สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๓ กันยายน ๒๕๕๓

(เนื่องจาก นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีสมาชิก ลงชื่อเข้าประชุมแล้วขณะนี้นะครับ ๑๓๐ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดําเนินการประชุม ตามระเบียบวาระเลย วันนี้คงไม่หารือแล้วนะครับ จะเข้าระเบียบวาระเลย

ก่อนเข้าสู่การพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถาม ผมก็ได้รับหนังสือจาก สํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอเลื่อนลําดับการตอบกระทู้ถามลําดับที่ ๑.๑.๓ ขึ้นมาต่อจากกระทู้ถามลําดับที่ ๑.๑.๑ ซึ่งกระทู้ถามทั้ง ๒ เรื่องเปึนเรื่องเกี่ยวกับงาน ในหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยท่านนายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนผู้รับผิดชอบตอบกระทู้ถาม เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความประสงค์จะขอตอบ กระทู้ถามดังกล่าวให้ต่อเนื่องกันนะครับ ถ้าท่านสมาชิกท่านใดไม่ขัดข้องหรือเห็นเปึนอย่างอื่น ก็จะดําเนินการตามนี้นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๗๑ เรื่อง ความคืบหน้าการก่อสร้าง ฝายกั้นน้ําแม่ทา จังหวัดลําพูน (นายสถาพร มณีรัตน์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็มอบหมายให้ตัวแทนท่านมาตอบนะครับ มาพร้อมหรือยังครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้วนะครับ

เชิญท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน กระผมต้องขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งอดีตประวัติของท่านนั้นเปึนผู้รอบรู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรโดยเฉพาะ การชลประทาน ก็ถือว่าเปึนเพชรเม็ดงามของฝ์ายบริหารคนหนึ่งที่มาจากข้าราชการ มาเปึนผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพ มันเปึนความขมขื่น ความเจ็บปวดของพี่น้องจังหวัดลําพูน โดยเฉพาะพี่น้องในเขตอําเภอแม่ทา จังหวัดลําพูน ซึ่งผมจําเปึนที่จะต้องยื่นกระทู้ถาม ซึ่งกระทู้ถามชุดนี้นั้นผมยื่นทุกป้แล้วก็ได้รับคําตอบ ทุกป้ แต่ไม่มีผลทางการปฏิบัติ ป้ที่แล้วผมก็ยื่นเรื่องของการสร้างฝายกั้นลําน้ําแม่ทา ซึ่งก็ได้รับปากรับคําเรียบร้อยว่าจะมีงบประมาณไปจัดสรร ท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ลําน้ําแม่ทานั้นมีความยาวประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ขุนน้ํากําเนิดที่กิ่งอําเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ไหลผ่านอําเภอแม่ทา มาบรรจบลําน้ําป่ง ลําน้ํากวง ที่บ้านสบทา ตําบลป์าซาง อําเภอป์าซาง จังหวัดลําพูน ได้หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของพี่น้องในจังหวัดลําพูนโดยเฉพาะอําเภอแม่ทา โดยเขตอําเภอ แม่ทานั้นมีพื้นที่เกษตรหรือพื้นที่รับน้ําที่สามารถพัฒนาได้นั้นประมาณ ๔๖๐,๐๐๐ ไร่ โดยประมาณ มีการปลูกพืชที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตให้กับพี่น้องถึง ๑๒ ชนิด ท่านประธาน ที่เคารพ พืช ๑๒ ชนิดนั้นก็ได้ใช้ลําน้ําแม่ทาเปึนลําน้ําหลัก ซึ่งได้แก่ข้าวนาป้ โดยพื้นที่ ทิ้งร้างบ้าง ได้ทําบ้างตามยถากรรมประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าไร่ ข้าวนาป้ ข้าวโพดฝักอ่อนประมาณ ๕๕,๐๐๐ ไร่ ข้าวนาป้ตามด้วยหอมแดง กระเทียม ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ไร่ และลําไยประมาณ ๕๔,๐๐๐ ไร่ นอกนั้นก็เปึนที่ชุมชน ที่ก่อสร้าง ที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ นี่คือภาพรวมของลําน้ําแม่ทา ที่ไหลผ่านในเขตอําเภอแม่ทามาบรรจบที่อําเภอป์าซาง ทุกป้เนื่องจากลําน้ําแม่ทานั้นเปึน ลําน้ําสั้น ๆ ความเร็วของน้ํานั้นแรง เมื่อฤดูน้ําหลากหรือฤดูฝนจะพัดเอา ๒ ฝัืงของลําน้ํา แม่ทาเสียหาย ทั้งเรือกสวนไร่นา รวมทั้งตลิ่งพัง รวมทั้งสถานที่ที่พี่น้องประชาชนได้สร้าง ที่อยู่อาศัยพังทุกป้ แล้วก็มีการไปเยี่ยมตรวจทุกป้ แจกถุงยังชีพทุกป้ ขุดลอกทุกป้ แต่ไม่สร้างฝายครับ ฝายที่สร้างนั้นมีอยู่ฝายเดียวที่สร้างเปึนรูปธรรมก็คือฝายสบทา ซึ่งห้วงเวลานั้น พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ไปประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดลําพูน อนุมัติวงเงินทั้งหมดประมาณ ๖๐-๗๐ ล้านบาท สร้างเสร็จแล้วก็ได้เปึนประโยชน์ในเขต หมู่บ้านสบทา อย่างน้อยก็มีประตูผันน้ํา มีบานเป่ดป่ดที่ใช้ระบบไฟฟัาและมีระบบเตือนภัย ที่ทําให้พี่น้องประชาชนพอที่จะบรรเทาในเรื่องของอุทกภัย แต่ลําน้ําแม่ทาจริง ๆ ที่จะต้องกั้น ท่านประธานอย่าหาว่าผมเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนเลยครับ ความต้องการจริง ๆ ที่พี่น้อง ประชาชนจากประสบการณ์ตรงนั้นเขาต้องการฝายทั้งหมด ๕ ฝาย เพื่อเปึนการเบรกน้ํา ที่แรงและเร็ว ฝายทั้งหมด ๕ ฝายนั้นมีการตั้งงบประมาณ มีการขอทุกป้ ท่านประธาน ที่เคารพผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลําน้ําแม่ทานั้นตั้งอยู่ ในที่สูงครับ ถ้าพูดเปึนภาษาชาวบ้านในเขตอําเภอแม่ออน แล้วไหลลงที่อําเภอสบทา ใช้ความสูงจากต้นน้ําถึงปลายน้ําประมาณ ๕๐-๖๐ เมตร ซึ่งเมื่อปริมาณน้ําไหลลงมา ไม่มีฝายเบรกน้ําเจอที่ไหนมันก็ไหลก็พังทุกป้ครับ แล้วก็แปลกครับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเอาสถิติย้อนหลังการขุดลอกลําน้ําแม่ทา สถิติย้อนหลังจะใช้เงินอยู่ประมาณ ๑๘๐ ล้านบาท ๓ ป้ เงินจํานวนนี้ถ้าเอามาสร้าง ฝายกั้นน้ํา เอามาพัฒนาบริเวณกันลําน้ําจะครบเลยครับ จะบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้อง จะทําให้มีน้ําใช้และน้ําแม่ทาจะไหลตลอด ๑๒ เดือน นี่คือความต้องการ ของพี่น้องประชาชน ผมเองนั้นปรารถนาสูงสุดที่ตั้งกระทู้ถามแห้งในวันนี้ เพื่อต้องการ ปรารถนาให้ลําน้ําแม่ทาไหล ๑๒ เดือน และสามารถทําให้พี่น้องในเขตอําเภอแม่ทา มีน้ําเพื่อการเกษตร หน้าฝนไม่ต้องหวาดผวากับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงต้อง ตั้งคําถามท่านรัฐมนตรีเปึนประการแรกว่า

คําถามที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้ง งบประมาณบูรณาการสร้างฝายลําน้ําแม่ทากี่ฝาย เปึนคําถามที่ ๑ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้เปึนผู้มาชี้แจงตอบกระทู้ถามในเรื่องความคืบหน้าการก่อสร้างฝายกั้นน้ําแม่ทา จังหวัดลําพูน ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดลําพูน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านสถาพร มณีรัตน์ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่านสถาพร มณีรัตน์ เปึนอย่างสูงที่ท่านมีความห่วงใย ต่อพี่น้องประชาชนและต่อเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดลําพูน จะเห็นว่าที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าท่านไม่ได้ตั้งกระทู้ถาม เมื่อมีการอภิปรายเกี่ยวกับพืชผลการเกษตร ท่านสถาพร จะเปึนผู้อภิปรายด้วยความห่วงใย และให้ข้อเสนอแนะที่ดีมาตลอดเวลา นอกจากนั้นแล้วเมื่อพบกันท่านกรุณาได้สอบถาม ในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องแหล่งน้ํา เรื่องปัญหาของพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอดนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยที่ท่านห่วงใยพี่น้องเกษตรกรของผม ต้องขออนุญาต กราบเรียนให้เห็นภาพสักนิดหนึ่ง ผมคิดว่าในพื้นที่ท่านก็ชํานาญอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ผมขอเรียนภาพให้เห็นสักนิดว่าในจังหวัดลําพูนเองซึ่งเรามีพื้นที่ของจังหวัดลําพูน ประมาณ ๒.๘ ล้านไร่ เปึนพื้นที่การเกษตรอยู่ที่ประมาณ ๖๒๖,๐๐๐ ไร่เศษ เราได้มี การพัฒนาเปึนระบบชลประทานแล้ว ก็มีเพียงประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ หรือคิดเปึนสัดส่วน ต่อพื้นที่การเกษตรแล้วก็ประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ในจังหวัดลําพูนมีลุ่มน้ํา ที่สําคัญลุ่มน้ําหลักไหลผ่าน ๔ สาย คือตั้งแต่แม่น้ําป่ง แม่น้ําแม่กวง แม่น้ําลี้ แล้วก็แม่น้ําแม่ทา ซึ่งก็เปึนลําน้ําหนึ่งที่ท่านสมาชิกได้เอ่ยถึงเมื่อสักครู่นี้ ผมอยากเรียนว่าในลุ่มน้ําแม่ทานั้น ซึ่งเรามีพื้นที่การเกษตรอยู่ และมีพื้นที่ชลประทานเพียงน้อยนิดถ้าเทียบสัดส่วนแล้ว ก็ประมาณสัก ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์เอง ก็คือพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการขนาดกลาง คือแม่เมย ซึ่งมีพื้นที่อยู่ที่ประมาณ ๓,๗๐๐ ไร่เท่านั้นเอง จะเห็นว่าในลุ่มน้ําแม่ทานั้น ตามที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่ ก็เปึนต้นน้ําอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่สภาพของท้องน้ํา ค่อนข้างที่จะลาดชัน ถ้าท้องน้ําก็ประมาณ ๑ : ๖๐๐ ลาดชัน ซึ่งจะเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมา ในลุ่มน้ําแม่ทาเองนั้นได้มีฝายต่าง ๆ อยู่มากมาย ซึ่งก่อสร้างโดยกรมชลประทานบ้าง ก่อสร้างด้วยราษฎรเองบ้าง หรือก่อสร้างโดยหน่วยราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเท่าที่รวบรวม ข้อมูลก็มีถึงอยู่ประมาณ ๓๕ ฝาย แต่บางฝายก็ยังไม่มีพื้นที่ได้รับประโยชน์หรือทําระบบ กระจายน้ําให้กับพี่น้องเกษตรกร ทีนี้ในลุ่มน้ําแม่ทานั้นเรามองว่าการจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ มันน่าจะมีอ่างเก็บน้ําขนาดกลางอีก ๑ แห่งที่คิดว่าควรจะดําเนินการ ก็คืออ่างเก็บน้ํา แม่สะป็วดที่ตําบลทาสบเส้า อําเภอแม่ทา จังหวัดลําพูน ซึ่งโครงการนี้กรมชลประทาน ได้ศึกษาออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็อยู่ในขั้นตอน เนื่องจากว่าพื้นที่ของอ่างเก็บน้ํานี้ อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ําชั้น ๑ เอ (1A) ซึ่งจําเปึนจะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ได้ไปดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย คือต้องให้คณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้เห็นชอบ ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้ผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชํานาญการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม จึงทําให้ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ ถ้าได้รับอนุมัติตรงนี้ผมเชื่อว่าอ่างเก็บน้ําแห่งนี้ ซึ่งมีความจุประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรก็คงจะเปึนแหล่งต้นน้ํา อ่างเก็บน้ํา แม่สะป็วด ก็เปึนสาขาหนึ่งของลุ่มน้ําแม่ทา คงจะเปึนแหล่งต้นน้ําให้กับลุ่มน้ําแม่ทาอีกด้วย ทีนี้ถ้าเราจะมองว่าแล้วที่กรมชลประทานจะดําเนินการในเรื่องเหล่านี้อย่างไรต่อไป

สําหรับประเด็นที่ว่าเรามีแผนที่จะดําเนินการเหล่านี้หรือไม่ ผมอยากกราบเรียนว่า ในลุ่มน้ําแม่ทาในป้ ๒๕๕๓ นั้น ซึ่งเราได้มีการดําเนินการก่อสร้างในลุ่มน้ําแม่ทา ตามงบประมาณที่ได้รับอยู่ ๖ แห่งด้วยกัน แต่ก็เปึนเรื่องของการทําระบบส่งน้ําเพิ่มเติม เช่น ผมยกตัวอย่างว่าทําระบบส่งน้ําจากฝายดอยครั่ง ระบบส่งน้ําของห้วยแม่ป์าคา มีฝายอยู่ที่เดียวเองครับที่ทําในป้ ๒๕๕๓ คือฝายผาเวียงพร้อมระบบส่งน้ําที่ ตําบลทาขุมเงิน อําเภอแม่ทา นอกจากนั้นในเรื่องของการปัองกันและบรรเทาภัย มีการสร้างประตูระบายน้ํากิ่วมื่น ที่บ้านกิ่วมื่น ตําบลมะกอก อันนี้อยู่ในอําเภอป์าซาง ซึ่งก็ดําเนินการอยู่นะครับ ทั้งหมดที่ทําในป้ ๒๕๕๓ นั้นโดยสรุปว่าก็คงมีฝายอยู่ตัวเดียว นอกนั้นคือเปึนการดูแลในเรื่องระบบที่มีฝายเดิมอยู่แล้ว ซึ่งจะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น ตรงนี้อีกประมาณ ๑๑,๐๐๐ ไร่ โดยประมาณนะครับ และถามว่าเรามีแผนที่จะทําตามที่ท่าน ได้เรียนเมื่อสักครู่มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ขออนุญาตกราบเรียนว่าโดยแผนที่ทาง กรมชลประทานได้วางแผนไว้ ซึ่งเราเห็นความจําเปึนตรงกับท่าน ตรงกับความต้องการ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าในลุ่มน้ําแม่ทานี้เนื่องจากสภาพอันลาดชัน และจําเปึน จะต้องทําฝายเปึนขั้นบันไดตามความต้องการของพี่น้องประชาชนก็ได้วางแผนเอาไว้ ชัดเจนว่าในระหว่างป้ ๒๕๕๔ ที่จะมาถึงนี้ ที่จริงเราวางแผนระยะยาว ป้ ๒๕๕๔ ถึงป้ ๒๕๖๐ เพราะว่าในป้ ๒๕๕๔ นี้ได้รับการจัดสรรมาก่อสร้างฝายเพียง ๑ แห่ง เท่านั้นเอง คือฝายบ้านสถานีพร้อมระบบส่งน้ํานะครับ อยู่ที่ตําบลทาปลาดุก อําเภอแม่ทา อันนี้ได้รับงบประมาณเสร็จเรียบร้อย ก็ยืนยันกับท่านเลยว่าฝายแห่งนี้เกิดขึ้นแน่นอน ในป้ ๒๕๕๔ ซึ่งอยู่ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเรียบร้อยแล้ว ในระยะต่อไป ในป้ ๒๕๕๕ ถึงป้ ๒๕๖๐ นั้นก็ยังได้วางแผนในเรื่องของการก่อสร้างแหล่งน้ํา แล้วก็ ระบบส่งน้ํา และเรื่องของสถานีสูบน้ําต่าง ๆ ไว้อีกจํานวน ๑๓ แห่ง ซึ่งสําหรับฝายนั้น ก็จะมีอยู่อีก ๑๑ แห่งที่วางแผนที่จะดําเนินการไว้นะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น ฝายบ้านนาม่วง ที่ตําบลทาสบเส้า ฝายที่บ้านสบเมย ตําบลทาขุนเงิน อีกหลายฝายครับ ๑๑ ฝายตรงนี้ มีอยู่ในแผนเรียบร้อยแล้วจะจัดสรร ไปสํารวจออกแบบเร่งรัดดําเนินการ ตรงกันครับ แต่ด้วยข้อจํากัดที่ผมกราบเรียนว่าเราก็พยายามทํา แต่ในเรื่องงบประมาณมันจํากัดก็ได้ คงไม่รวดเร็วตามที่เราต้องการ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ได้ปล่อยปละละเลยนะครับ มีความเห็นตรงกันว่าในลุ่มน้ําแม่ทานี้มีความจําเปึนที่จะต้องสร้างฝายเปึนขั้นบันไดครับ ท่านประธานครับในเบื้องต้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกผ่านท่านประธานไว้ เพียงเบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับท่านสถาพรครับ ก่อนถามคําถามต่อไป

ผมขอต้อนรับคณะครูและนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นป้ที่ ๑ วิทยาลัยเทคนิคชัยนาท จังหวัดชัยนาท ที่ได้มาเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับทุกท่าน ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ

เชิญท่านสถาพรต่อครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ต้องขอขอบคุณท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างน้อยก็ให้ความหวังของพี่น้อง ในเขตอําเภอแม่ทา คือตําบลทาปลาดุก ฝายสถานีที่ได้อนุมัติงบประมาณในป้ ๒๕๕๔ และท่านก็ได้มีแผนที่จะดําเนินการที่จะทําให้ลําน้ําแม่ทานั้นเปึนลําน้ําแห่งความหวัง ของพี่น้องในเขตอําเภอแม่ทา และอําเภอป์าซางบางส่วน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมเองนั้นจําเปึนที่จะต้องสอบถามในทางลึกว่าในส่วนของอ่างแม่สะป็วดที่ท่านกําลังทํา อีไอเอ (EIA) นั้น ประเด็นของการทําอีไอเอคือความล่าช้าในระบบครับ และสิ่งที่เปึน ความวิตกกังวลของพี่น้องก็คือว่าท่านในฐานะผู้กํากับนโยบายของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ท่านจะเร่งรัดในการทําอีไอเออ่างแม่สะป็วดของอําเภอแม่ทา จังหวัดลําพูน ให้เร่งด่วนได้อย่างไร และขณะเดียวกันนั้นในขอบเขตของอ่างแม่สะป็วดนั้นมันเปึน รอยเลื่อนแม่ทา ซึ่งเปึนรอยเลื่อนแผ่นดินไหวที่ทางส่วนต่าง ๆ มีความวิตกกังวล ตรงนี้ เราจะดําเนินการสร้างอ่างได้อย่างไร นอกจากนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมคาดหวัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในเรื่องของการผลักดันงบประมาณ ให้กับพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องในจังหวัดลําพูนก็คือการเร่งรัดในเรื่องของอีไอเอ เราหวังไว้ว่า อีไอเอที่ค้างอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนเจ้าภาพและเสนอไปยังคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ก็คือการทําอีไอเอของเขื่อนแม่งัด เขื่อนแม่กวง นี่ก็เปึนปัญหาหนึ่งคร ผมเข้าใจครับว่าประเทศไทยนั้นมันมีเวรมีกรรมในระบบราชการด้วยกัน ๓ จี (3G) จะประมูลแล้วกับหน่วยงานรัฐด้วยกันนี่ละครับ หน่วยงานหนึ่งไม่ประสานหน่วยงานหนึ่ง ก็ออกคําสั่งศาลเข้ามาชะลอไป พอกระบวนการอีไอเอชาวบ้านต้องการร้องไห้วันละ ๓ เวลา ไหว้พระ ไหว้เจ้า ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อยากให้กระบวนการในการจัดสร้างอ่าง สร้างเขื่อนให้เสร็จโดยเร็ว แต่อีไอเอนี่ละครับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี มันไม่ผ่านบอร์ด (Board) ครับ กระบวนการทําอีไอเอผมต้องถามท่านรัฐมนตรีนะครับ เพราะว่าเราจะต้องผจญภัยกับมันอีกหลายโครงการว่าเราจะจัดทําอย่างไร มันทําทั้งหมด เปึนสิบ ๆ เล่มครับ วันนั้นผมก็ได้กินหมูป์าไปขุดหลุมที่อ่างแม่สะป็วด หลุมขนาดมหึมาเลยครับ เพื่อไปทําการวิจัยรอยเลื่อนแม่ทา หมูป์าไปตกตายเลยครับ ผมต้องการจริง ๆ ว่าในระบบ ราชการไทยโดยเฉพาะท่านมีอํานาจในเรื่องของการประสานประโยชน์กับพี่น้องราษฎร อย่างนี้ เราจะทํากันอย่างไรครับท่านรัฐมนตรี ท่านได้ตอบให้ความหวังกับพี่น้อง ประชาชนว่าในฐานะที่ท่านรัฐมนตรีกํากับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเปึน เจ้าภาพในการยื่นคําร้องในการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมหรือถ้าภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า อีไอเอ ท่านมีอํานาจอย่างไรให้พี่น้องได้รู้ เพื่อจะได้นําไปบอกกล่าวว่าปัญหาอุปสรรค ในการก่อสร้างโครงการของรัฐขนาดใหญ่ก็อีไอเอ เราอยากรู้ครับ เปึนคําถามที่ ๒ ครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าในเรื่องของกระบวนการจัดทําผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอนั้น กระบวนการก็มีขั้นตอน ความสัมพันธ์มันเกี่ยวข้องกับ ๒ กระทรวง กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ก็ต้องศึกษาในเรื่องนี้นะครับ การศึกษา เรื่องนี้ก็เปึนการว่าจ้างที่ปรึกษาหรือมหาวิทยาลัยเปึนผู้ศึกษาดําเนินการ กระบวนการ เมื่อศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว กระบวนการถัดไปก็ต้องส่งให้ทาง สผ. ซึ่งอยู่ใน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนผู้พิจารณานะครับ ต้องกราบเรียนว่า ในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติซึ่งตั้งตามกฎหมาย พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมเกิดขึ้น ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๕ นั้น องค์ประกอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติก็มี ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานและมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตลอดจนผู้ชํานาญ ผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ มากมาย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึนฝ์ายเลขานุการ ในการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแต่ละครั้ง แต่ละคราวนั้นก็ตั้งคณะทํางานหรือคณะกรรมการขึ้นมาเรียกว่าคณะกรรมการ ผู้ชํานาญการ จะต้องเปึนผู้พิจารณากลั่นกรองในเรื่องนี้ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติได้พิจารณาก่อนนะครับ ฉะนั้นในกระบวนการพิจารณานั้นก็ยอมรับว่า มันเปึนกระบวนการทางวิชาการที่ค่อนข้างจะอิสระ มันไม่สามารถที่จะไปควบคุมกํากับได้ ต้องเรียนว่าในส่วนของกรมชลประทานเองนะครับ เนื่องจากว่าพื้นที่อ่างเก็บน้ําดังกล่าว อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ําชั้น ๑ เอ แล้วก็อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าดอยผาเมืองด้วยนะครับ ซึ่งกรมชลประทานได้ศึกษาเสร็จตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๑ ที่ส่งให้ สผ. นะครับ ซึ่งคณะกรรมการผู้ชํานาญการก็ได้พิจารณาเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ ก็ส่งกลับมา ที่กรมชลประทานให้พิจารณาเรื่องรอยเลื่อนตามที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้แล้วนะครับ ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานก็ได้ว่าจ้างเพิ่มเติมในการสํารวจดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ผมก็คงจะ เร่งรัดว่าขั้นตอนไปถึงไหนอย่างไร ก็จะเร่งรัดให้มีการดําเนินการเพื่อที่จะส่งไปให้ คณะกรรมการผู้ชํานาญการได้พิจารณาดูว่าการศึกษาออกมาในรูปแบบลักษณะนี้แล้ว ทางคณะกรรมการผู้ชํานาญการจะเห็นชอบหรือไม่ประการใด ซึ่งผมคิดว่าในการดําเนินการปัจจุบันนี้มันก็ดีขึ้นกว่าเก่านะครับ ต้องเรียนว่าเมื่อก่อนนั้น กระบวนการตรวจสอบค่อนข้างที่จะล่าช้า ต้องเรียนว่าปัจจุบันการทักท้วงของ คณะกรรมการผู้ชํานาญการสมัยเก่านั้น เมื่อเข้าไปเรื่องหนึ่งเอาไปตรวจใหม่ ไปดูใหม่ ก็ท้วงมาอีก ท้วงมาทีละข้อ ๆ แต่ปัจจุบันนี้ทราบว่าท่านประธานคณะกรรมการชุดนี้ ท่านก็ได้มีความเห็นในที่ประชุมว่าคณะกรรมการ ผู้ชํานาญการจะทักท้วงเรื่องอะไร ขอให้มีมาครั้งเดียวจะได้ดําเนินการอะไรให้มันจบ จะได้สู่กระบวนการพิจารณาและส่งให้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้พิจารณาในเรื่องนี้นะครับ ซึ่งในเรื่องนี้ผมคิดว่า เมื่อผ่านกระบวนการพิจารณาจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์พร้อมที่จะดําเนินการทันที เพราะมีในเรื่องรูปแบบเรื่องอะไรต่าง ๆ ไว้พร้อม หมดแล้วนะครับ เพียงแต่ว่าเนื่องจากอยู่ในพื้นที่จะต้องขออนุญาตใช้ตามกฎหมาย เท่านั้นเอง ก็เลยทําให้โครงการนี้ล่าช้าแต่ก่อให้เกิดประโยชน์นะครับ

ส่วนประเด็นที่ท่านได้หยิบขึ้นมาอีกประเด็นหนึ่งคือความต้องการของ พี่น้องประชาชนทั้งในเขตจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลําพูน คือต้องการที่จะเห็น โครงการผันน้ําจากลุ่มน้ําแม่งัดมาสู่ลุ่มน้ําแม่กวง ซึ่งเราก็ทราบดีว่าในลุ่มน้ําแม่งัด ปริมาณน้ําที่ไหลลงอ่างเก็บน้ําในแต่ละป้มันมีจํานวนมากเกินความจุของอ่างเก็บน้ําแม่งัด แล้วก็ไหลทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากไหลทิ้งแล้วยังก่อให้เกิดปัญหาในเรื่อง อุทกภัยด้วย ซึ่งกรมชลประทานก็ได้ศึกษาว่าเราจะเอาน้ําส่วนนี้มาเติมในลุ่มน้ําแม่กวง ได้อย่างไร ซึ่งลุ่มน้ําแม่กวงเราทราบว่าแต่ละป้มีปริมาณน้ําน้อยทุกป้เลยครับ ป้นี้ ก็ค่อนข้างที่จะโชคดีหน่อยที่เห็นเขื่อนแม่กวงขึ้นมาเกิน ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็ค่อนข้าง ที่จะโชคดีหน่อยนะครับ ซึ่งเรื่องนี้เราศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ส่งไปอยู่ในระหว่าง พิจารณาของคณะกรรมการผู้ชํานาญการเช่นเดียวกันนะครับ ซึ่งผมทราบว่าวันนี้ คณะกรรมการผู้ชํานาญการจะมีการประชุมในวันนี้ ถ้าประชุมวันนี้เห็นชอบตาม ผลการศึกษาของกรมชลประทานที่ได้จ้างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็คิดว่าสิ่งที่ดําเนินการ ผลักดันต่อไปก็คือให้นําไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินะครับ ผมได้มีโอกาสเดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดเชียงใหม่พร้อมกับท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเปึนอย่างมากว่า เปึนความต้องการของพี่น้องประชาชนที่อยากเห็นว่าโครงการนี้สําเร็จโดยเร็ว เพราะว่า ผลประโยชน์อันนี้นอกจากก่อให้เกิดกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ แล้วยังก่อ ให้เกิดกับพี่น้องประชาชนจังหวัดลําพูนด้วย ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านแค่นี้ก่อนครับ หากมีประเด็นอื่นใดก็ยินดีนะครับ ถึงแม้ว่าเราไม่ได้ตอบกันในสภา ผมก็ยินดีหากท่าน มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่คิดว่าเปึนคําแนะนําผมพร้อมที่จะดําเนินการนะครับ ส่วนข้อสังเกต ของท่านในการอภิปรายผมคิดว่าหลายสิ่งหลายอย่างเปึนประโยชน์ ผมก็ยินดีรับไป พิจารณาครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับท่านสถาพร ขอต้อนรับพี่น้องประชาชนจากอําเภอน้ําเกลี้ยงและอําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้มาเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎรในเช้านี้ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎร กําลังพิจารณาอยู่ในระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ เชิญท่านสถาพรต่อครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขอขอบคุณผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่อย่างน้อยก็ให้ความหวังของพี่น้อง ภาคเกษตรที่ต้องใช้น้ําเปึนปัจจัยในการผลิต ต้องใช้ดินเปึนปัจจัยในการผลิต กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เคารพครับ คําตอบของท่านนั้นเหมือนน้ําทิพย์ชโลมใจให้กับความหวังของคนเกษตรโดยเฉพาะ พี่น้องจังหวัดลําพูน ซึ่งถือว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่กระผมนั้นมีอาชีพเกษตรกรรม ในทางการเมืองนั้นใครเปึนรัฐบาลก็ได้ครับ ขอให้จัดสรรงบประมาณกระจายไป อย่างเปึนธรรมให้กับพี่น้องเกษตรกร เฉกเช่นที่ท่านได้ตอบกระทู้ถามของผม ในคําถามที่ ๒ นั้นเปึนความสุขอย่างยิ่งครับที่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในจังหวัดลําพูน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อได้ฟังคําตอบของท่านซึ่งเปึนความหวัง เปึนความฝัน หลายชั่วอายุคนนั้น จะได้เปึนความจริง

ท่านประธานครับ คําถามสุดท้ายที่ผมจําเปึนต้องฝากถึงแม้ว่ามันจะมี ในแผนปฏิบัติ ข้อห่วงใยก็คือเรื่องของเพลี้ยกระโดดครับ วันนี้เราต้องยอมรับว่าป้นี้ฝนแล้ง ก็แล้งจริง ๆ ครับ แต่พอถึงฤดูกาลที่มันจะตกมันก็ตกจริง ๆ ครับ ตกหนักจนกระทั่ง พืชพันธุ์ธัญญาหารล้มลุกคลุกคลานตายไปหมดครับ พอตายเสร็จเพลี้ยกระโดด กลับมาจับต้นข้าว ต้นข้าวก็ตายอีกครับ ผมอยากนําเรียนว่าการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร นอกจากจะได้ชดเชยในเรื่องของการได้รับผลกระทบจากเพลี้ยกระโดดแล้ว ผมอยากให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในหน่วยงานของท่านก็คือกรมการข้าว ช่วยได้จัดสรรพันธุ์ข้าว ซึ่งจากประสบการณ์ตรงของกระผมในฐานะลูกชาวนา พันธุ์ข้าวนะครับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ถ้าใช้เกิน ๓ ป้มันอ่อนแอ มันเหมือนอายุคนมันเลือดซิบครับ ถ้า ๓ รุ่นก็กลายเปึนต้นข้าวที่อ่อนแอโรคภัยไข้เจ็บ มาจับแล้วก็ตาย ผมอยากจะนําเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านไปยังพี่น้องทั้งหลายว่าพันธุ์ข้าวเรานี่ไหน ๆ เราก็มีกรมการข้าว ท่านยังแจกข้าว เปึนถุงเอาไปหุงกัน ๖๓ ล้านครอบครัวได้เลย ทําไมท่านไม่ทําพันธุ์ข้าวพระราชทานครับ ขอประทานอนุญาตที่ต้องอ้างอย่างนี้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรคนละ ๑ ถุงใหญ่นะครับ ถุงละ ๑๕ กิโลกรัม ผมเชื่อว่า ๑ ไร่ใช้ทั้งหมด ๕ กิโลกรัม เอาไปแจกเถอะครับ แล้วพันธุ์ข้าวพระราชทานอย่างนี้จะเปึนรูปธรรม เปึนต้นกล้าที่เข้มแข็งและเปึน ขวัญกําลังใจของพี่น้องและเชื่อว่าเพลี้ยกระโดดก็จะตายเพราะบารมีอย่างนี้ละครับ ตรงนี้ละครับผมนําเรียนจริง ๆ ว่าขนาดข้าวสารยังแจกได้ตั้ง ๖๓ ล้านถุง ทําไมกล้าข้าว ๖๓ ล้านครอบครัวเปึนครอบครัวชาวนาเสีย ๓๐ ล้านครอบครัว จะแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่ได้ เปึนการปรึกษาหารือครับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสถาพรครับ อันนี้เปึนเรื่องฝากนะครับ ไม่ได้อยู่ในประเด็นที่ท่านตั้งกระทู้ถามนะครับ เปึนเรื่องฝาก

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

มันต้องฝากครับ ถามเสร็จแล้ว ๒ ข้อ ข้อที่ ๓ ผมต้องฝาก เพราะนานครั้งครับที่จะได้เจอรัฐมนตรีที่ได้พูดจากันในสภาแห่งนี้ เพราะเราเจ็บปวดกับการที่สภาถูกบอกว่าเปึนเรื่องไร้สาระ วันนี้เรามีเรื่องสาระจริง ๆ ครับ เปึนความหวังและเปึนคําตอบ ผมตั้งข้อสังเกตและฝากท่านรัฐมนตรีเพราะว่า ท่านมีอํานาจในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านกํากับควบคุมกรมการข้าว กรมการข้าว กํากับควบคุมเมล็ดพันธุ์ข้าว เอามาเถอะอย่าไปเก็บเลยครับเมล็ดพันธุ์ข้าว เอาใส่ถุง แจกพี่น้องประชาชนแล้วเปึนข้าวพระราชทานก็ได้ เปึนข้าวจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ได้ ไม่ขัดข้องครับ ไม่ขัดข้องจริง ๆ จึงนําเรียนฝากไปว่าถ้าเรื่องแนวคิดนี้ ทําให้พี่น้องมีความหวังเรื่องพันธุ์ข้าว เพราะว่าโรคไหม้คอรวง ณ วันนี้ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนเรื่องของพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอไร้ประโยชน์ จึงนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ด้วยความเคารพครับ ถ้าโครงการนี้สําเร็จผมจะกราบท่านวันละ ๓ เวลาแล้วอวยพร ให้ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีคนต่อไปครับ กราบขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีจะรับฝาก เชิญครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อประเด็นปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ําตาล ระบาดนั้น ขออนุญาตกราบเรียนว่ารัฐบาลเองก็ด้วยความห่วงใยจะเห็นว่าเราได้จัดทํา โครงการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องเหล่านี้ แล้วก็ให้พี่น้องเกษตรกรที่โดนปัญหานี้ เข้ามาร่วมโครงการตั้งแต่การไถกลบ พักนา ให้เมล็ดพันธุ์ สุดท้ายพี่น้องเกษตรกร ก็มาร่วมโครงการนี้น้อยมาก จะโดยวัฒนธรรมหรือโดยความคิดว่าคาดว่าเขาอาจจะยัง ได้ผลประโยชน์จากการที่เพลี้ยกระโดดสีน้ําตาลหลงเหลืออยู่ก็ไม่มาเข้าร่วมโครงการ เมื่อไม่มาเข้าร่วมโครงการก็เห็นความสําคัญอย่างท่านว่าเมื่อสักครู่นะครับ ก็เลยได้ปรับ โครงการนี้เล็กน้อย ส่วนเกษตรกรที่ไม่เข้ามาร่วมโครงการนั้นก็ให้เปึนเมล็ดพันธุ์ไปได้ ระดับหนึ่งในพื้นที่ อย่างไรก็ตามในเรื่องที่ท่านฝากไว้ผมก็จะรับไป ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็จบกระทู้ถามทั่วไปกระทู้ถามแรกนะครับ

ต่อไปก็เปึนกระทู้ถาม ที่ ๑.๑.๓ ที่ได้เลื่อนขึ้นมาตอบก่อนดังที่ได้แจ้งให้ที่ ประชุมทราบแล้วนะครับ ท่านสุวโรชมีอะไรครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ แต่ว่าผมมีนัดที่จะประชุมเช่นเดียวกันในขณะนี้ แล้วผมประสานงานเขาไปแล้วว่าของผมกระทู้ถามที่ ๒ และผมนี่ใช้เวลาไม่เยอะ เพราะว่ากระทู้ถามของผมจะเปึนกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องที่ดินทํากิน แล้วก็ถามผลคืบหน้า เท่านั้นเอง ซึ่งอยากจะฟังจากรัฐบาลเท่านั้นเอง ท่านครับถ้าผมจะขอความกรุณา ความเมตตาจากท่านประธานให้ผมถามกระทู้ถามของผมก่อนได้ไหม ผมถามครั้งเดียว ที่เหลือท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ตอบหมดเลย เพราะว่าเท่าที่ดูมีท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ เพียงท่านเดียวใช่ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ถ้ามีท่านเดียวก็โอเค (OK) แต่ว่าถ้าหลายท่านก็ว่ากันอีกอย่าง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านสุวโรชครับ ผมขอทําความเข้าใจอย่างนี้ คือก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระกระทู้ถาม ประธานก็ได้แจ้งที่ประชุมแล้วว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านขอเลื่อนขึ้นมา ท่านจะได้ตอบต่อเนื่อง ตอนนั้นที่ประชุมก็ไม่ได้ขัดข้อง

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ผมเข้าใจว่าผมกระทู้ถามที่ ๒ ยังไม่ถึง ผมอยู่ข้างล่างกําลังเดินขึ้นมา ท่านประธานก็วินิจฉัยไปแล้ว ก็ด้วยความเคารพ ในคําวินิจฉัยของท่านประธาน ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้ ความกรุณาก็สุดแล้วแต่ แต่ถ้าท่านบอกว่าท่านมีภารกิจราชการสําคัญก็โอเคครับ ต่อเลยก็ได้ครับ ผมกระทู้ถามที่ ๓ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาตามนี้เลยนะครับ ขอบคุณครับ

ต่อไปครับ กระทู้ถาม ที่ ๑.๑.๓ กระทู้ถามเรื่อง การแก้ไขปัญหาขาดแคลน แหล่งน้ําในพื้นที่ ๕ อําเภอของจังหวัดนครพนม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปึนผู้ตอบ

เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามครับ

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ด้วยผมได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อน เกี่ยวกับเรื่องน้ําเปึนจํานวนมากเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ําในพื้นที่ ๕ อําเภอ ของจังหวัดนครพนม ได้แก่ อําเภอท่าอุเทน อําเภอบ้านแพง อําเภอนาทม อําเภอศรีสงคราม อําเภอนาหว้า แม้กระทั่งในอําเภอเมืองซึ่งอยู่ในเขตที่มีความเจริญก็ยังขาดแคลนน้ํา อุปโภคบริโภค และน้ําเพื่อการเกษตร ซึ่งเปึนปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดนครพนม เปึนจํานวนมาก ก็ต้องขอขอบพระคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ฯพณฯ ดอกเตอร์ธีระ วงศ์สมุทร ที่ท่านให้ความเมตตาได้มาตอบกระทู้ถาม แล้วก็เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหรือพี่น้องชาวจังหวัดนครพนม โดยเฉพาะที่ผ่านมา ทางจังหวัดนครพนมได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลจากคณะรัฐมนตรี หน่วยงานราชการ ทุกหน่วยงาน อย่างเช่นของกรมชลประทาน ชลประทานจังหวัดนครพนมได้ทําประตู ระบายน้ําห้วยทวย ตําบลโนนตาล อําเภอท่าอุเทน ด้วยเงินงบประมาณถึง ๔๐๐ กว่าล้านบาท และมีสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาและระบบส่งน้ําทางท่อเพื่อพี่น้องเกษตรกรตําบลละประมาณ ๒๕ ล้านบาท ได้ทั้งอําเภอท่าอุเทน อําเภอบ้านแพง อําเภอนาทม อําเภอศรีสงคราม อําเภอนาหว้าได้หลายตําบลแล้วต้องขอขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านปลัดโชติ ตราชู ที่ได้เลือกเอาจังหวัดนครพนมเปึนจังหวัดนําร่อง แก้ไขการขาดแคลนน้ําอุปโภคบริโภคและน้ําเพื่อการเกษตร โดยที่ได้มอบหมายให้ ท่านรองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ําบาดาล ท่านปราณีต ร้อยบาง เปึนผู้ไปแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้พี่น้องของเรา โดยจะผลิตโรงผลิตน้ําดื่มให้ทุกโรงเรียนทุกหมู่บ้าน มีน้ําประปาให้พี่น้องประชาชนได้ทั่วถึงทุกหมู่บ้าน โดยเลือกเอาตําบลดอนเตย อําเภอนาทม จังหวัดนครพนม เปึนตําบลนําร่องเพื่อแก้ไขการขาดแคลนน้ํา ซึ่งเปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนเปึนอย่างมาก โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม ท่านประธานครับพี่น้อง ชาวจังหวัดนครพนมเปึนพี่น้องเกษตรกรและมีความยากจน สัดส่วนครัวเรือนที่มีรายได้ ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาท ต่อคนต่อป้ ถ้าคิดเปึนเงินเดือนแล้วก็ได้แค่ ๑,๖๖๖ บาทต่อเดือน ถ้าเปึนรายวันก็ ๕๕ บาทต่อวัน ซึ่งเปึนพื้นที่อยู่ห่างไกลทุรกันดาร ก็อยากจะขอให้รัฐบาล ได้แก้ไขปัญหาที่ประชากรมีอัตราเข้าถึงน้ําสะอาดน้อยมาก ขาดน้ํากินน้ําใช้ น้ําเพื่อ การเกษตรขาดแคลนในพื้นที่ในชนบท พื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ปัญหาการถ่ายโอนภารกิจ การจัดหาและการจัดการน้ําประปาไปให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งบางแห่งยังไม่มีความพร้อม ขอให้รัฐบาลได้ทํางานแบบบูรณาการ ขอให้ทุกหน่วยงานได้ช่วยกันแก้ไขปัญหา ซึ่งจะเปึนผลงานที่ดีมากของรัฐบาล แล้วรัฐบาลเองก็จะได้บุญได้กุศลที่ได้ช่วยพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมหรือพี่น้องภาคอีสาน ให้มีน้ําสะอาดดื่มได้และมีน้ําเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะหลายหน่วยงานเวลาจะลงพื้นที่ จะไปทําน้ําประปาให้พี่น้องประชาชนจัดตั้งโรงผลิตน้ําดื่ม มันก็มีปัญหาว่าได้ถ่ายโอนไปแล้ว หรือว่ากรมอื่น กรมนั้นกรมนี้เปึนผู้รับผิดชอบ หน่วยงานที่จะไปช่วยก็ช่วยไม่ได้ อยากจะขอให้รัฐบาลได้ทํางานแบบบูรณาการหรือหน่วยงานไหนพร้อมก็รีบแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน โดยยึดเอาปัญหาความเดือดร้อนความต้องการของ ประชาชนเปึนหลัก อย่าไปยึดเอาตามกฎระเบียบ ตามตัวหนังสือเอกสารมากมายนะครับ โดยเฉพาะการเข้าถึงน้ําดื่มสะอาด ก็อยากจะให้รัฐบาลได้ยกระดับคุณภาพโดยเน้น การพัฒนาคุณภาพน้ําให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยเฉพาะในชนบทซึ่งต่างกันมากกับ พี่น้องที่อยู่ในเมืองใหญ่หรืออยู่ในเมืองหลวง พี่น้องในชนบทจะดื่มน้ําที่มีตะกอนขุ่นแดง เค็มแล้วเหนียวด้วยนะครับนั่นคือปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็ขอให้ขยายการให้บริการ น้ําประปาโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องร่วมกันจัดทํา แผนขยายเขตบริการน้ําประปาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่สูง และเขตทุรกันดารนะครับ ก็เปึนโชคดีที่ทางท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมท่านได้เน้นน้ําดื่มสะอาดให้ทุกโรงเรียน เพราะว่าปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุข ได้ทําการวิจัยออกมาแล้วว่าลูกหลานเราเด็กนักเรียนไปดื่มน้ําที่มีสารตะกั่วทําให้สมอง ไม่ดี ทําให้เด็กนักเรียนของเราเปึนเด็กโง่ไปสอบแข่งกับประเทศเพื่อนบ้านหลาย ๆ ประเทศ เด็กของเราไปแพ้เขาหมด สาเหตุเปึนเพราะไปดื่มน้ําที่มีสารตะกั่ว ก็โชคดีที่ทาง ท่านปลัดกระทรวงเองท่านได้เข้าใจถึงเรื่องนี้ แล้วท่านก็ได้เน้นหนักเปึนพิเศษ แล้วก็ อยากจะขอให้แก้ไขการทํางานแบบบูรณาการ มีระบบบริหารจัดการน้ําซึ่งยังกระจายอยู่ หลายหน่วยงานโดยให้ความสําคัญกับการลดสัดส่วนประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึง แหล่งน้ําให้ได้ทุกครัวเรือน เพราะว่าหลายหมู่บ้านหลายตําบลยังขาดแคลนเรื่องน้ําอยู่ แล้วก็อยากจะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านได้ ชํานาญแล้วก็เปึนผู้รับผิดชอบเรื่องน้ําและได้ช่วยพี่น้องเกษตรกรมามาก โดยเฉพาะ ยกตัวอย่างประตูระบายน้ําห้วยลังกาที่บ้านท่าราบ ตําบลบ้านแพง และที่บ้านนาเข ตําบลนาเข อําเภอบ้านแพง ถ้าท่านรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาทําประตูระบายน้ํา ห้วยลังกาก็จะมีประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรถึง ๖,๐๐๐ ไร่ แล้วก็จะมีสถานีสูบน้ํา ด้วยไฟฟัาและระบบส่งน้ําทางท่อที่ตําบลบ้านแพง อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ที่ทําไปแล้ว ๕๐๐ ไร่ ยังขาดอีก ๒,๐๐๐ ไร่ ก็อยากจะขอให้พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด มะเขือเทศ พริก และยาสูบ ได้รับอานิสงส์จากทางท่านรัฐมนตรีได้ให้ความเมตตาได้ อนุมัติโครงการสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาและระบบส่งน้ําทางท่อที่ท่านอนุมัติไปแล้ว ๑๓ ล้านบาท ยังเหลืออีก ๒๓ ล้านบาท ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรถึง ๒,๐๐๐ ไร่นะครับ

