สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

เหวง โตจิราการ หารือเรื่องการลบล้างผลกระทบของรัฐประหารในปี 2549 โดยเสนอให้ประกาศความเสียเปล่าของคําวินิจฉัยและคําพิพากษาที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหารนั้น และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รวมถึงการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญปรองดอง

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ก็ขออนุญาตที่จะข้ามเรื่องนี้ไปเลยนะครับ ในเมื่อไม่เป็นที่สร้างสรรค์ต่อสมาชิกบางท่านผมก็จะข้าม คือผมเห็นสิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานและเป็นประโยชน์ก็คือว่า เราจะต้องทําให้การรัฐประหารไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ผมเห็นข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์เป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ ดังนั้นอยากจะกราบเรียน ท่านประธานไว้อย่างนี้นะครับ ก็คือว่านิติราษฎร์เสนอไว้ ๓-๔ เรื่อง แต่ว่าผมอยากจะเอาแค่ เรื่องเดียวก็คือลบล้างผลพวงของรัฐประหาร ๑๙ กันยายน คือ

ประการที่ ๑ ประกาศให้การรัฐประหาร ๑๙ กันยายน และการกระทําใด ๆ ที่มุ่งผลในทางกฎหมายของคณะปฏิรูปการปกครอง หรือ คปค. ตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ถึง ๓๐ กันยายน เสียเปล่า

ประการที่ ๒ ประกาศให้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๔๙ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ เสียเปล่า และถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น ไม่เคยมีผลทางกฎหมาย

ประการที่ ๓ ประกาศให้คําวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ คําพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่อาศัยอํานาจของประกาศ คปค. และคําวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ และคําพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองที่เป็นผลต่อเนื่องจากการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดา คําวินิจฉัยและคําพิพากษาที่เกิดขึ้นจากการเริ่มกระบวนการโดย คตส. ซึ่งได้รับ การแต่งตั้งโดย คปค. นั้นเสียเปล่า ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยมีผลทางกฎหมาย

ประการที่ ๔ ก็คือว่าให้เรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นเจ้าหน้าที่ และเรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นศาลที่เริ่มเรื่องโดย คตส. เป็นอันยุติลง

ประการที่ ๕ การประกาศความเสียเปล่าของคําวินิจฉัยและคําพิพากษาตาม ข้อ ๓ และการยุติลงของกระบวนการข้อ ๔ ไม่ใช่เป็นการนิรโทษกรรม หรือการให้อภัย หรือล้างมลทินแก่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิด

ประการที่ ๖ เพื่อความชอบธรรม คณะนิติราษฎร์เสนอให้นําข้อความ ดังกล่าวไปจัดทําเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม อันนี้ก็กราบเรียนท่านประธาน เพราะเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์

สุดท้ายนะครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในขณะนี้ คณะกรรมการชุดของอาจารย์คณิตได้ทํางานที่เป็นประโยชน์แล้วก็คณะกรรมการ ชุดของอาจารย์คณิต ท่านได้นําเสนอ ๗ ข้อ ไปยังคณะรัฐมนตรีชุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งก็ปรากฏเป็นที่น่ายินดีว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ตอบรับทุกประการ ผมขออนุญาตที่เอาสั้น ๆ

ข้อที่ ๑ คอป. ของอาจารย์คณิต เห็นว่าเจ้าพนักงานที่รับผิดชอบของ ฝ่ายบริหารต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แล้วก็ต้องตรวจสอบและผลักดันให้ ผู้ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมนะครับ

ข้อ ๒ ก็คือให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดในการที่จะไม่ทําให้ เกิดการกระทบกระเทือนต่อบรรยากาศในการปรองดอง

ข้อ ๓ คอป. เห็นว่าคดีอาญาที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมคงไม่ลงสู่รายละเอียด เห็นว่าล้วนเป็นเรื่องที่มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง และปัจจุบันนี้ขอให้ มีการทบทวนว่ามีการตั้งข้อหาที่รุนแรงเกินสมควร หรือดําเนินคดีที่พยานหลักฐานอ่อน ไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์หรือไม่ แล้วควรดําเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้มีการปล่อยชั่วคราว อันเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องหาหรือจําเลย ดังนั้นผมเรียกร้องท่านประธานให้โปรดพิจารณา ส่งข้อความดังกล่าวนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะว่ายังมีเพื่อนของผมอีกหลายคน ถูกจําขังอยู่ในคุกนะครับ แล้วก็ในนี้ยังเขียนไว้ว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่ใช่ผู้ร้าย หรืออาชญากรดังเช่นคดีอาญาตามปกติ แต่เป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดอันมีมูลเหตุ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมือง พูดง่าย ๆ คือคดีอาญาเหล่านี้ สืบเนื่องจากความขัดแย้ง ทางการเมือง ดังนั้นต้องให้พิจารณาในลักษณะเป็นคดีทางการเมืองนะครับ

ต่อมา คอป. เห็นให้ชดเชย เยียวยา และฟื้นฟูนะครับ และท่านก็ให้เสนอ มาตรการพิเศษ

ต่อมาประการที่ ๕ ในกรณีของผู้ถูกดําเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งในขณะนี้ ก็ปรากฏว่าศาลยกฟ้องในหลายคดี เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องเยียวยาให้กับคนซึ่งได้รับ ความไม่เป็นธรรมจากกรณีที่เกิดขึ้น

ประการที่ ๖ ท่านพูดถึงบางเรื่อง ซึ่งผมขออนุญาตผ่านเลยไปก็แล้วกัน ผมคิดว่าไม่น่าจะดีต่อการอภิปรายของผมนะครับ

ประการต่อมา คือท่านให้เสนอการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน เพราะว่า วิธีการพิจารณาการยุติธรรม ถ้าหากว่าเราใช้การยุติธรรมที่เข้มงวดเกินไป ก็อาจจะส่งผล ที่ไม่ดีต่อการปรองดอง เพราะฉะนั้นท่านก็เลยเสนอว่า ให้หลักความยุติธรรมในระยะ เปลี่ยนผ่านและความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาเป็นกลไกในการเสริมสร้างกระบวนการ ยุติธรรมกระแสหลัก

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า รัฐบาลเราได้ตอบรับ และดําเนินการตามคําเสนอของ คอป. ไปเรียบร้อย แล้วก็ที่ผมสนับสนุนทั้งนี้เนื่องจาก ผมสนับสนุนรัฐบาลในเรื่องนโยบายปรองดอง ดังข้อที่ ๑ นี่นะครับ เป็นนโนบายเร่งด่วน สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และฟื้นฟูประชาธิปไตย ซึ่งมีข้อย่อย ๓ ข้อ ผมคงไม่ลงสู่รายละเอียดเกรงว่าจะเป็นการเสียเวลาของที่ประชุม

ดังนั้นโดยสรุปแล้วก็คือว่า ผมสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ปรองดอง แล้วก็ขณะเดียวกันก็สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และสนับสนุนมติของ ครม. ที่ได้มีมติไปเรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณครับท่านประธาน