ก่อแก้ว พิกุลทอง หารือเรื่องความแตกแยกในสังคมไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือร่วมใจทุกฝ่าย เพื่อสร้างความปรองดองและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ก่อแก้ว พิกุลทอง เสนอแนวคิดในการหักล้างการยึดอำนาจ และเสนอแนวคิดของอาจารย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือกลุ่มนิติราษฎร์ในการลบล้างผลพวงจากการยึดอำนาจ และขอขอบคุณรัฐบาล สภา ทุกส่วน ตุลาการ และฝ่ายอื่น ๆ ที่จะ มีส่วนร่วมในการดําเนินการเพื่อประเทศไทยมีสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความสามัคคี มีจิตใจโอบอ้อมอารี มีความเอื้ออาทรต่อกัน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ วันนี้ผมดีใจ ที่ได้เห็นเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตที่เอ่ยนาม พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้า พรรคมาตุภูมิ ท่านได้นําเสนอเรื่องญัตติการปรองดองเข้ามาให้สภาได้พิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น ผมเองต้องขอบคุณท่านที่ท่านได้พยายามแก้ไขปัญหา ครั้งหนึ่งท่านเองได้ตัดสินใจพลาดในการทําการยึดอํานาจ วันนั้นผมเชื่อว่าท่านเอง ก็ไม่มีเจตนาที่เห็นบ้านเมืองมาถึงจุดนี้ แต่วันนี้บ้านเมืองมาถึงจุดนี้ท่านเองเมื่อมีโอกาสเข้ามา นั่งในสภาก็พยายามที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อประเทศไทยนั้นได้กลับไปสู่ในจุดที่มันควรจะเป็น อีกครั้งหนึ่ง วันก่อนตอนที่ท่านเองได้ยึดอํานาจพวกผมเองก็ได้ตําหนิติเตียนท่าน หลาย ๆ ครั้งในเวทีปราศรัย วันนี้ในสภาแห่งนี้ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่านนะครับ ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งเมื่อทําอะไรผิดพลาดไปแล้วถ้ามีโอกาสแก้ไขก็จะช่วยกันแก้ไข และต้องกราบขอบคุณหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกันที่ท่านได้เสนอญัตติเรื่องนี้เข้ามาคู่กัน เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นเป็นความหวังของประชาชนในการช่วยแก้ปัญหาของ บ้านเมือง ท่านประธานครับ ต้องยอมรับวันนี้บ้านเมืองอยู่ในสภาพที่แตกแยกอย่างที่ ไม่เคยเป็นมาก่อน มีความแตกแยกทุกระดับ ระดับชาติ ระดับจังหวัด ระดับอําเภอ ระดับหมู่บ้าน ระดับตําบล แม้กระทั่งในครอบครัว สามีภรรยาเมื่อก่อนนี้รักใคร่กันดี วันนี้คนหนึ่งชอบหน้าเหลี่ยม คนหนึ่งชอบหน้าหล่อ ก็หันหลังให้กันไม่นอนกอดกันเหมือนในอดีตแล้วนะครับ เมื่อก่อน กระหนุงกระหนิงจู๋จี๋กันทุกวัน วันนี้ถามตลอดว่าเธอหันมาชอบคนเดียวกับฉันหรือยัง ทุกสิ่งทุกอย่างมันเข้าไปถึงทุกอณูของสังคมนะครับ ก่อให้เกิดความแตกแยกไปหมด เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่หนักใจต่อทุก ๆ คนนะครับ ผมเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งก็ไม่สบายใจอย่างยิ่ง ปัญหาเรื่องนี้ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขประเทศไทยเดินหน้าไปไม่ได้ครับ ประเทศไทยยากที่จะ ก้าวไปข้างหน้า ยากที่จะพัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ ประเทศไทยยากที่จะทําให้ สังคมมีความสุขอีกครั้งหนึ่งถ้าจิตใจของคนไทยยังมีความรู้สึกเช่นนี้อยู่ ท่านประธานครับ ๕ ปีมาแล้วที่ประเทศไทยตกอยู่ในหลุมดําของความขัดแย้ง