แล้วก็ที่สําคัญอีกแห่งนะครับ ก็ขอให้มีการขุดลอกหนองเครือเขา ตําบลบ้านแพง อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ปัจจุบันมีพื้นที่อยู่ ๖๐๐ กว่าไร่ อยากขอให้ขุดลอกเพิ่ม แล้วก็จะเพิ่มเปึนถึง ๗๐๐ ไร่ ๘๐๐ ไร่ก็ได้ ซึ่งพี่น้องชาวอําเภอบ้านแพงใช้เปึนน้ําอุปโภค บริโภคและน้ําเพื่อการเกษตรก็จะทําให้พี่น้องเกษตรกรหรือคนยากคนจนได้ร่ํารวยขึ้นครับ ผมก็อยากจะเรียนถามทางท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีมาตรการหรือเรื่องระบบชลประทาน ที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมทั้ง ๕ อําเภอ หรือรวมทั้งอําเภอเมืองนครพนมด้วย ซึ่งยังขาดแคลนน้ําอยู่ ท่านมีมาตรการมีโครงการอะไรที่จะช่วยเหลือพี่น้องของเราได้เพิ่ม มากขึ้น แล้วก็สามารถที่จะมีน้ําได้สมบูรณ์เข้าถึงพี่น้องประชาชนตามมาตรฐานโลก เขากําหนดไว้ว่าจะภายในป้หน้านี้จะได้หรือไม่ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้เปึนผู้มาชี้แจงตอบกระทู้ถาม เรื่อง การแก้ไขปัญหาการขาดแคลน แหล่งน้ําในพื้นที่ ๕ อําเภอของจังหวัดนครพนม ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีความห่วงใยกับพี่น้อง จังหวัดนครพนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๕ อําเภอตามที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่นะครับ แล้วก็ขอขอบคุณท่าน ส.ส. สุวโรชที่ให้ผมได้เลื่อนกระทู้ถามนี้ขึ้นมาก่อน เพราะผมมี ภารกิจจําเปึนจริง ๆ ต้องไปต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของประเทศ บังคลาเทศ จึงขออนุญาตเลื่อนกระทู้ถามขึ้นมาตอบก่อน

ประเด็นข้อห่วงใยของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเรื่อง การแก้ไขปัญหา ขาดแคลนแหล่งน้ําเพื่ออุปโภคบริโภคและน้ําเพื่อการเกษตรของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ภูมิพัฒน์ ขออนุญาตกราบเรียนว่ารัฐบาลได้มีความห่วงใยในเรื่องเหล่านี้เช่นกันมา โดยตลอด ขออนุญาตกราบเรียนว่าถ้าเรามองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น เราทราบกันดีว่าพื้นที่การเกษตรทั้งหมดเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่เราได้พัฒนาเปึนแหล่งน้ํา ชลประทาน แล้วก็มีค่อนข้างน้อยหรือประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ผมมองลึกไป ในจังหวัดนครพนมแล้ว จังหวัดนครพนมมีพื้นที่การเกษตรประมาณ ๑,๔๐๐,๐๐๐ ไร่ โดยประมาณจากพื้นที่ของจังหวัดประมาณ ๓.๕ ล้านไร่ ก็มีพื้นที่ชลประทานอยู่ เพียงประมาณ ๒๙๐,๐๐๐ ไร่เท่านั้นเองหรือคิดเปึนสัดส่วนแล้วก็อยู่ที่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าดูสัดส่วนแล้วผมคิดว่าก็เปึนสัดส่วนที่ดี ก็อยู่ใกล้เคียงกับสัดส่วน ทั้งประเทศ เพราะทั้งประเทศนั้นก็อยู่ที่ประมาณ ๒๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่ถ้า มาเจาะลึกลงในพื้นที่ ๕ อําเภอที่ท่านได้สอบถามนะครับ ในพื้นที่ ๕ อําเภอ เราก็มีพื้นที่ การเกษตรอยู่ประมาณ ๖๘๐,๐๐๐ ไร่เศษ และมีพื้นที่ชลประทานอยู่เพียง ๗๐,๐๐๐ ไร่เศษ เท่านั้นเอง สัดส่วนตรงนี้ก็ค่อนข้างที่จะน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วนทั้งจังหวัดก็อยู่ที่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในเรื่องนี้ กรมชลประทานก็ได้วางแผนที่จะแก้ไขปัญหาของจังหวัดนครพนมและ ๕ อําเภอ ตามที่ ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในแผนป้ ๒๕๕๓ ถึงป้ ๒๕๕๖ นั้น ก็ได้วางแผนที่จะแก้ไขปัญหาไว้ทั้ง ๒ รูปแบบ คือทั้งโครงการสูบน้ําด้วยไฟฟัา และการก่อสร้างประตูระบายน้ําพร้อมระบบระบายน้ํา ในเรื่องของการก่อสร้างสถานี สูบน้ําด้วยไฟฟัานั้น ซึ่งในป้ ๒๕๕๓ ถึงป้ ๒๕๕๖ นั้น วางแผนไว้ถึง ๑๐ โครงการ ซึ่งจะใช้ งบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ เมื่อทําเสร็จคิดว่าจะมีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น ๒๒,๐๐๐ ไร่เศษ แล้วสามารถมีน้ําเพื่ออุปโภคบริโภคให้กับพี่น้องประชาชนอยู่ประมาณ ๒,๗๐๐ ครัวเรือน นี่คือสิ่งที่ได้ดําเนินการในช่วงตามระยะเวลาดังกล่าวที่ผมได้กราบเรียน ไว้นะครับ ถ้ามองว่าในป้ ๒๕๕๓ ซึ่งกําลังจะเสร็จสิ้นนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้ทําในเรื่อง ของการก่อสร้างสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาทั้งที่บ้านแพงกลาง ทั้งที่บ้านแค และที่บ้านอูนนา อยู่ในอําเภอบ้านแพง อําเภอศรีสงคราม และอําเภอนาหว้า อยู่ระหว่างดําเนินการ ๓ โครงการ เมื่อทํา ๓ โครงการนี้เสร็จก็จะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๖,๕๐๐ ไร่ ส่วนอีก ๗ โครงการนั้นก็เปึนไปตามขั้นตอนซึ่งได้เร่งรัดการสํารวจออกแบบ แต่อย่างไรก็ตาม ในป้ ๒๕๕๔ นี้ ก็สามารถมีสถานีสูบน้ําซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วถึง ๒ แห่งด้วยกันนะครับ ซึ่งมีพื้นที่ที่จะเกิดขึ้นประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่นะครับ ๒ แห่งที่กล่าวก็คือว่าสถานีสูบน้ํา บ้านท่าพันโฮง ที่ตําบลนาทม อําเภอนาทม จังหวัดนครพนม แล้วก็สถานีสูบน้ํา บ้านสามผง ที่ตําบลสามผง อําเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ซึ่งทั้งหมดสามารถ ดําเนินการเสร็จก็มีพื้นที่ประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ นี่คือสิ่งที่ดําเนินการในป้ ๒๕๕๔ ส่วนที่เหลือนั้นก็จะวางแผนไปดําเนินการในป้ต่อไป ซึ่งได้วางแผนไว้ชัดเจนแล้ว ถึงป้ ๒๕๕๖ ทั้งนี้ทั้งนั้นในการดําเนินก็ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณที่ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่จะได้รับด้วยในประเด็นนี้นะครับ

นอกจากสถานีสูบน้ําแล้วใน ๕ อําเภอดังกล่าวนั้นยังมีการก่อสร้างประตู ระบายน้ําพร้อมระบบส่งน้ําอีก ๕ โครงการ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ นี้ แล้วกําลังดําเนินการ แต่ลักษณะโครงการนี้มันไม่สามารถดําเนินการเสร็จในป้เดียว ก็ต้องผูกพันต่อเนื่องไปถึงป้ ๒๕๕๖ นะครับ ยกตัวอย่าง เช่น ประตูหนองบัว ที่บ้านนาหว้า อําเภอนาหว้า ซึ่งได้ผูกพันโครงการไว้แล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๕๓ จนถึงป้ ๒๕๕๖ แล้วก็ประตู ระบายน้ําบ้านห้วยทวย พร้อมระบบส่งน้ําก็ได้รับงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ แล้วก็ผูกพัน โครงการไปถึงป้ ๒๕๕๕ ส่วนที่เหลืออีก ๓ แห่งนั้นก็มีแผนที่จะดําเนินการชัดเจนนะครับ ประตูที่ท่านหยิบยกขึ้นมาพูดก็คือประตูระบายน้ําห้วยลังกา ที่อําเภอบ้านแพงนั้นก็ได้ วางแผนไว้แล้วเช่นกันนะครับ เดิมก็คิดว่าจะดําเนินการได้ในป้ ๒๕๕๔ นี้ แต่เนื่องจากว่า มีข้อจํากัดก็เลยต้องเลื่อนแผนต่อไป ก็คิดว่าจะไปดําเนินการได้ในป้ ๒๕๕๕ นะครับ ส่วนในป้ ๒๕๕๔ ที่ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมอีกประตูหนึ่ง ก็คือประตูระบายน้ําน้ําอูนนะครับ พร้อมระบบน้ําที่ตําบลศรีสงคราม อําเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ก็ได้รับอนุมัติ เรียบร้อยแล้วในป้ ๒๕๕๔ แล้วก็ผูกพันไปถึงป้ ๒๕๕๖ นี่ครับคือในเรื่องแผนชัดเจน ถามว่าเราทราบปัญหาใน ๕ อําเภอดังกล่าวไหม ทราบครับ ก็ดําเนินการแก้ไขไป ตามขั้นตอน

นอกจากนั้นแล้วในเรื่องแหล่งน้ําชุมชนต่าง ๆ ก็ได้มีการวางแผนที่จะแก้ไข ปัญหาทั้งการก่อสร้างอ่างเก็บน้ํา ฝายทดน้ําต่าง ๆ นะครับ

สําหรับปัญหาระยะสั้นเมื่อประสบปัญหาภัยแล้งสิ่งที่เราเข้าไปแก้ไข ปัญหาคือ ในแต่ละป้คือเรื่องสูบน้ํานะครับ ก็ได้เตรียมเครื่องสูบน้ําไว้ประมาณ ๒๐ เครื่อง เพื่อจะไปดูแลช่วยเหลือพื้นที่ของพี่น้องเกษตรกร ก็ขออนุญาตกราบเรียนในเบื้องต้น เพื่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียติได้รับทราบก่อน ขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ถามที่ ๓ แต่เปึนอันดับ ๒ ต่อไปเปึนกระทู้ถามที่ ๒ กระทู้ถามที่ ๓ ผมนึกว่าจบแล้ว นึกว่าไม่ติดใจ เพราะน้ํามันท่วมอยู่ ก็ไม่อยากจะให้ถามต่อ เชิญครับ

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ต้องขอ ขอบพระคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านได้อธิบาย โครงการรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งเปึนโครงการที่ดีมาก ก็อยากจะขอให้รัฐบาลแล้วก็ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดําเนินการได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร พี่น้อง ชาวภาคอีสานอย่างต่อเนื่องนะครับ เพราะว่าเปึนโครงการที่มีประโยชน์ แล้วก็เปึน ยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชนได้ ก็อยากฝากทางรัฐบาล ได้ช่วยกันซึ่งเปึนสิ่งที่ดีมากนะครับ โดยเฉพาะในหน้านี้ตามที่ทางท่านประธานสภา ท่านกล่าวเบื้องต้นท่านบอกว่าช่วงนี้น้ําท่วม แม้กระทั่งแม่น้ําโขงก็เต็มตลิ่ง ลําห้วย หนองคลองบึง ก็อยากจะฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะให้มีน้ําตามลําห้วยหนองคลองบึงให้มันมีอยู่เต็มตลอดอย่างนี้ หรือว่าถ้าลด ก็ลดลงให้เหลือแค่ครึ่งเดียว ซึ่งตามที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทําประตูระบายน้ํา ทําอ่างเก็บน้ํา ทําฝาย ทําเขื่อน หรือทําแก้มลิง ซึ่งเปึนโครงการที่ดี ผมอยากให้ทางรัฐบาล ได้มียุทธศาสตร์เรื่องน้ํา โดยเฉพาะให้ทํางานแบบบูรณาการทุกหน่วยงานไประดมลงมือ ช่วยกัน อย่าไปเกี่ยงว่าความรับผิดชอบเปึนของหน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้ ก็อยากฝาก ทางท่านรัฐมนตรีได้มีส่วนผลักดัน โดยเฉพาะยกตัวอย่างอุทยานแห่งชาติภูลังกา ที่มีน้ําตกตาดขาม น้ําตกตาดโพธิ์ ที่อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ทําอย่างไร ที่จะมีอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่บนยอดน้ําตกเพื่อให้มีน้ําเพื่อการเกษตรตลอดป้ น้ําเพื่อเปึน แหล่งท่องเที่ยวตลอดป้ พอน้ําไหลลงมาจากที่สูงก็มีฝายกั้นน้ําไว้ พอลงมาสู่พื้นดิน ก็ทําอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ แล้วก็ทําฝาย ทําเขื่อน ทําแก้มลิง ลักษณะอย่างนี้ก็จะช่วยให้ พี่น้องเกษตรกรเขามีน้ําตลอดป้ ก็อยากฝากทางกระทรวงด้วย แล้วก็อย่างปัญหาพี่น้อง ชาวตําบลพะทาย อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พี่น้องหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๙ ตําบลพะทาย อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้ร้องเรียนมานาน ขอสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาและระบบส่งน้ําทางท่อ โดยสูบน้ําจากแม่น้ําโขงขึ้นมาไปสู่ ลําห้วยอ้วนและห้วยยาง ซึ่งจะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรหลายพันไร่ ก็อยากให้ ท่านรัฐมนตรีได้พิจารณาแก้ไขให้พี่น้องชาวเกษตรกรและพี่น้องชาวอําเภอนาทม จังหวัดนครพนม หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๘ ตําบลหนองซอน อําเภอนาทม จังหวัดนครพนม ก็อยากจะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีได้มีดําริก่อสร้างเขื่อนลําน้ําเมา บ้านหนองซอน หมู่ที่ ๘ ตําบลหนองซอน อําเภอนาทม จังหวัดนครพนม เพื่อให้พื้นที่ใกล้เคียงได้อาศัยเปึนแหล่ง น้ําเพื่อทําการเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และเปึนน้ําอุปโภคบริโภค ซึ่งเปึนโครงการ ที่มีประโยชน์มหาศาลนะครับ พวกเราก็จะได้บุญด้วยนะครับท่านรัฐมนตรี ก็อยากจะถาม รัฐบาลว่ารัฐบาลจะสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกําหนดแผนงานโครงการเพื่อให้ ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนได้เมื่อใด แล้วก็จะมีมาตรการหรือมียุทธศาสตร์ที่จัดเปึน การทํางานแบบรูปธรรมหรือไม่ ยกตัวอย่างที่ผมได้เรียนไป กรมทรัพยากรน้ําบาดาลเขามี ยุทธศาสตร์ที่นําร่องแก้ไขการขาดแคลนน้ําอุปโภคบริโภคและน้ําเพื่อการเกษตร ซึ่งเข้าไปสู่พี่น้องประชาชนแล้วก็ระดมเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ก็ขอเรียน ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อข้อห่วงใยต่าง ๆ ผมก็จะ รับไปพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ส่วนประเด็น การร่วมมือการทํางานบูรณาการนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าปัจจุบันนี้เรามีระเบียบ คณะกรรมการทรัพยากรน้ํา ซึ่งมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติที่จะบูรณาการ หน่วยงานต่าง ๆ ที่จะทํางานเกี่ยวกับเรื่องน้ําทั้งหมดนะครับ ซึ่งในแนวคิดและในแนวทาง ปฏิบัติของคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติก็เห็นตรงกับท่านว่าหน่วยงานที่ทํา เกี่ยวกับเรื่องน้ําปัจจุบันนี้กันหลายหน่วยงาน บางหน่วยงานก็ซ้ําซ้อนกัน การบูรณาการ ตรงนี้ก็จะใช้เวทีของคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติเปึนผู้ดําเนินการในเรื่องนี้นะครับ ส่วนประเด็นแก้ไขปัญหาในเรื่องน้ําอุปโภคบริโภคนั้น ซึ่งกรมทรัพยากรน้ําบาดาล ก็รายงานว่ามีแผนที่จะดําเนินการโครงการจัดหาน้ําบาดาลเพื่ออุปโภคบริโภคนําร่องอยู่ที่ อําเภอนาทมนะครับ โดยมีการสํารวจและจัดหาน้ําบาดาลเพื่ออุปโภคบริโภคในป้ ๒๕๕๔ วงเงินประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งในระยะที่ ๒ ถ้าศักยภาพน้ําบาดาลมีมากพอ ก็จะขยายน้ําบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยนะครับ ซึ่งกรมทรัพยากรน้ําบาดาลก็ได้เคยทํา โครงการนําร่องน้ําอุปโภคไว้แล้วที่อําเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด เพียงพอแล้ว ส่วนหมู่บ้านในอําเภอศรีสมเด็จนั้นก็จะเข้าไปดําเนินการระยะ ๒ ต่อไปที่กรมทรัพยากร น้ําบาดาลดําเนินการนะครับ ข้อสังเกตทั้งหลายผมก็จะรับไปพิจารณาครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามที่ ๓ นะครับ ต่อไปเปึนกระทู้ถามที่ ๒ ขึ้นมาเปึนกระทู้ถามที่ ๓

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๗๓ เรื่อง นโยบายแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน ของประชาชน (นายสุวโรช พะลัง เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เชิญถามครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสกระทู้ถามเรื่องที่ดินทํากินเข้าบรรจุแล้วก็ มีการอภิปรายในสภากันในวันนี้ ซึ่งอยู่ในจังหวะที่กําลังจะมีการสับเปลี่ยนโยกย้าย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมีบทบาทสําคัญเกี่ยวกับที่ดินของรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ กระทู้ถามของผมก็จะเปึนกระทู้ถามที่ส่วนใหญ่จะเปึนการติดตามผลคืบหน้า ในการปฏิบัติการตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการแถลงไว้ต่อสภาเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งมีสาระใจความส่วนหนึ่งว่ารัฐบาลชุดนี้จะจัดหาที่ดินทํากินให้แก่เกษตรกร ยากจนในรูปแบบของธนาคารที่ดินและเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้แก่เกษตรกรยากจน และชุมชน รับรองที่ทํากินที่อยู่ในที่ดินของรัฐที่ไม่มีสภาพเปึนป์าแล้วในรูปของโฉนดชุมชน ท่านประธานครับ นี่คือคําแถลงนโยบายส่วนหนึ่งตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ จวบจน บัดนี้ก็ประมาณเกือบ ๒ ป้ ผมในฐานะอีกส่วนหนึ่งเปึนประธานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินให้กับประชาชนที่ท่านประธานได้กรุณาตั้งให้ผมเปึน กรรมาธิการวิสามัญแล้วกรรมาธิการวิสามัญก็ตั้งให้ผมเปึนประธาน ก็ทํางานควบคู่ กับรัฐบาล ทํางานควบคู่กับหน่วยงานของรัฐที่ดูแลที่ดินของรัฐตลอดมา เห็นถึงผลคืบหน้า ในบางระดับ แต่ในมุมลึก ๆ ในบางส่วนที่มีข้อจํากัดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ก็ไม่สามารถก้าวล่วงไปได้ทั้ง ๆ ที่ผมก็เปึนส่วนหนึ่งของรัฐบาลที่ได้ให้ การสนับสนุนท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ได้ให้การสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เปึนนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยข้อจํากัดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญจึงจําเปึนจะต้องใช้บทบาท ของฝ์ายนิติบัญญัติสอบถามผลคืบหน้า ที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานในวันนี้ ก็คือในเรื่องที่ดินทํากิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินของรัฐที่เสื่อมสภาพแล้ว ท่านประธานเอง ก็คงจะทราบว่าหลักใหญ่ ๆ พูดกันจนเบื่อแล้วในสภา มันมีที่ดินของรัฐ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็คือที่ดินที่รัฐไปรังแกประชาชน ก็คือรัฐไปรุกหรือไปลิดรอนสิทธิครอบครอง ของพี่น้องประชาชนเขาซึ่งเขาครอบครองมาก่อน กับกรณีที่ ๒ ประชาชนบุกรุกเข้าไป ยึดถือก่อสร้างปลูกพืชผลอาสินในที่ดินของรัฐจนหมดสภาพความเหมาะสมที่จะใช้ ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของการสงวนหวงห้ามนั้นอีกต่อไป และที่ดินทั้ง ๒ ประเภทนี้ ไม่ว่าจะเปึนรัฐรุกราษฎร์หรือราษฎร์รุกรัฐวันนี้มันหมดสภาพที่จะใช้ประโยชน์ตาม วัตถุประสงค์ของการสงวนหวงห้ามนั้นอีกต่อไป ประเด็นของปัญหาที่ผมยื่นกระทู้ถาม แล้วก็ขออนุญาตที่จะเจาะลึกขอทราบผลคืบหน้าแล้วก็ขอถามเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ เพราะที่เหลือจะให้ทางรัฐบาลซึ่งต้องกราบขอบพระคุณครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ให้กับท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีลงมาทําเรื่องนี้แล้วผมได้มีโอกาสประชุมร่วมกับท่านเห็นถึง ความตั้งใจ เห็นถึงการทุ่มเท เห็นถึงการกํากับ การเกาะติดลงพื้นที่จนกระทั่งมีมรรคมีผล เพียงแต่ว่ามรรคผลในส่วนตรงนั้นอาจจะเห็นในบางระดับ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ประวัติศาสตร์ของสภาแห่งนี้ได้มีการบันทึกเอาไว้เปึนหลักฐานว่า ใครจะว่าอะไรก็สุดแล้วแต่ แต่ผมกล้ากราบเรียนต่อท่านประธานว่าในวันนี้ไม่มี นายกรัฐมนตรีคนไหนเหมาะสมเท่ากับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนี้ เดี๋ยวผม จะบอกครับว่าความกล้าของท่านขนาดไหน เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่จะถามลงในประเด็น ของสภาพปัญหาที่ผมได้ร่วมทํางาน ประชุมในฐานะฝ์ายนิติบัญญัติ แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรี สาทิตย์ เชิญหน่วยงานของท่านมาร่วมประชุมพร้อม ๆ กัน แล้วก็ขอทราบผลคืบหน้า

ในเรื่องที่ ๑ เรื่องของเกาะเสม็ดที่จังหวัดระยอง ผมว่าท่านประธานเอง ทราบประวัติเปึนอย่างดี ท่านประธานอาวุโสมาก เกาะเสม็ดทั้งเกาะมีประวัติศาสตร์ ที่จารึกไว้อย่างนมนาน และบางส่วนต้องยอมรับว่าวันนี้ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ดี ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดี คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดที่ผมเปึน ประธานก็ดี แม้กระทั่งสํานักงานอัยการสูงสุดซึ่งมีท่านปารเมศและคณะทํางานของท่านก็ดี ศึกษาในเรื่องดังกล่าวชัดเจนครับว่ามีอยู่ ๗๐๐ ไร่ที่พี่น้องประชาชนคนเหล่านี้ เขาถือครองมาก่อนที่เปึนที่ดินของรัฐ ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสไปประชุมที่ ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง มีท่านประธานสาธิต ป่ตุเตชะ มีท่าน ส.ส. จังหวัดระยอง อีกหลายท่านร่วมประชุม ผมเข้าใจบทบาทของทางส่วนราชการเปึนอย่างดี เพราะฉะนั้น ส่วนตรงนี้ต้องอาศัยความเด็ดขาด ความเฉียบคม ความกล้าหาญของผู้นํารัฐบาล และวันนี้ สิ่งที่ผมได้อาศัยบทบาทของการเปึนประธานคณะกรรมาธิการได้ขอเอกสารมา เห็นเปึน ลายมือเขียนเกษียนโดยลายมือของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมก็พอจะ แกะรอยได้อย่างนี้นะครับ ท่านได้เกษียนว่าเห็นควรให้มีการสอบสวนสิทธิและขอความเห็น กรณีองค์กรบริหารพื้นที่พิเศษจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ท่านประธานครับ ลงชื่อโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หนังสือนี้ลงนาม ถ้าผมอ่านไม่ผิดวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ นี้เอง นี่ครับที่ต้องชื่นชมและผมเชื่อว่าพี่น้องเกาะเสม็ดเองทราบเรื่องนี้เปึนอย่างดี เขาก็บอกผมมาว่าท่านมีความเด็ดขาด เฉียบคม ผมก็บอกว่าไปหานายกรัฐมนตรีเด็ดขาด อย่างนี้ให้ผมสักคนสิ ใครจะวิจารณ์ท่านอย่างไรก็สุดแล้วแต่มีสิทธิในระบอบประชาธิปไตย แต่ความเด็ดขาด ความกล้าและการรับฟังข้อมูลที่รอบด้านจากทุกองค์กร แล้วท่านกล้า สั่งการลักษณะดังกล่าวด้วยลายมือของท่านเอง คือกฎหมายป่ดปาก ไม่สามารถปฏิเสธ ความรับผิดชอบในส่วนตรงนี้ได้ ถ้าหากว่าสิ่งที่ท่านเกษียนเรื่องนั้นพลาดและมีปัญหา กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่านติดคุกนะครับ มาตรา ๑๕๗ แต่ด้วยการฟังข้อมูล ที่รอบด้านจากความรัดกุมรอบคอบของท่านท่านก็ได้เกษียนเรื่องดังกล่าวให้กับ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ดําเนินการต่อ ฉะนั้นในส่วนตรงนี้ถามคําถามแรกว่า ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้ดําเนินการตามคําบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้ไป อย่างไรหรือไม่ มีคณะกรรมการแค่ไหน เพียงใด ถ้ามีเอกสารขอด้วยนะครับ

ในเรื่องที่ ๒ เรื่องเกาะช้าง อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ รัฐมนตรีสาทิตย์ท่านนี้ ลงไปทีวีสื่อมวลชนประโคมข่าวกันออกบ้าง ไม่ออกบ้าง กะปริบกะปรอย แต่ว่าผมในฐานะที่ เปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็เชิญมาถามรายละเอียดและมีโอกาส ได้ร่วมประชุมที่ทําเนียบ ก็กลัวแทรกแซงก็ชวนกันมาประชุมที่สภาบ้าง แอบ ๆ ซ่อนๆ บ้าง ตามที่เราพอจะทํากันได้ ก็อยากจะทราบผลคืบหน้า เกาะช้างก็เช่นเดียวกันชาวบ้าน ได้มาก่อนเปึนที่ดินของรัฐเช่นเดียวกัน แต่วันนี้ทั้งเกาะเสม็ดก็ดี เกาะช้างก็ดี ได้เพียงแค่ลายเซ็นของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เท่านั้น เพราะฉะนั้นผลในการปฏิบัติเปึนมรรคเปึนผลในเรื่องนี้ ผมถามในกระทู้ถามแล้วว่า อยากจะทราบระยะเวลาในการดําเนินการในส่วนตรงนี้ด้วยว่าจะใช้เวลาอีกนานกี่มากน้อย นั่นก็คือในเรื่องของเกาะเสม็ดและเกาะช้าง

เรื่องต่อมาครับ ก็เช่นเดียวกันครับ อันนี้เปึนผลศึกษาที่ผมเปึนประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินให้กับประชาชน แล้วก็เห็นถึง ความเดือดร้อน คําร้องเรียนของประชาชน เรื่องของสหกรณ์ผู้เช่า มีอยู่ทั้งหมด ๑๓ นิคม ๑๔ ป์าทั่วประเทศ ซึ่งทางสมาชิกสหกรณ์ผู้เช่าเขาอาศัย พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ เขาอาศัยกฎหมายที่มีอยู่ ผมศึกษาแล้วผมเห็นว่ามันเปึนช่องทางที่จะสร้าง ความมั่นคงให้กับชีวิตของเขา อย่างน้อย ๆ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ทั่วประเทศควรจะเดินตาม พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ก็ได้สรุปรายละเอียดในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการส่งไปให้กับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็เกษียนเรื่องมา ให้กับท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ดําเนินการในเรื่องนี้ต่อไป ก็ขอทราบผลคืบหน้า ผมทราบ แต่เพียงเลา ๆ ว่าท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้จัดทําคําสั่งก็ติดมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ อีก ผมเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่ในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้สามารถเข้าไปได้ไหม และถ้าเข้าไปเปึนกรรมการไม่ได้ท่านได้ดําเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ตั้งกรรมการ เสร็จแล้วหรือไม่ อย่างไร ผมขอรายละเอียดเอกสารคําสั่งด้วยถ้าหากว่าท่านจะให้ ความกรุณา นี่ก็คือในเรื่องต่อมา ในเรื่องที่ดินของรัฐทั้งหมด ท่านประธานครับ ๘ ร่างด้วยกันได้ยื่นต่อสภาเพื่อขอยกเลิกเพิกถอนที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว แล้วก็มีการอภิปรายกันในสภา ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้รัฐมนตรีสาทิตย์มารับร่าง ทั้ง ๘ ร่างจากสภาก่อนที่จะป่ดสมัยประชุมไปว่าจะส่งคืนมาภายใน ๖๐ วัน มาวันนี้ ครบแล้วครับ แล้วผมพร้อมกับเจ้าของร่างที่เหลือทั้งหมดได้รับความกรุณาจากรัฐบาล โดยท่านรัฐมนตรีสาทิตย์เช่นเดียวกันประชุมร่วมกันครับ หลอมรวมเปึนหนึ่งเดียว เปึนร่างใหม่ขึ้นมาชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ยกร่างเสร็จหมดแล้ว ยื่นต่อสภาเสร็จแล้ว แล้วก็ทางออกมีอยู่แล้ว แล้วก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ช่องทางที่เดินทางลัดที่เร็วที่สุด เพราะเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดถ้ารอ สอบถามจากส่วนราชการทุกส่วน ผมว่าอีก ๑๐ ชาติก็ไม่ได้ทํา อีก ๑๐ ชาติปัญหา ของประชาชนก็จะเดือดร้อนอยู่อย่างนี้ และนับวันในคุกในตะรางก็จะเต็มไปด้วยคนที่ ถูกตราหน้าว่าบุกที่ป์าสงวน บุกรุกที่อุทยานแห่งชาติ ไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้น ร่างกฎหมาย ฉบับนี้จะเปึนร่างกฎหมายอันหนึ่งที่จะเยียวยา บรรเทาทุกข์ เป่ดช่องว่าง เป่ดรูหายใจ ให้กับพี่น้องประชาชนที่ทุกข์ระทมเหล่านี้ได้เดินออกสู่ที่สว่างโดยเขาไม่ถูกจับกุม ระหว่างที่ดําเนินการพิสูจน์สิทธิ แทนที่จะมีคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน ของรัฐเหมือนที่เปึนอยู่ในขณะนี้แต่เพียงอย่างเดียว นั่นมันกระทืบชาวบ้านครับ มันไม่ได้ แก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน มันซ้ําเติมทุกข์ของชาวบ้าน เพราะฉะนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์รับไปร่างเสร็จ ส่งมาที่สภาเสร็จแล้ว ขอทราบว่ารัฐบาลมีแนวทาง ในการที่จะผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวในสมัยประชุมนี้ได้หรือไม่ อย่างไร

เรื่องต่อมาครับ ก็คงเปึนเรื่องของที่ดินของรัฐ คือที่ดินที่อยู่ในการกํากับ ดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมใช้ภาพรวม ซึ่งต้องยอมรับ ความเปึนจริงว่าในขณะนี้กระทรวงนี้เปึนกระทรวงใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป์าไม้ กรมป์าไม้นี้ชาวบ้านเข้าไปรุกที่ของกรมป์าไม้บ้าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืช อุทยานทางทะเล เข้าไปรุกที่ชาวบ้านเขาบ้าง รุกมึงรุกกูคาราคาซังกันอยู่อย่างนี้ วันนี้ผลการสํารวจอย่างไม่เปึนทางการปรากฏว่าที่ดินของรัฐทั้งหมดประมาณ ๖,๐๑๑,๐๐๐ กว่าไร่มีประชาชนเข้าไปถือครองอยู่ในที่ดินตรงนี้ ไม่เปึนทางการ แต่ผม เชื่อว่า ๑๐-๑๕ ล้านไร่ ประเด็นของปัญหาที่จะต้องถามก็คือวันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้ส่งมอบที่ดินที่อยู่ในการกํากับดูแลของกระทรวงนี้ ไม่ว่าจะเปึน กรมป์าไม้ก็ดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช กรมอะไรก็สุดแล้วแต่ที่ชาวบ้านอยู่ ในที่ดินเหล่านั้นจนหมดวัตถุประสงค์ในการสงวนหวงห้าม หมดวัตถุประสงค์ที่จะหวงห้าม ต่อไปอีกแล้ว เช่น เปึนสวนยางพารา สวนปาล์มน้ํามัน สวนอะไรต่อสวนอะไร และมิหนําซ้ํา มีชุมชน มีโรงเรียน มีวัดขึ้นมาเต็มไปหมดแล้ววันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่กํากับอยู่นี่ได้ยกที่ดินเหล่านี้ ได้โอนที่ดินเหล่านี้ตามนโยบาย ของรัฐบาล เพื่อจะทําในเรื่องของโฉนดชุมชนบ้างหรือไม่อย่างไร และเรื่องโฉนดชุมชน วันนี้ไปถึงไหนแล้ว ที่สําคัญที่สุดในเรื่องท้ายสุดครับท่านประธาน เรื่องป์าลับล่อสลุย ท่านรัฐมนตรีคงไม่ได้กํากับดูแลโดยตรงหรอกครับ ที่ผมต้องกราบเรียนสะท้อนผ่านตรงนี้ ไปว่ากระทู้ถามนี้เข้ามาในห้วงเวลาที่เหมาะสมพอดี เพราะสิ้นเดือนกันยายนนี้ท่านอธิบดี กรมป์าไม้ท่านก็จะเกษียณอายุราชการ ซึ่งก็เปึนไปตามกาลเวลาของชีวิตราชการ ผมก็ขอ แสดงความดีใจเมื่อถึงเวลาของท่าน แต่ที่เสียใจ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าพอสรุปคําถาม ได้แล้วครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ก็นี่อย่างไรครับ ถ้าอยู่ ๆ ไปพูดอย่างนั้นเลย ผมเข้าใจท่านประธานดีครับ ท่านประธานครับให้โอกาสผมนิดหน่อยเท่านั้นเอง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันจะไปย้อนใน (๕) (๖)

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

คืออย่างนี้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ของข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับที่ผมย้อนไปตรงนั้น ก็จะเจาะลงมาให้เห็นว่าที่ป์าลับล่อสลุย ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ คุยกับท่านอธิบดีกรมป์าไม้รับปากกันเปึนมั่นเปึนเหมาะครับ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าไร่ ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าราย มีรายชื่อรายละเอียดรังวัดกันตรวจสอบเรียบร้อย จะเดินตาม พ.ร.บ. ป์าสงวนแห่งชาติ ป้ ๒๕๐๗ แล้วท่านก็รับปากผมว่าก่อนวันที่ ๓๐ กันยายน ท่านจะไปดําเนินการ แล้วก็มอบเรื่องดังกล่าวนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ถือครองที่ดินทํากิน ตามวัตถุประสงค์ ตามอํานาจหน้าที่ แล้วก็ตามสิทธิที่เกษตรกรเหล่านั้นควรจะได้รับ แต่ท่านประธานครับนี่มันเดือนสุดท้าย มันสัปดาห์สุดท้ายของป้ ๒๕๕๓ จะเข้า ป้ ๒๕๕๔ แล้ว ก็คือ ๑ ตุลาคม มันจะเข้ามาแล้วนะครับ ปรากฏว่าทราบมาล่าสุดครับ ไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีกับท่านอธิบดีมีปัญหากันอย่างไร แต่ที่สุดกรรมมันอยู่กับเกษตรกร แล้ววันนี้เกษตรกรคนเหล่านี้ครับถูกจับกุมที่อําเภอท่าแซะ ที่จังหวัดชุมพร ผมต้องหา ทนายความไปต่อสู้คดีกับเขาอีก เอกสารอยู่ที่ผม ต้องไปต่อสู้คดีว่าเขาขาดเจตนา ในการถือครอง เพราะมีเอกสารรับรองอย่างนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือมันไม่ใช่กระทู้ถาม มันเปึนการอภิปรายมากไปแล้วครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ผมจะถามผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีอย่างไรครับว่าท่านตอบตรง ๆ ไม่ได้ แต่ก็คงเปึนประเด็นฝากในประเด็น ตรงนี้ให้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้โปรดกรุณาให้ความเมตตาสานต่อในเรื่องดังกล่าวนะครับ นึกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะมาจะได้ถามด้วย เมื่อท่านไม่มาก็ต้องฝากนะครับ ช่วยถามให้ผมด้วยว่า ๕๐,๐๐๐ กว่าไร่ ๖,๐๐๐ กว่าคน ที่ทําไปเสร็จแล้ว เหลือแต่เพียงแจกเปึน สทก. สิทธิทํากินทําได้เมื่อไร หรือรัฐบาลชุดนี้ ใช้อํานาจฝ์ายบริหารดึงที่ดินทั้งหมดกลับมาเลยก็ได้ครับ มาทําในรูปโฉนดชุมชน จะทําได้ หรือไม่ ผมถามแค่นี้ครับ แล้วก็เปึนคําถามเดียวที่จะกราบเรียนถาม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เดียวหรอกครับ ๘ ข้อ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ขอบคุณ ก็ถามทีเดียว ๘ ข้อ แต่ให้ ท่านรัฐมนตรีตอบทีเดียวเลย ผมไม่มีคําถามที่ ๒ อีกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบ ให้รัฐมนตรีตอบ ก่อนที่รัฐมนตรีจะตอบ สภายินดีต้อนรับครูและนักเรียนโรงเรียนห้วยยางวิทยาคม จากจังหวัดชัยภูมิทั้ง ๑๕๐ คนด้วยความยินดี ขณะนี้สภากําลังดําเนินการตั้งกระทู้ถามทั่วไป ให้ทางรัฐบาลตอบ เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้กําลังเดินทางไปปฏิบัติราชการ ประชุมสมัยสามัญขององค์การสหประชาชาติที่กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกในเรื่องของปัญหาที่ดินทํากินโดยท่านสมาชิก ซึ่งขอประทานโทษเอ่ยนาม คือคุณสุวโรช พะลัง ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสุวโรช ซึ่งในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน ร่วมกับสมาชิกอีกหลายท่าน ซึ่งอยู่ในสภาแห่งนี้และเปึนผู้ที่ได้จับประเด็นเรื่องของปัญหา ที่ดินทํากินมาโดยตลอด ความจริงแล้วคําถามในกระทู้ถามของท่านเปึนคําถามที่ค่อนข้าง ครอบคลุมแล้วก็กว้างขวางทั้งในแง่ของนโยบายของรัฐที่ประกาศเอาไว้ในการประชุม รัฐสภา เมื่อครั้งที่เข้ารับตําแหน่งเปึนนายกรัฐมนตรีและได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง ก็คือเปึนประเด็นที่เปึนกรณีเฉพาะที่ท่านเองได้มีการศึกษา ผ่านทางคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วก็ส่งเรื่องต่อมายังรัฐบาล ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเอง ก็ได้มอบหมายให้ผมได้ดําเนินการร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องอีกหลายกระทรวง ผมกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกอย่างนี้ครับว่าปัญหาที่ดินทํากินนั้นถือว่า เปึนปัญหาใหญ่มากของประเทศ ในช่วงที่มีการจัดทําคณะที่ทํางานเรื่องของการปฏิรูป ประเทศไทยนั้น ไม่ว่ากรรมการชุดใดก็ตามจะเห็นได้ชัดว่าปัญหาที่ดินทํากินนั้นเปึน เรื่องใหญ่ครับ มีประชาชนจํานวนมากที่ร้องเรียนเรื่องของกรณีปัญหาที่ดินทํากินเข้ามา ยังรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีการแก้ไขเหมือนกับที่ยื่นมายังคณะกรรมาธิการ วิสามัญอย่างที่ได้มีการอภิปรายไปแล้ว รัฐบาลจึงได้มีการประกาศนโยบายไว้ในรัฐสภา ในช่วงปลายป้ ๒๕๕๑ ว่ารัฐบาลจะดําเนินการคุ้มครองและรักษาพื้นที่ที่เหมาะสมกับ การทําเกษตรกรรมที่ได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานแล้ว เพื่อเปึนฐาน การผลิตทางการเกษตรในระยะยาว ฟุ๋นฟูคุณภาพดิน จัดหาที่ดินทํากินให้แก่เกษตรกร ยากจนในรูปของธนาคารที่ดินและเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้แก่เกษตรกรยากจน และชุมชนที่ทํากินอยู่ในที่ดินของรัฐที่ไม่มีสภาพป์าแล้วในรูปของโฉนดชุมชน อันนี้ ก็ถือเสมือนเปึนสัญญาประชาคมที่รัฐได้ให้ไว้ แม้แต่กระทั่งในรัฐธรรมนูญก็ได้มีการบัญญัติไว้ ในมาตรา ๘๕ ซึ่งบัญญัติไว้ในเรื่องของแนวนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมว่ารัฐจะต้องกระจายการถือครองที่ดินอย่างเปึนธรรมและดําเนินการให้ เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดินเพื่อประกอบการเกษตรกรรมอย่างทั่วถึง โดยการปฏิรูปที่ดินหรือวิธีการอื่น อันนี้ก็ถือเปึนแนวทางที่รัฐดําเนินการมาโดยตลอดครับ เมื่อเข้ามาสู่การบริหารประเทศแล้วเราเห็นว่าปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทํากินนั้นมันมีปัญหาหลัก ๆ อยู่ ๓ ประการครับ

