห่งนี้ เพื่อจะชําแหละกัน ไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องการจะนําความเพื่อนําพาสู่การปรองดอง การพูดคุยของการตั้งต้นเริ่มต้นใหม่ของประเทศนี้ คุณต้องแบหัวใจมา ฝึกความอดทน ท่านประธานก็รู้ว่าตลอดระยะเวลานี่นะครับ ผมนี่ถ้าไม่อดทนอภิปรายในสภาแห่งนี้ไม่ได้ แต่ทั้งหมดนั้นเราไม่ใช่เจอหน้าแล้วต้องไปทะเลาะ แล้วจะต้องไปเหมือนกับจะต้องวิวาทกัน เราเป็นมนุษย์ ถ้าเรามีทางเลือกที่ดีกว่าเราต้องเลือกหนทางนั้น เพราะฉะนั้นด้วย ความคาดหวังว่าคณะกรรมาธิการที่ตั้ง ซึ่งตั้งมาด้วยความหลากหลายจากทุกพรรคการเมือง ให้แต่ละพรรคตั้งใจเสียก่อนว่าถ้าไม่ต้องการปรองดองอย่าเข้าไปเลยครับ มันจะไม่มีความสําเร็จ จาก ๓๐ ก็ขยายเป็น ๖๐ แล้วโน่นละครับ ปีกว่าก็มานําเสนอ ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ว่าถ้าเราคิดว่าเราปล่อยประเทศเดินหน้าต่อไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว เราเข้าไปเพื่อเสนอแนวทางออกกัน แต่ละพรรคการเมืองมีแนวว่าอย่างไร คุยเฉพาะแนวว่า จะปรองดองกันอย่างไร ไม่ได้ขึ้นมาว่าจะหาเรื่องกันอย่างไร จะกล่าวหากันอย่างไร เริ่มต้นไม่มีทางได้ ที่ท่านประธานบอกว่าไปพูดกันในคณะกรรมาธิการต่อ ถ้าคิดว่าจะไปพูด เรื่องนี้อย่าเลยครับ แต่ถ้าบอกว่าแต่ละฝ่ายมีโจทย์คิด ผู้เสนอไม่ว่าจะเป็น พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล มีโจทย์ความคิดอย่างไรที่เป็นรูปแบบ เสนอเป็นไอเดีย (Idea) ตั้งต้น พรรคเพื่อไทยว่าอย่างไร พรรครักประเทศไทยว่าอย่างไร พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ ว่าอย่างไร ทั้งหมดนั้นมันจะเริ่มต้นเดินหน้าได้ แต่ถ้าว่าฟลอร์ (Floor) คณะกรรมาธิการเป็นฟลอร์ของการอวดรู้กัน และกดขี่ข่มเหงกัน เราจะเสียเวลาเปล่า เพราะฉะนั้นสุดท้ายก็คือว่าท่านประธานต้องถามใจสมาชิกว่าพร้อมจะปรองดองหรือไม่ ถ้าพร้อมปรองดองพวกผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ว่าถ้าบอกไม่ปรองดองพร้อมจะสู้ต่อก็พร้อมจะสู้ ขอบคุณท่านประธาน
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมนั้นได้เตรียมตัวจะพูดตั้งแต่ญัตติเรื่องน้ําท่วม ได้เสนอชื่อส่งชื่อปรากฏว่า ฝ่ายรัฐบาลก็ขอให้ยุติการอภิปรายก็ไม่ได้พูด ทั้ง ๆ ที่ว่าพี่น้องประชาชนทุกข์ระทม นับล้าน ๆ คน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครในเขตเลือกตั้งที่ผมเคยเป็น ส.ส. ท่านประธานครับ ผมจะพูดเรื่องปัญหายางพาราราคาตกต่ํา พี่น้องชาวอุดรธานีโทรศัพท์มาบอกว่าเหลือเพียง กิโลกรัมละ ๓๘ บาทก็ไม่ได้พูด เพราะว่ารัฐบาลต้องการพูดในญัตติเรื่องการปรองดอง ท่านประธานที่เคารพ ในขณะนี้พี่น้องประชาชนจํานวนนับล้านคนฟังการอภิปราย ฟังไปปรบมือไป ฟังไปอยู่ท่ามกลางน้ําเน่า บรรยากาศที่เวิ้งว้าง น้ําท่วม ฟังวิทยุ ฟังการอภิปราย ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าจะแก้ไขปัญหาชีวิตของเขาอย่างไร ท่านประธานครับ ญัตติของท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน และเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอเข้ามานั้นเป็นเรื่องที่เรา มาพูดจากัน ผมใช้เวลาไม่มาก ไม่มากกว่าเพื่อนสมาชิกที่เพิ่งพูดจบไปเมื่อสักครู่นี้ และขอความยุติธรรมจากท่านประธานในเรื่องของเวลา ท่านประธานครับ เรามาพูดถึง การปรองดอง แต่ปรากฏว่าอะไรกําลังจะเกิดขึ้น ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่าเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ ทางการเมือง แล้วมีการรัฐประหาร เหตุผล ๑ ใน ๔ ข้อของการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นั่นก็คือหมิ่นเหม่ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับ การกล่าวร้ายหมิ่นเหม่ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ปัจจุบันยังดํารงอยู่หรือไม่ และดํารงอยู่ อย่างมากมายทางเว็บไซต์ต่าง ๆ ผมเชื่อว่าคนที่คิดร้ายต่อสถาบันยังคงมีอยู่ และเรา จะปรองดองกับคนเหล่านี้หรือ ท่านประธานครับ คนที่คิดพยายามทําลายสถาบัน ในปัจจุบัน ผมก็ไม่เห็นว่ากลไกของรัฐจะจัดการได้ โดยเฉพาะเรื่องเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบันมีอยู่ อย่างมากมาย แต่กระทรวงในรัฐบาลของท่านได้ละเลยต่อการจับกุมและปราบปราม ท่านประธานครับ ประเทศของเรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราต้องอยู่ในแนวทางอันนี้ คือการมีพะมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข เราไม่ต้องการประธานาธิบดี เราไม่ต้องการคนที่คิดร้ายต่อสถาบัน และสิ่งที่ เกิดขึ้นในสังคมไทยในปัจจุบัน ท่านประธานครับ มีขบวนการเหล่านี้แอบแฝงอยู่ ซึ่งผมไม่ได้ กล่าวหาผู้หนึ่งผู้ใด แต่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่ามีขบวนการเหล่านี้อยู่จริง และกําลังจะอาศัยกลไกของรัฐบาลเพื่อที่จะทําให้บรรลุวัตถุประสงค์ ท่านประธานครับ
คืออย่างนี้ท่านวัชระครับ เดี๋ยวมีผู้ประท้วงว่ามีการใส่ความกันเกิดขึ้นนะครับว่า เหมือนกับ บุคคลในรัฐบาลกําลังจะดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องสถาบันนี่นะครับ ผมฟังเข้าใจอย่างนั้นนะครับ พยายามที่จะไม่กระทบตามที่ญัตติหน่อยนะครับ ผมขอเตือนนะครับ เชิญครับ ปกติท่านวัชระก็มีเนื้อหาสาระดีนะครับ
ท่านประธานไม่ต้องชมครับ ท่านประธานชมทุกคนแล้วก็ตักเตือนทุกคน ท่านประธานที่เคารพ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเมื่อเราจะปรองดองก็ต้องทําให้สังคมนี้เป็นสังคมไทยที่ร่มเย็น ที่สงบ ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อย่าได้บิดเบือนแปรเปลี่ยนไปสู่ระบบ การปกครองอื่น ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดถึงกองกําลังชายชุดดํา ผมนั้นไม่อ้างอิงข้อมูลของฝ่ายค้าน ไม่อ้างอิงข้อมูลของฝ่ายพรรคการเมือง แต่อยาก กราบเรียนท่านประธานว่า หนังสือของสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ตีพิมพ์ภาพข่าวเหตุการณ์นี้ไว้อย่างชัดเจนว่ากองกําลังชายชุดดํานั้นมีจริง ตีพิมพ์อย่าง ชัดเจนและปรากฏว่าผู้ร่วมชุมนุมบางคนก็มีระเบิดอยู่ในกระเป๋า ซึ่งหนังสือดังกล่าวก็ได้ ตีพิมพ์ไว้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับ การชุมนุมเรียกร้อง ประชาธิปไตยมีทั้งคนที่มาโดยบริสุทธิ์ใจและคนที่มาโดยวิธีการอื่น ๆ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีพี่น้องประชาชน ตํารวจ ทหารเสียชีวิต ๙๑ ศพ ท่านประธานครับ มีการกล่าวหารัฐบาลว่า ๙๑ ศพ แต่ขณะนี้น้ําท่วม ๖๐๐ ศพ ฝีมือใคร ท่านประธานครับ มีการเรียกร้องจะให้เงินรายละ ๑๐ ล้านบาท ผมก็อยากจะถาม ท่านประธานว่าแล้วคนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ําท่วม ๖๐๐ คนนั้นจะให้รายละ ๑๐ ล้านบาท ด้วยหรือไม่
เดี๋ยวนะครับ ท่านวัชระครับ ขอเตือนท่านคืออย่างนี้นะครับที่ท่านกําลังพูดนี่มันเปรียบเทียบ ไปคนละเรื่องกันนะครับ ระหว่าง ๙๑ ศพกับน้ําท่วม สาเหตุของการตายไม่เหมือนกัน ประการที่ ๑ ขอเตือนท่านนะครับ สาเหตุการตาย ๙๑ ศพ กับ ๕๐๐ กว่าศพเหตุคนละเหตุ อันที่ ๒ เท่าที่ทราบในขณะนี้ที่ผมให้ทางสภาเอาข้อมูลหลักฐานนี่นะครับมาว่า ผมอยากจะ ทราบทางรัฐบาลเขาจะเยียวยาอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องของรัฐบาล ฉะนั้นท่านเอา ๒ เรื่องมา ผนวกกันแล้วก็ถามในเรื่องเดียวมันอุปมาอุปไมยกันไม่ได้นะครับ ฉะนั้นขอความกรุณา ท่านเถอะครับ อยากจะขอความเห็นจากท่านว่า เรื่องที่เรากําลังประชุมปรึกษาหารือกัน นี่นะครับ เรื่องจะหาแนวทางที่เกิดความขัดแย้งแล้วเราจะปรองดองกันอย่างไร สร้างความผาสุก แก่ชาติบ้านเมืองอย่างไร เอาในเนื้อหาสาระเดินแนวนี้ได้ไหมครับ ถ้าท่านพูดกระทบกระทั่งกัน อย่างนี้มันก็ลําบาก เดี๋ยวฝ่ายนี้ก็ประท้วง ผมเตือนท่านนะครับ เชิญท่านต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง ท่านประธานครับ ท่านประธานไม่ควรที่จะชี้แจงแทนรัฐบาล เพราะท่านประธานต้องเป็นกลางตามข้อ ๘
คือผม บอกท่านแล้วบอกว่าท่านเปรียบเทียบ ๒ อย่างมันคนละเรื่องกันนะครับ ท่านจะไปบอกว่า ๙๑ ศพ กับคนตายจากน้ําท่วมสาเหตุจากการตาย ๙๑ ศพมันคนละสาเหตุกันแล้วท่านก็จะ มาบอกว่าเป็นเรื่องคล้าย ๆ และทํานองเดียวกันไม่ได้นะครับ ที่มามันแตกต่างกัน ผมจึงเตือนท่านบอกว่าเรื่องนี้จะก่อให้เกิดการประท้วงกันขึ้นมา ผมจึงขอความกรุณา ท่านบอกว่าขอให้พูดในประเด็นที่เรากําลังประชุมปรึกษากันอยู่ ว่าท่านจะเสนอแนะวิธีการ อย่างไร เมื่อมันเกิดความขัดแย้งในสังคมประเทศไทย เราจะเดินหน้ากันอย่างไร เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธาน ชอบพูดแทรกสมาชิกเวลาสมาชิกได้อภิปราย ท่านประธานครับ อยากกราบเรียน ท่านประธานว่า ท่านประธานควรจะนั่งฟัง ผมไม่ได้บอกว่าเหมือนกันครับ แต่ผมกําลัง จะถามว่าจะได้ ๑๐ ล้านบาทเท่ากันหรือไม่ เพราะถ้าเหตุท่านประธานครับ อยากกราบเรียน ท่านประธานว่าท่านประธานควรจะนั่งฟัง ผมไม่ได้บอกว่าเหมือนกันครับ แต่ผมกําลังจะถามว่า จะได้ ๑๐ ล้านบาทเท่ากันหรือไม่ เพราะถ้าเหตุหนึ่งได้ ๑๐ ล้านบาท ชีวิตของประชาชน คนไทยก็ควรจะได้ ๑๐ ล้านบาทเท่าเทียมกัน
ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหาศาลยุติธรรม หาว่า ท่านประธานครับ อยากกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานควรจะนั่งฟัง ผมไม่ได้บอกว่า เหมือนกันครับ แต่ผมกําลังจะถามว่าจะได้ ๑๐ ล้านบาทเท่ากันหรือไม่ เพราะถ้าเหตุหนึ่งได้ ๑๐ ล้านบาท ชีวิตของประชาชนคนไทยก็ควรจะได้ ๑๐ ล้านบาทเท่าเทียมกัน ศาลยุติธรรมนั้นไม่เป็นธรรม ไม่เป็นกลาง ท่านประธานครับ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ตุลาการ เป็นอีกอํานาจหนึ่งของอํานาจอธิปไตย เราไม่ควรจะใช้เวทีนิติบัญญัติในการกล่าวร้ายโจมตี สถาบันตุลาการ โดยเฉพาะศาลยุติธรรม ท่านประธานก็เห็น ท่านประธานก็ได้ยิน แต่ท่านประธานไม่เคยตักเตือนสมาชิกในประเด็นนี้ ไม่เคยพูดแทรกสมาชิกในประเด็นนี้เลย แม้แต่น้อย ท่านประธานที่เคารพ เมื่อศาลท่านได้ตัดสินแล้วจําเลยมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ จําเลยมีสิทธิที่จะฎีกา ท่านประธานก็ทราบ เพราะท่านประธานนั้นก็มีอาชีพเป็นทนายความ มีศาล ถึง ๓ ศาล ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา การกล่าวร้ายศาลยุติธรรมของ เพื่อนสมาชิกผมจึงเห็นว่าไม่ชอบธรรม และท่านประธานก็ควรจะตักเตือนการกล่าวหาสถาบัน ในฝ่ายตุลาการ เพราะที่นี่คือสถาบันนิติบัญญัติ ท่านประธานครับ เราต้องการการปรองดอง แต่ถ้าสมาชิกไปตําหนิสถาบันตุลาการแล้วจะปรองดองได้อย่างไร หรือท่านประธานเคยได้ยินไหม เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง โปรดฟังอีกครั้ง เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง การพูดอย่างนี้ปรองดองไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการที่จัดตั้งขึ้น ก็ต้องพิจารณาว่าถ้ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ว่าใครก็ตามไปยุยงปลุกปั่นพี่น้องประชาชนบอกว่า เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง ท่านประธานครับ แล้วจะปรองดองได้อย่างไร คณะกรรมาธิการจะต้องไปศึกษาพิจารณาว่าถ้ามีการพูดอย่างนี้ จะทําอย่างไร เป็นการยุยงก่อให้เกิดความไม่สงบ
เดี๋ยวนะครับมีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง จริง ๆ รอให้พูดจบก็ได้ครับ แต่ว่าประเด็นนี้ต้องขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงตอนนี้ เพื่อผู้อภิปรายจะได้ไม่ต้องเน้นย้ํา แล้วก็จะได้ไม่ต้องทําให้เกิดความเสียหายต่อไป
คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวหลังจากที่ท่านวัชระพูดเสร็จ ท่านลุกขึ้นแล้วก็ขอใช้สิทธิพาดพิง ผมจะวินิจฉัยว่าท่านเสียหายหรือไม่นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต นิดเดียวครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้พาดพิง
นั่งลงครับ ผมยังไม่ให้ท่านใช้สิทธินะครับ ให้ท่านพูดไปก่อนเดี๋ยวผมจะได้เตือน ท่านผู้อภิปราย คือผมกําลังนั่งฟังอยู่ว่าท่านกําลังพูดถึงสถานการณ์และเหตุการณ์ แต่ยัง ไม่ระบุว่าเป็นใคร แต่ในข้อเท็จจริงอย่างนี้ทําให้ประชาชนทั่วไปเขาจะเข้าใจว่าอย่างไร ผมกําลังจะฟังนะครับ คืออย่างนี้ท่านวัชระครับ ขอให้เข้าในเนื้อหาสาระที่เรากําลังประชุม ปรึกษากันหน่อยได้ไหม ถ้าท่านไปอย่างนี้มันไม่จบนะครับ ถ้าท่านพูดออกไปนอกจากนี้ ผมก็จะกําชับท่าน เสร็จแล้วถ้ายังฝ่าฝืนผมจะไม่ให้พูดนะครับ ท่านณัฐวุฒินั่งก่อนครับ เชิญครับ
นิดเดียวครับ
นิดเดียวนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้พาดพิง
เดี๋ยว คือผมกําลังให้ท่านณัฐวุฒิพูด เดี๋ยวท่านยังไม่พูด เขาบอกนิดเดียว นิดเดียวในประเด็นอะไร ผมจะได้รู้ผมจะให้ ไม่ให้ครับ
ผมประท้วงท่านประธานครับ
คืออย่างนี้ท่านวัชระ ผมกําลังให้ท่านยกมือประท้วง แล้วผมก็บอกว่าท่านกําลังขอใช้สิทธิตาม ข้อบังคับการประชุม เรื่องท่านบอกว่าท่านถูกพาดพิง ผมก็ยังไม่ให้ใช้สิทธิพาดพิง ผมจะให้ ท่านได้ชี้แจงหลังจากที่ท่านวัชระเสร็จแล้ว ท่านก็บอกขอนิดเดียว ผมกําลังถามว่านิดเดียว คืออะไร ท่านกําลังจะอธิบายความ ถ้าไม่อธิบายก็ไม่รู้ เชิญ
ผมไม่เกินครึ่งนาทีครับ จริง ๆ ผมก็มีชื่อ ในการอภิปราย แต่ผมก็เห็นว่าเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันพอสมควรเวลาก็คล้อยดึก ผมก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นไม่ต้องอภิปรายก็ได้ ความจริงผมจะเลคเชอร์ (Lecture) เรื่อง การปรองดองให้ฟังครับ แต่ว่าที่ท่านสมาชิกผู้กําลังอภิปรายกําลังพูดอยู่หมายถึงการเอาคลิป ที่ผมพูดในการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่เขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเลยแล้วพูดคํานี้ก็รู้ว่าหมายถึงผม
ผมไม่อนุญาตนะครับ เดี๋ยวท่านค่อยไปใช้สิทธิตอนหลังจากพูดเสร็จนะครับ อย่างนั้นมันจะ ไม่ลําดับขั้นตอนยังไม่ชัดเจน ขอความกรุณานั่ง คือทุกท่านลุกขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพ แต่ผมยังไม่เห็นเคารพท่านประธานเลยนะนี่ทําอย่างไร
ท่านประธานต้องดําเนินการตาม ข้อบังคับ
เชิญท่านวัชระ
ขอบคุณท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ ในที่สุด
เอาเรื่องที่เรากําลังประชุมปรึกษากันนะครับ ถ้ากระทบกันผมจะไม่ให้ท่านพูดนะครับ เดี๋ยวท่านก็ประท้วงผมข้อ ๘ นะครับ เชิญครับ ตั้งแต่ปรองดองมายังไม่เห็นปรองดองเท่าไร เลยครับ เชิญ
นั่นสิครับ ท่านประธานก็ไม่ค่อย ปรองดองเท่าไร ท่านประธานครับ อยากกราบเรียนท่านประธานว่าเวลาสมาชิกได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตามท่านประธานก็ควรจะฟังให้มากกว่านี้ อีกสักนิดหนึ่งก่อนที่จะพูดแทรกสมาชิกขึ้นมา
ขอบคุณที่แนะนํา เชิญครับ
ผมไม่บังอาจแนะนําท่านประธานครับ ท่านประธานครับ การปรองดองต้องมีจิตใจที่สุจริต ต้องมีจิตใจที่รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ถ้าไม่มีจิตใจที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ปรองดองไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นเพื่อนําไปสู่การปรองดองแห่งชาติ ได้จริง ผมก็ขออนุโมทนา ในอดีตสมัยรัฐบาล ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เคยมี นโยบาย ๖๖/๒๕๒๓ ได้นําพารุ่นพี่กลับคืนสู่สังคม กลับคืนสู่เมืองและใช้ชีวิตอย่างสงบจนถึง ปัจจุบัน นั่นคือนโยบายการปรองดองที่เห็นได้ชัด แต่ปัจจุบันท่านประธานครับ เรากําลัง เผชิญหน้ากับภัยคุกคามสถาบันพระมหากษัตริย์ สิ่งนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการต้องไป ศึกษาและพิจารณาอย่างลึกซึ้งเพื่อป้องกันและทําลายขบวนการเหล่านั้น เพราะในเมื่อ ประเทศของเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เราก็ไม่ควรที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดอาศัยกลไกของรัฐไม่ว่าที่ใดก็ตามกระทําการดังกล่าว และผมเชื่อว่าขบวนการนี้นั้นมีอยู่จริง ท่านประธานเชื่อไหมว่าแม้กระทั่งพี่น้องประชาชน ในกรุงเทพมหานครตามชุมชนแออัด ตามตลาดนัดก็ยังได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้ แล้วเราจะปรองดองกันอย่างไร ท่านประธานครับ สักครู่เมื่อผมได้พูดไปเพื่อนสมาชิกลุกขึ้น หาว่าพาดพิงเราก็ไม่ว่ากัน
ขออนุญาตเอาเฉพาะเรื่องที่เราประชุมปรึกษาหารือนะครับ ถ้าท่านไปพาดพิงคนอื่นผมจะ ไม่อนุญาตนะครับ
ถ้าท่านประธานสังเกต ผมไม่ได้ เอ่ยชื่อบุคคลใดเลย ใครจะร้อนตัวอย่างไรผมไม่ทราบ แต่ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานเพื่อที่จะเปิดคลิป ประทานโทษ เปิดภาพ ๔-๕ ภาพ ที่ผมได้ขออนุญาต ท่านประธานเอาไว้ขอให้ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ได้เปิดภาพด้วยครับ
เดี๋ยวนะครับ เจ้าหน้าที่มีการขออนุญาตไหม
ผมได้ขอไว้ในช่วงกลางวันครับ ท่านประธานครับ เป็นภาพ ๔ ภาพ แล้วผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าเราจะปรองดองกัน อย่างไร
เชิญครับ เอาเป็นแนวทางปรองดองครับ
ช่วยเปิดหน่อยครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ครับ ท่านประธานสั่งแล้วฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ยังไม่ทํานะครับ หลับไปแล้วครับ
ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ระหว่างที่ รอคอยภาพดังกล่าวนั้น ผมก็จะอภิปรายในอีกประเด็นหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ศาลากลางจังหวัดเราถูกเผาไป ๔ แห่ง จริง ๆ แล้วศาลากลางไม่ควรถูกเผาครับ ถ้าไม่มีคน ไปยุยงปลุกปั่น กรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นก็ต้องหาทางศึกษาและหาทางป้องกันว่า ถ้ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งปลุกปั่นพี่น้องประชาชนให้ไปเผาที่นั่นที่นี่โดยอาศัยวิทยุชุมชน โดยอาศัยไมโครโฟน โดยอาศัยการปลุกม็อบ
คือท่านวัชระ คือการนําเสนอของท่านมันกําลังไปพูดถึงเรื่องของมีการยุยง ส่งเสริม ปลุกปั่น เพื่อที่จะให้เกิดคนนี่ไปเผาทําลายทรัพย์สินของรัฐ