และยังไม่สามารถก้าวพ้น หลุดจากหลุมดํานี้ไปได้เลย ท่านประธานครับ วันนี้โชคดีที่เรามีรัฐบาลจากพรรคเพื่อไทย ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านเองก็มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อน เรื่องนี้ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้สังคมนั้นได้กลับคืนสู่ความสุข ความรัก ความสามัคคี อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับนะครับว่าประเทศไทยเป็นประเทศ ที่มีศักยภาพเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านหลาย ๆ ประเทศ แต่ยอมรับเหมือนกันว่า วันนี้ประเทศไทยได้พลาดโอกาสในการพัฒนาตัวเอง ยิ่ง ๕ ปีหลังนั้นเราติดอยู่ในกับดักของ ความแตกแยก ขัดแข้งขัดขากันเองนั้นทําให้ประเทศไทยพลาดโอกาสในการขับเคลื่อน พัฒนาตัวเอง ผมมาดูตัวเลขรายได้ของประชากรต่อหัว เมื่อตัวเลขปีล่าสุดจีดีพี เปอร์ แคพพิต้า (GDP per capita) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับปรุงตามราคาสินค้าภายในประเทศแล้ว จาก ๑๐๐ กว่าประเทศเกือบ ๒๐๐ ประเทศ ประเทศไทยเรามีรายได้เฉลี่ยต่อหัว อยู่ลําดับที่ ๘๖ ๙,๒๒๑ เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี หรือประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าไปเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศมาเลเซียอยู่ลําดับที่ ๕๘ ๑๔,๗๔๔ เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๔๓๐,๐๐๐-๔๔๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี ถ้าไปดูเกาหลีใต้เขามีรายได้ต่อคน ต่อหัวประมาณ ๓๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ก็คือ ๙๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี ถ้าไปดูไต้หวัน เขามีรายได้ต่อคนต่อปี ๓๕,๖๐๐ เหรียญสหรัฐ ก็ประมาณ ๑,๐๐๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี แล้วก็ประเทศสุดท้าย ประเทศสิงคโปร์เขามีรายได้ต่อคนต่อปี ๕๖,๗๐๐ เหรียญสหรัฐ ท่านประธานครับ ประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี จะเห็นนะครับว่าประเทศไทย เรามีทรัพยากรธรรมชาติที่เหนือกว่าประเทศเหล่านั้น เราอยู่ในที่ตั้งที่ดีกว่าทุกประเทศ เรามีภูมิอากาศที่ดีกว่าทุก ๆ ชาติ แต่การพัฒนาของประเทศไทยนั้นเรามีปัญหาภายใน ไม่ว่าเราขาดรัฐบาลที่มีศักยภาพ เราขาดผู้บริหารที่มีความต่อเนื่อง แล้วก็เรามีปัญหาล่าสุด คือความแตกแยกในสังคม นั่นคือปัญหาของประเทศไทยที่เราต้องช่วยกันแก้เพื่อทําให้ ประเทศไทยนั้นได้มีโอกาสขับเคลื่อนไปอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศจีน จากประเทศที่ไม่รู้อยู่ลําดับที่เท่าไร แต่วันนี้ประเทศจีนกําลังก้าวมาเป็นประเทศเศรษฐกิจ ลําดับ ๒ ของโลก และอีกไม่นานจีนก็จะก้าวเป็นลําดับ ๑ ของโลก ประเทศมาเลเซีย ประเทศที่เล็กกว่าเรา ทุกอย่างเขาก็ด้อยกว่าเราหมดนะครับ แต่วันนี้มาเลเซียเขาประกาศ แล้วนะครับว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้าเขาจะถีบตัวเองให้เป็นประเทศที่เจริญแล้วนะครับ หลาย ๆ ประเทศเขามีเป้าหมายส่วนตัวในการขับเคลื่อนสร้างความสุขให้กับสังคมเขา แต่ประเทศไทยวันนี้เรายังไม่ไปไหน เรายังอยู่กับที่อยู่ครับ แล้วผมไม่มั่นใจนะครับว่าวันนี้ถ้าเรา ยังไม่ร่วมมือกัน ไม่ร่วมแรงร่วมใจกันเราจะหลุดพ้นตรงนี้ได้หรือไม่ และเราจะถูกทิ้งห่างไปไกล แค่ไหน ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมและทุก ๆ ท่านที่นั่งอยู่ที่นี่เป็นห่วง และมีความปรารถนาที่จะเห็นประเทศไทยนั้นได้เดินหน้าไปอีกครั้งหนึ่ง แต่ท่านประธานครับ การที่เราจะเดินหน้าไปได้นั้นมีทางเดียว คือวันนี้เราต้องทํา อย่างไรก็แล้วแต่ทําทุกวิถีทางทําให้ประเทศไทยนั้นกลับคืนสู่ความปรองดองให้คนไทย กลับมารักกัน สามัคคีกัน ร่วมไม้ร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจ จับไม้จับมือขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยกันเคียงบ่าเคียงไหล่ในการสร้างความสุขให้กับสังคมไทยอีกครั้ง ท่านประธานครับ ในการปรองดองครั้งนี้นั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องดําเนินการ
ประการแรก ก็คือว่าการปรองดองจะสัมฤทธิ์ผลนั้น ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน อย่างเต็มที่ นอกจากอํานาจ ๓ ฝ่ายแล้ว ไม่ว่าฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ เราจําเป็นต้องได้รับความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าองค์กรอิสระ ไม่ว่าภาคเอกชน หรือประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ให้คนเหล่านั้นได้มีส่วนขับเคลื่อนแล้วก็ร่วมใจกัน ในการสร้างความปรองดอง วันนี้เรามีความขัดแย้งอะไรเราก็ควรจะมาหารือกันหาทางออก ร่วมกัน ยอมรับในกติกาที่ตกลงกันแล้วเดินหน้าไปด้วยกัน ทุกฝ่ายต้องมีความจริงใจ ต้องมี ความจริงจังที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ ปีที่แล้วเรามีปัญหาเกิดเหตุการณ์นองเลือด สร้างรอยแผล ในสังคมอย่างหนัก เป็นบาดแผลลึก เป็นแผลใจที่ยากจะเยียวยา รัฐบาลที่แล้วก็บอกกับ สังคมว่าจะเดินหน้าปรองดองอย่างเต็มที่ แต่ท่านประธานครับน่าเสียดายเวลาผ่านมา ปีกว่า ๆ แต่สุดท้ายสังคมก็รับรู้แล้วครับว่ารัฐบาลที่แล้วไม่มีความจริงใจในการสร้าง ความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม เป็นการปรองดองเพียงแต่คําพูดเท่านั้นเอง เราจะทําให้ สังคมนั้นมีรอยแผลในใจที่รอการแก้ไขอยู่ ท่านประธานครับ นอกจากการร่วมมือร่วมใจกัน ทุกฝ่ายแล้ว
ประการที่ ๒ ถ้าเราจะเดินหน้าปรองดองนั้น วันนี้เรามีความจําเป็นที่ต้อง เยียวยาการสูญเสียอย่างเร่งด่วน รวมทั้งการฟื้นฟูจิตใจ ๓ ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าการชุมนุมของคน เสื้อเหลือง การชุมนุมของคนเสื้อแดง มีผู้เสียชีวิตจํานวนมาก ฝ่ายเสื้อเหลืองยังมีคนเสียชีวิต ๒ ท่าน ฝ่ายเสื้อแดง ๙๓ ท่าน มีผู้บาดเจ็บจํานวนมาก เสื้อเหลืองบาดเจ็บ ๑๐๐-๒๐๐ คน เสื้อแดงบาดเจ็บมากกว่า ๒,๐๐๐ คน นอกจากนี้มีร้านค้า มีบริษัทธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ก็ได้รับผลกระทบมากมาย ในการยึดสนามบิน มีธุรกิจห้างร้านจํานวนมากที่ส่งสินค้าออก ไม่ว่ากลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่ากลุ่มดอกไม้สด กลุ่มปลาสด ปลาเป็นทั้งหลายแหล่ กลุ่มเหล่านี้เจ๊งล้มละลายกันเป็นทิวเป็นแถว ในช่วงการชุมนุมปีที่แล้วเหมือนกันมีการปิด สี่แยกราชประสงค์ ร้านค้าที่ทําค้าขายแถวนั้นก็ได้รับผลกระทบ ต้องปิดการค้าสักระยะหนึ่ง นอกจากนี้หลายร้านก็ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ ทําให้เกิดเสียหายต่อทั้งตัวสินค้า และตัวร้านค้าเอง