๑. ปัญหาที่ดินทํากินนั้นเปึนพื้นฐานหลักหรือสาเหตุหลักของปัญหา ความยากจน เพราะประชาชนยังไร้ที่ดินทํากิน ไร้ที่อยู่อาศัย รวมทั้งมีปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชนที่เข้าไปครอบครองที่ดิน ทําให้ประชาชนไม่มี ความมั่นคงในการถือครองที่ดินทํากินหรือที่ท่านผู้ถามกระทู้ถามใช้คําว่า รัฐรุกราษฎร์ หรือบางที่ก็เปึนราษฎร์รุกรัฐ เหล่านี้เปึนต้น จากข้อมูลที่มีการสืบค้นหรือทําวิจัยกันครับ ในการเสวนาเรื่องที่ดินทํากินของรัฐบาลนั้น เราพบความจริงว่าการถือครองที่ดินทํากิน ของประเทศในปัจจุบันนั้นยังขาดความเปึนธรรมอยู่มาก อันนี้เปึนเหตุผลข้อที่ ๒ ที่อยู่ใน นโยบายของรัฐบาลว่า ปัจจุบันนี้ยังมีปัญหาเรื่องความเปึนธรรมในการกระจาย การถือครองที่ดิน รวมทั้งประชาชนไม่สามารถจะใช้สิ่งเหล่านี้คือที่ดินไปสร้างโอกาส หรือหารายได้หรือเข้าถึงแหล่งทุนได้ มันมีข้อมูลครับว่าในการลงทะเบียนคนจน เมื่อป้ ๒๕๔๗ นั้นมีประชาชนมากกว่า ๔.๗ ล้านคนที่ลงทะเบียนแล้วต้องการให้รัฐเข้าไป แก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน มีข้อมูลเช่นเดียวกันครับว่าในประชาชนกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของ ประเทศนั้นนี่นะครับ คนที่ถือครองที่ดินทํากินในอัตราที่มากเพียงพอคือประมาณ ๑๐๐ ไร่ ขึ้นไปนั้นมีเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรเท่านั้น ในเวลาอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรนั้นถือครองที่ดิน ๒๕ ไร่โดยเฉลี่ยและต่ํากว่านั้น กับทั้งมีเปึนจํานวนมากที่ไม่มีที่ดินทํากินเปึนของตนเอง ก็ส่งผลให้มีการเข้าไปอยู่ใน ที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้มีตัวเลขอยู่ที่ประมาณเกือบ ๆ ๑๐ ล้านคน นอกจากนั้นแล้วปัญหาของที่ดินทํากินก็ยังพบว่ายังมีปัญหาความยั่งยืนของการพัฒนา ความหมายนี้ก็คือหมายความว่าในอดีตรัฐเองมีนโยบายหลายข้อครับที่ให้สิทธิทํากิน กับประชาชนหรือราษฎร แต่ก็พบความจริงประการหนึ่งว่าเมื่อไปทํามาหากินในที่ดิน แปลงต่าง ๆ เหล่านั้นแล้วการพัฒนาในเรื่องของการสร้างผลิตผลให้เพิ่มมากขึ้นในที่ดิน ที่จํากัดนั้นมีความจํากัดอยู่มาก บ่อยครั้งที่เมื่อทํามาหากินหรือปลูกพืชผลไปแล้ว ราคาพืชผลเกษตรตกต่ํา ที่สุดก็เกิดการขาดทุนแล้วก็ทําให้มีการจําหน่ายหรือขายสิทธิ หรือนําไปจํานองจํานํา แล้วที่ดินที่รัฐจัดให้เหล่านั้นก็หลุดมือจากเกษตรกรไป หลายที่ ก็กลายเปึนหมู่บ้านจัดสรร หลายที่ก็กลายเปึนโรงงานอุตสาหกรรม หลายที่ก็หลุด ไปอยู่ในมือของนายทุนซึ่งมีเงินมากกว่า ก็ส่งผลทําให้การบุกรุกหรือการหาที่ดินทํากินนั้น กระจายปัญหาอย่างกว้างขวางมากขึ้น แนวคิดของรัฐบาลชุดปัจจุบันก็เห็นว่า ในการแก้ปัญหาที่ดินทํากินนั้นจําเปึนที่จะต้องแก้ไขปัญหาด้วยการแก้ปัญหาเรื่องของ ความเปึนธรรม ต้องกระจายการถือครอง ทําให้มีความยั่งยืนของการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และจําเปึนต้องจัดหาที่ดินทํากินให้กับเกษตรกรที่ยากจน ในการเสวนาเรื่องของที่ดิน ทํากินของรัฐบาล จึงได้กําหนดนโยบายซึ่งเปึนเครื่องมือหลัก ๓ ข้อครับ ๑. คือเรื่องของ โฉนดชุมชน ๒. คือเรื่องของธนาคารที่ดิน และ ๓. ก็คือเรื่องของกฎหมายภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ๓ อันนี้ก็ถือเสมือนเปึนเครื่องมือหลักของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาครับ กรณีที่ ๑ คือเรื่องโฉนดชุมชน ซึ่งผู้ถามกระทู้ถามว่าตั้งแต่ประกาศนโยบาย บัดนี้ ดําเนินการไปถึงไหนแล้วอย่างไร ผมกราบเรียนว่าเรื่องโฉนดชุมชนนั้นขณะนี้ดําเนินการ คืบหน้าไปมากครับ โฉนดชุมชนเปึนแนวความคิดใหม่ซึ่งเปึนนวัตกรรมทางนโยบาย ที่ภาคประชาชนคิดขึ้นมาก่อนแล้วภาครัฐก็รับมาจัดทําเปึนนโยบาย โฉนดชุมชน ไม่ใช่เอกสารสิทธิที่ให้กับประชาชนเปึนปัจเจกบุคคลแต่ละคน แต่เปึนการให้สิทธิทํากิน กับชุมชนซึ่งเปึนการรองรับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๖ ที่ว่าด้วยเรื่องสิทธิของชุมชน นัยของนโยบายนี้คือการแก้ไขปัญหาคนซึ่งไปอยู่ในที่ดินของรัฐครับ ถ้ามีข้อมูลว่า เกือบ ๑๐ ล้านคนที่อยู่ในที่ของรัฐเราไม่สามารถเคลื่อนย้ายคนทั้งเกือบ ๑๐ ล้านคนนี้ ออกจากที่ดินของรัฐได้ครับ หลายที่ก็เสื่อมโทรมหมดสภาพป์าไปแล้วรัฐก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แนวคิดโฉนดชุมชนจึงออกมาเปึนระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสาน การจัดให้มีโฉนดชุมชน วิธีการก็คือว่าถ้าชุมชนใดประสงค์จะจัดทําเปึนโฉนดชุมชนนั้น สามารถจะยื่นขอเปึนโฉนดชุมชนได้ที่สํานักงานโฉนดชุมชน สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการชุดหนึ่งที่เรียกว่า ปจช. หรือคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนด ชุมชน ซึ่งผมได้รับมอบหมายให้เปึนประธานก็จะรับเรื่องเอาไว้และจะส่งคณะอนุกรรมการ ไปตรวจสอบพื้นที่ ก็จะดูหลักเกณฑ์ครับ หลักเกณฑ์สําคัญคือที่ตรงนั้นชุมชนจะต้องมี ความเข้มแข็งในการจัดตั้งและอยู่ในที่ตรงนั้นมาก่อนมีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่น้อยกว่า ๓ ป้ครับ เหตุผลที่กําหนดไว้ว่าต้องอยู่ก่อนไม่น้อยกว่า ๓ ป้ เพื่อปัองกัน เรื่องการส่งสัญญาณให้มีการบุกรุกที่ของรัฐใหม่ ซึ่งขณะนี้มันไม่มีที่ที่จะบุกรุกอีกแล้วครับ หลังจากไปดูแล้วเห็นว่าสภาพชุมชนมีความเข้มแข็งออกโฉนดชุมชนได้ กรรมการก็จะ ลงไปรังวัดจัดทําพื้นที่แล้วนํากลับมาในคณะกรรมการ ปจช. หลักการ ปจช. นี้ไม่ใช่เปึน หลักการที่จะจัดโฉนดชุมชนได้ทันที แต่จะดูว่าที่ดินแปลงนั้นอยู่ในสังกัดหน่วยงานรัฐ หน่วยงานใดที่ครอบครองรักษาดูแลพื้นที่อยู่ ขณะนี้มีคนขอโฉนดชุมชนมาที่รัฐบาลทั้งสิ้น ๘๘ แห่งครับ ใน ๘๘ แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และภาคใต้ เพราะสามารถจัดในที่ชุมชนได้ด้วย ซึ่งเปึนไปตามรัฐธรรมนูญและตามนโยบายของรัฐบาล ในภาคอีสานมีหลายจังหวัดครับ ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดร้อยเอ็ด ในภาคเหนือก็มีทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งจังหวัดเชียงราย ทั้งจังหวัดเลย จังหวัดน่าน จังหวัดเพชรบูรณ์ ในภาคกลางและในภาคใต้อีกหลายจังหวัดครับ ขณะนี้คณะกรรมการ ปจช. ได้เลือกที่ดินที่ออกไปรังวัดอยู่ในขณะนี้กําลังดําเนินการทั้งสิ้น ๔๙ แปลง ใน ๔๙ แปลงนี้มีที่อย่างน้อย ๒ ที่ ที่สามารถจะออกโฉนดชุมชนได้คาดว่าเปึนเดือนตุลาคม คือที่คลองโยงจังหวัดนครปฐม และที่พิชัยภูเบนทร์ จังหวัดอุตรดิตถ์ครับ โฉนดชุมชนนี้ เมื่อชุมชนได้โฉนดไปแล้วนั้นที่ของโฉนดชุมชนนั้นไม่สามารถนําไปจํานองจํานํา จําหน่าย จ่ายโอนได้ที่ดินยังคงเปึนของรัฐอยู่ แต่ราษฎรจะได้สิทธิไปอยู่อาศัยและทําเกษตรกรรม ๒ อย่าง การให้ไปครั้งหนึ่งนั้นมีอายุ ๒๕ ป้ครับ ใน ๒๕ ป้นี้จะมีกรรมการลงไปประเมิน ตลอดเวลาเพราะชุมชนต้องรับเงื่อนไขด้วยว่าต้องไปดูแลเรื่องของสิ่งแวดล้อมการปลูกป์า และดูแลพื้นที่รอบข้างไม่ให้มีการบุกรุกต่อไป เราคิดว่าแนวคิดโฉนดชุมชนนี้จะมี ความยั่งยืนครับ ๑. เมื่อไม่สามารถไปจํานองจํานํา จําหน่ายจ่ายโอนได้ โอกาสจะหลุดมือ จากราษฎรไปก็ไม่มีครับ สมมุติที่แปลงใดชุมชนจัดให้ราษฎรแล้ว ราษฎรคนใดคนหนึ่ง ประสงค์จะออกจากพื้นที่ ที่แปลงนั้นจะกลับไปเปึนอํานาจการตัดสินใจขององค์กรชุมชน หรือกรรมการชุมชนนั้นในการจะมอบให้กับคนต่อไปที่จะเข้ามาทํากิน ชุมชนใดทําผิด กฎระเบียบจะมีการไปตักเตือน มีการไปช่วยกันแก้ไขปัญหา ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็จะยึดที่ดินนั้น กลับมาเปึนของรัฐตามเดิมและที่ดินแปลงนั้นราษฎรจะตกอยู่ในสถานะเดิมซึ่งเปึนการ ไปบุกรุกครอบครองที่ของรัฐอย่างผิดกฎหมาย นี่คือแนวคิดโฉนดชุมชนครับ ขณะนี้ ดําเนินการไปแล้วก็คืบหน้าไปมาก

อันที่ ๒ ที่ท่านถามคือเรื่องธนาคารที่ดิน หลักคิดของเรื่องธนาคารที่ดิน ความจริงแล้วมีหลักคิดอยู่ ๓ ข้อครับ ๑. ธนาคารที่ดินจะทําหน้าที่ในฐานะที่เปึนคนจัดให้ คนซึ่งมีที่ดินทํากินอยู่ หรือที่ที่รัฐครอบครองอยู่แล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ประสงค์ที่จะให้ ราษฎรที่ยากจนไร้ที่ทํากินได้เข้าไปอยู่ทํากินในรูปแบบต่าง ๆ เช่นโฉนดชุมชนหรือเช่า แล้วตัวธนาคารที่ดินเปึนคนรวบรวมแล้วก็นํามาจัดสรรที่ดินให้กับราษฎรที่ยากจน นี่คือ หน้าที่ประการที่ ๑

หน้าที่ประการที่ ๒ ของธนาคารที่ดินเท่าที่คิดกันก็คือว่ามีหน้าที่ในการมี กองทุนหรือมีเงินไว้ก้อนหนึ่งสําหรับจัดซื้อที่ที่เปึนที่ดิน ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบต่าง ๆ เช่นเปึนที่ที่มีการยึดโดยหน่วยงานซึ่งมีการได้จากการหลุดจํานองจํานําทั้งหลายแล้ว เมื่อซื้อมาเปึนของธนาคารที่ดินแล้วก็จัดสรรให้เกษตรกรยากจนได้ไปเช่าหรือทํากิน ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบธนาคารชุมชน ขณะนี้มีการเสนอมาแล้วครับ มีที่อยู่ ๕ แปลงที่ภาคเหนือซึ่งจะใช้งบประมาณประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ซื้อที่ที่หลุด จากหน่วยงานที่ได้จากการประมูลซื้อขายที่ดินและที่ดินแปลงนั้นยังไม่มีการใช้ประโยชน์ ในขณะนี้

แนวคิดข้อที่ ๓ ของธนาคารที่ดินก็คือเนื่องจากว่าเรามีนโยบายโฉนดชุมชน ที่ที่ราษฎรได้หรือชุมชนได้นําไปจํานองจํานํา จําหน่ายจ่ายโอนไม่ได้ก็สมควรจะมี ธนาคารที่ดินซึ่งมีเงินทุนจํานวนหนึ่งสําหรับที่จะให้ผู้ที่อยู่ในที่ดินของรัฐเข้าถึงแหล่งทุน โดยการไปกู้ยืมได้ เพราะไม่สามารถจะไปกู้ยืมยังสถาบันการเงินในรูปแบบอื่นได้ แนวคิดธนาคารที่ดินจึงเดินมาในรูปแบบนี้ ขณะนี้ธนาคารที่ดินอยู่ในชั้นของการร่าง เปึนพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเปึนองค์การมหาชนธนาคารที่ดิน ซึ่งคิดว่าในอีกไม่ช้า ก็จะมีการนําเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อออกเปึนกฤษฎีกาจัดตั้งธนาคารที่ดินต่อไปซึ่งจะเปึน ประโยชน์มากครับ

นโยบายข้อที่ ๓ ที่มีการพูดถึงก็คือภาษีทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กฎหมายฉบับนี้เสนอโดยกระทรวงการคลังแล้ว ผ่านการพิจารณา ครม. แล้วชั้นหนึ่ง ขณะนี้อยู่ที่กฤษฎีกาครับ เมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านกฤษฎีกาแล้วก็จะนํากลับมายัง สภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาต่อไป โดยกฎหมายฉบับนี้เจตนารมณ์ประการหนึ่งก็คือ ไปแก้ปัญหาคนซึ่งครอบครองที่ดินเปึนจํานวนมากแล้วไม่ใช้ประโยชน์ เมื่อไม่ใช้ประโยชน์ ครอบครองที่ดินมากสมควรจะมีการจัดเก็บภาษีในอัตราที่แพงกว่าที่จัดเก็บในอัตราปกติ ธรรมดา เพื่อนําเงินที่ได้มามากเหล่านั้น ส่วนหนึ่งก็มีแนวความคิดว่าจะเอาเงินไปเปึน ส่วนทุนของธนาคารที่ดินไปแก้ไขปัญหาให้กับคนยากคนจนด้วย ส่วนหนึ่งจะเปึนรายได้ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่คือ ๓ เครื่องมือหลักซึ่งเปึนนโยบายรัฐบาลในการแก้ไข ปัญหาที่ดินทํากิน และเราเองก็เชื่อว่าจะเปึนแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ซึ่งเชื่อว่า อาจจะเปึนรัฐบาลชุดแรกที่ตัดสินใจดําเนินการในวิถีทางเหล่านี้ ผมตอบข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ คือประเด็นหลักเขาถามเรื่องเกาะเสม็ด เกาะช้าง พระราชบัญญัติ นี่เรื่องสําคัญฟังนะครับ เพราะว่าเวลาของท่านเหลือน้อยมาก จะ ๑๑.๐๐ นาฬิกาแล้วครับ เพราะว่า ๑๑.๐๐ นาฬิกา ก็จะเข้ากระทู้ถามสด ขอความกรุณาเหลือเวลา ๑๐ นาทีเท่านั้น ขอบพระคุณครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ขอบคุณครับ กรณีเกาะเสม็ดที่ท่านถามถึงครับ กรณีนี้ชาวบ้านร้องว่าที่เกาะเสม็ดนั้น ชาวบ้านอยู่มาก่อนที่จะมีการประกาศเปึนที่ราชพัสดุบ้าง ประกาศก่อนออกประกาศ เปึนที่อุทยานบ้าง แต่ว่าต่อมามันมีการประกาศเปึนที่ราชพัสดุทั้งเกาะ ชาวบ้านก็ไปร้อง ทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร้องทั้งคณะกรรมาธิการชุดท่านสุวโรช ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ที่สุดแล้วเรื่องก็ถูกส่งมายังรัฐบาลโดยผ่านกลไกของ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบให้ผมเปึนประธาน แล้วได้ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการของสภา เรามีความเห็นตรงกันว่าคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรก็ดี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ดี ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดี มีความเห็นว่าไม่เปึนที่ราชพัสดุทั้งเกาะ ก็ทําความเห็นเสนอท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีแทงกลับมาอย่างที่ท่านได้พูดถึงว่า ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ว่า สมควรที่จะมีการไปดูเรื่องของการพิสูจน์สิทธินั้น ที่สุดกรรมการชุดที่ผมเปึนประธาน มีมติว่ามีความเห็นตรงกันกับอีก ๓ หน่วยงาน ขั้นตอนจากนี้ไปก็คือให้ กบร. หรือคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งเคยมีมติว่าเกาะเสม็ดเปึนที่ราชพัสดุ ทั้งเกาะให้เพิกถอนมตินั้นก่อน เมื่อเพิกถอนมติแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิครับ ซึ่งในขณะนี้ราษฎรที่เกาะเสม็ดได้ทราบประเด็นเหล่านี้แล้ว และกําลังเดินหน้า ในการดําเนินกระบวนการต่อไปครับ

ข้อที่ ๒ คือกรณีเกาะช้าง กรณีเกาะช้างนั้นปมประเด็นปัญหาก็คือว่า มีราษฎรที่ไปอยู่ แล้วอยู่ในที่ที่มีเอกสารที่เปึนลักษณะ ส.ค. ๑ ที่ครอบครองพื้นที่มาก่อน ประการหนึ่ง ประการหนึ่งก็คือไปอยู่ในที่ที่แต่เดิมนั้นยังไม่มีการประกาศเปึนที่ราชพัสดุ หรือที่ที่ต้องการใช้ประโยชน์ทางการทหาร รวมทั้งมีผู้ที่เข้าไปอยู่ในภายหลังก็มี แต่รวม ที่ราษฎรอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าไร่ ต่อมาทางกองทัพเรือได้เข้าไปประกาศใช้พื้นที่ แล้วประกาศพื้นที่ครอบทับ ๓,๐๐๐ กว่าไร่นี้เปึนที่ประมาณ ๑๘,๐๐๐ กว่าไร่ ปัญหา ที่เกิดคือในชั้นที่ทหารเรือไปประกาศมีการเจรจากันว่าบางที่นั้นจะมีการกันออกให้ เปึนที่ของราษฎร แต่ไม่มีข้อตกลงกัน สุดท้ายเมื่อมีการประกาศที่ไปแล้วไม่มีการคืนที่ กลับมายังประชาชนทั้ง ๓,๐๐๐ กว่าไร่นั้น ก็เกิดข้อขัดแย้งกันในพื้นที่ครับ คล้าย ๆ ว่า ในการประกาศนั้นเสมือนกับให้ประชาชนลงนามไปก่อน แล้วสุดท้ายก็ไม่มีการประกาศ เรื่องมาสู่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาสู่คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร แล้วมาที่รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีก็มอบให้ผมลงไปประชุม ก็ประชุมร่วมกันกับทั้งฝัืง ประชาชน ฝัืงทหารเรือ ฝัืงกรมธนารักษ์ แล้วก็พื้นที่ ก็เปึนเรื่องน่ายินดีครับ ผมลงไปดูพื้นที่ แล้วส่งทีมงานไปดูก็เห็นจริงว่าประชาชนอยู่มาก่อนและมีสภาพเปึนชุมชนจริง สุดท้าย ได้คุยกับท่านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมก็ดี ทางผู้บัญชาการทหารเรือก็ดี ก็เห็นชอบว่า ควรหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ล่าสุดทางทหารเรือยินดีที่จะคืนพื้นที่กลับมาอยู่ในพื้นที่ ประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ เพียงแต่ปัญหาก็คือ ๖,๐๐๐ ไร่นี้จะตรงกับที่ราษฎรอยู่ก่อน หรือต้องการหรือไม่ ขณะนี้ก็ตั้งคณะทํางานลงไปดูระวางแผนที่แล้วลงไปดูสถานที่จริง ที่เกาะช้าง พบว่า ๖,๐๐๐ ไร่ ที่ทหารเรือคืนกลับมานี่ครับมีบางที่ตรงกัน แต่บางที่ยังไม่ตรง ก็อยู่ในชั้น ที่ต้องมีการปรับความต้องการให้ตรงกันและดูความต้องการ ๒ ฝ์าย ซึ่งเข้าใจว่า กระบวนการนี้อาจจะใช้เวลาอีกสัก ๒-๓ เดือนก็น่าจะแก้ไขปัญหาเกาะช้างได้ครับ

กรณีที่ ๓ คือกรณีสหกรณ์เช่าป์า เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องใหญ่ครับ หลักง่าย ๆ ของเรื่องนี้ก็คือเดิมให้มีการเช่าป์าซึ่งเปึนของกรมป์าไม้ไป แล้วมีการพูดในเมื่อก่อนว่า เมื่อเช่าไปถึงระยะเวลาหนึ่งแล้วกรมป์าไม้ก็จะคืนที่กลับไปยังสหกรณ์เพื่อจัดตั้งเปึนรูป ของสหกรณ์นิคม แล้วก็ออกเอกสารที่เรียกว่า กสน. ๓ กสน. ๕ ซึ่งจะมีระยะเวลาหนึ่ง ก่อนนําไปออกโฉนดต่อไป แต่จนปัจจุบันนี้ครับยังไม่มีการดําเนินการเช่นที่ว่านั้น สภาพป์าก็หมดแล้วครับกลายเปึนสภาพชุมชน ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้าไปรับฟังประเด็น ปัญหานี้กับคณะกรรมาธิการชุดที่ท่านสุวโรช ประทานโทษเอ่ยนาม เปึนประธาน แล้วก็ ขณะนี้มีการลงนามในคําสั่งของท่านนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษา แก้ไขปัญหาด้านเอกสารสิทธิในที่ดินทํากินของกลุ่มเครือข่ายสหกรณ์นิคมผู้เช่า ๑๓ นิคมสหกรณ์ มีการประชุมนอกรอบไป ๑ ครั้งครับ แล้วก็คงจะมีการประชุมกัน ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งแนวทางก็อาจจะออกมาในรูปของการแก้ไขปัญหาให้เปึนไป ตามเจตนารมณ์เดิมครับ

เรื่องที่ ๔ เปึนเรื่องสุดท้ายครับ ก็คือกรณีของกฎหมายที่เรียกว่า การยกเลิก พระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดิน จริง ๆ ก็เปึนไปอย่างที่ผู้ถามกระทู้ถามครับว่ามีสมาชิก ทุกพรรคเสนอกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่งที่เรียกว่า กฎหมายยกเลิกพระราชกฤษฎีกา สงวนหวงห้ามที่ดิน พูดง่าย ๆ คือหลักการกฎหมายฉบับนี้เดิมทีพระราชกฤษฎีกาหวงห้าม ที่ดินนั้นเปึนอํานาจของรัฐแต่ฝ์ายเดียวที่จะประกาศหวงห้ามว่าที่ดินตรงนี้เปึนของรัฐ จะยกเลิกก็เปึนอํานาจของรัฐแต่ฝ์ายเดียว แต่เราพบความจริงเหมือนกับที่ผู้แทนราษฎร พบหลายที่ครับว่าหลายพื้นที่นั้นรัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์ มีการประกาศกฤษฎีกาหวงห้าม แล้วรัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์ราษฎรไปอยู่บางที่ไปครอบทับที่ที่ราษฎรอยู่มาก่อนด้วยซ้ํา แต่รอให้รัฐบาลหรือฝ์ายรัฐยกเลิกพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามโดยใช้อํานาจทางการบริหาร พบความจริงครับว่าไม่เคยมีการยกเลิกเลย กฎหมายฉบับนี้จะเปึนการเป่ดช่องทางใหม่ ให้สามารถที่ราษฎรยกเรื่องการยกเลิกพระราชกฤษฎีหวงห้ามแล้วก็นําขึ้นมายังกรรมการ ชุดของจังหวัดก่อนให้จังหวัดนําเสนอ ครม. เปึนที่ยุติต่อไป กฎหมายฉบับนี้รัฐบาล เห็นด้วยครับ แต่เพื่อให้กระบวนการเร็วขึ้นก็มีการประชุม ส.ส. แล้วก็มีการจัด ร่างกฎหมายเรียบร้อยแล้วพร้อมที่จะนําเข้าสู่สภาซึ่งจะได้ประสานกับทางวิป (Whip) ของรัฐบาลต่อไป อันนี้ก็คงเปึนเรื่องที่ต้องกราบเรียนท่านประธานตอบกระทู้ถาม ของเพื่อนสมาชิก ซึ่งคิดว่าเรื่องที่ดินทํากินคงมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องทํางานกันต่อ ก็ขอขอบคุณท่านผู้ถามกระทู้ถามอีกครั้งหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ จบกระทู้ถามทั่วไป ต่อไปเปึนกระทู้ถามสด

๑.๒ กระทู้ถามสด

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๒ ส. เรื่อง การแก้ไขปัญหาวิกฤติจราจร ในจังหวัดภูเก็ต (นายเรวัต อารีรอบ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม

ขอเรียนให้ผู้ถามกระทู้ถามทั้ง ๓ กระทู้ถามได้ทราบว่าต้องปฏิบัติตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ เพราะว่าเขาให้เวลาเพียง ๑ ชั่วโมง คือ ๖๐ นาที ผู้ตั้งกระทู้ถาม แต่ละกระทู้ถามถามได้ตอบได้กระทู้ถามละ ๒๐ นาทีโดยเคร่งครัดนะครับ ผู้ถามโปรดถามได้ครับ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ให้ ความสําคัญกับการตั้งกระทู้ถามของผมในวันนี้ เพราะมีพี่น้องประชาชนไม่น้อยครับ ที่ได้ร้องเรียนทางวาจาก็ดี ทางจดหมายก็ดีมาถึงนายทศพร เทพบุตร และผม ซึ่งเราทั้ง ๒ คนเปึนตัวแทนของพี่น้อง ชาวจังหวัดภูเก็ต ท่านประธานครับ เปึนที่ทราบกันอยู่แล้วว่าจังหวัดภูเก็ตเปึนแหล่ง ท่องเที่ยวระดับโลกเปรียบเสมือนจังหวัดภูเก็ตเปึนห้องรับแขกห้องหนึ่งของประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เปึนจํานวนมากป้หนึ่ง ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ คน สร้างรายได้ให้กับประเทศ ป้ละหลายหมื่นล้านบาท แต่ในปัจจุบันได้เกิดปัญหาจราจรติดขัดอย่างรุนแรง ที่ถนนเฉลิมพระเกียรติที่คนบ้านผมเรียกว่าถนนบายพาส (By Pass) นั่นเองครับ จุดบริเวณนี้ที่มีปัญหาอย่างถึงขั้นวิกฤติที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามถึงท่านก็คือมีจุดบริเวณ สี่แยกไทนาน ที่คนบ้านผมเรียกว่าสี่แยกคอยนาน แล้วอีกจุดหนึ่งที่เปึนจุดตัดคือจุดตัด ที่ถนนโลตัส ๒ จุดนี้นะครับสร้างผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมรวมถึง นักท่องเที่ยวเปึนอย่างมาก รวมทั้งในห้วงเวลาที่ตอนเช้าถ้าท่านได้มีโอกาส ผมถาม คําถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถ้าท่านได้มีโอกาสท่านไปดู ในห้วงเวลาที่เร่งด่วนที่เช้า ๆ ทั้งผู้ปกครองนักเรียนก็ดีส่งนักเรียนมาเรียนในตัวเมือง จะเห็นได้ว่าห้วงเวลานั้นติดขัดเปึนอย่างมากแล้วก็รวมถึงนักท่องเที่ยว รวมถึงพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต ผมเองวันนี้ร่วมกับนายทศพร เทพบุตร ซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตของจังหวัดภูเก็ต ต้องมีความจําเปึนในการถามกระทู้ถามว่าถนนเส้นนี้ ทางกระทรวงคมนาคมมีนโยบายอย่างไรบ้างเพื่อบรรเทาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตก็ดี หรือนักเรียน นักศึกษาก็ดี รวมทั้งพี่น้องชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มาท่องเที่ยว ในจังหวัดภูเก็ต ผมเองเห็นใจครับท่านเพราะว่าในการพัฒนาประเทศต้องพัฒนา อย่างเท่าเทียมกัน ผมจะขออุปมาอุปไมยอย่างนี้ว่าจังหวัดภูเก็ตของเราเปรียบเสมือน เปึนลูก ประเทศไทยเปรียบเสมือนเปึนพ่อแม่ มาวันนี้ครับลูกมีอาการป์วยแล้วครับท่าน ป์วยเปึนอัมพฤกษ์ เริ่มจะเปึนอัมพาต ในที่นี้ที่ผมอุปมาอุปไมยก็เพราะอย่างนี้ว่า เหตุที่พูดว่าอัมพฤกษ์อัมพาต ก็เพราะว่าความติดขัดจราจรจะมีปัญหาต่อไปในอนาคต อย่างแน่นอน ผมเลยขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมว่านโยบายของท่านบริเวณถนนจุดตัดที่เปึนสี่แยกไทนานกับสี่แยก โลตัสท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ขอกราบขอบพระคุณมากครับท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมตอบ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกจากจังหวัดภูเก็ต ท่านเรวัต อารีรอบ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า จังหวัดภูเก็ตอย่างท่านอธิบายว่าเปึนเมืองท่องเที่ยว ทุกท่านทราบดีว่าภูเก็ตมีนักท่องเที่ยว ไปประมาณสัก ๓,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อป้ และจังหวัดภูเก็ตมีเส้นทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ๒ ทางก็คือทางรถ ทางถนนผ่านสะพานสารสิน และทางอากาศก็คือมาที่สนามบิน วันนี้ผมก็ทราบดี ก็ให้ความสําคัญกับกระทู้ถามเพราะว่าเปึนวิกฤติจริง ๆ จังหวัดภูเก็ต ยิ่งในอนาคตที่เราจะสร้างหอประชุมนานาชาติ ฉะนั้นกระทู้ถามที่ท่านสมาชิกพูดถึงเรื่อง สี่แยกไทนานผมกราบเรียนอย่างนี้ การแก้ปัญหาจราจรจังหวัดภูเก็ตต้องแก้ทั้งระบบ ถึงแม้ท่านจะแก้ที่สี่แยกไทนานได้ สี่แยกโลตัสได้ ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาระบบ ของการจราจรของจังหวัดภูเก็ตได้ เพราะว่า ๑. จังหวัดภูเก็ตเปึนเมืองที่ไม่สามารถ ขยายผิวจราจรได้ เพราะว่าพี่น้องจังหวัดภูเก็ตเขาได้รักษาเอกลักษณ์ของจังหวัดเขาไว้ดีมาก ก็คือตึกรามบ้านช่องที่เปึนเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเปึนเสน่ห์อีกแบบหนึ่งของ เมืองภูเก็ตจึงไม่สามารถที่จะเวนคืนในพื้นที่ที่เปึนสิ่งปลูกสร้าง และพื้นที่ที่ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง ก็เปึนพื้นที่ที่มีปัญหาในราคาแพง แล้วมีจํานวนซึ่งมีพื้นที่จํากัด ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าวันนี้การแก้ปัญหาการจราจรต้องทํา อยู่ ๒ วิธี วิธีแรกก็คือระบบถนนที่จะต้องดําเนินการขึ้น วิธีที่สองก็คือการจัดระบบรถจราจร ผมจะอธิบายเรื่องถนนก่อน เรื่องถนนกระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้คุยกับทาง จังหวัดมาตลอด ส่วนปัญหาที่สี่แยกไทนานที่ท่านพูดถึงก่อนนั้นเราจะไปทําสะพาน ก็ปรากฏว่าไปรับฟังความคิดเห็นแล้วประชาชนก็ไม่เอาด้วย ฉะนั้นสะพานก็ตกไป

เรื่องที่ ๒ ที่ดําเนินการอยู่ขณะนี้ก็คือ กรมทางหลวงก็รีบไปออกแบบ ที่จะทําเปึนอุโมงค์ ขณะนี้ได้ออกแบบเบื้องต้น แล้วก็อยู่ระหว่างการรับฟังประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ตเห็นด้วย ที่จะแก้ในระบบอุโมงค์เราก็จะได้ตั้งงบประมาณดําเนินการต่อไป เพื่อรองรับปริมาณ จราจรที่จะมีศูนย์ประชุมแห่งชาติที่กําลังจะสร้างขึ้น อันนี้เรื่องสี่แยกไทนาน ผมชี้แจง ไปแล้ว

ส่วนเรื่องที่เราจะต้องทําต่อไป เราได้คุยกับจังหวัดที่จะขยายถนนในเขต ใต้เสาไฟฟัาแรงสูง ซึ่งห่างจากเสาไฟฟัาแรงสูง ๑๐ เมตร ประชาชนไม่สามารถสร้าง สิ่งปลูกสร้างได้ แต่ใช้ในพื้นที่การเกษตร เราก็เลยได้ออกแบบกับจังหวัดว่าถ้าเราไป เวนคืนเพื่อที่จะทําถนนนี้ได้ไหม อันนี้ก็อยู่ในโครงการหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาการจราจร ของจังหวัดภูเก็ตได้

อีกเรื่องหนึ่งที่เปึนเรื่องถนนก็คือเราได้ให้กรมทางหลวงไปดูแยกต่าง ๆ ในการที่จะทําในระบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเปึนทางข้ามโอเวอร์พาส (Overpass) หรืออุโมงค์ลอด ก็ไปดําเนินการทุกแยกที่มีปัญหา ส่วนว่าช้าเร็วอย่างไรก็เปึนไปตาม ผลการศึกษาที่จะดําเนินการ

กลับมาเรื่องรถ ประการที่สองคือเรื่องรถ วันนี้ชาวจังหวัดภูเก็ตโดยท้องถิ่น อบจ. หรือเทศบาลไปร่วมกันที่จะออกแบบแก้ปัญหาการจราจร หรือไปออกแบบเปึน รถชัตเติล บัส (Shuttle Bus) หรือบีอาร์ที (BRT) ปรากฏว่าดําเนินการไปแล้ว ไปรับฟัง ความคิดเห็นรวมทั้งต้นทุนก็ไม่ดําเนินการได้ ฉะนั้นในอนาคตกระทรวงเองเห็นความสําคัญว่า จังหวัดภูเก็ตจะต้องมีรถระบบขนส่งสาธารณะที่สามารถนําผู้คนไปจํานวนมากก็คือ รถไฟฟัา ส่วนว่าจะเปึนรถไฟฟัาใต้ดินบนดินก็ไปอยู่ที่เรื่องการศึกษา ฉะนั้นผมเอง ให้ สนข. ได้ไปดูแล้วร่วมกับจังหวัด แล้วร่วมกับ อบจ. และเทศบาลเมืองภูเก็ตว่า จะดําเนินการจะให้ใครไปทํา จะให้ รฟม. ซึ่ง รฟม. ก็มีความสามารถที่จะทําหรือจะให้ ท้องถิ่นทําเปึนเรื่องของอนาคต ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกที่ถาม กระทู้ถามว่าวันนี้ในเรื่องระบบถนนเราดําเนินการไปแล้ว ขณะเดียวกันเราก็ได้ปรับระบบ รถขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ที่เรียกว่ารถไฟฟัาก็อยู่ระหว่างการศึกษา ถ้าไม่สามารถทํา ทั้ง ๒ ระบบควบคู่กันไปได้แล้วไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาการจราจรจังหวัดภูเก็ตได้ ฉะนั้น กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกได้เข้าใจ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญถาม

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ผมจะถามคําถามที่ ๒ ครับว่าหลังจากท่านให้กรมทางหลวงออกแบบ ที่เรียกว่าจะเปึนอันเดอร์พาส (Underpass) หรือ โอเวอร์พาส ที่สี่แยกไทนานและสี่แยก โลตัสนี่ครับ หลังจากท่านออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่คิดว่าทําประชาพิจารณ์ผมกล้าพูด ในสภาแห่งนี้ว่าคนจังหวัดภูเก็ตร้อยละ ๙๐ เกือบจะร้อยละ ๙๕ ถึงร้อยละ ๙๘ ว่า คนจังหวัดภูเก็ตต้องการตรงนี้ครับ สมมุติว่าถ้าประชาพิจารณ์ผ่านเรียบร้อยจะถามทาง กระทรวงคมนาคมว่าจะตั้งงบประมาณสร้างได้ป้ไหนครับท่าน ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีเชิญตอบครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องการออกแบบขณะนี้ออกแบบเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว แล้วก็อยู่ระหว่างรับฟัง ความคิดเห็น ถ้ากระบวนการการรับฟังประชาพิจารณ์ความคิดเห็นประชาชนเห็นด้วย กับโครงการนี้ ในป้ ๒๕๕๕ เราก็ได้ตั้งงบประมาณที่จะประกาศทีโออาร์ (TOR) ตั้งงบที่จะดําเนินการต่อไป ส่วนว่าจะได้มากน้อยผูกพันถึงป้ใดต่อมิอะไรก็เปึนเรื่องของ กระบวนการจัดงบประมาณ หรือแม้แต่กระทรวงขอไปแล้วงบประมาณไม่เพียงพอ เพราะว่าการจัดงบประมาณต้องเปึนไปตามลําดับความสําคัญของประเทศไทย ถ้าเราเห็นว่าโครงการนี้มีความสําคัญในการจัดลําดับความสําคัญเราก็จะบรรจุให้ ในป้ ๒๕๕๕ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ถามครั้งที่ ๓ ฝากก็ได้สั้น ๆ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผมได้ฟังคํามั่นสัญญาของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าเมื่อการออกแบบ เสร็จเรียบร้อย การทําประชาพิจารณ์ผ่านจะตั้งงบภายในป้ ๒๕๕๕ ก็คือป้หน้านี้เอง ผมเองก็ถือโอกาสนี้เปึนตัวแทนพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตร่วมกับคุณทศพร เทพบุตร ก็ต้องขอขอบคุณผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ต้องขออนุญาตพูด คําว่าเกิดวิกฤติแล้วท่านครับ อัมพฤกษ์อัมพาตจะตามมาแน่นอนถ้าท่านไม่ช่วยแก้ปัญหา ตรงนี้ ถ้าท่านทําได้จังหวัดภูเก็ตของเรายังเปึนไข่มุกอันดามันต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาขอบคุณก็ไม่ต้องตอบนะครับ ช่วยหางบประมาณให้เขา แล้วก็จะได้ไปพักโรงแรมฟรี กระทู้ถามสดที่ ๑ จบนะครับ

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๓ ส. เรื่อง พฤติกรรมผู้นําประเทศที่มี ผลกระทบต่อแรงงานไทยในสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบียและราชอาณาจักร ซาอุดีอาระเบีย (นายสถาพร มณีรัตน์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปึนผู้ตอบ แต่ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีมาตอบแทน

เชิญผู้ถามครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ได้รับฉันทานุมัติจากพรรคเพื่อไทยด้วยความห่วงใยสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันนี้ เกี่ยวกับเรื่องของแรงงานต่างประเทศ และนโยบายของประเทศที่มีผลกระทบกับพี่น้อง ผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานที่เคารพ วันนี้เราต้องยอมรับว่าสถานการณ์ของผู้ใช้แรงงาน ในประเทศที่ไปทํางานในประเทศอิสลาม ขวัญและกําลังใจเขาเหล่านั้นอ่อนล้า ผมจําเปึนที่จะต้องอธิบายความเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่มีญาติพี่น้องไปทํางาน ต่างประเทศและฝากให้ผมได้อภิปรายแถลงข้อเท็จจริงในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ในอดีตเมื่อ ๒๐ ป้ที่แล้วก่อนที่ประเทศไทยจะมีคดีเพชรซาอุ จะมีคดีอุ้มฆ่าอุปทูตประเทศ ซาอุดีอาระเบีย จะมีคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจ ปรากฏว่าประเทศไทยมีคนงานหรือเขาเรียกว่า นักรบแรงงานที่แสวงหารายได้เข้าประเทศที่กลุ่มประเทศเหล่านั้นถึง ๒๐๐,๐๐๐ คน และได้นําเงินส่งเข้าประเทศนั้นป้ละไม่ต่ํากว่า ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้มี พี่น้องประชาชนในประเทศนี้บ้านนี้เมืองนี้ที่มีโอกาสได้ไปทํางานต่างประเทศได้ลืมตาอ้าปาก แต่เมื่อมีเหตุการณ์เพชรซาอุ มีเหตุการณ์อุ้มฆ่านักธุรกิจ มีเหตุการณ์อุ้มฆ่าอุปทูต ประเทศซาอุดีอาระเบีย ผู้ใช้แรงงานของเราเหล่านั้นก็จําเปึนที่จะต้องกลับประเทศ เนื่องจากว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นได้เสื่อมโทรมลงตามลําดับ จากเงินเข้าประเทศ ป้ละ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ตกลงมาเปึนลําดับ สุดท้ายด้วยความพยายามของประเทศไทย เรานี้ละครับ รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่ต้องการแก้ไขปัญหาที่ค้างคาใจประเทศซาอุดีอาระเบีย นั่นก็คือมีการสอบสวนเพิ่มเติม สอบสวนขยายผล สอบสวนใหม่ ปรากฏว่าความหวัง ของพี่น้องผู้ใช้แรงงานกลับจะเรืองรองขึ้นเปึนตามลําดับ ดังที่กระทรวงแรงงาน โดยนายสมชาย ชุ่มรัตน์ ได้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าเมื่อคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจส่งผลให้มีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบียดีขึ้น อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายฟุ๋นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบีย มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งจะมีนโยบายในการขยายตลาดแรงงานไทยไปยังประเทศเหล่านั้น ได้อย่างไร ประเทศซาอุดีอาระเบียได้เป่ดโอกาสให้แรงงานไทยเดินทางไปทํางานในต่างประเทศ แต่เปึนการติดต่อระหว่างเอกชนต่อเอกชน ดังนั้นถ้ารัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน มีการดําเนินคดีกับ พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม ตามที่อัยการฝ์ายคดีพิเศษได้มีคําสั่งฟัองไปแล้วนั้น ความสัมพันธ์เหล่านี้จะฟุ๋นขึ้นมาและจะทําให้ตลาดแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย ของประเทศไทยนั้นเรืองรองขึ้น ก็ทําให้พี่น้องประชาชนมีความคาดหวังครับ เพราะบางครั้ง ประเทศไทยเรานี้โอกาสที่จะลืมตาอ้าปากในการขายแรงงานนั้นมีน้อย แต่ก็ไม่เข้าใจครับ ท่านก็พยายามในการดําเนินการ แต่ก็ปรากฏว่าในห้วงเวลา ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมานั้น มีความสับสนในนโยบาย มีความสับสนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น กรณีที่การแต่งตั้ง พลตํารวจโท สมคิดขึ้นเปึนรอง ผบ.ตร. ซึ่งถือว่าเปึนพฤติกรรมที่นํามาสู่ความเสื่อมโทรมของ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ต้องยอมรับว่าประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นเขาค่อนข้างที่จะให้ ความหวังว่าเมื่อการอุ้มฆ่านักธุรกิจประเทศซาอุดีอาระเบียได้ดําเนินการตามกระบวนการ คนผิดก็ต้องได้รับผิดถึงแม้ว่าจะอยู่ในกระบวนการในการพิจารณาคดีความของศาลก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ใหญ่มากในแง่ของคนที่มีความหวัง เปึนเรื่องที่ทําให้พี่น้องประชาชน สับสนและนอกจากนั้นยังทําให้พี่น้องอิสลามที่เขาต้องไปทําพิธีฮัจญ์ในประเทศซาอุดีอาระเบีย ต้องได้รับขวัญกําลังใจที่กระทบกระเทือนตามไปด้วย เปึนเรื่องของวิสัยทัศน์โดยแท้ ของผู้นํา เปึนเรื่องของการที่ไม่เล็งเห็นนโยบายระหว่างประเทศ คิดได้แต่เฉพาะพรรค เฉพาะพวกของตัวเอง นี่คือข้อสงสัย ผมต้องนําเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังผู้บริหาร ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าการแต่งตั้งผู้ที่มีส่วนในการดําเนินคดีเกี่ยวกับการอุ้มฆ่านักธุรกิจ ประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นทําอย่างไรท่านถึงพิจารณาได้ กรมตํารวจหรือตํารวจ ประเทศไทยนี้ไม่มีคนดีแล้วใช่ไหม หรือมีคนดีแต่ไม่ใช่พวกท่านใช่ไหมถึงไม่ยอมแต่งตั้ง คนอื่น นําเอาคนที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทําอุ้มฆ่านักธุรกิจประเทศซาอุดีอาระเบียจนมี ผลกระทบ ณ บัดนี้ ผมขอถามเปึนคําถามแรกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ตอบครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการ แทนท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งไปปฏิบัติราชการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ขอตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน ในคําถามแรกเรื่องของการแต่งตั้ง พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม ให้เปึนผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เปึนการดําเนินการ ตามตัวบทกฎหมายคือตามพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และกฎ ก.ตร. คือกฎของคณะกรรมการตํารวจว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจให้ดํารงตําแหน่ง ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าในพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ นั้น เขาได้เขียนเอาไว้ชัดเจนครับ อํานาจในการที่จะแต่งตั้งข้าราชการตํารวจเปึนอํานาจของ คณะกรรมการตํารวจ หรือ ก.ตร. มิได้เปึนอํานาจของนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายแต่อย่างใดทั้งสิ้น แล้วเขากําหนดขั้นตอนของการแต่งตั้งเอาไว้ชัดเจนครับ ในการแต่งตั้งคนขึ้นดํารงตําแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาตินั้นจะเปึนไปตาม กฎหมายมาตรา ๕๓ ซึ่งได้กําหนดไว้ชัดว่า ให้ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติคัดเลือกรายชื่อ ข้าราชการตํารวจเสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ จากนั้นท่านนายกรัฐมนตรี จึงสามารถนําความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แล้วการแต่งตั้ง ดังกล่าวนี้ในกฎ ก.ตร. ได้กําหนดเอาไว้ชัดเจนว่าคนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เปึนผู้ช่วย ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ คนที่จะแต่งตั้งให้เปึนรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาตินั้น ต้องแต่งตั้งจากข้าราชการตํารวจตามลําดับอาวุโสเท่านั้น จะไปหยิบยกออกมาโดยอ้าง ความเหมาะสม คุณสมบัติเปึนอย่างอื่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นกรณีการแต่งตั้ง พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม ซึ่งปัจจุบันดํารงตําแหน่งเปึนผู้บัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๕ แล้วก็มี ลําดับอาวุโสเปึนลําดับที่ ๒ ของคนที่เปึนผู้บัญชาการในระดับภาคทุกคน ครั้งนี้ตําแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติมีว่างทั้งหมด ๑๑ ตําแหน่ง ก็จะต้องพิจารณาจากคนที่ มีลําดับอาวุโสลําดับที่ ๑ จนถึงลําดับที่ ๑๑ ปรากฏว่าโดยข้อเท็จจริง พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม เปึนผู้มีลําดับอาวุโสเปึนลําดับที่ ๒ และในการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ ๗/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ ก.ตร. ได้มีมติแต่งตั้ง พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม ซึ่งมี อาวุโสลําดับที่ ๒ ขึ้นเปึนผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ รวมกับผู้มีอาวุโสอื่น ๆ ลําดับ ที่ ๑ จนถึง ๑๑ ทุกคน ไม่มีการแต่งตั้งข้ามอาวุโสเลย สอดคล้องกับหลักกฎหมาย เปึนไป ตามหลักกฎหมาย เปึนไปตามกฎ ก.ตร. ทุกอย่าง ผมเรียนอย่างนี้เพื่อให้ท่านได้เข้าใจว่า ที่ท่านตั้งข้อกล่าวหาว่ามีคนดีคนอื่นแล้วไม่ใช่พวกของกระผมแล้วผมไม่ตั้ง ผมเรียนว่า ท่านเข้าใจผิด ข้อเท็จจริงไม่ได้เปึนอย่างนั้น ข้อเท็จจริงเปึนไปตามกฎหมาย ตามกฎ ก.ตร. อย่างที่ผมกราบเรียน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญถามครั้งที่ ๒

