สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องรัฐประหารในปี 2549 และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสังคมไทย โดยเสนอญัตติของพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน และชวรัตน์ ชาญวีรกูล และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนญัตตินี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องการเยียวยาให้ทุกฝ่าย และใช้หลักกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม และเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองลดการวิวาทและสร้างความสงบสันติ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ผมขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพื่อจะกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทั้งหลายว่าในทางการเมืองเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว ก็ได้เกิดการรัฐประหารแล้วก็วันนี้น้องของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกรัฐประหารไป พร้อมกับข้อกล่าวหา ๔-๕ ประเด็นนั้น กลับมานั่งเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็อดีตหัวหน้า คณะรัฐประหารในสมัยนั้นมานั่งอยู่ในสภานี้ร่วมกับพวกเราอีกครั้งหนึ่ง ก็แปลว่าการเมือง มันหันกลับมาจุดเดิมก็สอดคล้องความคิดเห็นของประชาชนที่เอแบคโพลล์ และได้ทําไว้ เมื่อครบ ๕ ปีของวันรัฐประหารปี ๒๕๔๙ ว่าคนไทย ๘๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ยืนยันไม่เอา ระบอบเผด็จการ แต่ว่าท่านประธานครับ ผลจากการรัฐประหารคราวนั้นมันได้ก่อให้ ผลกระทบต่อสังคมไทยมาก เกิดความเสื่อมทรุดตกต่ําแตกแยกแบ่งเป็นขั้วเป็นฝ่ายอย่าง ไม่เคยเกิดขึ้นกันมาก่อน ซึ่งก็สอดคล้องกับญัตติของ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ท่านได้ เขียนไว้ ทีแรกผมเองก็คุยกับเพื่อน ๆ บอกว่าผมไม่เชื่อว่า พลเอก สนธิ วันนี้จะลุกขึ้นมา เสนอญัตตินี้ แต่ว่าเมื่อท่านเสนอมาแล้วและดูเหตุผลที่ท่านเขียนไว้นะครับ ท่านก็บอกไว้ ชัดเจนว่า จําเป็นที่เราจะต้องหันหน้าเข้ามาสร้างความปรองดอง หันหน้าเข้าหากัน เพราะวิกฤติที่มันเกิดขึ้นมันก่อให้เกิดความทุกข์ ความกังวลกับประชาชนเป็นอย่างมาก สอดคล้องกับญัตติของ ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล ที่บอกว่าความขัดแย้งของประชาชนในชาติ มันมาจากเหตุความเชื่อและทัศนคติทางการเมือง และเราก็เห็นว่าความแตกแยกนี้มันยังคง ดํารงอยู่และไม่ได้หายไปไหน แม้กระทั่งท่ามกลางวิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่อยู่ในขณะนี้ ความขัดแย้งนี้ก็ยังคงอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านประธานครับ ที่ท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ได้เสนอขอให้สภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็นผู้แทนพี่น้องของประชาชนชาวไทยและเป็น สถานที่ที่จะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของประเทศไทยโดยเปิดเผยตามหลักนิติธรรม พวกกระผมที่เป็นฝ่ายรัฐบาลอยู่ในขณะนี้จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่สนับสนุนญัตติเช่นนี้ อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เท่าที่ผมได้ติดตามเนื่องจากรัฐบาลเองก็ได้มีการตั้ง คณะกรรมการให้ศึกษาหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ พลเอก สนธิ ได้ขอให้สภาแห่งนี้ได้ทํา ควบคู่ไปด้วยกับทางฝ่ายบริหาร เท่าที่ผมได้ติดตามดูหลาย ๆ ฝ่ายที่ได้เสนอแนวทางที่จะ สร้างความปรองดองขึ้นมา ก็มีอยู่ ๓-๔ ประเด็นที่พอจะสรุปได้ ๓-๔ ประเด็นนี้ถ้าจะเอา มาจากของ คอป. ชุดที่ท่านดอกเตอร์คณิต ณ นคร เป็นประธานอยู่นั้น ก็ตรงกับข้อเสนอของ สมาชิกพรรคเพื่อไทยท่านหนึ่ง ซึ่งได้อภิปรายไว้ในตอนนั้นคือคุณวัฒนา เมืองสุข ที่บอกว่า หนทางที่จะสร้างความปรองดองเกิดขึ้นนั้นมีอยู่ ๓ ขั้นตอนครับ

ขั้นตอนแรกคือการค้นหาความจริงครับท่านประธานครับ ค้นหาความจริง ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าจะเอามาหาใครมาลงโทษ จะเอาใครเข้าคุก แต่ว่าเราต้องการค้นหา ความจริงเพื่อที่จะมาบอกว่าความจริงที่มันเกิดขึ้นมันคืออะไร ใครผิด ใครถูก ใครต้อง รับผิดชอบ ฝ่ายพวกผมเคยทําผิดอะไร ฝ่ายค้านวันนี้เมื่อครั้งเป็นรัฐบาลทําผิดอะไร ก็เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะยอมรับให้มีการแก้ไขแล้วก็ป้องกันไม่ให้เกิดความผิดซ้ําอีก และถ้าจําเป็นจริง ๆ ท่านประธานครับ เอ่ยปากขอโทษประชาชนกันหน่อย ผมคิดว่าประชาชนก็คงจะยอมรับได้ ทําให้ผมนึกถึงที่ประเทศอังกฤษครับ เหตุมันเกิดมาเกือบ ๓๐ ปีแล้วท่านประธาน ทหารไป เข่นฆ่าประชาชน วันนี้รัฐบาลทางพรรคคอนเซอเวตีฟลุกขึ้นมารายงานประชาชนพร้อมกับ กล่าวขอโทษประชาชน ๓๐ ปีแล้วเขายังเอ่ยปากขอโทษ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องเรียนรู้ เรียนรู้ในที่นี้ก็เพื่ออะไรครับ เพื่อไม่ให้มันเกิดความผิดซ้ําขึ้นมาอีก แต่ไม่ใช่จะเอาใครมา ลงโทษขณะนี้ เป็นเรื่องที่เราจะร้องพิจารณากันต่อไป

