สามารถ แก้วมีชัย เสนอญัตติรวบรวมผู้มีส่วนร่วมในการสร้างความปรองดองแห่งชาติ และเรียกร้องให้ประชาชนหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ไขปัญหา
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สามารถ แก้วมีชัย พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ก่อนอื่นก็ต้องขอ ชื่นชมยินดีท่านผู้เสนอญัตติ ทางท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน และท่านพรรคภูมิใจไทย ที่ได้เอาเรื่องนี้ขึ้นมาให้พวกเราทั้งหลายได้แสดงความคิดเห็นและจะนําไปสู่การตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาการสร้างความปรองดองแห่งชาติ เราคงตระหนัก กันดีว่าวันนี้ปัญหาเรื่องความไม่ปรองดองในชาติเรามันหยั่งรากฝังลึกจนถ้าปล่อยไป ผมเชื่อครับว่าจะเป็นจุดอ่อนของบ้านเมือง เราจะต้องเผชิญกับปัญหามากมายทั้งด้านเศรษฐกิจ ทั้งด้านสังคม แม้กระทั่งด้านการเมือง ถ้าเราไม่สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติ เราก็คงฟันฝ่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นไปได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะปัจจุบันที่เราประสบวิกฤติภัยธรรมชาติ ซึ่งหลังจากนี้เราคงจะต้อง บูรณะฟื้นฟูประเทศกันอีกมากมาย ถ้าเรายังแตกแยก เราไม่หันหน้าเข้าหากัน ไม่หาทางออก ให้ประเทศก็น่าเสียดายนะครับ ลูกหลานเราในอนาคตจะมีปัญหา ผมเฝ้ามอง ความเปลี่ยนแปลงของสังคมมาโดยตลอดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น เราต้องยอมรับว่าในการปกครองระบอบประชาธิปไตยนี่ความขัดแย้ง แตกแยกทาง ความคิดอาจเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าอยู่ภายใต้ครรลองของระบอบประชาธิปไตยเราทําได้ครับ ทุกคนอาจจะมีความเห็นแตกต่าง มีนโยบาย มีอุดมการณ์แตกต่าง แล้วไปนําเสนอสิ่งที่ แตกต่างนั้นให้พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยให้เขาเป็นคนตัดสินว่าเขาจะ เลือกแนวทางใดที่จะเป็นอนาคตของเขา แล้วความงดงามของประชาธิปไตยก็คือ ๔ ปี เราเปลี่ยนกันได้ถ้าทํางานไปแล้วมันทําไม่ดี ไม่มีประสิทธิภาพ ประชาชนไม่พึงพอใจ ก็มีทางเลือกให้พี่น้องประชาชนได้ แต่ที่ผ่านมาเราอาจจะอ้างความเป็นประชาธิปไตย เป็นเพียงเครื่องมือที่จะนําไปสู่การได้มาซึ่งอํานาจ โดยไม่คํานึงถึงว่าวิธีการนั้นเป็นอย่างไร มันก็เลยพัฒนาขึ้นมาจนก่อให้เกิดความขัดแย้งที่หยั่งรากฝังลึกอย่างที่ผมพูดนะครับ ผมผ่าน ทั้งเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เป็นทั้งผู้เข้าไปร่วม เป็นทั้งผู้เฝ้าสังเกต วันนี้ผมนึกย้อนอดีต บางครั้งผมก็มีความรู้สึกว่าผมตกเป็นเครื่องมือของคนบางคนบางกลุ่ม เหมือนกันที่เคลื่อนไหว พอเราอายุมากขึ้น เรามีประสบการณ์มากขึ้น รู้เห็นมากขึ้น ก็ต้อง ยอมรับละครับว่าที่ผ่านมาเราเล่นเกมทางการเมือง บางครั้งเราไม่คํานึงถึงครรลองที่ถูกต้อง วันนี้พี่น้องครับ ท่านประธานที่เคารพ เราต้องมาช่วยกันหาทางยับยั้งความแตกแยก ที่จะเกิดขึ้น ต้องขอบคุณอุทกภัยที่เกิด น้ําท่วมรุนแรงที่เกิด ผมเห็นคนในซอยผมบ้านหนึ่ง เสื้อเหลือง บ้านหนึ่งเสื้อแดง วันนี้คุยกัน เมื่อก่อนไม่คุยกันเลยนะครับ หันหน้ามาคุยกัน หันหน้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหา ผมอยากเห็นสิ่งนี้มันกระจายไปทั้งประเทศ วิธีการที่จะสร้าง ความปรองดอง ผมยังเชื่อนะครับว่าด้วยภูมิปัญญาไทยของเราเราสามารถทําได้ เราเคยเจอ วิกฤติความแตกแยกเรื่องความคิด จนกระทั่งกล่าวหากันว่าเป็นคอมมิวนิสต์ นิสิต นักศึกษา พี่น้องประชาชนบางส่วนต้องเข้าไปอยู่ในป่าจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ในที่สุด ด้วยความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา ผมต้องขอบพระคุณนะครับท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านเป็นผู้นําที่จะนําเอาการเมืองมานําการทหาร กําหนดนโยบาย ๖๖/๒๓ จนกระทั่ง เราสามารถที่จะให้ผู้ที่มีความคิดแตกแยกเราที่จับอาวุธขึ้นต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐกลับมา เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ท่าน ส.ส. หลายท่าน ท่านรัฐมนตรีหลายท่าน ท่านก็เคยอยู่ในป่า สู้กับอํานาจรัฐ แต่วันหนึ่งท่านก็มีโอกาสกลับเข้ามาทําหน้าที่ตามกระบวนการประชาธิปไตย ฉะนั้นวันนี้ก็เช่นเดียวกันเราช่วยกันคิด คําพูดทุกคําพูดที่เราจะพูดกันในวันนี้ ผมไม่อยากจะ ให้เป็นคําพูดที่กระแนะกระแหน เสียดสี ทิ่มแทงกันอีกต่อไปละครับ หันมาให้กําลังใจกัน หันมาร่วมกันที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง จริงอยู่ครับ สังคมเรา จําเป็นต้องแตกแยก แตกต่างในความคิด ท่านจะตั้งกลุ่มกดดัน ทางรัฐศาสตร์จะเรียกว่า เพรชเชอร์ กรุ๊ป (Pressure group) เพื่อที่จะกดดันให้ผู้บริหารประเทศทําอย่างนั้นอย่างนี้ ตามที่ท่านต้องการ โดยท่านคิดว่าวิธีการอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือท่านจะตั้งกลุ่มผลประโยชน์ที่จะเรียกร้อง นโยบายต่าง ๆ ว่าจะทําให้บ้านเมืองมันดีขึ้นก็เป็นสิทธิที่ท่านทําได้ภายใต้ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยและภายใต้กระบวนการประชาธิปไตย หลายท่านอาจจะผิดพลาดมาในอดีต ที่มีวิธีคิดมีวิธีกระทําการซึ่งท่านคิดว่าดีท่านคิดว่าถูก แต่วันนี้บทเรียนได้บอกท่านว่า มันไม่ถูกนะครับ เราก็กลับมาหันหน้าเข้าหากันเถอะครับ ผมพร้อมที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม และสนับสนุนในสิ่งที่จะทําให้เกิดความปรองดองแห่งชาติ ไม่อยากจะให้สภานี้ใช้เวทีนี้ แทนที่จะสร้างความปรองดองแต่จะทําลายกําลังใจซึ่งกันและกัน ผมเคยนั่งอยู่บนโน้นนะครับ สมัยผมเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรขึ้นไปทําหน้าที่ผมเห็นเลยครับ ว่าการทําหน้าที่ ข้างบนในภาวะที่ประชาชนมีปัญหา ประเทศชาติแตกแยก พี่น้องไม่ปรองดองกัน เรื่องบางเรื่องมันไม่น่าจะเป็นเรื่องการเมือง เรากําลังพิจารณากฎหมายกันอยู่ดี ๆ พอเกิด พูดจาอะไรกินใจกันนิดเดียวแทนที่มันจะไปพูดเรื่องกฎหมายมันกลายเป็นเรื่องอื่นไป ตรงนี้ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าถ้าเราไม่รีบช่วยกันแก้ไขทุกองคาพยพของบ้านเมือง ทุกองค์กร ของบ้านเมืองมันจะร้าวฉาน และในที่สุดเราจะอ่อนกําลัง เราจะไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ที่มันหมักหมมอยู่ในสังคมปัจจุบันได้ ฉะนั้นกระผมขอให้การสนับสนุนญัตติการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