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมเข้าใจข้อกฎหมาย เข้าใจที่ท่านได้อธิบายความ ท่านประธานครับ การที่เปึนผู้อาวุโสแต่ถูกข้อกล่าวหาท่านไม่ได้นํามาพิจารณาเลยครับ คุณสมบัติของตัวบุคคลนั้นเรียงลําดับแน่นอนที่สุดครับ การเรียงลําดับตําแหน่งอาวุโสนั้น เปึนหน้าที่ที่คณะกรรมการพิจารณา แต่พฤติกรรมประกอบประวัติที่อาวุโส ท่านประธาน ที่เคารพ ขนาดผู้การคนหนึ่งเมื่อ ๒-๓ วันนี้มีคลิปฉาวเอาลูกน้องตัวเองมากอดมาปล้ํา ในที่ทํางานท่านยังตั้งกรรมการสอบสวน เอามาสํารองราชการภายใน ๔๘ ชั่วโมง แต่บุคคล ที่ท่านแต่งตั้งนี้ถูกกล่าวหา ถูกศาลประทับรับฟัองว่าอุ้มฆ่าอุปทูต อุ้มฆ่านักธุรกิจ ชาวซาอุดีอาระเบียที่ทางอุปทูตเขาก็ยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้นั้นเปึนข้อเท็จจริง ท่านจะต้องดําเนินการตามกระบวนการ นั่นก็หมายความว่าประเทศนี้บ้านนี้เมืองนี้ ถ้ามีตําแหน่งอาวุโสแล้วจะไปทําอะไรก็ได้ไม่ต้องเอาประวัติเหล่านั้นมาสอดใส่ใด ๆ ทั้งสิ้น สามารถพิจารณาได้ ขอให้แก่เพราะอยู่นาน ท่านประธานที่เคารพ นี่คือวิสัยทัศน์ของ ผู้บริหารบ้านนี้เมืองนี้โดยแท้ที่ทําให้ขวัญกําลังใจของพี่น้องประชาชนในประเทศ ทางแถบตะวันออกกลางมีผลกระทบ และพี่น้องชาวมุสลิมที่ต้องการที่จะไปทําพิธีฮัจญ์ เสียหาย ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องตั้งคําถามข้อที่ ๒ ซึ่งก่อนจะเปึนคําถามข้อที่ ๓ เกี่ยวกับประเทศลิเบีย คําถามของกระผมต้องถามตรงไปตรงมาเลยว่าการที่ดีเอสไอ (DSI) มีข้อมูลแล้วส่งให้ศาลประทับรับฟัอง พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม นั้น ท่านผู้มีส่วนในการพิจารณาคือท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพไม่ได้นําเอาข้อนี้มา ประกอบการพิจารณาเลยใช่หรือไม่ จะได้เปึนบรรทัดฐานในอนาคตสืบไปข้างหน้าว่า ต่อไปนี้ถ้านายตํารวจระดับสูงหรือข้าราชการระดับสูงถูกกล่าวหาว่ามีการอุ้มฆ่า มีการฟัองร้อง ไม่ต้องเอาส่วนนี้มาพิจารณา สามารถแต่งตั้งขอให้เปึนอาวุโสและถูกต้อง ตามกฎหมายอย่างเดียวใช่หรือไม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขอตอบคําถามที่ ๒ ของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูนครับว่าในการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตํารวจของ ก.ตร. นั้นได้พิจารณาโดยยึดหลักกฎหมายและกฎ ก.ตร. อย่างเคร่งครัด ในการพิจารณานั้น ไม่ได้อ้างว่าอาวุโสแล้วไม่เอาข้อบกพร่องเรื่องอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณาอย่างที่ ท่านตั้งคําถามไว้ ในทางตรงกันข้ามครับ คณะกรรมการ ก.ตร. เขาได้พิจารณาเรื่องนี้ โดยละเอียดรอบคอบครบถ้วนตามที่ผู้ที่มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติ กรณี พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม ท่านประธานครับ เขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสันนิษฐานว่าเสียชีวิตไปแล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมา เมื่อ ๒๐ ป้เศษมาแล้วครับ ไม่ได้มาเกิดในสมัยรัฐบาลนี้ พลตํารวจโท สมคิดในขณะนั้น ยังเปึนพันตํารวจโทอยู่ ถูกกรมตํารวจสมัยนั้นตั้งข้อหา พันตํารวจโท สมคิดเขาก็ไปมอบตัว กรมตํารวจเขาก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนสอบสวน ในที่สุดครับ การสืบสวน สอบสวนซึ่งเปึนการดําเนินการทางวินัยของตํารวจนั้นไม่สามารถที่จะรวบรวม พยานหลักฐานมาดําเนินคดีกับ พันตํารวจโท สมคิดในขณะนั้นได้ ในส่วนของคดีความ อัยการสูงสุดได้มีคําสั่งไม่ฟัอง พันตํารวจโท สมคิด บุญถนอม ในการดําเนินการทางวินัย อธิบดีกรมตํารวจได้มีคําสั่งให้ยุติการดําเนินการทางวินัยเพราะไม่มีหลักฐานที่จะมา ประกอบคดี สั่งเอาไว้เมื่อป้ ๒๕๔๑ ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติล้างมลทิน โดยอานิสงส์ของพระราชบัญญัติล้างมลทิน ซึ่งเปึนกฎหมายที่ได้ตราขึ้นในป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๖ ได้กําหนดเอาไว้ว่า ในบรรดาผู้ที่ถูกดําเนินการทางวินัย ถ้าได้รับโทษไปแล้ว หรือผู้บังคับบัญชาได้สั่งยุติเรื่องไปแล้วโดยผลของพระราชบัญญัติล้างมลทินนั้น ไม่ให้ นําเรื่องนั้นมาดําเนินการทางวินัยซ้ําอีก เพราะฉะนั้นกรณีของ พลตํารวจโท สมคิดในวันนี้ แม้ว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือที่เรียกกันว่าดีเอสไอจะทําการสอบสวน สรุปสํานวน ส่งอัยการ อัยการได้มีความเห็นสั่งฟัองและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล แต่สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่สามารถที่จะดําเนินการใด ๆ ในทางวินัยกับ พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม ได้ เพราะกฎหมายได้ระบุเอาไว้ชัดเจนอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว เรื่องทั้งหมดนี้มีเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าคณะกรรมการข้าราชการตํารวจก็ดี สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ดีได้ดําเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนครบถ้วน ส่วนที่ท่านสงสัยนะครับ คณะกรรมการตํารวจหรือ ก.ตร. เขาได้ตั้งอนุกรรมการ ก.ตร. ฝ์ายกฎหมาย ไปประชุม ไปศึกษาทั้งหมดเท่าที่ผมสรุปความให้ท่านฟังนี่นะครับ แล้วก็รายงาน ก.ตร. เปึนลายลักษณ์อักษร เมื่อ ก.ตร. เขาพิจารณาจากข้อเท็จจริงตามรายงานของ อนุกรรมการ ก.ตร. ฝ์ายกฎหมายแล้วก็ต้องยอมรับว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาขัดขวาง ไม่ให้พิจารณาเลื่อนตําแหน่ง พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม แล้วก็การเลื่อนตําแหน่ง ก็เปึนไปตามกติกาของกฎหมายอย่างที่ผมได้กราบเรียนแล้ว เพราะฉะนั้นผมสรุปว่า การดําเนินการของ ก.ตร. ในกรณีนี้ได้ดําเนินการโดยละเอียด รอบคอบ ครบถ้วน แล้วก็ เปึนอํานาจของ ก.ตร. ที่จะใช้ดุลยพินิจใช้การพิจารณาตามตัวบทกฎหมาย ไม่ใช่เรื่อง วิสัยทัศน์ของผู้บริหารอย่างพวกผม อย่างที่ท่านเข้าใจ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาครับ มันหมดเวลา ผมว่าให้รักษาเวลา ให้ถามแต่คงไม่ได้ตอบ เชิญครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธาน ขอบคุณครับ ผมยังมีเรื่อง ที่จะต้องใช้กระทู้ถามสด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ท่านถาม ข้อบังคับ ท่านเขียนเอง ลงมติเอง ผมก็ปฏิบัติตามข้อบังคับ แล้วเรียนตั้งแต่ต้นแล้ว ท่านถาม มัวแต่บรรยายความตามไท้ไม่เอาเนื้อหาสาระเวลามันก็หมด ผมอนุญาตต่อนิดหน่อย

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ ก็จะได้บันทึกไว้ ในสภาแห่งนี้ว่าการตอบคําถามใด ๆ ของผู้ตอบกระทู้ถามสดในวันนี้นั้นถือเปึนประจักษ์พยาน ส่วนหนึ่งในการเปึนบรรทัดฐานในการแต่งตั้งข้าราชการ หมายมั่นปัุนมือว่าวันหนึ่ง ข้างหน้าเสนาบดีของประเทศไทยจะได้เอาแบบอย่างอย่างนี้ไปดําเนินการบริหารงาน บุคคลโดยไม่ได้คํานึงถึงความเสียหายของบ้านของเมือง ไม่คํานึงถึงความเสียหายของ พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งกําลังใฝ์ฝัน ท่านประธานที่เคารพครับ ได้เมตตา คําถามสุดท้ายจริง ๆ ขณะนี้พี่น้องผู้ใช้แรงงานประมาณ ๓,๐๐๐ คนที่ประเทศลิเบีย ซึ่งเปึนคนไทยล้วน ๆ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ได้ตกระกําลําบาก มีบริษัทจัดหางานอยู่ ๔ บริษัท เอาคนงานเหล่านี้ ไปทิ้งไว้ และคนงานเหล่านี้ก็มาร้องเรียนต่อ ส.ส. พรรคเพื่อไทย คือ นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ส.ส. จังหวัดอุดรธานี และผ่านมายังกระผมในฐานะผู้รับผิดชอบด้านแรงงาน ของพรรคเพื่อไทย คือบริษัท จัดหางานเงินและทอง จํากัด ๑ บริษัท บริษัท ไทยพัฒนาเวิลด์ไวด์ จํากัด ๑ บริษัท บริษัท ยิ้มยิ้ม ๑ บริษัท และบริษัท เอสเคเอ็ม จังหวัดอุดรธานี ๑ บริษัท ๔ บริษัทนี้ได้จัด แรงงานไปต่างประเทศคือ ประเทศลิเบีย โดยบริษัท เงินและทองนั้นมีคนงานไม่ต่ํากว่า ๔๐๐ คน บริษัท ไทยพัฒนา ๑๖๗ คน บริษัท ยิ้มยิ้ม ๑๐๐ คน บริษัท เอสเคเอ็ม ประมาณ ๓๐๐ คน คนงานเหล่านั้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์เปึนคนภาคอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ บ้านของท่านประธานมีทั้งหมด ๒๑๐ คน จังหวัดอุดรธานีมีทั้งหมด ๓๖๐ คน นอกนั้น เปึนจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดภาคเหนือ คือจังหวัดลําปาง จังหวัดลําพูน และจังหวัดเชียงใหม่ ๓๐๐ กว่าคน เขาเหล่านี้ได้ทําสัญญาเรียบร้อย โดยมีสัญญาจัดจ้าง ที่จะไปทํางานประเทศลิเบียโดยไปทําในนามของบริษัทต่าง ๆ ๔ บริษัทเหล่านี้โดยการไป สร้างเมืองใหม่ สร้างบ้านจัดสรร ฝังท่อบ่อน้ํามัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นแน่นอนที่สุดครับ ถ้าเปึนไปตามสัญญาพี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อน คนขายแรงงานก็ได้ ปรากฏว่า มีการจัดนําไปนั้นเอาค่านายหน้า ๑๔๐,๐๐๐ บาท โดยการไปประเทศลิเบียจะมีที่พัก อาหารเรียบร้อย มีงานทําเรียบร้อย จัดจ้างเรียบร้อย จ่ายเงินเดือนไม่ต่ํากว่าเดือนละ ๑๔,๐๐๐ บาท คนงานเหล่านั้นก็เดินทางไปครับ แต่ปรากฏว่าวันนี้คนงานเหล่านั้น ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา นายหน้าเบี้ยว บริษัทเหล่านี้เบี้ยว อยากกลับประเทศ เมื่ออยากกลับ ประเทศ ร้องแรกแหกกระเชอ ทูตไทยในลิเบียก็ไม่สนใจครับ ต้องกล่าวหา ปล่อยให้เขา ต้องตกระกําลําบากและยังมีการเล่าลือกันว่าเสียชีวิต ๒ คน กรณีแหกค่ายที่สร้าง สนามบิน ผมต้องนําเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า ท่านรับรู้รับทราบเรื่องเหล่านี้หรือยัง เรื่องเหล่านี้มันเกิดมาแล้ว ๒ เดือนท่านไม่ได้สนใจ ท่านไม่ได้เรียกกรมการจัดหางาน ท่านไม่ได้เรียกกระทรวงการต่างประเทศให้พาคนงาน เหล่านี้กลับบ้าน แล้วจับครับ ผมไม่มีโอกาสถามท่านต้องตั้งกรรมการสอบอธิบดี สอบปลัดกระทรวงของท่าน อธิบดีกรมการจัดหางานต้องรับผิดชอบ คนงานไทย ไปตกระกําลําบากที่ประเทศลิเบียทําเรื่องแล้วทําเรื่องอีกไม่มีใครสนใจก็มาฟัอง ส.ส. ต้องมาฟัองนักการเมือง ต้องมาฟัองสภาแห่งนี้ นี่คือการวัดผลประเมินผลของการบริหาร ว่าบ้านนี้เมืองนี้นั้นมันทําอย่างไร หรือว่าเขาเหล่านั้นไม่ใช่คนไทยที่ต้องไปตกระกําลําบาก ผมถามคําถามสุดท้ายว่าท่านจะดําเนินการกับกรณีนี้อย่างไรและท่านจะตั้งกรรมการ สอบสวนเจ้าหน้าที่ของท่านหรือไม่อย่างไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ความจริงหมดเวลาแล้ว เกินเวลาไปเยอะ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ผมใช้เวลานิดเดียวครับ เพราะว่าเปึนเรื่องที่บันทึกเอาไว้ที่ท่านบอกว่าการแต่งตั้ง พลตํารวจโท สมคิด รัฐบาลไม่คํานึงถึงความเสียหายของบ้านเมืองและผู้ใช้แรงงานนั้นไม่จริง ผมขอกราบเรียนว่า การบริหารราชการบ้านเมืองรัฐบาลต้องยึดหลักกฎหมายจะทําตามอารมณ์ไม่ได้ การดําเนินการทุกอย่างเปึนไปตามกฎหมายทุกประการ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็ต้องแก้ปัญหา เมื่อวานนี้ พลตํารวจโท สมคิด บุญถนอม ได้แสดงเจตนาไม่ขอรับตําแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ ตามที่ ก.ตร. ได้มีมติเอาไว้ ผมก็ได้นัดประชุม ก.ตร. ทันทีในวันพรุ่งนี้ วันที่ ๒๔ กันยายน และพิจารณาเรื่องนี้โดยด่วน ก็จะทําให้เรื่องจบเรียบร้อยไปได้ ก็ขออนุญาต กราบเรียน ส่วนเรื่องแรงงานขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ตอบครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรี สรุปสั้น ๆ ครับ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน ในส่วนของแรงงาน ประเทศลิเบีย

ประการแรก ผมเรียนยืนยันว่าในส่วนของข่าวในกรณีที่มีแรงงานไทย ที่ประเทศลิเบียเสียชีวิต ๒ ท่านนะครับ เราได้มีการสอบถามไปตั้งแต่วันที่ ๑๔ กันยายน ที่มีข่าวลงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ไปทางสถานกงสุลแล้วก็สถานเอกอัครราชทูตที่ ประเทศลิเบีย ได้รับการยืนยันเปึนโทรเลขมาถึงกระทรวงแรงงานว่าจากการตรวจสอบ เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ไม่ปรากฏว่ามีแรงงานไทยของบริษัทใดถูกทหารของประเทศลิเบียหรือนายจ้างทําร้ายเสียชีวิต เพราะฉะนั้นเปึนการยืนยันนะครับ แล้วกระทรวงแรงงานได้มีหนังสือ ที่ รง ๐๓๐๘/๑๗๓๓๖ ไปถึงหนังสือพิมพ์สยามรัฐเพื่อทําการชี้แจงพร้อมด้วยเอกสารคือโทรเลขจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงตริโปลี ประเทศลิเบีย เพราะฉะนั้นเปึนการยืนยันได้ชัดเจนว่าวันนี้ข่าวเรื่องแรงงาน ไทยที่เสียชีวิตที่ประเทศลิเบียไม่เปึนความจริงนะครับ และขณะนี้กระทรวงแรงงานก็ได้ ติดต่อประสานงานกับบริษัทจัดหางานไปประเทศลิเบียทั้ง ๑๙ บริษัทที่มีอยู่ ณ วันนี้ ให้แจ้งเหตุต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่เดินทางไปทํางานยังประเทศลิเบีย

ประการที่สอง ในส่วนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้สอบถามว่า มีแรงงานไทยประมาณ ๓,๐๐๐ คนที่เดินทางไปทํางานที่ประเทศลิเบียแล้วปรากฏว่า ตกระกําลําบากกลับเมืองไทยไม่ได้ ขอเรียนยืนยันอย่างนี้ครับว่าจากการที่เราได้รับ การร้องเรียนในส่วนของแรงงานไทยที่เดินทางไปประเทศลิเบียนะครับ มีการร้องเรียน ในส่วนของบริษัท ไทยพัฒนาเวิลด์ไวด์ จํากัด แล้วก็บริษัท จัดหางานเงินและทองพัฒนา จํากัด ในส่วนเรื่องของการที่ไม่ได้รับค่าจ้างแล้วก็ในส่วนเรื่องของการที่เดินทางกลับไม่ได้ ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานโดยกรมการจัดหางานได้ดําเนินการประสานงานเรียกบริษัท ทั้ง ๒ บริษัทนี้เข้ามาพูดคุยพร้อมด้วยผู้เดินทางไปทํางานต่างประเทศที่เดินทางกลับ มาแล้ว มาตกลงในหลักการที่จะต้องให้บริษัททั้ง ๒ บริษัทรับผิดชอบกับค่าจ้างที่จะต้อง จ่ายให้กับคนงานไทยที่ไปทํางานในประเทศลิเบียแล้วก็ไม่ได้รับค่าจ้างนะครับ แล้วก็ได้มี มาตรการหนึ่งก็คือ ณ วันนี้บริษัทที่มีปัญหาในการจัดส่งแรงงานไปยังประเทศลิเบียที่มี ปัญหา กองตรวจและคุ้มครองคนหางานประสานงานไปถึงสํานักงานบริหารแรงงานไทย ในต่างประเทศเพื่อพิจารณาระงับการจัดส่งคนงานไปทํางานที่ประเทศลิเบียจนกว่า จะแก้ปัญหาแล้วเสร็จ นี่คือมาตรการที่เราได้ดําเนินการในส่วนของผู้เดินทางไปทํางาน ของเราที่ประสบปัญหา แล้วก็ในส่วนของการเดินทางกลับของคนงานที่เดินทางไปทํางาน ในประเทศลิเบีย เนื่องจากประเทศลิเบียเปึนประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม แล้วก็มี กฎระเบียบเปึนของประเทศของเขาเองโดยค่อนข้างจะเคร่งครัดในศาสนานะครับ เพราะฉะนั้นหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการที่จะไปทํางาน ณ ประเทศลิเบียนะครับ ผมขออนุญาต ใช้เวลาสักนิดหนึ่งเพื่อความเข้าใจ การที่คนงานเราจะเดินทางไปทํางานประเทศลิเบีย เมื่อเดินทางไปถึงประเทศลิเบียจะต้องไปกรอกใบสมัครเพื่อที่จะขอใบสมัครการทํางาน หรือเวิร์ค เพอร์มิท (Work permit) แล้วก็สถานที่พักชั่วคราว ซึ่งระยะเวลาตรงนี้จะใช้ ระยะเวลาประมาณ ๖๐ วัน เพราะฉะนั้นในระหว่าง ๖๐ วันนี้นายจ้างก็จะรับเข้าทํางาน เมื่อรับเข้าทํางานเสร็จปุ็บก็จะมีปัญหาก็คือจนกว่าเราจะได้ใบอนุญาตทํางานนายจ้าง ถึงจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ เพราะฉะนั้นการเดินทางไปครั้งแรก โดยเบื้องต้นก็คือจะรับ เงินเดือนล่าไปกว่าปกติ ๒ เดือน และการทํางานส่วนใหญ่ของแรงงานไทยเราจะเปึน การทําสัญญาประมาณ ๑ ป้หรือ ๒ ป้ โดยกฎหมายของประเทศลิเบียนะครับ การที่จะเดินทางกลับไม่ใช่เราทํางานหมดตามสัญญาแล้ว แล้วมีเงินมีค่าตั๋วไปซื้อตั๋ว จะเดินทางกลับได้ ไม่ใช่ครับ การเดินทางโดยระเบียบของประเทศลิเบียจะต้องมีการแจ้ง ให้กับเจ้าหน้าที่ของประเทศลิเบียเพื่อที่จะให้เขาตรวจสอบเงินได้ที่แรงงานผู้นั้นทําได้ การจ่ายภาษีต่าง ๆ แล้วก็เอกสารต่าง ๆ แล้วก็จะต้องมีใบอนุญาตให้เดินทางออก นอกประเทศได้ แรงงานนั้นถึงจะไปซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วก็เดินทางกลับประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นกระบวนการต่าง ๆ จะใช้เวลาในการที่จะยื่นอีก ๑-๒ เดือน เพราะฉะนั้น ขอเรียนยืนยันว่ากระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ได้ดําเนินการในการที่จะ ประสานงานไปทางกงสุลแล้วก็สถานทูตเพื่อที่จะไปดูแลแล้วก็ช่วยเหลือแรงงานไทย ที่มีข่าวว่าตกทุกข์ที่ประเทศลิเบีย แล้วในขณะเดียวกันแรงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างก็ได้ ดําเนินการเรียกบริษัทต่าง ๆ มาพิจารณาแล้วก็จัดการตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น เรียนยืนยันให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้สบายใจด้วยครับว่าวันนี้กระทรวงแรงงาน มีมาตรการที่เด็ดขาดที่จะดําเนินการกับบริษัทที่ไม่อยู่ในกติกาของกฎหมาย แล้วอยากจะเรียนว่าขอให้ท่านได้นําหลักฐานในการที่บริษัทเรียกเก็บค่าหัว ๑๔๐,๐๐๐ บาท กับคนที่จะเดินทางไปทํางานยังประเทศลิเบีย เพราะว่าค่าแรงประเทศลิเบียจะอยู่ใน ระหว่าง ๑๑,๐๐๐-๑๘,๐๐๐ บาท ๑๙,๐๐๐ บาทต่อเดือนแค่นั้นเองครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเสียถึง ๑๔๐,๐๐๐ บาท ผมจะถือว่าเปึนการเข้าข่ายการค้ามนุษย์แล้วก็จะดําเนินการ อย่างเฉียบขาด เพียงแต่ขอให้ท่านได้นําหลักฐานต่าง ๆ มาเพราะเรามีมาตรการที่ชัดเจนว่า ห้ามเรียกรับเงินจากผู้เดินทางไปทํางานต่างประเทศเกินกว่า ๔ เดือนจากอัตราเงินเดือน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ถามที่ ๒ ครับ

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๔ ส. เรื่อง การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เปึนไปตามหลักธรรมาภิบาล (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เชิญเจ้าของกระทู้ถามครับ รักษาเวลาด้วยครับ ๒๐ นาที ไม่ครับ จบแล้ว เชิญครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระทู้ถามสดของกระผมคราวนี้กระผมค่อนข้างจะลําบากใจ แต่จําเปึนจะต้องทําหน้าที่ ที่ว่าลําบากใจก็เพราะผู้ที่ผมจะอภิปรายถึงกลับกลายมาเปึน เพื่อนร่วมรุ่นนะครับ ไม่ว่าจะเปึนว่าที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปึนเพื่อนที่คบหากันมานาน นับ ๑๐ ป้ คําว่าเพื่อนมันเกินคําบรรยายนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชวรัตน์ก็บังเอิญมาเปึนเพื่อนร่วมรุ่นต่างอายุที่เรียนที่ กกต. ด้วยกัน นั่งติดกัน ท่านยังโทรศัพท์ มาหาผมเพื่อที่เชิญเปึนกรรมการรุ่น เมื่อคืนนั่งเขียนกระทู้ถามภาพของท่านก็ยังลอยอยู่ ข้างหน้า นี่คือความลําบากใจในการทําหน้าที่ แต่ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จําเปึนที่จะต้องตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลตามภาระหน้าที่เพื่อที่จะเปึนประโยชน์ ต่อส่วนรวม ท่านประธานที่เคารพครับ จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อไม่นาน มานี้กระผมได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยในหลายประเด็นทั้งปัญหาการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เปึนธรรม และปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ในหลายโครงการ ผลพวงจากการอภิปราย ไม่ไว้วางใจครั้งนั้นส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้โดยไม่มีทีท่าว่าปัญหาจะลดลง แต่กลับเพิ่มความเข้มข้นขึ้นจนถึงขั้นที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วิวาทะกันผ่านสื่อมวลชน เรื่องหูหนักหูเบาท่านคงได้รับทราบ ไม่นับรวมลูกทีมที่ต่างฝ์าย ต่างกล่าวหาซึ่งกันและกัน นั่นเปึนประเด็นที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจากมีเวลา อันจํากัดผมขอเข้าประเด็นปัญหาการกล่าวหาว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการเช่า ระบบคอมพิวเตอร์งานทะเบียนงบประมาณ ๓,๔๙๐ ล้านบาท ขอถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ประเด็นที่สังคมมองมากก็คือถ้าไม่คิดทุจริตทําไมย้ายข้าราชการ ที่เกี่ยวข้องกับการทําทีโออาร์ และการทดสอบระบบทางด้านเทคนิคออกไปทั้งหมด ย้ายก่อนการจัดซื้อจัดจ้าง ย้ายประธานร่างทีโออาร์ไปทําระบบคอมพิวเตอร์ ที่ศูนย์ ศอ.บต. ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ายเจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้านเทคนิคทีเดียว จํานวน ๑๕ คนจากส่วนกลางกระเด็นกระดอนไปอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ที่สําคัญเปลี่ยน ประธานคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง เอาข้าราชการจากจังหวัดบุรีรัมย์มาเปึนประธาน จัดซื้อจัดจ้าง เอาไกลตัวหน่อยได้ไหม ทําไมต้องจังหวัดบุรีรัมย์

ในประเด็นที่ ๒ ที่เกี่ยวเนื่องกัน มีการทักท้วงและตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมบัญชีกลางคือคณะกรรมการว่าด้วยพัสดุ ทั้งสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีหนังสือ มาถึง ๒ ครั้ง ทั้งดีเอสไอ ซึ่งเมื่อวานนี้ให้สัมภาษณ์ว่าโครงการนี้มีมูลการทุจริตและประธาน คณะกรรมาธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ลงสื่อมวลชนว่าได้ตรวจสอบในคณะกรรมาธิการร่วมกับ ส.ส. ซึ่งเปึน กรรมาธิการจากทุกพรรคเห็นสอดคล้องกับข้อทักท้วงของกรมบัญชีกลาง และสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน นอกจากนั้นคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของกรมการปกครอง ทั้งคณะแรกที่ตั้งและคณะที่เพิ่มเข้าไปใหม่ จากอธิบดีกรมการปกครองคนปัจจุบันว่าที่ ปลัดได้แต่งตั้ง ตรวจสอบแล้วเห็นตรงกันว่าการดําเนินงานจัดซื้อจัดจ้างนั้นไม่เปึนไปตาม ร่างทีโออาร์ ทั้งหมดนี้ทําไมกระทรวงมหาดไทยไม่ฟัง จิ้งจกทักยังฟัง การอ้างว่าสํานักงาน อัยการสูงสุดตรวจสอบแล้วอาจทําให้สังคมเข้าใจผิด เข้าใจผิดเพราะอะไรท่านประธาน ให้เขาตรวจอะไร ให้เขาตรวจร่างสัญญา เขาก็ดูว่าร่างสัญญานั้นถูกต้องตามกฎหมายไหม รัฐเสียเปรียบไหม แต่ไม่ได้ให้เขาดูทั้งกระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้างว่ามันผิดขั้นตอนผิด ทีโออาร์ไหม ดังนั้นจึงขอสอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยใน ๒ ประเด็นอย่างที่ผม กล่าวเมื่อสักครู่ ถ้าไม่คิดทุจริตมีเหตุผลอะไรถึงย้ายข้าราชการ ทั้งประธาน ทีโออาร์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้านเทคนิค ประธานกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ๒. ไม่ฟังคําทักท้วง จากกรมบัญชีกลาง สตง. ดีเอสไอ และคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะเรื่องการจัดหาคอมพิวเตอร์เพื่อให้ บริการกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เปึนประเด็นที่เปึนข่าว อยู่ในสังคม ผมต้องขอเรียนเพื่อชี้แจงเพื่อความเข้าใจว่า โครงการจัดหาคอมพิวเตอร์ เพื่อบริการประชาชนเกี่ยวกับบัตรประจําตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน จริง ๆ แล้วโครงการนี้ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา โครงการนี้เดิมนั้นมีอายุการเช่า คอมพิวเตอร์ ๖ ป้ และสัญญาเช่าเดิมนั้นจะสิ้นสุดในช่วงของเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ก็คือการที่ประชาชนได้มีบัตรประจําตัวประชาชนที่เรียกว่า บัตรอเนกประสงค์หรือสมาร์ทการ์ด (Smartcard) นี่ละครับ ที่วันนี้พี่น้องประชาชน มีบัตรแบบนี้กัน จึงต้องมีการเช่าระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชนด้วย เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เมื่อมาช่วงจะสิ้นสุด ป้ ๒๕๕๓ เดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลปัจจุบัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่บริหาร อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยก็ต้องมีหน้าที่ในการที่จะต้องจัดหาคอมพิวเตอร์เพื่อดูแลระบบ ทั้งหมดให้กับประชาชน ระหว่างการจัดหานั้นเปึนไปอย่างที่ท่านถามว่ามีการร้องเรียน เรื่องความไม่โปร่งใส พอมีประเด็นนี้ขึ้นมาจึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ตั้งแต่ เรื่องทีโออาร์ ตั้งแต่เรื่องรายละเอียดที่มีการร้องเรียนขึ้นมา ประเด็นสําคัญที่ท่านถามว่าเหตุใดจึงต้องมีการโยกย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เดิม ผมต้องเรียนครับในช่วงที่มีการโยกย้ายนั้นมีหน่วยงานหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเปึน ศอ.บต. ขอตัวมาหรือจังหวัดต่าง ๆ ที่ขอตัวบุคลากรเหล่านี้ที่เขามีประสบการณ์อยู่กับ เรื่องคอมพิวเตอร์ของกระทรวงมหาดไทย เมื่อเปึนอย่างนี้ก็มีการให้ยืมตัวข้าราชการ เหล่านี้ไป ซึ่งปัจจุบันนี้บุคคลเหล่านี้ก็มาปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิมครับ

ส่วนประเด็นที่ต้องย้ายปลัดจังหวัดบุรีรัมย์เปึนผู้อํานวยการสํานักบริหาร การทะเบียน เพราะบุคคลคนนี้เขามีประสบการณ์การทํางานด้านทะเบียนมาเปึน เวลานานครับ มีความรู้ด้านนี้จึงย้ายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ประเด็นสําคัญว่าเมื่อมีการร้องเรียน ขึ้นมาแล้วในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการสอบสวนอย่างไรหรือไม่ สอบสวน ทุกประเด็นครับ สอบสวนทุกประเด็นให้เกิดความกระจ่างชัดที่มีการร้องเรียน ในขณะเดียวกัน ประเด็นที่ สตง. ทักท้วงวันนี้ก็ได้มีการชี้แจง สตง. ขึ้นไป สตง. มีหนังสือทักท้วงในช่วงของ วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๓ ครับ จากนั้นไปทางกระทรวงก็ได้มีการชี้แจงประเด็นแต่ละ ประเด็นที่ สตง. ได้ทักท้วงให้เกิดความชัดเจนเกิดความกระจ่างชัด จากนั้นไปกระบวนการต่าง ๆ ก็เดินไปเปึนระบบ

ส่วนประเด็นที่บอกว่าหน่วยงานต่าง ๆ เขายังไม่เห็นด้วย ต้องขอเรียนว่า ท่านเข้าใจคลาดเคลื่อน วันนี้กระบวนการทั้งหมดนั้นได้มีการหารือไปยังสํานักงบประมาณ เพื่อให้ตรวจสอบดูเรื่องความเหมาะสมเกี่ยวกับราคา ส่วนกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลางก็มีการหารือเกี่ยวกับการเบิกจ่ายล่วงหน้าให้เปึนไปตามระเบียบ สําหรับ อัยการสูงสุดนั้นแน่นอนครับจะต้องนําเสนอท่านอัยการสูงสุดดูรายละเอียดของสัญญาว่า มีจุดใดบ้างที่เปึนประเด็นเสียเปรียบ มีประเด็นที่บกพร่อง ฉะนั้นทุกกระบวนการได้เดิน ทั้งหมด พอจบสิ้นกระบวนการทุกอย่างแล้วจึงได้มีการเห็นชอบอนุมัติครับ

ส่วนประเด็นล่าสุดที่เกิดขึ้นนั่นก็คือประเด็นที่ สตง. ได้มีความเห็น บางประเด็นเพิ่มเติมมาครับ มีบางประเด็นเพิ่มเติมมาที่ สตง. มีข้อสังเกต เมื่อเปึนอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เปึนห่วงว่าต้องการให้เรื่องนี้มีความชัดเจนในสิ่งที่ สตง. มีข้อสังเกต จึงให้ทางกระทรวงมหาดไทยตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันเพื่อจะได้รายงานท่านนายกรัฐมนตรี นี่คือความก้าวหน้าของโครงการจัดหา บัตรประจําตัวประชาชนเพื่อบริการพี่น้องประชาชนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญถามครั้งที่ ๒ ครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ การอ้างเหตุผลเรื่องการขอตัวข้าราชการที่รับผิดชอบทั้งประธานทีโออาร์ ทั้งเจ้าหน้าที่เทคนิค ทั้งประธานจัดซื้อจัดจ้าง เปึนเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเลย เพราะทางข้าราชการที่ถูกย้ายไปมาให้ ถ้อยคํากับคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ที่มีคุณวิลาศ จันทร์พิทักษ์ เปึนประธาน ทั้งหมด ตอบตรงกันว่าไปนั่งตบยุง เขารับผิดชอบงานระดับชาติให้ไปทํางานพื้น ๆ ธรรมดา เรื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดา จนกระทั่งพอถูกย้ายออกไปกระทรวงการต่างประเทศ ไม่สามารถที่จะตรวจสอบงานทางด้านความมั่นคงได้ งานทางด้านอาชญากรรมข้ามชาติได้ ร้องระงมใน ครม. ผมยังจําข่าวช่วงนั้นได้จนกระทั่งต้องย้ายเขากลับมาที่เดิม ดังนั้นเหตุผลนี้ ท่านรัฐมนตรีครับฟังไม่ขึ้น

ผมคงจะมาประเด็นที่ ๒ ไม่อย่างนั้นจะไม่ครอบคลุม เนื่องจากเวลาอาจจะ เกินไป ผมขออนุญาตท่านประธานว่าคงขอใช้มาตรฐานเช่นเดียวกับกระทู้ถามที่ ๒ ที่ผ่านมานะครับ ประเด็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมพยายามออมชอมที่สุดแล้วครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือความสมานฉันท์ครับ ผมพยายามที่สุดแล้ว

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน 🔗

ขอบพระคุณครับ ผมหวังเช่นนั้นครับ ท่านประธาน ประเด็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย วันนี้ ผมคิดว่ามีข้าราชการกระทรวงมหาดไทยติดตามเรื่องนี้อยู่ทั่วประเทศอย่างใจจดใจจ่อ เพราะอะไรท่านประธาน วันนี้เปึนการแสดงวิสัยทัศน์ถูกเรียกมาเปึนผู้ที่จะมาสอบ วิสัยทัศน์วันแรก พรุ่งนี้อีกวันหนึ่งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยมาแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อจะได้รับการพิจารณาว่าเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดหรือไม่ใน ๒๑ ตําแหน่งที่ว่างอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงความตกต่ํา ความปัืนป์วนในกระทรวงมหาดไทยจากการแต่งตั้งโยกย้ายที่ทําลาย วัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงมหาดไทยอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ว่าจะเปึนการแต่งตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด การแต่งตั้งนายอําเภอ ท่านประธานครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึน ข้าราชการตําแหน่งสําคัญยิ่ง ในอดีตเรียกกันถึงว่าเปึนข้าหลวงมีหน้าที่ดูแลว่าราชการ ต่างพระเนตรพระกรรณ แต่ปัจจุบันผมเคยอภิปรายว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเหมือนตุ๊กตา ตัวหนึ่งที่นักการเมืองจะหยิบไปวางตรงไหนอย่างไร้ศักดิ์ศรีไร้เกียรติยศ นี่คือความเจ็บปวด ของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยมีหรอกครับที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่เพียง ๔ เดือนแล้วถูกย้ายกันจํานวนมาก เป่ดกล่องของที่ขนย้ายยังไม่หมดเลยหรือลงไปดูพื้นที่ ก็ยังไม่หมดนะครับ ไม่เคยมีหรอกครับที่มีการตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ขึ้นเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดชั้นหนึ่งแล้วก็พาส (Pass) ชั้นมาเปึนอธิบดี ไม่เคยมี ไม่เคยมีการแต่งตั้งนายอําเภอที่มีการเอาเรื่องไปดองไว้ที่ฝ์ายการเมืองหลายเดือน ตรงนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันชัดเจนว่าพ้นอํานาจท่าน ท่านเคยให้สัมภาษณ์ ผมตัดข่าวไว้ ทั้ง ๆ ที่อํานาจตรงนี้เปึนอํานาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย ไม่เปึนไปตาม หลักเกณฑ์ การแต่งตั้งนั้นไม่เปึนไปตามหลักเกณฑ์ จนคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม มีมติเปึนเอกฉันท์สั่งให้เพิกถอนคําสั่งจนป์านนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า และล่าสุดการแต่งตั้ง ปลัดกระทรวงมหาดไทยเปึนประเด็นที่มีการยื่นถวายฎีกา ซึ่งผมจะไม่ก้าวล่วงเพราะเปึน ข่าวครึกโครมอยู่ในขณะนี้ ประเด็นที่ผมจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็คือวันนี้จะมีการสอบวิสัยทัศน์ผู้ที่จะดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าง ๒๑ ตําแหน่ง เข้าสอบวิสัยทัศน์ ๘๔ คน ท่านประธานครับ ในอดีตที่ผ่านมาเขาจะดูจากรองผู้ว่าราชการ จังหวัดที่ดํารงตําแหน่งมาแล้ว ๓ ป้ ๔ ป้ขึ้นไป แต่ในป้นี้มีหลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงตาม ประกาศคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก ลงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ กําหนดคุณสมบัติ ของผู้ที่ได้รับสิทธิเข้าคัดเลือก

๑. ดํารงตําแหน่งหนึ่งตําแหน่งใดมาแล้วดังนี้ ประเภทบริหารระดับต้น ไม่น้อยกว่า ๑ ป้ บริหารระดับต้นก็คือรองผู้ว่าราชการจังหวัด ประเภทบริหารระดับต้น และอํานวยการรวมกันไม่น้อยกว่า ๓ ป้

๒. เปึนผู้ที่กรมต้นสังกัดเสนอชื่อเข้ารับการพิจารณาคัดเลือก เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๓ กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศรายชื่อผู้สมควรเข้าพิจารณาคัดเลือก ๘๔ คน คณะกรรมการกําหนดวันนี้ที่จะมีการสอบวิสัยทัศน์ในวันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ กันยายน ทุกป้ที่ผ่านมาผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือกผู้ดํารงตําแหน่ง ๓ ป้ขึ้นไป ประมาณ ๕๐-๖๐ คน แต่เมื่อกําหนดคุณสมบัติใหม่คือเป่ดโอกาสให้ผู้ดํารงตําแหน่งระดับต้นเหลือเพียง ๑ ป้ และยังเป่ดโอกาสให้ผู้ดํารงตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ถึง ๑ ป้ แต่ได้รับการดํารง ตําแหน่งประเภทอํานวยการรวมกันแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ป้ ทําให้มีผู้มีสิทธิเพิ่ม ๑๖๐ คน จากจํานวนรองผู้ว่าราชการจังหวัด ๘๔ คนที่เข้าสัมภาษณ์ ปรากฏว่าท่านประธาน กลับมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดํารงตําแหน่งเกิน ๓ ป้ขึ้นไปหลุดไปก็หลายคน ผมมีสถิติดังนี้ครับว่าขณะนี้ผู้ที่ค้างอยู่เปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัด ๙ ป้ ๑ คน ๘ ป้ ๒ คน ๗ ป้ ๔ คน ๖ ป้ ๘ คน ๕ ป้ ๑๔ คน ๔ ป้ ๒๘ คน ๓ ป้ ๓๐ คน ๒ ป้ ๓๔ คน ๑ ป้ ๔๒ คน ต่ํากว่า ๓ ป้ลงมาน่าเปึนห่วงครับท่านประธาน ทุกฝ์ายกําลังจับตามอง ผมมี ประเด็นที่จะสอบถามว่าผู้ที่ดํารงตําแหน่ง ๓ ป้ขึ้นไป ๘๐ กว่าคน ถ้าถูกแซงจากผู้ที่ ดํารงตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพียง ๓ ป้ เขาฝากถามมาว่า

๑. เขาผิดอะไร ไร้ความสามารถหรือไม่ ไร้ประสิทธิภาพหรือไม่ หากเขาผิด เขาไร้ความสามารถทําไมไม่ตั้งกรรมการสอบเขา ท่านจะดําเนินการอย่างไรที่จะให้ การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงเปึนการเรียกขวัญกําลังใจของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย กลับคืนมา โดยเฉพาะการนําคนที่เปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัดต่ํากว่า ๓ ป้ ต้องพิสูจน์ ให้ได้ว่าเขาเปึนซูเปอร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด คือเก่งจริง ๆ เปึนที่ยอมรับ ท่านจะพิสูจน์ ให้เห็นได้อย่างไร ขอสอบถามครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตสักนิดได้ไหม สภายินดีต้อนรับครู นักเรียน โรงเรียนบ้านสวน (จั่นอนุสรณ์) จังหวัดชลบุรี ด้วยความยินดี ขณะนี้กําลังอยู่ในระเบียบวาระกระทู้ถาม เชิญตอบได้ครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมต้องเรียนว่าประเด็นที่สอบถามเกี่ยวกับการแต่งตั้ง โยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยยึดถือกฎหมาย หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ ตลอดจนธรรมเนียมประเพณีในการแต่งตั้งโยกย้ายทุกระดับ ผมต้องเรียนว่าสิ่งที่เปึน ประเด็นวันนี้คือการตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยคือคุณมงคลต้องอธิบายให้เกิดความเข้าใจ วันนี้หลายคนตั้งคําถามว่าคุณมงคลนั้นอาวุโสถึงลําดับที่ ๕๓ ลําดับที่ ๕๔ ความจริง ไม่ใช่นะครับ การแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยตลอดเวลา ๓๐ ป้นั้น แนวทางปฏิบัติ ประเพณี ธรรมเนียมต่าง ๆ นั้น เขาแต่งตั้งจากคนที่เปึนรองปลัดกระทรวงมหาดไทย หรืออธิบดีหรือเคยเปึนครับ วันนี้คุณมงคลก็มีคุณสมบัติครบ แล้วในอดีตที่ผ่านมาหลาย นายกรัฐมนตรีก็ตั้งกันอย่างนี้ละครับ ในส่วนของการแต่งตั้งนายอําเภอ ๔๑ คน ที่ท่าน พูดถึงเปึนประเด็นที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมเห็นว่าคําสั่งนี้ไม่ชอบ ในส่วนของ กระทรวงมหาดไทยก็ยืนยันว่าได้มีการตั้งโดยหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติและทําอย่างเช่น เคยปฏิบัติมาในอดีตครับ เมื่อ กบค. มีมติมาอย่างนี้ให้นายอําเภอ ๔๑ คนกลับคืนสู่ สถานะเดิม มันก็เปึนประเด็นที่ในขณะนี้กระทรวงมหาดไทยก็ได้มีหนังสือไปถึงประธาน กบค. ขอให้ทบทวน ทําไมถึงให้ทบทวนครับ เพราะเมื่อมีการกล่าวหากระทรวงมหาดไทย ไม่เคยได้ไปชี้แจงเลยว่าประเด็นใดที่ท่านสงสัย เรื่องอาวุโส เรื่องการให้คะแนน ไม่เคย ชี้แจงครับ สุดท้ายเมื่อมีมติมาก็เคารพมติ ๑. วันนี้ทําหนังสือให้ทบทวน ๒. ทําหนังสือ ถึง ก.พ. ให้หาแนวทางว่าจะดําเนินการเยียวยานายอําเภอทั้ง ๔๑ คนอย่างไร

