สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ หารือเรื่องความเสียหายของการสร้างคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาการปรองดอง โดยระบุว่าสังคมไทยป่วยทางจิตวิญญาณและไม่จำเป็นต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการนี้

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้สิทธิในการอภิปรายในเรื่องพิจารณาศึกษาหาแนวทางการปรองดอง ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากได้ฟังเพื่อนสมาชิกพูดในลักษณะหลายด้าน ในความรู้สึกของ คนไทยนะครับ และโดยเฉพาะพวกเราซึ่งเป็นผู้แทนนี่นะครับ เราคงไม่ปฏิเสธครับ คําว่าปรองดอง เพราะเป็นความหมายที่เป็นบรรยากาศของการสร้างสันติให้เกิดความสุขขึ้น แต่ในวันนี้เมื่อได้ฟังบรรยากาศทั้งหมดที่เพื่อนสมาชิกทุก ๆ คนได้อภิปรายกันมาทําให้ผมเกิด ความกังวลครับว่า สิ่งที่เราคิดว่าจะปรองดองนั้นมันจะเกิดขึ้นได้จากการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้หรือเปล่า เหตุที่ทําให้ผมเกิดความวิตกกังวลขึ้นมาก็เพราะว่าในช่วงระยะเวลา ไม่นานนี้นะครับ ทุกคนที่ได้อภิปรายมีความจดจําภาพในอดีตที่ผ่านมา แล้วทุกอย่างก็ได้ถูก กระบวนการทางสังคม ซึ่งขณะนี้สังคมของเราเป็นสังคมเปิด ไม่มีใครที่จะปกปิดความลับ หรือความไม่ดี หรือความเท็จได้ สังคมส่วนใหญ่ที่ชินอยู่กับในเรื่องของการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ค่อนข้างจะเป็นทุกข์ใจครับ สําหรับเหตุการณ์ที่ได้ทราบข่าวถึงเรื่องที่จะมีการร่าง พระราชกฤษฎีกาให้อภัยโทษ ไม่ว่าหลายท่านอาจจะพูดว่าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง พระชนมายุ ๘๔ ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เรื่องของการทําให้ประชาคมมีความสุข สังคมมีความสงบสุขคงไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ด้วย การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาได้อย่างแน่นอน ทําไมผมถึงเชื่ออย่างนั้นครับ เหตุที่เชื่ออย่างนั้นก็เพราะว่าเราได้ฟังความคิดเห็นของพวกเราทั้งหมดแล้วนะครับ เห็นว่ามันไปกันคนละสุดขั้วเลยครับ นิยามเรื่องความปรองดองนี้เราเข้าใจกันต่างกันอย่าง มากมาย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดได้มากมายถึงขนาดนี้ ท่านประธานครับ ประชาธิปไตยของประเทศไทยเดินทางมาถึง ณ วันนี้ก็คือ ๗๙ ปี ผมไม่แน่ใจนะครับว่าในช่วง ๗๙ ปีที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีญัตติเสนอเป็น ญัตติด่วนหรือเปล่า ถึงขนาดเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่อง การปรองดองโดยรีบด่วน ถ้าทางการแพทย์ก็คือฉุกเฉินนะครับ มันรวดเร็วถึงขนาดนั้น เชียวหรือครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือเป็นสิ่งที่เราน่าจะคํานึงถึงเป็นอย่างมากว่า ในบรรพบุรุษอดีตนักการเมืองของเรานะครับ ๗๙ ปีไม่เคยมีพิจารณาเรื่องเหล่านี้ ผมมั่นใจว่า อย่างนั้นว่าคงไม่มีใครมาพิจารณาเรื่องเหล่านี้ เพราะอะไรครับ เพราะคนรุ่นพี่ รุ่นพ่อเรา นี่ครับ มีจิตวิญญาณของความเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองเมื่อมาทําหน้าที่ทางการเมือง ความเสียสละนั้นก็คือรู้แพ้รู้ชนะครับ เหมือนกับที่เราเห็นนักมวยนี่ครับต่อยกันเอากันเต็มที่ เลยครับ แต่เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันเขาก็กอดคอโอบไหล่กัน นี่คือภาพที่สังคมไทยเราเห็นมา โดยตลอด และถือว่าเป็นวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมของคนไทย ซึ่งในอดีตเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมได้ฟังรุ่นพี่เล่าว่าการหาเสียงสมัยก่อนนี้ก็สู้กันเป็นสู้กันตายแต่จบสิ้นแล้วทุกคนก็โอเค กันนะครับ นี่ก็คือภาพที่ปรากฏขึ้นมา คราวนี้ผมก็มาวิเคราะห์ว่าทําไมถึงเป็นปัญหาในวันนี้ ที่เราจะต้องมาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในรูปแบบที่จะเกิดขึ้นนี่นะครับ ก็คงหนีไม่พ้นจาก ภาวะที่ผมเชื่อว่าสังคมเราขณะนี้เป็นสังคมที่ป่วย ป่วยทางด้านจิตวิญญาณ ถ้าพูดอย่างทางพระก็คือว่ามีความโลภ โลภในเชิงอํานาจ ทางด้านทรัพย์สมบัติ มีความหลง เกิดความอหังการ์ขึ้น เมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งแล้วก็คิดว่าจะทําอะไรก็ได้ อันนี้คือ น่าเป็นห่วงนะครับ วันนี้ผมได้เห็นบรรยากาศของทุกท่านที่ได้แสดงออกมา ณ ที่นี้ ก็เกิดความเป็นห่วงขึ้นในอนาคตที่จะใกล้นี้นะครับ นี่ละครับคือสิ่งที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่า การจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครั้งนี้ค่อนข้างจะสิ้นเปลือง ทั้งเสียเวลาและทรัพย์สิน คือไม่คุ้มค่านะครับ เราน่าจะเอาเวลาก็ดี หรือสิ่งต่าง ๆ ที่มีคุณค่าของเราก็ดีไปช่วยคนที่ ตกทุกข์ได้ยากในขณะนี้มากกว่าโดยเฉพาะคนที่น้ําท่วมอย่างมโหฬาร หรือราคายางตก อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราคาพืชผลเกษตรต่าง ๆ มีแนวโน้มว่าจะได้รับความไม่แน่นอน ในเรื่องรายได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องที่เกี่ยวกับการจํานําก็ตาม ผมเรียนให้ทราบเลยว่า ระบบรับจํานําของเรานี่นะครับเป็นระบบที่ได้ผ่านมาแล้ว นักวิชาการที่เก่งนะครับ ขนาดดอกเตอร์วีรพงษ์นี่ครับ ที่ทางคณะรัฐบาลชุดนี้ได้เชิญมาเป็นประธานยุทธศาสตร์ ก็ยังกล่าวว่าเป็นระบบที่เลวร้ายที่สุด ก่อให้เกิดการทุจริตมากที่สุด นี่ก็คือสิ่งที่เป็นห่วงของ นักวิชาการ แต่ขณะนี้รัฐบาลก็ได้เชิญท่านมา ก็เป็นที่น่ายินดีที่เราคงจะได้มีโอกาสเห็นการ ทํางานของท่านในเชิงสร้างสรรค์ให้กับประเทศชาติของเราต่อไป ผมลุกขึ้นมาพูดในวันนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์สิ่งอื่นใดทั้งสิ้น นอกจากอยากจะเห็นความตรงไปตรงมาครับ เมื่อเราคิด จะปรองดองก็ขอให้ปรองดองด้วยการกระทําครับ อย่าไปทําด้วยคําพูด คําพูด ไม่มีความหมายอะไรครับที่พูดออกมา ไม่ว่าจะดีอะไร อย่างไรทั้งหลาย ผมเป็นคนชอบเชื่อ การกระทํา ได้อ่านหนังสือฉบับหนึ่งเขาพูดถึงว่า อย่าไปคบกันคนชั่ว ให้คบกับคนดี ก็เกิดมีปัญหาตามมาว่าเราจะมีวิธีการดูอย่างไรว่าใครคือดี คือดูชั่วนะครับ ก็ได้มีผู้รู้ได้ให้ อธิบายง่าย ๆ บอกให้ดูที่การกระทําของเขา อย่างอื่นไม่ต้องไปดูหรอกครับ ดูการกระทํา ของเขาที่ผ่านมาในอดีต ในปัจจุบันและที่กําลังจะทําขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมคง ไม่ใช้เวลาในสภามากเท่าไรครับ แต่ผมคงจะต้องมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดเป็นความประทับใจ ของผมในสมัยวัยเด็กก็คือว่าผมได้มีโอกาสเนื่องจากบ้านอยู่ใกล้คุก ก็ได้เห็นนักโทษติดคุก และนักโทษคนนั้นวันหนึ่งก็แหกคุกไปครับ ผู้คุมตามจับได้ เมื่อนักโทษเข้าไปในคุก ผมได้ยินเสียง พร้อมทั้งสายตานะครับ เผอิญมันเป็นสังกะสีมีรู ผู้คุมใช้พานท้ายตีหลังนักโทษเสียงดังครับ และนี่คือการยอมรับของการกระทําความผิดของชายผู้หนึ่ง ซึ่งเมื่อรู้ตัวว่าทําความผิด แล้วก็พยายามจะแหกคุกหนี แต่เขาก็ไม่ได้มีความโต้แย้งหรือร้องเรียนอะไรต่อไป เพราะภาพ ประจักษ์พยานมันเด่นชัดครับ ประชาชนเห็นครบหมดทุกด้าน นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนถึง ความรู้สึกของผม แล้วก็ฝากทางท่านคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่า ในบรรยากาศอย่างนี้เราจะไปใช้เวลานานมากเรื่องที่จะพิจารณาศึกษากว่าจะกลับเข้ามาสู่สภา ผมไม่แน่ใจว่าจะได้กลับมาเมื่อไร เพราะดูท่าทางคงจะมีการขัดแย้งกันค่อนข้างจะใช้เวลา ยาวนาน ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมาก็คิดว่า พวกเราในฐานะนักการเมืองนี่ครับ น่าจะได้ มีความเข้าใจกันเข้าถึงกันมากกว่านี้ ผมก็คิดเล่น ๆ ของผมไปว่าก็เอาคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็ไปนอนค้างกันที่เกาะตะรุเตาสักอาทิตย์ ๒ อาทิตย์หรือเป็นเดือน ค่อย ๆ พิจารณา ค่อย ๆ พูดคุยกัน อยู่กันด้วยความใกล้ชิด ผมเชื่อว่าแนวโน้มของการที่จะบรรลุถึง การพิจารณาศึกษาแนวทางของการปรองดองแห่งชาติ ก็น่าจะเกิดขึ้นได้เนื่องจาก ความใกล้ชิด เราจะมีความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น และจะได้นิยามของคําว่าปรองดองได้อย่าง ถูกต้องตรงความจริงมากที่สุด ขอกราบขอบพระคุณครับ