ถูกต้องครับ
ท่านอย่าเพิ่งเถียงผมนะครับ แต่ประเด็นที่เรากําลังปรึกษากัน ประชุมนี่เรากําลังหารือกันว่า ความขัดแย้งของบ้านเมืองเราในขณะนี้เราจะหาทางออกอย่างไร ทางออกในที่นี้ก็คือ จะมีมาตรการปรองดองอย่างไร ถ้าท่านนําเสนออย่างนี้ผมจะไม่ให้ เพราะว่าการนําเสนอ ของท่านนําไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้นแล้วก็ตอกย้ํากันมากขึ้น ฉะนั้นผมจะไม่อนุญาตให้ ท่านพูดในประเด็นนี้นะครับ เชิญต่อครับ
ผมเคารพท่านประธาน ผมอยากจะ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเกิดสิ่งนี้ขึ้นนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญจะต้องหามาตรการในการป้องกันครับ ไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
เปิดภาพถัดไปนะครับ นี่คือขบวนรถ ที่ไปช่วยน้ําท่วมกันนะครับ เปิดภาพถัดไปนะครับ ท่านประธานครับ ภาพนี้ผมนั้นคือคนที่ยืน อยู่ด้านซ้ายหันหลังให้กับภาพ และคนที่ถือโทรโข่งใส่เสื้อแดงชี้หน้าผมนั้นคือคนของรัฐบาล และได้พูดจาข่มขู่ผม จะคิดบัญชีกับผม ผมไม่เอ่ยชื่อว่าเป็นใคร ท่านประธานครับ แต่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า การชี้หน้าใช้โทรโข่งพูดข่มขู่ในเขตหนองแขมกับ ส.ส. พรรคฝ่ายค้านว่าจะคิดบัญชีกับผมนั้น
คืออย่างนี้ ท่านวัชระ คือการที่ท่านไปแล้วก็มีการพูดกันนี่ ข้อเท็จจริงอันนี้มันไม่สามารถที่จะปรากฏ ได้ว่าเรื่องอะไร คือประเด็นถ้าท่านไม่พูดในประเด็น
คือผมจะพูดเรื่องการปรองดอง
ถ้าท่านไม่พูดในประเด็นที่เราปรึกษาหารือกันผมจะไม่อนุญาตนะครับ ผมเตือนเป็น ครั้งสุดท้าย เชิญ เดี๋ยวครับท่านนั่ง ผมเตือนครั้งสุดท้ายแล้ว ถ้าท่านยังไม่ปฏิบัติตามที่ ประธานได้กําชับไว้ก็จะให้ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์อภิปรายต่อไป เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน ก็ต้องพินิจพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม สิ่งที่ผมได้พูดได้กล่าวนั้นก็หมายความว่า การปรองดอง ก็ต้องเริ่มต้นจากรัฐบาล เริ่มต้นจากสมาชิกฝ่ายรัฐบาลที่จะปรองดองสมัครสมานสามัคคีกัน เพื่อแก้ไขปัญหาในสังคม แต่ถ้าสมาชิกฝ่ายรัฐบาลกล่าวเช่นนั้น ท่านประธานคิดว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นได้หรือ ท่านประธานครับ ท่านประธานชอบวินิจฉัยแล้วผมคิดว่าเดี๋ยวท่านประธานก็จะต้องพูดอีก ผมอยากให้ท่านประธานนั้นได้ฟังว่าพรรคฝ่ายค้าน สมาชิกพรรคฝ่ายค้านมีความหวังดี ที่อยากจะเห็นการปรองดองเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา แต่การปรองดองที่จะเกิดขึ้นนั้น ถ้าไม่มีความร่วมมือจากทุกฝ่าย ท่านประธานก็เพิ่งได้ยินไปเมื่อสักครู่ว่าถ้าปรองดองกันไม่ได้ ก็สู้กันต่อไป ท่านประธานครับ พูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ถ้าปรองดองกันไม่ได้ ก็สู้กัน ต่อไป แล้วบ้านเมืองของเราจะเป็นอย่างไร ท่านประธานอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ท่านประธาน ก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นใน ๑๗ จังหวัดภาคอีสานอันกว้างใหญ่ไพศาล เกิดขบวนการอะไรขึ้น ในภาคอีสาน ท่านประธานครับ สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมคิดว่าไม่ได้นําไปสู่การปรองดอง การปรองดองที่แท้จริงต้องไม่มีสี ไม่มีสีครับท่านประธาน ไม่มีสีอะไรทั้งนั้น นอกจาก ความเป็นคนไทย และถ้าการปรองดองยังแฝงไว้ซึ่งการใช้กําลัง การใช้อาวุธ สิ่งนี้ก็จะไม่เกิด ความสงบขึ้นในบ้านเมืองของเรา ผมสังเกตว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นประเด็น แต่ท่านประธาน ก็ไม่จด ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ การที่สมาชิกได้เสนอญัตติ ดังกล่าวขึ้นมาพิจารณานั้น ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ แต่ท่านประธานครับ ภายใต้ภาวการณ์ ปัจจุบัน ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ผมก็ไม่เชื่อว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้จะนําไปสู่ ความปรองดองแห่งชาติเกิดขึ้นได้ เพราะอะไรครับท่านประธาน ก็เพราะว่ายังมีการสังกัด แบ่งค่ายเป็นสี มีการสังกัดแบ่งค่ายเป็นอะไรครับท่านประธาน เป็นฝ่ายที่บางคนนั้น ซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ในสภาแห่งนี้กลับไปนิยมชมชอบในสิ่งที่ซึ่งไม่ใช่การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ท่านประธานครับ ท่านประธาน นั่งอยู่ภายใต้พระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรามาอภิปรายต่อหน้า พระพักตร์ของท่าน เพื่อที่จะให้สังคมไทยของเรานั้นสงบสุข ร่มเย็น ปรองดอง คนรักกัน ยิ้มเข้าหากัน รักใคร่สามัคคีกัน ไม่เข่นฆ่ากัน แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาท่านประธาน ก็ได้เห็น และสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นบาดแผลอันร้าวลึกในสังคมไทย ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นเป็นฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือนและ
ท่านครับ คือมันก็วกเวียนซ้ําซากกันอยู่อย่างนี้ ท่านก็ไม่เสนอสักทีนะครับ ผมให้โอกาส อีกครั้งหนึ่ง อย่างนั้นผมจะไม่ให้ท่านอภิปรายแล้ว เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ ในฐานะที่ ท่านประธานก็เป็นลูกพ่อขุน ผมก็เป็นศิษย์ลูกพ่อขุนรามคําแหงมหาราชเหมือนกัน ท่านประธานเป็นรุ่นพี่ ผมเป็นรุ่นน้อง ผมก็อยากให้ท่านประธานนั้นได้นําไปสู่การปรองดอง เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะว่าสังคมไทยของเราในปัจจุบันนี้นั้นท่านประธาน ก็ได้เห็นว่าเป็นอย่างไร และท่ามกลางความทุกข์ยากยังมีวิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้น และกําลังรออยู่ ผมอยากเห็นท่านประธานนั้นได้เป็นหลักหนึ่งในการปรองดองด้วย เช่นเดียวกัน ท่านประธานว่าผมพูดวนเวียนซ้ําซาก แต่ผมไม่ได้เวียนวนซ้ําซากอย่าง ท่านประธานว่า และผมขอเสนอให้คณะกรรมาธิการถ้าหากได้จัดตั้งขึ้นและมีจริงก็ควรที่จะหามาตรการ ในการป้องกันไม่ให้คนกระทําการในสิ่งที่เรียกว่าเผาบ้านเผาเมืองดังกล่าวได้เกิดขึ้นอีก ท่านประธานครับ ท่านประธานจะกดสวิตซ์เพื่อที่จะพูดตักเตือนผม แต่สิ่งนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ท่านประธานครับเราต้องร่วมกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ไม่ให้ใครสีใด ใครกลุ่มใด ใครหน้าไหน มาเผาบ้านเผาเมืองของเราอีก และคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็จะต้องปรองดองอย่างแท้จริง และผมเชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายมีความจริงใจ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์จริง การปรองดอง เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนและผมนั้นเชื่อมั่นในตัวของท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ที่ท่านเชื่อมั่นผมนะครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์แล้วก็อาจารย์พีรพันธุ์ เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันลุกขึ้นอภิปรายก็เพื่อที่จะเรียนให้ท่านทั้งหลายทราบนะคะว่า
ท่านสุนัย จะต่ออาจารย์พีรพันธุ์ครับ ขอประทานโทษท่านยืนอยู่ข้างหลัง เดี๋ยวท่านสุนัยก่อน ท่านติดใจอะไรเชิญ
จริง ๆ ท่านประธานได้อ่านชื่อไปแล้วว่า พอเสร็จจากท่านวัชระแล้วเป็นผม
เดี๋ยวให้ อาจารย์รัชฏาภรณ์ก่อนนะครับ
เพื่อการปรองดองยินดีครับ
เชิญ ข้างหลังครับ
ขอบพระคุณค่ะ
เดี๋ยวข้างหลังท่านประท้วง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอความกรุณาท่านประธานนิดเดียวครับ ใช้สิทธิพาดพิง เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าใช้สิทธิแล้วก็จะยุติ เพียงแต่ว่า
เดี๋ยว ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ ผมต้องฟังผู้ยืนขึ้นแล้วก็ยกมือนะครับ แล้วก็ฟังท่านก่อนนะครับ ผมยังไม่รู้ว่าท่านจะใช้สิทธิอะไร
ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ
ท่านต้องนั่งลงครับ ต้องฟังประธานครับ ท่านขอใช้สิทธิอะไร เชิญ
ผมใช้สิทธิพาดพิงเมื่อสักครู่
ประเด็นครับ เขาว่าอย่างไร ท่านเสียหายอย่างไร ผมจะได้วินิจฉัยได้
สมาชิกผู้ซึ่งเพิ่งอภิปรายจบไป ได้ยกคําพูดว่าเผาเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง เรื่องนี้เป็นที่ทราบทางสื่อสารมวลชนว่า เมื่อคราวการชุมนุมของพี่น้องประชาชนได้มีการนําเทปเป็นคลิปวิดีโอคําพูดนี้แล้วก็ปรากฏ เป็นภาพผมกําลังพูดคํานี้อยู่ เมื่อสักครู่ผมใช้สิทธิพาดพิงแล้วกราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า เมื่อใช้สิทธิพาดพิงครั้งนั้นก็จะยุติเป็นแต่เพียงว่ามีการตัดไมโครโฟนตัดเสียงที่ผมกําลัง อธิบายความ ปรากฏว่าเกิดความเสียหายเพราะพี่น้องประชาชนที่กําลังติดตามการอภิปราย เขาไม่เข้าใจสถานการณ์ เขาติดตามไม่ต่อเนื่องผมเลยขออนุญาตท่านประธานชี้แจงสั้น ๆ ครับ ว่าคลิปวิดีโอชิ้นนั้นเป็นคลิปวิดีโอที่ตัดต่อเฉพาะข้อความบางตอน เหตุเกิดเมื่อ วันที่ ๒๓ มกราคมที่เขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ถ้าเปิดฟังทั้งเรื่องจะเข้าใจว่าผมวิเคราะห์ สถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง แล้วผมบอกว่าถ้ามีการยึดอํานาจก็ให้ดําเนินการดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมที่ราชประสงค์ ไม่เกี่ยวกับการเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ใดเลยหลังจาก การชุมนุม ก็ขอกราบเรียนท่านประธานให้บันทึกไว้เท่านั้นเองครับ