ส่วนประเด็นการที่จะแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเกิดขึ้นในป้ ๒๕๕๓ ผมต้องเรียนครับว่าผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทยระดับสูงยึดแนวทางกฎหมาย ระเบียบเหมือนเดิมครับ วันนี้ถ้า ก.พ. เขียนอย่างไรก็ต้องว่าตามนั้นละครับ ไม่สามารถ จะออกกฎกติกาเองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ส่วนวันนี้ตําแหน่ง มีเพียงจํากัดครับ แต่คนที่มีคุณสมบัติครบเปึนร้อย คนได้ก็สมหวัง คนไม่ได้ก็ผิดหวัง อาจจะมาร้องทุกข์ร้องเรียนกับท่านว่าไม่ได้รับความเปึนธรรม ผมเรียนว่าทุกครั้ง สามารถชี้แจงได้ สามารถอธิบายได้ เพราะเหตุใด วันนี้เรายึดแนวทางตลอดครับ สิ่งที่พูดกันเสมอคําว่า อาวุโส ทําไมคนนี้อาวุโสไม่ได้ ทําไมคนนั้นไม่อาวุโสจึงได้ วันนี้ ว ๑๑ ของ ก.พ. ชัดเจนครับ เขาเขียนชัดเจนในการจะแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงนั้นให้ดูความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ การตัดสินใจ การเปึนผู้นํา วันนี้แต่ละคนนั้นก่อนจะมาเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดผ่าน นายอําเภอ ปลัดอําเภอ เปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัดกันมาหมดแล้ว ล้วนแล้วแต่ มีความรู้ความสามารถ ก็ต้องมาดูกันอีกทีหนึ่งว่าใครนั้นจะมีความเหมาะสมและอยู่ใน เกณฑ์ที่กฎหมาย ก.พ. กําหนดหรือไม่ วันนี้ถ้าตั้งโดยตามอําเภอใจตอบสังคมไม่ได้หรอกครับ และมันก็ผิดหน้าที่ที่จะทําอย่างนั้นครับ ขอเรียนยืนยันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญถามครั้งที่ ๓

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมทราบมาว่าจากการที่มีชื่อตกหล่นในการที่ไม่ได้มีโอกาสมาสอบวิสัยทัศน์อาจมี การร้องขอคุ้มครองชั่วคราวไปยังศาลปกครอง ผมบอกการบ้านล่วงหน้า เพราะว่า เขาเห็นว่าเขาไม่ได้รับความเปึนธรรม ที่ท่านบอกว่าการแต่งตั้งโยกย้ายยึดหลักเกณฑ์ ยึดกฎระเบียบ กฎหมาย กฎ ก.พ. แต่ทําไมตําแหน่งสําคัญ ๆ ถึงต้องมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ เปึนหลัก ถึงต้องมาจากอีสานใต้เปึนหลัก ถึงต้องมาจากพื้นที่ที่ท่านดูแลรับผิดชอบ เปึนหลัก ท่านตอบประชาคมของกระทรวงมหาดไทยตรงนี้ได้อย่างไร

ประเด็นสุดท้าย ผมขอสอบถามท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ผมตั้งใจจะสื่อถึง ท่านโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี บังเอิญท่านคงติดราชการได้มอบหมายให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาแทน ผมถามท่านในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ในการอภิปราย ในหลายวาระที่ผ่านมาของกระผม กระผมพยายามให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรี ตามสมควร เพื่อดูว่าท่านจะพยายามดําเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา ต่อสาธารณะในหลายครั้งหลายคราเกี่ยวกับการใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหาร ราชการแผ่นดินหรือแม้กระทั่งกฎเหล็ก ๙ ข้อของท่าน ซึ่งถ้าดําเนินการได้จริงปัญหา ก็อาจจะลดน้อยลง แต่หาเปึนเช่นนั้นไม่ และกําลังใจของกระผมที่มีให้ท่านก็ลดทอน ลงไปเรื่อย ๆ ต่อการไม่กล้าตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรี เพียงเพราะท่านนายกรัฐมนตรี กลัวรัฐบาลพัง แต่ท่านไม่กลัวระบบของประเทศจะพัง โดยเฉพาะระบบราชการซึ่งถือเปึน เสาหลักสําคัญยิ่งของประเทศเสาหนึ่ง เหตุที่เปึนเช่นนั้นก็เพราะว่ารัฐบาลนี้เปึน รัฐบาลผสม ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนรวมทั้งพวกผมเข้าใจดี ผมเคยอภิปรายในสภานี้ว่า เขาขี่คอท่านอยู่ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านปฏิเสธว่าไม่มีใครมาขี่คอท่านได้ แต่หนทาง ปฏิบัติสังคมมองเห็น ข่าววันต่อวันถึงหูถึงตาชาวบ้านอย่างรวดเร็วมันปฏิเสธไม่ได้ ท่านประธาน วันนี้ผมเข้าใจว่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศติดตาม กระทู้ถามสดนี้อยู่ ขอถามท่านนายกรัฐมนตรีในประเด็นดังต่อไปนี้

ประเด็นการปราบปรามการทุจริตโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ งานทะเบียน งบ ๓,๔๙๐ ล้านบาท ท่านเชื่อหรือไม่ว่า

ก. พฤติกรรมแวดล้อม การย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องก่อนการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ว่าจะเปึนประธานทีโออาร์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบทางด้านเทคนิครวดเดียว ๑๕ คน การเปลี่ยนแปลงประธานคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างเปึนข้าราชการที่ย้ายมาจาก จังหวัดบุรีรัมย์

ข. การไม่ฟังคําทักท้วงจากหน่วยงานอิสระ ไม่ว่าจะเปึนกรมบัญชีกลาง คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ สตง. รวมทั้งมีการตรวจสอบจากดีเอสไอซึ่งให้สัมภาษณ์หยก ๆ ว่าคดีมีมูลทุจริต ประธานคณะกรรมาธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของ สภาผู้แทนราษฎร ท่านเชื่อเหมือนวิญ็ูชนทั่วไปหรือไม่ว่าโครงการนี้มีการทุจริต หากไม่เชื่อ ท่านมีเหตุผลอย่างไร แต่หากท่านเชื่อว่าโครงการส่อไปในทางทุจริตท่านจะเร่งดําเนินการ แก้ไขอย่างไรเพื่อไม่ให้เสียหายต่อรัฐและประชาชนเหมือนเช่นกับโครงการสมาร์ทการ์ด นั่นเปึนประเด็นแรกที่ถาม

ประเด็นที่ ๒ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กระผมไม่เห็นด้วยกับ ท่านนายกรัฐมนตรีที่มีความเห็นว่าการบริหารราชการในกระทรวงมีการแบ่งหน้าที่กันอยู่ ที่จะต้องรับผิดชอบกันเอง ยกเว้นมีเรื่องที่กระทบต่อส่วนรวมเช่นการทุจริต ประเด็นที่ผม ไม่เห็นด้วยผมมีเหตุผลครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามดีกว่าครับ ไม่ต้องเหตุผล อันนั้นเปึนการอภิปราย ท่านถามเลยแล้วให้ทางท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

ครับ ขอบพระคุณท่านประธาน หากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เปึนเรื่องของกระทรวงใครกระทรวงมัน ทําไมต้องเอาเรื่องเข้า ครม. ทุกเรื่องที่เข้า ครม. นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคน ต้องรับผิดชอบ กรณีการแต่งตั้งข้าราชการที่ทําลายระบบคุณธรรม ทําลายวัฒนธรรม องค์กร ท่านจะเข้ามาร่วมรับผิดชอบด้วยหรือไม่ หากกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ถูกละเลย และต้องนําขึ้นทูลเกล้าฯ ท่านจะต้องรับผิดชอบร่วมด้วยอย่างไรหรือไม่ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านตอบครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการ แทนท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้เดินทางไปปฏิบัติราชการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กระผมขอตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนมใน ๒ ประเด็น สุดท้าย ขอตอบประเด็นหลังก่อนครับว่าที่ท่านแสดงความเห็นว่าท่านไม่เห็นด้วยกับ ท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ ผมคงไม่สามารถไปห้ามอะไรท่านได้ เพราะว่าเปึนความเห็นของท่าน แต่ว่าข้อเท็จจริงการดําเนินการของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น ได้บริหารราชการแผ่นดินโดยยึดหลัก ธรรมาภิบาล แล้วก็ท่านได้มีกฎของท่าน ๙ ข้อปัจจุบันนี้ก็ยังดําเนินการอย่างนั้นอย่างเคร่งครัด ในสิ่งที่เรียกว่าธรรมาภิบาลนั้นก็ต้องดูว่าตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของ แต่ละคนแต่ละฝ์ายเปึนอย่างไร กรณีการแต่งตั้งข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย ดูตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ เปึนอํานาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปึนเจ้ากระทรวงที่จะต้องเปึนผู้พิจารณาคัดเลือก ข้าราชการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะสม แล้วก็เสนอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณา เปึนความจริงครับท่านประธานในบางยุคบางสมัยมีนายกรัฐมนตรีบางท่านบางคนลงไป ล้วงลูกทําบัญชีเองทุกอย่าง แล้วก็กระทรวงต่าง ๆ ก็ต้องทําบัญชีเสนอ ครม. ตามที่ นายกรัฐมนตรีสั่งการ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้ดําเนินการอย่างนั้นครับ เคารพในกฎหมาย เคารพในอํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรีแต่ละท่านที่ได้รับมอบหมายไป ในกรณีของกระทรวงมหาดไทยก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปึนผู้พิจารณาตามอํานาจหน้าที่ของท่าน ตามกฎหมาย ท่านก็เสนอมาที่คณะรัฐมนตรี เพื่อให้ได้ตรวจสอบ ได้พิจารณา ซึ่งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ก็ได้ตรวจสอบได้พิจารณาครับ วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ทําบันทึกถึง ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กํากับ ดูแลงานของกระทรวงมหาดไทย คณะรัฐมนตรีก็ได้พิจารณาเรื่องนี้เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม เรื่องของการแต่งตั้งปลัดกระทรวง มหาดไทย คือแต่งตั้งนายมงคล สุรัจสัจจะ แทนนายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย คนปัจจุบัน ซึ่งจะต้องพ้นตําแหน่งไปเพราะเกษียณอายุราชการ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้สอบถามว่ากระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาดูคุณสมบัติความเหมาะสม ตรวจสอบมาเรียบร้อยแล้วหรือไม่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ยืนยันว่าได้พิจารณาตรวจสอบ เรียบร้อยแล้วบุคคลผู้นี้มีคุณสมบัติ มีความเหมาะสมเพียบพร้อมเหมือนที่ท่านรัฐมนตรี บุญจงได้กราบเรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่ ท่านนายกรัฐมนตรียังหันมาถามผมในฐานะ ที่เปึนรองนายกรัฐมนตรีผู้กํากับงานของกระทรวงมหาดไทยว่าผมได้ตรวจสอบหรือไม่ ผมก็ได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าผมได้ตรวจสอบแล้ว ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทุกคนก็ฟังรายงานของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองนายกรัฐมนตรีที่กํากับงานของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ได้มีมติให้ความเห็นชอบ หลังจากนั้นก็ได้ทําเรื่องกราบบังคมทูลทรงพระกรุณาเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ในระหว่างที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ทําหนังสือถึงราชเลขาธิการ เพื่อนําความ กราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มีผู้ถวายฎีกา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ขอให้ กระทรวงมหาดไทยชี้แจง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ได้ชี้แจงครบถ้วนสมบูรณ์ แต่หลังจากนั้น เกิดกรณีมีข่าวว่าผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้แต่งตั้งดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีจัดซื้อจัดจ้างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้สําหรับการทํา บัตรประชาชนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีบุญจงได้อธิบาย ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้มีบัญชา สั่งการให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปขอรับเรื่องคืนมาจากท่านราชเลขาธิการ แล้วก็ได้ สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ โดยไม่ให้คณะกรรมการนั้นมีเฉพาะคนในกระทรวงมหาดไทย แต่ให้รวมถึงจากสํานักงาน อัยการสูงสุด จากกรมบัญชีกลาง จากกระทรวงการคลัง จากหน่วยอื่นร่วมด้วย ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้รับคําบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีท่ามกลางคณะรัฐมนตรีทุกคน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน กับท่านประธานว่าถ้าท่านถามถึงเรื่องความรับผิดชอบทั้งท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทุกคนร่วมกันรับผิดชอบเรื่องนี้ครับ การสั่งการ การพิจารณา การมีมติแต่ละครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้กระทําอย่างเป่ดเผยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีตรงไปตรงมาชัดเจน เพราะฉะนั้น ที่ท่านกล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนที่ไม่กล้าตัดสินใจเพราะกลัวว่ารัฐบาลจะพัง แต่ไม่กลัวระบบราชการจะพัง เปึนการกล่าวหาที่ไม่ให้ความยุติธรรมกับท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนอย่างยิ่ง ถ้าไม่กล้าตัดสินใจท่านก็ไม่ไปถอนเรื่องคืนจากราชเลขาธิการ หรอกครับ ถ้าไม่กล้าตัดสินใจท่านไม่สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยทําการสอบสวนเรื่องนี้ สั่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีครับ มันไม่ใช่เรื่องความกลัวหรือความกล้า แต่มันเปึน เรื่องของการปฏิบัติที่ต้องใช้หลักการ ไม่ได้ปฏิบัติตามอารมณ์ ไม่ได้ปฏิบัติตามกระแส นี่เปึนเรื่องที่ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพเพื่อได้ทราบในประเด็นนี้

ในประเด็นที่ ๒ ที่ท่านถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมีความรู้สึก จะมีความคิด เหมือนวิญ็ูชนทั้งหลายหรือไม่เกี่ยวกับเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังกล่าว ท่านประธานครับ บังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปราชการ แต่ผมกราบเรียนกับท่านประธานได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้บริหารราชการบ้านเมือง ทุกวันนี้ด้วยความระมัดระวังเปึนอย่างยิ่ง เพราะรู้ว่าบ้านเมืองวันนี้มีวิกฤติ มีความไม่รู้ มีความไม่เข้าใจ มีคนที่เจตนาทําให้เกิดความยุ่งยากสับสนอยู่มากมาย ฉะนั้นเพียงแค่ เปึนข่าวว่าโครงการนี้อาจจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อจัดจ้าง ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ไปขอเรื่องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยคืนมาก่อน แล้วสั่งการให้แต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวน แล้วบอกไว้ด้วยว่าสอบให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน ระหว่างนี้ จะไม่เดินหน้าในการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย รอฟังผลการสอบสวนของ กระทรวงมหาดไทยก่อน นี่ก็เปึนการดําเนินการตามหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ถูกต้องครับ ไม่มีหรอกครับนายกรัฐมนตรีคนไหนฟังข่าวไม่พอใจสั่งลงโทษลงทัณฑ์ สั่งดําเนินการเลย หรือประกาศออกมาเลยว่าเชื่ออย่างนั้นเชื่ออย่างนี้ ทําไม่ได้ครับ เรื่องของบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องในครอบครัวใครหรือบริษัทใคร เปึนเรื่องที่จะต้องทําตาม หลักเกณฑ์กติกาซึ่งมีอยู่ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนเคารพหลักเกณฑ์กติกาบ้านเมืองครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามสดนะครับ

ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๗๐ ท่าน ครบองค์ประชุม กระผม ขอดําเนินการพิจารณากรณีที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. ....

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยวิสามัญ) เปึนพิเศษ วันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้พิจารณา และลงมติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบ กับการแก้ไขก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวน เท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด ประกอบเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณา คณะรัฐมนตรีเชิญชี้แจงครับ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงแล้วร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถือเปึนร่างพระราชบัญญัติฉบับสําคัญที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการกํากับดูแลการจัดสรรคลื่นความถี่และเปึนกฎหมาย ที่ต้องออกตามรัฐธรรมนูญ ความจริงแล้วนั้นค้างสภามาเปึนเวลานานครับ กฎหมาย ฉบับนี้มีกําหนดจะต้องออกตามรัฐธรรมนูญภายใน ๑๘๐ วันนับแต่มีรัฐบาล ภายหลัง จากประกาศรัฐธรรมนูญเมื่อป้ ๒๕๕๐ หลังจากที่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ได้ผลักดันกฎหมายฉบับนี้โดยความประสงค์ว่าต้องการให้มี กสทช. เกิดขึ้นโดยเร็ว เนื่องจากมีงานค้างอยู่หลายประการ ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรผมเองได้ทําหน้าที่ เปึนประธานคณะกรรมาธิการ เราใช้เวลาพิจารณากฎหมายฉบับนี้ถึง ๑๐ เดือน ใน ๑๐ เดือนนี้คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่มีความสําคัญ ไม่ว่าจะเปึนประเด็นภาคประชาชน ประเด็นของจํานวนของ กสทช. ที่มา วิธีการเลือกตั้ง เพื่อที่จะได้มาซึ่ง กสทช. และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใบอนุญาตสัญญาสัมปทานซึ่งยังคงค้างอยู่ทั้งหมด หลังจากผ่านคณะกรรมาธิการในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก็ได้เข้าไปพิจารณาในชั้น ของวุฒิสภา ซึ่งก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา ผมเองก็เปึนคนหนึ่ง ที่ได้เข้าไปร่วมเปึนคณะกรรมาธิการในชั้นของวุฒิสภาด้วย เพียงแต่การพิจารณาในชั้นของ วุฒิสภานั้นมีความจํากัดในเรื่องของระยะเวลาครับ ที่สุดแล้วคณะกรรมาธิการมีการพิจารณากัน ชั้นวุฒิสภาจึงมีการแก้ไข เพียงแต่การแก้ไขของวุฒิสภานั้นก็เข้าใจว่าท่านเองก็มีความประสงค์ดี ที่อยากจะให้ กสทช. นั้นเกิดขึ้นโดยเร็ว เช่นเดียวกับที่ฝ์ายของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรต้องการ แต่ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือ ในชั้นการพิจารณาในวุฒิสภามีการเพิ่มเติม จํานวนของคณะกรรมการ กสทช. จากเดิมซึ่งในชั้นสภาผู้แทนราษฎรกําหนดไว้ที่ ๑๑ คน เพิ่มเปึน ๑๕ คน ใน ๑๕ คนที่เพิ่มขึ้นมานี้ก็จะมีรายละเอียดดังที่ปรากฏในเอกสาร ซึ่งท่านสมาชิกได้พิจารณาอยู่แล้ว ประเด็นการเพิ่มขึ้นก็จะมีคําถามเหมือนกันครับว่า การเพิ่มขึ้นในแต่ละสัดส่วนของผู้ที่มีความชํานาญการนั้นมีความจําเปึนมากน้อยเพียงใด เช่น การเพิ่มให้มีสัดส่วนของ กสทช. ที่มาจากฝ์ายความมั่นคง จํานวน ๒ ท่าน ซึ่งจากเดิม ไม่มี แต่กําหนดฝ์ายความมั่นคงอยู่ในคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ซึ่งอยู่อีก มาตราหนึ่ง มีการเพิ่มเติม กสทช. ในส่วนการศาสนาหรือการพัฒนาสังคมเพิ่มเติมขึ้น อันนี้ก็เปึนเรื่องซึ่งเปึนข้อถกเถียงอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ปัญหาในชั้นวุฒิสภานั้นมันมี ความลึกซึ้งกว่านั้นอีกครับ เพราะได้มีการติงกันเอาไว้ว่าการแก้ไขจํานวน กสทช. นั้น จะเกี่ยวข้องกับมาตราอีกจํานวนไม่น้อยกว่า ๒๐ มาตรา ในอีกไม่ต่ํากว่า ๒๐ มาตรานั้น จะเปึนเรื่องของการเลือกหรือสรรหาที่มาของกรรมการ กสทช. เพราะ กสทช. ตามกฎหมาย ฉบับนี้มีที่มาอยู่ ๒ ขา ขาหนึ่งเปึนการให้องค์กรสถาบันการศึกษาเสนอชื่อแล้วเลือกกันเอง จนเหลือจํานวน ๑๑ คน อีกขาหนึ่งจะมีกรรมการสรรหาเสนอชื่อมา ๑๑ คน เปึน ๒๒ คน เกินจํานวนอยู่ ๑ เท่า แล้วส่งให้วุฒิสภา วุฒิสภาเลือกจนเหลือ ๑๑ คน ประเด็นคือ พอไปแก้ที่มาตรงนี้ ที่มาขององค์กรที่จะเสนอชื่อไม่มีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ วิสามัญ เปึนการมาพิจารณาในการประชุมของวุฒิสภาในวันนั้น แล้วก็มีการเสนอสดกัน ในที่ประชุม ซึ่งก็จะมีปัญหาอยู่บางประการเหมือนกันว่าองค์กรที่จะมาเสนอชื่อที่ว่านั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคทํางานกันอย่าง เข้มข้นตลอด ๑๐ เดือน กว่าเราจะตกลงกันได้ว่าองค์กรใดเสนอชื่อ เราศึกษากันแล้วกันอีกว่า องค์กรนั้นมีอยู่จริงไหม มีจํานวนเท่าไร ทํางานไหม ทํางานแล้วมีผลหรือเปล่า นี่ก็เปึน ประเด็นที่เกิดขึ้นเหมือนกัน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคงเปึนเรื่องที่สภานี้ต้องพิจารณาว่า กฎหมาย กสทช. ที่วุฒิสภาแก้มานั้นถ้าเกิดเราผ่านไป แล้วไปมีปัญหาในกระบวนการสรรหา ในอนาคต มีการฟัองร้องกัน มีองค์กร ซึ่งอาจจะมีปัญหาเรื่องที่มาของตัวองค์กรนั้นอยู่แล้ว ทําให้การปฏิบัติตามกฎหมาย กสทช. ไม่อาจเกิดขึ้นได้จริง จะยิ่งส่งผลให้กรรมการ กสทช. เกิดขึ้นช้าไปกว่าเดิมอีกหรือไม่ ต้องไม่ลืมว่าในกฎหมาย กทช. หรือพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ป้ ๒๕๔๒ มีปัญหาลักษณะนี้มาแล้วคือ กสช. ไม่อาจจะเกิดได้ นี่เปึนปัญหาที่สภานี้ต้องพิจารณา มีหลายคนถามว่าเราจะผ่านกฎหมายนี้ไปเลยได้ไหม เพราะถ้าผ่านไปเลยยึดถือตามคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดวันนี้ ในเรื่องของ การประมูล ๓ จี ว่าให้มี กสทช. ใหม่เกิดขึ้นจึงนําไปสู่การประมูลได้ คําตอบมันจะมีอยู่ ในตัวกฎหมายฉบับนี้เหมือนกันครับว่า ไม่ได้หมายความว่าทันทีที่สภามีมติในวันนี้เห็นชอบร่างวุฒิสภาแล้ว กสทช. จะเกิดขึ้นง่าย ภายใน ๑ เดือนหรือ ๒ เดือน กระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้คือเมื่อประกาศบังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้ไปแล้วกระบวนการจะต้องกินเวลาอย่างน้อย ๑๘๐ วัน นั่นเปึนกรณีที่ ไม่มีการฟัองร้องเกิดขึ้น ๑๘๐ วัน ถ้าสภานี้ผ่านในเดือนนี้เดือนหน้าส่งขึ้นทูลเกล้าฯ สมมุติเดือนตุลาคมทุกอย่างผ่านเรียบร้อยอย่างน้อยก็ต้องไปโน่นเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคมไปถึง เดือนเมษายน อย่างน้อยเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมป้หน้า กสทช. ใหม่จึงจะเกิดขึ้นได้ นั่นเปึนกรณีที่ไม่มีการฟัองร้องกัน แต่อันนั้นไม่สําคัญเท่ากับการบังคับใช้กฎหมาย ที่เปึนจริง ถ้าเหมือนซ้ําเดิมคือ กสช. ไม่อาจเกิดมีการฟัองร้องกันก็จะเปึนประเด็นปัญหา ผมจึงเรียนท่านประธานว่าขอให้สภานี้ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบแล้ว จึงตัดสินใจลงมติครับ แล้วก็จะนําไปสู่การออกกฎหมายที่มีความรอบคอบต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่ากระผมเห็นด้วยในการที่จะต้องผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้ไปสู่สภาพ การบังคับให้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีคนกล่าวอย่างไรก็ตามว่าออกวันนี้แล้วมันก็ไม่สามารถ ที่จะสรรหาได้ในเวลาเร็ววัน แต่ถ้าหากคิดมุมกลับถ้ายิ่งเลื่อนไปก็ยิ่งช้านานยิ่งขึ้น นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ปัญหาที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าศาลปกครองจะมีคําวินิจฉัยว่า การประมูลคลื่นความถี่ ๓ จีนั้นให้เลื่อนไป ก็เกิดข้อกังวลข้อถกเถียงระหว่างคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกันค่อนข้างจะมากมาย แต่คําวินิจฉัย คําพิพากษานั้นจะต้องเคารพ เปึนข้อยุติ และเมื่อกระผมมาดูในตัวร่างแล้วก็ปรากฏข้อเท็จจริง ซึ่งผมต้องกราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกว่าเปึนกฎหมายที่มีการแก้ไขยุบยับหยุมหยิมมากที่สุด ถึง ๕๗ จุดในร่างฉบับนี้ ท่านประธานครับ กระผมอยู่ในสภานี้มานานเหมือนกัน ถ้าหากไม่จําเปึนจะไม่แตกกันถึงขนาดนั้น จะไม่เปลี่ยนแบบพิสดารถึงขนาดนั้น เพราะผม มีความเชื่อมั่นว่าในขณะที่คณะกรรมาธิการวิสามัญของชั้นสภาผู้แทนราษฎรนั้น พิจารณา ก็ประกอบด้วยผู้รู้จากพวกเราตั้งกันเข้าไปแล้วกรรมการที่ถูกเชิญเข้ามา โดยความละเอียดอ่อนพอสมควรพอที่จะออกกฎหมายบังคับใช้ได้ระดับหนึ่ง ไม่ใช่ว่า แตะไม่ได้ ต้องไม่ได้ แก้ไขไม่ได้ ไม่ใช่ครับ แต่สิ่งที่พิสดารที่สุดเลยแก้ไข ๕๗ จุดในจุด ที่สําคัญ ๆ ซึ่งกระผมกราบเรียนท่านประธานว่าอย่างเช่น มาตรา ๖ แก้ไขจํานวนของ คณะกรรมการ กสทช. นั้นจาก ๑๑ คน เปึน ๑๕ คน ในมาตรา ๖ มีการแก้ไขเพิ่มเติม (๕) (๖) เพิ่มเติมเข้ามาอีก ทําให้เกิดความสงสัยว่าแก้เพื่อใคร มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ นั่นคือ ประเด็นที่จะต้องตอบคําถามว่าเมื่อการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้มันเอื้ออํานวยประโยชน์ ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่แสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบ เราก็จะเปึนกลไกในสภา ที่เอื้อประโยชน์ในกลุ่มคนเหล่านั้น มันก็คงจะไม่ถูกต้องเช่นกัน กระผมไม่อยากมีส่วนร่วม ในกรณีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเพิ่มเติม (๕) เกี่ยวกับเรื่องของฝ์ายความมั่นคงจะต้อง มาเปึนกรรมการเพิ่มเติมเข้ามาอีกแก้ไขเพื่อใคร ใครจะเข้ามา เข้ามาเพื่อทําอะไร ถ้าเข้ามา เพื่อประโยชน์ของชาติกระผมเห็นด้วยในการที่จะต้องแสวงหาบุคคลหาความร่วมมือกัน ในการที่จะเข้ามาร่วมกันทํางาน แต่ตรงนั้นผมไม่อยากจะให้เปึนดินแดนที่มันมืดดํา เพราะคํากล่าวในเรื่องของการสัมปทานนั้นผลประโยชน์ก้อนมหาศาลต่างคนต่างแย่ง ต่างคนอยากจะทํา ต่างคนอยากจะเข้ามา ถ้าเข้ามาเพื่อประโยชน์ชาตินั้นไม่มีใคร เขาว่าหรอกครับ ผมก็ไม่ว่า แต่ผมเกรงว่าจะมีวาระซ่อนเร้นซ่อนเข้ามาอยู่ในตรงนั้นค่อนข้างจะมาก ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗ ท่านก็แก้ไข แก้ไขอายุของคณะกรรมการจาก ๓๐ ป้ ถึง ๖๕ ป้ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็อายุมากแล้วผมก็ค่อนข้างจะมากแล้วเหมือนกัน เราดูหลักชีววิทยาจาก ๓๐ ป้ ถึง ๖๕ ป้เหมาะสมหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่า กระผมเริ่มคิดมาตั้งแต่ผมอายุ ๖๐ ป้แล้ว กระผมมีโอกาสที่จะตรวจตัวเอง ชี้วัดตัวเองว่า ความสามารถ ความจําหรือขีดความสามารถอื่นเมื่อถึง ๖๐ ป้นั้นเปึนอย่างไร ๖๕ ป้แล้ว เปึนอย่างไร ปัจจุบัน ๖๖ ป้แล้วเปึนอย่างไร กระผมรู้ แต่ทําไมล่ะครับเมื่อในตัวร่างเดิม ที่เราเสนอผ่านสภาแล้ว ๓๐ ป้ ถึง ๖๕ ป้นั้นเปึนสภาวะพอเหมาะ ไม่ใช่ละครับ ทีนี้เริ่มต้น ตั้งแต่ ๓๕ ป้ แล้วคนที่ ๓๐ ป้มันเปึนอะไร คนที่เขาจบดอกเตอร์มาเขามีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์มา ๓๐ ป้ก็พอเพียง แต่การที่จะมาทํางานด้านนี้พอสมควร แล้วในจุดเริ่มต้น ท่านประธานครับ เขาแก้ไขจาก ๓๐ ป้ เปึน ๓๕ ป้ ตั้งแต่ ๓๕ ป้ขึ้นไปถึง ๗๐ ป้ ท่านประธานเคยอายุ ๗๐ ป้มาก่อน ท่านรู้นี่ครับ ระหว่างท่านประธานอายุ ๖๕ ป้ กับ ๗๐ ป้นั้นมีความหมายแตกต่างกันค่อนข้างจะมาก พอเถอะครับ ๖๕ ป้นี่พอเพียง ท่านก็ไปแก้ไขในมาตรา ๗ เพิ่มเติมกว่าความจําเปึนมากมาย มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ ท่านกําหนดเงื่อนเวลาเข้าไปอีกในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น ท่านเขียนเกินกว่า ความจําเปึนจริง ๆ สภาพการบังคับใช้จะก่อให้เกิดปัญหาว่าระยะเวลาที่ท่านจะรับฟัง ความคิดเห็นภายใน ๓๐ วันนั้นจะต้องทําให้ได้ ถ้าเกินนั้นแปลว่าผิดกฎหมาย ท่านก็จะทํา ไม่ได้ครับท่านประธาน กระผมจึงอยากกราบเรียนเปึนการส่วนตัวว่าความคิดเห็นของผม ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะแก้ไขโดยที่วุฒิสมาชิกแก้ไขมา ถ้าแม้ว่าจะใช้วิธีการตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ นั้นก็ไม่ขัดข้อง กระผมคิดว่า เปึนเรื่องดีที่เราจะต้องหันหน้าเข้าไปปรึกษาหารือกันนําไปสู่ข้อยุติที่พอเหมาะพอสมต่อไปครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เชิญครับ แล้วก็ต่อด้วยท่านชลน่าน สลับกันนะครับ เดี๋ยวจะไม่สลับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเข้าใจดีว่าทุกฝ์ายในสังคมวันนี้ที่เกี่ยวข้องและติดตาม กฎหมายฉบับนี้ก็ปรารถนาที่จะให้ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ได้มีผล บังคับใช้โดยเร็ว เนื่องจากว่าประวัติศาสตร์ของการมีกฎหมายฉบับนี้มันมีความต่อเนื่อง ยาวนานมานับตั้งแต่ที่เราเคยมี พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เมื่อป้ ๒๕๔๓ ตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๔๐ ที่กําหนดให้มีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ แล้วก็ให้มี องค์กรขึ้นมาทําหน้าที่ ๒ องค์กรก็คือ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กับคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ หรือ กสช. แต่ตามกฎหมายฉบับนั้นเราสามารถที่จะมีองค์กรที่จะมาทําหน้าที่ ดูรายละเอียดของการจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับ ๒ แขนงประเภทนี้ได้เพียงองค์กรเดียว ก็คือ กทช. ส่วน กสช. ก็ไม่มีโอกาสเกิดขึ้น สภาพที่ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในสังคมก็คือ หลังจากที่เรามี พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ป้ ๒๕๔๒ แล้ว เราก็เกิดปัญหา เรื่องวิทยุชุมชน การที่จะอนุญาตให้มีสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ได้ ก็ต้องเปึนอํานาจขององค์กรที่จะเกิดขึ้น ตาม พ.ร.บ. ฉบับนั้น เมื่อมันไม่มีองค์กรที่ทําหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ได้ก็เกิดสภาพ ปัญหาความสับสนวุ่นวายแล้วก็ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ หลังจากนั้นก็เกิดสภาพโกลาหล เกี่ยวกับการเกิดสื่อใหม่ ๆ ที่ไม่มีองค์กรใด ๆ ขึ้นมาดูแลนับจากนั้นมา แล้วก็ล่าสุดก็คือ กรณีการประมูลโทรศัพท์ในระบบ ๓ จี ซึ่งศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดก็ได้ชี้ ในทิศทางเดียวกันว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช. ไม่มีอํานาจ ที่จะไปจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับกิจการโทรคมนาคมประเภทดังกล่าว อํานาจนั้นเปึน อํานาจของ กสทช. ซึ่งจะเกิดขึ้นตามกฎหมาย พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ที่เรา กําลังพิจารณาอยู่ในวันนี้ ท่านประธานครับ ในชั้นของคณะกรรมาธิการชั้นสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้เข้าไปพิจารณาหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เราใช้เวลา ๑๐ เดือน ในการพิจารณาเกือบ ๔๐ ครั้งของคณะกรรมาธิการ พิจารณาอย่างละเอียด ด้วยเปัาประสงค์ว่าองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ซึ่งเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๔๗ วรรคสอง จะต้องเกิดขึ้นได้จริง เพื่อมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสภาพสังคม ปัจจุบันให้ได้ และจะต้องไม่มีอุปสรรคใด ๆ ที่จะทําให้ไม่ก่อให้เกิดองค์กรนี้ขึ้นมา ซึ่งในอดีตมีอุปสรรคมากมายนะครับ ไม่ว่าจะเปึนการฟัองร้อง การที่ทําให้กระบวนการ สรรหาคณะกรรมการหยุดชะงักลง ในชั้นของคณะกรรมาธิการชั้นสภาผู้แทนราษฎร ก็วิตกกังวลเรื่องนี้ก็ไปเขียนเพิ่มรายละเอียดลงไปเพื่อให้ครบถ้วน เพื่อให้ กสทช. มันเกิดขึ้นได้จริง และถ้าหากว่าในกระบวนการสรรหามีอุปสรรคใด ๆ อุปสรรคนั้นก็ต้อง ถูกขจัด ก็เขียนไว้ในกฎหมายว่าจะต้องไม่มีอุปสรรคใดมาทําให้กระบวนการสรรหาชะลอ หรือหยุดชะงักลง ไม่ว่าการฟัองร้องใด ๆ ก็ตาม หรือแม้กระทั่งว่าเมื่อกระบวนการสรรหา เดินเข้าไปสู่ในชั้นของวุฒิสภา ถ้าวุฒิสภาไม่สามารถเลือกคณะกรรมการ กสทช. ได้ ตามกําหนดเวลาอํานาจนั้นก็จะถูกถ่ายโอนมาอยู่ที่คณะรัฐมนตรีในการคัดเลือก นี่ก็เปึน การเขียนกฎหมายเพื่อที่จะให้เกิด กสทช. มาแก้ปัญหาของในแวดวงการสื่อสารแล้วก็ แวดวงโทรคมนาคมได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามเมื่อขึ้นไปสู่ในชั้นวุฒิสภาก็ได้มีการแก้ไข ในทั้งสิ้น ๒๓ มาตรา มีประเด็นที่มีความสําคัญหลัก ๆ อยู่ ๖ ประเด็น ซึ่งในแต่ละประเด็น บางประเด็นผมเองก็เห็นด้วย แต่ในประเด็นเกือบทั้งหมดไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ ที่ผมเห็นแย้งกับวุฒิสภาที่ไปแก้ไขก็คือว่าเรื่องของจํานวน กสทช. และที่มาซึ่งปรากฏอยู่ใน มาตรา ๖ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๓ คือไปเพิ่มจํานวนกรรมการ กสทช. จาก ๑๑ คน เปึน ๑๕ คน อีก ๔ คนเพิ่มจากไหนครับ เพิ่มจากผู้มีความรู้ทางด้านการศาสนา และพัฒนาสังคมเข้าไป และอีก ๒ คนมาจากผู้มีความรู้ทางด้านความมั่นคงของรัฐ และการบริหารราชการ เพื่อหวังว่าบุคคลทั้ง ๔ คนที่เข้าไปทั้ง ๒ แขนงนี้จะสามารถ เข้าไปดูแลการจัดสรรคลื่นความถี่ทั้งโทรคมนาคมและทั้งวิทยุกระจายเสียงโทรทัศน์ ได้กว้างขวางขึ้น ทั้ง ๆ ที่ในความเปึนจริงแล้วในกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ได้คํานึงถึงเรื่องนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว จริงอยู่ครับว่าไม่มีตัวแทนของฝ์ายความมั่นคงของรัฐ เข้าไปเปึนกรรมการ กสทช. โดยตรง แต่นั่นไม่ใช่หมายความว่าคณะกรรมการ กสทช. จาก ๑๑ คนที่ผ่านในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถที่จะไปมองเห็นในมิติของความมั่นคงได้ ขณะเดียวกันเราเองก็วิตกกังวลว่า การที่เอาตัวแทนของคนฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งเข้าไปนั่งแล้วทําหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อหวังว่าจะเปึนหลักประกันว่าจะจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งซึ่งเปึน พวกพ้องตัวเองเปึนเรื่องที่สังคมไม่สามารถที่จะรับได้ นั่นเปึนประเด็นที่มีความสําคัญยิ่ง ขณะเดียวกันในกระบวนการสรรหาคณะกรรมการ กสทช. มีอยู่ ๒ แนวทาง แนวทางหนึ่ง ก็คือให้องค์กรต่าง ๆ เขาเสนอชื่อกันมา แล้วก็ให้มีการเลือกตั้งกันเอง อีกส่วนหนึ่งก็คือ มีคณะกรรมการสรรหาขึ้นมา เอาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถนี่ละ หาชื่อเข้ามาแล้วก็ เอา ๒ ส่วนนี้ผสมกันเสนอให้กับวุฒิสภาเลือก วุฒิสภาจะเลือกใครเข้ามาทําหน้าที่ ก็ให้เหลือ ๑๑ คน ก็เปึนอํานาจหน้าที่ของวุฒิสภา ผมมีความเชื่อมั่นว่าทั้ง ๒ ลู่ จะได้รายชื่อ ของคนที่มีความเหมาะสมจะเปึน กสทช. มีความครอบคลุมมากเพียงพอ โดยเฉพาะ ในส่วนของกระบวนการที่มาจากการสรรหาก็มีตัวแทนของฝ์ายความมั่นคงเข้าไปมีส่วน ในการสรรหาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการเพิ่มจํานวน กสทช. ขึ้นมาโดยมีผู้มีความรู้ ความสามารถทางด้านความมั่นคงก็ไม่มีความจําเปึน นั่นเปึนประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ เรื่องอายุและลักษณะต้องห้าม ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๗ วุฒิสภาก็ไปแก้ไข แก้ไขส่วนที่ผมเห็นด้วยก็คือการไปเพิ่มลักษณะต้องห้ามอีก ๑ ข้อ ก็คือว่าคนที่เปึน กสทช. ต้องไม่อยู่ระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง อันนี้ ก็มีความชัดเจนแล้วก็ทําให้มีความรอบด้านมากขึ้น ก็เปึนเรื่องที่สังคมยอมรับได้ แต่ว่า การไปเพิ่มเปลี่ยนแปลงเรื่องของอายุ เปลี่ยนแปลงจากอายุขั้นต้น ๓๐ ป้ เปึน ๓๕ ป้ แล้วก็เปลี่ยนอายุขั้นปลายจาก ๖๕ ป้ เปึน ๗๐ ป้ ตรงนี้เปึนปัญหาครับ เราไม่ได้ดูกันเพียงว่า ห่างกันแค่ ๕ ป้แล้วมันไม่มีอะไรสาระที่แตกต่าง ไม่ใช่ครับ ในกฎหมายฉบับนี้ กสทช. ได้รับการคัดเลือกเข้าไปมีอํานาจมากมายมหาศาล สามารถที่จะดลบันดาลผลประโยชน์ ทางธุรกิจให้กับบริษัทธุรกิจได้มากมาย ขณะเดียวกันเรามีกระบวนการตรวจสอบตาม กฎหมายฉบับนี้ที่เข้มแข็ง เพราะฉะนั้นเมื่อคนเหล่านี้ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอายุ ๖๕ ป้ หลังจาก ๖๕ ป้ที่พ้นตําแหน่งไปแล้ว ยังไม่แน่ว่าจะพ้นตําแหน่งไปอย่างสงบสุข เขาอาจจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย ต้องรับผิดชอบจากผลของการกระทําในฐานะเปึน กรรมการ กสทช. ในระหว่างดํารงตําแหน่ง ถ้าเปึน ๗๐ ป้ละครับ ผมคิดว่าในกระบวนการ ที่จะตรวจสอบ กระบวนการที่จะเอาผิดกันก็อาจจะไม่ทันกาลแล้ว หลังจากนั้นเขาจะต้อง รับผิดชอบทางกฎหมายจากผลที่เขาได้กระทําด้วย ตรงนี้เปึนหลักที่มีความสําคัญที่ในชั้น สภาผู้แทนราษฎรถึงกําหนดให้อายุไม่เกิน ๖๕ ป้ ขณะเดียวกันที่อายุขั้นต้น ๓๐ ป้ก็ต้อง ยอมรับว่าผู้คนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี ความรู้ความเชี่ยวชาญ ทางด้านวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ก็เปึนคนหนุ่มคนสาวจํานวนมากขึ้น คนเหล่านี้ ประสบความสําเร็จและมีความเชี่ยวชาญก็น่าที่จะเป่ดโอกาสให้คนตั้งแต่อายุ ๓๐ ป้ขึ้นไป

ประเด็นต่อมา ประเด็นที่ ๓ ที่คณะในชั้นของวุฒิสภาไปแก้ไขก็คือ ในมาตรา ๙ แล้วก็ในอีกหลายมาตราที่เกี่ยวเนื่องก็คือการที่ไปเปลี่ยนแปลงให้หน่วยงาน ทางธุรการที่ทําหน้าที่ในกระบวนการคัดเลือก กสทช. จากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปึนสํานักงาน กสทช. อันนี้ได้มีการอภิปรายกันกว้างขวางในชั้นกรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎร เรามีความเห็นว่าสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภามีความเปึนกลาง แล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในแวดวงของธุรกิจสื่อสาร แวดวงธุรกิจทางด้าน วิทยุโทรทัศน์อย่างแน่นอน มีความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการให้สํานักงานของ กสทช. ซึ่งปัจจุบันนี้ก็คือ กทช. ซึ่งทําหน้าที่อยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์กับองค์กรกับธุรกิจ กับหน่วยงานทางด้านนี้อยู่แล้ว อาจจะทําให้เกิดปัญหาในกระบวนการคัดเลือกในการขึ้นทะเบียน รวมทั้งในกระบวนการ ในการรับรององค์กรต่าง ๆ ที่สําคัญก็คือว่าสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาก็มีบุคลากรที่มี ความพร้อมและก็เคยทําหน้าที่ในการเปึนองค์กรในการเลือกสรรองค์กรเหล่านี้มาแล้ว เช่นผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งก็ใช้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา

ประเด็นที่ ๔ ซึ่งทําให้กระบวนการในการทํางานในชั้นของคณะกรรมการ ที่เรียกว่าเปึนคณะกรรมการชุดเล็กซึ่งจะแบ่งไปตามกฎหมายฉบับนี้ ก็คือจะต้องมี คณะกรรมการทางด้านกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ แล้วก็คณะกรรมการ ทางด้านกิจการโทรคมนาคม ซึ่งจากเดิมก็ให้มีเพียงชุดละ ๕ คน มีรองประธานของ กสทช. เข้าไปทําหน้าที่เปึนประธาน แล้วก็มีกรรมการรวมแล้วเพียง ๕ คน แต่ว่าก็ไป เพิ่มเปึน ๗ คนเพื่อให้ล้อตามที่วุฒิสภาไปแก้ไข ก็คือให้เพิ่มด้านศาสนา พัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของรัฐเข้าไป ซึ่งไม่มีความจําเปึนที่จะต้องใช้คนเหล่านี้เข้าไปเพิ่มก็ทําให้เกิด การแก้ไขในมาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๘ ท่านประธานครับ อีก ๒ ประเด็นที่มีการแก้ไข และมีความสําคัญก็คือการที่วุฒิสภาไปแก้ไขบทเฉพาะกาลว่าด้วยระยะเวลาที่รัฐวิสาหกิจ จะต้องส่งรายได้จากการถือครองคลื่นความถี่ในมาตรา ๘๔ จากเดิม ๑ ป้ก็ทอดระยะเวลา ให้เปึน ๓ ป้ ก็ต้องยอมรับนะครับว่ากิจการโทรคมนาคมซึ่งรัฐเข้าไปดูแลอยู่ในเวลานี้ ก็ผ่านบริษัท กสท. และบริษัททีโอที ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้เปึนรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีรายได้ และผลกําไรจากการที่ให้ไปเปึนเจ้าของสัมปทานเปึนตัวแทนของรัฐในการให้สัมปทาน กับเอกชน ซึ่งรายได้เข้า ๒ หน่วยงานนี้ป้ละหลาย ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รายได้เหล่านั้น นับจากที่เราจะมีกฎหมาย กสทช. รายได้เหล่านั้นจําเปึนที่จะต้องคืนให้กับรัฐบาล ไม่ใช่เปึนรายได้ที่จะต้องมาเปึนรายได้ของ ๒ บริษัทนี้ ซึ่งในอนาคตจะต้องแข่งขันกับ บริษัทเอกชนทั่วไปอย่างเสรีแล้วก็เปึนธรรม เพราะฉะนั้น ๒ หน่วยงานนี้จําเปึนที่จะต้อง ปรับตัวเองครับ การให้ปรับตัวเองเราในชั้นของกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ตั้ง ข้อสังเกตฝากไปถึงรัฐบาลว่าทั้งบริษัททีโอทีและบริษัท กสท. จะต้องปรับปรุงตัวเอง ให้พร้อมกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่จะต้องไม่มีแต้มต่อในทางธุรกิจอีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจะต้องมีความพร้อมที่จะรับมือกับภาวะเช่นนี้ แน่นอนครับเมื่อกฎหมายนี้ ออกไปก็อาจจะมีปฏิกิริยาจาก ๒ หน่วยงานนี้ แต่นั่นเปึนเรื่องที่ช่วยไม่ได้แล้วเขาจะต้อง ปรับตัวนะครับ

