สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องน้ำท่วม โดยเน้นย้ำว่าน้ำท่วมมีมิติหลายด้าน และไม่เห็นควรปิดการอภิปราย รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เสนอข้อเสนอ 6 ข้อเพื่อฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการ โดยมุ่งเน้นไปที่การป้องกันผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจิตของประชาชน

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านไปแล้วนะคะ เพราะเรื่องที่จะอภิปรายจะเกี่ยวข้องกับท่านค่ะ แต่ไม่เป็นอะไรท่านก็คงฟังอยู่ข้างนอกนะคะ ต้องเรียนว่าที่จริงแล้ว เรื่องน้ําท่วม ขอบพระคุณค่ะท่าน เรื่องน้ําท่วมเป็นเรื่องที่มันมีมิติ หลายมิติ ดิฉันถึงไม่เห็นว่าทําไมถึงจะต้องมีการปิดการอภิปราย เพราะว่าแต่ละมิติจะมี ความแตกต่างกัน ดิฉันรอมาตั้งแต่ตอนที่เปิดตามมาตรา ๑๗๙ แล้ว แต่ไม่มีโอกาส ก็เลยมา ถือโอกาสในวันนี้ค่ะท่านประธาน ว่าที่จริงแล้วนะคะ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูอุตสาหกรรม โดยมีภารกิจที่เร่งด่วนก็คือ การกู้นิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ําท่วม จากมติดังกล่าวก็จะมีตัวแทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตัวแทนของนิคมทั้ง ๗ แห่งที่ได้รับผลกระทบทั้งหลายให้มีการวางแผนกู้นิคมอุตสาหกรรม กลับมาทันที แล้วก็ เพื่อ นะคะ บอกว่าเพื่อให้กลับมาดําเนินการผลิตได้โดยเร็ว เพื่อรักษา มาตรฐานการผลิตและความน่าเชื่อถือของประเทศด้านการลงทุน และรับคนงานกลับเข้า ทํางานให้เร็วที่สุด ซึ่งคณะกรรมการก็มีข้อสรุปว่าเมื่อน้ําเริ่มลดระดับลง นิคมต้องการไฟฟ้า สําหรับเครื่องสูบน้ําออกจากนิคม โดยปัจจุบันนิคมเริ่มยกคันดินรอบนิคมให้สูงและแข็งแรงมากเพื่อที่จะสูบน้ําออก ข่าวอย่างนี้ค่ะ ท่านประธาน การที่นิคมจะสูบน้ําออกอย่างนี้ สร้างความวิตกกังวลให้กับพี่น้องประชาชนต่อ ชุมชนที่อยู่รอบนิคม ซึ่งมีอาชีพและความเป็นอยู่หลากหลายนะคะ เช่น ทํานา ทําสวน หรือเป็นชุมชนดั้งเดิมอยู่มาช้านาน เขาก็เกรงว่าน้ําที่สูบออกจากโรงงานและนิคมนั้น จะมีสารปนเปื้อนมลพิษซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิต โดยเฉพาะโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการปนเปื้อนจากบ่อบําบัดน้ําเสีย เตาเผาสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ แล้วเขาก็เป็นห่วงเป็นกังวล เขาก็มีการพูดคุยกัน รวมทั้งพวกแรงงานแล้วก็ชุมชน ก็มีการจัด ประชุมกันเมื่อวันพุธที่ ๙ สัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขาจะเรียกร้องอย่างไร โดยใช้ชื่อโครงการ บอกเขาจะเสวนาทางออกกู้นิคมอย่างไรให้ปลอดภัย นั่นก็คือปลอดภัยในชีวิตของเขา สุขภาพอนามัยของเขานะคะ อันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องเทคนิคอะไรทั้งสิ้นเลย เพราะมีการจัด เสวนากันก็จะมีหลายกลุ่ม เราก็เชิญกลุ่มต่าง ๆ เข้ามานะคะ วันนั้นก็จะมีทั้ง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สมาคมพิษวิทยา แล้วก็ตัวแทนจากแรงงานนะคะ แล้วก็มีจาก สถาบันพระปกเกล้า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วก็มีกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษของกรีนพีซ (Greenpeace) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีหลายกลุ่มค่ะท่านประธาน ที่มาพูดคุยกัน แต่บังเอิญว่าในขณะที่เขาพูดคุยกันอยู่นี่นะคะ วันนั้นเป็นวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วก็ไปกดปุ่มระบายน้ําจาก นิคมอุตสาหกรรม เวทีนี้เขาก็ตกใจนะคะ เขาโทรศัพท์มาหาดิฉัน ดิฉันก็บอกไม่ทราบ เขาก็มี การสรุปการสัมมนากันนะคะว่าการสัมมนาของเขา เขามีความเป็นห่วง เขามีความกังวล อยู่มาก เช่น ขาดข้อมูลข่าวสารที่มาเปิดเผยให้กับประชาชนทราบว่าโรงงานแต่ละประเภทมี สารเคมีอันตรายและขยะอันตรายหรือไม่ จํานวนเท่าใด มีการรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อม หรือไม่ มีการจัดการหรือไม่ก่อนที่จะปล่อยออกไป โดยเฉพาะตอนนี้กําลังจะทยอยระบาย ออกนะคะ และ