อาจารย์รัชฎาภรณ์ เชิญครับ ท่านได้ชี้แจงแล้ว เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณคุณสุนัยด้วยนะคะ รู้สึกสัปดาห์นี้มาท่านมีพฤติกรรมที่น่ารักมากค่ะ ขอบพระคุณ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อกลางวันนี้ที่ดิฉัน ได้ถอนการรับรองญัตตินี้ไม่ได้หมายความว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับการปรองดอง ดิฉันเห็นด้วยกับ การปรองดองเพียงแต่ดิฉันไม่เชื่อว่าจะเกิดความปรองดอง ดิฉันก็กราบเรียนแล้วตอนที่ดิฉัน เซ็นรับรองนะคะว่าดิฉันไม่เชื่อหรอก แต่ดิฉันก็เซ็นรับรองให้ครบเพื่อที่จะได้มีการอภิปราย ได้มีการพูดจากัน แม้จะไม่เชื่อแต่ดิฉันก็ไม่ขัดขวางนะคะ มีบางท่านบอกว่าจะมีคนออกมาขัดขวาง ดิฉันต้อง เรียนว่าดิฉันไม่ขัดขวางแน่นอน เพียงแต่ว่าไม่เชื่อว่าจะเกิดความปรองดองขึ้นมาได้ เพราะว่า อย่างน้อยที่สุดเราต้องดูพฤติกรรมที่มันเกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันนี้ ออกไปหน้าสภาจะเห็นค่ะ ป้ายอยู่ฝั่งตรงข้ามสภาเขียนอะไรเยอะแยะเลย ซึ่งมันไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอย่างนั้น ก็ต้องดูว่าป้ายอย่างนั้นหมายถึงอะไรกัน แล้วก็ที่จริงมันไม่ใช่ว่าสภาเราไม่เคยตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา เราเคยศึกษาชุดใหญ่ในฐานะของรัฐสภา มีทั้ง ส.ส. และ ส.ว. แล้วก็มีคณะกรรมการชุดใหญ่ซึ่งรัฐบาลตั้งขึ้นมาในนามของรัฐบาลเองก็ตาม แล้วเราก็ไม่เคย ได้ปฏิบัติสิ่งเหล่านั้นเลย เพราะฉะนั้นพอมาถึงคราวนี้เฉพาะสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ลองดูนะคะ ก็ไม่เป็นอะไร เพียงแต่ดิฉันคิดว่าและอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เชื่อนี่ก็คือเรื่องของการที่จะปรองดอง มันต้องมีพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน เคารพความแตกต่างของกันและกัน มันต้องเริ่มมาจากความเคารพกันนะคะ ถ้าหลายคนเราจะเห็นว่าบางคนเริ่มมาจาก ความผูกใจเจ็บ เริ่มมาจากความเจ็บแค้น เริ่มด้วยการกล่าวหากัน ให้ร้ายกัน ท่านประธานคะ มันก็ต้องตามมาด้วยการเอาคืน ซึ่งอย่างนี้ปรองดองไม่ได้แน่นอน ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่า การที่จะปรองดองกันเราต้องมาพูดกันโดยไม่บิดเบือนประวัติศาสตร์ สิ่งที่เกิดขึ้นมันต้องดู มันมีความต่อเนื่อง อย่าตัดตอนประวัติศาสตร์ แล้วก็อย่าเอาข้อความบางตอนตัดตอน คําบางตอนมาพูดปรากฏการณ์บางอย่างเท่านั้น ถ้าอย่างนี้ดิฉันก็เคยเรียน เมื่อสักครู่นี้ ได้ประท้วงท่านผู้อภิปรายว่ามันเป็นการพูดด้านเดียว แล้วตอนหลังมาก็พูดอีกด้านหนึ่ง ท่านก็ประท้วงเหมือนกัน ถ้าเราพูดความจริงกันทีละด้านหรือคนละด้านมันก็จะเป็นปัญหา เหมือนกัน เพราะที่จริงแล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันมีสาเหตุมาจากหลายอย่าง ทุกคนมี เหตุผลของตัวเองนะคะ เพราะฉะนั้นอย่ามองด้านเดียว ดิฉันฝากข้อคิดเอาไว้ เพราะถ้ามอง ด้านเดียวมันจะแก้ไม่ได้ มองแต่ด้านตัวเอง แล้วก็ต้องทะเลาะกันอยู่ดี ต้องมองทุกด้านนะคะ แล้วถ้าเราจะปรองดองกันมันต้องวางทุกอย่างเอาไว้ แล้วถอยออกไป แล้วก็ต้องไปมอง ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ทบทวนสิ่งที่ผ่านมาว่าความแตกแยกเกิดจากอะไร ต้องหยุดพฤติกรรมที่ ตอกลิ่มความแตกแยกนั้นตอกลิ่มการแบ่งแยกอย่างจงใจ เมื่อ ๒ วันนี้เองที่อําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ บ้านดิฉันเอง อยู่ห่างจากสํานักงานดิฉันไม่ถึง ๕๐ เมตร ก็มีการไปเปิดเวที เปิดเวทีเสื้อแดงไม่เป็นอะไรค่ะ ดิฉันปกติก็เป็นคนชอบไปนั่งฟังอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าดิฉันก็ถามว่า มีสาระอะไรบ้าง สาระที่พูดก็คือ ก็พูดสาระเดิม ๆ ปลุกระดมเรื่องราชประสงค์ ก็คือสิ่งที่ ผ่านมาแล้ว แล้วก็พูดซ้ํา ๆ อยู่อย่างนั้นแหละ เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นมีผู้มีเกียรติจาก จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านบอกว่าปัญหาเกิดจากการเมือง ดิฉันขอพูดให้ชัดเจนว่าปัญหาของ บ้านเมืองเกิดจากนักการเมืองก็ต้องแก้ด้วยนักการเมือง จริงหรือเปล่าดิฉันไม่แน่ใจนะคะ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนท่านว่าปัญหาของผู้กระทํา ของผู้ถูกกระทํา ประชาชนเป็น ผู้ถูกกระทํา ดิฉันไม่ติดใจค่ะสําหรับประชาชนนะคะว่าประชาชนจะเข้าใจอย่างไร ประชาชนนี่ไม่ยากค่ะ ถ้าท่านไปดําเนินการแล้วก็ให้ความคิดที่ถูกต้องก็จะไม่เป็นปัญหา มันเป็นปัญหาอยู่ที่หัวขบวน เพราะฉะนั้นเราก็คงจะต้องพูดกันว่าเราจะต้องทําอย่างไร อยากจะกราบเรียนท่านว่าถ้าผู้ที่กระทําความรุนแรง ผู้ที่สร้างความแตกแยกมาพูดเรื่อง การปรองดอง มันก็เหมือนกับคนเป็นเกลื้อนมาโฆษณาขายยาแก้เกลื้อนค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันกราบเรียนท่านว่าถ้าเราจะพูดถึงปรองดองให้ล้างความผิด ล้างมลทิน โดยไม่ล้างความคิดเป็นไปไม่ได้ ดิฉันก็เลยอยากจะเรียนท่านฝากคณะกรรมาธิการนี่นะคะว่า ฝากคณะกรรมาธิการคุยกันหน่อยค่ะว่าต้องคุยกันว่าความคิดที่มันไม่ถูกต้องมีอะไรบ้าง ต้องคุยเรื่องความคิดก่อน อย่างเช่น ถ้าบอกว่าคนลําปางไม่ชอบท่านชวนก็เลยปาไข่ อันนี้ดิฉันเพิ่งจดเดี๋ยวนี้เอง อย่างนี้เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง ชอบไม่ชอบก็ทําอย่างนี้ไม่ได้ หรือถ้าการข่มขู่คุกคามคนอื่นใครก็ได้ที่ทําไม่ถูกใจ อย่างนี้ไม่ได้นะคะ พูดจาหยาบคายกับ ใครก็ได้ ไม่ได้นะคะ พูดเพราะไม่ชอบใจอย่างนี้ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องคุยกันว่ามีความคิด ที่ผิด ๆ หรือพูดถึงเรื่อง ๒ มาตรฐาน พูดแต่เอาประโยชน์ส่วนตนก็ไม่ได้ ต้องเข้าใจว่า ๒ มาตรฐานคืออะไร ต้องเข้าใจว่าคนละมาตรฐานคืออะไร ต้องเข้าใจคําว่าไม่มีมาตรฐาน คืออะไร ถึงจะพูดกันได้นะคะ แล้วก็พูดถึงความคิดที่ผิด ๆ เสีย แล้วล้างให้ได้ก่อนแล้วค่อย หาทางปรองดอง เพราะฉะนั้นดิฉันก็กราบเรียนท่านนะคะว่าตอนนี้อย่าเพิ่งมีธงอะไรเลย ไปพูดคุยกันเสียก่อนแล้วทําให้ได้ดิฉันเอาใจช่วย ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย แต่วันนี้ขออนุญาตอภิปรายในญัตติปรองดองโดยมายืนอยู่ในฝั่งของพรรคประชาธิปัตย์ ใช้ไมโครโฟนตัวเดียวกันกับคุณวัชระ เพชรทอง ท่านประธานครับ เพื่อเป็นการยืนยันให้เห็นว่า การใช้กลไกเดียวกันนั้นมนุษย์ต้องควบคุมกลไกนั้นครับ ไม่ใช่เอากลไกมาควบคุมมนุษย์ วันนี้เราอภิปรายกันเรื่องปรองดองคนที่เจ็บปวดที่สุดคนหนึ่ง แต่เสียดายจริง ๆ ที่เธอ ไม่มีโอกาสจะได้พูดเพราะเวลามันหมด คนคนนั้นเป็นคนหนึ่งในหลาย ๆ ร้อยคนที่ญาติ เสียชีวิตและบาดเจ็บ แต่คนคนนั้นอยู่ในสภา คนคนนั้นคือคุณขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาวของ เสธ. แดง ที่บิดาของเขาถูกยิงอย่างโหดร้ายติดตาตรึงใจเขา ผมได้นั่งคุยกับเธอ ผมถามว่า น้องถ้าเกิดมันจะต้องจบลงด้วยการปรองดองและบิดาของเธอได้เสียชีวิตไป และสุดท้ายก็ยัง ไม่รู้ว่าจะหาคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่ เธอจะทําใจอย่างไร จะยอมไหม คุณขัตติยา หรือน้องเดียร์นี้เธอบอก ถ้าเป็นผลประโยชน์ของส่วนใหญ่เธอก็ต้องยอม แต่จะให้เธอลืมภาพ ของพ่อเธอที่ถูกยิงนั้นเธอลืมไม่ได้ ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุด วันนี้ผมได้นั่ง อยู่กับคุณวัชระ เพชรทอง เมื่ออภิปราย ผมขอให้คุณศุภชัย ใจสมุทร ที่แดงก็เกลียด เหลืองก็รําคาญมานั่งอยู่กับผมตรงนี้ ผมขออนุญาตน้องรังสิมาว่าพี่พูดข้างหลังน้องนะ แต่ขอให้ น้องพูดเรื่องปรองดองด้วย เธอก็บอกว่าไม่เอา ไม่เป็นอะไรครับท่านประธานครับ แต่อย่างน้อยที่สุด วันนี้ต้องขอประทานโทษท่านสาทิตย์ที่ผมลุกขึ้นประท้วงหลายครั้ง แต่ผมต้องกราบ ขอบพระคุณท่านสาทิตย์ที่ขึ้นพูด และกราบขอบพระคุณท่านเพื่อนพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ที่ขึ้นพูดวันนี้ อย่างน้อยที่สุดทําให้ความฝันเราเห็นว่ามันน่าจะเป็นจริง เพราะครั้งแรกมีการ วอล์คเอาท์ไป แต่แล้วก็กลับเข้ามา คุณจุติก็เป็นเพื่อนกัน ผมรู้ครับว่าการปรองดองไม่ใช่เรื่องง่าย ผมเห็นความยากลําบากและเห็นร่วมกับเพื่อนพรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายครับ แต่อาจจะต่างกันตรงที่ผมคิดส่วนตัวของผมคือเราต้องพยายาม ท่านประธานครับ การพยายามที่ดีที่สุดวันนี้ก็คือต้องทําความเข้าใจกับเรื่องเวลา วันนี้ได้พิสูจน์แล้วครับ ท่านประธานว่าปัญหาใหญ่ของกลไกแห่งระบบ อย่างที่ผมเปรียบเทียบว่าผมใช้ไมโครโฟน ตัวเดียวกัน แต่ว่าเราต้องเข้าไปควบคุมระบบและเข้าใจกลไกนั้น สังคมไทยอยู่ในโครงสร้าง ระบบการเมืองที่มีภาวการณ์สุญญากาศทางอํานาจ เรารู้ความจริงหมดครับ แต่เราอาจจะไม่เอาความจริงในรายละเอียดมาพูดกันตรงนี้ เพราะยังไม่ใช่เวลาของมัน เราให้เวลาแห่งประวัติศาสตร์ ให้เวลาแห่งอนาคต ผมเชื่อมั่น เหลือเกิน ต้องขออภัยที่จะต้องเอ่ยนามบุคคลที่เป็นตัวแสดงสําคัญที่สุดในรอบเวลา ๕ ปีมานี้ ก็คือผู้ที่เสนอญัตตินี้คือ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ท่านรู้อะไรเยอะแยะครับ ผมไม่มีโอกาส จะไปพูดกับท่าน แต่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนพูดกับท่าน ผมก็สอบถาม แต่ละคนที่ผ่านไปปรากฏว่าท่านไม่แพร่งพรายแม้แต่น้อยว่าวันที่ ๑๙ กันยายนนั้นจริง ๆ คืออะไร เราจะให้เวลามัน ท่านครับ เรื่องของเวลานี้เองครับ มันได้พิสูจน์ความจริงแล้วว่า มนุษย์เมื่อมีเวลาเปลี่ยนไป ความเข้าใจ ความคิด โอกาสต่าง ๆ มันเปลี่ยนไปหมด ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่มากนักในสภาแห่งนี้ที่เคยร่วมงานกับพรรคการเมืองตั้งแต่ซ้ายสุดจนถึง ขวาสุด ผมเคยเข้าป่าอยู่ในป่าร่วมกับสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ เช่นเดียวกับคุณรัชฎาภรณ์ ผมอยู่ถึงฝั่งขวาสุดเป็นเลขา พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อก่อนเกลียด พลเอก ชาติชาย แต่วันหนึ่งไปอยู่กับ พลเอก ชาติชาย ได้เรียนรู้ว่าชีวิตมีความเข้าใจด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย เมื่อเวลาเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปหมด พลเอก ชาติชาย ได้ให้คติอันหนึ่งว่าสุนัยจําไว้ว่า ถ้าจะเป็นใหญ่ทางการเมืองอย่าจําแม่น ใครก็ตามทีครับ ที่จําแม่น แม่น แม่น ไปได้ไม่กี่น้ําครับ สูงสุดจะเป็นอีกก็ยากครับ ความจริงได้พิสูจน์แล้วครับ วันที่ รสช. รัฐประหาร ซึ่งผมขอ อนุญาตท่านประธานที่จะเอาบทเรียนจริง ๆ ที่นักการเมืองหลายคนไม่รู้ แม้จะเป็น นักการเมืองเก่าก็ไม่รู้ เพราะมันอยู่ข้างในครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าวันที่ยึดอํานาจนั้น รสช. โกรธและต้องการจะประหารคนคนหนึ่งที่วันนี้เป็นคนที่ รสช. รักที่สุดครับ นั่นคือ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เวลาผ่านไปไม่พอปีครับ เลือกตั้งอีกทีหนึ่ง พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ นั่งอยู่ที่บ้าน คนที่ยึดอํานาจ พลเอก ชาติชาย หัวหน้าใหญ่ชื่อ พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ ควงแขนมากับบุคคลที่ไม่น่าจะเชื่อว่าจะฆ่ากันเมื่อ ๑๒ เดือนที่แล้วคือ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ครับ สิ่งที่ไม่น่าเชื่ออีกครับ พอไปถึงห้องโถงใหญ่ของ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่าน พลเอก ชาติชาย นั่งหัวโต๊ะ คนที่ยึดอํานาจครับ ที่ด่า พลเอก ชาติชาย เสีย ๆ หาย ๆ ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ ๑๙ กันยายน พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ คลานสี่เท้าครับ ไปกราบขอขมา พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ก็ให้อภัย พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้สร้างประวัติศาสตร์ อันหนึ่งของสภาแห่งนี้ตรงที่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยชอบนั่งกันที่เรียกว่า วิทยาคาเฟ่ ตรงนั้น เมื่อก่อนเป็นห้องครับ เรียกว่า ห้องสหประชาชาติ นั่นหมายความว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ใครอย่างไรแล้วแต่เข้ามาอยู่ด้วยกันตรงนี้ไปทานไวน์กัน สมัยก่อนนะครับ ดังนั้น ห้องสหประชาชาติคือไม่แบ่งเขาแบ่งเรา ในสภาก็ว่ากันไป แต่ว่าเราถูกนักวิชาการโจมตีว่า พวกนักการเมืองเป็นพวกที่ไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร คบไม่ได้ นักการเมืองหลายคนตกอยู่ใน วาทกรรมอันนี้ ก็เลยพยายามจะพัฒนาว่าต้องเอาเป็นมิตรแท้ ศัตรูถาวร เลยล่อกันไม่หยุดครับ บรรพบุรุษของเราใช้คําว่าเล่นการเมือง เราก็บอกว่าเล่นการเมืองไม่ถูกต้อง ต้องเอาจริงเอาจัง ก็ขนาดเล่นกันยังฆ่ากันขนาดนี้ เอาจริงจะขนาดไหน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมจะหยิบยก อีกตัวอย่างหนึ่ง เพื่อขอความกรุณาให้ทุกฝ่ายให้เวลากับมันเถอะครับ แล้ววันหนึ่งเราเดินไป ข้างหน้าย้อนกลับมาข้างหลังเราจะหัวเราะกับตัวเราเอง ผมกําลังหัวเราะกับตัวผมเองที่ผมดันไปเข้าอยู่กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเลย ผมกําลังหัวเราะตัวเองว่าวันนั้นเราทําไมต้องเกลียดคนนี้ แล้ววันนี้เราทําไมมารักคนนั้น พลเอก ชาติชาย เสียไปแล้วแต่ตรุษจีนทีไรผมยังไหว้ด้วยครับ ผมไหว้เตี่ยผม ผมก็ไหว้ พลเอก ชาติชาย พร้อมกัน ยังบอกเตี่ยผมหาเพื่อนอดีตนายกรัฐมนตรีมากินข้าวกับเตี่ยแล้ว ท่านประธานครับ ความคิดมันเปลี่ยนได้ วันนี้ผมได้มีโอกาสในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศต้อนรับเอกอัครราชทูตจีน ท่าน ฯพณฯ ก่วนมู่ ไม่น่าเชื่อครับ จีนแผ่นดินใหญ่ยึดอํานาจรบกับพรรคก๊กมินตั๋งชนะกันเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๙๒ จะเอาเป็น เอาตายกันว่าไต้หวันจะเป็นจีนใหญ่ จีนพรรคคอมมิวนิสต์ก็จะเป็นจีนใหญ่ แต่วันนี้ ไม่น่าเชื่อครับ เขาบอกว่าทัศนะของพรรคก๊กมินตั๋งถูกครับ และเขากลับมีความรู้สึกว่า พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของอดีตประธานาธิบดีเฉิน สุ่ยเปี่ยน ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะเฉิน สุ่ยเปี่ยน เสนอว่าไต้หวันให้แยกไปเลยไม่ต้องเป็นจีนอีกแล้ว เป็นจีนแบบไต้หวัน ไปเลย ผมบอกทําไมอย่างนั้นล่ะ เขาบอกว่าอย่างน้อยที่สุดจีนจะได้เป็นอันเดียวกัน แล้วค่อย ๆ คุยกัน เพราะทัศนะของก๊กมินตั๋งบอกจีนเดียวครับ ไม่มี ๒ จีน ทั้งที่อดีตก็รบกัน จะตายนะครับเพราะจีนเดียวนี่แหละ ผมมีโอกาสเดินทางไปไต้หวันกับท่านชวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ไปเจอกับรัฐมนตรีจีนไต้หวัน เขาบอกว่าตอนนี้เรากําลังสร้างสายการบิน ตรงแล้วครับ สนามบินจากไทเปถึงเซี่ยงไฮ้ ผมก็ถามไปว่าท่านและที่รบกันมาตลอด ๕๐ กว่า ปี ๖๐ ปี ว่าใครจะเป็นจีนที่ ๑ ไปไหนเสียเล่า เขาบอกอันนั้นให้ลูกหลานมันไปคุย ตอนนี้ รุ่นอาปาอากงขอทํามาค้าขายกันก่อน โลกสมัยใหม่ครับ วันนี้ผมเชื่อว่าคนที่เคยเป็น เรด การ์ด (Red guard) กําลังยิ้มเยาะตัวเอง ประทานโทษเถอะครับ บุคคลสําคัญ ๆ ที่เป็น ในรัฐบาลจีนวันนี้เขาก็กําลังยิ้มเยาะตัวเองต่ออดีตที่มันผิดพลาดไป ท่านประธานครับ ในประเทศเราเราก็เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ๖ ตุลาคมครับ เสียดายเหลือเกินน้องวัชระเพิ่งออกไป ไปกล่าวหาว่าคนนั้นไม่จงรักภักดี คนนี้จะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ นั่นเรากําลังพูดวันนี้ ถูกหรือเปล่า ในวันนั้นครับท่าน พวกเราต้องหนีการรัฐประหารเมื่อ ๖ ตุลาคม ไปอยู่ป่าสู้กับรัฐบาล ท่านครับ วันนั้นคนที่ไปอยู่ป่าไม่ใช่มีนักศึกษาลูกครึ่งจีนอย่างผมนะครับ ลูกนายทหารก็ไป ลูกนายตํารวจก็ไป ลูกทหารอากาศก็ไป ลูกทหารบกก็ไป พ่อขับเครื่องบินไปทิ้งระเบิดตูม ลูกกูอยู่ข้างล่างหรือเปล่าวะ พ่อเป็นทหารปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่เข้าไป ลูกกูอยู่ที่เขาค้อ หรือเปล่าวะ พ่อกับลูกรบกันครับ แรงกว่าวันนี้อีกครับ แต่ทุกอย่างจบได้ ในวันนั้นสื่อมวลชน หลายฝ่ายเสนออย่างนี้ครับ ปรองดองกันเถอะ ปรองดองกัน ขอประทานโทษเถอะครับ วันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีชื่อ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ท่านบอกว่าไม่ได้ คุณสมัครเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมกับคุณสมัครนี้ก็ไม่ถูกกันเลยครับ แต่วันหนึ่งต้องมา รักกันอีกแล้วครับ ท่านประธานครับ มันต้องยิ้มเยาะต่ออดีตจริง ๆ ปรากฏว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นไม่ยอมให้เกิดการปรองดอง โดยอ้างแบบเดียวกับเพื่อน ส.