บทเฉพาะกาลอีกมาตราหนึ่งก็คือในมาตรา ๘๕ ซึ่งทางวุฒิสภาไปแก้ไข ในมาตรา ๘๕ ก็ไปเพิ่มโดยเรื่องของภาคประชาชนที่จะสามารถใช้คลื่นความถี่ในกิจการ โทรทัศน์ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ทางคณะกรรมาธิการในชั้นสภาผู้แทนราษฎรได้คํานึงถึง แล้วก็ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ในการจัดสรรคลื่นความถี่ในกิจการวิทยุและโทรทัศน์ จะต้องจัดสรรให้กับภาคประชาชนอย่างน้อยร้อยละ ๕๐ อันนี้เขียนไว้ชัดเจน แต่ว่า ในมาตรา ๘๕ เราระบุว่าในวาระเริ่มแรกมิให้นําบทบัญญัติในมาตรา ๔๙ ซึ่งเปึนเรื่องที่ เกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับภาคประชาชนร้อยละ ๒๐ มาใช้บังคับจนกว่า ที่คณะกรรมการ กสทช. จะประกาศให้ใช้ระบบการส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์เปึนระบบ ดิจิทัล (Digital) แล้ว ซึ่งเปึนเรื่องของเทคนิคแล้วก็คณะกรรมการ กสทช. จะต้องไป กําหนด เขาจะกําหนดได้อย่างไรครับ เขาต้องไปฟังความเห็นไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านเทคนิคในการส่งคลื่นวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ แล้วก็ฟังความเห็นของ ผู้เกี่ยวข้องผู้มีส่วนได้เสียอย่างครบถ้วนแล้วถึงจะประกาศ เพราะฉะนั้นเมื่อยังไม่มี ความพร้อมก็ไม่สามารถที่จะจัดสรรให้กับภาคประชาชนได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ว่าในมาตรา ๘๕ ไปเพิ่มเติมว่าถ้าหากว่าในพื้นที่ที่ไม่มีคลื่นความถี่เพียงพอ ที่จะดําเนินการจัดสรรใหม่ หมายความว่าจะไม่สามารถจัดสรรให้ได้ถ้าหากว่าในพื้นที่ ที่มีอยู่เก่าไม่มีเพียงพอ แต่ถ้ามีเพียงพอก็หมายความว่าต้องจัดสรรให้ ตีความตามที่ วุฒิสภาได้แก้ไขก็คือเราจะต้องจัดสรรคลื่นความถี่ประเภทกิจการโทรทัศน์ให้กับ ภาคประชาชนทันทีที่มีคลื่นความถี่ว่างโดยที่ไม่จําเปึนต้องรอว่ามีระบบดิจิทัลหรือไม่ ตรงนี้เปึนเรื่องที่จะยุ่งยากแล้วก็จะเกิดปัญหาในอนาคตมาก เพราะฉะนั้นทั้ง ๖ ประเด็น ที่ผมได้นําเรียนท่านประธานจึงจําเปึนจะต้องไม่เห็นด้วยกับทางวุฒิสภา แล้วก็อยากจะเรียน กับท่านประธานว่าในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ ตั้งคณะกรรมาธิการถึง ๔๕ คน ได้พิจารณาเรื่องนี้กันอย่าง ครอบคลุมและรอบด้าน ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าในระหว่างการพิจารณาก็ได้เชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาร่วมชี้แจงถึง ๒๔ หน่วยงาน มีทั้งที่ ครม. ได้มอบหมาย ให้มาชี้แจงนะครับ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงาน กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้ามา แล้วก็ในภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายทั้งที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ทั้งที่ได้รับผลกระทบต่าง ๆ เชิญมาอีก ๒๑ หน่วยงาน รวมเปึน ๒๔ หน่วยงาน ก็ซักถามให้รายละเอียดกันอย่างครบถ้วน เพราะฉะนั้นในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรกฎหมายฉบับนี้จึงมีความสมบูรณ์มากแล้วก็ผ่าน ความเห็นชอบของทุกภาคฝ์ายอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นเมื่อวุฒิสภาไปแก้ไขกระผมจึง ไม่เห็นด้วย แล้วก็เห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อผลักให้กฎหมายฉบับนี้ มีผลบังคับใช้โดยเร็วต่อไป กราบขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอแจ้งรายชื่อท่านสมาชิกที่จะอภิปรายตามลําดับนะครับ จะสลับกันไป จากนี้จะเปึน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว แล้วต่อด้วยท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ต่อด้วยท่านประเกียรติ ท่านผุสดี ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล และท่านวรงค์นะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานได้แสดง ความคิดเห็นต่อกรณีที่ท่านประธานได้นําระเบียบวาระพิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... มาให้สภา ของเราได้พิจารณาว่าจะเห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไขหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะให้เหตุผลในประเด็นรายละเอียดกระผมขออนุญาตท่านประธานว่าในเรื่อง ความจําเปึนที่ทางฝ์ายเสียงข้างมากได้เสนอให้สภาได้เลื่อนระเบียบวาระ ซึ่งเดิมบรรจุ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๑๑ เปึนเรื่องที่เราได้ให้ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบเลื่อนขึ้นมา พิจารณา ก็มีการเลื่อนเมื่อวานนี้ขึ้นมาเปึนวาระเร่งด่วนที่จะพิจารณาในวันนี้ กระผมเอง ไม่ได้ขัดเจตนาว่ากฎหมายฉบับนี้สมควรจะได้รับการพิจารณา เพราะอยู่ในชั้นที่วุฒิสภา ได้ไปพิจารณาและมีการแก้ไขเข้ามาก็เปึนไปตามวิธีการตราพระราชบัญญัติที่วุฒิสภา ต้องส่งกลับมาสภาผู้แทนราษฎรกรณีมีการแก้ไข เพราะวุฒิสภามีมติให้มีการแก้ไข สิ่งที่ เราจะต้องให้ความเห็นในขณะนี้ก็คือว่าสภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาว่าจะเห็นชอบ กับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่เพราะเปึนประเด็นท่านประธานครับ กรณีเห็นชอบ กับวุฒิสภาแก้ไข ความจําเปึนเร่งด่วนที่หลายฝ์ายต้องการว่าจะใช้กฎหมายฉบับนี้ไปใช้ เปึนเครื่องมือเช่นการประมูลคลื่น ๓ จี ก็จะเปึนไปในทางที่น่าจะเปึนไปด้วยความเรียบร้อย กรณีที่เราเห็นชอบก็ตรา ก็นําขึ้นทูลเกล้าฯ ตราเปึนกฎหมายบังคับใช้ได้ต่อไป แต่กรณี ถ้าเราไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก็คือว่าก็ต้องปฏิบัติตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) กรณีมีความเห็นเปึนอย่างอื่นก็ตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันขึ้นมา แล้วแต่สภาผู้แทนราษฎรจะกําหนดจํานวนเท่าไร จากนั้นแต่ละสภาก็ไปตั้งกรรมาธิการ ของตัวเองนะครับ โดยจะตั้งจากสมาชิกหรือบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกก็ได้มาเปึนกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณา โดยแบ่งจํานวนในอัตรากึ่งต่อกึ่ง อันนั้นเปึนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองได้ตรวจสอบในสิ่งที่วุฒิสภาได้แก้ไขเข้ามา ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่ากระผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ของวุฒิสภา ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยนี่จุดประสงค์หลักของผม ก็คือว่าอยากให้สภาผู้แทนราษฎรของเราใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ วรรคสาม ไปตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปพิจารณารายละเอียดเพื่อจะให้กฎหมายฉบับนี้ ออกมาให้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เปึนประโยชน์กับประเทศชาติมากที่สุด เท่าที่เปึนไปได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาไปปรับแก้ กฎหมายที่ส่งจากสภาผู้แทนราษฎรไป เหตุผลเรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ วุฒิสภา ได้ไปแก้ไขสาระสําคัญของกฎหมาย สาระหลัก สาระสําคัญของกฎหมาย กฎหมายฉบับนี้ เปึนกฎหมายที่ว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เปึนเรื่องขององค์กร องค์ประกอบของคณะกรรมการ อํานาจหน้าที่หลายเรื่องที่เราเขียนไว้ แต่สิ่งที่วุฒิสภาไป แก้ไขก็เปึนสาระสําคัญก็คือไปแตะที่ตัวองค์กรหรือคณะกรรมการ นั่นคือเหตุผลข้อแรก ที่ผมไม่เห็นด้วยคือไปแก้ไขสาระสําคัญ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างแค่ ๓ ประเด็น เพื่อนสมาชิกพูดไปผมเห็นด้วยทุกเรื่อง แต่ผมยก ๓ ประเด็นเท่านั้นเองครับ ในมาตรา ๖ มาตรา ๖ เปึนสาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้เลย ร่างของสภาผู้แทนราษฎรเราให้มี จํานวนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กสทช.” จํานวนสิบเอ็ดคน สมาชิกพูดไปเยอะแล้วนะครับ ผมจะไม่ลงรายละเอียดวุฒิสภาไปปรับเปึน ๑๕ คน ๑๕ คนก็ไปเขียนรองรับในเรื่องของ องค์ประกอบขึ้นมาเพิ่มเติมใน (๕) หรือ (๖) นําเอาเรื่องของผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ที่เพิ่มเติมจากร่างของผู้แทนราษฎรด้านการศาสนา ด้านพัฒนาสังคมเข้ามาใน (๕) เพิ่มเติมผู้มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคง หรือบริหารราชการเข้ามาใน (๖) แล้วเพิ่มจํานวนเข้ามา จํานวนก็เปึนที่น่าสงสัยด้วยว่าทําไมต้อง ๒ คน ใน (๖) จะแบ่งให้ ความมั่นคง ๑ คน บริหารราชการ ๑ คน หรือไม่ อย่างไรก็ไม่ปรากฏชัด แต่เขียนโดยรวมว่า เพิ่มมา ๒ คน เพิ่มในเรื่องของความเชี่ยวชาญด้านการศาสนาด้านพัฒนาสังคม ขึ้นมาอีก ๑ คน รวมเปึน ๒ คนจากเดิม ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้ละครับ เปึนข้อสงสัยที่ผมคิดว่าจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีคณะกรรมาธิการร่วมกันไปดู ในรายละเอียดว่าที่เพิ่มเติมเข้ามานี่ องค์กรนี้จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เปึนประโยชน์กับกิจการ เรื่องของการกระจายเสียงของโทรทัศน์ ของโทรคมนาคม จริงหรือไม่ เปึนเรื่องที่จะต้องเข้าไปดูรายละเอียดนะครับท่านประธาน ผมไม่มั่นใจ หรอกครับ ไม่ได้ปฏิเสธนะครับว่าคนที่ทํางานผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคง จะเปึนพิษเปึนภัยกับประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ฟังจากเพื่อนสมาชิก ได้อภิปราย ทุกคนได้มีส่วนร่วมอยู่แล้ว ก็มีความจําเปึนครับที่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ต้องไปดู ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗ ว่าด้วยคุณสมบัติของคนที่จะมาเปึน คณะกรรมการเรื่องอายุ ผมไม่ลงลึกหรอกครับเพราะสมาชิกพูดไปเยอะ แต่ถามว่า เหตุผลอะไรที่จะเอา ๓๕-๗๐ ป้ เขียนเพื่อใครหรือเปล่า มีแนวคิด วิธีคิด ที่เกิดจากอะไร อะไรที่เปึนตรรกะว่าต้อง ๓๕ ป้ อะไรที่เปึนตรรกะต้องเพิ่มเปึน ๗๐ ป้ จากร่างเดิม ของสภาผู้แทนราษฎรเราให้ที่ ๓๐-๖๕ ป้ เทียบเคียงกับกรรมการอื่น ๆ ที่เปึนองค์กรอิสระ หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เราก็ยอมรับที่ ๖๕ ป้ ผมยกตัวอย่างเช่นประเด็นที่มีข้อถกเถียงกัน ๖๕ ป้แล้วยังไม่ออก ในเรื่องของ คตง. หรือ สตง. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ แต่นั่นเปึนตัวอย่างเทียบเคียงได้ ท่านเพิ่มเปึน ๗๐ ป้ด้วยเหตุผลอะไร ตรรกะอะไรหรือว่าล็อกเอาคนที่อยู่ใน (๖) ที่มีอายุ ๖๙ ป้ไปเปึนกรรมการใช่หรือไม่ เรื่องนี้ผมตอบไม่ได้ เปึนหน้าที่ของกรรมาธิการร่วมกัน ต้องไปดู ท่านประธานที่เคารพครับ ลักษณะต้องห้ามที่ในมาตรา ๗ (๑๓) เขียนออกมา ผมเองอ่านแล้วก็พยายามทําความเข้าใจ อ่านแล้วก็พยายามตีความ เพราะกฎหมายไทย คือตีความ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ ใน (๑๓) ไม่อยู่ในระหว่าง ต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แปลความหมายของภาษาคืออะไรครับ ปฏิเสธ ซ้อนปฏิเสธ อนุญาตว่าผู้ที่ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านอนุญาตให้เขาอยู่ได้หรือไม่ ถ้าจะเขียนชัด ๆ ผมยกตัวอย่าง ผมอ่านเข้าใจง่ายเพราะผมไม่ใช่นักกฎหมาย ถ้าเขียนบอก ห้ามมิให้ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งเขียนอยู่วรรคก่อน ๆ เข้ามาเปึนนี่เขียนไว้แล้ว แต่คนที่ถูกห้ามไม่ให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านไม่เขียนมาใน (๑๓) ไม่ให้ ไม่อยู่ใน ระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานครับ การที่มีกฎหมายห้าม มิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหมายถึงอะไร หมายถึงถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้ หรือไม่ คําตอบต้องชัดครับ ใครจะดูครับ กรรมาธิการร่วมกันอาจจะมีคําตอบมากมาย ก็คนที่ห้ามไม่ให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองไม่เฉพาะเรื่องตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้ มีประเด็นอื่นด้วยครับจะเอาด้วยหรือเปล่า แม้กระทั่งผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้ เขายังดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้นะครับ เช่นเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรี ผมยังงงอยู่ เหมือนกัน อันนั้นใครจะดูรายละเอียด ก็กรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานครับ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานในเหตุผลในเรื่องของสาระสําคัญในมาตรา ๙ ซึ่งผมต้อง กราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเขียนลักษณะอย่างนี้ กสทช. ไม่มีวันเกิดขึ้นเด็ดขาดเลย เปลี่ยนหน่วยธุรการเปึนหน่วยในการจัดการในการที่จะรับขึ้นทะเบียน ในการที่จะ สรรหาผู้สมัครที่จะมาเปึนกรรมการจากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่เปึนร่างของ สภาผู้แทนราษฎรของเราไปเปึนสํานักงาน กสทช. ผมไม่แน่ใจวุฒิสภามีเหตุผลอะไร แต่สิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอย่างรอบคอบ การเริ่มการที่จะมี กสทช. เกิดขึ้น มันจะต้องมีกระบวนการขึ้นทะเบียนจากองค์กรต่าง ๆ กับหน่วยธุรการหรือหน่วยรับ ที่จะขึ้นทะเบียน เพื่อนสมาชิกบอกว่าเหมาะสมที่สุดคือสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่เปึนกลาง ไม่เข้าข้างฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดสามารถตรวจสอบได้ การสรรหากรรมการสรรหาอีก ตลอดจนดําเนินการในการที่จะสรรหาของวุฒิสภา การที่จะแต่งตั้งวุฒิสภา ตรงนี้เอง ถ้าเปลี่ยนไปเปึนสํานักงาน กสทช. ผมมีคําถาม ท่านประธานครับ สํานักงาน กสทช. นี้ เกิดขึ้นตามกฎหมายฉบับนี้ พอกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ กสทช. ก็เกิดขึ้น โดยมี บทเฉพาะกาลให้โอนกิจการต่าง ๆ ที่มีตามกฎหมายเดิมเข้าไป แต่สิ่งสําคัญคนที่เปึน ผู้บังคับบัญชา กสทช. คือเลขาธิการ กสทช. เลขาธิการเกิดจากอะไร ท่านประธานครับ ท่านไปดูมาตรา ๙๐ เลขาธิการ กสทช. เกิดจากประธานคณะกรรมการ กสทช. และกรรมการโดยความเห็นชอบกรรมการแต่งตั้งขึ้น ในเมื่อไม่มีกรรมการ กสทช. จะมีเลขาธิการได้อย่างไรท่านประธานครับ แล้วใครจะเปึนคนดําเนินการ สํานักงาน ไม่มีเลขาธิการก็คือสํานักงานที่ยังไม่มีหัวครับ เขาจะดําเนินการได้อย่างไร ก็มีคําถามว่า ท่านเขียนอย่างนี้มันจะเกิด กสทช. ได้จริงหรือไม่ เอาตัวอย่างแค่นี้ท่านประธานครับ แค่มาตรา ๙๐ มันก็เกิดขึ้นไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าจะเขียนให้สํานักงานเดิมที่แปลไปตาม บทเฉพาะกาลไปรองรับ ผมยังว่าพอมีเหตุมีผลอยู่ แต่ว่าด้วยความที่เรากริ่งเกรงว่า กรรมการชุดนี้มีผลประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองอย่างมหาศาล ความเปึนกลาง การให้โอกาสต่อทุกภาคส่วนตามองค์กรที่เราเขียนไว้เข้ามามีส่วนร่วมน่าจะใช้องค์กร ที่เปึนกลางดีกว่าองค์กรที่ไปเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์โดยตรง อันนี้คือตัวอย่างที่ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ไขของสมาชิกวุฒิสภาที่เปึนสาระหลัก ท่านประธาน ที่เคารพครับ เกี่ยวกับที่มาที่ไปขององค์กรที่มาจดทะเบียนกับสํานักงานเลขาธิการ วุฒิสภาที่จะต้องส่งตัวแทนเขาขึ้นมา เพื่อนสมาชิกพูดมาผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ เขาเพิ่มเติมขึ้นมา ผมยกตัวอย่างเช่นในมาตรา ๙ เขาเขียนว่า องค์กรเอกชน ที่ดําเนินการโดยมิใช่เปึนการหาผลกําไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก ในด้านการบริหารราชการ และจดทะเบียนเปึนนิติบุคคลมาเปึนเวลาไม่น้อยกว่าห้าป้ เช่นเดียวกับ (๑๓) หน่วยงานของรัฐด้านบริหารราชการที่มีการสอนมาแล้วเปึนเวลา ไม่น้อยกว่าห้าป้ เอาแค่ (๑๒) ผมก็ตีความค่อนข้างจะลําบากว่าองค์กรเอกชนอะไร ที่มาทําหน้าที่เกี่ยวกับด้านบริหารราชการมีไหมครับท่านประธาน องค์กรเอกชนที่ไม่เปึน ส่วนราชการ ไม่แสวงหากําไรเลย ผมไม่แน่ใจว่ามีหรือไม่ หรืออาจจะจัดตั้งขึ้นไว้รอก็ได้ อันนี้ผมไม่แน่ใจ เพราะความไม่แน่ใจอย่างนี้กรรมาธิการร่วมกันเปึนคําตอบ

ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลเรื่องที่ ๒ นอกจากสาระสําคัญหลักแล้ว วุฒิสภาได้ไปแก้ไขหลายมาตรา ในแต่ละมาตราก็มีรายละเอียดของมัน ทั้งหมด ๒๓ มาตรา จําเปึนต้องมีกรรมาธิการร่วมกันไปดูรายละเอียดในแต่ละมาตรา นั่นคือ เหตุผลข้อที่ ๒

เหตุผลข้อที่ ๓ ที่ผมไม่เห็นด้วยแล้วก็จําเปึนต้องมีกรรมาธิการร่วมกัน ก็คือว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) เขาเขียนกว้างไหมครับท่านประธาน กรณี มีความเห็นเปึนอื่น ความหมายคืออะไรครับ กรณีมีความเห็นเปึนอื่นให้ตั้งกรรมาธิการ ร่วมกัน นั่นมิได้หมายความว่าความเห็นเปึนอื่นตรงนี้รวมถึงไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาแก้ไข หรือแม้กระทั่งมีความเห็นว่าอาจจะต้องมีการปรับปรุงปรับแก้ในสิ่งที่เปึนประโยชน์สูงสุด ก็ใช้กรรมาธิการร่วมกันในการปรับปรุงปรับแก้ได้ ถึงแม้วุฒิสภาจะไม่ได้แก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญใช้คําว่า มีความเห็นเปึนอื่น ผมยกตัวอย่างครับ ปัญหาอุปสรรค ในการประมูล ๓ จี ถ้ากฎหมายฉบับนี้ที่ร่างออกไปมันมีปัญหาอุปสรรคสามารถเดินได้ ปรับได้ในกรรมาธิการร่วมกัน ผมเชื่ออย่างนั้นเพราะเปึนทางออกครับ รัฐธรรมนูญ เขาเป่ดช่องไว้ให้ มันตันจริง ๆ ก็ใช้กรรมาธิการร่วมกันในการที่จะพิจารณานะครับ ถ้ากรรมาธิการร่วมกันเห็นชอบนําเสนอต่อสองสภา สองสภาเห็นชอบก็เปึนกฎหมายได้ และที่สําคัญสิ่งที่จะถูกละเลยไม่ได้ กรณีความเห็นเปึนอื่นก็คือว่าท่านประธานจําได้ไหมครับ ช่วงเดือนเมษายนที่เรานํากฎหมายฉบับนี้หลังจากที่กรรมาธิการที่มีทั้งหมด ๔๕ คน ของสภาผู้แทนราษฎรเปึนวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว เรานําเข้าสู่วาระที่สอง วาระที่สาม โชคร้ายช่วงนั้นเปึนช่วงเดือนเมษายนมีเหตุการณ์ที่ไม่สู้ดีนักในบ้านเมืองของเรา กฎหมาย ฉบับนี้ถูกพิจารณาจากสภาแห่งนี้ ๑๕ นาที โดยที่ไม่มีกรรมาธิการ โดยไม่มีสมาชิก สงวนความเห็น หรือไม่มีใครแปรญัตติทักท้วงแม้แต่คนเดียว ทั้ง ๆ ที่กรรมาธิการเอง ทั้งเพื่อนสมาชิกเองได้เตรียมไว้เยอะโดยเฉพาะซีกฝ์ายค้านในการที่จะพิจารณาในวาระที่สอง รายมาตราและวาระที่สามในการลงมติว่าจะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ วาระที่สองสําคัญที่สุดครับ ความคิดเห็นข้อแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกมันก็เปึนมุมมองหนึ่งโดยเฉพาะฝ์ายที่มี เสียงข้างน้อยสิทธิของเสียงข้างน้อยย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบ แต่ว่าเราใช้เวลา ๑๕ นาที กฎหมายก็เลยผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปวุฒิสภาให้สมาชิกวุฒิสภา ได้พิจารณา ผมเองนะครับท่านประธานด้วยความหวังว่ากรณีรัฐธรรมนูญเป่ดช่องว่ากรณีมีความเห็น เปึนอื่น ความคิดความเห็นเหล่านั้นจะถูกนําไปใช้ในกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อทําให้ กฎหมายฉบับนี้ดีที่สุด ด้วยความเคารพท่านประธานด้วยเหตุผลที่ให้มา ๓ เรื่อง ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของสมาชิกวุฒิสภา สมควรอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรเรา ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกันไปดูรายละเอียดเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาด้วยความรอบคอบ และเปึนประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงท่านอรรถวิชช์ ผมขอต้อนรับท่านผู้สูงอายุจากจังหวัดสมุทรสงครามที่กรุณามา เยี่ยมชมสภานะครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณากรณีที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... อยู่นะครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขอบพระคุณท่านประธาน สมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่อนุญาต ให้มีการเลื่อนระเบียบวาระเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน มันเปึนการสะท้อนบ่งชี้เลยครับว่า เมื่อเช้าศาลปกครองสูงสุดก็มีคําวินิจฉัย แปลง่าย ๆ ก็คือเรื่องการประมูล ๓ จี ให้ระงับ การประมูล ๓ จีออกไป ก็เปึนเหตุหนึ่งที่ทําให้พี่น้องประชาชนนั้นก็จะได้ใช้บริการ ๓ จี นั้นช้าไป แต่ที่แน่ ๆ ก็คือว่า ในวันเดียวกันคือตอนบ่ายก็คือวันนี้ได้มีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ กสทช. ก็เปึนการบ่งชี้ว่าทั้งรัฐบาลและฝ์ายนิติบัญญัติมีความต้องการ ที่จะเห็นพี่น้องประชาชนนั้นมีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีที่ดีมากขึ้น ก็เปึนนิมิตหมาย ที่ดีครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเปึนคนหนึ่งที่เร่งที่อยากจะเห็น กสทช. เกิดขึ้นได้ เพราะเนื่องจากปัญหาที่มีอดที่จะไม่เล่าถึงอดีตก็ไม่ได้ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เรามี กสช. ที่แท้งแล้วแท้งอีกตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ จนถึงป้ปัจจุบันยังไม่เคยมี การแต่งตั้ง กสช. ก็ดูเรื่องของทีวี เรามี กทช. ที่ดูการจัดสรรเรื่องคลื่นความถี่ ซึ่งแน่นอนแล้ว ปัจจุบันก็มีปัญหาในเรื่องของการตีความว่ามีอํานาจให้ใบอนุญาตหรือไม่ เนื่องจากว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้บ่งชี้ชัดว่าจะต้องมีคณะกรรมการ กสทช. ขึ้นเปึนชุดเดียวก็คือ รวมทั้งทีวีแล้วก็รวมทั้งคลื่น เพราะเนื่องจากว่าในป้ ๒๕๕๐ มีเทคโนโลยีที่เราเรียกว่า คอนเวอร์เจนซ์ (Convergence) หรือเปึนการรวมตัวกัน มือถือ ๑ เครื่อง เปึนทั้ง คลื่นส่งวิทยุได้ด้วย เปึนทั้งทีวีได้ด้วย ก็เลยนํามาสู่การที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ของเรา มีความทันสมัยที่ให้จัดตั้ง กสทช. เกิดขึ้น ก็ต้องออกกฎหมายลูกในการที่จะให้มี กสทช. คือร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และว่าไปแล้วท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านก็ได้ใช้ ความพยายามอย่างยิ่งในการที่จะคลอดร่างฉบับนี้ออกมาจนถึงวันนี้ ร่างที่ผ่าน การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไป ผมต้องบอกว่าเปึนร่างที่เหมาะสมแล้วก็ดีมากครับ ใช้เวลานานพอสมควรเหมือนกันกว่าจะผ่านออกไป แต่สิ่งที่วุฒิสภาแก้ไขกลับมานั้นมี ประเด็นที่น่าเปึนห่วงอยู่หลายประเด็น เช่น การเพิ่มคณะกรรมการ กสทช. จาก ๑๑ คน เปึน ๑๕ คน โดยมีการเพิ่มตัวแทนจากความมั่นคงเข้ามา ก็เปึนที่น่าฉงนและเปึนที่ น่าสงสัยว่าเพิ่มมาทําไม หลายท่านอภิปรายไปแล้วผมจะไม่ซ้ํา ๒. การยื่นบุคคล ที่จะมีสิทธิเปึนคณะกรรมการยื่นกับใคร เราก็อุตส่าห์วางแผนว่าให้ไปยื่นที่เลขาธิการ วุฒิสภา ปรากฏว่าวุฒิสภาแก้มาให้ยื่นที่สํานักงาน กสทช. ผมก็ไม่เข้าใจนะครับว่า เปึนการผลักภาระออกไปให้งานมันน้อยหรือไม่อย่างไรสําหรับวุฒิสภา ท่านประธาน ที่เคารพในประเด็นนี้ต้องบอกว่าคนที่จะมีอํานาจในการเลือกคณะกรรมการ กสทช. นั้น ก็คือวุฒิสภานั่นเอง การจะส่งรายชื่อคนไม่ว่าจะเปึนกระบวนการที่มาจากการเลือกกันเอง แต่ละองค์กรหรือมาจากกระบวนการสรรหาก็แล้วแต่ควรจะหยุดที่วุฒิสภาที่เดียวคือ ต้นทางเข้าที่เลขาธิการวุฒิสภา และสุดท้ายไปออกปลายทางก็คือแต่งตั้งที่วุฒิสภา แบบนี้ มันจะทําให้การทํางานนั้นเร็ว บูรณาการ แต่น่าเสียดายที่วุฒิสภานั้นดูเหมือนจะเปึน การผลักภาระกลับไปยังสํานักงาน กสทช. ในการที่จะคัดกรองบุคคลที่จะเลือกกันเอง หรือมาจากการสรรหา เปึนที่น่าเสียดาย

ประการสุดท้าย เปึนเรื่องที่ผมชี้ว่าเปึนเรื่องใหญ่ที่สุดที่ผมรับไม่ได้ที่จะเห็น ตามความเห็นของวุฒิสภา นั่นคือมาตรา ๘๔ ท่านประธานครับ มาตรา ๘๔ ง่าย ๆ ก็คือ ว่ารายได้จากผลประกอบการจะต้องส่งเข้าคลังมาเปึนของหลวง เราก็บอกว่าบุคคล ที่เปึนเจ้าของสัมปทานอยู่เดิม เช่น บริษัท ทีโอที ต้องเล่าพื้นฐานว่าอย่างองค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศไทยหรือทีโอทีเขาให้สัมปทานไปกับบริษัท เอไอเอส บริษัท เอไอเอส ปัจจุบัน ต้องบอกว่าเหลือสัญญาอีก ๕ ป้ ส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วน กสท. หรือ แคท เทเลคอม เปึนผู้ให้สัมปทานอยู่ ๒ บริษัทคือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน และบริษัท ดีแทค บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน เหลือ ๓ ป้ บริษัท ดีแทค เหลือ ๗ ป้ ๒ บริษัทนี้ตอนนั้นเส้นน้อย กว่าบริษัท เอไอเอส หน่อยหนึ่งนะครับ ส่วนแบ่งรายได้ก็มากกว่าเขาก็คือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นอย่างนี้ก็จะแปลว่าสัมปทานบริษัท เอไอเอส เหลือ ๕ ป้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชันเหลือ ๓ ป้ บริษัท ดีแทค เหลือ ๗ ป้ มาตรา ๘๔ เขาบอกอย่างนี้ว่าให้เวลา บริษัท ทีโอที และบริษัท ซีเอที ให้เวลาคุณป้เดียวเท่านั้น รายได้จากสัมปทานทั้งหมด จะต้องถูกหักค่าใช้จ่ายพื้นฐานก่อนแล้วส่งมาเปึนของรัฐ ให้เวลาบริษัท ทีโอที และบริษัท ซีเอที ป้เดียวไปเคลียร์ (Clear) ตัวเองให้ได้แล้วก็ส่งรายได้เข้าเปึนของหลวงที่เหลือจาก สัมปทาน สิ่งที่น่าผิดหวังก็คือว่าวุฒิสภานั้นไปขยายเวลาให้บริษัท ทีโอที และบริษัท ซีเอที ในการส่งเงินเข้าคลังเปึน ๓ ป้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าไม่ควรท่านประธาน เพราะว่า ในชั้นที่ผ่าน ส.ส. ไปนะครับเรากําหนดว่าให้เวลาบริษัท ทีโอที และบริษัท ซีเอทีแค่ ๑ ป้ เท่านั้น เราก็อุตส่าห์บอกว่าก่อนจะส่งให้หักค่าธรรมเนียมให้เรียบร้อย หักค่าใช้จ่าย ที่คุณจะต้องไปจ่ายในเรื่องของการช่วยเหลือสาธารณูปโภค เรื่องของการคมนาคมแบบนี้ ทางไกล เช่นไปตั้งโทรศัพท์ไปตั้งเสาในที่ไกล ๆ ที่ไม่มีคนใช้บริการ ไม่เปึนไรถือว่าเปึน ต้นทุนของคุณ หักค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปก่อน หักค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจาก การดําเนินการตามสัมปทานก็อุตส่าห์ให้หักต้นทุนทั้งหลายทั้งปวงไปหมดแล้ว แล้วให้ เวลาป้หนึ่งไปเคลียร์ตัวเองกลับมาเพื่อเอาเงินเข้าหลวง น่าเสียดายวุฒิสภาไปยืดเวลาให้เปึน ๓ ป้ แบบนี้รายได้ในการที่จะนําส่งให้กับประเทศไทย ให้กับหลวงในการที่จะใช้พัฒนา เรื่องอื่น ๆ ต่อไปถนนหนทาง เรื่องของการเรียนรู้ เรื่องของการพัฒนาสังคม มันก็เนิ่นช้า ออกไปอีก นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าวุฒิสภาแก้มาไม่ถูกต้อง แล้วก็ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง ในมาตรา ๘๔ ผมจึงเห็นควรว่าเราน่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันในการพิจารณา อีกครั้งหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันนั้น ก็ต้องคุยกันว่าเวลาจะเปึนเท่าไร แค่ไหน เพียงใด ถ้าให้คุยกันตรงนี้ผมคิดว่าคุยกันสัก ๒ สัปดาห์ก็น่าจะเพียงพอ เพราะประเด็นที่วุฒิสภาแก้ไขถึงแม้ว่าจะหลากหลายมาตรา แต่ประเด็นก็น้อยก็ขอให้ใช้เวลาให้กระชับที่สุด เพื่อทําให้กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับได้ก่อน เดือนพฤศจิกายนที่จะป่ดสมัยประชุมสภานี้ แล้วหลังจากนั้นอีก ๑๘๐ วันก็จะมี คณะกรรมการ กสทช.และนําไปสู่การประมูลคลื่น ๓ จีได้ต่อไปในอนาคต ผมเชื่อว่า ถ้าเราสมานสามัคคีแล้วทําให้ตารางเวลาเปึนไปโดยปกติแบบนี้ที่เราทํากันอยู่ก็จะทําให้ กลางป้หน้าเราก็จะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาแล้วก็ตรงกับความต้องการของพี่น้อง ประชาชน ตรงกับความต้องการของท่านนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้รับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านประเกียรติ นาสิมมา ครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเห็นชอบแล้วก็ผ่านไปยัง วุฒิสภา เมื่อวุฒิสภาได้แก้ไขส่งลงมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เห็นชอบอีกครั้งหนึ่งนั้น เมื่อได้ตรวจสอบในรายละเอียดที่วุฒิสภาได้ทําการแก้ไขแล้ว ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีการแก้ไขมาก ซึ่งสมควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่างสองสภา เพื่อทํา การพิจารณากลั่นกรองอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ คือด้วยตัวของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ต้องยอมรับว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติที่จัดตั้งคณะบุคคลไปจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งประวัติศาสตร์ก็บอกเราแล้วว่าคลื่นความถี่แม้จะอยู่ในอากาศก็ตามก็คือขุมทรัพย์ มหาศาลของประเทศไทย ใครก็ตามที่มีอํานาจเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะได้รับผลประโยชน์ อย่างมหาศาลเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการหรือผู้ที่จะได้สัมปทานต่อไปก็ตาม ทีนี้โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เท่าที่ผมอ่านในร่างรายละเอียดประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ บวกกับมาตรา ๓๐๕ ซึ่งเปึนบทเฉพาะกาล ผมมองเห็นอนาคตของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คงเปึนมหากาพย์ครับ เพราะในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้มีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ มีคณะกรรมการเพื่อที่จะมาจัดสรรคลื่นความถี่ให้เปึนไปตาม บทบัญญัติของกฎหมาย ผู้ที่มีอํานาจในการที่จะจัดสรรคลื่นความถี่ก็คือคณะกรรมการ ที่จะถูกตั้งขึ้นโดยกฎหมายนั้นเอง แต่ทีนี้ในรายละเอียดของบทเฉพาะกาล โดยเฉพาะ (๑) ของมาตรา ๑๐๕ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายจัดสรรคลื่นความถี่ บทบัญญัติมาตรา ๔๗ วรรคสอง จะยังมาบังคับไม่ได้ อย่างไรก็ตามยังเขียนขมวดเข้าไปด้วยว่า ถ้าจะออกกฎหมายตามมาตรา ๔๗ วรรคสอง นี้คือร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ อย่างน้อยจะต้องมีสาระสําคัญให้มีคณะกรรมการเฉพาะด้าน ทีนี้คณะกรรมการเฉพาะด้านนั้นมีหน้าที่อะไร เขาให้มีหน้าที่กํากับการประกอบกิจการ โทรทัศน์ และมีหน้าที่กํากับการประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งล้วนแล้วแต่มีหน้าที่กํากับ ไม่ใช่หน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ แต่ทีนี้พอดูรายละเอียดในกฎหมายในมาตรา ๓๕ ซึ่งคณะกรรมการเฉพาะด้านนั้นเรียกว่าคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ ตัวย่อคือ กสท. แล้วมาตรา ๓๘ ตัวย่อคือ กทค. อันนี้ควบคุมด้านโทรคมนาคม ทีนี้อํานาจของ คณะกรรมการเฉพาะด้าน ๒ อํานาจนี้นะครับ มีเพียงใดนั้นต้องไปดูมาตรา ๒๗ คือเขาให้ใช้ อํานาจแทนคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ ทีนี้ปัญหาที่มันจะเกิดขึ้นก็คือว่า คณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ที่กฎหมายเดิมเขียนไว้ ๑๑ คน แล้วมาแก้ไขเปึน ๑๕ คน ตามมาตรา ๖ ซึ่งผมเห็นว่าการแก้ไขนี้คงจะไม่ใช่สาระสําคัญจะมากหรือน้อยก็ไม่เปึนไรครับ แต่สําคัญที่สุดก็คือ คณะกรรมการเฉพาะกิจ ไม่วาจะเปึน กสท. หรือ กทค. ก็ตาม เปึนผู้มีอํานาจในการที่จะลงมติแทน กสทช. ซึ่งมีอํานาจแทนผู้จัดสรรคลื่นความถี่ใหญ่ ทีนี้คณะกรรมการชุดนี้มีกี่คนครับ เขากําหนดไว้ว่าแก้ไขมานี้มี ๖ คน ทีนี้คณะกรรมการ ๑๕ คน แต่แก้ไขให้มีอํานาจที่จะมาอนุมัติเพียง ๖ คน อํานาจในการที่จะ อนุมัติก็คือเกินครึ่ง คิดว่าอย่างน้อยต้องเกินครึ่ง ถ้าพิจารณาตามคณะกรรมการใหญ่คือ กสทช. ๑๕ คน อย่างน้อยก็ต้อง ๘ คนถึงจะถือว่าอนุมัติได้ แต่พอมาถึงมาตรา ๓๕ คนที่จะอนุมัติจัดสรรคลื่นความถี่จริง ๆ คือคณะกรรมการเฉพาะด้านมี ๖ คน แค่ ๔ คน เท่านั้นก็สามารถที่จะอนุมัติการจัดสรรคลื่นความถี่ได้แล้ว อย่างนี้มันเปึนเรื่องที่มีเงื่อนงํา หมกเม็ด กฎหมายนี้มีเงื่อนงําและหมกเม็ด แท้ที่จริงแล้วรัฐธรรมนูญเขาให้คณะกรรมการ เฉพาะด้านมีอํานาจในการกํากับดูแลเท่านั้นเอง ทั้ง ๒ คณะกรรมการ ไม่ว่าจะเปึน คณะกรรมการ กสท. หรือคณะกรรมการ กทค. ซึ่งเปึนคณะกรรมการเฉพาะด้าน ๒ คณะกรรมการนี้มีอํานาจกํากับดูแล หลังจากที่คณะกรรมการ กสทช. อนุมัติมาแล้ว แต่กฎหมายฉบับนี้และมีการแก้ไขกลับให้คณะกรรมการเฉพาะด้านมีอํานาจเทียบเท่า คณะกรรมการใหญ่ ตรงนี้คือเปึนการแก้ไขมาก ซึ่งผมอยากจะชี้ให้เห็น และคณะกรรมการ แม้จะแต่งตั้งขึ้นไปก็คงจะแก้ไขเฉพาะส่วนที่เห็นว่าแก้ไขมาก แต่บางจุดของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ยังเปึนปัญหาที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ด้วยซ้ํา ผมถึงบอกว่าเปึนมหากาพย์ แต่อย่างไรก็ตามในหลายเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ผมก็จะไม่กลับไปอภิปรายซ้ําอีก คือผมเห็นด้วยนะครับ

ทีนี้อีกประการหนึ่ง ซึ่งมันเปึนเรื่องค่อนข้างจะสําคัญซึ่งมีเพื่อนสมาชิก อภิปรายไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องการเก็บเงินเข้าองค์กรตามมาตรา ๘๔ ก็ว่าไปแล้ว ซึ่งผม เห็นด้วยว่าการแก้ไข จาก ๑ ป้ เปึน ๓ ป้ เปึนการแก้ไขมาก แทนที่เงินที่ได้รับจาก ค่าสัมปทานจะเข้าหลวง เข้ารัฐโดยตรงผ่าน กสทช. กลายเปึนว่าจะต้องไปพักอยู่ที่ทีโอที กับแคท อยู่อีก ๓ ป้ อันนี้ผมไม่เห็นด้วยมันเปึนการแก้ไขมาก และอีกอันหนึ่งซึ่งคุณหมอชลน่าน ก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าการแก้ไขหน่วยงานที่จะรับขึ้นทะเบียนรับจดทะเบียนสมาคมต่าง ๆ เพื่อที่จะเสนอเข้ามาเพื่อที่จะได้รับคัดเลือกเปึนกรรมการในองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ แก้ไขจากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาไปเปึนสํานักงานของ กสทช. ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมเห็นด้วยว่าเปึนการแก้ไขมากนะครับ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งเปึนการขัดต่อเจตนารมณ์ของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เราอภิปรายกันมาแต่แรกว่าหน่วยงานของวุฒิสภาเปึน องค์กรอิสระที่มีความเปึนกลาง จริง ๆ เราเคยพูดว่าวุฒิสภาไม่ใช่การเมือง อย่างไรก็ตาม ถ้าหากให้หน่วยงานวุฒิสภาจัดสรรคัดสรรก็จะเปึนกลางและเปึนธรรม แต่กลับแก้ไข ไปเปึนสํานักงาน กสทช. ในสายตาของคนทั่วไปมองว่าเปึนการที่ชงเอง เลือกเอง และจัดการเองและเพื่อประโยชน์ของตัวเอง อันนี้คงจะไม่ถูกต้อง ต้องถือว่าเปึนการแก้ไขมาก นอกจากนั้นการถ่ายโอนอํานาจตามมาตรา ๒๗ ซึ่งเปึนอํานาจของคณะกรรมการจัดสรร คลื่นความถี่ไปสู่คณะกรรมการเฉพาะกาล ผมคิดว่าอันนี้ไม่ถูกต้องแน่นอน จึงเปึน การแก้ไขมาก เพราะฉะนั้นผมจึงมีความเห็นสอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกทั้งหลายว่า เรื่องนี้จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้งสองสภา เพื่อพิจารณากลั่นกรองอีกทีหนึ่ง ถ้าหากแม้ว่าสามารถที่จะแก้ไขในส่วนที่ไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้อง คําว่าเปึนมหากาพย์ยาว ก็คงจะยุติได้เช่นเดียวกัน ผมถึงขอกราบเรียนท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผุสดี ตามไท ครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตอภิปรายต่อการที่วุฒิสภาได้มี การแก้ไขถึง ๒๓ มาตราในร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ใน ๓ ประเด็น ก่อนอื่นดิฉันต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าดิฉันไม่เห็นด้วย ที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไข แม้จะเปึน ๒๓ มาตราแต่มันมีความเกี่ยวข้องกัน ประเด็นหลัก ๆ วันนี้ขออนุญาตท่านอภิปรายเพียง ๓ เรื่องสั้น ๆ นะคะ

