สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๓ กันยายน ๒๕๕๓

นิยม เวชกามา หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ หรือ กสทช. และแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งซึ่งอยู่ในวงการนี้ โดยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขหลายมาตราในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และขอขอบพระคุณทางสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่มีการแก้ไข แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขหลายมาตรา และขอกราบเรียนว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องกลับไปทบทวนใหม่ โดยเฉพาะมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๗ ซึ่งเปึนเรื่องที่ต้องทบทวนจริง ๆ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ หรือ กสทช. นี้ ผมต้องขออนุญาตร่วมแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เปึนคนไทยคนหนึ่งซึ่งอยู่ในวงการนี้ เพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มันเปึนประโยชน์มหาศาลสําหรับบ้านสําหรับเมือง แต่ว่าวันนี้ถ้าพวกเรายังคิดว่าผลประโยชน์ของรัฐถ้าหากเราไม่ช่วยกันดูแลมันจะตก ไปอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ปัญหาประเทศชาติเปึนเรื่องสําคัญวันนี้ ต้องขอกราบเรียนว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมต้องขอขอบพระคุณทางสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่มีการแก้ไข ถึงแม้ในความคิดของผมว่าผมไม่เห็นด้วย เพราะการแก้ไขหลายมาตรา เปึนการแก้ไขที่ทําให้ระบบ ให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสียหายไป ผมคิดว่า มีการทบทวนเพื่อการที่จะนํามาร่วมกันตั้งคณะทํางานขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากว่าถ้าหากไม่มีวุฒิสภามีความคิดเห็นในการจะแก้ไขในหลายมาตรา ซึ่งเปึนสาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้แล้ว โอกาสที่พวกผมถึงแม้ฝ์ายค้านซึ่งเหตุการณ์ บ้านเมืองในตอนนั้นมันมีความจําเปึนต้องเข้าร่วมไม่ได้หรือไม่สามารถจะเข้าร่วม รัฐบาลเอง ปฏิเสธไม่ได้ที่จะบอกว่าถือโอกาสที่จะนํากฎหมายผ่านวาระโดยไม่มีการพิจารณา โดยถ่องแท้ทั้ง ๆ ที่กฎหมายฉบับนี้เปึนปัญหาใหญ่ของบ้านของเมือง เปึนทรัพย์สิน ของชาติ ซึ่งทุกคนจะต้องช่วยกันดูแล ผมเองจึงเห็นว่ามีความจําเปึนที่จะต้องมาแสดง ความคิดเห็นเพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ หลายมาตราที่ผมดูแล้วก็ไม่เห็นมี ความจําเปึนที่วุฒิสภาจะต้องไปแก้ไข เพราะมันเปึนเรื่องที่พี่น้องประชาชนเขาได้ ประโยชน์ ทําไมผมถึงว่าอย่างนั้น เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ผ่านมา เรามีสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ ซึ่งเปึนซีกหนึ่งของรัฐบาลดูแลทั้งหมด ถ้าหากไม่มี รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเป่ดโอกาสให้มีกฎหมายลูกออกมาในลักษณะนี้ ทุกวันนี้ สังเกตไหมครับท่านประธาน เรามีสื่อหลายด้านที่ผ่านในลักษณะที่เปึนสื่อทางดาวเทียมก็ดี