ส. บางคนที่บอกว่าพวกนักศึกษาถูกล้างสมองแล้ว ไปอยู่ในป่าแล้ว กลับมาก็จะมาล้มล้างชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็พูดกันอยู่อย่างนั้นครับ แล้วก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้เหมือนวันนี้ครับ ไม่มีใครพิสูจน์ได้ แต่เขาไม่ยอมกัน แต่ว่ามันต่างกันตรงที่วันนี้รัฐบาลนี้พยายามจะยอม พยายาม จะผ่อนทุกอย่างเพื่อกลับมาสู่ความสามัคคี แต่วันนั้นรัฐบาลของ ฯพณฯ ขอประทานโทษ ที่ต้องเอ่ยนามท่านจริง ๆ ครับ ก็คือท่านธานินทร์ยังไม่ยอม ด้วยทฤษฎีอย่างนี้ ในที่สุดใครจะ ตัดสินละครับจริงไม่จริง แต่ในวันนั้นโชคดีเหลือเกิน คนบางคนอาจจะบอกโชคร้ายแต่ผมว่า โชคดี มี พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ตัดสินใจทํารัฐประหารล้มรัฐบาลท่านธานินทร์ แล้วก็ประกาศพิสูจน์ทฤษฎีว่ามันจะจบกันได้ไหม ให้กลับมาคืนสู่เหย้าเถอะ บุคคลเหล่านั้น คืนสู่เหย้า ยินยอมให้นักศึกษาที่หนีเข้าป่ากลับมาได้ครับ โดยไม่เชื่อว่าจะมาล้มล้างชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสุดท้ายบุคคลเหล่านั้นกลับมาเป็นอะไรครับ ผมไปเจอหมอใหญ่ ผ่าตัดหัวใจครับ ตาย อ้าวนี่เพื่อนกูเองนี่หว่าที่เข้าป่าด้วยกัน ผ่าตัดผู้นําการเมืองหลายคน ครอบครัวผู้นําการเมืองหลายคนให้รอดชีวิต บุคลากรดี ๆ ทั้งนั้นครับ เราเจอคนอย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง มาเป็นรองนายกรัฐมนตรี วันนี้เราก็ทําลายเขาอีก เราเจออีกหลาย ๆ คนครับ ท่านครับ เรามีบทเรียนมากขนาดนี้ทําไมเราไม่ยอมให้เวลากับมันแล้วเดินไปข้างหน้า ทําไมต้องมาเริ่มต้นที่ทักษิณคนเดียว ความจริงอะไรก็รู้กันหมดแต่เราไม่พูดกัน วันนี้ผมถึงบอก รายละเอียดไม่ขอพูด ท่านประธานครับ สิ่งที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือเหตุการณ์ปี ๒๔๙๐ ไทยก็เกิด สงครามนะครับ สงครามระหว่างทหารเรือกับทหารบก สงครามระหว่างฝ่ายท่านปรีดีกับฝ่าย จอมพล ป. ครับ จากการรัฐประหารกัน ปี ๒๔๙๐ จากปี ๒๔๙๐ เกิดกบฏ เกิดการต่อสู้ อีกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง คนที่เจ็บปวดคนหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน มิได้ตําหนิติเตียน แต่อยากจะให้เห็นใจคนคนนี้ด้วยครับ คนคนนี้ปู่เสียชีวิตในกบฏบวรเดช คุณพ่อต้องลี้ภัยไป อยู่ต่างประเทศในฐานะเป็นกบฏเสนาธิการ และคนคนนั้นก็มาดํารงตําแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรีในการรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ชื่อ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านครับ เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดตีรันฟันแทงรบกันเกือบ ๑๐ ปีครับ ผมพูดหลายครั้งว่ามันต้องจบ อดีตอย่างนี้ครับ ในที่สุด จอมพล ป. ใช้ปี ๒๔๙๐ คนที่ลอบฆ่าจอมพล ป. คนที่ศาลตัดสินให้ ติดคุก เหมือนกับเพื่อนนักการเมืองบางคนบอกว่าศาลตัดสินแล้วนิรโทษกรรมไม่ได้ ไม่จริงครับ ไม่จริง ไปดูประวัติศาสตร์เลยครับ ปี ๒๔๙๙ จอมพล ป. เห็นว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ มันน่าจะจบลงได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเดินไปไม่ไหว จอมพล ป. ใช้เวลาอะไรรู้ไหมครับ เป็นไทมิ่ง (Timing) ที่ดีที่สุดซึ่งตรงกับขณะนี้ ผมถึงบอกว่าญัตตินี้เป็นญัตติประวัติศาสตร์ ผมไม่อาจจะขอบคุณ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ได้ ณ วันนี้ แต่ผมจะขอบคุณ พลเอก สนธิ และเพื่อนสมาชิกทุกคนถ้าทุกอย่างมันจบลงได้จริง ท่านจะเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ ที่สําคัญที่สุดในจังหวะนี้ จังหวะนี้เหมาะที่สุดครับ เหมาะอย่างไรลองดูนะครับ จอมพล ป. ได้ใช้ปี ๒๔๙๙ ในโอกาสกึ่งพุทธกาล พุทธมณฑลที่สร้างอยู่นี้เกิดขึ้นในสมัยจอมพล ป. ออกกฎหมายและใช้กึ่งพุทธกาลที่ชาวพุทธเชื่อว่าพระพุทธองค์นั้นประสูติมาแล้วศาสนาพุทธ จะยาวนาน ๕,๐๐๐ ปี ดังนั้นปี ๒๕๐๐ จึงกึ่งพุทธกาลแล้วออกกฎหมายนิรโทษกรรม จบหมดครับ ใครเจอคดีจบหมดครับ วันนี้เราก็อยู่ครับนี่ เสื้อแดงยังติดตะรางอยู่ ประกันตัวไม่ได้ สิทธิการประกันตัวก็ไม่มี สุรชัย แซ่ด่าน สมยศ พฤกษาเกษมสุข ทั้งหมดนี่ครับ เรากําลังทําผิดหลักการทั้งหมดเลย ท่านครับ ที่ผมบอกว่าเหมาะที่สุดเวลานี้คืออะไร ทําไมเราไม่ใช้เวลาแห่งการเจริญพระชนมายุของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสร้างความ ปรองดองขึ้นเสีย เพื่อให้พระองค์ทรงเกษมสําราญ ไม่มีพ่อแห่งแผ่นดินที่ไหนหรอกครับ เห็นลูกฆ่ากันไม่หยุดไม่หย่อนแล้วมันจะมีความสุขได้ ผมว่าเวลานี้เหมาะที่สุดครับท่าน เหมาะที่สุด เพื่อให้เวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านเป็นไปได้อย่างสันติ แต่ทําอย่างไรได้ละครับ ๕ ปี พิสูจน์มาแล้วว่าสิ่งที่ทํามาไม่มีทางถูกได้เลยครับ และไม่มีทางจะจบลงได้ด้วยดีเลยครับ แล้วไปว่ากัน ใครแพ้ใครชนะ ใครมีความสามารถว่ากันไป ไม่ต้องใส่ร้ายป้ายสีกัน ท่านครับ แล้ววันหนึ่งเราจะหันกลับมาดูอดีตแล้วยิ้มเยาะสิ่งที่เรากําลังเป็นตัวละครที่ไม่รู้ว่าเรากําลังถูก กลไกนี้ผลักดันอยู่ ผมพูดเท่านี้ละครับท่านประธานครับ และขอขอบพระคุณจริง ๆ และหวัง เป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนจาก ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ ร่วมกัน และชื่นชมที่สุดครับวันนี้เราได้พูดกันอย่างนี้ ขอเรียกร้อง ขอเชิญชวนทุกท่านให้เวลา กับมันสักหน่อยแล้วเดินไปข้างหน้า แล้วหันกลับมามองอดีตอย่างยิ้มเยาะว่า อดีตไม่น่าโง่เลย พวกเรา ไม่น่าให้กลไกมันมากระทําต่อเราเลย นี่คือการพิสูจน์ว่ามนุษย์กุมกลไกได้ อย่าให้ กลไกมาทําร้ายเรา กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ครับ ขอชื่นชม ท่านสุนัยครับ ขอชื่นชมนะครับวันนี้ท่านอภิปรายได้ดีมากครับ แล้วก็ไม่มีประเด็นอะไรที่จะ ประท้วงได้เลย แต่ก็พาดพิงคนเขาไปทั่วนะครับ แต่ไม่มีอะไรเสียหาย ถือว่าสอดคล้องกับ ญัตติปรองดองครับ ขอชื่นชมครับ ขอเป็นท่านสุดท้ายนะครับ อาจารย์พีรพันธุ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ผมขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพื่อจะกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทั้งหลายว่าในทางการเมืองเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว ก็ได้เกิดการรัฐประหารแล้วก็วันนี้น้องของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกรัฐประหารไป พร้อมกับข้อกล่าวหา ๔-๕ ประเด็นนั้น กลับมานั่งเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็อดีตหัวหน้า คณะรัฐประหารในสมัยนั้นมานั่งอยู่ในสภานี้ร่วมกับพวกเราอีกครั้งหนึ่ง ก็แปลว่าการเมือง มันหันกลับมาจุดเดิมก็สอดคล้องความคิดเห็นของประชาชนที่เอแบคโพลล์ และได้ทําไว้ เมื่อครบ ๕ ปีของวันรัฐประหารปี ๒๕๔๙ ว่าคนไทย ๘๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ยืนยันไม่เอา ระบอบเผด็จการ แต่ว่าท่านประธานครับ ผลจากการรัฐประหารคราวนั้นมันได้ก่อให้ ผลกระทบต่อสังคมไทยมาก เกิดความเสื่อมทรุดตกต่ําแตกแยกแบ่งเป็นขั้วเป็นฝ่ายอย่าง ไม่เคยเกิดขึ้นกันมาก่อน ซึ่งก็สอดคล้องกับญัตติของ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ท่านได้ เขียนไว้ ทีแรกผมเองก็คุยกับเพื่อน ๆ บอกว่าผมไม่เชื่อว่า พลเอก สนธิ วันนี้จะลุกขึ้นมา เสนอญัตตินี้ แต่ว่าเมื่อท่านเสนอมาแล้วและดูเหตุผลที่ท่านเขียนไว้นะครับ ท่านก็บอกไว้ ชัดเจนว่า จําเป็นที่เราจะต้องหันหน้าเข้ามาสร้างความปรองดอง หันหน้าเข้าหากัน เพราะวิกฤติที่มันเกิดขึ้นมันก่อให้เกิดความทุกข์ ความกังวลกับประชาชนเป็นอย่างมาก สอดคล้องกับญัตติของ ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล ที่บอกว่าความขัดแย้งของประชาชนในชาติ มันมาจากเหตุความเชื่อและทัศนคติทางการเมือง และเราก็เห็นว่าความแตกแยกนี้มันยังคง ดํารงอยู่และไม่ได้หายไปไหน แม้กระทั่งท่ามกลางวิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่อยู่ในขณะนี้ ความขัดแย้งนี้ก็ยังคงอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านประธานครับ ที่ท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ได้เสนอขอให้สภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็นผู้แทนพี่น้องของประชาชนชาวไทยและเป็น สถานที่ที่จะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของประเทศไทยโดยเปิดเผยตามหลักนิติธรรม พวกกระผมที่เป็นฝ่ายรัฐบาลอยู่ในขณะนี้จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่สนับสนุนญัตติเช่นนี้ อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เท่าที่ผมได้ติดตามเนื่องจากรัฐบาลเองก็ได้มีการตั้ง คณะกรรมการให้ศึกษาหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ พลเอก สนธิ ได้ขอให้สภาแห่งนี้ได้ทํา ควบคู่ไปด้วยกับทางฝ่ายบริหาร เท่าที่ผมได้ติดตามดูหลาย ๆ ฝ่ายที่ได้เสนอแนวทางที่จะ สร้างความปรองดองขึ้นมา ก็มีอยู่ ๓-๔ ประเด็นที่พอจะสรุปได้ ๓-๔ ประเด็นนี้ถ้าจะเอา มาจากของ คอป. ชุดที่ท่านดอกเตอร์คณิต ณ นคร เป็นประธานอยู่นั้น ก็ตรงกับข้อเสนอของ สมาชิกพรรคเพื่อไทยท่านหนึ่ง ซึ่งได้อภิปรายไว้ในตอนนั้นคือคุณวัฒนา เมืองสุข ที่บอกว่า หนทางที่จะสร้างความปรองดองเกิดขึ้นนั้นมีอยู่ ๓ ขั้นตอนครับ
