รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท พูดเรื่องการปรองดองในสภา และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการพิจารณาความคิดที่ไม่ถูกต้องในการสร้างความแตกแยกและความรุนแรง
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณคุณสุนัยด้วยนะคะ รู้สึกสัปดาห์นี้มาท่านมีพฤติกรรมที่น่ารักมากค่ะ ขอบพระคุณ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อกลางวันนี้ที่ดิฉัน ได้ถอนการรับรองญัตตินี้ไม่ได้หมายความว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับการปรองดอง ดิฉันเห็นด้วยกับ การปรองดองเพียงแต่ดิฉันไม่เชื่อว่าจะเกิดความปรองดอง ดิฉันก็กราบเรียนแล้วตอนที่ดิฉัน เซ็นรับรองนะคะว่าดิฉันไม่เชื่อหรอก แต่ดิฉันก็เซ็นรับรองให้ครบเพื่อที่จะได้มีการอภิปราย ได้มีการพูดจากัน แม้จะไม่เชื่อแต่ดิฉันก็ไม่ขัดขวางนะคะ มีบางท่านบอกว่าจะมีคนออกมาขัดขวาง ดิฉันต้อง เรียนว่าดิฉันไม่ขัดขวางแน่นอน เพียงแต่ว่าไม่เชื่อว่าจะเกิดความปรองดองขึ้นมาได้ เพราะว่า อย่างน้อยที่สุดเราต้องดูพฤติกรรมที่มันเกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันนี้ ออกไปหน้าสภาจะเห็นค่ะ ป้ายอยู่ฝั่งตรงข้ามสภาเขียนอะไรเยอะแยะเลย ซึ่งมันไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอย่างนั้น ก็ต้องดูว่าป้ายอย่างนั้นหมายถึงอะไรกัน แล้วก็ที่จริงมันไม่ใช่ว่าสภาเราไม่เคยตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา เราเคยศึกษาชุดใหญ่ในฐานะของรัฐสภา มีทั้ง ส.ส. และ ส.ว. แล้วก็มีคณะกรรมการชุดใหญ่ซึ่งรัฐบาลตั้งขึ้นมาในนามของรัฐบาลเองก็ตาม แล้วเราก็ไม่เคย ได้ปฏิบัติสิ่งเหล่านั้นเลย เพราะฉะนั้นพอมาถึงคราวนี้เฉพาะสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ลองดูนะคะ ก็ไม่เป็นอะไร เพียงแต่ดิฉันคิดว่าและอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เชื่อนี่ก็คือเรื่องของการที่จะปรองดอง มันต้องมีพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน เคารพความแตกต่างของกันและกัน มันต้องเริ่มมาจากความเคารพกันนะคะ ถ้าหลายคนเราจะเห็นว่าบางคนเริ่มมาจาก ความผูกใจเจ็บ เริ่มมาจากความเจ็บแค้น เริ่มด้วยการกล่าวหากัน ให้ร้ายกัน ท่านประธานคะ มันก็ต้องตามมาด้วยการเอาคืน ซึ่งอย่างนี้ปรองดองไม่ได้แน่นอน ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่า การที่จะปรองดองกันเราต้องมาพูดกันโดยไม่บิดเบือนประวัติศาสตร์ สิ่งที่เกิดขึ้นมันต้องดู มันมีความต่อเนื่อง อย่าตัดตอนประวัติศาสตร์ แล้วก็อย่าเอาข้อความบางตอนตัดตอน คําบางตอนมาพูดปรากฏการณ์บางอย่างเท่านั้น ถ้าอย่างนี้ดิฉันก็เคยเรียน เมื่อสักครู่นี้ ได้ประท้วงท่านผู้อภิปรายว่ามันเป็นการพูดด้านเดียว แล้วตอนหลังมาก็พูดอีกด้านหนึ่ง ท่านก็ประท้วงเหมือนกัน ถ้าเราพูดความจริงกันทีละด้านหรือคนละด้านมันก็จะเป็นปัญหา เหมือนกัน เพราะที่จริงแล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันมีสาเหตุมาจากหลายอย่าง ทุกคนมี เหตุผลของตัวเองนะคะ เพราะฉะนั้นอย่ามองด้านเดียว