ผุสดี ตามไท หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการโทรคมนาคม โดยแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขมาตรา 23 และเสนอแนะว่าเพิ่มกรรมการใน กสทช. ไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิบัติงานของหน่วยธุรการ วุฒิสภา และการแก้ไขมาตรา 52 ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกองทุน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตอภิปรายต่อการที่วุฒิสภาได้มี การแก้ไขถึง ๒๓ มาตราในร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ใน ๓ ประเด็น ก่อนอื่นดิฉันต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าดิฉันไม่เห็นด้วย ที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไข แม้จะเปึน ๒๓ มาตราแต่มันมีความเกี่ยวข้องกัน ประเด็นหลัก ๆ วันนี้ขออนุญาตท่านอภิปรายเพียง ๓ เรื่องสั้น ๆ นะคะ
เรื่องแรกเลย แม้ว่าจะมีสมาชิกได้อภิปรายไปบ้างแล้วแต่ดิฉันก็อยากจะ ขออนุญาตเพิ่มเติมความเห็นนะคะ เรื่องของการเพิ่มจํานวนและองค์ประกอบ ท่านประธานคะ ก่อนที่จะไปในรายละเอียดก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ในช่วงของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ เราก็พิจารณาโดยคํานึงถึงเหตุผลแล้วก็ความจําเปึนที่เกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่ ของ กสทช. และที่สําคัญไปกว่านั้นเราก็คํานึงถึงประสิทธิภาพในการทํางาน ซึ่งก็เริ่มต้น จากเรื่องของการประชุมเพื่อที่จะพิจารณา และหน้าที่หลักของ กสทช. โดยภาพรวมนะคะ ก็คือเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่และการกํากับดูแล หน้าที่ทั้งหลายนี้ก็มีอยู่ถึง ๒๕ ข้อด้วยกัน ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ นะคะ ทีนี้ในประเด็นแรกเลยดิฉันได้เริ่มเกริ่นไว้ว่า เปึนเรื่องของการเพิ่มจํานวนแล้วก็องค์ประกอบ อันที่ ๑ เรื่องกรรมการด้านการศาสนา การพัฒนาสังคม และด้านการบริหารราชการนั้น ดิฉันคิดว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง กับเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่สักเท่าใดนัก แม้ว่ามันอาจจะไปเกี่ยวข้องกับ การกํากับดูแลเนื้อหา แต่ว่าในเรื่องของการกํากับดูแลเนื้อหานั้นมันก็มีกฎหมาย มีกฎ มีระเบียบ ไม่ว่าจะเปึนพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ ซึ่งขณะนี้ก็ยังใช้อยู่ แล้วก็มีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีกําหนดกฎเกณฑ์ไว้ อยู่แล้วจึงไม่น่าจะมีความจําเปึนแต่ประการใด อีกทั้งเรื่องของการพัฒนาสังคมก็ดี การบริหารราชการก็ดี ดิฉันคิดว่ามันเปึนคําที่กว้างแล้วก็อาจจะกําหนดขอบเขตได้ อย่างชัดเจนไม่ง่ายนักว่าจะหมายถึงกลุ่มบุคคลใดบ้าง ก็จะทําให้เรื่องของการสรรหานั้น ลําบากมากขึ้นแล้วก็ซับซ้อน ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. จริง ๆ แล้วก็เขียนไว้ ค่อนข้างชัดเจนในร่างกฎหมายฉบับนี้นะคะว่าไม่ได้ทํากันง่าย ๆ แบบป่ด ๆ บัง ๆ หรือซ่อนเร้นนะคะ แต่ว่าทุกย่างก้าวนั้นจะอยู่ในสายตาของสาธารณะทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการลงมติ เรื่องของการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งในกฎหมายนี้ก็เขียนไว้ชัดเจน ถ้าแม้จะออกกฎ ระเบียบ คําสั่งใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ไปเกี่ยวพันกับเรื่องของประโยชน์สาธารณะ กสทช. จําเปึนที่จะต้องรับฟังด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าทุก ๆ ภาคส่วน ของสังคมจําเปึนจะต้องส่งตัวแทนมานั่งอยู่ที่กรรมการชุดนี้เพื่อจะทําให้มั่นใจได้ จริง ๆ การเพิ่มตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นมันทําให้ดูเสมือนหนึ่งว่าจะเข้าไปนั่งคอย ปกปัองประโยชน์ที่ตัวเองมี นั่นก็คือหมายถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าไปนั่งอยู่โดยตรงจริง ๆ คณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้จะต้องไปทําหน้าที่อย่างนั้นเลย แต่จะต้องอาศัยความรู้ ความชํานาญเฉพาะด้านทั้งเรื่องการกระจายเสียง ทั้งเรื่องของกิจการโทรทัศน์ รวมถึง นักกฎหมาย นักเศรษฐศาสตร์ อะไรอย่างนี้เปึนต้น เพื่อที่จะไปดําเนินการให้เปึนประโยชน์ ของสาธารณะอย่างแท้จริง ในอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มจํานวนแล้วก็องค์ประกอบด้านความมั่นคง ของรัฐ ตรงนั้นก็ไม่ได้มีความจําเปึนแต่ประการใด เพราะในมาตรา ๓๑ นี้ก็เขียนไว้ชัดเจน ขออนุญาตท่านประธานอ่านนะคะ ในมาตรา ๔๑ วรรคสี่ เขียนไว้ชัดเจนว่า การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ต้องคํานึงถึง ประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น ในด้าน การศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น รวมทั้งการแข่งขัน โดยเสรีอย่างเปึนธรรม และต้องดําเนินการในลักษณะที่มีการกระจายการใช้ประโยชน์ โดยทั่วถึงในกิจการด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมแก่การเปึนทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อ ประโยชน์สาธารณะ ข้อความตรงนี้ซึ่งปรากฏในวรรคสี่มาตรา ๔๑ นั้นก็เปึนการกํากับ และเปึนแนวทางให้คณะกรรมการ กสทช. นั้นได้ปฏิบัติการอย่างนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตรงนี้ไม่น่าจะมีความจําเปึนแต่ประการใด
ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ค่ะว่า เรื่องของหน่วยธุรการในการดําเนินการ การที่วุฒิสภาเปลี่ยนหน่วยธุรการในการคัดเลือก กรรมการจากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปึนสํานักงาน กสทช. นั้น มันอาจจะมี ผลกระทบตรงนี้ค่ะ คือเปึนเรื่องของการปฏิบัติงานที่ซ้ําซ้อนกันแล้วก็จะทําให้งานนั้น ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะความจริงแล้วองค์กรที่ทําหน้าที่ในการเลือกกรรมการนั้นก็คือ วุฒิสภา ซึ่งโดยปกติเขาก็ต้องมีการตรวจสอบแล้วก็พิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่เข้ามาสู่ ในกระจาดของการที่จะรับการคัดเลือกในขั้นตอนนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่กําหนดให้ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปึนผู้ทําหน้าที่ดังกล่าวนี้จะช่วยให้การทํางานนั้น มีประสิทธิภาพแล้วก็ลดภาระการทํางานที่อาจจะซ้ําซ้อนกัน นี่นอกเหนือจากที่มี คนได้วิพากษ์วิจารณ์ก็อาจจะเปึนเรื่องของการมีผลประโยชน์ทับซ้อน นั่นเปึนประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานคะ เปึนเรื่องของมาตรา ๕๒ ในเรื่องของ การจัดตั้งกองทุน ในมาตรา ๕๒ พูดถึงการให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสํานักงาน กสทช. ที่เรียกว่ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ แล้วก็เขียนไว้โดยมีวัตถุประสงค์ (๑) (๒) (๓) วุฒิสภาได้ไปแก้ไข ใน (๒) พูดถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรสื่อสาร การวิจัยและพัฒนา ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งความสามารถ ในการรู้เท่าทันสื่อ เทคโนโลยีด้านการใช้คลื่นความถี่ เทคโนโลยีสารสนเทศ ท่านประธานคะ วุฒิสภาไปเติมว่า เทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวก เข้าไปด้วย ดิฉันนึกไม่ออกเลยว่า เทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวกตรงนี้คืออะไร หมายถึงทีวี ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ หรืออะไรคะ ก็คิดว่าไม่มีความจําเปึนที่จะต้องไปเพิ่มเติม อย่างน้อยที่สุดใน ๓ ประเด็นที่ดิฉัน ได้ยกขึ้นมาเปึนตัวอย่างเพิ่มเติมจากที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วก็เปึนเหตุผลที่ สนับสนุนในความเห็นของดิฉันว่าไม่เห็นด้วยกับที่วุฒิสภาได้แก้ไขมาทั้ง ๒๓ มาตรา แล้วก็อยากจะเสนอและเห็นด้วยกับข้อเสนอที่ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ขอบพระคุณค่ะ