ขั้นตอนแรกคือการค้นหาความจริงครับท่านประธานครับ ค้นหาความจริง ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าจะเอามาหาใครมาลงโทษ จะเอาใครเข้าคุก แต่ว่าเราต้องการค้นหา ความจริงเพื่อที่จะมาบอกว่าความจริงที่มันเกิดขึ้นมันคืออะไร ใครผิด ใครถูก ใครต้อง รับผิดชอบ ฝ่ายพวกผมเคยทําผิดอะไร ฝ่ายค้านวันนี้เมื่อครั้งเป็นรัฐบาลทําผิดอะไร ก็เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะยอมรับให้มีการแก้ไขแล้วก็ป้องกันไม่ให้เกิดความผิดซ้ําอีก และถ้าจําเป็นจริง ๆ ท่านประธานครับ เอ่ยปากขอโทษประชาชนกันหน่อย ผมคิดว่าประชาชนก็คงจะยอมรับได้ ทําให้ผมนึกถึงที่ประเทศอังกฤษครับ เหตุมันเกิดมาเกือบ ๓๐ ปีแล้วท่านประธาน ทหารไป เข่นฆ่าประชาชน วันนี้รัฐบาลทางพรรคคอนเซอเวตีฟลุกขึ้นมารายงานประชาชนพร้อมกับ กล่าวขอโทษประชาชน ๓๐ ปีแล้วเขายังเอ่ยปากขอโทษ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องเรียนรู้ เรียนรู้ในที่นี้ก็เพื่ออะไรครับ เพื่อไม่ให้มันเกิดความผิดซ้ําขึ้นมาอีก แต่ไม่ใช่จะเอาใครมา ลงโทษขณะนี้ เป็นเรื่องที่เราจะร้องพิจารณากันต่อไป
ขั้นตอนที่ ๒ ก็คือจะต้องมีการเยียวยา ซึ่งจะต้องมีการเยียวยาเป็นกรณีพิเศษ กันอย่างจริงจัง เยียวยาทุกฝ่าย ทุกคน ทุกสี ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าถ้ามีการ เยียวยากันอย่างนี้ แล้วก็ทําเป็นกรณีพิเศษกันจริง ๆ ก็น่าจะทําให้ความเข้าใจหรือความโกรธ อารมณ์ของบุคคลนั้นสามารถที่จะลดลงไปได้
ขั้นตอนที่ ๓ ที่มีการเสนอกันก็คือว่าให้ใช้หลักกระบวนการยุติธรรมเชิง สมานฉันท์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่กําลังพูดกันอยู่มากในวงการยุติธรรมอยู่ในขณะนี้ ผมเองในฐานะที่ เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนในการให้หลักคิดในสิ่งเหล่านี้ ผมเองก็เสียใจอยู่หลายครั้งที่กระบวนการ ยุติธรรมที่เรามีอยู่ในขณะนี้มันเกิดขึ้น และถูกใช้ให้เป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะในยุคที่พวกเรา ได้ยินกันมากที่สุดก็คือยุคที่เราเรียกว่าเกิดตุลาการภิวัฒน์เกิดขึ้น ซึ่งกระบวนการยุติธรรมนั้น แทนที่จะทําให้สังคมมันเยียวยามันเย็นขึ้น กลับยิ่งเป็นการซ้ําเติมทําให้เกิดความแตกร้าว ลึกกันมากขึ้น ฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้าเราใช้หลักกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ซึ่งหลาย ๆ ประเทศได้นําไปใช้แล้วก็น่าจะนําไปสู่ความปรองดองได้นะครับ
สุดท้ายท่านประธานครับ ระยะที่สําคัญที่สุดก็คือในระยะยาวนั้น คือจะต้อง ทําให้สังคมมีความแตกต่างกัน มีความเหลื่อมล้ํากันน้อยที่สุด ขณะนี้สังคมไทยมีความ แตกต่างกันมาก มีความเหลื่อมล้ํากันมาก ซึ่งจะต้องแก้ไขโดยการปรับโครงสร้าง ทางเศรษฐกิจให้มีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมมากขึ้น ทางสังคมให้บุคคลมีส่วนร่วมในการ แก้ปัญหาทางการเมืองมากขึ้น และทางการเมืองเราจําเป็นที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขกฎหมายอีกหลาย ๆ ฉบับ ซึ่งเป็นต้นตอทําให้เกิดความไม่เป็นธรรม ทั้งหมดนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจะทําสําเร็จหรือไม่สําเร็จ วันนี้ท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน และท่านชวรัตน์ก็ขอให้สภาแห่งนี้ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันพิจารณาที่จะหาทางที่จะให้เกิด ความปรองดองอย่างแท้จริงเกิดขึ้น ความปรองดองที่แท้จริงที่จะเกิดขึ้นนั้นก็ต้องเป็น ความปรองดองที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ สามารถมองเห็นอนาคตด้วยกันได้ ที่จะดําเนินการ ไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีกในอนาคตบนพื้นฐานที่ประเทศไทยจะต้องเดินหน้ากันต่อไป ผมไม่ทราบว่าข้อเสนอของผม ข้อเรียกร้องของผมจะมากเกินไปหรือเปล่าที่ผมจะเรียกร้องให้ ทุกพรรคการเมืองที่นั่งอยู่ในที่นี้แห่งนี้ พวกเราต่างก็ชูนโยบายปรองดองกันแล้ว ถ้าต้องการ ตอบสนองความเรียกร้องของประชาชน พวกเราลด ละ เลิก การพูดจาวิวาทะกันมากขึ้น ในที่นี่ก่อนได้ไหม ผมนี่ชินแล้วครับการถูกกล่าวหาว่าทําอะไรเพื่อคนคนเดียว ทําอะไรเพื่อ คนคนเดียว ซึ่งก็ไม่จริง ไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นอย่างนั้น อยากจะเรียกร้องให้ทุกพรรคช่วยกัน สร้างความสงบ ความสันติ หันหน้ามาเจรจากันอย่ามองกันเป็นศัตรู อย่ามองกันว่าความคิด ต่างกันจะนําไปสู่ความแตกแยก แต่ขอให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ช่วยกันคิด แล้วก็ช่วยกําหนด ขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะนําไปสู่ความปรองดองสมกับที่ประชาชนอยากจะเห็นขึ้นในประเทศนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
มีท่านสมาชิก ท่านใดจะอภิปรายอีกไหมครับ ไม่มีผู้ขออภิปราย ท่านมีอะไรเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้สิทธิในการอภิปรายในเรื่องพิจารณาศึกษาหาแนวทางการปรองดอง ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากได้ฟังเพื่อนสมาชิกพูดในลักษณะหลายด้าน ในความรู้สึกของ คนไทยนะครับ และโดยเฉพาะพวกเราซึ่งเป็นผู้แทนนี่นะครับ เราคงไม่ปฏิเสธครับ คําว่าปรองดอง เพราะเป็นความหมายที่เป็นบรรยากาศของการสร้างสันติให้เกิดความสุขขึ้น แต่ในวันนี้เมื่อได้ฟังบรรยากาศทั้งหมดที่เพื่อนสมาชิกทุก ๆ คนได้อภิปรายกันมาทําให้ผมเกิด ความกังวลครับว่า สิ่งที่เราคิดว่าจะปรองดองนั้นมันจะเกิดขึ้นได้จากการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้หรือเปล่า เหตุที่ทําให้ผมเกิดความวิตกกังวลขึ้นมาก็เพราะว่าในช่วงระยะเวลา ไม่นานนี้นะครับ ทุกคนที่ได้อภิปรายมีความจดจําภาพในอดีตที่ผ่านมา แล้วทุกอย่างก็ได้ถูก กระบวนการทางสังคม ซึ่งขณะนี้สังคมของเราเป็นสังคมเปิด ไม่มีใครที่จะปกปิดความลับ หรือความไม่ดี หรือความเท็จได้ สังคมส่วนใหญ่ที่ชินอยู่กับในเรื่องของการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ค่อนข้างจะเป็นทุกข์ใจครับ สําหรับเหตุการณ์ที่ได้ทราบข่าวถึงเรื่องที่จะมีการร่าง พระราชกฤษฎีกาให้อภัยโทษ ไม่ว่าหลายท่านอาจจะพูดว่าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง พระชนมายุ ๘๔ ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เรื่องของการทําให้ประชาคมมีความสุข สังคมมีความสงบสุขคงไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ด้วย การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาได้อย่างแน่นอน ทําไมผมถึงเชื่ออย่างนั้นครับ เหตุที่เชื่ออย่างนั้นก็เพราะว่าเราได้ฟังความคิดเห็นของพวกเราทั้งหมดแล้วนะครับ เห็นว่ามันไปกันคนละสุดขั้วเลยครับ นิยามเรื่องความปรองดองนี้เราเข้าใจกันต่างกันอย่าง มากมาย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดได้มากมายถึงขนาดนี้ ท่านประธานครับ ประชาธิปไตยของประเทศไทยเดินทางมาถึง ณ วันนี้ก็คือ ๗๙ ปี ผมไม่แน่ใจนะครับว่าในช่วง ๗๙ ปีที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีญัตติเสนอเป็น ญัตติด่วนหรือเปล่า ถึงขนาดเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่อง การปรองดองโดยรีบด่วน ถ้าทางการแพทย์ก็คือฉุกเฉินนะครับ มันรวดเร็วถึงขนาดนั้น เชียวหรือครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือเป็นสิ่งที่เราน่าจะคํานึงถึงเป็นอย่างมากว่า ในบรรพบุรุษอดีตนักการเมืองของเรานะครับ ๗๙ ปีไม่เคยมีพิจารณาเรื่องเหล่านี้ ผมมั่นใจว่า อย่างนั้นว่าคงไม่มีใครมาพิจารณาเรื่องเหล่านี้ เพราะอะไรครับ เพราะคนรุ่นพี่ รุ่นพ่อเรา นี่ครับ มีจิตวิญญาณของความเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองเมื่อมาทําหน้าที่ทางการเมือง ความเสียสละนั้นก็คือรู้แพ้รู้ชนะครับ เหมือนกับที่เราเห็นนักมวยนี่ครับต่อยกันเอากันเต็มที่ เลยครับ แต่เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันเขาก็กอดคอโอบไหล่กัน นี่คือภาพที่สังคมไทยเราเห็นมา โดยตลอด และถือว่าเป็นวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมของคนไทย ซึ่งในอดีตเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมได้ฟังรุ่นพี่เล่าว่าการหาเสียงสมัยก่อนนี้ก็สู้กันเป็นสู้กันตายแต่จบสิ้นแล้วทุกคนก็โอเค กันนะครับ นี่ก็คือภาพที่ปรากฏขึ้นมา คราวนี้ผมก็มาวิเคราะห์ว่าทําไมถึงเป็นปัญหาในวันนี้ ที่เราจะต้องมาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในรูปแบบที่จะเกิดขึ้นนี่นะครับ ก็คงหนีไม่พ้นจาก ภาวะที่ผมเชื่อว่าสังคมเราขณะนี้เป็นสังคมที่ป่วย ป่วยทางด้านจิตวิญญาณ ถ้าพูดอย่างทางพระก็คือว่ามีความโลภ โลภในเชิงอํานาจ ทางด้านทรัพย์สมบัติ มีความหลง เกิดความอหังการ์ขึ้น เมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งแล้วก็คิดว่าจะทําอะไรก็ได้ อันนี้คือ น่าเป็นห่วงนะครับ วันนี้ผมได้เห็นบรรยากาศของทุกท่านที่ได้แสดงออกมา ณ ที่นี้ ก็เกิดความเป็นห่วงขึ้นในอนาคตที่จะใกล้นี้นะครับ นี่ละครับคือสิ่งที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่า การจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครั้งนี้ค่อนข้างจะสิ้นเปลือง ทั้งเสียเวลาและทรัพย์สิน คือไม่คุ้มค่านะครับ เราน่าจะเอาเวลาก็ดี หรือสิ่งต่าง ๆ ที่มีคุณค่าของเราก็ดีไปช่วยคนที่ ตกทุกข์ได้ยากในขณะนี้มากกว่าโดยเฉพาะคนที่น้ําท่วมอย่างมโหฬาร หรือราคายางตก อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราคาพืชผลเกษตรต่าง ๆ มีแนวโน้มว่าจะได้รับความไม่แน่นอน ในเรื่องรายได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องที่เกี่ยวกับการจํานําก็ตาม ผมเรียนให้ทราบเลยว่า ระบบรับจํานําของเรานี่นะครับเป็นระบบที่ได้ผ่านมาแล้ว นักวิชาการที่เก่งนะครับ ขนาดดอกเตอร์วีรพงษ์นี่ครับ ที่ทางคณะรัฐบาลชุดนี้ได้เชิญมาเป็นประธานยุทธศาสตร์ ก็ยังกล่าวว่าเป็นระบบที่เลวร้ายที่สุด ก่อให้เกิดการทุจริตมากที่สุด นี่ก็คือสิ่งที่เป็นห่วงของ นักวิชาการ แต่ขณะนี้รัฐบาลก็ได้เชิญท่านมา ก็เป็นที่น่ายินดีที่เราคงจะได้มีโอกาสเห็นการ ทํางานของท่านในเชิงสร้างสรรค์ให้กับประเทศชาติของเราต่อไป ผมลุกขึ้นมาพูดในวันนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์สิ่งอื่นใดทั้งสิ้น นอกจากอยากจะเห็นความตรงไปตรงมาครับ เมื่อเราคิด จะปรองดองก็ขอให้ปรองดองด้วยการกระทําครับ อย่าไปทําด้วยคําพูด คําพูด ไม่มีความหมายอะไรครับที่พูดออกมา ไม่ว่าจะดีอะไร อย่างไรทั้งหลาย ผมเป็นคนชอบเชื่อ การกระทํา ได้อ่านหนังสือฉบับหนึ่งเขาพูดถึงว่า อย่าไปคบกันคนชั่ว ให้คบกับคนดี ก็เกิดมีปัญหาตามมาว่าเราจะมีวิธีการดูอย่างไรว่าใครคือดี คือดูชั่วนะครับ ก็ได้มีผู้รู้ได้ให้ อธิบายง่าย ๆ บอกให้ดูที่การกระทําของเขา อย่างอื่นไม่ต้องไปดูหรอกครับ ดูการกระทํา ของเขาที่ผ่านมาในอดีต ในปัจจุบันและที่กําลังจะทําขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมคง ไม่ใช้เวลาในสภามากเท่าไรครับ แต่ผมคงจะต้องมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดเป็นความประทับใจ ของผมในสมัยวัยเด็กก็คือว่าผมได้มีโอกาสเนื่องจากบ้านอยู่ใกล้คุก ก็ได้เห็นนักโทษติดคุก และนักโทษคนนั้นวันหนึ่งก็แหกคุกไปครับ ผู้คุมตามจับได้ เมื่อนักโทษเข้าไปในคุก ผมได้ยินเสียง พร้อมทั้งสายตานะครับ เผอิญมันเป็นสังกะสีมีรู ผู้คุมใช้พานท้ายตีหลังนักโทษเสียงดังครับ และนี่คือการยอมรับของการกระทําความผิดของชายผู้หนึ่ง ซึ่งเมื่อรู้ตัวว่าทําความผิด แล้วก็พยายามจะแหกคุกหนี แต่เขาก็ไม่ได้มีความโต้แย้งหรือร้องเรียนอะไรต่อไป เพราะภาพ ประจักษ์พยานมันเด่นชัดครับ ประชาชนเห็นครบหมดทุกด้าน นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนถึง ความรู้สึกของผม แล้วก็ฝากทางท่านคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่า ในบรรยากาศอย่างนี้เราจะไปใช้เวลานานมากเรื่องที่จะพิจารณาศึกษากว่าจะกลับเข้ามาสู่สภา ผมไม่แน่ใจว่าจะได้กลับมาเมื่อไร เพราะดูท่าทางคงจะมีการขัดแย้งกันค่อนข้างจะใช้เวลา ยาวนาน ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมาก็คิดว่า พวกเราในฐานะนักการเมืองนี่ครับ น่าจะได้ มีความเข้าใจกันเข้าถึงกันมากกว่านี้ ผมก็คิดเล่น ๆ ของผมไปว่าก็เอาคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็ไปนอนค้างกันที่เกาะตะรุเตาสักอาทิตย์ ๒ อาทิตย์หรือเป็นเดือน ค่อย ๆ พิจารณา ค่อย ๆ พูดคุยกัน อยู่กันด้วยความใกล้ชิด ผมเชื่อว่าแนวโน้มของการที่จะบรรลุถึง การพิจารณาศึกษาแนวทางของการปรองดองแห่งชาติ ก็น่าจะเกิดขึ้นได้เนื่องจาก ความใกล้ชิด เราจะมีความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น และจะได้นิยามของคําว่าปรองดองได้อย่าง ถูกต้องตรงความจริงมากที่สุด ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านประท้วง หรือครับ ไม่ประท้วงนะครับ ประท้วงหรือไม่ประท้วงครับ
ขออนุญาตเสนอครับ ท่านประธานครับ
ไม่เป็นอะไร
คือผมคิดว่าก็ไม่มีรายชื่อท่านที่จะ อภิปรายแล้วนะครับ ผมคิดว่าเราใช้เวลามามากแล้วท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเสนอ ปิดอภิปรายครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผมว่ามีเหลืออยู่ ท่านเดียวน่าจะให้ท่านได้พูดสักหน่อยแล้วจะได้จบกันนะครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ ถอนเถอะครับ มันจะได้จบได้บรรยากาศที่ดีครับ
ผมขอถอนครับ
เหลือคนเดียว จะจบแล้วครับ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ครับ ท่านสุดท้ายนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตแสดงข้อคิดเห็นต่อกรณีที่ได้มีการเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการสร้างความปรองดองแห่งชาติ กระผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาอย่างนี้ครับว่า ปัญหาที่เรากําลังพูดคุยอยู่วันนี้เริ่มต้นของ ปัญหาเราจะต้องยอมรับว่าปัญหาทั้งหมดมันเกิดจากพฤติกรรมของนักการเมือง สาเหตุวันนี้ ที่เรามานั่งคุยวันนี้ความปรองดองวันนี้มันเกิดจากพฤติกรรมของนักการเมืองจนนําไปสู่ถึง การทหารนําไปสู่ในการปฏิวัติในขณะนั้น ท่านประธานครับ ปัญหาทั้งหมดมันมาจากอํานาจ การเมืองเป็นที่มาแห่งอํานาจ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือเมื่อมีการใช้อํานาจในทางที่ผิด ในความรู้สึกของคนบางกลุ่มบางคนเขาบอกว่ามีการใช้อํานาจที่ผิดจนนําไปสู่ ในการรัฐประหารในขณะนั้น ปัญหาทั้งหมดที่เราพูดถึงความปรองดองวันนี้ถ้าเราจะ ไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของฝ่ายการเมืองด้วย ปัญหาทั้งหมดมันก็ไม่ยุติลงหรอกครับ เพราะปัญหาทั้งหมดที่ถูกข้อกล่าวหาจากการปฏิวัติของกลุ่มทหาร ณ วันนั้นก็คือว่า สผ ๑๘/๒๕๕๔ (ส. ทั่วไป) ภัทราวรินทร์ ๑๓๑/ ๒ นักการเมืองซึ่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรบางกลุ่มบางคนนั้นมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจถึง ๔ ด้าน ด้านที่ ๑ ก็คือด้านการพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง ด้านที่ ๒ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ด้านที่ ๓ มีการคอร์รัปชันทุจริตเพื่อพวกพ้อง และข้อที่ ๔ ก็คือใช้อํานาจในทางมิชอบ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้คือเป็นพฤติกรรมของนักการเมืองในสมัยนั้นจนนํามาสู่ถึงในการ ที่เราจะต้องนําปัญหาเหล่านี้มาพูดถึงวันนี้ เหตุผลที่ผมจะต้องนําเรียนวันนี้อีกอย่างหนึ่งที่ผม ไม่สบายใจครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้พูดในสภาผู้แทนราษฎรว่า ทําไมเราไม่สร้างความปรองดองวันนี้เนื่องในวาระสําคัญแห่งชาติที่จะถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้า ท่านประธานครับ ผมกลับไปมองว่าการพูดในลักษณะอย่างนั้นมีนัยในทางการเมือง เหตุผลที่ ผมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าวันนี้ผมเกิดมีความตะขิดตะขวงในใจว่าในการเสนอญัตติเร่งด่วน วันนี้มีวาระซ่อนเร้นไว้เพื่อให้สอดคล้องกับการอภัยโทษที่ได้มีการพูดคุยในคณะรัฐมนตรีเป็น วาระลับ ซึ่งสังคมไม่ได้รับการเปิดเผยจากสังคม ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมพูดวันนี้ ไม่ใช่ว่าจะไม่เห็นในลักษณะของความปรองดอง ความปรองดองเป็นเรื่องที่เราจะต้องยอมรับ ในสังคมนี้ เราจะอยู่เย็นเป็นสุขได้ก็ด้วยความปรองดองของผู้คนในชาติ แต่ถ้าใช้สภานี้เพื่อมุ่ง ไปสู่ช่วยเหลือของบุคคลบางคน ซึ่งอาศัยอํานาจทางสภาเพื่อล้างมลทิน สิ่งเหล่านี้ผมยอมรับไม่ได้ครับท่านประธาน เหตุผลเพราะว่ามันมีนัยที่แอบแฝงอยู่ลักษณะ อย่างนี้สังคมกําลังเคลือบแคลงใจ และที่สําคัญที่สุดก็คือวันนี้สภานี้จะเป็นที่ฟอกเพื่อนําไปสู่ ในการสร้างความบริสุทธิ์และความชอบธรรมให้กับคนบางคน ท่านประธานครับ สภานี้เป็น สภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ เป็นสภาที่ผ่านกระบวนการการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน เพื่อมาแสดงข้อคิดเห็นในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ การแสดงข้อคิดเห็น ในสภาผู้แทนราษฎรอาจจะมีความคิดแตกต่างกัน เสียงข้างน้อยอาจจะมีความคิดที่แตกต่างกัน แต่ในขณะเดียวกันสมาชิกที่เป็นเสียงข้างมากก็ต้องน้อมรับถ้าหากกรอบความคิดของสมาชิก เสียงข้างน้อยเป็นข้อคิดเห็นที่ดี ก็น้อมรับฟังไว้เพื่อนําไปสู่ในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิด ความปรองดองในชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้สังคมกําลังมองว่าสภาผู้แทนราษฎร วันนี้กําลังนําวาระเรื่องเหล่านี้เป็นวาระเร่งด่วน เพื่อให้สอดคล้องกับการที่จะขอพระราชทาน อภัยโทษเรื่อง พ.ร.ฎ. ที่คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาวางไว้ นี่ผมตั้งข้อสังเกตให้กับทาง สภาผู้แทนราษฎร ถ้ามีลักษณะอย่างนั้นผมเรียนท่านประธานไว้เลยครับ ถ้าเรื่องที่ทําวันนี้ ไปสอดคล้องกับมติของคณะรัฐมนตรี ผมเชื่อครับว่าความปรองดองไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้ ในชาตินี้ครับ ถ้าจะให้เกิดความปรองดองจริง ๑. เรื่องที่เราทําในสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ต้องไม่ให้มีความสอดคล้องกับมติของ ครม. ที่จะไปออก พ.ร.ฎ. ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอหารือ ปิดการอภิปรายนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่น ถือว่าที่ประชุมมีมติปิดอภิปรายครับ ปิดประชุมครับ