ข้อ ๒ มีปัญหาด้านสังคม ได้แก่ มีค่าใช้จ่ายในการจัดการของชุมชนเอง สุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสัมผัสสารพิษ ผลผลิตจะมีปัญหา เพราะการปนเปื้อนสารพิษในที่ทํากิน การทําความสะอาดบ้านที่มีคราบน้ํามันหรือมีสารพิษ ตกค้าง ขาดน้ําในการอุปโภคบริโภค ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการจัดการ ไม่เชื่อมั่นในการ ทํางานของรัฐและนิคมอุตสาหกรรม

ท่านประธานคะ ดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการที่มีชื่อว่าคณะกรรมาธิการพัฒนา การเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน เห็นได้ชัดเจนค่ะว่าปัญหา ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเวลามีปัญหาระหว่างรัฐกับประชาชน สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือรัฐไม่ได้ให้ ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ได้ให้ข้อมูลกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่คลองสามวา หรือปัญหาบิ๊กแบ็ก (Big bag) นะคะ ไม่ใช่บิ๊กฟุต (Big foot) บิ๊กฟุตนี่เป็นการข่มขู่ บิ๊กแบ็ก ก็ไม่มีการพูดคุยกัน สุดท้ายมาพี่น้องประชาชนก็จะมีปัญหาและไม่เข้าใจกัน แล้วก็ปัญหา เรื่องของเวทีเสวนากู้นิคมอย่างไรให้ปลอดภัย เขามีความกังวลในเรื่องการรั่วไหลของสารพิษ สู่ระบบนิเวศ และสะสมอยู่เป็นเวลานาน การปนเปื้อนในแหล่งผิวดิน ใต้ดิน สําหรับ การดําเนินการของรัฐก็ยังไม่ทราบแนวทางที่ชัดเจน การบังคับใช้กฎหมายด้านการป้องกัน สิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียอันตราย ตลอดจนการให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสาร เพราะฉะนั้นปัญหาดังกล่าวมันก็มีทั้งปัญหาในด้านเทคนิคและปัญหาในทางนโยบาย ปัญหาทางนโยบายรัฐบาลควรจะมีแนวทางในการกู้นิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ําท่วม เขามีการเสนอด้วยนะคะว่า

ข้อแรก รัฐบาลควรเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ได้ทราบว่ากรรมการเหล่านี้ประกอบด้วยใครบ้าง และกรรมการนี้ก็ควรมีตัวแทนมาจากหลายภาคส่วน ควรประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ เพราะการจัดการของเสียเป็นเรื่องของทางเทคนิค

ข้อ ๒ ควรเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนทราบ และสื่อสารผ่านช่องทางสาธารณะโดยไม่ทําให้ประชาชนตื่นตระหนก

ข้อ ๓ โรงงานทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรมที่กําลังจะถูกน้ําท่วม รัฐบาลควรเข้าไปแนะนําการป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีและของเสียอันตราย

ข้อ ๔ ควรมีการปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่เรื่องการแก้ปัญหาและ การตัดสินใจที่ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมนะคะ

ข้อ ๕ ผู้มีส่วนได้เสียจากภาคส่วนต่าง ๆ ควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการ ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือการนิคมอุตสาหกรรม

ข้อ ๖ รัฐบาลควรมีแนวทางบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมและคราบน้ํามัน ตามหลักวิชาการอย่างชัดเจน

