สนอง เทพอักษรณรงค์ แถลงว่าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และเป็นหนึ่งในผู้รับรองญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อความปรองดองแห่งชาติ และหารือเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ พร้อมเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อหาข้อยุติร่วมกันเพื่อความปรองดองของชาติ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กระผมเป็นคนหนึ่งที่รับรองญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อความปรองดอง แห่งชาติ ท่านผู้มีเกียรติครับ
ประการแรกเป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยของเรานั้นเราต้องเสียโอกาสจาก การขัดแย้งในทางการเมืองของบรรดาพี่น้องประชาชนคนในชาติของเรามาเป็นเวลานาน พอสมควร ต้องยอมรับในความเป็นจริงว่าถ้าจะพูดถึงความขัดแย้งเราไปตัดเอาครึ่งเดียว ก็คือมักจะพูดว่าความขัดแย้งที่มันเกิด เกิดเพราะการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งมันไม่ใช่ครับ ก่อนหน้านั้นก่อนที่จะถึงมีการปฏิวัติในวันที่ ๑๙ กันยายน มันก็มีเหตุเกิดขึ้น ก่อนหน้านั้นแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ นะครับ มันก็เริ่มมีเหตุ มีการสร้างความแตกแยกให้แก่ บรรดาพี่น้องประชาชนมาเริ่มตั้งแต่บัดนั้น พอมาถึงในวันที่ ๑๙ กันยายน มันเป็นของช่วงที่ ค่อนข้างจะปลายเหตุแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยของเรา เราได้รับ การรับรองจากสังคมโลกว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม ในอดีตที่ผ่านมาคนที่มาเมืองไทยนั้นมาแล้ว ต่างก็ประทับใจในอัธยาศัยของคนไทย ว่าเราเป็นคนที่มีเหตุมีผลถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไปไหน มาไหนเราก็มีความภาคภูมิใจครับว่าคนไทยของเรานี้เป็นหนึ่งเดียว กระผมเอง มีส่วนร่วมในการต่อสู้ตั้งแต่สมัยความคิดเห็นทางการเมืองของคนบ้านเราแตกแยกในสมัยที่ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ปี ๒๕๑๙ มีการแตกแยกทางความคิด ซึ่งเราเชื่อว่าลัทธิคอมมิวนิสต์นั้น เป็นลัทธิที่จะเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง ก็มีการต่อต้าน มีการที่จะออกมาต่อสู้กับลัทธิ ดังกล่าวนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมถือว่าวันนั้นความแตกแยกของคนไทยเรานั้น ถ้าจะมาเทียบกับวันนี้ผมว่าวันนี้ประเทศชาติของเราเสียหายมากกว่า จาก ๕-๖ ปี ที่เราเห็นวันนี้สังคมของไทยเราเปลี่ยนไป ผมเดินทางไปหลายจังหวัด เมื่อก่อนนี้ เราภาคภูมิใจครับ ไปตรงไหนอย่างน้อย ๆ เรามีธงอยู่ผืนเดียวก็คือธงไตรรงค์ แต่วันนี้ บางหมู่บ้านบางแห่งธงไตรรงค์ไม่ใช้ไปใช้ธงสีอื่นประดับหมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งผมดูแล้วมันเป็น เรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในสังคมไทย เราต้องยอมรับในความเป็นจริงอยู่อย่างหนึ่งว่าผลของ การที่พี่น้องประชาชนมีความคิดเห็นที่ไม่ถูก ที่รับกันไม่ได้ต้องมาแตกแยกกันนั้น แน่นอนครับ การเมืองเป็นหลัก มาจากการเมืองนี่แหละครับ เพราะฉะนั้นมาถึงวันนี้ผมจึงเมื่อมีญัตติเสนอความปรองดองขึ้นในสภา