ดิฉันฝากข้อคิดเอาไว้ เพราะถ้ามอง ด้านเดียวมันจะแก้ไม่ได้ มองแต่ด้านตัวเอง แล้วก็ต้องทะเลาะกันอยู่ดี ต้องมองทุกด้านนะคะ แล้วถ้าเราจะปรองดองกันมันต้องวางทุกอย่างเอาไว้ แล้วถอยออกไป แล้วก็ต้องไปมอง ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ทบทวนสิ่งที่ผ่านมาว่าความแตกแยกเกิดจากอะไร ต้องหยุดพฤติกรรมที่ ตอกลิ่มความแตกแยกนั้นตอกลิ่มการแบ่งแยกอย่างจงใจ เมื่อ ๒ วันนี้เองที่อําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ บ้านดิฉันเอง อยู่ห่างจากสํานักงานดิฉันไม่ถึง ๕๐ เมตร ก็มีการไปเปิดเวที เปิดเวทีเสื้อแดงไม่เป็นอะไรค่ะ ดิฉันปกติก็เป็นคนชอบไปนั่งฟังอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าดิฉันก็ถามว่า มีสาระอะไรบ้าง สาระที่พูดก็คือ ก็พูดสาระเดิม ๆ ปลุกระดมเรื่องราชประสงค์ ก็คือสิ่งที่ ผ่านมาแล้ว แล้วก็พูดซ้ํา ๆ อยู่อย่างนั้นแหละ เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นมีผู้มีเกียรติจาก จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านบอกว่าปัญหาเกิดจากการเมือง ดิฉันขอพูดให้ชัดเจนว่าปัญหาของ บ้านเมืองเกิดจากนักการเมืองก็ต้องแก้ด้วยนักการเมือง จริงหรือเปล่าดิฉันไม่แน่ใจนะคะ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนท่านว่าปัญหาของผู้กระทํา ของผู้ถูกกระทํา ประชาชนเป็น ผู้ถูกกระทํา ดิฉันไม่ติดใจค่ะสําหรับประชาชนนะคะว่าประชาชนจะเข้าใจอย่างไร ประชาชนนี่ไม่ยากค่ะ ถ้าท่านไปดําเนินการแล้วก็ให้ความคิดที่ถูกต้องก็จะไม่เป็นปัญหา มันเป็นปัญหาอยู่ที่หัวขบวน เพราะฉะนั้นเราก็คงจะต้องพูดกันว่าเราจะต้องทําอย่างไร อยากจะกราบเรียนท่านว่าถ้าผู้ที่กระทําความรุนแรง ผู้ที่สร้างความแตกแยกมาพูดเรื่อง การปรองดอง มันก็เหมือนกับคนเป็นเกลื้อนมาโฆษณาขายยาแก้เกลื้อนค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันกราบเรียนท่านว่าถ้าเราจะพูดถึงปรองดองให้ล้างความผิด ล้างมลทิน โดยไม่ล้างความคิดเป็นไปไม่ได้ ดิฉันก็เลยอยากจะเรียนท่านฝากคณะกรรมาธิการนี่นะคะว่า ฝากคณะกรรมาธิการคุยกันหน่อยค่ะว่าต้องคุยกันว่าความคิดที่มันไม่ถูกต้องมีอะไรบ้าง ต้องคุยเรื่องความคิดก่อน อย่างเช่น ถ้าบอกว่าคนลําปางไม่ชอบท่านชวนก็เลยปาไข่ อันนี้ดิฉันเพิ่งจดเดี๋ยวนี้เอง อย่างนี้เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง ชอบไม่ชอบก็ทําอย่างนี้ไม่ได้ หรือถ้าการข่มขู่คุกคามคนอื่นใครก็ได้ที่ทําไม่ถูกใจ อย่างนี้ไม่ได้นะคะ พูดจาหยาบคายกับ ใครก็ได้ ไม่ได้นะคะ พูดเพราะไม่ชอบใจอย่างนี้ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องคุยกันว่ามีความคิด ที่ผิด ๆ หรือพูดถึงเรื่อง ๒ มาตรฐาน พูดแต่เอาประโยชน์ส่วนตนก็ไม่ได้ ต้องเข้าใจว่า ๒ มาตรฐานคืออะไร ต้องเข้าใจว่าคนละมาตรฐานคืออะไร ต้องเข้าใจคําว่าไม่มีมาตรฐาน คืออะไร ถึงจะพูดกันได้นะคะ แล้วก็พูดถึงความคิดที่ผิด ๆ เสีย แล้วล้างให้ได้ก่อนแล้วค่อย หาทางปรองดอง เพราะฉะนั้นดิฉันก็กราบเรียนท่านนะคะว่าตอนนี้อย่าเพิ่งมีธงอะไรเลย ไปพูดคุยกันเสียก่อนแล้วทําให้ได้ดิฉันเอาใจช่วย ขอบคุณค่ะ