สถานีวิทยุชุมชนก็ดี อันนี้คือให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสเป่ดหูเป่ดตามากขึ้น เพราะฉะนั้นในเมื่อประชาชนได้มีโอกาสเป่ดหูเป่ดตากฎหมายฉบับนี้ต้องได้พิจารณา กันอย่างถ่องแท้เพื่อให้รักษาประโยชน์ของบ้านของเมือง ในหลายมาตราไล่มาตั้งแต่ มาตรา ๖ เห็นค่อนข้างชัดเจนว่าแก้ไขโดยที่ไม่มีเหตุมีผล ๑๑ คน เปึน ๑๕ คน ลักษณะนี้ ด้วยเหตุด้วยผลไม่มีความจําเปึน ซึ่งท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายแล้ว ผมเองก็ไม่ค่อยอยากจะพูดถึง แต่เพียงแต่ว่าตั้งข้อสังเกตว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพิ่มเข้ามาโดยที่ไม่มีความจําเปึนในเมื่อร่างเดิมก็มากพออยู่แล้ว ๑๑ คนหรือน้อยกว่านั้น ยิ่งดีในความคิดของผม เพราะว่าจะทําให้ระบบมันไม่อืดอาด จริง ๆ แล้วถ้าไม่มีคําสั่งฅ ของศาลปกครองสูงสุดออกมาวันสองวันที่ผ่านมาคงไม่นํากฎหมายฉบับนี้ข้ามหัว อีกหลายมาตราขึ้นมา ซึ่งเราต้องพิจารณากันว่ามีความจําเปึน แต่วันนี้มีความจําเปึน ต้องกลับไปทบทวนในรูปของคณะกรรมาธิการขึ้นมาใหม่ครับ เพราะว่าอย่างไรก็ตาม แม้หลาย ๆ มาตราที่วุฒิสภาแก้ไว้ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือ ตั้งแต่อายุ ๗๐ ป้ ไม่มีความจําเปึนถึงขนาดนั้น เพราะบ้านเมืองวุ่นวายขณะนี้ก็ผมเอง ก็อายุมากเหมือนกัน เพียงแต่ว่าปัญหามันเกิดขึ้นไม่มีความจําเปึนทําไมต้องต่อให้ถึง ๗๐ ป้ ผมไม่เข้าใจ อันนี้คือไม่เข้าใจจริง ๆ อายุ ๖๕ ป้ก็เกินพอ อายุ ๖๕ ป้ บางคน ยังไม่อยากจะออกเลยวันนี้ก็เห็นอยู่แล้ว ทั้งที่ครบตามกฎหมายก็ยังอยู่ซึ่งขายหน้า บ้านเมืองอยู่ตอนนี้ในหลายมาตราไม่ว่ามาตรา ๑๒ มาตรา ๑๔ เห็นไหมครับให้โอกาส ทั้งเอ็นจีโอ (NGO) เข้ามาดูมาตรา ๑๔ มากเกินพอ จริง ๆ พี่น้องประชาชนหลายท่าน มีสิทธิไม่จําเปึนต้องคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งซึ่งมาเปึนคณะกรรมการร่วมกัน แต่ผมจึงคิดว่า ในหลายอันต้องแก้จากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งร่างเดิมดีอยู่แล้ว สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภากลับไปสํานักงาน กสทช. ผมยังคิดว่าเปึนเรื่องซึ่งต้องกลับมา ทบทวนกันจริง ๆ วันนี้ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย เพราะว่าท่านก็เห็นทางวุฒิสภาเขาคิดกัน อย่างไร แต่ว่าในความคิดผมมันเปึนเรื่องดีถ้าไม่มีวุฒิสภาแก้ตรงนี้เราไม่มีโอกาส ซึ่งอยู่ซีกฝ์ายค้าน ทางซีกรัฐบาลบอกว่าก็ทาง ส.ส. ฝ์ายค้านไม่ร่วมประชุมเอง มันเปึนเหตุเปึนผลของบ้านของเมืองเหมือนกันซึ่งเราทําหน้าที่วอล์กเอาท์ตอนนั้น มันเปึนเรื่องจริง ๆ ต้องขอกราบเรียนว่าเราไม่ประสงค์ เราอยากร่วมอยู่แล้วเพียงแต่ว่า ปัญหามันเกิดขึ้นตรงไหนต้องรู้กันในจุดนี้ครับเพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าหลายมาตรา ต้องกลับไปทบทวนใหม่ โดยเฉพาะมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๗ ซึ่งเปึนเรื่อง ซึ่งต้องทบทวนจริง ๆ ผมเห็นว่าผมนั่งอ่านดูแล้วมันเปึนเรื่องที่เราดูแลกันยังไม่ทั่วถึงใคร เพราะเปึนผลประโยชน์ของบ้านของเมือง ขอบคุณมากครับ