สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

วัฒนา เมืองสุข หารือเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคมไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการค้นหาความจริงและปรองดอง วัฒนา เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำความเข้าใจเจตนาและแรงจูงใจของผู้ที่เกี่ยวข้องในทางการเมือง วัฒนา ยังระบุด้วยว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยเกิดจาก 4 มิติ ได้แก่ ความขัดแย้งตามกฎหมาย การเมือง วัฒนธรรม และสื่อ และเสนอแนวทางในการสร้างคณะกรรมการอิสระที่มีความยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์

นายวัฒนา เมืองสุข บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัฒนา เมืองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายสนับสนุนการเสนอขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของ ท่านผู้เสนอญัตติทั้ง ๒ ฉบับ ด้วยเหตุผลที่จะได้ประทานกราบเรียนดังนี้ครับท่านประธานครับ

วิกฤตการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาได้ก่อความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างร้าวลึกต่อสังคมไทย ทําให้สังคมไทย ที่เคยเป็นสังคมของความเอื้ออาทร เป็นสังคมที่มีน้ําจิตน้ําใจ บัดนี้สังคมไทยได้เปลี่ยนสภาพ เป็นสังคมที่มีความหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไม่ยอมรับแม้กระทั่งกติกาที่ตน ได้มีส่วนร่วมกันก่อสร้างขึ้น ถ้าปล่อยสภาพสังคมไทยเป็นเช่นนี้ต่อไปท่านประธานครับ เราจะดํารงความเป็นรัฐต่อไปไม่ได้ ที่สําคัญวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติตลอดจน วิกฤติที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบ อย่างใหญ่หลวงต่อประเทศไทย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าปัจจัยที่ทําให้ ประเทศไทยดํารงอยู่ได้ในสภาพของการลงทุนจากต่างประเทศมี ๔ ปัจจัยเท่านั้นเองครับ

ปัจจัยแรก เรียกว่าความมั่นคงทางการเมือง ถามว่าประเทศไทยมีไหม ตอบว่าวันนี้ไม่มี

ปัจจัยที่ ๒ คือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีไหม วันนี้ก็ตอบว่าสั่นคลอนครับ เกิดวิกฤตการณ์ภัยธรรมชาติเสียหายอย่างใหญ่หลวง

ปัจจัยที่ ๓ ที่ทําให้ต่างชาติมองการลงทุนของเราก็คือระบบนิติธรรม ซึ่งผมเรียนว่าเราก็ไม่มีเช่นกัน

ปัจจัยสุดท้ายที่ทําให้ประเทศไทยยังดึงดูดนักลงทุนอยู่ก็คือแรงงานมีฝีมือ ซึ่งทําให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่ย้ายไปไหน แต่ถ้าวันนี้เราไม่นําความสงบสุขกลับคืนสู่ สังคมไทยด้วยการปรองดอง ผมเชื่อว่าไม่มีนักลงทุนคนไหนมาลงทุนที่ประเทศไทยแน่นอน แล้วถ้าเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ เราจะแย่กว่าฟิลิปปินส์ เพราะว่า ฟิลิปปินส์ยังพูดภาษาอังกฤษได้แต่คนไทยเราพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก

ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในรอบ ๕-๖ ปีที่ผ่านมา มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองแน่นอน ซึ่งความจริงแล้วความขัดแย้งทางการเมือง ที่นําไปสู่การฆ่ากันของคนไทยนี่ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก เท่าที่ผมจําได้ตั้งแต่เกิดมาเมื่อปี ๒๕๑๖ ครั้งหนึ่งเดือนตุลาคม ๒๕๑๙ แล้วก็เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ จนกระทั่งมาถึงเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นเราไม่เคยได้นําเอาสิ่งที่เกิดขึ้นมา เรียนรู้ ไม่เคยใส่ใจต่อกระบวนการค้นหาความจริง เพิ่งจะมีครั้งนี้ที่รัฐบาลที่ผ่านมา อันนี้ต้องขอ ยกย่องที่ได้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงขึ้นมาทําหน้าที่ ซึ่งเป็น แนวทางที่ประเทศที่เกิดความขัดแย้งทั้งโลกได้ปฏิบัติในสากลเขาตั้งคําว่าทีอาร์ซี (TRC) ก็คือตรงกับของเราที (T) มาจากคําว่าทรุช (Truth) อาร์ (R) ก็คือเรคอนซิเลชั่น Reconciliation ซี (C) คือ คอมมิชชั่น (Commission) คือคณะกรรมการที่เป็นอิสระ ทําหน้าที่ตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อนําไปสู่ความปรองดอง ท่านประธานครับ ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นที่แก้ปัญหาไม่ได้ส่วนหนึ่งมาจากความไม่เข้าใจในปัญหา เราไม่เข้าใจว่าผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในทางการเมืองทุกคนล้วนมีเจตนาดีต่อบ้านเมืองทั้งสิ้น ต้องใช้คํานี้นะครับ มูลเหตุจูงใจของเขาที่เขาได้เข้ามาแม้จะมีการกระทําความผิดในทางอาญา แต่ต่างกันโดย สิ้นเชิงกับคนที่กระทําความผิดในทางอาญา มูลเหตุจูงใจต่างกันครับ ถึงแม้ว่าผลที่จะออกมา จะเหมือนกันก็ตาม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดท่านประธานครับ อย่างกรณีมือปืนรับจ้าง รับจ้างไป ยิงเขานี่เขาหวังต่อทรัพย์สิน มีคนตายเหมือนกัน กับคนที่ขับเครื่องบินไปชนตึกเวิลด์เทรด (World trade) ผลมีคนตายเหมือนกัน แต่ว่าคิดต่างกันโดยสิ้นเชิง รายหลังนี้ใช้อุดมการณ์ ทางการเมืองเป็นตัวตั้ง ท่านประธานครับ คณะกรรมการอิสระหรือที่เรียกว่า คอป. ที่รัฐบาล ที่แล้วได้ตั้งขึ้น เขาตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์ในการทํางาน ๔ ยุทธศาสตร์ ๔ ปัจจัย ที่ผมต้องกราบเรียนเพื่อให้ข้อมูลกับสภาแห่งนี้ว่า สภาแห่งนี้มีสิทธิที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นไปศึกษา แต่การศึกษาของท่านต้องไม่ไปซ้ําซ้อนกับองค์กรอื่นที่เขาทําหน้าที่ของเขา อยู่แล้ว โดยเฉพาะการปรองดอง นานาชาติเขาเชื่อคณะกรรมการที่เป็นอิสระ คือกรรมการกลาง เขาไม่ให้คู่กรณีแห่งความขัดแย้งไปทําหน้าที่ดังกล่าว คณะกรรมการ ปรองดองของประเทศไทยได้กําหนดยุทธศาสตร์ในเรื่องของการปรองดองไว้ ๔ ขั้นตอน

ขั้นตอนแรกเรียกว่าการค้นหาความจริง ขั้นตอนนี้สภาก็ไม่ควรเข้าไป เกี่ยวข้องกับเขา เพราะว่าคนของสภาแห่งนี้มีค่าย มีฝักมีฝ่าย กระบวนการดําเนินการ ที่ออกมาจะไม่ได้รับการยอมรับเพราะถือว่าไม่เป็นกลาง

ขั้นตอนที่ ๒ ของคณะกรรมการปรองดองเรียกว่า กระบวนการเยียวยา ซึ่งขณะนี้ คอป. ได้แนะนํามายังรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้ลงไปทําการเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมือง รัฐบาลก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง มีท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธเป็นประธาน เรียกชื่อย่อ คอป. กําลังทําหน้าที่ในการ เยียวยาอยู่