ผมจึงเห็นว่า สภาแห่งนี้เมื่อเหตุมันเกิดจากการเมืองก็ควรจะให้การเมืองของเราเข้าไปมีส่วนร่วม ที่จะพิจารณา ทําอย่างไรเราจะสร้างความปรองดองของคนในชาติได้ ท่านประธานที่เคารพครับ แน่นอนครับหลายครั้งหลายหนกับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นมีทั้งหนัก มีทั้งเบา มีทั้งถูก มีทั้งผิด แต่อย่างไรก็ตามครับผมก็ยังเน้นว่าถ้าเราจะตั้งคณะกรรมการปรองดองขึ้นมาแล้ว ผมเห็นด้วยครับที่เราจะต้องทําความจริงให้ปรากฏ ผมเห็นด้วยครับที่จะต้องให้กระบวนการ ของกฎหมายนั้นได้ดําเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมายอย่างเหมาะสม ถ้าหากว่า เราไม่มีหลักการอะไรเลย วันนี้มันก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร ผลสุดท้ายสักวันหนึ่งเหตุการณ์ อย่างนี้ก็จะย้อนกลับมาคืนครับ ย้อนกลับมาอีกว่าถ้าไม่เห็นด้วยก็สร้างสถานการณ์ขึ้นมา ผลสุดท้ายเราก็ไปนิรโทษ เราก็ไปยกโทษ เหตุการณ์อย่างนี้ความวุ่นวายในชาติบ้านเมือง ก็จะดํารงคงอยู่อย่างนี้ตลอดไป เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยว่าวันนี้ในฐานะที่สภาของเรานั้น มาจากตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทย ควรจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการของสภาแห่งนี้ ได้มาศึกษาร่วมกัน และหาข้อยุติร่วมกัน เพียงแต่ว่าคนที่จะหาข้อยุติร่วมกันเป็น คณะกรรมาธิการก็ดี หรือคนที่มีส่วนร่วมในสภาแห่งนี้ก็ดี ต้องกราบขอความกรุณาว่า ถ้าเราจะเรียกร้องหาความปรองดองนั้น ประการแรก ต้องมาจากหัวใจของพวกเรา อย่างแท้จริง ต้องมาจากหัวใจอย่างแท้จริงครับ ไม่ใช่ปรองดองแต่ปากนะครับ หรือต้องมาจาก การกระทําที่กลั่นมาจากหัวใจว่า เราพร้อมที่จะยอมรับให้ประเทศชาติของเรานั้นเดินไปสู่ ความสงบและสันติวิธี
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งที่วันนี้ที่ผมสนับสนุน ผมถือว่าส่วนหนึ่งนั้น ก็มาจากเหตุการณ์บ้านเมืองของเราที่พี่น้องประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อน สิ่งหนึ่ง ที่เป็นคนไทยของเราครับ สุดท้ายเรากลับมารักกันได้ สามัคคีกันได้ ก็คือยามที่ภัยพิบัติมาถึงตัว ท่านประธานครับ วันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเกิดอุทกภัยค่อนประเทศ เมื่อกี้นี้ท่านผู้มีเกียรติ ได้อภิปรายแล้วบอกว่า คนในซอยเดียวกันเมื่อก่อนนี้สวมเสื้อคนละสี แต่พอน้ําท่วม มานั่งเรือลําเดียวกัน มาช่วยกันแก้ไขบรรเทาความทุกข์ความเดือดร้อนซึ่งกันและกัน นั่นเป็นนิมิตหมายที่ดี ท่านจะเห็นได้ว่าหลังจากเกิดอุทกภัย วันนี้พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศครับ เราลืมสีไปชั่วขณะหนึ่ง วันนี้เราลืมครับ จะเห็นว่าพี่น้องในชนบทเขตที่น้ํา ไม่ท่วมก็บริจาค พากันบริจาคเอามาช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน จังหวัดบุรีรัมย์บ้านผมครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น เทศบาล ไม่ว่าจะเป็น อบต. แค่ติดรถเอาเครื่องขยายเสียงไปประกาศในหมู่บ้าน บอกว่า ขอเชิญชวนพี่น้องบริจาคข้าวสารอาหารแห้งเอาไปช่วยพี่น้องประชาชนที่ประสบ เคราะห์กรรมจากน้ําท่วม