ท่านประธานครับ การสูญเสียของคนเหล่านั้นวันนี้เราจําเป็นต้องช่วยกัน เยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบเหล่านั้นได้รู้สึกว่าสิ่งที่เขาสูญเสียอย่างน้อยสังคมพยายามที่จะ ชดเชยชดใช้ให้แก่เขา ถึงแม้การชดเชยชดใช้แก่เขานั้นบางทีเราชดใช้ได้เพียงแค่ตัวเงิน ชดใช้เพียงแค่คําพูด ซึ่งมันไม่สามารถไปเทียบเท่าในสิ่งที่เขาสูญเสียไป แต่ท่านประธานครับ เราก็ต้องช่วยกันครับ ช่วยกันทําเพื่อให้เขารู้สึกว่าสังคมนี้มีความปรารถนา มีความตั้งใจ มีความต้องการให้คนที่สูญเสียเหล่านั้นได้เข้าใจและหันกลับมาช่วยกันในการผลักดันประเทศ ให้ไปข้างหน้าอีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่เขาสูญเสียไปแล้วบางอย่างมันไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ ชีวิตคนไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ คนที่พิการไม่สามารถนําสุขภาพดีกลับคืนมาได้ มีเพียงร้านค้ามีเพียงสินค้าเท่านั้นที่สามารถสร้างใหม่ได้ซื้อใหม่ได้ ท่านประธานครับ แต่คนที่ สูญเสียเหล่านั้นถ้าวันนี้เราชดเชยเยียวยาให้ในระดับที่เหมาะสม ถ้าเราขอโทษเขา ขออภัยเขา คนที่มีส่วนร่วมในการกระทําผิดได้ดําเนินการขอโทษขอโพยให้ครอบครัวผู้สูญเสียได้เข้าใจ สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในใจเขาก็จะได้เบาบางลง เขาได้เข้าใจและหันมาจับไม้จับมือร่วมแรง ร่วมใจคนไทยเดินหน้าไปด้วยกัน ท่านประธานครับ วันนี้เรื่องนี้มีความจําเป็นที่ต้อง ดําเนินการอย่างเร่งด่วนนะครับ การสูญเสียต่าง ๆ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ บางคนก็สูญเสียมา ๓ ปีแล้ว บางคนก็ ๒ ปีแล้ว บางคนก็ ๑ ปีแล้ว แต่ยังไม่มีการ เยียวยาในระดับที่เหมาะสม วันนี้ผมเองก็ต้องกราบเรียนไปยังรัฐบาลผ่านท่านประธาน ขอให้เร่งรัดเรื่องอย่างนี้เต็มที่ เพราะว่าหลาย ๆ คนนั้น หลาย ๆ ครอบครัว เขามีความเดือดร้อนอย่างมาก หลายบริษัทหลายห้างร้านสูญเสีย เจ๊งล้มละลาย บางคนสูญเสียหัวหน้าครอบครัว ไม่มีคนหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ลูกที่เคยเรียนหนังสือ ก็ไม่ได้เรียนนะครับ ภรรยาที่เคยเป็นแม่บ้านวันนี้ก็ต้องมาปากกัดตีนถีบหาเงินเลี้ยงลูก วันนี้คนเหล่านั้นเขาเดือดร้อนเต็มไปหมด ฉะนั้นถ้าเราช่วยกันเยียวยาด้วยความรวดเร็ว และเร่งด่วน อย่างน้อยจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเขาได้ครับ ผมเองอยากจะเสนอเป็น แนวทางซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็แล้วแต่นะครับ สําหรับผม ผมมองว่าวันนี้การสูญเสีย ไม่ว่าเสียชีวิต บาดเจ็บ แล้วก็ธุรกิจร้านค้านั้นควรได้รับ การเยียวยาในระดับเหมาะสมนะครับ ยกตัวอย่างว่า อย่างเสียชีวิตควรได้รับการชดเชย เยียวยารายละ ๑๐ ล้านบาท พิการรายละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พวกธุรกิจร้านค้าที่สูญเสีย ก็ควรได้รับการชดเชยในระดับที่เขาสูญเสียจริง ท่านประธานครับ เรื่องนี้ถ้าเราชดเชย เยียวยาอย่างที่ผมเสนอไปผมคิดว่าจะใช้เงินประมาณ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินตัวนี้ ถ้ามองเป็นตัวเลขก็อาจจะเยอะ แต่ถ้ามองไปถึงระดับคุณภาพของประเทศไทยแล้ว วันนี้ประเทศไทยมีระดับจีดีพีประมาณ ๑๒ ล้านล้านบาท ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แค่ไม่ถึง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ตอนเรายึดอํานาจประเทศไทยสูญเสีย ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนที่เราปิดสนามบินประเทศไทยสูญเสียประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนที่เราปิดสี่แยกราชประสงค์ธุรกิจร้านค้าสูญเสียประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาท ตอนที่รัฐบาลดําเนินการให้มีการสลายการชุมนุมโดยใช้ กําลังทหารใช้เงินระหว่าง ๖,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เราสร้างหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ ที่เป็นบาดแผลของสังคมนําไปสู่ความแตกแยก วันนี้ถ้าเราใช้เงินอีกประมาณ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อไปชดใช้ เพื่อไปเยียวยา เพื่อไปแก้ปัญหา ผมมองว่า มันเป็นเงินที่ไม่มากเลยนะครับ วันนี้เงินท่านประธานครับ ไม่ตายเราหาใหม่ได้ แต่สังคมไทย เราจะปล่อยให้สังคมตายไปกับเรื่องนี้ไม่ได้ครับ เราต้องช่วยกันครับ เราต้องดําเนินการ ทุกวิถีทางในการทําให้ประเทศไทย สังคมไทยเดินหน้าไปได้อีกครั้งหนึ่งนะครับ
ข้อต่อมาครับ ท่านประธานครับ นอกจากการร่วมมือร่วมใจทุกฝ่ายแล้ว นอกจากการเยียวยาการสูญเสียอย่างเร่งด่วนแล้ว ข้อต่อมาที่เราต้องมาช่วยกันคือ เราต้อง ขจัดอุปสรรคในการสร้างการปรองดองครับ ท่านประธานครับ อุปสรรคใหญ่โตที่เป็นปัญหา ที่ผมเองยังหนักใจว่าการปรองดองจะเดินหน้าได้หรือไม่ มันมีสิ่งที่เราต้องดําเนินการควบคู่ กันไป นั่นคือเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายมาตรฐานเดียวครับท่านประธานครับ ที่ผ่านมานั้น ที่สังคมมีความขัดแย้งก่อให้เกิดการเผชิญหน้า สร้างความแตกแยกนั้นสิ่งหนึ่งที่เป็นสาเหตุ ก็คือการบังคับใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐาน วันนี้การบังคับใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐานนั้น ก็ยังไม่จางหายไปนะครับ มีหลาย ๆ เรื่องที่ยังค้างคาใจกันอยู่ เมื่อกี้ท่านเพื่อนสมาชิกก็ได้ อภิปรายให้เพื่อนสมาชิกได้รับฟังกันแล้วนะครับ ซึ่งผมขออนุญาตขอยกตัวอย่างอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือเรื่องการประกันตัวนะครับ วันนี้ยังมีนักโทษการเมืองอยู่ในเรือนจําอีกหลายสิบคน ซึ่งนักโทษการเมืองทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนเสื้อแดงครับ ส่วนคนเสื้อเหลืองวันนี้ที่มีคดี ทั้งหลายก็ได้รับการประกันตัวมาทั้งสิ้น ไม่มีใครอยู่ในเรือนจํา แต่พวกเสื้อแดงยังอยู่ในเรือนจําอีกหลายสิบคน ถ้าศาลยังไม่ให้คนเหล่านั้นได้รับโอกาสต่อสู้คดี ไม่ให้คนเหล่านั้นได้ประกันตัวมา มันก็ยากที่จะไปคุยกับญาติพี่น้องเขาให้ยอมรับในการ ปรองดอง ผมเองก็เป็นห่วงเป็นใยตรงนี้นะครับ อยากให้ทางฝ่ายตุลาการได้เข้าใจและได้ ช่วยกันเพื่อให้สังคมได้เดินหน้าอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ที่ผมเป็นห่วงก็คือเรื่องการตัดสินคดี เมื่อกี้นายแพทย์เหวงก็ได้ยกตัวอย่างชัดเจนนะครับว่ากรณีของคนเสื้อเหลืองนั้นมีความผิด ถูกดําเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ตํารวจ แต่ศาลก็ตัดสินจําคุก ๓ ปี แล้วศาลก็ให้ ความปราณี ให้โอกาสจําเลยนั้นได้มีโอกาสได้กลับคืนสู่สังคมเป็นคนดี ศาลเลยรอลงโทษ โดยการรอลงอาญา