ขั้นตอนที่ ๓ คือกระบวนการเปิดเผยความจริง ขั้นตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของ คอป. เขาจะทํา โดยพิจารณาว่าความจริงใดที่สมควรจะเปิดเผย หากเป็นความจริงที่เปิดเผย แล้วจะนําไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มเติมเขาก็จะไม่เปิดเผย ขั้นตอนนี้สภาก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง

ขั้นตอนสุดท้ายคือกระบวนการสร้างการปรองดองครับ ขั้นตอนตรงนี้ เขาจะต้องกลับมาที่สภาแห่งนี้แน่นอน จะต้องมีการออกกฎหมาย ออกกฎกติกากฎเกณฑ์ เพื่อรองรับสิ่งที่ได้ทําไป อันนี้เป็นหน้าที่ของเรา

ท่านประธานครับ ผลการสอบสวน ผลการตรวจสอบค้นหาความจริงของ คณะกรรมการ คอป. เขาพบว่าความขัดแย้งที่นําไปสู่ความรุนแรงของสังคมไทยเกิดจาก ๔ มิติ

มิติแรกก็คือเกิดจากความขัดแย้งที่มาจากกฎหมาย กระบวนการใช้กฎหมาย ตลอดจนวิธีการบังคับกฎหมายที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม สิ่งนี้ผมไม่ได้พูดขึ้นเองนะครับ แต่เป็นผลของการตรวจสอบของกรรมการซึ่งอยู่ในรายงานของเขา

มิติที่ ๒ เขาเห็นว่าความขัดแย้งทางการเมืองนี่เกิดมาจากนักการเมือง และการที่สถาบันทางทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่ว่าจะโดยวิธีการปฏิวัติรัฐประหาร อะไรก็แล้วแต่

มิติที่ ๓ เขาเห็นว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นมาจากวัฒนธรรม สังคม และประวัติศาสตร์ ซึ่งตรงนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับสภาเช่นกัน

มิติที่ ๔ เขาเห็นว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นมาจากสื่อ สื่อมวลชนที่เลือกข้าง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย

เพราะฉะนั้นสิ่งที่สภาแห่งนี้จะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ก็คือความขัดแย้งที่มีที่มา จากกฎหมาย สภาแห่งนี้สามารถที่จะเข้าไปดูได้ว่ากระบวนการกฎหมายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นไปตามศุภนิติกระบวนหรือไม่ คําว่าศุภนิติกระบวน ก็ตรงกับคําภาษาอังกฤษที่เรียกว่า ดิว โพรเซส ออฟ ลอว์ (Due process of law) และเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ อันนี้คือ สิ่งที่สภาเข้าไปเกี่ยวข้องได้ และไม่ไปซ้ําซ้อนกับหน้าที่ขององค์กรอิสระที่เขาทําอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ความขัดแย้งในรอบ ๕ ปี ๖ ปีที่ผ่านมานี้ ที่กระผมกราบเรียนเป็นเบื้องต้นว่า แก้ไขปัญหากันไม่ถูกต้อง นํามาซึ่งความขัดแย้งที่ซับซ้อนเพิ่มเติมยิ่งขึ้น กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ทุก ๆ คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในทางการเมืองล้วนที่จะกระทํา ทุกทางเพื่อให้ตนเองบรรลุถึงชัยชนะทางการเมือง คําว่าปรองดองไม่ได้แปลว่าฝ่ายค้าน กับรัฐบาลต้องคิดเหมือนกัน ความคิดทางการเมืองต่างกันได้ครับ แล้วก็เป็นทางเลือกให้ ประชาชน และที่จริงแล้วความเห็นที่แตกต่างทางการเมืองเป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่เจริญแล้ว ทุกประเทศเขาปฏิบัติกันอย่างนี้ ในสหรัฐอเมริกาก็มี ๒ ขั้ว ในอังกฤษก็เช่นกัน ในประเทศไทย ความจริงก็มี ๒ ขั้วมานานแล้ว แต่ว่าไม่ถึงขนาดพัฒนาไปสู่ความรุนแรงดังที่เกิดขึ้น การเมือง กับสงครามก็เป็นสิ่งเดียวกันครับท่านประธานครับ ท่านประธานเหมาแห่งประเทศจีน เคยบอกไว้ ถ้าการเมืองไม่ยอมรับกันด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช้เหตุผลพูดกันมันก็จะนําไปสู่ ความรุนแรง และสุดท้ายก็ลงไปสู่การตัดสินกันด้วยกําลัง กลายเป็นสงครามในที่สุด วันนี้สิ่งที่ สภาแห่งนี้ทําที่ผมเห็นด้วยเรากําลังจะแปลสงครามกลับไปเป็นการเมือง ไปเป็นการเอาชนะกัน ด้วยเหตุและด้วยผล โดยเอาความนิยมของประชาชนเป็นตัวตัดสิน ฝ่ายที่แพ้ก็ต้องยอมรับ เพราะประชาชนเขาไม่เลือก ก็มีหน้าที่จะต้องสร้างความนิยมให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน เพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจกลับมาบริหารประเทศในครั้งต่อไป ถ้าเรายอมรับกติกากันเช่นนี้ สังคมก็เดินไปได้ครับท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนว่าเราได้ใช้ยาผิดกับการแก้ไขปัญหา ทางการเมืองที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเราใช้ผิดก็คือเราใช้หลักความยุติธรรมในทางอาญา หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า คริมินอล จัสติค (Criminal justice) ไปใช้กับการแก้ปัญหา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสถาบันที่ตั้งขึ้นมาเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ เขาตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับอนุวัตให้เป็นไปตาม ในประมวลกฎหมายอาญาซึ่งมีไว้ใช้จัดการกับมิจฉาชีพหรือโจร กฎหมายอาญาไม่ได้มีไว้ใช้ จัดการกับนักการเมือง ความละเอียดอ่อนของกฎหมายอาญาเข้าไม่ถึงซึ่งการเมือง การที่พันธมิตรไปล้อมสนามบิน ปิดล้อมทําเนียบ ก็ทําเพื่อกดดันให้รัฐบาลในสมัยนั้นลาออก นั่นวัตถุประสงค์ทางการเมืองเป็นแบบนั้น แต่เราก็ไปตั้งข้อหาเขาเป็นผู้ก่อการร้ายตาม ความในประมวลกฎหมายอาญา มันก็ยิ่งทําให้ความคับข้อง ความคับแค้นใจมากขึ้นครับ ท่านประธานครับ คนเสื้อแดงที่มาชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเขามา เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ท้ายสุดนําไปสู่ความรุนแรง ก็ถูกตั้งข้อหาว่าก่อการร้าย ความซับซ้อน ปัญหาทางการเมืองมันก็ซับซ้อนยิ่งขึ้น รัฐบาลที่ผ่านมาที่เลือกใช้บริการของ ทหารเข้ามาแก้ปัญหาการชุมนุมก็เพราะไม่ไว้วางใจตํารวจ เกรงว่าตํารวจจะเป็น ตํารวจมะเขือเทศหรือตํารวจเสื้อแดง ก็เลือกใช้ทหาร ทหารได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไข ปัญหาของฝูงชนเข้ามาจํานวนหลายหมื่นคน ทหารเหล่านั้นครับท่านประธานที่เคารพ ไม่เคยฝึกการสลายฝูงชน แล้วก็ไม่เคยฝึกการจัดการกับฝูงชน แต่ต้องถูกเรียกให้เข้ามาตาม คําสั่งของผู้บังคับบัญชา เท่าที่ผมกราบเรียนมาท่านประธานจะเห็นว่าทุกคนล้วนทําด้วย ความเชื่อของตนบนความหวังดีของประเทศชาติ คนที่ใช้ทหารก็มีความเชื่อว่าถ้าใช้ทหาร ปัญหาจะจบเร็วกว่าใช้ตํารวจ ก็หวังดีเช่นกันอยากให้ความสงบกลับคืนสู่สังคม แต่ลืมไปว่า ทหารไม่ได้ฝึกมาเพื่อการนี้

ท้ายสุดท่านประธานครับ ตํารวจ ดีเอสไอ (DSI) อัยการ ศาล มีความหวังดี คิดว่าเอาคนเหล่านี้เข้าคุกปัญหาคงจบ คิดว่าตั้งข้อหาแรง ๆ คนคงเกรงกลัว เรื่องคงจบ แต่มันไม่ได้จบครับ มันยิ่งทําให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น บานปลายแล้วก็จะขยายวง ดังนั้นถ้าเราไม่มาพูดในเรื่องการปรองดองเสียแต่เนิ่น ๆ ไม่จบปัญหานี้ลงประเทศไทยก็ต้อง กลับไปฆ่ากันอีกรอบหนึ่งอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง จริง ๆ แล้วก็ต้องดําเนินไปตามนโยบาย เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เข้าใจคือต้องเข้าใจว่า ความคับแค้นใจในความไม่เท่าเทียมมีอยู่จริง กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมมีอยู่จริง การเลือกปฏิบัติ มีอยู่จริง ต้องเข้าใจ และต้องเข้าใจว่าการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาแก้ปัญหาในทาง การเมืองผิดโดยสิ้นเชิง ต้องเข้าใจก่อน เพราะคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในทางการเมือง เขาขาดเจตนาในทางกฎหมายอาญาครับ ไม่ได้คิดเหมือนอาชญากร เข้าถึงคือท่านต้องใช้ กระบวนการที่ถูกต้องเหมาะสม กฎหมายที่ใช้ต้องเหมาะสม ในที่นี้สากลเขาใช้หลักความยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า ทรานสิชั่นนอล จัสติค (Transitional justice) และใช้ความยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์ ความหมายของมันก็คือในเมื่อทุก ๆ คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องเขาไม่ได้มีเจตนาเป็นอาชญากร โดยสันดาน ไม่ได้เป็นโจรโดยสรุปแล้ว การที่เขากระทําโดยมีวัตถุประสงค์ในทางการเมือง ผิดถูกไม่ว่ากัน เราต้องเอาหลักการเมืองแก้การเมือง เท่าที่ผ่านมาที่เคยประสบความสําเร็จ ผมเคยเห็นนโยบาย ๖๖/๒๓ ในสมัยท่าน พลเอก เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี เราก็ได้คนเก่งคนดี กลับเข้ามาทํางานในการเมือง มีทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้าน เป็นรัฐมนตรีในขณะนี้ รวมถึง ในฟากฝ่ายค้านก็เป็นรัฐมนตรีหลายท่าน นั่นคือการแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยการเมือง ท่านประธานครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดซึ่งผมอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกไปยังพี่น้องประชาชนชาวไทย คือการเผาศาลากลาง ถามท่านประธานว่า คนเหล่านั้นที่เขาไปเผาศาลากลางในภาวะปกติเขาจะเผาหรือเปล่า ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครไปเผา แต่มันมีวัตถุประสงค์มีแรงจูงใจมาเพื่อต้องการทําเพื่อชัยชนะทางการเมือง ไม่ต่างอะไรกับ การยึดสนามบิน ไม่ต่างอะไรกับการมาล้อมทําเนียบ สิ่งเหล่านี้มีมูลเหตุจูงใจมาจาก ทางการเมืองแน่นอน แต่เราไปตั้งข้อหาเขาว่าก่อการร้ายโดยไม่เข้าใจว่าเรื่องเหล่านี้เป็น เรื่องการเมือง เราจะแก้ปัญหาไม่ได้ พัฒนาคืออะไรครับท่านประธาน พัฒนาคือการระดม ทุกสรรพกําลังของทุกภาคส่วน ซึ่งในวันนี้สภานี้สนใจที่จะเข้าไปร่วมในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งของประชาชน ผมถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะปัญหาความขัดแย้ง และการสร้างความปรองดองมันไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของทุกคน ที่ต้องร่วมกันแสวงหาทางออกให้กับประเทศ และต้องการความร่วมมือจากทุกคน การสร้าง ความปรองดองเกินกว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะรับผิดชอบได้ครับ และที่สําคัญ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากคนไทยทุกคน การปรองดองไม่มีทางสําเร็จ สิ่งที่เราต้องการ ความร่วมมือจากการปรองดองอย่างแรกคือการสร้างบรรยากาศการปรองดอง ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่สําคัญ โดยเฉพาะสภาแห่งนี้เป็นสถานที่ทํากิจกรรม ทางการเมือง เป็นสถานที่ประชาชนทั่วไปเขาจับตา ถ้าเราไม่เริ่มต้นเป็นตัวอย่างที่ดี ประชาชนเขาก็สิ้นหวังครับ คําว่าการปรองดอง ผมกราบเรียนแล้วไม่ได้แปลว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลต้องมาจับมือเห็นดีเห็นงามด้วยกัน ไม่แปลกครับ ท่านจะคิดไม่เหมือนกันไม่แปลก แต่ต้องยอมรับกติกา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดการประชุมสภาแห่งนี้ก็ต้องเคารพกฎกติกา ข้อบังคับการประชุม ซึ่งเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและสมาชิกสภาแห่งนี้ทุกคนมีส่วนร่วม ในการกําหนดกติกาซึ่งต้องยอมรับ เมื่อประธานตัดสินไปตามข้อบังคับก็ต้องยอมรับ วันนี้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่เอาชนะคะคานโดยไม่คํานึงถึงกติกาเสียแล้วน่าเสียดายครับ

ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ทุกฝ่ายต้องร่วมกันสนับสนุนการค้นหาความจริง ความจริงที่เกิดขึ้นที่ดําเนินการโดยคนกลาง จะบอกว่ามันเกิดอะไรเกิดขึ้น และที่สําคัญ คณะกรรมการ คอป. ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐบาลที่แล้ว ไม่ต้องมีข้อครหาหรือข้อสงสัยเลยว่า จะดําเนินการไปโดยเห็นแก่ประโยชน์ของรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้ไม่ได้ตั้งขึ้น

ประการที่ ๓ สิ่งที่ต้องขอความร่วมมือคือต้องสนับสนุนอย่างจริงจังให้มี กระบวนการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ คําว่าเยียวยา ท่านประธานครับ ไม่ได้หมายความถึง แค่การชดใช้ในเรื่องตัวเงิน แต่รวมถึงการฟื้นฟูจิตใจ การคืนในรูปของอัตลักษณ์ การเยียวยา แบ่งออกเป็นทั้งการเยียวยาในทางแพ่งและทางอาญา การเยียวยาในทางอาญาขณะนี้ จําเป็นต้องทําโดยเร่งด่วนก็คือยังมีพี่น้องประชาชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ทางการเมืองยังไม่ได้รับการประกันตัวเป็นจํานวนมาก เรื่องที่น่ายินดีคือรัฐบาล ได้ลงไปเป็นเจ้าภาพ มีมติคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงยุติธรรมไปดําเนินการขอประกันตัว ผู้ต้องหาทางการเมืองทุกคน หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวก็ให้กรมราชทัณฑ์ ไปดําเนินการแยกนักโทษเหล่านั้นเอาไปควบคุมตัวในที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจํา ผมเคยได้ยิน หลาย ๆ ท่านซึ่งไม่อยากจะไปฟื้นฝอยพูดคําว่านักโทษทางการเมืองไม่มี มีแต่นักโทษ ทางอาญา อันนี้แปลว่าท่านไม่เข้าใจ ท่านกําลังซ้ําเติมสถานการณ์