ตําบลหนึ่งได้หลายคันรถครับ ในเขตเทศบาลออกถนนไม่ถึงสาย ได้เต็มรถแล้วครับ ก็ได้บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องมาก อีกส่วนหนึ่งนอกจากนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ก็นําแม่ครัวพ่อครัวมาปรุงอาหารดูแลพี่น้อง ในกรุงเทพมหานคร ๗ วันด้วยกัน แม้กระทั่งว่าสิ่งที่คนบุรีรัมย์มี ที่มีความภาคภูมิใจอย่าง ทีมฟุตบอลนะครับ บุรีรัมย์ พีอีเอ บุรีรัมย์ เอฟซี เราก็มีส่วนร่วมครับ ฯพณฯ เนวิน ชิดชอบ ในฐานะประธานสโมสรก็ได้จัดทําเสื้อของบุรีรัมย์ พีอีเอ เพื่อขายให้กับ สมาชิกและท่านที่ชื่นชอบกับกีฬาฟุตบอล แล้วก็นําเงินรายได้ทั้งหมดส่งมาช่วยผู้ประสบ อุทกภัย ตัวหนึ่ง ๔๐๐ บาท ขายได้เท่าไรไม่หักต้นทุนครับ ส่งมาช่วยน้ําท่วมหมด คนบุรีรัมย์ ก็ช่วยกันซื้อ ช่วยกันสนับสนุนเห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมเห็นว่าเมื่อคนไทยของเรา กําลังลืมสี กําลังมีความรัก มีความเอื้ออาทรต่อกัน ประกอบกับนโยบายของรัฐบาล รัฐบาลนี้ ก็มุ่งเน้นถือว่าเป็นนโยบายที่มีความสําคัญครับที่จะสร้างความปรองดองให้คนในชาติ โอกาสนี้ผมจึงมองเห็นว่าเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่เราจะได้มาร่วมกันสานฝัน สร้างความปรองดองให้คนในชาติของเราเพื่อนําประเทศชาติบ้านเมืองของเราไปสู่ความสงบ เรียบร้อย เมื่อไรถ้าเราไม่มีความสงบเรียบร้อยเราอย่าไปหวังเลยครับที่จะไปแข่งกับ ชาติบ้านเมืองอื่น วันนี้หลายท่านพูดแล้วว่าเมืองไทยของเราเคยเป็นหนึ่งในอาเซียน ตอนนี้ แทบจะหาที่ยืนไม่ได้แล้ว เมื่อก่อนเราเคยมีความภาคภูมิใจว่าเรายังมีความก้าวหน้า มีความเป็นผู้นําในชาติอาเซียนด้วยกัน วันนี้เรากลับไปยืนอยู่ในจุดไหน แม้กระทั่ง ประเทศเวียดนาม ถ้าเรายังขัดแย้งแตกแยกกันอยู่อย่างนี้ ผมว่าไม่กี่ปีข้างหน้าเราก็จะต้อง ตามหลังเขาอีกเช่นเดียวกัน ตรงนี้ละครับในฐานะที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายในสภาแห่งนี้ เราต้องยอมรับในความเป็นจริงว่าส่วนหนึ่งความแตกแยก ของสังคมที่เกิดขึ้นมานั้นเกิดขึ้นมาจากการเมือง วันนี้เราทะเลาะกันพอแล้วหรือยังครับ เราสร้างความเสียหายให้กับชาติบ้านเมืองพอแล้วหรือยังครับ ถ้าท่านคิดว่าวันนี้พอแล้ว ถ้าวันนี้ท่านคิดว่าบ้านเมืองเสียหายมากแล้ว ถ้าท่านคิดว่าวันนี้พี่น้องคนไทยควรจะมีชีวิต เป็นปกติสุขแล้ว ผมอยากเรียกร้องให้ทุกคนหันเข้ามาสร้างความสมานฉันท์หาวิธีการที่จะ ปรองดองเพื่อนําความผาสุกมาสู่พี่น้องประชาชน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการ ที่เราจะตั้งขึ้นมานั้นจะพูดกันด้วยเหตุด้วยผล นําเหตุผลไปประมวลเพื่อหาข้อยุติเพื่อให้ได้ ทางออกที่ดีที่สุด บางครั้งเราต้องลดทิฐิลงบ้าง ไม่มีเหตุผลของใครจะถูก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่มีใครที่จะผิดไปทั้งหมด อะไรที่มันรับกันได้ทั้ง ๒ ฝ่าย ยินยอมกันได้ เห็นว่าถ้ามันทํา ไปแล้วจะเกิดเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ผมสนับสนุนครับที่จะให้คณะกรรมาธิการ และสภาแห่งนี้ได้ดําเนินการตามวิถีของประชาธิปไตยเพื่อนําความสงบสุขมาสู่สังคม และบ้านเมืองของเรา ขอบพระคุณครับ