ในขณะที่คนเสื้อแดงบางคนผิดแค่ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ศาลตัดสินจําคุก ๖ เดือน ๑ ปี ๑ ปีครึ่ง ไม่รอลงอาญา กรณีเผาศาลากลางผิดจริงหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ว่าศาลได้ ตัดสินลงโทษตั้งแต่ ๒๐-๒๒ ปี ถ้าเทียบข้อหาพยายามฆ่ากับข้อหาพยายามเผา ผมเชื่อว่า ข้อหาพยายามเผาอย่างไรก็เบากว่าครับ ศาลากลางเผาทั้ง ๑๐๐ ศาลากลางก็สร้างใหม่ได้ แต่ทีนี้ตํารวจถ้าตายสักคน ๒ คนเราซื้อชีวิตเขาคืนไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมเองถึงแม้จะ เคารพดุลยพินิจของศาล แต่เวลาสังคมมาเปรียบเทียบ ๒ เรื่องนี้บางทีมันก็ยากที่จะอธิบาย ให้สังคมเข้าใจนะครับว่าทําไมดุลยพินิจของศาลมันจึงมีความแตกต่างกันมาก ผมเองก็อยาก ฝากกราบเรียนไปยังฝ่ายตุลาการเหมือนกันว่า ถ้าสังคมยังไม่เชื่อมั่นในการตัดสินคดี ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมาก มันก็ยากที่จะไปพูดให้คนเขายอมรับในการปรองดอง แล้วเดินหน้าไปด้วยกัน
ท่านประธานครับ อุปสรรคอีกอย่างหนึ่งก็คือวันนี้เรามีคนที่ได้ประโยชน์จาก การยึดอํานาจ เรามีคนที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง คนที่ได้ประโยชน์เหล่านั้น มีหลายกลุ่ม มีหลายส่วน มีหลายฝ่าย บางกลุ่มก็เป็นพรรคการเมือง บางกลุ่มก็เป็น นักการเมืองที่อาศัยสถานการณ์เหล่านี้แล้วกระโจนเข้าสู่วงการการเมืองและได้รับการเลือกตั้งมา ไม่ว่าเป็น ส.ส. ส.ว. คนเหล่านี้เขาได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง เขาได้ประโยชน์จาก ความแตกแยก เขาได้ประโยชน์จากการยึดอํานาจ ซึ่งตรงนี้จะเป็นอุปสรรคนะครับว่า คนเหล่านี้อาจจะไม่สนับสนุนเรื่องการปรองดอง ทําให้การปรองดองที่สังคมเฝ้ารอกันอยู่นั้น อาจจะเดินหน้าไปด้วยความลําบาก ผมเองก็อยากกราบวิงวอนไปยังคนเหล่านั้นนะครับว่า ท่านต้องเลิกเห็นแก่ตัว ใครอยากเล่นการเมืองก็ต้องเล่นการเมืองด้วยความสง่างาม ท่านต้อง มาเสนอตัว มานําเสนอนโยบาย ไปชักจูงให้ประชาชนเลือกท่านเข้ามา ไม่ใช่ว่าแข่งขัน เลือกตั้งทีไรก็แพ้ เลือกตั้งทีไรก็แพ้ พอแพ้แล้วก็ไปหาอํานาจนอกระบบมาช่วยท่านได้เข้าสู่ อํานาจ อย่างนี้มันใช้ไม่ได้ครับ เป็นนักการเมืองแล้วไม่ใช้วิธีการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชน ยอมรับเลือกตั้งเข้ามาเพื่อมาบริหารประเทศ แต่ต้องไปอาศัยอํานาจนอกระบบไปพยุงท่าน ขึ้นสู่ตําแหน่ง อย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทําเป็นอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ จะเป็นอุปสรรคนะครับว่าพรรคการเมืองบางพรรค นักการเมืองบางกลุ่มอาจจะขัดขวาง การปรองดองครับ ซึ่งผมเองก็อยากให้สังคมได้จับตามอง แล้วถ้าใครมีพฤติกรรมอย่างนั้น สังคมเองต้องช่วยกันประณามอย่างเต็มที่นะครับ
และประการสุดท้ายครับท่านประธานครับ ถ้าหากว่ามีการขับเคลื่อนเรื่อง การปรองดองแล้ว มีการหารือกันอย่างไรแล้ว ได้ข้อสรุปอย่างไร ผมเองอยากให้สังคมนั้น ได้ดําเนินการไปตามที่ทุกฝ่ายได้หารือกันนะครับ ถ้าแนวทางการปรองดองมีข้อสรุปว่า ต้องนิรโทษกรรมทุกฝ่าย สังคมยอมรับ สังคมอยากได้เป็นอย่างนั้น ตัวผมเองก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าสังคมบอกว่าใครที่เจตนาทําผิดกฎหมายสร้างความเสียหายให้กับสังคม ก่อให้เกิด ผลเสียต่อประเทศไทยอย่างหนักหนาสาหัสมาในช่วง ๒-๓ ปีนี้ ไม่ว่าแกนนําเสื้อเหลือง แกนนําเสื้อแดง หรือผู้นํารัฐบาลที่สั่งสลายการชุมนุมแล้วก่อให้เกิดการสูญเสียมากมาย สร้างรอยแผลให้กับ สังคม ถ้าสังคมมองว่าคนกลุ่มนี้ควรได้รับการลงโทษตามกฎหมาย ถูกดําเนินคดี แล้วไป พิสูจน์ความผิดความถูกกันในศาล ผมก็ยินดีครับและสนับสนุนเต็มที่ครับ ขอให้เป็นไปในทาง ที่สังคมยอมรับ และเราช่วยกันยอมรับในสิ่งที่สังคมตกลงกันนะครับ นั่นคือสิ่งที่ผม เป็นห่วงเป็นใยแล้วก็ได้นําเสนอสู่ท่านประธาน ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับนะครับว่า ปัญหาความขัดแย้งของสังคมนั้นส่วนหนึ่งมาจากการเรียกว่าปลุกระดม ปลูกฝังแนวความคิด ความเชื่อทางการเมืองทั้ง ๒ ฝ่าย อีกส่วนหนึ่งก็เป็นปัญหาจากการยึดอํานาจแล้วนําไปสู่ การบังคับใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นสาเหตุหลักและเป็นสาเหตุ ที่ทําให้ประเทศไทยนั้นทรุดหนักจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ถ้าเราคุยเรื่องการปรองดองได้ ทําให้เกิดการปรองดองอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเราไม่หาแนวทางในการป้องกันการยึดอํานาจ อีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วต่อไปมีการยึดอํานาจอีกซ้ําแล้วซ้ําเล่า ตรงนี้ก็จะเป็นปัญหา ผมเองอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับว่า ผมเองอยากเสนอว่า อยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้พิจารณาแนวคิดข้อเสนอของ คณะอาจารย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือในนามท่านอาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ ที่ท่านได้นําเสนอแนวความคิดประเด็นข้อกฎหมายที่จะลบล้างผลพวงจากการยึดอํานาจ นั่นเป็นวิธีหนึ่งที่จะหักล้างการยึดอํานาจ นั่นหมายถึงว่าถ้ามีการยึดอํานาจแล้วเราสามารถ หักล้างการยึดอํานาจมา ทุก ๆ ครั้งที่เขายึดอํานาจ เราก็สามารถที่จะหักล้างเขาได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาได้ก่อให้เกิดรอยแผลแก่สังคมก็สามารถที่จะหักล้างให้สูญสิ้นไป อย่างนี้การยึดอํานาจก็จะไม่สร้างความเสียหายกับสังคมมากนะครับ ผมอยากให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้นําข้อเสนอของคณาจารย์นิติราษฎร์เข้าไปพิจารณาประกอบว่า แนวคิดของอาจารย์กลุ่มนี้จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันการยึดอํานาจอย่างไรบ้าง ซึ่งจะทําให้ ประเทศไทยได้มีโอกาสหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้เสียทีครับ
ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ผมเองขอให้กําลังใจทุก ๆ ท่านที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ในการผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และขอขอบคุณรัฐบาล ขอขอบคุณสภาที่จะร่วมมือ ขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วยกัน และขอบคุณทุก ๆ ส่วน รวมทั้งตุลาการและฝ่ายอื่น ๆ ที่จะ มีส่วนร่วมในการดําเนินการครั้งนี้ เพื่อประเทศไทยนั้นได้มีโอกาสมีสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ความรัก ความสามัคคี มีจิตใจโอบอ้อมอารี มีความเอื้ออาทรต่อกัน แล้วกลับมามีสังคมที่เรา มีความสุขร่วมกัน นั่นคือสยามเมืองยิ้มอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