ข้อ ๗ การกู้นิคมอุตสาหกรรมย่อมมีผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง รัฐบาลอาจมีการตั้งกองทุนเร่งด่วนเพื่อการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ท่านประธานคะ อยากจะกราบเรียนว่าในวันเสวนาวันนั้นมีการเชิญ หน่วยราชการที่รับผิดชอบมาด้วยที่ดิฉันจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีก็คือ เชิญกรมควบคุมมลพิษ มาด้วย แต่ไม่ได้มา เพราะฉะนั้นข้อเสนอเหล่านี้ก็เลยอาจจะยังไปไม่ถึงท่าน แต่ที่สุด ในเวทีตรงนี้เขาก็มีจดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งดิฉันจะขออนุญาต มอบจดหมายเปิดผนึกนี้ผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะว่าเขา มีการลงรายชื่อกันด้วยว่ามีใครบ้างที่ลงชื่อกันในนามองค์กรต่าง ๆ เขาก็จะมีข้อเสนอในเรื่อง การฟื้นฟูกู้นิคมอุตสาหกรรม มีอยู่ ๖ ข้อ ดิฉันขออนุญาตอ่านเร็ว ๆ ว่า

๑. ทุกฝ่ายเห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยการกู้นิคมอุตสาหกรรม ทั้งหมดที่ถูกน้ําท่วม เพื่อให้แรงงานมีงานทําและสร้างความเชื่อมั่นต่อต่างประเทศ

๒. เนื่องจากในนิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่งมีโรงงานที่มีสารเคมีและ ขยะอันตราย ทั้งที่เก็บสํารองและอยู่ระหว่างการดําเนินการผลิตจํานวนมาก ขณะที่น้ําท่วมมา อย่างฉับพลัน รวมทั้งของเสียที่อยู่ในกระบวนการบําบัด ดังนั้นก่อนสูบน้ําออกสู่ชุมชน รัฐบาลจําเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อมูลและมีกระบวนการตรวจสอบความเป็นอันตราย ในทางวิชาการอย่างครบถ้วนชัดเจน รวมถึงมีการจัดการก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งนี้ โดยอาศัยข้อมูลสารอันตรายที่ใช้อยู่ในแต่ละโรงงานของแต่ละนิคมประกอบกับ การประเมินความเสี่ยง ติดตาม ตรวจสอบ

๓. ให้มีนักวิชาการและภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ในกระบวนการตรวจสอบเพื่อประเมินข้อมูลและประเมินผลตรวจสอบในแต่ละนิคม เพื่อป้องกันผลเสียต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นต่อทุกภาคส่วน

๔. ในระหว่างรอการฟื้นฟูนิคม ขอให้รัฐบาลรับผิดชอบดูแลแรงงานที่ได้รับ ผลกระทบจากภาวะน้ําท่วม

๕. ให้รัฐบาลมีมาตรการที่ชัดเจนในการดูแลชุมชนที่อยู่รอบอุตสาหกรรม ที่ถูกน้ําท่วม

๖. สําหรับโรงงานที่อยู่ในและนอกนิคมอุตสาหกรรมและศูนย์บําบัดของเสีย อันตรายที่อาจถูกน้ําท่วม ขอให้รัฐบาลมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีและของเสีย อันตรายอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

มี ๖ ข้อค่ะท่านประธาน แต่ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่านี่เป็นความกังวล ของประชาชนตัวเล็กตัวน้อย ซึ่งโดยปกติแล้วเขาก็หาที่ที่จะไปเสนออย่างนี้ได้ยาก แต่เขามี เวทีของเขาเอง แล้วเขามีข้อมูล เพราะว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นแรงงานที่อยู่นิคมรอบ ๆ แถวนั้น ละค่ะ แล้วเขาก็อพยพออกมาอยู่แถวหน้านิคม ข้าง ๆ นิคม สร้างครัวสร้างศูนย์ขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยเหลือกันเอง เมื่อเขาทราบว่านิคมจะกอบกู้เขาดีใจ แต่เขาก็กังวลอย่างที่เรียนว่า น้ําที่ขังอยู่แรมเดือนอย่างนั้นก็จะมีสารเคมี ซึ่งแม้ว่าโรงงานจะบอกว่าเขาจัดเก็บดีแล้วก็ตาม แต่แรงงานเขาทราบค่ะท่านว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ที่ไหนบ้าง อาจจะจัดเก็บอย่างดี หรืออาจจะ จัดเก็บไม่ทัน เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านค่ะว่าเป็นจดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายกรัฐมนตรี แต่ก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยว่า หน่วยงานของท่านมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถ้าจะให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และไม่กังวลกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมันมีปัญหาต่อสุขภาพจิต มันไม่ใช่เฉพาะเรื่องของสิ่งแวดล้อม หรือสภาพแวดล้อม หรือทางด้านวัตถุอย่างเดียว เรื่องสุขภาพจิตความกังวลเหล่านี้ถือว่า เป็นปัญหาสําคัญที่บั่นทอนสุขภาพ บั่นทอนวิถีการดําเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณค่ะ สวัสดีค่ะ