ขั้นตอนที่ ๒ ก็คือจะต้องมีการเยียวยา ซึ่งจะต้องมีการเยียวยาเป็นกรณีพิเศษ กันอย่างจริงจัง เยียวยาทุกฝ่าย ทุกคน ทุกสี ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าถ้ามีการ เยียวยากันอย่างนี้ แล้วก็ทําเป็นกรณีพิเศษกันจริง ๆ ก็น่าจะทําให้ความเข้าใจหรือความโกรธ อารมณ์ของบุคคลนั้นสามารถที่จะลดลงไปได้

ขั้นตอนที่ ๓ ที่มีการเสนอกันก็คือว่าให้ใช้หลักกระบวนการยุติธรรมเชิง สมานฉันท์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่กําลังพูดกันอยู่มากในวงการยุติธรรมอยู่ในขณะนี้ ผมเองในฐานะที่ เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนในการให้หลักคิดในสิ่งเหล่านี้ ผมเองก็เสียใจอยู่หลายครั้งที่กระบวนการ ยุติธรรมที่เรามีอยู่ในขณะนี้มันเกิดขึ้น และถูกใช้ให้เป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะในยุคที่พวกเรา ได้ยินกันมากที่สุดก็คือยุคที่เราเรียกว่าเกิดตุลาการภิวัฒน์เกิดขึ้น ซึ่งกระบวนการยุติธรรมนั้น แทนที่จะทําให้สังคมมันเยียวยามันเย็นขึ้น กลับยิ่งเป็นการซ้ําเติมทําให้เกิดความแตกร้าว ลึกกันมากขึ้น ฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้าเราใช้หลักกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ซึ่งหลาย ๆ ประเทศได้นําไปใช้แล้วก็น่าจะนําไปสู่ความปรองดองได้นะครับ

สุดท้ายท่านประธานครับ ระยะที่สําคัญที่สุดก็คือในระยะยาวนั้น คือจะต้อง ทําให้สังคมมีความแตกต่างกัน มีความเหลื่อมล้ํากันน้อยที่สุด ขณะนี้สังคมไทยมีความ แตกต่างกันมาก มีความเหลื่อมล้ํากันมาก ซึ่งจะต้องแก้ไขโดยการปรับโครงสร้าง ทางเศรษฐกิจให้มีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมมากขึ้น ทางสังคมให้บุคคลมีส่วนร่วมในการ แก้ปัญหาทางการเมืองมากขึ้น และทางการเมืองเราจําเป็นที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขกฎหมายอีกหลาย ๆ ฉบับ ซึ่งเป็นต้นตอทําให้เกิดความไม่เป็นธรรม ทั้งหมดนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจะทําสําเร็จหรือไม่สําเร็จ วันนี้ท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน และท่านชวรัตน์ก็ขอให้สภาแห่งนี้ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันพิจารณาที่จะหาทางที่จะให้เกิด ความปรองดองอย่างแท้จริงเกิดขึ้น ความปรองดองที่แท้จริงที่จะเกิดขึ้นนั้นก็ต้องเป็น ความปรองดองที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ สามารถมองเห็นอนาคตด้วยกันได้ ที่จะดําเนินการ ไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีกในอนาคตบนพื้นฐานที่ประเทศไทยจะต้องเดินหน้ากันต่อไป ผมไม่ทราบว่าข้อเสนอของผม ข้อเรียกร้องของผมจะมากเกินไปหรือเปล่าที่ผมจะเรียกร้องให้ ทุกพรรคการเมืองที่นั่งอยู่ในที่นี้แห่งนี้ พวกเราต่างก็ชูนโยบายปรองดองกันแล้ว ถ้าต้องการ ตอบสนองความเรียกร้องของประชาชน พวกเราลด ละ เลิก การพูดจาวิวาทะกันมากขึ้น ในที่นี่ก่อนได้ไหม ผมนี่ชินแล้วครับการถูกกล่าวหาว่าทําอะไรเพื่อคนคนเดียว ทําอะไรเพื่อ คนคนเดียว ซึ่งก็ไม่จริง ไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นอย่างนั้น อยากจะเรียกร้องให้ทุกพรรคช่วยกัน สร้างความสงบ ความสันติ หันหน้ามาเจรจากันอย่ามองกันเป็นศัตรู อย่ามองกันว่าความคิด ต่างกันจะนําไปสู่ความแตกแยก แต่ขอให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ช่วยกันคิด แล้วก็ช่วยกําหนด ขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะนําไปสู่ความปรองดองสมกับที่ประชาชนอยากจะเห็นขึ้นในประเทศนี้ครับ ขอบพระคุณครับ