เรื่องแรกเลย แม้ว่าจะมีสมาชิกได้อภิปรายไปบ้างแล้วแต่ดิฉันก็อยากจะ ขออนุญาตเพิ่มเติมความเห็นนะคะ เรื่องของการเพิ่มจํานวนและองค์ประกอบ ท่านประธานคะ ก่อนที่จะไปในรายละเอียดก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ในช่วงของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ เราก็พิจารณาโดยคํานึงถึงเหตุผลแล้วก็ความจําเปึนที่เกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่ ของ กสทช. และที่สําคัญไปกว่านั้นเราก็คํานึงถึงประสิทธิภาพในการทํางาน ซึ่งก็เริ่มต้น จากเรื่องของการประชุมเพื่อที่จะพิจารณา และหน้าที่หลักของ กสทช. โดยภาพรวมนะคะ ก็คือเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่และการกํากับดูแล หน้าที่ทั้งหลายนี้ก็มีอยู่ถึง ๒๕ ข้อด้วยกัน ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ นะคะ ทีนี้ในประเด็นแรกเลยดิฉันได้เริ่มเกริ่นไว้ว่า เปึนเรื่องของการเพิ่มจํานวนแล้วก็องค์ประกอบ อันที่ ๑ เรื่องกรรมการด้านการศาสนา การพัฒนาสังคม และด้านการบริหารราชการนั้น ดิฉันคิดว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง กับเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่สักเท่าใดนัก แม้ว่ามันอาจจะไปเกี่ยวข้องกับ การกํากับดูแลเนื้อหา แต่ว่าในเรื่องของการกํากับดูแลเนื้อหานั้นมันก็มีกฎหมาย มีกฎ มีระเบียบ ไม่ว่าจะเปึนพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ ซึ่งขณะนี้ก็ยังใช้อยู่ แล้วก็มีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีกําหนดกฎเกณฑ์ไว้ อยู่แล้วจึงไม่น่าจะมีความจําเปึนแต่ประการใด อีกทั้งเรื่องของการพัฒนาสังคมก็ดี การบริหารราชการก็ดี ดิฉันคิดว่ามันเปึนคําที่กว้างแล้วก็อาจจะกําหนดขอบเขตได้ อย่างชัดเจนไม่ง่ายนักว่าจะหมายถึงกลุ่มบุคคลใดบ้าง ก็จะทําให้เรื่องของการสรรหานั้น ลําบากมากขึ้นแล้วก็ซับซ้อน ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. จริง ๆ แล้วก็เขียนไว้ ค่อนข้างชัดเจนในร่างกฎหมายฉบับนี้นะคะว่าไม่ได้ทํากันง่าย ๆ แบบป่ด ๆ บัง ๆ หรือซ่อนเร้นนะคะ แต่ว่าทุกย่างก้าวนั้นจะอยู่ในสายตาของสาธารณะทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการลงมติ เรื่องของการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งในกฎหมายนี้ก็เขียนไว้ชัดเจน ถ้าแม้จะออกกฎ ระเบียบ คําสั่งใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ไปเกี่ยวพันกับเรื่องของประโยชน์สาธารณะ กสทช. จําเปึนที่จะต้องรับฟังด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าทุก ๆ ภาคส่วน ของสังคมจําเปึนจะต้องส่งตัวแทนมานั่งอยู่ที่กรรมการชุดนี้เพื่อจะทําให้มั่นใจได้ จริง ๆ การเพิ่มตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นมันทําให้ดูเสมือนหนึ่งว่าจะเข้าไปนั่งคอย ปกปัองประโยชน์ที่ตัวเองมี นั่นก็คือหมายถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าไปนั่งอยู่โดยตรงจริง ๆ คณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้จะต้องไปทําหน้าที่อย่างนั้นเลย แต่จะต้องอาศัยความรู้ ความชํานาญเฉพาะด้านทั้งเรื่องการกระจายเสียง ทั้งเรื่องของกิจการโทรทัศน์ รวมถึง นักกฎหมาย นักเศรษฐศาสตร์ อะไรอย่างนี้เปึนต้น เพื่อที่จะไปดําเนินการให้เปึนประโยชน์ ของสาธารณะอย่างแท้จริง ในอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มจํานวนแล้วก็องค์ประกอบด้านความมั่นคง ของรัฐ ตรงนั้นก็ไม่ได้มีความจําเปึนแต่ประการใด เพราะในมาตรา ๓๑ นี้ก็เขียนไว้ชัดเจน ขออนุญาตท่านประธานอ่านนะคะ ในมาตรา ๔๑ วรรคสี่ เขียนไว้ชัดเจนว่า การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ต้องคํานึงถึง ประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น ในด้าน การศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น รวมทั้งการแข่งขัน โดยเสรีอย่างเปึนธรรม และต้องดําเนินการในลักษณะที่มีการกระจายการใช้ประโยชน์ โดยทั่วถึงในกิจการด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมแก่การเปึนทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อ ประโยชน์สาธารณะ ข้อความตรงนี้ซึ่งปรากฏในวรรคสี่มาตรา ๔๑ นั้นก็เปึนการกํากับ และเปึนแนวทางให้คณะกรรมการ กสทช. นั้นได้ปฏิบัติการอย่างนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตรงนี้ไม่น่าจะมีความจําเปึนแต่ประการใด

ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ค่ะว่า เรื่องของหน่วยธุรการในการดําเนินการ การที่วุฒิสภาเปลี่ยนหน่วยธุรการในการคัดเลือก กรรมการจากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปึนสํานักงาน กสทช. นั้น มันอาจจะมี ผลกระทบตรงนี้ค่ะ คือเปึนเรื่องของการปฏิบัติงานที่ซ้ําซ้อนกันแล้วก็จะทําให้งานนั้น ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะความจริงแล้วองค์กรที่ทําหน้าที่ในการเลือกกรรมการนั้นก็คือ วุฒิสภา ซึ่งโดยปกติเขาก็ต้องมีการตรวจสอบแล้วก็พิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่เข้ามาสู่ ในกระจาดของการที่จะรับการคัดเลือกในขั้นตอนนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่กําหนดให้ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปึนผู้ทําหน้าที่ดังกล่าวนี้จะช่วยให้การทํางานนั้น มีประสิทธิภาพแล้วก็ลดภาระการทํางานที่อาจจะซ้ําซ้อนกัน นี่นอกเหนือจากที่มี คนได้วิพากษ์วิจารณ์ก็อาจจะเปึนเรื่องของการมีผลประโยชน์ทับซ้อน นั่นเปึนประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานคะ เปึนเรื่องของมาตรา ๕๒ ในเรื่องของ การจัดตั้งกองทุน ในมาตรา ๕๒ พูดถึงการให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสํานักงาน กสทช. ที่เรียกว่ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ แล้วก็เขียนไว้โดยมีวัตถุประสงค์ (๑) (๒) (๓) วุฒิสภาได้ไปแก้ไข ใน (๒) พูดถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรสื่อสาร การวิจัยและพัฒนา ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งความสามารถ ในการรู้เท่าทันสื่อ เทคโนโลยีด้านการใช้คลื่นความถี่ เทคโนโลยีสารสนเทศ ท่านประธานคะ วุฒิสภาไปเติมว่า เทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวก เข้าไปด้วย ดิฉันนึกไม่ออกเลยว่า เทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวกตรงนี้คืออะไร หมายถึงทีวี ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ หรืออะไรคะ ก็คิดว่าไม่มีความจําเปึนที่จะต้องไปเพิ่มเติม อย่างน้อยที่สุดใน ๓ ประเด็นที่ดิฉัน ได้ยกขึ้นมาเปึนตัวอย่างเพิ่มเติมจากที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วก็เปึนเหตุผลที่ สนับสนุนในความเห็นของดิฉันว่าไม่เห็นด้วยกับที่วุฒิสภาได้แก้ไขมาทั้ง ๒๓ มาตรา แล้วก็อยากจะเสนอและเห็นด้วยกับข้อเสนอที่ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ซึ่งวันนี้วุฒิสภาได้แก้ไขลงมา ผมเองไม่เห็นด้วยในสิ่งที่วุฒิสภาได้แก้ไขลงมา ผมสนับสนุน ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันไปศึกษาให้ดีกว่านี้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธาน

การที่วุฒิสภาแก้จํานวนคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร เสนอให้มี ๑๑ คน วุฒิสภาเพิ่มมาเปึน ๑๕ คน แล้วพอไปดูในส่วนที่เพิ่มขึ้นมานั้น ต้องการให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของรัฐเข้ามา ถ้าวุฒิสภาจะแก้อย่างนั้นทําไมไม่บอกว่าเอาเจ้าหน้าที่หรืออดีต ศอฉ. มาเปึนเลยก็หมดเรื่อง มันไม่เกี่ยวกันครับ วันนี้คณะกรรมการ กสทช. ที่เรากําลังจะตั้งขึ้นมา เปึนประเด็นอย่างนี้ วันนี้เราต้องมาดูก่อนว่าทําไมเราจึงรีบหยิบยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณา โดยเลื่อนขึ้นมา ผมไม่สบายใจเพราะผมได้ข่าวจากสื่อมวลชนว่าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีการประชุม ครม. ท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ได้สั่งการให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย บอกให้วิปรัฐบาลเลื่อนกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้อยู่ในการพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอนอยู่แล้ว ซึ่งพวกผมเองเปึนฝ์ายค้านก็ได้คุยกับทางวิปฝ์ายค้าน บรรจุระเบียบวาระไว้เรียบร้อยก็จะเตรียมตัวที่จะอภิปรายอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ พอเร่งรีบขึ้นมานี่ พวกผมแทบจะไม่มีเวลาที่จะศึกษาในรายละเอียดให้ถ่องแท้ กฎหมาย สําคัญอย่างนี้ท่านประธาน เพื่อนสมาชิก ท่านประธานลองชําเลืองไปดูนะครับ ในห้องนี้ มีประมาณ ๒๐-๓๐ ชีวิต กฎหมายสําคัญขนาดนี้ผลประโยชน์ของประเทศชาติขนาดนี้ ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากคลื่นความถี่ แค่โทรศัพท์ ๓ จี ๒ จีที่มีปัญหาอยู่ในวันนี้ ท่านประธาน ท่านประธานทราบหรือไม่ว่าศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามศาลปกครองกลาง ให้ระงับการประมูล ๓ จี นี่ละครับก็เปึนเหตุผลอีกอันหนึ่งที่ผมติดตามข่าวตลอด ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านบอกว่าจะต้องรีบเร่ง ให้มี กสทช. โดยเร็ว เพราะแสดงว่า กทช. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่เราตั้งกันขึ้นไป แล้วไปออกเรียกประกวดราคาให้บริษัทมือถือดีแทค เอไอเอส ทรู เสนอ ราคา ๒ จีมาเปึน ๓ จี หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ไม่เข้าใจกฎหมาย แสดงว่ากฎหมายไม่ได้ให้ อํานาจ กทช. ในการจัดประมูลหรือเรียกประกวดคลื่นความถี่ ๓ จี แสดงว่าคณะกรรมการ กทช. ที่เราตั้งไปนั้นไม่เข้าใจกฎหมายอย่างถ่องแท้ มันถึงได้มีปัญหาอยู่ในศาลปกครองให้ ระงับการประมูล ประเทศชาติเสียหายครับท่านประธาน หน้าตาของประเทศชาติมันเปึน เหมือนของเด็กเล่น ความเชื่อมั่นของนักลงทุนก็ไม่กล้ามาลงทุน วันนี้เรากําลังจะเอา กสทช. กฎหมายฉบับนี้ที่เราพิจารณานี่นะครับ หลักใหญ่คือการตั้งคณะกรรมการ กสทช. แล้วเราเอาคนที่ไม่มีความรู้ ท่านประธานลองดูคุณสมบัติที่วุฒิสภาแก้ขึ้นมา เอาคนที่ มีความรู้ทางด้านวัฒนธรรมมานั่งเปึนกรรมการ กสทช. ทําไมไม่เอาบริษัทขายยาขายตรง ที่ออกรายการทีวีนั่นมาร่วมด้วยล่ะ ท่านประธานเห็นไหมครับ วันนี้สื่อทีวีที่ผ่านดาวเทียม มีการโฆษณายาจีนเยอะแยะไปหมดเลย ทําไมไม่เอาเขามาร่วมด้วย ทําไมไม่เอา พวกขายตรงที่ออกรายการมาร่วมในการเปึน กสทช. ด้วย เขาก็มีความรู้ประสบการณ์ วันนี้เราเข้าใจกันผิดหรือไม่ คณะกรรมการชุดนี้มีความสําคัญไม่จําเปึนต้องมีความรู้ ในกิจการเหล่านี้ก็ได้ ในกิจการหรือในสิ่งที่เขามีความรู้ด้านความมั่นคงหรือด้านการศึกษา ก็ได้มันไม่เกี่ยวกัน วันนี้เราพูดถึงคลื่นความถี่ เราพูดถึงการกระจายเสียง เราพูดถึงวิทยุโทรทัศน์ กิจการ โทรคมนาคมคือมือถือ แล้วยิ่งวุฒิสภาไปแก้ว่าคนที่จะมาเปึนกรรมการอายุให้ถึง ๗๐ ป้ ท่านประธาน วันนี้ผมอายุ ๕๘ ป้ เทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ผมยังยอมรับเลยว่า ผมแก่ตามไม่ทันครับ สู้เด็กหนุ่ม ๆ ไม่ได้ อันนี้มากําหนดอายุเอาคนแก่อายุ ๗๐ ป้ มาเปึน กสทช. แล้วประเทศชาติจะได้ประโยชน์ไหมครับ คนเรามันต้องยอมรับความแก่ ของตัวเอง พอแก่แล้วไม่ได้มีความรู้หรอกครับ มันหลง ๆ ลืม ๆ มันเฟอะฟะไปหมด คนข้างผมบอกว่าไม่จริง เพราะท่านอายุมากท่านเปึน ส.ส. ท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการร่วมกันไปนั่งพิจารณาให้ดีครับ วุฒิสภาแก้กลับลงมา มีข้อบกพร่องมากมายที่ไม่อยากจะพูดถึง การคัดเลือกตัวแทนจากองค์กรต่าง ๆ ที่จะมา คัดเลือกให้เปึน กสทช. ก็กําหนดไว้ว่าเลขาธิการหรือคณะกรรมการ กสทช. เปึนคนพิจารณา ทั้ง ๆ ที่กฎหมายฉบับนี้เวลาเราเสนอไปให้วุฒิสภา เราบอกว่าเลขาธิการ วุฒิสภาเปึนคนพิจารณา ก็ไปยกอํานาจไปให้เขา มันต้องมีการคานอํานาจซึ่งกันและกัน เพราะว่าผลประโยชน์ของคณะกรรมการมีมากมายเหลือเกินท่านประธาน ผมอภิปราย ทุกครั้งในคณะกรรมการ กทช. ว่าคนที่จะมานั่งเปึนคณะกรรมการ กทช. จะต้องเปึน คนซื่อตรงไม่เห็นแก่ประโยชน์ เพราะผลประโยชน์มันมีซ่อนเร้นมากมาย มีการวิ่งเต้น อย่างวันนี้ท่านประธานผมไม่อยากจะกล่าวหาคณะกรรมการ กทช. เพราะคณะกรรมการ กทช. นั้นพอมีการจัดประมูล แน่นอนมันต้องมีการวิ่งเต้นเพื่อที่จะได้สัมปทาน ผลประโยชน์มหาศาล เราต้องเอาคนที่มีความซื่อตรงซื่อสัตย์สุจริตมีความเห็น แก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนมานั่งเปึนกรรมการ กสทช. ก็เช่นกัน ผมเสียดายครับ ที่วาระที่หนึ่งของกฎหมายฉบับนี้ วันนั้นพวกผมเปึนฝ์ายค้านมีการประท้วงแล้วก็ วอล์กเอาท์ (Walkout) ออกจากห้องนี้ รัฐบาลหยิบยกกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาผ่านสภาไป โดยที่ผมไม่ได้มีโอกาสได้อภิปรายคณะกรรมการ กสทช. ผมถึงย้อนไปให้ดูว่า คณะกรรมการ กทช. นั้นถ้าเราตั้งได้ไม่ดีผลประโยชน์ของประเทศชาติของประชาชน เสียหายแน่นอน ท่านประธาน วันนี้อดสงสัยไม่ได้ว่า กทช. นั้นทําผิดด้วยเหตุใด ศาลปกครองท่านถึงได้ระงับไม่ให้มีการประมูล ๓ จี ๒ จี แล้ววันนี้สิ่งที่รัฐบาลนี้ คิดจะทํา ใช้คําพูดใหม่ว่าจะอัพเกรด (Upgrade) จาก ๒ จีไปเปึน ๓ จี ชาวบ้านที่อยู่ ในชนบทเขาไม่รู้หรอกครับว่าอัพเกรดหมายถึงอะไร แต่บังเอิญผมอยู่ในสาขาวิชาชีพนี้ มาก่อนเข้าใจเปึนคําพูดเพื่อใช้หลีกเลี่ยงการประมูลสัมปทานโดยการใช้คําว่าอัพเกรด ๒ จี เปึน ๓ จี ไม่อยากจะคิดไปมากกว่านี้ว่าผลประโยชน์ที่บริษัทเอกชนที่ได้สัมปทาน ๒ จี ไปแล้ว วันนี้อาจจะยิ้มแปันเพราะว่าจะมีโอกาสอัพเกรดเปึน ๓ จี แล้วท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ก็เห็นด้วยว่าน่าจะมีการอัพเกรดจาก ๒ จีเปึน ๓ จี ท่านประธาน เพราะฉะนั้น คณะกรรมการ กสทช. ที่จะต้องเร่งรีบให้กฎหมายฉบับนี้ออกมา ถามว่ารัฐบาลต้องการจะให้คณะกรรมการชุดนี้มาแก้ปัญหาการจัดสัมปทาน ๓ จี ใช่หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามต้องฝากคณะกรรมาธิการร่วมกันไปดู ดูให้ลึกซึ้ง ดูให้ละเอียด ไปคุยกับทางวุฒิสภาที่มานั่งเปึนกรรมาธิการร่วมกัน ยึดผลประโยชน์ของบ้านเมืองเปึนหลัก ยึดความถูกต้องเปึนหลัก คณะกรรมการไม่ต้องเปึนวิชาชีพไหนก็ได้เอาคนที่มีความรู้จริง ๆ และเปึนกลางจริง ๆ ที่จะให้การใช้สื่อ ใช้คลื่นความถี่เปึนไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อความมั่นคงของประเทศ เพื่อความถูกต้อง พี่น้องประชาชนจะได้รับประโยชน์เหล่านี้ เพราะเปึนสมบัติของส่วนรวม ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนายแพทย์วรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเชื่อว่า ท่านประธานและพี่น้องประชาชนทางบ้านคงจะทราบดีเกี่ยวกับปัญหาการประมูล ๓ จี ที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคําสั่งเห็นชอบตามศาลปกครองกลางที่ไม่ให้ กทช. ทําหน้าที่ ในการประมูล ๓ จี แต่ปัญหาเทคโนโลยี ๓ จี ก็เปึนประเด็นที่สังคมกําลังเรียกร้องต้องการ พัฒนาประเทศของเราเองให้ก้าวหน้า ดังนั้นการผลักดันร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... จึงเปึนภารกิจร่วมกันของพวกเราทั้งสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก วุฒิสภา และอยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาว่าผมเชื่อว่าวันนี้เปึนนิมิตหมายที่ดีครับ วันนี้เปึนการอภิปรายกฎหมายใหญ่ ๆ ฉบับหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรที่ทั้งฝ์ายค้าน และฝ์ายรัฐบาลจะมีการเห็นพ้องต้องกัน ดังนั้นท่านประธานลองสังเกตว่าการอภิปราย ในประเด็นอะไรก็แล้วแต่ที่ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเปึนที่ตั้ง เราจะสังเกตดูว่า ทิศทางของฝ์ายค้านกับรัฐบาลก็จะไปด้วยกัน ดังนั้นเราสามารถช่วยกันได้ในการที่จะ ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้ออกสู่เพื่อเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า กสทช. มีอิทธิพลสูงมาก ถ้าคนที่ติดตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเห็นว่าในมาตรา ๒๗ ได้เขียนอํานาจหน้าที่ของ กสทช. ไว้ชัดเจนว่ามีอํานาจหน้าที่ ในการจัดทําแผนแม่บท การกําหนดการจัดสรรคลื่นความถี่ ตลอดจนพิจารณาอนุญาต และกํากับดูแล คําว่า พิจารณาอนุญาตและกํากับดูแล ถ้าดูตามข้อต่าง ๆ ก็ถือว่ากว้างมาก บทบาทของ กสทช. ที่เปึนคณะกรรมการก็จะมีบทบาทสูงมากที่เกี่ยวกับคลื่นในการจัดสรร คลื่นความถี่ หรือแม้แต่การกําหนดโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมและโครงสร้างค่าบริการ ก็เปึนอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ กสทช. หรือแม้แต่การกําหนดมาตรฐาน และลักษณะพึงประสงค์ทางเทคนิคในการประกอบกิจการ ดังนั้นอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับ เรื่องคลื่น อะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับกิจการวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมก็เปึน อํานาจหน้าที่ของ กสทช. เราจึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยกันผลักดันกฎหมาย ฉบับนี้ให้บรรลุผล

ประเด็นสําคัญมันมีอยู่นิดเดียวตรงที่ว่าหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป วุฒิสภาได้ทําการแก้ไขร่างของสภาผู้แทนราษฎรไปทั้งสิ้น ๒๓ มาตรา ถ้ารวบรวมเปึนสาระหลักผมสามารถแยกได้เปึน ๕ สาระหลัก ซึ่งอยากจะ กราบเรียนท่านประธานเพื่อให้พี่น้องประชาชนทางบ้านได้เข้าใจ เพราะช่วงอาทิตย์ ที่ผ่านมาคนก็จะถามอยู่เสมอว่าทําไมรัฐบาล หรือ ส.ส. รัฐบาลไม่ยืนยันร่างตามที่ วุฒิสภาเสนอเพื่อจะได้ให้ร่างนี้ออกไปสู่สาธารณชนและจะได้มีผลต่อการดําเนินการ ประมูล ๓ จี แต่เนื่องจากว่าการแก้ไขของวุฒิสภานั้นหลาย ๆ มาตราเปึนการแก้ไข ในสาระหลัก จนทําให้พวกเรา ส.ส. ที่จะต้องดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนั้น ไม่สบายใจ ซึ่งผมจะขออนุญาตสรุปให้พี่น้องประชาชน ตลอดจนผู้สนใจได้รับทราบ ใน ๕ ประเด็นสาระหลักดังต่อไปนี้ครับ

ในประเด็นที่ ๑ ก็คือจํานวนคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งในร่างของ ส.ส. กําหนดไว้ ๑๑ คน ใน ๑๑ คนนี้ก็จะแบ่งเปึน ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ ก็จะดูแลกิจการวิทยุ และโทรทัศน์ ๕ คน และกลุ่มที่ ๒ ก็จะดูแลกิจการโทรคมนาคม ๕ คน และท่านประธานทราบไหมครับว่าอดีตที่ผ่านมา กทช. ๗ คนนะครับ ๗ คนแทบตีกันตาย งานกว่าจะคืบหน้าไปได้แทบจะหาโอกาสไม่ได้เลยในการที่จะผลักดันผลงานที่เปึน ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน จึงเปึนเหตุผลที่ ส.ส. เราถึงกําหนดร่างมาไว้ ๑๑ คน มีประธาน ๑ ท่าน และอีก ๕ คนไปอยู่ กสช. และอีก ๕ คน ไปอยู่ กทค. ก็คือกิจการ โทรคมนาคม เพื่อให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ และกรอบที่มาของแต่ละท่าน ได้เขียนไว้ชัดเจนว่าเปึนคนที่มีความรู้ความชํานาญในเรื่องกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ จํานวน ๒ คน มีความชํานาญเรื่องกิจการด้านโทรคมนาคม ๒ คน มีความชํานาญ เรื่องกฎหมายเศรษฐศาสตร์ ๔ คน โดยแบ่งเปึนกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ ๒ คน และกิจการโทรคมนาคม ๒ คน และมีความชํานาญเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคเสรีภาพ ของประชาชน ๒ คน และมีความชํานาญเรื่องการศึกษาและวัฒนธรรมอีก ๑ คน แต่สิ่งที่ พวกเราไม่สบายใจก็คือการที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มผู้มีความรู้ความชํานาญ เรื่องการศึกษาวัฒนธรรมจาก ๑ คน เปึน ๓ คน ถามว่า คณะกรรมการ กสทช. จําเปึน จะต้องมีคนมีความรู้เรื่องการศึกษาและวัฒนธรรมถึง ๓ คนเชียวหรือ นอกจากนั้นแล้ว ทางวุฒิสภาได้ทําการเพิ่มเติมฝ์ายความมั่นคงขึ้นมาอีก ๒ คนครับ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าผมได้ยินเพื่อน ส.ส. ติฉินนินทากระซิบกระซาบว่าสงสัยใน ๒ คนนี้ คงจะแบ่งให้ตํารวจ ๑ คน แบ่งให้ทหาร ๑ คนหรือเปล่า คงไม่ใช่ที่จะต้องแบ่งให้ ศอฉ. คงจะไม่เกี่ยวกันครับ เรามีจุดยืนตรงกันว่าเราต้องการมีคณะกรรมการที่กระชับและสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ที่เปึนประโยชน์จริง ๆ เพราะฉะนั้นตัวเลข ๑๑ คน ยังมีความจําเปึนครับ ฝ์ายความมั่นคงและฝ์ายการศึกษาที่เพิ่มขึ้นมาอีก ๔ คน ไม่มีความจําเปึน นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่จะต้องฟัองร้องกับพี่น้องประชาชน ให้เข้าใจว่าทําไมวุฒิสภาต้องแก้ไขกฎหมายฉบับนี้

ประเด็นที่ ๒ เปึนประเด็นที่ติดใจเล็กน้อยแต่ถ้ายังยืนยันไม่ขัดข้อง ก็คือ อายุของคณะกรรมการ กสทช. ที่ ส.ส. ร่างไว้ขั้นต่ํา ๓๐ ป้ สูงสุดไม่เกิน ๖๕ ป้ แต่วุฒิสภา มีการแก้ไขไปที่ ๓๕ ป้ สูงสุดไม่เกิน ๗๐ ป้ ซึ่งถ้าถามความเห็นผมโดยส่วนตัวแล้วติดใจ เล็กน้อย แต่ถ้าทางวุฒิสภาสามารถอธิบายได้ว่าเพราะอะไร กสทช. ต้องใช้คนมีอายุ ๖๗ ป้ ๖๘ ป้ ๖๙ ป้ ๗๐ ป้ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการซีก ส.ส. น่าจะรับฟังได้ แต่ถ้ารับฟังไม่ได้ ก็น่าจะกลับมายืนเหมือนเดิมคือตัวเลข ๓๐ ป้ และเกษียณที่ ๖๕ ป้

ประเด็นที่ ๓ ซึ่งถือว่าเปึนประเด็นสาระสําคัญครับท่านประธาน เนื่องจากว่า องค์กร กสทช. เปึนองค์กรที่ผลประโยชน์เปึนแสนล้านบาท ท่านประธานคงจะเห็นนะครับ ธุรกิจที่ทํางานเกี่ยวกับเรื่องคลื่น กิจการวิทยุโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม รวมธุรกิจแล้ว เปึนแสน ๆ ล้านบาทครับ ดังนั้นการแทรกแซงองค์กรเหล่านี้ที่รัฐธรรมนูญให้เปึนองค์กรอิสระ จึงมีความเปึนไปได้สูงจากกลุ่มทุน ทาง ส.ส. ในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา จึงจําเปึนจะต้องมีองค์กรกลางที่มีความอิสระจริง ๆ และการเมืองไม่กล้าเข้าไปแทรก สุดท้ายเรามาลงที่สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาในการทําหน้าที่สํานักงานในเชิงธุรการ เพื่อทําหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของคนที่จะมาเปึนคณะกรรมการ กสทช. แต่พวกเรา ก็ไม่เข้าใจว่าทําไมวุฒิสภาแทนที่จะให้เกียรติสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาทําหน้าที่ สํานักงานธุรการ กลับกลายเปึนว่าแก้ไขไปเปึนสํานักงานของ กสทช. เอง ซึ่งเราต้อง ยอมรับสํานักงานนี้ของ กสทช. มันเกี่ยวข้องกับธุรกิจเปึนแสนล้านบาทครับ ผมเชื่อว่า ทั้งนักธุรกิจนายทุนเดินกันขวักไขว่ไปหมด ถ้าเอาให้สํานักงานของ กสทช. เปึนหน่วยงาน ธุรการในการเสนอชื่อ เชื่อว่าความเปึนธรรม ความเปึนกลาง จุดยืนที่แน่นอนเพื่อประโยชน์ ของประเทศชาติไม่เกิดขึ้นแน่นอน ผมถือว่าเรื่องนี้เปึนสาระสําคัญ จึงมีความจําเปึน ต้องกลับไปเหมือนเดิมครับ ให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาไปทําหน้าที่สํานักงานธุรการ

ประเด็นที่ ๔ ก็เปึนประเด็นสาระสําคัญซึ่งจําเปึนจะต้องบอกพี่น้อง ประชาชน บอกสังคมว่าวุฒิสภาแก้ไขมาโดยยังไม่มีเหตุผล เราต้องยอมรับว่าคลื่น ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้คือสมบัติของชาติ เปึนสมบัติของแผ่นดิน หน่วยงานของรัฐ ที่ครอบครองคลื่นอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ หลังจากเอาไปทําธุรกิจแล้วรายได้ที่เกิดขึ้น หักต้นทุนแล้วจะต้องส่งผ่านไปที่ กสทช. เพื่อส่งผ่านเปึนรายได้แผ่นดิน แต่กฎหมาย ฉบับนี้บอกว่าไม่เปึนไร ในเมื่อทีโอทีเอย หรือ กสท. เอย หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่ให้เอกชน ประมูลคลื่นเอาไปใช้เขาทํามาหากินเกี่ยวกับเรื่องนี้มานาน ครั้นจะไปหักคอทันที หลังจากมีกฎหมายบังคับใช้มันก็กระไรอยู่ จึงให้เวลาเขาตั้งตัว ๑ ป้ หลังจาก ๑ ป้แล้ว หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ที่มีรายได้ป้หนึ่งเปึนหมื่นล้านบาทจะต้องส่งเงินเหล่านี้เข้ามา เปึนรายได้แผ่นดิน แต่ปรากฏว่าทางวุฒิสภาได้ทําการแก้ไขจาก ๑ ป้ เปึน ๓ ป้ ทําไมจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก็บเงินไว้กับตัวเอง ควรจะให้เงินเหล่านี้ส่งเปึน รายได้แผ่นดินเพื่อเอามาใช้เปึนภาษีอากรในการพัฒนาประเทศน่าจะเปึนประโยชน์ มากกว่า ซึ่งอยากจะฝากคณะกรรมาธิการครับต้องซักให้ได้ว่าทําไมจาก ๑ ป้ เปึน ๓ ป้ เพราะว่ามีนัยสําคัญ หลังจากนั้น ๓ ป้ ถึงจะส่งเงินเข้ามาเปึนรายได้แผ่นดิน คําถามผมว่า น่าถามนะครับ ป้หนึ่งผลประโยชน์หลายพันล้านบาท เปึนหมื่นล้านบาท

ประเด็นสุดท้ายคือประเด็นที่ ๕ ซึ่งประเด็นนี้ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถือว่า คลื่นเปึนสมบัติของชาติสมบัติของแผ่นดิน จะต้องมีการจัดสรรให้ภาคเอกชน หรือภาคประชาชน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องย้ําครับ จัดสรรให้ภาคประชาชน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในส่วนของ ส.ส. เองก็ได้มีการพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ คิดว่าภาคประชาชน ที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์ตอบแทนเชิงธุรกิจควรจะมีคลื่นในการเอามาใช้ประโยชน์ ในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน แต่เนื่องจากว่าหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ขณะนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก จึงมีความจําเปึนที่จะต้องรอให้มีการเปลี่ยนแปลง ไปสู่ระบบดิจิทัล ถึงจะมีการจัดสรรให้ภาคประชาชน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏวุฒิสภาใจดี ก็คือหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ให้จัดสรรเลย ให้จัดสรรทันที โดยเขียนไว้ว่า ยกเว้นในพื้นที่ที่ไม่มีคลื่นความถี่เพียงพอที่จะดําเนินการจัดสรรให้ ซึ่งดูแล้วมันก็ ไม่ค่อยมีความจําเปึนเท่าไร เพราะว่าหลังจากที่กว่าจะประมูลเสร็จเทคโนโลยี มันเปลี่ยนไปเยอะ

ดังนั้นนี่คือ ๕ ประเด็นที่อยากจะฝากเพื่อนคณะกรรมาธิการซีก ส.ส. ที่จะไปทํางานร่วมกับทางวุฒิสภาในการแก้ไขสาระหลัก ๕ ประเด็น และอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานว่า ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจครับ หลังจากกระบวนการที่ผ่าน ไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันอะไรจะเกิดขึ้น ก็อยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน ไปยังพี่น้องประชาชนว่า เมื่อมีการแก้ไขร่วมกันของ ส.ส. ส.ว. ในคณะกรรมาธิการร่วมกัน ถ้าวุฒิสภาเห็นชอบ สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ กฎหมายนี้ก็จะมีผลบังคับใช้ แต่ถ้า สภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบ เราก็มีสิทธิที่จะเอาร่างที่มีการแก้ไขหรือร่างเดิมของ สภาผู้แทนราษฎรขึ้นมายืนยันได้ โดยใช้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ คือ ๒๓๘ เสียง นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน และยืนยันว่า มีความจําเปึนที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน และอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนว่า ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้แน่นอนครับ อดใจรอ สักครู่ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาต ท่านประธานใช้เวลาในการอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ในเบื้องต้นผมเองต้องกราบเรียนว่า หลังจากทางวุฒิสภาได้มีการปรับแก้ไข ใน ๒๓ ประเด็น แล้วก็ ๒๓ มาตรา แล้วก็ตีกลับมาที่ทางสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนตัวแล้ว ผมต้องกราบเรียนว่าผมคงให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขนั้นไม่ได้ เพราะมีการปรับแก้ ในสาระสําคัญอยู่หลาย ๆ จุด แต่อย่างไรก็ตามผมต้องกราบเรียนว่าผมต้องกราบขอบพระคุณ ทางวุฒิสภาเปึนอย่างยิ่งที่มีการปรับแก้ไขมา เพราะเปึนการเป่ดโอกาสให้ทาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะจากฟากฝัืงของฝ์ายค้านได้มีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพราะเรายังจํากันได้ดีเมื่อช่วงเมษายนมีเหตุการณ์ทางการเมือง กฎหมายฉบับนี้ผ่านจาก วาระที่หนึ่งมีการตั้งกรรมาธิการเข้าสภาในวาระที่สอง วาระที่สามมีการพิจารณากัน อย่างเร่งด่วน ใช้เวลาแค่ ๑๐ นาที ๑๕ นาที ผ่านโดยที่ไม่มีการอภิปราย ไม่มีการดู ให้ละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งเปึนที่น่าเสียดายมาก เหตุการณ์วันนั้นแน่นอนมันเปึนการใช้เสียงข้างมาก ผ่านกฎหมายไป โดยที่พรรคฝ์ายค้านด้วยภาวการณ์ทางการเมืองก็ต้องวอล์กเอาท์ มันก็เข้าใจกันได้ แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายที่มีความสําคัญเช่นนี้ ผมกราบเรียนเลยว่า จะผ่านสภาไปยังวุฒิสภาอย่างไม่สมศักดิ์ศรีอย่างนั้นมันคงจะไม่สมควรนัก วันนี้เราก็มี โอกาสได้มาพูดคุยกันถึงเรื่องของกฎหมายฉบับนี้กันอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ประเด็นสําคัญ ทางสังคม ซึ่งแน่นอนเปึนสาเหตุหนึ่งที่ทางสภาผู้แทนราษฎรเราต้องมีการเร่งรัดที่จะเอา กฎหมายฉบับนี้กระโดดข้ามหัวกฎหมายที่มีความสําคัญอีก ๑๐ กว่าฉบับเข้ามาพิจารณากัน ในวันนี้อย่างเร่งด่วน แน่นอนเพราะว่าศาลปกครองมีคําสั่งให้ระงับการประมูล ๓ จี ที่เกิดขึ้นในสังคม ผลกระทบกับพี่น้องประชาชนหลักแสนล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องของ การบริการที่ทั่วถึง การบริการที่มีคุณภาพสูงขึ้นกับพี่น้องประชาชนก็ต้องเนิ่นช้าออกไป วันนี้กราบเรียนเลยว่าหลังจากมีการปรับแก้จากวุฒิสภา ผมอยากจะให้มีการตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ได้พิจารณากัน อย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการนําไปใช้จริง ในประเด็นที่มีการแก้ไขของ ทางวุฒิสภา ผมต้องแบ่งแยกเปึนประเด็น ๆ

ประเด็นแรกเปึนในสัดส่วนของส่วนที่ ๑ เรื่องขององค์ประกอบของ กรรมการเอง หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วในมาตรา ๖ มีการปรับแก้ที่เปึนสาระสําคัญ มีการเพิ่มจํานวนกรรมการของ กสทช. จาก ๑๑ คน เปึน ๑๕ คน แน่นอนในส่วนตัว ในเรื่องการเพิ่มในสัดส่วนของ (๕) ที่บอกว่าหรือการศาสนาหรือการพัฒนาสังคม เราก็เพิ่มจํานวนเรื่องของการศึกษาวัฒนธรรมศาสนาและพัฒนาสังคมจาก ๑ คน เปึน ๓ คน เราพอจะเข้าใจได้ เพราะอะไร เพราะวันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ถ้าเราไปดูรายการทางทีวี เปึนต้น หลาย ๆ รายการที่มันเคยมีประโยชน์ ไปดูรายการ เกี่ยวกับการเกษตรตอนตี ๔ ตี ๕ บางท่านอาจจะเคยตื่นขึ้นมาดูวันนี้หายไป ไปดูเรื่องของ รายการเกี่ยวกับสังคม เด็ก เยาวชนตอนช่วงเช้า ๆ เดี๋ยวนี้หายไป เพราะภาวะการแข่งขัน ในเรื่องของการกระจายสื่อทางทีวีหรือทางวิทยุก็ตามเขาไม่สามารถที่จะแข่งขันได้ ทําให้ รายการที่มีประโยชน์เหล่านี้หลัง ๆ ก็ลดน้อยถอยลงไปมีจํานวนน้อยลงเรื่อย ๆ หลายอัน ก็ต้องป่ดตัวยุบเลิกไป อันนี้ไม่ใช่เปึนประเด็นที่ผมติดใจ แต่ผมยังติดใจในประเด็น (๖) ที่มีการเพิ่มเติมเข้ามา วันนี้มีการเติม (๖) ในมาตรา ๖ เข้ามาว่า ผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านความมั่นคงของรัฐหรือการบริหารราชการ จํานวนสองคน เปึน ๒ คน ใน ๑๕ คน ที่จะเปึนกรรมการของ กสทช. กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าวันนี้สังคมเราอยู่ด้วยความหวาดระแวง โดยเฉพาะ เรื่องของสื่อสารมวลชนเปึนประเด็นหลัก รัฐมนตรีที่กํากับดูแลแล้วก็มาแถลงเองก็เปึน ๑ ในบุคคลที่ต้องยอมรับว่าสังคมยังมองท่านด้วยสายตาที่ไม่เชื่อมั่นนัก โดยเฉพาะ ในเรื่องของการแทรกแซงสื่อ โดยเฉพาะในเรื่องของสื่อสารมวลชนที่ได้ปรากฏอยู่ในสังคม ณ วันนี้ จากความขัดแย้งทางสังคมรวมถึงการดําเนินนโยบายของรัฐในเรื่องของสื่อสารมวลชน ที่ดูจะไม่เปึนกลาง วันนี้เรากําลังจะไปเพิ่มองค์ประกอบของกรรมการ กสทช. ซึ่งเปึนในสัดส่วน ที่เรียกว่าความมั่นคงของรัฐ ผมบอกว่าอันนี้มันเปึนอันตราย มันเปึนสิ่งซึ่งอาจจะมองได้ว่า เปึนการสืบทอดอํานาจ เปึนการสืบทอดแนวนโยบายของ คมช. ที่จะป่ดกั้นสื่อเพื่อให้ มันออกไปในทิศทางเดียวอย่างที่รัฐบาลต้องการ อาจจะไม่ได้หมายถึงรัฐบาลปัจจุบัน แต่รัฐบาลใดก็ตามเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ เมื่อมีองค์ประกอบของความมั่นคงของรัฐเข้ามา แน่นอนเลยว่าก็จะใช้ให้เปึนประโยชน์ รัฐบาลใดก็ตามก็ต้องใช้ให้เปึนประโยชน์ นั่นก็คือ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับรัฐบาลของตน อย่างที่เปึนอยู่วันนี้มันก็เกิดความคลางแคลง ในสังคมขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยเลยกับการเพิ่มอีก ๒ คนในองค์ประกอบ ที่เปึนส่วนของความมั่นคงของรัฐ ผมมองไปมองมาถ้ามองข้ามกลับไปยังมาตรา ๙ องค์ประกอบที่เพิ่มขึ้นมาใน (๙) ถึง (๑๒) (๙) บอก สถาบันการศึกษาของหน่วยงาน ของรัฐด้านความมั่นคงของรัฐ ที่มีการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าป้ เปึนต้น ผมบอกว่า สถาบันการศึกษาแบบนี้มีตัวตนจริงหรือเปล่า มีแล้วเปึนใครนึกชื่อออกมา ลองนึกออกมา วปอ. หรือ สถาบันพระปกเกล้าหรือ เหล่านี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมเชื่อว่าท่านก็คงมีความตั้งใจดีในเรื่องขององค์กร แต่มันเปึนการลิมิท (Limit) ตัวเลือก ของคณะกรรมการสรรหาที่จะเอาตัวบุคลากรเข้ามาเปึนหรือไม่ เพราะองค์กรเหล่านี้ มีไม่ได้มากหรอกครับ มันไม่ใช่มีเต็มไปหมดทั้งสังคม มีให้เลือกเปึนร้อยเปึนพันองค์กร ที่จะมีตัวเลือกมาให้มันมีคุณภาพ แล้ววันนี้หลาย ๆ องค์กรเองต้องกราบเรียนด้วย ความเคารพว่าความคลางแคลงของสังคมในเรื่องของความเปึนกลางก็ยังมีอยู่ ผมเอง ไม่แน่ใจว่าความเปึนกลางในองค์กรต่าง ๆ มันจะมีจริงหรือไม่ แล้วบุคลากรที่เลือกมาจาก องค์กรเหล่านั้นในที่สุดแล้วจะมาทํางานให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน หรือไม่ อันนี้ก็ยังเปึนข้อสงสัยที่ยังต้องถกเถียงกันต่อไป ในส่วนมาตรา ๗ ก็มีการเพิ่มอายุ ของบุคคลที่จะมาเปึนกรรมการมีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าป้บริบูรณ์ แต่ไม่เกินเจ็ดสิบป้ บริบูรณ์ ๓๕ ป้ ผมเองอาจจะไม่ติดใจนัก ผมเองก็ ส.ส. อายุไม่มากผมเพิ่ง ๓๕ ป้ เหมือนกัน ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าอาจจะเปึนอายุที่เหมาะสมก็ได้ อันนี้ เราไม่ติดใจ แต่ ๗๐ ป้ ท่านไปดูองค์กรอิสระบางองค์กรวันนี้มีการทะเลาะเบาะแว้งกันว่าเกิน ๖๕ ป้ จะไป ๗๐ ป้ จะลากกันไปถึงไหน มีการผลักอก มีการป่ดไฟ เห็นข่าวกันนี่นะครับ วันนี้ ผมไม่แน่ใจว่าอายุมากแล้วจะมีศักยภาพพอที่จะมาทําประโยชน์จริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ว่าเหมารวม วันนี้ผมมองว่า ๖๕ ป้ก็เปึนอายุที่มีความเหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่อง เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคมต่าง ๆ เพราะว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันเกี่ยวเนื่องกับเรื่อง ที่เรียกว่าไอที (IT) มันมีความเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว มันจําเปึนจะต้องใช้ คนที่ทันกับเหตุการณ์แล้วก็ก้าวตามทันกับเทคโนโลยีที่มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ พูดถึง ๓ จี พูดถึง ๓.๙ จี ในอนาคตจะพูดถึง ๔ จีขึ้นมา ๕ จีขึ้นมา ถ้าไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ ไม่สามารถที่จะตามทัน ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าประโยชน์ที่มันเกิดกับประชาชนมันจะเปึน อย่างไร ผมต้องกราบเรียนเลยว่าวันนี้ผู้สูงอายุจํานวนมากต้องยอมรับความจริง บางท่าน เป่ดอินเทอร์เน็ตยังไม่คล่องเลยจะสรรหามาเปึนกรรมการก็ต้องมาดูคุณสมบัติกันอีกทีหนึ่ง วันนี้ถ้าเราคงไว้ที่ ๖๕ ป้บริบูรณ์ ผมก็เชื่อว่าจะเปึนความเหมาะสมอยู่แล้ว

ในประเด็นต่อมา เปึนประเด็นที่เปึนปัญหาอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของการสรรหา แล้วก็การคัดเลือกกรรมการทั้ง ๑๕ คนที่ไปเพิ่มมาจาก ๑๑ คน เปึน ๑๕ คน มีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่เรียกว่าการคัดเลือกกันเองกับส่วนที่มาจากวิธีการสรรหา มีปัญหาทั้ง ๒ ส่วน ในส่วนที่มีการคัดเลือกกันเอง ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพผมไม่แน่ใจวัตถุประสงค์ ของทางวุฒิสภาที่มีการปรับแก้ ถ้าสังเกตดูให้ดีในส่วนที่ ๒ ตั้งแต่มาตรา ๙ ถึงมาตรา ๑๓ เปลี่ยนคําว่า สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปึน สํานักงาน กสทช. นั่นคือการโยนเผือกร้อน โยนเผือกร้อนจากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาไปยังสํานักงานกสทช. เอง วันนี้ ท่านจะบอกว่า กสทช. นั้นคุณลงทะเบียนเอง คุณไปหาตัวบุคคลเองคุณตรวจสอบ คุณสมบัติเองด้วย เสร็จแล้วคุณค่อยโยนกลับมาให้วุฒิสภาเลือกสุดท้าย ผมไม่แน่ใจว่า นั่นคือวิธีการที่ถูกหรือไม่ เพราะว่าคนที่เข้าไปก็ต้องไปบริหารงาน ไปทํางานอยู่ใน สํานักงาน กสทช. ในฐานะของกรรมการ กสทช. เอง ผมมองแล้วว่าวิธีการคิดอย่างนี้ จะทําให้เกิดช่องโหว่ แล้วมันก็จะทําให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในเชิงนโยบายขึ้นมาได้ กราบเรียนด้วยความเคารพว่าในส่วนของส่วนที่ ๒ ในเรื่องของการคัดเลือกกันเอง นอกจากเรื่องของการที่วุฒิสภาไม่ยอมเปึนผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องของการสรรหากลุ่มบุคคล กลุ่มนี้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าปัญหามันยังมีต่อไปอีก โดยเฉพาะในมาตรา ๑๒ เพราะอะไรครับ เพราะมาตรา ๑๒ กําหนดว่า มาตรา ๑๑ ก่อน บอกว่า เมื่อครบกําหนด ระยะเวลาตามมาตรา ๑๐ แล้ว ให้สํานักงาน กสทช. ตรวจสอบคุณสมบัติ แล้วก็ ให้ครบเวลา ถ้าเกิดครบกําหนดเวลาการเสนอชื่อตามมาตรา ๑๒ บอกว่า