สิ่งสุดท้ายที่อยากจะต้องการจากพวกเราก็คือท่านที่เคารพครับ ต้องหลีกเลี่ยง การดําเนินการใด ๆ ก็ตามที่จะนําไปสู่การขยายความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น การทําหน้าที่ ของแต่ละฝ่ายในสภาแห่งนี้ทําได้โดยไม่มีข้อจํากัดครับ แต่ต้องทําแบบมืออาชีพ คือเอางาน เป็นตัวตั้ง ต้องปราศจากเรื่องของส่วนตัว ปราศจากเรื่องของการใช้อารมณ์ และปราศจาก การเอาชนะคะคานโดยไม่มีเหตุไม่มีผล ท่านประธานครับ ทุกฝ่ายในสังคมนี้ต้องตระหนักว่า ปัญหาความขัดแย้งของสังคมไทยมันมีอยู่จริง มันร้าวลึก ถึงขนาดเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคม จากความไว้วางใจ จากความเอื้ออาทรเป็นความไม่ไว้วางใจ สังคมไทยวันนี้เกิดขึ้นแล้ว สามีกับภรรยาใส่เสื้อคนละสี ไม่พูดจากัน พ่อกับลูกถือกันคนละข้าง เราจะปล่อยให้ สังคมไทยเป็นอย่างนี้ต่อไปหรือ

ผมกราบเรียนท่านประธานเป็นประการสุดท้ายว่าสังคมไทยวันนี้ครับ อยู่ในมือของพวกเราทุกคน และภาระหน้าที่ของสภาแห่งนี้ก็คือการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ร่วมกับภาคอื่น ๆ ความขัดแย้งอย่างที่กราบเรียนไม่ได้เป็นภาระหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ที่ต้องแก้ แต่เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนเพราะทุกคนในสังคมนี้มีส่วนร่วม มีส่วนกระพือ ความขัดแย้งให้มันขยายวงบานปลายมาจนทุกวันนี้

ประการสุดท้ายที่กราบเรียนท่านประธาน คือการทํางานของคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงที่ประเทศไทยทําขึ้น เราต้องให้การสนับสนุนเพราะเป็น การแสดงถึงศักยภาพของคนไทยที่สามารถจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของเราด้วย คนไทยเอง กราบเรียนท่านประธานเป็นข้อมูลว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ในโลกนี้เขาทํา ๒ วิธีครับ วิธีแรกก็คือมีกรรมการกลางเป็นอิสระทํากันเอง เพราะเชื่อมั่น ในศักยภาพของเราเองแบบประเทศไทยกําลังทําอยู่ อีกแบบหนึ่งก็คือต้องให้นานาชาติเข้ามา แก้ปัญหาให้ อย่างเช่น ในกรณีของประเทศเซียร์ราลีโอน ซึ่งคนตายเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คน แบบนั้นพูดกันเองไม่รู้เรื่อง หรืออย่างในประเทศรวันดาตายเกือบล้านคนแบบนี้คนกลาง ลงไปทําให้ ก็คือนานาชาติไปทํา เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากให้สังคมไทยสนับสนุน กระบวนการทํางานในเรื่องของการปรองดอง ในเรื่องของการเยียวยา ในเรื่องของการบังคับใช้ กฎหมายที่ถูกต้อง นําหลักความยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์คืออะไรท่านประธานครับ ผมกราบเรียนแล้วว่าคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องทางการเมืองเขาไม่ได้มีเจตนาในทางอาญา หลักของ ความยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์ก็คือแทนที่เราจะเอาคนกระทําความผิดไปเข้าคุก ไปลงโทษ ตามหลักกฎหมายอาญา ก็มาทําในลักษณะของการขอโทษ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งคือ อย่างกรณีกรมราชทัณฑ์ที่เอานักโทษทางการเมืองไปขังรวมกับนักโทษในคดีอาญา หรือการไปตีตรวนเขาทั้ง ๆ ที่ได้มีการแนะนําว่าไม่ควรตีตรวน อย่างนี้ก็ต้องออกมาขอโทษ อย่างนี้เรียกว่าความยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์

อีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะต้องทํานะครับ ผมเสนอผ่านไปยังรัฐบาลก็คือกรณี นักข่าวต่างประเทศ ๒ ประเทศมาเสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมชน คือนักข่าวของประเทศญี่ปุ่น และนักข่าวของประเทศอิตาลี ความเสียหายในลักษณะนี้เขาเรียกว่าเป็นความผิดของรัฐ เป็นความรับผิดของรัฐ หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า สเตท กรุ๊ป (State group) เพราะรัฐ มีหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ดูแลทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนในรัฐ โดยไม่เลือกว่าเป็นคนไทยหรือคนชาติอื่น เมื่อเขามาอยู่ในรัฐไทยแล้วต้องดูแลเขา แต่การที่ ปล่อยให้นักข่าวต่างประเทศ ๒ คนถึงแก่ชีวิต ผมยังไม่เห็นรัฐบาลนี้ออกไปขอโทษซึ่งรัฐบาลนี้ ควรทํา เพราะเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลนี้จริง ๆ

สุดท้ายที่ต้องอยากทําความเข้าใจกับท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ฝ่ายค้านซึ่งสักครู่ผมได้ยินคําพูดว่า จงใจที่จะเลื่อนญัตติการปรองดองนี้ขึ้นมาเพื่อช่วย คนคนเดียว กราบเรียนท่านประธานครับ การปรองดองเป็นการทําเพื่อคนไทยทั้งประเทศ คนคนเดียวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ เลยครับ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง วันนี้แม้แต่ตัวกระผมเองก็เป็นคนหนึ่งในผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง กระบวนยุติธรรมที่เกิดขึ้นภายหลังจากการรัฐประหารมีอยู่ ปรากฏอยู่ในรายงานของ คณะกรรมการอิสระ โชคดีครับคณะกรรมการอิสระดังกล่าวไม่ได้ตั้งขึ้นในรัฐบาลนี้ ท่านตั้งขึ้น โชคดีประการที่ ๒ คือรายงานที่เขาบอกว่า กระบวนยุติธรรมระบบกฎหมาย ที่เกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เป็นไปตามศุภนิติกระบวน หรือไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่ดี โชคดีที่รายงานนี้เขายื่นต่อรัฐบาลที่แล้ว เมื่อเดือนเมษายน ถ้ามายื่นเอาในช่วงนี้ก็อาจจะคิดว่าไปล็อบบี้กันหรือไปช่วยเหลือเกื้อกูลกันอีก ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้กระผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในสังคมไทยจริง ๆ มีอยู่จริง ขอให้ยอมรับกันเถอะครับ แล้วก็พวกเราทุกคนมามีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหา

ท้ายที่สุดฝากไปยังท่านกรรมาธิการที่สภาแห่งนี้จะตั้งขึ้น หากเห็นชอบ ขอให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของท่านที่จะต้องไปทํา กระผมกราบเรียนแล้วว่า

๑. ต้องไม่ไปทํางานที่ซ้ําซ้อนกับบุคคลอื่นที่เขาทําอยู่แล้ว

๒. ต้องคํานึงถึงความเป็นกลาง เพราะตรงนี้เป็นหัวใจของกระบวนการ ปรองดอง อย่าทําเองครับ โดยสรุปแล้ว ท่านควรจะหาสถาบันองค์กรใดที่ได้รับความเชื่อถือ เป็นคนคิดเป็นคนทําให้ท่าน เพราะว่ากรรมาธิการเมื่อสังกัดพรรคการเมืองก็ต้องถูกมองว่า มีค่ายมีข้างเช่นกัน

ประการสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนเป็นข้อสังเกตผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ คือ ต้องมีวิชาการสนับสนุน ไม่เช่นนั้นรายงานที่ท่านทํามาจะขาดความน่าเชื่อถือ ผมขอให้ กําลังใจ และอาจจะช่วยให้ประเทศไทยก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งตรงนี้เพื่อนําสังคมของเรา จากสังคมของความขัดแย้งไปสู่สันติภาพและความมั่นคงครับ กราบขอบพระคุณครับ