มาตรา ๑๒ เมื่อครบกําหนดระยะเวลาการเสนอชื่อแล้ว หากมีผู้ได้รับ การเสนอชื่อน้อยกว่าสองเท่าของจํานวนตามที่ระบุไว้ในแต่ละประเภทตามมาตรา ๑๓ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้เลขาธิการ กสทช. ขยายระยะเวลาการเสนอชื่อออกไปอีก ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกําหนดระยะเวลาตามมาตรา ๑๐

เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาที่ขยายตามวรรคหนึ่งแล้วยังมีผู้ได้รับการเสนอชื่อ น้อยกว่ากําหนดในวรรคหนึ่ง ให้ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม และปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมกันเสนอชื่อผู้สมควรได้รับเลือก เปึนกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ให้ครบในแต่ละประเภทตามจํานวนที่กําหนดในวรรคหนึ่ง

ปลัดกระทรวงทั้ง ๓ กระทรวงนี้ต้องถามว่าเปึนฝ์ายไหนครับ เปึนฝ์ายรัฐบาล ข้ามไปมาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ บอกว่า เปึนในเรื่องของการแต่งตั้งคือเข้ามาที่วุฒิสภา ให้วุฒิสภาสรรหา มาตรา ๑๗ บอกว่า ภายในหกสิบวัน ทางวุฒิสภาก็ต้องเลือกคน จากบัญชีรายชื่อที่เลขาธิการ กสทช. เสนอให้เสร็จ

เมื่อล่วงพ้นกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ถ้ายังมีผู้ได้รับเลือกเปึนกรรมการ ไม่ครบตามจํานวนที่กําหนดในมาตรา ๖ ให้ประธานวุฒิสภาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ และให้นายกรัฐมนตรีนําบัญชีรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและดําเนินการ เพื่อให้ได้กรรมการตามมาตรา ๖ ให้ครบตามจํานวนโดยต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายกรัฐมนตรีได้รับแจ้ง

หมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าถ้าหาคนไม่ครบให้ปลัดกระทรวง ๓ ท่าน ซึ่งเปึนลูกน้องแน่นอนครับต้องดําเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีเปึนคนหาชื่อ มาให้ครบ ถ้าเข้าวุฒิสภาแล้ววุฒิสภาไม่สามารถหาคนให้ครบได้ภายใน ๖๐ วัน เคยเกิด มาแล้วครับมันเคยเกิดมาแล้วในการสรรหาหลาย ๆ ครั้ง เมื่อหาไม่ได้ให้นายกรัฐมนตรี ส่ง ครม. เลือกเลย นี่ก็คือรัฐบาลอีกแล้ว อันนี้มันเปึนสิ่งที่มันแอบแฝงอยู่และเปึนปัญหาว่า วันนี้จะมีการแทรกแซงจากฝ์ายการเมืองอีกครั้งหนึ่งในเรื่องของการสรรหากรรมการ กสทช. ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าทางรัฐบาลอาจจะคิดว่าตัวเองได้เลือกในที่สุดแล้ว แต่ผมกราบเรียนเลยครับว่าไม่แน่นะครับ ดีไม่ดีสภาอยู่ไม่ถึง ผ่านกฎหมายไปท่านไม่ได้ใช้ อาจจะเปึนพวกผมก็ได้ แต่ด้วยความเคารพท่านประธาน วันนี้สมาชิกในฝ์ายของ พรรคเพื่อไทยเองต้องคัดค้านในประเด็นนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเราอยากจะให้ กฎหมายมันผ่านออกไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีการแทรกแซงใด ๆ โดยเฉพาะ จากฝ์ายการเมือง ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ วันนี้ผมเชื่อว่าการแก้ไขการที่จะมาตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาอีกครั้งให้รอบคอบเปึนสิ่งสําคัญ

ประเด็นสุดท้าย เปึนประเด็นที่ผมเองก็เห็นว่าเปึนปัญหาที่ใหญ่หลวง มากนะครับ มาตรา ๘๔ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมเองพอเห็นแล้ว ผมก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น มีการปรับแก้คําเดียวครับ จากคําว่า หนึ่ง เปึน สาม บอกว่า เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาสามป้นับแต่ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับ ค่อยให้รัฐวิสาหกิจก็คือซีเอที และทีโอทีนําเงินที่เปึนกําไร เขาคํานวณแล้วเปึนกําไรเพราะเขามีการกําหนดกติกาอยู่ ให้เอากําไรส่งให้รัฐ แต่ทางวุฒิสภามีการปรับแก้จาก หนึ่ง เปึน สาม ผมได้ยินว่า มีการพูดคุยกับสหภาพ มีการปรึกษาหารือกัน ในที่สุดยอมตามปรับแก้มา แต่อย่างไรก็ตาม ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าแก้คําเดียวในส่วนนี้กระทบกับงบประมาณของรัฐ เปึนหมื่นล้านบาท เงินที่ควรจะเข้าเปึนรายได้ของรัฐ เรากําลังจะไปอุ้มรัฐวิสาหกิจบางแห่ง มากเกินไปหรือไม่ ผมเองเข้าใจครับว่ารัฐวิสาหกิจเหล่านี้ในที่สุดก็ต้องมีการลงทุน ในการตั้งเสา ในการเพิ่มเครือข่ายให้มันครอบคลุม เขาก็อาจจะมีความจําเปึน แต่ผมก็ ยังไม่แน่ใจว่ามันจําเปึนถึงขนาดที่จะต้องตัดเงินงบประมาณที่ควรจะเปึนเงินอุดหนุน เข้าภาครัฐเปึนหมื่น ๆ ล้านบาทให้เขาหรือไม่ ในส่วนนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ มันก็เลยมีความจําเปึนว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันขึ้นมาเพื่อที่จะมาดู รายละเอียดโดยเฉพาะในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ให้มีความรอบคอบและรัดกุม ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าผมเองคงจะให้ความเห็นชอบกับร่างแก้ไขของทางวุฒิสภาไม่ได้ แล้วก็ อยากจะฝากว่าให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันขึ้นมาเพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านฮอชาลีครับ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขอใช้เวลาไม่มากในการที่จะให้ความเห็นต่อการที่วุฒิสภาได้แก้ไข ในส่วนที่ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ที่สภาผู้แทนราษฎร ของเราได้ผ่านในวาระที่สามแล้วก็ส่งไปยังวุฒิสภา วุฒิสภาก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ แล้วก็แก้ไขมาทั้งหมด ๒๓ มาตรา ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมก็เปึนหนึ่ง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่นั้น ต้องขอเรียนกับท่านประธานว่าทุกท่านที่มาจากทุกพรรคการเมืองที่มาอยู่ใน คณะกรรมาธิการวิสามัญของคณะนี้นั้นได้เห็นพ้องต้องกันในร่างที่เราได้แก้ไข เดิมทีเดียว ท่านประธานครับ มันมีทั้งร่างของรัฐบาลแล้วก็ร่างของเพื่อนสมาชิก ความเปึนจริงแล้ว ร่างของรัฐบาลซึ่งตกทอดมาจากรัฐบาลก่อนนั้น เนื้อหาสาระ โครงสร้างขององค์กร จัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... นั้นเปึนการสรรหา เปึนการคัดสรรมาจากคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือกระทรวงไอซีทีเปึนผู้ที่ดําเนินการสรรหาเสียด้วยซ้ํา แต่เมื่อร่างนั้นมาประกบกับร่างของเพื่อนสมาชิกทั้งที่อยู่ในซีกฝ์ายค้าน แล้วก็ซีก ฝ์ายรัฐบาลนั้น เราได้ยึดถือเอาร่างของรัฐบาลแล้วก็ร่างของเพื่อนสมาชิกนั้นนํามาปรับปรุง แล้วก็แก้ไขจนได้ตัวโครงร่างหลักที่มาของ กสทช. ทั้ง ๑๑ คนนั้นมาจากการคัดสรร จากสถาบัน จากองค์กร จากมูลนิธิต่าง ๆ นั่นคือสิ่งที่เราได้มีความเห็นพ้องต้องกัน ทั้งจํานวนและที่มา ประเด็นสําคัญที่สุดท่านประธานครับ ทางวุฒิสภานั้นเขาก็ได้แก้ไข จาก ๑๑ คนให้ เปึน ๑๕ คน วุฒิสภาก็คงจะมีเหตุผลของวุฒิสมาชิก แต่ในส่วนของเรานั้น เราถือว่า ๑๑ คนนั้นมีความพอเพียง แล้วก็องค์ประกอบหรือว่าที่มาของ กสทช. นั้น เราได้มีการคุยกันแต่ละประเด็น ๆ เปึนที่สําคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่วุฒิสภา จะเพิ่มเติมมาให้หน่วยงานหรือว่าตัวแทนของฝ์ายความมั่นคงเข้ามาอยู่เปึน ๑ ใน ๑๕ นั้น เราได้มีการถกเถียงมีการพูดคุยกัน แล้วก็ได้มีการเชิญตัวแทนจากหน่วยงานของ ความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางทหารได้มาสอบถามถึงความจําเปึนถึงการที่คุณ จะมานั่งอยู่ในบอร์ดของ กสทช. ๑ ใน ๑๕ ซึ่งมีอยู่ ๒ คนนั้นมีความจําเปึนแค่ไหน ได้มีการซักถามย้อนไปถึงคลื่นที่ได้รับการจัดสรรไปแล้ว ไม่ว่าจะเปึนคลื่นของวิทยุ คลื่นโทรทัศน์ แล้วก็คลื่นต่าง ๆ ที่ให้ไปยังกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ แล้วก็ ตํารวจ เราได้มีการซักถามว่าในบรรดาคลื่นทั้งหมดที่ให้ไปนั้นได้ใช้ประโยชน์ เพื่อความมั่นคง ปลูกจิตสํานึกของคนให้มีความรักในสถาบัน รักชาติ รักศาสนา รักพระมหากษัตริย์ แล้วก็เปึนรายการที่กระตุ้นให้คนได้มีความสมัครสมานสามัคคี และใช้ให้เปึนประโยชน์เพื่อความมั่นคงของชาติมากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ทางตัวแทน ของความมั่นคงไม่สามารถจะให้รายละเอียดได้ แต่บรรดาเปอร์เซ็นต์ทั้งหมดเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ คลื่นของหน่วยงานของความมั่นคงนั้นอยู่ในมือของนายทุน จัดรายการวิทยุ จัดรายการเพลง จัดรายการทุกอย่างตั้งแต่เช้ายันเย็นจนถึงดึก เกือบจะไม่มีเจตนารมณ์ ที่รัฐบาลให้ไปว่าต้องการที่จะรักษาความมั่นคง นี่คือสิ่งที่เราได้ตัดหน่วยงานความมั่นคง ออกไปจากการเปึนบอร์ดของ กสทช. แต่เมื่อวุฒิสภาแก้ไขเข้ามาก็เปึนเหตุผลของ วุฒิสมาชิก แต่เราในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมอบหมายความไว้วางใจ ให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเปึนเพื่อนสมาชิกทั้งฝ์ายรัฐบาล และฝ์ายค้าน เรายืนยันในหลักการข้อนี้ แล้วก็บรรดา ๑๑ ท่านที่เข้ามาอยู่ในโครงสร้าง ตรงนี้นั้นล้วนแล้วแต่มีการพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบ

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งซึ่งเปึนประเด็นที่มีความสําคัญมาก เพราะเปึนที่มาหรือเปึนช่องทาง หรือเปึนหน่วยธุรการ หน่วยธุรกรรมในการที่จะ ขึ้นทะเบียนองค์กร สมาคม สถาบันต่าง ๆ ที่จะมาประกอบเปึน ๑๕ องค์ประกอบ ที่จะมาเปึนบอร์ดของ กสทช. นั้น ในคณะกรรมาธิการของเรามองเห็นว่าชั่วโมงนี้ หน่วยงานที่มีความเปึนกลางมากที่สุดก็คงจะเปึนสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถ้าจะให้ กระทรวงก็เปึนเรื่องของส่วนราชการอีก ถ้าไปยุ่งกับทางท่านผู้พิพากษาท่านก็วุ่นวายอยู่ กับองค์กรอิสระ ถ้าจะไปให้หน่วยงานของภาคเอกชน ภาคประชาสังคมก็ยังไม่มี ความชัดเจนว่าจะมีความเปึนกลาง ก็เลยให้อยู่ในรั้วของสภาผู้แทนราษฎรของเรา แล้วก็ ให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปึนผู้ที่ดําเนินการในการที่จะขึ้นทะเบียน จดทะเบียน แล้วก็ประกาศว่าองค์กรสถาบันไหนเปึนหน่วยงานที่สมควรที่จะได้รับการคัดสรรเข้ามา ในหน่วยงานตรงนี้ท่านประธานครับ แต่ทางวุฒิสภานั้นเขาได้ไปแก้ไขให้สํานักงาน เลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งจะเปึนผู้ที่เริ่มต้นในการจัดตั้งสมาคมองค์กรต่าง ๆ นั้นให้อยู่ในมือ ของสํานักงาน กสทช. ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงที่เรามีการประชุมร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นทางท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แล้วก็หลาย ๆ คน ได้เคยขอเอกสารถึงความโปร่งใสถึงการใช้งบประมาณต่าง ๆ ที่ กทช. ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ปรากฏว่ามีความลัมพ์ ซัม (Lump sum) มีความมหาศาล แล้วก็ขาดการตรวจสอบ เปึนจักรวรรดิหนึ่ง เปึนองค์กรหนึ่ง เปึนอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งแม้แต่สภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่สามารถจะเข้าไปตรวจสอบได้ เขามีหน้าที่เพียงแค่ ๑ ป้ แล้วก็รายงานผลให้เรารับทราบ แต่จริง ๆ แล้วนั้นเปึนองค์กรที่มีผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเปึน เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุม โรงแรมที่พักต่าง ๆ หรูหรามหาศาลมาก ขาดหน่วยงาน ที่จะเข้าไปตรวจสอบ ขาดหน่วยงานเข้าไปแตะต้อง แล้วก็ถ้าหากว่าให้หน่วยงานตรงนี้ เปึนผู้ที่คัดสรรคนที่จะมาเปึนหรือว่าองค์กร สมาคม ผมยังไม่เห็นถึงความโปร่งใส ผมยังไม่เห็น ถึงความเปึนกลางในทางการเมือง ผมยังไม่เห็นว่ามีวิธีการใดในการที่จะปัองกันมิให้ กลุ่มทุนส่งคนเข้ามาแฝงอยู่ในตรงนี้ นี่คือสิ่งที่เราต้องยืนยันในหลักการของเรา ยืนยัน ในมติของสภาผู้แทนราษฎรของเราใน ๒ ประเด็นตรงนี้

ส่วนประเด็นอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกก็ได้มีการพูดคุย มีการเสนอแนะความเห็น กันไปมากมาย แต่นี่คือสิ่งที่อยากจะขอเรียนกับท่านประธานแล้วก็เปึนการยืนยัน ในเจตนารมณ์ในหลักการในมติที่เราได้เคยให้ไว้แล้วว่าขอยืนยันในร่างเดิมของ สภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านไปนะครับ และเมื่อวุฒิสภาเห็นแย้งขึ้นมานั้นก็เสนอให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกันขึ้นมา แล้วก็ใช้เวลาในการพิจารณาก็ส่งกลับมาในสภาจะลงมติ อย่างไรก็ว่ากันไปตามขั้นตอนต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุนัย จุลพงศธร แล้วต่อด้วยท่านอรรถพร

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย ผมเองอยากจะขออนุญาตท่านประธานใช้เวลานี้สักนิดหนึ่งเพื่อให้มี การบันทึกถึงประวัติศาสตร์เส้นทางเดินของพระราชบัญญัติฉบับที่เรากําลังพิจารณา เรื่ององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ด้วยความพยายามที่เราอยากจะให้กฎหมายฉบับนี้ ออกมาเร็ว แต่ปรากฏว่าเราขาดความเคารพในกลไกของระบบรัฐสภา ขาดอย่างไรครับ ท่านประธาน เราคงจํากันได้ว่าในช่วงกลางป้ที่ผ่านมานั้นมีเหตุการณ์ข้อขัดแย้ง ทางความคิดทางสังคม แต่นั่นก็เปึนเรื่องปกติธรรมดาของสังคม แต่ปรากฏสิ่งหนึ่ง ที่เราเห็นว่าไม่เหมาะสมเลยก็คือว่ารัฐบาลได้ใช้กองทหารมาล้อมรอบสภาแห่งนี้ ก็ไม่เปึนไรครับ ท่านก็ว่าของท่านไปตามความเห็นของรัฐบาลเอาทหารมาล้อมรอบ เราเห็นว่ามันเปึนเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะกระทําการลบหลู่เกียรติยศของ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนเสมือนตัวแทนของประชาชน เราก็รู้กันครับเข้าก็ยากป่ดถนน ทุกทางด้วยอ้างว่าจะมีกลุ่มคนจะมาล้อมสภาเช่นนั้นเช่นนี้ ในที่สุดเราจึงเห็นว่า ต้องรักษาเกียรติยศของสภาไว้ก่อน เราฝ์ายค้านเกือบทั้งหมดจึงไม่เข้าร่วมประชุมสภา แต่แทนที่รัฐบาลจะได้เห็นกลไกความสําคัญของระบบนี้โดยเฉพาะท่านประธานชัย ชิดชอบ ก็ดันทุรังจัดการประชุมสภาต่อไป แต่นั่นไม่เท่าไรครับ กลับได้ใช้กระบวนการ ของสภาที่ขาดฝ์ายค้านอยู่เอาร่างพระราชบัญญัติเรื่ององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่นี้ รีบขยับระเบียบวาระขึ้นทันที ๑๐ นาทีเสร็จ กระผมเองเปึนคนหนึ่งที่เปึนกรรมาธิการดูแล กฎหมายฉบับนี้ผมเห็นเหตุการณ์แล้วผมบอกมองอนาคตเลยว่าเรียบร้อย ไม่ได้เดินหน้าแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะโดยระบบความศักดิ์สิทธิ์ของระบบประชาธิปไตยนั้นต้องฟัง ความเห็นโต้แย้งทุกฝ์าย ไปช้าหน่อยเถอะครับแต่ถึงที่หมายเร็ว ไปเร็วถึงที่หมายช้าครับ นี่คือหลักยืนยันแล้ว นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของสภา อย่างแท้จริงต้องบันทึกไว้ครับท่านประธานครับ ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของ สภาผู้แทนราษฎรอย่างแท้จริง ไม่อายบ้างหรือครับคนที่ทํา รัฐบาลที่ใครทําอายเขาไหม ตอนนี้ก็จะอยู่ไม่ได้แล้ว เกิดความขัดแย้งภายในรัฐบาลแล้ว แย่งกันเปึนรัฐมนตรีแล้ว

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับท่านสุนัย เชิญท่านอรรถพรประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริงผมต้องจะต้องอภิปรายต่อจากท่านสุนัย ผมก็จะขอประท้วงท่านประธานให้ควบคุมการอภิปรายของท่านสุนัยให้ใช้เวลา ที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ของคนที่จะอภิปรายต่อไป และข้อเท็จจริงที่เราต้องยอมรับกัน ก็คือการอภิปรายร่างพระราชบัญญัตินี้ในวาระที่หนึ่ง ฝ์ายค้านไม่เข้าประชุมสภาครับ ทําให้การประชุมในวันนั้นก็ผ่านไปด้วยความรวดเร็ว ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลหรือพวกผม แม้แต่น้อยนิด ขอให้เข้าใจถูกต้องตรงกันแล้วก็อภิปรายอยู่ในประเด็นให้เกิดประโยชน์ กับประชาชนอย่างแท้จริงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยอภิปรายที่ไปที่มาขอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อบันทึกไว้นะครับ ก็เปึนข้อเท็จจริงที่วันนั้นฝ์ายค้านไม่ได้ร่วมประชุมแต่ร่างพระราชบัญญัตินี้ก็ผ่าน เพราะมันก็ครบองค์ประชุมอยู่ ก็เปึนไปตามกระบวนการ แต่ท่านก็แสดงความรู้สึก ห่วงใยของท่าน เชิญต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ที่ผมพยายาม จะบอกอย่างนี้ก็เพื่อให้เราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใครเปึนใหม่ ๆ ไม่ค่อยรู้อารมณ์ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าไร เราต้องเห็นความเปึนจริงก่อนว่าอย่าไปหักด้ามพร้า ด้วยเข่า อย่าไปเร่งรัดโดยเกินความเหมาะความงาม ในที่สุดเห็นไหมครับไปไม่ได้ ท่านครับ แล้วปรากฏว่าเมื่อผ่านไปโดยไม่มีการตรวจสอบ วุฒิสภาเขาก็มีความชอบธรรม มากขึ้นที่จะอ้างได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่เหมาะสมอย่างไร เขาก็เลยแก้กันเละเทะไปหมด ถ้าอย่างน้อยที่สุดวันนั้นมีการพิจารณากันนะครับ รัฐบาลไม่ใจร้อนใจเร็วแล้วก็รู้จักอดทน ฟังเขาเสียบ้าง ไม่ใช่นิดหน่อยก็จะต้องประท้วงกันไปเรื่อยเป๋ือย น่ารําคาญไม่ใช่น้อย คนบางคนนะครับท่านประธาน ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องความมั่นคงหรอกเพราะอย่างน้อยที่สุด จะต้องมีคนโต้แย้งว่าแก้ไขอย่างไร ทําไมเอาความมั่นคงออก คณะกรรมาธิการก็จะต้อง ชี้แจงว่าปัญหาเรื่องนี้เราได้ถกเถียงกันอย่างนี้ ๆ มันก็จะอุดมสมบูรณ์ในเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเราทํากันอย่างนั้นความอุดมสมบูรณ์ ก็ไม่มี ผมจึงขอถือโอกาสนี้บันทึกให้เห็นชัดเจนว่าอย่าฝ์าฝ๋นความศักดิ์สิทธิ์ของระบอบ ประชาธิปไตย รัฐบาลนี้ก็ฝ์าฝ๋นความศักดิ์สิทธิ์ของระบอบประชาธิปไตยมาแล้ว ด้วยการก่อจลาจลแล้วเข้ามาเปึนรัฐบาล มันถึงได้วุ่นวายอย่างนี้ล่ะครับ กฎหมายฉบับนี้ ก็แบบเดียวกันฝ์าฝ๋นความศักดิ์สิทธิ์ของระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ส่วนเกี่ยวกับเรื่องในมาตรา ๖ ผมเปึนกรรมาธิการถกเถียงกันไม่ใช่น้อย ระหว่าง ๑๑ คน ๗ คน ๑๕ คน กลั่นกรองมาอย่างดีถ้ามีการถกเถียงกันในสภาโดยใช้ความศักดิ์สิทธิ์ อย่าใช้เล่ห์เพทุบายกันอย่างนี้ มันก็จะมีเหตุผลว่าทําไมต้องเปึน ๑๑ คน เพราะมันมี คนโต้แย้งนี่ครับ เราก็จะช่วยกัน ไม่ใช่ว่าฝ์ายค้านไม่เชื่อรัฐบาลนะครับ ฝ์ายค้านกับ รัฐบาลก็เห็นประเด็นตรงกันบางเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องตัวแทนความมั่นคงนี่ ผู้แทนราษฎรเกือบทั้งหมดในคณะกรรมาธิการเห็นว่าไม่ควรเอาไว้เลย ไม่ควรมีเลยครับ ตัวแทนกระทรวงกลาโหมมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ผมคนหนึ่งครับที่ทําการซักไซ้ไล่เลียง เช่นเดียวกับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง ขอเอ่ยนามท่าน วันนี้ได้ดิบได้ดีไปเปึน รัฐมนตรีแล้วคือท่านองอาจ คือเราเห็นบอกว่าเรื่องความมั่นคงแห่งรัฐ ตัวแทนความมั่นคง แห่งรัฐ สื่อจะต้องมีตัวแทนความมั่นคงแห่งรัฐเราเน้นแต่ความมั่นคงแห่งรัฐแต่ไม่ได้เน้น ความมั่นคงแห่งประชาชนเลย และตลอดเวลาที่ผ่านมาก่อนจะมีร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เราก็ใช้กรอบวิธีคิดความมั่นคงแห่งรัฐมาโดยตลอด ทหารเปึนเจ้าของ สถานีโทรทัศน์หมด เจ้าของสถานีวิทยุเกือบหมด แล้วมันมั่นคงไหมล่ะประเทศไทย ตกรถถังเลยครับ ขี่รถถังมาชี้แจงนี่ผมซักทีเดียวตกรถถังเลย ในที่สุดไม่ผ่าน เราไม่ได้ขัดแย้งอะไรกันครับฝ์ายระหว่างรัฐบาลกับฝ์ายค้าน เพราะเรามาจากประชาชน เราจึงมีความเห็นร่วมกันอย่างนี้ แต่เพราะเราไม่ได้ชี้แจงกัน เพราะเราหักด้ามพร้าด้วยเข่า ใช้เล่ห์เพทุบาย ไหน ๆ ก็ป่ดสภาแล้วพวกฝ์ายค้านไม่มาเอาเลยครับ พอเข้าวุฒิสภา ท่านก็เห็นนะครับ มันอธิบายโครงสร้างอีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้วุฒิสภาเลือกตั้งมา ครึ่งเดียวเท่านั้นเองครับ นอกนั้นเผด็จการตั้งอีกครึ่งหนึ่ง ในที่สุดความมั่นคงแห่งรัฐ เข้ามาอีกแล้วครับ เราจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยกันอย่างไร

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ผมประท้วงต่อ ผู้อภิปรายนะครับว่าใช้คําเสียดสี คําไม่สุภาพ แล้วก็บิดเบือนข้อเท็จจริง เช่นคําว่า เผด็จการตั้งเข้ามา เช่นคําว่า ใช้เล่ห์เพทุบาย ท่านพูดหลายครั้ง ท่านต้องพิจารณาว่า ใช้คําต่าง ๆ เหล่านี้ในการอภิปรายในสภานี้ไม่ได้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านก็แสดงความคิดเห็นตามความรู้สึกของท่าน ผมก็ดูอยู่ว่ามันยังไม่ถึงขนาดเปึน คําหยาบคาย แล้วก็ไม่ได้ไปเสียดสีใคร ท่านก็พูดว่ากระบวนการพิจารณาที่ผ่านมา มันมีปัญหาอย่างไร แล้วท่านก็กําลังพูดอยู่ในมาตรา ๖ ที่มาที่ไปจํานวนองค์ประกอบ ของคณะกรรมการ ก็ให้ท่านอภิปรายต่อนะครับ จะจบแล้วครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

คําว่า ใช้เล่ห์เพทุบายอย่างนี้ ไม่ใช่เปึนการแสดงความคิดเห็นนะครับท่านครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานไม่ถือว่าเปึนเสียดสีใครนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ประธานวินิจฉัยอย่างใช้เล่ห์เพทุบาย ผมพูดอย่างนี้ได้ไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งเถอะครับ ประธานวินิจฉัยแล้วครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ประธานวินิจฉัยอย่างใช้ เล่ห์เพทุบายนะครับ บันทึกไว้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเอง พยายามจะบอกถึงที่มาว่าทําไมจึงเกิดการแก้ไขเข้ามาได้อีกโดยใช้เรื่องหลักความมั่นคง ซึ่งเปึนกรอบวิธีคิดเก่า คนบางคนเปึนสื่อครับ แล้วก็ไปอยู่ในพรรคที่เขาต่อต้านเผด็จการ มาตลอด เดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้เปึนอะไรได้ยินคําว่าเผด็จการไม่ได้สะกิดใจสะกิดแผลข้างหลัง หรืออย่างไรไม่ทราบ ผมก็ไม่ได้ว่าใครแต่ความเปึนมายอมรับไหมละครับว่าวุฒิสภา เขาเลือกครึ่งเดียวอีกครึ่งหนึ่งเขาแต่งตั้งเอา เรียนจนจบปริญญาไม่รู้หรือครับว่าอย่างนี้ ไม่ใช่ประชาธิปไตย แหมโง่ได้ที่จริง ๆ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาในประเด็นเลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้เองครับ ในโครงสร้างเช่นนี้มันเลยสอดรับกันเลยครับ เพราะเราอยู่ฝ์ายสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเรา มองเห็นความศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันเราช่วยกันถกเถียงเสียมันก็อุดมสมบูรณ์ด้วยเหตุผล ขึ้นไปวุฒิสภาแม้เขาจะมีแต่งตั้งครึ่งหนึ่ง เลือกตั้งครึ่งหนึ่ง มันก็หักล้างเรื่องนี้ยาก แต่เพราะเราไม่ได้ถกเถียงอะไรกันเลย ไม่ได้มีการบันทึกรายละเอียดกันเลย พอขึ้นไป เขาก็ใส่ลงมาใหม่ ดังนั้นทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ล่าช้าไปกว่าเดิมอีก นี่ผมเอง พูดในโครงสร้างใหญ่ ๆ เท่านั้นละครับ ถ้าใครอึดอัดใจกับเรื่องคําว่าเผด็จการ ก็ขอให้ไป พิจารณาปวารณาตัวเองเสียบ้างว่ากําลังเบี่ยงเบนหรือเปล่าพรรคการเมืองนั้น ๆ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอรรถพรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ในวันนี้นะครับ แต่ผม ก็จะอภิปรายด้วยการเคารพในเกียรติประวัติของสภาแห่งนี้ที่มีเจตนารมณ์ในการสร้าง ประโยชน์ให้กับคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศมากกว่าการรับใช้ใครคนเดียว ผมมีความรู้สึก เปึนพิเศษที่ได้มีโอกาสอภิปรายเพื่อจะสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันสองสภา เพื่อผลักดันร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ให้บรรลุเปึนรูปธรรม และมีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เรารอคอยสิ่งเหล่านี้มาเปึนเวลานาน ถ้าพูดถึงที่มา มันไม่ได้มีแค่วันที่บางฝ์ายไม่มาทําหน้าที่ในสภาหรอกครับ แต่ที่มาของการปฏิรูปสื่อหรือ การสร้างกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ที่มา ๑๓-๑๕ ป้เปึนอย่างน้อย อย่างน้อย ที่มาก็เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีมูลเหตุมาจากเหตุการณ์การสูญเสีย ในเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรมเมื่อป้ ๒๕๓๕ เราได้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ขึ้นมา เราได้บทบัญญัติที่ได้รับรองสิทธิเสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะเปึนวิทยุ โทรทัศน์ หรือคลื่นความถี่ แต่ตลอดเวลานับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๕๓ ๑๓ ป้ ๑๔ ป้ รูปธรรมของสิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมามันเกิดเปึนภาวะ ที่ผมขอเรียกว่าเปึนอนาธิปไตยในวงการสื่อ ผมชื่นชมการก่อกําเนิดของสื่อบางประเภท นับเนื่องจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้กําหนดให้เกิดองค์ประกอบ หลายเรื่องหลายราวที่นําไปสู่การปฏิรูปสื่อรวมทั้งกฎหมายฉบับนี้ด้วย แต่กฎหมายฉบับนี้ ก็ยังไม่สําเร็จเสร็จสิ้น สิ่งที่เกิดขึ้นมาในช่วงนั้นก็คือเสรีภาพของสิ่งซึ่งเราเรียกว่า วิทยุชุมชน ทีวีดาวเทียม ผมเองเปึนส่วนหนึ่งของสื่อที่เกิดขึ้นมาในช่วงนั้น กราบเรียนท่านประธานว่า ผมชื่นชม ผมเข้าใจและผมถือว่าการเกิดวิทยุชุมชนนั้นเปึนการปฏิวัติวงการสื่อที่สําคัญ อย่างยิ่ง นั่นคือการที่ชาวบ้านเล็ก ๆ รวมตัวกันแล้วมาต่อสู้แย่งชิงคลื่นซึ่งเปึนสมบัติของ สาธารณะ แต่ถูกการเมือง ถูกทหาร ถูกนายทุนเอาไปครอบครองมาเปึนเวลาช้านาน จาก พ.ร.บ. วิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ชาวบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี อยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เขาสร้างวิทยุชุมชนขึ้นมาใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต่อสู้แย่งชิงคลื่นกลับมา จากพวกนายทุนเหล่านั้น น้องผมหลายคนไม่เคยเรียนจบนิเทศศาสตร์หรอกครับวันนี้ เปึนดีเจยอดนิยมไปแล้วครับ พี่ผมหลายคนเมื่อก่อนเช้า ๆ กินกาแฟก็เป่ดไทยรัฐ อ่านวิพากษ์วิจารณ์การเมืองยัน ๓ โมง สี่โมงเช้า วันนี้ก็ไปจัดรายการคุยคุ้ยข่าว อยู่ทางวิทยุชุมชน มีคนฟังมากมายก่ายกอง จะพูดจริงพูดเท็จอย่างไรก็แล้วแต่มุมมอง ของแต่ละคนแต่ละท่าน สิ่งเหล่านี้ชื่นชมครับ แต่ว่าสิ่งที่ติดตามมามันก็เปึนความขมขื่น ในความเจ็บปวดของเราเช่นเดียวกัน ที่มันเกิดความอนาธิปไตย เกิดการไร้ระบบ เกิดการนําวิทยุชุมชนไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นเช่นในเชิงธุรกิจไม่มีอะไรควบคุม สักอย่างครับ ในที่สุดวันนี้วิทยุชุมชนบางคลื่นอาจจะเป่ดเพลงทั้ง ๒๔ ชั่วโมงเลยครับ สลับกับการขายสินค้าบางประเภท เช่น ขายตรง จุลินทรีย์ ปุิยเคมี เครื่องสําอาง พระเครื่อง หลายสิ่งหลายประการ วิทยุชุมชนบางแห่งอาจจะกลายเปึนกลไก ในการสร้างความขัดแย้งทั้ง ๒ ด้านให้กับบ้านเมือง ซึ่งเปึนเรื่องที่ผมถือว่าเปึน โศกนาฏกรรม การสูญเสีย บาดเจ็บ ล้มตาย ในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ ที่เรียกว่าพฤษภาวิปโยคเปึนที่มาของเสรีภาพสื่อ และเมื่อกาลเวลาผ่านมาถึงจุดหนึ่ง เสรีภาพสื่อที่เกิดจากตรงนั้นก็ทําให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๕๓ มันเปึนวงจรแห่งโศกนาฏกรรมอย่างแท้จริง หันไปมองทีวีดาวเทียม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาก็คงเหมือนผม วันนี้มันไร้ระบบจริง ๆ ครับ มันเปึนเครื่องมือในทางการเมือง มันเปึนเครื่องมือในการสะท้อนทัศนคติของคนบางกลุ่ม จริงเท็จอย่างไรไม่มีการควบคุม เราเห็นการขายสินค้าทุกประเภทในทีวีดาวเทียม เราเห็นหมอสักยันต์บางคนกลายเปึนพิธีกรชื่อดังในทีวีดาวเทียม เราเห็นปัาเช็ง เปึนศาสตราจารย์ทางชีวภาพไปแล้วในทีวีดาวเทียม สิ่งเหล่านี้โทษใครไม่ได้ครับ ผมเข้าใจสื่อเหล่านี้ เมื่อเขาเกิดขึ้นมาเขาต้องอยู่รอด เมื่อปราศจากการควบคุม โดยกฎหมายที่มีความชัดเจน เขาก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด บางครั้งสมดุลแห่งวิทยุชุมชน ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็เสียไป กลายเปึนสื่อเพื่อความบันเทิง กลายเปึนสื่อ เพื่อการค้ามากกว่าสื่อที่มุ่งรับใช้ชุมชนหรือประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้ครับ ผมจึงคิดว่าถึงเวลาที่พวกเราสภาผู้แทนราษฎรจะต้องร่วมกันที่จะผลักดันให้กติกาของ วงการสื่อได้ปรากฏขึ้นเปึนจริงโดยเร็วที่สุด ด้วยการตั้งคณะกรรมการร่วมกันสองสภา และทําให้วงการสื่อเสรีภาพตรงนี้ได้มีระบบ ได้เปึนสื่อซึ่งสะท้อนปัญหาของชุมชน เปึนสื่อซึ่งมีความสมดุลระหว่างสาระความบันเทิงและความรับผิดชอบต่อสังคม การบาดเจ็บสูญเสียในเหตุการณ์พฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ หรือพฤษภาวิปโยคจะได้ ไม่สูญเปล่า เจตนารมณ์ของการปฏิรูปสื่อที่สืบทอดยาวนานมาหลายสิบป้ตั้งแต่ สื่อรุ่นบรรพบุรุษจะได้ไม่สูญเปล่าและเจตนารมณ์ของการปฏิรูปสื่อที่ปรากฏไว้ ในมาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญที่บอกว่า จะต้องคํานึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน ในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่น และการแข่งขันเสรีอย่างเปึนธรรม รวมทั้งต้องจัดให้ ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดําเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ จะได้ปรากฏขึ้นเปึนจริง ผมจึงขอแสดงความคิดเห็นสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมการร่วมกันสองสภาแก้ไขในประเด็น ที่ยังไม่ตกผลึกอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเรื่องของจํานวนที่มา ไม่ว่าจะเรื่องของกองทุน หรือเรื่องของการจัดเก็บรายได้ เพื่อให้กติกาของวงการสื่อตรงนี้ได้ปรากฏเปึนจริง โดยเร็วที่สุด ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ หรือ กสทช. นี้ ผมต้องขออนุญาตร่วมแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เปึนคนไทยคนหนึ่งซึ่งอยู่ในวงการนี้ เพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มันเปึนประโยชน์มหาศาลสําหรับบ้านสําหรับเมือง แต่ว่าวันนี้ถ้าพวกเรายังคิดว่าผลประโยชน์ของรัฐถ้าหากเราไม่ช่วยกันดูแลมันจะตก ไปอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ปัญหาประเทศชาติเปึนเรื่องสําคัญวันนี้ ต้องขอกราบเรียนว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมต้องขอขอบพระคุณทางสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่มีการแก้ไข ถึงแม้ในความคิดของผมว่าผมไม่เห็นด้วย เพราะการแก้ไขหลายมาตรา เปึนการแก้ไขที่ทําให้ระบบ ให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสียหายไป ผมคิดว่า มีการทบทวนเพื่อการที่จะนํามาร่วมกันตั้งคณะทํางานขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากว่าถ้าหากไม่มีวุฒิสภามีความคิดเห็นในการจะแก้ไขในหลายมาตรา ซึ่งเปึนสาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้แล้ว โอกาสที่พวกผมถึงแม้ฝ์ายค้านซึ่งเหตุการณ์ บ้านเมืองในตอนนั้นมันมีความจําเปึนต้องเข้าร่วมไม่ได้หรือไม่สามารถจะเข้าร่วม รัฐบาลเอง ปฏิเสธไม่ได้ที่จะบอกว่าถือโอกาสที่จะนํากฎหมายผ่านวาระโดยไม่มีการพิจารณา โดยถ่องแท้ทั้ง ๆ ที่กฎหมายฉบับนี้เปึนปัญหาใหญ่ของบ้านของเมือง เปึนทรัพย์สิน ของชาติ ซึ่งทุกคนจะต้องช่วยกันดูแล ผมเองจึงเห็นว่ามีความจําเปึนที่จะต้องมาแสดง ความคิดเห็นเพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ หลายมาตราที่ผมดูแล้วก็ไม่เห็นมี ความจําเปึนที่วุฒิสภาจะต้องไปแก้ไข เพราะมันเปึนเรื่องที่พี่น้องประชาชนเขาได้ ประโยชน์ ทําไมผมถึงว่าอย่างนั้น เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ผ่านมา เรามีสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ ซึ่งเปึนซีกหนึ่งของรัฐบาลดูแลทั้งหมด ถ้าหากไม่มี รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเป่ดโอกาสให้มีกฎหมายลูกออกมาในลักษณะนี้ ทุกวันนี้ สังเกตไหมครับท่านประธาน เรามีสื่อหลายด้านที่ผ่านในลักษณะที่เปึนสื่อทางดาวเทียมก็ดี สถานีวิทยุชุมชนก็ดี อันนี้คือให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสเป่ดหูเป่ดตามากขึ้น เพราะฉะนั้นในเมื่อประชาชนได้มีโอกาสเป่ดหูเป่ดตากฎหมายฉบับนี้ต้องได้พิจารณา กันอย่างถ่องแท้เพื่อให้รักษาประโยชน์ของบ้านของเมือง ในหลายมาตราไล่มาตั้งแต่ มาตรา ๖ เห็นค่อนข้างชัดเจนว่าแก้ไขโดยที่ไม่มีเหตุมีผล ๑๑ คน เปึน ๑๕ คน ลักษณะนี้ ด้วยเหตุด้วยผลไม่มีความจําเปึน ซึ่งท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายแล้ว ผมเองก็ไม่ค่อยอยากจะพูดถึง แต่เพียงแต่ว่าตั้งข้อสังเกตว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพิ่มเข้ามาโดยที่ไม่มีความจําเปึนในเมื่อร่างเดิมก็มากพออยู่แล้ว ๑๑ คนหรือน้อยกว่านั้น ยิ่งดีในความคิดของผม เพราะว่าจะทําให้ระบบมันไม่อืดอาด จริง ๆ แล้วถ้าไม่มีคําสั่งฅ ของศาลปกครองสูงสุดออกมาวันสองวันที่ผ่านมาคงไม่นํากฎหมายฉบับนี้ข้ามหัว อีกหลายมาตราขึ้นมา ซึ่งเราต้องพิจารณากันว่ามีความจําเปึน แต่วันนี้มีความจําเปึน ต้องกลับไปทบทวนในรูปของคณะกรรมาธิการขึ้นมาใหม่ครับ เพราะว่าอย่างไรก็ตาม แม้หลาย ๆ มาตราที่วุฒิสภาแก้ไว้ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือ ตั้งแต่อายุ ๗๐ ป้ ไม่มีความจําเปึนถึงขนาดนั้น เพราะบ้านเมืองวุ่นวายขณะนี้ก็ผมเอง ก็อายุมากเหมือนกัน เพียงแต่ว่าปัญหามันเกิดขึ้นไม่มีความจําเปึนทําไมต้องต่อให้ถึง ๗๐ ป้ ผมไม่เข้าใจ อันนี้คือไม่เข้าใจจริง ๆ อายุ ๖๕ ป้ก็เกินพอ อายุ ๖๕ ป้ บางคน ยังไม่อยากจะออกเลยวันนี้ก็เห็นอยู่แล้ว ทั้งที่ครบตามกฎหมายก็ยังอยู่ซึ่งขายหน้า บ้านเมืองอยู่ตอนนี้ในหลายมาตราไม่ว่ามาตรา ๑๒ มาตรา ๑๔ เห็นไหมครับให้โอกาส ทั้งเอ็นจีโอ (NGO) เข้ามาดูมาตรา ๑๔ มากเกินพอ จริง ๆ พี่น้องประชาชนหลายท่าน มีสิทธิไม่จําเปึนต้องคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งซึ่งมาเปึนคณะกรรมการร่วมกัน แต่ผมจึงคิดว่า ในหลายอันต้องแก้จากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งร่างเดิมดีอยู่แล้ว สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภากลับไปสํานักงาน กสทช. ผมยังคิดว่าเปึนเรื่องซึ่งต้องกลับมา ทบทวนกันจริง ๆ วันนี้ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย เพราะว่าท่านก็เห็นทางวุฒิสภาเขาคิดกัน อย่างไร แต่ว่าในความคิดผมมันเปึนเรื่องดีถ้าไม่มีวุฒิสภาแก้ตรงนี้เราไม่มีโอกาส ซึ่งอยู่ซีกฝ์ายค้าน ทางซีกรัฐบาลบอกว่าก็ทาง ส.ส. ฝ์ายค้านไม่ร่วมประชุมเอง มันเปึนเหตุเปึนผลของบ้านของเมืองเหมือนกันซึ่งเราทําหน้าที่วอล์กเอาท์ตอนนั้น มันเปึนเรื่องจริง ๆ ต้องขอกราบเรียนว่าเราไม่ประสงค์ เราอยากร่วมอยู่แล้วเพียงแต่ว่า ปัญหามันเกิดขึ้นตรงไหนต้องรู้กันในจุดนี้ครับเพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าหลายมาตรา ต้องกลับไปทบทวนใหม่ โดยเฉพาะมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๗ ซึ่งเปึนเรื่อง ซึ่งต้องทบทวนจริง ๆ ผมเห็นว่าผมนั่งอ่านดูแล้วมันเปึนเรื่องที่เราดูแลกันยังไม่ทั่วถึงใคร เพราะเปึนผลประโยชน์ของบ้านของเมือง ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ไม่มีท่านใดประสงค์จะอภิปรายนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๕ ก็ถือว่า การอภิปรายเปึนอันยุติเมื่อไม่มีผู้จะอภิปรายแล้วนะครับ ในการลงมติเพื่อให้ที่ประชุม ได้ลงคะแนนว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับที่วุฒิสมาชิกได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มา ผมขอเลื่อนไปลงมติในการประชุมคราวหน้า วันนี้ขอป่ดประชุมก่อนครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๐๒ นาฬิกา